สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๖ มีนาคม ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการสวนยางเพื่อการวิจัยและพัฒนา และการสร้างเสถียรภาพราคายาง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบและยอมรับความเป็นจริงในการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารา โดยต้องการให้มีนโยบายที่ชัดเจนและผลักดันให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางขึ้นมา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็น ที่เราได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งในขณะนี้ ก็ได้พิจารณามาถึงมาตรา ๙ นะครับ ผมเกริ่นตรงนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ เพราะมาตรา ๙ นั้นเป็นมาตราที่เติมเต็มให้สอดรับ กับมาตรา ๘ ที่ให้การยางแห่งประเทศไทยมีวัตถุประสงค์ตามที่ได้อภิปรายไปแล้วใน (๑) ถึง (๕) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นหลักการสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือเราต้องการให้ การยางแห่งประเทศไทยนั้นมีเอกภาพในการบริหารจัดการเรื่องยางพารา ซึ่งเดิมนั้น การบริหารจัดการเรื่องยางพาราขึ้นอยู่กับหลายหน่วยงาน คือขึ้นอยู่กับกองทุนสงเคราะห์ การทำสวนยางที่เรียกว่า กสย. ขึ้นอยู่กับองค์การสวนยาง เรียกว่า อสย. และขึ้นอยู่กับ สถาบันวิจัยยางของกรมวิชาการ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นในมาตรา ๘ ที่มีวัตถุประสงค์ ชัดเจน จึงได้มีการยกร่างมาตรา ๙ ขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะให้อำนาจในการกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ นั้นมีความชัดเจนมากขึ้น ตามจริงผมไม่ลุกขึ้น อภิปรายนะครับมาตรา ๙ เพราะผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๔๙ แต่มีประเด็นเนื่องจาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ลุกขึ้นมาตอบยังไม่ชัดเจน ผมคิดว่ามีความสำคัญที่ผมจำเป็น ต้องอภิปรายเพื่อให้เกิดความชัดเจนและบันทึกไว้ในสภา เพราะจะมีผลต่อการนำกฎหมาย ฉบับนี้ไปบังคับใช้ และมีผลต่อการที่จะไปรวมหน่วยงานทั้งหมดให้มาดำเนินการในเรื่อง ของกิจการดังกล่าวให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ท่านประธานครับ มันมีประเด็นที่ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข ๒ อนุมาตราคือ (๒) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าหากเราไม่ได้ติดตามก็จะมีความเข้าใจตรงกันกับที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณา ซักถามต่อคณะกรรมาธิการว่า การเขียนไว้อย่างนี้ถ้าไม่ได้ให้เกิดความชัดเจนก็ประหนึ่งว่า จะให้การยางแห่งประเทศไทยนั้นประกอบกิจการธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องยางพาราเพื่อแข่งขัน กับเอกชนใช่หรือไม่ ผมคิดว่าตรงนี้คณะกรรมาธิการต้องตอบให้ชัดเจนครับ เพื่อจะได้บันทึก ไว้ในสภาว่าจริง ๆ การยางแห่งประเทศไทยนั้นที่เราต้องมีกรอบอำนาจตรงนี้ตามวัตถุประสงค์ ก็เพราะว่าเราไปรวมเอาองค์การสวนยาง องค์การสวนยางนั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับ ธุรกิจ คือมีสวนยางอยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีโรงรมยาง มีโรงเลื่อยยาง มีโรงยางอัดแท่ง ซึ่งเขาประกอบธุรกิจอยู่แล้วตามกฎหมายเดิม แต่วันนี้คณะกรรมาธิการเห็นว่าเมื่อมารวมเป็น การยางแห่งประเทศไทย การที่องค์การสวนยางจะประกอบธุรกิจดังกล่าวนี้ได้ต้องประกอบธุรกิจ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อประกอบกิจการยาง ที่ผมต้องพูดตรงนี้และขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการ เพราะผมได้ไปสงวนความเห็น ในมาตรา ๔๙ ที่จะนำเอาเงินค่าธรรมเนียมการยางหรือเงินเซสส์ (CESS) มาใช้ เพราะฉะนั้น ต้องยืนยันให้ชัดเจนนะครับว่า คำว่า ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา หมายถึง ภารกิจเดิม ขององค์การสวนยางที่เขาประกอบธุรกิจอยู่แล้วใช่หรือไม่ แล้วมาดำเนินการเพียงเพื่อ ไปสนับสนุนและส่งเสริมเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการชาวสวนยาง ถ้าเป็นไป ตามหลักการเดิมดังกล่าวที่เรารวมเอากฎหมายองค์การสวนยางเข้ามา ผมไม่ขัดข้องครับ เพราะองค์การสวนยางมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่บ้านผมเองครับ และเขาเป็นหน่วยงานที่ทำเรื่อง ธุรกิจการยางเป็นต้นแบบให้กับประเทศไทยเรามา เป็นหน่วยงานที่ดำเนินการในการทำ มูลค่าเพิ่มให้กับยางพารามาตลอดระยะเวลาอันยาวนานเกือบ ๕๐ ปีแล้วครับ สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการต้องมีความชัดเจนในเรื่องของ การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราก็คือการทำให้การยางแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ ในส่วนที่ได้เอาอำนาจขององค์การสวนยางมาดำเนินการ และแน่นอนที่สุดครับ พื้นที่ตรงนี้ ต้องเกิดความชัดเจนต่อไป เนื่องจากว่าในมาตรา ๘ (๑) ก็ได้เขียนเป็นบทบัญญัติ และเราเห็นชอบไปแล้วชัดเจนว่าการยางแห่งประเทศไทยนั้นมีหน้าที่ในการบริหาร จัดการสวนยางเพื่อการวิจัยและพัฒนา ตรงนี้จะเข้าไปสอดรับกับ (๒) ก็คือว่าต่อไปนี้ สวนยางขององค์การสวนยางทั้งหมดจะต้องมาดำเนินการในการประกอบธุรกิจในนามของ การยางแห่งประเทศไทย แต่ต้องมาดำเนินการในการที่ไปสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ก็คือ บริหารจัดการสวนยางเพื่อการวิจัยและเพื่อการพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือความชัดเจนเพราะว่าจะประกอบเป็นบันทึกเอาไว้

อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมขอโอกาสที่จะเรียนคณะกรรมาธิการเพื่อให้เกิด ความชัดเจนก็คือใน (๕/๑) ที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวก ให้มีการลงทุนเกี่ยวกับการอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยางภายในราชอาณาจักร อันนี้ก็คงเช่นเดียวกันครับ เพราะเราต้องการที่จะสร้างเสถียรภาพราคายางให้เป็นไปตามกรอบ และวัตถุประสงค์ ผมไม่เคยเชื่อหลักการในการที่จะสร้างเสถียรภาพราคายางโดยการประกัน หรือโดยการจำนำ เพราะวิธีการดังกล่าวนี้เป็นวิธีการที่ปลายเหตุครับท่านประธาน วิธีการ ที่ต้นเหตุในการที่เราจะช่วยเหลือเกษตรกรในอนาคตคือวิธีการที่เราจะต้องดำเนินการ ในการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ให้เขามีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น ให้มีต้นทุนหรือปัจจัย การผลิตที่ต่ำลง และให้เขาสามารถรวมตัวกันเป็นกลุ่มเกษตรกรหรือสถาบันสหกรณ์ เพื่อให้มีความเข้มแข็งและสามารถส่งเสริมให้เขาสามารถที่จะทำผลิตภัณฑ์ยางขึ้นมาเองได้ และถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ ในฐานะท่านคุมนโยบาย ผมอยากเห็นนิคมอุตสาหกรรมยางที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นในสมัยท่าน ภายใต้บทบัญญัติอำนาจที่ได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา ๙ นี้ มาตรา ๙ นี้วัตถุประสงค์จริง ๆ ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ องค์การสวนยางที่เราจะมารวมเป็น การยางแห่งประเทศไทยนั้น ในขณะนี้มีพื้นที่ที่เป็นสวนยางพาราประมาณ ๔๐,๐๐๐ ไร่นี้ ผมคิดว่านี่เป็นจุดสำคัญที่อยากเห็นท่านลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง ภายในราชอาณาจักร เพื่อตอบโจทย์ที่สำคัญก็คือว่าวันนี้เราผลิตยางภายในประเทศ ต้องส่งออกไปขายต่างประเทศถึงร้อยละ ๙๐ ร้อยละ ๑๒ เท่านั้นเอง หรือประมาณร้อยละ ๑๐ เท่านั้นเองที่เราใช้ภายในประเทศ แต่ในส่วนร้อยละ ๑๐ ที่เราใช้ส่งออกไปเป็นผลิตภัณฑ์ยาง มีมูลค่ามากกว่ายางดิบทั้งหมดที่เราส่งขายร้อยละ ๙๐ ครับ

โจทย์ประการที่ ๒ ก็คือว่าวันหนึ่งเมื่อราคายางตกต่ำลงสิ่งที่เราจะต้องพึ่งพา ผมคิดว่ารัฐบาลต้องยอมรับความเป็นจริงคือเราต้องพึ่งพาตัวเองครับ ผมไม่อยากให้ กรอบความคิดที่ท่านใช้กับข้าวที่ท่านประกาศจำนำราคาข้าวทุกเม็ดมาใช้กับยาง เพราะนั่นคือท่านต้องเอาภาษีของพี่น้องประชาชน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปอุ้มพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นชาวนา ผมไม่ขัดข้องที่ชาวนาได้ราคาประกันที่สูงขึ้น แต่กระบวนการมันไม่ถูกครับ แต่ถ้าท่านมีกรอบความคิดอย่างนี้ยางพาราท่านก็ต้องใช้กรอบความคิดเดียวกันครับ ท่านต้องกล้า ที่จะจำนำยางทุกกิโลกรัมเหมือนกัน แต่วันนี้กับยางท่านไม่ได้จำนำทุกกิโลกรัม ถูกไหมครับ ท่านก็ให้มีการจำนำเพียงบางส่วน ใช้เงินไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ราคายางก็ไม่สูงขึ้น แถมยังเก็บยางไปไว้ที่องค์การสวนยางที่โกดังที่มีปัญหาเหมือนที่เพื่อนได้อภิปรายไปแล้ว ประเด็นนี้ผมไม่อยากจะให้เกิดขึ้นหลังจากเราผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะคณะกรรมาธิการ ได้เห็นชอบให้มีการส่งเสริมในการที่จะทำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางภายในราชอาณาจักร ถ้าท่านได้เตรียมความพร้อมเหล่านี้และท่านมีการทำโครงสร้างพื้นฐานที่ดี จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยาง แนวความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกครับท่านประธาน ผมคิดว่าต่อยอดตั้งแต่สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้ทำยุทธศาสตร์พัฒนายางครบวงจร แล้วต่อมาในสมัยท่านอภิสิทธิ์เองก็ได้หยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาที่จะให้มีการส่งเสริมการทำนิคมอุตสาหกรรมยาง และสมัยรัฐบาลทักษิณเอง ก็ไปตั้งเมืองยาง แต่ที่ผ่านมานั้นคือไม่มีกฎหมายรองรับและยังไม่มีความชัดเจน ผมจึงไม่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาเรื่องยางเป็นเรื่องของทางการเมือง ผมอยากให้การแก้ไข ปัญหาเรื่องยางเป็นเรื่องวาระแห่งชาติ เป็นเรื่องที่ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมาย แต่เมื่อบัญญัติไว้ ในกฎหมายแล้ว ประเด็นสำคัญคือผู้กำกับนโยบายคือรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องเข้าใจเรื่องนี้ และท่านต้องผลักดันให้มีนิคมอุตสาหกรรมยางขึ้นมา เพียงแต่ท่านไปรื้อ เรื่องเก่าขึ้นมานะครับ อยู่ที่องค์การสวนยางนะครับ ผ่านคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ แล้วด้วย ผมคิดว่าถ้าขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ก็จะสอดรับในมาตรา ๙ ทุกประการ และผม ก็จะเห็นด้วยกับท่านครับ ขอบคุณครับ