สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แถลงว่า กรุงเทพมหานครซื้อสายไฟฟ้าในราคาที่แพงกว่าเมืองพัทยาและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวีในเขตจตุจักร แต่ล่าช้าไป 4 เดือน ซึ่งเขาเห็นด้วยความเห็นของคณะกรรมาธิการที่ตรวจสอบเรื่องนี้ และเสนอให้นำเรื่องนี้ไปตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อความโปร่งใส

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอชื่นชมท่านประธานคณะกรรมาธิการ คุณหมอเหวงนะครับ คุณหมอเหวงพูดสรุป ในตอนต้นได้ดีมากนะครับแล้วก็ค่อนข้างเป็นธรรม ที่จริงแล้วคุณหมอเหวงเองท่านก็มี ความเห็นที่เป็นความเห็นส่วนตัวของท่านเองในครั้งนี้เหมือนกัน แต่สักครู่นี้ท่านก็ได้แถลง ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญในการให้ความเห็น ในการตรวจสอบกล้องซีซีทีวี ของกรุงเทพมหานครได้อย่างชัดเจนครับ ซึ่งคุณหมอเหวงเองก็พูดนะครับ ผมจดตาม ประเด็นของท่านเรียงมาเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ท่านก็ได้บอกว่าการที่เขียนราคารวมมานี้ควรจะแยกให้เห็นเรื่องค่าสำรวจ ค่าทดสอบ ค่าติดตั้ง พูดง่าย ๆ คือเวลาบอกว่าตัวเลขต่อเมตร ๔๐๐ บาทนี่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านก็พูดด้วยใจเป็นธรรมว่าควรจะแยกให้ชัดเจนว่าจริง ๆ ราคาแต่ละราคาควรจะเป็นเท่าไร ซึ่งก็แน่นอนครับกรุงเทพมหานครนั้นซื้อสายอยู่ที่ราคา ๙๐ บาทต่อเมตรครับ ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านค่อนข้างจะแยกแยะพอสมควรว่าอะไรเป็นความเห็น กรรมาธิการและอะไรเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ในทางกลับกันครับเมื่อสักครู่นี้กรรมาธิการ อีกท่านหนึ่งคือท่านดอกเตอร์ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สนิทกันดีครับ จริง ๆ ท่านได้ให้ความเห็น เอาไว้ในความเห็นของคณะกรรมาธิการ หน้า ๓๙ เป็นความเห็นของท่านครับ เดี๋ยวท่านลองกลับไปอ่านนะครับ ๔ ข้อของท่านมีอะไรบ้าง ซึ่งอย่าพูดเลยไปอย่างอื่นครับว่า ไม่ใช่ความเห็นของกรรมาธิการ นั่งบนบัลลังก์ก็เป็นความเห็นกรรมาธิการเท่านั้นครับ กรรมาธิการวิสามัญในการตรวจสอบกล้องซีซีทีวี แน่นอนมีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยหรือว่ารัฐบาล มากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว และคราวนี้ผลสรุปของท่านก็ดีครับ เพราะเป็นการบ่งบอกชี้ชัดว่ากรุงเทพมหานครนั้น ไม่ได้ซื้อของในราคาที่แพงอย่างที่ตั้งใจที่ตอนแรกมีประเด็นเอาไว้ เพราะเมื่อกี้เรายอมรับกันเอง ตรวจสอบกันมาแล้วสภาแห่งนี้ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ครับว่าที่จริงแล้วควรจะแยกให้ชัดว่า ที่บอกว่า ๔๐๐ บาทต่อเมตรข้างในมันมีค่าอะไรบ้าง เมื่อสักครู่ท่านประธานก็สรุป ได้อย่างชัดเจน ผมขอลงไปในรายละเอียดครับ กรุงเทพมหานครเขาซื้อสายเฉพาะตัวสาย ๙๐ บาทต่อเมตรครับ ๒๔ คอร์เหมือนกัน ขณะที่เมืองพัทยาซื้อที่ ๑๐๕ บาทต่อเมตร ๒๔ คอร์เหมือนกัน ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๑๗๑ บาทต่อเมตร ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ แพงกว่ากรุงเทพมหานครทั้งสิ้น ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งแพงกว่าทั้งสิ้นครับ นี่คือข้อเท็จจริง เริ่มปรากฏครับ จากที่เราออกไปพูดผ่านสื่อกันมาตลอดว่ากรุงเทพมหานครนั้น มีเลศนัยเสียแล้วว่าทำไมซื้อสายตั้ง ๔๐๐ บาทต่อเมตร วันนี้ท่านก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น นี่ประการแรกครับ

ประการที่ ๒ ไปยืนชี้ก่นด่ากันว่านี่เป็นกล้องดัมมี เป็นกล้องที่หลอกลวง เป็นกล้องลวงโลก วันนี้ดีใจครับที่กรรมาธิการก็ได้สรุปแล้วว่ามันไม่ใช่กล้องลวงโลก เป็นกล้องพรางครับ ท่านประธานครับ วันนี้กรุงเทพมหานครรายงานครั้งหลังสุดนั้น ไม่มีกล้องพรางเหลือนะครับ ก็เป็นกล้องจริงทั้งสิ้นจำนวน ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวเศษที่ทยอยลงไป เรื่องนี้เกิดขึ้น ท่านตรวจสอบดีครับ สภาของเราตรวจสอบดีไม่มีปัญหาครับ แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเขตจตุจักรของกระผมล่าช้าไป ๔ เดือน ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดซีซีทีวี แล้ววันนี้ก็กลับมาเดินได้เป็นปกติเรียบร้อย ผมไม่โกรธครับที่เรื่องนี้ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นในการตรวจสอบ แต่ผมก็ไม่สู้พอใจนัก ถ้าหยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองแล้วผลได้สรุปแบบวันนี้แล้วไม่มีคำขอโทษสักคำ การตรวจสอบของสภาเป็นเรื่องดีครับ แล้ววันนี้ก็ได้ข้อเท็จจริงแล้วว่าสายไฟต่อเมตรที่บอก ๔๐๐ บาทต่อเมตรความจริงแล้วมีค่าทดสอบ มีค่าติดตั้ง มีค่าต่าง ๆ ฝังอยู่ในตัวนั้นครับ ตัวสายจริง ๆ ๙๐ บาทแล้วก็ถูกกว่าหน่วยงานอื่นทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเมืองพัทยาอยู่แล้ว ท่านรู้ความจริงแล้วเราตรวจสอบเป็นประจักษ์แล้ว ส่วนคนที่หยิบยกเป็นประเด็น ทางการเมืองขอโทษสักคำได้ไหมครับ ตรวจสอบไม่เป็นไรครับ วันนี้คนกรุงเทพฯ ติดตั้งกล้องนี้ ช้าไป ๔ เดือน ข้าราชการกลัวกันเป็นแถบครับ เขาบอกผมว่าเวลาไปชี้แจงกรรมาธิการ ขู่เหลือเกิน ท่านครับ ข้าราชการเขามีหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติเหมือนกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกันในเวลาที่เขาไปชี้แจงท่านครับ

ส่วนเรื่องสุดท้ายครับ ที่ส่งเรื่องนี้ไปยัง ป.ป.ช. เห็นด้วย เห็นด้วยครับ ไม่ได้เห็นแย้งอะไรเลยกับความเห็นของกรรมาธิการครับ ทำไมผมถึงเห็นด้วยครับ ก็วันนี้ มีคนไปร้อง ป.ป.ช. เรียบร้อยแล้ว แล้วคณะกรรมาธิการของพวกเราในสภาแห่งนี้ก็ตรวจสอบ เรียบร้อยแล้ว ทำไมไม่เอาเรื่องทั้งหมดนี้เข้าสำนวน ป.ป.ช. ไปด้วยเสียเลยครับ ดีครับ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้เกิดการทุจริต แต่เรื่องนี้เกิดการตรวจสอบจากพวกเราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เอาไปรวมกับ ป.ป.ช. ครับ ถูกต้องครับ ไม่มีอะไรติดขัดเลย แล้วผมเชื่อว่าบรรยากาศวันนี้ในการอภิปรายน่าจะไปในทิศทางที่ดีครับ เพราะนี่เป็นหนทาง ในการตรวจสอบของสภาแห่งนี้ แต่การที่หยิบยกเป็นประเด็นทางการเมืองขอโทษสักคำเถอะครับ และนี่เป็นคำวิงวอนจากกระผมครับ ขอบพระคุณครับ