สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ อภิปรายเรื่องการซื้อถูกกว่าของกรุงเทพมหานคร โดยกล่าวหาว่า กรุงเทพมหานครซื้อแพงกว่าหน่วยงานอื่น และมีการซ่อนค่าประกันไว้ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ยังหารือเรื่องการประมูลอีออกชัน การตรวจสอบการดำเนินการของกรมที่ดิน กรุงเทพมหานคร และการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกล้องดัมมี และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการบันทึกภาพของกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของกรุงเทพมหานคร โดยชี้ให้เห็นว่าราคาของกล้องหลอกหรือแพงเกินไป และแนะนำให้กำหนดราคาทั้งระบบในการประมูลงาน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผมพยายาม จะอยู่ในกรอบนะครับ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามประเด็นนี้ ผมก็ตอบ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เป็นความจริงนะครับ ไม่ต้องตรวจสอบว่าเป็นข้อเท็จจริง

ประเด็นต่อมาที่คุณพุทธิพงษ์ได้กรุณาถามแล้วก็อภิปรายที่อยู่ในรายงาน ก็คือเรื่องของการซื้อถูกกว่าหน่วยงานอื่นไหม ผมก็ขออนุญาตอธิบายสั้น ๆ อย่างนี้นะครับ ท่านพยายามจะเปรียบเทียบ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมก็ไม่อยากจะใช้คำว่าเสียมารยาทนะครับ เอกสารฉบับนี้กรุงเทพมหานครก็ไปจัดพิมพ์เองด้วย ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ก็ยังไม่ได้รายงานในที่ประชุม ท่านก็อ้างลักษณะเช่นนี้ละครับก็คือซื้อถูกกว่าหน่วยงานอื่น ๆ แต่เมื่อดูไปแล้วอย่างไรก็ซื้อแพงกว่านะครับ ถ้านับกันเศษสตางค์นี่ กทม. ซื้อ ๔๐๐.๕๐ บาท ต่อ ๑ เมตรนะครับ ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง อะไรก็แล้วแต่ที่ท่านอ้างถึงทั้งหมดมีอยู่ในรายงานนี่ก็ซื้อถูกกว่าอยู่แล้ว ในคณะกรรมาธิการ ก็ซักถามครับว่าเวลาซื้อของเยอะ ๆ หรือที่เขาเรียกกันว่ายกเข่งนี่ กรุงเทพมหานคร ซื้อ ๒๐,๐๐๐ กว่าตัวท่านยังได้ราคานี้เลย แล้วก็ในส่วนอื่น ๆ เช่น กฟน. เมืองพัทยา ป.ป.ช. การท่าอากาศยานต่าง ๆ ที่เราเรียกมาสอบนี่นะครับ เขาก็ตอบตรงกันครับบอกว่า เขาซื้อน้อยในราคาแบบนี้เหมาะสมแล้ว ส่วนกรณีราคา ๔๐๐ บาทต่อเมตรนี่นะครับ ตอนแรกในที่ประชุมคณะกรรมาธิการเราก็ถามครับว่าท่านซื้อ ๔๐๐ บาทต่อเมตรใช่หรือไม่ ก็ตอบว่าใช่ครับ สุดท้ายปลายทางพอเมื่อเรียกหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามาก็ปรากฏว่า มีการแทรกรายการเข้าไป ๑๑ รายการ ท่านดูในรายงานอยู่ในเล่มนี้นะครับ ไม่ใช่แค่ ๗ รายการ ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรครับเพราะว่าบางรายการซ่อนอยู่ด้วยกัน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปครับ เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันอย่างนี้ ผมก็ยกตัวอย่างในห้องประชุมครับ บอกว่า เอ๊ะ ถ้าเกิดเราซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องหนึ่ง หน้าโต๊ะท่านประธานนี่ ท่านประธานซื้อสายแยกไหม หรือท่านซื้อจอแยกไหม ท่านซื้อฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) แยกไหม ท่านซื้อเมาส์ (Mouse) แยกไหม เวลาซื้อมันก็ต้องซื้อยกลังมาละครับ แล้วก็ต่อทดสอบใช้ครับ ถ้าใช้ไม่ได้เราก็ต้องบอกผู้ขายบอกคุณใช้ไม่ได้นะ คุณต่อสายอย่างไร สายคุณมีปัญหาไหม ในที่ประชุมก็ถาม เอ๊ะ แล้วทำไมจะต้องไปซ่อนเรื่องค่าประกันไว้ ถึงขนาดถามกันครับว่า จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ เมตร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคิดเป็นประมาณเกือบหลายร้อยกิโลเมตร ประกันอุบัติเหตุไว้ รถมันชนเสาไฟฟ้ากันทุกวันไหมครับ และถ้าชนมันขาดทีละ ๑,๐๐๐ เมตร ๑๐๐ เมตรไหม มันควรจะซ่อมเป็นบางจุดไหม และเวลาประกันโครงการ เช่นโครงการหนึ่ง ๑๒๗ ล้านบาท บางโครงการ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมท่าน ไม่ประกันโครงการนั้นไว้ล่ะครับ เช่นบริษัท ก ทำ ๗๗๗ ล้านบาท เมื่อมีรถไปชนเสาไฟฟ้าพัง หรืออะไรอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านซ่อมเฉพาะโครงการของท่านโดยคิดเงินประกันได้หรือไม่ ก็เป็นข้อซักถามในที่ประชุม จึงเป็นข้อสังเกตการซื้อมันผิดปกติจริง ๆ เราก็พยายาม จะอะลุ่มอล่วยบางเรื่อง เอาละบางเรื่องเราตรวจสอบไม่ได้ในเชิงลึก เพราะเป็นการเขียน กติกาในการอีออกชัน

ประเด็นต่อมาครับ ที่ท่านพุทธิพงษ์พูดไว้ก็คือเรื่องการประมูลอีออกชัน ผมไม่เคยเป็นผู้รับเหมาครับ แต่เวลาผมต่อของ ซื้อผ้า ๑๙๙ บาท บางทีต่อ ๑๕๐ บาท เขายังลดให้ครับ นี่โครงการ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ท่านสมาชิกครับ บางโครงการน่าตกใจมาก กดอีออกชันกัน ลด ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างโครงการบางโครงการ ๑๒๗ ล้านบาท ลด ๒๐๐,๐๐๐ บาท คือเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ ๐.๐๑๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสิริรวมแล้ว ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ ๒,๔๐๐ ล้านบาท ลดไปได้ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์นะครับ ๐.๐๐๓ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ พอมีความรู้เรื่องอีออกชัน ไม่ว่ากันครับ ไล่คนจนมุมมันก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ แต่ว่าทำเพื่อประชาชนได้ไหมเป็นโอกาสคราวต่อไปได้ไหม ประโยชน์กล้องซีซีทีวีมีดี ทั้งนั้นแหละครับ กทม. เขาก็ทำ บอกว่าจับคดีนั้นคดีนี้ได้ ไม่เคยบอกเลยครับว่าไม่ดี ไม่เคยบอกครับ เพียงแต่ว่าถ้าท่านซื้อถูก ท่านทำได้ดีท่านทำไปครับ พวกเรามีหน้าที่ ฝ่ายตรวจสอบ ท่านยังตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างเข้มข้น พวกผมตรวจสอบ กทม. ก็เป็นสีสัน ในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นเองครับ

เรื่องต่อมาครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นที่คุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พูดนะครับ ผมบอกได้เลยครับ พูดลอย ๆ เพราะมันไม่มีในรายงานอะไรใด ๆ เลย กทม. ก็จัดทำ ตามปกตินะครับ ท่านสั่งชะลอจริง ๆ ผมไปค้นข้อมูลครับ กทม. ก็จัดซื้อจัดจ้างตามปกติ บริษัท ก ข ค ง จัดซื้อจัดจ้างติดตั้งตามปกติครับ ไม่ได้มีตรงไหนเลยครับที่เขาไม่ทำ และท่านก็พยายามจะอธิบายต่อด้วยครับ ท่านผู้ว่าราชการบอกว่าจะเสร็จแล้ว ๒๔,๐๐๐ ตัว เพราะฉะนั้น ๔ ประเด็นของท่านพุทธิพงษ์

ประเด็นต่อมาครับ ท่านสมาชิกครับ คุณอรรถวิชช์เช่นเดียวกันครับ อ้างว่าซื้อราคาถูกกว่า ขีดเส้นใต้บอกว่าถูกกว่า ๕๐๐ ครั้ง ผมก็บอกชัดเจนต่อมาครับว่า นับตัวเลขนะครับ ถ้าท่านไม่ตกเลขและท่านบวก ลบ คูณ หารได้ถูกต้อง กทม. ก็ซื้อแพง ผมขีดเส้นใต้ ๑,๐๐๐ ครั้งเช่นเดียวกันครับ ๔๐๐.๕๐ บาทนะครับ หน่วยงานอื่น ๆ ซื้อหลักร้อยหลักพัน เขาซื้อประมาณ ๓๙๕ บาท ของ กทม. มันแพงกว่าอยู่แล้วถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อย่างไรก็แพงครับ ต่อมาครับที่ท่านบอกว่ากล้องดัมมี ต่างประเทศ มีการอ้างกันไหม ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการอ้างกันตลอดบอกว่าประเทศอังกฤษทำบ้าง ประเทศนั้นประเทศนี้ทำ แต่พอขอพยานหลักฐาน ขอเอกสาร ตอบไม่ได้ครับ นายกรัฐมนตรี นั่งอยู่ประเทศอังกฤษถูกอ้าง ผมก็บอกคุณอ้างอย่างนี้คุณเอาเอกสารมาสิครับ รับรองสิครับว่า เขามีจริง ก็ไม่มีการรับรอง แต่ประเทศไทยมี เพราะฉะนั้นผมจึงเป็นกรรมาธิการคนหนึ่งครับ ที่เขียนอยู่ใน ๑๕ ข้อบอกว่าประเทศไทยจะต้องไม่มีกล้องดัมมีหรือว่ากล้องปลอม หรือว่ากล้องหลอกอีกต่อไป อันนี้ชัดเจนนะครับ

ประเด็นต่อมาครับ ในส่วนของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านได้พูดไว้ ท่านกล่าวอ้างว่าช้า ก็ลักษณะเดียวกันกับท่านพุทธิพงษ์ ผมก็ไม่ได้บอกว่าช้าหรือไม่ อย่างไร แต่ท่านต้องตรวจสอบ กทม. ครับ เขาทำตามปกติแหละครับ ท่านอยู่ใกล้ตัวมากกว่าผมอีก คุณรัชดาก็อยู่ใกล้ตัวมากกว่าผมอีก ท่านน่าจะตอบได้มากกว่าผมด้วยซ้ำว่าเขาช้าจริงไหม

เรื่องต่อมา ในเรื่องที่ผมให้ความเห็นไว้อยู่ในหน้า ๔๐ ท่านสมาชิก ไล่ดูแต่ละประเด็นได้เลย

เรื่องแรก มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ในเว็บไซต์ครับ นักข่าวอิสระเขาร้องผ่านเว็บไซต์ว่า ไปเจอกล้องปลอมคือถ่ายไม่ได้ พอไปดูใกล้ ๆ เห็นมีแต่กล่อง ถ่ายไม่ได้ก็มาร้องที่ พรรคเพื่อไทยครับ เราก็ถามว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นนานหรือยัง เขาบอกเกิดขึ้นได้ประมาณสัก ๕-๖ เดือนแล้ว เพียงแต่ว่าคนเขาสงสัยเพราะมีกรณีบางคดีครับ มีคุณแม่ท่านหนึ่งมาร้อง ที่พรรคบอกว่าลูกโดนแทงตาย ปรากฏว่าไปขอกล้องจากตำรวจ ผมถามตำรวจ ท่านผู้กำกับการที่นั่งอยู่นี้ตัวแทนจาก บช.น. บอกว่าตำรวจไม่ค่อยมีกล้องในลักษณะ จับอาชญากรรม มีแต่กล้อง บก. ๐๒ คือถ่ายภาพป้ายแดงแล้วก็ถ่ายภาพพวกฝ่าไฟแดง อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้นมันก็จึงเกิดปัญหาว่า เอ๊ะ เราทำงานถูกที่ถูกทางไหม ในเมืองนอกกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเกี่ยวกับอาชญากรรมนะครับก็ต้องขึ้นกับตำรวจครับ ตำรวจมีหน้าที่ติดตามดูมีเหตุการณ์โน่นนี่นั่นก็เอาภาพออกมาไปตามจับคนร้าย แต่กรุงเทพมหานครดันขึ้นกับส่วนราชการปกครองท้องถิ่น อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตในที่ประชุม บอกว่ามันไม่เหมาะ

ประเด็นต่อมาครับ ในการจัดซื้อข้อ ๕ ที่ผมให้ข้อสังเกตไว้ก็คือว่าที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครไม่ควรจะซื้อกล้องพรางหรือว่ากล้องหลอก กล้องดัมมี กล้องลวงโลก สื่อมวลชนเขาไปเขียนกันนะครับ พวกเราก็ใช้คำว่ากล้องดัมมีจนหลายท่านเข้าใจคำนี้ครับ เราก็บอกว่า เอ๊ะ ถ้า กทม. ไปติดตั้งไว้ เช่นท่านไปติดตั้งไว้ตามบ้านเป็นเรื่องบุคคลครับ ไม่มีปัญหา เพราะบ้านใครอาจจะติดไว้หลอกโจร บ้านนี้มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไม่ว่ากัน เป็นเรื่องปลอดภัยส่วนบุคคล แต่ถ้าท่านไปติดหน้าโรงเรียนอย่างเช่นมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมพาสื่อมวลชนไปดูก็ชัดเจนครับตัวหนึ่งติดจริง ตัวหนึ่งติดปลอม ไม่มีกล้อง และถ้าเกิด มีใครไปทำร้ายนักเรียนหรือเกิดอะไรขึ้น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น กันตรงนั้นขึ้น กรุงเทพมหานคร ตอบอย่างไรล่ะครับ กล้องเสียบันทึกภาพไม่ได้ คำนี้ได้ยินชัดแล้วก็ปรากฏตามสื่อมวลชนบ่อย เราจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นประเทศไทยมันไม่ควรมีเลยกล้องปลอมนี่นะครับ เราไม่พูดถึง เรื่องราคานะครับ หลายท่านพูดไปแล้ว

ประเด็นต่อมาครับ ผู้แทนกรุงเทพมหานครแม้จะชี้แจงว่ามีการถอด กล้องพรางไปแล้ว แต่ก็ยังพบว่าราคาของกล้องหลอกหรือว่ากล้องพรางมีราคาแพงเกินไป อันนี้ก็ว่ากันไป ผมไม่ได้ลงรายละเอียดครับ แต่ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจก็คือว่าการติดตั้ง ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของ กทม. ที่ผ่านมาพบว่ามีการกำหนดราคาทั้งระบบ ต่อผู้ประมูลงาน ควรจะกำหนดทั้งระบบครับ เช่นหน่วยงาน ป.ป.ช. ครับ ผมดูจากรายละเอียด ตอนที่เรียกเขามา เขาส่งเอกสารมา ผมถามเขาว่าโครงการเขาเท่าไร เขาบอก ๑๕ ล้านบาท ผมถามกี่ตัว ติดประมาณ ๓๐๐ กว่าตัวโดยประมาณนะครับ ผมจำตัวเลขไม่แน่นอน อยู่ประมาณนี้ แล้วผมก็ถามเขาครับว่าการติดของเขาใช้วิธีการติดลักษณะใด คือแขวนบนสาย หรือร้อยตามท่อผ่านฝ้าหรือส่งคลื่นไมโครเวฟ เขาบอกเขาติดเหมือน กทม. ลักษณะคล้ายกันครับ เมื่อเปรียบเทียบราคาแล้วราคาเขาก็ยังถูกกว่า กทม. ทั้ง ๆ ที่ปริมาณน้อยกว่า ไม่ว่ากันครับ อันนี้เป็นข้อสังเกตของผมนะครับในฐานะกรรมาธิการ ราคามันแตกต่างกันครับ ท่านใช้ตรงวัตถุประสงค์ไหม เช่นถ้าท่านบอกว่า สำนักการจราจรและขนส่งจะดูเรื่องรถฝ่าไฟแดง ผมถามต่อไปครับว่าแล้วท่านจะไปดูทำไม เพราะเมื่อท่านดูเสร็จท่านก็ต้องไปแจ้งกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการ ตำรวจจราจร ๐๒ หรือครับ จับด้วยรถคันนี้ฝ่าไฟแดงครับ ผมถึงบอกว่ามันผิดตั้งแต่ต้น วัตถุประสงค์การใช้งาน แล้วถ้าเกิดมีอาชญากรรมท่านนึกภาพดูนะครับ เจ้าหน้าที่เทศกิจ หรือเจ้าหน้าที่เขตดูอยู่ หรือเจ้าหน้าที่ กทม. ดูภาพอยู่มีคนกำลังจะทำร้ายคน ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่เห็นจากกล้องปุ๊บทำอย่างไรครับ แจ้งห้องวิทยุของ กทม. ครับ กทม. แจ้ง ๑๙๑ ไหมครับ หรือแจ้งผ่านฟ้า ผ่านฟ้าแจ้ง สน. บก.น. ๓ บก.น. ๓ แจ้งโรงพัก โรงพักกว่าจะแจ้ง สายตรวจกว่าจะไปถึง ผมถึงบอกว่ามันแปลกเท่านั้นเองแหละครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ถ้าอนาคตประเทศไทยจะทำเรื่องนี้ควรจะคิดกันให้จบเป็นสะระตะ แล้วก็เอาเหตุผลที่ผมพูด ไปใช้เป็นประโยชน์ครับ กทม. มีหน้าที่ดูแลเรื่องอะไรครับ เรื่องทางเท้าท่านดูแลท่านติดกล้อง เรื่องทางเท้า ไม่ให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายกันรุกล้ำทางอะไรอย่างนี้ ท่านทำครับ แต่ถ้าเป็น เรื่องอาชญากรรม เรื่องอะไรต่าง ๆ ขั้นตอนมันซับซ้อนครับ ผมถามท่านผู้กำกับการว่า เวลาคนแจ้งทำอย่างไรครับ ๑. แจ้งตรงกับโรงพัก ๒. หน่วยงานอื่นแจ้งมา กว่าจะประสาน รถสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ไปใกล้ได้ก็เรียบร้อยครับขโมยกลับบ้านเรียบร้อย

ประเด็นต่อมา การจัดซื้อใยแก้วนำแสงในข้อ ๑๐ ผมได้อภิปรายไปแล้ว ได้อธิบายให้ท่านแล้วนะครับ

๑๐.๑ เปรียบเทียบในท้องตลาดพบว่าราคา ๔๐๐ บาทเป็นราคาที่สูง เกินความจริงก็อธิบายแล้วนะครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่ามันแพงเกินไป แล้วที่สำคัญต่อไปนี้ ท่านอย่าเอาอะไรไปรวมเลยครับ ถ้าท่านบอกว่าหัวก็คือหัว มือก็คือมือ แต่ท่านบอกว่า ตัวประกอบไปด้วยอวัยวะ ๓๐ กว่าชิ้น แล้วท่านตีราคาอย่างนี้มันดิ้นได้ครับ พอมันดิ้นได้ปุ๊บ มันก็เกิดข้อครหา ท่านชัยวัฒน์พูดตั้งแต่ต้นผมท้วงเรื่องของการขนส่งครับ ๗ บาทต่อเมตร เส้นนิดเดียวสายไฟเบอร์ ออพติก แล้วที่สำคัญก็คือว่าถ้านับเป็นกิโลเมตรหรือเป็นเมตร นี่รถบรรทุก รถปิกอัพ ๑ คันขนได้เป็นหมื่น ๆ เมตร ก็แสดงว่าค่าขนส่งที่ท่านชัยวัฒน์พูด ยังถูกเลย ผมคำนวณเที่ยวหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท ถ้าท่านไม่รวมซื้อของ ท่านเหมาเลย โอ้โฮ ทำล้านเมตร ถ้าเป็นผมผมก็ส่งฟรีเหมือนกันละครับเพราะกำไรมันแทรก อยู่ในนั้นแล้ว การทดสอบก็เช่นเดียวกัน ท่านที่เคารพครับ ในข้อสังเกตก็พูดไว้ว่าสายนี่ ต้องต้นสาย ปลายสาย เวลาเราไปซื้อเขา ซื้อโทรทัศน์ตั้งแต่ปลั๊กเสียบไปปุ๊บกว่าจะถึงเครื่องนี่ เราไม่รู้หรอกว่ามันจะใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะมันมี มอก. คือมาตรฐานอุตสาหกรรม สายไฟเบอร์ ออพติก ของ กทม. ก็มีเหมือนกันนะครับ ต้องผ่าน มอก. หมายความว่าผ่านกระบวนการ ทดสอบตั้งแต่ต้นทางการผลิตแล้ว เราก็ให้ข้อสังเกตต่อว่าถ้าอย่างนั้นท่านไปคิดทำไมล่ะ ค่าทดสอบ ถ้าท่านแย้งอีกบอกว่าการทดสอบคือทดสอบตั้งแต่กล้อง สาย มอนิเตอร์ เวลาติดตั้งต่าง ๆ ซื้อของ ซื้อโทรทัศน์ติดในห้องประชุมสภามันก็ต้องทดสอบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทำไมไม่คิดรวมทั้งโปรเจกต์ (Project) เลยล่ะครับ ๑๐,๐๐๐ ตัวค่าทดสอบ เท่าไร เมื่อทดสอบได้ใช้งาน ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการในรายงานนี่มีการอ้างว่า การทดสอบเป็นหลักการของกรุงเทพมหานคร เช่น