สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๖

บัญญัติ เจตนจันทร์ พูดถึงเรื่องร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... ที่มีหลักการและเหตุผลที่จะให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และมีความกังวลเกี่ยวกับค่าหน่วยกิตและมาตรฐานคุณภาพการศึกษา

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

พอดีผมจองไว้ก่อนนะครับ ท่านประกอบ ให้ผมได้อภิปราย กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. .... นั้นผมเห็นชอบในหลักการ เหตุผล ที่จะให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตซึ่งจัดตั้งโดยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการที่คล่องตัวและมีอัตลักษณ์ แล้วก็สามารถจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมมากยิ่งขึ้น สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แล้วก็ผลิตบัณฑิต ที่มีคุณภาพออกสู่สังคมจำนวนมาก ดังเราจะเห็นว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตนั้น เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในทางบวก แล้วก็มีพัฒนาการ มีลูกศิษย์ลูกหาเพิ่มมากขึ้น ผมคิดว่ามูลเหตุเหล่านี้ทำให้รัฐบาลมองเห็นว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้สามารถที่จะเลี้ยงตัวได้ ก็มีมหาวิทยาลัยที่ได้ออกไปจากระบบราชการหลาย ๆ แห่งด้วยกัน แล้วก็มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ก็ทยอยที่จะออกไปเป็นมหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐบาล เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นส่วนราชการอยู่ ก็มีไม่ใช่น้อยนะครับ ในส่วนที่เป็นราชการกับที่ไม่ใช่ราชการเขามีความแตกต่างกัน ที่เป็นราชการมหาวิทยาลัยนั้นจะมีความคงทนในการที่จะไม่ล้มง่าย ก็หมายความว่ามหาวิทยาลัย ในต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่ยังกันดารอยู่ ถ้าหากว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ออกไปอยู่ในกำกับ ของรัฐตั้งแต่ต้นก็เกรงว่าจะไม่รอด แต่ถ้ามหาวิทยาลัยไหนที่มีแนวโน้ม มีความนิยม มีสินทรัพย์ จำนวนมากที่จะก่อให้เกิดรายได้ ยกตัวอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็มีสินทรัพย์จำนวนมาก ที่จะมาเลี้ยงตัวสถาบันหรือตัวมหาวิทยาลัย เขาก็มีทุนรอนที่จะมาดูแลมหาวิทยาลัยได้ จำนวนมาก หรือมีความนิยมแข่งขันสูง เขาก็สามารถที่จะมีนักศึกษาเข้ามาอยู่ในมหาวิทยาลัย จำนวนเพียงพอ เรียกว่ามีลูกค้าที่เพียงพอ เพราะฉะนั้นการที่มหาวิทยาลัยที่จะออกไปอยู่ในส่วนที่ ไม่เป็นราชการ อย่างเช่นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตจะเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนี้ ผมก็เป็นความกังวลว่าเมื่อออกไปอยู่ในการกำกับของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการแล้วก็กังวล ถึงนักศึกษาว่าค่าหน่วยกิตจะแพงลิบลิ่ว เพราะว่าปัจจุบันนี้เริ่มมีกระแสที่นักศึกษาต่อต้าน มหาวิทยาลัยที่จะออกไปอยู่ในลักษณะเช่นนี้จำนวนมากขึ้น เพราะค่าหน่วยกิตต้องยอมรับเลยว่า เมื่อมีการแข่งขันสูงก็มีการแปรผันโดยตรงกับค่าหน่วยกิต เพราะว่าครูบาอาจารย์ที่จะต้องมี ค่าจ้าง ค่าแรง หรือว่าเงินเดือนสูง ๆ มักจะต้องมีรายได้ส่วนหนึ่งก็คือมาจากค่าหน่วยกิตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลที่จะให้เป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ก็ขอฝากไว้เลยว่าทางมหาวิทยาลัยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษา ในระดับอุดมศึกษาให้ได้อย่างน้อยก็เท่าเดิม แต่จะต้องมากกว่าเดิม แล้วก็ภาระค่าเล่าเรียน ที่พี่น้องลูกหลานคนไทยที่จะต้องมาเรียน หรืออนาคตอาจจะเป็นอาเซียน (ASEAN) ก็ได้ หรือทั่วโลกก็ได้ที่จะต้องมาเรียน อย่างน้อยมาตรฐานมากกว่าเดิมแต่ราคาค่าหน่วยกิต จะต้องไม่มากกว่าเดิม หรือให้แปรผันตามเศรษฐกิจ อย่าให้มันมีลักษณะของการฉวยโอกาส ที่จะรับเฉพาะชนชั้นคนร่ำรวยที่จะมีสิทธิมาเรียนได้ อันนี้ก็เป็นห่วงกังวล แต่ถ้าอยู่ใน ระบบราชการ แน่นอนครับเรื่องราคาค่าหน่วยกิตนี่ไม่แพง แต่ว่ามันก็จะมีความไม่คล่องตัว ในการบริหารทำให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงก็เติบโตยากนะครับ ก็เปรียบเสมือนต้นไม้ ถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ในราชการก็เหมือนต้นไม้บอนไซ อายุคงทน อายุยืน แต่ก็แตกใบอ่อน อาจจะได้ยากหน่อยเพราะเนื่องจากเงินทุนมันจะไหลเข้ามาได้น้อยกว่า แต่ถ้าเป็นระบบ ที่ออกไปอยู่ในการกำกับของรัฐก็สามารถที่จะมีการทำธุรกิจต่าง ๆ เพื่อการเลี้ยงตัวเอง ก็เหมือนต้นไม้ที่มีใบมาก เมื่อไรก็ตามที่มีเงินหรือทรัพยากรไหลเข้ามาในมหาวิทยาลัยน้อย มันก็จะทรุดทันที ฉะนั้นการที่ท่านออกไปเป็นหน่วยงานที่ในกำกับของรัฐก็ต้องให้พนักงาน หรือข้าราชการในมหาวิทยาลัยนี่ได้มีโอกาสมีทางเลือกที่เขาจะยอมรับความเป็นพนักงาน ของมหาวิทยาลัยที่เคยเป็นข้าราชการแล้วต่อมาจะต้องมากลายเป็นพนักงานของ มหาวิทยาลัย ซึ่งความมั่นคงของอาชีพนักวิชาการหรือครูบาอาจารย์นี้ก็อาจจะไม่มีมากเท่าเดิม เพราะฉะนั้นท่านสามารถที่จะรับรองได้หรือไม่ว่าข้าราชการในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อออกมาเป็นมหาวิทยาลัยสวนดุสิตแล้วเขาจะไม่ถูกกระทบกระเทือน หรือท่านมีมาตรการ ในการดูแลเยียวยาเขาอย่างไร ซึ่งก็คงจะอยู่ในมาตราต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยสรุปแล้วก็คือว่าขอให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติสวนดุสิตในวาระที่หนึ่ง ในขั้นรับหลักการนะครับ ในส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ก็ฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณาในมาตราต่าง ๆ ได้รับไปพิจารณาด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ