ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่เพียงพอสำหรับสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการบริหารจัดการดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรม และขอใช้งบกลางเพื่อสนับสนุน นอกจากนี้ยังเสนอการสนับสนุนจากภาครัฐโดยการลดหย่อนภาษี 2 เท่าสำหรับผู้บริจาคสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และการลดจำนวนที่เข้าไปในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนด้วยการแบ่งกลุ่มเด็กออกเป็น 4 กลุ่ม
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ตอบกระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในคำถามที่ ๒ กระผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. สุนทรีด้วยความเคารพ ปัญหาของสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก และเยาวชนซึ่งอยู่ในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เราตระหนักอย่างดีว่า มันมีปัญหา ปัญหาที่สำคัญเรื่องงบประมาณที่ท่านได้ถามไป ปัญหาความไม่พอเรื่องของ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงศักยภาพความสามารถของบุคลากรที่จะดูแลและติดตาม ประเด็นแรก เรื่องงบประมาณ ผมขออนุญาตนะครับ เนื่องจากเรามีงบประมาณที่จำกัด ทางกรมเองก็ไม่ได้ละเลย เรามีมาตรการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ทางกรมได้ใช้กลไกในการบริหารจัดการ โดยใช้เงินที่เป็น ดอกเบี้ย เขาเรียกดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรม ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรา ของบประมาณมาสนับสนุน ดอกเบี้ยเงินกลางได้จากกรมบังคับคดี ได้เงินมาแล้วมีดอกเบี้ย เกิดขึ้น เรียกดอกเบี้ยเงินกลางของกระทรวงยุติธรรม ส่วนนั้นทางกรมเองก็ประสานไปที่ ท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทางกรมบังคับคดี เพื่อที่จะนำเอาเม็ดเงินเหล่านี้มาสนับสนุนค่าใช้จ่าย ที่ไม่พอเพียง นั่นเป็นเรื่องแรก
เรื่องที่ ๒ ถ้าไม่มีความจำเป็นที่ต้องขอใช้งบกลาง ทางกรม ทางท่านรัฐมนตรีเอง ก็เสนอของบกลางเพื่อมาสนับสนุน
เรื่องที่ ๓ เรามีเครือข่ายที่ทำงานด้านเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ก็อาศัย กิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกัน แล้วก็มีภาระงบประมาณอยู่ตามเครือข่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ของกระทรวงศึกษาธิการเอง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือองค์การ ระหว่างประเทศ เช่นยูนิเซฟ (UNICEF) ก็ประสานงานเอาค่าใช้จ่ายเหล่านั้นเข้ามา เพื่อที่จะช่วยให้เม็ดเงินที่มีน้อยนิดได้มีความเพียงพอ มาตรการหนึ่งที่ใช้อยู่แล้วเป็นประโยชน์ยิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านท่าน ส.ส. ไปยังพี่น้องประชาชนที่ได้ให้เงินบริจาคกับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เราให้มาตรการลดหย่อนทางด้านภาษี เอาไปลดหย่อนภาษีได้ เงินบริจาคของท่านให้ ๒ เท่าครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านสมาชิกท่านใด มีภาระที่จะต้องดูว่าภาษีท่านจ่ายเยอะ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนยินดีเลยครับ ท่านลดภาษีได้ถึง ๒ เท่าเหมือนกระทรวงศึกษาธิการ นั่นคือเป็นมาตรการที่เราได้ใช้ทางด้าน การเงินทางงบประมาณเพื่อที่จะให้การดูแลเด็กให้ดีที่สุด
อีกมาตรการหนึ่งเป็นการจัดการภายใน ทางกรมเราเรียกว่าเป็นการโซนนิง (Zoning) หรือแบ่งกลุ่ม แบ่งเขตเด็ก เราจะแยกประเภทเด็ก ถ้าอยู่ในสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนที่หนึ่งที่ใด เช่นจังหวัดนครสวรรค์เราก็แยกประเภทเด็ก จริง ๆ การแยกประเภทเด็กเราแยกตั้งแต่แรกรับ แล้วจะแบ่งกลุ่มเด็กเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มที่ กระทำผิดซ้ำเหมือนที่ท่าน ส.ส. สุนทรีได้พูดถึงเป็นกลุ่มที่ ๑ ที่เราให้ความสำคัญ ถือว่าเป็นเด็กประเภทกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ เอาศักยภาพในการแก้ไข ถ้าพอแก้ไขได้ คือเป็นปัญหาอยู่ เป็นกลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ เป็นการแก้ไขได้ และกลุ่มที่ ๔ ไม่ต้องแก้ไข ในแต่ละขั้นตอนเราจะมีกระบวนการที่จะลดจำนวนเด็กอยู่หลาย ๆ ขั้นตอน เช่นเด็กไม่ต้องแก้ไข เราก็จะมีวิธีการกระบวนการ เช่นมาตรการพิเศษทดแทนการดำเนินคดีอาญาที่จะทำให้เขา ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาตรการเหล่านี้ เป็นมาตรการภายในที่เราพยายามที่จะตัดเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรม เป็นการลด จำนวนเด็ก โดยหันเหคดีออกจากกระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนแรกหรือปล่อยตัว ก่อนกำหนดถ้าเด็กผ่านการประเมิน แล้วก็มีการเตรียมความพร้อมการปล่อยตัว กรณีที่เด็ก เข้าศูนย์บำบัดหรือศูนย์ฝึกอบรม ตรงนี้เองก็จะเป็นมาตรการที่เราใช้อยู่ การโซนนิง ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าลักษณะอย่างนี้จะลดจำนวนที่เข้าไปสู่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้อย่างมีนัยสำคัญ ผมยกตัวอย่างครับ ข้อมูลที่ ศูนย์พินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่จังหวัดนครสวรรค์ในปี ๒๕๕๕ เรารับเด็กอยู่ที่ ๘๕๕ คนต่อวัน เรามีมาตรการอย่างนี้ ปีนี้เราลดเหลือประมาณ ๖๐๐ คนต่อวัน ศักยภาพจริง ๆ รับได้แค่ ๔๙๐ คนนะครับ ด้วยความแออัดก็ยังลดมาพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นปัญหากับเด็กและเยาวชนที่จำเป็นต้องดูแลตามสิทธิเด็ก กรณีเขามี คดีความมีการกระทำผิด สิ่งเหล่านี้เองก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ทางกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนในกระทรวงยุติธรรมก็ให้ความสำคัญ พยายาม ที่จะแก้ปัญหาให้เยาวชนเหล่านั้นกลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นคนดีที่สามารถที่อยู่ในสังคมได้ ต้องกราบขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณท่าน ส.ส. ผู้ถามคำถามครับ