สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องสนามฟุตซอล อารีน่า และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร และรัฐบาล โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาออกแนวทางแก้ไขปัญหาการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกในประเทศไทย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีใจดีแต่ว่าเสียของ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้าท่านตัดสินใจก่อนหน้านี้ อีกสัก ๗-๘ เดือน แล้วฟันธงไปเลยบอกว่ามันทำไม่ทัน ไปใช้สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ผมค้นประวัติดูเมื่อหลายปีก่อนมีการเสนอจัดที่สนามยิงเป้าบินในหัวหมาก ท่านประธานครับ งบประมาณไม่น่าเกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำ ก็สรุปที่ท่านรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่า รัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติงบประมาณเกือบ ๑,๔๐๐ ล้านบาท แทนที่จะให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากลับไปให้กรุงเทพมหานครไปทำที่เขตของท่านไพโรจน์ ที่เขตหนองจอก ซึ่งฟีฟ่าทักท้วงไว้ก่อนแล้วนะครับว่ามันไกล การคมนาคมแถวนั้น ลำบากยากเย็นเข็ญใจ เดินทางต้องไม่เกินครึ่งชั่วโมงหรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า ๔๕ นาทีอะไรประมาณนี้ครับ สรุปใจความก็คือว่าผมเสียดาย จริง ๆ แล้วมีรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครคนหนึ่ง ขออภัยที่เอ่ยนามท่านท่านอยู่ข้างนอก แต่ว่าเป็นการชื่นชม ท่านครับ ท่านจบมาจากคอนสตรัคชัน แมนเนจเมนท์ (Construction Management) จากประเทศสหรัฐอเมริกา คุณธีระชนครับ รู้เรื่องการก่อสร้างโดยตรงแต่หลัง ๆ ท่านไปพูด เรื่องน้ำเยอะ ถ้าเรื่องนี้ท่านพูดหน่อยบอกว่า กทม. เสร็จไม่ทัน เสร็จไม่ทัน เสร็จไม่ทัน ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทำอย่างนี้จบข่าวไปแล้วครับท่านประธาน ประกาศชัดเจน สนามอินดอร์ สเตเดียม หัวหมากใหญ่โตกว่าสนามฟุตซอล อารีน่าอีกนะ แต่ปรากฏว่า กลับกลายเป็นว่าคนไทยเสียหน้าทั้งประเทศ

ประเด็นต่อมาที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรี เมื่อท่านใจดีแล้วแล้วเสียของไปแล้ว เอาไปจัดคอนเสิร์ต ๑,๔๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ คิดได้อย่างไร จัดคอนเสิร์ตวันเสาร์นี้ เพราะว่าฟีฟ่าไม่รับรอง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ ลงข่าวกันวันนี้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจัดคอนเสิร์ต งบประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ที่ผมถามต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ กรุงเทพมหานครไม่ใช่เขตปกครองพิเศษที่จะต้องดูแล คนทั้งประเทศ ท่านให้สัมภาษณ์ดุเด็ดเผ็ดมันแล้วเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงนี้ครับ ท่านให้สัมภาษณ์ว่าจะฟ้องฟีฟ่าในฐานะทำให้กรุงเทพมหานครเสียหาย ผมไม่อยากพูด ในแง่กฎหมายว่า มาตรา ๑๙๐ ท่านผู้ว่าราชการ กทม. ต้องเอามาเข้าก่อนหรือเปล่า เพราะฟีฟ่าไม่ใช่ยาสระผมแฟซ่านะครับ เขาเป็นองค์กรระดับโลกทำอะไรมีคณะกรรมการ มีโน่นมีนี่กว่าจะตัดสินได้ไม่ใช่อยู่คนเดียวแล้วบอกได้ครับ ผมถามผลกระทบไปยัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครับว่าต่อไปนี้ถ้าเกิดประเทศไทยจะจัดการแข่งขัน ตะกร้อลอดห่วง สมมุตินะไม่ใช่องค์กรฟีฟ่าหรือองค์กรอื่นใดก็แล้วแต่ เขาจะเชื่อมั่น ในประเทศไทยไหม กทม. ทำเสียของไปแล้ว ท่านใจดีแล้วแต่ท่านต้องมาแบกรับภาระ ในอนาคต สมมุติว่าเกิดจะมีการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกขึ้นมาในประเทศไทย เขาบอก โอ๊ย ไม่ได้หรอกประเทศไทยเคยมีประวัติแค่สนามฟุตซอลเตะบอลรูหนูยังทำไม่เสร็จเลย เพราะฉะนั้นอย่างนี้ ผมถามท่านรัฐมนตรีต่อเนื่องนะครับว่ากรณีแบบนี้ถือว่าเป็นความ บกพร่องแล้ว รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควบคุมดูแล กีฬาโดยตรงจะมีบทลงโทษหรือไม่ และถ้าจะช่วยกรุณาไปบอก กทม. หน่อยได้ไหมว่า เงียบ ๆ หน่อย ก้มหน้าก้มตายอมรับความจริงแล้วสั่งกำลังพลของท่านที่ทำอยู่ออกมา แล้วก็ค่อย ๆ ทำให้มันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยไปจัดคอนเสิร์ตได้ไหม

เรื่องต่อมาที่เกี่ยวเนื่องกัน ท่านประธานผมถามต่อเลยครับ ท่านจะมีโอกาส ได้พูดคุยกับคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือว่าฟีฟ่าหรือไม่ ผมทราบข่าว จากเว็บไซต์ (Web site) เมื่อเช้านี้ ท่านเข้าไปดูในเว็บไซต์ฟีฟ่าจะมีการโพสต์ (Post) กระทู้ อะไรกันเยอะแยะมากมาย ฝรั่งเขาก็โพสต์ไว้ครับ เขาบอกว่าประเทศไทยมันอะไรกันนักกันหนา พอไม่รับรองก็มาด่าเขาว่าเขาไม่ให้ห้องวีไอพี (VIP) กทม. ชี้แจงบอกว่าห้องวีไอพีทำไม่เสร็จ ซึ่งมันอยู่ในกฎระเบียบอยู่ในแผน อยู่ในผัง อยู่ในแปลนของอาคารอยู่แล้ว แล้วท่านไปบอกว่า ฟีฟ่ามาดูแล้วห้องรับรองวีไอพี ๓๐๐ คนไม่เสร็จจึงไม่ให้ ท่านถามคนไทยทั้งประเทศไหมครับ ว่าเขาคิดเช่นนั้นหรือไม่ และเมื่อเกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับฟีฟ่านี่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาท่านจะทำอย่างไรในแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต ของการจัดแข่งขันกีฬาระดับโลกในประเทศไทยครับ