สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๖

พายัพ ปั้นเกตุ หารือเรื่องการให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของรัฐบาลออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ และมีเหตุผลที่แท้จริงในการออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมมีประเด็นที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงทางท่านรัฐมนตรี มีประเด็นเดียว ที่จะต้องหยิบยกขึ้นมาพูดและอภิปรายในสภาแห่งนี้ ก็คือว่าเหตุผลที่แท้จริงของการให้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ของรัฐบาลออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเพราะอะไรกันแน่ เหตุผลก็คือว่าท่านประธานจะเห็นว่าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ปัจจุบันปี ๒๕๕๖ ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยเรามีความเติบโตเรื่องของ การศึกษาค่อนข้างมาก มหาวิทยาลัยหลายที่เติบโตขึ้นมาจากอาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย หลายที่เกิดมาจากวิทยาลัยครู แล้วกระทรวงศึกษาธิการเองเดิมทีเดียวก็เคยแยกเอา การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยนั้นไปเป็นทบวงมหาวิทยาลัย พอเสร็จแล้วมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่อยู่ในความดูแลของทบวงมหาวิทยาลัยวันหนึ่งก็ดึงกลับมาอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ให้มหาวิทยาลัยอยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ท่านประธานกับผมเคยเห็นความเติบโตของวิทยาลัยเกษตรใช่ไหมครับ วันหนึ่งตั้งเป็น วิทยาลัยเกษตรแม่โจ้ ต่อมาก็เป็นสถาบันขอเป็นอินสทิทิวท์ (Institute) จากคอลเลจ (College) เป็นอินสทิทิวท์ เป็นสถาบัน วันหนึ่งบอกเป็นสถาบันเราก็เสนอเข้าสภาแห่งนี้ ขอเป็นยูนิเวอร์ซิตี้ (University) ตัดคำว่า เทคโนโลยี ออก ตัดวุฒิการศึกษาที่เราเรียกว่า วท. ทศ.บ. ออกมาเป็น วท.บ. พอเราทำมาอย่างนี้เสร็จเราก็ตั้งเป็นมหาวิทยาลัย จากนั้นเสร็จ ท่านประธานเห็นไหมครับ เรามีการร่าง พ.ร.บ. วิทยาลัยครูขึ้นมาเพื่อเอาวิทยาลัยครูนั้น บอกว่าต่อไปนี้รากฐานเดิมที่เคยบอกว่าจะส่งเสริมให้มีการผลิตบุคลากรด้านการศึกษา มาอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีการศึกษาเจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น วันหนึ่งก็เปลี่ยนฐานะให้มีโอกาส ขยายการศึกษาได้มากขึ้นแล้วเป็น พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ แล้วก็ตั้งมาแล้ว ๔๐ กว่าแห่ง ท่านดูสิครับ จากนั้นเสร็จท่านสังเกตเห็นไหมครับมี พ.ร.บ. รวม ท่านประธานเคยจำได้ไหมครับ พ.ร.บ. รวมเป็นอย่างไร พ.ร.บ. รวมนั่นก็หมายความว่าที่หนึ่งที่จังหวัดหนึ่งจังหวัดใด มีสถาบันอาชีวศึกษาอยู่ด้วยกัน ๕-๖ แห่งก็เอามารวมกันเป็นมหาวิทยาลัยเสีย เพราะสถาบัน อาชีวศึกษาร่าง พ.ร.บ. อาชีวศึกษาของตนเองเพื่อจะเปิดสอนระดับปริญญาตรี เพื่อตัวเองก็จะเปิดสอนเหมือนกัน แต่ปรากฏว่า พ.ร.บ. อาชีวศึกษาวันนี้เดินหน้าไม่ได้เลย งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับการตั้งสถาบันอาชีวศึกษาก็ไม่ได้ใช้เท่าที่ควร ถ้าท่านประธานไปดู ในรายละเอียดนะครับ ท่านรัฐมนตรีคงจะทราบ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เมื่อดูหลักการ และเหตุผลทั้งหมดทั้งร่าง พ.ร.บ. ผมก็อยู่ในสภาแห่งนี้มาหลายครั้งเคยร่าง พ.ร.บ. การศึกษา มาหลายครั้ง ร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับที่ท่านประธานนำเข้าสู่สภาแห่งนี้เนื้อหาไม่มีอะไร ที่ต่างกันเลยครับ หลักการ เหตุผลเหมือนกันหมดเปรี๊ยะเลย เช่นหมวด ๑ เปลี่ยนแต่รายมาตรา จากมาตรา ๖ เป็นมาตรา ๗ ร่าง พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ซึ่งอยากจะออกเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเหมือนกัน เหมือนกันครับ คอนเซปท์ (Concept) เดียวกันเลย วันนี้เช่นเดียวกันครับ ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี่ไม่ใช่เป็นร่าง พ.ร.บ. แรกหรอกครับ จะมีร่าง พ.ร.บ. อย่างนี้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้อีกหลายฉบับเมื่อเขามีความพร้อมอยากจะออก นอกระบบเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ผมต้องฝากถึงอนาคตครับว่าเมื่อการศึกษา ของประเทศไทยมันเติบโตขึ้น เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่สามารถจะหยุดยั้งการเติบโตทางการศึกษาของประเทศได้ วันนี้เรามีทั้งมหาวิทยาลัย เอกชนที่กำลังเติบโตด้านคุณภาพการศึกษาไปได้ไกลนะครับ เรามีมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งกำลังเติบโตจากวิทยาลัยครู กำลังเติบโตจากอาชีวศึกษา กำลังเติบโตจากสถานพยาบาล เกิดขึ้นมาเต็มไปหมดในบ้านนี้ ถึงเวลาที่เราตั้งรากฐานที่เดียวนั้นเราบอกเป็นสถานศึกษาวิชาชีพ แต่พอเติบโตมากยิ่งขึ้นก็เลิกวิชาชีพ ตัด คำว่า วิชาชีพเทคโนโลยี ออก ตัดคำว่า เกษตร ออก ตัดคำว่า อาชีวะ ออก ตัดคำว่า ครู ออก แล้วมาตั้งเป็นมหาวิทยาลัย ตัดคำเหล่านี้ออก เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้เปิดสอนทางการศึกษาได้มากขึ้น มีคณะต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น ในเมื่อสามารถที่จะบริหารให้เติบโตแข่งขันกับเขาได้ต้องมาทำอย่างนี้ ท่านประธานครับ หลักการเหตุผลดูเหมือนเป๊ะ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว เพื่อประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพ และอัตลักษณ์ อัตลักษณ์คืออะไรครับ อัตตะคือตนเอง คือเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ถ้าออกไปอย่างนี้เสร็จมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ตนเองด้านไหน ไม่ได้เขียนรายละเอียดไว้ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าตราสัญลักษณ์ แม้ชื่อจะหายไป ตราสัญลักษณ์สามารถคงตราเดิมได้ แต่อาจจะเปลี่ยนชื่อได้ แต่นั่นก็อธิบายความ ต่อสาธารณชนได้ แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าเราให้มหาวิทยาลัย ของรัฐนี่ออกไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกราชการในกำกับ ท่านได้เตรียมการไว้ในอนาคตอย่างไร เพราะต่อจากนี้ไปจะต้องมีมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบมากขึ้นนะครับ ในเวลาที่เรา พิจารณางบประมาณแผ่นดินตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเชิญมหาวิทยาลัยในกำกับ มาชี้แจงนะครับ เหมือนกับเชิญรัฐวิสาหกิจมาชี้แจง นี่ลักษณะรูปแบบเราไปกำกับเขา แต่เราไม่ได้บริหารเอง วันนี้เราปล่อยมหาวิทยาลัยที่อยู่ในอ้อมอกของกระทรวงศึกษาธิการ ออกไปอยู่ในกำกับเพราะว่าเราขาดศักยภาพในการที่จะบริหารมหาวิทยาลัยเหล่านี้แล้วหรือ จึงได้ปล่อยให้เขาไปอย่างนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราจะคงสภาพ ความเป็นคุณภาพทางการศึกษาและพัฒนาการศึกษาให้เพิ่มมากขึ้น ทำไมเราไม่คิดที่จะแยกออกมา เป็นทบวงมหาวิทยาลัยเหมือนเดิมหรือเป็นกระทรวงมหาวิทยาลัย เพราะว่าท่านประธาน ที่เคารพครับ ดูการศึกษาขั้นพื้นฐานสิครับท่านประธาน ขอ ๑ นาที ท่านประธานทนฟังผมนิดเดียว ดูการศึกษาขั้นพื้นฐาน มัธยมศึกษา ประถมศึกษารวมกันไม่ได้ ครูประถมศึกษามีลักษณะแบบหนึ่ง ครูมัธยมศึกษามีลักษณะแบบหนึ่ง ผลที่สุดตั้งเป็น สพฐ. ตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา มีข้าราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวง ซี ๑๑ เท่ากันเลย ทั้ง สพฐ. กับสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซี ๑๑ เท่ากัน เท่ากับปลัดกระทรวงด้วยซ้ำไป แปลว่า กระทรวงศึกษาธิการมีปลัดกระทรวง ซี ๑๑ เท่ากันเลย ๓ หน่วยงาน วันนี้มีคนร่าง พ.ร.บ. ท่านประธานครับ รัฐมนตรีครับ ร่าง พ.ร.บ. เพื่อที่จะเสนอให้มีตั้งกระทรวง กระทรวง การศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านประธานครับ นี่คือการเติบโตที่เกิดขึ้น ประเด็นเหล่านี้ต่างหาก ที่ผมอยากฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าท่านคิดอย่างไรกับการที่จะต้องรองรับการเติบโตของ การศึกษาของประเทศนี่เติบโตในวันข้างหน้า ประเทศอินเดียมีมหาวิทยาลัยเต็มพรืดไปหมด เพราะเขาส่งเสริมการศึกษาตั้งแต่เล็กจนโต วันนี้เช่นเดียวกันครับ ถ้าวันนี้รัฐบาลภายใต้ การนำของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ภายใต้การดูแลของท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้ ท่านจะวางอนาคตทางการศึกษาของประเทศด้วยการจะบริหารมหาวิทยาลัยให้อยู่ใน ความดูแลของส่วนราชการ หรือจะปล่อยให้เป็นอยู่ในกำกับออกไปในระบบราชการอย่างนี้ หรือวันข้างหน้าจะต้องเป็นกระทรวงมหาวิทยาลัยหรือกระทรวงการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันข้างหน้า ต้องฝากท่านประธานไว้ด้วยความเคารพให้ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจง ในประเด็นเหล่านี้ที่เป็นข้อสงสัยด้วย ขอบพระคุณครับ