ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แถลงว่า กรมชลประทานควรจัดสรรเงินเซสส์ให้เกษตรกรไร่ละ ๒๕,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ต้องใช้จ่ายสูงขึ้นในเรื่องค่าปุ๋ย ค่าขนส่ง ค่าแรงงาน และเรียกร้องให้ไม่เกินร้อยละ ๗๕ ของเงินเซสส์ให้เกษตรกรที่เก็บมาไว้ และไม่ควรใช้เงินนี้ในการแก้ไขปัญหาราคายาง ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับเงินกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และเรียกร้องให้คืนเงินให้กับชาวสวนยางร้อยละ 75
ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ จากประเด็น ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ลุกขึ้นชี้แจงที่พวกกระผมได้ขอแปรญัตติไว้นะครับ ผมคิดว่า ประเด็นที่สำคัญที่อยากจะพูดเริ่มต้นเลยก็คือในเรื่องของการที่จะจัดสรรเงินเซสส์มาใช้ ในการปลูกแทน ซึ่งท่านยืนยันว่าจากตัวเลขที่ได้ไปศึกษากันในชั้นกรรมาธิการนั้นมีความเพียงพอ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ตอนในชั้นกรรมาธิการพวกผมก็ได้ถกเถียงกันว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วไม่มี ความเพียงพอ ด้วยเหตุผล ๒ ประการครับ
ประการแรก ก็คือในเรื่องของราคายางที่ลดลง มีแนวโน้มในการที่จะเก็บ เงินเซสส์ได้ลดลงตามมาด้วย
ประการที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าเดี๋ยวนี้ ๖๖ จังหวัด ๑๘ ล้านไร่ใช่ไหมครับ ทั่วประเทศที่ต้องได้รับการดูแลในการปลูกแทนในอนาคต และเดี๋ยวนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี ก็คงทราบดีนะครับ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานได้มีการกรีดยางก่อนเวลาอันสมควร และผมคิดว่าไม่ถึง ๒๐ ปีด้วยซ้ำไปนะครับอาจจะต้องมีการโค่นยาง นี่คือปัญหาที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต
และประการที่ ๓ คือโดยข้อเท็จจริงตัวเลขก็ได้ย้ำให้เห็นแล้วว่าในขณะนี้ ที่เราได้มีการปรับค่าเงินเซสส์คืนกลับกับคนปลูกแทน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท จนมาถึงเป็นไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท แล้วก็ในช่วงรัฐบาลที่แล้วนี่ครับได้มีการขยาย เงินเซสส์ขึ้นมาให้กับพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท ๗ ปีครับที่เขาต้องเวลา ท่านประธาน ลองหลับตาดูว่าคนที่มียาง ๑๕ ไร่ แล้วขอโค่นปลูกแทนหมด เขาจะมีรายได้อะไรครับ เขาจะมีรายได้อะไร ถ้าเขาได้จากการปลูกแทนเหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น เขาได้เอาเงินก้อนนี้มาลงทุนปลูกพืชไร่ในสวนยาง ได้ทำมาหากิน เพราะฉะนั้นจึงมีการเรียกร้องของพี่น้องกลุ่มเกษตรกรตอนนี้ครับ ไม่ทราบว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการทราบหรือไม่ครับ เกษตรกรบ้านผมเขาเรียกร้องว่าควรที่จะจัดสรรเงินเซสส์ ให้เขาไร่ละ ๒๕,๐๐๐ บาท จึงจะเหมาะสมกับค่าครองชีพที่มันสูงขึ้น ค่าปุ๋ยที่มันสูงขึ้น ค่าขนส่งที่มันสูงขึ้น ค่าแรงงานที่สูงขึ้น ผมจึงกราบเรียนว่าพวกผมไปคำนวณและไปศึกษา จากสภาพความเป็นจริงแล้ว ก็พบความเป็นจริงว่าถ้าเราจะเก็บเงินเซสส์ใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้น แล้วคืนกลับไปให้กับเกษตรกรผู้ที่เขาต้องจ่ายเงินมาเองร้อยละ ๗๕ จะเป็นจุดที่พวกผม เรียกร้องตั้งแต่ในชั้นกรรมาธิการจนมาถึงวันนี้ครับ เพียงแต่ท่านไปปรับลดในประเด็น ที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ประธานคณะกรรมาธิการได้ตอบเมื่อสักครู่นี้ คือใน (๒) ของท่านที่บอกไม่เกินร้อยละ ๒๐ นี่ ที่ท่านต้องการจะพาไปแก้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพ ราคายาง อย่างนี้ผมจะฟ้องกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับว่าวันนี้รัฐบาลกำลังประสบ ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางแล้ว นี่เป็นคำตอบของประธานคณะกรรมาธิการ และเป็นความไม่ชอบธรรมเลยที่ท่านจะเอาเงินก้อนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาราคายาง เพราะราคายางไม่ได้อยู่ปัจจัยเดียวในเรื่องของการใช้เงินเซสส์ แต่ราคายางอยู่ที่ปัจจัยหลายด้านครับ ๑. นโยบายของรัฐบาล ๒. ความร่วมมือกับต่างประเทศ ๓. ภาวะเศรษฐกิจของโลก และประการสุดท้าย ก็คือกระบวนการที่รัฐบาลต้องส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศให้เห็นผล และวันนี้ท่านจะไปประกาศว่าลดพื้นที่ ที่ประกาศวันก่อนรัฐมนตรีคนที่แล้วใช่ไหมครับ ผมจำได้ท่านจะให้โค่นปีละกี่แสนไร่ และวันนี้ท่านจะไปประกาศอย่างไรล่ะครับถ้าท่านมา ตอบในสภาอย่างนี้ แต่ถ้าท่านบอกว่าเตรียมไว้ร้อยละ ๗๕ ท่านพร้อมที่จะให้มีการโค่นยาง จาก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ที่ท่านพูดนั่นแสดงว่าต่ำกว่าเป้า ท่านศุภชัยก็ทราบดีว่าเราตั้งเป้าหมายไว้ ปีละ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ถูกไหมครับในการโค่นยาง และนั่นคิดในปริมาณตอนนั้นก็คือเรามียาง ๑๒ ล้านไร่ แต่วันนี้เรามีสวนยางพาราทั้งหมด ๑๘ ล้านไร่ครับโดยประมาณ และอาจจะเกิน มากกว่านี้ เพราะฉะนั้นการโค่นยางควรจะอยู่ที่ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ด้วยซ้ำไป ถ้า ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านลองคูณกับไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาทในอนาคตสิครับที่จะสอดคล้องกับค่าครองชีพ ก็เท่ากับ ๑๐,๐๐๐ ล้านนะครับในการปลูกแทน และการปลูกแทนนี้เป็นผลโดยตรงในการสร้างความสมดุล ของปริมาณยางของโลก หรือของประเทศผู้ผลิตยาง โดยเฉพาะประเทศไทยเราเป็นผู้ผลิต รายหลักครับ ท่านต้องยอมรับความเป็นจริงตรงนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะมาอ้างว่าต้องไปใส่ไว้ เพื่อไปแก้ไขปัญหาเสถียรภาพราคายางไม่เกินร้อยละ ๒๐ นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ ของกฎหมายฉบับนี้เลย ยิ่งจะยอมไม่ได้เลยครับวันนี้ ถ้าคณะกรรมาธิการชี้แจงอย่างนี้ ยอมไม่ได้เลยครับ ผมจะฟ้องกับพี่น้องเกษตรกรและเดินสายพบพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ทั่วประเทศว่ารัฐบาลนี้กำลังเอาเงินของท่านไปสนองตอบต่อนโยบายทางการเมืองของท่าน ที่ท่านต้องรับภาระเอง ราคายางตกต่ำท่านก็ใช้เงินกู้จากธนาคารกรุงไทยเหมือนที่รัฐบาลอื่นใช้ และมาบริหารโครงการในการแทรกแซงยางของท่านให้มีประสิทธิภาพ อย่าปล่อยให้มีการฉ้อโกง อย่าปล่อยให้มีการเผาโรงงาน อย่าปล่อยให้ยางเกิดการเสียรูปทรงมิสเชพ (Misshape) และไปลดราคาและไปขายในราคาถูก นี่ผมทำนายไว้ก่อนเลยครับท่านประธาน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการดูหน้าผมหน่อยสิ ท่านอย่าไปขายยางราคาต่ำกว่าราคาเป้าหมายนำนะ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่ยอมและฟ้องพี่น้องประชาชน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษี ของพี่น้องประชาชน
ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ที่ทางคณะกรรมาธิการยังไม่ตอบครับ เพราะผมได้แปรญัตติไว้เพื่อเป็นหลักประกันให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางครับว่า เงินในแต่ละสัดส่วนนั้นจะนำไปใช้ในการอื่นมิได้ นี่ละครับคือสิ่งที่ผมเป็นห่วง เพราะวันนี้ แม้แต่ร้อยละ ๖๕ ถ้าท่านไม่เขียนไว้ในมาตรานี้ นี่ผมเอามาจากร่างกฎหมายเดิมเขาเขียนไว้ อย่างนี้ครับ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าเงินก้อนนี้มาจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ควรที่ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางจะได้รับในกฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำ สวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ จนมีการแก้ไขใหม่ก็ได้เขียนไว้ชัดเจนครับ เขียนไว้ชัดเจนว่าเงินที่ได้ จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง จะนำไปใช้จ่ายเพื่อการอื่นนอกจากที่กำหนดไว้มิได้ นี่เจตนารมณ์ที่เขาจะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง แต่ท่านมา ตัดออกครับ เรื่องนี้ไม่ได้นะครับ ท่านต้องมีการปรับปรุงผมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งครับ ขอให้ คืนให้กับชาวสวนยางร้อยละ ๗๕ ๒. เอาวรรคนี้กลับมาครับ ไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมต้องมี การลงมติกันในสภานี้แน่นอนครับ