สมบูรณ์ ชี้แจงปัญหาปลูกทดแทนยางพารา เรียกร้องปรับเงินสงเคราะห์เป็น 26,000 บาท

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๖

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ชี้แจงปัญหาการปลูกทดแทนยางพาราโดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเดิมที่อัตราเงินสงเคราะห์ 16,000 บาทต่อไร่ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับค่าแรงและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ปรับเพิ่มเป็น 26,000 บาทเพื่อลดปริมาณยางล้นตลาด และเสนอให้ปรับสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางมาสนับสนุนการปลูกทดแทนอย่างเต็มที่ โดยอ้างอิงถึงกฎหมาย พ.ร.บ. สงเคราะห์การทำสวนยางและประวัติศาสตร์การเก็บเงินเซสส์

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง ผมเชื่อว่ากรรมาธิการทั้งหลายที่นั่งอยู่ข้างบน ในขณะที่ท่านประธานชี้แจงท่านก็เกิดความวิตกกังวลคล้าย ๆ กันกับผม วันนี้พอยกตัวอย่าง สมมุติว่าเราส่งออกยางพาราได้ประมาณ ๓,๑๐๐,๐๐๐ ตัน ก็คือเก็บเงินเซสส์ได้ ๓ บาท ก็ตกได้ ๙,๓๐๐ ล้านบาท ๙,๓๐๐ ล้านบาท ท่านก็แบ่งไปให้กับ กยท. ๑,๓๑๕ ล้านบาท ร้อยละ ๑๕ เอาไปสำหรับรักษาเสถียรภาพราคายางหรืออย่างไรก็แล้วแต่อีก ๑,๘๖๐ ล้านบาท แล้วคาดว่าจะมีเงินสำหรับการปลูกแทนอยู่ ๖,๐๔๕ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ กันเลยว่า ๖,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วกัน วันนี้มีผู้ประสงค์จะโค่นยางทั้งหมดประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ หรือมีความต้องการ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ เอาว่าวันนี้ถ้าเกิดปริมาณการปลูกยางในประเทศ ๑๘ ล้านไร่ ถ้าเกิดเราต้องการควบคุมปริมาณการผลิตเขาบอกว่าควรจะอยู่ที่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี แต่เพื่อ ช่วยทางรัฐมนตรี ช่วยกรรมาธิการแล้วกัน ผมให้ท่าน ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ท่านคิดว่าตอนนี้ ๑๖,๐๐๐ บาทในการโค่นยางหรือปลูกทดแทนพอไหมครับ ท่านรัฐมนตรีศุภชัยท่านเป็นคนรู้ว่า การปลูกยางวันนี้ค่าแรงมันเปลี่ยน ค่าปุ๋ยมันเปลี่ยน ค่าพันธุ์มันเปลี่ยนอย่างไร เดิมเขาให้กันแค่ ๙,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่หลังจากที่มีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเขาก็ปรับมาเป็น ๑๑,๐๐๐ บาทต่อไร่นะครับ ท่าน ผอ. วิทย์ แล้ววันนี้พอเราเก็บค่าเซสส์ได้เยอะเราก็มีความรู้สึกว่าเราคืนทุนไปให้กับ เกษตรกรที่เขาเสียค่าเงินเซสส์เราก็เลยปรับมาเป็น ๑๖,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานเห็นไหมครับ นโยบายของ สกย. เดิมถ้าเกิดไปปลูกยางให้ ๑๖,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่ถ้าไปปลูกปาล์มให้ ๒๕,๐๐๐ บาท เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เพื่อลดปริมาณยาง คุณไปปลูกปาล์มเสีย เอาไปเลย ๒๖,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้ถามว่าระหว่างการปลูกปาล์มกับปลูกยางค่าใช้จ่าย เท่ากันไหม บางทียางพาราอาจจะแพงกว่าด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้อัตราของการปลูกทดแทน หรือเงินสงเคราะห์มันจะต้องมากกว่า ๑๖,๐๐๐ บาท จะไปอยู่ที่อัตราเท่าไรผมเชื่อว่า ทาง สกย. หรือ กยท. จะต้องมีตัวเลข แต่ว่านี่ ๑๖,๐๐๐ บาทอยู่ไม่ได้แล้ว เอาว่าสมมุติว่า เราไปอยู่ที่ราคาส่งเสริมการปลูกปาล์ม หรือที่นายแพทย์สุกิจอภิปรายไว้แล้วว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเรียกร้องไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท ได้กี่ไร่ โค่นยางได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ทีนี้ปัญหาที่มันจะเกิดคืออะไร ปริมาณยางก็ล้น แล้วท่าน ไปทำผิดกฎหมาย ๓ ประเทศด้วยที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยทำไว้นะครับ และรัฐมนตรีทุกคน ที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ เขาเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เขาเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย ไปตกลงกันว่า ๑. เราจะไม่ขายยางตัดราคากัน ๒. เราจะควบคุม การผลิต ก็คือเราตัดสินใจว่าเราโค่นยางกันประเทศละ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่วันนี้ท่านไม่มีเงิน แล้วท่านจะทำอย่างไร มันเกิดจากการที่ท่านวางแผนแค่นั้นเอง วันนี้ถ้าเกิดท่านปรับกลับไป เอาละครับ กยท. จำเป็นต้องใช้ร้อยละ ๑๕ ในการรักษาเสถียรภาพหรือดูแลพี่น้องเกษตรกร หรือการวิจัย เราเพิ่มไปเหมือนที่ผมเพิ่ม ผมบอกแล้วว่าเพิ่มไปร้อยละ ๘ ก็พอ เงินส่วนนี้ เอามาไว้สำหรับการปลูกแทน ให้ไปเลยครับไร่ละ ๒๖,๐๐๐ บาท โค่นได้ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วท่านไม่ต้องห่วงครับ นี่คือการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา วันใดก็แล้วแต่ ที่พี่น้องประชาชนโค่นยางมาก ไปปลูกไม้อื่นปริมาณยางที่มันจะเพิ่มมันก็ลดน้อยลง การควบคุม การส่งออกเหมาะสมกับความต้องการของต่างประเทศ นี่คือเขาคิดกันมานานแล้วครับ เขาเลยออกกฎหมาย พ.ร.บ. สงเคราะห์การทำสวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ อัตราการเก็บเงินเซสส์ บางรัฐบาลนะครับ ผมเรียนว่าผมรับทราบจากท่านชวน หลีกภัย ว่าบางช่วงบางสมัย ที่ราคายางมันลง หรือราคายางมันตกต่ำนี่รัฐจะไม่ต้องไปแกล้งประชาชน หรือแกล้งเกษตรกร เขายกเลิกการเก็บเงินเซสส์ เหมือนผมเคยกราบเรียนท่านประธานว่าปี ๒๕๓๒ เนื่องจาก เกิดภาวะราคายางตกต่ำ เงินสงเคราะห์ที่จัดเก็บกิโลกรัมละ ๑.๗๐ บาทมีผลกระทบทำให้ ต้นทุนของเกษตรกรสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๓๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการยกเว้นการเก็บเงิน เข้ากองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง นี่คือรัฐบาลเขาเห็นภาวะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำราคายางขึ้น ๑๘๐ บาท ๒๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีศุภชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนั้นเราปรับเปลี่ยนอัตราการเก็บ เงินเซสส์ จากเดิมเราเก็บกิโลกรัมละ ๑.๔๐ บาท ราคายางมันทะลุไป ๑๐๐ กว่าบาท ตัดสินใจเก็บเงินเซสส์มากขึ้นเพื่อเอาเงินมาเป็นกองทุนไว้สำหรับปลูกทดแทน ให้มันมี การปลูกทดแทนด้วยจำนวนเงินมากขึ้นเลยเก็บเงินที่เกินกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เก็บอัตรา เงินสงเคราะห์ ๕ บาท วันนี้ราคายางลดลงต่ำกว่า ๑๐๐ บาท อยู่ในราคาที่เกิน ๘๐ บาท ก็เก็บ ๓ บาท ถ้าวันใดก็แล้วแต่มันตกลงไปอีกเหลือ ๗๐ กว่าบาท ท่านประธานเก็บแค่ ๒ บาท ๒ บาท ส่งออกได้ ๓,๐๐๐ ล้านกิโลกรัม เก็บเงินได้แค่ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ละมันจะเดือดร้อนกัน ทั้งประเทศ แล้วเผลอ ๆ ถ้าเกิดรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลที่ดูแลพี่น้องประชาชนจริง ๆ วันนี้ ราคายางตกเขางดเก็บเซสส์ก็มี เหมือนที่ผมเคยกราบเรียนแล้วว่าเอาละถ้าวันนี้เรางดเก็บเซสส์ สัก ๓ บาท ราคายาง ๓ บาทจะตกกับเกษตรกรทันทีเลย ๘๐ บาท เป็น ๘๓ บาททันที ทุกคนแฮปปี้ (Happy) แต่วันนี้ท่านทำอะไร ท่านตัดสินใจว่าเอาละฉันจะไม่งดเว้น เกษตรกร จะตายก็ตายไป ฉันเอาเงินเข้ามากองทุนก็แล้วกัน ฉันไม่รอรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เอาเงินไปอุดนโยบายรัฐบาล แล้วท่านรู้ไหมครับว่าเงินดังกล่าววันนี้คณะกรรมาธิการ กำลังเป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาล เช่นปลูกใหม่มันเป็นประชานิยม ท่านอาจจะเอาไปประกาศกันทั่วประเทศในวันนี้ว่า เรากำลังออกกฎหมายส่งเสริมการปลูกใหม่ พี่น้องเกษตรกรที่มีที่ดินตั้งแต่ ๒-๑๕ ไร่ มารับเงินที่การยางแห่งประเทศไทยเลยไร่ละ ๒๐,๐๐๐ บาท เท่าไรก็แล้วแต่ปลูกใหม่ เราส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรมีสวนยางเป็นของตัวเอง และผลกระทบต่อไปก็คือยางพาราเต็ม ทั้งประเทศ นี่ท่านเอาเงินไปสำหรับปลูกใหม่แล้ว

ข้อที่ ๒ ท่านคงไม่มีแนวคิดในเรื่องการลดเงินเซสส์เหมือนกับบางรัฐบาลที่เขารู้ว่า วันนี้ประชาชนเดือดร้อน ทำอย่างไรให้เขาบรรเทาความเดือดร้อนที่สุดแต่ท่านก็ไม่ได้คิด กรรมาธิการครับผมเชื่อว่าท่านมีเวลา วันนี้อัตราของการปลูกแทนเป็นสิ่งจำเป็น ผมบอกแล้วว่า ถ้าเกิดยิ่งเก็บเงินไม่ได้ตามเป้า ราคาไม่ได้ตามเป้าตรงส่วนนี้เดือดร้อน แล้วถ้าเกิดพี่น้องประชาชน ไม่ยอมโค่นยางเหตุผลเพราะว่ามันไม่คุ้มในระหว่าง ๗ ปีที่รอผลผลิตแล้วก็ได้รับเงินสงเคราะห์ มาน้อย ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่ พี่น้องประชาชนก็ต้องทนกรีดยางที่น้ำยางไม่ค่อยออก ท่านประธานครับ ปริมาณยางก็ล้นเราก็ไม่เป็นมิตรที่ดีต่อผู้ผลิตยาง เราจะเป็นคนชั่วในสายตาคนอื่น เป็นคนเห็นแก่ตัวทุกอย่างครับ วันนี้พังทั้งระบบเนื่องจากท่านไปกำหนดโดยคิดเอาง่าย ๆ ว่า ร้อยละ ๖๕ ก็คงพอเพราะว่ามีคนขอกันแค่ ๒๕๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าคุณให้เงินเขาแค่นี้ เหมือนที่คนบอกละครับว่า ท่านประธานครับ วันนี้ค่าใช้จ่ายในการสงเคราะห์ก็ต้องสูงขึ้น และเงินยิ่งเก็บได้น้อยลงอันตรายครับ ท่านสามารถที่จะแก้ไขได้ ผม กรรมาธิการทุกคน เราห่วงใยจริง ๆ ครับ เราไม่ได้ชนะคะคานว่าอยากจะเอาตามเปอร์เซ็นต์ของเราหรอกครับ แต่ว่าถ้าเกิดท่านสามารถกลับไปทบทวนเอาไปคิดกันว่าตรงนี้เหมาะสมที่สุดไม่กระทบ ยินดีครับ เพราะว่าพวกผมอยากให้ราคายางดีทุกรัฐบาลครับ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร ได้มีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ว่ากฎหมายมันเป็นตัวชี้นำว่านโยบายต่อไปจะทำอย่างไร ส่งเสริม ให้เขาโค่นยางอย่างไร แต่ถ้าเกิดท่านให้เขา ๑๖,๐๐๐ บาท แล้วก็ไม่มีเงินพอเขาก็ไม่โค่น ปริมาณยางก็เยอะ พอปริมาณยางเยอะราคาก็ตก ท่านก็แก้ปัญหากันมั่วหมดเป็นลิงพันแห ไม่มีทางแก้ได้ เชื่อผมเถอะครับ ผมเป็นคนที่เกิดจังหวัดที่มีต้นยางต้นแรกเรารับผิดชอบ ต่อเรื่องยางพาราของประเทศครับท่านประธาน