อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ พูดถึงการบริหารจัดการมหาวิทยาลัย โดยเรียกร้องให้มีความคล่องตัวและความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยกล่าวว่าการเปลี่ยนชื่อนี้จะทำให้มหาวิทยาลัยไม่มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐและไม่มีตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในเบื้องต้นต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ากระผมให้การสนับสนุน กับแนวความคิดในการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยที่เรียกกันว่า เป็นการบริหารที่ออกนอกระบบ แต่ก็ว่าอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ไม่ใช่เป็นหน่วยงาน ของรัฐเหมือนเช่นในอดีต เนื่องจากเหตุผลว่ามีหน่วยงานของรัฐจำนวนมากที่อยู่ภายใต้ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้กฎระเบียบการบริหารงบประมาณที่มีข้อจำกัด รวมทั้งการบริหารงานบุคคลที่มีข้อจำกัดมากมาย ทำให้หลายหน่วยงานของรัฐซึ่งมีบทบาท มีภารกิจสำคัญทั้งในการบริการต่อประชาชน ทั้งในแง่ของการสร้างผลผลิตที่เป็นประโยชน์ กับประเทศไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกนอกระบบหรือการมีระบบ การบริการจัดการที่เป็นอิสระของตัวเองแต่ว่าเชื่อมโยงภายใต้นโยบายของรัฐนั้นมีความจำเป็น ในหลายหน่วยงานที่ผ่านมาไม่เพียงแต่ในสถาบันการศึกษาเท่านั้น หน่วยงานของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาในรูปแบบขององค์การมหาชนก็เป็นคำตอบอย่างหนึ่งว่า ความคล่องตัวในการบริหารจัดการนั้นมีความจำเป็น ความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง ในการบริหารจัดการนั้นมีความจำเป็น มหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยเป็น สถาบันการศึกษาชั้นสูงที่จำเป็นจะต้องมีความคล่องตัวในการบริหาร ทั้งในแง่ของ การบริหารงานบุคคลที่จะต้องคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ แล้วก็ทันต่อ เหตุการณ์ ทันต่อสถานการณ์ ทันต่อยุคสมัย เพื่อมามีบทบาทในการผลิตบุคลากร ที่เป็นมันสมองสำคัญของชาติต่อไป นี่ก็เป็นส่วนสำคัญที่มีความจำเป็นที่มหาวิทยาลัย จะต้องมีความเป็นอิสระในเรื่องนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้ในนามของ คณะรัฐมนตรีนั้น ผมมีประเด็นปัญหาที่จะต้องตั้งเป็นคำถามกับท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีในหลายประเด็น
ประเด็นแรกสุด ก็คือว่าทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้พูดถึงว่าให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตตามพระราชบัญญัตินี้ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนดุสิต เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ราชภัฏหายไปไหน ท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งมีสถานะเป็นมหาวิทยาลัย อยู่ในขณะนี้เป็นมหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ความเป็นมาของราชภัฏนั้น ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็จะมีชื่อราชภัฏขึ้นมา แต่มีพัฒนาการจาก โรงเรียนฝึกหัดครู มาเป็นวิทยาลัยครู มาเป็นสถาบันราชภัฏ มาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มีลำดับความเป็นมาที่ค่อนข้างยาวนาน โรงเรียนฝึกหัดอาจารย์แห่งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๔๓๕ ที่จังหวัดพระนคร ซึ่งปัจจุบันก็คือมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครนั่นเอง แล้วก็ขยายออกไป กลายเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู กลายเป็นวิทยาลัยครู ปี ๒๕๓๕ ได้รับพระราชทานชื่อ สถาบันราชภัฏขึ้นมา และปี ๒๕๔๕ ก็พระราชทานชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏ ปี ๒๕๔๗ ถึงมีพระราชบัญญัติให้เปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏอย่างเป็นทางการ ราชภัฏนี่ แปลว่าอะไรครับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ราชภัฏและตราประจำมหาวิทยาลัย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเกียรติยศสูงแก่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วพระราชอาณาจักร โดยนามราชภัฏ หมายความว่า เป็นคนของพระราชา วันนี้ท่านเสนอกฎหมายที่มีสาระสำคัญที่สุด ก็คือการเอามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบ ออกจากการเป็นหน่วยงานของรัฐ ไปเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ เพื่อให้มีอิสระในการบริหารจัดการขึ้น ท่านเอาออกไป พร้อมกับชื่อพระราชทานที่ชื่อราชภัฏตามไปด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้มีความสำคัญ มหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น นอกจาก จะได้ชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นชื่อพระราชทานต่อด้วยชื่อสถาบันเดิมแล้ว ตราสัญลักษณ์ ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏก็เป็นดวงตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ของรัชกาลปัจจุบันด้วย มีอยู่ ๕ สีนะครับ สีน้ำเงิน แทนค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม มหาวิทยาลัยราชภัฏ สีเขียว แทนค่าแหล่งที่ตั้งในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม สีทอง แทนค่าความเจริญรุ่งเรืองทางภูมิปัญญา สีส้ม แทนค่าความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สีขาว แทนค่าความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คำว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏ นั้น เกี่ยวเนื่องเกี่ยวโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เกี่ยวข้องกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันอย่างมาก แต่ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เพียงเพื่อเอามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตออกนอกระบบ ท่านก็ตัดราชภัฏออกไป ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปดูในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ในมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏเขาบอกว่า ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญา ของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการการบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาส่งเสริมวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง ทำการสอนวิจัยให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอดและพัฒนา เทคโนโลยี ทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู นี่คือ ความเป็นมาของสถาบันราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตก็ดำรงความเป็นมหาวิทยาลัย ที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาตามแนวทางในกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด แต่วันนี้ท่านประธานครับ ท่านกำลังออกนอกระบบ แล้วเป็นอย่างไรครับ มหาวิทยาลัยที่จะชื่อว่ามหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในวันข้างหน้านอกจากไม่มีคำว่า ราชภัฏ อยู่แล้วนะครับ ปรัชญาในการจัดการศึกษาของท่าน ก็หายไปด้วย เป็นเพียงมหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ในการให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการ และวิชาชีพชั้นสูง สร้างบัณฑิต วิจัย บริการทางวิชาการแก่สังคมและท้องถิ่น ริเริ่มปรับปรุงถ่ายทอด พัฒนาองค์ความรู้ ในด้านที่มีความเชี่ยวชาญและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ความเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเป้าหมาย ในการผลิตครู ผลิตบุคลากรที่จะไปสอนไปสั่งคนในวันข้างหน้าบทบาทของมหาวิทยาลัยนี้กำลังจะหายไป ท่านไม่เพียงแต่ทิ้งคำว่า ราชภัฏ อันเป็นนามพระราชทานเท่านั้น แต่ท่านยังทิ้งเอารากฐานดั้งเดิม ของความเป็นมหาวิทยาลัยที่จะผลิตครู เสริมสร้างพลังปัญญาแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ ภูมิปัญญาของท้องถิ่น ความเป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้ท้องถิ่นของท่านกำลังจะหายตามไปด้วย ผมถึงไม่เข้าใจว่าการเสนอเพียงเพื่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ราชภัฏแห่งแรกที่จะออกนอกระบบให้หลุดลอยไปจากความเป็นราชภัฏเดิม พันธกิจเดิม ท่านต้องการให้หลุดลอยไปอย่างนั้นหรือ ท่านต้องการให้มหาวิทยาลัยที่จะตั้งขึ้นใหม่ ตามร่างพระราชบัญญัติใหม่นี้เป็นมหาวิทยาลัยที่เหมือนกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เหมือนกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เหมือนกับเป็นการยกระดับฐานะ หลีกหนีความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งคล้าย ๆ กับว่าการเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้น ประทานโทษ พูดกันว่าเหมือนกับเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสอง ท่านต้องการจะหนีแบบนั้น เท่านั้นเองหรือซึ่งผมคิดว่าไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น เมื่อท่านประธานไปดูวัตถุประสงค์ของ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยสวนดุสิตในวันนี้ต้องการให้เกิดความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา ความเป็นเลิศทางวิชาการควบคู่กับคุณธรรมจริยธรรม มาตรฐานและคุณภาพวิชาการ นำความรู้สู่สังคมเพื่อการแก้ไขปัญหาสังคมมีความรับผิดชอบต่อสังคมและรัฐในระดับชาติ และระดับท้องถิ่น มีการบริหารแบบมีส่วนร่วมของบุคลากร เชื่อถือได้ไหมครับกับบทบาท ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้านี้ ที่ผ่านมาท่านประธานที่เคารพครับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นข่าวคราวถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่อง โดยเฉพาะล่าสุดนี่ก็เรื่องของการมีบทบาท ในการสำรวจประชามติในช่วงเลือกตั้งหรือทำโพลล์ (Poll) ผมต้องเรียนกับท่านประธาน เป็นเบื้องต้นก่อนว่าผมไม่ได้คัดค้านบทบาทของสถาบันการศึกษาที่ไปทำสำรวจประชามติ เพราะนั่นเป็นหนึ่งในกระบวนการแสวงหาองค์ความรู้เป็นกระบวนการในการใช้วิธีการ เพื่อหาคำตอบในทางสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในระเบียบวิธีวิจัยที่ประชาคมวิชาการ เขาก็ยอมรับกัน แต่บทบาทการไปทำสำรวจประชามติในเรื่องที่ไม่ควรจะสำรวจอันนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องทบทวน ท่านจะมีคุณธรรมจริยธรรมทางวิชาการได้อย่างไรถ้าสิ่งที่ท่านทำนั้น ไม่ได้เป็นประโยชน์กับสังคม แถมท้ายยังเป็นเครื่องมือในทางการเมืองเป็นเครื่องมือ ของกลุ่มผลประโยชน์ นั่นยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขากับเรื่องคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้นไปอีก ต้องเรียนกับท่านประธานว่าโพลล์ที่ทำในช่วงเลือกตั้งนั้นเป็นประโยชน์กับใคร การเลือกตั้ง