สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

(เนื่องจาก นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๑๗ นาฬิกา)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ แล้วก็ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ท่านอำนวย คลังผา ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เชิญครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ใคร่ขอหารือท่านประธานด้วยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้งนะครับ

ประเด็นท่านผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลนายูง อำเภอศรีธาตุ ท่านผู้ใหญ่บ้าน แสวง หลักคำ ได้ร้องของบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรนะครับท่านประธาน ด้วยตำบลนายูง หมู่ที่ ๖ มีทั้งหมด ๑๑ หมู่บ้าน ได้ใช้น้ำซึ่งเมื่อก่อนนี้มีห้วยชื่อว่าห้วยกอก ต้นกำเนิดเกิดจากห้วยลำปาว ซึ่งหนองน้ำแห่งนี้พี่น้องชาวตำบลนายูงและตำบลหัวนาคำ ตำบลหนองนกเขียนจะใช้ห้วยกอกนี้เป็นที่ทำการเกษตรปลูกข้าวนาปรัง แต่ขณะนี้ปรากฏว่า น้ำแห้งไม่มีน้ำที่จะอุปโภคบริโภค จึงขอความกรุณาท่านประธานได้นำเรื่องไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ช่วยไปขุดลอกลำห้วยกอก หรือว่าทำฝายกั้นน้ำให้ด้วยนะครับท่านประธาน

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นน้ำเหมือนกัน เนื่องจากนายประจักษ์ ปัญญะ ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำแคน หมู่ที่ ๑๐ อำเภอกู่แก้ว ตำบลคอนสาย อยากจะของบประมาณ ไปขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับพี่น้องชาวบ้านคำแคน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลคอนสาย อำเภอกู่แก้ว ให้ด้วยนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับการร้องเรียนจากองค์การบริหารส่วนตำบลกง อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย สืบเนื่องจากว่ามีถนนอยู่สายหนึ่งซึ่งเป็นสายหลัก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นสายที่รถขนส่งน้ำมันเขาเรียกว่าบ่อประดู่เฒ่า ซึ่งขนส่งน้ำมันอยู่เป็นประจำ แต่ว่าในถนนสายนี้ อยู่ในความควบคุมดูแลของกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบอยู่ ซึ่งยังไม่ได้ถ่ายโอนให้กับหน่วยงานอื่นหรือให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลหรือว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่อย่างใด เพราะว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นยังเป็น ผู้รับผิดชอบ แต่ว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นก็ไม่ได้ที่จะไปซ่อมบำรุงถนนเส้นนี้ให้ดีขึ้น เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนลาดยางสายหลัก แต่ว่าเป็นถนนสายเก่าและทรุดโทรมมากครับ ตอนนี้ผิวถนนก็ลอกหมดแล้ว ก็ฝากไปถึงทางกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยเฉพาะทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองว่าให้ถ่ายโอนนะครับ ถ้าหากว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ไม่สามารถที่จะไปดำเนินการได้แล้ว เพราะว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ รับผิดชอบถนนในท้องถิ่นสักเท่าไร ไม่อย่างนั้นก็โอนให้องค์การบริหารส่วนตำบล เขารับผิดชอบดูแลเขาจะได้ไปซ่อมบำรุงหรือตั้งงบประมาณในการที่จะทำได้นะครับ

แล้วอีกเส้นหนึ่งก็คือถนนลาดยางที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมากในหมู่ที่ ๑๔ ไปจนถึงหมู่ที่ ๗ บ้านวังขวัญ ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ นี่ก็อีกเส้นหนึ่งครับ ซึ่งอยู่ในการดูแลของท้องถิ่น โดยเฉพาะทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งรับผิดชอบอยู่ ก็ฝากว่าอยากจะให้มีการซ่อมแซม หรือว่าถนนเส้นใดที่งบหรือว่าทางระดับจังหวัดนั้น ไม่สามารถดูแลได้ก็ถ่ายคืนให้กับทางท้องถิ่นเขาไปเป็นผู้รับผิดชอบ เขาจะได้ตั้งงบประมาณ ในการซ่อมแซมได้ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอำนวย คลังผา ครับ

นายอำนวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอำนวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านพรมทิน ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี ซึ่งพี่น้องชาวบ้านพรมทินได้รับความเดือดร้อน เรื่องน้ำประปาไม่มีใช้ ชาวบ้านได้ขอเรียกร้องให้การประปาส่วนภูมิภาคไปสำรวจแล้วครับ แต่งบประมาณยังไม่ได้ส่งไปให้ ก็อยากจะฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนชาวบ้านพรมทิน ตำบลหลุมข้าว อำเภอโคกสำโรงด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ แนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งของรัฐบาล ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลมีความชัดเจนในการจัดทำโครงการแก้น้ำแล้งและน้ำท่วม ในขณะนี้นะครับ เรื่องที่ ๑ ผมได้เสนอมาหลายครั้งแล้ว ๑ อำเภอ ๑ อ่างใหญ่ คือให้กรมชลประทานรับผิดชอบครับ ในส่วนที่ ๒ ๑ ตำบล ๕ บ่อ ให้กรมทรัพยากรน้ำ เป็นผู้รับผิดชอบ และส่วนที่ ๓ ๑ หมู่บ้าน ๑๐๐ บ่อ ก็อยากจะให้ทาง อบจ. และ อบต. และกรมพัฒนาที่ดิน ทั้ง ๓ ส่วนรับผิดชอบโครงการนี้ ผมเชื่อมั่นจะแก้ภัยแล้งและน้ำท่วมได้ ในอนาคตครับ

เรื่องที่ ๓ การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งที่ดินในขณะนี้พี่น้องประชาชน ผ่านไปมา ที่อยู่อาศัยของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยพังชำรุดทรุดโทรม ผ่านไปมาน่ารังเกียจมาก ก็อยากจะให้ท่านประธานแจ้งหน่วยงานให้ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ที่อยู่อาศัยได้มีความชัดเจนและที่เหลือให้บูรณาการกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์สร้างที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะการเคหะต่าง ๆ มาสู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผมคิดว่า ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และการรถไฟแห่งประเทศไทย หากเชื่อมประสานกันได้จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะสลัมต่าง ๆ ที่อยู่อาศัยตามริมคลองก็ดี หรือชายสะพานก็ดีเป็นจำนวนมากใน กทม. ก็อยากจะฝาก ท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิมพ์ภัทรา

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานค่ะ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากครูแล้วก็ผู้ปกครองโรงเรียนบ้านทุ่งขันหมาก ซึ่งวันนี้พวกเขา ขาดแคลนทั้งน้ำดื่มน้ำใช้ในกิจวัตรประจำวันแล้วก็น้ำดื่มที่สะอาด ปัจจุบันนี้ผู้ปกครอง และครูโรงเรียนนี้ต้องแก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยขอความร่วมมือให้ผู้ปกครองช่วยกันขนน้ำ เข้ามาไว้ในภาชนะสำรองเอาไว้ให้กับโรงเรียน ดิฉันจึงต้องนำเรียนปัญหานี้ไปยังท่านประธาน เพื่อที่จะส่งเรื่องไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลช่วยมาหาแหล่งน้ำบาดาลแล้วก็ติดตั้งระบบ ปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อที่จะสามารถทำน้ำให้ดื่มได้ เป็นน้ำสะอาดดื่มได้ภายในโรงเรียน แล้วก็อยากให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลทำความร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดูว่า โรงเรียนใดบ้างที่ทำเรื่องขอไป อยากให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ประสานความร่วมมือ ร่วมกับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อทำให้โรงเรียนไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภค และบริโภคค่ะ

เรื่องถัดมา ก็คือเรื่องที่วันนี้มีถนนของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๔ จากบ้านคลองเหลงไปยังสี่แยกขนอม ถนนสายดังกล่าวได้รับเงินงบประมาณตั้งแต่งบโครงการไทยเข้มแข็งแล้วก็งบประมาณ ปี ๒๕๕๕ และงบประมาณปี ๒๕๕๖ ในการปรับปรุงขยายไหล่ทางให้ได้มาตรฐาน ขนาด ๗ ออน ๑๒ ค่ะ แต่ในงบประมาณมีเฉพาะการขยายไหล่ทางเท่านั้นไม่ได้มีการขยาย สะพานเพื่อรองรับทางที่กว้างขึ้น ดิฉันจึงต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง ให้จัดสรรงบประมาณในการขยายสะพานเพื่อรองรับถนนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้วก็ลดอุบัติเหตุ ซึ่ง ณ วันนี้มีอุบัติเหตุเนื่องจากไม่ทราบว่าสะพานแคบ แล้วก็ฝากท่านประธานด้วยว่าเรื่องนี้ เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เวลาแผนงานที่ส่งขึ้นมาอยากให้กรมทางหลวงได้ดูแผนงาน ทั้งเส้นทางอย่าดูเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ คุณหมอเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง คุณหมอมาหรือยังครับ ถ้ายังไม่มาเชิญคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ ก่อนครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ

เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานก็คือเมื่อวันเสาร์ วันอาทิตย์ ที่ผ่านมาดิฉันเองได้มีการออกไปเยี่ยมเยียนพบปะกับพี่น้องในหลายอำเภอ ในหลายตำบล ปัญหาที่พี่น้องร้องเรียนกับดิฉันมามากในช่วงนี้ก็คือเนื่องจากว่าเมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ที่จังหวัดชัยภูมิของท่านประธานและของดิฉันเกิดภาวะน้ำท่วม ทำให้ไร่นาได้รับ ความเสียหาย พี่น้องประชาชนผู้ปลูกข้าวหรือชาวนาก็ได้มีการทำประกันราคาข้าวเอาไว้กับ ทาง ธ.ก.ส. โดยที่พี่น้องได้จ่ายเงินสมทบไปไร่ละ ๖๐ บาท เขาก็มีเจ้าหน้าที่ออกมา ทำการสำรวจแล้วว่าไร่นาตรงไหนบ้างที่ได้รับความเสียหาย ตอนนี้ผ่านมา ๒ เดือนแล้ว เขาก็ยังไม่ได้รับเงิน และตอนนี้กำลังที่จะทำนาในรอบถัดไป ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ธ.ก.ส. ให้ติดตามสอบถามกับบริษัทประกันที่มา รับทำประกันกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยจ่ายเงินชดเชยที่ที่นาได้รับความเสียหายด้วยค่ะ แล้วที่สำคัญเขาฝากดิฉันเลยไปถึงเรื่องเงินชดเชยเกี่ยวกับนาข้าว ไร่มันสำปะหลังที่ถูกน้ำท่วม อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยว่าเร่งรัดในการเบิกจ่าย งบประมาณมาชดเชยให้กับพี่น้องด้วยค่ะ

เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานนะคะ เมื่อวานที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสเจอกับพี่น้อง อปพร. หลายรายเขามาทวงถาม ดิฉันเคยสอบถามไปทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่ามีแนวคิดหรือว่าหาวิธีที่จะหาเงินค่าตอบแทนให้กับ พี่น้อง อปพร. ได้หรือยัง เขาก็บอกกับดิฉันว่ากำลังทำเรื่องจะเสนอเข้าสู่ ครม. ให้พิจารณา ตอนนี้ผ่านมาเปลี่ยนอธิบดีแล้วก็อยากจะทราบความคืบหน้าว่าตอนนี้มีโอกาสที่จะได้รับ ค่าตอบแทนให้กับ อปพร. ที่ทำหน้าที่ดูแลปกป้องหมู่บ้านหรือไม่ อย่างไร กราบขอบพระคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ทางสภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะนิสิตและเจ้าหน้าที่สงฆ์ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน ๘๗ รูป ขณะนี้ทางสภาผู้แทนราษฎรกำลังนำความเดือดร้อน ของประชาชนหารือต่อที่ประชุม เชิญท่านยุคลครับ เมื่อเช้านี้ก็ได้ฟังถึงเรื่องผลไม้ของท่านนะครับ เชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ผมขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา ความทุกข์เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี มีดังต่อไปนี้ครับ

๑. ติดตามโครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมแม่น้ำจันทบุรีที่ติดบริเวณ ข้างเมรุวัดกระทิง หมู่ที่ ๕ ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ ขณะนี้น้ำกัดเซาะพังทุก ๆ วัน และเป็นอันตรายต่อทรัพย์สิน ชีวิตพี่น้อง และวัดด้วย เลยอยากจะให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองช่วยรีบเร่งดำเนินการไปซ่อมแซมให้ด้วย

๒. โครงการสร้างคันกั้นน้ำกัดเซาะเช่นเดียวกัน ตลิ่งพัง อยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี เหมือนกัน อยู่ติดบริเวณหลังวัดทุ่งสะพาน ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกูฏ

๓. ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน เรื่องมีข้าราชการในพื้นที่ ใช้อำนาจโดยมิชอบ

๔. ติดตามโครงการซ่อมแซมถนนบ้านอัมพวา หมู่ที่ ๘ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ น้ำกัดเซาะพังเช่นเดียวกันนะครับ

๕. ติดตามโครงการซ่อมแซมถนนบ้านท่าปก บ้านแก่งน้อย บ้านตะพง ตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมาก ใช้การไม่ค่อยได้

ทั้ง ๔-๕ เรื่องหารือนี้ผมขอส่งเอกสารให้กับท่านประธานเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรีบไปดำเนินการเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เจ้าหน้าที่รับเอกสารมานะครับ ท่านดอกเตอร์สุรสาล ผาสุข เชิญครับ

นายสุรสาล ผาสุข สิงห์บุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือ กับท่านประธานเพื่อผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ เกษตรกรที่นำข้าวที่เก็บเกี่ยวในเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม เข้าโครงการรับจำนำ ในฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังปี ๒๕๕๕ กรณีพิเศษ ในจังหวัดภาคกลาง หลายจังหวัด ตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอีกหลายจังหวัดที่ได้รับใบประทวนแล้ว ในบางรายนั้นได้รับใบนัดจาก ธ.ก.ส. แล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน เรื่องนี้ได้เคยมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้หยิบขึ้นมาหารือ กับท่านประธานไปบ้างแล้วแต่ยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ กระผมเห็นว่าไม่สามารถที่จะปล่อยให้เนิ่นนานไปได้ เพราะเกษตรกรมีความเดือดร้อน เฉพาะที่อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเดียวนั้นมีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินจำนวน ๗๐๐ ราย คิดเป็นเงินประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีเกษตรกรในอำเภออื่น ๆ อีก เช่น ที่อำเภอพรหมบุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอบางระจัน อำเภอท่าช้าง และอำเภอเมืองสิงห์บุรี หรือที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินอีกกว่า ๑,๔๐๐ ล้านบาท จึงขอหารือกับท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการ ให้ทุกข์ของเกษตรกรนั้นได้รับการแก้ไขให้หมดไปโดยเร็วครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกำนันตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรีว่า ถนนเข้าหมู่ที่ ๙ ตำบลน้ำตาล สาย สห. ๒๐๐๖ ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในปีที่ผ่านมา และได้รับงบประมาณจากโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ประสบอุทกภัยปี ๒๕๕๕ ดำเนินการซ่อมแซมไปแล้ว แต่สภาพถนนยังเสียหายเหมือนยังไม่ได้รับการซ่อมแซม ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้หารือเรื่องในทำนองอย่างนี้ผ่านท่านประธานมาหลายครั้งแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นที่จะแก้ไขปัญหา ให้เรียบร้อยโดยเร็ว แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพ ความไม่เอาใจใส่ ไม่กำกับติดตามดูแล ของหน่วยงานเหล่านั้นในจังหวัดสิงห์บุรี จึงขอหารือกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง และกระผม หวังว่าภายหลังการหารือในวันนี้แล้วสิ่งที่เป็นปัญหาจะได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ครับ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องที่ผมจะหารือในวันนี้นั้นเป็นปัญหา ความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอลำลูกกาจำนวนหนึ่งของจังหวัดปทุมธานี ที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ในปัจจุบันนี้ถึงฤดูการทำนานั้น พี่น้องเหล่านี้ก็ยังกลับไปทำนาด้วยตนเองอีกด้วยนะครับ ชาวนาดังกล่าวได้นำเอาปัญหา ของชาวนาจากอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มาร้องเรียนเนื่องจากว่าจุดรับจำนำข้าว ไม่เพียงพอ อำเภอสุวรรณภูมิเป็นอำเภอที่ใหญ่มีชาวนาอยู่หลายพันรายด้วยกัน มีจุดรับจำนำข้าว แค่เพียง ๓ จุดเท่านั้น เป็นโรงสีที่รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นจุดรับจำนำข้าว วันนี้ชาวนา กำลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จแล้วทั้งข้าวเบาก็คือข้าวดอ ชาวอีสานเรียกข้าวเบานี้ว่าข้าวดอ ข้าวอายุสั้น ข้าวกลางแล้วก็ข้าวหนักซึ่งเป็นข้าวนาปี พี่น้องได้เจียดเอาข้าวเพียงบางส่วน ที่เหลือจากการเก็บไว้กินเสียส่วนใหญ่ หวังที่จะได้รับเงินมาใช้หนี้สัก ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท แต่หลังจากที่นำข้าวมาถึงโรงสีจุดรับจำนำของรัฐบาลแล้วปรากฏว่ามีจุดรับจำนำแค่เพียง ๓ จุด ทำให้พี่น้องเกษตรกรจำนวนมากที่มีผลผลิตของข้าวออกพร้อม ๆ กัน นำเข้ามาถึงโรงสีแล้วขายไม่ได้ในวันนั้น พี่น้องต้องนำข้าวกลับไป หรือบางส่วนนั้นระยะทาง จากนามาถึงโรงสีนั้นไกลหลายสิบกิโลเมตร ก็ต้องนำข้าวไปขายให้กับร้านซึ่งไม่ได้อยู่ใน โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลก็ได้ราคาน้อย ถูกกดราคานั่นเอง จึงขอกราบเรียน ไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลจุดรับจำนำข้าวของพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพิ่มเติมให้ด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่านองอาจ วงษ์ประยูร แล้วก็มาที่ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ท่านสมคิด บาลไธสง แล้วก็ท่านวัชระ เพชรทอง

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากหลายภาคส่วนในจังหวัดสระบุรี ไม่ว่าจะเป็น ชมรมสมาคมอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี ชมรมหอการค้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พี่น้องประชาชนในจังหวัดสระบุรีมากมายหลายท่าน เดือดร้อนจากการกระทำของ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประกาศผังเมืองรวมในจังหวัดสระบุรีไม่ได้พิจารณา อย่างรอบคอบ และไม่เป็นไปตามลักษณะของประชาพิจารณ์ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย ในจังหวัดสระบุรี ท่านประธานครับ โรงงานในจังหวัดสระบุรีเป็นร้อยเป็นพันโรงงานขณะนี้ ไม่สามารถดำเนินกิจการงานใดในเรื่องของโรงงานได้ จะขยายโรงงานก็ติดขัด ผังเมืองรวมอันนี้ และที่สำคัญมีโรงงานใหม่ ๆ อีกมากมายที่กำลังจะย้ายฐานการผลิต เนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ เขาก็เล็งมาที่จังหวัดสระบุรี หลายโรงงานมาก ก็ต้องหยุดชะงักในการจะย้ายฐานการผลิตมาที่จังหวัดสระบุรีเกิดความเดือดร้อนเสียหาย จากผังเมืองรวม ก็กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านผู้มีอำนาจ ท่านผู้เกี่ยวข้อง ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขผังเมืองรวมนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงให้คำนึงถึง สภาพเศรษฐกิจและการลงทุนและการจ้างงาน ถ้าขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้เศรษฐกิจ ในจังหวัดสระบุรีเสียหายยับเยินแน่นอนครับ และที่สำคัญการจ้างงานจะไม่เกิดขึ้น ลูกหลาน ในจังหวัดสระบุรีก็คงจะต้องตกงานกันระนาวนะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานให้ช่วย พิจารณาโดยเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธาน

เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากราษฎรชาวประมงพื้นบ้าน ตำบลนาทับว่าบริษัทขุดเจาะน้ำมันชื่อบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จำกัด ได้มา ขุดเจาะน้ำมันในบริเวณดังกล่าวได้ส่งผลกระทบกับชาวประมงพื้นบ้านซึ่งมีเรือทั้งหมดอยู่ ๑,๒๐๐ ลำที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ทำให้สัตว์น้ำในทะเลถอยหนี ชาวประมงประกอบอาชีพไม่คุ้มทุน แล้วตำบลที่ได้รับผลกระทบต่าง ๆ ก็ได้รับเงินชดเชยไปหมดแล้ว ส่วนตำบลนาทับซึ่งอยู่ใกล้ ที่เกิดเหตุก็จะไม่ได้รับการพิจารณา แล้วก็ส่งเรื่องยื่นไปทางนายอำเภอจะนะเมื่อประมาณ ๒-๓ เดือนที่แล้ว ตอนนี้ยังไม่ได้รับคำตอบครับ

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากการเปิดด่านประกอบ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา ซึ่งใช้มาประมาณปีเศษและเส้นทางระหว่างอำเภอนาทวีถึงด่านประกอบก็มีการสร้าง ถนน ๔ เลน (Lane) แต่ถนนสายจะนะ-นาทวี ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านเชื่อมระหว่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดปัตตานี แล้วก็อำเภอจะนะไปอำเภอนาทวี ซึ่งอยู่ตรงกลาง ซึ่งรถเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งยังไม่ได้รับการพิจารณาในการสร้างถนน ๔ เลน ก็อยากให้ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ขอหารือกับท่านประธาน ดังนี้ครับ

ขอทราบความคืบหน้าในการของบประมาณสร้างอาคารเรียน ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย อันนี้ก็เนิ่นนานแล้ว ยังไม่ทราบผล

เรื่องที่ ๒ เรื่องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ไปตรวจเยี่ยมไปแก้ไขปัญหาเรื่องใบยาสูบที่จังหวัดหนองคาย แล้วก็ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ที่ได้ไปดูแลความแห้งแล้งของจังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะที่เขต ๒ อำเภอโพนพิสัย ผมขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางระดับตำบลขาดเงินทุนในการซื้อยาง ไม่เพียงพอ ซื้อยางได้ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณไม่เพียงพอพี่น้องเดือดร้อนมาก ขอให้ทางกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดูแลงบประมาณส่วนนี้ ด่วนด้วยนะครับ

เรื่องต่อไปครับ ขอทราบความคืบหน้าในการซ่อมแซมฝายและขุดลอกหนอง บ้านนาดี ตำบลนาดี อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย อันนี้ก็เสียหายมานานแล้วยังไม่ได้รับ การแก้ไขครับ

เรื่องต่อไป ด่านศุลกากรหนองคายต้องการเครื่องสแกน (Scan) ในการเข้าออก ของประชาชนทั้งระหว่างประเทศไทย ประเทศ สปป. ลาว ขอให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้องได้ดูแลงบประมาณส่วนนี้ด้วยครับ

เรื่องต่อไปครับ หน่วยเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวทั่วประเทศ ขอเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุเป็นข้าราชการ เดี๋ยวนี้ยังติดค้างอยู่ ประมาณ ๗,๐๐๐ คน ก็ขอให้รัฐบาลได้ใส่ใจกับนโยบายเรื่องสุขภาพอนามัยนี้ด้วยนะครับ

สุดท้าย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวมุสลิมทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้ทางจังหวัดหนองคายหรือจังหวัดชายแดนอื่นก็ตามที่อยู่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ให้จัดที่ละหมาดให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางไปมาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยเฉพาะพี่น้องทางประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวัชระ เพชรทอง ครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน

เรื่องแรก ขออนุญาตท่านประธานเพื่อติดตามเรื่องการที่มีการจำหน่าย เศียรพระพุทธรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวและในสนามบิน ถือว่าเป็นพุทธพาณิชย์และเป็นการดูหมิ่น หัวใจชาวพุทธ ให้ประธานส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรัดดำเนินการไม่ให้มีการกระทำ ดังกล่าว

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในขณะนี้มีการแจกเงินให้กับ พี่น้องประชาชนในเขตบางบอน เขตหนองแขม หัวละ ๒,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่า เป็นงบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้ก็แจก ๗๐๐ คน ตอนบ่ายก็แจก ๗๐๐ คน วันพรุ่งนี้ก็แจกอีก ๗๐๐ คน ท่านประธานครับ ได้โปรดตรวจสอบ และให้ พม. ระงับยับยั้งการกระทำดังกล่าว

เรื่องที่ ๓ มีการแจกข้าวสาร ข้าวสารนี้คือข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมครับ แต่มีการแจกในขณะนี้ นี่ครับท่านประธาน อภิปรายเสร็จจะมอบให้กับท่านประธานครับ ข้าวสารนี้เป็นของกรมการค้าภายใน เป็นของ อคส. และกระทรวงพาณิชย์ แต่ขณะนี้ มีการแจกในเขตบางบอน เขตหนองแขมนับหมื่นถุง เขาช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมครับท่านประธาน แต่ไม่ทราบว่าใครไปกั๊กเอาไว้แล้วมาแจกในตอนนี้ ถือว่าเป็นการหาเสียงหรือไม่ ทำไมไม่แจก ตอนน้ำท่วม แล้วทำไมมาแจกตอนนี้

สุดท้าย เป็นเรื่องที่วันนี้หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ โดยท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ได้ให้สัมภาษณ์บอกว่ามีการเรียกรับงบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในการสร้างตึกรัฐสภา ท่านประธานครับ นี่ครับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อยากให้ท่านประธานได้ดูว่ามีการเรียกรับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ โดยเงินจำนวนนี้เป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ผมไม่ต้องการที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรต้องจ่ายเงิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ใต้โต๊ะให้กับใครคนใดคนหนึ่ง มีการอ้างชื่อ ท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งเป็นประธานรัฐสภาบอกขอก่อน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และจะจ่ายอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วยังมีการทอดกฐิน ปรากฏว่าข้าราชการเดือดร้อนมาก มีการระบุรายชื่อข้าราชการทุกหน่วยงาน ทุกสำนักว่าชื่อ นามสกุลอะไร แล้วก็ทอดกฐิน จำนวนเท่าไร แล้วเป็นกฐินส่วนตัวที่จังหวัดขอนแก่น ส่วนตัวผมก็ทำบุญกับท่านประธานสมศักดิ์ ไปแล้วนะครับ แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะมาบังคับข้าราชการที่จะให้มีการลงชื่อ นามสกุล แล้วก็ระบุจำนวนเงินที่ทอดกฐิน ท่านประธานครับ ขอฝากท่านประธานอย่าให้มีการเรียกรับ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ในงบประมาณของรัฐสภา ซึ่งถือว่าเป็นการคอร์รัปชัน (Corruption) ที่นี่ไม่ควรมี ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ยังไม่มีการประมูล เขาก็ทำมาตั้งแต่ สมัยที่แล้วมีการจัดซื้อที่ซื้ออะไร ผมเข้ามาในขณะนี้นี่เขาก็ได้ทำพีคิว (PQ) ไว้มี ๔ บริษัท ขณะนี้ผมได้เข้ามาเสร็จผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านประธานให้ดูความถูกต้อง ความเรียบร้อย แล้วก็พื้นที่ทั้งหมด ในข้อเท็จจริงผมเป็นคนทักท้วงเองว่าเงินที่สภาให้กับ ทางทหารไป แล้วทางทหารเองก็ไปจ้างผู้รับเหมาบุคคลภายนอกในการก่อสร้างตึกทดแทน และชดเชยที่เขาจะรื้อถอน รื้อย้าย และขนย้ายออกไปนี่ ซึ่งผมเข้ามาภายหลังผมก็ทักท้วงไป บอกว่าทำไมเราต้องมอบเงินให้ทหารไปดำเนินการ ทำไมสภาไม่ดำเนินการเอง ปัญหามันจะ เกิดขึ้นอย่างนี้ ถ้าท่านเป็นนักกฎหมายท่านจะเข้าใจว่าเมื่อเรามอบเงินให้กับส่วนราชการอื่นไป เป็นคู่สัญญานี่ วันนี้เกิดขึ้นแล้วครับ พอถึงเวลาตามสัญญาปั๊บคู่กรณีก็จะขอขยายเวลา ซึ่งเราในฐานะสภาเองได้แต่นั่งดูเฉย ๆ ทำอะไรไม่ได้ เรื่องที่ ๑ ผมก็เลยได้คุยกับทางทหารว่า วันที่ ๕ ธันวาคมนี้ซึ่งถือว่าเป็นวันดีของพวกเราก็จะได้ลงนามระหว่างสภากับทางทหาร เป็นทางการว่าจะมีการขนย้าย รื้อย้าย และรื้อถอน ไม่ใช่ย้ายอย่างเดียวนะครับ รื้อถอนอาคารของทหารที่อยู่เกียกกายด้วย ปรากฏว่าในขณะนี้ท่านเชื่อไหมสิ่งที่เราเร่งรัด อยู่ทุกเดือน ๆ ขณะนี้การก่อสร้างอาคารทดแทนอาคารของทหารนี่อยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งผมดูทุกวัน ไม่สามารถที่จะทำให้เสร็จตามที่เราตกลงกันได้ ต้องขยายเวลา ไปอีก ๓-๕ เดือนในขณะนี้ ดังนั้นที่ท่านบอกว่าจะมีการเรียกนี่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ขณะนี้ยังไม่มีการที่จะไปประมูลใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเป็นคนให้ความเห็นต่อท่านประธานรัฐสภาเอง บอกว่าท่านครับอย่าเพิ่งประมูลนะครับ ถ้าหากประมูลมันจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับ ส่วนราชการอื่นที่มีความมั่นใจว่าเราประมูลไปแล้วก็ทำไปนี่ อันนั้นได้ คนพูดนี่พูดได้ แต่คนรับผิดชอบมันไม่ใช่ เกิดถึงเวลาแล้วเขาไม่ส่งมอบพื้นที่นี่สภาจะผิดนัดนะครับ ผมบอกว่าเขาจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเรา ผมก็เลยขอความกรุณาจากท่านดอกเตอร์รัชดา บอกว่าช่วยคุยกับ กทม. หน่อยสิครับว่าทั้งหมดทุกรายการนี่เหลืออยู่รายการเดียว ที่ยังไม่สามารถที่จะกำหนดได้ก็คือห้องสมุดของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราก็ให้เงินไปประมาณ ๑๔๐ ล้านบาท ท่านก็ยังไม่ประมูลของท่าน เราก็เร่งรัดแล้วเร่งรัดอีก คือทางเราจะมองว่า เมื่อทุกอย่างลงตัวเสร็จ มีการขนย้าย รื้อย้าย รื้อถอน เราจะประเมินระยะเวลาว่า จะประกวดราคาได้เมื่อไร ท่านต้องเข้าใจว่าการกำหนดราคากลางขณะนี้เสร็จสิ้นแล้ว เหลืออยู่การประมูลซึ่งเรารอว่าพื้นที่ทุกพื้นที่จะต้องส่งมอบให้ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจนเวลาเรา ประมูลเสร็จ ทำสัญญาเสร็จ ส่วนราชการไม่รื้อย้าย รื้อถอนหรือขนย้ายออกไปนี่ มันก็จะ เกิดข้อสัญญาว่าเราผิดสัญญาไม่สามารถส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างให้ผู้รับจ้างเขาจะฟ้องเราได้ ฉะนั้นสิ่งที่ท่านเป็นกังวลผมจะรับไว้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย มีแต่เรื่องเดิม ๆ ที่ในยุคที่แล้วที่ทำมา เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ช่วยกรุณาชี้แจง แต่ประเด็นที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่า มีคนแอบอ้างชื่อท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ไม่ได้แอบอ้างชื่อท่านประธาน ซึ่งเป็นประธานในขณะนี้คือท่านเจริญ จรรย์โกมล แต่ประการใด ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านประธานรัฐสภาว่าเมื่อมีคนแอบอ้างชื่อไปเรียกรับเงินในการประมูล ก่อสร้างจำนวน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นเป็นสถานที่ ที่ศักดิ์สิทธิ์ เราเคยได้ยินว่ามีการคอร์รัปชันจากฝ่ายบริหารคือในหน่วยงานของรัฐบาล แต่ไม่เคยได้ยินว่าจะมีการคอร์รัปชันในหน่วยงานของสภาผู้แทนราษฎรมาก่อน ผมจึงมีความวิตกกังวลและห่วงใยแทนเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะไปยังท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เพื่อได้โปรด แถลงข่าวดังกล่าวว่ามีข้อเท็จจริงเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร ซึ่งท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ท่านได้รับข้อมูลนี้ด้วยตนเอง และได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจในวันนี้ ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะได้ ตั้งคณะกรรมการหาข้อเท็จจริงต่อไป ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปนะครับ ผมได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ใครก็กล่าวหากันได้ทั้งนั้นละครับ ขนาดที่ยังไม่เกิด อะไรขึ้นเลยก็กล่าวหากันแล้วในขณะนี้ ในข้อเท็จจริงผมก็อยากจะให้ท่านช่วยเร่งรัดทหาร ขนย้าย รื้อย้าย รื้อถอนออกไปก่อน ทุกอย่างมันก็จะได้รีบดำเนินการ ต่อไปเชิญท่านนิยม วรปัญญา ครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ไม่ละครับ เดี๋ยวจะเข้ากระทู้ถามสดแล้ว ไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวเป็นภาระของสภา ไม่เป็นอะไร เชิญนั่งลงเถอะ ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผมจะประสานทางทหารเอง เชิญท่านนิยมครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย บัญชีรายชื่อ ท่านประธานที่เคารพครับ ภัยแล้งตอนนี้กำลังเดือดร้อนมาก ราษฎรมาร้องเรียนกับผมเป็นจำนวนมากเลยครับ แล้วก็เรื่องอื่น ๆ รวมกันแล้วหลายเรื่อง จะได้รายงานต่อท่านประธานและมีเป็นหนังสือด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

เรื่องแรก ภัยแล้งกำลังคุกคามข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวเปลือกกำลังตายแล้ง ที่มีแหล่งน้ำก็สูบน้ำไปช่วยได้ ที่ไม่มีก็ไม่ได้ช่วยเลยครับ

เรื่องที่ ๒ การท่องเที่ยว เมื่อก่อนนี้เคยส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่น้ำตกวังก้านเหลือง แล้วก็น้ำตกวังแสนดี แล้วก็ที่สงวนพันธุ์สัตว์เดี๋ยวนี้ไม่มีครับ เป็นเพราะว่าทางราชการไม่มีงบประมาณไปส่งเสริมหรืออย่างไร

เรื่องที่ ๓ ขอให้สำรวจออกแบบก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก ๖ แห่ง ก็ยังไม่ได้ ที่คลองลำสนธิ ๒ แล้วก็คลองลำภาค ๒

เรื่องที่ ๔ ขอให้รัฐบาลช่วยเร่งปลูกต้นไม้ คือให้เพาะกล้าไม้ ยางพารา ไม้ไผ่ยักษ์ แล้วก็ไม้สัก ไม้โตเร็วต่าง ๆ รวมทั้งต้นมะม่วง ต้นมะพร้าว ต้นตาล

เรื่องที่ ๕ ผังเมืองของจังหวัดลพบุรีกำลังจะประกาศทับที่ที่มี โรงงานอุตสาหกรรมอยู่แล้ว พวกนี้จะเดือดร้อนมาก เมื่อกี้นี้ก็มีท่านผู้แทนราษฎร ของจังหวัดสระบุรีก็โดนมาแล้ว ขอให้รัฐบาลรีบไปแก้ไข

เรื่องที่ ๖ ขอให้รัฐบาลส่งเสริมพระสงฆ์ที่กำลังจะจัดให้มีการสอนศาสนา แล้วก็มีการศึกษาเรียนรู้ต่าง ๆ เพราะการศึกษานั้นจะเป็นรัฐจัด หรือเอกชนจัด ก็เป็นประโยชน์กับประเทศชาติทั้งนั้น หรือว่าเป็นพระสงฆ์จัดก็ยิ่งดี สมัยก่อนนี้ก็จะเห็นได้ว่า ผู้สอนศาสนาของต่างประเทศมาช่วยให้การศึกษาของเราเจริญรุ่งเรือง ขอให้คำสอน ของพระสงฆ์นั้นเผยแผ่ไปด้วยครับ

เรื่องที่ ๗ ขอให้หน่วยราชการที่มารายงานต่อสภา ซึ่งเสนอเป็นญัตติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญไปก็ดี หรือว่ากฎหมายก็ดี ขอให้รายงานให้ตรงหน่อย เพราะเขาตำหนิมามากเลยเรื่องนี้ ประชาชนเขายังจะฟังอยู่ว่ามันแก้ตรงจุดไหม

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ข้อ ๘ เอาไว้สัปดาห์หน้าได้ไหมครับ เพราะว่าหมดเวลาแล้วครับ

นายนิยม วรปัญญา บัญชีรายชื่อ

ส่งหนังสืออยู่แล้วทั้ง ๘ เรื่อง ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะหารือ ท่านประธาน ๔ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ นี้หารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

เรื่องที่ ๑ ถนนสายเพาะปัญญา-หนองหว้า ซึ่งอยู่หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๘ ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง มีครัวเรือนอยู่ ๖๕ ครัวเรือน รวมประชากร ทั้งสิ้น ๖๕๐ คน เป็นถนนลูกรังยาวประมาณ ๖๐๐ เมตร ยังเป็นถนนลูกรัง ทำความลำบาก ในการสัญจร ขอให้ทำเป็นถนนคอนกรีตมาตรฐานต่อไป

เรื่องที่ ๒ เป็นถนนเหมือนกันแต่ว่าลาดยางแล้ว แล้วก็เกิดการชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ ได้แก่ ถนนสายทุ่งประดู่-บ้านวังหิน ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมืองตรัง อันนี้อยู่ในหมู่ที่ ๒ มีพื้นที่ของ ๒ ตำบล ๖ หมู่บ้าน ที่ใช้ถนนสายนี้อยู่นะครับ ระยะทาง ประมาณ ๙,๒๖๗ เมตร ขอให้ซ่อมแซมให้ผิวจราจรดีเหมือนเดิม

เรื่องที่ ๓ ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ราคายางพาราวันนี้เหลือแค่ ๖๘ บาทเท่านั้นเอง ซึ่งตกต่ำครับ ตอนนี้รัฐบาลผมดูแล้วหมดวิธีแก้ไขแล้วครับ ปล่อยไปตาม ยถากรรมแล้ว ชาวบ้านบอกว่าอย่างนี้ไม่ต้องมีรัฐบาลก็ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ช่วยลาออก ให้หมดนะครับ ตั้งแต่ตัวนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ แล้วก็รัฐมนตรีทุกคน เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เล็กน้อยนะครับ ทำความเสียหายให้กับ ประเทศชาติไปแล้วประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สร้างรถไฟฟ้าได้ประมาณ ๔ สาย

เรื่องที่ ๔ ราคาปาล์มน้ำมันวันนี้อยู่ที่ ๔.๖๐ บาท ซึ่งยังตกต่ำอยู่ เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลที่นำเข้าปาล์มน้ำมันมานะครับ ในขณะที่ปุ๋ยซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับปาล์ม รัฐบาลปล่อยให้ราคาขึ้นไปแล้วขึ้นไปเรื่อย ๆ นี่ก็เป็นเช่นเดียวกันครับ รัฐบาลปล่อยตามยถากรรมแล้วครับตอนนี้ ไม่มีมาตรการใด ๆ มาช่วยเลย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

สมคิด เชื้อคง ครับ

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี มีเรื่องร้องทุกข์จากนายสุทัศน์ นาครินทร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านไพบูลย์พร้อมชาวบ้าน ๘๓ ครอบครัว อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ต้องการให้ ทช. สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดไปดูแลเรื่องถนน ซึ่งไปมาลำบากมาก ระยะทาง ๒,๕๐๐ เมตร จากนั้นก็จากบ้านทุ่งนางาม ตำบลขี้เหล็ก แล้วจากบ้านไพบูลย์ไปบ้านหนองหัวช้าง ตำบลขนุน อำเภอกันทรลักษ์ เขตเลือกตั้ง ของท่านอุดมลักษณ์ เพราะฉะนั้นหน้าฝนจะลำบากมาก ฝาก ทช. ไปช่วยซ่อมแล้วก็ดูแลครับ

อีกเรื่องหนึ่ง ใกล้ ๆ กันหมู่บ้านอีสานเศรษฐกิจ หมู่ที่ ๒ ตำบลไพบูลย์ อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีปัญหาเรื่องสะพานข้ามลำซอม ซึ่งเป็นสะพานไม้ แล้วพังแล้ว พอหน้าฝนน้ำเยอะ ๆ ชาวบ้านก็ไม่สามารถสัญจรไปมาหาสู่กันได้ ชาวบ้านร้องทุกข์มาที่ผม ผมมีเอกสารที่จะฝากท่านประธานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยไปสำรวจได้ดูแล

อีกเรื่องหนึ่ง นโยบายรับจำนำข้าว ซึ่งที่บ้านผมกำลังดำเนินการ แต่ว่าทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้มีเรื่องกำหนดกิโลกรัมต่อไร่ในเขตตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ๑๕ หมู่บ้าน ซึ่งร้องทุกข์กับผมว่าปีที่แล้ว ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรกำหนด ๔๐๕ กิโลกรัมต่อไร่ แล้วพี่น้องก็เห็นว่า ราคาจำนำเป็นราคาที่เขากำหนดได้ แล้วเขารู้ว่าจะได้เงินเท่าไร ก็ซื้อปุ๋ยลงทุนทำ ปรากฏว่า ปีนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรไปกำหนดเหลือ ๓๒๒ กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งมันต่ำลงกว่าเดิม มันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าการพัฒนาข้าวมากขึ้นแต่ในโครงการรับจำนำลดลง ผมได้เรียนเรื่องนี้กับทางผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ฝากไปทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรว่า ให้ดำเนินการไปปรึกษาหารือแล้วเพิ่มเติมโดยด่วน เพราะว่าภายในอาทิตย์นี้ข้าวกำลังเกี่ยว กำลังจะออก เพราะฉะนั้นเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในโครงการนี้ ซึ่งนโยบาย ดีอยู่แล้วแต่ว่าผู้ปฏิบัตินั้นเข้าไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยุพราชครับ

นายยุพราช บัวอินทร์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๑ ขอผลักดันให้รัฐบาลนำนโยบายประกันรายได้ให้ชาวไร่ข้าวโพด กลับมาใช้ก่อนที่รัฐบาลจะให้ อคส. นำเข้าข้าวโพดในอัตราภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์จากประเทศ เพื่อนบ้านในปี ๒๕๕๖

เรื่องที่ ๒ ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านหนองยาว ตำบลหินฮาว ถึงหมู่บ้านห้วยอีจีน ตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า มีความชำรุดเสียหายเป็นช่วง ๆ ขอให้ท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อของบประมาณในการซ่อมแซม ให้พี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๓ ถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านตาดกลอยถึงหมู่บ้านวังเวินพัฒนา บ้านอุ่มกะทาด บ้านวังก้นหวด บ้านหินโง่น ตำบลศิลา อำเภอหล่มเก่า เสียหายตลอดเส้นทาง ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อของบประมาณในการซ่อมสร้างถนนเส้นดังกล่าว

เรื่องที่ ๔ ถนนทางแยกวิเชียรบุรีที่มีการขายไก่ย่างวิเชียรบุรีกันมาก ๆ นะครับ เข้าไปถึงในอำเภอวิเชียรบุรีเสียหายตลอดเส้นทางเนื่องจากว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่ วิ่งสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา ของบประมาณในการซ่อมแซมให้พี่น้องประชาชนอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอนำปัญหาของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่มาหารือนะครับ

เรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับภัยแล้งที่ผ่านมาและฝนทิ้งช่วง เนื่องจากทางอำเภอ ได้มีการสำรวจความเสียหายของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการทำนา ปรากฏว่าพอสำรวจเสร็จพายุมา แต่การที่พายุมาก็ไม่ได้ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องประชาชนดีขึ้นและหลังจากนั้น ฝนก็ทิ้งช่วงแล้วก็แล้งต่อ ช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ปรากฏว่าผลผลิตต่อไร่บางพื้นที่ได้ข้าว ไม่ถึงกระสอบปุ๋ยไม่ถึง ๕๐ กิโลกรัม ทีนี้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนว่า ชีวิตความเป็นอยู่จะอยู่กันอย่างไร จึงฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาลว่าน่าจะมีการสำรวจ เรื่องภัยแล้งผลเสียหายจากการเกษตรและมีการชดเชยเรื่องความเสียหายตรงนี้

เรื่องที่ ๒ ในเขตพื้นที่ถนนสายจากอำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ ไปยังตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เป็นทางลาดยางถนนพังเสียหาย พี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเส้นนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ฝากถึงสำนักงาน ทางหลวงชนบทจังหวัดสุรินทร์ได้ช่วยไปดูแลแล้วก็ซ่อมแซมในส่วนตรงนี้ด้วย และฝากขอบคุณ สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสุรินทร์ที่กระผมได้หารือในส่วนของถนนสายอำเภอสังขะ-แจนแวน ตอนนี้ได้ไปปรับปรุงอย่างเรียบร้อย ฝากขอบคุณมาตรงนี้ด้วย

เรื่องต่อไป เป็นเรื่องเกี่ยวกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ได้มาชุมนุมกันเมื่อวานนี้ พี่น้องประชาชนแล้วก็กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพิ่งมารู้ปัญหาข้อเท็จจริง บางท่านมาชุมนุมแล้ว ถึงรู้ว่าข้อเท็จจริงแนวทางในการดำเนินการของผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำเสนอกฎหมายตรงนี้ เป็นสิ่งที่ดี เพราะกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในตำแหน่งก็จะอยู่จนครบ หลังจากครบแล้วก็มีสิทธิ เข้ามาสมัครอีก และที่สำคัญที่สุดกำนันก็จะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ตรงนี้ประชาชนได้ประโยชน์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านพอใจในเรื่องกฎหมายดังกล่าว ดังนั้นอยากให้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้นำกฎหมายเข้าสู่สภาเพื่อบังคับใช้ต่อไป เรื่องสุดท้าย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมว่ามันเลยเวลาแล้ว เรื่องสุดท้ายไว้สัปดาห์หน้านะครับ

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

นิดเดียวเองนะครับ ท่านประธานไม่ถึงครึ่งนาที

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวมันจะเข้ากระทู้ถามสดแล้วนะครับ มันมีการถ่ายทอด

จ่าสิบตำรวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สุรินทร์

ได้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านศุภชัย ศรีหล้า ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สืบเนื่องจากเมื่อวานช่วงเย็นสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวการชุมนุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาเรียกร้อง ว่าด้วยเรื่องร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูลที่กรมประชาสัมพันธ์ได้นำเสนอไปนั้นคลาดเคลื่อนว่า ๕ ร่างที่นำเสนอเข้าสู่สภา ๓ ร่างเป็นของพรรคเพื่อไทย แล้ว ๒ ร่างเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ๔ ร่างเป็นของพรรคเพื่อไทย อีก ๑ ร่างเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน ผมจึงอยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมประชาสัมพันธ์ว่าในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารนั้นเนื่องจาก เป็นหน่วยงานของรัฐการตรวจสอบก่อนการนำเสนอมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และที่สำคัญ ไปกว่านั้นในการพิจารณาพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว แน่นอนที่สุดเสียงในสภาผู้แทนราษฎร หรือเสียงในคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เป็นของรัฐบาล ไม่มีกฎหมายฉบับใดเลยนะครับ ที่ฝ่ายค้านต้องการแล้วผ่าน เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ กฎหมายฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ร่างพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ ในขณะนี้ แน่นอนที่สุดถ้าจะผ่านได้ก็ต้องโดยรัฐบาลเท่านั้น ความเข้าใจเหล่านี้สื่อสารของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมประชาสัมพันธ์ต้องตระหนัก ในขณะที่ตระหนักการตรวจสอบ ข้อมูลข่าวสารไปเบื้องต้นก่อนที่จะนำเสนอเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานคือเรื่องของความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พี่น้องประชาชนสอบถามมาเป็นจำนวนมาก เรื่องของเงินกองทุนพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ หรือเอสเอ็มแอล (SML) วันนี้ทั้งจังหวัดอุบลราชธานีมีหมู่บ้านต่าง ๆ ได้รับเงินจำนวนนี้ไม่ถึง ร้อยละ ๔๐ อีกร้อยละ ๖๐ ยังไม่ได้รับเงิน พี่น้องประชาชนก็คลางแคลงใจว่าสถานะ ทางการเงินการคลังของรัฐบาลในปัจจุบันเป็นอย่างไร โครงการเหล่านี้ยังจะเดินหน้าต่อ หรือไม่ ทั้ง ๆ ที่ได้เสนอโครงการผ่านมาทางอำเภอเข้าสู่จังหวัดเรียบร้อยแล้ว ความคลางแคลงเหล่านี้รัฐบาลเร่งชี้แจงเถอะครับ พี่น้องประชาชนจะได้สบายใจ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวันชัย บุษบา ครับ

นายวันชัย บุษบา เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ผมได้รับหนังสือขอสนับสนุน งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวอำเภอเอราวัณ จากนายทวี เสริมภักดีกุล ซึ่งได้ของบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องทั้งอำเภอเป็นจำนวน ๑๙ โครงการ เดี๋ยวเอกสารผมจะส่งให้ท่านประธานภายหลัง เป็นงบประมาณอยู่ที่ ๘๔ ล้านบาท ขอจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงได้ขยายถนนตรงบริเวณบ้านท่าสะอาด เพราะตรงนั้นเป็นสี่แยก เดือนหนึ่งเกิดอุบัติเหตุไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้งครับ อยากให้แก้ปัญหา โดยการสร้างเกาะกลางถนนพร้อมติดตั้งสัญญาณไฟแดงเป็นการด่วนครับ

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เปิดตลาดสินค้าปลอดภาษีให้กับพี่น้องชาวอำเภอเชียงคาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอเชียงคานและนักท่องเที่ยวจะได้จับจ่ายใช้สอย นักท่องเที่ยวที่ไปเขาถามว่าที่อำเภอเชียงคานมีตลาดปลอดภาษีไหม ผมก็ตอบว่ายังไม่มี เพราะฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดำเนินการเรื่องดังกล่าว ให้กับกระผมด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะตอบประเด็นนี้ไหมครับ ไม่นะครับ อีก ๒ ท่าน จะเป็นท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แล้วก็ท่านเอมอร แล้วก็เดี๋ยวเข้ากระทู้ถามสด เชิญท่านอภิชาตครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์

เรื่องแรก กระผมขอหารือท่านประธานเพื่อสอบถามไปยังกระทรวงคมนาคมว่า หลังจากที่ ครม. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สัญจรไปภาคใต้และสัญญาว่าจะจัดงบประมาณ มาขุดลอกฟื้นฟูคลองท่าซัก ซึ่งเป็นคลองเส้นทางน้ำจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ออกสู่ทะเลที่ปากอ่าวคลองปากพญา ตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สอบถามว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มเมื่อใด รูปแบบการขุดลอกจะเป็นอย่างไร จะขุดลอกตลอดเส้นทางหรือไม่ เพราะขณะนี้สภาพน้ำในคลองท่าซัก ดำ เน่าจากน้ำเสีย ที่ถ่ายทิ้งจากตัวเมือง มีผักตบชวา สิ่งกีดขวางเต็มไปหมดเลย หากขุดลอกฟื้นฟูเพียงบางส่วน ก็จะไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาคลองท่าซักได้ ก็ขอเร่งรัดให้กรมเจ้าท่าซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เร่งดำเนินการแล้วก็แจ้งความชัดเจนในเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชนด้วย

เรื่องที่ ๒ ถนนสายบ้านท้าวราษฎร์-ปากช่อง ซึ่งเป็นถนนลาดยาง เชื่อมระหว่างหมู่ที่ ๑ ตำบลโพธิ์เสด็จกับหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ ตำบลกำแพงเซา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ประชาชนใช้สัญจรไปมาวันละหลายพันคน แต่ว่ามีสภาพ เป็นหลุมเป็นบ่อ ขาดการบำรุงรักษา ถนนสายนี้ อบจ. นครศรีธรรมราชได้เข้าไปดูแลซ่อมแซม ได้ในบางช่วง เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอ ก็จึงขอหารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ช่วยพิจารณาจัดหาเงินงบประมาณอุดหนุนให้ อบจ. นครศรีธรรมราชได้เข้าไปปรับปรุงได้ ตลอดเส้นทางด้วย

เรื่องที่ ๓ กำนันชัยธวัช เกื้อกูล กำนันตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลปากนครได้ใช้งบเอสเอ็มแอลปรับปรุงอ่างเก็บน้ำบางชิบ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ กว้างประมาณ ๔๐ เมตร ยาวประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร จนสามารถเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้เป็นอย่างดีนะครับ อย่างไรก็ตามยังขาดแคลน งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์อ่างเก็บน้ำดังกล่าวเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการพักผ่อน และเป็นประโยชน์ในการเพาะพันธุ์ปลา จึงขอหารือไปยัง ๒ หน่วยงานนะครับ คือ ๑. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่ออุดหนุนงบประมาณทำถนนสายซอยอ่างเก็บน้ำบางชิบ เลียบอ่างเก็บน้ำดังกล่าว เชื่อมระหว่างถนนปากนครกับถนนนางพระยา ระยะทางประมาณ ๑,๒๐๐ เมตร ๒. หารือไปยังกรมประมงเพื่อจัดหาพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำเพื่อเพาะเลี้ยงให้เป็น แหล่งอาหารของชาวบ้านในหมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๔ ตำบลปากนครต่อไป ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอมอรครับ

นางเอมอร สินธุไพร ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ค่ะ

เรื่องแรก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านโคกสว่าง บ้านดอนกลอย ที่ใช้ถนนซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอพนมไพรกับอำเภอหนองฮี ซึ่งเริ่มต้น จากบ้านชะโด บ้านโคกสว่าง บ้านหนองบัว บ้านดอนกลอย และบ้านหนองฮี ซึ่งมีระยะทาง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตรกว่า ๆ นะคะท่านประธาน สภาพถนนเป็นหลุมเป็นร่อง ตลอดระยะทาง และโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ใช้สัญจรไปมา พวกที่ใช้รถจักรยานยนต์ จะเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ฉะนั้นดิฉันจึงนำเอาความเดือดร้อนนี้มาหารือผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้จัดงบประมาณ ไปซ่อมสร้างถนนสายนี้ด้วยค่ะ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็เป็นความเดือดร้อนเกี่ยวกับถนนเช่นกันค่ะ เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวบ้านดอนแดง หมู่ที่ ๑ ซึ่งสภาพถนนยังเป็นถนนลูกรัง จากหมู่ที่ ๑ บ้านดอนแดง ไปยังห้าแยกบ้านพนัส ซึ่งเป็นถนนยุทธศาสตร์เชื่อมระหว่างจังหวัดยโสธร มาสี่แยกบ้านโนนชัยศรี พี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเส้นนี้จะใช้เป็นถนนเส้นหลักในการขนส่งผลผลิตส่งตลาด และโดยเฉพาะพี่น้องซึ่งเป็นลูกหลานไปเรียนหนังสือที่จังหวัดยโสธร จะใช้รถจักรยานยนต์ ในการสัญจรไปมาในเส้นนี้จะเกิดอุบัติเหตุบ่อย และมีความยากลำบาก ฉะนั้นพี่น้อง ก็ฝากดิฉันมาว่าขอให้ทางกระทรวงคมนาคม โดย ฯพณฯ รัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้เปลี่ยนจากถนนลูกรังไปเป็นถนนลาดยางหรือว่าถนน ค.ส.ล. ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนในเส้นทางนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรอนงค์มีอะไรไหมครับ เชิญครับ

นางอรอนงค์ คล้ายนก กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน อรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะคะ

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านประมาณ ๕๐-๖๐ หลังคาเรือน ซึ่งอยู่ข้างหมู่บ้านร่มเย็น อยู่ติดกับหมู่บ้านจัดสรรเลยนะคะ แต่ไม่มีน้ำประปาใช้ อยู่แขวงหลักสอง เขตบางแค ซึ่งทางสำนักงานเขตบางแคก็ได้ส่งเรื่องไปยังการประปานครหลวงแล้วนะคะ ทราบว่ายังไม่มีงบประมาณ ซึ่งต้องขอจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงมหาดไทย จึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยได้เร่งจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วนเพื่อได้ช่วย ชาวบ้านด้วยนะคะ

เรื่องที่ ๒ จาก พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ มาตรา ๑๑ (๑๒) ได้กำหนดให้สิทธิผู้สูงอายุ ที่จะได้รับการสนับสนุนเงินค่าทำศพกรณีเสียชีวิต และในช่วงเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๒ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ประกาศให้ประชาชนยื่นขอรับเงิน สงเคราะห์ค่าทำศพผู้สูงอายุกรณีเสียชีวิต รายละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ดิฉันได้ลงพื้นที่แล้วก็ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากว่ายื่นเรื่องตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๕๔ แล้ว จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับเงินแต่อย่างใด จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่จะได้เร่งจัดสรรเงินงบประมาณส่วนนี้ ตามสิทธิของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๔ คน
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อ ๒๙๗ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม ตามระเบียบวาระการประชุมเรื่องกระทู้ถาม ผมจะเข้ากระทู้ถามที่ ๑ นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามสด

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๔ ส. เรื่อง ความไม่พร้อมในการจัดการแข่งขันฟุตซอล ชิงแชมป์โลก (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

เชิญผู้ถามกระทู้ถามครับ คำถาม คำตอบอย่างละ ๑๐ นาที เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ แต่คลองสามวา ใกล้กับเขตหนองจอกอันเป็นสถานที่ตั้งสนามฟุตซอลโลกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานนี้ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยอมรับความจริงครับว่า ไม่สามารถจัดการแข่งขันได้แล้ว แต่ประเด็นที่ยังคงเป็นห่วงและจำเป็นต้องยื่นกระทู้ถาม ในวันนี้นะครับก็คือท่านจะจัดคอนเสิร์ตในสนามบางกอกฟุตซอล อารีน่าที่เขตหนองจอก ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งผมก็กังวลครับว่าการจัดคอนเสิร์ตถ้าเป็นดนตรีไทยไม่เป็นไรครับ คนนั่งฟังเรียบร้อยดี แต่ถ้าเป็นพวกดนตรีสากลมีกระโดดขย่มกันบ้างอัฒจันทร์ ชั้น ๔ ชั้น ๕ ที่ฟีฟ่า (FIFA) ได้พูดไว้นี่กังวลใจครับว่ามันอาจจะถล่มมาหรือไม่ ผมจะขออนุญาตถาม ท่านรัฐมนตรี แต่ก่อนที่จะถามขออนุญาตขึ้นภาพที่ผมได้ส่งไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพแรกครับ เป็นภาพที่โฆษณา มาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาร่วมเป็นเจ้าภาพครั้งแรกของคนไทย ฟุตซอลโลก ปี ๒๕๕๕ เวิลด์ คัพ ไทยแลนด์ ๒๐๑๒ เป็นภาพแรกภาพที่ ๑ ท่านประธานจะเห็นว่ามีการโฆษณา โดยกรุงเทพมหานครครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้ กทม. นั่งอยู่ในนี้ด้วย

ดูภาพต่อไปภาพที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ นี่คือแบบ แบบที่กรุงเทพมหานคร จ้างผู้รับเหมา แล้วเดี๋ยวท่านดูต่อมาครับ

ภาพต่อมา ท่านประธานครับ ท่านจะเห็นว่ารูปคนข้างล่างนี่นะครับ คือท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ครับ ท่านทำจดหมายไปที่ กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๒๔ ตุลาคม เขาจะแข่งวันที่ ๑ พฤศจิกายนนะครับ ท่านทำจดหมายไปบอกว่าช่วยประสานงานที่มณฑลกวางโจวเพื่อขอพื้นสนาม แล้วท่าน ก็ไปโพสต์ (Post) ในเฟซบุค (Facebook) ด้วยบอกว่าการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะพื้นสั่งมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาครับท่านประธาน แต่ปรากฏไปโผล่ที่ประเทศจีน จึงทำจดหมายไปขอที่ประเทศจีน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เดี๋ยวผมจะถามท่านรัฐมนตรี ท่านช่วยตอบด้วย ตกลงเรือมันไปผิดทิศผิดทาง มันมาท่าเรือที่กรุงเทพฯ แต่มันไปโผล่ที่ ประเทศจีนได้อย่างไร

ดูต่อมาภาพที่ ๔ ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ ท่านประธานครับ ผมเกรงว่า เดี๋ยวฝ่ายค้านจะยกมือประท้วงแล้วบอกว่าจิรายุคุณเอาภาพเก่า หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับเมื่อวานนี้วันที่ ๗ พฤศจิกายน เห็นไหมครับ อายโลก ฟีฟ่าแบนหนองจอก ผมถ่ายอย่างนี้เพื่อจะบอกว่าเมื่อวานนี้ทีมงานของพวกผมไปถ่ายภาพมาเป็นภาพจริง ล่าสุดเมื่อวานนี้ไม่ใช่เมื่อเดือนที่แล้ว ให้ท่านประธานดูก่อนนะครับ ท่านดูข้างหลังนะครับ มีรถเครนอยู่ครับท่านประธาน ต่อให้อภิมหาฟีฟ่า ฟีฟ่าไม่ใช่แฟซ่านะครับท่านประธาน เวลาเขาคิดอะไร เขาทำอะไร เขามีคณะกรรมการไม่ใช่คนเดียว

ดูภาพต่อมาครับท่านประธานครับ ภาพที่ ๕ ครับ เมื่อวานนะครับ ถ้าท่านประธานเป็นประธานฟีฟ่าท่านจะไหวหรือครับ นี่ยังแบกเหล็กกันอยู่เลยครับ แล้วดูภาพข้างหลังนะครับ รถ กทม. ช่วยอยู่นะครับ พยายามสุดลิ่มทิ่มประตูไม่ว่ากันครับ ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ สรรพกำลังทำได้ทำแต่เอื้อผู้รับเหมาหรือไม่เดี๋ยวค่อยว่ากัน

ดูภาพที่ ๖ ท่านประธานครับ เห็นไหมครับรถเครนกำลังยกเหล็กขึ้นไปเลย จัดไหวหรือครับท่านประธาน ยอมรับความจริงหน่อยนะครับ

ภาพที่ ๗ ท่านประธานครับ นี่เมื่อวานยังยกของยกขึ้นยกลงกันอยู่เลย แข่งวันที่ ๑ พฤศจิกายน เมื่อวานวันที่ ๗ พฤศจิกายนครับท่านประธาน อับอายขายหน้า ไปทั่วโลกครับ

ดูภาพต่อมา ท่านประธานครับ นี่อัฒจันทร์ที่ผู้ว่าราชการ กทม. บอกว่าวันเสาร์นี้ จะจัดคอนเสิร์ต ผมบอกอย่างไรครับถ้าจะเป็นคอนเสิร์ตแบบดนตรีไทยนี่โอเค (OK) ครับ นั่งเรียบร้อย ฟังกันเบา ๆ แต่ถ้าท่านจัดคอนเสิร์ตแบบพวกวัยรุ่นเขาหรือว่ามีดนตรีสากล มีดารานักแสดงมันนั่งไม่ไหวมันต้องออกอาการขยับเขย่งกันบ้างละครับ เชิญท่านผู้ว่าราชการด้วย ที่ชั้น ๕ อัฒจันทร์นี้นะครับ

ดูต่อมา ท่านประธานครับ นี่เมื่อวานนี้ครับบันไดเลื่อน เลื่อนขึ้นได้ไหม ท่านประธานดูครับ เทวดา ๓ องค์ นางฟ้าอีก ๗ องค์ ยังเสกไม่ได้เลยครับท่านประธาน

ภาพสุดท้ายครับท่านประธาน นี่ครับความอับอายขายหน้าของคนทั้งประเทศ นี่คือสร้าง ข้างบนนี้คือแบบที่ทำวันนี้อยู่นะครับ ที่เขาบอกว่าเสร็จแล้ว แล้วก็ฟีฟ่าไม่รับรอง ข้างล่างนี่คือแบบที่เขาเซ็นสัญญากันครับ เหมือนไหมครับท่านประธาน ละม้ายครับ ละม้ายคล้ายคลึงครับ ที่ผมอยากจะถาม ท่านรัฐมนตรีครับ เอาละครับภาพ ขอบพระคุณนะครับ ฟีฟ่าถอยไปให้เยอะแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานี่รับผิดชอบโดยตรง ท่านเป็นมา ๒ รัฐบาล รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็นั่งเก้าอี้ตัวนี้นะครับ ผมถามท่านรัฐมนตรีครับว่า งานชิ้นนี้ตกลงทำไมรัฐบาลในยุคคุณอภิสิทธิ์ผ่านทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่าน ทำไมจึงไม่ทำ ครม. อนุมัติให้กรุงเทพมหานครทำเพราะอะไร เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้กรุงเทพมหานครทำ ทั้ง ๆ ที่มีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถ้าอย่างนี้ท่านก็ไม่ต้องทำเรื่องกีฬาแล้วครับ ถามท่านรัฐมนตรีครับว่าเหตุใด ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๕๓ ต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบันนี้มันเกิดอะไรขึ้น คนไทยทั้งประเทศ กำลังอับอายกันครับ ฝากถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๑ ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกมาก ผมไม่เคยเห็นภาพพวกนี้เลย ขอบคุณมากทีเดียว มันยิ่งย้ำสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่าน ๆ มาแล้ว ได้อย่างมากทีเดียวนะครับ ประเด็นที่ ๑ ผมขอตอบอย่างนี้ก่อนว่ามติ ครม. แบ่งความรับผิดชอบ ในการเป็นเจ้าภาพออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ในเรื่องของเมน สเตเดียม (Main stadium) ให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบไป โดยได้มีมติให้ทำที่เขตหนองจอก ส่วนที่ ๒ ในเรื่อง การบริหารจัดการนั้นมอบให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเอกชน เป็นผู้ไปดูแลรับผิดชอบ สรุปแล้วตามมติ ครม. นั้นมอบให้เอกชนกับรัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้รับ ไปทั้งหมด ในตอนเริ่มต้นผมเป็นคนเซ็นเอกสาร ๔ ฉบับด้วยกันรับผิดชอบทั้งหมด และมอบให้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไปบิด (Bid) ที่เมืองดาวอสก็ได้มาเป็นเจ้าภาพ เสร็จแล้ว ผมก็ได้นำมาเข้า ครม. ขอเป็นเจ้าภาพในเรื่องการจัดฟุตซอล ครม. ก็กรุณารับเป็นเจ้าภาพ แต่ในการดำเนินการตอนหลังมติ ครม. ได้ออกมาให้แยกงานเป็น ๒ ส่วน รัฐบาลกลาง ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย รัฐบาลกลางในที่นี้คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แม้กระทั่ง การตั้งกรรมการนั้นสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเขาเป็นคนตั้งเอง การก่อสร้าง ก็เป็นความรับผิดชอบของ กทม. โดยรัฐบาลกลางเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณให้ประมาณ ๑,๒๙๐ กว่าล้านบาท จบอยู่แค่นั้นครับ ดังนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้น คงไปก้าวก่ายอะไรไม่ได้เลยตั้งแต่ต้นจนจบ ในเรื่องนี้มันก็เป็นมาอย่างนี้ครับ ส่วนการก่อสร้างสนามเสร็จหรือไม่เสร็จนั้นเป็นเรื่องทางเทคนิคผมคงไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย เพราะ กทม. อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดังนั้นทางกระทรวงเองก็รับอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้รับรู้อะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ในเรื่องการก่อสร้างและในเรื่องการบริหารจัดการที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไปตั้งกรรมการอะไรเองนั้นกระทรวงเราไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่มิได้หมายความว่า ผมจะปัดความรับผิดชอบ ผมจับตาดูตลอดนะครับเพราะผมรู้สถานการณ์ดี สถานที่นั้น ก็ได้ให้ข้อสังเกตไปนานแล้วว่ามันห่างไกลไปหน่อย ความเหมาะสมนั้นก็ไม่ค่อยจะมี แต่เมื่อตกลงจะให้รัฐบาลท้องถิ่นเป็นคนดำเนินการและดำเนินการที่เขตหนองจอก กระทรวงก็ต้องรับฟังไป ดังนั้นในบทบาทของกระทรวงก็หยุดอยู่แค่นั้นเอง แต่ในด้านการประชาสัมพันธ์ก็ดี การจับตามองการดำเนินการ ทั้งการก่อสร้างก็ดี ทั้งทางด้านบริหารจัดการก็ดี กระทรวงจับตาดูอยู่ตลอดเพราะกระทรวงเราเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่มือสมัครเล่นนะครับ เรารู้แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็เลยได้เตรียมการไว้ เรียบร้อยหมดแล้วเพื่อรองรับ เมน สเตเดียมที่สร้างขึ้นมา ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ใช้สำหรับพิธีเปิด พิธีปิดเป็นหลัก แล้วก็ใช้เป็นสถานที่แข่งขันด้วยไปในตัวในบางแมทช์ (Match) ที่รองชนะเลิศหรือชนะเลิศเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อที่เขตหนองจอกไม่เสร็จทางกระทรวงเองก็รู้ล่วงหน้ามาแล้วละ ก็เตรียม สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมากไว้เรียบร้อยแล้ว อาคารนิมิบุตรก็เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ฟีฟ่ามาตรวจสอบอยู่หลายครั้ง พอใจที่สนามราชมังคลากีฬาสถานมาก บอกว่า สนามราชมังคลากีฬาสถานนี้ต่อไปจะเป็นศูนย์ทางเอเชียได้ด้วยซ้ำไป ดังนั้นเราได้ เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อทางเขตหนองจอกไม่เสร็จไม่เป็นไรมาทำพิธีเปิด ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานได้เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว บุคลากรมีเรียบร้อยหมด อุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่พร้อมหมด อาคารนิมิบุตรก็พร้อมหมด เราได้เตรียมการเพื่อรองรับ ความฉุกเฉินขึ้นมาให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในแง่ของกระทรวงคงทำได้อย่างที่ได้กราบเรียน ไปแล้วในเบื้องต้น ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีใจดีแต่ว่าเสียของ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้าท่านตัดสินใจก่อนหน้านี้ อีกสัก ๗-๘ เดือน แล้วฟันธงไปเลยบอกว่ามันทำไม่ทัน ไปใช้สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ผมค้นประวัติดูเมื่อหลายปีก่อนมีการเสนอจัดที่สนามยิงเป้าบินในหัวหมาก ท่านประธานครับ งบประมาณไม่น่าเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำ ก็สรุปที่ท่านรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่า รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติงบประมาณเกือบ ๑,๔๐๐ ล้านบาท แทนที่จะให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากลับไปให้กรุงเทพมหานครไปทำที่เขตของท่านไพโรจน์ ที่เขตหนองจอก ซึ่งฟีฟ่าทักท้วงไว้ก่อนแล้วนะครับว่ามันไกล การคมนาคมแถวนั้น ลำบากยากเย็นเข็ญใจ เดินทางต้องไม่เกินครึ่งชั่วโมงหรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า ๔๕ นาทีอะไรประมาณนี้ครับ สรุปใจความก็คือว่าผมเสียดาย จริง ๆ แล้วมีรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครคนหนึ่ง ขออภัยที่เอ่ยนามท่านท่านอยู่ข้างนอก แต่ว่าเป็นการชื่นชม ท่านครับ ท่านจบมาจากคอนสตรัคชัน แมนเนจเมนท์ (Construction Management) จากประเทศสหรัฐอเมริกา คุณธีระชนครับ รู้เรื่องการก่อสร้างโดยตรงแต่หลัง ๆ ท่านไปพูด เรื่องน้ำเยอะ ถ้าเรื่องนี้ท่านพูดหน่อยบอกว่า กทม. เสร็จไม่ทัน เสร็จไม่ทัน เสร็จไม่ทัน ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำอย่างนี้จบข่าวไปแล้วครับท่านประธาน ประกาศชัดเจน สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมากใหญ่โตกว่าสนามฟุตซอล อารีน่าอีกนะ แต่ปรากฏว่า กลับกลายเป็นว่าคนไทยเสียหน้าทั้งประเทศ

ประเด็นต่อมาที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรี เมื่อท่านใจดีแล้วแล้วเสียของไปแล้ว เอาไปจัดคอนเสิร์ต ๑,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ คิดได้อย่างไร จัดคอนเสิร์ตวันเสาร์นี้ เพราะว่าฟีฟ่าไม่รับรอง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ ลงข่าวกันวันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจัดคอนเสิร์ต งบประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ที่ผมถามต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ กรุงเทพมหานครไม่ใช่เขตปกครองพิเศษที่จะต้องดูแล คนทั้งประเทศ ท่านให้สัมภาษณ์ดุเด็ดเผ็ดมันแล้วเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงนี้ครับ ท่านให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้องฟีฟ่าในฐานะทำให้กรุงเทพมหานครเสียหาย ผมไม่อยากพูด ในแง่กฎหมายว่า มาตรา ๑๙๐ ท่านผู้ว่าราชการ กทม. ต้องเอามาเข้าก่อนหรือเปล่า เพราะฟีฟ่าไม่ใช่ยาสระผมแฟซ่านะครับ เขาเป็นองค์กรระดับโลกทำอะไรมีคณะกรรมการ มีโน่นมีนี่กว่าจะตัดสินได้ไม่ใช่อยู่คนเดียวแล้วบอกได้ครับ ผมถามผลกระทบไปยัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดประเทศไทยจะจัดการแข่งขัน ตะกร้อลอดห่วง สมมุตินะไม่ใช่องค์กรฟีฟ่าหรือองค์กรอื่นใดก็แล้วแต่ เขาจะเชื่อมั่น ในประเทศไทยไหม กทม. ทำเสียของไปแล้ว ท่านใจดีแล้วแต่ท่านต้องมาแบกรับภาระ ในอนาคต สมมุติว่าเกิดจะมีการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกขึ้นมาในประเทศไทย เขาบอก โอ๊ย ไม่ได้หรอกประเทศไทยเคยมีประวัติแค่สนามฟุตซอลเตะบอลรูหนูยังทำไม่เสร็จเลย เพราะฉะนั้นอย่างนี้ ผมถามท่านรัฐมนตรีต่อเนื่องนะครับว่ากรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความ บกพร่องแล้ว รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควบคุมดูแล กีฬาโดยตรงจะมีบทลงโทษหรือไม่ และถ้าจะช่วยกรุณาไปบอก กทม. หน่อยได้ไหมว่า เงียบ ๆ หน่อย ก้มหน้าก้มตายอมรับความจริงแล้วสั่งกำลังพลของท่านที่ทำอยู่ออกมา แล้วก็ค่อย ๆ ทำให้มันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยไปจัดคอนเสิร์ตได้ไหม

เรื่องต่อมาที่เกี่ยวเนื่องกัน ท่านประธานผมถามต่อเลยครับ ท่านจะมีโอกาส ได้พูดคุยกับคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือว่าฟีฟ่าหรือไม่ ผมทราบข่าว จากเว็บไซต์ (Web site) เมื่อเช้านี้ ท่านเข้าไปดูในเว็บไซต์ฟีฟ่าจะมีการโพสต์ (Post) กระทู้ อะไรกันเยอะแยะมากมาย ฝรั่งเขาก็โพสต์ไว้ครับ เขาบอกว่าประเทศไทยมันอะไรกันนักกันหนา พอไม่รับรองก็มาด่าเขาว่าเขาไม่ให้ห้องวีไอพี (VIP) กทม. ชี้แจงบอกว่าห้องวีไอพีทำไม่เสร็จ ซึ่งมันอยู่ในกฎระเบียบอยู่ในแผน อยู่ในผัง อยู่ในแปลนของอาคารอยู่แล้ว แล้วท่านไปบอกว่า ฟีฟ่ามาดูแล้วห้องรับรองวีไอพี ๓๐๐ คนไม่เสร็จจึงไม่ให้ ท่านถามคนไทยทั้งประเทศไหมครับ ว่าเขาคิดเช่นนั้นหรือไม่ และเมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับฟีฟ่านี่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านจะทำอย่างไรในแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต ของการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกในประเทศไทยครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องนี้เป็นบทเรียนอย่างดีครับท่าน

ประการที่ ๑ เรื่องงานใหญ่ ๆ ระดับโลกอย่างนี้รัฐบาลกลางจะต้องเป็นคนทำ ที่เคยทำกันมาแล้วนั้นนายกรัฐมนตรีต้องเป็นประธานอำนวยการ แล้วก็ทางกระทรวง ก็เป็นผู้บริหารจัดการ แต่ครั้งนี้มันออกไปเป็นพิเศษหน่อยว่าสมาคมฟุตบอล เขาเป็นคนบริหารจัดการเอง แล้วก็ กทม. เป็นคนดำเนินการในด้านเมน สเตเดียม การก่อสร้างทั้งหมด ต่อไปก็คงจะต้องใช้มืออาชีพนะครับ ไม่ใช่ใช้ให้รัฐบาล เพราะเกี่ยวข้อง กับกระทรวง ทบวงกรมต่าง ๆ เรื่องคนเข้าเมืองก็ดี เรื่องกระทรวงแรงงานก็ดี รัฐบาลท้องถิ่น ประสานงานไม่ได้ ลำบาก ถ้างานใหญ่ ๆ อย่างนี้ต่อไปในอนาคตจะต้องให้ทางรัฐบาล เป็นผู้ดูแลเอง เรื่องนี้ผมได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคราวนี้ ทางกระทรวงได้พยายามชดเชยให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้แล้ว โฆษณา ประชาสัมพันธ์ก็ขึ้นบอร์ด (Board) ทำอะไรให้หมด หนังสือพิมพ์ก็เพื่อจะช่วยทั้งที่ไม่ใช่เป็นหน้าที่นะครับ จะช่วยทาง กทม. และสมาคมฟุตบอล ท่านครับ เรื่องเสียความรู้สึกเสียแน่ต้องยอมรับ เรื่องเสียเครดิตกับ ต่างประเทศ ความเชื่อมั่นก็มีผลกระทบบ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมดละครับ ทางกระทรวง จะดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้เอง เวลานี้เราได้เป็นเจ้าภาพแข่งขันเอเชียน บีช เกมส์ ครั้งที่ ๔ อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ปี ๒๐๑๔ แล้วก็กำลังจะไปเอเชียน บีช เกมส์ ผมจะเดินทางไปที่ ประเทศคูเวต ไปพบกับชีคเองเพราะคราวที่แล้วผมไปพบกับชีคที่ประเทศคูเวตก็ได้เอเชียน บีช เกมส์ที่จังหวัดภูเก็ตมา พูดภาษาตลาดก็คือไปแย่งประเทศฟิลิปปินส์เขามานั่นแหละ แต่เที่ยวนี้ก็จะไปเอาเอเชียนเกมส์มา ผมจะเดินทางไปอย่างช้าต้นเดือนมกราคม อันนี้ผมจะไปเอง จะเอามา กระทรวงจะดำเนินการเอง แล้วเวลานี้ก็เป็นที่น่ายินดีว่าทางเอฟ ๑ (F1) ให้ทางเราเป็นเจ้าภาพเอฟ ๑ ส่งจดหมายไปแล้วรออยู่บนโต๊ะผมที่จะเซ็นว่าจะโอเค หรือไม่โอเค แต่ว่าในเดือนธันวาคมนี้จะมีการแข่งเรซ ออฟ แชมเปียนก่อนที่จะมีเอฟ ๑ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และเรซ ออฟ แชมเปียนจะมีดาราแชมป์โลกมาอย่างน้อย ๒-๓ คนที่ดัง ๆ มาก อย่างน้อย ๒ คนเลย ก็จะจัดให้อยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน การที่จะเรียกความเชื่อมั่นต่าง ๆ นั้น เรื่องนี้เป็นแต่เพียงไม่เสียมากเท่าไร เพราะฟีฟ่าเขาอยู่นอก เป็นเรื่องสมาคมพิเศษเรา กระทรวงเราตอนนี้ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาฟุตซอลโลกคนพิการ คนพิการนะครับ คนดีไม่เป็นอะไรแล้วครับจบไป แต่คนพิการตอนนี้ได้เรียบร้อยแล้ว ผมจะลงนามให้วันสองวันนี้ แล้วก็เขาจะมาพบผมเพื่อลงนามกับผม เจ้าภาพคนพิการ เอาแบบโอลิมปิกนี่แหละครับ โอลิมปิกเหรียญทองคนดีไม่ได้แต่คนพิการได้ นี่ผมจะลงนามในเรื่อง ฟุตซอลโลกคนพิการในวันสองวันนี้ และกระทรวงจะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมดเลยนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าท่านไม่ต้องเป็นห่วงมากนะครับในการที่จะไปเรียกความเชื่อมั่น ต่อไปในอนาคต แต่นี่ก็เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับในอนาคตนะครับ กระผมเองในฐานะ ไม่ได้เข้าไปควบคุมงาน ไม่ได้ไปดูแลอะไรเลย ก่อสร้างอย่างไรไม่ได้รู้เรื่องเลย ก็ไม่เป็นอะไร เป็นเรื่องเมื่อมอบให้ทาง กทม. แล้วก็ไม่อยากไปก้าวก่ายอะไรเขา มอบให้ทางสมาคม บริหารจัดการแล้วก็ไม่อยากไปก้าวก่ายและไม่มีอำนาจด้วยในการที่จะไปก้าวก่ายเขา หรือไปเรียกร้อง ไปเรียกขอดูโน่นดูนี่จากเขา ไม่มี ตามกฎหมายไม่มีเลยนะครับ การลงโทษต่าง ๆ นั้นถ้าในแง่ของสมาคมก็สมาชิกกันเอง ผลงานออกดีไม่ดีก็สมาชิก ไปพิจารณากันเอง หรือว่าทั้งในแง่ของ กทม. ถ้าเห็นว่าผลงานไม่ดี ประชาชน กทม. ก็ไปว่ากันเองก็แล้วกัน ผมก็ตอบได้เท่านี้ละครับ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคำถามสุดท้าย เหลือ ๑ นาทีนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ๔๐ วินาที สำคัญครับ นี่ผมยังไม่ได้พูดเรื่องของรถ กทม. เยอะแยะที่อยู่ในมือผมนี้นะครับ ไปช่วยทำมา หลายวัน เบี้ยเลี้ยงหลายคนเขาบอกก็ยังไม่ได้จ่ายเขา และไปเอื้อประโยชน์ต่อผู้รับเหมา หรือไม่ ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ จะดีใจหรือจะเสียใจดีครับ ตกลงประเทศไทยกำลังจะได้เป็นเจ้าภาพฟุตซอลคนพิการโลก เอาฟุตซอลปกติให้มันได้ก่อนครับท่านประธาน ผมขออนุญาตถามคำถามสุดท้ายว่าท่านมี แนวคิดอย่างไรในการที่จะเจรจาความกับฟีฟ่า เช่นท่านถือดอกไม้ช่อโตแล้วเชิญผู้ว่าราชการ กทม. เชิญผู้บริหาร กทม. ไปขออภัยเขาไหมครับ ที่ไปกล่าวล่วงเกินเขาโดยไม่มีหลักการแบบนี้ ท่านไปบอกเขาบอกว่านี่เพราะห้องวีไอพีทำไม่เสร็จจึงไม่อนุมัติ ไม่อนุญาต ผมให้เห็นภาพแล้ว ท่านทำได้ไหมครับ แล้วท่านรัฐมนตรีท่านพูดวันนี้เมื่อสักครู่นี้เป็นเรื่องเก่าผ่านมาแล้ว ๕ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ทั้งเรื่องเอฟ ๑ ทั้งเรื่องเอเชียน บีช เกมส์ อะไรต่าง ๆ ตอนนั้น ฟีฟ่าเขายังไม่โดน กทม. ด่าแบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมถามว่าวันนี้ท่านเช็ก (Check) หรือยังว่าเขาขึ้นแบล็กลิสต์ (Blacklist) กับประเทศไทยหรือยัง เป็นคำถามสุดท้ายเพื่อให้ พี่น้องคนไทยเข้าใจว่ากรณีนี้ถ้าผิดยอมรับผิดไปเลยครับ และแก้ไขปัญหาไปจัดสนาม อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ไปจัดที่โคราช ไปจัดที่ไหนจัดเลยครับ แล้วช่วยกันประชาสัมพันธ์ แล้วเป็นบทเรียนว่าต่อไปนี้ ครม. ถ้าอะไรเป็นระดับประเทศอย่าไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นทำ รัฐบาลกลางต้องทำ เป็นคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บทเรียนอันนี้ก็ดีต่อไปก็คงจะไม่เกิดขึ้น อย่างนี้แน่นอน ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ และอันที่ ๒ ก็คือว่าฟีฟ่าไม่ได้อยู่ในอำนาจ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยนั้นเป็นกรรมการฟีฟ่า ทั้งหมดนี้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นคนผลักดันมาโดยตลอด ทางกระทรวง ไม่มีหน้าที่ไปจับมือผู้ว่าราชการ กทม. ไม่มีหน้าที่ไปจับมือสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไปต้าอ่วยกันเจรจากับฟีฟ่าแน่ครับ ฟีฟ่าเขาทำตามกฎ ตามระเบียบของเขา กติกาของเขา วางมาหมดเรียบร้อยแล้วว่าระยะทางควรเป็นเท่าไร จากโรงแรมที่พักเป็นเท่าไร ควรจะเดินทาง ไปถึงเท่าไร ควรจะมีอะไรบ้าง เขามีเรียบร้อยหมดแล้ว ทางสนามราชมังคลากีฬาสถานของผม และอาคารนิมิบุตรของผมเขาก็เสนอให้ปรับปรุงอะไรต่ออะไร ๒-๓ รายการ ผมก็ทำให้ เรียบร้อยจนกระทั่งเป็นที่พอใจของเขาแล้ว เขาจึงได้แสตมป์ (Stamp) รับรองให้เป็นสถานที่ ตอนนี้สนามราชมังคลากีฬาสถานเขาให้เป็นสถานที่เปิดและปิดด้วยซ้ำไป ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไป

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอรรถวิชช์ประท้วงอะไรครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงท่านผู้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นั้นใช้คำว่า กทม. ทำเสียของครับ แล้วผมเองผมเป็นพรรคประชาธิปัตย์ กทม. เป็นพรรคประชาธิปัตย์ มีความจำเป็นต้องชี้แจงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ท่านประท้วงท่านต้องบอกว่ามันมีการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหนนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

เสียหายครับ ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่ถ้าท่านใช้สิทธิชี้แจงไม่ให้ครับ เพราะท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ใช้สิทธิประท้วงครับ เพราะว่าพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พูดให้จบผมจะได้วินิจฉัยครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ก็พูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่บอก กทม. ทำเสียของ เพราะฉะนั้นผมจะเรียนสั้น ๆ เท่านั้นเองไม่เกิน ๑ นาที ท่านประธานครับ เรื่องนี้สนามฟุตซอลแห่งนี้กระทรวงการคลังอนุมัติให้ทำการก่อสร้างได้ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ คือในช่วงน้ำท่วม กำหนดการก่อสร้าง ๕๐๐ วันจะสิ้นสุด ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๖ ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างมาเพียงแค่ ๒๘๙ วัน และเป็น ๒๘๙ วันที่อยู่ในเงื่อนไขว่าสนามพร้อมใช้ในการแข่งขัน ที่ผมต้องพูดแบบนี้เพราะผมไปตรวจ สนามด้วยตัวเองครับ แล้วไปเฝ้าสนามนี้เองครับ ท่านประธานครับนิดเดียวเราเป็นเจ้าภาพ เราจะได้รู้ว่าแก้ไขปัญหาประเทศชาติอย่างไรครับ วันที่กำหนดการคือรอบ ๘ ทีมสุดท้าย ที่กรุงเทพมหานคร โดยสนามแห่งนี้ต้องใช้งานคือวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน เรายังเหลือเวลาอีกครับ วันนี้ไม่ใช่เวลาโทษใคร วันนี้เป็นเวลาที่คนไทยทุกพรรคการเมืองต้องช่วยกันคุยกับฟีฟ่า เพราะกำหนดการคือ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน และนิดเดียวครับ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ท่านนายกสมาคมคุณวรวีร์ท่านเป็นกรรมการบริหาร พรรคเพื่อไทยด้วยไปช่วยกันสิครับทั้ง ๒ พรรค ผมคิดว่าทั้ง ๒ พรรคช่วยกันเราก้าวข้ามได้ เราคุยกับฟีฟ่าได้ ท่านรัฐมนตรีอยู่บนเวทีครับ แค่นี้เอง ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ครับ ท่านขอใช้สิทธิประท้วงท่านก็ไม่ประท้วง ผมก็ให้โอกาสท่าน คือผมจะได้ วินิจฉัยข้อประท้วงของท่านนะครับ การอภิปรายข้อเท็จจริงฟังยุติจากทั้งผู้ถามและผู้ตอบว่า ฟีฟ่าเขาไม่ได้ใช้สถานที่แห่งนี้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วนะครับ ท่านผู้อภิปรายท่านก็บอกว่าการลงทุนนี้เสียของก็เป็นความเห็นของท่าน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ ความเห็นในการสอบถามเป็นปกติ ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องของคลาดเคลื่อนไม่คลาดเคลื่อน เป็นเรื่องเท็จหรือไม่เท็จไม่ทราบ รู้แต่เรื่องเดียวก็คือว่าขณะนี้ฟีฟ่าไม่ใช้สถานที่แห่งนี้แล้ว นี่คือข้อยุติ ผมวินิจฉัยอย่างนี้

(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรอีก เชิญครับ ไม่ใช่ครับ อีกท่านหนึ่งท่านสมบูรณ์ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญนั่งเถอะครับ ก็ผมวินิจฉัยแล้วครับ คืออย่างนี้ครับ ท่านขอใช้สิทธิประท้วง ผมไม่อนุญาตแล้ว เพราะว่าท่านอธิบายแทนกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเรื่องของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยจะต้องมาชี้แจง ก็ผมวินิจฉัยแล้วเป็นความเห็นของผู้อภิปราย ส่วนใครจะเสียหายอย่างไร กทม. จะเสียหาย กทม. ก็ไปว่าของ กทม. เองนะครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวทีละท่านครับ เชิญครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงมีผู้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เนื่องจากมีผู้อภิปรายถึงบุคคลภายนอกแล้วเขาไม่มีโอกาส ที่จะมาชี้แจงข้อกล่าวหาที่นี่นะครับท่านประธาน ขออนุญาตใช้เวลานิดเดียวครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะชี้แจงแทนบุคคลภายนอกใช่ไหมครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ให้ครับ ท่านประท้วงก็ประท้วงไปครับ ถ้าอย่างนั้นทุกคนขอชี้แจงหมดทุกคน ผมต้อง ทำตามข้อบังคับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานกำลังเข้าข้างพรรคเพื่อไทย ใช้การเมือง

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้หรอกครับ ผมต้องทำตามข้อบังคับ เขากำลังถามนะครับ เชิญนั่งลง ผมจะได้กระทู้ถาม ต่อไปครับ นั่งลงครับ ท่านก็นั่งฟังครับ ผมไม่ให้โอกาสครับ ท่านเข้าใจเอง นั่งลงครับ ใจเย็น ๆ ครับ ผมให้นั่งลงครับ ใจเย็น ๆ ไม่นั่งลงใช่ไหมครับ ไม่ได้ครับ ท่านไม่ได้เกี่ยวข้อง นั่งลงครับ นั่งลงทั้งหมดครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าหากบุคคลภายนอก เสียหายเขาก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ได้ ท่านไม่มีสิทธิที่จะไปชี้แจงแทนเขา เชิญนั่งลงครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ ผมฟังดูคือไม่ได้พาดพิงนะครับ ท่านอรรถวิชช์ ท่านก็พยายามที่จะประท้วง อันนั้นเป็นความเห็นของท่านไม่ได้พาดพิงนะครับ ท่านจะถาม ท่านก็อารัมภบทไปเหมือนกับหลายท่านก็อารัมภบทไป จะต้องมีบุคคลที่เกี่ยวข้องนะครับ การอารัมภบทบุคคลที่เกี่ยวข้องมันไม่ได้เสียหาย นั่งลงครับ ผมจะไปกระทู้ถามที่ ๒ แล้วนะครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญประท้วงก่อนครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานต้องเป็น ประธานของที่ประชุมและดำเนินการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประท้วงต่อเนื่อง ไปถึงข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคแรกและวรรคสอง การที่สมาชิกฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายพาดพิง ไปถึงกรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและท่านรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครถือว่าเป็นการพาดพิงบุคคลภายนอก พาดพิงผู้อื่น และกระผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าสิ่งที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้อภิปรายถึง งบประมาณ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ท่านประท้วงผมข้อบังคับ ข้อ ๘ เอาข้อประท้วงก่อนครับ อย่าเพิ่งไปเรื่องอื่น เอาข้อประท้วงก่อน ผมจะได้วินิจฉัยได้ถูก

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านประธาน ต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านได้อภิปราย เมื่อ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ได้พาดพิงถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งพวกเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร และกระผมนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เมื่อเป็นดังนี้กรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละจะได้วินิจฉัยนะครับ เดี๋ยวนั่งลงนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานควรที่จะอะลุ่มอล่วย ให้กับท่านสมบูรณ์ได้อภิปราย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งลงครับ ผมก็ให้ท่านอรรถวิชช์แล้วท่านหนึ่ง แล้วก็ข้อประท้วงของท่านผมต้องทำตาม ข้อบังคับ แล้วถ้ากรุงเทพมหานครเขาเสียหายเขาก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ได้ ทีนี้ทางผู้ตอบคือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องท่านก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ผมว่าข้อประท้วงของท่าน ผมก็วินิจฉัยอย่างนี้ละครับ เดี๋ยวผมจะไปกระทู้ถามที่ ๒ นะครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คือผมได้วินิจฉัยไปแล้วก็ต้องนั่งลงถือว่ายุตินะครับ ท่านวัชระเมื่อกี้ท่านก็ประท้วงไปแล้วนี่ครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ คืออย่างนี้ครับการพาดพิงถ้าท่านคิดแบบของท่าน ท่านไปดูข้อบังคับ ผมก็ไม่อยากไปสอนนะครับ อย่างนั้นถ้าบอกว่าพาดพิงท่าน ส.ส. นี่ก็ ส.ส. ทั้งสภา กรุงเทพมหานครก็มีทั้ง ๒ ฝ่ายก็อยู่ทั้งกรุงเทพมหานครไม่ได้ ข้อบังคับเขาไม่ได้เขียนไว้ ให้ท่านทำอย่างนั้นได้ ท่านวัชระเชิญนั่งลง เดี๋ยวผมขอไปกระทู้ถามที่ ๒

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมีอะไรไหมครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงช่วงไหนครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พาดพิงถึงกระผมครับว่าเป็นผู้อนุมัติ ไปขอมาเป็นเจ้าภาพ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอกราบเรียนว่าความจริงการทำงาน เรื่องของการมาเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับผมก็ทำงานมาด้วยกัน แต่ที่จริงอยากจะกราบเรียนว่าบุคคลซึ่งได้เป็นคนไปขับเคลื่อน เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นก็คือคุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซึ่งได้ไปร่วมประชุมแล้วก็พูดคุยกับฟีฟ่า แล้วก็มา รายงานผมว่ามันมีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัด การแข่งขันฟุตซอล ผมก็เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี แล้วก็เป็นโอกาสของประเทศ ในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นก็ได้ให้การสนับสนุนท่าน แล้วต่อมาก็มีการนำเสนอเรื่องนี้ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในวันนั้นที่เราจะเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขันฟุตซอลโลก เดิมทีไม่ได้คิดจะสร้างสนามครับ คิดว่าจะสามารถปรับปรุงสนาม ที่มีอยู่และ/หรือไปใช้สถานที่อย่างเช่นศูนย์ประชุมใหญ่ ๆ ดัดแปลงเป็นสนามชั่วคราว แต่ว่าทางฟีฟ่าเป็นฝ่ายที่ตอบกลับมาว่าถ้าจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันนี่เขาอยากให้ เราสร้างสนามขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะที่มีความจุประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนครับ ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่ากรณีของสนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมากก็ดี อาคารนิมิบุตรก็ดี แม้มีการปรับปรุงแล้วก็ไม่สามารถที่จะจุคนได้ถึง ๑๒,๐๐๐ คนหรือ ๑๕,๐๐๐ คน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมคณะรัฐมนตรีจึงต้องพิจารณาในการที่จะลงทุนสร้างสนามใหม่ขึ้นมา ทีนี้ถามว่าเมื่อจะสร้างสนามใหม่ขึ้นมาก็ต้องไปดูว่าที่ที่เรามีอยู่ตรงไหนที่มีความเป็นไปได้ ในการก่อสร้าง ซึ่งสถานที่ที่ได้ก่อสร้างที่เขตหนองจอกนี่ก็เป็นสถานที่หนึ่งที่มีความพร้อมเพราะไม่ต้องมี การเจรจาในการจะไปซื้อ ไปเช่าที่ของคนอื่น กรุงเทพมหานครเสนอตัวว่าตรงนี้สามารถทำได้ ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความเป็นจริงนะครับว่าโดยหลักของการจัดการแข่งขันระดับนี้ และมีการสร้างสนามกีฬานี่ การไปสร้างสนามที่อาจจะดูว่าอยู่ห่างไกลเป็นเรื่องปกติครับ ส่วนใหญ่แล้วเขาต้องการที่จะใช้โอกาสอย่างนี้ไปสร้างสนามเพื่อนำไปสู่การพัฒนาความเจริญ ในพื้นที่นั้น ๆ ด้วย เพียงแต่ว่าเขามีเงื่อนไขครับว่าการเดินทางไปสู่สนามต้องใช้ระยะเวลา ไม่เกินเท่าไร ซึ่งเมื่อมีการเสนอพื้นที่เขตหนองจอกไปฟีฟ่าก็เห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนย้ำนะครับว่าพวกเรานี่ไปเสนอตัวและ ประสบความสำเร็จในการดึงการแข่งขันฟุตซอลโลกมาที่ประเทศไทย ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พวกเราต้องช่วยกันครับว่าทำอย่างไรให้งานนี้ประสบความสำเร็จ ส่วนกรณีปัญหาสนามนี่ครับท่านประธาน ตรงนี้ผมไม่ก้าวล่วง คือผมถือว่าเมื่อมีการตัดสินใจ รับเป็นเจ้าภาพแล้วขั้นตอนในการก่อสร้างสนามนี่ก็ต้องไปลำดับกันเอาเองว่า การอนุมัติงบประมาณมันเกิดขึ้นเมื่อไร อย่างไร แล้วก็ต้องไม่ลืมข้อเท็จจริงที่สำคัญ ที่คุณอรรถวิชช์ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ก็คือปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ซึ่งทำให้การก่อสร้าง เหลือระยะเวลาถึงการที่จะใช้แข่งขันประมาณ ๒๘๐ กว่าวัน อันนั้นเป็นเหตุที่ผมคิดว่า ฟีฟ่าเองเขาก็เข้าใจครับว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย จึงได้มีแผนรองรับอย่างไรครับว่า สมมุติสนามนี้ใช้ไม่ได้ก็สามารถที่จะใช้สนามอื่นได้ กราบเรียนท่านประธานนะครับความจริง เดิมผมตั้งใจด้วยซ้ำว่าจะให้ไปใช้สนามที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย ที่จังหวัดสงขลาด้วย ที่โคราชด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็มีเฉพาะที่โคราชกับกรุงเทพมหานคร นี่คือข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทีนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่ากรณีการตั้ง กระทู้ถามเช่นนี้ ซึ่งความจริงแล้วประหนึ่งเป็นการตรวจสอบกรุงเทพมหานครนะครับ ไม่ใช่รัฐบาล ท่านประธานก็ควรจะให้โอกาสกรุงเทพมหานครในการชี้แจง มิฉะนั้นแล้ว ก็เท่ากับว่าเราใช้เวทีสภานี้ไปตรวจสอบคนที่เขาชี้แจงไม่ได้ ผมเชื่อว่าท่านผู้ว่าราชการ เมื่อวานท่านก็ได้กล่าวคำขออภัยว่าไม่สามารถทำให้สนามนี้ใช้ได้ แต่ว่าก็ต้องให้ความเป็นธรรม กับท่านในการที่จะมาชี้แจง ผมคิดว่าถ้าท่านประธานจะกรุณานะครับ หมายความว่า กรุงเทพมหานครมาชี้แจงได้อาจจะเป็นเอกสารก็ขอความกรุณาได้ไหมครับว่าสัปดาห์หน้า ถ้ากรุงเทพมหานครเขาใช้สิทธิชี้แจงมาท่านกรุณาอ่านในช่วงการประชุมที่มีการถ่ายทอดด้วย เพราะเวลาพาดพิงถึงเขาแล้วเขาเสียหายนี่มีการถ่ายทอด แต่โดยสรุปผมกราบเรียนครับว่า ผมยืนยันว่าการตัดสินใจที่ไปเสนอตัวเป็นเจ้าภาพและได้รับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ฟุตซอลโลกเป็นความสำเร็จ และขณะนี้การแข่งขันก็ดำเนินการไปได้ เราก็เสียใจกันทั้งนั้น แหละครับที่สนามแห่งนี้ในที่สุดไม่สามารถที่จะก่อสร้างทันแล้วก็ใช้การได้ แต่ขอความกรุณา ท่านประธานว่าสำหรับบุคคลภายนอกถูกพาดพิงเสียหายในช่วงที่มีการถ่ายทอดสด กรุณาให้เขา ได้มีโอกาสชี้แจงในช่วงที่มีเวลาการถ่ายทอดสดด้วย ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ บุคคลภายนอกที่ถูกพาดพิงถ้าเสียหายนะครับ ตามกติกาของเราก็เขียนไว้ ในข้อบังคับ ข้อ ๓๒ อยู่แล้ว ถ้าท่านทำหนังสือมาเดี๋ยวเราจะพิจารณานะครับ เชิญท่านรัฐมนตรี

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยความเคารพท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นะครับ ผมไม่ได้พูดว่า ครม. อนุมัติ หรือท่านเป็นคนอนุมัติ เราเพียงแต่ เป็นคนเซ็นเอกสาร ท่านเซ็นฉบับหนึ่ง ผมเซ็น ๔ ฉบับ เพื่อสนับสนุนให้สมาคมคือสมาคม เขาเป็นตัวลิงค์ (Link) ทั้งหมดเลย แล้วนายกสมาคมเขาก็อยู่ในฟีฟ่าเขาก็ลอบบี้ (Lobby) จนกระทั่งได้ ผมก็ยังดีใจพอท่านกลับมาจากเมืองดาวอสปรากฏว่าเขาให้เราเป็นเจ้าภาพ ผมถึงได้รีบทำเรื่องเสนอ ครม. ขอเป็นเจ้าภาพเลย ดังนั้นเมื่อกี้ผมไม่ได้พูดว่า ท่านเป็นคนอนุมัตินะครับ ขอเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่ครับ เราเป็นแต่เพียงสนับสนุนให้สมาคม ที่เขาไปยื่นอยู่นี่ได้รับเป็นเจ้าภาพ และโดยมติ ครม. ก็ออกมาว่าเป็นอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมไม่ได้ว่าท่านนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ เดี๋ยวไปกระทู้ถามสดที่ ๒

(นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เดี๋ยวท่านประท้วงอะไรครับ

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ กรุงเทพมหานคร

พาดพิง เนื่องจากว่า ในพื้นที่นี้เป็นเขตของผมคือเขตหนองจอก แล้วก็ตรงนี้น้ำไม่ท่วม ขอชี้แจงสั้น ๆ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส. กทม. นะครับ ก็ขอใช้สิทธิสั้น ๆ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ ท่านไพโรจน์ การที่จะก่อสร้างพื้นที่ใดก็เป็นเรื่องของทางสมาคมที่ท่านตอบไปแล้ว ท่านก็เห็นพื้นที่นี้ เพราะพื้นที่นี้เพื่อที่จะพูดให้เข้าใจก็คือท่านก็มาหยิบยกในเรื่องของ ส.ส. เขตเท่านั้นเอง ท่านไม่ได้เสียหาย

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ กรุงเทพมหานคร

คือผมต้องให้ พี่น้องประชาชนทางบ้านเข้าใจว่าพื้นที่ตรงนี้น้ำไม่ท่วมนะครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ ถ้าชี้แจงอย่างนี้เดี๋ยวชี้แจงกันทั้งสภามันไม่จบ ไม่ได้นะ ไม่อนุญาตแล้ว ผมจะ ไปกระทู้ถามสดที่ ๒ แล้วครับ นั่งลงครับ ผมขอไปกระทู้ถามสดที่ ๒ เรื่องการครอบครอง สารกัมมันตรังสีที่จังหวัดสงขลา ไม่อนุญาตครับ มันไม่มีเท็จหรอกครับ ข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ ไม่อนุญาตครับ ผมไม่อนุญาต คือนั่งลงครับ คือข้อเท็จจริงเขารู้กันทั้งหมดนะครับ นั่งลงเถอะครับ ไม่อนุญาตครับ คือท่านครับ คือเรื่องนี้ผมไม่อยากจะให้มาพูดตอกย้ำกันมากในสภา ประเทศเราก็เสียหายพอสมควร คือผมไม่อนุญาตทั้ง ๒ ฝ่าย นั่งลงครับ ผมจะไป กระทู้ถามสดที่ ๒ แล้ว เหลือเวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเองครับ คือเมื่อวานนี้ท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครท่านก็ชี้แจงแล้ว แล้วประชาชนก็ชมทั้งประเทศแล้ว ก็นั่งลงครับ ผมจะไป กระทู้ถามสดที่ ๒ เชิญนั่งลงครับ เพื่อความเรียบร้อยของพวกเรานะครับ คืออย่างนี้ ผมว่าน่าจะเพียงพอแล้วละครับ เดี๋ยวไปกระทู้ถามสดที่ ๒ เมื่อกี้ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรท่านก็อธิบายความไว้เรียบร้อยแล้ว ก็รู้กันทั้งหมดนั่นแหละครับ เชิญนั่งลงครับ ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ให้ชี้แจงนะครับ เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวผมไป กระทู้ถามสดที่ ๒ นะครับ เรื่อง การครอบครองสารกัมมันตรังสีที่จังหวัดสงขลา ของท่าน ส.ส. เจือ ราชสีห์ ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตอบแทนนะครับ เชิญท่านเจือครับ นั่งเถอะครับ ขอความร่วมมือท่านก็ประท้วงแล้ว จะให้ถูกใจพอใจทุกท่านเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เชิญนั่งลง ท่านเจือจะได้ถาม เหลือเวลาอยู่ครึ่งชั่วโมงที่ถ่ายทอดอยู่นะครับ คือท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านก็พูดแล้ว นั่งเถอะครับ ถ้าท่านขึ้นเดี๋ยวอีกฝั่งหนึ่ง ก็ขึ้นมันไม่จบครับ เดี๋ยวเขาก็ประท้วงผมบอกว่าไม่ควบคุมการประชุม ผมไม่ได้ผิดหรอกครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว ไม่มีชี้แจงแทนผมหรอกครับ เชิญนั่งลงครับ เดี๋ยวท่านเจือจะได้ถามครับ ผมให้ท่านประท้วงไปแล้วนะครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านเจือถามครับ ท่านไม่น่ากล่าวหาผมใช้ระบบเผด็จการนะครับ ผมไม่อนุญาตครับ ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรครับ ผมจะได้วินิจฉัย

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง ท่านประธานผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุม การประชุม เนื่องจากมีผู้กระทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ มีการกล่าวถึงบุคคลภายนอก ใส่ร้ายถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่ท่านไม่ตักเตือนเลย ท่านควรจะบอกว่านี่เป็นเรื่องของ ส.ก. ที่จะสอบถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่นี่สภา ต้องสอบถามรัฐบาล และคนที่สอบถามก็คือต้องสอบถามนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน อำนวยการจัดการแข่งขันฟุตซอลโลกครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาละครับ ท่านนั่งลง ผมจะได้วินิจฉัย นั่งลงครับ ผมให้ท่านประท้วงแล้ว

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยเป็นประธานนะครับ เพราะคนที่ผิดคือนายกรัฐมนตรีซึ่งไม่ลงมารับผิดชอบเลย

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งลงครับ ผมให้ท่านประท้วงท่านก็ฟังผมสิครับ คือเวลาเขาลำดับเรื่องก็เหมือนกันท่าน กระทู้ถามท่านก็ลำดับเรื่องอย่างนี้ ผมก็ให้ท่านลำดับเรื่องมานะครับ มันก็มีบุคคลที่เกี่ยวข้อง แล้วของผมได้ตอบข้อซักถามของท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ถ้าหากว่า กทม. เขาเสียหาย เขาก็ใช้ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ได้ ก็เท่านั้นเอง

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๕ ส. เรื่อง การครอบครองสารกัมมันตรังสี ที่จังหวัดสงขลา (นายเจือ ราชสีห์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านเจือถามท่านรัฐมนตรีครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งกระทู้ถามสด ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขต เทศบาลนครสงขลา มีความตื่นตระหนกตกอกตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อประมาณสัก ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทเอกชนซึ่งได้รับสัมปทานไปสำรวจแหล่งแร่ก็ดี แหล่งก๊าซ น้ำมัน ในเขตฝั่งอ่าวไทย ได้เก็บสารกัมมันตรังสีเอาไว้ในบริเวณบริษัทของตัวเอง ซึ่งบริษัท ของตัวเองก็ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครสงขลา ตั้งอยู่ในเขตชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ใกล้กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ใกล้กับโรงเรียน ใกล้กับที่พักชุมชน ซึ่งเรื่องนี้พี่น้องประชาชนมีความตกใจแล้วก็เป็นข่าวมาเป็นระยะ ๆ แล้วก็เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาเมื่อวาน หลังจากที่อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลา ได้เดินทางไปร่วมพูดคุยกันกับกลุ่มผู้รักสงขลาเกี่ยวกับเรื่องสารตัวนี้ แล้วก็ถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้เป็นข่าวใหญ่โต ผมเองก็ต้องถือโอกาสตรงนี้ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ของท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสงขลาและญาติพี่น้องในเขตเทศบาลนครสงขลาด้วย แล้วก็อยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีด้วยว่าให้รัฐมนตรีได้สั่งการทางตำรวจให้ไปค้นหา ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่อยากให้เรื่องถูกโยงกันไปหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ ก็เป็นข่าวที่กำลังถูกโยงเข้าไป แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าบริษัท ได้อ้างว่าได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของท่านว่าให้เก็บสารกัมมันตรังสีเอาไว้ในบริษัท แต่ว่าตอนได้รับอนุญาตผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีทราบเรื่องหรือไม่ทราบเรื่อง เพียงแต่ว่า อนุญาตมาได้อย่างไรให้เก็บไว้ในบริษัทซึ่งอยู่ในเขตใจกลางของเทศบาลนครสงขลาเลย ขณะนี้เวลาที่จะใช้งานก็ดีมีรถบรรทุกสิบล้อขนสารตัวนี้แล้วก็เป็นที่ตกอกตกใจให้กับ พี่น้องมาก เพราะว่ากลัวสารตัวนี้จะรั่วไหล ถามว่าสารตัวนี้มันมีอันตรายมากไหม อันตรายมากนะครับ ถ้ารั่วไหลขึ้นมาทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ ขณะนี้พี่น้องประชาชน ก็บอกกับผมว่าให้ไปถามรัฐบาลว่ารัฐบาลเมื่อทราบเรื่องนี้แล้วท่านจะมีแนวทาง ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ท่านเอาปัญหา เอาความสนใจ เอาความเอาใจใส่บ้างไหม ท่านรัฐมนตรีครับ สารกัมมันตรังสีเขาบอกว่ามีอยู่ทั้งหมด ๗๗ ชนิดในบางบริษัท แล้วก็มี การขุดเก็บเอาไว้ อย่างบางบริษัทมีบ่ออยู่ ๓ บ่อ แล้วขณะนี้กำลังจะขออนุญาตเพื่อที่จะ เพิ่มบ่อไปในบริษัท เป็น ๑๑ บ่อ ทางเทศบาลนครสงขลาไม่อนุญาตครับ บอกว่าเป็นสารที่ อันตราย นั่นคือท้องถิ่นที่เขาพยายามที่จะดูแลให้กับพี่น้องประชาชน แต่ว่าหน่วยงาน ของท่านไปอนุญาต ผมไม่แน่ใจว่าอนุญาตนี่ได้ฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้างหรือยัง แล้วหลังจากรับทราบสำนักงานเทศบาลนครสงขลาก็ทำเรื่องมาถึงหน่วยงานของท่านนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ทางสำนักงานเทศบาลนครสงขลา ทำมาเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๕ บอกว่าไม่เห็นด้วยในการที่จะขออนุญาต ยังจะเพิ่มบ่อขึ้นมาอีก ขณะนี้คนตกอกตกใจมาก แล้วก็สื่อมวลชนก็ไปลงว่าขณะนี้ ในเขตเทศบาลนครสงขลามีอยู่ ๓๐ บ่อ ทั่วจังหวัดสงขลามีอยู่ ๘๐ บ่อ ไปลือกันมาก ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้สำรวจ แล้วก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับพี่น้องประชาชนว่า ข้อเท็จจริงเหล่านี้มันคืออะไร ท่านรัฐมนตรีได้ไปถามหน่วยงานของท่านไหมว่า ตอนที่อนุญาตไปนี่อนุญาตให้เพื่ออะไร แล้วเก็บเอาไว้นานเท่าไร อนุญาตไปให้กี่บริษัท ให้กี่ราย ในเขตเทศบาลนครสงขลาท่านอนุญาตไว้ที่ไหนบ้าง แล้วก็ถูกต้องตามหลักเกณฑ์บ้างไหม เพราะบริษัทที่เป็นข่าวตอนแรกทีเดียวก็ปิดประตูหมด หลังจากเป็นข่าวก็มาเขียนไว้ ข้างหน้าว่าขณะนี้สารตัวนี้มีประมาณ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ ทางส่วนราชการละเลย ไม่ได้ให้ความสนใจเลยนะครับ หลังจากการเป็นข่าวก็มีรายละเอียด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผมก็เลยอยากจะถามท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าท่านอนุญาตให้เก็บไว้ เพื่ออะไร อนุญาตไปเมื่อไร อนุญาตไปกี่ราย เก็บไว้ที่ไหนบ้าง แล้วก็เพื่อวัตถุประสงค์อะไร แล้วได้ฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้างหรือไม่ นั่นคือคำถามแรกครับ ท่านรัฐมนตรีครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจือใช้เวลาไป ๖ นาทีนะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ ท่านมีเวลาตอบ ๓ คำถาม ภายใน ๑๐ นาที เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเจือ ราชสีห์ ได้กรุณาสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผมเป็นผู้มาตอบแทน ในประเด็นดังกล่าว เพราะว่าในส่วนนี้เองทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ ผมต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ วันนี้เนื่องจากมีการถ่ายทอดสด ก็จะขออนุญาตทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศด้วยนะครับ และต้องขอบคุณ ท่านเจือ ราชสีห์ ที่ได้กรุณาถามประเด็นดังกล่าวเพื่อทำความสบายใจให้กับพี่น้องประชาชน ผมเรียนอย่างนี้ครับ ต้องทำความเข้าใจว่าสารกัมมันตรังสีฟังดูเหมือนเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย แต่ในประเทศไทยเองเราใช้สารกัมมันตรังสีมา ๕๐ ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ เรามี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตั้งขึ้นมา แล้วตลอดทั้ง ๕๐ ปีนั้นไม่มีเหตุเลย ยกเว้นมีครั้งเดียว สมัยเมื่อปี ๒๕๔๓ ที่มีการเข้าไปโจรกรรมเอาคาร์บอน-๖๐ ออกมา คือเขาเก็บอย่างดีหมด มีคนเอารถซาเล้งไปโจรกรรมออกมาแล้วไปจับสัมผัสโดยตรงจึงมีปัญหาเกิดขึ้น แต่จริง ๆ แล้วรังสีเป็นสิ่งที่เหมือนมีด มีดถ้าวางเอาไว้เฉย ๆ ไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าเราไปจับ เอามือไปแตะเข้ามันถึงเป็นอันตราย สารตัวนี้ก็เช่นกันครับ เกณฑ์ที่ถือว่ามีความปลอดภัย เราให้คือประมาณ ๒๐ ไมโครซีเวิร์ต แต่ว่าจุดที่ไปตรวจพบดังกล่าวเราไปพบได้มีเพียง ๐.๑ ไมโครซีเวิร์ตเท่านั้น คือต่างเกณฑ์ถึง ๒๐๐ เท่า แต่ถ้าถามว่าถ้าถึง ๒๐ ไมโครซีเวิร์ตเป็นอันตรายไหม ไม่ครับ ต้องสูงกว่านั้นอีก เป็นพัน ๆ หมื่น ๆ เท่าถึงจะเป็นอันตราย ฟังดูสิ่งที่บอกเป็นสารกัมมันตรังสีดูน่ากลัว ถามว่ามีที่ไหนบ้างครับ ในโรงพยาบาลก็มีเครื่องเอกซเรย์เต็มไปหมด แบบเดียวกันแหละครับ สารนี้เป็นสารที่เรียกว่าซีเซียม ใช้ในการสำรวจหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแล้วไม่ได้มีอันตราย ร้ายแรงอย่างที่พูดเลยครับ จริง ๆ ทางบริษัทเขาเก็บไว้แล้วก็ไม่ง่ายหรอกครับที่ใครจะเข้าไป เอาของเขาออกมาได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของความปลอดภัยนี่รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน ทั่วประเทศรวมทั้งโรงพยาบาลใช้ในอุตสาหกรรม ใช้ที่ต่าง ๆ นี่นะครับ ได้มีอนุญาตไป ๘๑๙ แห่ง ๕๐ ปีมานี้ไม่เคยมีการรั่วไหลหรือว่าไม่เคยมีการทำให้เกิดอันตรายเลยถ้าไม่มีใคร ไปจับมันเข้า เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันนะครับว่า คำว่า สารกัมมันตรังสี นี้ฟังดูเหมือน อันตราย แต่จริง ๆ สิ่งที่เราครอบครองอยู่ในประเทศไทยเล็กน้อยมากครับ เล็กน้อย จนกระทั่งที่เรียกว่าปลอดภัยและใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ทางการอุตสาหกรรม หรือทางการวิจัยเท่านั้นเอง ในส่วนของจังหวัดสงขลามี ๒๙ แห่ง ใช้ในทางการแพทย์ หมายถึงในโรงพยาบาลเครื่องฉายเอกซเรย์ ๒๙ แห่ง มีการใช้ศึกษาวิจัย ทางการแพทย์ ๖ แห่ง อุตสาหกรรม ๑๐ แห่ง แล้วก็ศึกษาวิจัย ๑๓ แห่ง แต่ต้องเรียนนะครับพวกนี้มิได้ มีอันตรายอะไรเลยและอยู่ในความปลอดภัยหมด ขอทำความเข้าใจนะครับ และเมื่อเกิดเหตุ ก็ได้ส่งทีมงานลงไปตรวจสอบไปวัดดูก็พบน้อยมากครับ แตกต่างต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ๒๐๐ เท่า ซึ่งตรงนี้เองผมเรียนยืนยันเพื่อทำความสบายใจครับ ไม่มีอันตรายอย่างแน่นอน ในส่วนของทางบริษัทดังกล่าวเพื่อความสบายใจของพี่น้องในเขตเทศบาลนครสงขลา ทางกระทรวงจะหาทางย้ายออกไปให้เพื่อให้ความปลอดภัยของท่านในส่วนนั้น แต่ต้องเรียนว่าตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เครื่องเอกซเรย์ยังคงต้องมีไว้เพราะเป็นเรื่อง ที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากทำให้เกิดความวิตกกังวลว่ารังสีเป็นเรื่อง ที่เป็นอันตราย เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ก็เป็นประโยชน์ เรารักษามะเร็งฉายแสงมะเร็ง เป็นเรื่องปกติที่ใช้ครับ แต่ถ้าเราไปพูดให้มันดูอันตรายนี่ทำให้เกิดความกังวลเปล่า ๆ ผมเรียนยืนยันว่าการใช้รังสีภายในประเทศไทยเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับ ใช้ในต่างประเทศและเป็นเรื่องที่ปลอดภัย ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจือครับ คำถามที่ ๒ ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

ท่านประธานครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีก็ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จา แต่ว่าปัญหามันเป็นว่าขณะนี้พี่น้องกังวลมากครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่าไม่อันตรายก็ไม่อันตรายได้ถ้าอยู่ในที่ปลอดภัย อยู่ในที่ที่ควรอยู่ เช่น นิคมอุตสาหกรรม หรือสถานที่ที่ป้องกันมิดชิดเรียบร้อย แต่ขณะนี้อยู่ใน ใจกลางเทศบาลนครสงขลาใกล้ทะเล อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีต้องลงไป ตรวจสอบว่ามันสมควรที่จะอยู่ที่นั่นหรือไม่ นิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดสงขลาที่ตำบลฉลุงก็มีครับ ผมคิดว่าอันนี้ท่านรัฐมนตรียังไม่ให้ความมั่นใจได้หรอกครับว่าพี่น้องประชาชนจะมั่นใจได้แบบนี้ เพราะว่าท่านตอบไปโดยไม่มีเหตุผลที่ยืนยัน เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ตอนที่เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติอนุญาตออกมา ก็ไม่ได้ถามความเห็นของพื้นที่ทางท้องถิ่น แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทเอกชน บริษัทหนึ่งได้มาทำเรื่องขออนุญาตก่อสร้างอาคารสำหรับเก็บวัสดุสารกัมมันตรังสี เมื่อเทศบาลไม่อนุญาตถามว่าถ้าปลอดภัยดีทำไมเขาคิดจะเพิ่มบ่อขึ้นมาล่ะครับ ทำไมเพิ่ม จำนวนบ่อจาก ๓ บ่อ เป็น ๑๑ บ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาอ้างว่าหน่วยงานของท่านเป็นคนให้ เพิ่มบ่อเพราะบอกว่าถ้า ๗๗ ชนิดอยู่ใน ๓ บ่อมันจะอันตรายต้องเพิ่มเป็น ๑๑ บ่อ แต่ว่าเทศบาลนครสงขลาบอกว่าไม่ได้ เพิ่มในนี้ไม่ได้ พี่น้องประชาชนไม่มีความมั่นใจ เขาเกิดความตระหนกขึ้นมาแล้ว ขณะนี้เขาขอร้องผมให้มาเรียนกับทางรัฐบาลกับทาง รัฐมนตรีบอกว่าให้ย้ายออกไปให้เร็ว ด่วนที่สุด ไม่ใช่ว่าเวลา ๑ ปีตามที่ร้องขอเอาไว้ เพราะว่าอยู่ไปก็ไม่ถูกกฎหมาย เทศบาลก็ไม่อนุญาต แล้วถ้าปลอดภัยจริง ๆ แล้วไปขอเพิ่มบ่อทำไม ไปขออนุญาตกับเทศบาลเขาทำไม ท่านรัฐมนตรีทราบเรื่องนี้ไหมครับ ถ้าไม่ทราบเดี๋ยวผมจะเอาเอกสารไปให้ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีจะได้ตรวจสอบหน่วยงาน ไม่ใช่หน่วยงานชี้แจงมาอย่างไรท่านก็ฟัง ตามเขาไปหมด มันไม่ได้หรอกครับท่านรัฐมนตรีครับ อันนั้นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ขณะนี้พี่น้องกังวลมาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขอยู่ตรงนี้ นำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับว่า ท่านได้รับข่าวนี้แล้วท่านได้สั่งให้หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขของท่านไปดูแล สุขภาพของพี่น้องประชาชนในละแวกนั้นบ้างไหม ไปดูว่ามันเกิดเหตุกันบ้างไหม มีปัญหา ทางด้านสุขภาพบ้างไหม ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บอกว่าไม่มี ชาวบ้านไม่เชื่อนะครับ ท่านต้องสั่งให้หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขไปดู อันนี้ก็ต้องฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าท่านเคยสั่งไหมครับ ท่านเคยได้บอกกับหน่วยงาน ของท่านไหมครับ อันนั้นก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่ว่าผมเอง ผมอยากจะเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีว่า ท่านให้ย้ายออกไปเถอะ ส่วนที่เขาขอถ้าท่านบอกว่ามันปลอดภัยจริง ทำไมขออนุญาต มาเพิ่มจำนวนบ่อขุดไปอีก ๘ บ่อ มันเพื่ออะไร ท่านทราบเรื่องนี้ไหม ผมอยากจะได้ยิน ท่านชี้แจงเรื่องนี้ ถ้าท่านไม่ทราบ เดี๋ยวผมจะเอาเอกสารไปให้ท่านนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ผู้ถามใช้เวลาไปแล้ว ๙ นาที เกือบหมดแล้วนะครับ แล้วจะอนุญาต ตอบอีก ๒ นาที เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขออนุญาตตอบเลยนะครับ จริง ๆ ต้องเรียนว่าในกรณีนี้ได้รับใบอนุญาตมา ๓๐ ปีแล้ว แต่มันไม่มีอะไรครับ แล้วสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติที่เราทำกันมา เขาตั้งมาแล้ว ๕๐ ปี ผมเรียนยืนยันว่า ในประเทศไทยเองไม่มีการรั่วไหลเลย แล้วปริมาณที่เกิดขึ้นนี้น้อยมาก อีกสักครู่ ผมจะขออนุญาตให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าท่านได้ส่งทีมไปสำรวจ แล้วผลเป็นอย่างไร คือผมไม่อยากให้ทุกคนไปเข้าใจว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย มันไม่ควรจะใช้ ไปสร้างความวิตกกังวลเกินเหตุ อย่างที่ผมเรียนนะครับ เครื่องเอกซเรย์ ถ้าท่านบอกว่าอันตรายท่านต้องย้ายเครื่องเอกซเรย์ออกไปหมดเลย ซึ่งจริง ๆ สิ่งที่เป็นประโยชน์ ถ้าใช้ถูกทางมันก็เป็นประโยชน์ แต่เรียนยืนยันได้ครับว่าเกณฑ์ทั้งหมดที่อยู่ในจังหวัดสงขลานี้ อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยทั้งหมด และมีการตรวจทุก ๒-๓ ปี

ส่วนประเด็นที่ท่านขอ บอกว่าให้ย้ายออก จะรีบดำเนินการให้ สำหรับของทางจังหวัดสงขลา แต่เรียนยืนยันอีกครั้งนะครับว่าจะนำออกไปให้เร็วที่สุด แต่ในส่วนของโรงพยาบาลของอะไรคิดว่าจะคงเอาไว้ได้เพราะว่าท่านคงยังมีความต้องการใช้อยู่ ในส่วนที่จำเป็น แต่ว่าท่านกังวลตรงไหนท่านมาบอกเถอะครับจะเร่งดำเนินการให้ ก็ขออนุญาตท่านประธานขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำเพื่อให้เกิดความมั่นใจ กับพี่น้องประชาชนครับว่ารังสีต่าง ๆ ทางรัฐบาลดูแลรักษาความปลอดภัยและไม่มีทางรั่วไหลครับ แล้วปริมาณที่ตรวจพบอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเจือ ราชสีห์ ซึ่งห่วงใยพี่น้องประชาชนด้านสุขภาพอนามัย ได้สอบถามเกี่ยวกับ การทำหน้าที่ในการดูแลสุขภาพพี่น้องประชาชน ผมต้องกราบเรียนนะครับ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๑๒ ซึ่งอยู่ในกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของ กระทรวงสาธารณสุขได้ไปทำการตรวจวัดรังสี พร้อมกับคณะที่ลงไปในพื้นที่ ผลเหมือนดังที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้นำเรียนท่านไป พบไม่เกิน ๐.๑ ไมโครซีเวิร์ต ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่อยู่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน เกณฑ์มาตรฐานอยู่ที่ไม่เกิน ๒๐ ไมโครซีเวิร์ต เกณฑ์มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย อันนี้ไม่เกินครับ ถ้าจะเป็นอันตรายประมาณ ๑,๐๐๐ เท่า ถึงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย อันนั้นคือสิ่งที่กระทรวงได้ดำเนินการไป

ในเรื่องที่ ๒ เราได้ส่งทีมสุขภาพลงไปสำรวจสภาวะด้านสุขภาพกายและ สุขภาพจิต ซึ่งเราเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในด้านสุขภาพจิตเป็นหลัก ด้านสุขภาพกาย ได้รับรายงานจากท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ตามเอกสารที่แจ้งนะครับ ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการหรือมีลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกับรังสีหรือกัมมันตรังสี ขณะนี้ยังไม่พบครับ

ด้านสุขภาพจิต เป็นเรื่องที่เราเฝ้าระวังให้ทีมสุขภาพจิตได้เข้าไปสำรวจ ตรวจสอบ เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ ถึงแม้ว่าไม่มีทางด้านร่างกายแต่สุขภาพจิต เราให้ความสำคัญ ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเจือด้วยความเคารพครับ เรามีทีมสุขภาพจิตคอยเฝ้าระวังอยู่นะครับ

เรื่องการเฝ้าระวังว่าจะมีสารกัมมันตรังสีที่จะเป็นอันตรายต่อ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่นั้นหรือไม่ ทางกรมยุทธศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะทำงาน เราได้ส่งฟิล์ม ส่งเครื่องตรวจวัดกัมมันตภาพรังสีมอบให้กับประธานชุมชนไป ต้องขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษ เขาเรียก ฟิล์ม แบล็ก (Film black) ที่ติดอยู่คล้าย ๆ กับเจ้าหน้าที่เอกซเรย์ ในโรงพยาบาลนะครับ ฟิล์มวัดตัวนี้จะไปติดอยู่ในชุมชนเพื่อเฝ้าระวังว่าจะมี สารกัมมันตรังสีที่เกินขนาด เกินปริมาณหรือไม่ เราจะติดไว้เท่าที่จำเป็น คืออย่างน้อย ต้อง ๑ ปีครับ และเราจะมีการตรวจวัดทุก ๑ เดือนว่ามีสารกัมมันตรังสีหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ก็ต้องให้ความมั่นใจกับท่านประธานผ่านไปยังท่านเจือครับว่าในเรื่องสุขภาพนี้ เราได้เตรียมมาตรการ เตรียมวิธีการดูแลอย่างดีครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจือครับ คำถามสุดท้ายแล้วครับ

นายเจือ ราชสีห์ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองต้องเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าประชาชน กังวลเดือดร้อนนะครับ ให้ย้ายออกเถอะครับ ให้ย้ายออกอย่างด่วนเลย ท่านรัฐมนตรีครับ เมืองสงขลาเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว เป็นเมืองแห่งความสวยงาม เราอย่าเอาสิ่งที่มันเป็นพิษ มาเก็บไว้ในเมืองอย่างนี้ไม่ดีนะครับ อันนี้ก็ต้องเรียนกับท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องสนใจ จริง ๆ จัง ๆ นะครับ ท่านไม่ใช่ฟังเฉพาะหน่วยงานอย่างเดียว แล้วท่านมาตอบผมในสภาแค่นั้น ไม่พอนะครับ ท่านต้องติดตามเรื่อง และผมจะติดตามนะครับ แล้วก็จะดูว่าท่านจริงจังแค่ไหน เพราะว่าผมเองมาทำหน้าที่นำความเดือดร้อนของพี่น้องมานำเรียนท่านรัฐมนตรี แล้วก็ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้นำสารตัวนี้ออกไปนอกเขตเทศบาลนครสงขลาอย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ เรื่องของรังสีปลอดภัยแน่นอน ไม่มีอันตราย ตรวจสอบรัดกุมนะครับ เพียงแต่ เพื่อความสบายใจของท่านผมจะเร่งดำเนินการย้ายออกให้ ซึ่งตอนนี้ก็ได้ประสานงานกับทาง บริษัทที่เกี่ยวข้อง เราให้ทำหนังสือยืนยันมา ตอนนี้ก็มีหนังสือยืนยันมาในมือผมแล้วว่า เขาจะเร่งดำเนินการย้ายออกไปโดยด่วน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้รับปากท่านจะเร่งดำเนินการให้ แล้วตรงนี้ได้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าจะย้ายออกให้อย่างแน่นอนครับ ก็ขอให้ท่าน สบายใจได้นะครับ ก็ต้องฝากกับพี่น้องประชาชนที่รับฟังด้วยนะครับว่ารังสี จริง ๆ ไม่ได้อันตรายมากอย่างที่เราคิดหรือสร้างความกังวล รังสีที่เป็นประโยชน์ก็เยอะครับ เราใช้ในการฉายแสงรังสี อย่างเช่น ฉายพวกแหนมเพื่อกำจัดเชื้อโรค ฉายเรื่องของโรคมะเร็ง ต่าง ๆ ยารักษาโรคต่าง ๆ เราก็ต้องใช้กัน เรามีเรื่องที่จำเป็นต้องใช้เหมือนไฟฟ้าครับ ถ้าเราบอก ไฟฟ้าจับแล้วมันดูดมันจะอันตราย แต่ว่าประโยชน์มันก็มีเยอะนะครับ แต่ถ้าหากว่า เราดูแลอย่างดีและเอาใจใส่ ผมเรียนยืนยันว่าสารรังสีถ้าใช้ถูกวิธีเป็นประโยชน์ ก็ขออนุญาต นำกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านเจือ ราชสีห์ แล้วก็พี่น้องประชาชน ที่รับฟังในครั้งนี้ด้วยครับ ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอย่างดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๖ ส. เรื่อง ความน่าเชื่อถือของหน่วยงาน ด้านความมั่นคงของประเทศ (นายวัชระ เพชรทอง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

แต่ได้รับหนังสือจากท่านเฉลิมว่าติดภารกิจประชุมยาเสพติด อยู่ที่จังหวัดเชียงราย ก็ขอเลื่อนกระทู้ถามนี้ไปอาทิตย์หน้านะครับท่านวัชระ ยื่นใหม่อีกครั้ง คราวหน้าจะพิจารณาให้ ๔ กระทู้

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถามสดเพื่อถาม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวม ๒ ท่าน ซึ่งทั้ง ๒ ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าในวันนี้ฝ่ายค้านจะถามกระทู้ถามเรื่องที่มีข่าวว่า จะมีการลอบสังหาร พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานครับ แต่ทำไม ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ถึงได้หนีสภาในวันนี้ เพราะอะไรครับ เพราะรู้อยู่แล้ว เพราะท่านได้สร้างประเด็นข่าวเรื่องนี้มากลบเรื่องอื่น ๆ ท่านประธานครับ มีการจับกุมชาวไทยใหญ่ได้คนเดียว พี่น้องชาวไทยใหญ่บอกว่ารัฐมนตรีเฉลิมนั้นขี้อุบ ขี้แหลน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระเอาไว้ถามอาทิตย์หน้าครับ ท่านไปพูดอย่างนั้นไม่ได้

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

และผมกราบเรียนท่านประธานว่า กรุณาช่วยตักเตือนไปยังรัฐบาลด้วย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คืออย่างนี้ท่านวัชระครับ การประชุมเรื่องยาเสพติดนัดหมายตำรวจทั้ง ๘ จังหวัดภาคเหนือไว้ ก็เอาไว้ถามคราวหน้าก็แล้วกัน ผมจะบรรจุระเบียบวาระของท่านไว้

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมมีนิดเดียวครับ ในฐานะท่านประธานเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ขอท่านประธานได้กรุณาตักเตือน คณะรัฐมนตรีคณะนี้ได้โปรดรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ เพราะทุกวันพฤหัสบดี จะต้องมีการถามกระทู้ถามสด และผมถามรัฐมนตรี ๒ ท่าน ร้อยตำรวจเอก เฉลิมไป แต่ พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต อยู่ แล้วทำไมไม่มาตอบกระทู้ถาม ท่านประธานครับ เรื่องนี้นั้นพี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นนิยาย เป็นนิทาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาไว้ถามอาทิตย์หน้า

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ด้วยความเต็มใจครับท่านประธาน แต่ขอให้ท่านประธานช่วยกรุณาตักเตือน และอาทิตย์หน้ากระทู้ถามสดในเรื่องของกระผมนั้น ขอเป็นกระทู้ถามแรกท่านประธานจะขัดข้องหรือไม่ และสัปดาห์หน้ารวมแล้วเป็น ๔ กระทู้ ควรจะมีการถ่ายทอดสดทุกกระทู้ถามครับ เพราะผมเกรงว่ากระทู้ถามสดของผม จะไม่ได้รับการถ่ายทอดสด เนื่องจากว่า ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง นั้นบอกว่า มีคนไทยจ้างวานฆ่า พันตำรวจโท ทักษิณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาไว้อาทิตย์หน้า ท่านถามอาทิตย์หน้าดีกว่า บรรจุทั้ง ๔ กระทู้ แต่ว่าตามข้อบังคับ พวกเราละเลยกันก็คือกระทู้ถามข้อบังคับเขาไม่ให้เกิน ๒๐ นาทีต่อกระทู้ถามนะครับ ถ้าเต็มที่ได้ถ่ายทอดทั้งหมดแหละครับถ้าไม่เกินเวลา เพราะฉะนั้นท่านเอาไว้ถามอาทิตย์หน้า ก็แล้วกันครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอกระทู้ถามสด ของกระผมเป็นกระทู้ถามสดแรกท่านประธานจะขัดข้องไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมไม่ขัดข้องครับ เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

แล้วท่านประธานอีก ๒ ท่าน จะขัดข้องไหมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเป็นคนบรรจุกระทู้ถามครับท่านวัชระ เชิญนั่งครับ

นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น กระทู้ถามทั่วไปครับ ท่านจุรินทร์เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนทวงถาม ต่อท่านประธานนิดหนึ่งครับ เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เกิดประเด็นปัญหาความร่วมมือ ที่รัฐบาลให้กับสภาตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงมาอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งแล้วก็น่ากังวล อันเนื่องจากว่าเมื่อถึงเวลาวาระที่เกี่ยวข้องท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาสภาด้วยตนเอง ประกอบกับรัฐมนตรีบางท่านก็ไม่ได้มาสภาทำให้เกิดปัญหาในการทำหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขณะนั้นท่านรองประธานเจริญ จรรย์โกมล ทำหน้าที่ประธาน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านได้ใช้ความพยายามที่จะประสานงานกับรัฐบาลมาโดยลำดับ ถึงขนาดทำเอกสารไปก็มี ประสานงานเป็นการภายในก็มี กระผมก็เลยขอความกรุณา จากท่านประธานในขณะนั้นที่ทำหน้าที่ในที่ประชุมคือท่านรองประธานเจริญว่าถ้าอย่างนั้น ขอความกรุณาท่านได้ช่วยรวบรวมเอกสารหรือว่ารายละเอียดต่าง ๆ ที่สภาได้ประสาน ไปยังรัฐบาล แล้วก็กรุณาแจ้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ในสัปดาห์นี้ เพราะฉะนั้นที่กระผมลุกขึ้นก็เพื่อที่จะทวงถามว่าได้ดำเนินการไปถึงไหน และในวันนี้วันพฤหัสบดีพวกเราจะได้รับทราบความคืบหน้าหรือไม่ว่าสภาได้ประสานไปกี่ครั้ง อย่างไร อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนที่ท่านรองประธานเจริญได้รับปากกับกระผมไว้ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมจะทวงถามดูนะครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปครับ

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๙๕ เรื่อง การพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนคร (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านจุรินทร์ครับ เดี๋ยวผมจะให้ไปตามคำตอบท่านนะครับ ผมจะให้คนถาม เชิญครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจาก กระทู้ถามผมในเรื่องหนองหารผมเสนอเข้ามา ๒ รอบแล้ว ตั้งแต่ก่อนยุบสภาก็ยุบไป เพราะฉะนั้นต้องขอขอบพระคุณจริง ๆ วันนี้เป็นคิวผมก็ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ป้ายแดงของผม ท่านรัฐมนตรีคนใหม่ ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ท่านให้ความอนุเคราะห์ มาตอบกระทู้ถามผม เพราะท่านรัฐมนตรีว่าการคงติดภารกิจ ไม่เป็นไร ผมถือว่าวันนี้ ผมได้มีโอกาสที่จะถามเกี่ยวกับการพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นวิถีชีวิต ของชาวจังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ หนองหารฟังชื่อแล้วเล็ก ๆ เป็นหนอง แต่โดยสภาพความเป็นจริงหนองหารมีอาณาบริเวณกว้างขวางเป็นอันดับ ๑ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันดับ ๒ ของประเทศรองจากบึงบอระเพ็ดเท่านั้นครับ ท่านประธานครับ หนองหารมีพื้นที่ทั้งหมด ๗๗,๐๑๕ ไร่ หรือ ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร โดยประมาณ แต่วันนี้หนองหารก็เหลือพื้นที่ซับน้ำจริง ๆ ก็ ๔๖,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้นครับ เนื่องจากมีหลายสาเหตุ ผมจึงขอกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านยุทธพงศ์วันนี้มาตอบผมไม่ทราบว่าท่านจะนำชี้แจง ประเด็นไหน แต่ขอกราบเรียนก่อนว่าเรื่องหนองหารนี่มันเป็นวิถีชีวิต เพราะฉะนั้นหนองหาร คนจึงเขียนผิดอยู่ หนองหารของผมจังหวัดสกลนครนี่หนองหาร ร ไม่ใช่ น หลายท่าน ก็บอกผิดตามหลักพจนานุกรม แต่นั่นก็ไม่เป็นไรเป็นชื่อเฉพาะ เพราะหนองหาร ไม่ใช่เป็นแหล่งน้ำทีเดียว เป็นวิถีชีวิต เป็นอาหาร เพราะเมื่อปี ๒๕๕๑ ผมเป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ผมดีใจหนองหารได้รับงบประมาณจากรัฐบาล ๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมดีใจนึกว่าหนองหาร ได้รับการพัฒนาแบบครบวงจรละคราวนี้ แต่ปรากฏว่าเป็นหนองหาน จังหวัดอุดรธานี หนองหานเล็ก ๆ ซึ่งเป็นชื่อของอำเภอเป็นหนองหาน อำเภอกุมภวาปี บังเอิญตอนนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ที่จังหวัดอุดรธานีผมเลยพลาดโอกาสไป ถึงวันนี้ก็ยังทำไม่ได้อยู่ บอกให้ไป ๑,๐๐๐ ล้านบาท ทำไม่ได้เพราะพื้นที่มันแคบนิดเดียว ท่านประธานครับ หนองหาร จังหวัดสกลนคร ผมบอกว่าเป็นวิถีชีวิตของคนสกลนคร วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถามเพื่อขอรับคำตอบ หลายปีที่ผ่านมาหนองหารไม่ได้รับการดูแล อย่างจริงจัง หนองหารแห่งนี้หลายคนยังคิดว่าเป็นแค่แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของกรมประมงเท่านั้น เลยไม่ได้รับการดูแล มีการขุดลอกเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งงบประมาณส่วนรัฐบาลส่งไปให้ ก็เป็นเบี้ยหัวแตก ส่งไป อบต. บ้าง เทศบาลบ้าง ๑๐-๒๐ ล้านบาทเบี้ยหัวแตก ไปแบ่งสันกันไม่เป็นชิ้นเป็นอัน การพัฒนาหนองหารวันนี้ต้องทั้งระบบครับท่านประธาน หนองหารแห่งนี้ในพื้นที่ครอบคลุมถึง ๗ เทศบาลวันนี้ครับ ๗ เทศบาลกับ ๕ อบต. ๕๐,๐๐๐ ครอบครัวนะครับอยู่ในความดูแล วันนี้ความแห้งแล้งจึงเกิดขึ้นเพราะหนองหาร ขาดการดูแลอย่างจริงจัง หนองหารไม่ใช่ให้ขุดลอกอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนา ทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นวิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวหนองหารทำอย่างไร เพราะคนไป จังหวัดสกลนครอยากดูหนองหารไม่ได้ดูครับเพราะถนนเข้าไม่ถึง ก็ดูรอบ ๆ ไกล ๆ สิ่งที่รัฐบาลซึ่งวันนี้ต้องบอกว่าเป็นเจตนารมณ์ของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องการมีแก้มลิงที่ใหญ่ หนองหารนี่คือแก้มลิงธรรมชาติที่ใหญ่จริง ๆ วันนี้ขนาดพื้นที่ตื้นเขิน โดยเฉลี่ยคือ ๒ เมตรยังสามารถเก็บกักแก้มลิง ๑๑๙ ล้านลูกบาศก์เมตรไม่ใช่ธรรมดา แต่ถ้าหนองหารนี่ได้รับการดูแลขุดลอกอย่างจริงจังผมว่ามหาศาล อุทกภัย น้ำท่วม ผมว่าไม่เกิด ความแห้งแล้งไม่มี เพราะเมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมาต้องขอบพระคุณจริง ๆ ท่านรัฐมนตรีปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปดูความแห้งแล้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายบุญส่งบอกว่าวันนี้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจังหวัดสกลนคร เสียหายไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ เฉพาะเขตอำเภอโพนนาแก้วซึ่งอยู่ติดเขตหนองหารกับ อำเภอเมืองสกลนครและอำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอโพนนาแก้วที่เดียวความแห้งแล้งไป ๓๐,๐๐๐ ไร่ ต้นข้าวยืนต้นตายจริง ๆ ๔,๐๐๐ ไร่เลย ยืนต้นตายไปแล้วอันนี้สาเหตุจาก ไม่มีแหล่งน้ำซึ่งเป็นแก้มลิงที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ คือหนองหาร หนองหารรวบถึงจังหวัดนครพนม ลำน้ำก่ำติดต่อกัน ต้องขอกราบเรียนว่าหนองหารมีน้ำลงมาจากสันภูพานสายหลัก ๆ ๑๖ สายจากสันภูพาน ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ทำไมจะรองรับได้ รับได้เยอะครับ ถ้าทำหนองหารให้ลึกกว่านี้ ไม่เหมือนทุกวันนี้ซึ่งจริง ๆ จังหวัดสกลนครเคยจ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาหนองหารเมื่อปี ๒๕๔๙ ด้วยงบประมาณ ๑๕ ล้านบาท แต่วันนี้รัฐบาลเราไม่นำมาใช้ครับ จังหวัดก็ทำได้ เท่าที่มีแรง ไปทำให้กรมประมงบ้าง กรมโยธาธิการและผังเมืองบ้าง มันต้องมีแม่งานจริง คือจังหวัด ผมจึงขอกราบเรียนว่าทำไมไม่คิดที่จะพัฒนาหนองหารอย่างจริงจัง ซึ่งรัฐบาลเอง มีเจตนารมณ์ที่จะได้แก้มลิงขนาดใหญ่แต่วันนี้นิดเดียว ผมจึงกราบเรียนว่าหนองหาร ขาดการดูแลอย่างจริงจังเบี้ยหัวแตกอย่างผมว่าล่ะ วันนี้ ครม. สัญจรให้มา ๖๐ ล้านบาท แบ่งไปเทศบาลละ ๑๐ ล้านบาทบ้าง ๒๐ ล้านบาทบ้าง เหมือนกับจัดสรรเงินไปเป็นเบี้ยหัวแตก แล้วดูแลไม่ทั่วถึงไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ผมถึงบอกว่าให้นำแผนพัฒนาแม่บทที่ศึกษา เสียเงินรัฐไปตั้ง ๑๕ ล้านบาทนำมาใช้อย่างจริงจัง ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมจึงกราบเรียนถามเป็นคำถามแรกว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาหนองหาร ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นแหล่งอารยธรรมเมืองหนองหารหลวง เป็นแหล่งแก้ปัญหาภัยแล้ง เป็นแหล่งเก็บกักน้ำแก้มลิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสานอย่างไร และมีโครงการที่จะ ดำเนินการอย่างชัดเจนมากน้อยขนาดไหน ผมอยากเห็นการบูรณาการที่เป็นรูปธรรม อย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำแบบเบี้ยหัวแตกเหมือนทุกวันนี้ ขอเป็นคำถามแรกครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนครก็คือท่านนิยม เวชกามา ในเรื่องของการพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนคร ท่านประธานครับ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ขอเรียนว่าหนองหาร จังหวัดสกลนครเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุด ในภาคอีสาน อย่างที่ท่านสมาชิกบอกว่าเป็นอันดับ ๒ รองจากประเทศ ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาหนองหาร แต่ว่าผมจะขออนุญาตท่านประธาน ได้ใช้รูปภาพแผนที่ประกอบเพื่ออธิบายให้ท่านสมาชิกได้หายความกังวลใจ เจ้าหน้าที่ ขอแผ่นภาพ ต้องเรียนอย่างนี้ว่าพื้นที่หนองหารทั้งหมดก็คือ ๗๗,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าปัจจุบัน เป็นพื้นน้ำเพียง ๔๐,๐๐๐ ไร่ เนื้อที่ทั้งหมด ๗๗,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมเนื้อที่ทั้งหมด ๑๒๓ ตารางกิโลเมตร แล้วบริเวณนี้เป็นพื้นน้ำในรูปนี้ครับ และสีเหลือง ๆ เป็นบริเวณ ที่เรามีการขุดลอกโดยรถแบคโฮ (Backhoe) ครับ แล้วก็บริเวณเหลือง ๆ ที่อยู่บนพื้นน้ำเป็นการขุดลอกโดยใช้เรือขุดในการขุด ทีนี้เนื้อที่ที่เหลืออีก ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีการเวนคืนทั้งหมด ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็กำลังหางบประมาณเพื่อที่จะพัฒนาในบริเวณที่ยังไม่ได้เป็นพื้นน้ำ ขณะเดียวกันต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมานะครับ ทางกรมประมงก็ได้จัดสรรงบประมาณไปทั้งหมด ๙,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษในการที่นำมาใช้ ขุดลอกแหล่งน้ำของหนองหาร ปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ก็ได้รับจัดสรรงบประมาณอีก ทั้งหมด ๑๐,๗๖๖,๐๐๐ บาทในการขุดตะกอนดิน ซึ่งเฉลี่ยปีหนึ่งขุดได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ท่านประธานครับ การขุดลอกตะกอนเราก็ใช้แบบ ๒ อย่างด้วยกัน ก็คือการขุดลอกตะกอนดินโดยใช้รถแบคโฮดำเนินการ ซึ่งปีหนึ่งจะทำได้ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร อีกวิธีหนึ่งในการขุดลอกหนองหารก็คือใช้เรือขุดซึ่งเรียกว่า เป็นการขุดลอกแบบเปียก ปีหนึ่งก็ขุดได้ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐-๑๗๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร การพัฒนาหนองหารนอกจากขุดลอกแล้วเราก็มีการกำจัดวัชพืชต่าง ๆ ที่อยู่ในหนองหาร เพื่อให้วัชพืชต่าง ๆ นั้นไม่ขยายตัวแล้วก็สะสมอยู่ในปริมาณที่มากเกินจำเป็น วัชพืชที่มีการดำเนินการในพื้นที่หนองหาร จังหวัดสกลนคร ที่กำจัดเป็นตัน ปี ๒๕๕๒ กำจัดไปทั้งหมด ๖๐,๔๐๐ ตัน ปี ๒๕๕๓ จำนวน ๖๐,๗๒๐ ตัน ปี ๒๕๕๔ จำนวน ๖๐,๕๐๐ ตัน ปี ๒๕๕๕ อีก ๖๐,๒๐๐ ตัน ปี ๒๕๕๖ เราตั้งเป้าหมายไว้ทั้งหมด ๗๐,๐๐๐ ตันครับ นอกจากนี้ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนครท่านห่วงใยในเรื่องของงบประมาณ ในการที่จะพัฒนาหนองหาร ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหมือนท่าน ผมเองก็มีความตั้งใจอยากจะให้หนองหาร ได้รับการพัฒนา งบประมาณในปี ๒๕๕๗ ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงบประมาณ กำลังให้กระทรวงต่าง ๆ เสนองบลงทุน ผมเองจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ ท่านรัฐมนตรีว่าการว่าท่าน ส.ส. จังหวัดสกลนคร ท่านอยากจะให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ตั้งงบประมาณในการพัฒนาหนองหาร โดยมีแผนพัฒนาหนองหาร ที่ได้มีการศึกษาไปแล้ว ซึ่งใช้เงินไปในการศึกษา ๑๕ ล้านบาทให้นำเอามาบูรณาการกับ แผนพัฒนาหนองหารแล้วก็การตั้งงบประมาณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิยมครับ คำถามที่ ๒ คำถามสุดท้ายครับ

นายนิยม เวชกามา สกลนคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมก็บอกแล้วว่ารัฐบาลเราต้องการแก้มลิงแหล่งเก็บน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่ หนองหาร จังหวัดสกลนครหรือคนแถวนั้นเรียกว่าหนองหารหลวงเป็นแหล่งน้ำที่มีเนื้อที่ถึง ๗๐,๐๐๐ กว่าไร่ ถ้าหากทำให้มันลึกที่จากท่านรัฐมนตรี ท่านยุทธพงศ์บอกมาเมื่อกี้ที่ผมฟังแล้ว ผมบอกแล้วอย่างไรว่าจะใช้เงินปี ๒๕๕๕ ๙.๙ ล้านบาท ปี ๒๕๕๖ ๑๐ ล้านบาท ขุดลอกครับ ไม่ได้ผล หนองหารพื้นที่ ๗๗,๐๑๕ ไร่ ปัญหาใหญ่ก็ถูกบุกรุกไปมากเนื่องจาก การดูแลไม่ทั่วถึง ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ต้องบอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพใหญ่ประสานจังหวัดจะใช้เงิน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ไม่ได้ครับ หนองหารต้องใช้เป็นพันล้านบาท นอกจากจะดูแลเรื่องแหล่งน้ำแล้ว ต้องดูแลเรื่องการท่องเที่ยวด้วย ท่านประธานครับ อันนี้จริง ๆ โดยจิตใจแล้วว่าทุกวันนี้ มันทำได้นิด ๆ หน่อย ๆ ผมเข้าใจ ท่านบอกใช้เรือขุด ใช้รถแบคโฮทำไม่ได้ครับ หนองหารไม่ใช่หนองเล็ก ๆ ผมก็ไปดูมีกรมประมงไปขุดบ้าง ปีทั้งปีขุดไปข้างหน้า ข้างหลังก็ถมมา กับกรมโยธาธิการและผังเมือง ๒ อันไม่ได้หนองหาร หน่วยงานใหญ่กว่ากรมชลประทานเอาโครงการไปดูเลย ท่านกลับไปดู ท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ หนองหารไม่มีโครงการของกรมชลประทานเลยแม้แต่โครงการเดียว ผมตรวจสอบแล้ว ไม่มีครับเป็นเรื่องแปลก หนองหารเป็นแหล่งน้ำใหญ่ซึ่งรัฐบาลท่านยิ่งลักษณ์ ต้องการอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเวนคืนที่ไหนเลย ไปทำให้มันลึกซึ่งปกติมันลึก ๔ เมตร ๕ เมตร ๖ เมตร นี่ทุกวันนี้เหลือไม่ถึง ๒ เมตร ทำอย่างไรมันจะลึกเก็บกักน้ำได้มาก ผมบอกแล้วอย่างไร น้ำจากสันภูพานลงมา ๑๖ สาย ไม่ได้เกิดประโยชน์ ลงมาท่วม พอจะแล้งตอนนี้ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีปรีชาจริง ๆ ไปเจาะบ่อน้ำดาลให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงาน บอกวันนี้เสียหายยืนต้นตายแล้ว เฉพาะอำเภอโพนนาแก้วที่เดียวข้าว ๓๐,๐๐๐ ไร่ครับ จากสาเหตุหนองหารมันไม่มีน้ำเพราะต้องปล่อยน้ำลงไปตามลำน้ำก่ำลงไปที่จังหวัดนครพนม ปัญหาใหญ่เรื่องบุกรุกที่ดินก็เป็นปัญหา เรื่องเขตแดนที่ดิน เพราะหนองหารมีพระราชกฤษฎีกา เขตหนองหารเมื่อปี ๒๔๘๕ ซึ่งทำอะไรยังไม่ได้วันนี้ เขาบอกว่าเขตหนองหารคือบริเวณ น้ำท่วมถึง ในสมัยก่อนไม่มีประตูระบายน้ำเหมือนเดี๋ยวนี้ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ๑๙๙๖ ชื่อประตูแววพยัคฆ์คัน แล้วต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๕ ก็สร้างขึ้นใหม่อีกอันหนึ่งสูงขึ้นกว่าระดับเก่า อีก ๕๐ เซนติเมตร ชื่อประตูสุรัสวดีนามสกุลของใครไม่รู้คุ้น ๆ รัฐมนตรี ก็ฝากว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบกันว่าทำอย่างไรกรมชลประทานจะเอาโครงการที่ใหญ่ ๆ ไปดูแลเลย ไม่ใช่ปล่อยให้กรมโยธาธิการและผังเมืองบ้าง กรมประมงบ้าง ส่วนใหญ่ก็เอาน้ำ ไปทำน้ำประปาเท่านั้น เกษตรกรเลยไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ส่วนใหญ่คือปัญหาเรื่องที่ดิน ในซีกของเทศบาลเมืองบุกรุกเข้าไป ไม่ว่าภาคราชการและเอกชน ซึ่งมีอำนาจวาสนา ออกโฉนดเต็มบ้านเต็มเมือง ส่วนอีกซีกหนึ่งซีกด้านตะวันออกจะเป็นอำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ ตำบลม่วงลาย ตำบลโคกก่อง วันนี้ออกโฉนดไม่ได้เขาบอก ติดพระราชกฤษฎีกาปี ๒๔๘๕ ออกไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่บางวัดสร้างปี ๒๔๕๔ และหนองหาร ไปอยู่ในวัดเขา ผมพาคณะกรรมาธิการของเราขึ้นไปดูก็ไม่ได้ผล ผมจึงกราบเรียนว่า เรื่องเขตแดนที่ดินนี่ต้องให้พี่น้องประชาชนเขา ไปตรวจสอบหน่อยครับ อันที่ทำได้ทำไป ยังไม่ได้ออกโฉนดสักจุดเลยครับทำไม่ได้ ส่วนเขตเมืองทางเทศบาลนี่ออกบุกเข้าไป ในพื้นที่หนองหาร เพราะเป็นนักการเมืองท้องถิ่นบ้าง อะไรบ้าง ส่วนราชการบ้าง ไปดู เรื่องจริงครับ ต้องฝากว่าซีกอำเภอโพนนาแก้วออกไม่ได้ครับวันนี้ ซีกทางอีกโซน (Zone) หนึ่ง นอกจากเขตเทศบาลในเมือง ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลต้องคิดการใหญ่ เอาน้ำเป็นที่ เก็บกัก กักน้ำไว้เลยเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีสมัครท่านคิดตอนนั้นว่า จะเอาน้ำงึมมาเก็บที่หนองหารในจุดหนึ่งเลยตอนนั้นล้มไปครับ ผมจึงฝากว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่สมัยจัดไปให้อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี น่าเสียดายเลยจังหวัดสกลนครหายไป เพราะไม่มีกำลังเข้มแข็ง ผมก็เป็น ส.ส. ใหม่ ๆ ผมจึงขอถามต่อไปว่าในการสนับสนุน ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ถ้าปี ๒๕๕๗ เป็นไปได้นี่อย่าตั้งเลยงบประมาณ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ไม่มีประโยชน์ครับ เสียหัวคิวเปล่า ๆ ไปให้ อบต. บ้าง เทศบาลบ้าง แจกหัวคิวกันสนุก แต่หนองหารก็ยังเป็นหนองหารเหมือนเดิม ไปดูครับวันนี้เกาะดอนสวรรค์ทะเลาะกัน จับพระจับเจ้าวุ่นวายไปหมด เป็นดอนที่ใหญ่ที่สุด ถ้าเป็นแหล่งท่องเที่ยว ๑๐๘ ไร่ ของดอนสวรรค์นี่อย่างดีเลยคนไปดูทั้งบ้านทั้งเมืองได้ วันนี้ทะเลาะกันกับพระกับโยมอะไร อยู่นี่ จับพระกันวุ่นวายแล้ววันนี้ เดี๋ยววัดมีบ้างไม่มีบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ มันมีมาก่อน ผมเกิดมาเห็นวัดเลย ผมจะบอกว่าเกาะดอนสวรรค์ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุด ในจำนวน ๑๘ เกาะ ซึ่งบ้านผมเรียกว่าดอน ไม่เรียกว่าเกาะ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้ ท่านรัฐมนตรีต้องทบทวนนำไปใน ครม. เลยว่าอย่าตั้งไปเลย ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาทไม่ต้องตั้งหรอกครับเสียดายหัวคิวผมบอกก่อน ไปแจกจ่ายคนละ ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาทไม่มีประโยชน์ ปีที่แล้วก็ได้ อบต. ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท ผมก็ได้ยินข่าวอยู่ แต่ผมไปดูผลงานแล้วมันไม่มี ตั้งไปเลย ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำเป็นถนนแหล่งท่องเที่ยว ทำเป็นวิถีชีวิต ออกโฉนดให้เขา ที่เขาทำมาหากิน ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ทำไมไม่ให้เขา ทีแขวงการทางออกโฉนดถมที่ไปครึ่งดอนสวรรค์จะถึงแล้ว โซนเทศบาลเมืองสกลนคร คิดได้อย่างไรผมถามเสียก่อน ต้องกราบเรียนเป็นคำถามที่ ๒ ว่ารัฐบาลท่านชัดเจนขนาดไหนที่สนับสนุนนโยบาย เอาของปี ๒๕๕๗ ก็ได้ หรือใช้งบเงินกู้ ทำแหล่งน้ำให้เป็นแก้มลิงที่ยิ่งใหญ่ตามธรรมชาติที่ไม่ต้องโอนคืนแม้แต่บาทเดียว หนองหารนี่ ท่านมีโครงการชัดเจนขนาดไหนที่จะนำเสนอท่านรัฐมนตรีครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสกลนครท่านได้ถามถึงความชัดเจนในการพัฒนาหนองหาร ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดสกลนครว่าหนองหารนี่ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญและถือว่าเป็นแหล่งประมงน้ำจืด ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน แล้วก็อย่างที่ท่านทราบนะครับว่าเป็นวิถีชีวิตชาวบ้าน แล้วก็หนองหารมีเนื้อที่ถึง ๗๗,๐๐๐ ไร่ การพัฒนาหนองหารจะต้องใช้เงินงบประมาณ จำนวนมาก ผมก็จะนำข้อห่วงใยแล้วก็ความต้องการของประชาชนชาวจังหวัดสกลนคร ไปกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในประเด็นที่ท่านได้ฝากก็คือว่า ให้กรมชลประทานเข้ามาดำเนินการ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหนองหาร ถ้าลำพัง กรมประมงปีหนึ่งงบประมาณทั้งกรมได้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วที่ท่านบอกว่าปีหนึ่ง เอาเงินไปให้ตรงนั้นตรงนี้ ๑๐ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาท ไม่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด แต่เนื่องจากว่างบประมาณของกรมประมงก็มีจำกัด ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะนำข้อห่วงใย ข้อสังเกต ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อที่จะได้ดำเนินการพัฒนาหนองหารให้เป็นแหล่งประมงและแหล่งท่องเที่ยวตามที่ท่าน แนะนำครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถามไป ๒ คำถามแล้วครับ ถ้าฝากได้ ผมไม่ให้ถาม

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ฝากนิดเดียวครับ กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอฝากท่านรัฐมนตรีนิดเดียวจริง ๆ ผมเป็นห่วงหนองหารบ้านผม ผมพูดมาแล้ว ๕ ปีเรื่องหนองหารไม่มีอะไรคืบหน้า แม้กระทั่งญัตติเมื่อกี้เสนอไปเรื่องหนองหาร ส.ส. ๓-๔ คนเสนอ ปรากฏว่ารายงานเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหายไปไม่มีพูดถึงหนองหารเลย ผมจึงเป็นห่วง ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่ากลับไปเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ด้วยว่ากรมชลประทานต้องเป็นแม่งานนะครับท่านรัฐมนตรี ไม่ใช่ให้กรมประมง งบไม่กี่บาทเข้ามาดูแลอยู่ กรมประมงเลี้ยงได้แต่ปลานิดเดียวครับ แล้วก็เอาเรือไปขุด ดูดอยู่มุมเดียว ทางเทศบาลท่าแร่ผมเห็นไปยืนดูก็สงสารหนองหารบ้านผม ก็ฝากดูว่า ทำอย่างไรจะไม่สงสาร กรมชลประทานท่านไปดูครับ ไม่มีโครงการขนาดใหญ่ไปดูแล หนองหารไม่มีโครงการชลประทานแม้แต่โครงการเดียว ก็ฝากท่านกลับไปดูว่า กรมชลประทานต้องมาศึกษาเลย นี่แผนแม่บทเสียเงินไปแล้ว ๑๕ ล้านบาท เอามาทำเลย ไม่ต้องไปเสียเวลา ถ้าทำตามนี้หนองหารบ้านผม คนสกลนครลืมตาอ้าปาก อย่าลืมเรื่อง โฉนดที่ดินด้วยครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๐๑ เรื่อง ปัญหาการดูแลเด็กที่กระทำความผิด ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านรัฐมนตรีไปต่างประเทศ มอบหมอชลน่านครับ เชิญท่านสุนทรี ชัยวิรัตนะ ถาม ๒ คำถามนะครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีชลน่าน ศรีแก้ว ที่ท่านให้เกียรติกับดิฉันมาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้นะคะ จากประเด็นปัญหา ที่ดิฉันได้มีโอกาสพบเจอ ตลอดจนข่าวคราวที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ในปัจจุบันที่ผ่านมา ก็ทำให้ดิฉันพบว่าเด็กแล้วก็เยาวชนในปัจจุบันนี้มีการก่อเหตุร้ายมากขึ้นเป็นระยะ ๆ ซึ่งการก่อเหตุส่วนใหญ่ที่เราได้ยินข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด การลักขโมยทรัพย์ หรือแม้อาทิตย์ที่ผ่านมาก็จะมีปัญหาเกี่ยวกับการที่เด็กอายุแค่ ๑๔ ปีก็ทำการฆ่ามารดา เนื่องจากไม่พอใจที่มารดาห้ามไม่ให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้ จำนวนเด็กที่กระทำความผิดในคดีต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือทำให้เด็กและเยาวชน ได้รับโทษคุมขัง กักขัง แล้วก็คุมความประพฤติในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มากขึ้น จากสถิติดิฉันเองได้ลองไปตรวจสอบดูก็พบว่าเด็กที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนนี่ในแต่ละปีจะมีประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่อยู่ที่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ว่ากระจายกันอยู่ทั่วประเทศ แน่นอนว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของประเทศไทยเรามีครอบคลุมทั้ง ๗๗ จังหวัด แต่ว่าสถานที่ควบคุมตัวเด็กที่อยู่ระหว่างการสอบสวนคดีมีอยู่เพียง ๓๔ แห่ง ซึ่งตรงนี้ เด็กเมื่อทำความผิดศาลก็จะต้องมีกระบวนการในการพิจารณาค่อนข้างมาก ก็จะต้องนำไป ฝากเอาไว้ที่สถานควบคุม แต่ว่าปัญหาที่ตามมาก็คือจากจำนวนแค่ ๓๔ แห่งที่ว่านี่ ก็ไม่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งพื้นที่ก็ทำให้เวลาที่จะต้องนำตัวไปฝากเอาไว้ก็ทำให้ต้องไปฝากยัง จังหวัดหรือว่าสถานที่ใกล้เคียงที่มีสถานควบคุมตัวอยู่ ซึ่งตรงนี้เมื่อเด็กเข้าไปอยู่ พ่อแม่ก็จำเป็นจะต้องเดินทางไปเยี่ยมเขาค่ะ และแน่นอนว่าถ้าพ่อแม่เป็นผู้ที่มีรายได้น้อย ยากจนการเดินทางไปเยี่ยมเด็กก็คงจะทำได้ค่อนข้างจะยากลำบาก และที่สำคัญหลังจากที่ ผ่านกระบวนการทางกฎหมายแล้วนี่ ถ้าเด็กถูกตัดสินว่ามีความผิดก็จะถูกส่งไปที่ สถานฝึกอบรม ดิฉันลองไปเซิร์ช (Search) หาจากข้อมูลมาพบว่าในประเทศไทยของเรามีอยู่ ประมาณ ๑๗ แห่งทั่วประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เด็กจะต้อง เข้าไปแออัดกันอยู่ แล้วก็แน่นอนว่าทำให้เด็กเมื่อไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง ก็จะเกิดความเครียด ความกลัวจากการที่ตัวเองได้กระทำความผิดไปแล้วนี่ก็ทำให้เกิด มีอาการซึมเศร้า แล้วก็มีการคิดหลบหนีดังข่าวที่เราเห็นมาค่อนข้างเยอะค่ะ แล้วก็ปัญหา คงจะไม่หมดเพียงแค่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนหรือว่าสถานควบคุมเด็ก หรือสถานฝึกอบรมที่ไม่เพียงพอ แต่มันยังรวมไปถึงเรื่องเกี่ยวกับว่างบประมาณในแต่ละปี พอดีงบประมาณปี ๒๕๕๖ ตัวดิฉันเองได้มีโอกาสเป็นกรรมาธิการในการดูแลพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๕๖ ดิฉันเองก็เลยพบว่าเด็ก ๑ คนที่ต้องผ่านสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนได้รับงบประมาณในการดูแลเพียง ๑,๘๐๐ บาท ซึ่ง ๑,๘๐๐ บาทเป็นค่าใช้จ่าย ในการซื้อเสื้อผ้าให้เขา ไม่ว่าจะเป็นชุดใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืด หรืออะไรก็ตามแต่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเด็ก ๑ คนอยู่ที่ ๑,๘๐๐ บาท แล้วก็มีค่าอาหารต่อเด็ก ๑ คนใน ๑ วัน ๓ มื้ออยู่ที่ ๖๕ บาท คิดแล้วตกหัวละประมาณใน ๑ มื้อ ๒๒ บาท ปัจจุบันเราคงทราบกันดีว่า ๒๒ บาทไม่สามารถที่จะไปหาซื้อข้าวรับประทานได้ ๓๐ บาทยังรับประทานไม่อิ่มเลยค่ะ ต้องบอกว่าแล้วถ้าเป็นจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเงิน ๒๒ บาทนี่สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนดิฉันเข้าใจว่าคงจะไม่สามารถที่จะไปจัดหาอาหารให้กับเด็กได้ และแน่นอน เด็กที่เข้าไปอยู่ในสถานพินิจก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องมีการสนับสนุนให้มีการเรียนการสอน ในภาคบังคับค่อนข้างเยอะ เนื่องจากว่าจะเป็นเด็กอายุตั้งแต่ ๑๐ ขวบขึ้นไปถึงก่อนอายุ ๑๘ ปี แต่ว่าเท่าที่ดิฉันทราบก็ไม่ได้รับงบประมาณในการจัดการค่ารายหัวสนับสนุน ทางการศึกษาให้กับเด็กเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับภาคสามัญหรือว่าภาคอาชีพ ซึ่งตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่าการจัดการเรียนการสอนน่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ว่าเท่าที่สอบถามหน่วยงานก็คือกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ก็ปรากฏว่า ต้องเป็นหน้าที่ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นคนดูแลในเรื่องเหล่านี้เอง แล้วนอกจากนั้นงบประมาณที่จะต้องใช้นอกจากที่จะไม่เพียงพอต่อเด็กที่นับวันมีแต่ จะเพิ่มจำนวนขึ้นมาก เมื่อเกิดปัญหาในเรื่องการขาดแคลนงบประมาณ แล้วก็จะต้องมาดูแลเด็ก ในเรื่องการศึกษาอีก ก็ทำให้เด็กเมื่อพ้นโทษออกมาแล้วต้องยอมรับว่าบางครั้งดิฉันเข้าใจว่า อาจจะไม่ได้รับการดูแลแล้วก็ส่งเสริมอย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้วเด็กที่เป็นอนาคตของประเทศเราเมื่อไม่ได้รับการดูแลที่ดีประเทศไทยเราจะมี ความเป็นอยู่หรือว่ามีการพัฒนาที่ดีขึ้นได้อย่างไร แล้วแน่นอนว่าเด็กเหล่านี้ดิฉันเข้าใจว่า ไม่มีใครหรอกค่ะที่คิดว่าตัวเองจะไปทำความผิด ไปทำความชั่วร้ายอะไรก็ตามแต่ เด็กก็เหมือนกับผ้าขาวค่ะ เมื่อทำไปแล้วก็อาจจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ แต่ว่าเด็กเหล่านี้ดิฉันเข้าใจว่าถ้าหากเขาได้รับการดูแลที่ดีได้รับการบำบัดฟื้นฟูที่ถูกวิธี ก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างดีนะคะ จากที่ดิฉันพูดมาทั้งหมดนี้ ดิฉันจึงขออนุญาตเรียนถามในคำถามที่ ๑ ว่ารัฐบาลมีนโยบายในการจัดสรรงบประมาณ และการบริหารจัดการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้เพียงพอและ มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดูแลเด็กสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างไร ดิฉันขอทราบ รายละเอียดค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่แทนท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีประชา พรหมนอก ซึ่งติดราชการไปต่างประเทศระหว่างวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ได้มอบให้ผมมาช่วยตอบกระทู้ถามแทนท่าน ต้องขอบคุณ ผ่านท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. สุนทรี ชัยวิรัตนะ เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความสำคัญ และเห็นปัญหาของลูกหลานเยาวชนของประเทศชาติบ้านเรา โดยเฉพาะสิ่งที่ท่านได้เห็น จากการไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณได้เห็นการจัดสรรงบประมาณ และวิธีการ นำงบประมาณไปใช้ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยมีกระทู้ถามนี้ขึ้นมา ผมเองต้องกราบขอบคุณ แทนเด็ก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หรืออยู่ในศูนย์ฝึกที่ได้รับ การดูแลอยู่ในขณะนี้ หรือเด็กที่ไม่ควรจะเข้ามาอยู่ในสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะเป็นการป้องกัน ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. เป็นอย่างสูงนะครับ

สำหรับคำถามเรื่องนโยบายและแนวทางการจัดสรรงบประมาณ และการบริหารงบประมาณนั้นผมต้องขออนุญาตกราบเรียนเป็นข้อมูลเบื้องต้นนะครับว่า ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเรามีทั้งหมดในขณะนี้ทั่วประเทศเราแบ่งวิธีการ ที่จะดูแลเด็กไว้เป็น ๒ ลักษณะตามคำพิพากษา นั่นหมายความว่าก่อนคำพิพากษา เราจะมีสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นจุดรับเด็ก ซึ่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนควรจะมีเขาเรียกว่าสถานแรกรับอยู่ด้วยเพื่อเตรียมก่อนจะเข้าสู่สถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่ว่าด้วยข้อจำกัดขณะนี้เรามีสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนที่มีสถานแรกรับอยู่ทั้งหมด ๓๔ แห่ง ซึ่งเป็นข้อมูลตรงกันกับท่าน ส.ส. สุนทรี เรามีข้อมูลอยู่ทั้งหมด ๓๔ แห่งเองที่มีสถานแรกรับอยู่ด้วย ที่เหลือ ๔๔ แห่ง เป็นสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีสถานแรกรับนะครับ ตรงนี้เราถือว่าเป็นสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนครับ กลไกที่เราใช้ตรงนี้เราพยายามที่จะใช้สถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนไปเปิดให้ครบทุกจังหวัด มันก็เลยมีข้อจำกัดว่าไม่มีสถานแรกรับ เพราะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างค่อนข้างสูง แต่ว่าด้วยปัญหาที่อยากจะให้เป็นไปตาม สิทธิเด็กที่เรามีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ประเทศไทยเราเป็นสมาชิกอยู่เรามีความจำเป็น เพราะฉะนั้นทางกระทรวงยุติธรรม กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเขาก็ต้องหา สถานที่ดูแลเรื่องเหล่านี้ให้ครอบคลุม ๔๔ แห่งไม่มีสถานแรกรับนะครับก็สามารถที่จะดูแลได้ ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องดูแลในสถานแรกรับ เช่น ดูแลความเป็นอยู่ การจัดการศึกษา การฟื้นฟู การรักษาพยาบาล เราก็อาจจะส่งไปอยู่สถานแรกรับที่ใกล้เคียง อันนั้นเป็นวิธีการ ส่วนศูนย์ฝึกอบรมก็จะเป็นกระบวนการหลังจากมีคำพิพากษา ขณะนี้เรามีศูนย์ฝึกอบรม ทั้งหมด ๑๘ แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลใกล้เคียงกัน ๑๘ แห่ง เด็กที่อยู่ทั้งในสถานพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกอบรมทั้งหมดขณะนี้มี ๘,๙๑๗ คนต่อวัน อยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรม ๖,๕๘๑ คน อยู่ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่มีสถานแรกรับด้วย ๒,๒๔๒ คน อยู่ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ไม่มีสถานแรกรับนี่ ๙๔ คน เราพยายามจะลด จำนวนตรงนี้ให้น้อยที่สุดเพราะว่ามันไม่สมบูรณ์ นี่คือจำนวนเด็กที่เราดูแลอยู่ทั้งหมด งบประมาณในปี ๒๕๕๖ ได้รับทั้งหมด ๑,๖๖๒ ล้านบาท ในการบริหารงบประมาณ เป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ร้อยละ ๕๕ เป็นค่าจ้าง เป็นเงินเดือน เป็นงบที่เรามาใช้ ดำเนินการในดูแลเด็ก เรื่องค่าตอบแทนใช้สอยวัสดุต่าง ๆ ร้อยละ ๓๐ มีงบลงทุนอยู่แค่ ร้อยละ ๑๒.๕ เป็นค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และเป็นงบรายจ่ายอื่นที่มีลักษณะ โครงการพิเศษอยู่ที่ร้อยละ ๑.๕ ด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณแบบนี้ สิ่งที่เราจะให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดแล้วก็บริหารแบบประหยัด คำนึงถึงประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงตัวเด็ก เป็นหลัก เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ที่ตัวเด็ก เป็นค่าอาหาร ค่ากินค่าอยู่ เราเน้นจุดนี้เป็นหลัก แล้วในส่วนที่เหลือก็จะเป็นค่าบำบัดฟื้นฟู ซึ่งต้องเรียนว่าจาก ๑,๖๖๒ ล้านบาท เรามีเงินประมาณแค่ ๒๐ ล้านบาทเองครับที่ไปดูแลในจุดนั้นก็ถือว่าน้อย เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ท่าน ส.ส. สุนทรีได้ยกมาเป็นกระทู้ถามวันนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับ ทางสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ภาพรวมได้เห็น ความจำเป็นเรื่องงบประมาณ สำหรับในคำถามแรกนี้ผมขออนุญาตตอบท่าน ส.ส. สุนทรี ในประเด็นนี้ก่อน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุนทรีครับ คำถามสุดท้ายนะครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีมาตอบแล้วดิฉันรู้สึกว่าเราก็คงจะเห็นตรงกันว่า เด็กนี่ควรจะได้รับการดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณที่เพิ่มเติมมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่ออนาคตประเทศไทยของเรา แต่ว่าในปัจจุบันนี้เราก็ทราบกันดีว่าเป็นยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน เทคโนโลยีนี่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันคิดว่าเด็กก็จะเกิด การลอกเลียนแบบได้ค่อนข้างง่ายทำให้มีโอกาสเพิ่มมากขึ้นในการที่จะทำความผิด และแน่นอนว่าดิฉันมั่นใจเลยว่าเด็กที่เคยกระทำความผิดมาแล้วครั้งหนึ่งก็มีโอกาส ที่จะทำความผิดในครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ แล้วก็ต้องกลับมาอยู่ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนอีก ซึ่งในการทำความผิดนี้ดิฉันก็ยังยืนยันอยู่ เด็กเขาไม่รู้หรอกว่าผิดหรือถูก แต่ว่าบางครั้งเพื่อนชักชวนไปก็ไปโดยที่ไม่ทราบเหมือนกัน ดิฉันเคยไปเจอมาหลายรายว่า เพื่อนพาไปลองสูบบุหรี่ กลายเป็นบุหรี่นั้นยัดสารเสพติดเอาไว้ ก็ทำให้เขาเมื่อถูกตำรวจจับ ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่าเด็กที่กลับมาสู่ การดูแลของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนอีกครั้งนี่น่าที่จะได้รับการดูแลติดตาม อย่างใกล้ชิดว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เขาต้องกลับมาอยู่ในสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนอีกครั้ง แล้วเด็กเหล่านี้ก็ควรจะต้องมีการติดตามอีกเช่นกันว่า เมื่อเขาเข้ามาอีกเป็นครั้งที่ ๒ เขาคงจะได้รับการฝึกอบรมทางด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม เมื่อออกไปแล้ว สังคมนี่รับเขาเข้าสู่สังคมหรือเปล่า ดิฉันเองเคยได้ยินคำพูดว่าถ้าเป็นลูกของเรานี่ผิดอย่างไร ก็นอนกับเราได้ นอนในมุ้งเดียวกันกับพ่อแม่ได้ แต่ถ้าเป็นลูกคนอื่นนี่อย่าได้มาใกล้เราเลย ตรงนี้ดิฉันว่ามันก็อาจจะเป็นอีกอย่างหนึ่งที่เป็นปัจจัยทำให้เด็กนี่ต้องกลับไปทำความผิดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตรงนี้ดิฉันคิดว่าก็น่าจะต้องมีการติดตามผลอย่างที่บอกว่าถ้าเรามีการติดตาม เราจะได้สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้กับเด็กที่เป็นอนาคตของประเทศไทยได้ แล้วก็แน่นอนว่า ดิฉันคิดว่าการติดตามคงไม่ใช่แค่ช่วยป้องกันแล้วก็แก้ไขปัญหาค่ะ แต่ว่าจะช่วยป้องกันให้เด็ก ที่จะเกิดการเลียนแบบหรือว่ากระทำตามต่าง ๆ ตามภาพข่าวหรือว่าสื่ออะไรก็ตามแต่ ที่เขาจะได้ดูนี่จะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างอีก เราจะได้มีวิธีการป้องกัน จึงขออนุญาตถามถึง คำถามข้อที่ ๒ ว่ารัฐบาลมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นอย่างไรบ้าง ดิฉันขอทราบรายละเอียดค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรีชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ตอบกระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในคำถามที่ ๒ กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. สุนทรีด้วยความเคารพ ปัญหาของสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนซึ่งอยู่ในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เราตระหนักอย่างดีว่า มันมีปัญหา ปัญหาที่สำคัญเรื่องงบประมาณที่ท่านได้ถามไป ปัญหาความไม่พอเรื่องของ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงศักยภาพความสามารถของบุคลากรที่จะดูแลและติดตาม ประเด็นแรก เรื่องงบประมาณ ผมขออนุญาตนะครับ เนื่องจากเรามีงบประมาณที่จำกัด ทางกรมเองก็ไม่ได้ละเลย เรามีมาตรการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้

เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ทางกรมได้ใช้กลไกในการบริหารจัดการ โดยใช้เงินที่เป็น ดอกเบี้ย เขาเรียกดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรม ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรา ของบประมาณมาสนับสนุน ดอกเบี้ยเงินกลางได้จากกรมบังคับคดี ได้เงินมาแล้วมีดอกเบี้ย เกิดขึ้น เรียกดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรม ส่วนนั้นทางกรมเองก็ประสานไปที่ ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางกรมบังคับคดี เพื่อที่จะนำเอาเม็ดเงินเหล่านี้มาสนับสนุนค่าใช้จ่าย ที่ไม่พอเพียง นั่นเป็นเรื่องแรก

เรื่องที่ ๒ ถ้าไม่มีความจำเป็นที่ต้องขอใช้งบกลาง ทางกรม ทางท่านรัฐมนตรีเอง ก็เสนอของบกลางเพื่อมาสนับสนุน

เรื่องที่ ๓ เรามีเครือข่ายที่ทำงานด้านเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ก็อาศัย กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน แล้วก็มีภาระงบประมาณอยู่ตามเครือข่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ของกระทรวงศึกษาธิการเอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือองค์การ ระหว่างประเทศ เช่นยูนิเซฟ (UNICEF) ก็ประสานงานเอาค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเข้ามา เพื่อที่จะช่วยให้เม็ดเงินที่มีน้อยนิดได้มีความเพียงพอ มาตรการหนึ่งที่ใช้อยู่แล้วเป็นประโยชน์ยิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านท่าน ส.ส. ไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้ให้เงินบริจาคกับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เราให้มาตรการลดหย่อนทางด้านภาษี เอาไปลดหย่อนภาษีได้ เงินบริจาคของท่านให้ ๒ เท่าครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกท่านใด มีภาระที่จะต้องดูว่าภาษีท่านจ่ายเยอะ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนยินดีเลยครับ ท่านลดภาษีได้ถึง ๒ เท่าเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ นั่นคือเป็นมาตรการที่เราได้ใช้ทางด้าน การเงินทางงบประมาณเพื่อที่จะให้การดูแลเด็กให้ดีที่สุด

อีกมาตรการหนึ่งเป็นการจัดการภายใน ทางกรมเราเรียกว่าเป็นการโซนนิง (Zoning) หรือแบ่งกลุ่ม แบ่งเขตเด็ก เราจะแยกประเภทเด็ก ถ้าอยู่ในสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนที่หนึ่งที่ใด เช่นจังหวัดนครสวรรค์เราก็แยกประเภทเด็ก จริง ๆ การแยกประเภทเด็กเราแยกตั้งแต่แรกรับ แล้วจะแบ่งกลุ่มเด็กเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ กระทำผิดซ้ำเหมือนที่ท่าน ส.ส. สุนทรีได้พูดถึงเป็นกลุ่มที่ ๑ ที่เราให้ความสำคัญ ถือว่าเป็นเด็กประเภทกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ เอาศักยภาพในการแก้ไข ถ้าพอแก้ไขได้ คือเป็นปัญหาอยู่ เป็นกลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ เป็นการแก้ไขได้ และกลุ่มที่ ๔ ไม่ต้องแก้ไข ในแต่ละขั้นตอนเราจะมีกระบวนการที่จะลดจำนวนเด็กอยู่หลาย ๆ ขั้นตอน เช่นเด็กไม่ต้องแก้ไข เราก็จะมีวิธีการกระบวนการ เช่นมาตรการพิเศษทดแทนการดำเนินคดีอาญาที่จะทำให้เขา ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาตรการเหล่านี้ เป็นมาตรการภายในที่เราพยายามที่จะตัดเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรม เป็นการลด จำนวนเด็ก โดยหันเหคดีออกจากกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนแรกหรือปล่อยตัว ก่อนกำหนดถ้าเด็กผ่านการประเมิน แล้วก็มีการเตรียมความพร้อมการปล่อยตัว กรณีที่เด็ก เข้าศูนย์บำบัดหรือศูนย์ฝึกอบรม ตรงนี้เองก็จะเป็นมาตรการที่เราใช้อยู่ การโซนนิง ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าลักษณะอย่างนี้จะลดจำนวนที่เข้าไปสู่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้อย่างมีนัยสำคัญ ผมยกตัวอย่างครับ ข้อมูลที่ ศูนย์พินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่จังหวัดนครสวรรค์ในปี ๒๕๕๕ เรารับเด็กอยู่ที่ ๘๕๕ คนต่อวัน เรามีมาตรการอย่างนี้ ปีนี้เราลดเหลือประมาณ ๖๐๐ คนต่อวัน ศักยภาพจริง ๆ รับได้แค่ ๔๙๐ คนนะครับ ด้วยความแออัดก็ยังลดมาพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นปัญหากับเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องดูแลตามสิทธิเด็ก กรณีเขามี คดีความมีการกระทำผิด สิ่งเหล่านี้เองก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ทางกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระทรวงยุติธรรมก็ให้ความสำคัญ พยายาม ที่จะแก้ปัญหาให้เยาวชนเหล่านั้นกลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นคนดีที่สามารถที่อยู่ในสังคมได้ ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณท่าน ส.ส. ผู้ถามคำถามครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถามได้แค่ ๒ คำถามนะครับท่านสุนทรี

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ บัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตฝากหน่อยค่ะ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก็จากที่ฟัง ท่านรัฐมนตรีตอบมาดิฉันก็รู้สึกว่าอนาคตของประเทศไทยเราน่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จากการที่ท่านบอกว่าจำนวนเด็กในปี ๒๕๕๕ จาก ๘๐๐ กว่าคน เหลือแค่ ๖๐๐ กว่าคน ก็ต้องขอชมเชยท่านรัฐมนตรีด้วย แล้วต้องชมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยที่ท่านให้ ความสำคัญกับเด็ก แต่ว่าประเด็นที่ดิฉันอยากฝากก็คืออยากให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน ในการที่จะเข้ามาจัดการศึกษา แล้วก็ฝึกอบรมทางด้านอาชีพให้กับเด็กด้วย เนื่องจากว่าถ้าใช้งบประมาณอย่างที่ท่านว่า คงไม่เพียงพอแน่นอน แล้วก็การที่จะรอแต่เงินบริจาคนี่ดิฉันว่าอนาคตของประเทศ คงรอเงินบริจาคไม่ไหวค่ะ แต่ว่าถ้าหน่วยงานคือกระทรวงศึกษาธิการเท่าที่ดิฉันทราบ ของสายอาชีวศึกษาเขาหาเด็กนักเรียนเรียนอยู่ ถ้าได้รับความร่วมมือตรงนี้ รวมถึง การศึกษานอกโรงเรียนด้วยนะคะท่านประธาน ถ้าเอา ๒ หน่วยงานนี้เข้ามาช่วยดูแล ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ดิฉันเข้าใจว่าอนาคตของประเทศเราจะเจริญค่ะ ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถามของดิฉันในวันนี้ ขอบพระคุณค่ะ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๑ เรื่อง การสนับสนุนงบประมาณจัดตั้ง โครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรี (นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผู้มาตอบกระทู้ถามให้ผมในวันนี้และครั้งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมในวันนี้ ซึ่งเป็นกระทู้ถามที่มีความสำคัญต่ออาชีพของพี่น้องเกษตรกรไทยทั่วทั้งประเทศ โดยเฉพาะ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีบ้านผม นั่นก็คือต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน จัดตั้งโครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรี เพราะเป็นจังหวัด ที่มีความพร้อมมากที่สุดกว่าจังหวัดอื่น ๆ ทั่วทั้งประเทศ เรื่องตลาดสินค้าเกษตร เรื่องนี้ผมได้ถามท่านรัฐมนตรีมาหลายสิบครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่ทราบว่าหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทำไมไม่รีบเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เลย เพราะอะไร เห็นชอบ เห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่ง นี่คือคำตอบของท่านรัฐมนตรีทุกรัฐมนตรี ไม่ว่ากระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เห็นชอบ เห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ไม่ดำเนินการ วันนี้ผมต้องบอกกับท่านประธานว่าทำไมล่ะ ความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกร เหมือนทุกข์ของแผ่นดิน ท่านประธานครับ คำว่า ครัวไทยสู่ครัวโลก คำพูดนี้ คำนิยามนี้ ยังใช้ได้ผลอีกหรือไม่ ขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถามผมในวันนี้

ท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีบ้านผมได้ขึ้นชื่อว่าเมืองราชินีแห่งผลไม้ไทย และผลไม้ที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศปีหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี เป็นเรื่องแปลกเมืองแห่งผลไม้ไทยเกิดที่จังหวัดจันทบุรี มีสวนผลไม้มากที่สุด ของประเทศไทย แต่จังหวัดจันทบุรีบ้านผมไม่มีตลาดกลางซื้อขายผลไม้ให้กับพี่น้องชาวสวนเลย เท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธาน ซ้ำหนัก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จังหวัดจันทบุรีเมื่อผลไม้ล้นตลาดในฤดูกาลไม่มีห้องเย็น ห้องแช่แข็งเก็บผลไม้ให้กับพี่น้องชาวสวนบ้านผมเลย นี่คือความช้ำใจ นี่คือการเสียโอกาส ให้กับพี่น้องเกษตรกรอย่างมหันต์ เสียเศรษฐกิจทั้ง ๆ ที่ทำรายได้เข้าสู่ประเทศปีหนึ่งอย่างน้อย ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามีห้องเย็นห้องแช่แข็งเราอาจจะมีรายได้สูงกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นแสนล้านบาทก็ว่าได้ นี่คือการเสียโอกาสทางด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับพอถึงฤดูหน้าผลไม้ชาวสวนผลไม้บ้านผมนำผลไม้ ไปขายที่ไหนล่ะครับท่านประธาน ไปขายริมถนนสุขุมวิท ขับรถกระบะบรรทุกผลไม้ เต็มรถกระบะไปเร่ขายข้างถนนสุขุมวิท บางครั้งไปขายที่วัด ที่โรงเรียน หรือไปซ่อนขาย ที่ริมต้นไม้ข้างทาง เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างนี้ทุก ๆ ปี จากปัญหานี้ ๒๐ ปี ๓๐ ปี ๔๐ ปี ที่ผ่านมา นี่คือปัญหาครับท่านประธานพี่น้องบ้านผมมันชอกช้ำ พี่น้องบ้านผมมันเจ็บใจ เจ็บปวด แต่ไม่มีใครแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรบ้านผมเลย และอีกไม่ช้าเราจะเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีก ๒-๓ ปี นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาเที่ยวประเทศเรา นักท่องเที่ยวก็อยากจะมาชิมผลไม้จังหวัดจันทบุรีบ้านผม ถ้าผลไม้ยังขายริมถนนสุขุมวิท อยู่อย่างนี้นักท่องเที่ยวเขาเบื่อ เอือมระอา เพราะรถติด มีปัญหาเสี่ยงกับชีวิตของ นักท่องเที่ยว ท่านประธานครับ เรามาดูคลิป (Clip) กัน ผมมีคลิปที่จะให้ท่านประธานดูว่า ความทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีเมื่อผลไม้ล้นตลาดไม่มีที่เก็บผลไม้ ทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรเหมือนทุกข์ของแผ่นดิน เชิญท่านรัฐมนตรีดูคลิปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เห็นไหมครับ ทุกข์ทรมานครับ ทุกข์จริง ๆ ครับ นี่คือรถที่ขายริมถนนสุขุมวิท ขายไม่ได้ก็ขนกลับสวนไป นี่ครับกลางถนน ทั้งหมดเลยครับ ขายไม่ได้ก็นำกลับบ้านไป กลับสวนไป เห็นไหมครับ เปิดเสียงหน่อยครับ ว้าเหว่ครับ ไปที่ไหนก็ขาดทุน เข้ากรุงเทพฯ ก็ขาดทุน เห็นไหมครับท่านรัฐมนตรี ทุกข์ที่ ๒ หมดหวังครับ ทุกข์ที่ ๓ ทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำหนักเข้าไปอีก เห็นไหมครับ นี่คือทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ ท่านประธาน ถ้าเป็นเหมือนชาวสวนบ้านผม ท่านรัฐมนตรี ถ้าเป็นชาวสวนเหมือนบ้านผมมันทุกข์ขนาดไหนครับ ยามผลไม้ล้นตลาดขายไม่ได้ รถติด ไม่มีที่เก็บ ไม่มีตลาดกลาง ขายตามวัด ตามถนน ตามหน้าโรงเรียน นี่คือความทุกข์ แสนสาหัสของพี่น้องชาวสวนผลไม้จังหวัดจันทบุรีบ้านผมครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรีทั้ง ๓ คน มีท่านธวัชชัย อนามพงษ์ มีท่านพงศ์เวช เวชชาชีวะ มีผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ทุกข์ของพี่น้องเหมือนทุกข์ของผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน เหมือนทุกข์ของผมครับ ทั้ง ๓ คน เราทุกข์ทุกครั้งเลยเมื่อผลไม้ออกสู่ท้องตลาดเมื่อไร เราผวาทั้ง ๓ คน นอนไม่หลับทุกฤดูกาล ทุกข์ทุกปีครับ เราต้องต่อสู้ร่วมกับพี่น้องชาวสวนผลไม้ ผมต้องต่อสู้ร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ผมต้องต่อสู้ร่วมกับสหกรณ์การเกษตร จังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะสหกรณ์การเกษตรท่าใหม่ จำกัด ที่มีความเข้มแข็ง และผมยังร่วมต่อสู้กับคณะครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีในจังหวัดจันทบุรี ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมอยู่ด้วย และได้เสนอเรื่องนี้ โครงการนี้ชื่อว่าโครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตร ได้เสนอผ่าน ครม. สัญจรที่เมืองพัทยาเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ ไปแล้ว ผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ได้ดำเนินการไปถึงไหน และมีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนถามเป็นห่วง กลัวเรื่องนี้จะตกไป เลยต้องถามรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ดำเนินการไปถึงไหน ดำเนินการแล้วหรือยัง วันนี้ผมขอส่งเอกสารซ้ำด้วย ทั้งเอกสารการจัดตั้งโครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตร ทั้งเอกสารโครงการการศึกษาสำรวจออกแบบครบวงจร จากเหตุผลดังกล่าวทั้งหมด ที่ผมกล่าว ผมอยากเห็นพี่น้องเกษตรกรไทยเป็นเศรษฐีครับ ผมอยากจะเห็นพี่น้องเกษตรกรไทย รวยเหมือนกับประเทศญี่ปุ่น รวยเหมือนกับประเทศเนเธอร์แลนด์ นี่คือผมอยากจะเห็น ผมไม่อยากจะเห็นพี่น้องเกษตรกรไทยเป็นหนี้เป็นสินล้นพ้นตัว มันเจ็บปวดจริง ๆ ครับ ผมจึงขอถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านสามารถจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการจัดตั้ง โครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรีในปี ๒๕๕๖ นี้ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ เชิญครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรียุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดจันทบุรี ท่านยุคลได้มีความเป็นห่วงเป็นใย เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตลาดกลางผลไม้ที่จังหวัดจันทบุรี ผมต้องขอกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ท่านได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ได้มีความพยายามที่จะผลักดัน โครงการพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรีรวมทั้งห้องเย็นด้วย ในสมัยรัฐบาลชุดนี้ แต่ผมเองต้องขอเรียนท่านประธาน เรียนไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าโครงการดังกล่าว เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ในวงเงินทั้งหมด ๕๔๙ ล้านบาท โดยเป็นค่าศึกษาออกแบบและค่าเวนคืนที่ดิน จำนวน ๓๐ ล้านบาท และเป็นค่าก่อสร้างตลาดพร้อมห้องเย็น ๕๑๙ ล้านบาท โดยปี ๒๕๔๘ ถึงปี ๒๕๔๙ ให้ใช้เงินจากงบกลาง และปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๓ ให้ตั้งจากงบประมาณปกติ แต่ปรากฏว่า เมื่อมีการดำเนินการไปครับท่านประธาน ได้เกิดปัญหาทำให้โครงการดังกล่าวจะต้อง มีการชะลอเรื่องไว้เนื่องจากมี ๒ หน่วยงานที่มีข้อสังเกตและข้อทักท้วง

หน่วยงานที่ ๑ ก็คือสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบอกว่า โครงการดังกล่าวยังขาดรายละเอียดและความชัดเจนในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของ โครงการ จึงขอให้ทำแผนงานการดำเนินการ รวมไปถึงแนวในการดำเนินธุรกิจที่แสดงให้เห็นว่า สามารถบริหารจัดการได้

หน่วยงานที่ ๒ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่สำคัญอีกหน่วยงานหนึ่งที่ทักท้วงก็คือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ข้อสังเกตในเรื่องของการลงทุนในอาคารและสิ่งปลูกสร้างถาวร ว่าให้พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการใช้ประโยชน์ โดยหากลงทุนแล้วไม่มีการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และคุ้มค่าก็จะทำให้ราชการเสียหาย

ก็ทำให้โครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรี ให้ชะลอโครงการดังกล่าวไปก่อนตามข้อเสนอแนะของ ๒ หน่วยงาน ต่อมาในรัฐบาลชุดนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีที่จังหวัดชลบุรี ก็ได้มีการนำเรื่อง โครงการดังกล่าวเข้ามาเสนอในการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการแก้ไขปัญหา กรอ. ในคราวประชุมเมื่อครั้งที่ ๕/๒๕๕๕ โดยใช้ชื่อโครงการว่าโครงการสร้างห้องแช่เยือกแข็ง ผลไม้เพื่อเป็นศูนย์กลางของการกระจายสินค้าและส่งออกผลไม้ของภาคตะวันออก โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดชลบุรีเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ได้มีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประชุมร่วมกับ กรอ. ภูมิภาค โดยให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบหลัก แล้วก็ให้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน หลังจากนั้น ผมต้องเรียนท่านสมาชิกครับว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพหลัก ก็รีบเรียกประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปรากฏว่าในการประชุมประสานกับ ประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ๓ สถาบัน กรอ. นี่ ในฐานะผู้เสนอโครงการ ผลปรากฏว่าประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นผู้เสนอของบประมาณได้ทำหนังสือแจ้งขอถอนวาระการประชุมของบประมาณ อุดหนุนจากรัฐบาล ด้วยเหตุผลถึงความไม่เหมาะสมกับสถานการณ์หลายประการ ดังนั้น โครงการดังกล่าวจึงได้ยุติโดยสิ้นเชิงแล้วในขณะนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุคลครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่า มีทางจังหวัดจันทบุรีขอถอนเรื่อง ผมได้ร่วมประชุมกับทุกภาคส่วน บัดนี้เรื่องดังกล่าว เขาได้ทำหนังสือโดยผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมายังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีกครั้งหนึ่ง หนังสือสำเนาอยู่ที่ผม เดี๋ยวส่งให้ท่านด้วยนะครับ ส่วนที่ท่านว่าขอถอนนั้น ผมอยากจะได้เอกสารหนังสือฉบับนั้นด้วยว่าขอถอนสาเหตุอะไร เพื่ออะไร เพราะว่าการแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรเบ็ดเสร็จ สร้างราคาเสถียรภาพ นี่คือการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนจริง ๆ ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ทางจังหวัดจันทบุรีเราจะมีหนังสือมาถึงท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็มีหนังสือ ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ด้วยนะครับ

ส่วนข้อที่ ๒ ผมขอถามไปเลยครับ ถ้าหากท่านไม่สามารถจัดสรรงบประมาณ ให้จัดตั้งโครงการได้ท่านมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เมื่อเกิดกรณีผลไม้ล้นตลาดนะครับ เมื่อเกิดกรณีราคาตกต่ำ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาซื้อเหมือนดั่งคลิปที่ฉายให้ท่านประธาน ให้ท่านรัฐมนตรีเห็น ผมถามท่านว่าถ้าเป็นกรณีที่ผมถามทั้ง ๒ กรณีนี้ท่านจะแก้ไขปัญหา อย่างไรบ้าง และทำอย่างไร แก้ไขปัญหาอย่างไรอย่างยั่งยืนครับ เชิญครับท่านรัฐมนตรี

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านยุทธพงศ์ครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอเรียนถึงข้อห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก จังหวัดจันทบุรีว่าถ้าเกิดปัญหาผลไม้ที่จังหวัดจันทบุรีล้นตลาดเราจะแก้ปัญหาในระยะสั้น ได้อย่างไร ผมต้องขอเรียนอย่างนี้ว่าปัจจุบันเรื่องห้องเย็นซึ่งทางรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา หลายรัฐบาลต่อเนื่องกันมาก็ได้มีการส่งเสริมให้มีการสร้างห้องเย็นในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดหลายแห่งด้วยกันนะครับ โดยที่ว่าปี ๒๕๔๐ เราก็มีการสร้างห้องเย็น โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ๑ แห่ง ปี ๒๕๔๔ ก็สร้างอีก ๑ แห่งโดยกรมส่งเสริมการเกษตร อยู่ที่อำเภอโป่งน้ำร้อนนะครับ ปี ๒๕๔๙ มีอีก ๓ แห่งอยู่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี แล้วก็ที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี และอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี และปี ๒๕๕๒ ก็มีการสร้างอีกที่อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งรวมทั้งสิ้นเรามีห้องเย็นอยู่ทั้งหมด ๗ ที่ด้วยกันที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งปัจจุบันการใช้งาน ยังน้อยมากครับท่านประธาน แล้วก็ยังสามารถที่จะใช้ได้อีกหลายแห่ง โดยที่ห้องเย็นเหล่านี้ มีความพร้อมที่จะใช้งาน ก็ฝากท่านไปบอกพี่น้องเกษตรกรชาวสวนว่าห้องเย็นที่ปัจจุบันมี ท่านก็ยังสามารถใช้บริการได้

นอกจากนี้มาตรการที่ทางรัฐบาลจะได้ทำในระยะยาวต่อไปก็คือเรื่องของการทำปฏิทิน ในเรื่องของสินค้าการเกษตรว่าในแต่ละเดือนภายใน ๑ ปีมีสินค้าพวกพืช ผัก ผลไม้อะไรบ้างที่ออก เพื่อทางรัฐบาลจะได้เตรียมการในการที่จะดูแลในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรเหล่านั้นเพื่อให้ เป็นไปอย่างเป็นระบบ แล้วนอกจากนี้เราก็ยังมีคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรหรือ คชก. โดยที่คณะกรรมการชุดนี้ถ้าเห็นว่าราคาพืช ผัก ผลไม้อะไรที่ราคามันตกต่ำจนเกินไป แล้วพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนคณะกรรมการชุดนี้ก็จะดำเนินการช่วยเหลือ นี่เป็นมาตรการ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวที่รัฐบาลกำลังดำเนินการในขณะนี้ ส่วนเอกสารที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่าจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงาน ของจังหวัดจันทบุรีที่จะส่งเรื่องเข้ามาใหม่นี่อย่างไรผมพร้อมนะครับ ถ้าท่านมีสำเนา ท่านฝากผมไปผมก็จะได้นำกลับไปที่กระทรวง ส่วนเอกสารที่ท่านถามผมว่าใครเป็นคนเสนอ ขอถอนเรื่องตลาดกลางดังกล่าวออกไป ก็คือประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี เป็นคนขอถอนเรื่อง ส่วนตัวสำเนาผมไม่ได้นำมาด้วย แต่ว่าผมก็จะจัดส่งให้ท่านสมาชิก ต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถามไม่ได้ แต่ฝากได้ครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ เรื่องห้องเย็นที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบผมว่ามีอยู่ ๗ ที่ ทั้งจังหวัดจันทบุรี ผมขอตอบท่านรัฐมนตรีตรง ๆ ว่าทั้ง ๗ ที่นี้ใช้การไม่ได้เลย ห้องเย็นนะครับ ไม่ใช่ห้องแช่แข็งผลไม้ ห้องเย็นเป็นห้องฟรีซ (Freeze) ห้องเก็บผลไม้สดไว้เฉย ๆ เท่านั้นเอง ห้องฟรีซจริง ๆ ต้องมีอุณหภูมิลบไม่ต่ำกว่า ๔๐ องศาเซลเซียสเก็บผลไม้ยั่งยืนได้ ไว้เป็นฤดูกาลได้ แต่อันนี้เป็นห้องดราย (Dry) ห้องฟรีซเท่านั้นเพียง ๕ องศาเซลเซียส ไม่เกิน ๒๐ องศาเซลเซียส วันนี้ต้องบอกกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ห้องเย็นเหล่านั้นบางที่ร้างไปเลย ไม่ได้ใช้งานการเก็บผลไม้ทางด้านการเกษตรเลย บางที่ก็กำลังจะประกาศขายทอดตลาด วันนี้ต้องบอกกับรัฐมนตรีว่าห้องเย็นเหล่านั้น ทั้ง ๗ ที่ในจังหวัดจันทบุรีใช้การไม่ได้สักที่เลย วันนี้ต้องเรียนบอกกับรัฐมนตรีว่าผมห่วงใย พี่น้องเกษตรกรในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีไม่รีบแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร แน่นอนผลไม้ล้นตลาดเหมือนทุกปีที่ผ่านมาและพี่น้องจะประท้วงปิดถนนอยู่อย่างนี้ ตลอดเวลา อยากจะถามย้อนไปยังท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่าท่านเตรียมการอย่างไร หาห้องเย็นหรือตลาดกลางให้กับผลไม้ภาคตะวันออกและจังหวัดจันทบุรีอย่างไรบ้าง ขอถามย้ำและยืนยันอีกครั้งหนึ่งจากท่านรัฐมนตรีครับ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอเรียนท่านประธานครับว่าเอกสารที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากจังหวัดจันทบุรีต้องการหมายถึงว่าเหตุผลในการขอถอนเรื่องดังกล่าวออกจาก คณะกรรมการ กรอ. เพราะอะไร ตอนนี้ผมได้สำเนามาแล้วและผมจะถ่ายเอกสารให้ท่าน เพื่อท่านจะได้ไปดูถึงเหตุผลนะครับ และนอกจากนี้ก็มีหนังสือของคณะกรรมการ ร่วม ๓ สถาบันภาคเอกชน ทั้งจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในเรื่องความคืบหน้าในการก่อสร้างห้องเย็น ห้องแช่แข็งผลไม้เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าและส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก ที่จังหวัดจันทบุรี ก็ได้รายงานถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างไร และมีเหตุผลอย่างไรในการที่ต้องถอนเรื่องดังกล่าวออกไป ซึ่งผมจะมอบให้ท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธานได้ให้ท่านสมาชิกต่อไป

ส่วนที่ท่านเป็นห่วงในเรื่องของราคาผลไม้ตกต่ำนะครับ ผมก็ต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าขณะนี้รัฐบาลก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ แล้วก็กำลังดำเนินการในการจัดปฏิทินในเรื่องของฤดูกาลต่าง ๆ เพื่อที่จะได้หาตลาด ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น และขณะเดียวกันก็จะได้ประสานกับคณะกรรมการ คชก. ให้ได้เตรียมความพร้อมว่าถ้าเดือนนี้มีผลไม้อะไรออกและยังมีราคาที่ไม่เป็นที่พอใจ ของพี่น้องเกษตรกรจะต้องใช้เงินเท่าไรในการที่จะเข้าไปสนับสนุน ตรงนี้ต้องเรียนว่า เรามีการเตรียมการแล้วครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านยุคลเอาอย่างนี้ไหมท่านพบกับรัฐมนตรีแลกข้อมูลข้างหลังเลย เชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ท่านประธานครับ ผมขอคุยกับ ท่านรัฐมนตรีหลังห้องเลย หลังท่านประธานเลย

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

พร้อมกับผมได้ส่งเอกสาร แล้วก็คุยรายละเอียดต่าง ๆ กับท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบการพิจารณาวาระกระทู้ถามแล้วนะครับ ท่านสมาชิกขณะนี้มีผู้มาลงชื่อครบองค์ประชุม ผมขอดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไป

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

รายงานผลการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)

ท่านจิรายุเรื่องอะไรครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา พรรคเพื่อไทยครับ หารือท่านประธานนิดเดียว ผมดูระเบียบวาระการประชุมเรื่องที่ที่ประชุม เห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อนเป็นเรื่องซีซีทีวี (CCTV) ผมจำได้ว่าสัปดาห์ที่แล้วไม่ได้มี ญัตติเสนอให้เลื่อน คุณชนินทร์ รุ่งแสง ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านจะเสนอและปรากฏว่า ท่านก็ถอนออกไป เพราะฉะนั้นผมเกรงว่าเดี๋ยวมันจะผิดระเบียบของสภา แต่ว่าไม่เป็นอะไร ท่านประธานครับ ผมตั้งใจว่าจะให้ทางฝ่ายค้านพิจารณาอยู่แล้วว่าจะเลื่อนขึ้นมาหรือไม่ อย่างไร แต่อยากให้ท่านบันทึกไว้เดี๋ยวมันจะผิดระเบียบของสภาไม่ได้มีการเสนอเลื่อน เพราะฉะนั้นอยู่ดี ๆ มันมาบรรจุเป็นเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน ที่ประชุมไม่ได้มีการเห็นชอบอะไรใด ๆ ในเรื่องนี้นะครับ ก็ขอฝากท่านประธานไว้ก่อน ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวผมหารือเจ้าหน้าที่ดูว่าอาทิตย์ที่แล้วเป็นอย่างไร นั่งก่อน ท่านประเสริฐว่าอย่างไร

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน มันเป็นความประสงค์เดิมที่เป็นของ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านชนินทร์ รุ่งแสง จะเสนอ แล้วก็บังเอิญว่าท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลก็เข้ามาในห้องประชุม แล้วก็ นำเสนอว่าไม่ขัดข้องที่จะให้บรรจุในสัปดาห์ถัดไปก็คือสัปดาห์นี้ แล้วประธานที่ทำหน้าที่ ประธานอยู่ในขณะนั้นก็คือท่านเจริญ จรรย์โกมล ก็บอกว่าเป็นอย่างไรก็ต้องบรรจุเพื่อจะเข้า ระเบียบวาระการประชุมในสัปดาห์นี้ แล้วจะได้ให้มีการพิจารณาในวันนี้ ที่ไปที่มา เป็นอย่างนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีการหารือในที่ประชุมจริงครับท่านจิรายุ เพราะฉะนั้นก็เข้าระเบียบวาระการประชุมเลยครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ

นายเหวง โตจิราการ ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมใคร่ที่จะกราบเรียนท่านประธานสักเล็กน้อยก่อนนะครับเพื่อจะได้ทราบที่มาที่ไป และจุดประสงค์ในการที่จะแถลงผลงานในวันนี้นะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ กราบเรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะครับว่าถึงแม้เราจะเป็นพรรครัฐบาล เป็น ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล แต่เราไม่ได้ประสงค์ที่จะนำเรื่องนี้มาทำเป็นประเด็นทางการเมืองนะครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะมิฉะนั้นผมกังวลครับ เพราะระยะใกล้เคียงนี้อาจจะ มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะครับ ประชาชนเป็นคน ตัดสินเองว่าควรจะเลือกใคร พรรคไหน อย่างไร ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเรื่องนี้ที่นำมากราบเรียนในวันนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการที่จะทำให้ เป็นประเด็นทางการเมือง แล้วว่าไปแล้วที่มาที่ไปของโครงการนี้ก็มาโดยประชาชนนะครับ หากว่าท่านประธานยังจำได้ ประชาชนเขาไปถ่ายรูปตามที่ต่าง ๆ แล้วปรากฏว่าประชาชน บางคนไปสังเกตพบว่ามีกล้องบางจุดข้างในกลวงโบ๋ครับ ก็เลยทำให้ประชาชนเขาหวาดวิตก และกังวลว่า เอ๊ะ ทำไมกล้องที่คอยจับการเคลื่อนไหวไปมาของกรุงเทพมหานคร หรือตามที่ต่าง ๆ ข้างในถึงกลวงโบ๋เขาก็กังวลใจนะครับ เขาก็เลยแพร่ภาพในโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social Network) ก็ปรากฏว่าพอกลายเป็นข่าวใหญ่ส่งผลสะเทือนไปทั่วก็เลยทำให้ สภาผู้แทนราษฎรของเราน่าจะรับเอาเรื่องนี้มาศึกษาว่ามันมีกล้องที่ปราศจากตัวจริง อยู่ข้างในนั้นหรือเปล่า ในวันนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ามีศัพท์ซึ่งฟังดู หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกไม่สบายใจ ระคายเคืองนะครับ ก็คือเขาพูดกันไปจนถึงขนาด เป็นกล้องลวงโลก เราก็เลยคิดว่านำเรื่องนี้มาพิจารณาในที่ประชุมของเราจะดีกว่า และต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าก็กลายเป็นเรื่องที่ดีว่าพวกเราได้หาข้อสรุปว่า เราควรจะเรียกกล้องชนิดนี้ว่าอย่างไร เราก็เรียกว่ากล้องพรางหรือกล้องหลอกนะครับ เพราะฉะนั้นบรรยากาศที่เกือบจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันทางการเมือง ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่สร้างสรรค์ไป เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ผมเชื่อว่า ส.ส. ทุกคนไม่เพียงแต่เฉพาะพรรคเพื่อไทยเรา กระทั่งเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน เขาก็คงเห็นนะครับว่ากล้องซีซีทีวีเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่เพียงแต่ในกรุงเทพมหานคร เท่านั้นเอง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นประโยชน์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อผมกราบเรียน ท่านประธานในประเด็นที่ผมกังวลใจว่าเดี๋ยวเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องการเมืองไป จะได้แก้หรือคลายความวิตกกังวลเรื่องนี้ไป และว่าไปแล้วความตั้งใจของพวกเราก็อยากจะ นำเรื่องนี้มากราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องเพื่อนสมาชิกทั้งหลายในสภาของเรา ภายหลังการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยซ้ำไป เพราะเราไม่ต้องการให้ เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องทางการเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับ

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด (นายสถาพร มณีรัตน์ และนายสุรสาล ผาสุข เป็นผู้เสนอ) ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานนะครับเพราะว่าท่านผู้ที่ผมจะเอ่ยนามท่านก็ถึงแก่กรรมไปแล้วก็คือท่านสถาพร มณีรัตน์ ส่วนอีกท่านหนึ่งก็คือคุณสุรสาล ผาสุข เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบ CCTV ในภาคใต้ (นายจุติ ไกรฤกษ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) และลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด โดยได้กำหนดระยะเวลา ในการพิจารณาศึกษาไว้ ๖๐ วัน ต่อมาคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติขยายระยะเวลา ในการดำเนินงานออกไปอีกหนึ่งครั้ง คือ ๖๐ วัน โดยสิ้นสุดในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๕ นั้น

บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเนื้อหาบางส่วนดังต่อไปนี้นะครับ คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาด้วยความละเอียดรอบคอบ มีการประชุมทั้งหมด ๑๖ ครั้ง ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจงความคิดเห็น ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเป็นอย่างยิ่ง รายงานผลการพิจารณาฉบับนี้ ซึ่งเข้าใจว่าคงจะอยู่ในมือของท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายแล้ว คณะกรรมาธิการได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดตามญัตติ ดังกล่าว โดยเป็น ๒ ส่วนนะครับ

ส่วนที่ ๑ การตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ของกรุงเทพมหานคร ได้มีการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของกรุงเทพมหานคร ปรากฏผลตามเอกสารรายงานของคณะกรรมาธิการตั้งแต่หน้า ๙ ถึงหน้า ๕๑ ซึ่งอันนี้ผมขออนุญาตที่จะประหยัดเวลาท่านประธานก็กระโดดข้ามไปเลยนะครับ ผลการพิจารณาต้องกราบเรียนอย่างนี้ คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วมีกรรมาธิการหลายคน ได้ตั้งข้อสังเกตไว้เป็นรายบุคคล ซึ่งเรื่องนี้ต้องกราบขอประทานอนุญาตจากท่านประธานว่า กรรมาธิการก็คงจะสงวนสิทธิ์ในการที่จะกราบเรียนท่านประธานในรายละเอียด แต่ละท่าน มีข้อสังเกตอย่างไร อันนี้ผมก็เลยขออนุญาตที่จะข้ามไปเพื่อไม่ให้เสียเวลา ทีนี้ประเด็น บทสรุปข้อสังเกตร่วมกัน ซึ่งกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่าพวกเราไม่ได้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ทางการเมือง เพราะฉะนั้นเป็นข้อสรุปร่วมกันของกรรมาธิการทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ ภาคฝ่ายไหนก็ตาม เมื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์ วงจรปิดแล้ว คณะกรรมาธิการมีมติร่วมกันว่าควรมีบทสรุป ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการ ดังต่อไปนี้

ข้อแรก คือในเรื่องกล้องพรางหรือกล้องหลอก อันนี้กราบเรียนท่านประธาน เราเปลี่ยนแล้วนะครับ จากที่เคยเรียกกันทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันก็คือเป็นกล้องลวงโลก หรืออะไรก็แล้วแต่ เราเปลี่ยนมาเป็นกล้องพราง กล้องหลอก ในนี้ก็มีข้อสรุปร่วมกันว่า ควรจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ต้องไม่มีกล้องพราง อีกต่อไป กล้องหลอกหรือกล้องดัมมี (Dummy) ต้องไม่มีอีกต่อไปเพราะมันจะก่อให้เกิด ความเสียหาย

ส่วนในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ผมขออนุญาตที่จะไปเร็ว ๆ แล้วกันคือการคิด ราคากลางงานจ้างเหมาหรือการจัดซื้อจัดจ้างสายใยแก้วนำแสงและ/หรือวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ควรนำรายการอื่น ๆ มารวม เพราะว่าตอนที่เราเข้าไปสู่รายละเอียดก็ทราบว่า ราคาที่ปรากฏเป็นราคารวมนั้น พอทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแถลงแล้วท่านก็จาระไน ออกมาเป็นส่วนต่าง ๆ มากมาย ซึ่งอันนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงได้เยอะ ดังนั้นเราเสนอเลยว่าการคิดราคากลางไม่ควรนำรายการอื่น ๆ มารวมคิดเป็นราคา เช่น ค่าสำรวจ ค่าทดสอบ ค่าประกันภัย ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง เป็นต้น ควรคิดแยกเป็นเนื้องาน ที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในการตรวจสอบและเปรียบเทียบกับการจัดซื้อจัดจ้าง ของหน่วยงานอื่น

ข้อ ๒ โครงการในปี ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพมหานครจะทำการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดนั้น ควรใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนไป แทบจะกล่าวได้ว่าสัปดาห์ต่อสัปดาห์ หรือเดือนต่อเดือน หรือปีต่อปี ดังนั้นก็เป็น ข้อเสนอแนะว่าในปี ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพมหานครจะทำการติดตั้งนั้นควรจะใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อประโยชน์ในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้คำนึงถึงงบประมาณ

ประการต่อมา ในกรณีที่มีการเทียบเคียงราคาในการจัดซื้อ ควรจะต้อง พิจารณาถึงจำนวนกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งด้วย คือพอเราไปศึกษาพบว่าจำนวนที่เรา พบในการติดตั้งของกรุงเทพมหานครประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ราคามันไปใกล้เคียงกับ บางหน่วยงานที่เขาซื้อระดับร้อยหรือระดับพันเท่านั้นเอง ซึ่งอันนี้ก็เลยทำให้เกิด ความไม่สบายใจว่าทำไมเราซื้อจำนวนตั้งเป็นหมื่นนี่ราคามันถึงไปใกล้เคียงกับราคาระดับร้อย ระดับพัน ตรงนี้มีอะไรหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะตั้งข้อสงสัยนะครับ เพราะปกติท่านประธานก็คงจะทราบแล้วว่าถ้าซื้อของด้วยจำนวนมาก ๆ ส่วนลดมันจะเยอะ ตามไปด้วย อันนี้เราก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ

ข้อต่อมา คือควรพิจารณาถึงรายละเอียดวิธีการจัดซื้อในแต่ละพื้นที่ว่า มีการจัดซื้อที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน เช่น การต่อเชื่อมกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแต่ละจุด วิธีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด รวมถึงจำนวนกล้องที่ใช้ทั้งหมด เป็นต้น อันนี้เรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง

ข้อต่อมา อันนี้เป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญว่า

๑. ควรจะให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และให้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นผู้ดูแลทางด้านวิชาการ จากนี้เป็นต้นไปไม่ว่าหน่วยงานไหนก็ตามจะเป็นหน่วยงานรัฐบาล หรือจะเป็นหน่วยงานของ กทม. หากว่ามีความจำเป็นในการที่จะติดตั้งหรือซื้อกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้ช่วยกรุณาให้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงเนคเทค ก็คือศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติเป็นผู้ดูแลทางวิชาการด้วยครับท่านประธาน

๒. ก็คือว่าเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมหน้าจอแสดงผลจากกล้องวงจรปิดนั้น ควรที่จะสามารถเห็นการเกิดเหตุการณ์อาชญากรรม หรือสิ่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้อย่างชัดเจน และสามารถที่จะแจ้งเหตุการณ์การกระทำความผิดดังกล่าวไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างทันท่วงที ต้องกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งก่อนนะครับว่าที่เรามีข้อสรุปอย่างนี้เพราะที่ผ่านมา นี่ไม่ได้ตำหนิใครนะครับ ปรากฏว่ากล้องโทรทัศน์วงจรปิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่คนละทิศคนละทาง ส่วนหนึ่งอาจจะไปปรากฏอยู่ทางหน่วยงานของ กทม. หรือว่าเขตต่าง ๆ แต่ว่าทางสถานีตำรวจก็จะไม่รู้เรื่องหรือไม่ทราบว่าประการใด อันนี้จึงเป็นข้อเสนอ ในเชิงสร้างสรรค์ว่าจะได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนแล้วแจ้งเหตุการณ์ การกระทำความผิดไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการเกิดอาชญากรรมด้วย

๓. ตรงนี้สำคัญครับท่านประธาน เพราะว่าประสบกับตัวผมเองก็คือว่า มีคนขับรถของผมเกิดอุบัติเหตุ เสร็จแล้วพอไปขอสัญญาณภาพกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ปรากฏเขาบอกว่าไม่อยู่เสียแล้ว เพราะฉะนั้นเราก็เลยมีข้อแนะนำนะครับว่าควรมีการจัดเก็บ ข้อมูลสัญญาณภาพมากกว่า ๑ เดือนครับ

๔. ในกรณีที่มีการเก็บสัญญาณภาพทั้งหมด ควรมีการเก็บสัญญาณภาพ ในหลายสถานที่ โดยเก็บไว้ในหลาย ๆ จุด แต่ละจุดทำหน้าที่คล้ายกันและสามารถเชื่อมโยง แต่ละจุดเป็นเครือข่ายได้ เช่น ในแต่ละเขตให้มีการเก็บสัญญาณภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด จำนวน ๑๐ กล้องไว้ที่สถานที่หนึ่ง แล้วก็อีก ๑๐ กล้องไว้ที่สถานที่หนึ่ง เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเก็บสัญญาณภาพได้

๕. ในกรณีที่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ควรเก็บข้อมูลสัญญาณภาพจาก กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในบริเวณนั้นไว้ทั้งหมด อันนี้กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ อาทิเช่น มีความขัดแย้งทางการเมือง แล้วก็มีความยุ่งเหยิง ทางการเมืองที่เกิดขึ้น กล้องโทรทัศน์วงจรปิดในบริเวณดังกล่าวควรจะต้องเก็บสัญญาณภาพ ไว้ให้ยาวนานเพื่อจะได้เอามาศึกษาต่อไปในอนาคตว่าความยุ่งเหยิงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ใครควรจะรับผิดชอบอย่างไร และทำการบันทึกข้อมูลไว้หลาย ๆ ทาง โดยเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบจะต้องทำการบันทึกด้วยตัวเอง อันนี้ส่วนของกรุงเทพมหานครนะครับ แล้วก็ คณะกรรมาธิการวิสามัญเมื่อพิจารณาในส่วนของกรุงเทพมหานครแล้วมีความเห็นร่วมกัน อย่างนี้ครับท่านประธานว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะจัดส่งข้อมูลการพิจารณา ในชั้นกรรมาธิการทั้งหมดนี้ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อใช้ประกอบการสอบสวนต่อไป อย่างที่กราบเรียนนะครับมีบางประเด็นที่ยังรู้สึกว่า มีข้อขัดข้องหมองใจอยู่บ้างบางประการ ซึ่งเดี๋ยวท่านกรรมาธิการวิสามัญท่านอื่น ๆ จะได้อธิบายในข้อสังเกตที่ได้กราบเรียนเอาไว้นะครับ

ส่วนที่ ๒ การตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนสั้น ๆ นะครับว่า ผลการพิจารณาคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ในส่วนที่ ๒ แล้ว มีกรรมาธิการหลายคนได้ให้ข้อสังเกตไว้เป็นรายบุคคล ตรงนี้ก็กราบเรียน ท่านประธานขออนุญาตเอาไว้นะครับว่าให้กรรมาธิการทุกท่านที่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ได้มีโอกาส ในการที่จะกราบเรียนที่ประชุมด้วย แต่ในภาพรวมของคณะกรรมาธิการได้มีบทสรุป และข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของกรรมาธิการ ปรากฏตามเอกสารหน้า ๕๙ ถึงหน้า ๖๓ ตรงนี้ผมเกรงว่าจะเสียเวลายาวนานในการอ่านจนเกินไป ผมก็กราบเรียนให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้กรุณาอ่านในหนังสือซึ่งอยู่ในมือท่านแล้ว ในเอกสารหน้า ๕๙ จนถึงหน้า ๖๓ ทีนี้ผมอยากจะกระโดดไปที่ข้อสรุปรวมเลยนะครับในส่วนของภาคใต้ ในส่วนของซีซีทีวี ที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วมีความเห็นร่วมกันว่า สภาผู้แทนราษฎรควรจัดส่งข้อมูลการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการให้กับคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทยเพื่อใช้ประกอบ ในการสอบสวนต่อไป เพราะฉะนั้นหมายความว่าทางคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของเราพิจารณาแล้วเห็นว่ายังมีบางประการที่ไม่โปร่งใส ไม่สะอาด หรืออาจจะมี ความเป็นไปได้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่าง ๆ เป็นต้น ดังนั้นจึงกราบเรียนมาเพื่อกราบเรียน ท่านประธานนะครับ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานว่าขออนุญาตที่จะให้กรรมาธิการท่านได้ อภิปรายแสดงรายละเอียดในเรื่องข้อสังเกตที่หลาย ๆ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในรายงานฉบับนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกครับ มีท่านใดจะอภิปรายบ้างครับ ท่านพายัพ ปั้นเกตุ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปทางท่านกรรมาธิการด้วยความเคารพครับว่าเอกสารฉบับนี้ ซึ่งผมได้อ่านแล้วผมเห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์กับพื้นที่ต่าง ๆ ได้ทั่วประเทศ ส่วนเรื่องข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นของ กทม. หรือในเขตพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งท่านกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบแล้วนั้นต้องกราบขอบพระคุณท่านกรรมาธิการจริง ๆ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลซึ่งท่านได้กรุณาหยิบยกเอาเรื่องนี้มาพิจารณา ซึ่งเห็นว่ามีประโยชน์ ต่อการบริหารจัดการประเทศ เพราะปัจจุบันนั้นเรื่องปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นในประเทศ เรื่องปัญหาของทรัพย์สิน เรื่องปัญหาของยาเสพติดมีปัญหาที่ค่อนข้างจะรุนแรง และระบาดไปทั่วทุกอำเภอ ทุกจังหวัดในพื้นที่ประเทศไทย แต่ว่าข้อเสนอของท่านที่ท่าน ได้เสนอเหล่านี้ผมเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่น่าจะได้รับการกลั่นกรองจากคณะกรรมาธิการมาแล้ว ทั้งหมด เพราะเป็นข้อเสนอที่ดีทั้งสิ้นเลย เหตุผลที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูดในคราวนี้ เพราะว่า ผมอยากชื่นชมท่านกรรมาธิการ อยากให้กำลังใจกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน ทั้งฝ่ายรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านที่เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นกล้องซีซีทีวี ใช้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย ถ้าท่านประธานได้เห็นในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ จะมีการพิจารณางบประมาณในเรื่องของกล้องซีซีทีวี โดยที่องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล ซึ่งได้รับงบประมาณจัดสรรจาก กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เอางบประมาณตัวนี้ไปติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ในทุก ๆ ที่เลย ซึ่งผมจำได้ว่าปี ๒๕๕๕ เสนอไปประมาณ ๓,๒๐๐ ล้านบาท แล้วก็ส่วนหนึ่ง นำไปใช้ในเรื่องของการติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ส่วนหนึ่งไปใช้ในเรื่องของการตั้งสนามฟุตซอล สนามฟุตบอลอะไรก็ตามแต่ แต่ผมเห็นว่ากล้องโทรทัศน์วงจรปิดวันนี้จำเป็นครับท่านประธาน ข้อเสนอแนะของท่านกรรมาธิการวิสามัญที่จะเสนอวันนี้น่าสนใจ กระผมไม่ได้คำนึงถึง ข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไรจะส่ง ป.ป.ท. อย่างไร จะส่งให้ใครพิสูจน์หลักฐานหาความเป็นจริง อย่างไรนั้นผมไม่ติดใจก็ว่าไปตามกระบวนการของข้อกฎหมาย แต่ว่าสิ่งที่ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่านี่คือข้อมูลที่จะต้องนำไปใช้ รัฐบาลจะต้องนำไปใช้ครับ องค์การบริหารส่วนตำบล หลายที่ทีเดียวที่มีปัญหาเรื่องของยาเสพติดเกิดขึ้นในประเทศไทย ๗๗,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ในประเทศ ในขณะนี้นั้นมีปัญหายาเสพติดเป็นจำนวนมาก ปัญหายาเสพติดได้ลามไปถึงเรื่อง ของการประทุษร้ายทางร่างกายและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก การนำจับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเข้าไปดูแลนั้นไม่ทั่วถึง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเหล่านี้โอกาสได้ช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการศึกษาแล้วก็ทำการติดตามสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำผิด ได้เป็นอย่างดียิ่ง เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในเวลาสั้น ๆ ว่า ผมอยากให้นำการศึกษาเหล่านี้ส่งให้รัฐบาล ถ้าเกิดว่ารัฐบาลฟังอยู่ก็อยากให้เอารายละเอียด ของคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้ส่งให้รัฐบาลด้วย ภาคใต้ทำไมเรามีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด น้อยมากทั้ง ๆ ที่มีเหตุการณ์รุนแรงมากทีเดียว วันนี้เป็นเวลา ๒๐ กว่าปีแล้วเหตุการณ์ รุนแรงยังไม่จบสิ้น ปัญหาชายแดนซึ่งมีปัญหาเรื่องการลักลอบสินค้า ปัญหาเรื่องการบุกรุก ปัญหาเรื่องการขนถ่ายอาวุธ ปัญหาเรื่องยาเสพติดชายแดน กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเหล่านี้ จะเกิดประโยชน์มาก ท่านได้ศึกษาเรื่องนี้ ผมพยายามอ่านแต่ละหน้า ๆ ผมเชื่อว่า ท่านมีจิตใจในการที่จะเป็นกลาง แล้วก็เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดทั้งสิ้น ซึ่งน่าจะนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อไป ขอลุกขึ้นมาเพื่อแสดงความยินดี แสดงความขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ทุก ๆ ท่านที่นำเสนอเรื่องนี้ให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสได้รู้ได้เห็นเรื่องนี้ด้วย แล้วผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลถ้านำมาใช้ ขอบพระคุณท่านด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าจริง ๆ ผมมี ๒-๓ เรื่องครับ อยากจะขอใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะขออนุญาตชี้แจงให้กับเพื่อน ๆ สมาชิก แล้วก็ท่านประธานได้เข้าใจตรงกัน นอกเหนือจากที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้กรุณารายงานต่อสภาแห่งนี้ เมื่อสักครู่ ผมเรียนว่ามันมีอีก ๒-๓ เรื่องที่อาจจะขออนุญาตขยายความเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับ การทำหน้าที่ของสภาแห่งนี้ด้วย ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาบอกว่า เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายนปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๔ ทางสภาแห่งนี้ได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อตรวจสอบในเรื่องเกี่ยวกับ ผมขออนุญาตใช้ว่ากล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าตั้งแต่วันนั้นที่ทางกรรมาธิการได้เริ่มกระบวนการการตรวจสอบ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาในคณะอนุกรรมาธิการ ก็อยากจะเรียนว่าในส่วนของ กรุงเทพมหานครนั้นเขาก็ไม่ได้ดื้อดึงหรือว่าไม่ได้ให้ความร่วมมือใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ

ประการที่ ๑ เท่าที่เราได้รับทราบคือเขาได้ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมชี้แจง แล้วก็นำรายละเอียดมาอย่างพร้อมเพรียง กับอีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะ ไม่ทราบคือกรุงเทพมหานครได้ชะลอการติดตั้งกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานครไปทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ทางสภาได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเกือบ ๑ ปี กว่าที่เราจะตรวจสอบได้ว่าหลาย ๆ อย่างก็สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ ข้อกังวลของ ท่านสมาชิกที่อภิปรายแล้วก็มีการตั้งข้อสังเกตในวันนั้นก็มีการสอบถามแล้วก็ได้รับ ความกระจ่างกันไปในระดับหนึ่ง แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับว่ากระบวนการการตรวจสอบแบบนี้ ผมคิดว่าก็อยากให้เป็นตัวอย่างครับว่ากรุงเทพมหานครได้ชะลอการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงปัจจุบัน ผมก็อยากให้มองในอีกมุมหนึ่งว่าจริง ๆ แล้วถ้าเรามีการร่วมมือร่วมใจกัน ทำอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่มีความจำเป็นครับ เพราะเนื่องจากว่ามีหลายเหตุการณ์และ มีความจำเป็นอีกหลายความจำเป็นที่อาจจะต้องทำให้กรุงเทพมหานครและพี่น้องประชาชน เสียโอกาสในเรื่องของความปลอดภัย ประการที่ ๑ ในวันนั้นเราปฏิเสธไม่ได้ครับ มีการบัญญัติคำใหม่ขึ้นมาก็คือคำว่ากล้องลวงโลก แล้ววันนี้ท่านประธานก็ให้ความกรุณาว่า เราไม่ใช้คำนั้นแล้วเพราะเนื่องจากว่าเราสอบถามจากหลายหน่วยงานมันก็มีกระบวนการ การดำเนินการแบบนี้ในบางประเทศ จริง ๆ เขาใช้คำว่ากล้องพราง แล้วเขาก็มีวัตถุประสงค์ ชัดเจนว่ากล้องพรางนั้นมีไว้เพื่อป้องปรามติดคู่กับกล้องที่ใช้งานได้จริง แล้วก็มีวัตถุประสงค์ ตรงกันว่าการติดกล้องแบบนั้นมีการดำเนินการอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ ฉะนั้นอยากจะเรียน ท่านประธานครับว่าจนถึงวันนี้กรุงเทพมหานครชะลอการติดตั้งกล้องซีซีทีวีไปนี่ ผมก็อยาก ให้มองอีกมิติหนึ่งว่าคนกรุงเทพมหานครก็เสียโอกาสในการที่จะดำเนินการโครงการนี้ ไปมากพอสมควร กล้องที่เคยมีวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้อาจจะด้วยสาเหตุเรื่องงบประมาณก็ดี เรื่องอะไรก็ดี ก็ติดทั้งกล้องจริง แล้วก็มีบางส่วนเพียงเล็กน้อยติดเป็นกล้องพรางเอาไว้ วันนี้กรุงเทพมหานครก็ได้แก้ไขปัญหาเพราะเนื่องจากวันนี้ทุกคนก็รู้หมดแล้วครับ ขโมย โจร ก็รู้หมดแล้วว่าเป็นกล้องพรางบางส่วนในขณะนั้น กรุงเทพมหานครก็ได้แก้ไขโดยการรีบ เปลี่ยนเอากล้องจริงเข้าไป เนื่องด้วยเหตุผลเพราะว่าไม่ต้องการให้ผู้ที่ต้องการทำความผิดนั้น ชะล่าใจว่าวันนี้ไม่มีอีกแล้วกล้องที่ไม่มีกล้องอยู่ข้างใน กล้องทุกตัวสามารถใช้ได้จริงทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่าวันนั้นไม่มีใครคิดหรอกครับว่าสิ่งที่ทำไม่ได้มีกระบวนการอื่น ๆ นอกเหนือจากว่า ประหยัดงบประมาณ แล้วก็ดำเนินการเพื่อให้ความปลอดภัยเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานคร ผมอยากฝากท่านประธานไปถึงรัฐบาลครับว่าก็เป็นตัวอย่างที่ดี ในการใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ไขปัญหาในโครงการหลาย ๆ โครงการที่มีปัญหาหรือมีข้อสงสัย ท่านจะเห็นว่าเมื่อฝ่ายรัฐบาลมีการตั้งข้อสังเกต ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกล้องซีซีทีวี ของกรุงเทพมหานครเมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพมหานครก็ได้ชะลอการติดตั้งตั้งแต่บัดนั้น หลาย ๆ โครงการของรัฐบาลนี้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของเราเราก็พยายามติติงแล้วก็อยากให้ รัฐบาลแก้ไขปัญหาและตรวจสอบในโครงการอีกหลาย ๆ โครงการ พูดกันไปหลายรอบนับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลนี้ได้ใช้นโยบายหรือดำเนินการในแนวทางนี้คือใช้ระบบรัฐสภา แล้วก็ชะลอโครงการที่คิดว่าอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงและความเป็นห่วงของพี่น้องและสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ ก็อยากฝากท่านประธานไปอีกเรื่องหนึ่งครับว่าถ้ารัฐบาลเห็นว่าโครงการไหน เป็นข้อสงสัยมีการตั้งข้อสังเกตในโครงการบางโครงการของรัฐบาล อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าวก็ดี หรือโครงการอื่น ๆ อีกหลายโครงการ ก็ใช้สภาแห่งนี้สิครับ แล้วตั้งคณะกรรมาธิการที่ได้มีผลในเชิงของผลสัมฤทธิ์แบบนี้ช่วยร่วมกันทำงาน เหมือนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอเหวง ได้กรุณาพูดไว้ว่าไม่มีการเมือง ช่วยกันหาข้อสังเกตแล้วก็หาข้อฝากไปถึงรัฐบาล ก็อยากจะให้ รูปแบบแผนนี้สามารถไปใช้กับโครงการอื่น ๆ คล้าย ๆ โครงการซีซีทีวีโครงการนี้ ในหลาย ๆ โครงการของรัฐบาลที่ฝ่ายค้านได้ติติงเอาไว้

มีอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่ต้องขออนุญาตนอกเหนือจากเรื่องกล้องพราง ที่วันนั้นเป็นปัญหากัน แล้วก็มีการตั้งชื่อแปลก ๆ ขึ้นมา วันนี้ก็สรุปแล้วว่าจริง ๆ มันก็ทำได้ เพียงแต่มันอยู่ที่วัตถุประสงค์แล้วก็หลักการตามที่ทางกรรมาธิการได้สรุปเอาไว้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตเนื่องจากว่ามันมีความจำเป็นจริง ๆ วันนั้น เราจำได้ว่ามีการกล่าวหาแล้วก็พูดถึงในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องของสายไฟหรือที่เรา เรียกว่าไฟเบอร์ ออพติก (Fiber optic) สายใยแก้วนำแสง ในเรื่องของการติดต่อกล้องซีซีทีวี ทั้งระบบ มีการพูดขึ้นมาว่ากรุงเทพมหานครได้ใช้งบประมาณต่อตารางเมตรนี่ประมาณ ๔๐๐ บาทต่อตารางเมตร ซึ่งก็ดูสูงมาก แล้วพวกเราหลาย ๆ คนก็มีความรู้สึกว่ามันสูงเกินไป ก็เป็นอีก ๑ เรื่อง ที่ผมเชื่อว่าคณะกรรมาธิการก็ได้ไปทำการบ้านแล้วก็ไปทำงานกัน อย่างรอบคอบ ผมขออนุญาตสั้น ๆ ว่าเมื่อไปดูกันแล้วนี่เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกหน่วยงาน ที่เขามาชี้แจง ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ของกรุงเทพมหานครนี่เฉพาะสายไฟเบอร์ ออพติก ที่วันนั้นผมจำได้ท่านประธานบอกว่าอยากฟังด้วยเรื่องซีซีทีวี บอกว่าตารางเมตรหรือว่า ความยาวต่อ ๑ เมตรนี่ ๔๐๐ บาท พอถามไปถามมาปรากฏว่าใน ๔๐๐ บาทต่อ ๑ ตารางเมตร ของกรุงเทพมหานครนั้นถ้าเอาเฉพาะค่าสายไฟตกประมาณเมตรละ ๙๐ บาทเท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องของค่าประกันแล้วก็ค่าดำเนินการอื่น ๆ เขาก็รวบรวมไว้ มันก็เลยดูว่าต่อ ๑ เมตรนี่มันมี ๔๐๐ บาทต่อตารางเมตร ถ้าไปเปรียบเทียบกับ หลายหน่วยงานซึ่งผมเชื่อว่ากรรมาธิการก็ทำการบ้านด้วยความเป็นธรรม ก็ได้เชิญหน่วยงาน หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมืองพัทยา แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ แม้กระทั่งการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็ใช้กระบวนการเช่นเดียวกัน ราคาก็สูงต่ำต่างกันไป แพงกว่ากรุงเทพมหานครอีกหลายหน่วยงาน ๑๐๐ กว่าบาทก็มีต่อตารางเมตร แต่ว่าเมื่อฟังแล้ว ตามด้านเทคนิคก็ดี ในระยะเวลาในการจัดซื้อจัดจ้างที่ต่างกันไปก็อาจจะมีราคาสูงกว่ากัน อีกเล็กน้อย ก็ไม่ได้ติดใจอะไร แล้วก็เป็นไปตามข้อสังเกตที่ท่านประธาน แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการได้สรุปออกมาเป็นอย่างนั้นจริง เพียงแต่ ณ วันนั้นตัวเลข ๔๐๐ บาทต่อตารางเมตร หรือต่อ ๑ เมตร มันเป็นตัวเลขที่ทำให้สังคมได้เคลือบแคลงใจว่า ทำไมถึงได้แพงขนาดนั้น แต่เมื่อตรวจสอบกันไปจริง ๆ แล้วมันยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่อยู่ในราคา ๔๐๐ บาทต่อ ๑ เมตรอีก ก็อยากจะทำความเข้าใจแล้วก็ขยายความเพื่อให้ เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นกับวันนี้ความกระจ่างมันก็ต้องเกิดขึ้น

ในอีกเรื่องหนึ่งก็มีการพูดถึงกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร ที่มีหลายสัญญา มีจำนวนกล้องในหลายพื้นที่ ก็มีการตรวจสอบและมีการพูดถึงสัญญาต่าง ๆ แม้กระทั่งการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละสัญญา ผมก็ได้เห็นแล้วก็ได้ตั้งข้อสังเกต เอาไว้ว่าจริง ๆ แต่ละสัญญาเขาก็มีกระบวนการในการใช้ระบบอีออกชัน (e-Auction) ซึ่งก็มีการแข่งขันกันเปิดกว้างแล้วก็เสรีก็ดำเนินการกันไป ผมจำได้ว่าเอกสาร ที่ทางกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอามาให้นี่หิ้วมายังไม่หมดเลย ต้องบอกว่าให้ไปใส่แผ่นซีดี (CD) มาด้วย เพราะเอกสารมันเยอะมาก อย่างนี้ครับท่านประธาน คือสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนฝากไปว่าหลาย ๆ เรื่องวันที่มีประเด็นนี้เกิดขึ้นผมจำได้ว่า บรรยากาศไม่ได้เป็นแบบนี้ วันนั้นจะเอาเป็นเอาตาย จะรีบจะเอาให้ได้ให้เห็นว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดความไม่ปกติขึ้นมาในการติดตั้งกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป ๑ ปี ความกระจ่างก็เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ผมจะนำเรียนท่านประธาน ไปถึงหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะสมาชิกบางท่านที่อาจจะเคยติดใจในเรื่องนี้ ผมอยากจะพูด ในเรื่องของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพมหานครว่าเวลา ๑ ปี แทนที่เราจะมีกล้องซีซีทีวีครบในทุกพื้นที่ที่ตามงบประมาณและตามแผนงานที่ได้เตรียมไว้ ก็ต้องมีการหยุดแล้วก็ชะลอ ผมคิดว่านี่คือโอกาสที่คนกรุงเทพมหานครต้องเสียโอกาส ไปอย่างมาก แต่เนื่องด้วยมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เพื่อเป็นสิ่งที่ฝ่ายตรวจสอบและมีคนกังขา ผมคิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดีในอีกทางหนึ่ง แต่ก็เป็นบทเรียนครับว่าอะไรบางอย่างบางทีก็ต้องร่วมกันทำงาน แต่ว่าการเดินหน้า ของโครงการต่าง ๆ ก็ต้องเดินต่อไป ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านอนุกรรมาธิการ ทุกท่านว่าผมเข้าใจว่ามันไม่ง่ายเลยในการที่จะหาข้อสรุปในเรื่องนี้ เพราะเนื่องจากว่า เป็นเรื่องที่มีทั้งคนตั้งคำถามแล้วก็มีสังคมอีกเกือบ ๑๐ ล้านชีวิตก็คือคนกรุงเทพฯ อีก ๑๐ ล้านคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานครก็ตั้งความหวังว่าสิ่งที่เขาตกใจในวันนั้นมันเป็น อย่างนั้นจริงหรือไม่

ฉะนั้นผมก็อยากจะฝากท่านประธานสุดท้ายว่าอยากให้คำนึงถึงโอกาส แล้วก็ประโยชน์ที่คนกรุงเทพฯ ควรจะต้องได้ด้วย ส่วนข้อสรุปแล้วก็แนวทางทั้งหลาย ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาสรุปมาผมก็เห็นด้วยในเกือบทุกอันว่าเป็นสิ่งที่ดี แล้วควรเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพียงแต่ก็ฝากเอาไว้ว่าคำว่ากล้องลวงโลก ควรจะหมดไป ในเรื่องของสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องเอามาชี้แจงกันให้ถูกต้อง ตัวเลขที่เคย เอามาอ้างอิงกันให้มันดูสูง จริง ๆ ในรายละเอียดมันก็ไม่ใช่เป็นอย่างนั้น ซึ่งทุกอย่าง มันก็กระจ่างขึ้นในวันนี้ แล้วผมคิดว่านี่ก็เป็นแนวทางอีกครั้งหนึ่งที่อยากให้รัฐบาลได้รับไป แล้วโครงการไหนก็ตามที่มีปัญหาในเรื่องการตรวจสอบก็อยากจะให้ทางรัฐบาล ได้ใช้กระบวนการแบบนี้ แล้วก็ถ้าคิดว่าอันไหนมันเกิดความเสียหายก็ต้องชะลอไว้ก่อน แล้วคอยจนกว่าสภาจะมีการตรวจสอบให้ชัดเจนแล้วค่อยเดินหน้าต่อไป อย่าดื้อแล้วก็ อย่าฝืน มันก็จะขัดกับกระบวนการตรวจสอบตามระบบรัฐสภาของเรา ขอบคุณครับ ท่านประธาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผม นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ในฐานะกรรมาธิการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของสภาผู้แทนราษฎร หรือที่เรา เรียกว่าซีซีทีวี ต่อข้ออภิปรายของท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอเอ่ยนามท่าน ท่านได้อภิปรายมาเสมือนหนึ่งว่า การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดนั้น ผู้ที่ยื่นกระทู้ถามไว้ในอดีตก็คือท่านสถาพร มณีรัตน์ ขอประทานอภัย ท่านเป็นอดีตผู้แทนราษฎรของจังหวัดลำพูน เพราะท่านได้เสียชีวิตลง แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่านจะเป็นท่านดอกเตอร์สุรสาลจากจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเป็นอีก ผู้หนึ่งที่ได้ยื่นกระทู้ถามเหล่านี้ แล้วก็มีเพื่อนผู้แทนราษฎรอีกหลายท่านได้ตั้งญัตติไว้ ในขณะนั้น สภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับญัตติดังกล่าวแล้วตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำการศึกษา ดังที่ท่านคุณหมอเหวง โตจิราการ ได้กล่าว เป็นประธานในครั้งนี้ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ท่านได้พูดเสมือนหนึ่งว่า การตรวจสอบของกรรมาธิการนั้นไม่มีข้อติติงหรือเห็นดีเห็นงาม แล้วก็ไม่ได้ชี้ไปในทางที่ว่า การดำเนินกิจกรรมของการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในกรุงเทพมหานครนั้นปราศจากการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ถ้าท่านได้กรุณาอ่านให้ดี ๆ ผมเองเป็นผู้หนึ่งได้ชี้ชัดไว้ว่าการติดตั้ง ในครั้งนี้มีสิ่งที่เคลือบแฝงเป็นอย่างยิ่งในการที่ทำให้กล้องซีซีทีวีในครั้งนี้เสมือนหนึ่งว่า มีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น ผมขอเน้นนะครับ คอร์รัปชัน ท่านบอกว่า ๔๐๐ บาทพึงประสงค์ ไม่ได้มีการแพงไป การชี้แจงต้องขออนุญาตรวมทั้งหมดครับ เวลาเสนอซื้อ เสนอการขาย การติดตั้ง หรือการประมูลบอกเฉพาะสาย ๔๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าพอสมาชิกที่ได้รับ การแต่งตั้งไปก็คือกรรมาธิการวิสามัญเข้าไปตรวจสอบขอเอกสารการชี้แจง ก็ชี้แจงว่า ไม่ใช่สายอย่างเดียว ๔๐๐ บาทไม่ใช่สาย รวมอื่นด้วย รวมค่าติดตั้ง รวมค่าขนส่ง ค่าขนส่งด้วยนะครับ ค่าติดตั้งด้วยนะครับ รวมทั้งค่าอุปกรณ์ แล้วก็ค่าสำรวจ อื่น ๆ อีก รวมทั้งหมด ๔๐๐ บาท โดยลำพังของสาย ๒๔ คอร์ (Core) ที่เราเรียกว่าสายเอดีเอสเอส (ADSS) กทม. ชี้แจงว่าราคา ๙๐ บาทต่อเมตร ในท้องตลาดจริง ๆ ราคาไม่ถึง ๖๐ บาท ไม่ถึง ๖๐ บาทผมเน้นนะครับท่านประธาน ณ เวลานี้สามารถไปดูราคาในท้องตลาดได้ สิ่งเหล่านี้มันเป็นหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงอย่างแท้จริงว่ามีการประพฤติปฏิบัติ และดำเนินการโดยไม่รักษางบประมาณหรือเงินภาษีพี่น้องประชาชน ผมเน้นครับ ผู้นำประเทศ ผู้นำสังคม ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ในฐานะเป็นผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่รักษา ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเงินภาษีพี่น้องประชาชน เราพูดกันอยู่เรื่อยว่า จะทำให้บ้านเมืองของเรานั้นโปร่งใส แล้วก็เป็นบ้านเมืองที่ดี การบริหารงานที่ดี พี่น้องประชาชนมีความสุข แต่ปรากฏว่าในการทำครั้งนี้ผมดูแล้วไม่สอดคล้องด้วย ผมยกตัวอย่างชี้ให้เห็นนะครับ ทำไมผมถึงชี้ว่าเป็นการประพฤติมิชอบหรือว่าไม่รักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ ยกตัวอย่างเช่นค่าขนส่ง เมตรละ ๗ บาท คิดมาครับ ในสายของใยแก้วนำแสงม้วนหนึ่งมันก็แล้วแต่ว่าขนาดมัน ๕๐๐ เมตร ๑ ม้วน หรือ ๑ ม้วน ๑ ขดนั้น ๑,๐๐๐ เมตร แต่ส่วนใหญ่เขาก็จะใช้ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตรที่มีขายในท้องตลาด แสดงให้เห็นว่าการขนส่งสินค้าหรือการขนส่ง สายใยแก้วนำแสงไปในหน้างานถ้าเมตรละ ๗ บาท นั่นหมายถึงว่า ๗,๐๐๐ บาท ท่านขนจากไหนไป ท่านขนจากตรงไหนไป ขนจากบริษัทท่าน หรือจากร้านค้า หรือจากแหล่งใด หรือจากนอกประเทศมา ๗,๐๐๐ บาท ในขณะเดียวกันค่าติดตั้งคิดไว้ เท่าไรครับ ชี้แจงไว้ต่อคณะกรรมาธิการ ๑๒๘ บาทต่อเมตร การติดตั้งเมตรหนึ่งค่าติดตั้ง ๑๒๘ บาท ๑ ขดสาย ๑,๐๐๐ เมตร ๑๒๘,๐๐๐ บาท สูงไหมครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้ มันบอกถึงว่าเป็นการไม่รักษาผลประโยชน์ ผู้นำหรือคนที่มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ เขาจะต้องมองออกว่าอะไรมันสูงเกินไป อะไรมันแพงเกินไป หรือไม่เหมาะสมอย่างไร ในการที่จะมาดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ ผมเองอยากจะเรียนท่านประธานว่านอกจากนั้น ยังไม่พอนะครับ นอกจากค่าแรง ๑๒๘ บาทต่อเมตร ยังมีค่าสำรวจอีกครับ ค่าสำรวจ ปรากฏว่าอีก ๑๒ บาทต่อเมตรนะครับท่านประธาน

(นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านกรรมาธิการ มีผู้ประท้วงเชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตท่านประธานครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าต้องขอโทษท่านกรรมาธิการชัยวัฒน์ คือผมอยากสอบถาม ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่ที่ผมอภิปรายผมฟังจากทางท่านประธาน คณะอนุกรรมาธิการได้สรุปข้อสังเกต แล้วผมก็อภิปรายตามสิ่งที่ท่านประธานได้กรุณาสรุป ในสิ่งที่ท่านกรรมาธิการชัยวัฒน์พูดมาเมื่อสักครู่นี้มันไม่ได้อยู่ในที่ท่านประธาน ขออนุญาต เอ่ยนาม คุณหมอเหวงได้สรุปไว้เลย เพราะว่ากรรมาธิการเขาก็ได้สรุปมาเป็นข้อสังเกตเป็นข้อ ๆ ตามนั้น แล้วพอดี ท่านกรรมาธิการท่านนี้ลุกขึ้นมาก็ไม่ได้พูดอยู่ในสรุป อันนี้น่าจะเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของท่าน ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับในส่วนที่ทางท่านประธานกรุณาได้สรุปเป็นข้อ ๆ เมื่อกี้ก็สรุปไป ก็ไม่ได้มีเรื่องว่าอันนี้เท่าไร ผมก็อภิปรายตามข้อสรุปที่ได้มีการร่วมทำงานมา ก็เลยอยากจะถาม ท่านประธานฝากไปถามยังท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการว่าถ้าได้อย่างนี้เดี๋ยวทางสมาชิก ฝั่งผมก็จะไปพูดในเรื่องที่มันนอกเหนือจากที่ได้มีการตกลงสรุปกันไปแล้วในกรรมาธิการ แค่นั้นเองครับ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวผมคิดว่ามันก็จะไม่น่าจะถูกต้องนะครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เมื่อกี้ผมนั่งฟังท่านก็อธิบายถึงเรื่องของเหตุผลที่ทางคณะกรรมาธิการสรุป โดยท่านเอา ข้อเท็จจริงจากการประชุมมาอธิบายให้ที่ประชุมเราได้ทราบ ผมหารือทางกรรมาธิการ อย่างนี้ได้ไหมครับว่าให้ท่านสมาชิกได้ออกความเห็นถามกันก่อนแล้วค่อยตอบทีเดียวดีไหม เพราะมีอีกหลายท่านจะขอออกความเห็น แล้วกรรมาธิการค่อยตอบทีเดียวดีไหมครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธาน นิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมได้ยกมือขึ้นมาเพื่อตอบคำชี้แจงของท่าน ส.ส. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สาเหตุเนื่องจากว่าที่ขอชี้แจงก่อนเนื่องจากเห็นว่าเป็นสาระสำคัญแล้วผู้ฟัง หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนี่จะได้เห็นข้อเท็จจริงในสาระที่แท้จริงที่ท่านพุทธิพงษ์ ท่านได้นำเสนอ ท่านได้นำเสนอหรืออภิปรายเสมือนหนึ่งว่ากรรมาธิการไปตรวจสอบแล้วนี่ ไม่มีอะไรที่เป็นข้อเคลือบแคลงสงสัย แล้วก็บอกว่าผู้ที่ยื่นญัตตินี่เสมือนหนึ่งเป็นคนที่ทำลาย โอกาสของพี่น้องประชาชนชาว กทม. ว่าพี่น้องชาว กทม. นั้นเสียผลประโยชน์ ในการที่จะมีกล้องซีซีทีวีไว้ตรวจสอบความปลอดภัย จริง ๆ ไม่ใช่ครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาประเด็นนี้ก่อนได้ไหมครับ คือท่านจะอภิปรายอย่างไรมันก็จะต้องอยู่ในตามรายงานของ คณะกรรมาธิการนะครับ หลักมันอยู่ตรงนี้นะครับ ส่วนกรรมาธิการจะสรุปข้อแนะนำ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการอย่างไร ก็เป็นสิทธิของท่านสมาชิกที่จะออกความเห็น เพราะสุดท้ายนี่ตามข้อบังคับจะต้องลงมติ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก็มีหน้าที่ชี้แจงในการที่ท่านไปศึกษา ฉะนั้นผมอยากจะขอความร่วมมือว่าให้ท่านสมาชิก ที่นั่งอยู่นี่ ที่ท่านจะต้องมีสิทธิในการที่จะต้องโหวตของท่าน ให้ท่านแสดงความคิดเห็นก่อน แล้วท่านตอบ พอตอบได้อย่างไรแล้วก็เป็นดุลยพินิจของท่านทั้งหลายจะลงมติ ซึ่งผมกำลัง เปิดดูในรายงานซึ่งมันมีข้อแนะนำ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหลายเรื่องตั้งแต่หน้า ๕๐ เป็นต้นไป ฉะนั้นผมอยากจะให้ทางท่านสมาชิกได้แสดงความเห็นก่อนได้ไหมครับ คือถ้าตอบกันไปตอบกันมามันไม่จบ เอาอย่างนั้นนะครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง กรรมาธิการ

ได้ครับท่านประธานครับ เชิญครับ แต่ผมขออนุญาตชี้แจงในภายหลังได้ครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ให้ท่านสมาชิกท่านได้มีสิทธิซักถามก่อนท่านจะโหวตของท่าน ท่านกรรมาธิการ เอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ เชิญครับท่าน

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญก็สนับสนุนแนวคิดท่านประธานนะครับที่จะให้เพื่อนสมาชิก ได้มีโอกาสได้แสดงความเห็นแล้วก็ซักถามกันก่อน แต่ว่าก่อนที่จะหยุดการชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจไม่ให้เกิดการคลาดเคลื่อนแล้วก็มีความเสียหายเกิดขึ้น ผมคิดว่า ต้องเข้าใจนะครับ เมื่อสักครู่ผมยืนยันนะครับว่าท่านกรรมาธิการวิสามัญที่พูดออกไปว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสรุปว่ามีข้อเคลือบแคลงสงสัยนั้น ผมว่าไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องพูดให้ชัด ๆ นะครับเวลาชี้แจงในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเป็นการชี้แจงในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญหรือว่าเป็นการชี้แจงที่เป็นความเห็นส่วนตัว ผมยืนยันเมื่อสักครู่ ที่ท่านกรรมาธิการวิสามัญได้พูดถึงว่าการจัดซื้อจัดจ้างมีความไม่โปร่งใสและเป็นเหมือนกับ ดูประหนึ่งว่าเป็นข้อสรุปของคณะกรรมาธิการนั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง เพราะว่าท่านไปดูนะครับ ข้อสรุป ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องของมีการติดใจสงสัยว่า ราคาที่กรุงเทพมหานครซื้อนั้นมีการซื้อราคาแพงตามที่ท่านได้พูดถึง แล้วก็บอกว่า มีการไปรวมรายการนั้นเป็นข้อเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว

(นายวรชัย เหมะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ มีผู้ประท้วง ฟังให้จบก่อนได้ไหม

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ท่านต้องประชุมให้ความเป็นธรรม ทั้ง ๒ ฝ่ายครับ เมื่อกี้ท่านไม่ให้รองประธานชี้แจง ท่านต้องไม่ให้ท่านอื่นชี้แจงด้วยครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ เมื่อกี้ทางท่านกรรมาธิการได้ชี้แจง ท่านเอาข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ในห้องประชุม มีการซักถามเรื่องของราคาก็ดี เรื่องของการติดตั้ง ท่านก็มาอธิบายให้กับ ท่านสมาชิกทั้งหลายได้ทราบ อันนี้เขาทำได้นะครับ แต่ในเรื่องของข้อสรุป ของคณะกรรมาธิการมันก็จะปรากฏในหน้า ๔๙ หน้า ๕๐ หน้าอะไรนี่ ท่านสมาชิก ก็จะเห็นตามเอกสารที่ส่งให้กับท่านทั้งหลาย ฉะนั้นเป็นภารกิจของกรรมาธิการที่จะต้อง ทำความเข้าใจให้กับท่าน เพราะสุดท้ายจะต้องให้ท่านได้ลงมติตามข้อสังเกต ข้อแนะนำ เพื่อนำไปสู่ให้ผู้ปฏิบัติได้ปฏิบัติ ฉะนั้นกรรมาธิการก็อยากจะอธิบายข้อสังเกตของท่าน ก็เท่านั้นเอง เอาสั้น ๆ ก่อนเดี๋ยวทางสมาชิกจะได้ออกความเห็นนะครับท่าน

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญ สั้น ๆ ก็คือเดี๋ยวคงจะขออนุญาตที่จะชี้แจง ถ้าหากมีการลงไป ในรายละเอียดและมีความเสียหาย เบื้องต้นอยากจะชี้แจงให้เข้าใจ เป็นการทำความเข้าใจด้วยว่า ถ้าหากจะชี้แจงในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญก็จะต้องพูดให้ชัดเจนว่าตรงนั้น เป็นความเห็นส่วนตัว แต่เมื่อสักครู่ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พูดถึงในลักษณะประหนึ่งว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญมีความเห็นตรงกันว่ามีอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล เคลือบแคลงสงสัย ในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเคเบิล (Cable) ที่พูดถึงว่ากรุงเทพมหานครนั้น มีการซื้อแพงกว่าที่หน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีข้อสรุปตรงกันทั้งหมดว่าไม่ได้มีอะไรที่เป็นข้อเคลือบแคลงสงสัย เพราะฉะนั้นตรงนี้ ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนนะครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลำดับมีอีกหลายท่าน เดี๋ยวต่อไปจะเป็นท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ แล้วก็ท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ๓ ท่านก่อนนะครับ สลับกันครับ เมื่อกี้ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เดี๋ยวมาทางฝั่งนี้เดี๋ยวก็ท่านอรรถวิชช์ครับ สลับกัน เชิญครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทุกท่าน ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ได้ไปติดตาม ตรวจสอบ ศึกษาปัญหาการติดตั้งซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร แล้วก็มีข้อสรุป ข้อเสนอแนะมาให้สมาชิกได้พิจารณา กระผมขอกราบเรียนว่าเรื่องกล้องซีซีทีวีนั้น ผมเคยอภิปรายหลายครั้งว่าปัจจุบันสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ในการติดตามอาชญากรที่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน เห็นได้ชัดเจนว่า เราสามารถจับผู้ร้ายได้จากกล้องซีซีทีวีเยอะมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทีนี้จากการอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการซึ่งก็ได้ประโยชน์ แต่ผมอยากจะให้เป็นมาตรฐาน คือยกตัวอย่างเพื่อนสมาชิกที่อยู่พรรคฝ่ายค้านที่อยู่คณะอนุกรรมาธิการด้วยกันกับผม ในการพิจารณางบของท้องถิ่น เอาปีนี้ ปีที่ผ่านมา มีการขอตั้งงบ ๕๐๐ ล้านบาท สำหรับซื้อคอมพิวเตอร์ แต่ตรวจสอบแล้วไม่ได้ผ่านไอซีที (ICT) เราก็ตัดงบนั้นเลยครับ ไม่ให้ แต่ทีนี้งบถึง ๒,๔๐๐ ล้านบาท คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกต ข้อเสนอแนะมาว่า ควรที่จะให้เนคเทคหรือไอซีทีดูในเชิงวิชาการ คุณภาพ มาตรฐานราคากลางเพื่อที่จะได้ ผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามระบบที่มีการตั้งคณะกรรมการกลางไว้ ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์นี้ก็คือเนคเทคหรือกระทรวงไอซีที ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่เสนอแนะในเรื่องนี้ แต่อยากจะให้ถือปฏิบัติจริงจังทุกหน่วย แล้วก็ควรดำเนินการตามนี้นะครับ

อันที่ ๒ สิ่งที่ผมพูดต่อเนื่องกันกับเรื่องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลในเรื่องคุณภาพและราคากลาง ต่อเนื่องกันก็คือเรื่องประโยชน์ที่จะใช้ หน่วยงานที่ใช้งบนี้ คือท้องถิ่น แต่หน่วยที่จะใช้ในการจับกุมผู้กระทำความผิดก็คือตำรวจหรือสถานีตำรวจ เหมือนกันขณะนี้ อบต. ทั่วประเทศ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทำเรื่องติดตั้ง กล้องซีซีทีวี จะเป็นประโยชน์อันใดถ้าไม่เชื่อมโยงกับสถานีตำรวจ หรือในนี้ข้อชี้แจงในข้อ ๕๑ บอกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่จะได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมไม่แน่ใจว่า มีการเชื่อมโยงก่อนหรือไม่ หรือว่าท้องถิ่นจะต้องเป็นฝ่ายแจ้งไป ถ้าได้ติดตั้งระบบที่เชื่อมโยงกัน ที่ตำรวจสามารถตรวจสอบได้ทันทีก็จะเป็นประโยชน์ในแง่ประสิทธิภาพในการจับกุมผู้ร้าย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้เป็นประเด็นที่ ๒

ประเด็นที่ ๓ เมื่อสักครู่ที่มีการพูดหรืออภิปรายกล่าวถึงเรื่องการทุจริต หรือไม่ทุจริต แต่ในหน้า ๕๑ วรรคสุดท้ายเลย คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจัดส่งข้อมูลการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการให้กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อใช้ประกอบการสอบสวนต่อไป เลยทำให้งงว่ามีเหตุหรือมูลเหตุอันใดที่มีข้อมูลชัดเจนว่าการจัดซื้อจัดจ้างนี้เกี่ยวข้องกับ การทุจริตหรือไม่ประการใด คณะกรรมาธิการถึงมีข้อเสนอแนะในหน้า ๕๑ ดังที่ผม ได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ ก็ขอสอบถามคณะกรรมาธิการ แล้วก็ในข้อเสนอความเห็นของผม ทั้ง ๒ ข้อดังกล่าวข้างต้นนั้นขอให้คณะกรรมาธิการได้ตอบด้วย ขอขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถวิชช์ครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมท่านประธานคณะกรรมาธิการ คุณหมอเหวงนะครับ คุณหมอเหวงพูดสรุป ในตอนต้นได้ดีมากนะครับแล้วก็ค่อนข้างเป็นธรรม ที่จริงแล้วคุณหมอเหวงเองท่านก็มี ความเห็นที่เป็นความเห็นส่วนตัวของท่านเองในครั้งนี้เหมือนกัน แต่สักครู่นี้ท่านก็ได้แถลง ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญในการให้ความเห็น ในการตรวจสอบกล้องซีซีทีวี ของกรุงเทพมหานครได้อย่างชัดเจนครับ ซึ่งคุณหมอเหวงเองก็พูดนะครับ ผมจดตาม ประเด็นของท่านเรียงมาเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ท่านก็ได้บอกว่าการที่เขียนราคารวมมานี้ควรจะแยกให้เห็นเรื่องค่าสำรวจ ค่าทดสอบ ค่าติดตั้ง พูดง่าย ๆ คือเวลาบอกว่าตัวเลขต่อเมตร ๔๐๐ บาทนี่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านก็พูดด้วยใจเป็นธรรมว่าควรจะแยกให้ชัดเจนว่าจริง ๆ ราคาแต่ละราคาควรจะเป็นเท่าไร ซึ่งก็แน่นอนครับกรุงเทพมหานครนั้นซื้อสายอยู่ที่ราคา ๙๐ บาทต่อเมตรครับ ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านค่อนข้างจะแยกแยะพอสมควรว่าอะไรเป็นความเห็น กรรมาธิการและอะไรเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ในทางกลับกันครับเมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการ อีกท่านหนึ่งคือท่านดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สนิทกันดีครับ จริง ๆ ท่านได้ให้ความเห็น เอาไว้ในความเห็นของคณะกรรมาธิการ หน้า ๓๙ เป็นความเห็นของท่านครับ เดี๋ยวท่านลองกลับไปอ่านนะครับ ๔ ข้อของท่านมีอะไรบ้าง ซึ่งอย่าพูดเลยไปอย่างอื่นครับว่า ไม่ใช่ความเห็นของกรรมาธิการ นั่งบนบัลลังก์ก็เป็นความเห็นกรรมาธิการเท่านั้นครับ กรรมาธิการวิสามัญในการตรวจสอบกล้องซีซีทีวี แน่นอนมีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยหรือว่ารัฐบาล มากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว และคราวนี้ผลสรุปของท่านก็ดีครับ เพราะเป็นการบ่งบอกชี้ชัดว่ากรุงเทพมหานครนั้น ไม่ได้ซื้อของในราคาที่แพงอย่างที่ตั้งใจที่ตอนแรกมีประเด็นเอาไว้ เพราะเมื่อกี้เรายอมรับกันเอง ตรวจสอบกันมาแล้วสภาแห่งนี้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ครับว่าที่จริงแล้วควรจะแยกให้ชัดว่า ที่บอกว่า ๔๐๐ บาทต่อเมตรข้างในมันมีค่าอะไรบ้าง เมื่อสักครู่ท่านประธานก็สรุป ได้อย่างชัดเจน ผมขอลงไปในรายละเอียดครับ กรุงเทพมหานครเขาซื้อสายเฉพาะตัวสาย ๙๐ บาทต่อเมตรครับ ๒๔ คอร์เหมือนกัน ขณะที่เมืองพัทยาซื้อที่ ๑๐๕ บาทต่อเมตร ๒๔ คอร์เหมือนกัน ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๑๗๑ บาทต่อเมตร ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ แพงกว่ากรุงเทพมหานครทั้งสิ้น ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งแพงกว่าทั้งสิ้นครับ นี่คือข้อเท็จจริง เริ่มปรากฏครับ จากที่เราออกไปพูดผ่านสื่อกันมาตลอดว่ากรุงเทพมหานครนั้น มีเลศนัยเสียแล้วว่าทำไมซื้อสายตั้ง ๔๐๐ บาทต่อเมตร วันนี้ท่านก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น นี่ประการแรกครับ

ประการที่ ๒ ไปยืนชี้ก่นด่ากันว่านี่เป็นกล้องดัมมี เป็นกล้องที่หลอกลวง เป็นกล้องลวงโลก วันนี้ดีใจครับที่กรรมาธิการก็ได้สรุปแล้วว่ามันไม่ใช่กล้องลวงโลก เป็นกล้องพรางครับ ท่านประธานครับ วันนี้กรุงเทพมหานครรายงานครั้งหลังสุดนั้น ไม่มีกล้องพรางเหลือนะครับ ก็เป็นกล้องจริงทั้งสิ้นจำนวน ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวเศษที่ทยอยลงไป เรื่องนี้เกิดขึ้น ท่านตรวจสอบดีครับ สภาของเราตรวจสอบดีไม่มีปัญหาครับ แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเขตจตุจักรของกระผมล่าช้าไป ๔ เดือน ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี แล้ววันนี้ก็กลับมาเดินได้เป็นปกติเรียบร้อย ผมไม่โกรธครับที่เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการตรวจสอบ แต่ผมก็ไม่สู้พอใจนัก ถ้าหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองแล้วผลได้สรุปแบบวันนี้แล้วไม่มีคำขอโทษสักคำ การตรวจสอบของสภาเป็นเรื่องดีครับ แล้ววันนี้ก็ได้ข้อเท็จจริงแล้วว่าสายไฟต่อเมตรที่บอก ๔๐๐ บาทต่อเมตรความจริงแล้วมีค่าทดสอบ มีค่าติดตั้ง มีค่าต่าง ๆ ฝังอยู่ในตัวนั้นครับ ตัวสายจริง ๆ ๙๐ บาทแล้วก็ถูกกว่าหน่วยงานอื่นทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเมืองพัทยาอยู่แล้ว ท่านรู้ความจริงแล้วเราตรวจสอบเป็นประจักษ์แล้ว ส่วนคนที่หยิบยกเป็นประเด็น ทางการเมืองขอโทษสักคำได้ไหมครับ ตรวจสอบไม่เป็นไรครับ วันนี้คนกรุงเทพฯ ติดตั้งกล้องนี้ ช้าไป ๔ เดือน ข้าราชการกลัวกันเป็นแถบครับ เขาบอกผมว่าเวลาไปชี้แจงกรรมาธิการ ขู่เหลือเกิน ท่านครับ ข้าราชการเขามีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติเหมือนกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกันในเวลาที่เขาไปชี้แจงท่านครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายครับ ที่ส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. เห็นด้วย เห็นด้วยครับ ไม่ได้เห็นแย้งอะไรเลยกับความเห็นของกรรมาธิการครับ ทำไมผมถึงเห็นด้วยครับ ก็วันนี้ มีคนไปร้อง ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว แล้วคณะกรรมาธิการของพวกเราในสภาแห่งนี้ก็ตรวจสอบ เรียบร้อยแล้ว ทำไมไม่เอาเรื่องทั้งหมดนี้เข้าสำนวน ป.ป.ช. ไปด้วยเสียเลยครับ ดีครับ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้เกิดการทุจริต แต่เรื่องนี้เกิดการตรวจสอบจากพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เอาไปรวมกับ ป.ป.ช. ครับ ถูกต้องครับ ไม่มีอะไรติดขัดเลย แล้วผมเชื่อว่าบรรยากาศวันนี้ในการอภิปรายน่าจะไปในทิศทางที่ดีครับ เพราะนี่เป็นหนทาง ในการตรวจสอบของสภาแห่งนี้ แต่การที่หยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองขอโทษสักคำเถอะครับ และนี่เป็นคำวิงวอนจากกระผมครับ ขอบพระคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ครับ ท่านก่อแก้วเดี๋ยวนะครับ สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับผู้นำชุมชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตำบลบ้านมง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ๒๔ ท่านนะครับ เชิญครับ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ทำการศึกษาแล้วก็รวบรวมข้อมูลมาให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบ ยอมรับว่าข้อมูลที่รวบรวมมามีเยอะนะครับ แต่ว่าคณะกรรมาธิการเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องข้อมูลเชิงลึก ในเรื่องการเปรียบเทียบข้อมูล ทางเทคนิคที่ผมพยายามดูแล้วนี่พยายามเอาข้อมูลของหลาย ๆ ที่มาเปรียบเทียบกัน แต่ว่าเปรียบเทียบแล้วเปรียบเทียบคนละฐานกัน สเปก (Spec) ไม่เหมือนกัน ปริมาตร ปริมาณ ก็ไม่เท่ากัน ทำให้การเปรียบเทียบนั้นถูกเข้าใจผิดได้ นอกจากนี้การที่คณะกรรมาธิการ มีข้อสรุปมาในหน้า ๕๑ นั้นก็เป็นการสรุปที่ผมเองมองว่าเป็นข้อสรุปที่เบามากนะครับ วันนี้ผมในฐานะก็เป็นบุคคลที่สนิทสนมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ขออนุญาตที่จะพูดจาในฐานะคนที่สนิทสนมกันนะครับว่าผมเองไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านประธานครับ โดยความรู้ทางด้านวิศวกรรม โดยข้อมูลที่ผมมีอยู่ในงานที่เกี่ยวข้อง ผมเรียนเลยครับว่างานกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของกรุงเทพมหานครนั้นเท่าที่มีข้อมูลรายงานในคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นการทุจริต คอร์รัปชันแน่นอนครับ ผมเรียนอย่างนั้นนะครับ มี ๓ ประเด็นที่ผมบอกว่า มีการทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นที่ ๑ เรื่องราคาสายไฟเบอร์ ออพติก ประเด็นที่ ๒ เรื่องราคาสวิตช์ที่ใช้ในการส่งถ่ายข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไปยังเซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือไปยังมอนิเตอร์ (Monitor) และประเด็นที่ ๓ เรื่องการประมูล ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ นั่นคือส่วนของ กทม. นะครับ

ส่วนกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของภาคใต้น่าเสียดายที่รายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีข้อมูลประกอบเพียงพอ ทั้งที่จริง ๆ แล้วควรจะมีข้อมูลมากกว่านี้ ในการตรวจสอบหาข้อมูล ผมเองอยากขอยกตัวอย่างว่าทำไมผมถึงกล่าวหาว่ามีการทุจริต คอร์รัปชันในโครงการนี้ ประการแรก ท่านประธานไปดูหน้า ๑๘ เรื่องราคาสายใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ ออพติก เคเบิลงานนี้กรุงเทพมหานครใช้ไฟเบอร์ ออพติก รุ่นเอดีเอสเอส ออล ไดเลกตริก เซลฟ์ ซัพพอร์ตติง เคเบิล (All Dielectric Self-Supporting Cable) นะครับ เป็นสายใยแก้วนำแสงที่ไม่มีชิ้นส่วนโลหะอยู่ในสาย เพื่อป้องกันฟ้าผ่า เพื่อป้องกัน การเหนี่ยวนำไฟฟ้าไม่ให้มารบกวนต่อสายสัญญาณ ไม่ให้รบกวนต่อภาพของกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด และป้องกันไฟชอร์ต (Short) นั่นเหตุผลที่เขาเลือกสายรุ่นนี้ หน้า ๑๘ เขามีการแยกส่วนประกอบของสายไฟเบอร์ (Fiber) ๗ องค์ประกอบ ราคารวม ๔๐๐ บาท ต่อเมตรนะครับ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายของซีกฝ่ายค้านก็ได้มาบอกว่าตรงนี้เป็นราคา ที่สมเหตุสมผล ผมขอกราบเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้อภิปรายเมื่อกี้ แล้วก็ไปยัง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนะครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับงานไฟเบอร์ ออพติก ของกรุงเทพมหานครทุกงานผมขอ ๒๐๐ บาทต่อเมตร ค่าแรง ค่าของ พร้อมค่าติดตั้ง ขอ ๒๐๐ บาทต่อเมตรผมจะทำให้นะครับ ท่านมีกี่โครงการ กี่พันกิโลเมตรเอามาผมทำให้ ผมขอ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่ทุจริตผมขอ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคานี้ แค่นั้นเองนะครับ

ประการที่ ๑ เขาบอกว่าราคาสายใยแก้วนำแสง ๒๔ คอร์ เป็นเงิน ๙๐ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ถ้ากรุงเทพมหานคร จะซื้อสายใยแก้วนำแสงผมขายที่ ๕๐ บาทต่อเมตร ท่านจะเอากี่เมตรบอกผมผมขาย ๕๐ บาทต่อเมตร ลดไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเอากี่เมตรบอกผมเลย บอกท่านสุขุมพันธุ์ บริพัตร บอกทีมงานท่าน บอกใครได้เลยผมขาย ๕๐ บาทต่อเมตร ผมยอมขาดทุน ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ นี่เห็นบอกว่าท่านจะติดตั้งกล้องอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ใช้สายอีกประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตรหรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ถ้าซื้อตามนี้ท่านบอกว่า ๙๐ บาทต่อเมตรก็คือ ๙๐ ล้านบาท ผมเอา ๕๐ ล้านบาทเอง ผมก็เรียนไว้อย่างนี้นะครับ

ประการที่ ๒ ค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบเป็นเงิน ๗๐ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ผมอยู่ในวงการนี้ สายไฟเบอร์ ออพติกของกรุงเทพมหานครประมูลแต่ละครั้ง ความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรหรือ ๑๐๐,๐๐๐ เมตร ค่าอุปกรณ์เฉลี่ยตกอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ บาทเท่านั้นเองนะครับ

ประการที่ ๓ ค่าแรงติดตั้งสายเคเบิลใยแก้วนำแสงคิดราคา ๑๒๘ บาท ต่อเมตร ผมเรียนท่านประธานครับ ราคาตลาดที่เขาติดตั้งใยแก้วนำแสงถ้าตามต่างจังหวัด ที่ติดตั้งง่าย ๆ ก็ประมาณ ๒๐-๒๕ บาท ถ้า ๓ จังหวัดภาคใต้ที่เป็นที่อันตราย มีความเสี่ยง ต่อการถูกยิง อันนี้ประมาณ ๔๐-๕๐ บาท กรุงเทพมหานครติดตั้งยากนิดหนึ่งเนื่องจาก อยู่สภาพในเมืองแล้วก็ต้องติดกลางคืน มีปัญหาเรื่องการจราจร แต่โดยทั่วไปเขาจะใช้ราคา ประมาณ ๓๐-๓๕ บาทต่อเมตร นี่คือราคามาตรฐานของตลาด ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการเดินสายใยแก้วนำแสงนั้นวันหนึ่งเดินได้ประมาณ ๓ กิโลเมตรต่อ ๔ กิโลเมตรนะครับ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ เมตร ใช้ทีมงาน ๔-๕ คน ใช้รถ ๑ คันแค่นั้นเองนะครับ หรือถ้าใช้งาน เร็วขึ้นก็ใช้รถอีกคันหนึ่งมาช่วย ท่านประธานครับ สมมุติว่าเดินวันละ ๓ กิโลเมตรหรือ ๓,๐๐๐ เมตรต่อวันแค่ ๓๐ บาท ๓๐ คูณ ๓,๐๐๐ เมตร ก็ค่าแรง ๙๐,๐๐๐ บาทต่อวัน ๙๐,๐๐๐ บาทต่อวันนะ อันนี้ถ้าให้ ๑๒๘ บาทต่อเมตร ๑๒๘ บาทต่อเมตรคูณ ๓,๐๐๐ เมตร ก็วันหนึ่งประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ บาท ใช้คน ๔-๕ คน ใช้รถ ๒ คันสูงสุด วันละ ๓๘๐,๐๐๐ บาท โอ้โฮ ผมว่าไม่ต้องทำอาชีพอื่นแล้วครับ มารับงานติดตั้งของ กทม. อย่างเดียวก็เรียกว่าค่าแรงเลี่ยมทองครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ใครบอกว่าค่าแรงขนาดนี้เป็นเรื่องที่ เรียนตรง ๆ ว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งนะครับ

ประการที่ ๔ ค่าสำรวจออกแบบ ๑๒ บาทต่อเมตร ค่าออกแบบนี่ อันนี้ไม่ว่ากันครับ ที่จริงปกติแล้วมันไม่มีครับ แต่ว่าถ้าใส่มาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ก็ไม่ถือสากัน

ประการที่ ๕ เรื่องค่าทดสอบสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นเงิน ๒๖ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ปกติแล้วค่าทดสอบระบบนี้เป็นเรื่องที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั่วไปของผู้รับเหมา อยู่แล้วนะครับ ไม่ว่าเดินสายโทรศัพท์ สายใยแก้วนำแสง สายคอมพิวเตอร์ สายเพาเวอร์ (Power) หรือว่าสายไฟฟ้าแรงสูง เขารวมค่าทดสอบหมดอยู่แล้วครับ ไม่ต้องมาจ่าย ค่าทดสอบต่างหากนะครับ ยกเว้นเป็นการทดสอบกรณีพิเศษนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ที่ใส่มา ๒๖ บาทต่อเมตร คิดดูนะครับงานกรุงเทพมหานครที่ผมดูแล้วสัญญาเฉลี่ย ๑๐๐ กิโลเมตรต่อสัญญาก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ เมตร ๒๖ บาทต่อเมตร ค่าทดสอบ ๒.๖ ล้านบาท ต่อโครงการ ถือว่าสูงมากครับ สูงมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ปกติแล้วผู้รับเหมาเขาทำให้ฟรีอยู่แล้วเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา

ประการที่ ๖ ค่าขนส่งเป็นเงิน ๗ บาทต่อเมตร เมื่อกี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ท่านหนึ่งได้ชี้แจงบอกว่ามันสูงเกินไป ท่านประธานครับ การขนส่งใยแก้วนำแสงปกติแล้ว ม้วนมาตรฐานความยาว ๔ กิโลเมตรนี่เป็นม้วนมาตรฐานสำหรับสายเอาท์ดอร์ (Outdoor) ส่วนสายอินดอร์ (Indoor) ม้วนมาตรฐาน ๒ กิโลเมตร สาย ๔ กิโลเมตรปกติแล้ว ใช้รถเฮี๊ยบ ๑ คันในการขนส่ง ขนส่งได้ครั้งละ ๓ ม้วน ๑๒ กิโลเมตร นี่คือมาตรฐานครับ ๑๒ กิโลเมตรก็คือ ๑๒,๐๐๐ เมตร ถ้ารถเฮี๊ยบ ๑ คันขนได้ ๑๒,๐๐๐ เมตรต่อเที่ยว รถเฮี๊ยบ ขนส่ง รถหกล้อขนส่งแต่ละครั้งในกรุงเทพมหานครก็ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท อันนี้ถ้าท่านคิด ๗ บาทต่อเที่ยวก็ประมาณ ๘๔,๐๐๐ บาทครับ สงสัยต้องไปวนรอบ กรุงเทพมหานครสัก ๑๐ รอบก่อนครับค่อยมาส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางนะครับ

ข้อสุดท้าย ค่าบำรุงรักษาและค่าประกันความเสียหาย ๒ ปี เป็นเงิน ๖๗ บาทต่อเมตร ท่านบอกว่าซื้อสาย ๙๐ บาท ค่าประกัน ๖๗ บาทต่อเมตร ค่าประกันคิดแล้ว ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของค่าสาย ท่านประธานครับ ผมถามท่านนะครับ ตอนผมซื้อรถยนต์ ๑ คัน สมมุติรถยนต์คันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ค่าประกันผมเท่าไร ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ๒ ปีก็ ๒๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง อันนี้สายใยแก้วนำแสง ราคา ๙๐ บาท ท่านบอกอย่างนั้น แต่ค่าประกันถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้ามา เปรียบเทียบกันในเชิงตรรกะแล้วผมซื้อรถราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒ ปีผมต้องจ่าย ค่าประกัน ๗๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ มันไม่มีที่ไหนครับ ไม่มีที่ไหน เพราะฉะนั้นโดยค่าของ ค่าติดตั้งทั้งหมด ผมบอกไปแล้วเมื่อกี้นะครับว่าแต่ละรายการมันควรจะเป็นเท่าไร ถ้าเอาตามมาตรฐานในวงการเขาคิดกันเอาเผื่อเหลือเผื่อขาดอย่างดีก็ ๑๓๐-๑๕๐ บาท ผมเลยเรียนบอกท่านครับว่าผมยินดีเหมาทุกงานราคา ๒๐๐ บาทต่อเมตร ประหยัด ให้ท่าน ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เดี๋ยวท่านติดอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ท่านจะประหยัดค่าติดตั้ง สายใยแก้วนำแสงได้อีก ๒๐๐ ล้านบาท เป็นผลงานของท่านเลยนะครับ ก็ฝากท่านไป พิจารณานะ คุณรัชดาท่านเองสนิทกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ฝากกราบเรียน ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ประการที่ ๑ เรื่องสายใยแก้วนำแสง เรื่องนี้มีปัญหาแน่นอนนะครับ

ประการที่ ๒ เรื่องราคาสวิตช์ หน้า ๓๘ หน้า ๓๙ โครงการนี้ของ กทม. ใช้สวิตช์ สวิตช์ก็คือตัวอุปกรณ์รับส่งสัญญาณในเครือข่ายไอที (IT) ทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าส่งสัญญาณภาพ ส่งสัญญาณเสียง หรือส่งสัญญาณข้อความต่าง ๆ เวลาเราโอน ไฟล์ (File) ต่าง ๆ ไประหว่างจุดต้นทางไปปลายทางจะมีอุปกรณ์หัวท้ายในการรับส่งสัญญาณ เราเรียกว่าสวิตช์ เพราะฉะนั้นจากกล้องมาก็ผ่านสวิตช์ สวิตช์ส่งไปที่สวิตช์ที่ศูนย์ควบคุม และจากสวิตช์ศูนย์ควบคุมก็ส่งเข้าไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์จากตัวนั้นก็ส่งข้อมูลไปที่มอนิเตอร์ ในการดูภาพว่ามีภาพที่ตรงไหนบ้าง เพราะฉะนั้นสวิตช์หัวท้ายเป็นตัวรับส่งสัญญาณ ของกรุงเทพมหานครที่กรรมาธิการได้ให้ข้อมูลมานั้นใช้สวิตช์ยี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่น เอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออี (AT 8000 S/24 POE) ก็คือเป็นสวิตช์ ๒๔ พอร์ต (Port) มีพอร์ต ๒๔ พอร์ต พีโออีคือเพาเวอร์ โอเวอร์ อินเทอร์เน็ต (Power Over Internet) ก็หมายถึงว่า อุปกรณ์กล้องสามารถเสียบเข้าสวิตช์ได้เลยโดยไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงต่างหาก ใช้ไฟเลี้ยง ผ่านสวิตช์ตัวนี้ คณะกรรมาธิการได้สรุปมาว่าที่นี่ซื้อกันราคาตัวละ ๑๓๕,๐๐๐ บาท เป็นสวิตช์ ๒๔ พอร์ตมีพอร์ต กิกะบิต (Port gigabit) อีก ๒ พอร์ต ๑๓๕,๐๐๐ บาท แล้วกรรมาธิการได้ให้ข้อมูลอีกนะครับว่าสวิตช์รุ่นเดียวกันทางบริษัทอัลไลด์ เทเลซิส เคยขายให้กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในราคา ๒๔,๕๐๐ บาท ราคาที่ กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่าที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ราคาตัวละ ๑๑๐,๕๐๐ บาท เห็นได้ข่าวว่ามีหลายร้อยตัว นี่ซื้อต่างกันขนาดนั้น ผมก็ยังอ่านข้อมูลที่ทางกรรมาธิการ ได้มารวบรวมในหน้า ๓๘ บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสได้ชี้แจงว่าราคาที่แตกต่างเนื่องจากว่า ของ กทม. มีกิกะบิต โมดูล (Gigabit Module) จำนวน ๒ โมดูล ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ไม่ได้มีโมดูลนี้ ผมเรียนท่านประธานที่เคารพ โมดูล กิกะบิต พอร์ตของสวิตช์นะครับ กิกะบิต พอร์ต (Gigabit port) ก็คือความเร็ว ๑ กิกะบิตในการรับส่งสัญญาณ ๑ กิกะบิต พอร์ต ราคาต่อพอร์ตนะครับเป็นออปชัน (Option) ๑ พอร์ตประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒ พอร์ตก็ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นราคาที่ท่านขายให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๒๔,๕๐๐ บาท ถ้าเกิดมารวม ๒ พอร์ตนี้ก็อีก ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ประมาณ ๔๔,๕๐๐ บาท ตีสุด ๆ ก็ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ว่ามาขายให้กรุงเทพมหานคร ๑๓๕,๐๐๐ บาท ต่างกันเท่าไร ก็คูณเอาก็แล้วกันครับ อย่างน้อย ๆ ๘๕,๐๐๐ บาท จำนวนอย่างน้อย ๕๐๐ ตัว คุณหมอเหวง ส่งสัญญาณบอก ๗๐๐ ตัว ตัวละ ๘๐,๐๐๐ บาทก็ประมาณ ๖๐ ล้านบาท ประการที่ ๒ บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสบอกว่าขายให้สถาบันการศึกษาต้องขายราคาพิเศษ ก็พูดง่าย ๆ คือขายให้ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชราคาถูกกว่าเอกชนถ้าพูดอย่างนี้ แต่ถึงขายถูกอย่างไร ก็ไม่ถูกกันเกินกว่า ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นที่ขายให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๒๔,๕๐๐ บาท ฉะนั้นถ้าพูดง่าย ๆ ขายให้เอกชนทั่วไปอาจจะ ๓๐,๐๐๐ บาท ถูกลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกแล้วบวก ๒ โมดูล กิกะบิต พอร์ตละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้น ๓๐,๐๐๐ บาทบวก ๒๐,๐๐๐ บาทก็เป็น ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง

ข้อต่อมาเรื่องการรับประกันการดูแลหลังการขายบอกว่าปกติแล้ว บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสรับประกัน ๑ ปี แต่ของ กทม. ต้องรับประกัน ๒ ปี อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก (Network) ถ้าท่านประธานไปดูในตลาดทุกวันนี้สำหรับสวิตช์ สำหรับวายฟาย (WiFi) วันนี้ที่ท้องตลาดรับประกันอย่างน้อย ๕ ปีบางยี่ห้อไลฟ์ไทม์ วอร์รันตี (Lifetime warranty) รับประกันตลอดชีวิต อย่าว่า ๒ ปีเลยอย่างต่ำ ๕ ปีครับ ฉะนั้นที่เขียนมาอย่างนี้ ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผมไม่เชื่ออย่างนั้น แล้วการรับประกันสินค้าปกติอายุการใช้งาน ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่ใช้งานกันอยู่ก็หลายปีอยู่แล้ว ๑ ปี ๒ ปี ไม่มีผลต่อราคาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซื้อโครงการใหญ่ ๆ กรุงเทพมหานครจะต่อรองให้บริษัท อัลไลด์ เทเลซิสรับประกันสินค้าอย่างไรก็ได้ ซื้อที ๗๐๐ ตัว จะบีบคอให้บริษัท อัลไลด์ เทเลซิส ทำอย่างไรเขาก็ทำให้ครับ อย่าว่าแต่รับประกันปีสองปีแตกต่างกันเลยครับ ฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้การซื้อสวิตช์ราคาก็มีปัญหาแน่นอน เป็นปัญหาที่เราสามารถตรวจสอบได้ เมื่อสักครู่นี้ผมนั่งระหว่างรอคิวผมก็ไป เคาะอินเทอร์เน็ต (Internet) เล่น ๆ ว่าราคาสวิตช์ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ในท้องตลาดโลกในเว็บไซต์ ราคาเท่าไร ปรากฏว่าผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ไพรซ์สปาย ชอปปิง อินเทลลิเจนซ์ ชื่อเว็บไซต์ www.pricespy.co.nz เขาบอกราคายี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่น เอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออี ๒๖ พอร์ต มีพอร์ต ๑๐/๑๒๔ พอร์ต มีพอร์ต กิกะบิต ๒ พอร์ต ราคาเป็นดอลลาร์ ๑,๒๗๓.๖๗ ยูเอสดอลลาร์ ๑,๒๗๓ คูณอัตราแลกเปลี่ยนขณะนี้ ๓๑ บาท ๓๑ คูณ ๑,๒๗๓.๖๗ ก็ราคาประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาทนี่ในเว็บไซต์มีครับ แล้วผมไม่รู้ว่า กทม. เขาใจดีอะไรกันนักกันหนา ถึงซื้อราคาแพงกว่าทั่วโลก ๓ เท่าตัว นี่ข้อมูลที่เห็นได้ชัด ผมฝากเรียนคุณหมอเหวงด้วย วันหลังคุณหมอเหวงถึงแม้ว่าถนัดสายการแพทย์ แต่ถ้าเกิดท่านรับภารกิจในการทำงาน สายไอทีท่านต้องหัดใช้ไอทีเยอะ ๆ ในการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง อย่าถือแต่มีดผ่าตัดนะครับ ท่านต้องเข้าเว็บไซต์ในการตรวจสอบข้อมูล อันนี้เราหาได้ง่ายอยู่แล้ว ทุกวันนี้เรามี อินเทอร์เน็ตในการตรวจสอบ ตรวจเช็กเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ต้องทำอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นสมาชิกท่านใดจะเถียงกับผมก็ลองไปเปิดเว็บไซต์นี้ดู ผมก็มีเดี๋ยวเอามาให้ดูก็ได้

ประการที่ ๓ นอกจากราคาไฟเบอร์ ออพติก ราคาสวิตช์ที่มีปัญหาแล้ว ก็คือเรื่องการประมูล จะเห็นว่าในการประมูลงานติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทุกครั้ง เป็นการประมูลออนไลน์ (Online) อีออกชันดูแล้วเหมือนจะเป็นการประมูลปกติ แต่การประมูลอีออกชันกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครนั้นถ้าเราสังเกตนี่ผู้เข้าร่วม ประมูลจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันตลอด กลุ่มเดียวกันตลอด ถึงแม้ท่านอภิรักษ์จะได้กล่าว ในรายงานคณะกรรมาธิการว่าจริง ๆ แล้วมีผู้รับเหมาประมาณ ๑๒ ราย ต้องขอกราบเรียน ท่านอภิรักษ์ด้วยความเคารพนะครับ ผมเองก็เคารพท่านและเชื่อว่าท่านเองเป็นคนที่ ไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้ ผมเชื่ออย่างนั้น แต่คนรอบข้างท่านหรือคนรอบข้างของผู้ว่าราชการ คนปัจจุบันผมไม่มั่นใจ ผู้รับเหมารายหนึ่งเคยเรียนให้ผมทราบว่าในการประมูล ของกรุงเทพมหานครนั้นจะเข้าไปจริงนี่ต้องเคลียร์ (Clear) ผ่านคนที่เป็นเซนเตอร์ (Center) คนหนึ่ง บริษัทถ้าไม่ผ่านเซนเตอร์รายนี้เข้าไม่ได้ ผมฝากบอกเอาไว้อย่างนี้แล้วกันนะครับ ไม่อยากพูดมาก พูดมากเดี๋ยวก็หาว่าผมรู้มากเกินไป ท่านประธานครับ ในการอีออกชันแต่ละครั้งถ้าสังเกต นี่กรรมาธิการรวบรวมมาให้ ๗ โครงการ โครงการที่ ๑ มูลค่า ๑๒๗ ล้านบาท เคาะไป ๑๒๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท ลดจากราคากลาง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ราคา ๗ โครงการรวมแล้ว ๒,๔๐๐ ล้านบาท เคาะงาน ๗ ครั้ง ลดได้ไป ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๒,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ลองคิดดูกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ ๒๔ ล้านบาท ถ้า ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ อีออกชันเคาะกันงานขนาดนี้ลดไป ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับว่าคนเคาะมือเบามาก ปกติการเคาะอีออกชันแต่ละงานผมไปดูนะครับ ถ้างานที่มีการประมูลกันอย่างจริงจังอย่างนี้เคาะไปเถอะ ขี้หมูขี้หมาก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เคาะแล้วเบามาก ผู้ประมูลไม่ค่อยกล้าเคาะกลัวลดราคามากไป ต้องยอมรับว่า เขามีความสามารถในการเคาะมาก เคาะ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ลด ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ลดให้ ด้วยความเกรงใจนะ นี่เป็นความผิดปกติอย่างมาก

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดมา ๓ ประการ ผมจึงกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าผมสามารถให้ความเห็นส่วนตัวได้ผมจะเรียนเลยครับว่า งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานครเป็นการทุจริตคอร์รัปชันที่น่าขยะแขยงที่สุด ผมเรียนอย่างนั้น แล้วการที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบอกว่าจะติดตั้งกล้องอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ท่านประธานครับ เรื่องงานผมไม่ขัดข้อง ผมสนับสนุน แต่ว่าท่านเองต้องไป แก้ไขเรื่องราคากลางอย่างที่ผมบอกมาเมื่อกี้ อีก ๒๐,๐๐๐ ตัวต้องใช้เงินอีกไม่รู้กี่พันล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไม่อยากให้พวกผมมาอภิปรายโจมตีท่านอย่างนี้ ท่านต้องไปแก้ไขราคากลาง ถ้าไม่แก้ราคากลางก็ได้แต่ว่างานติดตั้งสายใยแก้วนำแสง เดี๋ยวผมขอติดตั้งให้ก็แล้วกัน ๔๐๐ ล้านบาท เอา ๒๐๐ ล้านบาท สวิตช์ อัลไลด์ เทเลซิส เมื่อกี้ท่านซื้อ ๑๓๐,๐๐๐ บาท ผมขาย ๖๐,๐๐๐ บาทก็พอ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับท่านประธาน จะได้ช่วยประหยัดเงิน ของราชการ จะได้ประหยัดภาษีอากรของพี่น้องประชาชน จะทำให้กรุงเทพมหานคร เดินหน้าทำงานได้โดยจะได้ไม่ต้องกล่าวหาว่าพวกผมเองนั้นขัดขวางการผลักดันโครงการ ของท่าน ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วเรื่องเนื้องานพวกผมไม่มีปัญหา เรื่องการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการจราจร เพื่อความปลอดภัย เพื่อการตรวจสอบอะไรก็แล้วแต่ เราสนับสนุนเต็มที่ครับ แต่ขออย่างเดียวครับ ขออย่าให้มูมมาม ขออย่าให้น่าเกลียด ขออย่าให้มันทุเรศ มันเกินไปครับ มันรับไม่ได้ ก็ขอกราบเรียนความเห็นไว้ตรงนี้ ส่วนที่ผม ให้ข้อมูลแล้วถ้าใครคิดว่าไม่มั่นใจว่าจะตรงไม่ตรงหรืออยากโต้แย้งก็มาตรวจสอบกันได้นะครับ ผมยินดีที่จะเจอท่านทุกเวที ไม่ว่าเวทีตรงนี้หรือเวทีแถลงข่าว หรือเวทีหน้ารายการทีวี (TV) ยินดีตลอดเวลา ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีกหลายท่านอยู่นะครับ กรรมาธิการอดทนหน่อย อาจารย์รัชดาจะพูดไหมครับ เห็นมีชื่อ ปรากฏ หรือท่านจะรอไว้ก่อน มีท่านสมคิด บาลไธสง อยู่ ท่านก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ เดี๋ยวหลังจากที่อาจารย์รัชดาแล้วท่านสมคิด บาลไธสง นะครับ ท่านสมคิดนั่งก่อนครับ อาจารย์รัชดาก่อน เสร็จแล้วมาท่านครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อค้นหาความจริงว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันในการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือเปล่า ดิฉันอ่านทั้งเล่มค่ะ จำนวนหน้าเข้าใจว่าหลายร้อยหน้า ดิฉันไม่ได้อ่านเพียงแค่ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการ ดิฉันลงลึกไปถึงบันทึกรายงาน การประชุมทั้งหมด ๑๖ ครั้งใช้เวลา ๔ เดือน ก็เรียกว่าใช้เวลากันมากมายทีเดียวนานกว่า การพิจารณากฎหมายโดยทั่วไป ก็ลุ้นอยู่ละค่ะว่าสุดท้ายแล้วข้อสรุปของคณะกรรมาธิการ จะออกมาอย่างไร ถ้ามีการทุจริต ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทในการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีก็พูดมาเลย ดิฉันก็อยากเห็นค่ะ ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใครที่คดโกงก็จะต้องเอาตัวมาเปิดเผย แล้วก็ต้องได้รับการลงโทษ แต่เมื่อคณะกรรมาธิการไม่ได้มีข้อสรุปว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน เกิดขึ้น ดิฉันก็คงไม่สามารถที่จะไปชี้หน้าบอกใครว่าคนนั้นคนนี้ทุจริต ดิฉันก็เชื่อในข้อสรุป ของคณะกรรมาธิการ ๔ เดือนที่ท่านกรรมาธิการใช้เวลาในการศึกษา ดิฉันเข้าใจว่ามันเป็น เรื่องทางเทคนิค การเป็นผู้แทนราษฎรคงไม่ใช่จะรู้ไปทุกเรื่อง เช็กข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต แล้วก็จะมาสรุปว่าคนโน้นคนนี้ซื้อแพง ที่นี่ซื้อถูก เพราะว่าเรื่องของกล้องซีซีทีวี เรื่องของสายเคเบิลใยแก้วนั้นมันเป็นเรื่องทางเทคนิค พวกเราเป็น ส.ส. อาจจะรู้ทุกเรื่อง ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะคงมีความรู้ทั่วไปเยอะ เพียงแต่ว่าเรื่องเทคนิคก็คงไม่สามารถมาสรุปเอาเองได้ ดิฉันก็ดีใจที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ ใจกว้างได้เชิญผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นจากเนคเทค จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังมาให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อเป็น การปูพื้นฐานก็ทำให้ดิฉันมีความรู้ด้วย หลังจากที่ได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการก็ทำให้ ดิฉันรู้สึกสบายใจว่าที่มีการโหมโรงในประเด็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในเรื่องของกล้องซีซีทีวี ที่เรียกกันว่าเป็นกล้องลวงโลกบ้าง มีการทุจริตคอร์รัปชันตรงโน้นตรงนี้ ดิฉันคิดว่าประเด็นแรก การที่เราเป็น ส.ส. แล้วก็โหมโรงว่าไปเป็นกล้องลวงโลกนี่มันก็เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งข้อสังเกต ได้ว่ากล้องดัมมีนี่มันมีประโยชน์จริงหรือเปล่า แต่ดิฉันคิดว่าเราควรจะใช้บทเรียนในครั้งนี้ เป็นแนวทางในการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะเรื่องบางเรื่องถ้ามันเป็นศัพท์ ทางเทคนิค อย่างเช่นกล้องดัมมีเมื่อทางผู้เชี่ยวชาญอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังเขาให้ศัพท์ภาษาไทยว่า กล้องดัมมีที่จริงแล้วก็เรียกว่ากล้องพรางนี่ ในกรณีต่อ ๆ ไปที่ผู้แทนราษฎรของเรา จะตั้งชื่อฉายาในญัตติต่าง ๆ ก็ควรจะคิดให้ดี เพราะว่าคนนอกที่เขามีความรู้เขาจะดูถูก ผู้แทนราษฎรเอาได้ว่ากล้องดัมมีมันคือกล้องพราง แล้วก็หลาย ๆ ประเทศเขาก็ใช้ แล้วยิ่งในกรณีที่มีงบประมาณอย่างจำกัดการใช้กล้องพรางหรือว่ากล้องดัมมี ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แล้วสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ไปเรียกว่ากล้องลวงโลก กล้องบ้าบอคอแตก อะไรพวกนี้มันทำให้คนนอกที่เขามองสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกับพูดบนความไม่รู้ แล้วก็รายงานเล่มนี้พอแปลเป็นภาษาไทยของคำว่ากล้องดัมมีว่าเป็นกล้องพรางก็ทำให้ดิฉัน สบายใจขึ้น แล้วก็คิดว่าต่อไปนี้คงจะไม่มีใครเรียกกล้องดัมมีว่าเป็นกล้องลวงโลก เราก็จะได้ เข้าใจว่าเป็นคำว่ากล้องพราง สำหรับคำชี้แจงของท่านผู้รู้นักวิชาการที่ให้คำอธิบายว่า ในกรณีของกล้องซีซีทีวีแล้วก็สายเคเบิลใยแก้วนี้มันจะมาเปรียบเทียบราคากันโดยตรงไม่ได้ เพราะว่ามันมีความจำเป็น ประโยชน์ คุณลักษณะที่แตกต่างกัน อย่างเช่นในกรณีของกล้องซีซีทีวี ดิฉันก็เพิ่งได้รับความกระจ่างจากรายงานของท่านกรรมาธิการในครั้งนี้ว่าคุณสมบัติ ที่กล้องซีซีทีวีกรุงเทพมหานครใช้นั้นมันแตกต่างจากกล้องซีซีทีวีที่ติดตามบ้าน กล้องซีซีทีวี ที่ติดของกรุงเทพมหานครมันจะต้องเป็นกล้องที่มีคุณภาพสูง เป็นกล้องที่จะต้องขยายให้เห็น มีรัศมีถึง ๓๐๐ เมตร เป็นกล้องที่เมื่อโคลส (Close) เข้าไปแล้วจะต้องสามารถเห็น เลขทะเบียนของรถที่วิ่งผ่านได้ในกรณีที่ใช้ในวัตถุประสงค์ของการจราจร ต้องเป็นกล้อง ที่ขยายให้เห็นหน้าตัวบุคคลได้ในกรณีที่เราจะต้องใช้ในกรณีสืบหาตัวคนร้าย เพราะฉะนั้น ดิฉันคิดว่าวันนี้รายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้แง่คิดว่ากล้องซีซีทีวีนั้นเราจะไป เปรียบเทียบราคากันโดด ๆ ไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นความรู้ซึ่งดิฉันคิดว่าในกรณีทางเรื่องเทคนิค ประเด็นนี้ก็คงจะใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาตรวจสอบในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันต่อไปว่า เรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องเทคนิคก็คงต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง

สำหรับกรณีเคเบิลใยแก้ว สายเคเบิลใยแก้วดิฉันเองก็ไม่สบายใจที่มีประเด็นว่า ทางกรุงเทพมหานครนั้นซื้อสายเคเบิลใยแก้วราคาแพงกว่าหน่วยงานราชการอื่น ๆ ดิฉัน เป็นผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครก็ไม่อยากปล่อยเรื่องนี้ไปหรอกค่ะ ถ้าท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครไปลงนามซื้อสายเคเบิลใยแก้วที่แพงกว่าหน่วยงานอื่น ดิฉันก็คิดว่าเราก็ต้อง จัดการในประเด็นนี้ แต่เมื่อได้ศึกษาในรายงานของคณะกรรมาธิการก็ทำให้ดิฉัน ได้ความกระจ่างว่าจริง ๆ แล้วรายการของสายเคเบิลใยแก้วที่เราบอกว่า ๔๐๐ บาทนี่จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดกันไปแล้วว่า ๔๐๐ บาทนี่มันเป็นราคาโดยรวม ซึ่งราคาของที่กรุงเทพมหานคร

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอาจารย์ครับ ขอประทานโทษนิดหนึ่ง คือเมื่อกี้ท่านสมาชิกเขาอภิปรายรายงานของ คณะกรรมาธิการถึงประเด็นในหน้า ๑๘ เขาไม่เห็นด้วย เพราะว่าเขาจะต้องโน้มน้าว ท่านสมาชิกตอนจะลงมติ เขาจึงไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ฉะนั้นอยากจะให้อาจารย์ ได้อภิปรายในประเด็นในรายงานได้ไหมครับ ท่านสมาชิกจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่เป็นอะไร เพราะว่าเป็นสิทธิของท่านที่จะต้องโน้มน้าวท่านสมาชิกอยู่แล้ว ฉะนั้นอยากจะให้อภิปราย ในประเด็นนี้ เดี๋ยวทางกรรมาธิการท่านจะตอบเองว่าท่านไปศึกษามาแล้วได้สอบถาม กรุงเทพมหานครแล้วทำไมมันเป็นแบบไหน อย่างไร อาจจะไม่เหมือนกับที่ท่านก่อแก้วได้พูด อันนี้เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการท่านจะตอบเองนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไม่เข้าใจว่าท่านประธานขัดจังหวะที่ดิฉันอภิปรายด้วยเหตุผลอะไรนะคะ เพราะว่าสิ่งที่ ดิฉันอภิปรายก็คือดิฉันเห็นด้วยกับรายงานของท่านกรรมาธิการ เห็นด้วยในข้อดีเรื่องไหน ดิฉันไล่มาตั้งแต่ประเด็นว่าดิฉันชื่นชมที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ใจกว้างเชิญผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็น เนคเทคจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังมาให้ข้อมูลทำให้ดิฉันมีข้อมูลในการตัดสินใจว่าควรจะเชื่อ ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้มากน้อยอย่างไร ดิฉันกำลังจะเข้าถึงราคา สายเคเบิลใยแก้ว แล้วดิฉันทำผิดข้อบังคับตรงไหนคะ ท่านประธานกรุณาให้เพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้อภิปรายในลักษณะว่าเหมือนจะมาของานจากกรุงเทพมหานครด้วยซ้ำ ณ เวลานี้ ดิฉันกำลังจะอภิปรายว่าดิฉันเห็นด้วยกับรายงานชุดนี้แล้วไม่ทราบว่าดิฉันทำผิดข้อบังคับ ตรงไหน อย่างไรคะท่านประธาน

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ครับ การอภิปรายในรายงานของคณะกรรมาธิการนี่จะต้องดูจากข้อสรุป และผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้มีรายงาน แล้วก็มีข้อสังเกต ท่านสมาชิกจะต้องมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ทีนี้ท่านสมาชิกก็มีสิทธิที่จะ อภิปรายตามหน้า ๑๘ ที่ท่านไม่เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ อันนั้นคือ ท่านไม่เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ ท่านก็พยายามที่จะโน้มน้าวท่านสมาชิก ทั้งหลายให้เห็นพ้องต้องกันกับท่าน ส่วนในเรื่องที่ท่านอภิปรายในหน้า ๑๘ ข้อ ๑ ถึงข้อ ๗ ท่านอภิปรายไปอาจจะไม่เป็นไปตามที่รายงานนี่อันนั้นเป็นสิทธิของท่าน แต่คนที่จะ ชี้แจงก็คือกรรมาธิการ เดี๋ยวกรรมาธิการท่านจะชี้แจงเองว่าที่ท่านอภิปรายนี่มันอาจจะเป็น ความเห็นส่วนตัว อาจจะไม่เป็นจริง เดี๋ยวกรรมาธิการท่านจะตอบเอง อันนี้เป็นภาระหน้าที่ ของกรรมาธิการจะชี้แจง อันนี้เป็นเรื่องระหว่างท่านสมาชิกกับกรรมาธิการ เชิญต่อครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันกำลังอภิปรายตามเนื้อหาสาระในรายงานของคณะกรรมาธิการทุกข้อ ไม่มีประเด็นใด ที่นอกเหนือจากรายงานเล่มนี้ แล้วดิฉันก็สนับสนุนผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ แล้วที่ดิฉันได้พูดมาทั้งหมดเมื่อสักครู่ก็เป็นการยกประเด็นว่าที่ดิฉันเห็นด้วย ดิฉันเห็นด้วยในเรื่องใด ต่อไปดิฉันขออภิปรายต่อเลยนะคะ ในกรณีของราคาสายเคเบิลใยแก้วที่มีข้อสงสัยกันว่า กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่านั้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็ได้ให้ข้อกระจ่าง ในเรื่องของราคาสายเคเบิลใยแก้ว ที่บอกว่า ๔๐๐ บาท เพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ได้กรุณาชี้แจงไปแล้วว่า ๔๐๐ บาทนั้นประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เอาเข้าจริง ๆ แล้วสายเคเบิลใยแก้วที่กรุงเทพมหานครซื้อนี่ก็ถูกกว่าราคาที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซื้อด้วย ข้อมูลที่ดิฉันอภิปรายนี้ไม่ใช่ไปเปิดอินเทอร์เน็ตที่ไหนนะคะ มันอยู่ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการ ดิฉันต้องชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่งที่ได้มีเอกสารแนบว่า หน่วยงานราชการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง หน่วยงานอื่น ๆ เขาซื้อสายเคเบิลใยแก้วในราคาเท่าไรบ้าง เมื่อดูในเอกสารที่แนบมาแล้ว จะเห็นว่าคุณสมบัติองค์ประกอบในการติดตั้งสายใยแก้วนำแสงนี่มันเปรียบเทียบกันลำบาก แต่ละหน่วยงานนั้นมีความจำเป็น มีเหตุผลการที่จะเลือกใช้สายเคเบิลใยแก้วแตกต่างกัน การจะเปรียบเทียบมันไม่เหมือนเปรียบเทียบผลส้ม ๒ ใบ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ามันก็ต้อง ให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ด้วย แต่ถ้าจะว่าไปแล้วในเรื่องของ ถ้าจะเปรียบเทียบราคาจริง ๆ ในกรณีค่าวัสดุสายเคเบิลใยแก้วเอดีเอสเอส ซิงเกิล โหมด (ADSS Single mode) จำนวน ๒๔ คอร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซื้อในราคาเมตรละ ๑๗๑ บาท แพงกว่ากรุงเทพมหานคร ค่าควบคุมงานที่บอกว่ากรุงเทพมหานครทำไมจ่ายไป ต่อเมตรแพงถึง ๒๖ บาท ถ้ากรุงเทพมหานครซื้อแพง เพราะฉะนั้นท่านไปตรวจสอบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไหมคะว่าค่าทดสอบเขา ๓๖.๗๙ บาท ดิฉันไม่ได้กล่าวหาว่า มีการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานอื่น ๆ ที่ท่านเอาราคามาอ้างอิงนะคะ แต่กำลังจะบอกว่า ขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้เอาเอกสารที่แยกราคาสายเคเบิลใยแก้ว มาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้เห็น จะได้รู้ว่ามันเปรียบเทียบกันไม่ได้ตรง ๆ มันมีความจำเป็นในเรื่องคุณสมบัติของตัวสายเคเบิลใยแก้วที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ นอกจากดิฉันจะได้เรียนรู้ว่าที่กล่าวหาว่า ๔๐๐ บาทของกรุงเทพมหานครมันแพง ๆ นั้น ก็ได้เห็นแล้วว่าที่อื่นเขาแพงกว่ากรุงเทพมหานครก็มี อยากจะชื่นชมคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้อีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าเวลาที่ดิฉันได้อ่านในรายงานทั้งเล่ม ได้เห็นในเนื้อหา เวลาที่ท่านประชุมในครั้งต่าง ๆ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าบรรยากาศในการประชุมจริง ๆ มันจะดุเดือดเผ็ดมัน แค่ไหน แค่อ่านเป็นลายลักษณ์อักษรนี่ก็รู้สึกได้ว่าเห็นถึงความเห็นต่างกันอย่างชัดเจนทีเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นพ้องต้องกันนอกจากข้อสรุปที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ คุณหมอเหวง ได้อ่านไปแล้วนี่นะคะ ข้อสรุปหนึ่งที่เห็นตรงกันก็คือข้อมูลเอกสารที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้า สายเคเบิลใยแก้วนี่มีการลงนามยอมรับร่วมกันว่ามันเป็นเอกสารความจริง เพราะฉะนั้น สิ่งที่ดิฉันได้กล่าวถึงราคาเปรียบเทียบของราคาสายเคเบิลใยแก้วของกรุงเทพมหานคร กับหน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและหน่วยงานอื่นจึงเป็นราคาที่มาจากข้อมูลเอกสารจริง ดิฉันไม่ได้อ้าง ไม่ได้หยิบยกตัวเลขจากเมฆก้อนไหน เพราะฉะนั้นขอบคุณคณะกรรมาธิการชุดนี้ ที่ทำให้ดิฉันได้รู้ในเรื่องของเทคนิค ในเรื่องของราคาต่าง ๆ

สำหรับข้อเสนอแนะ ดิฉันเชื่อว่าถ้ารัฐบาลแล้วก็หน่วยงานราชการต่าง ๆ ถือเป็นแนวทางปฏิบัติได้ก็จะดีเป็นอย่างยิ่งเช่นในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ ที่เป็นเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ควรที่จะให้เนคเทคเข้ามาเป็นผู้ให้คำแนะนำ และวันนี้ถ้าเรามี ข้อสงสัยยังต้องการที่จะเดินเรื่องให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง กล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร ดิฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องที่กระทำได้ เพราะว่าเงินภาษี ของพี่น้องประชาชนเราก็ต้องปกป้อง และในขณะเดียวกันก็อยากให้ถือเป็นมาตรฐานด้วย อย่างเช่นกรณีของเครื่องแท็บเล็ต พีซี (Tablet PC) อย่างนี้มันเป็นเรื่องทางเทคนิค ก็ควรที่จะยื่นเป็นญัตติเข้ามาเหมือนกัน เพราะว่าวันนี้ดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเด็ก ที่ได้แท็บเล็ต พีซีไปแล้วเขาบอกว่าเครื่องมันแบตเตอรี่ก็อ่อน ใช้แป๊บเดียวก็ร้อน แล้วก็พังง่าย เหลือเกิน เราก็น่าที่จะมีญัตติที่จะเสนอเรื่องนี้เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสของแท็บเล็ต พีซีด้วย และนอกจากนั้นในประเด็นของกล้องซีซีทีวีนี่วันนี้รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัดไปซื้อกล้องซีซีทีวี ดิฉันสนับสนุน เพียงแต่ว่า ก็อยากให้การจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีนั้นมีความโปร่งใส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ของที่ดีมีคุณภาพ ก็อยากที่จะเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรติดตามตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีในจังหวัดต่าง ๆ เฉกเช่น ที่ท่านให้ความสนใจกับกรุงเทพมหานคร ขอบคุณค่ะ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมคิด บาลไธสง ครับ แล้วก็เหลืออีก ๒ ท่านผมจะให้กรรมาธิการตอบนะครับ แล้วจะขอมติจากที่ประชุม

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองคาย ขอร่วมอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องกล้องซีซีทีวีซึ่งเป็นปัญหาติดค้างคาใจกันมานานพอสมควร ผมต้องขอขอบคุณ อดีต ส.ส. สถาพร มณีรัตน์ ที่ได้เป็นผู้นำเสนอเรื่องนี้เข้ามา จนได้มีการตั้งกรรมาธิการ ได้ตรวจสอบ ต้องขอบคุณดวงวิญญาณท่านสถาพรไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ในกรณีเรื่องนี้ มีหลายท่านอภิปรายไปแล้วพูดไปในลักษณะ คือบางทีผมฟังอยู่เหมือนกับเราไม่ยอมรับ ความจริงที่มันเกิดขึ้น คือจริง ๆ แล้วมันมีกล้องปลอมอย่างที่ว่า แต่พวกเราพูดไม่จบอย่างไร มาพูดตอนปลาย ตอนแก้แล้ว คือปัญหามันเกิดขึ้น สถาพรถึงได้ตั้งเรื่องนี้เข้ามาสู่สภา แล้วจึงมีการตรวจสอบ ผมขออนุญาตท่านประธานสักเล็กน้อยเพื่อทำความเข้าใจ คือเราพูด ความจริงกันสักหน่อย ผมไม่ต้องการเป็นคนพูดตลบตะแลง นี่ครับ ผมดูหน้า ๓๗ ผมจะอ่าน เอาตรงที่มันตรงไปเลยนะครับ ปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานครได้ถอดกล้องพราง กล้องหลอก ดัมมี ทั้งหมดออกจากบริเวณที่ติดตั้งแล้ว ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ที่ส่วนพัสดุของทาง กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้กรุงเทพมหานครได้มีหนังสือกรุงเทพมหานครด่วน ที่ กท ๑๖๐๔/๑๑๖๒๖ ลงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๕๕ เพื่อชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นรายละเอียด เกี่ยวกับการกำหนดให้มีการติดตั้งกล้องพราง กล้องหลอก ดัมมี อุปกรณ์หุ้มกล้องนั้น กรุงเทพมหานครมีการประชุมหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเกี่ยวกับการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่วนการติดตั้งกล้องพราง กล้องหลอก ดัมมี อุปกรณ์กล้องนั้นได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการ เห็นว่าในประเทศพัฒนาแล้ว ก็มีการติดตั้งกล้องพราง ผมก็อยากรู้เหมือนกันประเทศพัฒนาแล้วประเทศไหนที่ติด ทำไมไม่เขียนบอกอุปกรณ์หุ้มกล้อง และใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีการติดตั้ง กล้องพรางไปหลอก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย คนซื้อนี่ อุปกรณ์หุ้มกล้องไว้เช่นกัน สำนักการจราจรและขนส่งซึ่งรับผิดชอบการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีจึงได้กำหนด ให้มีการติดตั้งกล้องพราง กล้องหลอก ดัมมี อุปกรณ์หุ้มกล้อง ควบคู่กับกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ในแต่ละแห่ง เพื่อจัดทำเสมือนมีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจริง ในปี ๒๕๕๐-๒๕๕๒ แปลว่าทำอยู่ ๓ ปีแล้ว และขณะนี้ได้ดำเนินการรื้อถอนออกหมดแล้ว นี่ครับเรายอมรับ ความจริงตรงนี้หรือยังว่าได้ทำแล้ว ได้กระทำผิดมาแล้ว ความผิดมันสำเร็จแล้ว ถ้าข่มขืน ก็ข่มขืนแล้ว แต่ตอนนี้ไม่ได้ข่มขืน ผมเทียบให้เห็นอย่างนี้ ราคาของอุปกรณ์โดยอ้างถึง งานสอบราคาจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รายการยี่ห้อ คล้ายคลึงกันเมื่อเทียบกันแล้วกรุงเทพมหานครใช้ยี่ห้อรุ่นราคาสูงกว่ามากเพราะเหตุใด อันนี้เป็นเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้น ผมไม่อยากให้พวกเรามาโต้เถียงกันเพื่อให้พ้นความผิด คือเราผิดพลาดไปทางกรุงเทพมหานคร ได้แก้ไขแล้วก็ดี ใครจะไปชื่นชมว่าติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแล้วมันป้องกันคนร้ายได้ ผมไม่เห็นด้วยเลย มันปกป้องได้อย่างไรถ้าเอาของปลอมมาติด ถ้าท่านสถาพรไม่ยื่นเรื่องนี้มา ไม่มีการรื้อถอนใช่ไหมครับ อันนี้เมื่อเราผิดพลาดไปแล้วเราก็ได้มาแก้ไข นี่ผมก็ชื่นชม ทางกรุงเทพมหานครที่ได้รีบแก้ไข เรามาพูดเรื่องจริงกันว่าเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้ว หน่วยงานอื่น ๆ ก็ตามที่บอกว่าราคาสายต่างกัน เรามาดูราคารวม ผมคิดต่างนะ อ้าว กฟผ. เมตรละ ๑๗๑ บาท แต่ราคารวมทั้งหมด ๓๙๕ บาท แปลว่าต่ำกว่ากรุงเทพมหานคร กฟน. ๕๙ บาท ราคารวมไม่มี คือไปทำอันอื่น เมืองพัทยา ๑๐๔ บาท บวกราคารวมแล้ว ๒๐๓ บาท ในขณะที่ติดกล้องแค่ ๑๐๐ ตัว เขาติดน้อยราคามันก็ลดยาก อันนี้ติดกล้อง ๒๐,๐๐๐ ตัว แต่ราคาสูงกว่า มันน่าจะได้รับส่วนลดใช่ไหม นี่ถ้าเราซื้อสายไฟถูก ผมยกตัวอย่างนะ อันนี้แนวคิดผม กทม. ซื้อเมตรละ ๗๐ บาท หรือ ๙๐ บาทก็ตาม แต่ราคาบริการอื่นมันแพง ก็แสดงว่าแฝงกับการทุจริตไหม เราก็มาคิดกัน ราคาบริการอื่น ถ้าไม่แพง แต่ กฟผ. ทำไมรวมทั้งหมดแล้ว ๓๙๕ บาทอย่างนี้ เขาติดแค่ ๑๐๐ ตัว อันนี้ติด ๒๐,๐๐๐ ตัว คือเราพูดความจริงกันนะครับ เราไม่ขัดแย้งกัน ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่ได้ให้รายละเอียดมา ผมก็ได้ความรู้เรื่องนี้ ถ้าสถาพรไม่ส่งเรื่องนี้มาผมก็ไม่ได้ศึกษา ถ้าไม่ได้เอกสารตรงนี้ผมก็ยังโง่ต่อไปในเรื่องซีซีทีวีนะครับ แล้วยังสะท้อนไปยัง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่งซื้อลักษณะเดียวกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ผมก็ไม่แปลกใจเลย ที่จับคนร้ายอะไรไม่ได้ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วเราจะโทษใครล่ะ เราโทษระบบไหม ใครเป็นคนดูแลระบบนี้ ถ้าบอกว่าเราสงสัยส่วนไหน ผมอยากให้คณะกรรมการ หรือสภาของเราแจ้งให้ ป.ป.ช. ไปตรวจสอบทุกหน่วยงาน ไม่ใช่มาตรวจสอบเฉพาะ กรุงเทพมหานคร ผมอยากให้สภาไปตรวจสอบทุกหน่วยงานเลยทำไมคุณถึงซื้อได้ถูก ทำไมซื้อได้แพง ค่าบริการ มันต้องเป็นอย่างนี้ พอเรามาดูการจัดซื้อจัดจ้างผมก็ได้อ่านดูไปแล้ว ก็จะสรุปได้อย่างนี้นะครับ การจัดซื้อจัดจ้างปรากฏว่ามีการจัดซื้อแบบอีออกชันอยู่หลายบริษัท ที่เข้ามาร่วมประมูลกันนะครับ พอดูแล้วมันผิดปกติในแนวคิดของผม ผิดปกติอย่างไร ทำไมมีส่วนลดเพียงเล็กน้อยเหลือเกิน อย่างบริษัทเดี๋ยวผมจำชื่อไม่ได้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้องบอกชื่อบริษัทก็ได้ครับ เอาเลยครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ยกตัวอย่างบริษัท เอ ๑๒๗ ล้านบาท ส่วนลดแค่ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยปกติมันไม่มีหรอกลดน้อยขนาดนี้ เหมือนกับเราไปทำ โครงการต่าง ๆ ทำถนนหนทาง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลดอยู่อย่างน้อย ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทำถนนหนทางนี่ละ อบต. อบจ. เขาทำ บางทีก็ตัดราคากันลงตั้ง ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีในการแข่งขันกัน อันนี้แข่งขันกันเหมือนกับฮั้วกันหรือเปล่า อันนี้ ผมสงสัย บริษัท จี ๑๗๔ ล้านบาท ลดลงแค่ ๒๕๐,๐๐๐ บาท คิดเป็น ๐.๑๔ เปอร์เซ็นต์ บริษัท ยู มูลค่า ๗๗๗ ล้านบาท ลดลงได้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในเงิน ๗๗๗ ล้านบาท แค่ ๐.๑๘ เปอร์เซ็นต์ บริษัทต่อไปนะครับ ๔๐๒ ล้านบาท ลดลง ๔๕๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ๐.๑๒ นี่เมื่อกี้พิจารณาแล้ว โครงการทั้งหมด ๒,๔๐๐ ล้านบาท ลดได้แค่ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๔๐๐ ล้านบาทลดลงได้ ทั้งหมดแค่ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๗๐๐ แล้ว ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ นี่ครับมันน่าสงสัย ผมถึงอยากอภิปรายตรงนี้เป็นข้อสังเกต คณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมอ่านเห็นสรุปของท่านแล้วไม่ควรมีการติดตั้ง สรุปแล้ว คณะกรรมาธิการเห็นว่าไม่ควรติดตั้งกล้องปลอมในที่ไหนก็ตาม ใน กทม. ก็ตาม ในประเทศไทยก็ตามไม่ควรมี บอกว่าซื้ออันนี้มาเพื่อหลอกให้คนหลงเชื่ออย่างนี้อย่าทำ อันนี้สรุปของคณะกรรมาธิการผมอ่านได้อย่างนี้นะครับไม่ควรมีกล้องปลอม กล้องดัมมีต่อไป ที่ไหนก็ตาม ไม่ควรนำราคาอื่น ๆ อันนี้ก็ชัดเจนนะครับคือแยกออกให้มันชัด ๆ ถ้าไม่อยาก ให้เขามาสงสัยตัวเอง แล้วเราจะไม่ได้มาเถียงกันเลยถ้ากรุงเทพมหานครบอกว่า อันนี้ค่าสายไฟ อันนี้ค่าบริการ ค่าตรวจสายทดลองสายอะไรก็ตามแยกออกเป็นเรื่อง ๆ ออกมาชัด ๆ เลยมันจะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นที่อื่น ๆ ก็ตาม หน่วยงานอื่นก็ตามที่จะจัดซื้อ ในโอกาสต่อไปเพราะมันเป็นเรื่องสำคัญ บ้านเมืองเราก็มีปัญหา มีภัยพิบัติหลายอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าเรามีอุปกรณ์ส่วนนี้ก็ต้องขอบคุณส่วนราชการต่าง ๆ ที่คิดจะให้มี แต่ก็ให้มันโปร่งใสและ อื่น ๆ อีกก็ดูแล้วว่ากรรมาธิการได้ส่งเรื่องนี้ให้ไปยัง ป.ป.ช. ดำเนินการ อันนี้ก็คือสิ่งที่ดีที่สุด ว่าไม่ใช่เรามาสรุปกันแล้ว มาโต้เถียงกันแล้ว มาชี้หน้าด่ากันว่าใครผิด คนผิด คนถูก ส่งไปให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบว่าใครทำผิดทำไม่ถูกอะไรแล้วเรื่องต่าง ๆ มันจะได้ยุตินะครับ ทุกคนเราก็จะได้เข้าใจว่าต่อไปเราจะได้ระมัดระวังในการพูดว่าการที่จะ ไปว่าคนอื่นผิด คนอื่นไม่ผิดอะไรอย่างนี้เราก็จะได้ระมัดระวัง ในฐานะที่เราเป็นผู้แทนราษฎร ผมต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ทำเอกสารนี้มาอย่างละเอียดนะครับ ซึ่งผมก็ต้องขอสภาผมจะเก็บไปอ่านที่บ้านอีกนะครับเพื่อทำความเข้าใจ ขอบคุณมากครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ อย่างนั้นผมเชิญกรรมาธิการตอบทีละท่านก่อนนะครับ ท่านธนาก่อนนะครับ แล้วหลังจากนั้นผมจะขอมติ หรือท่านจะพูดก่อน เอาอย่างนี้ได้ไหม เดี๋ยวนะท่านธนานั่งลงก่อน ผมจะขอฝ่ายละ ๑ ท่าน แล้วก็ถือว่าจบนะครับ แล้วจะให้ กรรมาธิการตอบและจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ให้ฝั่งนี้ก็เป็นของท่านวรชัย อีกฝั่งหนึ่ง ก็ของท่านนะครับ ฝ่ายละ ๑ ท่านนะครับ เอาตามนี้นะครับ เชิญท่านวรชัยครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ เรื่องนี้

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับท่านวรชัยขออนุญาตนิดหนึ่ง ขอแทรกนิดหนึ่ง ขอต้อนรับคณะนักศึกษา สาขารัฐประศาสนศาสตร์นะครับ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏกาญจนบุรี ๑๐๐ ท่านนะครับ เชิญต่อครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้มีการพูดกันมาก แล้วในการที่เกิดปัญหาขึ้นมาเนื่องจากว่ามีการทะเลาะเบาะแว้ง แล้วก็มีคดีเกิดขึ้นหลายจุด แต่ว่าก็ไม่สามารถเห็นตัวผู้ร้ายคนกระทำผิดเลย ทั้ง ๆ ที่ติดกล้องซีซีทีวีอยู่ครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ได้ไหมครับ ให้อภิปรายในรายงาน แต่ถ้าอารัมภบทไปถึงซึ่งกันและกัน มันจะไม่จบนะครับ

นายวรชัย เหมะ สมุทรปราการ

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงมี การตั้งคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ต้องการอภิปรายเพื่อที่จะมากระแทกใครทั้งนั้น แต่ว่าเรื่องนี้มันมีข้อเท็จจริงอยู่ครับ เราจะเห็นครับว่าโครงการนี้ โครงการของ กทม. ที่บอกว่าต้องติดกล้องซีซีทีวี ๒,๐๐๐ ตัวครับ มูลค่า ๒,๔๐๐ ล้านบาทครับ จำนวน ๘ โครงการ โครงการละ ๑๒๖ กิโลเมตร รวมทั้งหมด ทั้ง ๘ โครงการ ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้งหมด ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เพราะ กทม. มีพื้นที่ทั้งหมด ๑,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งครับ เราเห็นว่ากล้องซีซีทีวี มีประโยชน์จริง ๆ ครับ ทาง กทม. คิดติดตั้งเพื่อที่จะทำให้ในการดูแลตรวจสอบ คดีอาชญากรรมต่าง ๆ แล้วก็เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือติดตามรายงานและตรวจสอบ ควบคุมการจราจรของกรุงเทพมหานคร แต่ว่าการดำเนินการนั้นเป็นสิ่งสำคัญครับ เรื่องกล้องซีซีทีวีนี้เราจะเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมาจึงตั้งกรรมาธิการเพื่อที่ตรวจสอบเรื่องนี้ เราจะเห็นว่าเราได้รับรายงานจากคณะกรรมาธิการ แล้วก็ทาง ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน ท่านได้อภิปรายบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างแน่นอนครับท่านประธาน ซึ่งบางท่านบอกว่าท่านรู้ลึกดีครับว่า กทม. นั้นต้องการใช้กล้องที่มีคุณภาพเพื่อต้องการ ตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ เพราะฉะนั้นท่านอาจจะบอกว่าใช้กล้องนี้จะต้องเป็นกล้องพิเศษ แต่ว่าเรื่องนี้ ผมว่าหลายหน่วยงานครับท่านประธาน บางหน่วยงานเช่นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สายเมตรหนึ่งทั้งหมดรวมแล้ว ๓๐๐ กว่าบาทครับ ของเมืองพัทยาเขาจัดทั้งหมดจำนวนกล้อง ๑๐๐ ตัวเอง ราคาสายรวมต่อเมตรแค่ ๒๐๓ บาทครับ ของ ป.ป.ช. รวมต่อเมตร ๓๕๐ บาท ต่อทั้งหมด ๑๐๐ ตัว แล้วของ กทม. โครงการ ๒๐๐ ตัว รวมสาย ๔๐๐ บาทต่อเมตร นี่แสดงให้เห็นว่าที่บอกว่า กทม. นั้นถูกที่สุด ไม่ใช่ครับ วันนี้ กทม. แพงที่สุดครับ งบทั้งหมด ๒,๔๐๐ ล้านบาทในจำนวนกล้อง ๒๐,๐๐๐ ตัว เราจะเห็นครับว่าบางหน่วยงานของรัฐเอง ติดกล้องจำนวนน้อยแต่ว่าใช้งบสูงมาก เมื่อไรครับท่านประธาน เราเห็นว่าหน่วยงานของรัฐ ติดกล้องจำนวน ๑๐๐ ตัว ซื้อของถูกกว่า ตามหลักความเป็นจริงแล้วการที่ซื้อของถูกนั้น จะต้องมีของจำนวนมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราเห็นว่าโดยเฉพาะสายเราใช้สายถึง ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ซื้อแพงกว่าหน่วยงานของรัฐอย่างอื่นทั้งหมดครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นนี่แสดงให้เห็นถึงมีลักษณะที่ทุจริตชัดเจนเลยครับ เพราะฉะนั้นกล้องอันนี้ สายอาจจะแพงกว่าหน่วยงานอื่นหรือเปล่า มันเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ครับว่า ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีมา ที่อยู่ในวันนี้นั้นเราจะเห็นว่าข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดว่า กทม. ซื้อแพงกว่า หน่วยงานอื่น ๆ ทั้งหมด รายงานที่ท่านกรรมาธิการรายงานมานั้นมองว่าเรื่องนี้จะต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ในการ ตรวจสอบเรื่องนี้ครับท่านประธาน ท่านกรรมาธิการไม่ได้บอกว่าเรื่องการติดกล้องซีซีทีวีนั้น ทาง กทม. ทำถูกแล้ว ไม่มีการคอร์รัปชัน ท่านรายงานบอกว่าเรื่องนี้มีลักษณะที่ฉ้อฉล แล้วก็นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราคิดว่า วันนี้คณะกรรมาธิการได้รายงานมานั้นถูกต้องแล้วครับท่านประธาน จะต้องส่งเรื่องนี้ ให้ ป.ป.ช. ดำเนินการครับ ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้ช่วยสร้าง ความกระจ่างชัดให้ข้อครหาที่เกิดขึ้นกลางสภาแห่งนี้เกี่ยวกับเรื่องกล้องซีซีทีวี เพื่อให้โครงการ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้สามารถ ดำเนินการต่อไปได้ แต่จากการตรวจสอบครั้งนี้ผมก็อยากให้เป็นบทเรียนกับการทำงาน ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ เพราะชัดเจนว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับโครงการกล้องซีซีทีวีนี่ ได้ทำให้โครงการที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครล่าช้าออกไปอีกไม่ต่ำกว่า ๔ เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมได้มีการตรวจสอบแล้วทำให้โครงการการติดตั้งต้องชะงักลงไป ชัดเจนว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบนี้ก็คือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ของผมเขตทวีวัฒนาเกิดการก่อการร้าย อาชญากรรมเพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าท่านได้ติดตามข่าวในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการจับกุม ผู้ต้องหาข่มขืนหญิงสาวไม่ต่ำกว่า ๑๐ ราย เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะให้การตรวจสอบครั้งนี้ เป็นบทเรียนกับการทำงานของสภาแห่งนี้ว่าการตั้งข้อกล่าวหาโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียด ในเบื้องต้นนี้จะเกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยตรง ผมเองต้องขอขอบคุณ ท่านกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ให้ข้อสรุปกับสภาแห่งนี้เกี่ยวกับข้อกล่าวหาในหลายประเด็นด้วยกัน แต่ท่านครับ เมื่อสักครู่ได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในหลายเรื่องก็ทำให้ผมเป็นกังวลอีก ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ลงรายละเอียดแล้ว เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้การเรียบร้อยแล้ว มีข้อสรุปแล้วก็ยังมีการตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครับ เช่นเรื่องที่ท่านบอกว่าไปเปิดอินเทอร์เน็ตดูแล้วก็เห็นว่าราคาค่าวัสดุสายเคเบิลใยแก้วนำแสง เอดีเอสเอสนี่ครับ บอกว่าถ้าเกิดไปเปิดอินเทอร์เน็ตดูทุกวันนี้ก็ถูกกว่า แต่ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการซึ่งทางเนคเทคเคยให้ความเห็นไว้ครับ บอกไว้แล้วว่าค่าวัสดุอุปกรณ์ เหล่านี้ถูกลงไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ราคาของกรุงเทพมหานครที่ ๙๐ บาทนี่ เป็นราคาที่พิจารณา เมื่อปี ๒๕๕๒ หรือปี ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปเปิดอินเทอร์เน็ตดูวันนี้แน่นอนถูกกว่าราคา ในปีนั้นแน่นอน แล้วถ้าเกิดท่านเปิดอินเทอร์เน็ตดูในเดือนหน้าก็จะถูกกว่านี้อีก เพราะค่าวัสดุ อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกลงไปเรื่อย ๆ ส่วนในประเด็นที่ท่านเอาราคาการติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั้งโครงการแต่ละที่มาบวกรวมกัน แล้วก็มาคำนวณ แล้วบอกว่าราคาของ กทม. ตั้ง ๔๐๐ บาทมันแพงกว่าที่อื่น บางที่ ๓๕๐ บาท บางที่ ๓๙๕ บาทบ้าง แต่ท่านลองดูรายละเอียดที่ทางกรรมาธิการได้ให้ไว้สิครับว่า ราคา ๔๐๐ บาทมันมีค่าประกัน ถ้าเกิดท่านไปเปิดดูในเอกสารประกอบการคำนวณราคา สายเคเบิลของกรุงเทพมหานครรายการที่ ๑๑ ครับ มันมีค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อมแซมอยู่ด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นเงิน ๖๖ บาท เพราะฉะนั้นถ้าเกิดลบตรงนี้ลงแล้วท่านเอาไปเปรียบเทียบกับท่าน ราคาของกรุงเทพมหานครคือ ๓๓๓.๘๐ บาทถูกกว่าเจ้าอื่นอีกครับ เพราะฉะนั้น ในการเปรียบเทียบท่านต้องดูเอารายละเอียดทั้งหมดมาเปรียบเทียบดู ไม่ใช่ว่าหยิบตัวเลขหนึ่ง บวกกับตัวเลขหนึ่ง แล้วมาตั้งข้อสังเกต มาตั้งข้อกล่าวหาแล้วก็เกิดความเสียหายขึ้นครับ ซึ่งผมเองต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการในข้อสรุปของท่านในเรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับการกล่าวหาว่า มีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีที่ท่านให้คำนิยามว่ากล้องลวงโลก ซึ่งกรรมาธิการก็พูดแล้วว่า มันไม่ใช่กล้องลวงโลกมันก็คือกล้องพรางนี่แหละครับ แล้ววันนี้จากการตรวจสอบดูก็ไม่มีแล้วครับ กล้องพราง ทางกรุงเทพมหานครได้ติดตั้งกล้องจริง ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านสุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครปัจจุบันที่ท่าน มีแนวทางที่จะติดตั้งเพิ่มขึ้นอีกเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร แล้วที่สำคัญครับในข้อสรุปของท่านเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งก็เป็นการตอบข้อครหา ที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้งไว้ แล้วก็ที่ท่านได้พูดไว้เมื่อสักครู่อีก ท่านพูดไว้ชัดเจนเลยว่า การคิดราคากลางงานจ้างเหมาหรือการจัดซื้อจัดจ้างสายใยแก้วนำแสงและ/หรือวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ควรนำรายการอื่น ๆ มารวม เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในการตรวจสอบและเปรียบเทียบ การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานอื่น ขอบคุณครับ เพราะความเข้าใจผิดแบบนี้นี่แหละครับ ที่ทำให้โครงการนี้ต้องล่าช้าออกไป แล้วก็ชัดเจนครับเมื่อท่านแยกรายการออก ราคาที่ทาง กรุงเทพมหานครจัดซื้อจัดจ้างนั้นไม่ได้แพงไปกว่าหน่วยงานอื่นครับ แล้วในข้อสรุปก็ชัดเจนครับ ไม่มีประเด็นของการทุจริตอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นเรื่องกล้องซีซีทีวี ข้อกล่าวหากล้องซีซีทีวีที่เราประโคมกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องของการเมืองล้วน ๆ ควรจะยุติได้แล้ว แล้วก็ควรจะดำเนินการต่อไป แล้วผมเอง ก็ขอให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนต่อการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะจริง ๆ แล้วมันยังมี อีกหลายเรื่องครับ ไม่ใช่เฉพาะกล้องซีซีทีวีหรอกครับ เรื่องอุโมงค์ยักษ์ เรื่องการทำงาน ของกรุงเทพมหานคร เรื่องการบริหารกระสอบทราย ล่าสุดสนามฟุตซอล พอทีเถอะครับ เลิกเล่นการเมือง พวกเราทุกคนอะไรที่เป็นประโยชน์ก็มาช่วยกันทำครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้ช่วยสร้างความกระจ่างชัดแทนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครด้วย ขอบคุณครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคณะกรรมาธิการ ทีละท่านก่อน ท่านจิรายุจะชี้แจงก่อนใช่ไหม เอาประเด็นที่เขาถามนะครับ คือบางทีท่านก็อภิปรายในเชิงออกความเห็น จริง ๆ ต้องอภิปรายถามคณะกรรมาธิการ เรื่องราคาเป็นอย่างไร ได้ถามทางผู้มาชี้แจงหรือเปล่า ท่านก็เพียงแต่อธิบายความเห็น ของท่าน ก็ถือว่าเป็นคำถามแล้วกันนะครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ เขตคลองสามวา ในฐานะกรรมาธิการ ผมจะขออนุญาตตอบท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาสอบถามหลายท่านด้วยกัน ผมรวบรวมคำถามมา

ประเด็นที่ ๑ ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ในกรณีที่ท่านบอกว่า กทม. ชะลอ ตั้งแต่เริ่มมีการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ขอเรียนอย่างนี้ว่าไม่เป็นความจริงครับ ผมไม่แน่ใจต้องมีคนใดคนหนึ่งโกหกนะครับ ไม่เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็คุณพุทธิพงษ์ครับ เพราะว่าเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคมที่ผ่านมานี้เองท่านให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชน ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วว่ากรุงเทพมหานครมีผลการดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีจนจะครบ ๒๔,๐๐๐ ตัวภายในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าท่านผู้ว่าราชการพูดหรือว่าท่านพุทธิพงษ์ได้กรุณาถามแบบเมื่อสักครู่นี้

(นายชนินทร์ รุ่งแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เดี๋ยวนะครับ กรรมาธิการจะประท้วงกรรมาธิการเอง คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวท่านนั่งก่อน นิดหนึ่งครับ คือคณะกรรมาธิการเมื่อเวลาตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกก็เอาประเด็น ที่ท่านสมาชิกสงสัยท่านก็ตอบตามประเด็นนี้ ท่านได้ถามผู้มาชี้แจงหรือไม่ แต่ถ้าท่านไปเอา บรรยากาศข้างนอกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะพูดอย่างไร อันนั้นไม่ได้อยู่ในรายงาน ของคณะกรรมาธิการ ขอให้ตอบในรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ เพราะวันนี้ เห็นใจทาง กทม. เหมือนกันตั้งแต่เช้าจนค่ำนี่มีแต่เรื่อง กทม. ทั้งนั้นเลย ผมยังไม่เห็น อดีตผู้ว่าราชการ กทม. พูดสักทีเลย ท่านนั่งอดทนมากเลย เชิญตอบต่อครับ เดี๋ยวท่านคอย ชี้แจงสุดท้ายดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นจะไม่จบ เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ คือเห็นด้วยกับท่านประธานนะครับที่ย้ำกับเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการว่า สิ่งที่จะชี้แจงควรจะเป็นสิ่งที่มีการประชุมหารือและเป็นข้อมูลในคณะกรรมาธิการ แต่ว่าเมื่อสักครู่ที่ท่านพูดถึงเรื่อง กทม. จะติดตั้งกล้องแล้วมีการชะลอออกไปนี่ ตรงนี้ผมยืนยันว่าในคณะกรรมาธิการไม่ได้มีการพูดถึง เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อมูล ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่ไม่น่าที่จะมาชี้แจง ในฐานะกรรมาธิการครับ

นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมก็พยายามนะครับ แล้วก็เผอิญช่วงใกล้เลือกตั้งแล้วมันก็กระชุ่มกระชวย กระฉับกระเฉงกัน อย่างนี้ละครับ เอาเฉพาะในรายงานนะครับ คือเวลาเราชี้แจงต่อสภานี่กรรมาธิการทุกท่าน ต้องยึดถือในรายงานของท่านเป็นหลักก่อนนะครับ ถ้าท่านไม่ยึดถือในรายงานของท่าน เดี๋ยวท่านนั่งอยู่ในนี้ท่านถามได้ทุกเรื่องเลย เลยไม่มีหลักว่าจะมีข้อเท็จจริงอะไร ปรากฏในเอกสารนะครับ ส่วนข้อเท็จจริงท่านจะอธิบายว่าได้เชิญมาแล้ว กรุงเทพมหานคร หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องตอบอย่างไรนั้นอันนั้นได้เพราะว่ามันจะบันทึกในรายงาน ถึงแม้นว่า ไม่มีในรายงานเล่มนี้ มันจะมีในรายงานฉบับใหญ่ของสภาอยู่ อันนั้นเขาไปค้นคว้าได้นะครับ เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานครับ ผมพยายาม จะอยู่ในกรอบนะครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามประเด็นนี้ ผมก็ตอบ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เป็นความจริงนะครับ ไม่ต้องตรวจสอบว่าเป็นข้อเท็จจริง

ประเด็นต่อมาที่คุณพุทธิพงษ์ได้กรุณาถามแล้วก็อภิปรายที่อยู่ในรายงาน ก็คือเรื่องของการซื้อถูกกว่าหน่วยงานอื่นไหม ผมก็ขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ ท่านพยายามจะเปรียบเทียบ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ไม่อยากจะใช้คำว่าเสียมารยาทนะครับ เอกสารฉบับนี้กรุงเทพมหานครก็ไปจัดพิมพ์เองด้วย ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ก็ยังไม่ได้รายงานในที่ประชุม ท่านก็อ้างลักษณะเช่นนี้ละครับก็คือซื้อถูกกว่าหน่วยงานอื่น ๆ แต่เมื่อดูไปแล้วอย่างไรก็ซื้อแพงกว่านะครับ ถ้านับกันเศษสตางค์นี่ กทม. ซื้อ ๔๐๐.๕๐ บาท ต่อ ๑ เมตรนะครับ ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง อะไรก็แล้วแต่ที่ท่านอ้างถึงทั้งหมดมีอยู่ในรายงานนี่ก็ซื้อถูกกว่าอยู่แล้ว ในคณะกรรมาธิการ ก็ซักถามครับว่าเวลาซื้อของเยอะ ๆ หรือที่เขาเรียกกันว่ายกเข่งนี่ กรุงเทพมหานคร ซื้อ ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวท่านยังได้ราคานี้เลย แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ เช่น กฟน. เมืองพัทยา ป.ป.ช. การท่าอากาศยานต่าง ๆ ที่เราเรียกมาสอบนี่นะครับ เขาก็ตอบตรงกันครับบอกว่า เขาซื้อน้อยในราคาแบบนี้เหมาะสมแล้ว ส่วนกรณีราคา ๔๐๐ บาทต่อเมตรนี่นะครับ ตอนแรกในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเราก็ถามครับว่าท่านซื้อ ๔๐๐ บาทต่อเมตรใช่หรือไม่ ก็ตอบว่าใช่ครับ สุดท้ายปลายทางพอเมื่อเรียกหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาก็ปรากฏว่า มีการแทรกรายการเข้าไป ๑๑ รายการ ท่านดูในรายงานอยู่ในเล่มนี้นะครับ ไม่ใช่แค่ ๗ รายการ ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรครับเพราะว่าบางรายการซ่อนอยู่ด้วยกัน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปครับ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันอย่างนี้ ผมก็ยกตัวอย่างในห้องประชุมครับ บอกว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดเราซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่ง หน้าโต๊ะท่านประธานนี่ ท่านประธานซื้อสายแยกไหม หรือท่านซื้อจอแยกไหม ท่านซื้อฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) แยกไหม ท่านซื้อเมาส์ (Mouse) แยกไหม เวลาซื้อมันก็ต้องซื้อยกลังมาละครับ แล้วก็ต่อทดสอบใช้ครับ ถ้าใช้ไม่ได้เราก็ต้องบอกผู้ขายบอกคุณใช้ไม่ได้นะ คุณต่อสายอย่างไร สายคุณมีปัญหาไหม ในที่ประชุมก็ถาม เอ๊ะ แล้วทำไมจะต้องไปซ่อนเรื่องค่าประกันไว้ ถึงขนาดถามกันครับว่า จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคิดเป็นประมาณเกือบหลายร้อยกิโลเมตร ประกันอุบัติเหตุไว้ รถมันชนเสาไฟฟ้ากันทุกวันไหมครับ และถ้าชนมันขาดทีละ ๑,๐๐๐ เมตร ๑๐๐ เมตรไหม มันควรจะซ่อมเป็นบางจุดไหม และเวลาประกันโครงการ เช่นโครงการหนึ่ง ๑๒๗ ล้านบาท บางโครงการ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมท่าน ไม่ประกันโครงการนั้นไว้ล่ะครับ เช่นบริษัท ก ทำ ๗๗๗ ล้านบาท เมื่อมีรถไปชนเสาไฟฟ้าพัง หรืออะไรอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านซ่อมเฉพาะโครงการของท่านโดยคิดเงินประกันได้หรือไม่ ก็เป็นข้อซักถามในที่ประชุม จึงเป็นข้อสังเกตการซื้อมันผิดปกติจริง ๆ เราก็พยายาม จะอะลุ่มอล่วยบางเรื่อง เอาละบางเรื่องเราตรวจสอบไม่ได้ในเชิงลึก เพราะเป็นการเขียน กติกาในการอีออกชัน

ประเด็นต่อมาครับ ที่ท่านพุทธิพงษ์พูดไว้ก็คือเรื่องการประมูลอีออกชัน ผมไม่เคยเป็นผู้รับเหมาครับ แต่เวลาผมต่อของ ซื้อผ้า ๑๙๙ บาท บางทีต่อ ๑๕๐ บาท เขายังลดให้ครับ นี่โครงการ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ท่านสมาชิกครับ บางโครงการน่าตกใจมาก กดอีออกชันกัน ลด ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างโครงการบางโครงการ ๑๒๗ ล้านบาท ลด ๒๐๐,๐๐๐ บาท คือเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ ๐.๐๑๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิริรวมแล้ว ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ลดไปได้ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์นะครับ ๐.๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ พอมีความรู้เรื่องอีออกชัน ไม่ว่ากันครับ ไล่คนจนมุมมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ แต่ว่าทำเพื่อประชาชนได้ไหมเป็นโอกาสคราวต่อไปได้ไหม ประโยชน์กล้องซีซีทีวีมีดี ทั้งนั้นแหละครับ กทม. เขาก็ทำ บอกว่าจับคดีนั้นคดีนี้ได้ ไม่เคยบอกเลยครับว่าไม่ดี ไม่เคยบอกครับ เพียงแต่ว่าถ้าท่านซื้อถูก ท่านทำได้ดีท่านทำไปครับ พวกเรามีหน้าที่ ฝ่ายตรวจสอบ ท่านยังตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น พวกผมตรวจสอบ กทม. ก็เป็นสีสัน ในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นเองครับ

เรื่องต่อมาครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พูดนะครับ ผมบอกได้เลยครับ พูดลอย ๆ เพราะมันไม่มีในรายงานอะไรใด ๆ เลย กทม. ก็จัดทำ ตามปกตินะครับ ท่านสั่งชะลอจริง ๆ ผมไปค้นข้อมูลครับ กทม. ก็จัดซื้อจัดจ้างตามปกติ บริษัท ก ข ค ง จัดซื้อจัดจ้างติดตั้งตามปกติครับ ไม่ได้มีตรงไหนเลยครับที่เขาไม่ทำ และท่านก็พยายามจะอธิบายต่อด้วยครับ ท่านผู้ว่าราชการบอกว่าจะเสร็จแล้ว ๒๔,๐๐๐ ตัว เพราะฉะนั้น ๔ ประเด็นของท่านพุทธิพงษ์

ประเด็นต่อมาครับ ท่านสมาชิกครับ คุณอรรถวิชช์เช่นเดียวกันครับ อ้างว่าซื้อราคาถูกกว่า ขีดเส้นใต้บอกว่าถูกกว่า ๕๐๐ ครั้ง ผมก็บอกชัดเจนต่อมาครับว่า นับตัวเลขนะครับ ถ้าท่านไม่ตกเลขและท่านบวก ลบ คูณ หารได้ถูกต้อง กทม. ก็ซื้อแพง ผมขีดเส้นใต้ ๑,๐๐๐ ครั้งเช่นเดียวกันครับ ๔๐๐.๕๐ บาทนะครับ หน่วยงานอื่น ๆ ซื้อหลักร้อยหลักพัน เขาซื้อประมาณ ๓๙๕ บาท ของ กทม. มันแพงกว่าอยู่แล้วถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อย่างไรก็แพงครับ ต่อมาครับที่ท่านบอกว่ากล้องดัมมี ต่างประเทศ มีการอ้างกันไหม ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการอ้างกันตลอดบอกว่าประเทศอังกฤษทำบ้าง ประเทศนั้นประเทศนี้ทำ แต่พอขอพยานหลักฐาน ขอเอกสาร ตอบไม่ได้ครับ นายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ประเทศอังกฤษถูกอ้าง ผมก็บอกคุณอ้างอย่างนี้คุณเอาเอกสารมาสิครับ รับรองสิครับว่า เขามีจริง ก็ไม่มีการรับรอง แต่ประเทศไทยมี เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นกรรมาธิการคนหนึ่งครับ ที่เขียนอยู่ใน ๑๕ ข้อบอกว่าประเทศไทยจะต้องไม่มีกล้องดัมมีหรือว่ากล้องปลอม หรือว่ากล้องหลอกอีกต่อไป อันนี้ชัดเจนนะครับ

ประเด็นต่อมาครับ ในส่วนของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านได้พูดไว้ ท่านกล่าวอ้างว่าช้า ก็ลักษณะเดียวกันกับท่านพุทธิพงษ์ ผมก็ไม่ได้บอกว่าช้าหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านต้องตรวจสอบ กทม. ครับ เขาทำตามปกติแหละครับ ท่านอยู่ใกล้ตัวมากกว่าผมอีก คุณรัชดาก็อยู่ใกล้ตัวมากกว่าผมอีก ท่านน่าจะตอบได้มากกว่าผมด้วยซ้ำว่าเขาช้าจริงไหม

เรื่องต่อมา ในเรื่องที่ผมให้ความเห็นไว้อยู่ในหน้า ๔๐ ท่านสมาชิก ไล่ดูแต่ละประเด็นได้เลย

เรื่องแรก มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ในเว็บไซต์ครับ นักข่าวอิสระเขาร้องผ่านเว็บไซต์ว่า ไปเจอกล้องปลอมคือถ่ายไม่ได้ พอไปดูใกล้ ๆ เห็นมีแต่กล่อง ถ่ายไม่ได้ก็มาร้องที่ พรรคเพื่อไทยครับ เราก็ถามว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นนานหรือยัง เขาบอกเกิดขึ้นได้ประมาณสัก ๕-๖ เดือนแล้ว เพียงแต่ว่าคนเขาสงสัยเพราะมีกรณีบางคดีครับ มีคุณแม่ท่านหนึ่งมาร้อง ที่พรรคบอกว่าลูกโดนแทงตาย ปรากฏว่าไปขอกล้องจากตำรวจ ผมถามตำรวจ ท่านผู้กำกับการที่นั่งอยู่นี้ตัวแทนจาก บช.น. บอกว่าตำรวจไม่ค่อยมีกล้องในลักษณะ จับอาชญากรรม มีแต่กล้อง บก. ๐๒ คือถ่ายภาพป้ายแดงแล้วก็ถ่ายภาพพวกฝ่าไฟแดง อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นมันก็จึงเกิดปัญหาว่า เอ๊ะ เราทำงานถูกที่ถูกทางไหม ในเมืองนอกกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเกี่ยวกับอาชญากรรมนะครับก็ต้องขึ้นกับตำรวจครับ ตำรวจมีหน้าที่ติดตามดูมีเหตุการณ์โน่นนี่นั่นก็เอาภาพออกมาไปตามจับคนร้าย แต่กรุงเทพมหานครดันขึ้นกับส่วนราชการปกครองท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตในที่ประชุม บอกว่ามันไม่เหมาะ

ประเด็นต่อมาครับ ในการจัดซื้อข้อ ๕ ที่ผมให้ข้อสังเกตไว้ก็คือว่าที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครไม่ควรจะซื้อกล้องพรางหรือว่ากล้องหลอก กล้องดัมมี กล้องลวงโลก สื่อมวลชนเขาไปเขียนกันนะครับ พวกเราก็ใช้คำว่ากล้องดัมมีจนหลายท่านเข้าใจคำนี้ครับ เราก็บอกว่า เอ๊ะ ถ้า กทม. ไปติดตั้งไว้ เช่นท่านไปติดตั้งไว้ตามบ้านเป็นเรื่องบุคคลครับ ไม่มีปัญหา เพราะบ้านใครอาจจะติดไว้หลอกโจร บ้านนี้มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไม่ว่ากัน เป็นเรื่องปลอดภัยส่วนบุคคล แต่ถ้าท่านไปติดหน้าโรงเรียนอย่างเช่นมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมพาสื่อมวลชนไปดูก็ชัดเจนครับตัวหนึ่งติดจริง ตัวหนึ่งติดปลอม ไม่มีกล้อง และถ้าเกิด มีใครไปทำร้ายนักเรียนหรือเกิดอะไรขึ้น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น กันตรงนั้นขึ้น กรุงเทพมหานคร ตอบอย่างไรล่ะครับ กล้องเสียบันทึกภาพไม่ได้ คำนี้ได้ยินชัดแล้วก็ปรากฏตามสื่อมวลชนบ่อย เราจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นประเทศไทยมันไม่ควรมีเลยกล้องปลอมนี่นะครับ เราไม่พูดถึง เรื่องราคานะครับ หลายท่านพูดไปแล้ว

ประเด็นต่อมาครับ ผู้แทนกรุงเทพมหานครแม้จะชี้แจงว่ามีการถอด กล้องพรางไปแล้ว แต่ก็ยังพบว่าราคาของกล้องหลอกหรือว่ากล้องพรางมีราคาแพงเกินไป อันนี้ก็ว่ากันไป ผมไม่ได้ลงรายละเอียดครับ แต่ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจก็คือว่าการติดตั้ง ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ กทม. ที่ผ่านมาพบว่ามีการกำหนดราคาทั้งระบบ ต่อผู้ประมูลงาน ควรจะกำหนดทั้งระบบครับ เช่นหน่วยงาน ป.ป.ช. ครับ ผมดูจากรายละเอียด ตอนที่เรียกเขามา เขาส่งเอกสารมา ผมถามเขาว่าโครงการเขาเท่าไร เขาบอก ๑๕ ล้านบาท ผมถามกี่ตัว ติดประมาณ ๓๐๐ กว่าตัวโดยประมาณนะครับ ผมจำตัวเลขไม่แน่นอน อยู่ประมาณนี้ แล้วผมก็ถามเขาครับว่าการติดของเขาใช้วิธีการติดลักษณะใด คือแขวนบนสาย หรือร้อยตามท่อผ่านฝ้าหรือส่งคลื่นไมโครเวฟ เขาบอกเขาติดเหมือน กทม. ลักษณะคล้ายกันครับ เมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วราคาเขาก็ยังถูกกว่า กทม. ทั้ง ๆ ที่ปริมาณน้อยกว่า ไม่ว่ากันครับ อันนี้เป็นข้อสังเกตของผมนะครับในฐานะกรรมาธิการ ราคามันแตกต่างกันครับ ท่านใช้ตรงวัตถุประสงค์ไหม เช่นถ้าท่านบอกว่า สำนักการจราจรและขนส่งจะดูเรื่องรถฝ่าไฟแดง ผมถามต่อไปครับว่าแล้วท่านจะไปดูทำไม เพราะเมื่อท่านดูเสร็จท่านก็ต้องไปแจ้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการ ตำรวจจราจร ๐๒ หรือครับ จับด้วยรถคันนี้ฝ่าไฟแดงครับ ผมถึงบอกว่ามันผิดตั้งแต่ต้น วัตถุประสงค์การใช้งาน แล้วถ้าเกิดมีอาชญากรรมท่านนึกภาพดูนะครับ เจ้าหน้าที่เทศกิจ หรือเจ้าหน้าที่เขตดูอยู่ หรือเจ้าหน้าที่ กทม. ดูภาพอยู่มีคนกำลังจะทำร้ายคน ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่เห็นจากกล้องปุ๊บทำอย่างไรครับ แจ้งห้องวิทยุของ กทม. ครับ กทม. แจ้ง ๑๙๑ ไหมครับ หรือแจ้งผ่านฟ้า ผ่านฟ้าแจ้ง สน. บก.น. ๓ บก.น. ๓ แจ้งโรงพัก โรงพักกว่าจะแจ้ง สายตรวจกว่าจะไปถึง ผมถึงบอกว่ามันแปลกเท่านั้นเองแหละครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ถ้าอนาคตประเทศไทยจะทำเรื่องนี้ควรจะคิดกันให้จบเป็นสะระตะ แล้วก็เอาเหตุผลที่ผมพูด ไปใช้เป็นประโยชน์ครับ กทม. มีหน้าที่ดูแลเรื่องอะไรครับ เรื่องทางเท้าท่านดูแลท่านติดกล้อง เรื่องทางเท้า ไม่ให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายกันรุกล้ำทางอะไรอย่างนี้ ท่านทำครับ แต่ถ้าเป็น เรื่องอาชญากรรม เรื่องอะไรต่าง ๆ ขั้นตอนมันซับซ้อนครับ ผมถามท่านผู้กำกับการว่า เวลาคนแจ้งทำอย่างไรครับ ๑. แจ้งตรงกับโรงพัก ๒. หน่วยงานอื่นแจ้งมา กว่าจะประสาน รถสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ไปใกล้ได้ก็เรียบร้อยครับขโมยกลับบ้านเรียบร้อย

ประเด็นต่อมา การจัดซื้อใยแก้วนำแสงในข้อ ๑๐ ผมได้อภิปรายไปแล้ว ได้อธิบายให้ท่านแล้วนะครับ

๑๐.๑ เปรียบเทียบในท้องตลาดพบว่าราคา ๔๐๐ บาทเป็นราคาที่สูง เกินความจริงก็อธิบายแล้วนะครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่ามันแพงเกินไป แล้วที่สำคัญต่อไปนี้ ท่านอย่าเอาอะไรไปรวมเลยครับ ถ้าท่านบอกว่าหัวก็คือหัว มือก็คือมือ แต่ท่านบอกว่า ตัวประกอบไปด้วยอวัยวะ ๓๐ กว่าชิ้น แล้วท่านตีราคาอย่างนี้มันดิ้นได้ครับ พอมันดิ้นได้ปุ๊บ มันก็เกิดข้อครหา ท่านชัยวัฒน์พูดตั้งแต่ต้นผมท้วงเรื่องของการขนส่งครับ ๗ บาทต่อเมตร เส้นนิดเดียวสายไฟเบอร์ ออพติก แล้วที่สำคัญก็คือว่าถ้านับเป็นกิโลเมตรหรือเป็นเมตร นี่รถบรรทุก รถปิกอัพ ๑ คันขนได้เป็นหมื่น ๆ เมตร ก็แสดงว่าค่าขนส่งที่ท่านชัยวัฒน์พูด ยังถูกเลย ผมคำนวณเที่ยวหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านไม่รวมซื้อของ ท่านเหมาเลย โอ้โฮ ทำล้านเมตร ถ้าเป็นผมผมก็ส่งฟรีเหมือนกันละครับเพราะกำไรมันแทรก อยู่ในนั้นแล้ว การทดสอบก็เช่นเดียวกัน ท่านที่เคารพครับ ในข้อสังเกตก็พูดไว้ว่าสายนี่ ต้องต้นสาย ปลายสาย เวลาเราไปซื้อเขา ซื้อโทรทัศน์ตั้งแต่ปลั๊กเสียบไปปุ๊บกว่าจะถึงเครื่องนี่ เราไม่รู้หรอกว่ามันจะใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะมันมี มอก. คือมาตรฐานอุตสาหกรรม สายไฟเบอร์ ออพติก ของ กทม. ก็มีเหมือนกันนะครับ ต้องผ่าน มอก. หมายความว่าผ่านกระบวนการ ทดสอบตั้งแต่ต้นทางการผลิตแล้ว เราก็ให้ข้อสังเกตต่อว่าถ้าอย่างนั้นท่านไปคิดทำไมล่ะ ค่าทดสอบ ถ้าท่านแย้งอีกบอกว่าการทดสอบคือทดสอบตั้งแต่กล้อง สาย มอนิเตอร์ เวลาติดตั้งต่าง ๆ ซื้อของ ซื้อโทรทัศน์ติดในห้องประชุมสภามันก็ต้องทดสอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทำไมไม่คิดรวมทั้งโปรเจกต์ (Project) เลยล่ะครับ ๑๐,๐๐๐ ตัวค่าทดสอบ เท่าไร เมื่อทดสอบได้ใช้งาน ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการในรายงานนี่มีการอ้างว่า การทดสอบเป็นหลักการของกรุงเทพมหานคร เช่น

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุมีผู้ประท้วง เชิญท่านวัชระประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เช่นเดียวกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผมได้ฟังนายจิรายุ อภิปรายมานานมาก การตอบคำถามของกรรมาธิการควรตอบให้ได้ประเด็น อย่าเยิ่นเย้อ อย่าอภิปราย แล้วไม่ควรอภิปรายซ้ำครับ เพราะท่านได้พูดไปหมดแล้วในคณะกรรมาธิการ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานได้โปรดควบคุมการประชุม และบอกนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ทักษิณ พูดสั้น ๆ ครับ ขอขอบคุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ควรกระแนะกระแหนกันในที่ประชุมนะครับ เชิญท่านจิรายุสรุปได้ก็สรุปไป

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ สาระล้วน ๆ ที่พูดแล้วก็ปรากฏอยู่ในรายงาน ไม่ถือสาครับคนหน้าดำจิตใจก็เป็นอย่างนี้ ชอบแขวะ ชอบจิก ชอบกัด คล้าย ๆ ตุ๊ดเข้าทุกวัน ท่านประธานครับ ในส่วนประเด็นที่ผมได้อธิบาย อยู่ในรายงานนี้ทั้งหมด

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุครับ ประท้วงอีกแล้ว ผมว่าทั้งคู่ทั้ง ๒ ท่านพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ดีกว่า เชิญครับท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ท่านประธานครับ ต้องถอนคำว่าชอบกัดครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กัดไม่ได้ เสียดสีชัดเจน และ ส.ส. ไม่ใช่สัตว์ที่จะมากัดกันในสภา ฉะนั้นขอให้ถอนคำว่ากัดครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุถอนครับท่านจะได้อภิปรายต่อครับ เอาเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดีกว่าครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ผมถอนคำว่ากัด คำว่าจิก คำว่าตุ๊ด แล้วก็ขอเปลี่ยนเป็นว่าท่านไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษในการตั้ง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องอภิปรายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนดีกว่า ไม่อย่างนั้นผมไม่อนุญาตทั้งคู่ ผมจะให้ นั่งทั้ง ๒ คน เชิญครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

เมื่อกี้ค้างเรื่องของการทดสอบ ของกรุงเทพมหานครนะครับ ที่ผมอภิปรายพี่วัชระ เพชรทอง ของผม ถ้าตั้งใจฟังแล้วเข้ามา ตั้งแต่ต้นท่านจะเข้าใจว่าผมอภิปรายในส่วนความรับผิดชอบของกรรมาธิการที่ปรากฏอยู่ในนี้ ท่านไม่ได้ฟัง ท่านเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้นี้เอง ท่านประธานครับ เรื่องของ กทม. พูดถึงเรื่อง การทดสอบ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจิรายุครับ ก็อย่างนี้ละครับ อภิปรายไปไม่ได้หรอก เชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เช่นเดียวกับนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกได้ทำผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ อีกครั้งหนึ่ง กล่าวหากระผมว่าไม่ได้ฟัง ท่านรู้ได้ อย่างไรว่าผมไม่ได้ฟัง เพราะการที่ท่านได้อภิปรายมีการถ่ายทอดในบริเวณรัฐสภา แม้ว่าผม ไปนั่งเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องชายชุดดำ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องกล้องซีซีทีวีก่อนครับ เอาเรื่องนี้ก่อน เรื่องอื่นอย่าเพิ่งพูด

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ขณะที่ผมนั่งเป็น ประธานผมสั่งให้เจ้าหน้าที่สภาเปิดโทรทัศน์ของท่านประธานฟังตลอดเวลา มี ๒ หูก็จริงครับ แต่ฟัง ๒ ทิศทางเลยครับ ฉะนั้นฟังนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ มาโดยตลอดและฟังจนกระทั่ง เดินเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้ สรุปว่าผมฟังทุกถ้อยคำที่นายจิรายุได้พูดมา จะมากล่าวหาว่า ผมไม่ได้ฟังไม่ได้ครับ เป็นการดูถูกเหยียดหยามและเสียดสีกระผมครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทั้ง ๒ ท่านกรุณาทั้งคู่ครับ ผมว่าประชาชนฟังท่านทั้ง ๒ คนครับ ทราบดีว่าท่านแต่ละคน ทำอะไร เชิญต่อครับ เอาในประเด็นครับ ถ้านอกประเด็นผมตัดไม่ให้พูดทั้งคู่ครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ท่านวัชระ เพชรทอง ฟังครับ เรื่องต่อมาข้อ ๑๐ การเป็นข้อสังเกตไม่ได้หมายความว่า กทม. จะต้องเอาไป ตีพิมพ์หนังสือก่อนที่กรรมาธิการจะรายงานแบบนี้แล้วก็แจกไปทั่วอย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะเราเขียนบอกว่าถ้าเกิดเป็นลักษณะอย่างนี้ควรจะแยก สายก็สาย ประกันก็ประกัน ไม่ใช่ว่าเอาทุกอย่างมารวมกันหมดแล้วบอก ๔๐๐ บาทอย่างนี้ไม่ได้ครับ

ประเด็นต่อมา ข้อ ๑๒ กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ส่งเรื่องถึง ป.ป.ช. ให้ดำเนินการเนื่องจากพบสิ่งผิดปกติอันเป็นความผิดต่อหน้าที่ราชการของกรุงเทพมหานคร รายละเอียดผมไม่พูดนะครับ เดี๋ยวท่านก็จะประท้วงต่ออีก

แต่ว่าที่น่าสนใจต่อมาก็คือว่าในกรณีติดตั้งกล้องโครงการดังกล่าวนี้ ไม่ควรนำ บรรทัดฐานของกรุงเทพมหานครไปใช้กับทั้งประเทศ และมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ ฟันธงชัดเจนครับว่ามีสิ่งผิดปกติ แล้วก็มีรายละเอียดมากมายที่อยู่ในเล่มนี้ แต่ผมก็ผิดหวังครับว่าพยายามจะบอกว่าเป็นการเมือง ไม่เกี่ยวเลยครับ การเมืองอะไร เรื่องนี้ตั้งแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังไม่หมดวาระ ๒ ปีกว่า แล้วก็เข้าสู่สภามาตั้งแต่ ปลายปีที่แล้ว ผ่านมาปีกว่าแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นความจริงก็คือ ๑. กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่ามีกล้องปลอมหรือว่ากล้องหลอกหรือว่าดัมมี จริงครับ เรื่องต่อมาก็คือการจัดซื้อ มันผิดปกติครับ เรื่องต่อมาก็คือว่าควรจะส่งเรื่องนี้ต่อ ป.ป.ช. เพราะฉะนั้นสรุปสุดท้าย ในความเห็นของผมและมติของกรรมาธิการแล้วก็ตอบท่านสมาชิกหลายท่านนะครับว่า ตามที่ท่านได้ถามตั้งแต่ต้น ผมก็พยายามจะอธิบายตามข้อมูลที่ท่านได้ถามมา ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านโกวิทย์ท่านยกมือก่อนครับ ท่านพุทธิพงษ์ครับ ท่านโกวิทย์ท่านยกมือก่อน ท่านธนาจะเอาอย่างไร เชิญครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อภิปรายไปในเบื้องต้นในตอนแรก แล้วก็มีท่านกรรมาธิการหลายท่านได้ลุกขึ้นมา กรุณาตอบผมในอีกด้านหนึ่ง กระผมก็รับฟังครับ ไม่เป็นไร เพราะว่าทำงานร่วมกันมาหลายสัปดาห์ เพียงแต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่เมื่อสักครู่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้กล่าวชื่อผม แล้วก็บอกว่าผมโกหกในเรื่องที่บอกว่าหลังจากที่มีการดำเนินการหรือมีการตรวจสอบกันขึ้นมา ทาง กทม. ได้มีการชะลอ ท่านบอกว่าผมโกหก ไม่ได้มีการชะลอใด ๆ ทั้งสิ้น ผมขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ นะครับ จดหมายที่อยู่ในมือผมเป็นบันทึกข้อความ ลงนาม ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ เป็นเรื่องขอชะลอดำเนินการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี เดี๋ยวผมจะฝากจดหมาย ฉบับนี้ให้ท่านประธานไปนะครับ ลงนามโดยท่านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง ท่านปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ชะลอจริงตามที่ผมได้ให้ข้อมูลแล้วก็นำเสนอสภาแห่งนี้ ไป ทั้งหมด ๑๒ รายการ แล้วก็อีกฉบับหนึ่งครับ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เช่นกัน เรื่องขอชะลอการดำเนินการติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีของกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม อีก ๒ รายการ ทั้งหมด ๑๔ รายการก็ชะลอไปหลังจากที่กรรมาธิการของสภา ได้มีการตรวจสอบไป ผมก็ได้ข้อมูลตรงนี้แหละครับ ผมก็เลยได้หยุดไป แล้วเมื่อกี้ท่านจิรายุ บอกว่าผมโกหกหรือพูดไม่เป็นความจริง ผมก็ขออนุญาตแล้วเดี๋ยวผมซีรอกซ์ (Xerox) ส่งให้ท่านประธาน ส่งให้กรรมาธิการ จะได้เห็นว่าผมก็พูดตามนี้ครับ ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มอบเอกสารให้ผมก็แล้วกัน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ท่านจิรายุถ้าจะกรุณา ให้ท่านประธานช่วยถอนก็ได้ครับเดี๋ยวผมจะส่งอันนี้ให้ ผมไม่ได้ติดใจเรื่องอื่น เพียงแต่ว่าผมก็ดูตามเอกสารที่ได้มาลงเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ขออนุญาตท่านประธาน เท่านี้ก่อนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ให้เขา พาดพิงก่อนครับ ทีละท่านครับ เชิญท่านจิรายุ พาดพิงอะไรครับ เรื่องไหน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานทีละประเด็นครับ ผมไม่ได้เจตนาจะไปบอกว่าพี่พุทธิพงษ์จะไปโกหกอะไรนะครับ แต่ผมบอกว่าข้อมูล ไม่ว่าท่านผู้ว่าราชการ กทม. หรือท่านต้องมีใครพูดโกหกสัก ๑ คน ที่ผมพูดอย่างนี้ เมื่อกี้ท่านอธิบายบอกว่ามีจดหมายจาก กทม. ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน แต่ท่านที่เคารพครับ สภาเราอนุมัติที่มีการยื่นญัตติ ขออภัยที่เอ่ยท่าน ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ท่านสถาพร ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน คือท่านจะประกาศชะลออะไรมันไม่เกี่ยวกับสภานะครับ เพราะฉะนั้นผมถึงอธิบายให้ชัดเจนว่า ๑. มันไม่เกี่ยว และ ๒. ก็คือท่านผู้ว่าราชการ กทม. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ปีนี้นะครับว่าท่านทำเสร็จแล้ว ๒๐,๐๐๐ ตัว ผมก็พูดทุกข้อมูลตามข้อเท็จจริง เอกสารท่านผมเคยเห็นครับ เขาสั่งชะลอเพราะมีคนไป สืบทราบได้ว่ามันมีกล้องปลอม มันมีกล้องหลอกแต่ไม่เกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎรครับ ก็ขออนุญาตชี้แจงในประเด็นนี้ครับท่านประธาน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพุทธิพงษ์ชี้แจง พาดพิงกันไปมาไม่จบสักทีครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องเรียนท่านประธานไปถึงท่านจิรายุนะครับ จริง ๆ ผมก็สอบถามแบบท่านนะครับว่า กรรมาธิการตั้งวันที่ ๒๐ กว่าพฤศจิกายนแล้วทำไมไประงับก่อนประมาณเกือบ ๑๐ กว่าวัน เขาบอกว่าตั้งแต่มีเรื่องเกิดขึ้นที่ก่อนที่จะถึงสภาตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ก็มีตั้งแต่ข่าว มีทั้งตัวท่านเองด้วย มีกระบวนการในการตรวจสอบของภาคประชาชนด้วย ทางกรุงเทพมหานคร เขาก็เลยสั่งชะลอเพื่อความรอบคอบว่าถ้ามีแบบนี้ก็หยุดก่อน พอทางกรรมาธิการ ทางสภาแห่งนี้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาก็เข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบแล้วก็หยุดจริง แล้วผมก็ถามว่าหยุดถึงเมื่อไร เขาก็บอกว่าหยุดถึงเดือนมีนาคมปีนี้ครับ เพราะว่าหลังจาก เดือนมีนาคมกระบวนการในการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการก็ได้เสร็จสิ้นแล้ว แล้วก็เห็นข้อสังเกตแล้วก็ข้อสรุปของทางท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยนามอีกทีนะครับ ท่านคุณหมอเหวงได้สรุปเมื่อสักครู่ตอนต้นก็ไม่ได้มีอะไร นอกเหนือจากว่ากระบวนการ อย่างอื่นก็ส่งให้กับ ป.ป.ช. ต่อไป เขาก็เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เมื่อกี้ท่านบอกเองว่า ท่านผู้ว่าราชการก็แถลงไปเดือนตุลาคมปีนี้ หลังจากเดือนมีนาคมมาเขาก็เริ่มทยอยทำ เพราะเห็นว่ากระบวนการตรวจสอบมันจบสิ้นแล้ว มันก็แค่นั้นครับไม่ได้มีอะไร ที่แตกต่างกันเลย เพียงแต่ช่วงเวลาถ้าตั้งใจและจับเวลาจริง ๆ ผมคิดว่าก็อยู่ตามกระบวนการนี้ ถูกต้องครับ ท่านประธานขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านธนาก่อนครับ ท่านธนาจะชี้แจงก่อน ท่านจิรายุไปพาดพิงอะไรเขาอีก ท่านธนา นั่งลงก่อนครับ เชิญครับท่านอรรถวิชช์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงที่ท่านจิรายุได้พาดพิงเรื่องของตัวเลข กระผมได้มีการอภิปราย เรื่องของตัวเลขว่าตัวเลขที่แท้จริงที่เป็นค่าสายของกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ ๙๐ บาท ในขณะที่ตัวเลขของ กฟภ. คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตัวเลขค่าสายอยู่ที่ ๑๗๑ บาท ซึ่งแน่นอนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแพงกว่ากรุงเทพมหานครเยอะนะครับ คุณจิรายุพยายาม ยกตัวเลขภาพรวมครับ เพราะว่ามีข้อที่กรรมาธิการท้วงติง ผมคิดว่าคุณหมอเหวงพูดได้ดีครับ กรรมาธิการท้วงติงบอกว่าเวลาไปบอกว่าราคาต่อเมตรอยู่ที่ ๔๐๐.๕๕ บาทของกรุงเทพมหานคร มันดูประหนึ่งว่ามันแพงกว่าของ กฟภ. เพราะ กฟภ. เวลารวมทุกตัวอยู่ที่ ๓๙๕.๓๐ บาท คุณจิรายุก็พยายามจะบอกว่าเห็นไหมล่ะครับกรุงเทพมหานครก็แพงกว่าอยู่ดี ผมถึงต้อง ออกมาชี้แจง จริง ๆ คุณจิรายุเป็นกรรมาธิการเองโดยแท้นะครับ แล้วเอกสารก็เอกสารของท่าน ในเอกสารของกรุงเทพมหานครที่มันเป็นราคา ๔๐๐ บาท กับอีก ๕๕ สตางค์ เพราะมีการรวม ค่าบำรุงรักษาและค่าซ่อมแซมเอาไว้ด้วยครับที่ ๖๖.๗๖ บาท เมื่อหักลบแล้วก็จะ เห็นได้ชัดว่าราคานี้ถูกกว่าราคาของ กฟภ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผมพูดชัด ผมบวกเลขครบ แล้วคุณหมอเหวงเองก็ได้ให้ความเห็นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ มีความเห็นว่าอีกหน่อยตัวเลขพวกนี้ต้องแตกมาให้ชัดเจนว่ารายการไหนเป็นรายการ ซ่อมบำรุง ทดสอบ หรือค่าสายโดยแท้ ผมพูดตรงเลยครับ เพียงแต่ว่าผมขมวดไว้ตอนต้นว่า เรื่องนี้ไม่ติดใจอะไรเลยครับที่สภาทำการตรวจสอบเพราะเป็นเรื่องที่ดี แต่ติดใจว่า เมื่อนำหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองแล้วมันเกิดความล่าช้าในงานนี้จริง คุณพุทธิพงษ์ ยืนยันด้วยเอกสารเมื่อสักครู่ที่ส่งไปว่าโครงการกล้องซีซีทีวีมีความล่าช้า เขตจตุจักรผมล่าช้า ไป ๔ เดือนครับ เมื่อเราหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองแบบนี้คำขอโทษสักคำจะมีได้ไหม ส่วนเรื่องการตรวจสอบเรื่องนี้ผมยังไม่เห็นเลยครับว่าตรงไหนบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องทุจริต แต่ในคณะกรรมาธิการมีมติว่าให้ส่งไป ป.ป.ช. ก็ย้ำอีกครั้งว่าส่งไป ป.ป.ช. ก็ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ก็มีการร้องเรียนที่ ป.ป.ช. อยู่ ถึงไม่ส่ง ป.ป.ช. เขาก็เอาเอกสารฉบับเผยแพร่ ฉบับนี้ไปอยู่ในสำนวนอยู่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องชัดเจน แล้วการมีภาระ ต่อสาธารณชนในการตอบและขอโทษต่อพี่น้องประชาชนมีความจำเป็นครับ ส่วนเรื่อง ตรวจสอบเป็นกลไกที่ดำเนินการได้อยู่แล้ว แต่ถ้าหยิบยกเป็นการเมืองต้องรับผิดชอบครับ เท่านั้นแหละครับ ขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโกวิทย์ เดี๋ยวเชิญท่านธนาก่อนครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงในการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดของสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าข้อสงสัย ของเพื่อนสมาชิก ผมพยายามแยกประเด็นได้ ๓ ประเด็น ก็คือ เรื่องของกล้องดัมมี ประเด็นที่ ๑ เรื่องของสายเคเบิล ออพติก เป็นประเด็นที่ ๒ แล้วก็เรื่องที่ ๓ คือการจัดซื้อที่เปรียบเทียบ ราคากับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการได้มีมติสรุป ในเรื่องนี้ ผมจะยกความเห็นของกรรมาธิการต่อข้อชี้แจงของผมเป็นเรื่อง ๆ เพื่อให้เกิด ความชัดเจน

ในเรื่องแรกครับท่านประธาน เรื่องของการติดตั้งกล้องดัมมีหรือกล้องพราง ที่เราจะเรียกกันในอนาคต คณะกรรมาธิการมีความเห็นและสรุปร่วมกันว่า ข้อ ก การติดตั้ง กล้องพราง หรือกล้องหลอก หรือดัมมี ควรจะจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี ไม่ควรมีการติดตั้งกล้องพราง กล้องหลอก ดัมมีอีกต่อไป นี่คือความเห็นสรุปของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานจะเห็นได้ว่าไม่มีการชี้ชัด ถึงการทุจริตในการจัดซื้อกล้องดัมมีหรือกล้องพรางเลย เพียงแต่กรรมาธิการมีความเห็นว่า เมื่อเราสามารถจัดซื้อกล้องจริงได้ก็ไม่ควรจะมีกล้องหลอกทำให้เกิดความสับสนกับ พี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกอีกสักครู่หนึ่งที่ได้ลุกขึ้น ซักถามว่าการที่ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้นำกล้องหลอกออกจากการติดตั้งของ กรุงเทพมหานครทั้งหมดแล้วเป็นการยอมรับว่าได้มีการดำเนินการที่ผิดพลาดนั้น ผมเรียนว่า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ความจริงกล้องหลอกนี่นะครับในกรณีที่เรามีงบประมาณไม่เพียงพอ ที่จะติดตั้งกล้องซีซีทีวีของจริงทั้งหมดเราก็จะใช้วิธีการติดตั้งกล้องพรางเพื่อป้องปราม อาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น เวลาคนทำความผิดหรือก่ออาชญากรรมนี่นะครับ สิ่งหนึ่งที่เขาจะ ตรวจสอบก่อนดำเนินการก็คือว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องหรือไม่ เขาไม่มีโอกาสรู้เลยว่า กล้องตัวไหนเป็นกล้องพรางหรือกล้องตัวไหนเป็นกล้องจริง แต่เมื่อเพื่อนสมาชิกได้นำเรื่องนี้ สู่สาธารณชนได้ปรากฏชัดเจนว่า กทม. ได้มีการติดตั้งกล้องพรางด้วย เพราะฉะนั้นการติดตั้ง กล้องพรางอีกต่อไปจึงไม่มีความจำเป็นเพราะประชาชนอาจจะเกิดความไม่สบายใจ นั่นคือเหตุผลที่ได้มีการถอดกล้องพรางออกไป แต่ผมเรียนท่านประธานว่ากล้องพรางมีประโยชน์หรือไม่ และใช้กันในนานาอารยประเทศ หรือไม่ ผมยืนยันครับ จากข้อซักถามของกรรมาธิการยืนยันว่าในประเทศที่เจริญแล้ว หลายประเทศได้ใช้กล้องพรางเป็นการติดตั้งเพื่อป้องปรามอาชญากรรม และผมยืนยันว่า การติดตั้งกล้องพรางมีประโยชน์ เพราะในประเทศไทยการติดตั้งกล้องพรางครั้งแรกเกิดขึ้น ในสมัยรัฐบาลท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ไปติดตั้งที่บริเวณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผมต้องชื่นชมครับว่าท่านได้ติดตั้งในสิ่งที่สามารถประหยัดงบประมาณ และสามารถมีผล ทางยุทธศาสตร์และการป้องปรามอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะฉะนั้นประเด็นกล้องลวงโลกคงจะไม่เกิดขึ้นและคงจะไม่มีข้อเท็จจริงนี้อีกต่อไป มีแต่เพียงกล้องดัมมีที่ทำขึ้นเพื่อให้อาชญากรรมยุติหรือละเว้นในการที่จะประกอบสิ่งที่ไม่ดี ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน

ประเด็นที่ ๒ ที่มีผู้ซักถามกันมากก็คือเรื่องของราคาการจัดซื้อสายใยแก้วนำแสง ผมขออนุญาตยกข้อสรุปของกรรมาธิการเพื่อให้พวกเราได้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ก็คือ

ข้อ (ข) การจัดซื้อจัดจ้าง ๑. การคิดราคากลางงานจ้างเหมาหรือการจัดซื้อ จัดจ้างสายใยแก้วนำแสง และ/หรือวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ไม่ควรนำรายการอื่น ๆ มารวม เช่น ค่าสำรวจ ค่าทดสอบ ค่าประกันภัย ค่าขนส่ง และค่าติดตั้ง เป็นต้น มาคิดราคา ควรคิดแยกเป็นเนื้องานที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในการตรวจสอบและเปรียบเทียบ การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานอื่น มีแค่นี้ครับ นั่นแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยืนยันว่าการคิดราคาจัดซื้อจัดจ้างสายใยแก้วนำแสงของกรุงเทพมหานครนั้นได้ดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างถูกต้อง แต่วิธีที่ กทม. นำไปจัดซื้อจัดจ้างนั้น เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าในอนาคตต่อไปควรจะแยกรายการต่าง ๆ ให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชน ที่เขาไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเขาสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่าการจัดซื้อของกรุงเทพมหานคร เป็นอย่างไร แต่เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏในที่ประชุมแห่งนี้ผมขออนุญาตเรียนชี้แจง ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการจัดซื้อสายใยแก้วนำแสงราคาประมาณเมตรละ ๔๐๐ บาท ราคาดังกล่าวได้รวมรายละเอียดทั้ง ๑๑ รายการ โดยกรุงเทพมหานครได้ประมาณการติดตั้ง พร้อมกับการตรวจสอบในราคาเมตรละ ๔๐๐ บาท ซึ่งรายละเอียดการดำเนินการติดตั้ง ปรากฏตามขอบเขตของงานทีโออาร์ (TOR) โดยกำหนดเงื่อนไขว่าผู้ที่ติดตั้งจะทำการติดตั้ง สายใยแก้วนำแสงได้มีการกำหนดไว้ให้บริษัทผู้รับจ้างดำเนินการติดตั้งอย่างครบถ้วน ยกตัวอย่างข้อกำหนดสำหรับผู้รับจ้าง เช่น อุปกรณ์ที่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ยึดติดกับเสาไฟ มีไม้คอน สายของกล้องจะต้องมีสลิง (Sling) นำหรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องลงดินกล้องจะต้องเดินสายภายในท่อโลหะแบบหนา ริจิด สตีล คอนดูท (Rigid Steel Conduit) อาร์เอสซี (RSC) รายละเอียดของการติดตั้งกล้องได้กำหนดไว้ ในขอบเขตของงานทีโออาร์ และเป็นเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการต่อไป การจัดหา สายใยแก้วนำแสงราคาประมาณ ๔๐๐ บาทว่ารวมราคาค่าขนส่ง ค่าประกันหรือไม่ กทม. ได้ชี้แจงว่าตามข้อกำหนดขอบเขตของงานทีโออาร์ได้กำหนดราคาของการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ประมาณการรวมค่าขนส่งและค่าประกันไว้ในราคาที่กำหนดแล้ว ไม่ได้มีการคิดแยกออกมา ซึ่งถ้าชี้แจงแค่นี้ท่านอาจจะมีความสงสัยว่าราคา ของกรุงเทพมหานครกับหน่วยงานอื่นนั้นมีความแตกต่างสูงกว่าหรือต่ำกว่าอย่างไร ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะชี้ให้เห็นนะครับ นี่คือการเปรียบเทียบราคาสายไฟเบอร์ ออพติก ที่ กทม. จัดซื้อกับหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งมีหน่วยงานเปรียบเทียบทั้งหมดก็คือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งจัดซื้ออยู่ ๒ รายการ ป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเมืองพัทยา รายการส่วนแรกเป็นรายการของกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านประธานดูให้ดีนะครับ จะมีราคาเปรียบเทียบชัดเจน ราคาค่าวัสดุสายใยแก้วนำแสง จำนวน ๒๔ คอร์ กรุงเทพมหานครซื้อในราคาวัสดุ ๙๐ บาท ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซื้อ ๑๗๑ บาท การไฟฟ้านครหลวงซื้อ ๕๙ บาท เมืองพัทยาซื้อ ๑๐๕ บาท แล้วก็มีรายการที่ กทม. ซื้อโดยแยกรายการ ๑๑ รายการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติของการจัดซื้อ เพราะหน่วยงานอย่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงก็จัดซื้อเหมือน กทม. โดยรวบรวมรายละเอียดทั้ง ๑๑ รายการ ไม่ว่าจะเป็นค่าอุปกรณ์สำหรับจับยึดบนเสาไฟฟ้า ค่าอุปกรณ์ประกอบเชื่อมต่อที่ปลายสาย ค่าอุปกรณ์ประกอบเชื่อมต่อจุดกลางทาง ระบบ กราวน์ดิง ซิสเต็ม (Grounding system) ค่าแรงติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นในช่วงการเดินอากาศ ช่วงผ่านโครงสร้างบนถนน ในช่วงการเดินสายใต้ดิน ค่าสายพร้อมอุปกรณ์คอนเนกเตอร์ (Connector) ค่าการทดสอบสายเคเบิลใยแก้วนำแสง ค่าขนส่งที่ใช้ดำเนินการทั้งหมด ท่านประธานครับ เมื่อเปรียบเทียบราคาที่กรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวงทำเหมือนกัน ผมให้ท่านประธานดูตรงนี้ครับ ราคาที่ปรากฏก็คือ กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้ในราคาเพียง ๓๓๓.๘๐ บาท ในขณะที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๓๙๕.๓๐ บาท การไฟฟ้านครหลวง ๓๙๙.๐๑ บาท และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ๓๕๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดซื้อถูกที่สุดในหน่วยงานทั้ง ๔ หน่วยงานที่ได้กราบเรียนไป เบื้องต้น แต่ว่าสิ่งที่ปรากฏที่มีการพูดกันมากก็คือว่าทำไมราคาของกรุงเทพมหานครจึงมาที่ ๔๐๐ บาท เพราะ ๔๐๐ บาทนั้นกรุงเทพมหานครได้มีการกำหนดค่าบำรุงรักษาและ ค่าประกันความเสียหายอีก ๒ ปี เนื่องจากพื้นที่การติดตั้งของกรุงเทพมหานครนั้นเป็นพื้นที่ ที่อยู่บริเวณถนนแล้วก็ฟุตปาธ (Footpath) ต่าง ๆ โอกาสที่จะเกิดความเสียหายจาก อุบัติเหตุหรือความเสียหายอื่นใดนั้นมีมากกว่าหน่วยงานอื่น ซึ่งอาจจะเป็นพื้นที่อยู่ในพื้นที่เฉพาะ เพราะฉะนั้นการป้องกันความเสียหายโดยการทำประกันไว้จึงเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นจากการตอบข้อซักถามของผมในประเด็นนี้ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกเมื่อได้ฟังแล้ว ก็คงจะเห็นตรงกันว่าราคาของกรุงเทพมหานครนั้นเปรียบเทียบกับทุกหน่วยงานเราถูกที่สุด อย่างแน่นอนไม่มีข้อสงสัย แล้วก็นี่เป็นข้อมูลที่รายงานในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ เรียบร้อยแล้ว และนี่คือเหตุผลที่กรรมาธิการวิสามัญถึงไม่ได้มีข้อสงสัยในเรื่องของการจัดซื้อ สายใยแก้วนำแสงนี้อีกเลย เพียงแต่บอก กทม. ว่าในอนาคตให้กำหนดแยกราคาของแต่ละ รายการออกมาให้ชัดเจนเท่านั้นเอง

ประเด็นที่ ๓ ที่สมาชิกท่านก่อแก้ว พิกุลทอง ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ตั้งข้อซักถามท้วงติงไว้ ซึ่งตอนนี้ท่านก็ไม่อยู่นะครับ ท่านบอกว่า กทม. ได้มีการจัดซื้อ เมื่อเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชแล้วมีราคาแพงกว่านั้น กรรมาธิการก็ได้ ตรวจสอบเรื่องนี้ครับ ทุกเรื่องที่มีการร้องเรียนมา กรรมาธิการได้ตรวจสอบอย่างละเอียด แล้วก็ชัดเจน ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะบอกรายละเอียดให้ทราบว่าราคาของอุปกรณ์ เอจ สวิตช์ (Edge Switch) โดยอ้างถึงงานสอบราคาจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รายการฟาสท์ อีเทอร์เน็ต สวิตช์ (Fast Ethernet Switch) ยี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่นเอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออี ราคาชุดละ ๒๔,๕๐๐ บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบของกรุงเทพมหานครใช้ยี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่นราคาสูงกว่ามาก เพราะเหตุใด กรรมาธิการได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏอย่างนี้ครับท่านประธาน ได้มีการสอบราคากิกะไบต์ เอจ สวิตช์ จาก ๓ ยี่ห้อ ๓ รุ่น ราคาประมาณ ๑๓๐,๐๐๐-๒๕๐,๐๐๐ บาท เอจ สวิตช์ที่กำหนดชี้ในงานของกรุงเทพมหานครเป็นกิกะไบต์ เอจ สวิตช์ ซึ่งมีความแตกต่าง จาก ฟาสท์ อีเทอร์เน็ต สวิตช์ ถึงจะเป็นรุ่นเดียวกันแต่ออปชันของอุปกรณ์และวิธีการ ดำเนินการต่างกัน เนื่องจากมีอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นคือโมดูล (Module) การเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสง ความเร็ว ๑ กิกะบิต เอที-เอสพีแอลเอ็กซ์ ๑๐ (AT-SPLX10) ซึ่งมีจำนวน ๒ โมดูล ส่วนของ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าว รวมถึงบริษัทที่เป็นผู้รับจ้าง ให้กรุงเทพมหานครมีการรับประกันและดูแลหลังการขายโดยบริษัทรับประกันระบบเครือข่าย กล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร ๒ ปี หลังการติดตั้งและมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครในระหว่างช่วงเวลา ดังกล่าวด้วย

ประเด็นที่ ๒ อันนี้สำคัญเลยครับ กรณีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นการจัดซื้อพัสดุครุภัณฑ์ หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายถึง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไปซื้ออุปกรณ์ตัวนี้มาแล้วดำเนินการติดตั้งเอง เป็นการซื้อพัสดุครุภัณฑ์ แต่กรุงเทพมหานครซื้อทั้งระบบ มีการดำเนินการติดตั้ง ดูแล ตรวจสอบทุกอย่าง และมีประกัน ๒ ปี

ประเด็นต่อมา นอกจากนี้ตามหนังสือของเทเลซิส ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่องตอบข้อสอบถามข้อมูลเอจ สวิตช์ รุ่นเอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออีว่าอุปกรณ์ที่เสนอขาย ให้กับบริษัทผู้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้กับกรุงเทพมหานครและผู้จำหน่ายเอจ สวิตช์ ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ขอเรียนอย่างนี้ว่า ลักษณะของอุปกรณ์กล้องของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไม่มีโมดูลอย่างที่ผม ได้กราบเรียนไว้ เพราะฉะนั้นราคาก็จะแตกต่างกัน

แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ราคาที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้รับราคาถูกนั้น เนื่องจากบริษัทอัลไลด์ เทเลซิสมีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ของสถาบันการศึกษา ด้วยการตั้งราคาสินค้าในราคาพิเศษที่เรียกว่าเอดดูเคชันนอล ไพรซ์ (Educational price) สำหรับหน่วยงานสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาทั้งระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ของหน่วยงานให้มีความครอบคลุมอย่างทั่วถึง เป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักเรียน ใช้ประโยชน์จากระบบการศึกษาอีกทางหนึ่ง ทั้งยังสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นด้วย นั่นคือต้องเรียกว่าเป็นโปรโมชัน (Promotion) ที่ทางบริษัทนั้นคืนให้กับสังคม โดยผ่านการส่งเสริมการขายให้กับสถาบันการศึกษา

ประเด็นสุดท้าย การรับประกันและดูแลหลังการขายนั้น ปกติ บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสจะมีระยะเวลารับประกัน ๑ ปี แต่ระบบของ กทม. นั้นรับประกัน ผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา ๒ ปี หากมีการชำรุดไม่ว่าจุดใด ๆ ผู้ขายต้องดำเนินการบำรุงรักษา ให้ใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากการขยายระยะเวลาประกันเพิ่มอีก ๑ ปี และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการบำรุงรักษาที่ติดตั้งอยู่ทั่วกรุงเทพมหานคร

ประเด็นสุดท้าย อุปกรณ์ที่ได้มีการจัดซื้อของมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มาจากประเทศจีน แต่อุปกรณ์ที่กรุงเทพมหานคร จัดซื้อในคราวนี้เป็นอุปกรณ์ที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีคุณภาพและราคาต่างกัน อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณา เรื่องนี้อย่างรอบคอบ แล้วก็ได้มีข้อสรุปให้เห็นชัดเจนว่าการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร ในเรื่องของโครงการกล้องซีซีทีวีนั้นเป็นไปตามข้อบัญญัติพัสดุ เป็นไปตามกฎหมาย และได้มี การปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ เพียงแต่อาจจะมีรายละเอียด และบางรายการที่อาจจะเกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับพี่น้องประชาชน จึงได้เกิดประเด็น ของการตรวจสอบเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้นกรรมาธิการจึงขอเรียนว่ากรรมาธิการทั้งหมด ซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นร่วมตรงกันในประเด็นที่ได้สรุป แล้วก็เรียนชี้แจงกับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น นี่คือข้อเท็จจริงที่กรรมาธิการอยากจะเรียน แต่ว่าในเรื่องบางกรณีที่ท่านกรรมาธิการบางท่านอาจจะมีความเห็นส่วนตัวขึ้นมา เพื่อประกอบการพิจารณานั้น กรรมาธิการก็ทราบดีว่าด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของท่าน แต่ว่าในที่ประชุมสภานั้นเราต้องยึดหลักและข้อสรุปของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะใช้ อ้างอิงและนำให้หน่วยงานอื่น ๆ ต่อไปในการที่จะพิจารณา กราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณโกวิทย์ครับ พอดีกรรมาธิการอีกท่านหนึ่งจะชี้แจงก่อน ให้กรรมาธิการอีกท่านหนึ่งครับ เอาสั้น ๆ ก็แล้วกันเดี๋ยวท่านโกวิทย์รอนานแล้วครับ

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ อยากจะสรุปสั้น ๆ ในประเด็นเรื่องของกล้องพรางกับกล้องจริงนะครับ วันนี้อาจจะส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากล ส่อไปในทางไม่สุจริต โดยเฉพาะ ประเด็นของหลายบริษัทที่ได้มีการประมูลนั้น บางบริษัทมีรายการถึง ๗ รายการ บางบริษัท มีรายการถึง ๘ รายการ ตามเอกสารซึ่งอยู่ในมือผมนี้ จะสังเกตได้ว่าบริษัทที่มีดอกจัน ๑ ดอกนั้น มี ๗ รายการที่ได้รับงานนี้ ส่วนดอกจันอีก ๓ ดอกจันนั้นได้รับ ๘ รายการ นี่คือสิ่งหนึ่งว่าทำไมเป็นกลุ่มเดียวกัน ประเด็นต่อมาก็คือว่าในกรณีกล้องจริงโดยหลักแล้วเมื่อมีการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าซื้อจำนวนมาก ราคาก็จะลดลง ถ้าซื้อจำนวนน้อยราคาก็จะเพิ่มขึ้นนี่คือสิ่งหนึ่งจะชี้ให้เห็นว่าแพงผิดปกติ หรือไม่ เปรียบเทียบกับการซื้อ ๔๐๐ เมตร เคเบิลใยแก้วนำแสง บอกว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้น เขาซื้อหลักพันแต่กรุงเทพมหานครนั้นซื้อหลักหมื่น ผมถามเถอะครับว่าโดยหลักแล้วซื้อมาก ก็ต้องถูกลงซื้อน้อยก็ต้องแพงนี่คือข้อสังเกต ฉะนั้นประเด็นที่ผมได้ชี้แจงเพิ่มเติม อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าสเปกรุ่นเดิมทั้งนั้นละครับ ตกรุ่นเป็นรุ่นเก่า ฉะนั้นราคาก็ไม่ได้ถูกลง กรรมาธิการจึงตั้งข้อสังเกตว่ามีความไม่ชอบมาพากลจึงมีความเห็นร่วมในการที่จะเสนอ ป.ป.ช. ต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญให้กรรมาธิการชี้แจงก่อนครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมาธิการ

ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เดี๋ยวสักครู่ครับคือเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันนะครับ คือสิ่งหนึ่งที่ผมได้ทักท้วง ตั้งแต่เริ่มต้นนะครับคือเรื่องของความเห็นส่วนตัวกับความเห็นของคณะกรรมาธิการยืนยันว่า ความเห็นของคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๐ ท่านที่ออกมาเป็นความเห็นรวมไม่ได้มีประเด็น เรื่องของข้อสงสัยในการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ อย่างไร ประเด็นที่หลาย ๆ คนพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือว่าการส่งให้ ป.ป.ช. นี่มันก็เป็นเรื่องของกระบวนการปกติที่เรามีการสอบสวน แล้วก็เป็น ข้อมูลเพิ่มเติมให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรงนี้ เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการที่ได้กล่าวลงไป สักครู่นี้ผมอยากจะให้ถอนด้วยซ้ำนะครับว่าท่านบอกว่าท่านเป็นกรรมาธิการและความเห็น ที่ท่านบอกว่ามีทุจริตนี่เป็นความเห็นของคณะกรรมาธิการ ผมอยากให้ถอนให้เปลี่ยนคำพูดว่า เป็นความเห็นส่วนตัว ความเห็นส่วนตัวก็ประหนึ่งว่าเป็นความเห็นที่แตกต่างออกจาก ความเห็นของคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๐ คน ซึ่งจากการตรวจสอบท่านลองไปอ่านนะครับ ความเห็นของคณะกรรมาธิการมีข้อ ก ข ค นี่ครับไม่มีพูดถึงเรื่องทุจริตคอร์รัปชันมีแต่เรื่อง ของการให้ข้อแนะนำว่าควรจะไปทำอย่างไรให้มีความเข้าใจถูกต้องตรงกันในหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ ก็ขอยืนยันตรงนี้ครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดอกเตอร์สิงห์ทองว่าอย่างไร

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ ผมไม่ได้เอ่ยแม้แต่คำเดียวว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ผมบอกว่า ส่อไปในทางไม่สุจริต ก็ไปตีความหมายกฎหมายดูสิครับว่าผมไปบอกว่าทุจริตได้อย่างไร ต้องขอชี้แจงและไม่ขอถอนครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ ให้ท่านชนินทร์ก่อนครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ คือผมไม่ได้ติดใจว่าท่านจะใช้คำพูดว่าส่อทุจริตหรือว่าทุจริต แต่ผมติดใจว่าท่านใช้คำพูดว่า ในนามกรรมาธิการมีความเห็นว่าส่อทุจริต ตรงนั้นไม่ใช่ความเห็นของคณะกรรมาธิการ เป็นความเห็นของท่านคนเดียว กรรมาธิการ ๓๐ คน ก็คือข้อ ก ข ค ไม่มีความเห็นเลยว่า ตรงไหนส่อทุจริต สรุปสุดท้ายก็ส่งให้ ป.ป.ช. ก็อย่างที่ทุกท่านทราบละครับว่าส่งให้เพื่อที่จะ เป็นข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้นเองครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวัชระครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด สภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานว่าในคณะกรรมาธิการไม่มีใคร ติดใจสงสัยดังเช่นที่กรรมาธิการสิงห์ทอง บัวชุม ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ โดยเฉพาะคำว่า ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่มีครับ ท่านประธานครับ ที่นี่เราเป็นประชาธิปไตย ท่านสิงห์ทอง บัวชุม ก่อนหน้านี้ท่านเคยอยู่ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ในปี ๒๕๕๒

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องนี้ท่าน เอาเรื่องที่เราปรึกษาหารือ อย่าไปเอาเรื่องอื่นอีกครับ เดี๋ยวก็มีการพาดพิง ประท้วง ไม่จบเสียทีครับ ท่านวัชระเชิญครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ผมกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับ ที่ต้องกราบเรียนเรื่องนี้ นี่คือประชาธิปไตยครับ เพราะว่าท่านสิงห์ทอง บัวชุม ท่านบุกพังประตูโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ปี ๒๕๕๒

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาเรื่องนี้ครับ เอาเรื่องที่อภิปราย ไม่ไปเรื่องอื่นครับ เดี๋ยวก็พาดพิงแล้วไม่จบ มันก็ไม่จบ ท่านวัชระเอาเรื่องนี้เรื่องที่เราปรึกษาหารือที่ประชุมนี้

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ครับท่านประธาน และกล้องซีซีทีวี วงจรปิดได้บันทึกภาพเอาไว้ เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนครับ นี่คือประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิด ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าที่นี่เราเป็นประชาธิปไตย และแม้นว่า ท่านไปโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา มา ผมไม่ได้ไปผมก็เป็นกรรมาธิการร่วมกับท่านได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีการส่อไปในทางทุจริตอย่างที่นายสิงห์ทอง บัวชุม ได้ว่าไว้ กราบเรียน ท่านประธานสักเล็กน้อย ท่านไปถามนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงดูสิครับว่ารู้จัก ในฐานะอะไร รู้จักนายสิงห์ทอง บัวชุม ในฐานะอะไร

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ พูดถึงเฉพาะประเด็นที่เราอภิปรายกัน เดี๋ยวจะพาดพิงกันไปมา ไม่จบเสียที

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ติดกล้องวงจรปิดครับ ท่านประธานครับ แล้วรู้จักกับผมในฐานะอะไร ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ถ้าทุจริต ผมไม่ปกป้องครับ แล้วยืนยันว่าในกรณีนี้ที่ได้ส่ง ป.ป.ช. ก็ส่งไปตามลายลักษณ์อักษร ส่งไปตามครรลองเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ยุติธรรม และยืนยันว่าในกรณีนี้ ไม่มีการส่อไปในทางทุจริตอย่างที่นายสิงห์ทอง บัวชุม ได้นำมากล่าวอ้างแต่ประการใดเลย แม้แต่น้อย ขอขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ใช้สิทธิพาดพิง

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สิงห์ทอง บัวชุม การพิจารณาของกรรมาธิการในเรื่องของกล้องซีซีทีวีนั้นเป็นเรื่องของ กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่เป็นต่างจังหวัด แล้วกรณีผมถูกกล่าวพาดพิงหาว่าไปทุบประตู ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เรื่องนี้เป็นการกล่าวหาขอให้ถอนคำพูดครับ ทำให้ผมเกิดความเสียหายในเรื่องเกียรติยศ ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามต่อสาธารณชน ฉะนั้นขอให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติ นายวัชระ เพชรทอง ถอนคำพูดครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระครับ ถ้าไม่จริงก็ถอนนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพยิ่ง กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้อภิปรายว่า นายสิงห์ทอง บัวชุม ไปบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยาจริง และนายสิงห์ทอง บัวชุม ได้เดินตามหลังผู้นำที่ไปบุกโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท ที่พัทยาจริง ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พูดในสภาและนอกสภาตรงกันและตรงไปตรงมา ผมยืนยันว่าเป็นความจริง เมื่อเป็นความจริง ผมไม่จำเป็นต้องถอนแต่ประการใด แต่ถ้าท่านจะใช้สิทธิฟ้องร้องที่ศาล เชิญไปฟ้องได้ทุกศาลแม้กระทั่งศาลดูไบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ ก็ตอบโต้กันไปมาไม่จบทั้งคู่ ผมไม่อนุญาตทั้งคู่แล้วครับ เชิญท่านโกวิทย์ ยกมือตั้งนานแล้ว

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านโกวิทย์ก่อนครับท่านบุญยอด ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ เมื่อสักครู่นี้ กรณีของนายสิงห์ทอง บัวชุม กับกรณีของกรรมาธิการชนินทร์ รุ่งแสง คุณชนินทร์บอกว่า คุณสิงห์ทองพูดว่ากรรมาธิการได้มีข้อสรุปซึ่งคุณสิงห์ทองยืนยันว่าใช้คำว่าส่อไปในทางไม่สุจริต ผมก็จดตามนะครับ ท่านยืนยันอย่างนี้นะครับ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่ากรรมาธิการ มีข้อสรุปนั้นจริงหรือไม่ หรือเป็นข้อสรุปของตัวท่านเอง ท่านต้องพูดให้ชัด ผมดูในหน้า ๔๘ หน้า ๔๙ และหน้า ๕๐ ซึ่งเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของท่าน ใน ๓ หน้านี้ไม่มีเรื่องของ ความคิดเห็นตรงนี้ว่า สิ่งที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างนั้นเป็นเรื่องของการส่อไปในทางไม่สุจริต ท่านก็ไม่ได้พูดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นนี้ต้องเอาให้ชัดก่อนว่าสิ่งที่ท่านพูดนี้ผมก็ฟังในทำนองว่า ท่านพูดว่าคณะกรรมาธิการมีข้อสรุปแบบนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการมีข้อสรุปว่าส่อไป ในทางไม่สุจริต ซึ่งถ้าท่านพูดอย่างนั้นก็ไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบุญยอดประท้วงหรืออะไรครับผมจะได้วินิจฉัยถูก เพราะไม่ใช่อยู่ ๆ ท่านยกมือขึ้นมาพูด แทนท่านโกวิทย์ครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ผมประท้วงท่านว่า ท่านยังไม่ได้วินิจฉัยให้จบสิ้นในประเด็นนี้ว่าดอกเตอร์สิงห์ทอง บัวชุม จะต้องถอนคำพูดนี้ หรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ท่านยังไม่ทำประเด็นนี้ให้มันจบ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ไม่มีใครประท้วงประเด็นนี้นะครับ ท่านสิงห์ทองได้พูดจริงไหมครับ เอาให้จบ ๆ ผมจะให้ท่านโกวิทย์พูดแล้วครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ผมไม่ได้ถามท่านวัชระ ท่านนิ่ง ๆ ขอร้องนะครับ เชิญท่านสิงห์ทองครับจะได้ผ่านไปเรื่องอื่น พฤติกรรมโดยส่วนตัวหรือส่วนกรรมาธิการก็พูดให้จบ

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ สิ่งที่จะบ่งชี้ได้ชัดก็คือว่าในกรณีที่ไม่มีความชอบมาพากลหรือมี ความไม่โปร่งใส แล้วเหตุใดคณะกรรมาธิการถึงมีข้อสรุปว่าต้องส่งไปที่ ป.ป.ช. นั่นแสดงว่า ต้องมีความเคลือบแคลงสงสัยเกิดขึ้น ผมจึงใช้คำว่าส่อไปในทางไม่สุจริต

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทราบแล้วครับประเด็นที่ท่านว่าส่วนตัวหรือในฐานะกรรมาธิการที่ท่านพูดนี่ ที่สรุปออกมานี่

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ วันนี้คณะกรรมาธิการมีความเห็นว่าต้องส่งไปที่ ป.ป.ช. อันนี้คือความจริง ขอบคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประเด็น ที่เขาประท้วงท่านคือว่าท่านพูดสรุปไปในนามกรรมาธิการหรือในนามส่วนตัวของท่าน ท่านก็ตอบให้ตรงแล้วจะได้ไปเรื่องอื่นแล้วครับ ท่านก็ไม่จบสักที อย่างนั้นก็เอาอย่างนี้ครับ ท่านสิงห์ทองถ้าพูดส่วนตัวก็ในนามส่วนตัวท่าน ในนามกรรมาธิการท่านก็ว่าในนาม คณะกรรมาธิการทั้งคณะ ท่านสิงห์ทองเอาประเด็นนี้ก่อนครับจะได้จบ ไม่อย่างนั้น การประชุมก็ไปต่อไม่ได้ ผมว่าก็ต้องรออยู่อย่างนี้ เชิญท่านสิงห์ทองครับ ท่านอื่นกรุณา อยู่ในความสงบครับ ให้ผมได้ทำหน้าที่ผมครับ

นายสิงห์ทอง บัวชุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สิงห์ทอง บัวชุม เป็นความคิดส่วนตัวของผมเอง

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอแล้วครับ นั่งลงครับประเด็นนี้ ท่านบุญยอดจบแล้วครับ เชิญท่านโกวิทย์ ท่านอื่นไม่ต้อง ท่านบุญยอดนั่งลงครับ เชิญท่านโกวิทย์ ไม่เอาครับประเด็นนี้ตอบไปชัดเจนแล้วครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรต่อครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมต้องประท้วงต่อครับ เพราะว่า ท่านจะมาแสดงความคิดเห็นที่นอกเหนือจากรายงานที่ส่งมาอีกนี่ ทำไมท่านไม่ระบุ ไปในรายงานล่ะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ครับ เอาประเด็นที่เขาบอกว่าส่วนตัวเขาก็จบแล้วครับ ท่านบุญยอดไม่เอาแล้วครับ ก็เขาพูด ส่วนตัวเขา บอกในนามส่วนตัวไม่ได้ในนามกรรมาธิการ พอแล้วครับ เชิญท่านโกวิทย์ครับ พอแล้ว เขาก็บอกเขาพูดในนามส่วนตัว ท่านอย่าเถียงผมสิครับ ถ้าประท้วงประเด็นนี้ ผมก็ให้เขาพูดในนามอะไร เขาบอกในนามส่วนตัวไม่ได้พูดในนามกรรมาธิการ เชิญท่านโกวิทย์ครับจะได้เดินหน้าต่อ เหลือ ๒ ท่านครับ

นายโกวิทย์ ธารณา บัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม โกวิทย์ ธารณา บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ รายงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริง การติดตั้งกล้องวงจรปิดนี้เป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่ผมนึกว่าตรงนี้คือการประชุมสภา กทม. เพราะอะไรครับ เหมือนสภา กทม. เขาเข้าประชุมอย่างนี้ จริง ๆ เป็นหน้าที่ กทม. จะต้อง รับเรื่องนี้ไปด้วย เพราะว่ามีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็ยังดีครับ มีท่านเผดิมชัย เข้ามาช่วยงานนี้ แล้ววิรัตน์ที่เป็นน้องชายของวิชาญก็มา ก็จะได้ตรวจสอบกันอย่างแท้จริง สิ่งที่เรียกว่าการทำหน้าที่นี่ดีครับ แต่บางงานนี่เป็นความเห็นส่วนตัวไม่ได้หรอกครับ ใช้จิตสำนึกคือทำให้ประเทศวุ่นวาย แล้วความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนี่ จะไม่มีเหลือเลย เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะจากการเดินขบวนทำร้ายประชาชนกรุงเทพฯ แล้วก็ต่างจังหวัด มามาก เอากล้องชี้ไปบนฟ้าบ้าง เอากล้องไปปิดบ้าง เสียหายเท่าไรครับในกรุงเทพมหานคร แล้วจึงนำเสนอกล้องพรางหรือกล้องดัมมี ตอนแรกก็พูดถึงเรื่องกล้องดัมมีเป็นสิ่งที่ว่า โอ้โฮ เอากันตายเลยครับ มันลวงโลก มันลวงสังคม มันเจ็บปวด แต่รู้ไหมว่าคนกรุงเทพฯ ที่ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมันเจ็บปวดครับ ท่านรู้ไหมว่าท่านมีความมั่นคง ท่านออกนโยบายไปหลักของประกันสุขภาพชีวิตหรือความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ในเรื่องความปลอดภัยท่านรู้ไหมว่าเขาเลือกท่านมาเพื่ออะไรครับ อยากให้ท่านมาทำหน้าที่ อยากให้ท่านมาปกป้องผลประโยชน์ แต่ผลสุดท้ายนำไปสู่อะไรครับ บนถนนครับ แล้วกล้องก็หายไป กล้องโน่นกล้องนี่ จับไม่ได้เลยครับ ทั้งชายชุดดำทั้งอะไรต่าง ๆ รู้ไหม ความจริงก็กระจ่างแล้วครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาจะทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเพราะอะไรครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านโกวิทย์ที่เคารพ เอาเฉพาะที่รายงานครับท่าน ด้วยความนับถือ

นายโกวิทย์ ธารณา บัญชีรายชื่อ

รายงานตรงนี้แหละครับ เขาสรุปมา เรียบร้อยแล้วครับว่าสาเหตุจะทำหน้าที่ของกรรมาธิการสรุปมาในส่วนที่ความเป็นจริง ทั้งหมดแล้วว่าที่เกิดขึ้นคือเรื่องอะไร แต่รายละเอียดทั้งหมดนะครับ ราคาถูก ราคาแพงครับ บริษัทไม่เหมือนกัน เรารู้ว่าพื้นที่ไม่เหมือนกัน ท่านใช้อะไรในการสรุปตรงนี้ เมื่อของ กทม. ราคามาตรฐานแล้วถูก ผมไม่ได้เข้าข้าง กทม. ท่านธนาได้ชี้แจงไปถึงระบบว่าทั้งระบบนี่ คือเวลามันยากลำบากตรงไหน ถ้ามันลงดินมันก็แพงกว่าหน่อย ถ้ามันพาดเสาไฟฟ้า มันก็ถูกอีกหน่อย ถ้าไม่มีคนเยอะก็ถูกอีกหน่อย มันอยู่ที่ว่าส่วนรวมมันอยู่ตรงไหน ถ้าไปต่างจังหวัดก็ถูกครับ ถ้าไปในป่ายิ่งถูกใหญ่เลยครับ ท่านลองไปดูสิครับว่าถ้าไปป้องกันป่า จะถูกกว่านี้อีก เพราะว่ามนุษย์ชอบเสแสร้งกันมาตลอดมันก็ถึงเป็นเรื่องนี้เกิดขึ้นมา ถ้าท่านพบว่าทุจริตนำไปเลยครับทุกคน ผมชอบครับให้ตรวจสอบทุจริต ว่ากันมาเลยว่าใครทุจริต เอากันเสียทีสิครับ โครงการไหนที่ทุจริตถ้าทำให้บ้านเมืองเสียหายช่วยกันดูแลบ้างครับ อย่าเลือกปฏิบัติว่าเวลาจะเลือกตั้งจะเอาปัญหาต่าง ๆ นี้มาเกิดขึ้นกับสภานี้ ให้สภา กทม. ที่เขาทรงเกียรติเขามี ส.ก. ส.ข. แล้วตอนนี้เขากระจายอำนาจนะครับ อบต. ก็มี ส.จ. ก็มี ผมเห็นใจท่านกรรมาธิการชุดนี้ครับว่าต้องอุตส่าห์มาทำงานเรื่องนี้เพื่อความกระจ่างนะ ถ้าท่านพบผมร่วมมือกับท่านด้วย แต่ท่านจะโกหกมาตรงนี้ไม่มีความจริง อย่าเอาจิตวิญญาณว่า อันโน่นคือใช่ อันนี้คือไม่ใช่ แล้วการทดสอบของบริษัทต่าง ๆ นะ ผมก็ถามบริษัทต่าง ๆ มานะครับ ทั้งภาคเอกชนแล้วไปดูงานต่างประเทศก็เห็นว่าสิ่งที่มันเป็นไปได้ ถ้าของดีราคาถูกไม่มี ผมยืนยันนี่นะครับ ถ้าใช้ของถูกเมื่อไร ๓ วันก็เสีย ๔ วันก็เสีย ถ้าของแพงแล้วจัดจ้างถูกต้อง ทำวิธีถูกต้อง มาช่วยกันทำครับแล้วบ้านเมืองจะเจริญ ด้วยความเคารพว่าที่จะมานั่งตรงนี้ ที่มาพูดเพราะว่าพูดถึงรายละเอียด ประชาชนเขาสับสน แล้วเอาบริษัททุกบริษัทมานะครับ ที่ประมูลกล้องซีซีทีวีทั้งหมดมานั่งในสภา แล้วมาโต้กันสักวันหนึ่งว่าใครถูกใครผิด เอากันจริง ๆ เสียทีสิ ขอบคุณท่านประธานมากเลยครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเจะอามิงครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานว่าผมส่วนหนึ่งก็คือในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ผมเป็นกรรมาธิการมาหลายครั้ง หลายคณะ ผมสังเกตเห็นว่าการทำงาน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องกล้องซีซีทีวีเป็นเรื่องแปลกครับท่านประธาน ซึ่งผมเอง ค่อนข้างที่จะรับไม่ได้ การประชุมการพิจารณาในคณะกรรมาธิการต้องยอมรับนะว่าตัวเอง คนที่เป็นกรรมาธิการต้องรู้หน้าที่และบทบาทของตัวเองว่ามีอำนาจหน้าที่เพียงไหน แต่การประชุมในคณะกรรมาธิการซีซีทีวี ท่านประธานที่เคารพครับ อะไรเกิดขึ้นผมจะนำ เรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ว่า การนำเสนอการแสดงข้อคิดเห็นในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเสมือนหนึ่งมีการตั้งธงขึ้นมาแล้วว่าเป้าหมายที่ต้องการทำ และกล่าวให้ร้ายอย่างไร แม้กระทั่งในการซักถามในคณะกรรมาธิการก็ได้มีการซักถาม ผู้ที่ตั้งญัตติไว้อย่างชัดเจนจนมีอยู่ครั้งหนึ่งก็ได้ยอมรับในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการว่า การพูดในสภาผู้แทนราษฎรก็พูดไปอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือบทบาทหน้าที่ ของคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมถึงได้แลเห็นว่าในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการวันนี้ถึงแม้จะมีความตั้งใจในการที่จะไปพิจารณาดูแลในเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรจำเป็นที่จะต้องไปตรวจสอบ แต่ถ้าบุคคล ที่ไปตรวจสอบไม่สุจริตล่ะครับใครจะไปตรวจสอบพฤติกรรมของนักการเมืองที่มีพฤติกรรมเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ หลายเรื่องหลายประเด็นที่เกิดขึ้นใหม่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้พยายามซักถาม พยายาม ไล่เลียง และสิ่งที่สำคัญที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการที่ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย เมื่อคณะกรรมาธิการได้เรียนเชิญผู้ที่จะต้องมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ มันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ควรที่จะเกิดในคณะกรรมาธิการ การกล่าวให้ร้ายบุคคลที่มาชี้แจง เหมือนกับเรียกเขามาแล้วต้องบอกว่านี่คือสิ่งที่คุณทำผิดนะ อำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมาธิการคือไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง หาพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริง แต่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่ใช่ครับ ผมเห็นแล้วเวทนา ตอนที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรียกข้าราชการประจำมาชี้แจงแล้วไปกล่าวให้ร้ายเขา ไปตำหนิดุด่าเขาเสมือนมีอำนาจล้นฟ้า ซึ่งมันไม่น่าที่จะเกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงมีความเห็นที่สอดคล้อง ที่ผมมีความเห็นสอดคล้องด้วยว่าบางเรื่อง ในข้อสรุปของคณะกรรมาธิการผมเองก็คงจะไม่เห็นด้วยเกือบทั้งหมด แต่สิ่งที่ผมเห็นด้วย ในคณะกรรมาธิการอย่างชัดเจนคือการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่ได้ขอจากรัฐสภาไป เพื่อในการพัฒนา เพื่อในการให้ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ของบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรไป อันนี้ต้องช่วยกัน ผมนั่งฟังตั้งแต่เช้า ที่จริงผมยังนึกในใจว่าวันนี้คงไม่ต้องลุกขึ้นมาพูดหรอกครับ แต่ฟังแล้ว ยังไม่มีใครพูดถึงประเด็นกล้องซีซีทีวีจังหวัดชายแดนภาคใต้เลย ประเด็นที่ผมอยากจะพูด อยากจะสะท้อนให้เห็นว่ากรอบความคิดในการจัดตั้งซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ด้วยเหตุผลที่มีเหตุมีผลในสมัยรัฐบาล พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนที่วางกรอบความคิด ในปี ๒๕๔๗ และมีการประมูลในการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสมัยของ ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับดูแล โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นกล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓,๐๐๐ กว่าจุดที่จะต้องติดตั้ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการก็ยังไม่มี ผมอยากจะเพิ่มเติมอยู่ตรงนี้ว่า คณะกรรมาธิการเองต้องมีข้อสรุปให้กับกล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า มีความจำเป็นที่จะต้องติดตั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน เหตุผลครับ เพราะการเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้เจ้าหน้าที่ และกลไกของรัฐไม่สามารถที่จะหาพยานหลักฐานได้เลย จะสังเกตเห็นว่าเวลามีการนำ รายการจับกุมผู้ก่อเหตุ ผู้ก่อการในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้งหลายครา ที่ไม่มีพยานหลักฐานเวลานำสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วถูกปล่อยตัว แต่เมื่อถ้ามีกล้องซีซีทีวีได้ติดตั้งอย่างสมบูรณ์แบบ พยานหลักฐานเรานี่อย่างไรครับ จะสามารถที่เป็นพยานหลักฐานนำกระบวนการและนำผู้ที่ก่อการก่อเหตุนำไปสู่ในการจับกุม และดำเนินคดีได้ ท่านประธานที่เคารพครับ กล้องซีซีทีวีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะไปพิจารณากล้องซีซีทีวีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขณะนั้น ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ได้นำประเด็นเรื่องกล้องซีซีทีวีเข้าไป ตรวจสอบ เหตุผลที่ต้องไปตรวจสอบเพราะว่ามีการจัดสรรงบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎร โดยผ่านไปถึงรัฐบาล ๙๖๙ ล้านบาทที่ได้มีการประมูล ๙๖๙ ล้านบาทที่มีการประมูล ถามว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาไปติดตามแล้วมันไม่มีการติดตั้งและการทำงานล่าช้ามาก จนเป็นที่มาของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในสมัยนั้นต้องไปติดตามดูว่ามันมี เงื่อนไขและมีอะไรบางอย่างที่น่าจะมีปัญหาต่อกระบวนการในการติดตั้งกล้องซีซีทีวี จังหวัดชายแดนภาคใต้ พอเวลาไปติดตามแล้วครับท่านประธาน เหมือนกับที่สภากำลัง พิจารณากล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ กทม. แต่ผลปรากฏครับเวลาไปตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในสมัยนั้น กล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าได้มีพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยมีพฤติกรรรม ส่อไปในทางทุจริต จนเป็นที่มาของเท่าที่ทราบนะครับ เป็นที่มาของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มีหนังสือไปถึงสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงมหาดไทย นั่นแสดงให้เห็นว่าในการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มันส่อไปในทางทุจริตและให้ดำเนินคดี วันนี้ในคณะกรรมาธิการวิสามัญกล้องซีซีทีวีก็ได้มี การพิจารณาส่วนหนึ่งของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะนำเรื่องของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ส่ง ป.ป.ช. ต่อไป เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ได้กระทำความผิดตามที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้แจ้งหนังสือไว้ยังสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานถึงความสำคัญในการติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างในกรณีการเกิดเหตุที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีเหตุระเบิด ๒ ครั้งในวันเดียวกันช่วงเวลาหกโมงเย็น ผมได้มีการประชุม ร่วมกับอำเภอรือเสาะ ท่านประธานทราบไหมครับว่ากล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งในอำเภอรือเสาะ มันใช้ไม่ได้ มันใช้ไม่ได้ เหตุผลที่ผมอยากจะให้มีข้อสรุปไว้ในคณะกรรมาธิการว่าจะต้องให้ ความสำคัญในการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการจัดสรรงบประมาณ ในส่วนของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ที่อำเภอรือเสาะที่ผมยกตัวอย่างไว้มีการประชุม มีการรายงานของที่ว่าการอำเภอต่อที่ประชุมว่ามันมี ๔๘ กล้อง ๔๘ กล้องเสียไปไม่ต้องบอกว่า จำนวนเท่าไร แต่บางส่วนใช้ไม่ได้จริง ๆ ครับท่านประธาน ประเด็นที่มีข้อสรุป ของคณะกรรมาธิการย้อนกลับไปดูว่าการติดตั้งกล้องซีซีทีวีวันนี้ต้องไม่ใช้ในระบบ การควบคุมดูแลกล้องซีซีทีวีทั้งระบบให้อยู่เป็นจุดศูนย์กลางศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง ต้องให้เล็กลง สิ่งที่สำคัญวันนี้เป็นข้อมูลใหม่ต่อกรรมาธิการ ต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าถ้ามีการประมูล ต้องให้มีการประมูลในการจัดสรรมอบให้กับอำเภอซึ่งมีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจ ประจำอำเภอนั้น ๆ เลยเป็นผู้ดูแลและเป็นผู้จัดสรรงบประมาณ อย่าไปทำแบบเทอะทะ และสิ่งที่สำคัญอย่าไปทำแบบไฟเบอร์ ออพติก เพราะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการไปศึกษาข้อมูลทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้ว และของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐก็ดีว่าการติดตั้งในระบบไฟเบอร์ ออพติกมันจะ มีปัญหาในการติดตั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฉะนั้นก็ขอให้เปลี่ยนจากไฟเบอร์ ออพติก ไปเป็นไวร์เลส (Wireless) ซึ่งผู้บริหารสามารถดูในทางอินเทอร์เน็ตได้ อยู่ที่ไหนมุมไหน ในโลกนี้ในประเทศนี้ก็สามารถจะดูแลพื้นที่ในการควบคุมในการคอนโทรล (Control) ได้ แล้วมอบให้พื้นที่เป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างเสีย อย่าไปให้ส่วนกลางและให้มีการมอนิเตอร์ เฉพาะอำเภอ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นข้อมูลใหม่ที่จะพยายามใส่ในข้อสรุปของ คณะกรรมาธิการ ประเด็นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมอยากจะฝากผ่าน ที่จริงมันมีส่วนเกี่ยวข้องอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลว่าให้ความสำคัญในการติดตั้งให้เร่งด่วน ให้อำเภอร่วมกับตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบและเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างและให้ทำอย่างเร่งด่วน ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่าให้มีการมอนิเตอร์เป็นจุดใดจุดหนึ่งและให้ใช้ ในระบบไวร์เลสสามารถเชื่อมโยงไปถึงระบบอินเทอร์เน็ต สามารถดูทางอินเทอร์เน็ตได้ ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่ใดที่มีการก่อเหตุที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้รัฐบาล ต้องจัดสรรงบประมาณอย่างเร่งด่วนไปจัดซื้อจัดจ้างไปติดตั้งเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องกล้องพราง กรรมาธิการได้มีการตรวจสอบครับว่ากล้องพรางมันไม่มีเฉพาะประเทศไทย หรอกครับ ไปที่ต่างประเทศก็มีการติดตั้งกล้องพราง ถามว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในข้อสรุปของคณะกรรมาธิการข้อ ๓ บอกว่ากล้องพรางในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ต้องมี ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีกล้องพรางในจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมไม่ขอล้วงไปถึง ของ กทม. ในกรณีของจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าไม่มีกล้องพราง ถ้ามีติดตั้งกล้องวงจรปิด โดด ๆ กล้องเดียวผมว่าฝ่ายตรงข้ามเขาสามารถมองออกครับว่ากล้องนี้คือกล้องจริง แล้วเขาก็จะทำลายและผลในการปฏิบัติมันก็จะไม่มีผล ฉะนั้นกล้องวงจรปิด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กล้องพรางเหมือนกับที่ต่างประเทศ และที่ไหน ๆ ก็แล้วแต่ที่เขามีการวางกันอย่างนี้ แม้กระทั่งของฝ่าย กอ.รมน. เอง สมช. เอง ทั้งฝ่ายซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำทีโออาร์ก่อนหน้านี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล้องดัมมี ที่เขาเรียกในสภานี้คือกล้องพรางครับ จำเป็นต้องมี ราคาจะสูงจะน้อย อันนั้นเป็น กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้าง การทำทีโออาร์ก็ไปว่ากันไป ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะขอแก้ไขในคณะกรรมาธิการก็คือหน้า ๖๐ ที่ได้โควท (Quote) คำพูดของผมไว้ ในช่วงวรรคท้ายสุดที่เขียนว่าเคยตั้งคำถามไว้ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ใช้ระบบไร้สาย ซึ่งจะลดต้นทุน ในประเด็นหลังจากนั้นในเรื่องเส้นทางจาก ๒,๐๐๐ เมตรเป็น ๓,๐๐๐ เมตร แต่ทำให้ขาดทุนและทิ้งงานต่อไป ผมขออนุญาตตัดตั้งแต่เรื่องเส้นทาง ๒,๐๐๐ เมตร เป็น ๓,๐๐๐ เมตรตัดออกเพราะมันดูแล้วเวลาอ่านแล้วมันจะสวนในกรอบความคิด ในความเป็นจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมเห็นด้วย ที่นอกจากจะส่งให้ ป.ป.ช. ทั้งของ กทม. และอย่าลืมให้เพื่อนสมาชิกได้ติดตามของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีการสรุปให้กับ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะอนุญาตให้ท่านวิชาญและท่านบุญยอด ท่านละ ๗ นาทีพอแล้วครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมเองไม่ได้ตั้งใจจะอภิปรายละครับ แต่เมื่อมาฟังเพื่อนสมาชิก ที่ไปศึกษาในส่วนของกรรมาธิการแล้วก็เลยมีข้อสังเกตครับว่าข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ ที่ออกมา ๑๐ ข้อเป็นข้อสังเกตพื้น ๆ ซึ่งอ่านแล้วก็ดูเหมือนว่าเป็นการพูดคุยกัน แล้วก็เอาข้อที่พูดคุยมาเขียน ก็ไม่มีอะไรที่มันบ่งบอกว่าเป็นความชัดเจนในเรื่องของการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าว ส่วนที่ ๒ ผมมาดูการเปรียบเทียบเรื่องของราคา อันนี้น่าสนใจครับเพราะในเรื่องของราคา ๑๒ โครงการ ถ้าบอกว่ามีการวางสเปกไว้ในลักษณะของการเขียนทีโออาร์ที่คล้ายคลึงกัน ตัวเลขในเรื่องของการเสนอราคามันมีราคาที่ต่างกัน โดยเฉพาะในโครงการทั้ง ๑๒ โครงการนี่ โครงการที่ ๔ ๕ ๗ เป็นโครงการที่มีราคาที่ต่ำ ส่วนโครงการอื่น ๆ นั้นก็เป็นโครงการ ที่มีสัดส่วนการลดราคาอยู่ไม่ถึงเปอร์เซ็นต์ก็มีนะครับ ก็เลยมองว่าการกำหนดในเรื่องของ ราคาในการเปรียบเทียบ ในการแข่งขันนั้นเพื่อนสมาชิกในส่วนของคณะกรรมาธิการ มีการสอบถามหรือเปล่า เพราะเมื่อสักครู่นี้มีการอภิปรายไปว่าในเรื่องของราคาเหล่านี้ มันเทียบเคียงแล้วในเรื่องของอุปกรณ์ เช่นอุปกรณ์ในเรื่องของตัวกล้องผมคิดว่าราคาไม่ได้ต่าง แต่จะต่างกันในเรื่องของสายไฟเบอร์ ออพติก หรือในส่วนของระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นราคาเปรียบเทียบ แล้วก็มีการแยกรายการหรือไม่ ทีนี้ผมมีเรื่องที่เป็นประเด็นโดยเฉพาะในส่วนของวิธีการ ที่ท่านบอกว่าได้มีการสอบถามแล้วก็มาสรุปเป็นข้อเสนอแนะ ผมมองว่าควรจะมีการดูในเรื่องของ แนวทางที่กรุงเทพมหานครวางไว้หรือในอนาคตจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เช่นในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการดูแลเรื่องจราจรหรือในเรื่องอะไร จุดหรือตำแหน่งการติดตั้งมันต้องเปลี่ยนไปในเบื้องต้นนะครับ

ส่วนที่ ๒ คือจำนวนการติดตั้งจะเป็นกล้องพรางหรือกล้องจริง แต่ต้องได้ ความชัดเจนครับ เพราะรายการนี้ที่สมาชิกมีการถกเถียงกันจนไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่ามันเป็นการโพสต์เข้าไปในเฟซบุคว่ามันมีกล้องชนิดนี้โดยไม่ได้ มีการใส่กล้องเข้าไป ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะมาบอกว่าต่างประเทศเขามีการทำ ผมคิดว่าการทำ ในลักษณะของต่างประเทศก็คงจะแนบเนียนกว่าที่เราพบเห็นในประเทศ เพราะทุกคนเห็น เมื่อหลังจากที่มีการบอกแล้วก็จะเห็นว่ามีการไปดูแล้วก็ตรวจสอบ ความสูงของกล้อง มันเตี้ยจนกระทั่งเอามือไปจับได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าจะหลอกหรือกล้องจริงนี่มันต้องอยู่ ในลักษณะซึ่งไม่สามารถมองด้วยตา หรือมองแล้วเป็นการสังเกตได้ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมมีประเด็น การกำหนดสเปกต่าง ๆ ไม่ใช่บอกว่าท้องถิ่นหรือส่วนของใครในประเทศนี้ เพราะเป็นสาระ และเป็นความสำคัญในเรื่องของการใช้กล้องดังกล่าว ทุกจังหวัดควรจะมีการกำหนดสเปก โดยส่วนกลาง เช่นถ้าจะมอบหมายให้กระทรวงไอซีทีลงมาดูว่าสเปกต่าง ๆ ควรจะกำหนด อย่างไร เมื่อครั้งที่ผ่านมาการพิจารณางบประมาณในปี ๒๕๕๖ ผมเป็นคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาในส่วนของสิ่งก่อสร้าง แล้วก็มีส่วนการเสนอในเรื่องของการติดตั้งกล้องเข้ามา ก็ถามว่าสเปกเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เหล่านี้มีการเทียบเคียงเรื่องราคาและสเปกต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร ก็ได้รับคำตอบว่าขณะนี้เป็นเพียงแต่ขอราคาทั่วไปของทางสำนักงบประมาณ แต่ในส่วนอื่นนั้นขึ้นอยู่กับการวางสเปกเข้าไป ท่านประธานครับ คำว่าวางสเปกนั่นหมายถึง การกำหนดราคาซึ่งมีความแตกต่างกันไปตามคุณลักษณะ คุณสมบัติ ในส่วนของอุปกรณ์ที่จะใช้ และสิ่งหนึ่งเทคโนโลยีอย่างนี้มันเป็นเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยตลอด มีการวิวัฒนาการตกรุ่นกันบ่อยครั้ง จนบางครั้งก็เป็นช่องและเป็นโอกาสในการที่จะ เลือกสเปกต่าง ๆ ที่บอกว่าดีกว่า ผมไม่แปลกใจครับ เพื่อนสมาชิกบางคนบอกว่าสเปกที่กรุงเทพมหานครใช้เป็นสเปก ของประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วบอกว่ามันเทียบเคียงกับประเทศจีนซึ่งวันนี้จะบอกว่า ประเทศจีนหรือประเทศสหรัฐอเมริกานั้นผมว่าเทคโนโลยีมันพอกันครับ แต่ผิดกันที่ราคา เนื่องจากว่าราคาปัจจุบันของสินค้าเหล่านี้ทุกอย่างต้นทุนราคาที่ผลิตมากในประเทศที่เขาใช้มาก ราคาต้นทุนจะต่ำ เทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้ราคาจึงใกล้เคียงกัน แต่จะผิดแผกแตกต่างกัน ก็คือว่าถ้าคุณไปเอายี่ห้อของบริษัทที่เป็นบริษัทในประเทศอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ผมเชื่อว่าแบรนด์ (Brand) ยี่ห้อของเขาราคาสูง แต่ถ้าบอกว่าไปซื้อที่ประเทศไต้หวัน ไปซื้อที่ ประเทศจีน ราคาก็จะต่ำ แต่มันใช้งานได้เหมือนกัน การกำหนดอย่างนี้จึงเป็นที่มาในเรื่อง ของการถูกวางในเรื่องของสเปก แล้วก็บอกว่าราคา ณ วันนี้กับการตั้งเมื่อ ๓ ปี ๕ ปีที่แล้ว กว่าจะได้ทำ บวกไปบวกมาก็จะต่างกันอีกครับท่านประธาน ผมขออนุญาตนะครับ ตรงนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่ง

อีกสิ่งหนึ่ง ในเรื่องของสถานที่ที่ติดตั้ง ท่านประธานครับ ท่านทราบไหม ผมมีโอกาสไปที่เขตพื้นที่ลาดกระบัง ไกลออกไปครับ วัดลำต้อยติ่ง ติดกับพื้นที่ที่ข้ามไป นิดเดียวครับ ข้ามออกไปในจังหวัดสมุทรปราการคือข้ามไป มีกล้องซีซีทีวีไปติดอยู่ ผมยังสงสัยว่าถ้าจะลากสายไฟเบอร์ ออพติก หรือสายใยแก้วนำแสงต่าง ๆ เข้าไปสู่ระบบในการติดตั้งอุปกรณ์ซึ่งตอนนี้มีเสาและมีกล้องซึ่งเป็นกล้องพรางอยู่ เห็นชัดครับ เพราะผมมองระดับมือผมที่ยกอยู่ใกล้กัน ใกล้กันมากครับ ใกล้จนกระทั่ง มองเห็นชัดเจนว่าไม่สามารถที่จะเป็นกล้องพรางไม่ใช่กล้องจริง แต่ว่าถามเส้นหรือสาย หรืออุปกรณ์เหล่านี้ที่ไปตั้งจะเดินไปที่ไหน ถามว่าถ้ามันเดินไปรวบรวมอยู่ที่กรุงเทพมหานคร หรือเดินไปรวบรวมอยู่ที่ในส่วนของโรงพัก นี่แหละครับคืออุปกรณ์ที่เราจะต้องเขียนลงว่า กรุงเทพมหานครเป็นคนดูแลหรือจะให้โรงพักดูแล ถ้าบอกว่าโรงพักดูแลวันนี้โรงพักยังขาด อุปกรณ์อยู่จำนวนมาก ถ้าบอกว่าเอาฐานข้อมูลเก็บไว้ที่กรุงเทพมหานครก็ต้องชัดเจนครับว่า ตรงนั้นที่ผมยกตัวอย่าง ตรงโรงเรียนขุนทอง ลำต้อยติ่ง จะสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ หรือไม่ อย่างไร และโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครในจุดต่าง ๆ อันนี้คือยกตัวอย่างนะครับ ถ้าไปต่างจังหวัดยิ่งต้องดูครับว่าความห่างความไกลจะทำอย่างไร

สุดท้ายครับ ผมฝากนิดเดียวว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ท่านได้ศึกษา รายละเอียดผมว่านานแล้วก็ใช้เวลาไปศึกษาจนต่อออกไปอีก ๖๐ วัน จากที่สภาให้ไป ๖๐ วัน แล้วยังต่ออีก ๖๐ วัน เสร็จเดือนเมษายน ที่ท่านประธานรายงานนะครับ แล้วมีการเปลี่ยนตัวเข้าออกกัน บางครั้งก็ได้รับคำบ่นดัง ๆ จากกรรมาธิการด้วยกันบอกว่า เพื่อนสมาชิกเองที่เข้าประชุมส่วนใหญ่ก็จะมีความชัดเจนที่บอกว่าธงนั้น ผมคิดว่า เป็นความคิดเห็น แต่ถ้าบอกว่ามีอะไรที่ผิดปกติจนกระทั่งตั้งคณะกรรมาธิการเป็นเรื่องใหญ่ ผมว่าเรื่องนี้เป็นสาระสำคัญ ไม่ว่าในกรุงเทพมหานครหรือทางใต้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็น บรรทัดฐานในการที่จะพิจารณาการให้งบประมาณหรือการจัดสรรงบประมาณในครั้งต่อไป ในจังหวัดอื่น หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครที่ยังต้องใช้งบประมาณในการจัดทำกล้องซีซีทีวี ก็คงจะต้องมาดูในรายละเอียด แต่ผมแปลกใจนิดเดียวครับท่านประธาน ถ้าประเด็นในเรื่อง ของการพิจารณาครั้งนี้เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความล่าช้าและถ้ากรุงเทพมหานครคิดว่า ถูกต้องและโปร่งใสคงไม่ต้องชะลอหรอกครับ เสียเวลาไป ที่เพื่อนสมาชิกบอกว่าทำให้ กรุงเทพมหานครเสียเวลาในการติดตั้งกล้องไปถึง ๔-๕ เดือนนั้น ถ้าบอกว่าถูกต้องโปร่งใส ไม่ต้องชะลอครับ โครงการในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้วพอมีการตรวจสอบปุ๊บก็มักจะ เอาข้ออ้างในการตรวจสอบบอกว่าต้องหยุดชะลอ ถ้าบอกว่าถูกต้องทุกอย่าง โปร่งใสทุกอย่าง เซ็นสัญญาแล้วอย่าไปทำให้ผู้รับจ้างนี่เสียหาย ไม่ควรชะลอเดินเรื่องไปเลยประกวดราคาแล้วเดินเรื่องไปเลย ตรวจสอบ ตรวจสอบไป ถ้าผิดพบทุจริตก็ต้องมาดูกันว่าใครเป็นคนผิด ผมจึงตั้งข้อสังเกตไว้ว่าต่อไปถ้ามีเรื่องเข้าสภา แล้วมีการตรวจสอบใด ๆ ก็ขอให้ทางรัฐบาลเองอย่าไปสั่งการหรือทางเจ้าของในส่วนของ ผู้ว่าจ้างนี่อย่าไปสั่งการให้มีการชะลอเรื่อง ผมฟังแล้วไม่สบายใจครับ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านบุญยอด ๗ นาที

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ขออภิปรายในรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ส่งเข้าสู่สภาในวันนี้ ผมคิดว่าเราทุกคนเห็นรายงานฉบับนี้ด้วยความตื่นตะลึงว่าอ่านแล้วมันงง ๆ เพราะว่าเราจะเห็นความคิดเห็นส่วนตัวมากกว่าทั้งข้อเท็จจริงและความคิดเห็นโดยสรุป ของกรรมาธิการ ทั้งในเรื่องของ กทม. แล้วก็เรื่องของภาคใต้ ท่านประธานครับ อ่านแล้ว ผมคิดว่าเป็นการเขียนรายงานที่ไม่น่าเอาเป็นตัวอย่างเป็นอย่างยิ่ง ก็ฝากกรรมาธิการชุดอื่น ๆ ให้ดูรายงานฉบับนี้เอาไว้เป็นตัวอย่างที่ไม่น่าทำตาม สิ่งที่ทำให้สงสัยก็คือว่าท่านพยายาม ดูข้อเท็จจริงในบทตอนแรกซึ่งผมคิดว่าอันนี้ดี เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ที่จะรายงานในหลากหลายมุมมอง ทั้งเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องคุณภาพ เรื่องอะไรต่าง ๆ แต่พอมาตอนหลังมันเป็นเรื่องคำถามและคำตอบอีกจำนวนหนึ่ง ต่อด้วยความคิดเห็นส่วนตัว อีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็ค่อยมาเป็นข้อบทสรุป แล้วก็ความคิดเห็นของกรรมาธิการ ดูเรื่อง กทม. กันก่อนนะครับ ผมมาดูที่บทสรุปซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ ประเด็นที่ท่านสรุปมาก็คือว่าอยู่ในหน้า ๕๐ บทสรุปข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ (ก) การติดตั้งกล้องพรางหรือว่ากล้องหลอก ดัมมี ควรจะจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีไม่ควรมี การติดตั้งกล้องพรางหรือดัมมีอีกต่อไป นี่คือบทสรุปของท่าน ผมก็กลับไปดูข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ท่านประธานครับ มีอยู่ในหน้า ๒๖ มีคำให้ข้อเท็จจริง หรือความคิดเห็นอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นในหน้า ๒๖ คือนายวัชระ ฉัตรวิริยะ ซึ่งบอกว่าเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ท่านให้ความเห็นว่าควรจะติดตั้งคู่กันไป ท่านให้ความเห็นอย่างนี้ทุกจุดที่ต้องการตรวจสอบจำเป็นต้องติดตั้งกล้องจริงควบคู่ด้วยเสมอ กับกล้องดัมมี สำหรับบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรควรติดตั้งกล้องพรางคู่กับกล้องจริง แต่ถ้าต้องการตรวจสอบการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรก็ให้ติดตั้งกล้องจริงในบริเวณช่องทาง ด้านซ้ายและช่องทางด้านขวาของช่องทางจราจร สำหรับการกำหนดอัตราส่วนของกล้อง ไม่สามารถคำนวณได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพเหตุการณ์และวัตถุประสงค์ในการติดตั้งเป็นสำคัญ จำนวนการติดตั้งกล้องพรางในทางจิตวิทยาก็บอกว่าไม่มีผลของการรายงานวิจัย แต่ว่าก็ยังพูดอีกว่าการติดตั้งกล้องนั้นจะต้องดูเรื่องของความปลอดภัยด้วย การติดตั้งกล้องพราง เมื่อมีคนทราบถึงจุดที่ติดตั้ง การบริหารจัดการกับการใช้กล้องก็เป็นส่วนสำคัญด้วย อาจารย์ท่านนี้ไม่ได้บอกว่ากล้องพรางไม่สำคัญ แต่บทสรุปของท่านกลับกลายเป็นบอกว่า ไม่ควรติดตั้งกล้องพรางอีกต่อไป มีคำให้ข้อเท็จจริงของผู้แทนกรุงเทพมหานครพูดอยู่ครับ แต่ไม่ได้พูดถึงความสำคัญ พูดถึงเรื่องราคารวมอุปกรณ์จับยึดราคา ๓,๐๐๐ บาทบ้าง แล้วก็บอกว่าการติดตั้งใช้อุปกรณ์ทำเสมือนกล้องจริงเป็นส่วนทำให้ราคานั้นแตกต่างกัน อย่างชัดเจน ปัจจุบันกรุงเทพมหานครถอดกล้องพรางหรือว่ากล้องดัมมีทั้งหมดออกจาก บริเวณที่ติดตั้งแล้ว สามารถไปตรวจสอบได้ในส่วนพัสดุของกรุงเทพมหานคร ข้อเท็จจริง มีเท่านี้ ทำไมท่านจึงกล้าสรุปครับว่าไม่ควรติดตั้งกล้องพรางอีกต่อไป ผมคิดว่าตรงนี้ที่เป็น ประเด็นสำคัญว่ากรรมาธิการสรุปได้อย่างไร มีเหตุผลอะไรที่จะบอกว่ากล้องพรางไม่จำเป็น ท่านไม่มีเนื้อหาสาระเลยที่จะมาสนับสนุนต่อข้อสรุปข้อนี้ครับ

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่จะพูดก็คือเรื่องของภาคใต้ที่ท่านต้องส่ง ป.ป.ช. นั้น ผมเห็นด้วย เพราะว่ากรณีภาคใต้ก็คือข้อสรุปของท่านนี่บอกว่ากฎหมายหรือระเบียบข้อใด ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มีช่องทางในการเอื้อต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบต้องมีการปรับปรุง แก้ไขให้รัดกุมเหมาะสม เพราะเรื่องของภาคใต้นี้มีการยกเลิกการประกวดราคาแล้วก็ การติดตั้งไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งประเด็นของการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มีการตรวจสอบสืบสวนและได้ชี้มูลความผิดในการปรับปรุงแก้ไขรายละเอียดของอุปกรณ์ ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ใช้ในการประกวดราคาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งมีการสอบสวนไปแล้ว ประเด็นนี้ผมเห็นด้วยว่าหลังจากท่านสอบสวน เรื่องนี้แล้วท่านส่ง ป.ป.ช. นะครับ แต่ส่วนของกรุงเทพมหานครกรรมาธิการไม่ได้ชี้นะครับ อันนี้พูดกันได้อย่างชัดเจนว่าส่วนของบทสรุปคณะกรรมาธิการไม่ได้บอกว่ามีเรื่องของ การทุจริตหรือส่อไปในทางไม่สุจริตอย่างที่กรรมาธิการบางท่านพูด การที่ท่านบอกว่า จะส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาตินั้นน่าจะเป็น ประเด็นเดียวก็คือว่าเป็นเหมือนขั้นตอนหรือเป็นธรรมเนียมหลังจากที่ท่านทำเสร็จแล้ว ท่านก็ส่งสภาท่านก็ส่ง ป.ป.ช. ให้เป็นข้อมูลต่าง ๆ ต่อไป แต่อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ว่า มันจะส่อไปในทางไม่สุจริต เพราะท่านไม่ได้สรุปอย่างนั้นนะครับ ท่านไม่ได้สรุปเรื่องนี้ ในเรื่องของกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด แต่ท่านไปพูดถึงในรายละเอียด เท่านั้นเองว่าควรจะต้องมีการคิดราคากลางอะไรต่าง ๆ แยกแยะออกมาแล้วก็ชี้แจงเรื่องของ รายละเอียดให้ชัดเจนเท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวัชระจะชี้แจงหรือครับ เพราะเมื่อกี้ผมอนุญาตให้แค่ ๒ ท่านแล้วครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษก คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ที่เพื่อนสมาชิกท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้อภิปรายติงไว้นั้น เป็นเหตุผลที่ควรแก่การรับฟัง และขอกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะที่เป็นโฆษก คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นไม่พบว่ามีการทุจริตกล้องซีซีทีวีจากการตรวจสอบของ กรรมาธิการแต่ประการใด แล้วผมกราบเรียนยืนยันได้ถึงความสุจริตของท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครท่านปัจจุบัน หรือท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครท่านที่ผ่านมาคือ ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมยืนยันได้ถึงความบริสุทธิ์และไม่พบว่ามีการทุจริตในประเด็นนี้ แต่ประการใด

ส่วนประเด็นของกล้องซีซีทีวีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องที่พวกเรา ห่วงใยอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วอภิปรายอยู่ในเมืองหลวง อภิปรายอยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่พี่น้องในจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส รวมทั้งจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ท่านประธานครับ แม้นว่าจะมีการเสนอในเรื่องของ การทุจริตกล้องซีซีทีวีใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นเรื่องที่ต้องกระทำต่อไป และผมเห็นว่า สิ่งที่เหนือไปกว่านั้นก็คือความห่วงใยจากพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภา ที่จะต้องส่งจิตใจไปถึงพี่น้องในภาคใต้ทุกคนในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขออภิปรายสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านประธานดีกว่าครับ ท่านเดียวพอแล้วครับ เพราะใช้เวลามานาน พอสมควรแล้ว เชิญคุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างจริงใจนะครับว่าผมดีอกดีใจกับบรรยากาศ คือเราพูดกันแบบจริงใจตรงไปตรงมา แม้จะเห็นต่างบ้าง บางครั้งดูดุเดือดรุนแรง แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ เราพยายาม ที่จะหาดูสิว่าอะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ๓ ประเด็น ไม่ยาวครับ อันแรกนี่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานผมขออนุญาตครับ คือเมื่อตอนเริ่มต้น ผมไม่ได้อ่านครับ ก็เลยอาจจะทำให้ท่านผู้ชมทางบ้านหรือสมาชิกอาจจะเข้าใจไม่ครบถ้วน ที่จริงเรื่องภาคใต้นี่เรามีข้อสรุปนะครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอ่านแล้วเพื่อให้เกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ มิฉะนั้นเดี๋ยวผม จะบกพร่องนะครับ ก็คือว่าในเรื่องภาคใต้นี่คณะกรรมาธิการวิสามัญมีข้อสรุป ข้อสังเกตและ ข้อเสนอแนะ ซึ่งกราบขอบพระคุณท่านวิชาญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ท่านบอกไว้ชัดเจนว่า มันมีทั้ง ๓ ส่วน เป็นทั้งข้อสรุป ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ อันนี้คือเราประมวลเอาจาก ความคิดของทุกส่วนเข้ามา เพราะเราไม่ได้มองข้ามความคิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปเลย มีดังนี้

๑. ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้อันเนื่องมาจากการก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่องยาวนาน ควรได้รับ การแก้ไขทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ การนำเทคโนโลยีของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เข้าช่วยแก้ไขปัญหาเป็นแนวทางที่ดีแนวทางหนึ่งที่จะทำให้เป็นการป้องปรามไม่ให้ ผู้ก่อความไม่สงบสามารถดำเนินการก่อการร้ายได้อย่างสะดวก หรือถ้ามีการก่อเหตุ ความไม่สงบเกิดขึ้น รัฐก็จะสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างถูกต้อง ตามหลักฐานจากภาพที่บันทึกไว้โดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ดั้งนั้น รัฐบาลจึงควร เร่งรัดให้มีการดำเนินการโครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องโดยเร็วและต้องดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกขั้นตอน ปราศจากการทุจริตประพฤติมิชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

๒. ควรมีการหาข้อสรุปร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการใช้ ระบบสายใยแก้วนำแสง หรือระบบการรับส่งสัญญาณไร้สาย (Wireless) ในเครือข่าย ของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดระบบใดมีประสิทธิภาพทำให้ราชการได้รับประโยชน์สูงสุด มากกว่ากัน

๓. โครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ควรติดตั้งกล้องจริงทั้งหมดไม่ต้องมีกล้องพราง (Dummy) ส่วนการเกรงว่า จะมีการทำลายกล้องจากผู้ก่อความไม่สงบนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องหาแนวทางป้องกัน ไม่ให้มีการลอบทำลายกล้องได้อย่างง่าย เช่น การออกแบบจุดติดตั้งให้ดีไม่สามารถสังเกตได้ง่าย และการใช้อุปกรณ์ปกป้องกล้องที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ เป็นต้น

๔. บทเรียนจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาที่มีปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ จนต้องมีการยกเลิกสัญญา เป็นข้อเตือนใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่สุจริตแก่ราชการจะส่งผลเสียหายเดือดร้อนแก่ทั้งผู้ที่ทุจริต ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผลประโยชน์ของประเทศชาติ

๕. กฎหมายหรือระเบียบข้อใดในการจัดซื้อจัดจ้างที่มีช่องทางที่เอื้อให้มี การทุจริตประพฤติมิชอบ ควรมีการปรับปรุงแก้ไขให้รัดกุมเหมาะสม ลดโอกาสที่จะทำให้ เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบในอนาคต

๖. ควรมีการเชื่อมโยงระบบสัญญาณและการควบคุมความปลอดภัยร่วมกับ หน่วยงานความมั่นคง กองทัพภาคที่ ๔ ส่วนราชการต่าง ๆ และภาคเอกชน เพื่อประโยชน์ สูงสุดในการดูแลความปลอดภัย

๗. ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และศูนย์เทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เป็นผู้ดูแลทางด้านวิชาการ ข้อกำหนด และราคากลาง

ข้อสรุปรวบยอด คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วมีความเห็นร่วมกันว่า สภาผู้แทนราษฎรควรจัดส่งข้อมูลการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการให้กับคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทยเพื่อใช้ประกอบ การสอบสวนต่อไป นี่เป็นข้อ ๑

ข้อ ๒ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานปกป้องความถูกต้องของสภาเรา แล้วก็ปกป้องการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพราะผมไม่อยากให้ท่านผู้ฟังทางบ้าน เข้าใจไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสภาเรา และไม่เป็นประโยชน์ต่อกรรมาธิการ ที่จริงผลของกรรมาธิการชุดนี้อย่างน้อยก็ยืนยันว่าควรจะเป็นกล้องจริงทุกที่ แล้วหลังจากที่มี การรับเรื่องเข้ามานี่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสภาทั้งสภา ดังนั้นหลังจากนั้นหน่วยงานใด ก็ตาม อาทิเช่น กทม. ท่านพิจารณาแล้วว่ากล้องพรางอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ ท่านก็เลยตัดสินใจของท่านเองว่าท่านไปปลดกล้องพรางทั้งหมด แล้วท่านจะเปลี่ยนเป็น กล้องจริง ซึ่งอันนี้ต้องเคารพว่านี่เป็นแบบวิถีของวิญญูชน คือเห็นว่าอะไรที่จะก่อให้เกิด ความเสียหายต่อส่วนรวม ท่านก็ดำเนินการโดยตัวท่านเอง โดยไม่ต้องมีใครไปบังคับท่าน เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นประโยชน์ แล้วเวลาที่เหลืออยู่ก็เป็นประโยชน์ อันที่จริงภาษิตไทย แต่โบราณผมคิดว่าน่าจะเข้ากับเรื่องนี้ อันนี้ขออนุญาตที่ปกป้อง ยังไม่ได้พูดถึงมติรวม เดี๋ยวท่านผู้มีเกียรติจะประท้วงผมเสียก่อน ผมขออนุญาตปกป้อง คือภาษิตไทยโบราณ มีคำพูดอันหนึ่งไว้ซึ่งผมเห็นว่าน่าจะเข้ากับกรณีของเราก็คือว่า ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้ช้าเท่าไร เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการไปศึกษาใช้เวลาจำนวนหนึ่ง ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายก็บอกแล้วว่า ๔ เดือน ซึ่งก็ได้ข้อมูลที่มีคุณค่า ผมกราบเรียนว่า มหาศาลทั้งข้อมูลทุกด้านและจากทุกหน่วยงาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ กทม. และทุกหน่วยงานของราชการจะได้ข้อมูลชุดนี้ไปเป็นประโยชน์ว่า ต่อไปในอนาคตเวลาจะดำเนินงานต่อไปทำอย่างไรถึงจะให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และประชาชนและไม่ก่อให้เกิดผลเสีย ดังนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ เวลาที่ผ่านไป ๔ เดือนไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายกับส่วนรวมแต่ประการใด แต่กลับก่อให้เกิดด้านที่ เป็นประโยชน์

ทีนี้ประเด็นสุดท้ายที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าผมยังยืนยันว่าข้อสรุปของเรา ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือว่าจะเป็นทางภาคใต้ก็ดี คือกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มีความเห็นว่าควรจะส่งไปให้ ป.ป.ช. ครับ คือต้องกราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ อันนี้อาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวก็ได้ แต่ผมอ่านไปแล้วนะครับว่ามติส่วนรวมก็คือส่งไป ป.ป.ช. ความเห็นส่วนตัวผมนี่เป็นความเห็นส่วนตัวครับ คือกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ไม่ใช่ ผู้พิพากษาครับ ไม่ว่าศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา ดังนั้นจะไปทำหน้าที่ เป็นผู้พิพากษาไม่ได้ครับ จะไปชี้ว่าใครถูกใครผิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือ เรารวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาประกอบการพิจารณา แล้วก็เอาข้อเสนอแนะ ตรงนี้ ผมกราบเรียนว่าเป็นความเห็นส่วนรวมครับ อย่างเช่นในกรณีของ กทม. ที่บอกว่าให้มี การเปรียบเทียบ อันนี้ก็เป็นข้อคิดนะครับว่าต้องมีการเปรียบเทียบถ้ามีการจัดซื้อจัดจ้าง ในกรณีที่มีการเทียบเคียงราคาในการจัดซื้อควรพิจารณาถึงจำนวนกล้องโทรทัศน์ซีซีทีวี ที่ติดตั้งด้วย อันนี้เป็นหลักการทั่วไปครับ สมมุติว่าซื้อทรายคิวหนึ่งกับซื้อทราย ๑,๐๐๐,๐๐๐ คิว ผมก็คิดว่าเป็นธรรมชาติทั่วไปว่าซื้อทราย ๑,๐๐๐,๐๐๐ คิวน่าจะราคาถูกกว่า ซื้อทรายคิวหนึ่งเป็นต้น เพราะฉะนั้นข้อคิดเห็นอันนี้เป็นประโยชน์ไม่ได้เป็นข้อเสียอะไร เพราะฉะนั้นในวันนี้ขออนุญาตจะกราบเรียนเพิ่มเติมอีกอันหนึ่ง ทั้งนี้ เนื่องจากเพื่อนสมาชิก กราบเรียนที่ประชุมไม่ครบถ้วนก็คือในเรื่องอัลไลด์ เทเลซิส ผมไม่ต้องการที่จะไปตำหนิ ฝ่ายใด หรือว่าพูดสนับสนุนฝ่ายใดนะครับ แต่กราบเรียนให้ทราบว่าอัลไลด์ เทเลซิส มีโรงงานอยู่ ๒ แห่ง ในประเทศสิงคโปร์และประเทศจีน นี่ครับเป็นคำชี้แจงของเขาเอง ส่งมายังกรรมาธิการ ไม่ได้มีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเลย ก็กราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นในการที่จะโต้แย้งอีกต่อไป แล้วก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเอง ไปตรวจพบว่า มสธ. เขาซื้อได้ราคา ๒๔,๐๐๐ บาทเศษ แล้วเขาซื้อแค่ ๑๐ ตัว ๒๔๕,๐๐๐ บาท เอจ สวิตช์ คราวนี้มันก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจว่าทำไมอันเดียวกันเลย ซึ่งเขาอธิบายมานะครับว่า ใช้ ๑ กิกะบิตแล้วก็เป็นฟาสท์ อีเทอร์เน็ต สวิตช์ ซึ่ง มสธ. ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมไม่ตั้งตัวเป็นผู้พิพากษานะครับ ก็อยากให้ทุกท่านไปศึกษาดูว่า เช่นนี้แล้วไซร้อะไรจะถูกต้องกว่ากันระหว่าง มสธ. กับทาง กทม. ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเจะอามิงท่านจะอภิปรายต่อหรือครับ ไม่ต้องกระมัง มีเรื่องฝาก เชิญครับ

นายเจะอามิง โตะตาหยง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำเสนอในหน้า ๖๒ ข้อ ๓ โครงการการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ซีซีทีวีในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ควรติดตั้งกล้องจริงทั้งหมด ไม่ต้องมีกล้องพราง หรือกล้องดัมมี กระผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าผมมีเหตุผลและมีความสำคัญว่า กล้องดัมมีจำเป็นที่จะต้องมี จะยกตัวอย่างในกรณีการก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร มีภาพปรากฏมีบุคคลเข้าไปปิดกล้อง เผอิญขึ้นไปปิดกล้องมานั้นกล้องที่ปิดเป็นกล้องพราง และกล้องตัวจริงสามารถจับได้ ในกรณีภาคใต้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีกล้องพราง หรือกล้องดัมมี และในส่วนราชการคนที่ดูแลในด้านความมั่นคงก็มีข้อสรุปอย่างเดียวกัน ก็คือควรที่จะต้องมีกล้องพรางไว้ ฉะนั้นผมไม่อยากที่จะให้เป็นความคิดของกรรมาธิการ บอกว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ต้องมีกล้องพราง ผมขออนุญาตทางกรรมาธิการว่า ในส่วนของจังหวัดชายแดนภาคใต้ผมขอตัดคำว่าไม่ต้องมีกล้องพรางไว้ เหตุผลอย่างนี้ครับ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถ้าไม่มีกล้องพรางเลยถ้าเขารู้ว่ามีกล้องจริง ทุกตัวคือกล้องจริง มันทำลาย พอทำลายขึ้นมาในที่สุดทางรัฐก็ไม่ได้พยานหลักฐานอะไรขึ้นมาเลย ดังนั้น กล้องพรางจำเป็นที่จะต้องมี โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอบคุณครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พอสมควรแล้วครับ ก็ตามที่คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมก็จะส่งรายงานและข้อสังเกตไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ วรรคสอง และข้อบังคับ ข้อ ๙๗ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตได้ปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งให้ท่านสมาชิกล่วงหน้าแล้วนะครับ ต่อไปก็จะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้หรือไม่

(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

การลงมติเลื่อนไปอาทิตย์หน้าครับ สำหรับวันนี้ผมปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๕๗ นาฬิกา