สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๖

เชน เทือกสุบรรณ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 39 โดยไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ และเสนอแปรญัตติเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 49 นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการเงินของการยางแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าเงินนั้นมาจากเกษตรกรชาวสวนยาง และควรใช้เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือเกษตรกรในด้านการปลูกยางแทน และการวิจัยพัฒนา

นายเชน เทือกสุบรรณ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๓๙ กรรมาธิการมีการแก้ไข ซึ่งในการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนั้นผมไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ ถึงได้ขอแปรญัตติโดยสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมความ ในมาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง และวรรคสองเป็นดังนี้

วรรคหนึ่ง จำนวนไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการ ของ กยท. และเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางทั้งในด้านวิชาการ การวิจัย การเงิน การผลิต การแปรรูป การตลาด และการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ การอุตสาหกรรมแปรรูปยางขั้นต้น การอุตสาหกรรม การผลิตผลิตภัณฑ์ยาง การอุตสาหกรรมไม้ยาง การรักษาเสถียรภาพราคายาง การพัฒนา ยางพารา การจัดสวัสดิการสังคมเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ ต่อเกษตรกรชาวสวนยางหรือผู้ประกอบกิจการยาง

(๒) จำนวนเงินนอกจากวรรคหนึ่ง (๑) ให้เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางในด้านการปลูกแทน ข้อความอื่นตัดออก

โดยเหตุผลใน ๒ ประเด็นนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง กับท่านประธานอย่างนี้ครับ การที่ผมเสนอให้จำนวนเงินไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานก่อนว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นพระราชบัญญัติจัดตั้งหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจของการยางแห่งประเทศไทย เกิดจากการยุบรวมส่วนราชการ ๓ ส่วนราชการ เข้ามาด้วยกัน แล้วแปลกมากนะครับ ไม่เคยมีพระราชบัญญัติฉบับไหนหรืออันไหนมาก่อน ที่การจัดตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้นมาเป็นรัฐวิสาหกิจก็ดีไม่ต้องใช้เงินของราชการเลย ไม่กล่าวถึงที่มาของเงินที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเลย สิ่งที่เป็นความตั้งใจจริง ๆ ที่จะใช้เงินเซสส์ ซึ่งกระผมได้เรียนท่านประธานไว้ตั้งแต่เบื้องต้นว่าเงินเซสส์นี่พวกกระผม ได้อธิบายกับท่านประธานแล้วนะครับว่าเงินเซสส์เป็นเงินที่เก็บจากเกษตรกรชาวสวนยาง โดยการเก็บจากเกษตรกรชาวสวนยางนี่เก็บที่ปลายน้ำ คือเก็บตอนส่งออกไปต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในประเทศไม่ต้องเสีย ไม่ต้องเก็บ แต่ว่าเก็บที่ผลิตภัณฑ์ที่ส่งไปต่างประเทศ ยางที่เป็นค่าพรีเมียม (Premium) ที่เก็บจากค่าธรรมเนียมการส่งออก และเป็นเงิน ของเกษตรกรโดยแท้ เกษตรกรที่ว่านั้นคือเกษตรกรที่ปลูกยางพารามาก่อน เดิมเจตนา ของการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกบอกไว้ชัดเจนนะครับว่าเงินจำนวนนี้เราต้องการ เอามาช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางวันที่จำเป็นจะต้องโค่นยางพาราที่มันหมดอายุแล้ว ยางพารานี่แตกต่างกับพืชสวนหรือพืชไร่อื่น ๆ นะครับ การที่จะได้ผล การปลูก การดำเนินการปลูกใหม่ ปลูกแทน จะต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ปีถึงจะได้ผลที่สมบูรณ์ เริ่มได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า เรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ามันเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน ที่เกษตรกรจะไม่มีรายได้แล้วก็จะต้องเสียเงินในการทะนุบำรุงการปลูก การใช้จ่าย ทั้งวัสดุ ทั้งปุ๋ย ทั้งแรงงาน ทั้งการบำรุงรักษาทั้งหลาย รวมทั้งกล้าพันธุ์ของยางพาราด้วย แต่ว่า เราประสงค์ที่จะเอาเงินก้อนนี้เก็บไว้ให้เกษตรกร แล้วส่วนหนึ่งก็เอามาเพื่อการรักษา เสถียรภาพของยางพารา อย่างนี้เราอธิบายได้ แต่ว่าหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานที่แปลกที่สุด ในการบัญญัติกฎหมายมา เป็นรัฐวิสาหกิจที่ประสงค์จะเอาเงินของเกษตรกรมาบริหารจัดการ บางเรื่องมีเหตุมีผลครับ อย่างกรณีการวิจัย การดำเนินการอื่น ๆ แต่ผมประสงค์ที่จะให้ เป็นรายย่อย การปลูกใหม่ก็ดี การส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปยาง การดำเนินการต่าง ๆ ก็ดี กระผมเองเห็นว่าเป็นภารกิจของรัฐบาลควรที่จะเอาเงิน ของรัฐบาลมาที่จะใช้จ่ายเหล่านี้ รวมทั้งการส่งเสริมการค้ายาง ผู้ประกอบกิจการยางต่าง ๆ ผมเลยจัดงบประมาณตัวนี้ไว้เพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินเซสส์ เงินเซสส์อย่างที่ว่านี้ก็คือ เงินของเกษตรกรแบ่งให้ไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นอกเหนือจากนั้นผมให้กับเกษตรกรในวรรคสอง เป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ในด้านการปลูกแทนทั้งสิ้นนะครับ ซึ่งเดิมก็เป็นอย่างนั้น เดิมจะให้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับการวิจัย การพัฒนาต่าง ๆ การใช้จ่ายของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มมาเป็น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าจะเบียดบังเอาเงินของเกษตรกรมากขึ้นไปอีกเรื่อย ๆ แล้วเอาไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมเกษตรกร ช่วยเหลือเกษตรกรจากเงินที่เขาเก็บหอม รอมริบไว้เอามาใช้จ่ายในเรื่องของเขาแล้วเราไปใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ ซึ่งมีภารกิจมากมายเลย ท่านประธานจะเห็นนะครับ แล้วการเขียนภารกิจไว้อย่างนี้ไม่ได้เขียนโดยข้อจำกัดว่า เอาไปทำเท่าไร ไปให้น้ำหนักกับส่วนไหน เพราะฉะนั้นผมแยกน้ำหนักชัดเจนว่าวรรคหนึ่ง จำนวนไม่เกินร้อยละ ๒๕ ใช้จ่ายอื่น ๆ วรรคสอง จำนวนเหลือจากนั้นก็คือร้อยละ ๗๕ ต้องคืนเกษตรกร ใช้ในการปลูกแทนของเกษตรกร ส่งเสริมให้ เพราะเป็นเงินของเขา ผมคิดว่าผมจำเป็นจะต้องอธิบายอย่างนี้กับท่านประธานเพื่อจะเรียนท่านประธานว่า ผมออกไปข้างนอก จะเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลก็ดี เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านก็ดีที่ไม่ทำสวนยาง เขาไม่ทราบนะครับ ไม่ทราบจริง ๆ หลายคนว่ามีด้วยหรือเอาเงินของเกษตรกรมาตั้ง การยางแห่งประเทศไทย เขาเข้าใจว่าเงินที่พูดถึงเป็นเงินของหลวง เงินของรัฐบาล แต่อันนี้ ผมแยกพูดให้ชัดเจน อธิบายให้เห็นรูปธรรมชัดเจนก็คือว่ามันไม่ใช่เงินหลวง มันเป็นเงินราษฎร์ เงินของราษฎร ท่านประธานครับ ความคิดอย่างนี้มันมีลุกลามนะครับ เดี๋ยวนี้ลุกลามไปถึง ความคิดที่จะไปเอาเงินของผู้ใช้แรงงานที่เก็บสะสมไว้เห็นว่าเป็นเงินก้อนโตจะเอามาใช้กันก่อน ทำนองนี้ ผมไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก ในเรื่องนี้มีความชัดเจนครับที่พูดนี่ เพราะพูดนี่ ไม่ใช่ว่าไม่ส่งเสริมอย่างอื่นนะครับท่านประธาน ผมเคยเรียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าผมส่งเสริม ผมสนับสนุนให้รัฐบาลทำการส่งเสริมให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางหรือเมืองยางที่เคยพูดกัน มานาน ทำเสียที ทำให้เป็นรูปธรรมเสียที แต่อย่าเอามาพูดว่าอันนี้เป็นอย่างนี้เพราะขัดขวาง ไม่ให้ไปทำ เงินของรัฐมีเก็บภาษีอากรจากชาวสวนยางในส่วนอื่น ๆ แต่เฉพาะเงินพรีเมียม การส่งออกเป็นเงินของเขาโดยเฉพาะที่ต้องการเอามาเพื่อชดเชยการขาดรายได้ระหว่างที่ ปลูกแทนนะครับ ท่านประธานครับ ผมเลยแปรญัตติว่าเงินจำนวนไม่เกินร้อยละ ๒๕ เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกิจการของ กยท. และเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ส่วนเงินจำนวน นอกเหนือจากนั้นคือ ๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเงินที่ต้องคืนเกษตรกรเขาใช้ในการปลูกแทนครับ และไว้ใช้ในการรักษาเสถียรภาพยางโดยความจำเป็นต่าง ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมแปรญัตติด้วยเหตุผลอย่างนี้ ขอบคุณครับ