ก่อแก้ว พิกุลทอง หารือเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานคร โดยพบ 7 ประเด็นที่ไม่สมเหตุสมผล รวมถึงราคาสายเคเบิลใยแก้วนำแสง ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าแรง ค่าบำรุงรักษา และการรับประกัน ซึ่งเขาขอประเมินค่าแรงจริงตามราคาตลาดและลดราคาติดตั้งลง 50% นอกจากนี้ยังพบว่าราคาสวิตช์ของกรุงเทพมหานครแพงกว่ามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของการซื้อขาย และแก้ไขราคากลางเพื่อประหยัดเงินของราชการและภาษีอากรของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้ทำการศึกษาแล้วก็รวบรวมข้อมูลมาให้กับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบ ยอมรับว่าข้อมูลที่รวบรวมมามีเยอะนะครับ แต่ว่าคณะกรรมาธิการเองก็มีจุดอ่อนในเรื่องข้อมูลเชิงลึก ในเรื่องการเปรียบเทียบข้อมูล ทางเทคนิคที่ผมพยายามดูแล้วนี่พยายามเอาข้อมูลของหลาย ๆ ที่มาเปรียบเทียบกัน แต่ว่าเปรียบเทียบแล้วเปรียบเทียบคนละฐานกัน สเปก (Spec) ไม่เหมือนกัน ปริมาตร ปริมาณ ก็ไม่เท่ากัน ทำให้การเปรียบเทียบนั้นถูกเข้าใจผิดได้ นอกจากนี้การที่คณะกรรมาธิการ มีข้อสรุปมาในหน้า ๕๑ นั้นก็เป็นการสรุปที่ผมเองมองว่าเป็นข้อสรุปที่เบามากนะครับ วันนี้ผมในฐานะก็เป็นบุคคลที่สนิทสนมกับท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ขออนุญาตที่จะพูดจาในฐานะคนที่สนิทสนมกันนะครับว่าผมเองไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ท่านประธานครับ โดยความรู้ทางด้านวิศวกรรม โดยข้อมูลที่ผมมีอยู่ในงานที่เกี่ยวข้อง ผมเรียนเลยครับว่างานกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของกรุงเทพมหานครนั้นเท่าที่มีข้อมูลรายงานในคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นการทุจริต คอร์รัปชันแน่นอนครับ ผมเรียนอย่างนั้นนะครับ มี ๓ ประเด็นที่ผมบอกว่า มีการทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นที่ ๑ เรื่องราคาสายไฟเบอร์ ออพติก ประเด็นที่ ๒ เรื่องราคาสวิตช์ที่ใช้ในการส่งถ่ายข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไปยังเซิร์ฟเวอร์ (Server) หรือไปยังมอนิเตอร์ (Monitor) และประเด็นที่ ๓ เรื่องการประมูล ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ นั่นคือส่วนของ กทม. นะครับ
ส่วนกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของภาคใต้น่าเสียดายที่รายงานของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่มีข้อมูลประกอบเพียงพอ ทั้งที่จริง ๆ แล้วควรจะมีข้อมูลมากกว่านี้ ในการตรวจสอบหาข้อมูล ผมเองอยากขอยกตัวอย่างว่าทำไมผมถึงกล่าวหาว่ามีการทุจริต คอร์รัปชันในโครงการนี้ ประการแรก ท่านประธานไปดูหน้า ๑๘ เรื่องราคาสายใยแก้วนำแสง หรือไฟเบอร์ ออพติก เคเบิลงานนี้กรุงเทพมหานครใช้ไฟเบอร์ ออพติก รุ่นเอดีเอสเอส ออล ไดเลกตริก เซลฟ์ ซัพพอร์ตติง เคเบิล (All Dielectric Self-Supporting Cable) นะครับ เป็นสายใยแก้วนำแสงที่ไม่มีชิ้นส่วนโลหะอยู่ในสาย เพื่อป้องกันฟ้าผ่า เพื่อป้องกัน การเหนี่ยวนำไฟฟ้าไม่ให้มารบกวนต่อสายสัญญาณ ไม่ให้รบกวนต่อภาพของกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด และป้องกันไฟชอร์ต (Short) นั่นเหตุผลที่เขาเลือกสายรุ่นนี้ หน้า ๑๘ เขามีการแยกส่วนประกอบของสายไฟเบอร์ (Fiber) ๗ องค์ประกอบ ราคารวม ๔๐๐ บาท ต่อเมตรนะครับ เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายของซีกฝ่ายค้านก็ได้มาบอกว่าตรงนี้เป็นราคา ที่สมเหตุสมผล ผมขอกราบเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้อภิปรายเมื่อกี้ แล้วก็ไปยัง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนะครับ เอาอย่างนี้แล้วกันนะครับงานไฟเบอร์ ออพติก ของกรุงเทพมหานครทุกงานผมขอ ๒๐๐ บาทต่อเมตร ค่าแรง ค่าของ พร้อมค่าติดตั้ง ขอ ๒๐๐ บาทต่อเมตรผมจะทำให้นะครับ ท่านมีกี่โครงการ กี่พันกิโลเมตรเอามาผมทำให้ ผมขอ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่ทุจริตผมขอ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของราคานี้ แค่นั้นเองนะครับ
ประการที่ ๑ เขาบอกว่าราคาสายใยแก้วนำแสง ๒๔ คอร์ เป็นเงิน ๙๐ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ ถ้ากรุงเทพมหานคร จะซื้อสายใยแก้วนำแสงผมขายที่ ๕๐ บาทต่อเมตร ท่านจะเอากี่เมตรบอกผมผมขาย ๕๐ บาทต่อเมตร ลดไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเอากี่เมตรบอกผมเลย บอกท่านสุขุมพันธุ์ บริพัตร บอกทีมงานท่าน บอกใครได้เลยผมขาย ๕๐ บาทต่อเมตร ผมยอมขาดทุน ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์นะครับ นี่เห็นบอกว่าท่านจะติดตั้งกล้องอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ใช้สายอีกประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตรหรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ถ้าซื้อตามนี้ท่านบอกว่า ๙๐ บาทต่อเมตรก็คือ ๙๐ ล้านบาท ผมเอา ๕๐ ล้านบาทเอง ผมก็เรียนไว้อย่างนี้นะครับ
ประการที่ ๒ ค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบเป็นเงิน ๗๐ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ผมอยู่ในวงการนี้ สายไฟเบอร์ ออพติกของกรุงเทพมหานครประมูลแต่ละครั้ง ความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรหรือ ๑๐๐,๐๐๐ เมตร ค่าอุปกรณ์เฉลี่ยตกอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ บาทเท่านั้นเองนะครับ
ประการที่ ๓ ค่าแรงติดตั้งสายเคเบิลใยแก้วนำแสงคิดราคา ๑๒๘ บาท ต่อเมตร ผมเรียนท่านประธานครับ ราคาตลาดที่เขาติดตั้งใยแก้วนำแสงถ้าตามต่างจังหวัด ที่ติดตั้งง่าย ๆ ก็ประมาณ ๒๐-๒๕ บาท ถ้า ๓ จังหวัดภาคใต้ที่เป็นที่อันตราย มีความเสี่ยง ต่อการถูกยิง อันนี้ประมาณ ๔๐-๕๐ บาท กรุงเทพมหานครติดตั้งยากนิดหนึ่งเนื่องจาก อยู่สภาพในเมืองแล้วก็ต้องติดกลางคืน มีปัญหาเรื่องการจราจร แต่โดยทั่วไปเขาจะใช้ราคา ประมาณ ๓๐-๓๕ บาทต่อเมตร นี่คือราคามาตรฐานของตลาด ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในการเดินสายใยแก้วนำแสงนั้นวันหนึ่งเดินได้ประมาณ ๓ กิโลเมตรต่อ ๔ กิโลเมตรนะครับ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ เมตร ใช้ทีมงาน ๔-๕ คน ใช้รถ ๑ คันแค่นั้นเองนะครับ หรือถ้าใช้งาน เร็วขึ้นก็ใช้รถอีกคันหนึ่งมาช่วย ท่านประธานครับ สมมุติว่าเดินวันละ ๓ กิโลเมตรหรือ ๓,๐๐๐ เมตรต่อวันแค่ ๓๐ บาท ๓๐ คูณ ๓,๐๐๐ เมตร ก็ค่าแรง ๙๐,๐๐๐ บาทต่อวัน ๙๐,๐๐๐ บาทต่อวันนะ อันนี้ถ้าให้ ๑๒๘ บาทต่อเมตร ๑๒๘ บาทต่อเมตรคูณ ๓,๐๐๐ เมตร ก็วันหนึ่งประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ บาท ใช้คน ๔-๕ คน ใช้รถ ๒ คันสูงสุด วันละ ๓๘๐,๐๐๐ บาท โอ้โฮ ผมว่าไม่ต้องทำอาชีพอื่นแล้วครับ มารับงานติดตั้งของ กทม. อย่างเดียวก็เรียกว่าค่าแรงเลี่ยมทองครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ใครบอกว่าค่าแรงขนาดนี้เป็นเรื่องที่ เรียนตรง ๆ ว่าไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งนะครับ
ประการที่ ๔ ค่าสำรวจออกแบบ ๑๒ บาทต่อเมตร ค่าออกแบบนี่ อันนี้ไม่ว่ากันครับ ที่จริงปกติแล้วมันไม่มีครับ แต่ว่าถ้าใส่มาเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ก็ไม่ถือสากัน
ประการที่ ๕ เรื่องค่าทดสอบสายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นเงิน ๒๖ บาทต่อเมตร ท่านประธานครับ ปกติแล้วค่าทดสอบระบบนี้เป็นเรื่องที่รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายทั่วไปของผู้รับเหมา อยู่แล้วนะครับ ไม่ว่าเดินสายโทรศัพท์ สายใยแก้วนำแสง สายคอมพิวเตอร์ สายเพาเวอร์ (Power) หรือว่าสายไฟฟ้าแรงสูง เขารวมค่าทดสอบหมดอยู่แล้วครับ ไม่ต้องมาจ่าย ค่าทดสอบต่างหากนะครับ ยกเว้นเป็นการทดสอบกรณีพิเศษนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ ที่ใส่มา ๒๖ บาทต่อเมตร คิดดูนะครับงานกรุงเทพมหานครที่ผมดูแล้วสัญญาเฉลี่ย ๑๐๐ กิโลเมตรต่อสัญญาก็คือ ๑๐๐,๐๐๐ เมตร ๒๖ บาทต่อเมตร ค่าทดสอบ ๒.๖ ล้านบาท ต่อโครงการ ถือว่าสูงมากครับ สูงมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ปกติแล้วผู้รับเหมาเขาทำให้ฟรีอยู่แล้วเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
ประการที่ ๖ ค่าขนส่งเป็นเงิน ๗ บาทต่อเมตร เมื่อกี้อย่างที่ท่านกรรมาธิการ ท่านหนึ่งได้ชี้แจงบอกว่ามันสูงเกินไป ท่านประธานครับ การขนส่งใยแก้วนำแสงปกติแล้ว ม้วนมาตรฐานความยาว ๔ กิโลเมตรนี่เป็นม้วนมาตรฐานสำหรับสายเอาท์ดอร์ (Outdoor) ส่วนสายอินดอร์ (Indoor) ม้วนมาตรฐาน ๒ กิโลเมตร สาย ๔ กิโลเมตรปกติแล้ว ใช้รถเฮี๊ยบ ๑ คันในการขนส่ง ขนส่งได้ครั้งละ ๓ ม้วน ๑๒ กิโลเมตร นี่คือมาตรฐานครับ ๑๒ กิโลเมตรก็คือ ๑๒,๐๐๐ เมตร ถ้ารถเฮี๊ยบ ๑ คันขนได้ ๑๒,๐๐๐ เมตรต่อเที่ยว รถเฮี๊ยบ ขนส่ง รถหกล้อขนส่งแต่ละครั้งในกรุงเทพมหานครก็ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท อันนี้ถ้าท่านคิด ๗ บาทต่อเที่ยวก็ประมาณ ๘๔,๐๐๐ บาทครับ สงสัยต้องไปวนรอบ กรุงเทพมหานครสัก ๑๐ รอบก่อนครับค่อยมาส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางนะครับ
ข้อสุดท้าย ค่าบำรุงรักษาและค่าประกันความเสียหาย ๒ ปี เป็นเงิน ๖๗ บาทต่อเมตร ท่านบอกว่าซื้อสาย ๙๐ บาท ค่าประกัน ๖๗ บาทต่อเมตร ค่าประกันคิดแล้ว ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของค่าสาย ท่านประธานครับ ผมถามท่านนะครับ ตอนผมซื้อรถยนต์ ๑ คัน สมมุติรถยนต์คันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ค่าประกันผมเท่าไร ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ๒ ปีก็ ๒๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง อันนี้สายใยแก้วนำแสง ราคา ๙๐ บาท ท่านบอกอย่างนั้น แต่ค่าประกันถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้ามา เปรียบเทียบกันในเชิงตรรกะแล้วผมซื้อรถราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒ ปีผมต้องจ่าย ค่าประกัน ๗๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ มันไม่มีที่ไหนครับ ไม่มีที่ไหน เพราะฉะนั้นโดยค่าของ ค่าติดตั้งทั้งหมด ผมบอกไปแล้วเมื่อกี้นะครับว่าแต่ละรายการมันควรจะเป็นเท่าไร ถ้าเอาตามมาตรฐานในวงการเขาคิดกันเอาเผื่อเหลือเผื่อขาดอย่างดีก็ ๑๓๐-๑๕๐ บาท ผมเลยเรียนบอกท่านครับว่าผมยินดีเหมาทุกงานราคา ๒๐๐ บาทต่อเมตร ประหยัด ให้ท่าน ๕๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ เดี๋ยวท่านติดอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ท่านจะประหยัดค่าติดตั้ง สายใยแก้วนำแสงได้อีก ๒๐๐ ล้านบาท เป็นผลงานของท่านเลยนะครับ ก็ฝากท่านไป พิจารณานะ คุณรัชดาท่านเองสนิทกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ฝากกราบเรียน ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ประการที่ ๑ เรื่องสายใยแก้วนำแสง เรื่องนี้มีปัญหาแน่นอนนะครับ
ประการที่ ๒ เรื่องราคาสวิตช์ หน้า ๓๘ หน้า ๓๙ โครงการนี้ของ กทม. ใช้สวิตช์ สวิตช์ก็คือตัวอุปกรณ์รับส่งสัญญาณในเครือข่ายไอที (IT) ทุกอย่างนะครับ ไม่ว่าส่งสัญญาณภาพ ส่งสัญญาณเสียง หรือส่งสัญญาณข้อความต่าง ๆ เวลาเราโอน ไฟล์ (File) ต่าง ๆ ไประหว่างจุดต้นทางไปปลายทางจะมีอุปกรณ์หัวท้ายในการรับส่งสัญญาณ เราเรียกว่าสวิตช์ เพราะฉะนั้นจากกล้องมาก็ผ่านสวิตช์ สวิตช์ส่งไปที่สวิตช์ที่ศูนย์ควบคุม และจากสวิตช์ศูนย์ควบคุมก็ส่งเข้าไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์จากตัวนั้นก็ส่งข้อมูลไปที่มอนิเตอร์ ในการดูภาพว่ามีภาพที่ตรงไหนบ้าง เพราะฉะนั้นสวิตช์หัวท้ายเป็นตัวรับส่งสัญญาณ ของกรุงเทพมหานครที่กรรมาธิการได้ให้ข้อมูลมานั้นใช้สวิตช์ยี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่น เอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออี (AT 8000 S/24 POE) ก็คือเป็นสวิตช์ ๒๔ พอร์ต (Port) มีพอร์ต ๒๔ พอร์ต พีโออีคือเพาเวอร์ โอเวอร์ อินเทอร์เน็ต (Power Over Internet) ก็หมายถึงว่า อุปกรณ์กล้องสามารถเสียบเข้าสวิตช์ได้เลยโดยไม่ต้องต่อไฟเลี้ยงต่างหาก ใช้ไฟเลี้ยง ผ่านสวิตช์ตัวนี้ คณะกรรมาธิการได้สรุปมาว่าที่นี่ซื้อกันราคาตัวละ ๑๓๕,๐๐๐ บาท เป็นสวิตช์ ๒๔ พอร์ตมีพอร์ต กิกะบิต (Port gigabit) อีก ๒ พอร์ต ๑๓๕,๐๐๐ บาท แล้วกรรมาธิการได้ให้ข้อมูลอีกนะครับว่าสวิตช์รุ่นเดียวกันทางบริษัทอัลไลด์ เทเลซิส เคยขายให้กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชในราคา ๒๔,๕๐๐ บาท ราคาที่ กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่าที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ราคาตัวละ ๑๑๐,๕๐๐ บาท เห็นได้ข่าวว่ามีหลายร้อยตัว นี่ซื้อต่างกันขนาดนั้น ผมก็ยังอ่านข้อมูลที่ทางกรรมาธิการ ได้มารวบรวมในหน้า ๓๘ บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสได้ชี้แจงว่าราคาที่แตกต่างเนื่องจากว่า ของ กทม. มีกิกะบิต โมดูล (Gigabit Module) จำนวน ๒ โมดูล ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ไม่ได้มีโมดูลนี้ ผมเรียนท่านประธานที่เคารพ โมดูล กิกะบิต พอร์ตของสวิตช์นะครับ กิกะบิต พอร์ต (Gigabit port) ก็คือความเร็ว ๑ กิกะบิตในการรับส่งสัญญาณ ๑ กิกะบิต พอร์ต ราคาต่อพอร์ตนะครับเป็นออปชัน (Option) ๑ พอร์ตประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒ พอร์ตก็ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นราคาที่ท่านขายให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๒๔,๕๐๐ บาท ถ้าเกิดมารวม ๒ พอร์ตนี้ก็อีก ๒๐,๐๐๐ บาท ก็ประมาณ ๔๔,๕๐๐ บาท ตีสุด ๆ ก็ ๕๐,๐๐๐ บาท แต่ว่ามาขายให้กรุงเทพมหานคร ๑๓๕,๐๐๐ บาท ต่างกันเท่าไร ก็คูณเอาก็แล้วกันครับ อย่างน้อย ๆ ๘๕,๐๐๐ บาท จำนวนอย่างน้อย ๕๐๐ ตัว คุณหมอเหวง ส่งสัญญาณบอก ๗๐๐ ตัว ตัวละ ๘๐,๐๐๐ บาทก็ประมาณ ๖๐ ล้านบาท ประการที่ ๒ บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสบอกว่าขายให้สถาบันการศึกษาต้องขายราคาพิเศษ ก็พูดง่าย ๆ คือขายให้ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชราคาถูกกว่าเอกชนถ้าพูดอย่างนี้ แต่ถึงขายถูกอย่างไร ก็ไม่ถูกกันเกินกว่า ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นที่ขายให้มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๒๔,๕๐๐ บาท ฉะนั้นถ้าพูดง่าย ๆ ขายให้เอกชนทั่วไปอาจจะ ๓๐,๐๐๐ บาท ถูกลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสักครู่นี้ผมบอกแล้วบวก ๒ โมดูล กิกะบิต พอร์ตละ ๑๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้น ๓๐,๐๐๐ บาทบวก ๒๐,๐๐๐ บาทก็เป็น ๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง
ข้อต่อมาเรื่องการรับประกันการดูแลหลังการขายบอกว่าปกติแล้ว บริษัทอัลไลด์ เทเลซิสรับประกัน ๑ ปี แต่ของ กทม. ต้องรับประกัน ๒ ปี อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก (Network) ถ้าท่านประธานไปดูในตลาดทุกวันนี้สำหรับสวิตช์ สำหรับวายฟาย (WiFi) วันนี้ที่ท้องตลาดรับประกันอย่างน้อย ๕ ปีบางยี่ห้อไลฟ์ไทม์ วอร์รันตี (Lifetime warranty) รับประกันตลอดชีวิต อย่าว่า ๒ ปีเลยอย่างต่ำ ๕ ปีครับ ฉะนั้นที่เขียนมาอย่างนี้ ให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ผมไม่เชื่ออย่างนั้น แล้วการรับประกันสินค้าปกติอายุการใช้งาน ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปที่ใช้งานกันอยู่ก็หลายปีอยู่แล้ว ๑ ปี ๒ ปี ไม่มีผลต่อราคาอยู่แล้ว โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซื้อโครงการใหญ่ ๆ กรุงเทพมหานครจะต่อรองให้บริษัท อัลไลด์ เทเลซิสรับประกันสินค้าอย่างไรก็ได้ ซื้อที ๗๐๐ ตัว จะบีบคอให้บริษัท อัลไลด์ เทเลซิส ทำอย่างไรเขาก็ทำให้ครับ อย่าว่าแต่รับประกันปีสองปีแตกต่างกันเลยครับ ฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะฉะนั้นเรื่องนี้การซื้อสวิตช์ราคาก็มีปัญหาแน่นอน เป็นปัญหาที่เราสามารถตรวจสอบได้ เมื่อสักครู่นี้ผมนั่งระหว่างรอคิวผมก็ไป เคาะอินเทอร์เน็ต (Internet) เล่น ๆ ว่าราคาสวิตช์ยี่ห้อนี้ รุ่นนี้ในท้องตลาดโลกในเว็บไซต์ ราคาเท่าไร ปรากฏว่าผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ไพรซ์สปาย ชอปปิง อินเทลลิเจนซ์ ชื่อเว็บไซต์ www.pricespy.co.nz เขาบอกราคายี่ห้ออัลไลด์ เทเลซิส รุ่น เอที ๘๐๐๐ เอส/๒๔ พีโออี ๒๖ พอร์ต มีพอร์ต ๑๐/๑๒๔ พอร์ต มีพอร์ต กิกะบิต ๒ พอร์ต ราคาเป็นดอลลาร์ ๑,๒๗๓.๖๗ ยูเอสดอลลาร์ ๑,๒๗๓ คูณอัตราแลกเปลี่ยนขณะนี้ ๓๑ บาท ๓๑ คูณ ๑,๒๗๓.๖๗ ก็ราคาประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาทนี่ในเว็บไซต์มีครับ แล้วผมไม่รู้ว่า กทม. เขาใจดีอะไรกันนักกันหนา ถึงซื้อราคาแพงกว่าทั่วโลก ๓ เท่าตัว นี่ข้อมูลที่เห็นได้ชัด ผมฝากเรียนคุณหมอเหวงด้วย วันหลังคุณหมอเหวงถึงแม้ว่าถนัดสายการแพทย์ แต่ถ้าเกิดท่านรับภารกิจในการทำงาน สายไอทีท่านต้องหัดใช้ไอทีเยอะ ๆ ในการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง อย่าถือแต่มีดผ่าตัดนะครับ ท่านต้องเข้าเว็บไซต์ในการตรวจสอบข้อมูล อันนี้เราหาได้ง่ายอยู่แล้ว ทุกวันนี้เรามี อินเทอร์เน็ตในการตรวจสอบ ตรวจเช็กเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ต้องทำอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นสมาชิกท่านใดจะเถียงกับผมก็ลองไปเปิดเว็บไซต์นี้ดู ผมก็มีเดี๋ยวเอามาให้ดูก็ได้
ประการที่ ๓ นอกจากราคาไฟเบอร์ ออพติก ราคาสวิตช์ที่มีปัญหาแล้ว ก็คือเรื่องการประมูล จะเห็นว่าในการประมูลงานติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทุกครั้ง เป็นการประมูลออนไลน์ (Online) อีออกชันดูแล้วเหมือนจะเป็นการประมูลปกติ แต่การประมูลอีออกชันกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานครนั้นถ้าเราสังเกตนี่ผู้เข้าร่วม ประมูลจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันตลอด กลุ่มเดียวกันตลอด ถึงแม้ท่านอภิรักษ์จะได้กล่าว ในรายงานคณะกรรมาธิการว่าจริง ๆ แล้วมีผู้รับเหมาประมาณ ๑๒ ราย ต้องขอกราบเรียน ท่านอภิรักษ์ด้วยความเคารพนะครับ ผมเองก็เคารพท่านและเชื่อว่าท่านเองเป็นคนที่ ไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้ ผมเชื่ออย่างนั้น แต่คนรอบข้างท่านหรือคนรอบข้างของผู้ว่าราชการ คนปัจจุบันผมไม่มั่นใจ ผู้รับเหมารายหนึ่งเคยเรียนให้ผมทราบว่าในการประมูล ของกรุงเทพมหานครนั้นจะเข้าไปจริงนี่ต้องเคลียร์ (Clear) ผ่านคนที่เป็นเซนเตอร์ (Center) คนหนึ่ง บริษัทถ้าไม่ผ่านเซนเตอร์รายนี้เข้าไม่ได้ ผมฝากบอกเอาไว้อย่างนี้แล้วกันนะครับ ไม่อยากพูดมาก พูดมากเดี๋ยวก็หาว่าผมรู้มากเกินไป ท่านประธานครับ ในการอีออกชันแต่ละครั้งถ้าสังเกต นี่กรรมาธิการรวบรวมมาให้ ๗ โครงการ โครงการที่ ๑ มูลค่า ๑๒๗ ล้านบาท เคาะไป ๑๒๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท ลดจากราคากลาง ๒๐๐,๐๐๐ บาท ราคา ๗ โครงการรวมแล้ว ๒,๔๐๐ ล้านบาท เคาะงาน ๗ ครั้ง ลดได้ไป ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท จาก ๒,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ลองคิดดูกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ ๒๔ ล้านบาท ถ้า ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ อีออกชันเคาะกันงานขนาดนี้ลดไป ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับว่าคนเคาะมือเบามาก ปกติการเคาะอีออกชันแต่ละงานผมไปดูนะครับ ถ้างานที่มีการประมูลกันอย่างจริงจังอย่างนี้เคาะไปเถอะ ขี้หมูขี้หมาก็ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เคาะแล้วเบามาก ผู้ประมูลไม่ค่อยกล้าเคาะกลัวลดราคามากไป ต้องยอมรับว่า เขามีความสามารถในการเคาะมาก เคาะ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ลด ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ลดให้ ด้วยความเกรงใจนะ นี่เป็นความผิดปกติอย่างมาก
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมพูดมา ๓ ประการ ผมจึงกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับ ข้อสรุปของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ถ้าผมสามารถให้ความเห็นส่วนตัวได้ผมจะเรียนเลยครับว่า งานกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานครเป็นการทุจริตคอร์รัปชันที่น่าขยะแขยงที่สุด ผมเรียนอย่างนั้น แล้วการที่ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครบอกว่าจะติดตั้งกล้องอีก ๒๐,๐๐๐ ตัว ท่านประธานครับ เรื่องงานผมไม่ขัดข้อง ผมสนับสนุน แต่ว่าท่านเองต้องไป แก้ไขเรื่องราคากลางอย่างที่ผมบอกมาเมื่อกี้ อีก ๒๐,๐๐๐ ตัวต้องใช้เงินอีกไม่รู้กี่พันล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเกิดไม่อยากให้พวกผมมาอภิปรายโจมตีท่านอย่างนี้ ท่านต้องไปแก้ไขราคากลาง ถ้าไม่แก้ราคากลางก็ได้แต่ว่างานติดตั้งสายใยแก้วนำแสง เดี๋ยวผมขอติดตั้งให้ก็แล้วกัน ๔๐๐ ล้านบาท เอา ๒๐๐ ล้านบาท สวิตช์ อัลไลด์ เทเลซิส เมื่อกี้ท่านซื้อ ๑๓๐,๐๐๐ บาท ผมขาย ๖๐,๐๐๐ บาทก็พอ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับท่านประธาน จะได้ช่วยประหยัดเงิน ของราชการ จะได้ประหยัดภาษีอากรของพี่น้องประชาชน จะทำให้กรุงเทพมหานคร เดินหน้าทำงานได้โดยจะได้ไม่ต้องกล่าวหาว่าพวกผมเองนั้นขัดขวางการผลักดันโครงการ ของท่าน ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วเรื่องเนื้องานพวกผมไม่มีปัญหา เรื่องการติดตั้ง กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อการจราจร เพื่อความปลอดภัย เพื่อการตรวจสอบอะไรก็แล้วแต่ เราสนับสนุนเต็มที่ครับ แต่ขออย่างเดียวครับ ขออย่าให้มูมมาม ขออย่าให้น่าเกลียด ขออย่าให้มันทุเรศ มันเกินไปครับ มันรับไม่ได้ ก็ขอกราบเรียนความเห็นไว้ตรงนี้ ส่วนที่ผม ให้ข้อมูลแล้วถ้าใครคิดว่าไม่มั่นใจว่าจะตรงไม่ตรงหรืออยากโต้แย้งก็มาตรวจสอบกันได้นะครับ ผมยินดีที่จะเจอท่านทุกเวที ไม่ว่าเวทีตรงนี้หรือเวทีแถลงข่าว หรือเวทีหน้ารายการทีวี (TV) ยินดีตลอดเวลา ขอบพระคุณครับท่านประธาน