รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป)
วันพุธที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
เชิญนั่งครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้เข้ามาเซ็นชื่อประชุม ๑๕๗ ท่าน ยังไม่ครบ องค์ประชุม ผมยังเปิดประชุมไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเพราะเราหยุดกันหลายวัน มีอะไรจะได้ระบายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่มีการบันทึกนะครับ ไม่มีการบันทึก ผมจะอนุญาต ให้ท่านสัก ๕-๖ ท่าน ถ้าครบแล้วก็จะได้ดําเนินการ เพราะว่ากฎหมายเรานี่เยอะแยะ ยังไม่ผ่านอะไรเลย ปัญหาต่าง ๆ ก็อยากจะให้สภานี้เป็นหลัก ก็ขอความกรุณานะครับ
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๑ คน
ถ่ายทอดวิทยุแล้วใช่ไหมครับ
ก็เปิดนานแล้วครับ
คือท่านประธานครับ วันนี้ที่เราบอกว่า เรามีความแตกแยกแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเราต้องยอมรับว่านโยบายของรัฐในการให้ ประชาชนเข้าถึงสื่อ ถ้าสื่อไหนที่เป็นของรัฐก็เสนอข้อมูลด้านเดียววนเวียนซํ้าซาก นําเอา วิทยากรที่ไม่มีความหลากหลาย เราอย่าลืมว่าในสังคมประชาธิปไตยวันนี้ ภาคชนบท ภาคเมือง มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเท่าเทียมกัน แต่ปรากฏว่าพอประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ประกาศกฎหมายว่าด้วยความมั่นคง พี่น้องของพวกเราถูกปิดกั้นสื่อ ไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกครับที่เขาเดินทางมาเสนอความคิดเห็นในกรุงเทพฯ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองต้องยอมรับว่าพอปิ ดกั้นสื่อปุ๊ บพี่น้องประชาชน ก็กระวนกระวาย ส่วนหนึ่งก็อยากรับรู้ข้อมูลข่าวสาร จะเห็นว่าศาลากลางทุกจังหวัด ที่มีการถ่ายทอดสดของการชุมนุมจะมีผู้คนไปโฉบ ไปดู ไปเยี่ยมด้วยความห่วงใย แล้วก็มีอารมณ์ที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นอยากวิงวอนว่าในเรื่องของการปิดกั้นสื่อ มันเป็นยุคปี ๒๐๑๐ แล้วครับ ไม่ใช่ยุคในอนาคตหรืออดีตที่ผ่านมา ผมอยากจะให้ ท่านประธานเรียกร้องต่อรัฐบาลว่าเอาเถอะให้เขาได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
หมดเวลาแล้วครับ
และนําไปสู่การพิจารณาของเขา เปิดโอกาสให้เขานะครับ ประชาชนไม่ได้กินแกลบนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปคุณมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคกิจสังคม สิ่งที่ผมเองอยากจะนําหารือท่านประธานเป็นปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนครับ
เรื่องแรก คือเรื่องราคาข้าว กระทู้ถามก็ถามแล้ว หารือก็หลายครั้ง แล้ว ส.ส. หลายท่านก็ถาม ตอนนี้สถานการณ์ราคาข้าวในจังหวัดพิษณุโลกเหลือเกวียนละ ๕,๐๐๐ กว่าบาทซึ่งเป็นปัญหานะครับ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน นี่ละครับ เศรษฐกิจของเราจะดีได้ก็ต้องอาศัยพี่น้องประชาชนในระดับรากหญ้ามาช่วยกันจับจ่ายใช้สอย ซื้อกับข้าวกับปลาในตลาด ซื้อข้าวซื้อของในตลาด ผมก็ไปถามในตลาดว่าเศรษฐกิจ มันดีไหม เขาก็บอกไม่ดี ไม่ดีก็เพราะชาวนาไม่มีสตางค์อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ดังนั้นจึงขอให้ รัฐบาลได้ช่วยดูแลเรื่องราคาข้าวให้เร่งด่วนแล้วก็เป็นพิเศษด้วยนะครับ
เรื่องที่สอง เรื่องของเงินกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงก็ยังไม่ลงไป ผมเองหารือ หลายครั้งเหมือนกัน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ชาวบ้านได้คิดกันมา ทําประชาคมกันมา ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ ขอฝากทางรัฐบาลด้วยนะครับ
เรื่องที่สาม เรื่องปัญหาภัยแล้ง หลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไป จังหวัดพิษณุโลกเอง ปัญหาภัยแล้งก็เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน นํ้าในแม่นํ้า ลําคลองแห้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลํานํ้ายมไล่มาตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย ท่าน ส.ส. สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ท่านก็ได้บอกมาเมื่อสักครู่บอกว่าตอนนี้ถึงขนาดสูบนํ้าชลประทาน ไปทําประปาให้สําหรับพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยแล้ว จังหวัดพิษณุโลกก็เหมือนกัน ในอําเภอบางระกํา เหล่านั้นถ้าทําแก้มลิง ขุดห้วย หนอง คลอง บึงได้ โดยทางรัฐบาล ได้เหลียวแลตรงนี้พี่น้องประชาชนในฤดูแล้งก็จะมีนํ้าใช้ ในฤดูนํ้าหลากก็สามารถที่จะ ระบายนํ้าหรือกักเก็บนํ้าไว้ใช้ได้ ทําแก้มลิงซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และนํ้าดื่มเพื่อการบริโภค คือนํ้าประปาหมู่บ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะว่าหมู่บ้านในแต่ละ หมู่บ้านนั้นยังขาดแคลนอีกเยอะครับ
หมดเวลาแล้วครับ
อย่างไรก็ให้ทางรัฐบาลได้ช่วย ดูแลเป็นพิเศษครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านอํานวย คลังผา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือต่อประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรก เนื่องจากในขณะนี้พี่น้องประชาชนชาวนา ตําบลห้วยโป่ง ตําบลพุคา ตําบลหลุมข้าว ตําบลถลุงเหล็ก และตําบลวังจั่น ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากทํานาขาด แคลนนํ้าครับท่านประธาน ในขณะนี้ทางกรมชลประทานได้ปิดนํ้าไม่ให้เกษตรกร ทํานา พี่น้องชาวนาเดือดร้อน ในขณะนี้ก็อยากจะฝากท่านประธานช่วยแจ้งให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบช่วยเร่งดําเนินการเปิดนํ้าให้กับกลุ่มชาวนาทั้ง ๔-๕ ตําบลด้วยครับ
เรื่องที่สอง นํ้าจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามที่ท่าน ส.ส. นิยม วรปัญญา ได้แจ้งต่อท่านประธาน ซึ่งในขณะนี้โครงการวางท่อส่งนํ้าจากเขื่อนป่ำสักชลสิทธิ์ เสร็จเรียบร้อยแล้วครับท่านประธาน ซึ่งรัฐบาลได้วางท่อส่งนํ้าจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไปสู่ ๓ อําเภอ ทั้งอําเภอโคกสําโรง อําเภอสระโบสถ์ และอําเภอโคกเจริญนั้น ในขณะนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่มีวันที่จะเปิดให้กับเกษตรกรได้ใช้เลยครับ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าให้ท่านประธานช่วยเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่ง ดําเนินการเปิดนํ้าโครงการวางท่อส่งนํ้าให้กับพี่น้องทั้ง ๓ อําเภอด้วยครับ
เรื่องสุดท้าย ในขณะนี้หมู่บ้านวัดโชคอํานวยได้สร้างหมู่บ้านเสร็จเรียบร้อย ทางการไฟฟ้ำไปออกแบบสํารวจนานแล้วครับ ก็อยากจะฝากให้ท่านประธานเร่งให้ ทางการไฟฟ้ำเร่งดําเนินการให้กับหมู่บ้านดังกล่าวตามที่ผมได้แจ้งมาเบื้องต้นแล้วครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านธวัชชัย อนามพงษ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส. จังหวัดจันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์
ผมขอขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการดี ๆ เยอะมากเลยครับ เรื่องโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ปีนี้สินค้าเกษตรดีมากเลยครับ ข้าว มันสําปะหลัง โดยเฉพาะ ยางพารากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องขอผ่อนผันการจับกุมรถบรรทุกผลไม้ภาคตะวันออกครับ เงาะ ทุเรียน มังคุด ปีนี้ดีมากเลยนะครับ ทุกปีผมก็ทําหนังสือขอผ่อนผันไปยังผู้บัญชาการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ฝากท่านประธานช่วยด้วยนะครับ เพราะว่าเวลาผลไม้ออก เราต้องบรรทุกเกินนํ้าหนัก เวลาส่งไปต่างประเทศถ้าตํารวจไปจับจะเสียผลประโยชน์มากเลย แล้วปีนี้ทุเรียนอร่อยมากเลยนะครับ ทุเรียนหมอนทองดีทุกอย่างเลย อาทิตย์หน้าผมจะเอามา ให้ท่านประธานลองชิมดูครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคมเดช ไชยศิวามงคล
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ท่านประธานครับ หลังจากที่เราใช้กฎหมาย ปี ๒๕๕๐ ๒ ปีเศษมานี้ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง ปรากฏว่าคนไทยฆ่ากันเองครับ ผลของการใช้กฎหมาย ปี ๒๕๕๐ เราสามารถสรุปได้ว่าเป็นการล้มละลายในระบบ อมาตยาธิปไตยอย่างชัดเจน เศรษฐกิจล้มเหลว หนี้สินประเทศมากขึ้นถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สังคมแตกแยก ไม่น่าเชื่อว่านายกรัฐมนตรีในประเทศไทยจะสั่งให้คนไทยฆ่าคนไทย ในประเทศไทย มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับตรงนี้ มันเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด การปิดสื่อมวลชน การล็อกตําแหน่งทหาร การล็อกตําแหน่ง ผบ.ตร. การล็อกตําแหน่งศาล
คุณคมเดช มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร เชิญครับ
เรียนท่านประธานผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ต้องถอนคําพูดนะครับว่านายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน ต้องถอนกลางสภาแห่งนี้ครับ
ว่าอย่างไรนะ ว่าใหม่สิ ประท้วงตรงไหนล่ะ เขาอภิปรายผิดตรงไหน
ที่ผู้อภิปรายได้กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ฆ่าคนไทยไม่เป็นความจริงครับ ท่านต้องถอนคําพูดเพราะเป็น ความเสียหายอย่างร้ายแรงครับ
คุณคมเดชถอนให้เขา หน่อยเถอะ
ท่านประธานครับ คนตาย ๒๕ คนนี่มันอะไรครับ มันไม่ได้ตายจากไข้หวัดนกนะครับ
คือนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ไปฆ่า ถอนก่อนแล้วค่อยพูดต่อ
ล้มเจ็บอีก ๘๐๐ กว่าคน แล้วมีข่าวว่ากําลังจะสลายการชุมนุม
ผมขอให้ถอนคําว่า นายกรัฐมนตรีฆ่าคนเท่านั้นเอง เรื่องต่าง ๆ เรารู้กันแล้ว
ในการออกพระราชกําหนด ความมั่นคงมันทําให้ผลในการสั่งสลายการชุมนุมเกิดการล้มหายตายจากในประเทศไทย
ต้องถอนคําพูดครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นก็ต้องออกไปพูดที่เวทีเสื้อแดงนะครับ
อะไรนะครับ
ท่านคิดว่าการล้มหายตายจาก เป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องเล่น ไม่ใช่ครับ
ต้องถอนคําพูดตามที่ท่านประธาน ได้วินิจฉัย
ผมว่าเราจะไปกัน เรียบร้อยดีอยู่แล้วครับ ขอให้เขาได้ระบายบ้างก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ
ระบายอย่างอื่นระบายได้ครับ แต่อย่าระบายด้วยข้อความที่เป็นเท็จ สร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้นในบ้านเมือง อย่าระวัง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ระวัง พลเอก ชวลิตเถอะครับ
๒๕ คนยังเป็นเท็จอยู่หรือครับ ทั้งทหาร ทั้งประชาชน ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม
หมดเวลาแล้วครับ
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนครับตรงนี้
หมดเวลาแล้วครับ ๆ พอแล้ว ๆ หมดเวลา หมดเวลาสอนไม่ได้แล้ว พอสมควร ผมบอกให้ถอนแล้ว ก็ถือว่า ถอนไปแล้วก็แล้วกัน คุณคมเดชเขาอยากจะให้ถอนก็ถอนไป
ผมขอตัวไปประชุม คณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคมครับ
เชิญครับ เขาออกจาก ห้องประชุมครับ เขาไม่ถอน เขาออกจากห้องประชุม เขาจะไปประชุมอะไรต่อ
(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ว่าอย่างไรครับว่ามา
ท่านประธานคะ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานต้องเข้มงวดนะคะ แล้วยิ่งในบรรยากาศแบบนี้ถ้าบอกว่าให้ถอนเขาต้องถอน แล้วท่านบอกถอนแล้ว ถ้าไม่ถอนเดินออกนอกห้องประชุม มันต้องด้วยเหตุผล
คือผมสั่งให้ออกไปแล้วครับ
ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ท่านสั่งให้ออก
ก็ถือว่าสั่งให้ออกแล้วครับ
ไม่ใช่ค่ะ เขาเป็นคนบอกว่า จะออกไปประชุมคณะกรรมาธิการ ออกด้วยเหตุคนละอย่าง ท่านประธานทําอย่างนี้ ไม่ได้ค่ะ แต่สมาชิกเขาออกไปแล้ว
จะให้ผมทําอย่างไรบอกสิครับ
ไม่ค่ะ แต่หมายถึงว่าต่อไป ท่านประธานต้องไม่ทําแบบนี้
ผมอยู่ข้างบนจะให้ผมทํา อย่างไรครับ
ท่านต้องไม่เลี้ยวไปเลี้ยวมา แบบนี้ ท่านต้องทําตรงไปตรงมาค่ะ เพราะว่ามันมีความเสียหายเกิดขึ้นนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
ผมตรงอยู่เสมอครับ ตรงเปรี๊ยะเลยครับ มีพวกเราบางคนไม่ตรงเท่านั้นเองครับ เราอยากจะให้บรรยากาศนี้ ไปได้นะครับ เราก็รู้แล้วว่ามีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เราก็ต้องดูกันว่าอะไรมันเป็นอะไร สภาของเรานี้ควรที่จะประนีประนอม อะไรพอไปได้เราก็ไปด้วยกันครับ
(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรครับ คุณมีอะไรอีก ประท้วงผมใช่ไหมครับ
ใช่ค่ะ
ประท้วงเชิญ ประท้วง ข้อบังคับข้อไหน
ประท้วงที่ท่านพูดเมื่อกี้ว่า การประนีประนอมต้องไม่ทําให้ใครเสียหายนะคะ อย่างเมื่อสักครู่นี้พูดอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีเสียหาย
ไม่ใช่ ประท้วงข้อบังคับ ข้อไหน
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
อะไรอีก ประท้วงอะไรอีก คุณสมบูรณ์ เชิญประท้วงอะไร งานจะเดินไปได้ก็เดินไม่ได้อีกแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง
ไม่ใช่ คุณประท้วงผมหรือว่า
ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๖๔ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่มีการกระทําผิดข้อบังคับของสภา ประธานวินิจฉัย ให้ถอนคําพูดแต่ผู้อภิปรายไม่ถอนคําพูด ท่านประธานจะต้องเชิญให้ออกจากห้องประชุม แล้วต้องทํารายงานในการประชุมไว้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตให้ท่านประธาน ได้ทําหลักฐานในที่ประชุม
มันมีอยู่ในรายงาน การประชุมแล้วครับ เพราะเราเปิดประชุมแล้ว
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ เขากล่าวเท็จนะครับ เหตุการณ์ที่เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนนี้
ไม่ใช่ คุณประท้วงผม เรื่องอะไร เรื่องมันเสร็จไปแล้ว ผมไม่ให้คุณพูดแล้วละ พอแล้วครับ พอแล้ว เดี๋ยวคนอื่น เขาไม่ได้พูด มีตั้งเยอะแยะที่เขาจะปรึกษาหารือครับ อย่ามาถ่วงกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อไปขอเชิญคุณขยัน วิพรหมชัย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอนําเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดลําพูนผ่านท่านประธานไปยัง รัฐบาล
เรื่องที่ ๑ ปัญหาภัยแล้งครับ ท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัดลําพูน ประสบภาวะปัญหาภัยแล้ง ขณะนี้สวนลําไยเหี่ยวเฉาตายเป็นจํานวนมากนะครับ ขอให้รัฐบาลรีบในการทําฝนเทียม และสําคัญขอให้ทางกระทรวงการคลังโดยธนาคาร ธ.ก.ส. งดการชําระเงินกู้สําหรับเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
เรื่องที่ ๒ ผมขอติดตามโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลประจําอําเภอ เวียงหนองล่องตามงบประมาณไทยเข้มแข็งของรัฐบาล
เรื่องที่ ๓ อีก ๒ เดือนลําไยจังหวัดลําพูนภาคเหนือก็จะออกผลผลิตแล้ว ขอให้รัฐบาลเอาบทเรียนจากปีที่ผ่านมาได้ดําเนินการแก้ไขปัญหาลําไย ซึ่งปีนี้ผลผลิตก็มี ไม่มากเท่าไร ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลก็คงจะเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ลําไยปีนี้ ราคาดี
เรื่องที่ ๔ ขอให้รัฐบาลรีบอนุมัติโครงการชุมชนพอเพียงซึ่งขณะนี้ยังคงค้างอยู่ ทั่วประเทศจํานวนนับหลายหมื่นหมู่บ้าน
เรื่องที่ ๕ ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการศึกษา โครงการผันนํ้าปิงจากเขื่อนแม่งัดสู่ลํานํ้ากวงซึ่งจะแก้ไขปัญหาภัยแล้งในจังหวัดลําพูน และจังหวัดเชียงใหม่
เรื่องสุดท้าย พี่น้องชาวจังหวัดลําพูนของผมฝากให้กําลังใจท่านนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาประเทศครับ กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชิญครับ ไม่อยู่นะครับ คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ กราบเรียน ปรึกษาหารือท่านประธาน กรณีเรื่องที่มีความจําเป็นเร่งด่วนสําหรับประเทศชาติบ้านเมือง ผมมีเวลาแค่ ๒ นาที ท่านประธานครับ ผมอยากจะหารือท่านประธานว่าวันนี้ก่อนที่เข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมตามวาระที่ท่านแจ้งนี่ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานว่า ขอให้สมาชิกฝ่ายค้านหรือสภาของเราได้พูดคุยปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกให้กับ ประเทศนะครับ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันที่ ๑๐ เมษายน มันมีข้อมูลข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ผมคิดว่าสภาแห่งนี้ ต้องช่วยกันบอกช่วยกันพูด ถ้าเราเปิดโอกาสให้ซึ่งกันและกันคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ในการแก้ปัญหาประเทศได้ ท่านประธานครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า สมาชิกพรรคฝ่ำยค้านเราเตรียมที่จะเสนอญัตติด้วยวาจาเป็ นญัตติด่วนนะครับ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะวันที่ ๑๐ ถ้าท่านประธานอนุญาตเพื่อนสมาชิกก็จะได้ ลุกขึ้นเสนอต่อไป ท่านประธานครับ ด้วยเหตุด้วยผลนี่ผมคิดว่าสภาเรายังพอจะมีหน้ามีตาว่า เป็นประชาธิปไตย ถ้าเราเปิดโอกาสให้พูดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของฝ่ายเพื่อนสมาชิก ด้านไหนก็แล้วแต่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เมื่อกี้ เพื่อนสมาชิกก็บอกแดงฆ่าแดง ถ้ามันจริงก็มาพูดตรงนี้เราจะได้บอกกัน บางคนก็บอก ผู้ก่อการร้ายจริงหรือไม่ บางคนบอกทหารฆ่าจริงหรือไม่ ผมคิดว่าอย่างนั้นเป็นสิ่งที่เรา ควรจะบอก ที่สําคัญผู้ปกครองเองก็จะได้มาบอกกับเราด้วยว่าข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงเป็นอย่างไร ถ้าคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งขึ้นมาผมคิดว่าเป็นประโยชน์ เราใช้สภาของเราด้วย ใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านนอกด้วยที่เขาอยู่ในเหตุการณ์ มันมีหลายกระแส มันมีหลายเหตุการณ์ ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้ปิดหูปิดตานะครับ ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้เคยพยายามมาหลายครั้งแต่เราไม่ได้รับโอกาสเลยครับ ญัตติที่เราเสนอ เป็นญัตติด่วน เสียงข้างมากไม่ได้อนุญาตให้พูดถ้าให้พูดแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะดีครับ
หมดเวลา
เพราะฉะนั้นกราบเรียนด้วยความเคารพว่า ขอให้โอกาสเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติ
ให้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม แล้วผมจะเปิดโอกาสให้ครับ ให้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก่อนครับ อันนี้กําลังเข้า ระเบียบวาระปรึกษาหารือ
ท่านประธานครับ ถ้าเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานก็จะเข้าสู่เรื่องตามระเบียบวาระการประชุมไป ผมคิดว่าเอาช่วงที่ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องด่วนน่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ บ้านเมือง
พวกท่านที่มีรายชื่อ อยู่ราว ๗-๘ ท่านขอให้เขาพูดให้หมดก่อนครับ
ท่านประธานครับ ข้อเสนอของผม เพื่อหาทางออกให้กับประเทศนะครับ ผมอยากให้ท่านประธานช่วยพิจารณา
ก็ทราบ เป็นการหาทางออก ทั้งนั้นครับ
เรื่องอยู่ในระเบียบวาระการประชุมถือว่า สําคัญครับ แต่ว่าอะไรจะสําคัญมากกว่าคนที่จะตายอีก ๕๐๐ คน
หมดเวลานะครับ ต่อไปนะครับ คุณภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม เรื่องที่ผมจะหารือต่อไปนี้เป็นความรับผิดชอบ ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนนํ้าอุปโภคบริโภคและนํ้าเพื่อการเกษตร ของจังหวัดนครพนม เรื่องสภาพปัญหาภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครพนมมีความรุนแรง กว่าทุกปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ ๖ อําเภอ ได้แก่
๑. อําเภอเมือง จังหวัดนครพนมมีบริเวณพื้นที่ ๑๓ ตําบล ๑๖๕ หมู่บ้าน
๒. อําเภอท่าอุเทนมีบริเวณพื้นที่ ๙ ตําบล ๑๐๙ หมู่บ้าน
๓. อําเภอบ้านแพงมีบริเวณพื้นที่ ๖ ตําบล ๖๖ หมู่บ้าน
๔. อําเภอนาทมมีบริเวณพื้นที่ ๓ ตําบล ๓๗ หมู่บ้าน
๕. อําเภอศรีสงครามมีบริเวณพื้นที่ ๙ ตําบล ๑๐๙ หมู่บ้าน
๖. อําเภอนาหว้ามีบริเวณพื้นที่ ๖ ตําบล ๖๘ หมู่บ้าน
ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาขาดแคลนนํ้าอุปโภคบริโภคและนํ้า เพื่อการเกษตรเป็นอย่างมากโดยเฉพาะนํ้ากินนํ้าใช้ก็ไม่มี จึงขอให้ได้มีการก่อสร้าง นํ้าประปาในโรงเรียนและนํ้าประปาในหมู่บ้านและเป็นนํ้าสะอาดที่ดื่มได้ แล้วนอกจากนั้น พี่น้องราษฎรขอให้ได้มีการจัดซื้อถังนํ้าไฟเบอร์ (Fiber) แจกหมู่บ้านละ ๔-๕ ถังเพื่อรองรับนํ้า ในฤดูฝนนี้และสามารถที่จะเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ตลอดปี นอกจากนั้นพี่น้องที่ทํา การเกษตรขอให้มีการขุดลอกหนองนํ้า ก่อสร้างฝาย อ่างเก็บนํ้าขนาดใหญ่ ประตูเปิดปิดนํ้า ตลอดจนสถานีสูบนํ้าและท่อส่งนํ้าให้แก่ราษฎร
เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะหารือก็คือของกระทรวงคมนาคม ด้วยพี่น้องที่อําเภอเมือง จะขอให้มีส่วนต่อขยายถนน ๔ ช่องจราจรจากตําบลอาจสามารถของอําเภอเมือง จังหวัดนครพนมไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาวซึ่งขาดอยู่ ๑,๒๐๐ เมตร ขอบพระคุณครับ
หมดเวลา ต่อไป เชิญท่านทองดี มนิสสาร ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ กราบขอบพระคุณท่านที่ให้โอกาสหารือเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากวันสองวันที่ผ่านมานั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งผ่านไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้นํา อาวุธหรือปืนลูกซองเข้ามาสู่กรุงเทพมหานครเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในด้าน ความปลอดภัยในส่วนกรุงเทพมหานครนั้น คิดว่าชนบทสังคมบ้านนอกเราไม่เดือดร้อน เลยหรือครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตํารวจหมู่บ้าน ตํารวจชุมชนหรืออาสาสมัครชุมชนนั้น เขาก็รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้ารัฐบาลหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตรงนี้ไม่คืนอาวุธโดยด่วนนั้น ทุกจังหวัดเขาจะยื่น หนังสือกับผู้ว่าราชการจังหวัดและจะไปที่จังหวัดทุกจังหวัดนะครับ เพราะฉะนั้น ปืนลูกซองคือปืนที่ให้กับ อปพร. หรือว่าชุมชนของหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นก็ถือว่าการดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยนั้น ประเทศไทยไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ นะครับ ฝากตรงนี้ด้วยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อาทิตย์ที่ผ่านมาการประชุมรัฐสภานั้นมีการนําอาวุธสงครามเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา ในวันนี้มีไหมครับ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตรงนี้มีไหมครับ ขนาดสมาชิก นิติบัญญัติยังมีขนาดนี้ บ้านเมืองจะมีความสงบสุขได้อย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
ต่อไปคุณบรรพต ต้นธีรวงศ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หมอมีอะไร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง
มีอะไร คุณประท้วงผม ใช่ไหมครับ
ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ คือท่านประธานดําเนินการประชุมโดยที่ไม่เป็นธรรมครับ
ทําไมครับ
คือท่านประธานเปิดให้มีการหารือทั้งก่อน ครบองค์ประชุมแล้วก็หลังครบองค์ประชุม เป็น ๒ มาตรฐานครับ
ผมผิดข้อบังคับข้อไหน ข้อ ๘ ผมก็รักษาความเรียบร้อย
แต่มันไม่เป็นธรรมครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้ท่านประธานหลอกให้เขาหารือแล้วท่านก็ไม่บันทึก เขาเอาเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมา
บันทึกหมดแล้วครับ คุณหมอ ท่านไม่รู้อะไร ท่านพูดนี่เสีย
ท่านประธานเคยบอกผม ผมเคยทําหนังสือ หาท่านประธานว่าการหารือสามารถทําได้
คือหารือไม่ครบองค์ประชุม ก็ไม่มีการบันทึกครับ พอครบองค์ประชุมแล้วก็บันทึกครับ
ก็นั่นสิครับ ผมถึงว่ามันไม่เป็นธรรมครับ เพราะคนที่เขาหารือก่อนหน้านั้นเขาก็เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด แต่ท่านประธานไม่บันทึก ไม่ส่งให้เขา
เสียเวลาครับ เสียเวลา เราทําตามระบบแล้ว
ผมว่าท่านประธานทําไม่ถูกครับ ท่านต้อง ให้ความเป็นธรรมสําหรับคนที่เขาพูดก่อน เขาเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาพูดด้วยแล้วท่านไม่บันทึก ไม่ส่งให้เขา แต่พอครบองค์ประชุมท่านก็ให้หารือในแบบ เดียวกันแล้วท่านส่งให้เขาอย่างนี้เป็นธรรมหรือครับ ผมถึงเรียกร้องว่าท่านประธาน ต้องจัดการหารือใหม่ครับ ผมไม่ได้นั่นอะไรนะครับ คืออยากจะให้การหารือเกิดขึ้น
ที่ท่านบันทึกมาถึงผมนั้น ผมก็ได้ตอบท่านไปแล้ว
ผมเข้าใจครับ แต่ว่าท่านประธาน มาทําแบบนี้ผมว่ามันยิ่งไม่ถูกต้อง ท่านต้องแก้ไขแล้วก็จัดการหารือให้มันเป็นระเบียบ เรียบร้อยกว่านี้ ผมไม่หวังอะไรมากครับ
ท่านก็ทําเป็นญัตติขึ้นมา ให้มันถูกต้อง แล้วก็ดําเนินการแก้ไขโดยสภานี้มีมติผมก็ปฏิบัติตามครับ คุณ ๒ คน หมอครับ ใครอีกคนหนึ่ง ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ผมไม่สามารถที่จะทําได้ตามที่ท่านมีบัญชาไปครับ
ท่านจะทําอะไรก็ได้ แต่ท่านทําให้มันเป็นธรรม ให้มันถูกต้อง ให้สภานี้มันเป็นระเบียบครับ
ผมทําตามระเบียบ ข้อบังคับ หมอพอแล้วครับ
ขอบคุณครับ แต่ว่าท่านประธานรับไว้ พิจารณานะครับ
คือตอนนี้ผมก็ให้ ความเป็นธรรมนะครับ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว คุณจะให้ผมทํา อะไรอีก หรือจะให้ฝ่ายรัฐบาล ๒ คน ให้ฝ่ายค้าน ๑ คนอย่างนั้นใช่ไหมครับ มันไม่ได้ครับ
ไม่ใช่ครับ ทําแบบเดิมครับ ทําแบบเดิม ที่ท่านเคยทําถูกต้องที่สุดแล้วครับ
พอแล้วครับ ให้พรรคประชาธิปัตย์พูดต่อเถอะครับ
ได้ครับ แต่ว่าท่านต้องจัดการใหม่นะครับ ท่านรับปากผมนะครับ
เชิญครับ
เรื่องแรก เรื่องของหนี้นอกระบบ ขณะนี้ในหลายพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในเขตพื้นที่ที่ ๗ ซึ่งมี ๑๕ จังหวัด แล้วผมก็เชื่อว่าคงจะ หลายจังหวัดทั่วประเทศที่มีการประนอมหนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าทางธนาคารยังไม่ไปทํา สัญญาให้ ก็อยากจะเรียนข้อมูลฝากท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดตรงนี้เพราะเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจริง ๆ
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากว่าผมในฐานะที่เป็ นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เป็นประธานคณะทํางานข้อมูลข่าวสารพุทธศาสนากับสังคมไทย ผมได้ขออนุญาต ทางสภาแจกเอกสารฉบับนี้ในทุก ๆ ครั้งที่มีการประชุม ข่าววิเคราะห์ที่แจกในวันนี้ก็มีเรื่อง การวิเคราะห์ เรื่องการหาทางออกของประเทศในสถานการณ์ขณะนี้ ผมก็อยากจะให้ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันพิจารณาอ่านเพื่อจะใช้เป็นหลักในการคิด ในการหาทางออก ให้ประเทศไทยเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์เกิดขึ้นมา ก็ฝากท่านตรงนี้ด้วยนะครับ
เรื่องที่ ๓ คือผมอยากจะเรียกร้องให้ทางองค์กรรัฐสภา ซึ่งมีท่านประธาน เป็นประมุขอยู่ได้ช่วยกันพินิจพิจารณาในการที่จะสร้างกลไกในการที่จะหาทางออก ให้ประเทศในขณะนี้ด้วย ในขณะนี้ส่วนใหญ่ก็จะออกความคิดเห็นผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่า มันก็ไม่นําไปสู่การหาทางออกแต่ประการใด กระผมมีความคิดเห็นว่ารัฐสภานั้น เป็นเหมือนกับองค์กรที่ให้กําเนิดฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นเปรียบเสมือนเป็นพ่อเป็นแม่ ของฝ่ายบริหารก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ขององค์กรรัฐสภาได้ร่วมกัน ปรึกษาหารือที่จะหาทางออกให้กับประเทศชาติที่มีวิกฤติขณะนี้ด้วยก็จะเป็นการดีครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานได้พิจารณาในเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ผมเข้าใจว่าหัวใจของท่านประธาน และท่านสมาชิกทุกท่านก็หวังที่จะเห็นความสงบสุขของพี่น้องประชาชนภายในประเทศ ในทิศทางที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๕ ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ และข้อ ๔๖ มาตั้งวงเจรจากันเสียเพื่อช่วยท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยหาทางออกให้กับคนในบ้านในเมืองโดยที่ท่านประธานเองในฐานะเป็น ๑ ใน ๓ อํานาจ เป็ นประมุขอยู่ฝ่ำยนิติบัญญัติก็จะได้ทําหน้าที่ในการที่จะแสวงหาข้อยุติ แล้วพวกเราในฐานะสมาชิกที่รับอาสามาจากพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ผมจึงอยาก กราบเรียนประเด็นนี้ว่านอกจากระเบียบวาระการประชุมที่เรามีอยู่ตามที่ท่านประธาน ได้กรุณาบรรจุระเบียบวาระการประชุมไปแล้ว เรามาเริ่มต้นช่วยกันคิดอย่างนี้ดีไหมครับ อย่าคิดว่าเมื่อพูดไปแล้วจะก่อให้เกิดปัญหา ผมอยากได้ยินคําขอโทษที่ออกจากปากพี่น้อง คนใดคนหนึ่งในประเทศไทย ผมอยากจะได้ยินคําว่าให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อนําไปสู่ ความสงบสุขของบ้านของเมืองมากกว่าที่จะมาตีฝีปากคารมที่ดุดันต่อกัน แล้วยั่วยุอารมณ์ ซึ่งกันและกันซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ท่านประธานครับ มาเริ่มต้นกันตรงนี้ได้ไหมครับ เพื่อจะได้นําเสนอในสิ่งที่เราคิดว่าเป็นประโยชน์ครับท่าน
คือเรื่องที่คุณประยุทธ์ เสนอมาหรือว่าที่คุณชลน่านเสนอมานี้ ผมอยากให้วิป (Whip) ๒ ฝ่ายได้ปรึกษาหารือกัน แล้วผมก็ไม่ขัดข้องอะไรทั้งสิ้น ขอให้วิปปรึกษาหารือกัน วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ต่อไปคุณบุญยอด สุขถิ่นไทย เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมมีข้อหารือกับท่านประธาน โดยตรงเช่นเดียวกับสมาชิกหลาย ๆ ท่านก่อนหน้านี้ คําถามก็คือว่าสถานการณ์ ในบ้านเมืองของเราในขณะนี้ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนมีความกังวลและต้องการ หาทางออก คําถามต่อท่านประธานก็คือว่าท่านประธานสภาซึ่งเป็นอํานาจสูงสุด อีกอํานาจหนึ่งนั้นท่านได้ทําอะไรบ้างหรือไม่ในการที่จะเข้าไปช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้ ผมอยากเรียกร้องให้ท่านดูอํานาจและหน้าที่ของท่าน ท่านสามารถที่จะเรียกบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมการเจรจาได้หรือไม่ ถ้าท่านทําได้ก็น่าจะเป็นทางออกทางหนึ่ง ซึ่งทําให้สถานการณ์คลี่คลายลงครับ
ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์ที่ทุกคนก็ทราบดีว่าเป็นความพยายามของฝ่ายรัฐ ที่จะขอคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้ำลีลาศก็ทําให้มีกลุ่มก่อการร้ายไม่ทราบฝ่ายนั้น ได้ปฏิบัติการมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอยู่จํานวนหนึ่ง เรื่องของรายละเอียดนั้นทางรัฐบาล ได้ตั้งคณะกรรมการจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทําการพิจารณาเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ คงจะต้องไปดูกันว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร แต่ว่าในฐานะที่พวกเราเป็ นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรครับท่านประธาน พวกเรารับรู้ถึงความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ ความรู้สึก ถึงความกังวลใจของพี่น้องประชาชนและความสูญเสียที่เกิดขึ้น ผมจําได้ว่าก่อนหน้านี้ ในปีแรกผมเคยขอท่านประธานครับ ผมขอให้สมาชิกอันทรงเกียรติของสภาแห่งนี้ได้แสดง ความรู้สึกนั้นด้วยการแสดงความรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรู้สึกว่าผู้ที่สูญเสีย เป็นผู้ที่บริสุทธิ์นะครับ ผู้ที่สูญเสียบางคนนั้นเป็นถึงนายทหารระดับสูง ผมขอให้ท่านประธาน ได้กรุณาใช้อํานาจ ผมขอท่านประธานว่าขอให้สมาชิกและเจ้าหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ได้ลุกขึ้นยืนเพื่อไว้อาลัยกับคนเหล่านั้นครับ
คืออย่างนี้คุณบุญยอด เราได้ปรึกษาหารือมานานแล้วครับ มันก็เลยเรื่องนี้นะครับ เช่นในกรณีที่มี ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่ทางฝ่าย ป.ป.ช. เคยเสนอมา แล้วเราได้พิจารณาไปแล้วมันก็เลยไป ก็ไม่สามารถที่จะทําได้ เหมือนกับวุฒิสภา วุฒิสภาเมื่อวานเขาก็ไว้อาลัยแล้วนะครับ เราก็ช้าไปหน่อย คุณน่าจะเสนอตั้งแต่ต้น
การไว้อาลัยไม่มีเวลา ที่ช้าไปหรอกครับท่านประธาน ถ้าเราจะแสดงความรู้สึกอันบริสุทธิ์ใจต่อกัน
ทุกคนก็มีความรู้สึก คล้าย ๆ คุณบุญยอดเหมือนกัน
ผมยิ่งรู้สึกเปรียบเทียบครับ ท่านประธาน ถ้าวุฒิสมาชิกเขาต้องรู้สึกถึงความเสียใจนั้นแล้วเขาลุกขึ้นยืนไว้อาลัย กับสภาแห่งนี้ ทําไมสภาผู้แทนราษฎรถึงไม่ทําแบบนั้น
คือตอนนี้มันพ้นในเรื่อง ที่เราจะแสดงการไว้อาลัยไปตั้งเกือบชั่วโมงแล้วครับ ก็ถือว่าเราไว้อาลัยไปแล้วก็แล้วกัน ต่อไปคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมว่าขณะนี้ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเราอยู่ในภาวะวิกฤติทุกอย่าง เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง วันนี้ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ใจกว้างเปิดให้มีการอภิปรายในรัฐสภาแห่งนี้ ผมว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นทางออกที่ดี เราเอาเข้ามาคุยกันครับ แต่ที่สําคัญที่ผมอยากพูดเพื่อฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เหมือนที่ท่านประยุทธ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ขอให้ท่านขอโทษประชาชนได้ไหมครับ ไม่มีใคร คิดว่าจะมีการเสียชีวิตแต่ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรี ตาย ๒๕ ชีวิต ท่านประธาน อย่างน้อย ผมต้องขอโทษ ไม่รู้ใครผิดผมขอโทษไว้ก่อน ที่สําคัญท่านต้องรู้จักคําว่าให้อภัย อย่างที่ท่านประยุทธ์ได้พูดถึง เพราะว่าถ้าเราไม่มีการให้อภัยครับ วันนี้พูดชัดเจน สตช. สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ออกมาแถลงครับ นักข่าวญี่ปุ่นตายเพราะกระสุนของทหาร ท่านบอกทหารไม่ใช้อาวุธจริง มันไม่ใช่ครับ ผมไปเยี่ยมประชาชน กระสุนปื น ยิงด้วยความเร็วสูงทั้งนั้น ทะลุปอดครับ ทะลุปอด ทะลุปอด แล้วไม่ใช่อาวุธปืน
มีผู้ประท้วง
ยังไม่เอ่ยถึงใครเลยครับ
ท่านต้องไปประท้วงนักข่าว อย่างนี้ ท่านต้องไปประท้วง ผมบอกว่าผมอ่านจากข่าว ข่าวเขาบอกมาว่าอย่างนี้ มันก็ต้องมาพูดกัน อย่างนี้ท่านต้องไปด่านักข่าว เพราะจริง ๆ ผมอยากจะเรียนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถึงวันนี้ ผมไม่อยากให้ใครมีชื่อว่าเป็นทรราชมือเปื้อนเลือด ผมไม่อยากให้ใครที่ถูกกล่าวหาแบบนี้ ในสภาที่มาจากการเลือกตั้งแล้วถูกกล่าวหาว่าเป็นทรราชมือเปื้อนเลือด ผมไม่อยากให้มี เพื่อนสมาชิกคนไหนถูกกล่าวหาขนาดนั้น
หมดเวลาพอดี
ผมอยากเรียนท่านประธานฝากไปถึง นายกรัฐมนตรี ผมว่าท่านต้องใจกว้างแล้วถึงวันนี้มันต้องเอาเข้าสู่สภาครับ ถ้าไม่เอาเข้าสู่สภา ท่านแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านจะสั่งฆ่าประชาชนสั่งฆ่าเท่าไรเขาก็มาอีกครับ ท่านจะสั่งฆ่า ๑๐๐ ครั้งเขาก็มาอีก ๑,๐๐๐ ครั้ง ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ คุณสมคิด บาลไธสง ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง ผมขอหารือ ๒ เรื่อง
เรื่องแรก ปี นี้ครบรอบ ๖๐ ปี ความสัมพันธ์ไทย-ลาว ผมอยาก ขอความกรุณาไปยังกระทรวงคมนาคมได้พัฒนาถนนเส้นสะพานไทย-ลาวมาถึง ถนนมิตรภาพ แล้วก็มาสี่แยกไฟแดงนะครับ เส้นหนึ่งประมาณ ๖ กิโลเมตร อีกเส้นหนึ่ง ๒ กิโลเมตร
สําหรับเรื่องที่สอง คือเรื่องการปิดสื่อ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่ารัฐบาล ทําไมใจแคบไม่ยอมให้ประชาชนบริโภคสื่อที่เขาต้องการ สื่อที่พวกคุณทําไป เขาไม่อยากดู มันบีบบังคับประชาชน ผมว่าอีกไม่นานมันจะลุกเป็นไฟ คุณอภิสิทธิ์ คุณเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นําประเทศคุณใจแคบมาก
อย่าแรงถึงขนาดนั้น คุณสมคิด อันนี้ปรึกษาหารือ
คือถ้าไม่พูดแรงมันก็ไม่จริง เพราะชาวบ้านเขาบอกผมมาอย่างนั้น
เดี๋ยวเส้นโลหิตแตก ลําบากครับ
มันไม่แตกหรอกท่านประธาน ผมอยากร้องดัง ๆ ให้ได้ยิน ผู้นําประเทศใจแคบอย่างนี้บริหารประเทศแบบนี้คุณอยู่ได้ อย่างไร ไม่อายชาวโลกเขาหรือ เดี๋ยวนี้บ้านผมทั้งภาคอีสานเขาเสียใจมากคุณเอาข่าว อย่างไรของเอ็นบีที (NBT) ของหอยม่วง หอยเน่า ไปให้ชาวบ้านเขาฟังเขาไม่อยากฟัง โทรทัศน์มันแตกหลายเครื่องแล้วเขาถีบลง ขอบคุณมากครับ
มีผู้ประท้วงคุณแล้ว คุณสมคิด เขาจบแล้ว พอแล้ว หมดแล้ว จบแล้วหมดเวลา เชิญ
ด้วยความเคารพท่านประธาน ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า มีเพื่อน ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยหลายท่านพยายามจะพูดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการปิดสื่อ แล้วบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งผมเองก็ดูข่าวผมก็ไม่ได้มีความคิดว่าจะต้องให้เพื่อน ส.ส. ออกมาพูดในการใส่ร้ายรัฐบาลอย่างนี้ เพราะว่าการปิดสื่อรัฐบาลเองเขาก็ออกข่าว ปิดเพราะว่าสื่อของพีทีวี (PTV) นั้นยั่วยุ
คุณธนิตพลมีผู้ประท้วง ประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร ไม่ต้องประท้วงกระมัง มันจบแล้ว
ผมขอประท้วงครับ ขอให้ผู้อภิปรายสักครู่นี้ถอนคําพูดที่ว่า ส.ส. ฝ่ายค้านใส่ร้ายรัฐบาล ขอให้ถอนนะครับ ขอให้ถอนเดี๋ยวนี้เลยนะครับ
ท่านประธานครับ คําว่านายกรัฐมนตรี สั่งฆ่าประชาชน ถามว่ามีตรงไหน
ท่านประธานครับ ผมประท้วงอยู่นะครับ ขอให้ถอนนะครับ เมื่อกี้บอกว่าใส่ร้าย
หรือแม้แต่การปิดสื่อพีทีวีที่บอกว่าใจแคบ
เอาอย่างไรดี ผมว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายนั่งลงดีกว่า
ด้วยความเคารพท่าน ใจผมอย่างนี้ครับว่า ผมคิดว่าวันนี้สภาก็ต้องเดินต่อ ผมก็เห็นด้วยครับว่า
ทางโน้นเขาประท้วง ให้คุณถอนคําพูด ถ้าคุณไม่ถอนก็บอกว่าไม่ถอนก็หมดเรื่อง เพราะว่าให้มันเข้าสู่วาระกัน เร็วขึ้น
ถ้าทางโน้นเขามีเหตุผลเพียงพอ ผมก็จะ ถอนครับ แต่วันนี้ช่วยตอบผมหน่อยครับ สิ่งที่บอกว่านายกรัฐมนตรีสั่งฆ่าประชาชน เอามาจากตรงไหน ขอดูหลักฐานหน่อยครับ
อันนี้เรื่องมันผ่านไปแล้ว เขาก็ออกไปแล้วนะครับ คุณก็มาพูดทางนั้นเขาให้ถอนเพราะว่าคุณพูดเรื่องคําว่า นายกรัฐมนตรีฆ่าประชาชน ให้คุณถอน
ผมถึงบอกท่านประธานครับว่าวันนี้ ถ้าเพื่อนสมาชิกอยากจะเอาปัญหาที่เป็นเรื่องของการชุมนุมเข้ามาอยู่ในสภา ผมคิดว่า เราคงต้องพูดกันอย่างความจริง เพราะว่าถ้าเกิดสมมุติว่าใส่ร้ายกันไปใส่ร้ายกันมา
มันไม่ใช่ประท้วงแล้ว เป็นการอภิปรายแล้วนะครับ เขาให้ถอนก็ถอนนิดเดียว คือนายกรัฐมนตรีไม่ได้ฆ่าประชาชน คุณก็ถอน
ผมไม่ได้เป็ นคนพูดครับ แล้วถ้า ท่านประธานคิดว่าผมเป็นคนพูด ผมถอนเลยครับคํานี้
ให้ถอนอย่างไร
ผมถอนแทนหมอประสิทธิ์ได้ไหมครับ ท่านประธาน
ท่านประธานครับ ผมขอให้ผู้อภิปรายถอนที่บอกว่าฝ่ำยค้านไปใส่ร้ายป้ำยสีและกล่าวหาว่ารัฐบาล ฆ่าประชาชน
ก็นั่นนะสิครับ
ฝ่ายค้านไม่ได้ใส่ร้าย ป้ำยสีคุณนะครับ เดี๋ยวข้อมูลจริง ๆ คุณจะได้ดูกัน เพียงแต่คุณจะกล้าดูหรือเปล่า แค่คุณวสันต์ ภู่ทอง ถือธง ตรงนั้นก็พิสูจน์ได้แล้วนะครับ เราไม่ใช่ใส่ร้ายป้ำยสีคุณ ขอให้คุณถอนตรงนี้ก่อน ขอให้ถอนนะครับ เดี๋ยวสภาจะได้ประชุมต่อไปได้ ท่านประธาน ต้องพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
ถอนไปเถอะ ไม่เสียหายอะไร
ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมก็เคารพท่านประธานนะครับ แต่ว่าความถูกต้องต้องมีอยู่ในสภาครับ ความจริงก็ต้อง มีอยู่ในสภา แล้วประเด็นผมนิดเดียวเองว่าในฐานะที่ผมทําหน้าที่วิปอยู่ ผมก็ไม่อยากให้ สภาวุ่นวาย แต่การใส่ร้ายอย่างนี้เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกคนอื่นก็ทนไม่ไหว
ก็เขาให้คุณถอน
เพราะฉะนั้นผมก็พยายามบอก
ถอนคําเดียวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ฆ่าประชาชน
ถ้าเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็นายกรัฐมนตรีไม่ได้ฆ่าประชาชน ผมถอนเลยครับ ถอนเดี๋ยวนี้เลยครับ ถอนแทน หมอประสิทธิ์ด้วยครับ
ถอนก็นั่งลงสิ เขาถอนแล้ว ต่อไปคุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ คนสุดท้ายครับ ก็ถือว่าถอนไปแล้วก็แล้วกัน ให้คุณสุนทรี เพราะเวลามันล่วงเลยมามากแล้ว
(นายศิริโชค โสภา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรอีกล่ะ
ท่านประธานครับ ผม ศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็มีหลักฐานพิสูจน์ว่า แดงฆ่าแดงเหมือนกันจะดูไหมครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการพิสูจน์ผมว่าคุณก็ไม่เกินกว่าผม หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าจะพิสูจน์กันก็มาพิสูจน์กันครับ แต่ว่าอย่ามาใส่ร้ายกัน ในสภาแห่งนี้ครับ
เอาอย่างนี้ครับ เมื่อทางโน้น ก็ถอนแล้ว ทางโน้นก็บังคับให้ถอน ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ทางนี้อะไรอีก คุณชลน่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมจําเป็นต้องขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิก ที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่กับประท้วงท่านประธานด้วยครับ สมาชิกทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ใช้สิทธิในการที่จะประท้วงแต่ลุกขึ้นอภิปราย ท่านประธานเองก็ทําผิดข้อบังคับ อนุญาตให้เขาอภิปรายได้อย่างไร ลักษณะอย่างนี้ครับท่านประธาน
ผมก็บอกแล้ว
มันเป็นเรื่องที่ท่านประธานจะคุมการประชุม ไม่ได้เลยเพราะท่านประธานไม่ใช้ข้อบังคับ
ผมบอกผู้ประท้วงแล้วว่า คุณประท้วงแล้วคุณก็อภิปราย
เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. ธนิตพล ขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ก็ลุกขึ้นประท้วงแล้วก็อภิปราย ท่านเองก็ไม่ใช้ข้อบังคับ มันไปไม่ได้นะ ท่านประธานครับ ท่านต้องทําหน้าที่ให้เข้มแข็งหน่อยครับ
ถ้าพูดว่ามันผิดข้อบังคับ มันก็ผิดทุกคน ผมดูแล้วมันผิดทุกคนนิดหน่อย ก็ยกอย่างลูกชายผมเหมือนกัน ยืนประท้วงอยู่ไม่นั่งเสียที คือคุณให้ถอนคําว่าอะไร แล้วให้ใครเป็นคนถอน ใคร ส.ส. คนไหน
คนนั้นแหละครับ
คุณธนิตพล
ครับ
ให้ถอนคําว่าอะไร
เมื่อสักครู่นี่ได้กล่าวว่า ส.ส. ฝ่ายค้านใส่ร้ายหาว่านายกรัฐมนตรี
คือฝ่ายค้านไม่ได้ใส่ร้าย นายกรัฐมนตรี
ให้ถอนประโยคนี้ว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ใส่ร้ายคุณ ให้ถอนประโยคนี้ ถ้าไม่ถอนท่านประธานต้องให้เจ้าหน้าที่มา เชิญออกไปนะครับ ทําเหมือนกับที่ทํากับกระผมเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ทําเหมือนกันเลยครับ มาตรฐานเดียวกันเลยครับท่านประธาน
คือให้ถอนคําว่าฝ่ายค้าน ไม่ได้ใส่ร้ายนายกรัฐมนตรีอย่างนั้นใช่ไหมครับ ฝ่ายค้านไม่ได้ใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี คุณธนิตพลเขาออกนอกห้องประชุมไปแล้ว คือผู้อภิปรายได้ออกจากห้องประชุมไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ก็ถือว่าถอนก็แล้วกันนะ ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุนทรีคนสุดท้าย สั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านประธานเปิดโอกาสให้ได้หารือในวันนี้
เรื่องแรกที่อยากฝากท่านประธาน คงต้องรบกวนท่านประธานฝากผ่าน ไปยังรัฐบาลให้ช่วยดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแล้วก็เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พี่น้องในเขตจังหวัดชัยภูมิของดิฉันก็มีบาดเจ็บหลายราย มีเสียชีวิตด้วย แล้วก็มีลูกเล็ก ๆ ที่ต้องดูแลตั้งหลายคน ก็คงต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลให้ช่วยเข้าไปดูแล อย่าหาแค่เงินค่าชดเชยแล้วบอกว่าถ้าผู้เสียชีวิต จะส่งเสียให้ลูกเล่าเรียนมันคงจะต้องดูแลในเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้ด้วยค่ะ
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่อยากฝากกับท่านประธาน ก็คือดิฉันได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอจัตุรัสและอําเภอบ้านเขว้าเขามาบอกดิฉันว่าสถานีสูบนํ้า ที่บ้านโนนหมาว้อก็เกิดปัญหาเหมือนเช่นที่ดิฉันได้เคยถามกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี และท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ท่านบุญจงและท่านศุภชัยมาตอบ หลังจากตอบกระทู้ถามดิฉัน ไม่ถึงอาทิตย์ปรากฏว่าสถานีสูบนํ้าบ้านชาดได้ถล่มลงมาทําให้ไม่สามารถใช้การได้ ปัจจุบันยังก่อให้เกิดปัญหากับชาวบ้าน ขนาดทีวี (TV) ช่อง ๓ ก็ยังได้นําภาพข่าว มาออกอากาศ ก็อยากจะฝากท่านประธานให้ช่วยแก้ไขในความเดือดร้อนของพี่น้องด้วย คงจะไม่ใช่แค่สถานีสูบนํ้าบ้านชาด คงจะรวมถึงสถานีสูบนํ้าอื่น ๆ ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ด้วยค่ะ ยกตัวอย่างที่ดิฉันว่าก็คือสถานีสูบนํ้าบ้านโนนหมาว้อตอนนี้ก็มีเหตุการณ์ ที่ใกล้เคียงจะเป็นเหมือนที่สถานีสูบนํ้าบ้านชาดแล้วค่ะ
เรื่องสุดท้ายท่านประธาน พี่น้องบอกกล่าวกับดิฉันว่าตอนนี้ขาดแคลนนํ้า ในการทําการเกษตรเป็นจํานวนมาก ไม่ใช่แค่บริเวณรอบ ๆ จังหวัดชัยภูมิเท่านั้นค่ะ ดิฉัน ทราบจากข่าวว่าจังหวัดอื่น ๆ ก็ประสบกับภัยแล้งไม่มีนํ้าในการทําการเกษตรทําให้ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ดูแลในเรื่องจัดหานํ้าด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
หมดเวลา การหารือ ก็สิ้นสุด ขณะนี้มีสมาชิกเซ็นชื่อเข้าประชุมทั้งหมด ๓๕๘ ท่าน
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวสักครู่ก่อนสิ คุณวิชาญ ผมยังไม่ได้ชี้อะไรคุณเลย นั่งลงก่อน ก็นั่งลงก่อนสิ เป็นรัฐมนตรีผมเคารพ คุณก็ให้เกียรติสภาบ้างสิ ไม่ให้เกียรติอะไรกันเลย เคารพ ๆ แต่ดื้ออย่างมหาศาล
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านเอาอีกแล้วประท้วง อะไรผมอีก ประท้วงอะไร ผมผิดอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ นะครับท่านประธาน
นั่นแหละประท้วงอะไร
ท่านประธานเองใช้คําพูด ไม่เหมาะสมนะครับ
นี่มันเหมาะสมที่สุดแล้ว ที่ผมพูดในสภา ผมพยายามรอบคอบที่สุด
ท่านประธานใช้คําว่า ดื้อมหาศาลนะครับ ผมไม่เคยดื้อกับท่านประธานครับ เมื่อกี้ท่านประธานก้มหน้าก้มตาอ่าน ผมยกมือขอหารือแต่ท่านประธานบอกว่าพอแล้ว หมดแล้ว ผมไม่อยากจะหารือ แต่ผมจะถาม ท่านประธาน หนังสือฉบับนี้ท่านส่งมาให้ผม ส่งมาในความหมายอย่างไรผมไม่เข้าใจ
ผมส่งอะไร
ท่านประธานตอบหนังสือมา โดยผ่านทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
เรื่องอะไรครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานครับ
ว่ามาเลย อนุญาต
หนังสือลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงผมนะครับ กรณีตามที่ท่านได้มีหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ ประธานรัฐสภาบรรจุรายงานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมทางการเมืองเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเป็นการด่วน เนื่องจากขณะนี้มีการชุมนุมของประชาชนกลุ่มแนวร่วม ประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ และเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ซํ้ารอยเดิมอีก ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้นําความกราบเรียน ประธานรัฐสภาเพื่อทราบแล้วมีดําริให้เรียนว่าประธานรัฐสภาไม่สามารถบรรจุรายงาน คณะกรรมการการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์การสลายการชุมนุมทางการเมือง เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๑๓๖ ผมจะสอบถาม ท่านประธานตรงนี้ละครับ
เดี๋ยวผมจะแจ้งให้ทราบ เชิญครับ
ที่ผมจะสอบถาม แต่ท่านประธานต้องถอนคําพูดก่อนที่ว่าผมดื้อมหาศาล แล้วเป็ นรัฐมนตรีไม่ให้ ความเคารพ ถ้าผมเป็นคนดื้อผมก็คงจะต้องยกมือใช้สิทธิประท้วง
ถ้าผมพลาดไปก็ขออภัย ท่านอดีตรัฐมนตรีด้วยครับ ขออภัยแล้วครับ
ก็ถอนเสียสิ ถอนเสียด้วยครับ
ผมขออภัยมันมากกว่า ถอนอีกครับ
โอเค (OK) ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะสอบถามท่านประธานครับว่าขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้
เปล่า ผมจะตอบท่าน ให้ท่านนั่งลงเรื่องหนังสือนี้แหละ
กระผมจะถามตรงนี้แหละครับ ผ่านไปจากท่านประธาน หมายถึงท่านนายกรัฐมนตรี
มันไม่เกี่ยวกับ นายกรัฐมนตรี เรื่องนี้เรื่องระหว่างท่านกับผม
ทําไมไม่เกี่ยวล่ะครับ ท่านประธาน ท่านประธานเป็นคนตั้งพวกผมไปทํางานโดยคําร้องขอท่านนายกรัฐมนตรี
เดี๋ยวผมจะชี้แจงให้ท่านทราบ ให้ท่านนั่งลงเดี๋ยวผมจะชี้แจง แต่ท่านไม่นั่งลงผมก็ชี้แจงไม่ได้
ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธาน ก่อนชี้แจงฟังความผมสักนิดหนึ่งแล้วท่านประธานค่อยชี้แจง จะได้หมดข้อสงสัยของผมได้ไหมครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ท่านประธาน พวกผมเองเป็ นคณะกรรมการชุดดังกล่าวโดยคําสั่งแต่งตั้งจาก ท่านประธานเอง และได้ทํางานทําหน้าที่จนเสร็จเรียบร้อย ๒ คณะที่ท่านประธานทําไป มันถึงฝั่งไปแล้วครับอันหนึ่ง เพราะว่าท่าน ส.ว. ดิเรก ถึงฝั่ง นั้นได้รายงานสู่รัฐสภา ในเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีความเห็นออกมาชัดเจน แต่อีกฉบับหนึ่งนั้นเป็นรายงานที่พวกกระผมได้ทําขึ้น แต่ถามว่าท่านประธานตอบ ในลักษณะอย่างนี้และต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรี ผมถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั่งฟังอยู่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากทราบเลยหรือครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๘ ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ที่คุยกันตลอดบอกว่าปี ที่แล้วการสลายการชุมนุม จนครบรอบปีนี้มันเกิดอะไรขึ้นที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ที่ดินแดง ที่อนุสาวรีย์
มันคนละเรื่องครับ
ท่านประธานขออนุญาตครับ แป๊ บเดียวครับ ใช้เวลาแค่ ๑-๒ นาที
มันคนละเรื่องครับ ผมไม่อนุญาต ให้ผมชี้แจงให้ท่านทราบก่อน
ท่านประธานครับ ผมกําลัง เรียนขออนุญาตท่านประธานอยู่ และจะจบแล้วครับท่านประธาน
มันคนละเรื่องครับ เพราะว่าเรื่องกรรมการกับเรื่องคณะกรรมาธิการ
มันเรื่องเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับมันเรื่องเดียวกัน เป็นเหตุการณ์คนละปี
ไม่ใช่ ให้ผมได้ชี้แจงท่านก่อนสิ เรื่องนี้ท่านถามผม
กระผมกําลังจะถามให้จบ
พอแล้ว ๆ แล้วผมจะตอบ เพื่อจะได้เดินเรื่องเพราะเรื่องกฎหมายมีอยู่เต็ม ผมกําลังจะบอกท่านเดี๋ยวนี้แหละ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านวิชาญ คําว่าคณะกรรมการกับคณะกรรมาธิการวิสามัญ และคณะกรรมาธิการสามัญตามกฎหมายมันแตกต่าง ที่เขาบันทึกเสนอให้ผมนี่ส่งเรื่องนี้ ให้ท่านเนื่องจากว่าไม่สามารถที่จะบรรจุเรื่องนี้เข้าในระเบียบวาระการประชุมได้ เพราะมันผิด มันไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น เพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ มี ๑๕ ข้อ เท่านั้นเองว่ามีอะไรบ้าง ๆ ไม่สามารถที่จะบรรจุได้ นอกจากคราวที่แล้วที่เรานําเสนอ ที่ประชุมร่วมกันได้นั้นเนื่องจากว่าจังหวะบังเอิญพอดีที่เรานําเข้ามาในระยะเวลา ที่คุณดิเรก ถึงฝั่ง ได้เสนอในที่ประชุม ฉะนั้นเมื่อการเปิดการประชุมร่วมกันต่อไปนี้ครับ เพราะมันเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันระหว่างวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ผมก็พยายามว่าจะทําอย่างไร จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบในกรณี ๕ เล่มของท่าน เพราะได้ดูละเอียดแล้วทั้ง ๒ ฝ่ายยังไม่จบกันเลยครับ ต่างฝ่ายต่างให้เหตุผลแตกต่างกัน เราจะต้องแจ้งให้ที่ประชุมร่วมกันได้ทราบในเรื่องนี้ กระผมขอแจ้งให้ท่านทราบ เราไม่สามารถที่จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมในสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงแจ้ง ให้ท่านทราบ
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานพูดดูเสมือนว่า รายงานฉบับที่ผ่านไปนั้นเป็ นสิ่งที่รัฐสภาเห็นชอบ แต่รายงานฉบับที่กําลังเสนอ แล้วเสนอผ่านไปทางประธานนั้นดูเสมือนว่าท่านประธานเองจะต้องไปดูให้รอบคอบ คล้ายกับอย่างนั้น แล้วท่านประธานบอกว่าไม่มีอํานาจ แต่ผมถามว่าคณะกรรมการ ที่ท่านตั้งขึ้นมา ท่านตั้งแล้วนี่ เราไปศึกษาแล้วทราบถึงรายละเอียดและมีข้อยุติ จึงเอาทุกฉบับ ที่เป็นรายงานทั้ง ๕ ฉบับรวบรวมส่งท่านประธาน แล้วท่านประธานไม่อยากที่จะทราบหรือครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเดินออกไปเลย ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองน่าจะรับรู้ถึงการสลาย การชุมนุมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และเป็ นเหตุการณ์ซึ่งวันนี้คล้ายกัน แต่รัฐบาลเองกําลังใช้สื่อของรัฐบิดเบือนความเป็นจริงในขณะที่เกิดการสลายการชุมนุม หรือเปล่า ซึ่งถ้าเอามาเทียบกับรายงานฉบับดังกล่าวในครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ ๘-๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ จะเห็นความชัดเจนถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ และหาข้อสรุปได้โดยไม่มีใครที่อภิปรายไป ในสภาแห่งนี้ในครั้งนั้นกล่าวหาทั้ง ๒ ฝ่าย พูดกันคนละซีกคนละด้านแต่ไม่มีข้อยุติครับ จึงมีคณะกรรมการเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานเองลองสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรีว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเห็นด้วย ท่านประธานเห็นชอบด้วย สภาแห่งนี้ได้ทํางานแล้วก็สามารถที่จะบรรจุลงไปในส่วนของรัฐสภาได้มันไม่ยากหรอก ยกเว้นท่านเองไม่มีความคิดเห็นจะเอาเข้า เรื่องยากกว่านี้ท่านประธานยังทําแล้ว แต่เรื่องง่าย ๆ อย่างนี้ท่านประธานเหมือนกับว่าปิดบังอะไรซ่อนเร้นทุกอย่าง ขณะที่เราเช็ก (Check) ลงไปนี่ครับ คนแต่งชุดดําที่ถือปืนนี่คล้ายกับวันนี้เลย คล้ายกับวันนี้เลยครับ ถืออาวุธสงครามต่าง ๆ นี่ ท่านประธานไม่อยากรู้หรือครับ ไม่อยากให้ประชาชนได้รับทราบ หรืออย่างไร ผมเรียนฝากท่านประธานว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ในสภาเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะต้องมาพูดมาคุยกัน แต่เมื่อไรสภาแห่งนี้ไม่เอาข้อเท็จจริงมาพูดกันแล้วไปพูดข้างนอก ประชาชนเองก็จะไม่ได้ รับทราบสิ่งที่ถูกต้องแล้วจะเกิดความเสียหายแล้วไม่ยุติครับ เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่มีโอกาสที่จะยุติได้ ท่านประธานลองสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีว่าจะเห็นด้วยไหม กับการที่จะนํารายงานฉบับดังกล่าวเข้าสู่สภา เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งกับเหตุการณ์ ที่ต่อเนื่องมาถึงวันนี้ ปีนี้ และปีเดียวกันชนกันแล้ว และเกิดเหตุการณ์บาดเจ็บล้มตาย ท่านประธานขออนุญาตครับ ท่านประธานสอบถามท่านนายกรัฐมนตรีเลยว่าเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นนี่กับรายงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีอยากทราบไหม ท่านลองถามดูครับ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงนี้ หรือท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากทราบอะไรเลย ท่านฟังรายงานอย่างเดียว ท่านฟังรายงานอย่างเดียวหรือเปล่าครับ ผมสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าท่านฟังรายงานอย่างเดียวแล้วไม่ลงไปดูรายละเอียด พี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร และบริโภคข่าวด้านเดียว และปล่อยคนของท่านออกมา เปิดเทป (Tape) ว่าทหารเสียชีวิต เสียชีวิตอย่างเดียวนี่มันไม่ใช่นะท่านประธาน ท่านต้อง เปิดโอกาสให้กับอีกด้านหนึ่งนั้นได้ใช้สื่อของรัฐในการที่จะนําเสนอข่าว
ผมว่าพอแล้วกระมังเรื่องนี้
ท่านประธานช่วยถาม ท่านนายกรัฐมนตรีหน่อยก็แล้วกันครับ
คือผมได้ส่งเอกสาร หลักฐานที่ประธานคณะกรรมาธิการของท่านส่งมาให้ผม ผมก็ส่งไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะอ่านแล้ว ไม่ต้องถามเพราะส่งไปแล้วครับ ส่งไปนานแล้ว แล้วถึงจังหวะผมก็จะได้ดําเนินการ ผมขอดําเนินการประชุมต่อตามระเบียบวาระการประชุม ต่อไป ผมไม่ให้หารือแล้ว หมดแล้วนะครับ คุณอิสสระ สมชัย มีอะไร เชิญท่านรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สืบเนื่องจาก ได้มีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติหลายท่านได้สอบถามเรื่องกรณีที่รัฐบาลจะให้การเยียวยา ผู้ที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการชุมนุมดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการขอรับ เงินเยียวยา ผมขอถือโอกาสนี้ขออนุญาตท่านประธานขอชี้แจง เผื่อว่าพี่น้องทั่วประเทศ จะได้รับทราบว่ารัฐบาลได้ดูแลอย่างไร
ผมว่าถ้าท่านชี้แจง เดี๋ยวสภาก็จะชี้แจงหมด จะเอาอย่างนั้นไหม
ก็เป็นแต่เพียงหลักเกณฑ์แค่นั้นเองครับ
เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ งานมันจะไม่เดินเลย
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เกี่ยวว่าใครจะถูก ไม่ถูก เป็นแต่เพียงว่าหลักเกณฑ์แค่นั้นเองครับ
ไหนครับ
หลักเกณฑ์ที่ว่ารัฐบาลจะดูแลอย่างไรแค่นั้นเอง ว่าได้ดําเนินการไปถึงไหนนะครับ
อันนั้นค่อยตอบ เป็นเอกสาร เพราะคุณสุนทรีเขาถามแล้วตอบเป็นเอกสารครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ได้แต่ว่าถ้าหากว่าให้ผมเรียนชี้แจงตอนนี้ ก็จะเกิดประโยชน์ คนได้รับฟังกันทั่วประเทศนะครับ
ผมขอเรียนเพิ่มเติม เมื่อสักครู่ผมเรียนไปแล้วว่าทําไมคณะกรรมการสมานฉันท์จึงได้ผ่านการพิจารณา ของที่ประชุมร่วมของรัฐสภา แล้วก็ขอเรียนให้ทราบว่าการตั้งคณะกรรมาธิการที่แล้ว เป็ นการตั้งของประธานรัฐสภาไม่ใช่เป็ นการตั้งในที่ประชุมตั้ง ถ้าที่ประชุมตั้งนี้ เป็นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเสนอมาเราก็บรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ ระเบียบมันมีอย่างนี้ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ก็ขอดําเนินการ เรียนถามว่า เมื่อกี้ไปตกลงอะไรกันเรียบร้อยหรือยัง ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล คุณไพจิตเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ตามที่ท่านประธาน ได้ขอให้คุยกับวิปรัฐบาลนะครับ ความจริงท่านวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ขอท่านประธานวิทยา ประธานวิปรัฐบาล ตั้งแต่เมื่อวานนี้หลังการประชุม ของพรรคเพื่อไทยแล้วว่าขอยื่นญัตติในเรื่องการตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการสลาย การชุมนุม เผอิญก็ไปซักซ้อมกันว่าได้รับความกรุณาจากท่านประธานและคณะหรือไม่ อย่างไร ท่านก็ยืนยันว่าไม่อยากให้มีการตั้ง เกรงว่าจะมีผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะมาล้อมอีก ก็จะขอให้เป็นการหาทางออกโดยจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีขอใช้การประชุมร่วมกัน มาตรา ๑๗๙ แล้วทางผมก็ได้กลับมาเรียนกับคณะ เนื่องจากว่ามีข้อมูลสุ่มเสี่ยง ต่อการที่จะเกิดการสลายการชุมนุมเกรงพี่น้องจะต้องเสียชีวิตอีกเป็นรอบที่ ๓ ก็จะต้อง ขอให้นําเรื่องนี้เข้ามาสู่สภาเสีย ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจที่จะใช้เรื่องนี้อย่างไร ก็ขอให้พูดกัน ในสภา ก็กราบเรียนท่านประธานว่าจะขออนุญาตให้ที่ประชุมได้ปรึกษากันครับ ให้ท่านพีรพันธุ์ได้เสนอญัตติ
เดี๋ยวสภานี้หาว่าประธาน ไม่เอาใจใส่ ประธานเอาใจใส่ให้ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ไปตกลงกันว่าเอาอย่างไร ประธานก็มีหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติตามที่ประชุมอยู่แล้ว มีอะไรคุณวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ มีอะไรครับ ให้ผมดําเนินการไปก่อนแล้วก็ให้แจ้งที่ประชุมทราบอะไรเป็นการดําเนินการในการประชุม กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมนะครับ พอแล้วครับ พอผมแจ้งที่ประชุมเรื่องวุฒิสภาเรื่องอะไรเสร็จแล้วก็ค่อยมาปรึกษาหารือกันอีก สักนิดหนึ่งครับ ขณะนี้มีผู้เข้าประชุมเซ็นชื่อประชุมทั้งหมด ๓๗๘ ท่าน กระผม ขอดําเนินการเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษตามมาตรา ๑๔๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญทั่วไป) วันจันทร์ที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๓ ที่ประชุมได้ลงมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. .... ออกไป เป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วันนับแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๓ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม ไม่มี คุณประท้วงหรือเปล่า ถ้าประท้วงผมไม่ให้พูด ยกมือเฉย ๆ ให้พูด เชิญท่านดอกเตอร์จากประเทศฝรั่งเศส เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามีเรื่องด่วนที่สภาแห่งนี้ควรจะพิจารณา ผมจึงขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ที่ขอให้พิจารณาเป็ นเรื่องด่วน ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ที่จะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ และข้อ ๔๒ ในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน หรือมีความจําเป็นรีบด่วนที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ โดยกระผมขอเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการสลายการชุมนุมทางการเมืองของประชาชน เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอ เหตุผล
เดี๋ยวครับ นั่งลง คุณเสนอ แล้วมีผู้รับรองถูกต้องแล้ว ยังไม่ต้องอภิปรายหรอกครับ ให้อีกฝ่ายหนึ่งเขาเสนอ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ที่จริงผมจะขึ้นหารือพร้อมกับท่านไพจิต ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ ที่ท่านได้กรุณามาหารือกระผมตามข้อแนะนําของท่านประธานสภา ที่จริงแล้วเรื่องนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิกนะครับว่า ท่านประธานวิปฝ่ายค้านท่านก็ได้ประสานงานกับผมเมื่อวานนี้จะขอยื่นญัตติในการขอตั้ง กรรมาธิการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดวันที่ ๑๐ เมษายน และเมื่อสักครู่ ผมก็ได้หารือกับท่านไพจิตนะครับ ก็ได้เรียนแจ้งกับท่านตรง ๆ ว่าผมได้หารือ กับพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนนะครับ ก็ยังมีข้อกังวลใจอย่างที่ท่านกราบเรียน เพราะว่า สมาชิกในสภาหลายคนก็ยังติดใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน เพราะทุกวันนี้ท่านประธานกับผมก็หูอื้อเหมือนกันครับว่าเสียงบอกให้ยุบสภา ๆ ทุกวัน แล้วคนที่บอกให้ยุบสภาทุกวันก็เป็ นเพื่อนสมาชิกเราด้วยนะครับ แล้วถึงวันหนึ่ง วันที่เราประชุมสภาแล้วก็เกิดความไม่มั่นใจว่าประชุมสภาจะปลอดภัยหรือไม่ ก็มีการตั้งด่านเพื่อตรวจก็ปรากฏว่าเป็นที่มาของการปิดล้อมสภา เป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ สุดท้ายก็ไม่ทํานะครับ ท่านประธานก็เห็นด้วยไม่ควรทําอย่างนั้น ผมก็เห็นด้วยไม่ควรทํา อย่างนั้น เพราะมีการรับปากว่าจะไม่ทําอะไรมากกว่านั้น สัปดาห์ที่แล้วเราก็เปิดประชุม สภากันครับ
คือเมื่อกี้นี้มีผู้เสนอญัตติ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากรณีเรื่องเหตุเกิดขึ้นนี่ละครับ
ครับผม
ทีนี้ท่านวิทยา แก้วภราดัย ในฐานะประธานวิปฝ่ำยรัฐบาล ท่านจะเสนออย่างไรครับ ไม่ใช่อภิปรายเลยครับ เพราะทางนี้เขาเสนอ เห็นด้วยกับเขาไหมครับ ถ้าเห็นด้วยกับเขาก็อภิปรายได้
ขอความกรุณานิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังจะเรียนว่าผมก็ได้แจ้งครับว่าผมไม่เห็นด้วยในการที่จะ ยื่นญัตติในวันนี้ แล้วก็ผมเสนอแนวทางที่จะหารือ
ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้อง เสนอเป็นญัตติของท่าน
ถ้าท่านจะกรุณาฟังสักนิดนะครับ
เดี๋ยวจะฟังทั้ง ๒ ฝ่ายครับ เพราะต้องเปิดโอกาสทั้ง ๒ ฝ่าย
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า เรื่องมันก็ใหญ่พอสําหรับที่จะต้องฟัง
คือตอนนี้เปิดโอกาสให้ท่าน ท่านเสนอว่าไม่ตั้งกรรมาธิการ
ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านด้วยครับ เพื่อหาทิศทางออกที่ดีครับ นอกจากการยื่นญัตติครับ
ก็มีว่าท่านต้องเสนอว่า เอาตามระเบียบวาระการประชุมที่มีอยู่นี้นะครับ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย นั่นอีกเรื่องหนึ่ง คือเสนอตามระเบียบวาระการประชุมที่มีในระเบียบวาระการประชุมสภาแล้ว
ผมเข้าใจครับท่านประธาน นั่นคือแนวทางปฏิบัติตามปกติของข้อบังคับ แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ผมคิดว่า ต้องทําความเข้าใจร่วมกันครับ และผมจะขอถือโอกาสไม่ยาวครับท่านประธาน เพื่อทําความเข้าใจร่วมกันและหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับสังคม ไม่ใช่การช่วงชิงโอกาส ในทางการเมืองกันเพื่อคลี่คลายปัญหาของตัวเอง ผมก็เรียนกับท่านไพจิตไปเมื่อสักครู่ว่า ผมก็เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดและมีใครไม่สบายใจครับ วันที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในสภาก็ดี นอกสภาก็ดี ประชาชนทั้งหมดก็เดือดร้อน คนทั้งประเทศกังวลครับ แล้วผม คิดว่าสถานการณ์ที่ดีที่สุดก็คือต้องเอาสภานี้เปิด แต่ต้องมั่นใจครับว่าถ้าจะฟังสภากัน ในฐานะท่านนายกรัฐมนตรีนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยครับ คือถ้าเป็นไปได้ใจผมเองอยากจะให้เปิด รัฐสภา แล้วก็มีการปรึกษาหารือเรื่องนี้กันอย่างจริงจังเพื่อเป็นทางออก เพราะเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็เรียกร้องกับท่านประธานสภาให้ไปทําอย่างโน้นอย่างนี้ ผมทราบดีครับ อํานาจโดยกฎหมายไม่มี แต่ถ้าเราใช้ช่องในทางการเมืองเพื่อโอกาสหารือกัน ผมคิดว่า น่าจะเป็นทิศทางที่ดีกว่า เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตหารือไปทางเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติ เมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็อยู่ในสภา ถ้ารัฐบาลจะขออนุมัติ ครม. ในการเปิดรัฐสภาเพื่อหารือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเป็นช่องทางในการที่จะคลี่คลาย
เปิดแล้วนะครับ สภากําลัง เปิดอยู่ครับ
รัฐสภาครับท่าน
รัฐสภาก็เปิดแล้วครับ ก็มีการประชุมร่วมกันโดยท่านนายกรัฐมนตรีใช้มาตรา ๑๗๙ ให้ประชุมร่วมกัน ก็มีแค่นั้นเอง
เมื่อวันไหนครับท่าน
ก็เอาวันพรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีพร้อม
ผมกําลังหารือเองครับ ท่านประธาน มันเป็นหัวข้อที่ผมหารืออยู่ตรงนี้นะครับ คือถ้าเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านคิดว่า แนวทางออกจริง ๆ จะแก้อย่างนั้นก็น่าจะเป็นช่องทางออกที่ดีกว่าครับ ขออนุญาตหารือ ไปยังเพื่อนสมาชิกที่เสนอญัตติครับ
ถ้าอย่างนั้นท่านพีรพันธุ์ ผู้เสนอลองปรึกษาหารือกันดูสิ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร เรื่องที่ท่านประธานวิป ฝ่ายรัฐบาลบอกว่ารัฐบาลจะขอใช้ตามมาตรา ๑๗๙ นั้นก็เป็นเรื่องของรัฐบาลครับ มันไม่ได้เกี่ยวกับทางสภาครับ เพราะว่าถ้าไปดูตามรัฐธรรมนูญก็จะชัดเจนว่ารัฐบาล ขอหารือเป็นเรื่องที่รัฐบาลขอเปิดครับ แต่ที่ผมเสนอญัตติไปก็คือว่าขอให้สภาพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสลาย การชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานยังไม่ให้ผมอธิบายเหตุผลว่า ทําไมจึงขอเสนอเป็นญัตตินี้ขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมคิดว่า
คืออย่างนี้ใช่ไหมครับ ไม่ต้องหารือแล้วใช่ไหมครับ ไม่ต้องหารือทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนะครับ คือหมายความว่า ทางฝ่ายของท่านเสนอเลยหรืออย่างไร
เสนอแล้วรับรองไปแล้วนี่ครับท่านประธาน
ถูกต้องผมไม่เถียง แต่ถ้ามันประนีประนอมกันได้ก็ประนีประนอมกัน ถอนไป ถ้าไม่ประนีประนอมกัน ก็เดี๋ยวต้องโหวตกัน
คือในกรณีที่รัฐบาลจะขอใช้มาตรา ๑๗๙ ผมก็เรียนท่านประธานว่าตามรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลขอเปิดสภาครับ
ผมว่าท่านวิทยาทั้งสอง ปรึกษาหารือกัน เอาท่านวิทยาก่อนคุณสุนัยพูดเมื่อไรก็ได้นะคุณ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อคําหารือที่ผมถูกพาดพิงเป็นเรื่องจริง ก็ขอบคุณท่านประธานวิปรัฐบาล ข้อเท็จจริง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราเองไม่อยากให้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น วิกฤติจนกระทั่งแผ่นดินนี้จะลุกเป็นไฟ ผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะทราบดี เพราะฉะนั้น คําหารือของกระผมนั้นกระทําในฐานะประธานวิปฝ่ำยค้านได้คุยกับท่านประธาน วิปฝ่ายรัฐบาลขอให้สภาแห่งนี้ได้มีโอกาสเข้าไปดูปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองดีกว่าที่จะ ปล่อยให้นายกรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรคนเดียว เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรี ก็อยู่ตรงนี้อยู่แล้วท่านก็เป็นสมาชิกรัฐสภา ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ได้เป็น แต่การใช้อํานาจของรัฐบาลไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. นายกรัฐมนตรี กําลังจะเผชิญกับปัญหา สิ่งเหล่านี้เราจะให้สภาแห่งนี้ทนให้ปัญหาที่อยู่กลางถนนนั้น วิกฤติ วิกฤติ วิกฤติจนเกิดการสูญเสียชีวิตอย่างนั้นหรือครับ เพราะฉะนั้นการที่ฝ่ายค้าน ตระหนักได้มีการพูดคุยมีการหารือนะครับ ยื่นญัตตินี้เข้าสู่สภาก็เพื่อให้มีสมาชิก ทุกพรรคการเมืองเข้าไปดูปัญหา แม้ว่าที่ผ่านมาท่านอดีตรัฐมนตรีวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้พูดแล้วท่านประธานก็ได้ตอบแล้วว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้งนั้นก็เป็นการศึกษาปัญหา ที่มันเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว สุดท้ายมันก็ย้อนกลับมาทิ่มกับพวกเราในฐานะ ที่พวกเราเป็ นฝ่ำยนิติบัญญัติอีก มีเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นครับท่านประธาน และท่านนายกรัฐมนตรีก็คนเดิมอีกครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถึงได้คุยกับท่านประธานวิป วิทยา แก้วภราดัย บอกท่านครับ ผมคงต้องขออนุญาตยื่นญัตติ เมื่อเราคิดกันแล้วขอให้มีกรรมาธิการตั้งขึ้นมาไปดูปัญหาสิว่ามันเป็ นอย่างไร ท่านประธานก็ใจกว้างผมทราบนะครับ เพราะว่าผมผ่านท่านสามารถ แก้วมีชัย ให้หารือ กับท่านประธาน เพราะผมไม่อยากถูกตําหนิกลางสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เคยหารือ แล้วผมคิดว่าบัดนี้พี่น้องที่กําลังเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยก็รอสิ่งนี้อยู่ว่าเมื่อไร รัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก. พวกเราก็รอครับ แล้วเอาปัญหาเหล่านั้นมาให้สภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกรัฐสภาได้ถกเถียงกัน ผมคิดว่าท่านผู้เสนอคือท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ก็คงจะไม่ใจแคบ นายกรัฐมนตรีก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว ผมอนุญาตถ้าท่านจะยืนรับปาก ต่อสภาแห่งนี้ว่าท่านจะใช้ช่องของรัฐสภาในการให้คําปรึกษากับท่านในการแก้ปัญหา แทนที่ท่านจะเป็นผู้ใช้อํานาจคนเดียว เพราะเวลานี้ท่านไม่สง่างาม ท่านถูกกล่าวหา ทุกหน้าหนังสือพิมพ์ ผมพยายามอ่านทุกวัน ท่านอยากเป็นอย่างนั้นหรือครับ ถ้าไม่อยาก ก็ต้องใช้สภาแห่งนี้ ต้องกล้าครับ กล้าออกมาขอตรงนี้เลยว่า สมาชิกที่เคารพ ผมจะใช้ มาตรา ๑๗๙ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อหารือในวันพรุ่งนี้ อย่างนี้ผมเห็นด้วยและผมจะขอให้ ท่านพีรพันธุ์ถอนครับ วันพรุ่งนี้หรือวันมะรืนนี้ก็ได้ครับ เพราะต้องเป็นไปตามระเบียบครับ ท่านประธาน ผมขอเสนออย่างนี้ครับ ท่านอภิสิทธิ์ก็อยู่ตรงนี้ อย่าเป็นฆาตกรจากฝีปาก ของคนอื่นเลยครับ ใช้รัฐสภาให้เป็นประโยชน์ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อข้อหารือของท่านประธานวิปฝ่ำยค้าน รวมไปถึงการหารือของเพื่อนสมาชิกตลอดเช้าที่ผ่านมานะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสั้น ๆ เนื่องจากว่ากระผมก็มีภารกิจที่จะต้องไปรับนายกรัฐมนตรีของประเทศ จอร์เจีย เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา กราบเรียนอย่างนี้ครับว่าผมได้รับทราบการหารือระหว่าง วิปทั้ง ๒ ฝ่ายตั้งแต่เมื่อวานนี้ แล้วก็ได้มอบหมายให้ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลคือ ท่าน ส.ส. วิทยาได้ปรึกษาหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อสักครู่ผมฟังก็มีความเข้าใจ ตรงกันว่าอยากจะให้รัฐบาลได้อาศัยมาตรา ๑๗๙ ของรัฐธรรมนูญในการที่จะเปิดรับฟัง ความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าในเบื้องต้นขณะนี้ทางวุฒิสภาเอง ก็มีญัตติในการที่จะเปิดอภิปรายทั่วไป ซึ่งในปัจจุบันก็กําหนดเอาไว้ว่าจะเป็นวันศุกร์ ที่จะถึงนี้ ผมอยากจะกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกนะครับ ความจริงวันนี้ก็มีการกล่าวหา กระผม กล่าวหารัฐบาล กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ คงไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดรายละเอียดกัน ในวันนี้ แต่ผมยืนยันได้ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีความคิดที่จะไปทําร้ายประชาชน และปัญหา ที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงกัน แล้วก็เป็นเรื่องที่เราก็คงจะต้อง รับฟังทุกฝ่ำย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าต่อข้อหารือที่จะใช้ มาตรา ๑๗๙ นั้น กระผมอยากจะขอยืนยันว่าผมพร้อมที่จะใช้ช่องทางของมาตรา ๑๗๙ ในการที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๙ นั้นการตัดสินใจ ก็เป็นเรื่องของการที่จะให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าผมนั้นจะดําเนินการตามมาตรา ๑๗๙
เดี๋ยวก่อนคุณสุนัย คุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไร จะจบแล้วครับ
เพื่อที่จะให้คณะรัฐมนตรี ได้มีมติในการเปิ ดประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ผมกราบเรียนว่าจะได้ดําเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการพิจารณาข้อเสนอของท่าน ส.ส. พีรพันธุ์นั้นก็เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรที่จะ วินิจฉัย และผมขอกราบเรียนล่วงหน้านะครับ ผมไม่ได้กล่าวหาใครเลยครับ และผมไม่ได้ อภิปรายฝ่ายเดียวครับ เพราะว่าท่านอภิปรายมาตลอดทั้งเช้า ผมก็ได้เพียงแต่ยืนยันว่า ผมก็มีเจตนาที่บริสุทธิ์ ผมก็พร้อมที่จะให้มีการอภิปรายในเรื่องนี้ต่อไปในการประชุม ร่วมกัน ขอบพระคุณครับ
ประท้วงอะไรคุณสุนัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร ต้องขอประทานอภัยจริง ๆ ที่ต้องประท้วงท่านประธาน และท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมีฐานะในสภานี้คือเป็น ส.ส. คนหนึ่งเท่ากับเรา เมื่อสักครู่นี้ท่านวิทยาประธานวิปฝ่ายค้านได้ให้เหตุผลว่าจะดําเนินการ โดยสิทธิอันชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ถูกกล่าวถึงก็ควรจะตอบโต้ในส่วนที่ว่า จะทําอย่างไร แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ใช้กระบวนการแบบเดียวกับที่ลูกพรรค ของท่านทําก็คือว่าใช้เวลานี้มาอธิบายอีกแล้ว ถ้าอย่างนี้ก็เท่ากับอภิปรายฝ่ายเดียว ถ้าผมไม่ลุกขึ้นประท้วง ด้วยความเคารพเมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะดําเนินการ ไปอีก ผมบอกถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้านายกรัฐมนตรีใช้วิธีการอย่างนี้พฤติกรรมนอกสภา ของท่านท่านต้องไปติดหนวดอย่างนี้แล้วครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณ
ท่านประท้วงพอ คุณวิทยาเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะประธานวิปฝ่ำยค้าน เมื่อเป็นอย่างนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าคํากล่าวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีต่อสภาแห่งนี้ ผมคิดว่าถ้าท่านจะใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๙ ซึ่งผมคิดว่าเวลานี้เมื่อพวกผมใจจดใจจ่อ ก็คือจริง ๆ แล้วผมเรียกร้องให้ท่านคืนอํานาจ ให้ กับประชาชนอยู่แล้ ว แต่การที่กระผมยินดีให้ รัฐสภานั้นรับฟั งปั ญหา ของพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าท่านจะใช้กระบวนนี้ ถ้าท่านยังคิดอยู่ว่า รัฐสภาแห่งนี้ยังเป็นประโยชน์กับการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล อันดับแรกก่อนจะใช้ ผมขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรี ผมเรียกท่านนายกรัฐมนตรีนะ ยกเลิก พ.ร.ก. เสีย แล้วก็กลับมาใช้สภาแห่งนี้ นั่นเท่ากับท่านยอมรับกฎกติกาของฝ่ายนิติบัญญัติ ถ้าท่านไม่ยก ผมก็คิดว่าการหารือนั้นคงจะไม่ชอบ เพราะดูเสมือนว่าท่านนั้นจะเอาประโยชน์ ทุกด้านคงไม่ได้ เมื่อท่านให้เกียรติกับท่านประมุขของฝ่ำยนิติบัญญัติและสมาชิก ของรัฐสภา และท่านคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ยังเป็นกระบอกเสียงที่คอยให้คําปรึกษา การทํางานของรัฐบาลไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ท่านต้องกล้าครับ ยกเลิกเลย พ.ร.ก. วันนี้ แล้ววันศุกร์ท่านขอใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๙ ผมคิดว่าตรงนี้ครับท่านประธาน เห็นชอบแล้วก็เหมาะสมด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านวิทยาเอาอย่างไร จะเอาเลยหรืออย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าคงเข้าใจตรงกันนะครับ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีรับว่าจะดําเนินการ ตามขั้นตอนของกฎหมาย ก็คือนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอเปิ ดประชุมรัฐสภา ในการชี้แจงปัญหา ถ้าเพื่อนสมาชิกรับได้ก็รับได้ครับ แต่ถ้าต่อรองอีกเรื่องอย่างโน้นอย่างนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่เวลาต่อรองครับ เพราะที่ผ่านมาพวกผมโดนต่อรองและโดนต้มมาแล้ว เพราะฉะนั้นก็ตรงไปตรงมากันครับ เอาหรือไม่เอานะครับ
สภานะครับท่านสุนัย มันไม่ใช่สนามหลวง ค่อย ๆ พูดจากันให้มันไปตามขั้นตอน เมื่อฝ่ายนี้ไม่ได้เสนออะไร ผมจะได้พิจารณาตัดตอนไปเลย
คือถ้าอย่างนั้น ถ้าท่านประธาน จะรวบรัดเลยก็ได้ครับ ก็คือผมเสนอไม่รับญัตติครับ ไม่มีการรับญัตติแล้วก็เสนอไม่ให้ มีการรับญัตตินี้ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง ผมอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ผมจะให้อภิปรายข้างละ ๒ ท่าน เสร็จแล้วก็ลงมติครับ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรอีกกําลัง จะให้อภิปราย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานมีหน้าที่ในการดําเนินการประชุม ตามข้อบังคับ ไม่มีอํานาจที่จะบอกว่า ๒ คน ๓ คนในการอภิปราย เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เป็นเรื่องความเป็นความตายของพี่น้องประชาชน แล้วมันมีเหตุการณ์ที่ส่อว่าจะต้อง มีการปราบรอบที่ ๓ พวกผมเป็นห่วงก็เลยอยากให้เรื่องนี้ได้มาพูดกันให้กว้างขวาง ให้บอกความชัดเจน ประธานควรจะเปิดโอกาสให้พวกผม ให้ฝ่ายรัฐบาลได้อภิปราย เรื่องนี้กันครับ
ไม่ใช่ คุณไพจิต อันนี้ เราเสนอญัตติว่าถ้าฝ่ายท่านมีเสียงข้างมากก็อภิปรายเต็มที่ ถ้าฝ่ายนี้เขาเสียงข้างมาก ก็ไม่ได้อภิปรายเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการที่เสนอ
ท่านประธานครับ การอภิปรายเหตุผล มีความจําเป็นเกินกว่า ๒ คน ในการเสนอญัตติ
ผมก็อยากจะให้ทั้ง ๒ ฝ่าย
ขอความกรุณาจากท่านประธานเถอะครับ อย่าได้ไปล็อกว่าต้อง ๒ คน นั่นมันเผด็จการนะท่านประธาน สภาควรเป็นประชาธิปไตย ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านได้ใช้ตามข้อบังคับครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านดูครับ นี่กฎหมายเต็มเลย ดูกฎหมาย มันไม่ได้ผ่านแม้แต่ฉบับเดียว เขาเลือกผู้แทนราษฎรมาเขาต้องการให้เสนอ กฎหมาย ร่างกฎหมายอะไรต่าง ๆ เราก็มัวแต่มาเถียง มาทะเลาะกัน กฎหมายเลย ไม่ได้ออกแม้แต่ฉบับเดียว ผมก็อยากขอความกรุณาอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๑ และผมก็ใช้ อํานาจของผมในฐานะเป็นประธานขอให้แต่ละฝ่ายนะครับ ฝ่ายละ ๒ ท่าน แล้วให้ท่าน คัดเถอะ ยอดกะทิทั้ง ๒ ท่าน ข้างละ ๒ ท่าน เชิญคุณพีรพันธุ์ฝ่ายเสนอ คุณยังไม่ได้ อภิปราย เป็นคนเสนอก่อนครับ
นิดเดียวครับ จะขออนุญาต ท่านประธานว่า
ให้เจ้าของญัตติเขา
ในการอภิปรายขอใช้เอกสาร ขอเปิด จะได้ไหมครับ
ไม่ได้ครับ ตอนนี้ยังไม่ได้ ยังไม่อนุญาต เชิญคุณพีรพันธุ์
เพื่อมีข้อมูลประกอบ มีความจําเป็นนะครับ ท่านประธาน
คุณนิพนธ์มีอะไรหรือครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอให้เป็นไปตามระเบียบวาระครับ ขอเสียงรับรองครับ
มันรับรองไปแล้ว คุณเสนอว่าอย่างไรนะ
ท่านประธานครับ ผมขอให้ เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม ท่านประธานก็ต้องถามว่าจะเอาตามที่เสนอหรือว่า เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม
ก็คุณวิทยาเป็นคนเสนอ แล้ว ก็รับรองไปแล้ว ซ้อนญัตติหรืออย่างไร จะให้มันตกหรือ
ไม่ใช่ครับ คือให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระการประชุม ผมเสนอให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมครับ
ก็คุณวิทยาเป็นคนเสนอ ตามระเบียบวาระการประชุมแล้วก็มีผู้รับรองถูกต้อง แล้วท่านนิพนธ์ก็มาเสนอ ตามระเบียบวาระการประชุมอีก
เมื่อสักครู่ไม่ใช่อย่างนั้นครับ
ว่าอย่างไร มันลักษณะ เดียวกันแหละคุณนิพนธ์ คือเมื่อไม่เห็นด้วยกับญัตติก็หมายความว่าต้องพิจารณา ตามระเบียบวาระการประชุม มันก็ถูกต้องอยู่แล้วครับ
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรอีกทนายใหญ่
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนเป็ นต้นมา ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านจํานวนมาก
ไม่ใช่ คุณจะเสนออะไร
ท่านประธานฟังผมสิครับ ผมจะ เสนอญัตติครับท่านประธาน
ก็ญัตติซ้อนญัตติอยู่นี่
ก็ญัตติเก่าจะได้ตกไปครับ ท่านประธาน ประธานฟังผมสิครับ
มันเก่าได้อย่างไร เขารับรองถูกต้อง
ผมก็จะเสนอให้รับรอง
ของเราทางนี้สิที่จะตก
ท่านประธานฟังผมก่อนสิครับ สิทธิในการเสนอญัตติเป็นของท่านสมาชิก ถ้าผมเสนอญัตติที่ไม่เกี่ยวกับญัตติเดิมเมื่อไร ญัตติเก่านั้นก็ตกไปถ้าสภาแห่งนี้รับรองญัตติผม ท่านประธานต้องฟังผมสิครับ
ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ ตีความอีกละ
ก็เป็นเรื่องของท่านประธาน แต่ว่า ท่านประธานห้ามสิทธิในการเสนอญัตติของผมไม่ได้ ผมกําลังเสนอท่านประธานว่า
เอาเชิญตามอัธยาศัย
ขอให้สภาตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาเรื่องที่ ส.ส. พรรคฝ่ำยค้านไปขึ้นเวทีแล้วมีการยั่วยุให้กลุ่ม นปช. สร้างความรุนแรงในบ้านเมือง ขอที่ประชุมรับรองญัตติผมด้วยครับ
ข้อ ๒๑ การประชุม ให้ที่ประชุมพิจารณาเฉพาะเรื่องที่มีอยู่ในระเบียบวาระการประชุมและต้องดําเนินการ พิจารณาตามลําดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้ เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ก็มีแค่นี้เองครับ เพราะตอนนี้ที่ประชุมยังไม่มีมติเป็นอย่างอื่นมีผู้เสนอญัตติขึ้นว่าจะต้อง ตั้งคณะกรรมการศึกษาและอีกฝ่ายหนึ่งก็เอาตามระเบียบวาระการประชุม แล้วกําลัง พิจารณาอยู่จะเอาญัตติ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรครับ
ท่านทนายฝั่งทางโน้นเขายกมือขึ้น ประท้วง แต่ว่าเขาไปเสนอญัตติผมก็เลยไม่เข้าใจว่าท่านประธานให้เขาเสนอญัตติ ได้อย่างไร เพราะเขายกมือประท้วง นี่ผมประท้วงท่านประธานเพราะว่าท่านประธาน ให้เขาพูดเขายกมือขึ้นเหนือศีรษะแสดงว่าประท้วง อยู่ดี ๆ ก็เสนอญัตติ ท่านประธาน ไปรับรองญัตติได้อย่างไร มันต้องประท้วงก่อนท่านประธาน
ผมก็ยังไม่ได้ ผมอ่าน ข้อบังคับให้ฟังแล้วไม่รู้จะทําอย่างไรอีกครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรนักข้อบังคับ ว่าอย่างไรหมอชลน่าน มีแต่หมอทั้งนั้น เชิญ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตประท้วง ท่านสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นเสนอญัตติ ผมฟังญัตติไม่ชัด แต่อ้างว่าคือเขาทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ท่านประธานกรุณาอ่านด้วยนะครับ โดยการเสนอญัตติมีนัยเพื่อจะให้ญัตติ ที่ฝ่ายค้านเสนอนั้นตกไป ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน กรุณาดูข้อ ๕๐ เขาเขียนไว้ชัดเจนกรณีญัตตินั้นจะตกไปเมื่อที่ประชุมมีมติรับ ถ้าที่ประชุม มีมติรับถึงจะตก ในขั้นตอนการเสนอนี่ยังไม่ตกหรอกครับท่านประธาน แต่ประเด็น ที่เสนอมาถ้าที่ประชุมมีมติรับเรื่องนั้นเป็นการซ้อนญัตติ ญัตตินั้นถึงจะตกไป เพราะฉะนั้น ญัตติที่สมาชิกฝ่ำยค้านเสนอเป็นไปตามข้อบังคับให้สภาพิจารณาว่าจะเอาเรื่องนี้ มาพิจารณาก่อนหรือไม่
ผมถึงอ่านข้อบังคับ ข้อ ๒๑ให้ฟังแล้ว
ท่านประธานใช้ข้อบังคับได้ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
มีอะไรอีกล่ะ เชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ผมจะได้ยื่นญัตติด่วนของผมนั้นที่ประชุม อยู่ในระหว่างการพิจารณาญัตติของเพื่อนสมาชิกที่จะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจะพิจารณาเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนเมษายนอยู่ในระหว่างที่ท่านประธาน กําลังที่จะให้มีการอภิปรายตามญัตติดังกล่าว ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลุกขึ้นเสนอญัตติที่เป็นเรื่องอื่นที่กําลังพิจารณาอยู่ ที่ประชุมมีมติรับรองญัตติของผม ท่านประธานจะต้องถามว่าที่ประชุมจะเห็นด้วยกับญัตติที่ผมเสนอหรือไม่ เพราะกระผม เสนอเป็นเรื่องอื่น กระบวนการในการเสนอญัตติของพรรคฝ่ายค้านนั้นต้องยุติลงทันทีครับ จะต้องถามมติก่อนว่าจะรับในญัตติที่ผมเสนอหรือไม่ ถ้าที่ประชุมนี้รับญัตติของผม นั่นหมายถึงญัตติของพรรคฝ่ายค้านตกไปทันที นี่คือสิ่งที่ท่านประธานจะต้องดําเนินการ ตามกระบวนการนี้ครับ ไม่อย่างนั้นจะเป็ นการขัดต่อข้อบังคับการประชุมสภา ขอบคุณครับ
คุณสุนัย
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จากคํากล่าวข้อเสนอญัตติของเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลนั้น ท่านประธานครับ ผมคิดว่า กําลังกระทําสิ่งทีเรียกว่าเล่นเล่ห์เพทุบายอย่างยิ่ง ผมเองเป็นคนเสนอท่านประธานมาหลายครั้งต่อหลายครั้ง และกราบเรียนท่านประธานว่า เราต้องใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ปัญหาของบ้านเมือง นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล ไม่ยอมใช้สภาในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ กระผมเองเห็นว่าการเสนออย่างนี้ มันน่าอายที่สุด เป็นการเล่นเล่ห์เพทุบายบนกองเลือดและชีวิตของประชาชน ผมจึงขอว่า ด้วยความหวังดีต่อเพื่อนพรรคประชาธิปัตย์ อย่าได้ทําสิ่งนี้ กราบขอบพระคุณครับ
หมออสิ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. จังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอให้ถอนคําพูดคําว่าเล่นเล่ห์เพทุบายบนกองเลือด ท่านไม่มีสิทธิมากล่าวหาพวกผม สํารวจตัวเองดูเถอะครับ ตักนํ้าใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาตัวเองก่อน ถอนครับถอน
ถอนอะไรหมอ
ถอนคําว่าฝ่ำยผมใช้เล่ห์เพทุบาย บนกองเลือด เป็นการกล่าวหาที่ร้ายแรงมากครับ ถอนครับ
ก็เขาให้ถอน ทําอย่างไร คุณสุนัย คือกลอนพาไปทุกที
ท่านประธานสภาครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานสภาก็รู้แจ้งเห็นจริงอยู่แล้วว่าวาระการประชุมอยู่ในระหว่างที่ยื่นญัตติ เมื่อฝ่ายรัฐบาลบอกไม่รับก็จะต้องโหวตกันก็เป็นไปตามกระบวนการ แต่เพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลกลับใช้วิธีการจะเสนอญัตติซ้อนเสียเฉย ๆ อย่างนี้
เขาให้ถอน
อย่างนี้ไม่เรียกว่าเล่นเล่ห์เพทุบาย แล้วเรียกว่าอะไรครับ
เขาให้ถอนคําว่า เล่ห์เพทุบาย
ไม่ใช่คําหยาบครับ ไม่ใช่คําหยาบ แต่เป็นพฤติการณ์ที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ ใช้กลยุทธ์ทางสภาปิดปาก ฝ่ายค้านทํามาไม่ใช่ครั้งเดียวครับ
พอ พอ พอครับ
เป็นยุทธวิธีที่จะไม่ให้เปิดอภิปราย นั่นเองครับ แล้วอย่างนี้ไม่เรียกว่าเล่นเล่ห์เพทุบายเขาเรียกอะไรครับ
คุณสุนัยจะแรงไปนะครับ
เสียงแรงเฉย ๆ ครับแต่เนื้อหาไม่ได้ แรงเลยครับท่านประธาน
ก็ดูประท้วงกัน
ยินดีครับ เพราะธรรมดาผมขึ้น เขาก็ประท้วงกันอยู่แล้วครับ
อย่าสร้างให้วงผึ้งแตก เลยครับ
มิได้ครับท่านประธาน ผมเอง อยากจะเสนอขอให้ท่านประธานเป็นเสมือนบิดาของกระผม ใช้ข้อ ๔๖ (๕) ใช้อํานาจ ของประธานเปิดสภาให้แก้ปัญหาสักทีเถอะครับท่านครับ แล้วจะได้แก้ปัญหากันสักทีหนึ่ง
เดี๋ยว ๆ จะถอน หรือไม่ถอน ก็ให้ผมวินิจฉัยก่อนหมอ เขาก็ไม่ได้ใส่ไฟความอะไร เลือดของใครอะไรต่าง ๆ มันก็ไม่ได้ระบุชื่อนะครับ มันก็ไม่เสียหายอะไรกระมังครับ
(นายธานี เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เอาเทือกสุบรรณก่อน ประท้วงอะไร
ท่านประธานครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอประท้วงฝ่ายค้านที่ขึ้นมา เมื่อกี้ครับ หัวขาว ๆ ครับ ท่านครับ คนนี้ไม่เหมาะสมครับ วันนั้นพาม็อบ (Mob) มาบุกสภาครับ คนนี้แหละครับผมจําได้แล้วครับ คนนี้แหละครับ หัวขาว ๆ คนนี้แหละครับ พาม็อบมาบุกที่ห้องอาหารที่สภาครับท่านประธาน แล้วเหมาะสมไหมที่จะมาอภิปราย ในสภา
พอก่อน ประท้วง
เป็ นผู้แทนราษฎรรุ่นเก่า แต่ทําตัวอย่างนั้น พาม็อบมาบุกสภา
คุณธานีพอ ๆ พอก่อน ๆ
ยังจะมาว่าคนอื่นอีก
พอก่อนเถอะ พอ ประท้วง แค่นั้นก็พอแล้ว ระบายหมดแล้วละ ก็ผมกําลังให้ถอนอยู่เดี๋ยวนี้ กําลังขอร้องให้ถอนอยู่ เขาว่าผมขาว ผมดํา มันก็ไม่แปลกอะไรหรอก จะไปเสียอกเสียใจอะไร
ผมไว้สีขาวเหมือน พลเอก เปรม ที่พวกนี้นับถือแต่ผมไม่นับถือครับ
ดีแล้ว
พวกนี้นับถืออํามาตย์ที่ทําให้ บ้านเมืองเสียหายมากครับ
ไปกันใหญ่ ผมว่าพอแล้ว
ท่านประธานครับ ถ้าท่านจะให้ ผมถอน ท่านฟังผมสักนิดหนึ่ง วิธีการในสภาอย่างนี้ง่ายมากครับ พอจะถอนปั๊บ ก็มากล่าวหาว่าผมพาม็อบมาบุกสภา
ดูทางนี้ก็ ๒-๓ คน
กล่าวหาผมใหม่ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นต้องให้ผมชี้แจงครับ
ดูเขาประท้วงกัน ประท้วงกัน เยอะเหลือเกิน
เหตุการณ์วันที่ ๗ นั้นเป็นการวางแผน ของรัฐบาลครับ ผมไม่ได้พามาบุก เป็ นการวางแผนเอาอาวุธมาอยู่ในสภาครับ ส.ส. จังหวัดชุมพรถือปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ทหารองครักษ์ของนายสุเทพเอาปืนเข้ามา
พอ ๆ คุณสุนัยพอแล้ว
ท่านครับ
พอ ๆ คุณสุนัย คุณสุนัย พอแล้ว พอแล้วครับ คือเขาจะให้ถอนก็ถอนไปไม่ได้เสียหายอะไร ผมว่ามันจะไปกันใหญ่แล้ว เอาละ คุณสุนัยมันไปกันแรงแล้ว พอแล้ว ๆ พักประชุม ๕ นาที
พักประชุมเวลา ๑๑.๒๓ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๒๙ นาฬิกา
ผมจะได้ดําเนินการต่อไป ผมจะไม่ให้พูดอะไรกันอีก ประท้วงอะไรกันอีก เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมกันครับ ผมจะตัดสินเลยนะครับ เพราะว่าญัตติของคุณพีรพันธุ์กับญัตติของคุณวิทยาก็เป็นญัตติ ที่เสนอถูกต้อง ส่วนญัตติของคุณธนาก็เสนอถูกต้องแต่ว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๗ จะต้องไป ดําเนินการเมื่อพ้นญัตติทั้งสองก่อน คือทางฝ่ายคุณพีรพันธุ์และคุณวิทยาได้โหวตกัน เสร็จแล้วก็จึงจะมาพิจารณาของคุณธนาต่อไป ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบ
(ที่ประชุมรับทราบ)
ผมขอดําเนินการนะครับ เพราะว่าเราเสียเวลามามากแล้วเพื่อจะได้รวบรัดในเรื่องญัตตินี้ ผมขอให้ทั้ง ๒ ฝ่าย ฝ่ายละ ๒ ท่านก็แล้วกันนะครับคือทางฝ่าย เห็นคุณประเสริฐ
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรอีกครับคุณธนา คุณไพจิตเดี๋ยวทีละคนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าคําวินิจฉัย ของท่านประธานนั้นผิดต่อข้อบังคับการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ในการพิจารณาญัตติใดญัตติหนึ่งตามมาตรา ๔๗ ระบุไว้ว่า เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณา ญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ห้ามครับ แต่ว่า มีข้อยกเว้นว่าถ้าเป็นการเสนอเรื่องอื่นนั้นในกรณี (๑) ถึง (๗) ทําได้ ข้อ ๑ ขอแปรญัตติ เฉพาะในเรื่องที่ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหรือร่าง พ.ร.บ.
เอาน่า อย่างไรญัตติของคุณ ผมบอกแล้วว่าพอเสร็จ ๒ ญัตติแล้วก็จะโหวตญัตติของคุณอีก ถือว่าคุณเสนอ ถูกต้องแล้วก็แล้วกัน
ไม่ใช่ครับท่านประธาน ท่านประธาน ต้องเป็นหลักให้กับสภาผู้แทนราษฎรสิครับ วันนี้ไม่ใช่ว่าท่านประธาน
ผมก็อ่าน ผมไม่ใช่ นักกฎหมายแต่อ่านแล้วครับข้อความนี้คุณเสนอไม่ได้
ท่านประธานฟังผมสิครับ ถ้าท่านประธานจะถือว่าท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างไรก็ได้อย่างนั้นมันไม่ถูกต้อง ท่านประธานต้ องฟั งความเห็นต่างแล้ ววินิจฉัยกลับไปใหม่ว่าความเห็น ของท่านประธานนั้นถูกหรือเปล่า สภาแห่งนี้คือสภาที่จะพูดจากัน แล้วถ้าเรื่อง ข้อกฎหมายต่าง ๆ เราไม่เอาเป็นหลักแล้วจะเอาเรื่องอะไรเป็นหลักครับท่านประธาน ท่านประธานอย่ากลัวสิครับ ฟังสิครับท่านประธาน แล้วเวลาสมาชิกอภิปราย ท่านประธานก็ให้สมาชิกอภิปรายให้ครบถ้วนกระบวนความ ส่วนว่าสมาชิกทําผิด ข้อบังคับท่านประธานก็ทักท้วง แต่ท่านประธานไม่ใช่มาพูดสอดแทรกอย่างนี้ พูดจากัน กลายเป็นว่าที่ประชุมสภาแห่งนี้มันไม่มีความน่าเคารพเชื่อถืออีกเลย ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้
ไม่จําเป็นต้องเคารพผมนะ คุณธนา เคารพตัวคุณเองพอแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๗ (๗) ขณะที่ มีการพิจารณาเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเหตุการณ์ซึ่งอยู่ในระหว่าง การดําเนินการที่จะให้มีอภิปราย นั่นหมายถึงญัตตินี้อยู่ในระหว่างการดําเนินการแล้ว ผมใช้สิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา หรือพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๗ ที่ระบุว่า เมื่อที่ประชุม พิจารณาญัตติใดห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา เว้นแต่ญัตติดังต่อไปนี้ ก็คือเรื่องที่ผม ขอให้พิจารณา คือขอเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา เรื่องที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้านไปร่วมกับกลุ่ม นปช. ในการยั่วยุทําให้เกิด ความรุนแรงขึ้นกับบ้านเมือง
ผมเข้าใจแล้วที่คุณเสนอ ญัตตินั้นก็มีผู้รับรองถูกต้อง ผมไม่ได้ปฏิเสธ
ท่านประธานต้องฟังผมให้จบก่อนสิครับ ผมกําลังจะเสนอ
ฟังมา ๒ รอบ ๓ รอบแล้ว
ท่านประธานฟัง ก็ท่านประธาน วินิจฉัยผิดอย่างไรครับ ท่านประธานฟังสิครับ เมื่อผมเสนอแล้วหมายถึงว่าผมใช้สิทธิ
มีผู้ประท้วง เชิญครับ คุณประเสริฐ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานตามข้อบังคับนี้ถือว่า เป็ นอันสิ้นสุดแล้ว แล้วถ้ายังปล่อยให้สมาชิกท่านนี้ขึ้นมาเสนอญัตติอย่างนี้อีก ถ้าประธานยึดระเบียบอย่างนี้ ผมจะเสนอญัตติตรวจสอบสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีพันธมิตรต่อ มันก็ไม่มีที่สิ้นสุดครับท่านประธาน เรียนท่านประธานมา ด้วยความเคารพว่าโปรดวินิจฉัยเถอะครับ การวินิจฉัยของท่านประธานถือว่า เป็นอันสิ้นสุดแล้ว ขอบคุณครับ
คุณพีรพันธุ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะดําเนินการต่อไป ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อประท้วงท่านที่ชี้แจงครับ คือเขากําลังอธิบาย ถ้าท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วตามข้อบังคับมันเป็นที่ยุติ ท่านสมาชิกท่านนั้นได้อ้างบอกว่า ตามข้อ ๔๗ (๗) ให้ดูให้ดีนะครับว่าขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา คําว่าเรื่องอื่นคืออะไรครับ อันนี้ท่านกําลังเสนอเรื่องเดียวกันไม่ใช่เรื่องอื่น ที่จริงเมื่อผมได้ เสนอญัตติไปแล้ว ท่านประธานวิปฝ่ายรัฐบาลท่านวิทยาก็เสนอมาแล้ว ญัตติก็กําลัง ดําเนินการอยู่ เริ่มอภิปรายกันแล้วก็ห้ามเสนอเรื่องอื่นขึ้นมา เขาห้าม เว้นแต่ข้อ ๗ เขาบอกว่าห้ามยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา มันไม่ใช่เรื่องอื่นครับที่ท่านยกขึ้นมา เรื่องที่เสนอขึ้นมา เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน เกี่ยวข้องกัน ไม่ใช่เรื่องอื่นเลย เพราะฉะนั้นที่ท่านประธานวินิจฉัย ไปนั้นถูกต้องแล้ว ผมจะได้อภิปรายต่อไปครับท่านประธาน
นักกฎหมายกับนักกฎหมาย ทั้งนั้นครับสภา ฝ่ายนิติบัญญัติ คุณธนายังติดใจอะไร ผมก็วินิจฉัยไปแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผมถึงต้องเรียนท่านประธานว่าท่านประธานวินิจฉัยผิด เมื่อ (๗) ผมยกเรื่องอื่น ขึ้นมา เรื่องที่ผมยกขึ้นมาพิจารณานั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านเสนอ ญัตติด่วน คนละเรื่องกันเลยครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อมา ก็คือว่าในท้ายข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เขียนไว้ชัดครับ ท่านประธานวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ไม่ได้ครับ ญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) ก็คือขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้วห้ามมิให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายความว่าเวลาใดก็ตามมีการพิจารณา เรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ เกิดท่านสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งลุกขึ้นหยิบยกเรื่องอื่นให้สภาวินิจฉัย เป็นไปตามข้อ ๔๗ ท่านประธานจะต้องลงมติก่อนครับว่าเห็นชอบตามที่ท่านสมาชิกเสนอ ให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือไม่ เมื่อที่ประชุมเห็นชอบก็นําญัตติเรื่องนั้นพิจารณา ต่อไปเลย แต่ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็กลับไปพิจารณาญัตติเดิมที่ค้างอยู่ แต่ว่าในญัตตินี้ ยังเขียนเพิ่มเติมอีกครับว่าสมมุติว่าที่ประชุมสภารับญัตติของผมและพิจารณาต่อไปนี่ครับ เขาเขียนไว้เลยครับว่า หลังจากที่พิจารณาญัตติผมแล้วห้ามมิให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน หมายความว่าในการพิจารณาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ประชุมสภาอาจจะเห็นว่าเวลานี้ ขณะนี้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สมควรที่จะพิจารณา เรื่องใดเรื่องหนึ่ง สมาชิกสภาก็มีสิทธิเสนอญัตติเพื่อให้สภาไปพิจารณาเรื่องอื่นได้ แล้วต้องโดยมติที่ประชุม แต่สําหรับถ้าที่ประชุมรับญัตติของผมแล้วพิจารณาต่อไป สมาชิกจะเสนอขึ้นมาซ้อนญัตติของผมอีกไม่ได้ นี่คือข้อกําหนดที่เขาเขียนไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านประธานวินิจฉัยว่าญัตติที่ผมเสนอไม่ชอบนั้นเป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานอ่านดูแล้วท่านประธานจะเห็นว่าข้อบังคับการประชุมสภา
ผมไม่ใช่ว่าไม่ชอบ แต่ผมบอกว่าข้อ ๕๐ ของท่านถูกต้องที่ท่านเสนอมา แต่ว่าในระหว่างที่ประชุมอยู่มันมี ญัตติเดียวคือญัตติของคุณพีรพันธุ์เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ แล้วก็คุณวิทยาเสนอว่า ตามระเบียบวาระการประชุม แล้วก็จู่ ๆ คุณก็เสนออีกเรื่องหนึ่ง ก็มีผู้รับรองถูกต้อง ผมก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าขอพิจารณาเรื่องแรกนี้ก่อน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วก็จะโหวต เรื่องของคุณ ผมก็จะดําเนินการตามนี้
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ ครับ ผมเป็นคนไม่ดื้อครับ แต่ว่าสิ่งที่ประธานกราบเรียนนั้นไม่ได้เป็นไป ตามข้อบังคับ สิทธิที่ผมใช้ก็คือการระงับญัตติที่กําลังพิจารณาอยู่
ฟังคนอื่นบ้างครับ คุณเข้าใจอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นท่านประธาน ต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยกับญัตติของผมหรือไม่ เพราะเป็นคนละเรื่องกับญัตติเดิม จะนํามาอภิปรายรวมกันไม่ได้ ท่านประธานต้องขอมติผมก่อนว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอ ของผมหรือไม่ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นด้วยก็กลับไปพิจารณาญัตติที่ค้างอยู่ทั้งสองต่อไป แต่ถ้าที่ประชุมเห็นด้วยกับญัตติผมก็ต้องเดินหน้าญัตติของผมต่อไป เดินไปตาม ข้อ ๔๗ (๗) แล้วก็วรรคท้ายของข้อ ๔๗ ผมกราบเรียนท่านประธานตั้งสติเถอะครับ ท่านอ่านดูให้ดีเถอะครับต้องดําเนินการในส่วนนี้ท่านประธาน
คุณประยุทธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม กระผมขออนุญาต ท่านประธานว่านาน ๆ ครั้งที่กระผมจะได้ลุกขึ้นมาช่วยท่านประธานในการที่จะทําให้ ข้อเท็จจริงมันปรากฏ ในที่ประชุมของสภาแห่งนี้มันจะต้องมีข้อบังคับ เจตนารมณ์ ของข้อบังคับแต่ละข้อนั้นก็ต้องมีข้อจํากัด ไม่ใช่ว่าเขียนข้อบังคับให้คนมาบิดเบือนข้อบังคับ แล้วการประชุมสภาไม่ว่าท่านประธานเองหรือท่านสมาชิกก็จะไปไม่ได้ การที่ท่านพีรพันธุ์ เป็นคนเสนอญัตติโดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ และข้อ ๔๖ นั้น ถ้าว่าแท้ที่จริงแล้ว ท่านประธานจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ใน (๕) ญัตติที่ประธานอนุญาตตามที่เห็นสมควรก็ได้ ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่จําเป็นที่จะต้องอ้างข้อ ๘ และข้อ ๒๕ ซึ่งท่านประธาน หยิบยกขึ้นมาให้พูดกันยังได้เลย ท่านประธานทําถูกต้องแล้ว แต่ในสิ่งที่เรากําลังจะพูด เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากจะฟังเท่านั้นละครับ เกิดบิดเบือนขึ้นมา ท่านประธานทําชอบแล้วครับ
เชิญคนสุดท้าย เชิญเลย ทางฝ่ายนี้ ๆ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธร ผมขอชี้แจงเหตุผล ตามที่กระผมได้เสนอขอให้สภาแห่งนี้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นตรวจสอบ กรณีการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมานี้ ท่านประธานครับ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ผมคิดว่าไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่เห็น แต่คนทั้งโลกก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้น ภาพที่ลงท้ายด้วยมีจํานวนผู้บาดเจ็บร่วม ๘๐๐ กว่าคน
ประท้วงอะไรคุณวรงค์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วง ประธานในกรณีที่การเสนอความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน เมื่อสักครู่นี้ฝ่ายค้านเสนอ ครั้งนี้ ต้องเป็นสิทธิของผม ฉะนั้นผมขอเสนอขอใช้สิทธิของผมเลยครับ ผมขอใช้สิทธิของผมครับ ท่านประธาน
อะไร
คือเมื่อสักครู่มีความขัดแย้งกัน ในประเด็นที่ขัดแย้ง
ไม่ขัดแย้งหรอกครับ ผมชี้ขาดไปแล้วครับ
ผมกําลังจะเสนอครับท่านประธาน
ผมชี้ขาดไปแล้วครับ
ถูกต้องท่านประธานชี้ขาดแล้ว แต่ผมก็มีสิทธิที่จะเสนอของผม ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตใช้สิทธิข้อเสนอ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ผมเสนอเองครับท่านประธาน เพราะว่าในข้อ ๕๐ เขียนไว้ชัดเจนว่า ในกรณีที่ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหารือหรือพิจารณาให้ญัตติเดิม เป็ นอันตกไป ดังนั้นผมขอเสนอให้ที่ประชุมลงมติเพื่อรองรับญัตติของคุณธนา ขอผู้รับรองด้วยครับ
ทําไม่ได้นะ
ท่านประธานครับ คงเสนออย่างนั้นไม่ได้ หรอกครับ
คือตอนนี้ญัตติคุณพีรพันธุ์ ที่ประชุมก็ยังไม่ได้รับ ถ้าญัตติของคุณพีรพันธุ์รับไปแล้วมันก็อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้อง พิจารณา ส่วนญัตติซ้อนญัตติที่ว่านี้ผมไม่อยากให้มีหรอกครับ ข้อ ๔๗ มันก็มีอยู่ชัดแล้ว ผมวินิจฉัยไปแล้ว ฉะนั้นก็ขอความกรุณาอย่าสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นเลยครับ ข้อบังคับ พวกท่านเขียนเอง ผมก็มาปฏิบัติตามข้อบังคับที่ท่านเขียนนี่แหละครับ คุณประเสริฐ มีอะไร
ท่านประธานครับ ผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เพื่อให้ความสงบเรียบร้อยของสภาเป็นไปได้แล้วก็เดินไปข้างหน้า ด้วยความเรียบร้อย ผมจะขออนุญาตอธิบายให้ท่านประธานฟังว่าท่านประธานได้ข้าม ขั้นตอนไปครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพีรพันธุ์เสนอญัตติ เสนอญัตติให้ตั้งกรรมาธิการ ตรวจสอบการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓ เมื่อท่านพีรพันธุ์ได้เสนอ ญัตติแล้ว ไม่ว่าจะใช้ข้อบังคับใดจะเป็ นข้อบังคับ ข้อ ๒๑ หรือข้อบังคับ ข้อ ๔๖ หรือข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ล้วนแล้วแต่ต้องลงมติก่อนครับ เมื่อลงมติให้หยิบยกขึ้นมาแล้ว ถึงจะเปิดให้อภิปรายทั้ง ๒ ข้าง วันนี้ในขณะนี้ท่านยังไม่ได้เปิดให้ลงมติครับว่าจะรับญัตตินี้ ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่
เดี๋ยวนี้ยังไม่ได้รับอะไร สักอย่างครับ
ถูกต้องแล้วครับ ท่านประธาน วินิจฉัยถูกต้องแล้วครับ เมื่อยังไม่ได้รับท่านก็จะไม่สามารถเปิดให้อภิปรายได้ครับ ท่านต้องลงมติก่อนครับ ลงมติเสร็จแล้วถ้าผลเป็นประการใดก็ให้ต่างฝ่ายต่างอภิปราย สนับสนุนและคัดค้านกันไป ผมเลยเสนอให้ท่านประธานลงมติก่อนครับว่าจะรับญัตติใด
ผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว ผมก็อาศัยข้อบังคับ ข้อ ๒๑ ดําเนินการอยู่ แล้วเรื่องต่าง ๆ มันก็ควรจะเดินหน้าได้ เพื่อรวบรัด คุณประเสริฐเสนอมาก็เพื่อให้บรรยากาศมันเร็วขึ้นอย่างนั้นใช่ไหม ว่ามา
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ประท้วงเพื่อนสมาชิก ท่านประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับ ท่านดู ข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ครับ ในการอภิปราย ผู้เสนอญัตติมีสิทธิที่จะอภิปรายเพื่อประกอบ เหตุผลที่เขาเสนอญัตติ มิได้บอกว่าเสนอญัตติแล้วมีผู้รับรองญัตติแล้วก็จะต้องลงคะแนน หรือลงมติเลยว่าจะรับหรือไม่รับ อันนั้นคือกระบวนการที่อาจจะกระทําได้ครับ ท่านประธาน แต่ข้อบังคับนี่เขียนไว้ชัดเจน ต้องมีการอภิปรายให้เหตุผลประกอบกับ การเสนอญัตติ ซึ่งท่านประธานก็ดําริแล้วก็วินิจฉัยไว้ถูกต้องแล้ว ส่วนท่านจะให้กี่คน เท่านั้นเอง
คือผมก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว ผมก็บอกขอฝ่ายละ ๒ คน เสร็จแล้วก็ลงมติว่าจะรับของคุณพีรพันธุ์ไหม
ท่านประธานครับ ท่านประธานกรุณาฟังผม สักนิดหนึ่งครับ
ถ้าไม่รับก็ตกไป มันก็มีแค่นั้น
ท่านประธานครับ ขณะที่ผมกราบเรียน ท่านประธาน ผมขออนุญาตนิดเดียว ท่านกรุณาเถอะครับ ผมกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานวินิจฉัยได้ถูกต้องแล้ว เพียงแต่ติดว่าจะให้กี่คนเท่านั้นเอง แล้วการเสนอ ญัตติตามข้อ ๔๗ (๗) จะต้องเป็นเรื่องอื่นไม่ใช่ญัตติครับ ญัตติที่มีทํานองเดียวกัน เช่นตรวจสอบฝ่ายค้านขึ้นเวทีก็คือเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม เป็นญัตติตั้งกรรมาธิการด้วยครับ เป็นเรื่องเดียวกันเลยครับซึ่งจะกระทํามิได้
และประการที่ ๒ ญัตตินี้ก็ยังไม่ได้รับ ไม่ได้อยู่กระบวนการของการพิจารณา เรื่องรับญัตติไปแล้ว ถ้ารับแล้วพิจารณาแล้วถึงจะเข้าข่ายใช้ข้อ ๕๐ และข้อ ๔๗ (๗) หรือข้อ ๗๗ วงเล็บอื่น ๆ ท่านประธานวินิจฉัยได้ถูกต้อง ผมกราบเรียนท่านประธาน ให้ท่านประธานยืนคําวินิจฉัยท่านแล้วก็อนุญาตให้ท่านสมาชิกอภิปรายสนับสนุนญัตติ หลังจากนั้นก็มาลงมติ ส่วนจะรับหรือไม่รับอีกเรื่องหนึ่งครับ ถ้าสมาชิกเสียงข้างมากไม่รับ พวกกระผมเองก็มีข้อเสนอบางเรื่องบางประการเช่นเรื่องดี ๆ อย่างนี้ไม่รับพวกผม ก็ไม่สามารถที่จะอยู่ร่วมประชุมได้ ยกตัวอย่างถ้าเป็นอย่างนั้น ขอบคุณครับ
นั่นก็อีกเรื่องหนึ่งครับ เอาเรื่องนี้ก่อนให้มันจบเป็นเรื่อง ๆ ไป
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณประเสริฐพอแล้วครับ พอเข้าใจแล้วครับ ต่างคนต่างอ่านตําราเดียวกันครับ ยังไม่ได้เปิดอภิปรายเลย
ท่านประธานครับ เพื่อให้เกิด ความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อทางคุณหมอชลน่าน ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน เมื่อท่านอธิบายเสร็จ ผมก็จะอธิบายให้เข้าใจตรงกันว่าอันไหนถูกต้องกว่ากัน
คือถูกผิดนี่ประธาน ได้วินิจฉัยไปแล้ว
ถูกต้องครับ
จะดําเนินการต่อไปแล้ว ตอนนี้
ท่านประธานครับ คือผม ขออนุญาตพูด ๑ นาทีเพื่อให้ท่านประธานวินิจฉัย ทําตามขั้นตอนของท่านประธาน ผมไม่ได้ก้าวก่ายแล้วผมไม่ใช่เป็นคนประท้วงบ่อย ท่านประธานครับ คือที่กล่าวมานี่ถูกต้อง หมายถึงว่าต้องผ่านขั้นตอนของข้อ ๒๑ ข้อ ๒๑ เขาเขียนไว้ว่า เว้นแต่ที่ประชุม จะลงมติเป็นอย่างอื่น หรือจะไปผ่านขั้นตอนตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ เมื่อที่ประชุมลงมติ เห็นชอบตามที่เสนอ หรือจะข้อ ๕๐ เขาก็จะเขียนเอาไว้ว่า ข้อ ๕๐ ในกรณีที่ที่ประชุม ลงมติให้ยกเรื่องอื่นล้วนแล้วแต่ต้องลงมติ พอลงมติผ่านแล้วจะถึงขั้นตอนผู้มีสิทธิ อภิปราย เขาก็จะเขียนไว้ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๘ ว่า ผู้ที่มีสิทธิอภิปรายก่อนคือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติ อันนี้ถูกต้อง แต่ต้องผ่านกระบวนการลงมติเสียก่อนครับ
คือเขาต้องการให้เหตุผล ก็ต้องให้เขาให้เหตุผลสนับสนุนญัตติของเขา วิธีปฏิบัติของเราก็ได้ปฏิบัติตลอดมา คุณประเสริฐก็รู้ก็อยู่ในสภานี้นาน ใครเสนอพระราชบัญญัติอะไรมาก็ต้องมีคนเสนอ อภิปรายให้การสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนั้นหรือญัตติฉบับนั้นก่อนที่จะลงมติ อันนี้ ก็ปฏิบัติมาตลอด แล้วจะให้ผมทําอย่างไรครับคุณประเสริฐ
ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน พูดถูกแล้วครับ คือโดยปกติเมื่อมีผู้เสนอญัตติในขณะที่เสนอญัตตินั้นผู้เสนอญัตติ ต้องอภิปรายเหตุผลสนับสนุนญัตติของตนเอง แต่บัดนี้ได้เลยขั้นตอนนั้นมาแล้วครับ เลยมาแล้วครับ
มันยังไม่ได้เลยอะไร สักนิดเลยครับ มีแต่การประท้วงกัน มันไม่เลยเลย เนื้อหาสาระยังไม่มีสักนิด
ผมเคารพท่านประธาน ผมไม่เคย เถียงกับท่านประธาน แล้วท่านประธานจะสังเกตว่าผมไม่เคยประท้วง แต่ผมเห็นว่าสภานี่ มันจะเดินไปไม่ได้ ผมอยากช่วยท่านประธานให้สภามันเดินไปได้ แล้วก็เดินไป ด้วยความราบรื่น ท่านประธานในขณะที่ท่านประธานให้เขาเสนอญัตตินี่ท่านต้องให้เขา แสดงเหตุผล แต่ในขณะนี้ท่านประธานไปกําหนดว่าให้ฝ่ำยนั้นอภิปราย ๒ คน ฝ่ายนี้อภิปราย ๒ คน อันนี้มันไม่ได้ ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่เจ้าของญัตติแล้วครับ
จะไปกันใหญ่แล้ว คุณประเสริฐ
(นายไพจิต ศรีวรขาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไรอีกคุณไพจิต
ผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงท่านประธานที่อนุญาต ให้ท่านสมาชิกได้พูดซํ้าแล้วซํ้าอีก คําวินิจฉัยของประธานนี่ดําเนินการประชุมได้แล้วครับ ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดครับ ผมขออนุญาตให้ท่านพีรพันธุ์ได้ดําเนินการเลยครับ
ผมก็ว่าอย่างนั้นละครับ คือเป็นประธานก็ไม่มีอํานาจอะไรเลย คนนี้ก็ประท้วงคนนั้นก็ประท้วง เคารพประธานตลอด แต่ด่าประธานตลอด หมอมีอะไรล่ะ ไม่ให้พูดเดี๋ยวก็ด่าผมอีก เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ว่าอะไรประธานนะครับแต่อยากจะชี้แจง ผมสนับสนุนท่านประเสริฐครับ คือเรา จะพูดกันว่าญัตติที่เขาเสนอมาท่านประธานและที่ประชุมนี้รับหรือยัง กรณีที่ท่านประธาน บอกว่าให้เขาแสดงเหตุผล
ยังไม่ได้รับครับ
ถ้ายังไม่ได้รับ เขายังแสดงเหตุผลไม่ได้ครับ อย่างเช่นญัตติทั่วไปเวลาที่เขาลุกขึ้นอภิปรายเหตุผล นั่นหมายถึงว่าท่านประธานต้องบรรจุ เข้าในระเบียบวาระการประชุมแล้วใช่ไหมครับ แต่นี่อยู่ในขั้นตอนของการเสนอ ทางโน้น เสนอให้ตั้งกรรมาธิการแต่ทางนี้บอกว่าให้เสนอให้เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมเดิม เพราะฉะนั้นท่านประธานมีวิธีเดียวคือต้องโหวตครับ
คุณหมอครับ มันก็ไกล ไปแล้วครับ คือญัตติใด ๆ ก็ตามเมื่อในที่ประชุมเสนอ มีผู้รับรองถูกต้องในที่ประชุม ก็ถือว่าบรรจุไปแล้ว
ท่านประธานคิดอย่างนั้นหรือครับ
ไม่ใช่คิด
ท่านประธานตัดสินอย่างนั้นได้อย่างไรครับ
ข้อบังคับ ไม่ได้คิด คุณหมอผมไม่ได้คิด
แต่ผมไม่เห็นเหมือนท่านประธานนะครับ ถึงแม้มีการรับรองแล้วแต่ถ้าไม่รับพิจารณาก็ยังคิดไม่ถึงนะครับ
คือการจะโหวตนี่แหละครับ ถ้าไม่มีเหตุมีผลเขาจะโหวตอย่างไร
คือทางโน้นเสนอว่าให้ตั้งกรรมาธิการ แต่ทางนี้บอกว่าให้ดําเนินการตามระเบียบวาระการประชุมเดิม
ไม่เอาพอแล้วครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องโหวตสิครับ ว่าจะเอาตามระเบียบวาระการประชุมเดิมหรือว่าตามญัตติที่เขาเสนอ ต้องอย่างนั้นสิครับ ทางโน้นบอกให้ตั้งกรรมาธิการ ทางนี้บอกเอาตามระเบียบวาระการประชุมเดิมครับ
เขาเสนอแล้ว แล้วก็ จะต้องมีผู้สนับสนุน แล้วก็อีกฝ่ำยหนึ่งเสนอก็ต้องมีผู้สนับสนุนคําเสนอนั้น แล้วก็ ฟังเหตุผล แล้วก็มีการลงมติว่าจะรับหรือไม่รับ เมื่อไม่รับก็ตกไป มันก็มีแค่นี้เองครับ คุณหมอ
ท่านประธานมันไม่ต้องอภิปรายหรอกครับ เพราะว่าทางโน้นเสนออย่างหนึ่ง ทางนี้เสนออีกอย่าง ขัดแย้งกันก็ต้องโหวตสิครับ
ญัตติก็เหมือนกับ พระราชบัญญัตินะครับ คุณหมอผมไม่ได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้หรอกครับ แต่ว่าเอาตาม ข้อบังคับ ผมถือว่ายุติได้แล้วครับ เรื่องนี้ยุติได้แล้วครับ
ก็เรามองข้อบังคับต่างกันนะครับ
ผมได้ชี้ขาดไปแล้วนะครับ คุณพีรพันธุ์ได้อภิปรายแล้วให้ผู้สนับสนุน ๒ คนเพื่อให้มันเร็วขึ้น ใครที่จะอภิปราย สนับสนุน ๒ ท่าน สลับกันฝ่ายละ ๒ คน อภิปรายแล้ว
ท่านประธานครับ ยังครับ เพิ่งจะเริ่มต้น เท่านั้นเองก็มีการประท้วงต่อ
ถ้าเขารับรองแล้วก็ถือว่า อภิปรายแล้วก็แล้วกันครับ
ยังไม่ได้เริ่มเลยท่านประธานครับ เพียงแต่บอกว่าขอเสนอญัตติ แล้วก็มีการประท้วงมาตลอด ผมยังไม่ได้ให้เหตุผล จริง ๆ เลย ผมต่อเลยนะครับท่านประธาน
เอาสัก ๒ นาทีครับ
๒ นาทีคงจะไม่พอครับท่านประธาน
เอา ๒ ชั่วโมงหรืออย่างไร
ท่านประธานครับ คือเหตุการณ์ นองเลือดที่มันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ ๑๐ เมษายน ผมได้เรียนท่านประธานไปแล้ว ลงท้าย ผู้บาดเจ็บร่วม ๘๐๐ กว่าคน ตาย ๒๕ คน ในจํานวนนี้เป็นทหารด้วย และผู้สื่อข่าว ต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้นข่าวนี้มันไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่มันกระจาย ออกไป มันแพร่ออกไปทั่วโลกว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย นับเป็นเหตุการณ์ ที่รุนแรงที่สุดในรอบ ๒๐ ปี ผมเองก็ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะมาพบเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก ทําให้ผมกลับมานั่งคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีหลายคนบอกผมบอกว่า รัฐบาลนี้เมื่อเดือนเมษายนปี ที่แล้วก็มีการใช้กําลังกันอย่างนี้ คราวนั้นรัฐบาล ภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าไม่มีคนตาย ทั้งที่ก็มีผู้บาดเจ็บจํานวนมาก ผู้เสียชีวิตก็มี แต่วันนี้ ครบรอบปีมันเกิดขึ้นอีกแล้ว แล้วคราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม หลายคนก็เลยบอกผมว่า ช่วยบอกนะรัฐบาลนี้เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วก็ทําร้ายประชาชน เดือนเมษายนนี้ปีนี้ ฆ่าประชาชนอีกแล้ว นี่คือสิ่งที่คนทั่วไปเขาพูดกันครับ ท่านประธานครับ ช่วงระหว่างที่มันมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผมเองก็ได้ติดตามดูการดําเนินงาน ของรัฐบาลว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ภาพที่เราเห็นกันอยู่ซํ้าแล้วซํ้าเล่าคือการที่ นายกรัฐมนตรีที่ท่านออกมาแถลงข่าวทางสถานีโทรทัศน์ที่รัฐบาลเองก็ยึดไว้ไม่ให้คนอื่น แถลงนั้น ท่านพูดอยู่เสมอว่าจะไม่มีการสลายการชุมนุม และท้ายที่สุดที่พูดไว้ อย่างชัดเจนก็คือว่าเปลี่ยนจากคําว่าสลายมาขอใช้คําว่าขอพื้นที่คืน ขอพื้นที่คืนก็มุ่ง ไปที่พื้นที่คือที่มีการชุมนุมกันอยู่ที่ราชประสงค์ แล้วก็แถมยังบอกว่าขอให้ไปชุมนุมกัน ที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ แต่ท่านประธานครับ พูดยังไม่ทันขาดคําเลยนะครับ ถ้าท่านตามดู เหตุการณ์หลังจากนั้นก็เกิดขึ้น เสียงปืนกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นมันเกิดที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ซึ่งเป็นถิ่นที่รัฐบาลบอกว่าให้มาชุมนุมกันที่นี่ เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ใครจะไปนึกว่าในเมื่อรัฐบาลเองขอร้องบอกว่าให้ออกไปจากราชประสงค์มาอยู่ที่ สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ แต่ว่าเหตุการณ์ปราบและเข่นฆ่าประชาชนมันเกิดขึ้นที่สะพาน ผ่านฟ้ำลีลาศ นี่เป็ นสิ่งที่หลายคนก็สงสัย หลายคนก็อยากจะรู้ แต่แน่นอนครับ เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่พวกเราเห็นก็คือว่าสื่อ การสื่อสารที่จะทําให้ พี่น้องประชาชนที่อยากจะรู้ว่าเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นนั้นได้ถูกปิด ผมเองพยายามจะดู จากช่องพีทีวีที่ผมเคยดูก็ดูไม่ได้ ตามไปดูจากช่องอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ ก็ดูไม่ได้ ตามไปกระทั่งเอสเอ็มเอส (SMS) เอง ทางซีกรัฐบาลก็จะตามปิดเอาให้ได้ คือปิดหูปิดตาประชาชนหมด ปิดแค่นั้นไม่พอครับ แต่รัฐบาลเองกลับใช้สื่อของรัฐบาล ช่องสถานีโทรทัศน์ที่เป็นของรัฐ รัฐบาลยึดคืนไปแล้วก็แถลงข่าวแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีใคร เขาเชื่อหรอกครับ ในเรื่องนี้ผมก็ได้พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้นบอกว่าการใช้สื่อ อย่างไม่มีสติมันไม่เกิดเป็ นผลดีต่อประเทศนี้เลยครับ เอาละครับท่านประธาน ผลจากการดําเนินการที่มันเกิดขึ้นที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านเปิดหูเปิดตาบ้าง ไปดูสื่อต่าง ๆ บ้าง ไม่ใช่ฟังแต่เสียงคนที่อยู่รอบข้างรายงานไป เท่านั้น นายกรัฐมนตรีท่านนี้ซึ่งก็จบการศึกษาจากประเทศที่เป็ นแม่แบบ ของประชาธิปไตย ถูกตีตราว่ามือเปื้อนเลือด มือเปื้อนเลือดไม่ใช่ผมพูดเองนะครับ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ด้วยท่านลองไปตรวจสอบดูสิครับ สื่อหลายฉบับ มือเปื้อนเลือดอีกจนได้ นี่คือผลที่มันเกิดขึ้น ยิ่งสื่อในต่างประเทศ ที่ผมพยายามติดตามดู ผู้คนก็มีความสงสัยกันมากมายว่าเหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นได้ อย่างไร ที่มีการสังหารพี่น้องประชาชนซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้น คนเหล่านั้นเขาก็บอกมาอยู่ ตลอดเวลาว่าการชุมนุมที่เขาทําอยู่นั้นคือการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ พวกผมพยายามจะบอกรัฐบาล บอกว่าอย่าใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ เพราะถ้าท่านใช้เมื่อไรมันจะทําให้การชุมนุมที่เขาชุมนุม กันอยู่นั้นผิดกฎหมาย แต่ผมก็มาดูเหตุการณ์ที่ท่านดําเนินการไปอยู่นั้น ผมก็เข้าใจได้ดีว่า การที่ท่านประกาศใช้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ทั้ง ๆ ที่ ตอนประกาศนั้นเหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้น มันยังไม่มีความรุนแรงถึงขนาดนั้น เป้ำหมาย วัตถุประสงค์หลักก็คือท่านต้องการที่จะให้การชุมนุมนั้นผิดกฎหมายคือผิด พ.ร.ก. ฉบับนี้ และเป็นเหตุที่ท่านจะได้อ้างที่จะใช้กําลัง โดยเฉพาะกําลังทางทหารนั้นเข้าไปสลายมวลชน ไปปราบปรามมวลชน และสุดท้ายท่านเองก็ถูกตราบาปว่าเป็นมือเปื้อนเลือด นี่คือสิ่งที่ มันไม่ควรจะเกิดขึ้นอย่างนี้ในประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ เมื่อเรื่องเกิดขึ้นมา กลางดึกคืนนั้นผมคิดว่าสื่อและประชาชนเป็นแสน ๆ คนทั่วประเทศก็คงอยากจะรู้ว่า รัฐบาลจะแถลงอะไร อยากจะพูดอะไรนะครับ กลางดึกคืนนั้นผมเห็นนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลง ก็เพียงแต่แสดงความเสียใจพอเป็นพิธีเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีแทนที่จะหาทางที่จะแก้ไขปัญหานั้นกลับวกเข้ามาบอกว่า ความสูญเสียที่มันเกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากผู้ชุมนุมทําร้ายเจ้าหน้าที่ มีอาวุธ แต่รัฐบาลเอง ไม่ยอมพูดสักแอะเลยว่าทหารพกอาวุธสงครามเข้าไปในที่นั้นได้อย่างไร ใช้กระสุนจริง เข้าไปสลายการชุมนุมได้อย่างไร เป็นวิธีการที่สากลโลกเขาไม่ทํา รัฐบาลไม่ได้ยอมพูด เรื่องเหล่านี้เลย ท่านประธานครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับกับท่าที ของนายกรัฐมนตรีที่ได้เข้าออกสถานีโทรทัศน์ชี้แจงมาก่อนนั้น คือในคืนวันที่ ๙ ก่อนวันที่ ๑๐ เมษายน จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้น นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงจากกรมทหารราบที่ ๑๑ ด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด นํ้าเสียงบอกว่าจะต้องเอาชนะให้ได้ ๆ ทันทีหลังจากที่แถลงข่าว เสร็จไปแล้ว พวกผมก็เห็นรถบรรทุกทหาร รถหุ้มเกราะ รถถัง รถพยาบาลอีกเป็นร้อย ออกมาจากกรมทหารราบที่ ๑๑ มุ่งมายังที่สะพานผ่านฟ้ำลีลาศ และเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้น อย่างที่หลาย ๆ คนได้เห็นแล้ว ภาพอย่างนี้ที่มันเกิดขึ้นผมเองไม่ได้เข้าใจเป็นอย่างอื่นเลย ว่ามีการเตรียมการที่จะสังหาร ที่จะเข่นฆ่าประชาชนให้ได้ จะต้องเอาชนะให้ได้ จะต้องจบให้ได้ นี่คือที่เราได้รับฟังมากันอยู่ในขณะนั้น ไม่ว่าจะเกิดด้วยวิธีใดก็ตาม สุดท้ายมันก็เกิดเหตุการณ์นองเลือดอย่างที่เกิดขึ้น ท่านประธานไปดูสิครับ ภาพดีวีดี (DVD) ที่มีการนํามาฉาย ผมเห็นอยู่ภาพหนึ่งที่ยังติดตาผมอยู่ทุกวันนี้ ภาพหนุ่มเสื้อแดง คนหนึ่งที่กําลังโบกธงอยู่ในที่ชุมนุม เขากําลังโบกธงอยู่ขณะนั้นก็ล้มตึงไป หัวสมอง แตกออกไป แน่นอนครับ กระสุนปืนที่ยิงเข้าสู่เขานั้นคนที่รู้เรื่องอาวุธตอบได้ทันทีว่า เป็นกระสุนที่ใช้เป็นอาวุธในทางสงคราม
ประท้วงเรื่องอะไรครับ ขอโทษนะครับ มีผู้ประท้วงท่านพีรพันธุ์ ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ คือประธานคนที่แล้วบอกว่าให้พูด ๒ นาที นี่ ๗ นาทีแล้วครับ
อย่างนี้นะครับคือท่านพีรพันธุ์เป็ นผู้เสนอญัตติ เพราะฉะนั้นเราก็ให้โอกาสท่าน ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านรวบรัดหน่อยนะครับ ขอความกรุณาจะได้ราบรื่นนะครับ เดี๋ยวผมจะใช้ดุลยพินิจ ขอให้ท่านพีรพันธุ์ อีกสักนิดหนึ่งนะครับ เดี๋ยวท่านก็รวบรัด ขอบคุณครับ เชิญท่านพีรพันธุ์
ขอบคุณท่านประธานครับ คือผม จําเป็นต้องอธิบายให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เพราะพี่น้องก็อยากจะทราบ ผู้คนทั่วไปก็อยากทราบ วันนี้ทุกคนต่างก็หาคําตอบว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร รัฐบาลได้พูด ทุกคนทราบว่าการสลายการชุมนุมนั้นจะต้องเสร็จก่อนหกโมงเย็น เพราะเราเคยเห็นแล้วว่าถ้ากลางคํ่ากลางคืนขึ้นมาอันตรายหลายอย่างมันเกิดขึ้น ผมคิดว่ารัฐบาลคาดเหตุการณ์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้ามันล่วงเลยไปถึงเวลากลางคืน แต่ท่านก็ยังจงใจ และมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ตอนกลางคืนไม่ใช่กลางวัน ความรุนแรง ที่มันเกิดขึ้นนี่ทําให้ผมเชื่อได้ว่ามีการเตรียมการ มีการจงใจ และอาวุธที่เข้าไปใช้นั้น มันก็ชัดเจนว่าเป็นอาวุธสงคราม ซึ่งประชาชนทั่วไปไม่มีหรอกครับ ท่านประธานครับ เมื่อมันเป็นอย่างนี้เกิดขึ้นมาแล้วผมไม่เห็นท่าทีของนายกรัฐมนตรีหรือผู้รับผิดชอบ จะออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย ไม่มีครับ ถ้าเป็ นประเทศที่เขาเป็ น ประชาธิปไตยอย่างนี้แล้ว ประธานาธิบดีหรือผู้นําลาออกไปแล้ว
ท่านพีรพันธุ์มีผู้ประท้วงครับ เดี๋ยวให้ผู้ประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานที่ปล่อยให้ท่านผู้อภิปรายอภิปรายเกินเลยไป จริง ๆ แล้วขั้นตอนนี้ ก็คือท่านมีหน้าที่ที่จะลุกขึ้นมาอภิปรายให้สภานี้สนับสนุนญัตติของท่านเท่านั้นครับ ไม่ควรจะอภิปรายลึกเข้าไปในเนื้อหา ผมว่าตอนนี้ท่านเลยไปมากครับ ท่านไม่ได้โน้มน้าว ให้สภานี้รับญัตติของท่านเลย ความจริงแล้วควรจะอภิปรายสั้น ๆ ครับ
ก็ผมวินิจฉัยอย่างนี้นะครับ ท่านพีรพันธุ์ครับ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ท่านนําเสนอญัตติ เพื่อที่จะให้เหตุผลว่าท่านเสนอญัตติด้วยปากเปล่าเพื่อจะให้สภารับเข้าสู่การพิจารณา ในระเบียบวาระการประชุม ฉะนั้นอยากจะให้ท่านได้กรุณาชี้ไปให้ตรงประเด็นว่า ทําไมถึงจําเป็นจะต้องมีญัตตินี้ให้สภาได้พิจารณาว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการอย่างที่ ท่านว่านะครับ ส่วนรายละเอียดหลังจากสภาเรามีมติรับเรื่องของท่านหรือญัตติท่าน เข้าในวาระแล้วนี่ ก็จะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางต่อไปนะครับ ฉะนั้นก็ขอความกรุณาท่านให้ตรงประเด็นและกระชับหน่อยครับ เพราะว่ามันก็เกินเวลา อย่างที่ท่านสมาชิกท่านได้ตั้งข้อสังเกต เพราะท่านประธานชัยท่านก็ได้วางแนวปฏิบัติไว้ ก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ผมก็จําเป็นต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ก็อนุโลมให้ท่าน ฉะนั้น ขอความกรุณาเถอะครับ เอาเฉพาะเหตุผลสําคัญที่ท่านคิดว่าท่านเสนอญัตติวันนี้ ด้วยความเร่งด่วน เป็นญัตติปากเปล่านี่มันมีอะไรบ้าง เผื่อให้สภาเขาจะได้ประกอบการ วินิจฉัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ คือเจตนาของผม ก็คือว่าไม่อยากจะเห็นเหตุการณ์อย่างคืนวันที่ ๑๐ เมษายนนี้เกิดขึ้นอีก ในชั้นนี้ผมเอง ก็พยายามที่จะหาข้อมูลข่าวสาร บังเอิญครับท่านประธานครับ หนังสือพิมพ์มติชน รายสัปดาห์เล่มนี้ครับ คนไทยโชคดีที่ได้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี มันให้ข้อมูลในเบื้องต้น อยู่พอสมควร ในเมื่อมันไม่มีช่องทางอื่นแล้วผมก็ต้องอาศัยสภาแห่งนี้ที่จะมาบอกว่า ทุกคนกําลังช่วยกันหาอยู่ว่านายกรัฐมนตรีบอกว่าให้จบให้สลายภายในหกโมงเย็นนะ แล้ว ๒ ทุ่มมันยิง มันฆ่ากันได้อย่างไร นี่คือพวกเราต้องช่วยกันหาคําตอบ วันนี้ปัญหา มันจบหรือยังครับท่านประธาน รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบอะไรบ้ำง จะตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบไหม กลับไปกล่าวหาว่ามีผู้ก่อการร้ายเข้าไปแทรกซึม อยู่ในนั้น ผมก็มาดูแล้ว อ้อก็เป็นความฉลาดของรัฐบาลนะ บังเอิญว่าใน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินมันมีคําว่าผู้ก่อการร้าย ท่านก็เลยเอาคํานี้มาพูด เพื่อจะอ้างให้มันสมเหตุผลว่าที่ประกาศ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน นี่ก็เพราะมีผู้ก่อการร้ายอยู่ในผู้ชุมนุมเท่านั้นเองหรือครับ วันนี้หาเจอหรือยังล่ะ หาเจอ หรือยังผู้ก่อการร้าย เอาละ เมื่อยังไม่เจอวันนี้ทําอย่างไรอีกครับ ถ้าท่านประธานติดตามดู เหตุการณ์ในขณะนี้ท่านประธานไปแถวสีลม ไปแถวราชประสงค์ ทหารเป็นหมื่น เต็มอยู่ที่นั่นครับ คนต่างประเทศที่เขามาเห็นเข้าเขาคงนึกว่าประเทศนี้เมืองนี้มันมีอะไร เกิดขึ้น ดูภาพทหารสิครับ ถือปืนเอ็ม ๑๖ ดูจากภาพนี่พร้อมที่จะสังหารผู้คน วันนี้ยังอยู่ มีการประกาศแผน ๙ ขั้น หลายแผนขึ้นมา ทําอะไรครับ ผมอยากจะถามว่าวันนี้ มันยังไม่จบ ๒๕ ศพยังไม่พอหรือครับ ท่านจะเอาอีกกี่ศพ นี่คือสิ่งที่ผมไม่อยากจะให้มัน เกิดขึ้น เมื่อไม่อยากให้เกิดขึ้นเราก็ต้องมาศึกษาหาสาเหตุกันให้ได้ว่าทําไมจึงใช้กําลังทหาร พร้อมด้วยอาวุธสงครามเข้าไปสลายการชุมนุม เข้าไปเข่นฆ่าประชาชนอย่างนี้ เราไม่ควร จะสูญเสียชีวิตอย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศนี้แม้แต่ชีวิตเดียว ผู้คนเขามาชุมนุมกัน ด้วยความสงบ เสนอข้อเรียกร้องที่เป็นข้อเรียกร้องทางการเมือง แล้วใครล่ะ รัฐบาลนี้ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งจะทํากับประชาชนอย่างนี้ ผมอยากจะให้เหตุการณ์นี้มันเป็น ครั้งสุดท้าย เป็นครั้งสุดท้ายจริง ๆ แต่ถ้าดูเหตุการณ์ที่กําลังเตรียมอยู่ในขณะนี้มีใครแน่ใจ ว่ามันจะจบลงเอยอย่างไร มีหลายคนบอกผมว่าสัก ๔๐๐-๕๐๐ ศพก็ช่างมัน ยังคิดกัน อย่างนั้นอยู่ครับ ถ้าไม่คิดกันอย่างนั้นเขาคงไม่เตรียมขนทหารขึ้นมาเป็ นจํานวน หลายหมื่นคนพร้อมด้วยอาวุธอย่างนี้หรอก ท่านประธานอยากปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างนี้ อีกหรือครับ ผมคิดว่านี่เป็นบทบาท เป็นหน้าที่ของพวกเราสมาชิกรัฐสภาจะต้องหาทาง ช่วยกัน เรามีบทเรียนมามากแล้ว เราสูญเสียมามากแล้ว อย่าให้ประเทศนี้ต้องสูญเสียอีกเลย อย่าให้ประชาชนพี่น้องผมต้องถูกเข่นฆ่าอีกเลย รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ เราช่วยกันหา ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเพื่อป้ องกันไม่ให้เรื่องมันเกิดขึ้นอีก นี่คือเหตุผลที่ผมเสนอญัตตินี้ ขึ้นมาเพื่อขอให้สภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบว่ามีการสังหาร ประชาชนผู้มาชุมนุมอย่างนี้ได้อย่างไรครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ก็จะให้โอกาสฝ่ายรัฐบาลก่อนนะครับ เดี๋ยวก็มาทางฝ่ายค้าน เชิญทาง ฝ่ำยรัฐบาลจะเสนอใครครับ เพราะว่าท่านประธานได้ให้ข้างละ ๒ ท่านนะครับ ท่านอรรถพรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายเพื่อแสดง ความไม่เห็นด้วยต่อญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์ ๑๐ เมษายน ผมมีเหตุผลมากมายหลายประการ แต่ผมจะหยิบยกเพียงบางประเด็นเพื่อประกอบ การตัดสินใจของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้งสภา
ประการแรก มีกฎหมายฉบับหนึ่งรอคอยการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ เป็นกฎหมายซึ่งเสนอโดยท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นกฎหมาย ที่จะทําให้พี่น้องประชาชนนับล้านคนทั่วทุกภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือ และภาคอีสานได้มีโอกาสมีที่ดินเป็นของตนเอง สามารถจะใช้ที่ดินเป็นทุนในการต่อสู้ชีวิต สืบไป กฎหมายฉบับนี้ถ้าได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาในวันนี้ วันพรุ่งนี้รอยแผลอํามาตย์ ไพร่ ซึ่งมีคนพยายามจะถ่างรอยแผลนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอยู่จริง มันจะได้สมานเป็นเนื้อเดียวกันเสียที สมานด้วยบทบาทอันศักดิ์สิทธิ์ของสภาแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ไมโครโฟน
ประการที่สองและประการที่สาม มากมายครับ ผมไม่จําเป็นต้องพูด ภาพที่ปรากฏตั้งแต่เช้าจนถึงวันนี้มันบอกทุกอย่างครับว่าสภาแห่งนี้ในวันนี้มันเป็น ทางออกของชาติบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าเมื่อวันพฤหัสบดีก่อนที่คนเสื้อแดงมารายล้อม อยู่รอบสภามันบอกหมดครับว่าสภาแห่งนี้วันนี้เป็นทางออกของบ้านเมืองหรือไม่ ภาพที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติบางท่านร่วมกับผู้นําคนเสื้อแดงเข้ามาบุก ค้น ไล่ล่าผู้นํารัฐบาลในสภาแห่งนี้ บางคนจับ ส.ห. สารวัตรทหารไปรุมยํา รุมทําร้าย ประชาทัณฑ์ มันบอกหมดครับ มันเป็นเหตุผลที่สลักสําคัญที่สุดเหนือกว่าคําพูดใด ๆ ผมเกรงว่าถ้าเราพิจารณาญัตตินี้ในวันนี้โดยไม่เดินตามมาตรา ๑๗๙ ที่เปิดโอกาสให้ วุฒิสมาชิกซึ่งเราต้องยอมรับว่าเขาเป็นตัวแทนของประชาชนทุกภาคส่วนได้มีโอกาส เข้ามาร่วมพิจารณาเราอาจจะหาคําตอบไม่ได้ สิ่งที่ได้จากสภาในวันนี้มันอาจจะเป็น การเติมเชื้อไฟแห่งความขัดแย้งที่ถนนราชดําเนินให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น และเขากําลัง หาเชื้อไฟจากสถานที่แห่งนี้อยู่ครับ ถ้าเราพิจารณาเรื่องนี้ในวันนี้และเต็มไปด้วยอคติ เต็มไปด้วยความแตกต่างของสี ของความคิด ของเป้ำหมาย ของการรับใช้ใคร ในที่สุด สิ่งที่คนเขาปรามาสเขาประณามมาตลอดเวลา พยายามจะขยายข่าวอยู่ตลอดเวลาว่า มันมีแก้ว ๓ ประการที่จะสร้างไทยใหม่ครับ มีมวลชลที่นั่นละครับ มีพรรคการเมือง แล้วก็มีกองกําลังติดอาวุธเข่นฆ่าประชาชน ผมไม่อยากให้คนเข้าใจว่าสภาแห่งนี้ เป็นไปตามที่มีคนสร้างข่าวปล่อยข่าว ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมอาจจะพูดด้วยความรู้สึกเป็นพิเศษ ผมเข้าใจครับ ผมเข้าใจว่าถ้าญัตติวันนี้เข้าสภา ประโยคที่จะพูดมากที่สุดเป็นเหมือนคาถาประจําวันนี้ก็คือนายกรัฐมนตรีฆ่าประชาชน ผมเข้าใจครับ ผมผ่านมาแล้วครับ ผมไม่ได้ต่อสู้แค่บนเวทีถ่ายทอดดาวเทียม ผมไปยืนกลางถนนมาแล้วครับ พฤษภาวิปโยค ผมรู้รสว่าเวลาทหารมาเป็นร้อย เป็นพัน เอาเอ็ม ๑๖ ทั้งหมด เอากระสุนจริงทั้งสิ้นมันเป็นอย่างไร ผมรู้ครับ แล้ววันที่เขา บุกเข้ามาสลาย ผมไม่ได้หนีเหมือนผู้นําบางคนที่มันปีนอย่างกับอินทรีย์แดง
เอาเฉพาะประเด็นว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับญัตติพอนะครับ เดี๋ยวไปไกลมาก
ผมยืนนั่งให้เขาตีครับ ผมเข้าใจว่า วันหนึ่ง วินาทีหนึ่ง ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยชีวิตมันก็สละได้ ผมเข้าใจครับ ถูกตีแล้ว ผมทําอย่างไรท่านประธานรู้ไหมครับ ผมไม่มีปัญญาจ้างอ้ายโม่งดําหรอกครับ ผมร้องไห้ กลางถนนราชดําเนินด้วยความคับแค้น อีก ๒ ปีต่อมา ๓ ปีต่อมา ผมร้องไห้มากกว่าเดิมอีก เมื่อรู้ว่าที่เราประณามเผด็จการทหารยุคนั้นเป็นมือเปื้อนเลือด คนตายไปมากมาย ไม่น้อยกว่าคราวนี้หรอกครับมากกว่าเยอะ มันก็มีใครบางคนไปจับกับอ้ายมือเปื้อนเลือดแสวงหาประโยชน์ได้สัมปทานดาวเทียม ถ่ายทอดอยู่ทุกวันนี้ครับ ผมไม่เข้าใจตรรกศาสตร์ตรงนี้เลยว่ามันคืออะไร อย่างเรื่อง ยุบสภาครับ ท่านบอกสภามันให้คําตอบปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ สภามันเป็นทางหายนะ ของบ้านเมือง มันต้องยุบสภา ต้องยุบวันนี้ ต้องยุบพรุ่งนี้ ต้องยุบเร็วที่สุด วันนี้เรากลับมา เรียกร้องให้สภาแห่งนี้เป็นทางออกของบ้านเมือง จะให้ผมเข้าใจว่าอย่างไร วันที่สภาไม่มี ประโยชน์ วันที่สภาสู้แล้วไม่ชนะก็ยุบสภา แต่วันที่สภามันสร้างประโยชน์ได้ มันขยาย ผลได้ มันเติมเชื้อไฟได้ก็ใช้สภา จะให้ผมเข้าใจอย่างไร ท่านประธานครับ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๑ เพียงเพื่อให้นายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้มาแถลงนโยบาย ประชาชนตายไป ๒ คน บาดเจ็บอีกมากมายก่ายกองทั้งวันจนถึงคํ่า อ้ายคนผมสีขาวคนไหนมันลุกขึ้นประณาม รัฐบาลยุคนั้นบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ๒ คนที่เมื่อวานไประคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท นั่นก็ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ผู้สั่งการทั้งสิ้น ไม่เห็นมีใครสักคนลุกขึ้นมาบอกว่า อย่าปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน เสื้อต่างสีฆ่าได้เหมือนผักเหมือนปลา เหตุผล มันอยู่ตรงไหน ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าตั้งสติเถอะครับ วันนี้หลักฐานต่าง ๆ จากสาธารณชนทั้งด้านบวกและด้านลบหลั่งไหลเข้ามาสู่พวกเราครับ หลั่งไหลเข้ามาสู่สื่อ ทั้งในประเทศ ทั้งต่างประเทศ หลักฐานเหล่านี้คือความจริง และความจริงนี้ละมันจะชนะ เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ความจริงมันจะบดขยี้ความไม่ถูกต้อง ความจริงมันจะบดขยี้คนที่ มันอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นทหาร ไม่ว่าจะเป็นอ้ายโม่งดํา หรืออ้ายคนสูงวัยที่หน้าเหมือน นกเค้าแมวคนนั้นละครับ ความจริงมันจะบดขยี้ทั้งหมด เราขอเวลาสัก ๒-๓ วัน ให้หลักฐานข้อมูลความจริงเหล่านี้ได้ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน แล้วประชุมร่วมกัน ๓ ฝ่าย มาตรา ๑๗๙ เอา ส.ว. เข้ามา ส.ว. วันนี้เขารักบ้าน เขารักเมือง เขาจะมาร่วมพิจารณา กับเราอย่างครบทุกมิติแล้วเราจะได้คําตอบที่ถูกต้อง วันนี้ประชุมไปมันก็ฆ่ากันมากขึ้น และผมกราบเรียนท่านประธานในเบื้องสุดท้ายว่า ประชาชนไม่ได้เพิ่งถูกฆ่า ประชาชน ไม่ได้เป็นเหยื่ออ้ายโม่งดํา หรืออ้ายคนที่มาจากปักธงชัย ซึ่งอีก ๔ วันข้างหน้าหลักฐาน ทุกอย่างมันจะมัดตัวทั้งหมดครับ ไม่อยู่ประเทศเขมร มันก็ไปอยู่ลาดยาวเท่านั้น แต่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเบื้องสุดท้ายว่าประชาชนไม่ได้เพิ่งถูกฆ่า เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ก็ถูกฆ่า ตากใบก็ถูกฆ่า กรือเซะก็ถูกฆ่า ประชาชนได้ตกเป็ นเหยื่อของอํานาจนิยมมาทุกยุคทุกสมัย ผมไม่ว่าอะไรครับ ถ้าประชาชนจะถูกฆ่า เพราะผมเองก็เคยแอ่นอกรับกระสุนพร้อมที่จะเป็นประชาชน ที่ถูกฆ่าเหมือนกัน ถ้ามันถูกฆ่าเพื่อประชาธิปไตยอันแท้จริง แต่ถ้ามันถูกฆ่าเพื่อเอาศพ เป็นบันไดก้าวไปสู่อํานาจหรือประโยชน์ของคนคนเดียวผมยอมไม่ได้ เพราะฉะนั้น ผมขอสนับสนุนให้เราเลือกเส้นทางมาตรา ๑๗๙ ตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีส่วน ตั้งสติ ตั้งหลัก รวบรวมข้อมูลหลักฐาน และได้มองเห็นสีธงชาติเป็นสีเดียวกัน และสภา แห่งนี้จะเป็นสภาซึ่งเป็นทางออกของบ้านเมือง ขอบพระคุณครับ
เชิญทางฝ่ายค้าน ท่านนายแพทย์ชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ
เดี๋ยวครับคุณหมอ ท่านธนาประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้เสนอญัตติด้วย ๑ ญัตติ เมื่อสักครู่นี้ ผมเข้าใจว่าท่านประธานคงจะเวียนญัตติตั้งแต่ทางพรรคฝ่ำยค้าน แล้วก็มาญัตติ ของประธานวิปรัฐบาล แล้วก็มีญัตติที่ผมเสนออยู่ด้วย ไม่ทราบว่าท่านประธานจะให้ผม อภิปรายในตอนนี้หรือตอนไหนครับท่านประธาน
เดี๋ยวเอาญัตติเรื่องนี้จบก่อนนะครับ คือท่านธนาครับ ผมฟังมาตลอดในช่วงที่ท่าน เสนอญัตติ ผมอยากกราบเรียนพวกเราอย่างนี้นะครับ คือขณะนี้ถือว่าวาระการประชุม ยังคงเป็นวาระตามที่ท่านประธานบรรจุมา พอเราจะเข้าเรื่องก็มีท่านพีรพันธุ์ท่านได้ใช้ สิทธิของท่านตามข้อ ๔๖ (๑) เสนอญัตติ ซึ่งญัตติของท่านจะรับหรือไม่รับเรากําลังจะเข้าสู่กระบวนการนั้น ถ้าสมมุติสภารับญัตติ ของท่านพีรพันธุ์ด้วยเสียงข้างมากและขณะกําลังพิจารณาญัตติท่านพีรพันธุ์ และท่านเสนอญัตติของท่านขึ้นมาซ้อน ยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือญัตติของท่านขึ้นมาซ้อน ญัตติท่านพีรพันธุ์แล้วที่ประชุมเห็นด้วยกับญัตติของท่าน ญัตติของท่านพีรพันธุ์ก็จะตกไป แต่ขณะนี้ถือว่ายังไม่มีญัตติใด ๆ เข้ามาแทนระเบียบวาระปกตินะครับ ฉะนั้นก็เอาของ ท่านพีรพันธุ์ให้จบแล้วโหวต ถ้าโหวตของท่านพีรพันธุ์ตกไปมันก็จะกลับมาสู่ ระเบียบวาระเดิมที่กําหนดไว้แล้ว ถ้าท่านจะเสนอญัตติของท่านขึ้นมาในตอนนั้นอีกทีหนึ่ง ก็ได้นะครับ นี่เป็นกระบวนการ ฉะนั้นท่านธนาครับผมขอให้ท่านชลน่านได้อภิปราย ญัตตินี้ก่อนนะครับและเดี๋ยวให้ทางฝ่ำยรัฐบาลเตรียมผู้อภิปรายไว้อีกท่านหนึ่ง แล้วก็จะโหวต
ท่านประธานครับ ผมเคารพ ท่านประธานแต่ว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานกับท่านประธานชัยมันต่างกันครับ ท่านประธานชัยก็บอกญัตติผมได้เสนออยู่แล้ว แล้วผมเสนอญัตติมีสมาชิกรับรองถูกต้อง แต่ว่าไม่มีกระบวนการอะไรเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับท่านประธาน
ท่านธนาครับ ขณะนี้เรากําลังให้ท่านพีรพันธุ์เสนอญัตติของท่าน เดี๋ยวให้จบเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวเอาของท่านธนามาว่ากัน
คืออย่างนี้ท่านประธาน ญัตติผม มันมีเจตจํานงชัดเจน ผมเสนอญัตติผมในขณะที่มีญัตติอื่นกําลังพิจารณา เพราะผม เห็นว่าไม่ใช่สถานการณ์ที่สมควรที่จะมาพูดจากันเรื่องนี้ในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้พูดจาชัดเจนในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าท่านจะเสนอ ครม. เพื่อที่จะให้มีการอภิปราย ของรัฐสภาในเรื่องนี้ ซึ่งก็คงจะดําเนินการได้ในเร็ววัน การที่จะอภิปรายบนความรู้สึก บนความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ฝ่ายในเวลานี้มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควร
เอาอย่างนี้เดี๋ยวให้ทางฝ่ายนี้เขาได้แสดงเหตุผลเขาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวทางนี้เสนอ อีกท่านหนึ่งแล้วเราจะได้จบเรื่องญัตติท่านพีรพันธุ์ จะได้โหวตกัน ผมยืนยันว่าผมก็ได้ดู ได้ศึกษาข้อบังคับ อยากจะให้ท่าน ผมไม่ทราบว่าใครจะเข้าใจผิดเข้าใจถูกอย่างไร แต่ผมตามหลักข้อบังคับ เราเข้ามาสู่การประชุม ถ้าไม่มีท่านพีรพันธุ์เสนอญัตติ มันมีระเบียบวาระตามปกติที่ประธานได้บรรจุไว้แล้ว พอท่านประธานได้แจ้งเรื่อง เพื่อทราบและกําลังจะเข้าสู่เรื่องแรกคือร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ก็มีท่านสมาชิกใช้สิทธิ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๑) ให้เสนอญัตติด้วยปากเปล่าขึ้นมา พอเสนอเสร็จปั๊บญัตตินี้ สภายังไม่มีมติว่ารับเข้าสู่วาระหรือไม่ ฉะนั้นท่านจะไปเสนอญัตติของท่านซ้อนขึ้นมา เพื่อจะทําให้ญัตติตก มันตกได้อย่างไรครับ ในเมื่อญัตตินี้สภายังไม่ได้รับเลย ฉะนั้น มันต้องรับญัตติของท่านพีรพันธุ์ก่อนและขณะที่กําลังพิจารณาเรื่องนี้ ท่านสมาชิกก็ยก เรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือเสนอญัตติอื่นซ้อนขึ้นมาและที่ประชุมเห็นด้วยทางนี้ตกเลยนะครับ แต่ขณะนี้ญัตติท่านพีรพันธุ์ต้องถือว่ายังเป็นลมเป็นฝน ยังไม่รู้จะอยู่ในระเบียบวาระ หรือเปล่า ขณะนี้ทุกอย่างมันก็ยังเป็ นระเบียบวาระปกติอยู่ ผมก็กําลังจะเข้าสู่ กระบวนการเพื่อจะให้สภาได้ลงมติว่าจะเห็นชอบตามญัตติท่านพีรพันธุ์หรือไม่ก่อน แล้วค่อยมาว่าเรื่องของท่าน ถ้าไม่อย่างนั้นผมว่าถ้าเราไม่ยึดตามหลักที่มีอยู่อย่างนี้ วันหน้าวันหลังเกิดมีใครเสนอญัตติด้วยวาจาขึ้นมายังไม่ทันบรรจุอยู่ในระเบียบวาระเลย สภายังไม่รับเลยก็มีคนเสนอญัตติกันขึ้นมาแล้วมันอย่างไรครับ ทั้ง ๒ อันนี้ยังไม่ใช่เรื่อง ที่อยู่ในระเบียบวาระทั้งคู่ ขอความกรุณาท่านธนาได้โปรดทบทวนหน่อยครับ
ท่านประธานครับ ผมเอง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมจะพูดเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะผมเชื่อว่าการพูด ในสภามันจะเป็นบันทึกในการประชุมคราวต่อไป ครั้งต่อไปจะได้ถือเป็นบรรทัดฐาน ผมกราบเรียนว่าผมเคารพในดุลยพินิจของท่านประธาน แต่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานสักนิดเดียวครับว่าการที่ท่านประธานไปพิจารณาคําว่าญัตติ ก็คือหมายถึง เรื่องที่จะต้องมีการดําเนินการบรรจุเรียบร้อยแล้ว เป็นกระบวนการ เป็นตัวเป็นตนเรียบร้อยแล้ว ผมว่าดุลยพินิจของท่านประธานในเรื่องนี้ยังคลาดเคลื่อนเพราะอะไรครับท่านประธาน ญัตติในความหมายของข้อบังคับนั้นหมายถึงเรื่องที่กําลังทําเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ท่านประธานดูในข้อ ๔๖ สิครับ ญัตติต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าเป็ นหนังสือ (๑) ขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วน (๒) ขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม (๓) ขอให้ลงมติ ตามข้อ ๒๙ หรือข้อ ๘๑ ขอให้พิจารณาตามที่ดําเนินการอะไรก็แล้วแต่ นั่นหมายถึงว่า ญัตตินั้นก็คือหัวข้อเท่านั้นเอง คือหัวข้อเรื่องที่จะดําเนินการอย่างไร ทีนี้ในข้อ ๔๗ นี่ เขียนชัดครับว่าเมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ ห้ามเสนอญัตติอื่นขึ้นมาพิจารณา ไม่ได้หมายความว่าญัตตินั้นตามกฎหมายในข้อบังคับจะต้องเป็ นญัตติที่สภา ให้ความเห็นชอบแล้ว ไม่ใช่ครับ หมายถึงว่าในเวลาใดก็ตามสภาแห่งนี้กําลังทําเรื่องอะไรอยู่ ในวันนี้ก็กําลังพิจารณาว่าจะรับญัตติด่วนหรือไม่ นั่นหมายถึงความหมายของอันนี้ มีสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งลุกขึ้นเสนอญัตติก็คือเสนอเรื่องอื่นขึ้นมาพิจารณาทําไม่ได้ แต่กฎหมายบอกว่าให้ยกเว้น ๔ กรณี ผมเสนอตาม (๗) แล้วใน (๗) ยังเขียนต่อไปอีกครับ ท่านประธานว่าถ้าเสนอ (๗) เขาผ่านแล้วห้ามเสนอญัตติในเรื่องกรณีอย่างนี้ขึ้นมา ซ้อนอีก เห็นไหมครับเขาเขียนไว้ชัดเจน ทําไมข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ถึงต้องมีครับ เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นที่ประชุมแห่งนี้ก็จะสามารถหยิบยกเรื่องอื่นเรื่องราวใดก็ตาม ขึ้นมาพิจารณาได้ มาพูดจาได้ ใส่ร้ายป้ำยสีทํากันได้ มันถึงต้องมีกระบวนการเมื่อสภา เห็นว่าไม่สมควรจะเดินพิจารณาในเรื่องเวลานั้นเวลาใดก็มีกระบวนการของข้อบังคับ มารองรับ โดยให้เป็นมติของที่ประชุมว่าจะสมควรเปลี่ยนเรื่องที่จะพิจารณาในขณะนั้น หรือไม่ ผมถึงเสนอญัตตินี้ต่อท่านประธาน มีสมาชิกรับรอง นี่คือประเด็นสิ่งที่ผม จะกราบเรียนก็คือว่าเมื่อมีสมาชิกรับรองต้องถือว่าญัตติของผมเป็นญัตติที่ค้างอยู่ ในการพิจารณา ท่านประธานจะบอกว่าพิจารณา ๒ ญัตติก่อนแล้วญัตติผมค่อยมาว่า ทีหลังไม่ได้หรอกครับ ถ้าจะให้อภิปรายทั้ง ๓ ญัตติก็ต้องอภิปรายพร้อมกัน แล้วจะแยก ลงมติก็ไม่ว่าครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้ครับ ประธานวินิจฉัย เดี๋ยวจะพูดเรื่องญัตติของท่านพีรพันธุ์ก่อนนะครับ เชิญท่านธนานั่งลงก่อนครับ เชิญหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตใช้สิทธิ ของสมาชิกอภิปรายสนับสนุนให้สภาแห่งนี้รับญัตติของท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ผู้เสนอญัตติ เพื่อให้สภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายน ผมมีเหตุผล อยู่ ๔ เรื่องเท่านั้นเองครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เพื่อให้สบายใจว่าในสิ่งที่ผมพูดเป็นเหตุผลเพื่อให้สภาได้ช่วยกันพิจารณาเพื่อจะรับ ญัตตินี้ไว้พิจารณา ผมมี ๔ เรื่องจริง ๆ ท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับบทบาทอํานาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมจะได้อธิบายรายละเอียดต่อไปครับ
เรื่องที่ ๒ เป็ นเหตุผลความจําเป็ นที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เรามุ่งหวังว่าถ้ากรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะได้ทําหน้าที่ในการป้ องกัน ป้ องกันในสิ่งที่เราคาดหวังที่จะไม่ให้เกิดขึ้น การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องหรือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ
แล้วเรื่องสุดท้าย เป็นเหตุผลเรื่องสุดท้ายคือทางออก
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกลับมาในประเด็นที่เป็นเหตุผลใน ๔ เรื่อง ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเป็นหัวข้อไว้ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับที่เห็นด้วยกับ การที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอให้ท่านประธานรัฐสภาเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ อันนั้นถือเป็นเรื่องดีมากครับ ถือเป็นเรื่องดีมาก กระผมก็เห็นด้วยครับ แต่ฟังคําตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงในสภาวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยินดีที่จะทําตามนั้นแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ผมก็เกรงว่าการจะเข้าสู่วาระตาม มาตรา๑๗๙ นี่เร็วสุดก็เป็ นวันพฤหัสบดีหน้าหรือวันพุธหน้าซึ่งอาจจะสายเกินไป เพราะฉะนั้นความจําเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีอํานาจ หน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเลยสามารถที่จะตั้งกรรมาธิการ โดยเฉพาะผมเน้นคือ กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณามาตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อทําความจริงให้ปรากฏ สมาชิกหลายท่านเรียกร้องครับ หาความจริงให้ปรากฏ ท่านประธานครับ เหตุผลในเรื่องที่ ๑ เรื่องบทบาทอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ผมคงไม่ใช้เวลามาก เพราะสมาชิกทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าเรามีอํานาจในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะตรวจสอบ ที่จะเรียกเอกสาร ที่จะเข้าไปดูสถานที่ ทุกอย่างเป็น อํานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญสามารถทําได้เต็มที่ นั่นคือเหตุผลอันที่ ๑ เลยครับ องค์ประกอบก็หลากหลาย ทั้งที่เป็นสมาชิกฝ่ายค้านเอง ฝ่ายรัฐบาลเอง ซึ่งแน่นอนครับ ฝ่ายรัฐบาลก็มีจํานวนสัดส่วนที่มากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว ก็มีสมาชิกไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ มากกว่าฝ่ายค้านอีก แล้วที่สําคัญสามารถหาผู้เชี่ยวชาญ หาคนที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์มาเป็นกรรมาธิการร่วมกันได้อีก ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นคําตอบให้กับรัฐบาล คําตอบให้กับสังคม คําตอบให้กับประเทศชาติ ได้ว่าบทบาทอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการชุดนี้จะเป็นคําตอบที่คลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้เคยมีเรื่องนี้หลายครั้ง ถ้าท่านประธานจําได้ ถ้าเรามีความสํานึกในอํานาจหน้าที่ ของเรา ถ้าเราทําเสียแต่เนิ่น ๆ มานี่ตามที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านเสนอไปผมว่าเหตุการณ์นี้ อาจจะไม่เกิดขึ้น อาจจะไม่เกิดขึ้นเพราะว่าเรามีกรรมาธิการเข้าไปติดตาม ตรวจสอบ ดูแลตลอด แต่เราไม่เคยได้รับโอกาสในการเสนอญัตติเหล่านั้นเลย ท่านสุนัยเอง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมเอง ฝ่ำยค้านหลายคนพยายามเสนอเรื่องนี้มาตลอด แต่เราได้รับการปฏิเสธ เพราะฉะนั้นผมอ้อนวอนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ เราเอาใจมาวางตรงกลางฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้นผมเชื่อว่าทุกฝ่ายเจ็บ ทุกฝ่ายเสียใจ แต่ความเสียใจเหล่านั้นเราจะได้แค่มายืน ไว้อาลัยตรงนี้มันไม่มีประโยชน์ใด ๆ ครับ มันเป็นเรื่องของเราที่จะต้องไปดูข้อเท็จจริง ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการทําความจริงให้ปรากฏโดยอาศัยอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าเป็นเรื่องดี เรื่องสําคัญ และเหตุผลที่กลัวว่าจะทําให้ สถานการณ์รุนแรงขึ้น ผมเชื่อว่าตรงนั้นน่าจะไม่เกิดครับ น่าจะไม่เกิดเพราะอะไรครับ เพราะผู้คนหลากหลายเข้ามาอยู่ตรงนี้มาจากทุกภาคส่วนที่เราสามารถตั้งเขาได้ จากภาคประชาสังคมก็ได้ จากภาครัฐก็ได้ สื่อก็ได้ ทําได้ครับท่านประธาน นั่นคือเหตุผล อันที่ ๑ ครับ ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่าเราน่าจะเข้าสู่ในเรื่องนี้ ด้วยกัน
เรื่องที่ ๒ เป็ นเหตุผลความจําเป็ นของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ ท่านประธานครับ ผมเองได้มีส่วนเข้าไปเป็นกรรมการตรวจสอบการชันสูตรพลิกศพ ร่วมกับกรรมการ ๑๒ ท่านที่มาจากสมาคมแพทย์นิติเวชของประเทศไทย ร่วมกับ ผู้ชันสูตรพลิกศพที่ทางเจ้ากรมแพทย์ทหารบก แล้วก็ทางนายแพทย์ใหญ่สํานักงานตํารวจ แห่งชาติเป็นผู้ตั้งขึ้นเข้าไปดูแล ถึงแม้ผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๕ รายเราจะไม่ได้ดูทั้งหมด ได้ดูบางส่วน อย่างน้อย ๑๓ รายที่เราดูมันก็มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ผมคิดว่ากรรมาธิการจะ ใช้เป็นประโยชน์ได้มากในการที่จะดูแลข้อเท็จจริงเหล่านั้น ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านั้น ผมกราบเรียนท่านประธานสถานการณ์เหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่ไปดูมันก็ยากครับ ที่จะตัดสินว่าอะไรคืออะไร อะไรคือจริง อะไรคือเท็จ สถานการณ์ที่ขณะนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องยอมรับว่ามันเป็ นเรื่องที่ซับซ้อน มันเป็ นมุมมองที่หลากหลาย ฝ่ายรัฐบาลเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น สุดท้ายฝ่ำยรัฐบาลก็บอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หลายคนใช้ คําพูดว่าแดงก่อการร้ำย กลับไปแยกแดงเป็ นแดงก่อการร้ำย แดงโอภาปราศรัย แดงถูกกะเกณฑ์ แบ่งเป็น ๓ กลุ่มอย่างนั้นอีก ถามว่ามันเกิดประโยชน์ อะไรครับที่แบ่งกลุ่มอย่างนั้น ก็อาจจะเกิดประโยชน์บอกว่าแดงก่อการร้ำย แดงโอภาปราศรัย รัฐบาลต้องใช้มาตรการกฎหมายต้องจัดการ แดงที่ถูกโน้มน้าวชักจูง แดงถูกกะเกณฑ์ต้องจับใส่รถกลับบ้าน สิ่งเหล่านี้มันเป็นความซับซ้อน นั่นคือมุมมอง มุมมองหนึ่ง ขณะที่มุมมอง นปช. นี่เป็นฝีมือของการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ พูดง่าย ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐที่รัฐบาลบังคับใช้เขาตามพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ใช้คนกลุ่มนี้เข้าไป ทหารครับ ผมพูดเต็มปากเต็มคําได้ การประกอบอาวุธ การประกอบกําลังเป็ นไปตาม มาตรฐานสากลหรือไม่ มันเป็นความจําเป็น ท่านต้องไปดูในรายละเอียดครับ มันมี ความจําเป็นครับท่านประธาน นอกจากความซับซ้อนเรื่องนี้ สิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ทําให้ปรากฏก็คือการใช้อํานาจหน้าที่ของฝ่ำยรัฐเอง การทําหน้าที่ของผู้ชุมนุมเอง เป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือไม่ ตรงนี้กรรมาธิการก็สามารถดูได้ มีไหมที่รัฐบาลทําเกินเหตุ มีไหมที่รัฐบาลบอกบังคับใช้กฎหมายแล้วทําเกินเลย ผมยกตัวอย่างครับ การสลาย การชุมนุมประกาศชัดเจน ปีที่แล้วเราพูดกันว่าการสลายการชุมนุมไม่ควรทํายามวิกาล หลักมาตรฐานสากลก็เขียนไว้ชัดว่าการสลายการชุมนุมต้องไม่ทํายามวิกาล เพราะไม่สามารถที่จะป้ องกันเหตุร้าย เหตุสอดแทรกได้ เป็นข้อเสนอข้อที่เราทําในเรื่อง ของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อปีที่แล้ว แต่เรื่องนั้นไม่ได้นําเสนอต่อสภา เสียดาย เหมือนกันครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานชัย ชิดชอบ ว่าจริง ๆ ไม่จําเป็นต้องอาศัยการประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ถ้าจะอาศัย ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๕) ก็ได้โดยอนุโลมครับ สมัยนิติบัญญัติเรายังเอาเรื่องอื่นมาประชุมได้เลยครับ ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติเท่านั้นเอง แล้วทําไมสมัยสามัญทั่วไปรัฐสภาจะมีมติเอาเรื่องอื่น มาประชุมไม่ได้ ขอให้มีมติครับแค่เกินกึ่งหนึ่งก็ทําได้ หรือแม้แต่กระทั่งเอาบรรจุเข้า ระเบียบวาระการประชุมของแต่ละสภาไปครับ เป็นอํานาจของท่านประธานนะครับ เรื่องนี้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมก็สามารถนํามาพิจารณาได้ มาดูข้อเท็จจริงได้ เว้นแต่จะไม่ดูเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เหตุผลในด้านความจําเป็นต่อสถานการณ์ ผมกราบเรียนท่านประธาน สิ่งที่ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ สภาพพี่น้องประชาชนที่นอนตาย สมองกระจายตามข้างถนน สภาพรถถัง สภาพปืน สภาพผู้ซุ่มยิง ตามคลิป (Clip) ต่าง ๆ ตามภาพต่าง ๆ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน ภาพรอยกระสุนที่เจาะ ไปบริเวณของบริษัท ห้าง ร้านต่าง ๆ ที่เขามีประตูเหล็ก ถ้ากรรมาธิการของเราไม่ไปดู ฝ่ายนิติบัญญัติใครจะดูครับ จริงอยู่เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ร่วมกับ ๑๑ คณะไปดู อันนั้นไม่ว่าครับ นั่นเขาก็ทําตามหน้าที่ไปในส่วนของฝ่ายบริหาร แต่เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะงอมืองอเท้าได้อย่างไรท่านประธาน ถ้าเข้าประชุมมาตรา ๑๗๙ ก็เป็นการอภิปราย และเสนอท่านประธานไป จะตั้งกรรมาธิการหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เพราะมาตรา ๑๗๙ ไม่เคยตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดูแล ไม่แน่ใจว่ามีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๗๙ ไหม ที่จะตั้ง กรรมาธิการขึ้นไปในการที่เป็นกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา ของเราก็มีอํานาจหน้าที่เต็ม ท่านประธานไปเดินดูระหว่างถนนดินสอตรงแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เป็ น โรงเรียนสตรีวิทยา เลยไปนิดหนึ่งเป็นสี่แยกคอกวัว ถนนสี่แยกคอกวัวตรงสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลตรงหัวมุม แล้วตึกของ ผมจําไม่ได้ แต่เป็นตึกสูงตรงนั้น สิ่งเหล่านี้ มันต้องมีกรรมาธิการเข้าไปดู
คุณหมอชลน่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านบุญยอดประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่า ท่านผู้อภิปรายท่านนี้เข้าไปในรายละเอียดมากเกินไปแล้วนะครับ ท่านประธานเอง ก็พยายามที่จะต้องควบคุมเพราะตอนนี้เพียงแค่นําเข้าสู่ว่าญัตตินี้สําคัญอย่างไร เท่านั้นเอง เกี่ยวข้องอย่างไรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นไม่จําเป็นต้องไปลงรายละเอียด และผมขออนุญาตที่จะให้ท่านประธานและท่านเลขาธิการได้บันทึกด้วยว่าท่านผู้อภิปราย ในขณะนี้เป็นผู้ที่ขึ้นเวทีเสื้อแดงท่านอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนและการอภิปรายนั้น อาจจะมีอคติครับ
ท่านสุชาติประท้วงอะไรครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยตรงนี้ก่อน คุณหมอก็พยายามชี้ประเด็นว่า ทําไมถึงควรจะเอาเรื่องนี้เข้ามาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะได้ไปตรวจสอบอะไร ต่อมิอะไร ผมดูแล้วก็ยังอยู่ในประเด็นที่กําลังให้เหตุผลสนับสนุนญัตติอยู่ครับ ท่านบุญยอดครับ แต่ก็ขอความกรุณาคุณหมออันไหนที่มันจะลงรายละเอียดมากไป ก็เอากระชับหน่อย
(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุชาติไม่ต้องประท้วงแล้วกระมัง ให้คุณหมอชลน่านได้ใช้เวลาอภิปรายต่อนะครับ เชิญครับ ประท้วงเรื่องอะไร ผิดข้อบังคับอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ที่ผมต้องประท้วง ข้อ ๑ วันนี้ท่านยังรักษาสภา อยู่ใช่ไหม ท่านประธานเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรใช่หรือไม่ เพื่อนเสนอญัตติไปนี่ ผมก็นั่งฟังอยู่ตั้งแต่ต้น ฝั่งรัฐบาลพูดก็ไม่ประท้วง พอฝั่งเราพูดบ้างทนไหวหรือไม่ไหว ถ้าทนไม่ไหวก็นั่งฟังต่อไปมันก็แค่นั้นเอง เพราะมันจะได้มีบันทึกหลักฐานไว้ อย่าไป เหน็บแนมว่าขึ้นเวที ผมก็ขึ้น วันนี้ประเทศไทยมันเดินต่อไปไม่ได้ครับท่านประธาน เมื่อกี้คุณบุญยอดออกมาพูดมันไม่ถูกต้อง เมื่อกี้คุณชลน่านเขากําลังนําเสนอเหตุผลอยู่ ท่านประธานต้องวินิจฉัย วินิจฉัยก่อนว่าเสียดสี ทิ่มแทงหรือเปล่า ถ้าประธานวินิจฉัยแล้ว ว่าไม่ได้เสียดสี ไม่ได้ทิ่มแทงผมจะฟัง แต่ถ้าวินิจฉัยว่าเสียดสีและทิ่มแทง เดี๋ยวพวกผม เอาบ้างแล้วอย่าโกรธกัน ท่านประธานครับ เหตุการณ์มันเป็นอย่างนี้ แล้วคุณจะนั่ง อ้าปากด่าคนอื่นอยู่ได้อย่างไร ฟังคนอื่นบ้างสิครับ ท่านประธาน ผมขอให้ประธาน วินิจฉัยด้วย
ก็วินิจฉัย คุณหมอชลน่านยังยิ้มอยู่เลย และยอมรับมันเป็ นข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง ก็บันทึกไว้แล้ว เชิญคุณหมออภิปรายต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียว ผมเองอยู่ใน ประเด็น ใน ๔ เหตุผลหลักที่ผมกราบเรียนไป ผมยังไม่ลงรายละเอียดเลยท่านประธาน ถ้าผมลงรายละเอียดจะหนาวกว่านี้ จะหนาวกว่านี้ จะหนาวกว่านี้ แล้วถ้าผมเป็น ท่านประธาน ผมเองก็จะวินิจฉัยยากมากในคําประท้วงของเพื่อนสมาชิก ไม่รู้ว่าผมทําผิด ข้อบังคับข้อไหนที่บอกว่าผมลงรายละเอียดมากเกินไป ไม่มีข้อบังคับเลยครับ แล้วในการประท้วง ก็มาเสียดสีผมต่อว่าผมขึ้นเวทีเสื้อแดง ไม่ต้องเสียดสีครับ ผมขึ้นจริง ๆ ขึ้นในฐานะที่เป็น คนไทยคนหนึ่งที่อยากจะบอกกล่าวข้อเท็จจริง เมื่อเราใช้สภาไม่ได้ ทุกที่ที่มีโอกาสพูด ต้องพูด ปกปิดไม่ได้ ไม่เป็นอีแอบ แอบไม่ได้ นี่บ้านเมือง ไม่ใช่ไปแอบทํากัน แอบใช้ อํานาจ แอบไปลักขโมยคนอื่น ทําไม่ได้ ผมทําไม่ได้ มีเปิดเผย
เข้าประเด็นเลยครับ
ถ้าผมจะผิดกฎหมายอะไรก็ว่ามา ผมไม่ได้ ติดใจในประเด็นนั้น เต็มที่ครับ รายละเอียดแค่มติชนเขียนแค่นี้ก็กระอักแล้ว อันนี้ผมเอง ไม่ได้ลงรายละเอียด ไปดูเอง เต็มด้วยตานี่มติชน โชคดีที่มีอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี โลงศพเรียงรายเลย ท่านประธานครับ ผมเข้าของผมดีกว่า เหตุผลผมที่บอกว่า มีความจําเป็นต้องตั้งกรรมาธิการตามเหตุการณ์ตามสถานการณ์ ท่านประธานถ้าเรา ไม่ตั้งขึ้นมา สิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้มันคลี่คลายยาก เราต้องเอาใจมาเป็นกลางตรงนี้ในฐานะ ผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ผมไปชันสูตรศพทหารผมก็เจ็บครับ ๕ รายตายจากระเบิดหมด ไม่มีอาวุธปืนสักกระบอก ถามว่ากรรมาธิการต้องรู้ไหมว่า ทําไม และขณะที่ภาคประชาชนตายจากปืนหมด ไม่หมดครับ ระเบิด ๒ ราย มันจะได้มี ความหมาย ความชัดเจนว่ามันแยกแยะอย่างไร ไฉนเป็ นอย่างนั้น แล้วชุดดํานั้น มาจากไหน ซุ่มยิงมีหรือเปล่า อันนี้คือเหตุผลตามสถานการณ์ที่ผมเข้าไปดูพื้นที่ เข้าไปตรวจสอบดู ผมไม่ลงรายละเอียดผู้บาดเจ็บ ท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์ ที่มีการชุมนุมอยู่ขณะนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าถ้าเราไม่เข้าไปดูแลไม่ตรวจสอบ ก็อํานาจหน้าที่ กรรมาธิการชุดนี้นอกจากจะตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันที่ ๑๐ แล้วสามารถที่จะตรวจสอบ ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ด้วย นปช. ทําถูกกฎหมายไหม ปิดถนนที่ราชประสงค์มันมี ข้อสุ่มเสี่ยงอะไร จริงหรือไม่ที่บอกว่าจะตายอีก ๕๐๐-๖๐๐ คน จะเป็นจริงหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่เราต้องไปดูไปป้ องกันไว้ เขาก็คน เราก็คนครับพี่น้อง ท่านประธาน ที่เคารพ ขออภัยติดมาจากเวที เขาก็คน เราก็คน ไฉนเราต้องมาทํากันแบบนั้น การใช้อาวุธที่ไม่ถูกต้อง การใช้มาตรการที่ไม่เป็ นไปตามหลักสากลเหล่านั้น เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน เหตุผลเรื่องที่ ๓ แนวทางการป้ องกัน ท่านประธานครับ ผมเองกราบเรียนท่านประธาน ผมพูด ๓ และ ๔ พร้อมกันเลย การป้ องกันและทางออก ผมอยากฝากท่านประธานเลยว่าถ้ากรรมาธิการชุดนี้เข้าไปดู มันจะมีทางออก อย่างน้อยรับข้อเสนอกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียน (ASEAN) ที่ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาเป็นแนวทางก็ยังดีครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาเสนออย่างไร เขาเสนอ ๕ ข้อครับ หลังจากที่เสนอแล้ว ผมก็ฟังว่ารัฐบาลเอง นปช. เองจะตอบสนองหรือไม่ เพราะกรรมาธิการชุดนี้เขาไม่ได้เสนอ รัฐบาลอย่างเดียวครับ เสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น นปช. หรือรัฐบาล ผมว่าข้อเสนอนี้ก็เป็นกลางครับ รับไหม ถ้าสมมุติรัฐบาลยังไม่มีข้อตอบสนองใด ๆ ผมคิดว่ากรรมาธิการเราถ้าตั้งขึ้นก็จะไปช่วยผลักดัน ๕ ข้อนะครับท่านประธาน
ข้อ ๑ เขาบอกว่ารัฐควรยุติการใช้สื่อด้านเดียว เอาละผมไม่ขยายความ เดี๋ยวก็จะมีการประท้วงอีก
ข้อ ๒ นปช. ต้องยุติการยั่วยุไม่ให้เกิดความรุนแรง
ข้อ ๓ ยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างร้ายแรง เขาเสนอนะครับท่านประธาน มันมีความจําเป็นนะครับ ถ้าสมมุติเราทําได้เหตุการณ์ การสลายการชุมนุมวันนั้นก็อาจจะไม่เกิดหรืออาจจะไม่เกิดในครั้งต่อไปเป็ นครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔
ข้อ ๔ ท่านประธาน เป็นแนวทางที่ดีมากบอกว่ารัฐบาลและ นปช. เอง ควรจะหาทางออกโดยสันติวิธี มีการเจรจากันอีก ดีไหมครับท่านประธาน มันเป็นเรื่องดี แต่ถ้ากรรมาธิการไม่สนับสนุน ไม่ผลักดัน มันก็ปล่อยนิ่งไว้อย่างเดียว
ข้อ ๕ เป็นข้อเสนอที่ดีมาก เขาบอกเสนอให้ตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ข้อเท็จจริง โดยเฉพาะวันที่ ๑๐ เมษายนที่รัฐบาลใช้คําว่าขอพื้นที่คืน แต่ท่านขอพื้นที่คืน แบบใช้รถถังมานี่มันรู้สึกลําบากเหมือนกัน ขณะที่ นปช. บอกว่าคุณมาสลาย ขว้างแก๊ส นํ้าตามาจากเครื่องบินอะไรต่าง ๆ พวกนี้
สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้มาสามารถ ผลักดันได้ แล้วเขาเสนอด้วยนะครับว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่คณะกรรมาธิการรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่เขาเสนอเขาบอกว่า อย่างน้อย ควรประกอบด้วย ๕ ฝ่ำย ฝ่ำยรัฐบาลเองมาเต็มที่เลย ฝ่ำย นปช. ตั้งตัวแทนมา ฝ่ายกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้ามาเป็น ฝ่ายที่ ๔ คือฝ่ายสื่อมวลชน และฝ่ายที่ ๕ ภาคประชาสังคม เห็นไหมครับ เขาเสนอดีไหมท่านประธาน ข้อเสนอดี ๆ เหล่านี้ผมคิดว่า คนที่จะรับลูกได้ดีที่สุด ฝ่ายที่จะรับลูกได้ดีที่สุดคือฝ่ายนิติบัญญัติครับ อันนี้แหละครับ คือเหตุผลความจําเป็นที่สภาแห่งนี้ไม่ควรเพิกเฉย ไม่ควรจะปิดกั้น ในฐานะที่เราเป็น ปวงชนชาวไทย ในฐานะที่ท่านบอกว่ายกย่องเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ขณะที่พระองค์ ทรงทุกข์ระทมที่เห็นลูกหลานมาฆ่ากันอย่างนี้ ขอเถอะครับท่านประธาน ขอผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพ ไม่ได้เสียหายใด ๆ ครับ ตั้งเสร็จแล้วกรรมาธิการ ก็ไปทํางานกัน ให้เวลา ๒ อาทิตย์ก็ได้ครับจะได้ไม่หมักไม่ดองเหมือนปีที่แล้ว ๒ อาทิตย์ เอาเฉพาะวันที่ ๑๐ ให้มันจบเลย ผมยังยินดีครับที่จะให้ข้อมูลหลายเรื่องเลยที่เป็น ประโยชน์กับทุกฝ่าย ผมไม่ได้เข้าข้างฝ่ายไหนครับ ความจริงต้องเป็นความจริง ชุดดํา ต้องเป็นชุดดํา ผู้ก่อการร้ายก็ต้องเป็นผู้ก่อการร้าย ทหารก็ต้องเป็นทหาร เอ็ม ๑๖ ต้องเป็นเอ็ม ๑๖ ท่านประธานครับ อนาถที่สุดในเขาดินหน้ารัฐสภาเรานี่ครับ พนักงาน เขาดินถูกยิงตรงศีรษะ เก็บได้ปลอกกระสุนครับ พนักงานสอบสวนเขียนในบันทึก เหตุการณ์ใบบันทึกคดีบอกว่าของกลางกระสุนขนาด .๒๒๓ ๒ ปลอก เสื้อเกราะ โล่ ชุดทหาร ผมไม่ได้ปรักปรํานะครับ นั่นคือของกลางที่เขาฟ้ องกัน ที่เขาแจ้งความที่โรงพัก ท่านประธานครับ .๒๒๓ นี่คืออะไรครับ เอ็ม ๑๖ ครับ ลูกปืนเอ็ม ๑๖ ครับ ซึ่งพบอยู่ในตัว ของคนหลาย ๆ คนที่ถูกยิงที่เป็นลักษณะเหมือนหัวปืนเอ็ม ๑๖ อย่างนี้มันต้องไปดูกัน ด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานวิงวอนพี่น้องที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ช่วยกันเถอะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันเถอะครับ ตั้งเถอะครับ รับเถอะครับ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย ผมกลับว่าเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของสภาไทยด้วย เราเหลืออยู่ แค่นี้ อย่าให้คนอื่นเขาดูถูกมากกว่านี้ เราเหลืออยู่แค่นี้เราก็ใช้อํานาจตรงนี้เป็นการไถ่ถอน ไถ่โทษแล้วก็ทําประโยชน์ให้กับแผ่นดิน ผมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมถือว่า ประเทศไทยโชคดีที่ได้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกกําลังจะพูดว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ผมถือว่าประเทศไทยโชคดีเนื่องจากว่าท่านคงจะทราบ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่มีความอดทนอดกลั้น ท่านเชื่อไหมครับว่าชีวิตของพี่น้องประชาชน จะสูญเสียขนาดไหน และเป็นความโชคดีที่ความสูญเสียนี้ไม่ได้เกิดจากปลายกระบอกปืน ของทหาร แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากกลุ่มบุคคลที่เรียกว่ากองกําลังไม่ทราบฝ่ายแล้วเข้ามา ทําลายล้าง ดังนั้นผมถือว่าโชคดีครับ แต่โชคร้ายนิดเดียวครับท่านประธาน โชคร้าย ที่ประเทศไทยมี ส.ส. ที่ไม่ได้ทําหน้าที่ ส.ส.
เอาประเด็นว่าไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วยกับญัตตินะครับ
ผมกําลังจะโยงประเด็นให้ ท่านประธานได้ทราบ คือบางอย่างมันเกี่ยวข้องและพาดพิงกัน และผมก็กําลังจะชี้ ให้เห็นว่ามันเป็นความโชคร้ายที่มี ส.ส. บางส่วนพาคนมาตายครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้เนื่องจากว่าท่านประธานคงจะทราบว่าขณะนี้มีปัญหา หลาย ๆ อย่างที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน เราคงจะทราบเป็นข้อตกลง ในอดีตมาตลอดว่าทุกวันพุธสภาผู้แทนราษฎรของเราจะต้องพิจารณากฎหมายที่มันเป็น ผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้มี พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน สิทธิทํากินในที่ดิน ที่ประชาชนเดือดร้อนรออยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าเพื่อนสมาชิกกําลังจะเอาประโยชน์ ของประชาชนวกวนไปสู่เรื่องอื่นที่เป็นเรื่องทางการเมือง แล้วก็ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่าถ้าเพื่อนสมาชิกมีความจริงใจจริง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหา เมื่อสักครู่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจง และผมเชื่อว่าด้วยเกียรติภูมิของความเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทั่วโลกยอมรับ เป็นคําพูดที่เชื่อถือได้ ที่ท่านบอกว่าไหน ๆ ขณะนี้มีปัญหาแล้วเราควร จะใช้รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๗๙ ที่จะเป็นการเปิดสภาร่วมกันทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มาพิจารณาร่วมกัน และผมอยากจะเตือนเพื่อนสมาชิกนะครับว่าท่านเตรียมตัวให้ดี ผมเชื่อว่าในส่วนของรัฐบาลเองพร้อมที่จะเอาข้อเท็จจริงหลายสิ่งหลายอย่างมาคุยให้กับ พี่น้องประชาชนได้รับรู้ ขอยืนยันเลยว่าไม่มีการตัดต่อครับ ไม่มีการสร้างหนังครับ
เดี๋ยวมีผู้ประท้วงข้างหลังครับ เชิญครับ ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เสียดสี ใส่ร้าย คุณรู้ไหมว่า ส.ส. คนไหน พาคนมาตาย คุณมากล่าวหาคนในห้องประชุมทั้งหมดนะ ถ้าผมไปต่อยหน้าคุณล่ะ คุณจะว่าอย่างไร
พอแล้วครับ ๆ ท่านพิเชษฐ์ครับ ขอความกรุณาอยู่ในความสงบครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ นั่งลงครับ ๆ พอแล้วครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ เอาละครับ ประธานจับประเด็นได้แล้วครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านพิเชษฐ์ขอความกรุณาครับ คุณหมอวรงค์ก็ขอความกรุณาอภิปราย ในประเด็นนะครับ แล้วก็อย่าได้ไปใช้ถ้อยคําที่ไปเสียดสีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมว่าเรากําลัง ถกกันด้วยเหตุด้วยผลครับท่านประธาน
ท่านพิเชษฐ์มีอะไรอีกครับ
ต้องถอนคําพูดครับ ต้องถอน คําพูดว่า ส.ส. บางส่วนพาคนไปตาย ซึ่งมันไม่มีความจริง มากล่าวหาในสภาได้อย่างไร ชี้หน้าสิว่า ส.ส. คนไหนพาคนไปตาย ต้องถอนคําพูดนะครับ
ครับ ๆ เอาละครับ นั่งลงครับ ท่านวรงค์ครับ ก็ขอความกรุณาท่านวรงค์ครับ ที่ท่านได้ใช้ ถ้อยคํานั้นไป ผมก็ฟังอยู่นะครับ ขอความกรุณาท่านถอนเสียได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ คือเราต้องใช้ ความอดกลั้นในการรับฟังซึ่งกันและกัน คําพูดบางคําพูดนี่ผมยังทนฟังนะท่านประธาน ขนาดเขากล่าวหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีพาคนไปตายอย่างนี้ผมยังทนฟังเลยครับ ท่านประธาน
เดี๋ยว ๆ หมอวรงค์ครับ ก็มีผู้ประท้วงขอให้ท่านถอนคําพูดนะครับ กรณีที่บอกว่า ส.ส. พาคนไปตาย ผมก็ว่าสมควรที่ท่านควรจะถอนเสียนะครับ จะได้ออกจากบันทึก การประชุมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่า คําพูดของผมเมื่อสักครู่ผมใช้คําพูดที่ว่า มี ส.ส. บางส่วนพาคนไปตาย ผมยังไม่ได้ กล่าวหาใครเลย
ก็ถอนตรงนี้เสียครับ
คืออย่างนี้มันกินปูนร้อนท้อง หรือเปล่าครับท่านประธาน ผมบอกเพื่อนผมนี่เคยพาคนไปตายครับ
คืออย่างนี้ครับ ช่วยถอนนะครับ เพราะว่าคําว่ามี ส.ส. บางส่วนหรือจะ ส.ส. บางคน อะไรก็ตามก็มันเกี่ยวข้องกับ ส.ส. ซึ่งเรายังพิสูจน์ไม่ได้ วันนี้ถึงจะต้องมีการเสนอ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อจะตรวจสอบข้อเท็จจริงนะครับ ฉะนั้นเมื่อเรายังไม่ได้ ตรวจสอบก็ขอความกรุณาท่านถอนเถอะครับ จะได้อภิปรายต่อนะครับ
ผมคิดว่าเพื่อนเราน่าจะรับฟัง ความคิดเห็นด้วยเหตุด้วยผลที่ผมกําลังจะชี้แจงได้ แต่ไม่เป็นไรครับ
ถอนนะครับ ถอนก่อน
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ถอนเถอะครับ ท่านสุนัยครับ เดี๋ยวครับ ถอนนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ มันจะได้ ไม่ต้องอยู่ในบันทึกการประชุม ซึ่งมันไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ อย่างไรผมก็ต้อง ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานด้วยนะครับว่า ดังนั้นในคําพูดหลาย ๆ คําพูดที่มี การกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีหรือกล่าวหาท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านต้องใช้ วิจารณญาณของท่านในการให้ความเป็นธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะคําพูดของผมนี่กว้างมาก นะครับท่านประธาน แต่โอเคเพื่อให้การอภิปรายของผมดําเนินการต่อไปครับ
สิ่งที่ท่านพูดว่ามีการกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะยังไม่ได้พูดในสภานี้นะครับ
พูดตั้งแต่เช้าแล้วครับ
ถ้าพูดในนี้ถ้าผมอยู่ผมก็จะให้ถอน ทีนี้ตรงนี้ที่ผมนั่งอยู่ครับ ขอความกรุณาท่านถอนเถอะครับ
ผมไม่เข้าใจคําว่า ส.ส. บางคน พาคนไปตายทําไมจะต้องกินปูนร้อนท้อง
คืออย่างนี้ ถ้าบอกว่ามีคนพาคนไปตาย คนทั่วไปเราก็พอรับได้ แต่ถ้ามันมีคําว่า ส.ส. อยู่ด้วยนี่มันหมายถึง
อย่างนั้นท่านประธานครับ ผมขอถอนครับ แล้วผมจะใช้คําพูดว่า
ขอบคุณครับ อภิปรายต่อ
มีคนบางคนหลอกประชาชนไปตาย ครับท่านประธาน
พอแล้วครับท่านสุนัย ท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่ แล้วผมพยายามจะบอกว่าไม่ต้องถอนคําพูดนั้นหรอกครับ ท่านประธานก็ไม่ให้โอกาสผม เพราะว่าขณะนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก ผมคิดว่าถ้าเรา อภิปรายกันอย่างนี้นะครับผมก็อภิปรายเสียดสีได้เหมือนกัน ที่ผมไม่ให้ถอนเพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าไม่มีปืนจากรัฐบาลสั่งไปประชาชนไม่ตายหรอกครับ นี่คือความจริงครับ เก็บข้อเท็จจริงนี้ไว้สิว่าใครสั่งล่ะครับ ประกาศภาวะฉุกเฉินนะทหารออกไปได้อย่างไรครับ
ท่านสุนัยครับ มันไม่ใช่ประเด็นประท้วงแล้วครับ ท่านวรงค์ก็ถอนไปแล้ว
ถ้ารัฐบาลไม่สั่งไป ไม่เอาปืนไปยิง
เอาละครับ ใจเย็น ๆ นั่งลง
(นายสุชาติ ลายนํ้าเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านสุชาติประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ที่ทุกคนลุกประท้วงเมื่อกี้ท่านประธาน มันชัดเจน เหลือเกิน วันนี้ผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่นี่เป็นคนหรือควายต้องถามกันก่อน ถ้าท่านประธาน ยอมรับว่าเป็นควายให้นั่งเฉย ๆ
เอาอย่างนี้เขาถอนแล้วถ้าท่านจะมาพูดประเด็นนี้นั่งลงเถอะครับ เขาถอนแล้วครับ ถอนแล้วครับ ถอนแล้ว นั่งเถอะครับ ถอนแล้ว คือประธานได้ขอให้ท่านถอน ท่านก็ยินดี ถอนแล้วนะครับ ฉะนั้นถ้าประเด็นประท้วงท่านเรื่องนี้เชิญนั่งลงเถอะครับ ท่านสุชาติครับ ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอวรงค์อภิปรายต่อครับ กระชับให้ตรงประเด็นด้วยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งผมก็คงจะขอยํ้ากับ ท่านประธานถึงเรื่องญัตติที่เพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามาที่พวกเราไม่เห็นด้วย เราไม่มั่นใจ ในความจริงใจหรือความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ในการที่ต้องการจะแก้ปัญหา เหตุผลส่วนหนึ่ง ที่เรียกว่าเหตุผลเชิงประจักษ์ เพราะว่าการนําเสนอญัตติของเพื่อนสมาชิก เพื่อนสมาชิก บางส่วนก็เป็นคู่กรณี อย่างมีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กราบเรียนไปแล้วว่าวันนี้เขาได้ พูดถึงแนวร่วมทั้งพรรคการเมือง ทั้งมวลชน แล้วเรื่องกองกําลัง มันก็ชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่าวันนี้ เพื่อนของเราไม่ได้เป็นกลางจริง ๆ ครับท่านประธาน ดังนั้นการนําเสนอญัตติเข้ามา ผมเกรงครับท่านประธาน ถ้ามีการเสนอญัตติในภาวะอารมณ์ของประชาชนที่คุกรุ่น เกรงว่าจะมีการพยายามสร้างสถานการณ์บางอย่าง เอาข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบางอย่าง เพื่อให้เกิดความเกลียดชังรัฐบาล และเกิดความแตกแยกกับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผมคิดว่าเหตุผลที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้เรียนมาว่าอย่างน้อย ๆ เรื่องใหญ่ ๆ อย่างนี้ลําพัง ส.ส. อย่างเดียวไม่ควรจะพิจารณากันเอง ควรจะเปิดโอกาสให้ ส.ว. ซึ่งถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนด้วยมามีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกัน ผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนกับท่านประธานครับ เพราะว่ามันเกี่ยวข้อง ผมก็พยายาม นั่งจดเป็นประเด็น ผมถือว่าคําอภิปรายของผมก็เหมือนกับเป็นการใช้สิทธิพาดพิง ที่จะเรียนชี้แจง โดยเฉพาะประเด็นที่พยายามพูดซํ้าแล้วซํ้าอีกบอกว่า นี่คือการชุมนุม โดยสงบ ผมถามท่านประธานว่าการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมโดยสงบ ๆ จริง ๆ หรือไม่ เพราะว่าคําพูดของแกนนําเมื่อวันที่ ๒๙ เดือนมกราคมนี่ แกนนําเคยพูดไว้เมื่อวันที่ ๒๙ เดือนมกราคม พูดไว้ชัดเจนครับท่านประธาน เขาได้พูดถึงแก้ว ๓ ประการไว้ชัดเจนครับ ได้พูดถึงเรื่องพรรคการเมือง ได้พูดถึงเรื่องมวลชน และได้บอกยํ้าไว้ชัดเจนว่ามีกองกําลัง ไม่ทราบฝ่ายพร้อมที่จะเข้ามาปกป้ อง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายนชัดเจน นะครับท่านประธาน ผมกล้ายืนยันว่ารัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ แต่ปรากฏว่ามีกองกําลังที่ไม่ทราบฝ่ายฉวยโอกาสนี้ ในสถานการณ์อย่างนั้นใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามา แต่เรียนท่านประธานเลยนะครับว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่ท่านฉลาดครับ ท่านไม่มีทางหลงกลนี้โดยเด็ดขาด ถ้าท่านหลงกลท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันนั้นท่านสั่งการให้ทหารใช้อาวุธจริงขึ้นมานี่ ก็เข้าทางครับ วันนั้นทางทหารเลยใช้แค่กระบองครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาอยู่ในความสงบหน่อยนะครับ ท่านวรงค์กรุณาให้อยู่ ในประเด็นหน่อยนะครับ อย่าไปไกลครับ
ท่านประธานครับ ผมกําลังชี้แจง ข้อเท็จจริงที่ถูกพาดพิงครับท่านประธาน ท่านประธานคงมีโอกาสได้ดูโทรทัศน์ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกมีโอกาสได้เข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) สํานักข่าวเอพี (AP) สํานักข่าวเอเอสพี (ASP) อัลจาซีรา (Al Jazeera) สํานักข่าวต่าง ๆ ทั่วโลก เหตุการณ์ วันที่ ๑๐ เสร็จไปปั๊บ เช้าวันที่ ๑๑ มีภาพต่าง ๆ ออกมาเต็มไปหมดเลย นี่คือของจริง ที่เกิดขึ้นจากสํานักข่าวต่างประเทศครับ ถ้าบังเอิญรัฐบาลถ่ายเอง โพสท์ (Post) ภาพ ออกมาเองก็จะกล่าวหาว่าเป็นการตัดต่อ แต่บังเอิญมีสํานักข่าวต่างประเทศที่เขารัก ความเป็นธรรม แล้วท่านประธานเห็นไหมครับว่านี่คือความมหัศจรรย์ครับ ซึ่งหนังสือพิมพ์ ใช้คําว่าโชคดีที่อภิสิทธิ์เป็ นนายกรัฐมนตรีเพราะว่าอะไรครับ ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ที่คนเสียชีวิตโดยทั่วไปแล้วรัฐบาลอยู่ไม่ได้หรอกครับ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยครับว่ามีคนเสียชีวิตแล้วปรากฏว่าพี่น้องประชาชน ยังมาให้กําลังใจรัฐบาล ยังมาให้กําลังใจทหารครับ ท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่า มีเงินบริจาคหลายล้านเลยครับขณะนี้ไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าครับ แต่ก็ต้อง ขอชื่นชมทางรัฐบาลนะครับว่ารัฐบาลไม่เคยแบ่งแยกประชาชน รัฐบาลดูแลประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ท่านรัฐมนตรี อิสสระ สมชัย ก็ได้พูดอยู่แล้วนะครับว่าถ้าคนเสียชีวิตจะช่วยเท่าไร
เอาให้ตรงประเด็นหน่อยว่าไม่ควรรับหรือควรรับอย่างไรนะครับ อันนั้นปลีกย่อยไป ไว้พูดกันถ้ารับญัตติแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่า ขณะนี้เพื่อนอาจจะมีข้อจํากัด
ท่านจะประท้วงอะไรอีกล่ะครับท่านสุชาติ มีคนประท้วงนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายนํ้าเงิน พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ท่านประธานต้องควบคุม ประเด็นด้วยครับ ไม่ต้องมาเยินยอ ไม่ต้องมาสรรเสริญกันมากเกินไป ท่านบอกไปยก ประชาชนคนไทยทั้งประเทศยังชื่นชมรัฐบาลอยู่ ถ้าชื่นชมทําไมไม่ยุบสภาอย่างที่เขาบอกล่ะครับ นี่มันกลัว ท่านประธานครับ มันกลัวว่ายุบสภาแล้วเลือกมาจะไม่ได้เป็นอีก อย่าไปอมนํ้าลายพูด ท่านประธานครับ เอาเรื่องจริงมาพูดสิ ควบคุมด้วย
ประธานควบคุมอยู่แล้ว ขอให้อยู่ในประเด็นอยู่แล้วนะครับ
ท่านประธานต้องควบคุม อย่าไปปล่อย ให้พ่นนํ้าลายจนเลอะเทอะสภาครับ ขอบคุณครับ
ครับ นั่งลงครับ เชิญคุณหมอวรงค์ต่อครับ ให้อยู่ในประเด็นนะครับ
กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลกครับ ผมพยายามใช้สติแล้วก็ใช้ด้วยเหตุด้วยผล แล้วพยายามชี้แจงบนพื้นฐานที่เป็นข้อเท็จจริง และผมอยากจะยํ้านะครับว่าขณะที่ เพื่อนสมาชิกอภิปรายมาผมก็อดทนที่จะฟังได้ อันไหนที่ผมรู้สึกมันพาดพิงทําให้เรา เสียหายเราก็พยายามชี้แจงออกไป แต่ไม่เป็นไรครับท่านประธาน แต่อยากจะกราบเรียน กับเพื่อนสมาชิก ฝากท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนด้วยว่าเรายังมีข้อเท็จจริงอีกเยอะ จริง ๆ ที่จะกราบเรียนให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เอาไว้เจอกันวันที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะเปิดสภาในมาตรา ๑๗๙ วันนั้นคงจะมีโอกาสได้เอาคลิปข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาตีแผ่ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แต่อยากจะเรียนกับท่านประธานนิดหนึ่งนะครับว่าของจริง มันจะมาทันทีครับ มันไม่มีเวลาในการสร้างครับ ของจริงจะมาทันทีครับ และโดยสรุป ที่อยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผลทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานจึงเป็น ความชอบธรรมที่อธิบายได้ว่าวันนี้ญัตตินี้ยังไม่เหมะสมที่จะเข้าสู่ในที่ประชุมสภา ณ ขณะนี้ ขอให้ท่านประธานได้ดําเนินการการประชุมเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมของสภา ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ให้เหตุให้ผลแล้วนะครับ ตามที่ท่านประธานชัย ได้วินิจฉัยไว้ฝ่ายละ ๒ ท่าน ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนท่านประธานเพิ่มเติมตอนที่ท่านประธานชัยได้นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ท่านได้กล่าวบอกว่าหลังจากที่ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสนับสนุนญัตติตัวเองแล้ว ให้ผู้อภิปรายสนับสนุนฝ่ายละ ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นทางฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็ยังเหลือ ผู้อภิปรายอีก ๑ ท่านตามที่ท่านประธานชัยได้กล่าวในเบื้องต้นนะครับ แล้วก็จะ ขออนุญาตท่านประธานได้ให้ท่านสุนัย จุลพงศธร เป็ นผู้อภิปรายท่านต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ครับท่านอสิมีอะไรครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส. สตูล พรรคประชาธิปัตย์ นั่งอยู่สภาเดียวกันผมไม่ได้ยินแบบนั้นนี่ครับ เขาก็ให้ ๒ คนเท่ากัน มันก็ครบแล้วผมก็ไม่ทราบว่าหู ๒ ข้างฟังใน ๒ คนมันไม่เหมือนกันมันแปลก แต่ผมคิดว่า คําวินิจฉัยของท่านประธานนี่ถูกต้องแล้วครับ ในเมื่อคําวินิจฉัยของท่านประธาน ถือเป็นสิ้นสุดก็ถือว่าลงมติครับ ขอบคุณครับ
คือช่วงที่ท่านประธานชัยทําหน้าที่อยู่นะครับ แล้วก่อนท่านลงไปผมก็เรียนถามท่าน ท่านก็บอกว่าให้ฝ่ายละ ๒ ท่านอภิปรายนะครับ นี่คือสิ่งที่ท่านประธานชัยได้บอกกับผมไว้ ฉะนั้นผมก็ยืนตามที่ท่านประธานชัยท่านได้บอกไว้ ทีนี้ทางท่านประเสริฐท่านก็บอกว่า ไม่นับผู้เสนอญัตติ ผู้เสนอญัตติก็เสนอแล้วให้ผู้อภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน ข้างละ ๒ ท่าน คือท่านสมาชิกครับมาถึงจุดที่ประธานต้องวินิจฉัยนะครับ ผมก็จะอนุญาต ให้ท่านสุนัยได้อภิปรายอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านสุนัยเอาสั้น ๆ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์
มีผู้ประท้วงครับ
ยังไม่ได้เริ่มเลยก็จะมีผู้ประท้วงแล้ว หรือครับ
เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ
เรื่องแรก ผมอยากจะถามท่านประธานว่าท่านใช้ดุลยพินิจที่ขัดกับ ดุลยพินิจของท่านประธานชัย ท่านมีหลักเหตุผลอะไรของท่านครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมไม่ได้อยากเอ่ยนามท่านนะครับ แต่คุณสุนัยนี่เมื่อขึ้นมาพูดแน่นอนครับเพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลก็จะต้องขึ้นมาตอบโต้เพราะว่าอาจจะมีเรื่องของการใส่ความกันซึ่งเป็นเรื่อง ปกติที่คุณสุนัยชอบทํา เพราะฉะนั้นผมจึงต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าท่านประธานต้องการให้การประชุมสภามันเดินต่อไปได้ มีกฎหมายที่จะต้องเข้า แล้วเดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็จะอภิปรายกันในเรื่องนี้แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านประธาน ควรจะใช้ดุลยพินิจตามที่ท่านประธานชัยได้กําหนดไว้ครับ
ท่านประธานครับ ก่อนเลยครับ ท่านประธานครับ
ผมขอวินิจฉัยก่อน คืออย่างนี้นะครับผมก็คิดว่าผู้อภิปรายสนับสนุนเราไม่ควรจะไปนับ ผู้เสนอญัตติ ผู้เสนอก็เสนอไปท่านก็ให้เป็นคนต้นเรื่องที่เสนอเรื่องและให้เหตุผล ฉะนั้น ก็ให้ผู้อภิปรายสนับสนุน ๒ ข้าง ข้างละ ๒ ท่าน ตอนนี้ก็มีหมอชลน่านไป ๑ ท่านก็ให้ ท่านสุนัยอีกท่านหนึ่งก็จะได้จบเดี๋ยวเราก็จะได้โหวตกัน ท่านธนามีอะไรครับ
ท่านประธานก่อนอื่นขอพาดพิง ก่อนครับที่ให้ร้ายผมเมื่อสักครู่ครับ
ใช้สิทธิพาดพิงก่อน
เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกที่ไม่ขอ เอ่ยชื่อครับเพราะไม่ค่อยชอบจําชื่อคนประเภทนี้ กล่าวหาว่าผมชอบใส่ความ แล้วก็จะประท้วงผม ท่านประธานครับ ตามข้อเท็จจริงนั้นการที่ประท้วงผมท่านพูดว่า ผมจะใส่ความหรือว่าผมพูดความจริงแล้วเข้าเนื้อท่านที่ท่านชอบประท้วงผมเป็นประจํา ท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ได้ตัดสินอะไรใหม่เลยครับ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงการโกหกชัดเจนครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ นั้นได้กล่าวชัดเจนว่าอีกข้างละ ๒ ท่าน ไม่ได้รวมผู้เสนอ เปิดเทปก็ได้ครับ แต่พฤติกรรมที่พยายามจะไม่ให้เปิดเผย ข้อเท็จจริง ไม่ยอมให้ฝ่ายค้านพูดเลย อันนี้ต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
เอาละครับ ท่านสุนัยครับ มีผู้ประท้วงหลายท่าน ท่านธนิตพลก่อนครับ คืออย่างนี้ ท่านสุนัยท่านก็ใช้สิทธิพาดพิงของท่านนะครับท่านธนิตพล ก็ชี้แจงที่พาดพิงถึงท่าน ผมก็ให้สิทธิท่านนะครับ อันนี้ท่านชี้แจงเสร็จแล้ว ท่านธนิตพลมีอะไรครับ เพราะท่านเป็น คู่กรณีกันอยู่
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ขึ้นมาเพื่อใช้ สิทธิพาดพิงครับ แต่ผมยืนและยกมือขึ้นประท้วงครับท่านประธานว่าท่านประธาน เห็นไหมว่าดุลยพินิจของท่านประธานเป็นอย่างไร เห็นอยู่แล้วครับ แต่ผมไม่อยากจะตอบโต้ เพราะว่าคนที่พูดจาใส่ความคนอย่างนี้ไม่ควรค่าที่ผมจะตอบโต้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ เชิญท่านผู้ประท้วง
ท่านครับ อย่างนี้ต้องถอนไหมครับ หาว่าผมใส่ความ ๆ อย่างนี้
เดี๋ยวก่อนครับ คืออย่างนี้ผมถือว่าพาดพิงท่าน ถ้าท่านเห็นว่าการพาดพิงท่านเสียหาย ท่านจะให้ถอนท่านก็ประท้วงมา
ผมก็ขอให้ถอนคําพูดเสียก่อน อย่างนี้ว่าผมใส่ความ ๆ ผมไม่ได้ใส่ความ ผมยังไม่ได้เริ่มจะพูดท่านก็กล่าวหาผม ผมว่าถ้าให้ดีท่านถอนเสียก่อน
ท่านธนิตพลถอนถ้อยคําที่ว่าท่านสุนัยชอบใส่ความออกเสียหน่อยนะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นอย่างนี้ ไหมครับ เรามาถอนพร้อมกัน สิ่งที่คุณสุนัยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาผม ให้ท่านสุนัยถอน แล้วผมจะถอนครับ ถอนพร้อมกันไม่มีปัญหาครับ
มิใช่ครับท่านประธาน
เดี๋ยวเอาอย่างนี้ ตอนนี้ท่านสุนัยประท้วงขอให้ท่านถอนเรื่องที่กล่าวหาว่าท่านสุนัยชอบ ใส่ความ ท่านก็ถอนเสียก่อน และเดี๋ยวถ้าท่านจะให้ท่านสุนัยถอนอะไรท่านก็ว่ามา ถอนของท่านก่อน
ท่านประธานครับ มันเป็นความเชื่อของผม จริง ๆ ครับ แล้วก็ท่านประธานก็เห็นว่าผมพูดยังไม่ทันไรก็ใส่ความพรรคประชาธิปัตย์ เรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่ใช่คนดื้อนะ แต่ถ้าท่านประธานบอกว่าจะให้ผมถอน ผมก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ถอนทั้งคู่
ก็ท่านถอนก่อนครับ ถอนก่อนครับ ท่านถอนเสียก่อน เดี๋ยวผมจะให้ท่านสุนัยถอน
ไม่ต้องถอนแล้วครับ ถ้าอย่างนั้น ไม่ต้องถอนแล้วครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านผมอยู่ในสภาแห่งนี้ ๑๐ กว่าปี
เอาละเดี๋ยวครับ
อภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เคยเอา หลักฐานเท็จมาพูดเหมือนพรรคประชาธิปัตย์
ของท่านจบแล้ว เดี๋ยวมีผู้ประท้วง เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ผมนี่พูดเรื่องจริง ผู้ที่อภิปรายเอาคน มาบุกสภาครับท่านประธาน
คนละเรื่องแล้วครับ เอาประเด็นที่กําลังประท้วงกันไปประท้วงกันมา พอแล้วครับ ไม่อย่างนั้นมันไม่จบ มันจะบานไปประเด็นอื่น นั่งเถอะครับ นั่งก่อนครับ
ผมขอเสนอให้ปิดอภิปราย ขอผู้รับรองครับ
ท่านประธานครับ เห็นพฤติกรรม หรือยังครับ
ท่านสุนัย มีการเสนอให้ปิดอภิปราย มีผู้รับรองครบถ้วน
เดี๋ยวก่อนครับท่านประธาน ต้องให้ผมแก้การพาดพิงผมเสียหายก่อนสิครับ
ท่านจะใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ
เดี๋ยวครับท่านประธาน ผมอยู่ใน สภาแห่งนี้ ๑๐ กว่าปี อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีก็หลายคน กล่าวข้อเท็จจริง ชัดเจนหมด ไม่เคยถูกฟ้ องแม้แต่คดีเดียว คนภายนอกก็ไม่เคยฟ้ องผม ผมเอาข้อเท็จจริง มาทั้งหมด ผมจึงบอกไม่เป็นไรถ้าไม่อยากถอนถ้าเป็นความสุข ถ้าอยากจะกล่าวหาผม ก็ทําต่อไปเถอะ แต่ที่กล่าวหาผมอีกเมื่อสักครู่หาว่าผมพาคนมาบุกสภานั้น อันนี้เสียหายมาก
เดี๋ยวยังไม่จบประเด็น เอาทีละท่านครับ เดี๋ยวผมให้ท่านประท้วง ให้ท่านสุนัยเขาใช้สิทธิ ประท้วงเรื่องพาดพิง ท่านสุนัยก็มีเอกสิทธิ์ ท่านถูกพาดพิงท่านกําลังชี้แจง เดี๋ยวท่าน ค่อยว่า สักครู่ครับ ท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ เหตุการณ์วันที่ ๗ เมษายนนั้นขอให้ดูให้ดีนะครับ ถ้าไม่เชื่อผมไปถามท่าน พลตํารวจตรี วิชัยก็ได้ครับ เหตุการณ์มันชุลมุนกันอยู่ข้างหน้า ผมนี่ไปยืนอยู่ตรงนั้นแล้วท่านวิชัยบอกท่านสุนัยขึ้นมา ช่วยพูดหน่อยว่าอย่าให้เขาเข้ามา ผมขึ้นไปบนรถของตํารวจและกล่าวขอว่าอย่าเข้ามา ข้อเท็จจริงไปถามท่าน พลตํารวจตรี วิชัยได้ ผมไม่เอาอะไรยาวนะครับ แต่การกล่าวหา อย่างนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อมีคนเข้ามาผมก็กลัวจะเกิดเรื่องกัน ท่านวิชัยก็บอก ให้เข้าไปช่วยหน่อย ผมก็ตามเหตุการณ์มาว่าเดี๋ยวเกิดเรื่องกันแล้วไม่มีใครจะมา ประคับประคอง มาแก้ปัญหา แล้วเราจึงเจอทหารถือปืนเอ็ม ๑๖ ออกไปครับ
เอาละครับ
เหตุการณ์ตรงนี้ไม่ใช่ผมเป็นคน พามา ท่านประธานเดี๋ยวครับ แล้วปรากฏว่าทหารคนนี้เป็น ส.ห. จากกรมทหารราบที่ ๑๑ เป็นองครักษ์ของนายสุเทพ แล้วเข้าไปในสภาตรงนี้มีอาวุธอีกครับ สิ่งเหล่านี้ไม่เห็นพูด เลยล่ะครับ แล้วผมพูดโกหกอะไร แล้วก็จะมาปิดปากฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ผมได้ เสนอว่าใช้สภาแห่งนี้แก้ปัญหาเถิดหลายครั้ง ท่านก็ปิดญัตติผมตลอด ผมได้อภิปราย ตั้งกระทู้ถามไว้เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ท่านครับ พยายามจะเตือนรัฐบาลและในที่สุด รัฐบาลก็ปิดปากเราตลอด แล้ววันนี้ประชาชนจะถูกฆ่าอีก
ท่านสุนัยมีผู้ประท้วงครับ
ประชาชนจะถูกฆ่าอีกจะไม่ให้ผม พูดได้อย่างไร
เชิญผู้ประท้วง ใจเย็น ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ
ท่านประธานครับ หลักฐานท่านวิชัย
เดี๋ยวให้ผู้ประท้วงชี้แจงก่อน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ้าไม่เป็นคนพามา มาขอให้ผม เปิดประตู ในห้องอาหารมีสมาชิกสภาผู้อาวุโสอยู่หลายท่าน บางท่านท่านไม่สบาย แต่ก็เพื่อประชุมสภาท่านก็มาประชุม ท่านสุนัยเองเป็นคนมาขอให้เขาเข้าไปเถอะ ผมบอก ไม่ได้ เข้าไม่ได้ นี่คนพูดจริงไหม เขาเป็นคนพูด เขาเป็นคนพามา ผมจําได้ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรผมนับถือทุกท่าน ทุกคนผมไปผมไหว้หมด ผู้อาวุโสผมไหว้หมด เพราะผมเป็นเด็ก อาวุโสผมก็นับถือ แต่ไม่ได้ท่านบอกว่าไม่พามาแสดงว่าผมพูดโกหก แต่ผมพูดจริง นักข่าวก็อยู่เขาอยู่กันเยอะแยะ ท่านเป็ นคนขอผมขอให้เปิดประตู ผมบอกเปิดไม่ได้ คุณไปว่ากันข้างนอก
เอาละครับ ท่านก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงของท่าน
(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เหตุการณ์วันนั้นผมอยู่ในเหตุการณ์ตลอด ซึ่งพวกเรา เป็นผู้แทนราษฎรไม่อยากให้พี่น้องประชาชนเข้ามา เสื้อแดงวิ่งเข้ามา พวกผม ท่านสุนัย ส.ส. เก่ง หลายคนวิ่งออกไปบอกว่าขอร้องพี่น้องออกไปข้างนอก สาเหตุที่พี่น้องเข้ามา เพราะอะไร เพราะว่ามีแก๊สนํ้าตาออกไปข้างนอก ๒ กระป๋ อง อริสมันต์เขาก็มาเรียนถามว่า ใครเป็นคนโยนออกไปข้างนอกเหตุการณ์จึงชุลมุนกันตรงนั้น พวกเราเชิญพี่น้องออกไป ตรงประตูทางเข้า ทีนี้อริสมันต์เขาก็บอกว่าขอให้การ์ด (Guard) นปช. ๒๐ คน เข้ามา ตรวจสอบว่าท่านสุเทพอยู่ไหม พวกผมรู้ว่าท่านสุเทพอยู่ก็บอกว่าท่านออกไปแล้ว อย่าเข้าไปเลย ถอยนะครับ เขาก็ยืนยันบอกจะเข้ามา ๒๐ คน เราก็บอกว่า ๒๐ คน ก็ ๒๐ คน แต่พอมาถึงหน้าประตูเราก็ขอร้องว่าอย่าเข้า ขอร้องอย่าเข้าไป ๆ ก็ให้ตัวแทน มา ๔ คนพร้อมเจ้าหน้าที่ของสภา เสร็จแล้วประมาณ ๓ วินาที ส.ห. จากกรมทหารราบที่ ๑๑ ไปเอาปืนเอ็ม ๑๖ ออกจากรถ อยู่หน้าประตูทางเข้า ทั้งตํารวจ ทั้งการ์ดก็รุมแย่งปืน เพราะเราคิดว่าจะเอาปืนยิงออกไปข้างนอก เสร็จแล้ว ส.ห. ก็โดนรุม โดนแย่งปืน ผมกลัว อย่างเดียวว่าถ้า ส.ห. ไม่ห่วงปืนมาก ๆ เขาเกิดยิงอาวุธออกไปผมเชื่อว่านักข่าวต้องตาย เป็นสิบที่หน้าประตูทางเข้าสภา ประตูข้างบนชั้น ๒ เสร็จแล้วหลังจากนําทหาร ส.ห. ไปที่ห้องท่านประธานศักดาก็ถามเขาว่าคุณเอาปืนมาทําไม เขาบอกว่าเขาเคยเอาเข้ามา คุณเอาเข้ามาในสภาได้อย่างไร เขาบอกไม่รู้ คุณมากับใคร เขาบอกมากับท่านสุเทพ หลังจากเสร็จเรียบร้อยกันกลับไปหมดแล้ว มีตํารวจที่มารักษาการณ์จากจังหวัดอุบลราชธานี
พอแล้วครับ มีผู้ประท้วง
นิดเดียวครับ
ท่านชี้แจงพอสมควรแล้ว พอแล้วครับ มีผู้ประท้วง ผมต้องให้สิทธิผู้ประท้วงก่อนนะครับ
ขอให้จบ นิดเดียวครับ ผมอยากให้สภาสงบนะครับ แล้วแก๊สนํ้าตา ๒ กระป๋ องที่โยนออกไป ท่านอะไรผมจําไม่ได้ ที่นามสกุล สังข์ประไพ เขาบอกว่าไม่ใช่ของตํารวจ ไม่ใช่ของมือที่สาม ผมก็เลยมาถ่าย เอากับตํารวจที่มาคนละ ๒ กระป๋ องอยู่ในโทรศัพท์ผม มันก็เหมือนกันกับที่โยนออกไป ข้างนอกและไม่ใช่ของตํารวจจะเป็นของใคร ขอบคุณครับ
เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ท่านประธานควบคุมการประชุมนะครับ และขณะนี้มีผู้เสนอญัตติให้ปิดอภิปรายแล้ว ขอให้ควบคุมเป็นไปตามข้อบังคับ ความเป็นจริงจะปรากฏต่อสาธารณชนในอีก ๒-๓ วัน ข้างหน้านี้ครับ ชัดเจนแจ่มแจ้งทุกขั้นทุกตอน ลงมติปิดประชุมครับ
ท่านประเสริฐมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตนําเรียนว่าหลังจากที่ญัตติของท่านวิทยา ประธานวิปฝ่ายรัฐบาลได้เสนอแล้วมีสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายไปแล้ว ๒ ท่าน คือท่านธนากับท่านวรงค์ ส่วนญัตติของดอกเตอร์พีรพันธุ์ก็มีคุณหมอชลน่านอภิปรายไป ท่านเดียว ยังเหลือท่านสุนัยอีกท่านหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าเกิดให้ท่านสุนัยอภิปรายแล้ว บรรยากาศก็จะดีขึ้น ผมไม่อยากใช้เอกสิทธิ์ในการนับองค์ประชุมนะครับท่านประธาน
คือท่านประเสริฐครับ ผมก็ทําไปตามข้อบังคับนะครับ พอดีทางฝ่ายนี้ก็ได้เสนอให้ปิด การอภิปราย มีผู้รับรอง ก็มีอย่างเดียวก็คือผมก็จะต้องขอความกรุณาท่านผู้เสนอญัตติ ปิดอภิปราย จะขอความกรุณาท่านถอนญัตติแล้วขอให้ท่านสุนัยอภิปรายอีกสักคน ได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม ธานี เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธาน ด้านโน้น เสนอญัตติ ผู้เสนอญัตติก็อภิปรายไปใช้เวลามากแล้ว ผู้สนับสนุนอีกท่านหนึ่งก็อภิปราย ไปใช้เวลามากแล้ว ด้านนี้ผู้เสนอญัตติไม่ได้อภิปราย มันเป็นธรรมตรงไหนท่านประธาน ผมก็เห็นว่าเราใช้เวลากันพอสมควรแล้ว ผมยืนยันขอให้ปิดอภิปราย ขอลงมติครับ
ท่านสุนัยใช้สิทธิพาดพิง ท่านก็ได้ใช้สิทธิท่านไปแล้วนะครับ สั้น ๆ นะครับ ฟังนิดหนึ่งครับ เพราะว่าเราก็พาดพิงกันไปมา เอาสั้น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ คุณธานีเป็นน้อง คุณเชนแล้วก็เป็นน้องของท่านสุเทพ ผมไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดกันในหมู่ ส.ส. ท่านกับผมเป็นคู่กรณีที่ท่านกล่าวหาผม แต่พยาน คุณเก่งก็เห็น ท่านวิชาญก็เห็น คนนอก พลตํารวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ก็เห็น แล้วเป็นคนเอ่ยปากให้ผมมาช่วยเอง เหตุการณ์นี่ครับ เดี๋ยวท่านจะเข้าใจผิด เขาจะเข้าไปพบกับคุณสุเทพเพื่อจะถามว่าคุณสั่งหรือเปล่า ให้ตํารวจขว้างแก๊สนํ้าตา ท่านครับ จากที่ต่อรองกันหน้าสภากว่าจะถึงตรงนี้ ๔๕ นาทีได้ครับ เกือบชั่วโมง แล้วก็กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้ล้อมสภาทั้งหมดครับ ประตูด้านราชวิถีเปิด ให้ไปได้แต่ท่านก็ไม่ไปกัน ผมก็เกรงว่ามันจะเกิดปัญหากัน ผมก็บอกว่าให้ไปดูสักหน่อย ถ้าไม่อยู่ก็จบกันไป
เดี๋ยวนะครับ ให้ท่านสุนัยชี้แจงให้จบ
อันนี้ถามท่านวิชัยก็ได้ครับ ท่านเป็น ตํารวจ ท่านเป็ นคนกลาง ผมยังโทรศัพท์ไปบอกท่านวิชัยไปบอกท่านสุเทพนะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด
เอาละครับ พอแล้วครับ ท่านสมาชิกครับ เชิญนั่งลงนะครับ คือประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นประเด็นก็ชี้แจงกันไปมาของทั้ง ๒ ฝ่ำย ก็คงหาข้อสรุปลําบากนะครับ ขณะนี้ ผมขอดําเนินการตามที่ข้อบังคับบัญญัติไว้ นั่นก็คือมีผู้เสนอให้ปิดอภิปราย แล้วก็ได้ ยืนยันที่จะให้ปิดอภิปราย
(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พอแล้วท่านสุนัยท่านได้ชี้แจงไปแล้วครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวก็ประท้วงกันอีกละครับ ท่านชี้แจงไปแล้ว ประท้วงผิดข้อบังคับข้อไหนครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานให้ผม อภิปรายไปแล้ว และผมเริ่มอภิปรายแล้วแค่เอ่ยชื่อเท่านั้นเขาก็ประท้วงผม แสดงเจตนา ชัดเจนแล้วก็มาเสนอปิดประชุม ถ้าทําอย่างนี้ได้ในที่สุดสภาเราก็ดําเนินการไม่ได้
ปิดอภิปราย ไม่ใช่ปิดประชุม
ก็ยังค้างอยู่เลยนี่ครับ อ๋อ นี่ตกลง ปิดอภิปรายกลางอากาศอย่างนี้หรือครับ ทําได้อย่างไรครับท่านประธาน
ท่านสุนัยครับ ประเด็นมันมีข้อขัดแย้งกันอยู่ระหว่าง ๒ ท่าน
ถ้าอย่างนั้นท่านประธานก็เอาเทป มาเปิ ดสิว่าท่านชัยพูดอย่างนี้จริงหรือเปล่า เขาโกหกหรือเปล่า ท่านชัยบอกว่า ฝ่ำยละ ๒ คนไม่นับรวมผู้เสนอครับ อันนี้มันก็ชัดเจนเอาเทปมาเปิ ดสิครับ แล้วผม ก็เริ่มอภิปรายแล้ว นี่เป็นเจตนาชัดเจนที่จะไม่ให้เราเปิดเผยข้อเท็จจริงใด ๆ เลยในสภา อย่างนี้มันผิดที่สุดครับท่านประธาน
ท่านสุนัยนั่งเถอะครับ
ยังนั่งไม่ได้หรอกครับ แล้วแต่ท่าน จะวินิจฉัยครับ ให้ท่านวินิจฉัยก่อนผมถึงจะนั่ง
ก็อย่างนี้ครับท่านสุนัย ผมคิดว่าก็อภิปรายกันพอสมควร มีผู้เสนอให้ปิดแล้วนะครับ
ยังไม่สมควรเลยครับ
เดี๋ยวถ้าสภามีมติให้รับญัตตินี้ท่านจะได้พูดกันอีกยาว
มันรับไม่ได้อยู่แล้วครับ พวกมากลากไป
คืออย่างนี้ท่านสุนัยครับ ขณะนี้อยู่ในช่วงการเสนอให้สภารับญัตติ แล้วผู้เสนอญัตติ ท่านพีรพันธุ์อภิปรายแล้ว คุณหมอชลน่านก็อภิปรายสนับสนุนแล้ว ทางฝ่ายนี้ ๒ ท่าน ก็อภิปรายแล้วนะครับ ผมก็คิดว่าสมาชิกทั้งหลายก็ได้ข้อมูลที่ประกอบการตัดสินใจแล้ว ดังนั้นประธานจะขอมติเลยว่าจะรับเรื่องนี้ หรือไม่รับเรื่องนี้ เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ
ท่านไม่ตรวจสอบที่ท่านประธานพูด หรือครับ เอาอย่างนี้หรือครับ ถ้าอย่างนั้นพวกผมก็ร่วมสังฆกรรมกับท่านไม่ได้นะครับ
เชิญสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ก่อนลงมติจะตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมกรุณาตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านไพจิต มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ เนื่องจากเป็นเรื่อง ที่สําคัญ ผมอยากขอความกรุณาให้ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจในการนับองค์ประชุม โดยวิธีดูองค์ประชุมที่แท้จริงของสมาชิกในห้องประชุมครับ ขอเป็นญัตติครับ ขอได้โปรด รับรอง นับตัวท่านสมาชิกในห้องประชุมเองนะครับ
ท่านสมาชิกครับ อํานาจการกําหนดวิธีการนับองค์ประชุมตามข้อบังคับก็เป็นอํานาจ ของท่านประธานสภา คือผมได้พิจารณาแล้วขอนับองค์ประชุมโดยการเสียบบัตรนะครับ ฉะนั้นท่านสมาชิกขอเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนการลงมติ โดยการเสียบบัตร ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนลงมติว่าจะรับญัตติที่ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอหรือไม่นะครับ ท่านที่อยู่ ในห้องประชุมแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
คือประธานได้วินิจฉัยว่าได้อภิปรายกันมาพอสมควร และตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว ฉะนั้นประธานก็ขอให้ลงมตินะครับ ขอทราบองค์ประชุมครับ มีจํานวนสมาชิก ผู้เข้าประชุม ๒๕๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมถามมติที่ประชุมครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับญัตติ ของท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจะลงมติ ท่านจะมีอะไรกันครับ คือขอให้ ท่านสมาชิกนั่งลง ประธานจะถามมติแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ ประธานได้ปฏิบัติตาม คําวินิจฉัยของท่านประธานชัยที่ได้วางแนวไว้ให้ผู้อภิปรายข้างละ ๒ ท่าน ก็เป็นอันยุติ ทั้ง ๒ ท่านแล้ว และชั้นนี้เป็นเพียงชั้นที่จะถามมติว่าจะรับญัตติที่ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข เสนอหรือไม่ ถ้ารับก็จะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ฉะนั้น ประธานขอถามมติครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นสมควรรับญัตติของท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยก็คือไม่รับกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบทุกท่านนะครับ ขอทราบผลครับ จํานวนสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๘๖ ท่าน เห็นด้วยคือเห็นด้วยกับญัตติท่านพีรพันธุ์ที่จะเสนอเข้ามาระเบียบวาระการประชุม ๑๓๗ คน ไม่เห็นด้วย ๒๓๕ คน งดออกเสียง ๓ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ คน ก็เป็นอันว่า ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วยที่จะรับญัตติของท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข เข้ามาสู่ ระเบียบวาระการประชุม ญัตตินี้ก็เป็นอันตกไป
ท่านสุนัยมีอะไรครับ ผมประกาศมติไปแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ บังเอิญเครื่องของผม ไม่ทํางาน ท่านต้องใส่ชื่อผมอีกคนหนึ่งในฐานะผมให้เปิด ต้องขอความกรุณาด้วย และอีกอันหนึ่งท่านประธานทําผิดข้อบังคับและโกหกครับ เพราะท่านบอกว่าท่านชัย ไม่ได้บอกว่าให้อภิปราย ๒ คน ไม่รวมกัน ผมเสนอให้ท่านประธานเอาเทปมาเปิด ท่านก็ ตะแบงไปอีกนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านประธานปิดการอภิปราย ผมจะเสนอเปิดต่อ ท่านก็ปิดประเด็นอีก ไม่ให้พูดอีก กลายเป็นว่าการปิดอภิปรายนี้ไม่ได้เกิดจากฝ่ายรัฐบาล เกิดจากตัวท่านนะครับ บันทึกเป็นหลักฐานไว้
ท่านสมาชิกครับ อยู่ในความสงบครับ ผมในฐานะประธานก็ทําตามแนวทาง ที่ท่านประธานชัยให้ไว้ ก็ยินดีจะรับผิดชอบสิ่งที่ได้ทําไป ก็เป็นอันว่าญัตตินี้สภาไม่รับ เข้าสู่การพิจารณา แต่ทีนี้มันก็มีญัตติที่คาอยู่ของท่านธนา เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมก็ถอนไปนะครับ เพื่อให้สภาได้ทําหน้าที่ ตามระเบียบวาระการประชุมที่มีความสําคัญต่อไปครับ
ขอบคุณครับ ก็ไม่ค้างไม่คากันนะครับ ท่านธนาถอนไป ต่อไปผมจะพิจารณา ตามระเบียบวาระการประชุม คุณหมอชลน่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าญัตติ ที่เราเสนอเป็นญัตติเพื่อบ้านเพื่อเมือง เมื่อเสียงข้างมากปฏิเสธไม่รับนี่ ผมคิดว่า เสียงข้างน้อยเองก็ไม่มีสิทธิที่จะไปเรียกอะไรได้มากกว่านี้นอกจากพวกเราขออนุญาต ไม่ร่วมสังฆกรรมได้ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกขออยู่ในความสงบนะครับ ก็ถือเป็นสิทธิของท่านสมาชิก
ต่อไปจะพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว
ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา พ.ศ. .... เชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียก ของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ..... เข้าประจําที่ครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกกรุณาอยู่ในความสงบ ตอนนี้เรากําลังพิจารณาระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ..... เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ จะแถลงเลยไหม เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วนี้ผมได้ขอถอนไปเพื่อไปพิจารณาปรับปรุงอีกครั้งหนึ่งก่อน และวันนี้เพียงแต่ ลงมติครับ ซึ่งวันนั้นได้มีการอภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นขอมติได้เลยครับ
ครับ ก็เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรรมาธิการขอถอน และเมื่อคราวที่แล้วก็ได้ มีการอภิปรายกันไปแล้ว ตามข้อบังคับจําเป็นต้องถามมติที่ประชุมว่าจะให้ถอนร่างนี้ ออกไปหรือไม่ ฉะนั้นผมก็ต้องขอถามมติที่ประชุม ก่อนถามก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุม เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนจะลงมตินะครับ
(นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านสมาชิกครับ ขอความกรุณาท่านที่อยู่ในห้องประชุมได้เสียบบัตรแสดงตน ก่อนที่จะถามมติว่าจะเห็นสมควรให้ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปหรือไม่ ท่านที่อยู่ในห้องแล้วกรุณาเสียบบัตรครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมกรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนครับ เสียบบัตรแสดงตน ทุก ๆ ท่านนะครับ มีหลายท่านกําลังเข้ามา แสดงตนครบทุกท่านแล้ว ขอทราบผลครับ แสดงตนครบทุกท่านแล้ว เชิญแสดงผลครับ มีจํานวนผู้เข้าประชุม ๒๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปนี้จะถามมติที่ประชุมว่าที่ประชุมจะเห็นสมควรให้ถอน ร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ออกจากระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ เชิญท่านลงมติ ท่านใดเห็นสมควร ให้ถอนกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นสมควรให้ถอนกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงมติครบทุกท่านแล้วนะครับ ลงมติครบทุกท่านแล้วขอผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๔๘ ท่าน เห็นด้วยก็คือเห็นสมควรให้ถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไป ๒๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียงไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๔ ท่าน ก็เป็ นอันว่า สภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติคําสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ออกจากระเบียบวาระการประชุมครับ
ต่อไปเป็นระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... ก็มีผู้เสนอร่างอยู่หลายฉบับ เดี๋ยวผมขออ่านจะได้เตรียมพร้อม ที่จะนําเสนอหลักการและเหตุผลนะครับ
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายประนอม โพธิ์คํา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายสุวโรช พะลัง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายเรวัต สิรินุกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายสุวโรช พะลัง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายปัญญา ศรีปัญญา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... (นายนิยม วรปัญญา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องอยู่ในทํานองเดียวกันก็น่าจะรวมพิจารณา คงไม่มีผู้ใดขัดข้องนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีผู้ใดขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดําเนินการตามนี้
เชิญท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัตินะครับ เชิญเสนอหลักการและเหตุผล ชุดแรกท่านประนอม โพธิ์คํา กับคณะ เชิญแถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน ผมได้รับนโยบายจากพรรคเพื่อแผ่นดินให้เสนอร่างพระราชบัญญัติ เข้าสู่สภาคือร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. ....
หลักการ โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผล เนื่องจากปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อ ได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนมีราษฎรเข้าครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเป็นเวลานาน จนกลายเป็นชุมชน หรือเป็นที่อยู่อาศัยที่ทํากินจึงสมควร มีกฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของทางราชการที่ไม่ได้ใช้ ประโยชน์แล้ว เพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองที่ดินได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้นอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย อันเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็นหลักประกัน ในการดํารงชีพของราษฎร จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ต่อไปเชิญท่านสุวโรช พะลัง กับคณะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ที่กราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เพราะว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเป็นประธานได้รับมอบหมาย จากท่านประธานและสภาแห่งนี้ให้ไปศึกษาแนวทางวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วหรือที่เสื่อมสภาพแล้ว และบางกรณีมีพี่น้องประชาชนเข้ามาถือครองทํากินอยู่ในที่ดินแปลงนั้นก่อนที่จะได้มี การประกาศเป็นที่ดินของรัฐ หรือในบางกรณีเป็นที่ดินที่รัฐได้ประกาศเป็นที่ดินของรัฐแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และมีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองเข้าไปทํากินจนมีหลักฐาน เป็นที่มั่นคงและเห็นเป็นที่ประจักษ์ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มีความเป็นชุมชนมีผลอาสินซึ่งพี่น้อง ประชาชนเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับสิทธิใด ๆ และอยู่นอกกฎเกณฑ์หรือระบบของทางราชการ ตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เห็นว่า แนวทางอันหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกระบบ ให้เข้ามาในระบบเสีย และเราได้เห็นว่านี่คือการแก้ไขปัญหาเรื่องทุนทางเศรษฐกิจ ที่ชัดเจนและที่มั่นคง เราตรวจสอบครับท่านประธานพบว่าถึงขณะนี้มีที่ดินของรัฐที่อยู่ในมือ ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ประเภทนี้ครับ มีตัวเลขที่เป็นทางการประมาณ ๑๓ ล้านไร่เศษ มีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองทํากินไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ในที่ดินของรัฐตามที่ผมได้กราบเรียนไปนี้ ท่านประธานเองก็ทราบมาว่าที่ดินของรัฐเป็ นที่ดินที่รัฐมีอํานาจที่อ้างว่าถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ว่านั่นละครับการได้มาซึ่งอํานาจของรัฐในบางกรณีเป็นการลิดรอนสิทธิ ของพี่น้องประชาชน ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้เรามองเห็นว่าการที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องดังกล่าวนี้ให้ได้รับความยุติธรรมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายนั้นเราต้องยอมรับ ความเป็นจริงครับว่าที่มาของการเป็นที่ดินของรัฐนั้นถูกต้องตามกฎหมายจริงหรือไม่ ถามว่าที่ผ่านมานั้นรัฐเขาได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้บ้างหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามี มี ๒ กรณีที่เราศึกษามาครับคือ ถ้าหากเป็นกรณีที่เป็นที่ดินของรัฐและอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของกระทรวงใดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินประเภทนั้นก็จะให้กระทรวงนั้นไปแก้ปัญหา เราศึกษาพบว่าจนถึงเดี๋ยวนี้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ไม่ประสบความสําเร็จ แต่ประการใด สิทธิของพี่น้องประชาชนอยู่อย่างไร ถูกรังแกอยู่อย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังถูกรังแก อยู่อย่างนั้น ผมขออนุญาตหยิบยกให้ท่านประธานได้เห็นเป็นที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ การกํากับดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ได้งบประมาณ เป็นงบผูกพันจากสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ สิ้นสุดปี ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ๗๐๐ ล้านบาท ประชาชนที่อยู่ในกํากับในการตรวจสอบดูแลสิทธิทํากินในที่ดินของป่าไม้ ที่เสื่อมสภาพแล้วนี้ทั้งหมดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย งบประมาณได้ไปครบ แต่ปรากฏว่าโครงการสิ้นสุดแล้ว ถึงวันนี้ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ยังไม่ปรากฏผลการตรวจสอบมาเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างไร แต่การใช้งบประมาณครบถ้วนไปแล้ว หรือในกรณีอีกกรณีหนึ่งที่ทางรัฐได้แก้ปัญหา ด้วยการให้มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ของคําว่า กบร. กรรมาธิการได้ไปตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๑ มี กบร. ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ๗๓ จังหวัดด้วยกัน ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าทั้ง ๗๓ จังหวัดมีอยู่ ๕ จังหวัด ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน เพื่อให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานครับ ไม่เคยมีการประชุม กบร. หรือแก้ไขปัญหาในกรณี ที่มีปัญหาระหว่างรัฐกับราษฎร์นี้แต่ประการใด ๕ จังหวัดนั่นก็คือ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสตูล และจังหวัดสิงห์บุรี ทั้ง ๕ จังหวัดนี้ เราตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมา กบร. ไม่เคยมีการประชุมเลย กับกรณีที่ ๒ มีการประชุมบ้าง แต่ไม่เกิน ๑๐ ครั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ กรณี กรรมาธิการแลเห็นแล้วว่าเมื่อให้อํานาจ ของรัฐในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนไม่ประสบ ความสําเร็จ แต่กลับมีประเด็นของปัญหาก็คือของเก่าแก้ไม่ได้แล้วของใหม่มันก็จะมี การบุกรุกเข้าไปในที่ดินของรัฐที่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่ สรุปของเก่าแก้ไม่ได้ ของใหม่ ก็จะมีการบุกรุกเพิ่ม ที่สุดเรากังวลว่าอนาคตข้างหน้าจะไม่มีที่ดินของรัฐที่เหลือคงสภาพ ตามวัตถุประสงค์ของการประกาศใช้เป็นที่ดินของรัฐประเภทนั้น ๆ แต่ประการใด คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ซึ่งประกอบด้วยจากทุกพรรคการเมือง และประกอบด้วย อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความชํานิชํานาญและศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ตลอดมา ได้นําเสนอแนวทาง วิธีการ ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องกรณีที่ประชาชนไม่ได้รับ ความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเป็น ประธาน กฎหมายฉบับนี้มีหลักการและเหตุผลที่ผิดแผกแตกต่างไปจากหลักการ ของกฎหมายเดิม ซึ่งให้อํานาจของรัฐแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและไม่ประสบความสําเร็จ ตามที่ผมได้กราบเรียน ดังนั้นร่างกฎหมายที่ผมได้เสนอต่อท่านประธาน ต่อสภา ในวันนี้ จะเป็นร่างกฎหมายที่ให้ประชาชนมีอํานาจตามที่เขาอ้างว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม นั่นก็คือถ้าที่ดินแปลงนั้นประชาชนคนใดอ้างว่าเขาอยู่มาก่อนที่เป็ นที่ดินของรัฐ หรือเขาอยู่ภายหลังจากที่เป็นที่ดินของรัฐแต่รัฐปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลที่ดินดังกล่าว จนกระทั่งที่ดินของรัฐประเภทดังกล่าวเหล่านี้มันหมดสภาพตามวัตถุประสงค์ไป สรุปก็คือ วันนี้เป็นที่ดินของราษฎรไปแล้ว ถ้าทั้ง ๒ กรณีตรงนี้อยู่ในตําบล อยู่ในอําเภอ อยู่ใน จังหวัดใด ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวก็จะให้สิทธิของผู้ที่ถือครองทํากินในที่ดินดังกล่าวนั้น มาแจ้งเหตุการณ์ครอบครองที่ดินตามแบบฟอร์ม (Form) ที่ทางคณะกรรมการได้กําหนด เอาไว้ที่อําเภอ ณ ที่ดินที่ตั้งอยู่ ท่านนายอําเภอ ผู้ปกครองท้องที่ที่อยู่ในที่ดินตั้งอยู่ก็จะมี คณะกรรมการในเบื้องต้นขึ้นมา ๑ ชุด สํารวจตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้นว่าเป็นจริง ตามที่ผมได้กราบเรียนมาหรือไม่ ถ้าหากได้ข้อสรุปตามที่ผมได้กราบเรียน นั่นก็คือ สภาพความเป็นที่ดินของรัฐหมดไปแล้ว ท่านนายอําเภอก็จะสรุปข้อเท็จจริงส่งมา ที่จังหวัด เมื่อส่งข้อเท็จจริงมาที่จังหวัดแล้วคณะกรรมการที่จังหวัดก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาอีก ๑ ชุด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจาก การสรรหาในจังหวัดนั้น ๆ ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาจากอําเภอว่าครบถ้วน กระบวนความแล้วหรือยัง ถ้าหากครบถ้วนแล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะลงนาม ส่งเอกสารทั้งหมดมาที่รัฐบาล ซึ่งจะมีคณะกรรมการที่ส่วนกลางขึ้นอีก ๑ ชุด ประกอบด้วยท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็น ประธาน แล้วก็จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภท มีปลัดกระทรวง มีอธิบดี ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภทเช่นเดียวกันมาเป็นคณะกรรมการ คณะกรรมการ จากส่วนกลางของรัฐบาลชุดนี้ก็จะเอารายละเอียดที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดส่งขึ้นมา มาตรวจสอบข้อเท็จจริง มาดูรายละเอียดของป่าของที่ดินของรัฐแต่ละประเภท เมื่อได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวตรงกับข้อเท็จจริงที่ได้มาจากทางจังหวัดแล้ว สรุปก็คือถ้าหาก ความเป็นที่ดินของรัฐหมดสภาพไปแล้วนี่ครับ ถามว่าต่อไปจะทําอย่างไร คณะกรรมการ ชุดนี้ก็จะดูรายละเอียดว่าการได้มาซึ่งที่ดินของรัฐตรงนั้นได้มาก่อนหรือได้มาหลังจาก การเป็ นที่ดินของรัฐ ถ้าข้อเท็จจริงสรุปว่าได้มาก่อนก็จะมอบให้กับทางกรมที่ดิน ไปดําเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๙๗ ก็คือออกโฉนดที่ดินไปเลย เพราะนั่นเป็นสิทธิที่พี่น้องประชาชนเขาควรจะได้รับการดูแล ท่านประธานครับ ถามว่า สิ่งเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบศึกษาพบข้อเท็จจริงเหล่านี้บ้างหรือไม่ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเลยครับว่าพวกเราทํางานกันหามรุ่งหามคํ่า แล้วก็ลงไป ในพื้นที่จริง ๆ เราไปตรวจพบครับท่านประธาน กรณีตรงนี้ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน ได้เลย เช่นในเขตอุทยานหาดเจ้าไหมของจังหวัดตรังครับ ข้อเท็จจริงที่อยู่ในมือผมนี่ครับ เป็นข้อเท็จจริงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยอมรับว่าได้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงแล้ว มีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองทํากินก่อนประกาศเป็นเขตอุทยาน ทั้งหมด ๒๑๔ ราย เนื้อที่ทั้งหมด ๒๑๘ แปลง คิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมด ๑๗๐ ไร่ ที่ดินตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตําบลไม้ฝาด อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง ตรงนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรังทุกท่านที่ได้กรุณายื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยอมรับ ข้อเท็จจริงครับว่าข้อเท็จจริงที่ผมกราบเรียนไปนี่เขาได้มาก่อนจริง แต่ท่านประธานครับ มาจนถึงปัจจุบันนี้ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิของเขาไปจนเดี๋ยวนี้ครับ ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินตามที่เขาควรจะได้เลย ถามว่าเพราะอะไร เพราะกระบวนการในการปลดจากการเป็นที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระบวนการยังไม่ทราบว่าเมื่อไรจะจบ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับคําร้องเรียนคือวันนี้พี่น้องประชาชนในจํานวนนั้นเขาบอกว่า เขาจะสร้างห้องนํ้า เขาจะซ่อมแซมห้องอุจจาระ ปรากฏว่าซ่อมไม่ได้ ถ้าเขาไปซ่อมก็จะถูก เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจับ ทั้ง ๆ ที่ยอมรับข้อเท็จจริง แล้วว่าเขาอยู่มาก่อน แต่พี่น้องประชาชนเหล่านี้ยังไม่ได้รับสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจะไปยื่นก็ต้องพิสูจน์สิทธิกัน ต้องให้ประชาชนไปฟ้ องร้องเอาที่ดินของตัวเองมาเป็น ที่ดินของตัวเองแล้วมันจะเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนเหล่านั้นได้อย่างไร เราได้ประชุม แล้วก็ได้หารือร่วมกันครับว่าระหว่างที่กฎหมายฉบับดังกล่าวกําลังอยู่ในระหว่าง การพิจารณาในกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ เราขอความร่วมมือจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้กรุณาทํารายละเอียดคําขอ ขึ้นมาได้ไหม เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนไปยื่นคําขอในการที่จะไปซ่อมห้องนํ้า ห้องส้วม ของเขาตามสิทธิของเขาที่ควรจะได้รับระหว่างที่กําลังรอการที่จะประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งยังไม่ทราบอนาคต เราก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างนี้ไปละครับ ท่านประธาน ถามว่าทั้งประเทศมีอยู่ทั้งหมดเท่าไร ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานแล้ว ข้อมูลตัวเลขที่เห็นอยู่ในขณะนี้ที่ดินของรัฐทุกประเภทไม่น้อยกว่า ๑๓ ล้านไร่ ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นี่คือข้อมูลตัวเลขทางการ แต่ระหว่างที่ท่านประธานกําลังเป็น ประธานในที่ประชุมอยู่วันนี้ วันนี้ก็มีการรุกเพิ่มอีกครับ ตัวเลขก็เปลี่ยนไปเรื่อย จะว่าประชาชนทีเดียวก็ไม่ได้ จะว่าไปเจ้าหน้าที่ของรัฐทีเดียวก็ไม่เชิง เพราะป่ามีอยู่เยอะ เจ้าหน้าที่มีอยู่น้อย งบเรามีจํากัด คนเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นเป็ นธรรมชาติ ที่พี่น้องประชาชนต้องมีที่ดินทํากินเป็นของเขาเองซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ทําอย่างไรที่จะให้ เกิดความสมดุลละครับท่านประธาน นั่นก็คือรักษาของเก่าที่ยังเหลืออยู่ไว้ให้ได้ แก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่ให้หมดไป วิธีการอันหนึ่ง ก็คือหลักการและเหตุผลตามที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปนี่นะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมได้กราบเรียนร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็เพื่อที่จะให้แก้ไข ปัญหาที่ดินของรัฐซึ่งมีอยู่หลากหลายหลายประเภท นอกเหนือจากที่ดินที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้วก็ยังมีที่ดินของสหกรณ์นิคม ยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นนิคมที่นิคมท่าแซะ ที่จังหวัดชุมพรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นนิคมบ้านไร่ นิคมโคกขาม จังหวัดสมุทรสาครก็ดี ท่านประธานครับ ผมลงไปในพื้นที่จริงของเขาประชาชนมีอยู่ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๑๕ ไร่ มีรายละเอียดอยู่บ้างที่ผมมองว่ามันน่าจะให้เขาตั้งนานแล้วแต่เขา ยังไม่ได้รับสิทธิเลยจนกระทั่งปัจจุบันนี้คือที่ดินที่อยู่บริเวณชายคลองของนิคมโคกขาม ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งตรงนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาก็ร้องเรียนมา ร้องเรียนไปที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนคนเหล่านั้นได้ ถามว่าเพราะอะไร ก็เพราะกระบวนการตามกฎหมาย ของสหกรณ์เขาก็จะต้องมีกระบวนการที่เดินเข้าไปสู่แต่ละขั้นแต่ละตอนกว่าจะจบสิ้น ยังไม่รู้เมื่อไรจะจบเลย แต่พี่น้องประชาชนเหล่านี้ไม่สามารถเอาสิทธิที่เขาควรจะได้รับ เพื่อเป็นทุนในการหาเลี้ยงครอบครัวของเขาได้แต่ประการใด เวลาคนยากคนจนจะได้สิทธิ สักทีทําไมมันถึงยากเย็นอย่างนี้ครับท่านประธาน แต่พอเวลาคนรํ่าคนรวยที่ดินของรัฐ ที่ออกไม่ได้มีโฉนดมันได้มาอย่างไร นี่ละครับที่บอกว่ามันหลายมาตรฐาน เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งผมกราบเรียนต่อท่านประธานวันนี้เราแลเห็นแล้วครับว่าถ้าได้มีการยกร่างกฎหมาย ลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ให้มีผลบังคับใช้ ผมเชื่อว่าน่าที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนคนที่ถูกอํานาจรัฐที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ได้ ที่สําคัญที่สุดวันนี้ต้องยอมรับว่า เรามีที่ดินของรัฐอีกหลากหลายประเภทที่มีพระราชกฤษฎีกาที่สงวนหวงห้ามเป็นที่ดิน ของรัฐแล้วก็ไปประกาศทับที่ของชาวบ้านเขา บางแปลงเป็นที่ดินของราชการทหาร ท่านประธานทราบไหมครับไปประกาศพระราชกฤษฎีกาทับที่ที่ประชาชนเขาทํากิน บางจังหวัดมีโฉนดของราชการมีโฉนดที่บอกว่าได้มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นโฉนดใหญ่ เบ้อเริ่มเทิ่มเท่าโต๊ะเลยที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดลพบุรี คงจะให้รายละเอียดในโอกาสต่อไป เราลงไปตรวจพบครับ คุณยายบอกว่าคุณยาย ได้ถือครองมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ วันนี้เป็นที่ดินของทางราชการทหารไปแล้ว คุณยายอยากจะเปลี่ยนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอแล้วขออีก ขออีกขอแล้วจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้เลยเพราะเขาบอกว่าที่ดินแปลงนี้ วันนี้เป็นที่ดินของราชการทหารไปแล้ว ราชการทหารก็ดีทหารก็ได้ช่วยปลดแอกสิ่งเหล่านี้ บอกว่าใช่ที่คุณยายพูดถูกแต่ว่าผมมีพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามอยู่มันติดขัดอยู่ตรงนี้ กําลังไปดําเนินการ เราก็ไปของบประมาณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้อีก อันนี้ก็ไปขอมาจาก กรมธนารักษ์ได้งบประมาณมาแสนสองแสนเพื่อพิสูจน์สิทธิ ทางหน่วยราชการก็ยอมรับ แต่ติดขัดที่กฎหมายซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมได้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ท่านประธานครับ พระราชกฤษฎีกาที่ผมได้ไปตรวจค้นมา ที่อยู่ในมือของกรรมาธิการชุดที่ผมเป็นประธานทั้งหมดในขณะนี้มีด้วยกันประมาณ ๑๒ ฉบับด้วยกัน ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพราะหลังจากที่ได้มีการพิจารณาตามขั้นตอนของการเสนอกฎหมายในโอกาสต่อไปแล้ว จะได้มีการนํารายละเอียดของพระราชกฤษฎีกาต่าง ๆ เหล่านี้มาพิจารณาทบทวนกัน ทีละพระราชกฤษฎีกาว่าในปัจจุบันนี้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีกรณีที่ไปทับที่ดิน ของพี่น้องประชาชนบ้างหรือไม่ หรือปล่อยปละละเลยให้พี่น้องประชาชนเข้าไปถือครอง ทํากินจนกระทั่งมีหลักฐานเป็นที่มั่นคงตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วบ้างหรือไม่ นั่นก็คือ
ฉบับที่ ๑ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่ดินอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ซึ่งอันนี้ได้ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกาโดยมี พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ท่านประธานนึกดูสิครับนานเท่าไรแล้ว
ฉบับที่ ๒ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่บ้านปากนํ้าโพ อําเภอพยุหคีรี บ้านโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ ก็เช่นเดียวกันครับ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ฉบับที่ ๓ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี ๒๔๗๙ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเช่นเดียวกัน
ฉบับที่ ๔ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา ฉบับที่ ๒ ปี ๒๔๘๐ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเช่นเดียวกัน
ฉบับที่ ๕ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอเมือง กาญจนบุรี วังขนาย ที่อําเภอบ้านทวน และวังกะ จังหวัดกาญจนบุรี ปี ๒๔๘๑ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เช่นเดียวกัน
ฉบับที่ ๖ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม อําเภอโคกสําโรง จังหวัดลพบุรี และอําเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ฉบับที่ ๗ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พุทธศักราช ๒๔๘๓ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ฉบับที่ ๘ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามของอําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการ
ฉบับที่ ๙ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามของตําบลพรหมณี อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก และตําบลบ้านพร้าว อําเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ปี ๒๔๘๔
ฉบับที่ ๑๐ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พุทธศักราช ๒๔๘๔ ประกาศในขณะที่เป็ นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
ฉบับที่ ๑๑ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามในท้องที่ตําบล ที่จะเวนคืนในเขตอําเภอเมืองลพบุรี อําเภอโคกสําโรง อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และอําเภอเมืองสระบุรี พุทธศักราช ๒๔๘๕
ฉบับที่ ๑๒ ฉบับสุดท้ายคือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม ที่เขตตําบลหัวเตย อําเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศในขณะที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ทั้ง ๑๒ พระราชกฤษฎีกาที่ผมได้ กราบเรียนต่อท่านประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการ ตามพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ดินตามที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานมาทั้งหมดเหล่านี้ ผมเข้าใจว่าถ้าหากสภาแห่งนี้จะได้พิจารณา ร่างหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ผมเชื่อและผมมั่นใจว่าจากที่เราศึกษามานี่สามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน คนที่เขาอ้างว่าเขาถูกลิดรอนสิทธิประโยชน์ที่เขาควรจะได้รับในขั้นตอน ของกฎหมาย มากกว่าที่จะให้หน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดินของรัฐแต่ละประเภท เป็นคนหยิบยื่นความเป็นธรรมให้กับเขา แล้วก็อ้างว่า ๑. ติดขัดที่ข้อกฎหมาย ๒. ติดขัด ที่งบประมาณ ๓. ติดขัดที่อัตรากําลัง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน คนเหล่านี้ได้ ผมเชื่อและมั่นใจครับว่าถ้าหากท่านประธานและสภาแห่งนี้จะได้กรุณาอํานวยความสะดวก ในการที่จะขับเคลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ผมเชื่อว่าสามารถ แก้ไขปัญหาที่ดินทํากินในกรณีที่พี่น้องประชาชนอ้างว่าถูกรบกวนสิทธิจากหน่วยงาน ของรัฐ ให้ความเป็นธรรมกับเขาสมดังที่เขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ร่างนี้มีผู้เสนอทั้งหมด ๘ ฉบับ ก็อาจจะต้องให้ผู้เสนอได้แถลงหลักการ และเหตุผลให้ครบก่อนนะครับ ส่วนท่านสมาชิกที่จะอภิปรายก็แสดงความจํานงไว้ เชิญฉบับต่อไป ท่านเรวัต สิรินุกุล กับคณะ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กระผมพร้อมด้วยสมาชิก พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ ซึ่งมีท่านอํานวย คลังผา แล้วก็ท่าน พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข นางดวงแข อรรณนพพร ท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ท่านชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล ท่านบุญเลิศ ครุฑขุนทด ท่านประเกียรติ นาสิมมา ท่านสถาพร มณีรัตน์ นางสาวอรุณี ชํานาญยา ท่านซูการ์โน มะทา พลโท มะ โพธิ์งาม พลตรี ศรชัย มนตริวัต นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ นางนฤมล ธารดํารงค์ นายนพคุณ รัฐผไท ท่านศักดา คงเพชร ท่านอนันต์ ผลอํานวย สุดท้าย ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ำยสีงาม ร่วมกันเสนอกฎหมายฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการ และเหตุผลที่จะขอกราบเรียนดังนี้ครับ
หลักการ โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนมีราษฎรเข้าครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเป็นเวลานาน จนกลายเป็นชุมชน หรือเป็นที่อยู่อาศัยที่ทํากินจึงสมควรมี กฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ แล้วเพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองที่ดินได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้นอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย อันเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็นหลักประกัน ในการดํารงชีพของราษฎร จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานครับ ผมดีใจครับว่าวันนี้มาถึง ความจริงเรื่องนี้ได้เสนอมา หลายยุคหลายสมัย ก็ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณคุณสุวโรชซึ่งเป็นประธานในการพิจารณา เรื่องนี้โดยตรง แล้วจนกระทั่งได้มีการรวบรวมกฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้าสู่การพิจารณา ของสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ โดยความเป็นจริงท่านประธานต้องยอมรับว่าพระราชกฤษฎีกา ตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ ก็ดี ที่หลายแห่งนะครับ จังหวัดลพบุรีก็ดี ที่จังหวัดกาญจนบุรีก็ดี หรือที่จังหวัดเชียงใหม่ก็แล้วแต่ ถ้าท่านไปดูจริง ๆ พระราชกฤษฎีกาเหล่านั้นล้วนแต่ เอาที่ดินที่เกินความเป็นจริงที่ต้องการใช้ประกาศไปเลยครับ แล้วก็ให้กรมทหารหรือทางทหารดูแล แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ผมยกตัวอย่าง ท่านประธาน อย่างในจังหวัดกาญจนบุรี พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๑ กําหนดที่ดินเอาไว้ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ อยู่ที่ตัวจังหวัดนั้น ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ที่จังหวัดราชบุรี ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ในจังหวัดกาญจนบุรีมี ๑๓ อําเภอ แต่พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๑ คลุม ๑๒ อําเภอครับ ท่านประธาน คลุม ๑๒ อําเภอ แล้วก็ที่จะใช้จริง ๆ ในทหารเพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เหลืออีก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เป็นสิ่งที่เกินความจําเป็นและเกินความเป็นจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยมีทางเดียว ผมเองเคยเสนอกฎหมายนี้มานานแล้วครับ แล้วก็เคยไปแม้กระทั่งไปดู ในเรื่องนี้พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๑ เคยกราบเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่าถ้าทางทหารเขาใช้ ไม่มาก แล้วถ้าจะมาให้ทหารเวนคืนหรืออะไรทําไม่ได้ นอกจากออกกฎหมาย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นสิ่งที่จําเป็ นแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องโดยแท้จริง อยู่มานานครับ อยู่ด้วยความยากลําบาก ทําอะไรก็ไม่ได้ ปักเสาไฟฟ้ำก็ไม่ได้ ทําถนนลาดยางก็ไม่ได้เพราะทหารไม่ให้ถือว่าทหารดูแลอยู่ เมื่อเป็นอย่างนี้กฎหมาย ฉบับนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ผมจึงถือโอกาสนี้ขอบคุณสภาแห่งนี้ ขอบคุณท่านประธาน และขอบคุณทุกท่านนะครับ สมาชิกที่เราจะมาช่วยกันให้กฎหมายฉบับนี้นําไปสู่ พี่น้องประชาชน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อว่าในจังหวัดกาญจนบุรีนั้น พี่น้องเดือดร้อนมาเป็นเวลานานเหลือเกินครับ หลายสิบปีครับ แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ ที่สําคัญกว่าจะออกมาได้ ซึ่งท่านสุวโรชเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องที่ดินทํากิน ใช้อาจารย์ทั้งนั้นนะครับท่านประธาน อาจารย์ทั้งนั้นเลยที่มาดูนี่ อาจารย์ นักกฎหมาย อย่างเจ้าหน้าที่ครับ นักกฎหมายกรมป่าไม้ก็ดี นักกฎหมายกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชก็ดี นักกฎหมายของ ส.ป.ก. ก็ดี ของกรมธนารักษ์ก็ดี ล้วนแล้วแต่มายกร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้งสิ้น แล้วมาดูแลอย่างดียิ่งเลย จึงทําให้เชื่อว่า ที่กลัวว่าพี่น้องจะเอาที่ดินไปเฉย ๆ เปล่า ๆ ยกให้ฟรี ๆ มันคงไม่ได้ มีหลักเกณฑ์หลักการครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมดีใจแทนพี่น้องประชาชนก็คือว่าโอกาสของพี่น้องประชาชนมี พี่น้อง ที่อยู่ในที่ดินที่สงวนหวงห้ามตรงนี้สามารถยื่นเรื่องราวได้ ยื่นต่อคณะกรรมการ เพื่อขอพิสูจน์สิทธิ ขอพิสูจน์ที่ไม่ได้ใช้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าแล้วเอามาให้กับตนเอง แล้วออกกรรมสิทธิ์ที่ดินด้วยนะครับ ออกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับพี่น้องเหล่านั้นด้วย นี่ครับ คือปัญหาที่สําคัญที่สุดที่ชีวิตหนึ่งเขาเกิดมาไม่เคยมีอะไรเลย ไม่มี ไม่มีอะไรเลย ที่ดิน แม้แต่ตารางนิ้วก็ไม่มีแต่ครอบครองที่ดินนั้นอยู่มาเป็นเวลาช้านาน จึงจะสามารถให้ได้มี ที่ดินของตนเอง มีที่ดินที่สามารถดํารงชีวิตอยู่ได้ ผมกราบเรียนตรง ๆ เลยท่านประธาน อย่าง ส.ป.ก. ก็ดีครับที่รัฐบาลเขาให้ แต่ขอโทษเถอะครับมันทํากินไม่ได้ บางแห่งมีแต่หิน มีแต่อะไรก็ไม่รู้ จะไปเอาหินมาทํามันทํากินไม่ได้ มันเลยไม่เกิดประโยชน์อะไรมากนัก แต่ในที่ดินเหล่านี้ที่เขาอยู่มานานเขาทํากินอยู่แล้ว เขาสามารถทํากินอยู่แล้ว แล้วสามารถ สร้างบ้านเรือนอยู่แล้ว แต่ขณะนี้เวลาวันดีคืนดี โอ้โฮก็มีการขับไล่กันเอารถแทรกเตอร์มาไถ มาเผากัน อย่างนี้ เขาก็อยู่ไม่สุข ชีวิตเขาไม่มีความสุขเลย เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกฎหมายที่ โอ้โฮถือได้ว่าปลดแอกในชีวิต สามารถที่จะมีที่ดินทํากินได้ สามารถที่จะอยู่กันได้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าสภาแห่งนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออก แต่ท่านประธานก็ทําให้ ออกไปก็แล้วกัน ถ้าออกไปได้นี่ผมว่าพี่น้องคนไทยทั่วทั้งประเทศจะต้องจารึก คณะกรรมาธิการแล้วก็ผู้แทนราษฎรที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่ผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ไปใช้ เพราะนั่นคือสภาแห่งนี้ สภา ณ วันนี้ได้ให้เขามีชีวิตที่มีฐานะมีที่ดินทํากินสามารถที่เอา ที่ดินนี้ไปประกอบอาชีพอย่างนี้เป็นต้น นี่คือสิ่งที่กระผมดีใจ แล้วก็ดีใจแทนพี่น้อง ทั้งหลายที่ได้อยู่ในที่ดินที่รกร้างว่างเปล่าที่ไม่เกิดประโยชน์ตรงนี้ให้กับเขาได้ ผมก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านไว้ล่วงหน้าเลย ก็ขอให้เมื่อเวลา มีการพิจารณาก็ขอให้ได้พิจารณากันโดยเร็ว แต่ว่าผมมาฟัง ท่านประธานครับ มาฟังว่า กฎหมายฉบับนี้จะมีการรับหลักการใช่ไหมครับ ก่อนรับหลักการเขาเรียกอะไร ท่านประธาน
ยังไม่เกิด
ผมได้ยินมา ๖๐ วันก่อนรับหลักการ ๖๐ วันอย่างนี้จะทําไปทําไมล่ะ กว่าจดหมายฉบับนี้จะเข้ามา เดี๋ยวถ้ามีอย่างนี้ผมจะถาม ท่านประธานต้องขออนุญาตถาม กว่ากฎหมายฉบับนี้เลื่อนขึ้นมาแล้ว คราวก่อนนี้ เลื่อนขึ้นมาแล้วก็มีต่อท้ายมาอีกต่อท้ายมาอีกนี่มันเกิน ๖๐ วันแล้ว มันไป ๙๐ วัน ๑๒๐ วันแล้วจะไปรออะไรอีกรัฐบาลนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากวิปไว้ด้วย ถ้ามี การประชุมเรื่องนี้มานี่อย่าได้ทําอย่างนี้อย่าได้ทํา รับหลักการเลย แล้วก็พิจารณากัน วาระที่สอง วาระที่สาม ให้รวดเร็วให้ทันกาลให้ทันใช้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งรอมา เป็นเวลาช้านาน อย่าให้มีตรงนี้เกิดขึ้น แต่ถ้ามีตรงนี้ผมก็ต้องถามเหตุผลอะไร เพราะอะไร เพื่ออะไรนะครับท่านประธาน กระผมก็ถือโอกาสนี้ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญผู้เสนอร่างต่อไป ท่านผ่องศรี ธาราภูมิ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันได้รับ มอบหมายจากท่านสุวโรช พะลัง และคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนถึงหลักการและเหตุผลในเบื้องต้นว่า โดยที่สมควรแก่เวลาที่สภาของเราจะได้บัญญัติให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ เหตุผลก็เนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน กฎหมายได้กําหนดให้มีการประกาศเขตหวงห้ามตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ของทางราชการ มากมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านสุวโรชได้กล่าวไปว่ามีอยู่ประมาณ ๑๒ ฉบับ แต่ดิฉันขอกราบเรียนว่าความจริงแล้วพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตหวงห้ามที่ดิน ของทางราชการนั้น ๑๒ ฉบับนั่นเป็นเพียงของหวงห้ามไว้เพื่อใช้ในราชการของกองทัพบก เท่านั้น เท่าดิฉันตรวจสอบทั้งหมดเบื้องต้นตอนนี้มีทั้งสิ้นจาก พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึง พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นช่วงที่มีการประกาศพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามในช่วงนั้น มีทั้งหมด ๕๓ ฉบับ แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ๓๔ จังหวัด นอกจากนั้นยังมี ประกาศกฎกระทรวงที่ได้ประกาศเขตหวงห้ามที่ดินในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ พระราชกฤษฎีกายังมีอยู่ทั้งหมดก็คืออีก ๗๒ ฉบับในพื้นที่ ๓๒ จังหวัด เพราะฉะนั้นดิฉันขอกล่าวว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันได้มีกฎหมายแล้วก็ประกาศ เขตหวงห้ามที่ดินไว้เพื่อประโยชน์ของทางราชการทั้งสิ้น ๕๓ ฉบับ แล้วก็อีก ๗๒ ฉบับ ก็เป็ นร้อยกว่าฉบับ ไม่ใช่แค่ ๑๒ ฉบับที่ท่านสุวโรชได้กล่าวไปเป็ นส่วนเฉพาะ ของกองทัพบก ดังนั้นที่ดินที่ประกาศไว้มากมายแต่ว่าราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์หรือว่าบางส่วนที่ได้ประกาศนั้นไปครอบทับที่ดินของราษฎรที่ได้ ครอบครองไว้ก่อน แล้วก็ได้กลายเป็นชุมชนที่ปัจจุบันราชการนั้นก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์ ในที่นั้นได้อยู่แล้ว จึงสมควรได้มีกระบวนการ มีขั้นตอน มีกฎหมาย ที่จะเป็นช่องทาง ให้ราษฎรได้เป็นช่องทางที่ได้ร้องขอความเป็นธรรมในกรณีที่คิดว่าเขาควรจะได้รับสิทธิ อันนี้ไม่ให้ถูกรอนสิทธิ กฎหมายฉบับนี้คงไม่ใช่อยู่ ๆ จะไปเพิกถอนได้ง่าย ๆ นะคะ จะต้อง มีกระบวนการและขั้นตอนมากมาย ดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงความเป็นมาของเรื่องก่อนว่า ทําไมได้มีประกาศเขตหวงห้ามมากมายขนาดนั้น ถ้าย้อนอดีตกลับไปดิฉันเป็น ส.ส. สมัยแรก ๒ ปีนี้ก็ได้มีโอกาสเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาแต่งตั้งขึ้นทั้ง ๒ ชุด ทําให้ ได้มีโอกาสศึกษาเอกสารเก่า ๆ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรุ่นพี่ได้ศึกษาเอาไว้ กล่าวได้ว่า เรื่องปัญหาที่ดินทํากินนั้นเป็นมหากาพย์ของสภาแห่งนี้ สภาทุกยุคทุกสมัยจะต้องหยิบยก เรื่องปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทํากินขึ้นมานําเสนอ แล้วก็ได้มีการตั้งกรรมาธิการมาทุกครั้ง ปรากฏว่าเมื่อดิฉันได้กลับไปดูรายงานของกรรมาธิการแต่ละฉบับก็ได้มีข้อเสนออยู่ทุกฉบับ ว่าเสนอให้ทําอย่างไร บางเรื่องก็ได้มีการทําไปแล้ว แต่บางเรื่องข้อเสนอนั้นก็ยังค้างอยู่ เฉพาะในส่วนของที่สงวนหวงห้ามของทางราชการ ดิฉันขออนุญาตท่านประธาน มีรายงานเฉพาะของสภาเลย เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนเกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่ดินของทางราชการ คือสภา เคยตั้งเฉพาะวิสามัญชุดนี้เลยนะคะ ดูเฉพาะเรื่องพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ แล้วก็ได้สรุปเอกสารไว้ชัดเจนเลยว่ามีจังหวัดไหน อะไรบ้าง อาจจะ ไม่ครอบคลุมทั้งหมดทุกพระราชกฤษฎีกา แต่ได้สะท้อนให้เห็นว่ามีปัญหาความเดือดร้อน ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของประชาชน ปัญหาของส่วนราชการที่เป็นเจ้าของที่ดินก็มีปัญหาด้วย แล้วก็มีข้อเสนออยู่มากมาย ไปดูว่าทําไมถึงต้องมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาอย่างมาก ในยุคนั้น ดิฉันก็ให้ความเป็ นธรรมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็ น ท่าน พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา หรือท่าน จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพราะว่า เมื่อเรากลับไปย้อนดูว่าทําไมท่านถึงได้ประกาศไว้ ในยุคนั้นประเทศไทยเราก็มีที่ดิน อยู่เท่านี้แต่มีประชากรไม่มากนัก ท่านผู้นําก็ได้มีการมองกาลไกลว่าอนาคตประชาชน จะต้องเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ที่ดินก็จะต้องหายากแล้วก็ราคาสูงขึ้น หากราชการไม่สงวนไว้ใช้ ก็จะไม่มีที่ดินอีกเลย โดยเฉพาะในส่วนของทหารดิฉันก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่าในยุคนั้น ก็สงวนไว้เยอะ แต่ดิฉันก็พูดตลอดในคณะกรรมาธิการว่าถ้าเราไปดูเจตนาของผู้ที่ออก พระราชกฤษฎีกา บังเอิญเรามายุคหลังเราก็ไม่ได้ดูรายละเอียดกัน ท่านก็ได้เขียนไว้แล้ว เป็นตัวอย่างพระราชกฤษฎีกาที่ดิฉันรวบรวมมา ทุกฉบับของพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๔ จะบอกไว้เลยนะคะว่าเจตนาของท่านที่ออกกฎหมาย ท่านออกกฎหมายไม่ได้คลุมทั้งหมด ถึงแม้ว่าท่านจะประกาศเขตหวงห้ามไว้เป็นแสนเป็นล้านไร่ก็ตาม แต่ท่านเขียนไว้ชัดเจน มาตรา ๔ ของทุกพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามเขียนบอกว่า มาตรา ๔ ที่ดิน รกร้างว่างเปล่าซึ่งต้องห้ามตามพระราชกฤษฎีกานี้คือที่ดินที่อยู่ในเขตหวงห้ามตามแผนที่ แนบท้าย อันนี้หมายความว่าแม้ประกาศพระราชกฤษฎีกาครอบคลุมเป็นแสน เป็นหมื่นไร่ หรือว่าล้านไร่ แต่ที่สงวนหวงห้ามคือเฉพาะที่รกร้างว่างเปล่า ดังนั้นในแผนที่แนบท้าย ของทุกฉบับ ดิฉันก็ไปดูเลยว่าพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับมีแผนที่แนบท้ายเป็นอย่างไร ปรากฏว่าก็จะมีที่ระบุเป็นชื่อหมู่บ้าน ไปดูแผนที่แนบท้าย ยกตัวอย่างจะเป็นของทุกจังหวัด ของจังหวัดลพบุรีก็เยอะ จะมีรูปแล้วก็บอกไว้เลยว่าเป็นหมู่บ้านอะไร ชื่อหมู่บ้านอะไร ในแผนที่ตั้งแต่ปี ๒๔๗๙ แสดงว่าตอนที่รัฐบาลในสมัยนั้นออกพระราชกฤษฎีกา ก็ได้เว้นไว้แล้วว่าที่ใดที่เป็นที่มีชุมชนอยู่อาศัย มีที่ทํากิน ตรงนั้นไม่ใช่ที่หวงห้าม แต่ว่า เราคนยุคหลังเราก็คลุมไปหมดเลย ดิฉันถึงถือว่าไม่เป็นธรรมสําหรับการที่ประกาศ พระราชกฤษฎีกาแล้วก็คลุมพื้นที่แล้วก็ไปทับเอาที่ที่ราษฎรอยู่มาก่อน ดิฉันอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เฉพาะที่จังหวัดลพบุรีมีพระราชกฤษฎีกามากเลยไม่รู้กี่ฉบับ แล้วก็ คลุมทั้งเมือง มันก็เป็นปัญหา ดิฉันรับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องจากทุกอําเภอ บางหมู่บ้าน เขามีเอกสารหลักฐานการอยู่ของเขามายาวนาน ยกตัวอย่างเช่นตําบลดีลัง อําเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีหลักฐานทางโบราณคดี แล้วก็นักประวัติศาสตร์ ดิฉัน ขออ้างถึงท่านอาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ก็มีการศึกษาเรื่องราวของหมู่บ้าน เอกสารหลักฐาน แม้แต่มีแผนที่เดินทัพ แผนที่เดินทัพสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ก็คิดดูแล้วกันว่าตรงกับ พ.ศ. ๒๓๒๕ กี่ร้อยปีมาแล้ว ในแผนที่เดินทัพ สมัยนั้นศึกสงครามยังมีระบุที่ตั้งของ หมู่บ้านดีลังก็แสดงว่ามี หรือว่ายกตัวอย่างที่ดินของหมู่บ้านนํ้าจั้น ตําบลเขาสามยอด อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่แห่งนี้ก็อยู่กันมาเก่าแก่ยาวนาน มีหลักฐานหมู่บ้าน มีตั้งแต่วัด มีโรงเรียน มีหลักฐานทุกอย่างคงไม่สามารถเล่าทั้งหมด เหล่านี้ราษฎรก็อยู่มาก่อน ที่ตําบลท่าแคก็เช่นกัน อําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่ท่านสุวโรชได้กรุณาเอ่ยถึงว่าที่แห่งนี้ เอกสารสิทธิของราษฎรมีโฉนดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ทุกคนก็มี ดิฉันก็คงไม่ได้เอา ตัวอย่างจริงมาว่าราษฎรที่อยู่ที่ตําบลท่าแคหลายบ้านก็มีโฉนดแผ่นใหญ่ ๆ อย่างนี้ ท่านก็คงจะทราบว่าเป็นโฉนดที่ออกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เจ้าของก็บอกถ่ายมาให้ดูเลยว่า มันมีชุมชนอยู่แล้วจริง ๆ หรือว่าที่ตําบลพุคา อําเภอบ้านหมี่ก็เช่นกันคงไม่อาจยกตัวอย่าง ได้หมด รวมทั้งในเขตอําเภออื่น ๆ ด้วย ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงอันนี้ก็จะชี้ให้เห็นว่า กฎหมายที่เรากําลังพิจารณาในวันนี้มันจะเป็นการให้สิทธิราษฎรได้มีโอกาสได้เป็นช่องทาง ที่จะยื่นขอเพิกถอนเฉพาะในส่วนที่ดินที่ราชการสงวนหวงห้ามไว้แล้วแล้วก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือว่าสงวนทับที่ของราษฎรที่ครอบครองมาก่อน หรือว่าที่ดินแห่งนั้นได้กลายมาเป็นชุมชน กลายเป็นบ้านเรือนที่อยู่กันหนาแน่น แน่นขนัดเลย ถ้าใครลงไปดูพื้นที่จริง ๆ ก็จะทราบ อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียถ้าสงวนไว้เพื่อการฝึกก็คงฝึกไม่ได้อีกแล้วเพราะว่าเป็นบ้านเรือน อย่างไรก็ตามดิฉันอยู่ที่จังหวัดลพบุรีดิฉันก็ทราบว่าทหารก็จําเป็ นต้องมีพื้นที่ฝึ ก ในการทํางานในพื้นที่เราได้คุยกับทางฝ่ายทหาร มีข้อเสนอจากฝ่ายทหารที่น่าสนใจ ก็มีเอกสารสรุป นี่เป็นเอกสารสรุปที่คณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานทหาร กรมธนารักษ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ข้อเสนอก็มีตรงกันว่าที่ที่ทหารไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วก็ใช้ ฝึกไม่ได้ แล้วก็กลายสภาพไป แล้วก็ควรจะมีการเพิกถอน แต่ว่าปัจจุบันเรายังไม่มี กฎหมายเพิกถอนโดยเฉพาะ จะมีเฉพาะที่เป็นการเพิกถอนที่ถอนสภาพของ พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ แต่ก็มีข้อถกเถียงในกฤษฎีกาว่าที่สงวนหวงห้ามของทางราชการเมื่อยังไม่ได้ใช้ ก็ยังไม่ได้เป็นที่ราชพัสดุ ดังนั้นการเสนอกฎหมายฉบับนี้ก็จะเป็นช่องทางหนึ่ง โดยเฉพาะ ในรายงานล่าสุด รายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการที่สภาแต่งตั้งไปแต่ยังไม่ได้สู่การพิจารณา ของสภา มีข้อเสนอชัดเจนว่าถ้าจะสังคายนาปัญหาที่ดินซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย รัฐบาลของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านมีนโยบายชัดเจนว่าจะแก้ไข ปัญหาเรื่องของหนี้สิน แล้วก็การถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม ตอนนี้ก็เห็นมีรูปธรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโฉนดชุมชน หรือเมื่อคืนล่าสุดก็ได้ยินท่านรัฐมนตรีนายกรณ์ จาติกวณิช ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่าเมื่อวานนี้ ครม. ได้อนุมัติในหลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องของ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงดิฉันคิดว่าเราน่าจะถือโอกาสนี้ ได้มีการทําการสังคายนาปัญหาที่ดินครั้งใหญ่ของประเทศ เพราะว่าตามข้อเสนอ ของกรรมาธิการควรจะมีกฎหมาย ๔ ฉบับ ไม่ใช่เฉพาะฉบับนี้ด้วยว่าได้พิจารณาสู่สภา ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าเราเห็นควรว่าน่าจะมี คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติที่ออกมาเป็นกฎหมายรองรับ แล้วก็มีกรรมการ ที่ทําเรื่องที่ดินโดยเฉพาะเลย แล้วก็มีร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... อันนี้ก็เป็นวันที่เรากําลังพิจารณาอยู่ นอกจากนั้นแล้วก็มีเรื่องพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องที่อยู่ในเขต ป่าสงวนและได้รับผลกระทบแต่ว่าอยู่มาก่อนอะไรพวกนี้ อย่างไรก็ตามดิฉันก็เป็นห่วง เพราะว่าดิฉันก็อยู่พื้นที่รู้ว่าที่ดินถูกเปลี่ยนมือไปมาก ถ้าเราพิจารณากฎหมายนี้ โดยไม่ระมัดระวัง เพิกถอนไปแล้วก็ไม่มีกระบวนการต่อเนื่องว่าเพิกถอนไปแล้ว กระบวนการต่อจากนั้นจะไปทําอย่างไร แล้วก็ราษฎรจะรักษาที่ดินไว้เป็นสมบัติของตน ได้มากน้อยแค่ไหน ทําอย่างไรถึงจะไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของนายทุน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สภา ก็คงจะต้องร่วมกันพิจารณาด้วยความรับผิดชอบว่าสิทธิของราษฎรนั้นควรจะพึงมีพึงได้ แต่ว่าทําอย่างไรจึงจะไม่ให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้วไปเกิดปัญหาเรื่องใหม่ เรื่องของ การบุกรุกพื้นที่ต่อไป อันนี้ก็เป็นข้อห่วงใยที่ดิฉันกราบเรียน อย่างไรก็ตามกฎหมายนี้จะมี ข้อดีขอสนับสนุนให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันสนับสนุนด้วย เพราะว่าถ้าเราไม่เพิกถอน ปล่อยไว้ก็คาราคาซังเพราะว่าทําอะไรก็ไม่ได้ อย่างที่สมาชิกหลายท่านพูดไปแล้วว่า สาธารณูปโภคที่ทางท้องถิ่นจะจัดให้ งบประมาณจะจัดถนน ไฟฟ้ำ แหล่งนํ้า เข้าไปก็บอก ทําไม่ได้เพราะว่าติดกันอยู่ในเขตหวงห้ามของทหาร หรือแม้แต่ที่เป็นส่วนหมู่บ้าน ขณะนี้ สภาพความเป็นจริงของสังคมก็คือพ่อแม่แล้วก็ลูกแต่งงานแยกครอบครัวก็สร้างบ้านใหม่ ปรากฏว่าพอสร้างบ้านใหม่ขอบ้านเลขที่ก็ขอไม่ได้ พอขอบ้านเลขที่ไม่ได้ก็ไปขอนํ้า ขอไฟฟ้ำไม่ได้ ความเป็นจริงในพื้นที่ก็คือโยงสายไฟฟ้ำต่อกันเอง ในขณะที่อันตราย ที่อาจจะเกิดอัคคีภัยหรืออะไรก็น่าเป็นห่วง นอกจากนั้นแล้วที่พบมาพอผู้ครอบครองที่ดิน เขาไม่มีความรู้สึกว่าเขาได้เป็นเจ้าของที่ดินที่แท้จริง ความรักความผูกพันกับที่ดินก็มีน้อย ขณะนี้ที่ตําบลท่าแคเมื่อสัปดาห์ที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสพบกับท่านผู้บริหารท้องถิ่น เขาก็บอกว่าเสียดายมากเลยที่ดินตําบลนี้ปกติแล้วเป็นที่ดินที่ทําการเกษตรชั้นดี แต่เนื่องจากมันอยู่ในเขตทหารแต่ว่าราษฎรก็ครอบครอง ก็เลยมีการขาย เจ้าของก็ขาย หน้าดิน ตักขายพรุนไปหมดเลย ตอนนี้ก็คือแทนที่จะเป็นการฟื้นฟูพัฒนาที่ดินก็มีการขาย ออกไป อันนี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งเนื่องจากเขาไม่มีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ดิฉัน ก็คงจะขออนุญาตว่าถ้าหากว่าสภาได้พิจารณากฎหมายนี้ แล้วก็ได้ให้การสนับสนุน ทางรัฐบาลไม่ทราบว่าจะรับหลักการในวันนี้หรือว่ารับไปพิจารณาก็ขอให้ได้ไปเชื่อมโยง กับนโยบายของรัฐบาลเรื่องของโฉนดชุมชน เรื่องของการต่อเนื่องหลังจากนั้นว่า ทําอย่างไรให้มันรอบคอบ
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันขอกล่าวถึงนะคะว่าในส่วนของที่ดิฉันได้ติดตาม เรื่องของพื้นที่ทับซ้อน จังหวัดลพบุรีนี้มีความต่างจากที่อื่นคือนอกจากจะมี พระราชกฤษฎีกาทั่ว ๆ ไปแล้วยังมีพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศทับซ้อนกันนะคะ เรียกว่า มีพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๗๙ ประกาศมานะคะ ฉบับนี้ขออนุญาตพูดถึงฉบับเดียว ปี ๒๔๗๙ ประกาศทั้งหมด ๔๐๓,๗๕๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ก็คืออําเภอเมือง อําเภอ บ้านหมี่ อําเภอโคกสําโรง แล้วก็อําเภอพัฒนานิคม ปัจจุบันพระราชกฤษฎีกานี้เป็นที่ตั้ง ของหน่วยทหาร ๑๓ หน่วย จาก ๔๐๓,๗๕๐ ไร่ ทหารได้ใช้ประโยชน์อยู่ ๒๖๓,๕๐๒ ไร่ แล้วเป็นที่ที่ทหารไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็คือ ๑๔๐,๒๔๘ ไร่ ถามว่าในส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ส่วนหนึ่งก็ได้ส่งให้กับกรมธนารักษ์ อันนี้ก็คือหมายความว่ามันจะมีพระราชกฤษฎีกา ทับซ้อนกัน เรียกว่าพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามที่ดินไว้เพื่อการประชาสงเคราะห์ ปี ๒๔๘๓ ทับซ้อนกันอยู่ ดิฉันก็คงไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด เพราะว่าเรื่องราวมันก็เป็น แผนที่ขนาดใหญ่ มันทับซ้อนกัน ส่วนหนึ่งสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เช่นกันก็ได้ ออกตามกฎหมายเรื่องการใช้ที่ดินตามพระราชบัญญัตินี้คงออกเอกสารสิทธิให้กับ พี่น้องไปแล้ว แต่ส่วนที่ยังถูกระงับเหลือราษฎรอีกประมาณ ๕๐๐ กว่ารายที่ถูกระงับ ไม่สามารถได้รับเอกสารสิทธิเพราะบอกว่าติดพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๗๙ ขั้นตอน การดําเนินการก็คือก็ขอฝากทางรัฐบาลให้ช่วยเร่งรัดด้วย ขณะนี้ล่าสุดนี้เรื่องนี้ มีความคืบหน้ามากเลย ถ้าหากว่าพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนยังทําไม่สําเร็จ แต่ดิฉัน ขอฝากเรื่องนี้ว่า ขณะนี้เราได้สํารวจพื้นที่ทับซ้อนกัน ๓ ฝ่ำยก็คือ ทางหน่วยทหารที่รับผิดชอบ โดยมณฑลทหารบกที่ ๑๓ แล้วก็กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ดูแลเรื่องของ ที่นิคมสร้างตนเอง แล้วก็ส่วนของราษฎร ส่วนของกรมธนารักษ์เป็นตัวกลาง ก็ได้ทําเรื่องนี้ มายาวนานมากเลย นานแล้ว ดิฉันย้อนกลับไปดูเรื่องนะคะ เราก็ตามกันมา ๒๐ ปี ๓๐ ปี จนล่าสุดปีที่แล้วดิฉันก็ต้องขอบคุณท่านสุวโรช พะลัง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ช่วยตามติดเกาะติดเรื่องนี้ ในที่สุดเรื่องที่มีมติว่าให้เพิกถอนที่ทับซ้อนนี่มีมายาวนาน แต่มันติดขัดที่งบประมาณแสนกว่าบาทเท่านั้นเอง ก็เหลือเชื่อว่าเงินแค่แสนกว่าบาท ถามว่าติดที่อะไร เขาก็บอกว่าติดว่าไม่มีงบประมาณไปสอบแนวเขตว่าส่วนที่ทหาร จะขอไว้ใช้ไม่มีงบประมาณ เราพูดชัดเจนว่าส่วนใดที่ทหารจะใช้ประโยชน์เราต้องเอาไว้ ให้ทหาร เพราะทหารเองก็ต้องฝึก เพราะถ้าไม่ฝึกก็คงไม่พร้อม ยามศึกสงครามก็ไม่ได้ ดิฉันก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นไปช่วยกันหางบประมาณมา ก็ได้ติดตาม ทางกรมธนารักษ์ ก็ได้อนุมัติมาแสนกว่าบาท บัดนี้ล่าสุดเลยทางจังหวัดมีหนังสือแจ้งมาว่าได้สํารวจ แนวเขตเรียบร้อยแล้วนะคะ มีพื้นที่ในส่วนที่จะเพิกถอนเฉพาะที่ทับซ้อนอยู่ประมาณ ๑๐๑,๖๐๐ ไร่ แต่ว่าขอกันเฉพาะพื้นที่ที่ทหารจะไว้ใช้ฝึก สํารวจแนวเขตแล้วเดิมที บอกไว้ว่าจะขอกันไว้เป็นสนามยิงปืนเขาเอราวัณ บอกว่า ๓๕,๒๐๐ ไร่ มันอยู่ติดกัน ปรากฏว่าพอไปวัดแนวเขตล่าสุดได้ ๔๑,๘๑๒ ไร่ อันนี้หมายถึงส่วนของทหารขอกันเอาไว้ ก็ยังไม่เพิกถอน ส่วนที่จะเพิกถอน ๑๐๑,๖๐๐ ไร่ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าหากธนารักษ์พื้นที่ได้ส่งมาเข้าตามระบบแล้ว ส่งมาที่กระทรวงการคลัง แล้วก็จะได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนเฉพาะพื้นที่ทับซ้อนก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง อันนั้นก็เป็นการออกพระราชกฤษฎีกาโดยใช้ ครม. ถ้าเพิกถอนเสร็จปุ๊ บก็จะเป็นการเพิกถอน ส่วนของพื้นที่ทหารออกไป ก็จะกลายเป็นการส่งมอบที่ดินให้กับกรมพัฒนาสังคม และสวัสดิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการก็สามารถนําไปออกโฉนดซึ่งเขายื่นมา หลายปีแล้ว เป็น ๑๐ ปีแล้ว ให้กับพี่น้องประชาชนได้ ดิฉันก็ขอกราบเรียนว่าสําหรับ เรื่องราวของที่ดินนี้เป็นปัญหาที่ทับซ้อน แล้วก็เหมือนเชือกที่ผูกปมกันแน่นมานานเลยนะคะ ถ้าเราได้แต่บ่นก็ไม่สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นช่องทางหนึ่ง ที่จะทําให้มีช่องทางให้ประชาชนได้เสนอขอเพิกถอน แต่ขั้นตอนก็ไม่ได้ทําได้ง่าย ถ้าท่าน ไปดูในรายละเอียดกฎหมายฉบับนี้มีอยู่ ๑๐ มาตรา แต่ว่ามันจะมีขั้นตอนเลยว่าผู้ร้อง จะต้องไปยื่นร้อง จะยื่นร้องต่อนายอําเภอ หรือว่าจะยื่นร้องต่อผู้ว่าราชการโดยตรง แล้วจะมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่าคําร้องนั้นมีเหตุมีผลไหม แล้วต้องใช้กระบวนการ เรื่องของการพิสูจน์สิทธิเหมือนกันแต่กระทําให้เร็วขึ้นมีกรอบเวลา เช่นไม่ใช่ไปดองเป็นปี มีกรอบเวลาเลยว่าต้องทําให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน ๖๐ วัน เมื่อคณะกรรมการระดับจังหวัด เห็นชอบถึงจะส่งมาคณะกรรมการระดับชาติ ถ้าคณะกรรมการระดับชาติเห็นว่าสมควร เพิกถอนก็ไปตามช่อง แต่ถ้าไม่เห็นสมควรก็ยกคําร้อง ประชาชนก็มีช่องทางไปต่อสู้ ไปอุทธรณ์เป็นช่องทางหนึ่งที่จะให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องราษฎรของเรา จึงถึงเวลาแล้ว ที่สภาจะได้ใช้ความกล้าหาญตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนว่าจะทําให้รอบคอบอย่างไร ดิฉันก็เป็นห่วงค่ะ ที่ดินของแผ่นดินนั้นดิฉันยืนยันตลอดว่าคนที่มีสิทธิสมควรได้สิทธิ แต่คนที่ไม่มีสิทธิก็ไม่สมควรได้ เพราะฉะนั้นก็ขอให้สมาชิกทุกท่านได้โปรดให้การสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ต่อไปขอเชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีผู้ประท้วงนะครับ คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ
ท่านผู้ทําหน้าที่ประธาน ในที่ประชุม ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมกราบ ขออภัยท่านวรศุลี ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เพราะว่าท่านกําลังจะได้นําเสนอหลักการ และเหตุผลในร่างพระราชบัญญัติเป็นคนต่อไป แต่ผมต้องขอยืนยันต่อท่านผู้ทําหน้าที่ ประธานนะครับ ท่านขึ้นมาในขณะนี้ประมาณจะ ๒๐ นาที ตั้งแต่เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา ผมขอใช้เอกสิทธิ์ของตัวผมเองนะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่บอกว่าท่านไม่เหมาะสมกับ การทําหน้าที่ประธานในที่ประชุม ดังนั้นผมขอใช้เอกสิทธิ์ว่าผมจะขอเดินออกจาก ห้องประชุมห้องนี้ และจนกว่าที่จะมีการลงคะแนนหรือลงมติใด ๆ ผมจะกลับมาทําหน้าที่ ของ ส.ส. อย่างเต็มภาคภูมิต่อไป ขอบพระคุณครับ
ก็เป็นความคิดเห็นของคุณบุญยอดแล้วก็มีสิทธิที่จะทําได้ครับ แต่ผมก็ยังยืนยันว่า ผมสามารถทําหน้าที่ได้ด้วยความเป็นธรรมนะครับ ก็ขอขอบคุณคุณบุญยอดครับ เชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ วันนี้เป็นวันที่ดิฉันดีใจมากจากวันที่ ๗ เมษายน ที่ผ่านมา เราทราบอยู่ตลอดเวลาว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นสภาผู้แทนราษฎรที่จะให้ มีการพิจารณาเรื่องกฎหมายที่จะได้ให้ประโยชน์และคุ้มครองประชาชนทั้งแผ่นดิน ดิฉัน วันนี้ได้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันได้ยื่นมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ และปี ๒๕๓๙ หลังจากที่ยื่นมาแล้วก็ยังไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายออกมาคุ้มครอง เพราะเนื่องจากว่าดิฉัน ไม่ได้อยู่สภาได้สอบตกไป ในครั้งนี้ดิฉันดีใจว่าที่ได้เข้ามาอยู่ในสภาอันทรงเกียรตินี้ และมี ความภาคภูมิใจที่มีศักดิ์ศรีเป็ นสภาผู้แทนราษฎร คือเป็ นตัวแทนของประชาชน ทั้ง ๖๕ ล้านคนนี้ หลักการและเหตุผลในการที่ดิฉันยื่นนั้นดิฉันก็คงจะต้องขอ ท่านประธานสภาอ่านคร่าว ๆ แล้วก็จะเสนอเหตุผลให้ท่านประธาน เพื่อที่จะให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสภาอันทรงเกียรตินี้ได้รับเข้าไปเป็นกรรมาธิการพิจารณา อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะออกมาคุ้มครองและให้ประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งเขาเหล่านี้ได้เจอ ปัญหานี้มาตั้งนาน
หลักการ โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการ ทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนมีราษฎรเข้าครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเป็นเวลานาน จนกลายเป็นชุมชน หรือเป็นที่อยู่อาศัยที่ทํากินจึงสมควร มีกฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของทางราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็นหลักประกันในการดํารงชีพ ของราษฎร จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
เหตุผลที่ดิฉันได้เขียนข้อความนี้ก็จะคล้ายคลึงกับท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน ที่ได้ยื่น แต่เหตุผลที่ดิฉันอยากจะเสนอให้เพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อพิจารณาให้กับกรรมาธิการ ที่เข้าร่วมพิจารณาการยกเลิกพื้นที่สงวนหวงห้ามนี้ให้แก่ราษฎรนั้น ดิฉันขอเรียนผ่าน ท่านประธานถึงสมาชิกว่าพื้นที่ป่าสงวนในประเทศไทยเรานี้มีมากนักเหลือ จนกระทั่ง ที่ประชาชนเหล่านั้นไม่ทราบเลยว่าพื้นที่ตรงนั้นคืออะไร พื้นที่นั้นมีมวลรวมด้วยคือว่า เป็นพื้นที่ป่าสงวน ทุก ๆ คนบอกว่ามีนายสงวนเข้าไปครอบครอง นายมี นายมานั้น เข้าไปไม่ได้ เพราะนายสงวนอยู่แล้ว ประชาชนทุกพื้นที่รู้แต่ว่ามีนายสงวน แต่ท่าน ทราบไหมคะว่าประชาชนในพื้นที่สงสัย พอเข้าไปพื้นที่นายสงวนกลับไปในพื้นที่ที่ทํากิน กลับมีบอกว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่วนอุทยานแห่งชาติ พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่นี้ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ของนายอนุรักษ์ว่าอย่างนั้น อีกพื้นที่หนึ่งเป็นพื้นที่สหกรณ์ และพื้นที่หนึ่ง เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ แต่ละพื้นที่นี้อยู่ภายใต้การดูแลของแต่ละกรม แต่ละกระทรวง ซึ่งแตกต่างกัน ดิฉันอยากจะขอยกตัวอย่างเพื่อเป็นแนวพิจารณา ท่านบอกอยู่ตลอดเวลาว่า ให้ประชาชนได้พื้นที่ทํากิน แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนตามนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ ความเป็นอยู่ให้ที่ทํากินแก่ประชาชน ในพื้นที่ป่าสงวนนั้นกันพื้นที่ออกจากนายสงวน เพื่อที่จะให้ประชาชนได้มาซึ่งคําว่า ส.ป.ก. ส.ป.ก. นี้ชาวบ้านก็คิดว่าจะเป็นโฉนดที่ดิน ที่เขาครอบครอง แต่ปรากฏว่า ส.ป.ก. นี้ความหมายนั้นเป็นการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตร และสหกรณ์ ในพื้นที่ทําการเกษตรและพื้นที่ทําสหกรณ์ ปรากฏว่าในพื้นที่ป่าสงวนนั้น อยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าไปดูแล ส.ป.ก. เข้าไปวัดพื้นที่ แต่ยังไม่มีการเพิกถอนออกจากกรมป่าไม้ เพราะทางกรมป่าไม้บอกว่าไม่ได้งบประมาณ ในการไปสํารวจที่จะแบ่งแยกที่ดินนั้นออกมาให้กับ ส.ป.ก. เพื่อที่จะมอบเป็นที่ทํากิน ให้ประชาชน นี่ละค่ะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าหากสามารถที่จะ แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนให้กับประชาชนได้นั้นเป็นอานิสงส์อย่างยิ่ง ประชาชนที่แห่กันมานี้ ท่านทราบไหมคะว่ามาจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนมาก เพราะเนื่องจากว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ๒ ภาคนี้พื้นที่ป่ำนั้น มวลรวมแล้ว ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ มีแค่ ๓๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง พื้นที่ป่าครอบคลุมอยู่ที่ภาคเหนือ จังหวัดใดที่อยู่ทางภาคเหนือ ๑๙ จังหวัดที่อยู่ภาคอีสานมีความเดือดร้อนมาก เนื่องจากว่ากฎหมายไม่ได้คุ้มครอง ออกมาให้เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่ให้เขาก็แค่กฎกระทรวงที่ไปควบคุมไปดูแลเขา คุ้มครองเขา ในกฎกระทรวงและระเบียบของแต่ละกรมแต่ละกระทรวงที่คุ้มครองเขานั้น แยกเป็นเวลาที่เขาจะได้มาซึ่งสิทธิที่เขาจะได้นั้นสิบกว่าปี ตั้งแต่ปี ๒๔๖๑ จนถึงปี ๒๔๙๗ ได้มีการประกาศยกเลิกพื้นที่ให้ผู้ที่ได้สิทธิในการครอบครองนั้นเรียกว่า ส.ค. ๑ ปรากฏว่า ส.ค. ๑ นี้ให้สิทธิว่าสิทธิครอบครอง เขาเหล่านั้นเข้าไปครอบครองแล้ว เผอิญว่าในพื้นที่ สิทธิครอบครองนั้นไปทับที่ของป่าสงวน ไปทับที่ของวนอุทยาน ไปทับที่ของป่าชายเลน ปรากฏว่า ส.ค. ๑ นั้นเข้าใจว่าให้ประชาชนครอบครองทํากินมาแล้วตั้งแต่ปู่ย่าตาทวด มาถึงลูกหลานที่จะเข้ามาทํากินในพื้นที่นั้น ๆ ไม่ได้ค่ะ เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปในพื้นที่ จับแล้ว ตัดต้นไม้ต้นเดียวในพื้นที่นา ตัดต้นไม้ใหญ่ต้นเดียวในพื้นที่ไร่สวน ไร่อ้อย โดนจับ ต้องเข้ามาที่จังหวัดเพื่อที่จะได้แก้เรื่องตนเองในศาล นี่ละค่ะเป็นความลําบากอย่างยิ่ง ดิฉันจึงบอกว่าในพื้นที่ป่ำที่ควบคุมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นทั้งหมดนี้ ๑๖๘,๘๕๒ ตารางกิโลเมตร ตารางกิโลเมตรนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ๑ ตารางกิโลเมตร ดิฉันก็ไม่เข้าใจ คิดว่าน่าจะเป็น ๔๕๐ ไร่ ต่อ ๑ ตารางกิโลเมตร แต่ถ้าหากว่าคูณไปถึงแสนกว่าไร่แล้ว มวลรวมแล้วนะคะ ไม่รู้กี่ล้านไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ป่า ให้เกษตรกรทํากินแต่ไม่ได้ซึ่งสิทธิและไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน นี่ละค่ะเป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะ ยื่นหลักการและเหตุผลนี้ให้กับกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะสภานี้เป็นสภา ที่กําหนดกฎหมายให้กับประชาชน เพื่อจะได้ให้ประชาชนได้ประโยชน์และคุ้มครอง ประชาชน ในเมื่อหลังจากวันที่ ๗ มานี้บอกว่าจะยุบสภา ๆ ไม่ทราบว่าถ้ายุบไปแล้ว สภาจะมีกฎหมายคุ้มครองประชาชนหรือไม่ ก็คงจะต้องขอร้องนะคะ กลุ่มสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ท่านจะให้ยุบสภาก็ขอให้ถึงวาระเสียก่อนนะคะ ให้กฎหมายนี้ ได้ออกมา เนื่องจากกฎหมายนี้จะออกมาได้ก็จะต้องผ่านกรรมาธิการพิจารณา แล้วก็ เข้ามาในสภาวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง และวาระที่สาม ท่านประธานคะ ดิฉันพูดถึง มวลรวมของพื้นที่ป่าในประเทศไทยนะคะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ๑๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ภาคเหนือก็ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่น้อยกันนะคะ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทั้งหมด ๑๖๙,๖๔๔ ตารางกิโลเมตร แต่ในภาคพื้นตะวันออกมีแค่ ๓๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เท่านั้นเอง พื้นที่ภาคกลางมี ๖๗,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร พื้นที่ภาคใต้มี ๗๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านคะ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตรมีภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็น สิ่งที่ประชาชน ๒ ภาคนี้ต้องการเป็นอย่างยิ่ง ถ้ากฎหมายออกมาเป็นอานิสงส์ให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มประชาชน ภาคเหนือ ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดมุกดาหารซึ่งอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดิฉันอยากจะขออภิปรายเพิ่มในส่วนของกรณีที่ดิฉันอยากจะให้กฎหมายนี้ออกมาคุ้มครอง ท่านประธานที่เคารพ ๒,๗๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ท่านดูภาพนะคะ อยากจะให้ท่านดูภาพนี้ค่ะ ภาพพื้นที่สีเขียวนี้คือพื้นที่ป่าของจังหวัดมุกดาหารครอบคลุมไปทั้งหมด ๗ อําเภอ ท่านคะ ใน ๗ อําเภอนี้เขาสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจให้รายได้เกิดแก่ประเทศไทยนี้มาก ไม่ว่าจะ เป็นข้าว ยาง มัน อ้อย สีเขียว ๆ ด้านบนนี้ที่ครอบคลุมไปทั้งหมดนี้ป่าสงวน ครอบคลุม ทั้งอําเภอดงหลวง ทั้งอําเภอดงหลวงนี้เป็นพื้นที่ป่าสงวน ข้างล่างนี้ครอบคลุมไปทั้งอําเภอ อีกเช่นเดียวกันก็คืออําเภอดอนตาล ในอําเภอดอนตาลนี้ครอบคลุมไม่ใช่เฉพาะแค่ป่าสงวน เป็นป่าสงวน เป็นสหกรณ์ เป็นป่าอุทยานแห่งชาติ เป็นป่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์ ท่านคะ ในพื้นที่ ตัวเมือง ตัวอําเภอเมืองก็ยังมีพื้นที่ป่าสงวนที่เขาเรียกว่านายสงวน แต่กลับมาไม่ใช่เป็น นายสงวน กลับมาเป็นนายสาธารณะ เป็นพื้นที่สาธารณะ แล้วก็เป็นพื้นที่ป่าเลี้ยงสัตว์ ในพื้นที่ป่าเลี้ยงสัตว์ตอนนี้ไม่มีสัตว์ให้เลี้ยงแล้วค่ะ กลับมาบอกว่าไม่มีพื้นที่ป่าเลี้ยงสัตว์ ก็เป็นพื้นที่ป่าภูเขา จากใต้พื้นของภูเขา ๔๐ เมตรบอกว่าถึงจะให้ทํากินได้ แล้วไหนล่ะคะ เขตหมุดของตีน ขอโทษนะคะท่านประธาน คงจะต้องใช้คําว่าตีน เพราะว่าภูเขาเขาบอกว่า ห่างจากตีนภูเขาไป ๔๐ เมตรถึงจะสามารถให้เกษตรกรนั้นไปทํากินในที่นั้นได้ แต่ปรากฏว่า เกษตรกรเหล่านั้นไปทํากินพื้นที่ตีนภูเขา ในพื้นที่ภูเขานี้จะครอบคลุมไปอยู่ในที่อําเภอคําชะอี มากที่สุด นี่ละค่ะท่านพื้นที่นี้อยากจะให้ท่านดู ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนครอบคลุม มีอยู่ ๕ จังหวัด ๕ จังหวัดนี้ ๒๒ ล้านไร่ จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอํานาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดมุกดาหารมีประชากรแค่ ๓๒๐,๐๐๐ คน มี ส.ส. ๒ คน มี ส.ส. ๒ คนที่จะทําหน้าที่ให้กับประชาชนในพื้นที่ จังหวัดมุกดาหาร แต่ในพื้นที่ป่านี้มีทั้งหมด ๒,๗๑๓,๙๙๔ ไร่ ในพื้นที่ที่จัดแยกให้เป็น พื้นที่ป่าสงวนนั้นรวมทั้งหมด ๑,๖๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ นี่ละค่ะท่านพื้นที่มอบ ส.ป.ก. ให้ นี่คือมอบ ส.ป.ก. ให้นะคะท่าน เป็นพื้นที่ที่ป่าไม้แยกออกจากป่าสงวนแล้วมอบ ส.ป.ก. ให้ทํากินนั้นแค่ ๓๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ ยังเหลืออีกตั้งล้านกว่าไร่ที่ประชาชนเกษตรกรทั้งหลาย ทํากินอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน เฉพาะพื้นที่ป่าสงวนดิฉันยังไม่เอ่ยถึงจํานวนตัวเลขของพื้นที่ ป่าวนอุทยานเอย ป่าสาธารณะเอย ป่าพื้นที่เลี้ยงสัตว์เอย ป่าภูเขาเอยนะคะ นี่เฉพาะแค่ ๑,๖๘๐,๐๐๐ ไร่นี้ได้ ส.ป.ก. คือได้สิทธิในทรัพย์สินในสิทธิของตัวเองนั้นและสามารถ นํากรรมสิทธิ์นี้ไปยื่นต่อธนาคารได้ มีจํานวน ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ นี่ละค่ะท่านดิฉันถึงบอกว่า ในกรณีที่กฎหมายนี้ถ้าจะออกสู่ประชาชนแล้วอานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นได้นั้นไม่ใช่เฉพาะ จังหวัดมุกดาหารของดิฉันเพียงคนเดียว เพียง ส.ส. คนเดียว เพียง ส.ส. ๒ ท่านที่อยู่ใน จังหวัดมุกดาหาร จะได้อานิสงส์ไปทั้งภาคอีสานนะคะ เพราะภาคอีสานนี้มีจํานวน พื้นที่ป่ามาก ดิฉันถึงบอกว่าในส่วนที่ดิฉันขอว่ากรรมาธิการที่จะร่วมเข้าพิจารณานั้น ควรจะต้องให้มีคณะกรรมการพิจารณาจัดที่ดินแห่งชาติเข้าร่วมด้วย ทําไมดิฉันถึงต้อง ยกตัวอย่างตรงนี้ออกมา ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหารในตัวเมืองเลย ในตัวเมืองตรงพื้นที่หอแก้ว ที่มีการสร้างหอแก้วนั้นในพื้นที่วงนั้นห่างจากตัวเมืองแค่ ๑ กิโลเมตรเท่านั้นเอง ในตัวเมือง ที่จะถึงใจกลางเมืองแค่ ๑ กิโลเมตร พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่วนอุทยานเข้าเขตอําเภอดอนตาล ที่ดิฉันได้บอกไว้แต่เบื้องต้นว่าเป็ นพื้นที่ป่ำสงวนและพื้นที่สหกรณ์ พื้นที่วนอุทยาน ในพื้นที่วนอุทยานนั้นมีวัดตั้งแต่ปี ๒๔๖๗ ตัวดิฉันเองได้เข้าร่วมเพื่อพิจารณาว่าจะให้มีวัด ตั้งไว้อยู่ตรงนี้ ปี ๒๕๔๐ ดิฉันได้ยื่นร่วมกับคณะกรรมาธิการเรื่องจัดที่ดินในพื้นที่ วนอุทยานแห่งชาติมอบตัดพื้นที่นี้ให้แก่วัดเพื่อที่จะได้สร้างวัด วัดภูมโนรมย์ ปัจจุบันนี้ ต้องผ่านคณะกรรมการจัดสรรที่ดินแห่งชาติ ถ้าไม่มีคณะกรรมการจัดสรรที่ดินแห่งชาตินี้ วัดแห่งนี้ไม่เกิดแน่ ๑๐ ปีแล้วนะคะท่าน
ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝากกรรมาธิการ ในพื้นที่สหกรณ์แล้วก็พื้นที่ ป่ำสงวนที่คาบเกี่ยว เรียกว่าพื้นที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่กันเอาไว้ ท่านกันเอาไว้ใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ใน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ทราบว่าจํานวนกี่ไร่ แต่ในกรณีจํานวนกี่ไร่นั้น จะให้ท่านได้เห็นภาพนี้ละค่ะ เป็นสีเขียวทั้งนั้น ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินเลย แต่เขา เหล่านี้ทําพื้นที่นา ปลูกอ้อย ปลูกมันสําปะหลัง อยู่ในนั้นอย่างเช่นตําบลดงเย็นอยู่ใน อําเภอเมือง นี่ดิฉันยกตัวอย่างว่าอําเภอเมือง ทั้งตําบลดงเย็น ทั้งตําบลนาโสก เป็นพื้นที่ ป่าสงวนจะทํากินอะไรก็ลําบาก จะทําถนนหนทางเข้าไปก็ลําบาก ๑๐ ปีแล้วที่ยังไม่มีถนน เข้าไปถึง พอมาปีนี้โครงการไทยเข้มแข็ง โครงการถนนไร้ฝุ่นของกระทรวงคมนาคม ได้เข้าไปถึงสามารถผ่าพื้นที่ป่าสงวนนั้นเข้าไป ท่านทราบไหมคะว่าทําไมถึงสามารถ ผ่าเข้าไปได้ เพราะว่าได้ขอกันพื้นที่จากทางกรมป่าไม้ ๑๐ ปี นี่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ดิฉัน อยากจะขอบอกท่านว่าในกรณีที่จะให้มีการยุบสภา ๆ เกิดขึ้นนั้น ท่านจะไม่สามารถที่จะ ได้กฎหมายไปคุ้มครองเกษตรกรหรือคุ้มครองประชาชน ๖๕ ล้านคนได้ ในพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดิฉันถึงจะเรียนท่านว่าในกฎหมายฉบับนี้เมื่อได้เข้าสู่สภา เรียบร้อยและได้ตั้งกรรมาธิการพิจารณาออกมาเรียบร้อย ก็ขอให้กฎหมายนี้เข้าสู่สภา และสามารถออกมาคุ้มครองประชาชนได้แล้วค่อยยุบสภาก็ยังไม่ช้านะคะ ประชาชน จะได้รับในผลของท่าน จากที่ได้มีกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติออกมาแล้ว ถ้าหากว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ออกมา กฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาตินั้นก็จะไม่ได้ใช้ประโยชน์ กฎหมายเกษตรกรแห่งชาติดิฉันได้ยื่นและดีใจในสภาแห่งนี้ในปี ที่ดิฉันได้เป็ น ผู้แทนราษฎรนี้สามารถนําประโยชน์และนําการคุ้มครองให้กับประชาชนได้นะคะ ก็ขอฝากกรรมาธิการทุก ๆ ท่าน แต่อย่างไรดิฉันก็ขอฝากอีกเรื่องหนึ่งค่ะ อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดิฉันได้บอกว่าเหตุที่ดิฉันอยากจะให้กฎหมายนี้ออกมาควบคุมก็คือเพียงต้องการว่า อยากให้ท่านประธานสภาฝากไปถึงรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ถ้าท่าน ไม่จัดสรรงบประมาณลงไปสู่แต่ละกรม ไม่ว่าจะเป็นกรมป่ำไม้ ไม่ว่าทั้งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านจะไม่สามารถที่จะทํากฎหมายนี้ให้เห็นผลได้ เพราะแต่ละกรมแต่ละกระทรวงนั้นไม่ได้อยู่ในกระทรวงเดียวกัน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยนั้น ดูแลกรมป่าไม้และดูแลกรมที่ดินจะได้อานิสงส์ให้กับประชาชน และกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อีกด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี้มาถึง ส.ป.ก. แล้วก็มาถึงสหกรณ์ แต่ละกระทรวงจะต้องมีงบประมาณในการที่จะต้องได้ไปดําเนินการโดยให้ช่างรังวัด ออกไปตรวจสอบเพื่อแยกความรับผิดชอบของตนเองเอาไปให้คนอื่นที่รับผิดชอบแทน อย่างกรมป่าไม้จะต้องได้รับงบประมาณในการไปสํารวจพื้นที่ดิน ตัดพื้นที่ดินนั้นออก มอบให้ ส.ป.ก. ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นรับผิดชอบ แล้วก็ออกเป็ น ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้กับเขาเถอะนะคะ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ได้มาแค่ ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ อย่างนี้ งบประมาณนั้นต้องจัดไปให้ ถ้าไม่มีงบประมาณไปอย่างไร ๆ ก็ไม่เกิดผลแก่ประชาชน แปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุนก็จะไม่มีทุนหรอกค่ะมีแต่หนี้ แก้หนี้นอกระบบแก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้ ดิฉันจึงขอฝากนะคะ ดิฉันขอยกตัวอย่างตรงนี้ให้ท่านดู ได้มีการประกาศออกมาเลยว่า เฮือกสุดท้ายป่าสงวนแห่งชาติดงคําเดือยพื้นที่ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุม ๔ จังหวัด จังหวัด มุกดาหาร จังหวัดอํานาจเจริญ จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดอุบลราชธานี ตอนนี้นายทุนเข้าไป บุกรุกแทบจะเต็มพื้นที่แล้ว เกษตรกรเหล่านี้จะไม่ได้พื้นที่เข้าทํากิน เพราะเนื่องจากว่าท่านละเลยในเรื่องกฎหมาย ให้กลุ่มนายทุนอาจจะให้กลุ่มนายทุนนั้นซื้อไปแล้วก็ไม่ทราบ เพราะพื้นที่ ๕๐,๐๐๐ ไร่นี้ ในจังหวัดมุกดาหารนี้ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่าบ้านสามขัว ตําบลดงเย็นเป็นคน รายงานให้ทราบว่าตอนนี้ตําบลดงเย็นที่เป็นพื้นที่ป่าที่ดิฉันได้ยกตัวอย่างไว้เมื่อตะกี้ มีการสํารวจไปเรียบร้อยจะได้ ส.ป.ก. และจะได้ กสน. ๕ ๑๐ ปีแล้วค่ะ ท่านจากนโยบาย ในการจัดที่ดินให้กรรมสิทธิ์นั้นถ้าในพื้นที่สหกรณ์ กสน. ๓ ก็จะได้ กสน. ๕ พอได้ กสน. ๕ ท่านอดีตรัฐมนตรีธีระชัย แสนแก้ว ได้ไปมอบให้ มอบให้ ๒ ปีแล้วค่ะ ใกล้จะเข้า ๓ ปีแล้ว ยังไม่ได้โฉนดที่ดิน นี่แหละค่ะเป็นเหตุผลให้ทราบว่าไม่มีงบประมาณให้กับกรมที่ดิน กรมที่ดินไม่ได้รับงบประมาณในการไปสํารวจพื้นที่ดินก็จะไม่สามารถออกโฉนดที่ดิน ให้กับกลุ่มที่ได้ กสน. ๕ ท่านประธานคะ เพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่านได้บอกว่าพอแล้ว ดิฉัน ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ดิฉันก็ควรจะต้องสรุปแล้วนะคะ แต่อย่างไร ๆ ที่ไม่อยากสรุปนี้เพราะว่า อยากจะอยู่สภานี้นานนะคะ อีก ๑ ปี ๘ เดือนเท่านั้นเองก็จะถึงวาระ พอถึงวาระแล้วก็ เลือกตั้งเข้ามาใหม่ ถ้าสามารถเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรได้ดิฉันคงได้มีโอกาสได้พูด ในสภานี้ แต่ในความคิดนะคะว่าดิฉันกลัวมาก ๆ เลยค่ะว่าไม่ได้เป็น ส.ส. เพราะว่า ตกมาแล้ว ๘ ปีค่ะ ขอบคุณมากนะคะท่าน
ท่านสมาชิกครับ ผมจะให้สิทธิผู้เสนอร่างได้อภิปรายก่อนนะครับ ขณะนี้ยังเหลือผู้เสนอ ร่างอีก ๓ ท่านที่ยังไม่ได้อภิปราย เรียงตามลําดับท่านแรกคือ ท่านปัญญา ศรีปัญญา ท่านพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ แล้วก็ท่านนิยม วรปัญญา ผมขอให้ผู้เสนอร่างสักท่านละ ไม่เกิน ๒๐ นาทีนะครับ แล้วหลังจากนั้นมีผู้ประสงค์จะอภิปรายที่จดไว้เรียงตามลําดับ ดังนี้นะครับ คุณนคร มาฉิม คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณนริศ ขํานุรักษ์ คุณอํานวย คลังผา คุณอันวาร์ สาและ คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ ท่านที่อภิปราย สนับสนุนขอท่านละประมาณสักไม่เกิน ๑๒ นาทีก็แล้วกันนะครับ ขอเชิญคุณปัญญา ศรีปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ปัญญา ศรีปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมและคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดิน ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... สําหรับสมาชิกที่ให้การสนับสนุนในการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้เสนอ ร่วมกับผมตอนนี้คือ ท่านพิกิฏ ศรีชนะ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ท่านรังสิกร ทิมาตฤกะ ท่านอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ท่านวิเชียร อุดมศักดิ์ ท่านเฉลิมชาติ การุญ ท่านทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ท่านมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ ท่านมาโนช เฮงยศมาก ท่านประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ท่านจักรฤกษณ์ ทองศรี ท่านณัชพล ตันเจริญ ท่านพัฒนา สังขทรัพย์ ท่านณัฐวุฒิ สุขเกษม พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ ท่านสมนึก เฮงวาณิชย์ และ ท่านรณฤทธิชัย คานเขต ทั้งคณะเหล่านี้ได้เห็นความสําคัญของการเสนอร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... โดยมี หลักการและเหตุผลดังนี้นะครับ
หลักการ โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนมีราษฎรเข้าครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเป็นเวลานาน จนกลายเป็นชุมชนหรือเป็นที่อยู่อาศัยที่ทํากิน จึงสมควร มีกฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของทางราชการที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองที่ดินได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้น อย่างถูกต้องตามกฎหมายอันเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็น หลักประกันในการดํารงชีพของราษฎร จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติ
ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น ต้องขอกราบเรียนว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะ ภาคอีสานเป็นปัญหาที่หมักหมมมานานในเรื่องของการที่ที่ดินของทางราชการไปทับที่ ของราษฎร และขณะเดียวกันท่านจะเห็นว่าในสมัยรัฐบาลทุกรัฐบาลจะมีราษฎรเดินขบวน แล้วก็ไปร้องเรียน แล้วจนมาถึงผู้แทนราษฎรจะต้องให้แก้ปัญหาในเรื่องที่ดินที่เข้าครอบครอง ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กระผมคงจะไม่ไปพูดในเนื้อหาสาระมาก เพราะว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วนะครับ ผมขอกราบเรียนว่าวันนี้ถือเป็น โอกาสดีที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา แล้วความเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือทางท่าน ส.ส. วรศุลีนั้นท่านก็คงจะกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าถ้าหากสภาเราได้ปฏิบัติหน้าที่ไปจนครบเทอม ผมคิดว่ากฎหมาย ฉบับนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ไม่รู้เป็นอย่างไรนะครับ ท่าน ส.ส. วรศุลีนั้น จะเพ่งไปที่หน้าท่านประธานตลอดว่าอย่ายุบสภาเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ ต่อไปคุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมและเพื่อนสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาของผมทุกคนนะครับ ได้ร่วมกันเซ็นชื่อเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดิน ที่ไม่ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ได้รับการร้องเรียน ได้รับการร้องขอจาก พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ แล้วก็รวมทั้งเพื่อนสมาชิกในหลาย ๆ จังหวัด ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดชัยภูมิ ท่าน ส.ส. เชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ จังหวัดลพบุรี ท่าน ส.ส. มัลลิกา จังหวัดพิจิตร ท่าน ส.ส. ศิริวัฒน์ จังหวัดสุพรรณบุรี ท่าน ส.ส. เจรจา ท่าน ส.ส. นิติวัฒน์ ทุกท่านล้วนประสบปัญหาอย่างเดียวกันในเรื่องของปัญหาที่ดินทํากินของพี่น้องประชาชน
หลักการ โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ
เหตุผลและความจําเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ
เหตุผล เนื่องจากในปัจจุบันนี้ได้มีกฎหมายกําหนดเขตสงวนหวงห้ามที่ดิน ตามวัตถุประสงค์ของทางราชการทับที่ที่ราษฎรได้จับจองและครอบครองอยู่แล้ว หรือเมื่อได้ประกาศกําหนดเขตสงวนหวงห้ามไว้แล้ว แต่ทางราชการมิได้ทําประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ในการประกาศสงวนหวงห้ามไว้จนราษฎรเข้าครอบครองใช้สอย ในที่ดินนั้นเป็นเวลานานจนกลายเป็นชุมชนหรือเป็นที่อยู่อาศัยที่ทํากิน จึงสมควร มีกฎหมายกําหนดวิธีการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินของทางราชการที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์แล้ว เพื่อให้โอกาสแก่ผู้เข้าถือครองที่ดินได้ทําประโยชน์ในที่ดินนั้น อย่างถูกต้องตามกฎหมายอันเป็นการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็น หลักประกันในการดํารงชีพของราษฎร จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานครับ จากการที่ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ในจังหวัดนครสวรรค์ ในเขตรับผิดชอบของผมทั้ง ๔ อําเภอไม่ว่าจะเป็นอําเภอตาคลี ตากฟ้ำ ไพศาลี หนองบัว ได้รับการร้องขอจากพี่น้องประชาชน ได้รับการสอบถามในเรื่องของพื้นที่ทํากิน ท่านประธานทราบไหมครับว่าในบางตําบลแทบจะไม่มีเอกสารสิทธิของราษฎรเลย เป็ นที่สงวนหวงห้ามของทางราชการทั้งสิ้น ผมจึงคิดว่ากฎหมายฉบับนี้น่าจะได้ เป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ถ้าสภาแห่งนี้ได้มีเวลาพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ในส่วนเรื่องสาระและรายละเอียดผมคงไม่ขอพูดถึงในชั้นนี้ คงจะไปนําเรียนในชั้น กรรมาธิการต่อไป ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะได้เล็งเห็นถึง ความสําคัญของกฎหมายฉบับนี้และช่วยกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้เพื่อออกมาบังคับใช้ ต่อไป ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาดีครับ คุณนิยม วรปัญญา ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ส.ส. จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ ผมเคยเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ถึงปัจจุบันนี้ ๒๐ กว่าครั้งแล้วครับ แต่ไม่เคยผ่าน ครั้งนี้ถ้าได้ผ่านก็ถือว่าเป็นบุญของประชาชน ชาวจังหวัดลพบุรีมีความหวัง อยู่เรื่องนี้ เพราะมีผลกระทบต่อเขามาก เขาเดือดร้อนจริง ๆ ครับ เพราะมีทั้งทหาร แล้วก็ กรมป่าไม้ แล้วก็กรมวนอุทยานประกาศทับที่เขาไว้ รวมทั้งกรมปศุสัตว์ เป็นจํานวนมากมาย ทําให้เขาเดือดร้อน ทั้งที่ที่ดินนี้ครอบครองทําประโยชน์มาตั้งแต่สมัยปู่ ย่าตายาย แต่ก็ไม่สามารถที่จะกันออกได้ เพราะว่าการไปประกาศรังวัดนั้นอาศัยอยู่ในห้องแอร์ (Air) ขีดกันตามแผนที่ไม่เคยไปดูเลยครับ ปลัดจังหวัด ป่าไม้จังหวัด เคยถูกย้ายภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพราะไปร่วมเป็นกรรมการตรวจประกาศป่าสงวนแห่งนี้ หลวงสมานเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เข้าไปตรวจสอบตามคําร้องของราษฎร ปรากฏว่าท่านไปเห็นเข้า อ้าวนี่มันบ้านเขาเป็นตึกราม เป็นถนน ถนนก็ต้องกันออก หนองนํ้าก็ต้องกันออก เขาจะไปทํามาหากินได้อย่างไร ก็เลย ไม่ประกาศตอนนั้นจนรอมาอีก ๒ อธิบดีถึงประกาศก็ใช้แผนที่เก่านะครับไม่ได้กันวงออกเลย ทั้งที่ได้เบิกเงินไปตั้งมากมาย แต่ปรากฏพวกนั้นก็ไปหาความสําราญกันไม่ได้เข้าไปดูแลพื้นที่ แต่ผมเห็นใจสมัยนั้นที่เขาไปดูก็ไม่มีรถเข้า เพราะว่าทางกรมป่าไม้ให้ไปทําการรังวัดก็ให้ แต่กล้องไป ให้แต่คนไป รถไม่ให้ไปเขาก็เดินไปไม่ได้ไม่มีนํ้ามันรถก็ไปอยู่ตามโรงเลื่อย ตามหมู่บ้าน ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอขอบคุณท่านสุวโรช พะลัง และท่านอาจารย์ ผ่องศรีที่ได้ช่วยประสานงานเรื่องนี้ และท่านอํานวย คลังผา ได้ช่วยติดตามเรื่องนี้ให้จนได้ มีการนําร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าพิจารณาจนถึงการประชุมวาระที่จะรับหลักการ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านได้ หลักการนั้นก็เหมือนกันนะครับ คล้ายคลึงกันคิดว่าคงไม่ต้องอ่านก็คงจะได้ เพราะว่าหลักการมันใกล้เคียงกัน แล้วก็ ปรากฏอยู่ตามหนังสือนี้ก็ถือว่าผมอ่านตามหนังสือนี้ก็แล้วกันครับท่านประธาน ผู้ที่เสนอร่วม ก็มีจํานวน ๒๕ ท่าน แต่จะเอ่ยชื่อทั้งหมดก็คงจะใช้เวลานาน ก็โดยคนที่รองจากผมก็คือ คุณวิเชียร ขาวขํา คุณกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ แล้วก็คุณสุชาติ ลายนํ้าเงิน แล้วคนอื่น ก็ใช้ตามรายการในหนังสือนี้ก็แล้วกัน เพราะว่าการที่จะได้เขียนพระราชบัญญัตินั้นก็คง ไม่ได้ใส่รายชื่อคนเข้าไป เมื่อเสนอให้รัฐสภารับแล้วก็เป็นพระราชบัญญัติของรัฐสภา และหวังว่าสภาคงจะรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อเป็นประโยชน์สุขของประชาชน ที่เดือดร้อนแสนทุกข์ถูกกลั่นแกล้งนานาชนิดมามากมาย พูดถึงเรื่องนี้แล้วมันก็ตื้นตันครับ เพราะผมอยู่กับประชาชน ประชาชนบางคนก็มาร้องไห้เมื่อได้ถูกกลั่นแกล้ง คนนี้ทําไม ไม่ถูกจับ คนนั้นไม่ถูกจับ ทั้งที่อยู่ด้วยกันพร้อมกัน บางคนก็อยู่ก่อน คนอยู่หลังไม่ถูกจับ คนอยู่ก่อนถูกจับ จับไปก็ไปติดคุกก็มีบางคนทั้งที่อยู่มาตั้งแต่ปู่ ย่าตาทวด ตั้งแต่ สมัยเมืองบัวชุม ประวัติเมืองนี้ก็ ๒,๐๐๐ กว่าปีครับ เมืองบัวชุมนี้เกิดก่อนเมืองลพบุรี มีปรางค์นางผมหอม มีปรางค์กู่ มีปรางค์สองพี่น้อง มีปรางค์หลายชื่อผมจําไม่ได้หมด แล้วก็สมัยก่อนนี้ในถํ้าจะมีวัดเก่าแก่มากมาย แต่เวลาไปรังวัดเจ้าหน้าที่ก็ไปที่นั่นครับ แต่ไม่ได้กั้น ผมก็ไปถามว่าทําไมไม่กันออกให้เขา เขาบอกเวลาไม่ทันจะทําอย่างไร ส่งไม่ทันเดี๋ยวก็มีความผิดและเงินก็เบิกไปใช้แล้วก็เลยนั่งเขียนเอาเลย ขีดเอาเลย แล้วทหารก็เหมือนกันครับ ประกาศพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า แต่ทีนี้ที่เขาอยู่อยู่แล้วก็ประกาศทับไปด้วย อ้างแผนที่ไม่ใช่อ้างหนังสือ ฉะนั้นการประกาศ ป่าสงวนนั้นถ้าตามหลักเกณฑ์ที่ทําไว้คือหลวงสมานวนกิจเป็นลุงของผม เป็นพี่ชายแม่ผม ท่านบอกหลักการมันมีอยู่จะต้องทําการรังวัดตรวจสอบ เหมือนกับจะทําถนนก็ต้อง ตรวจสอบว่าถนนอยู่ตรงไหน ต้องเขียนแบบ เขียนแผนที่ การประกาศสงวนหวงห้าม ก็เหมือนกัน การจะก่อสร้างอาคารบ้านเรือนมันก็ต้องทําแผนที่ เพราะลุงของผมคือ หลวงสมานนั้นท่านจบวิศวกรรม ท่านไม่ได้จบป่าไม้ในปริญญาตรี ท่านไปจบป่าไม้ก็ไป เรียนต่อปริญญาโท ท่านประธานที่เคารพ ถ้าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปได้จะเป็น เศรษฐกิจที่สําคัญ ภาษีบํารุงท้องที่ ภาษีการใช้ประโยชน์ที่ดิน ภาษีการเปลี่ยนมือถ่ายโอน การจํานํา จํานอง แล้วจะพ้นจากการตกเขียว เวลานั้นประชาชนยากจนคือตกเขียว ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๐ แล้วก็มีดอกเบี้ยนอกระบบอีก มีถึง ๒๐ บาทต่อวัน คนไทยจะไม่จน ได้อย่างไรครับ ถ้าแก้ปัญหาความยากจนนี้ได้ เศรษฐกิจจะดีขึ้น นี่คือระบบรากหญ้าจะได้ แก้ไขแล้วครับ ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์ผ่องศรีกับท่านสุวโรช ท่านอํานวย ที่ตาม เรื่องนี้ตลอด ที่ผมรู้เพราะผมไปตามด้วยกัน และท่านสุวโรชเป็นประธานท่านก็ตั้งใจ อย่างแน่วแน่ แต่ก่อนนี้ประธานก็เคยไปพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับป่าสงวน โดยมากก็ไม่ใช่ คนที่เคยอยู่ในเขตป่าสงวน ไม่รู้เรื่องความทุกข์ยากของประชาชน อย่างอาจารย์ผ่องศรี กับผม ท่านอํานวย ท่านสุวโรช ไปเห็นมาด้วยกัน ไปพบประสบด้วยตนเอง เขาอยู่กิน อย่างไร ฉะนั้นผู้แทนราษฎรถ้าได้รับเลือกคนที่เป็นตัวแทนจริง ๆ คือแทนอาชีพที่เขาเลือก ขึ้นมาหรือแทนความทุกข์ยากที่เขาเห็นมาด้วยกันก็รู้จักแก้ปัญหา ถ้าไม่เคยเลย จะแก้ปัญหาให้ถูกครับ ถึงจะไปเรียนรู้สูงแค่ไหนก็รู้แต่ในตําราก็ไม่สามารถเอามาใช้ ทางปฏิบัติได้ครับ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีคําว่าเชี่ยวชาญ คําว่าเชี่ยวชาญก็ต้องรู้เรื่องจริง ๆ สามารถรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ท่านประธานที่เคารพ ผมดีใจมากที่ว่าผมพยายามมา ตั้งเป็นเวลา ๓๐ กว่าปีเกือบจะ ๔๐ ปีนี่เพิ่งจะสําเร็จในวันนี้ แต่หวังว่าเพื่อนสมาชิก ทุกท่านคงจะเห็นใจประชาชน แล้วก็ประชาชนตอนนี้ก็มีสื่อถึง รู้ ว่าใครเป็นผู้แทนแล้ว ทําหน้าที่อย่างไร พรรคไหนทําอย่างไรให้กับประชาชน เพราะถ้าพรรคไหนทําประโยชน์ ให้ประเทศชาติ เขาได้รับความทุกข์ยากจากใคร เขาได้รับความสะดวกสบายจากใคร เพราะตัวแทนก็คือตัวแทนของเขา เขาไม่สามารถมานั่งประชุมในสภานี้ได้ สภานี้ เป็นสภาที่ปรึกษา แก้ปัญหาความทุกข์ยากแล้วก็จัดระบบต่าง ๆ ในการปกครองประเทศ รวมทั้งการออกกฎหมายให้ความเป็นธรรมแก่เขาด้วย และการพิจารณาเกี่ยวกับ การจะเลือกคนเข้าไปดํารงตําแหน่งที่จะให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย และการพิจารณาเกี่ยวกับการจะเลือกคนเข้าไปดํารงตําแหน่งที่จะให้ความเป็นธรรม กับเขาได้ อันนี้เขาจ้องเขารู้อยู่เดี๋ยวนี้ เพราะว่าสถานศึกษาก็มีและสื่อก็มี แม้แต่ สื่อลําเอียงเขายังรู้เลยเดี๋ยวนี้ สื่อไหนพูดไม่ดีเขายังไปวิจารณ์กันได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน และหวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านคงจะพยายามให้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป แล้วก็ได้ประกาศใช้เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ และประชาชน เพื่อให้รากหญ้าเข้มแข็งเสียที เศรษฐกิจของไทยจะได้ก้าวหน้าไปทัน แล้วคนยากคนจนในชนบทมีโอกาสลืมตาอ้าปาก สามารถได้ส่งลูกเรียนหนังสือได้ เหมือนกับเรา พ้นจากหนี้นอกระบบที่ทําให้เขายากจน พ้นจากหลักทรัพย์ที่เขาไม่มี มีคดีหน่อยถูกแกล้งกล่าวหา ไปเช่าโฉนดก็ราคาเป็นหมื่น เขาทําอย่างไรถึงจะมีกิน เขาทํา อีกร้อยชาติเขาก็จน เพราะปัญหาที่ดินไปทับถมเขา ไปกดดันเขาไว้ ทําให้เขาไม่มีโอกาส เขาเสียโอกาสไป ผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านคงจะเข้าใจเรื่องนี้ แต่ว่าถ้าคนในเมือง เขาก็คงจะรู้จักเจ็บคือปวดฟันว่ามันปวดอย่างไร ปวดท้องปวดอย่างไร ความทุกข์ ยากลําบากที่เขาต้องหลังสู้ฟ้ำหน้าสู้ดินนั้นเป็ นอย่างไร ฉะนั้นทุกข์ของชาวนา ที่สมเด็จกรมพระยาดํารงราชานุภาพท่านเขียนไว้ว่าทุกข์ชาวนาคือทุกข์ของ กระทรวงมหาดไทย เพราะกระทรวงมหาดไทยมีเจ้าหน้าที่อยู่ทั่วถึง ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน มาจนถึงระดับกระทรวง ท่านต้องรู้ว่าทุกข์นั้นมันเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไร สามารถ เข้าใจ แล้วก็ออกมาเหมือนเขากําไว้ในฝ่ามือเมื่อแบออกมาก็จะต้องรู้ว่าอะไรอยู่ในมือเขา อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นผมหวังว่าเรื่องนี้คงจะได้รับความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ไม่มีการถ่วงไว้ แล้วราษฎรพูดกันว่าถ้ารู้ว่าคนไหนถ่วงไว้สมัยหน้าเราจะไม่กาให้ เขาพูด อย่างนี้นะครับ อันนี้บ้านผม บ้านอื่นจะพูดเหมือนกันหรือไม่อันนั้นผมไม่ทราบ ฉะนั้น ผมก็คิดว่าพวกเรายังอยากจะเป็นผู้แทนต่อไปก็คงคิดว่าเรื่องนี้คงจะได้รับการพิจารณา อย่างกว้างขวาง และให้ผลออกมาโดยเร็ว แล้วก็ให้มีการแปรญัตติให้ละเอียด ที่มี กรรมการสําหรับที่จะพิจารณาตั้งไว้มีจริง แต่ ๔๐ ปียังไม่มีใครผ่านได้สักฉบับเดียว โฉนดฉบับเดียวยังไม่ได้เคยได้จากพวกกรรมการจังหวัดหรือกรรมการอําเภอที่ตั้งขึ้นไว้ ให้พิจารณากันที่ดินออกให้นี่ไม่เคยได้เลย ผมได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิด วันนี้ดีใจมาก ที่เป็นโอกาสดีที่พี่น้องทั้งหลายจะมีโอกาส แล้วก็ขอให้โอกาสนี้ได้รับความสําเร็จ จนสามารถได้โฉนดด้วย เมื่อมีพระราชบัญญัตินี้ออกมาแล้วก็ขอให้กันออกแล้วค่อย เดินสํารวจออกโฉนดให้ การเดินสํารวจนั้นก็จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการเดินสํารวจราคาถูก แปลงหนึ่งก็ประมาณสัก ๑๒๐ บาท แต่ถ้าไปออกรายแปลงก็เสียแปลงเป็นหมื่น คนจน จะออกได้อย่างไร ถามว่าตอนนั้นทําไมไม่แจ้ง ส.ค. ๑ จะไปแจ้งอย่างไร บางคนจะหา ค่ารถไปที่อําเภอไม่มี หรือจะไปหากํานันก็ไม่มี ถึงแม้กํานันจะเป็นคนออกให้แต่กํานัน ก็ต้องรับไปรังวัด เขาไม่มีเงินรับรังวัดเขาก็ไม่สามารถจะรังวัดได้ แล้วก็การประกาศ ก็จะประกาศอยู่ที่อําเภอ จังหวัด ราษฎรอยู่ในหมู่บ้านห่างไกล แม้แต่ตําบลบางที ตั้ง ๒๐ กิโลเมตร อําเภอตั้ง ๑๐๐ กิโลเมตรก็มี เขาจะไปแจ้งได้อย่างไร และไปแจ้งถ้าไม่มี เงินติดไปเลยก็แจ้งไม่ได้ เพราะสมัยก่อนนี่ค่าเขียนต้องมีเพราะพวกนั้นไม่ได้มีเงินเดือน สารวัตรกํานันสมัยก่อนไม่มีเงินเดือน ท่านประธานที่เคารพ มันเป็นบาปกรรมจริง ๆ คนไทยเรานี่ที่ทนทุกข์ทรมานมาหลายชั่วคน ที่จะเปิดในวันนี้ ผมคิดว่าวันนี้เป็นวันที่จะ แก้ปัญหาทุกข์ยากให้ประชาชนได้สําเร็จแล้ว ผมต้องขอบคุณทุกท่านที่จะให้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัด วัดบางวัดตั้งแต่สมัยขอม สมัยพระนารายณ์ บางวัดตั้ง ๑๐๐ กว่าปี ๒๐๐ ปี ตั้งแต่สมัยแผ่นดินพระองค์เจ้า แผ่นดิน สมัยเป็นรามัญก็หลายร้อยปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยพ่อขุนรามคําแหงก็เกือบจะ ๑,๐๐๐ ปี คือมีประวัติว่า พ่อขุนรามคําแหงเสด็จมาที่วัด แต่ก็ยังเป็นวัดที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เพราะว่าอยู่ในเขต ป่าสงวน ท่านประธานครับ มีหลายเรื่องที่จะพิจารณาให้ถ่องแท้และจะเห็นได้อย่างนั้น ฉะนั้นผมจึงดีใจว่าวันนี้ได้มีโอกาสแล้ว หวังว่าคงจะใช้เวลาแปรญัตติในระยะสั้นให้ทัน ประกาศใช้ แล้วก็หวังว่าคงจะเสนอไปยังวุฒิสมาชิกโดยไม่ชักช้า แล้วก็ขอได้รับ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายได้เร็ว ๆ ต่อไป ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง : ต่อไปจะเป็นผู้อภิปรายสนับสนุน ผมจะขอความกรุณาท่านละไม่เกิน ๑๒ นาที คุณนคร มาฉิม แล้วก็จะเป็นคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล คุณนริศ ขํานุรักษ์ คุณอํานวย คลังผา คุณอันวาร์ สาและ คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ เชิญคุณสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ของพรรคประชาธิปัตย์คนละ ๕ นาทีครับท่านประธาน
ก็ให้กําหนดเวลาท่านละ ๕ นาที ตามความสมัครใจของพวกเรา เชิญคุณนคร มาฉิม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ บางครั้งถ้าเกิดว่าเกินกว่า ๕ นาทีบ้าง ผมก็ต้องขออภัยต่อ เพื่อนสมาชิก
ไม่เป็นไรครับ ผมจะดูประเด็นในการอภิปรายด้วย
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ทุกท่านมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะให้สานต่อนโยบาย ในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่จะถูกผลักดันด้านนโยบายจากการขับเคลื่อนของ สภาผู้แทนราษฎรในชุดปัจจุบัน แล้วก็ผมยังจําได้ว่า ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ผม ท่านสุวโรช เพื่อนสมาชิกอีกหลาย ๆ ท่าน ทุกพรรคการเมืองได้มีความเห็นพ้องต้องกัน ที่จะสานต่อหรือต่อยอดคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งชุดนั้นมีท่านรัฐมนตรีศุภชัย โพธิ์สุ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญ การต่อยอดซึ่งผมได้นําเรียนท่านประธาน แล้วก็ผมจําได้ว่าท่านประธาน ท่านดอกเตอร์อภิวันท์เป็ นผู้ที่มีความเห็นพ้องว่าควรที่จะต่อยอด ตอนนั้นผม และเพื่อนสมาชิกก็ได้ร่วมกันเสนอญัตติแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน และการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขปัญหาที่ดินให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน และเสียงของสภาโดยมติแทบจะเป็นเอกฉันท์ก็ให้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้น แล้วก็สภา โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าวที่สภาได้ตั้งขึ้นก็ได้ให้ความไว้วางใจให้ ท่านสุวโรชซึ่งเป็น ส.ส. อาวุโส เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็ผมได้รับ โอกาสมาเป็ นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่หนึ่ง ผมต้องขอชื่นชม คณะกรรมาธิการซึ่งได้รับมอบหมายจากสภาทุกท่านเลยที่ได้ทุ่มเทกําลังกายกําลังใจ แล้วก็กําลังสติปัญญาเต็มความสามารถ รวมไปถึงหน่วยงานของภาครัฐ แล้วก็ภาคเอกชน ทุกภาคส่วนที่ระดมสรรพกําลัง แล้วก็ข้อศึกษาวิจัยที่ต้องขอเอ่ยนามไว้ ไม่ว่าจะเป็น ท่านมนัส ฉั่วสวัสดิ์ จากกรมที่ดิน ท่านประทีป เจริญพร อดีตรองอธิบดีกรมที่ดิน ท่านอาจารย์อิทธิพล เป็นต้น แล้วก็อีกหลาย ๆ ท่าน รวมไปถึงรองเลขาธิการ ส.ป.ก. ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นเกียรติว่าท่านได้ทุ่มเทสรรพกําลังช่วยสภา เพื่อแก้ไขวิกฤติในเรื่องปัญหาที่ดินทํากิน กฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน และการเร่งรัด ออกเอกสารสิทธิของสภาผู้แทนราษฎร ก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ถ้าเกิดว่าทุกอย่างผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการก็ได้ร่วมกันประมวลศึกษาปัญหา เพื่อต่อยอดจากกรรมาธิการชุดเดิม รวมไปถึงกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ของสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันปัญหายังไม่ได้รับการคลี่คลาย เพราะนโยบายของรัฐบาลในแต่ละช่วงในแต่ละเวลาขาดการเชื่อมโยงต่อเนื่องแล้วก็ สอดประสานกัน ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการได้ประมวลปัญหาออกมาเป็น ๓ ปัญหา ปัญหาที่ ๑ ก็คือปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน ปัญหาที่ ๒ ก็คือปัญหาเกี่ยวกับ กฎหมายที่ดินทั้งระบบ ปัญหาที่ ๓ ที่เราได้ร่วมกันศึกษากันอย่างจริงจังก็คือปัญหา เกี่ยวกับเอกสารสิทธิของที่ดิน เป็นที่ทราบกันครับท่านประธาน ปัญหาที่ดินทํากินนั้น หลายฝ่ายยอมรับว่ามันเป็นปัญหาที่สั่งสมหมักหมมแล้วก็ทับซ้อนกันมาจนยากที่จะแก้ไข ในเร็ววัน ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ทําไมบางตระกูล ทําไมคนที่มีสถานะทางสังคม หรือมีเงินทุนจํานวนมหาศาลจึงมีที่ดินนับหมื่นนับแสนไร่ใน ๑ ตระกูล แต่ทําไมบางคน แม้กระทั่งที่ดินที่อยู่อาศัยยังไม่มี อย่าว่าแต่ที่ทํากินเลยครับท่านประธาน แม้กระทั่งที่อยู่อาศัย ยังต้องเช่าอยู่ ยังต้องขออาศัยอยู่ แล้วก็ลอยไปเรื่อย ๆ แล้วความมั่นคงในชีวิตในทรัพย์สิน ของเขาเหล่านั้นรัฐให้หลักประกันอะไรบ้างที่จะให้เขามีที่ยืน แล้วก็สร้างอาชีพ สร้างความ เป็นอยู่ สร้างความมีฐานะอย่างมั่นคงให้กับตนเองแล้วก็ครอบครัว แล้วยิ่งอนาคตต่อไป ในภายภาคหน้ามันสะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการที่ดินในช่วงที่ผ่านมานั้น แม้ว่าจะ ไม่ถึงกับกล่าวได้ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่ก็ถือว่าอยู่ในขั้นที่ว่าล้มเหลว มันนําพา ซึ่งความเหลื่อมลํ้าระหว่างสถานะของคนรวยซึ่งมีไม่กี่ตระกูล ประมาณ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนรวยในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันที่คนรวยหรือผู้ที่มั่งคั่งเป็นราชาที่ดิน คนจนอีก จํานวนมหาศาลไม่มีแม้กระทั่งที่อยู่อาศัย ก็คือการขาดระบบในการบริหารจัดการที่ดิน อย่างเป็นระบบแล้วก็มียุทธศาสตร์ที่สําคัญของชาติ มันทําให้เกิดความเหลื่อมลํ้าทางสังคม ขึ้นมาอย่างมากมาย คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนจนยิ่งจนลง ยิ่งลําบากขึ้น แล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะ เดินเข้าไปสู่ความเท่าเทียมในการสร้างฐานะ อาชีพ และความเป็นอยู่ คือสิ่งที่ทําให้เกิด ความคับแค้นใจในส่วนของผู้ยากไร้แล้วก็คนที่ไม่มีที่ดินทํากินเป็นอย่างยิ่ง อันนี้เป็น ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายที่ดินทํากิน ความมีเอกภาพ ในการบริหารจัดการเป็นองค์รวมในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็น ยุทธศาสตร์ในการจัดการทรัพยากรที่ดินอย่างเป็นระบบเลย ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน ยกตัวอย่าง เช่น ส.ป.ก. หรือสํานักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมก็ไป อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมที่ดินซึ่งดูแลเรื่อง น.ส. ๓ ส.ค. ๑ โฉนดที่ดิน โฉนดตราจอง หรือตราจองที่ตราว่าได้ทําประโยชน์แล้วก็ไปอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย กฎหมายเกี่ยวกับที่ราชพัสดุก็ไปอยู่ที่กระทรวงการคลัง กฎหมายที่เกี่ยวกับป่าไม้ก็ไปอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ละกระทรวง แต่ละกรม แต่ละ เจ้ากระทรวง ก็ไม่มีความเป็นเอกภาพในการที่จะขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรที่ดิน อย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นเอกภาพหรือกฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างหลากหลาย มันก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อให้ที่ดินที่มีอยู่ อย่างจํากัดในประเทศ ประมาณ ๓๒๐,๗๐๐,๐๐๐ ไร่ เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนไทย แล้วก็ควรที่จะให้คนไทยทุกคนได้เข้าถึงทรัพยากรที่ดินในฐานะที่เขาเป็นคนไทย เขาควร ที่จะมีที่อยู่อาศัย หรือที่ยืน หรือที่ทํากิน แต่เขาก็แทบจะไม่มีโอกาสที่จะเข้าถึงเพราะอะไร เพราะความขาดเอกภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของชาติอย่างเป็นระบบ ถือว่าเป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมาในระดับหนึ่งทีเดียว
ปัญหาสุดท้ายก็คือการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ท่านแปลกใจไหมว่ารัฐบาลสมัยก่อน ๆ ออก ส.ค. ๑ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ จนถึงปัจจุบันนี้ยังคงมี ส.ค. ๑ อยู่ เกือบ ๖๐ ปีแล้วครับ ท่านประธาน ยังคงมี ส.ค. ๑ อยู่แปลกไหมครับ แล้วทําไมถึงไม่พัฒนาเข้าไปสู่การออก น.ส. ๓ ทําไมไม่พัฒนาเข้าไปสู่การออกเป็นโฉนดที่ดิน และรวมระบบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. ไม่ว่าจะเป็น สทก. ไม่ว่าจะเป็น ภ.บ.ท. ๕ ไม่ว่าจะเป็น ส.ค. น.ส. กสน. หรือ นค. ทุกอย่างเหลือเกินที่มันหลากหลายจนมั่วกันไปหมด ในองค์กรหรือเอกสารสิทธิต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันแล้วรวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และสร้างให้เอกสารสิทธิที่ดินทํากิน ควรที่จะเป็ นมาตรฐานเดียวกันตามหลักสากล คือเป็ นโฉนดก็คือเป็ นโฉนดเลย เป็นกรรมสิทธิ์ก็คือต้องมีมาตรฐานเดียวกันในทํานองนั้น อันนี้คือสิ่งที่พวกเรามาคิด มาทํา แล้วก็มาสร้าง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองก็เป็ นผู้หนึ่งในการร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กับท่านสุวโรช และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แต่ในขณะเดียวกันยังมีกฎหมายในทํานองเดียวกันอีก ๓ ฉบับคือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการเพิกถอนเป็น ๑ ในแผนงานที่จะเดินเข้าไปสู่เป้ำหมายเดียวกัน ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบ แต่ว่าอีก ๓ ร่างพระราชบัญญัติท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาบอกว่าเกี่ยวด้วยการเงิน เพราะมันมีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา จึงได้ถูกนําเสนอไปเพื่อที่จะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้พิจารณารับรองก่อน จึงยังค้างอยู่ แต่ผมได้ประสานเรื่องนี้ไปกับท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็คือ ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็บอกว่าฝ่ายการเจ้าหน้าที่กําลัง ดําเนินการเรื่องนี้ และทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าท่านจะรวมรับร่างทั้งหมดทั้ง ๑๑ ฉบับ รวมทั้ง ๘ ฉบับที่พิจารณาวันนี้ด้วยของเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมืองเข้าสู่ การพิจารณา แล้วก็จะนําเรื่องนี้ไปพิจารณาพร้อมกัน และนํามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดประโยชน์ แล้วก็ประมวลภาพรวมทั้งหมดในระบบของการบริหาร จัดการทรัพยากรที่ดิน ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเวลาก็จํากัด แล้วก็เห็นถึง ความจําเป็นของสภา และที่สําคัญที่สุดในช่วงที่มีโอกาสเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่มีกฎหมายฉบับไหนเลยที่ผมจะภาคภูมิใจและรอคอย มาตลอดเท่ากับกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน ต่าง ๆ ที่กําลังถูกนําเสนอ เพราะอะไรครับท่านประธาน พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดพิษณุโลกที่ผมได้รับโอกาสมาถึง ๓ สมัย เกือบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ผมบอกว่าผมจะเอาปัญหาที่ดินทํากินของราษฎรของประชาชนไปแก้ในสภา ผมจะเอา ทุกข์ของประชาชนไปให้ฝ่ายนิติบัญญัติเข้าไปแก้ ผมจะเอาปัญหาความเดือดร้อนที่มัน หมักหมมอยู่ในสังคมในปัจจุบัน และนํามาซึ่งความเหลื่อมลํ้าของความเป็นอยู่ในสังคม ของคนจน คนรวย ไปแก้ไข เพื่อเดินเข้าไปสู่การแก้ไขอย่างมีเอกภาพ อย่างมี ประสิทธิภาพ แล้วก็ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมจึง รอคอยกฎหมายฉบับนี้แทนพี่น้องประชาชน
สุดท้ายครับท่านประธาน ทุกสิ่งทุกอย่างมันเดินไปไม่ได้หรอก ถ้าระหว่าง ฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ำยบริหารหรือรัฐบาลนั้นไม่มีความเห็นสอดคล้องกัน ผมขอถือ โอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่ผมเคารพนับถือว่า ขอให้ท่านและคณะรัฐมนตรีทุกท่านรับเรื่องนี้เร่งพิจารณา และนํานโยบายในการแก้ไขบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้อง คนไทยทั้งประเทศนี่ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างเต็มภาคภูมิ และภูมิใจว่าเขาเกิดเป็นคนไทย และความมั่งคั่ง ความเจริญก้าวหน้า ความภาคภูมิใจ ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ มันจะคลี่คลายลง ผมหวังว่ารัฐบาลโดยการนําของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์จะให้ความเห็นชอบต่อกฎหมายฉบับนี้และกฎหมายชุดอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับที่ดินทั้งหมดเข้าไปสู่การขับเคลื่อนในเชิงนโยบาย แล้วก็มองไปข้างหน้าว่า อีก ๑๐ ปี อีก ๑๐๐ ปีข้างหน้าปัญหาเรื่องที่ดินทํากินของประเทศจะหมดไป ความขัดแย้ง ระหว่างรัฐกับประชาชนคนไทยจะหมดไป และความมั่งคั่ง การใช้ทรัพยากรที่ดิน จะเป็นธรรมกับคนไทยทุกคน ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ ผมจะขอเป็นท่านละ ๗ นาทีก็แล้วกันครับ เพราะว่า ๕ นาทีดูว่า จะน้อยไปสักนิดครับ เชิญคุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... เนื่องจาก ที่ดินของประเทศ ๓๒๐ ล้านไร่เศษนะครับ ถ้าจําแนกก็เป็นที่ดินของรัฐกับที่ดินของราษฎร มันทับกันไปทับกันมาครับ อยู่ดี ๆ ที่ดินของราษฎรก็ถูกที่ดินของรัฐมาประกาศเป็นที่ ของรัฐไป เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ผมถือว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กําลังจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ทุกท่านที่ได้นําเสนอ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเข้ามา โดยเฉพาะท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง ซึ่งเราถือว่า เป็นหัวหน้าชุดในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมย้อนกลับไปถึงในสมัยอดีตนะครับ ในสมัย รัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ซึ่งขณะนั้นเคยออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ทํากินของ ราษฎรที่สําคัญ ก็คือการออก ส.ป.ก. ครับ ท่านประธานคงเห็นว่าในรัฐบาลชวน ๒ นั้น มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องดังกล่าว แต่สุดท้ายรัฐบาลได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนจนทุกยุคทุกสมัยเขาก็ยังไม่มีการยกเลิก ส.ป.ก. ผมขอกราบเรียนว่ากฎหมาย ดังกล่าวนะครับ ขณะนี้พี่น้องประชาชนของประเทศเราได้รับอานิสงส์ดังกล่าวเป็นจํานวน ถึงล้านกว่ารายครับ มีพี่น้องได้รับถึง ๓๑ ล้านไร่ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ละครับเป็นสิ่งสําคัญ ที่ผมอยากให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้เข้าใจว่ารัฐบาลทุกสมัยที่มีความประสงค์ จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เขาพยายามแก้เพื่อพี่น้องประชาชนกันจริง ๆ พี่น้องชาวภาคเหนือนะครับ ที่ผ่านมาได้ที่ดิน ส.ป.ก. กันถึง ๗,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ พี่น้อง ทางภาคอีสานได้ที่ดิน ส.ป.ก. กัน ๑๖ ล้านไร่ครับท่านประธาน มากที่สุด ภาคกลางได้ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ภาคใต้บ้านผมได้ไปแค่ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่นี่คือเป็นสิ่งสําคัญที่รัฐบาล เขาพยายามแก้ปัญหาซึ่งถูกทางแล้ว ในปี ๒๕๕๓ ผมขอเรียนว่ารัฐบาลกําลังจะออก ส.ป.ก. ให้กับพี่น้องอีก ๙๐,๐๐๐ ราย อีก ๑.๓ ล้านไร่นะครับ ขอเรียนว่าต้องขอขอบคุณ รัฐบาลที่ผ่านมา แล้วก็ขอขอบคุณว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กําลังที่จะ แก้ปัญหาการถือครองที่ดินของรัฐกับที่ดินของราษฎรซึ่งกําลังเป็นปัญหาที่หมักหมมกันอยู่ จริง ๆ เหมือนกับที่ทุกท่านได้อภิปราย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. สุวโรช พะลัง ได้พูดถึงที่ดินที่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต พูดถึงที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมซึ่งมีพื้นที่อยู่ ๒ อําเภอด้วยกันก็คือ อําเภอสิเกา แล้วก็อําเภอกันตังที่จังหวัดตรังครับท่านประธานเป็นที่อุทยานที่ประกาศถึง ๑๔๔,๓๐๐ ไร่ เป็นที่ดินทั้งทะเลแล้วก็บนบก เป็นที่ดินบนบกนั้น ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ครับ มีปัญหานะครับ ที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเขาจะประกาศเป็นที่มรดกแห่งชาติแต่ว่าประกาศไม่ได้ มีเหตุผลเดียวครับเนื่องจากมีการบุกรุกของเอกชน รัฐพยายามที่จะแก้ไขปัญหาครับ ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาลจริง ๆ ครับ ขณะนี้ได้ไปพิสูจน์สิทธิในเขตอุทยานแห่งชาติ หาดเจ้าไหมซึ่งมีผู้บุกรุก มีผู้สอบสวนสิทธิประมาณ ๑,๖๖๖ ราย ซึ่งเป็นที่ดินที่ทับกับ อุทยานประมาณ ๑๕,๕๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ก็ถือว่าเยอะ ซึ่งการสอบสวนสิทธิ ดังกล่าวมีการดูจากภาพถ่ายทางอากาศ ดูว่าพี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่ก่อนมีการประกาศ เป็นที่ของรัฐหรือเปล่า อุทยานประกาศปี ๒๕๒๔ ครับ แต่ที่ดังกล่าวบางพื้นที่นั้น มีการประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวนตั้งแต่ปี ๒๕๐๘ เขาก็สอบสวนดูว่าที่ตรงนี้ราษฎรเข้าไป อยู่ก่อนจริงหรือเปล่า ถ้าอยู่ก่อนก็ต้องเป็นสิทธิของราษฎร แต่ถ้าเกิดไปอยู่หลังก็เป็นสิทธิ ของราชการ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๕๒ ที่ผ่านมาก็มี การสรุปรายงานว่ามีพี่น้องประชาชนที่เข้าไปอยู่ก่อนจํานวน ๗ หมู่บ้าน ๒ อําเภอ ดังกล่าวคืออําเภอกันตังแล้วก็อําเภอสิเกา ทั้งหมด ๔๒๒ ราย จํานวน ๔๘๐ แปลง ๑,๕๑๔ ไร่ นี่เป็นที่ที่ราษฎรเขาเข้าไปอยู่ก่อนที่จะประกาศเป็นพื้นที่ป่าไม้ครับท่านประธาน เป็นสิทธิที่พี่น้องประชาชนควรจะได้รับ ผมต้องขอขอบคุณทางคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแล เรื่องนี้นะครับ ซึ่งคาดว่าจะคงไปดูในพื้นที่ ผมจึงขอเรียนว่าสิ่งนี้ครับรัฐบาลขณะนี้ สภาของเราขณะนี้ เรากําลังที่จะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินของพี่น้องประชาชน เรื่องปัญหา ของพี่น้องประชาชน ผมเรียนว่าเนื่องจากกฎหมายที่ดินดังกล่าวมันเป็นที่ดินถึง ๓๐๐ กว่าไร่ และเป็นที่ดินของรัฐถึงครึ่งต่อครึ่งนะครับ เป็นที่ของรัฐถึงครึ่งต่อครึ่ง เพราะฉะนั้นทางรัฐบาล ต้องการที่จะเอากฎหมายฉบับดังกล่าวเข้าไปพิจารณาก่อนที่จะรับหลักการ ผมก็เห็นด้วยครับ เข้าไปดูว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของรัฐที่แท้จริงหรือไม่ เป็นของราษฎรที่มีการบุกรุกหรือไม่ เพื่อความรอบคอบ ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลจริง ๆ ซึ่งขณะนี้ท่านแก้ปัญหาของประเทศ มาอย่างดี เศรษฐกิจของเราก็ดี อาจจะมีการคิดต่างบ้างครับ ถ้าเกิดการชุมนุมดังกล่าว เป็นการชุมนุมที่บริสุทธิ์นะครับ แต่ผมขอเรียนว่ามีผู้ชุมนุมบางท่านครับท่านประธาน จากหนังสือของ ส.ป.ก. ครับ บางท่านมาเรียกร้องที่ราชดําเนินเมื่อปีที่แล้วครับ ตอนนี้ก็ได้ ที่ดิน ส.ป.ก. ไปแล้ว ๑๓ ไร่ พี่น้องที่อยู่ที่ราชประสงค์ครับ ขอให้ท่านได้โปรดเข้าใจว่า รัฐบาลขณะนี้พยายามที่จะแก้ปัญหาให้ท่านทุกอย่าง ท่านกลับมาเถอะครับ มาอยู่ในระบบ ของการเมืองของเรา ผมห่วงว่ากลัวท่านจะไปเป็นเครื่องมือสําหรับการก่อความรุนแรง ซึ่งจะทําให้เกิดการล้มเจ็บหรือว่าเสียชีวิตไป รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลที่ดํารงด้วยระบอบประชาธิปไตยครับท่านประธาน ก็ขออนุญาต
ต่อไปเชิญคุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็ นอีกวันหนึ่ง ที่ผมภาคภูมิใจในการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าวันนี้พวกเราต่างได้ แบกรับภาระปัญหาพี่น้องประชาชนในเรื่องปัญหาที่ดินทํากินซึ่งเป็นปัญหาสําคัญที่สุด ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามที่จะแก้ไขปัญหาทั้งผ่านกรรมาธิการ และวันนี้มาสู่การพิจารณา ในสภาใหญ่ ผมคิดว่าเราได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์นะครับ ผมเห็นด้วยในเจตนารมณ์ของ ผู้ยกร่าง ผู้เสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าทําประโยชน์นะครับ แต่ว่าปัญหาที่ดินของประเทศมีความซับซ้อน มีเงื่อนไขมากมายครับ ผมจึงมีข้อห่วงใย ที่เสนอไปยังรัฐบาลหากกรณีที่รัฐบาลรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณา และหากมีการตั้งกรรมาธิการก็ขออนุญาตเสนอข้อห่วงใยบางประการ เพื่อทาง กรรมาธิการจะได้รับไปในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ในหลักทางสากลทุกประเทศในโลกนี้ต้องมีพื้นที่สําหรับเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สงวน หรือพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ไม่มีป่าเลย เช่นประเทศสิงคโปร์เขายังมี พื้นที่สงวนถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ ประเทศที่เจริญแล้วที่พัฒนาแล้วมีพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สงวน พื้นที่อนุรักษ์ มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งสิ้น ของเราประกาศไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าขณะนี้จริง ๆ แล้วเหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงในประเทศเราขณะนี้ป่าทุกผืนในประเทศ ไม่ว่าอยู่ในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน ป่าสงวนแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่ถูกบุกรุกทุกแปลง การพิจารณาตามกฎหมายฉบับนี้จึงต้อง ไปเขียนในนิยามให้ชัดเจน ให้ชัดเจนว่าป่าผืนไหน พื้นที่ใดที่ราชการประกาศแล้วจะเอา ไปให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ และป่าผืนไหน แปลงไหนที่จะเก็บเอาไว้เป็นพื้นที่ อนุรักษ์ เป็นพื้นที่สงวนต้องแยกแยะให้ชัดเจน เขียนไว้ในนิยามให้ชัดเจน ให้ครบถ้วน ไม่เช่นนั้นการบริหารจัดการทางด้านที่ดินจะมีปัญหา พื้นที่ เช่น ทุ่งหญ้า ป่าพรุ มองเผิน ๆ ไม่มีประโยชน์ แต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นมีประโยชน์ โดยเฉพาะป่าพรุมีประโยชน์มากมาย มหาศาล ในโลกมีป่าพรุประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งประเทศ แล้วก็มีสิ่งมีชีวิต เข้าไปใช้ชีวิตอยู่อย่างมากมาย การมองว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ไม่ได้ เช่นเดียวกับ ทุ่งหญ้าสัตว์หลายชนิดใช้แสดงพฤติกรรมในทุ่งหญ้า ทุ่งหญ้าก็มีความจําเป็นสําหรับสัตว์ เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานขอฝากไปยังรัฐบาลนอกจากนิยามในกฎหมาย ฉบับนี้ต้องชัดเจนแล้ว ผมคิดว่าก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะประกาศ การพิสูจน์สิทธิ ยิ่งจําเป็น ยิ่งสําคัญ และต้องทําให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากให้รัฐบาล ได้ตั้งหน่วยงานพิสูจน์สิทธิขึ้นมาเป็ นหน่วยงานเฉพาะเลยครับ เพราะว่าปัญหา ประเทศไทยไม่สามารถใช้หน่วยงานปกติเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินได้ ต้องตั้ง หน่วยงานพิเศษขึ้นมาพิสูจน์สิทธิ แล้วก็ง่ายมากครับในปัจจุบันเทคโนโลยีง่ายสะดวก ในการพิสูจน์ว่า ที่ดินแปลงนี้พี่น้องประชาชนเข้าไปครอบครองก่อนประกาศเป็นที่สงวน ก่อนประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือก่อนประกาศเป็นที่หลวงหรือไม่ เพราะว่า เราสามารถกลับไปดูภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังได้เป็นร้อยปี พื้นที่ใดที่ทางราชการ ประกาศไปทับที่ชาวบ้านรัฐต้องประกาศแล้วจัดเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านไปในทันทีเลย แต่ว่าพื้นที่ใดที่ชาวบ้านบุกรุกที่รัฐชาวบ้านก็ต้องออก เป็นการพิสูจน์อย่างไม่ยากเลย ในขณะนี้ แล้วก็ต้องเร่งทํา ถ้าไม่เร่งทําปัญหาจะอยู่แบบนี้จะคั่งค้างแล้วไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้
ประการที่ ๒ นอกจากพิสูจน์สิทธิแล้ว หลังจากพิสูจน์สิทธิแล้วต้องจัดทํา แนวเขต รัฐบาลชุด ฯพณฯ อภิสิทธิ์ได้แถลงนโยบายเอาไว้ว่าจะทําแนวเขตป่าปีละ ๒๐๐ กิโลเมตร ผมคิดว่า ๓-๔ ปีก็หมดแล้วครับไม่มาก ท่านได้เริ่มทําไว้แล้ว แล้วปีนี้ ก็จะตั้งงบประมาณปีละ ๒๐๐ กิโลเมตรอีก ผมคิดว่าเมื่อพิสูจน์สิทธิเสร็จ เมื่อจัดทํา แนวเขตเสร็จ ผมคิดว่าปัญหาที่ดินน่าจะได้รับการแก้ไข น่าจะได้รับการเยียวยาลง ผมมีปัญหาฝากทางกรรมาธิการและรัฐบาลไปส่วนหนึ่งก็คือมีที่ดินอยู่ประเภทหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่ดินป่าชายเลนที่มีนายทุนเคยไปขอสัมปทาน ที่ดินป่าสงวนที่มีนายทุนเคยไป ขอสัมปทานขุดเหมืองแร่ หลังจากขุดเหมืองแร่เสร็จผู้ได้รับสัมปทานทั้งทําเหมืองแร่ ทั้งทําป่าชายเลนไม่คืนแล้วไปออกเอกสารสิทธิ มีหลายแสนไร่ครับ ผมอยากให้กฎหมาย ฉบับนี้ลากที่ดินที่นายทุนครอบครองกลับมาเป็นที่ดินของทางราชการ
ประเด็นสุดท้าย ที่ดินที่คิดว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทางราชการต้องมอง ให้ดีนะครับบางทีมีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมได้รับรูปถ่ายวันนี้จากจังหวัดเป็นป่า จากอําเภอแม่สวย จังหวัดเชียงราย เป็นป่าไม่มีต้นไม้เลยกําลังถูกเผาอยู่ ภาพถ่าย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วมีคําอธิบายว่าเป็นแปลงปลูกป่าของหน่วยต้นนํ้าของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกภาพหนึ่งบอกว่าเป็นป่าเอสบีที (SBT) คือป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ปลูกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๗ หลายหมื่นไร่ครับ ไม่มีต้นไม้เหลือแม้แต่ต้นเดียว แต่ว่าเบิกงบประมาณบํารุงป่า อยู่ทุกปี ป่าแบบนี้ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์นะครับ ป่าแบบนี้ยังมีประโยชน์อยู่นะครับแล้วต้อง ตามไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดอย่างนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรแล้วต้องไปเอาผู้กระทําผิด กลับมาให้ได้โดยเฉพาะป่ำถาวรเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ในจังหวัดเชียงรายได้รับความเสียหาย ผมเห็นด้วยที่จะเอาพื้นที่ ที่ราชการประกาศไว้ใช้ประโยชน์แล้วไม่ได้ทําประโยชน์ให้คืนกลับพี่น้องประชาชน ออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน ผมเห็นด้วยที่จะให้เอกสารสิทธิสําหรับพี่น้องประชาชน ที่ถูกราชการประกาศทับที่ของพี่น้องประชาชนให้ได้รับเอกสารสิทธิ แต่ว่าถ้าพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ พื้นที่เหล่านี้ต้องเป็นพื้นที่กลางสําหรับพี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นพื้นที่ สําหรับดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รักษาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จําเป็น จะต้องคงไว้ ผมอยากฝากกรรมาธิการ ฝากรัฐบาลให้นําข้อห่วงใยและข้อกังวลของผม ไปประกอบการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณอํานวย คลังผา ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ทั่วประเทศของเรามีพี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่ดินทํากินอย่างทั่วถึงทุกจังหวัดในประเทศไทยของเรา หลายคนได้อภิปรายหลายส่วนด้วยกัน สําหรับผมนั้นก็อยากจะอภิปรายในเรื่อง นิคมสหกรณ์เช่าที่ดิน ซึ่งในขณะนี้นิคมสหกรณ์เช่าที่ดินทั่วประเทศในขณะนี้มี ๑๔ นิคมสหกรณ์เช่าที่ดินด้วยกัน ที่ดินมีเกษตรกรทําที่ดินจํานวนหลายแสนไร่ ก็อยากจะ ยกตัวอย่างในจังหวัดลพบุรี นิคมสหกรณ์เช่าที่ดินชัยบาดาล และนิคมสหกรณ์เช่าที่ดิน ลํานารายณ์ ๒ สหกรณ์ด้วยกันมีพื้นที่ทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่จากป่ำไม้ พระราชบัญญัติป่าไม้เมื่อปี ๒๕๐๗ ป่าชัยบาดาล พื้นที่ทั้งหมด ๕๙๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งใน ขณะนี้เกษตรกรซึ่งจัดที่ดินเช่าที่ดินของนิคมสหกรณ์ชัยบาดาลและนิคมสหกรณ์ ลํานารายณ์ทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ดังนั้นที่ดินดังกล่าวนั้นในขณะนี้เป็นที่ดินของ เกษตรกรทํากินอยู่แล้ว หลายคนอาจจะตกใจว่าร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... นั้นอาจจะมีผลกระทบต่อ ป่าไม้ จริง ๆ ไม่ใช่นะครับท่านประธาน อยากจะกราบเรียนให้หลาย ๆ คนได้ฟังว่า ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะทําลายป่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่ จริง ๆ แล้วเกษตรกรทําอยู่ก่อน ประกาศป่าไม้ทุกป่าในขณะนี้ ดังนั้นอย่างอําเภอท่าหลวงมี น.ส. ๓ อยู่แล้ว มีเกษตรกร ได้รับความเดือดร้อนจํานวน ๒๐๐ กว่าแปลง ท่านประธานครับ ต่อมาทางกรมที่ดิน ยกเลิกเขา ทําให้เขาเดือดร้อนบางคนก็ไปจํานองที่ดินกับธนาคารหรือจํานองต่อ ธ.ก.ส. ก็ดี ทําให้เกษตรกรเดือดร้อนในขณะนี้ นี่คือส่วนหนึ่ง และในส่วนที่สอง อย่างที่ผมนําเรียนว่า นิคมสหกรณ์เช่าที่ดินเขาทํากันคนละ ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ๕๐ ไร่ เป็น ๑๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกร ทําไร่ ทํานา ทําสวน ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสําปะหลัง พื้นที่นี้เตียนหมดเลยครับ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นิคมสหกรณ์เช่าที่ดินทั่วประเทศจะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้และในส่วนที่สาม ป่าไม้ ป่าอําเภอม่วงค่อมอยู่ในเขตจังหวัดลพบุรี ในพื้นที่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ในขณะนี้ก็มี เกษตรกรทํากินอยู่ตลอด ทํากินครบพื้นที่ แต่ในขณะนี้ทางศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีจะมาขอใช้ พื้นที่จากป่าไม้ พื้นที่ดังกล่าวนั้น พ.ร.บ. ป่ำไม้ ป่ำวังเพลิง ป่ำม่วงค่อม ประกาศเมื่อปี ๒๕๑๒ แต่เกษตรกรนั้นครอบครองมาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ท่านประธานครับ คือเกษตรกร เขาเดือดร้อนในขณะนี้ ซึ่งทหารได้ไปใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็ นศูนย์ฝึ กทางยุทธวิธี ของกองทัพบก ซึ่งวันจันทร์หน้าจะมีการประชุมเพื่อที่จะให้เกษตรกรจากพื้นที่ดังกล่าวนั้น ออกไป ในส่วนนี้ผมเห็นว่าเกษตรกรไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะว่าพื้นที่ในจังหวัดลพบุรี ๔๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งเป็นพระราชกฤษฎีกา ๔๙๐,๐๐๐ ไร่ แต่ทางทหารใช้เพียง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่เท่านั้น เหลืออีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยครับ ท่านประธาน ในขณะนี้ทําให้เกษตรกรหลายคนเดือดร้อน อย่างอําเภอเมืองเช่นกัน อําเภอเมืองผมเคยไปดูครับท่านประธาน ทหารล้อมรั้วไว้แล้ว ทําถนนไว้แล้วถนนลาดยาง ครับท่านประธาน แต่ดันไปเปิดรั้ว ใช้รถไปฝึกในพื้นที่ของเกษตรกรทํานาที่บ้านถนนแค ท่านประธานครับ เป็นที่ชัดเจนที่พี่น้องชาวบ้านเขาได้อยู่กันมานาน ทหารก็ล้อมรั้วแล้วทํา ถนนคอนกรีต ลาดยางเรียบร้อยแล้ว อยู่ ๆ ก็เปิดรั้วเข้าไป ไปใช้พื้นที่ของเกษตรกร นี่แหละครับคือเหตุผลส่วนหนึ่งที่เราได้ศึกษา ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... เพื่อให้ประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ใช้ประโยชน์กัน
ผมต่อนิดหนึ่งในเรื่องของป่ำวังเพลิง ม่วงค่อม ท่านประธานครับ ป่าวังเพลิง ม่วงค่อม หลายส่วนก็เป็นที่ ส.ป.ก. หลายส่วนก็เป็นพื้นที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ และบางส่วนเป็ นพื้นที่เอกสารสิทธิแต่ประกาศป่ำไม้ทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว กบร. จังหวัดลพบุรียังไม่เคยดําเนินการในส่วนนี้เลย ทําให้เกษตรกรเดือดร้อนมาก เพราะฉะนั้น หากว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวฉบับนี้ผ่านสภาแล้ว ผมมั่นใจเหลือเกินว่าเกษตรกร ทั่วประเทศสามารถที่จะฟื้นฟูสภาพครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากมีเอกสารสิทธิ สามารถที่จะไปไว้กับ ธ.ก.ส. ดอกเบี้ยก็ถูก ตรงนี้ก็เป็ นส่วนหนึ่งที่เป็ นประโยชน์ กับเกษตรกร
และในอีกเรื่องนะครับ พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๗๙ ซึ่งในขณะนี้ผมเคยพูด มาตลอดในกรรมาธิการ พื้นที่พระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๗๙ เริ่มจากเขานมนาง เป็นเนินสามร้อย แต่ทางศูนย์ฝึกทางยุทธวิธีขอขยายไปเนินสี่ร้อย ก็ทําให้ทับที่ดินของ เกษตรกรประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่ง ๕,๐๐๐ ไร่นั้นมี น.ส. ๓ เอกสารสิทธิเรียบร้อยแล้ว ท่านประธาน ซึ่งในขณะนี้เขาไปขยายเขตใหม่เมื่อประมาณปี ๒๕๔๕ ปี ๒๕๔๖ ท่านประธาน ทําให้เกษตรกรจํานวน ๑๐๐ กว่าหลังคาเรือน บ้านหัวดงก็ดี หรือบ้านนกเขาเปล้าก็ดี ได้รับความเดือดร้อนมาก ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็อยากจะให้มีผลกระทบในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๗๙ มีผลกระทบต่อพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีหลายอําเภอด้วยกัน อย่างอําเภอเมืองก็ดี อําเภอพัฒนานิคมก็ดี อําเภอโคกสําโรงหรืออําเภอบ้านหมี่ก็ดี ในขณะนี้อย่างบ้านหนองคู หรือบ้านพุคามีโฉนด น.ส. ๓ อย่างท่านประธานสุวโรชได้กล่าวไปเบื้องต้นนะครับ โฉนดตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ปี ๒๔๓๕ โฉนดใบใหญ่แต่ก็ถูกประกาศทับในส่วนนี้ ซึ่งนี่แหละ เหตุผลดังกล่าวที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาในส่วนนี้ เพื่อที่จะได้นําปัญหา ดังกล่าวให้ทางรัฐบาลและรัฐสภาได้ประชุมร่วมกัน ได้พิจารณาให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ คนที่ไม่มีที่ดินทํากินได้มีโอกาส มีหลักฐานที่มั่นคงในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญคุณอันวาร์ สาและ ครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ครับ วันนี้ ต้องขอชื่นชมในสภาทุกท่านที่สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้าม ที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ต้องยอมรับนะครับว่าในประเทศไทย มีปัญหาในเรื่องการใช้ที่ดินแทบจะทั่วประเทศครับ ซึ่งในการครอบครองที่ดินต่าง ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ ก็มีปัญหาหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาประชาชนบุกรุกที่ดิน หรือที่ดินบางอย่างรัฐเองก็ออกกรรมสิทธิ์ ไปทับซ้อนของชาวบ้านทั้งที่ดินทํากิน ทั้งที่อยู่อาศัย แต่ตอนนี้ต้องบอกว่ารัฐบาลที่กล้า เอาเรื่องนี้เข้ามาสนับสนุนโดยการสนับสนุนจาก ส.ส. ทุกท่านต้องขอชื่นชมว่ามันเป็น ความต้องการของพี่น้องทั่วประเทศ พื้นที่หลายพื้นที่เสื่อมโทรม แล้วก็ชาวบ้านเข้าไป ครอบครอง ไปอยู่หลายสิบปี แทนที่จะเป็นกรรมสิทธิ์ของชาวบ้านที่ไปใช้ประโยชน์ตรงนั้น ไปตอบสนองการใช้ชีวิตที่ดีของเขานี่ก็กลับจะทําไม่ได้ ผมจะยกตัวอย่างในพื้นที่ของผม โดยเฉพาะในพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีก็มีปัญหาที่ดินที่ไม่ได้แตกต่างจากที่อื่น นอกเหนือจากการใช้ที่ดินมาใช้เป็นที่ทํากินแล้ว ซึ่งต้องขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีถาวร โดยกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ได้ไปออกเอกสารสิทธิในเขตพื้นที่บูโด ซึ่งอันนี้ก็เป็น เงื่อนไขหนึ่งที่ทําให้เกิดความรู้สึก ทําให้เกิดเป็นมูลเหตุของปัญหาความไม่สงบในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่มันมีอีกพื้นที่หนึ่งครับ พื้นที่ตรงนี้อยู่ในเขตอําเภอเมืองด้วยครับ เป็นเขตพื้นที่ของตําบลรูสะมิแล ในหมู่ที่ ๑ พื้นที่ติดกับชายทะเล ในอดีตชาวบ้าน เวลาเขามีพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตัวเอง หลายท่านครับท่านมีกรรมสิทธิ์ที่ดินในจํานวน ๑๐ ไร่ หรือ ๓๐ ไร่ แต่เวลาไปชี้แจงกับทางการนี่ก็อาจจะบอกจํานวนไม่จริงตามที่กําหนด ที่ของตัวเองมีอยู่ เพื่ออะไรครับ เพื่อประหยัดในการเสียภาษี แต่ในพื้นที่เองเขาก็รับรู้กันว่า พื้นที่แปลงนั้นเป็นที่ของนาย ก นาย ข ทีนี้ในพื้นที่ของผมในเขตพื้นที่ของรูสะมิแลมันมี ปัญหาอยู่อย่างนี้ครับ พื้นที่แปลงนี้เป็นพื้นที่แปลงใหญ่แปลงหนึ่งซึ่งผมจะชี้ให้ท่านเห็นว่า เขาแบ่งเป็ น ๓ ก้อนครับ นั่นคือก้อนที่ ๑ ก้อนที่ ๒ ก้อนที่ ๓ ก้อนที่ ๑ นี่ได้ออก เอกสารสิทธิให้ชาวบ้านไป แต่เป็นแปลงเดียวกันนะครับ แต่เนื่องจากการจัดการ ของเจ้าหน้าที่ในขณะนั้นก็แบ่งเป็น ๓ ก้อนใหญ่ ๑ ๒ ๓ ส่วนที่ ๑ นี่ออกเอกสารสิทธิ โดยไม่มีปัญหาแล้วออกไปแล้วครับ ส่วนที่ ๒ จะมีปัญหาก็ตรงที่ว่าชาวบ้านบางราย ครอบครองมากกว่า บางรายก็อาจจะเนื้อที่ ๑ ไร่ บางรายอาจจะเนื้อที่น้อยกว่านั้น หรือบางรายอาจจะ ๑๐๐ ตารางวา ๕๐ ตารางวา ทีนี้มันก็จะมีรายละเอียดที่จะต้องมา พิจารณาล่าช้าลงไป แปลงที่ ๓ ยังไม่มีการครอบครองตรงนั้น แต่ก็มีชาวบ้านบางราย เข้าไปครอบครอง แต่ทางการก็บอกว่าตรงนี้ครอบครองไม่ได้นะ แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นพื้นที่ ในเขตของชาวบ้านครอบครองอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่ามันติดชายทะเลช่วงหนึ่งมันก็ ถูกนํ้ากัดเซาะหายไป แล้วพอช่วงหนึ่งมันก็งอกขึ้นมาอีก แต่ถามว่าชาวบ้านไปจับจอง อยู่ที่นั่นหลายสิบปีแล้วครับ แต่พื้นที่ก้อนที่ ๒ กับก้อนที่ ๓ มีปัญหา เป็นพื้นที่ที่ขอ พร้อมกัน แต่วันหนึ่งทางการมาบอกว่าก้อนที่ ๓ คือมันเหลือติ่งตรงกลาง ก้อนแรกออก ใช้สิทธิ ก้อนที่ ๒ ก้อนที่ ๓ ยัง ออกกรรมสิทธิ์ให้ เขาก็ไปคุยกับชาวบ้านว่าก้อนที่ ๓ เขาจะ ขอใช้เป็นที่สําหรับสร้างโรงเรียนของราชประชานุเคราะห์ นั่นคือในพระบรมราชานุเคราะห์ อุปถัมภ์ตรงนั้น แต่วันนั้นเจ้าหน้าที่หลายรายที่เกี่ยวข้องไปบอกชาวบ้านว่าถ้าออกตรงนี้ ให้แล้วก็จะออกเอกสารสิทธิในก้อนที่ ๒ ให้ด้วย ก้อนที่ ๒ มีทั้งหมดประมาณ ๘๐ ครัวเรือน ท่านลองคิดดูสิว่าตรงนั้นมีประชากรอาศัยอยู่เท่าไร ทีนี้เขาอยู่อย่างไรครับ ทุกวันนี้ นํ้า ไฟฟ้ำ ไม่มีครับ ถนนไม่ดีครับ เพราะว่าทางการตอนนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ไปออกหนังสือเป็น นสล. ไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของทางราชการ เขาก็ไม่สามารถที่จะ ออกกรรมสิทธิ์ ทีนี้นํ้า ไฟฟ้ำ ก็ดึงเข้ามาไม่ได้เพราะไม่มีบ้านเลขที่ครับ ท่านไปดู สภาพน่าอนาถครับ ผมไม่นึกว่าจะมีพื้นที่อย่างนี้ในประเทศไทย เขาไม่ได้ต้องการพื้นที่ ทํากินเป็น ๑๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ เขาต้องการแค่ที่ซุกหัวนอนแค่นั้นเองแต่เราออกให้เขาไม่ได้ แล้วทําอย่างไรครับ ผมก็ประสานงานกับทางหน่วยงานราชการ ท่านก็บอกว่ามีวิธี ช่วยเหลือก็คือว่าให้ชาวบ้านออกมาในรูปแบบของการเช่าที่เสีย แล้วก็ดึงมิเตอร์ไฟฟ้ำรวมแล้วก็ค่อยแยกให้ชาวบ้านเขาใช้ ผมก็เลยกลับไปคุยกับชาวบ้านอีก ประสานว่าทางการออกมาอย่างนี้ท่านจะยอมเช่าไหม จริง ๆ แล้วส่วนค่าเช่าแทบจะ ไม่ต้องจ่ายด้วยซํ้าไป ก็คือว่าอาจจะตั้งงบให้ อบต. เป็นคนสนับสนุนจ่ายในส่วนของ ค่าเช่าตรงนี้ แต่ชาวบ้านเขาบอกว่าเขาต้องการที่ของเขาครับ ถึงแม้ว่าวันนี้ถ้าจะให้ ไม่ต้องจ่าย แต่เขาต้องการกรรมสิทธิ์ของเขา อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นที่นั่น ผมเอง ถ้าทุกครั้งที่ผมเข้าไปในพื้นที่ความคาดหวังในพื้นที่ผมมีไม่กี่อย่างหรอกครับ ให้มีชีวิต จากที่เราเห็นนะครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มีการตาย มีการอะไรต่าง ๆ อันนี้จะเป็น ประเด็นหนึ่งที่เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนกันกับประชากรทั่วประเทศ เขารู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นลูกเมียน้อยครับพูดง่าย ๆ เขาเรียกร้องพื้นที่ของเขาในขณะที่ รัฐเองก็สามารถที่จะให้ตรงนี้ได้ พื้นที่ไม่ได้เยอะครับ แปลงที่เขาอยู่ในส่วนของก้อนนี้ ๖๐ ไร่เอง แต่เป็นพื้นที่ที่หนาแน่นที่เขาไปอยู่กัน นี่ละครับตรงนั้นจะมีทั้งมัสยิด มีทั้งอะไร ท่านลองคิดดูสิครับว่าเขาอยู่นี่เขาลากไฟฟ้ำจากฝั่งตรงข้ามที่เป็นชาวบ้านด้วยกัน แล้วบ้านหนึ่งก็ให้ใช้ไฟฟ้ำแค่บ้านละดวงแค่นั้นเองครับ เพราะว่าใช้ไฟฟ้ำโหลด (Load) มากไม่ได้เพราะเขาดึงไฟฟ้ำมาไกลครับ วันนี้ต้องบอกว่าผมมีความยินดีที่มี ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ฉบับนี้แล้วก็จะได้ทําให้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาได้มี ทางออก ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ท้ายนี้ผมก็หวังว่าทุกท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วก็คิดว่าความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั่วประเทศ รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ของจังหวัดผมด้วย แล้วก็จะเป็นมูลเหตุที่สามารถที่จะคลี่คลายปัญหาในเรื่องของความไม่สงบหรือความรู้สึก บางอย่างที่เขารู้สึกว่าได้ถูกเลือกปฏิบัติได้หายจากระบบของเราเสียที ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ตกลงเหลืออีก ๒ ท่านนะครับ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ กับ ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า เชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงที่ดินในประเทศไทยนี้มีเจ้าของอยู่ ๒ คน คนที่ ๑ คือรัฐ คนที่ ๒ คือเอกชนหรือประชาชน ท่านประธานครับ ในการเป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรก ของกระผมนั้นได้ออกเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน คําร้องทุกข์ที่กระผมได้รับมามากที่สุด ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล คือต้องการเอกสารสิทธิแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินทํากินที่เขาครอบครองอยู่ แต่เมื่อไปยื่นคําร้องขอออกเอกสารสิทธิกลับได้รับการปฏิเสธจากทางราชการ ด้วยเหตุผล ที่ว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์บ้าง เป็นที่ป่าไม้ ป่าจําแนก ป่าอนุรักษ์อะไรต่าง ๆ บ้าง แต่ทางราษฎรก็บอกว่าเขาได้ครอบครองทํากิน ตั้งบ้านเรือน มีหมู่บ้าน มีวัด มีโรงเรียน มาก่อนที่ทางราชการได้ประกาศเป็นที่สาธารณะหรือเป็นที่ป่า และบางที่ก็ปรากฏว่า ทางราชการอ้างว่าเป็นที่สาธารณะแต่ไม่มีเอกสารหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เช่น อ้างว่าเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ เป็นที่โคก ที่ดอน ที่ผู้ใหญ่บ้านสมัยโบราณสงวนไว้แต่ไม่มี เอกสารทางราชการมาเสนอ การต่อสู้ของราษฎรกับรัฐจึงมีปัญหาอยู่ ๒ ปัญหาครับว่า รัฐบุกรุกที่ราษฎร์หรือราษฎร์บุกรุกที่รัฐกันแน่ ท่านประธานที่เคารพ ผมในฐานะ เป็ นผู้ร่วมเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้คนหนึ่ง เนื่องจากได้เป็ นกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแก้ไขปัญหาและเร่งรัดออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินให้กับราษฎร มุมมองของผม มีอยู่ ๒ ประการครับ ๑. ผลดีของกฎหมาย และ ๒. ผลเสียหรือผลลัพธ์ที่จะตามมา ผลดีของกฎหมายนั้นแน่นอนครับท่านประธานที่เคารพครับว่าราษฎรจะได้มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินทํากิน เพราะถ้ามีเอกสารแสดงสิทธิแล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อราษฎรเหล่านั้น มากมาย เช่นถ้าที่ดินของเขาเป็นที่นา ถ้าทํานาแล้วไม่มีเอกสารสิทธิ ถ้าจะไปเข้าโครงการ ประกันราคาข้าวของรัฐบาลซึ่งดีมากครับ ราษฎรชมเชยทั่วประเทศโดยเฉพาะในจังหวัด ของผมดีมากนโยบายประกันรายได้ แต่ว่าเขาทํานาแล้วไม่มีเอกสารสิทธิเขาจึงสูญเสีย สิทธิเหล่านี้ไป ถ้าราษฎรเหล่านี้ได้เอกสารสิทธิเขาก็จะได้สิทธิเหล่านี้ แต่ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาก็คือจากการสอบสวนและศึกษาของกรรมาธิการ ซึ่งผมเป็นอนุกรรมาธิการด้านการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิได้พบข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง น่าตกใจครับท่านประธาน นโยบายการออก ส.ป.ก. ดีมาก แต่ปรากฏว่าคนที่มีชื่ออยู่ใน ส.ป.ก. ไม่ได้ครอบครองที่ ส.ป.ก. นั้นเสียแล้ว แต่ปรากฏว่าคนที่ทําประโยชน์ใน ส.ป.ก. กลับเป็นคนอีกคนหนึ่ง และมีการขายทอดซึ่งตามกฎหมายขายทอดไม่ได้ ขายต่อไปไม่ได้ โอนกรรมสิทธิ์ ส.ป.ก. ไม่ได้ แต่ว่าข้อเท็จจริงในส่วนนี้มีมาก ปัญหาของผมที่มุมมองของ กฎหมายฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... นี้จะมีทางใดที่จะป้ องกันไม่ให้นายทุนใช้ชาวบ้านเข้ามาเอา ที่สาธารณะ พอได้เอกสารสิทธิแล้วที่นั้นก็กลับไปตกอยู่ในมือของนายทุน เพราะกฎหมาย ฉบับนี้ถ้าผ่านไปแล้ว การออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนนั้นมิได้ออกเอกสารสิทธิโดยห้าม การโอนเหมือน ส.ป.ก. ขนาด ส.ป.ก. ห้ามโอนยังมีการโอนขาย นี่คือผมฝากไว้ที่ คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้รับการรับหลักการจากสภานี้ว่า ท่านจะต้องหาแนวทางในการที่จะป้ องกันว่าไม่ให้มีขบวนการผู้มีเงิน มีอํานาจในท้องถิ่น ที่จะใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการที่จะให้ได้เอกสารสิทธิมา แล้วเอกสารสิทธินั้นก็ตกไปอยู่ ในมือของเขาแต่ไม่ตกอยู่ในมือของชาวบ้าน ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงจากการสอบสวน และศึกษานั้น ในมุมมองของผลเสียนี้ก็ใช่ว่าประชาชนจะไม่รักที่จะมีที่ส่วนกลาง หรือที่สาธารณะ ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างในพื้นที่ในเขตเลือกตั้งของกระผม ซึ่งกรรมาธิการได้ลงไปสอบสวนศึกษาที่อําเภอวานรนิวาส จะมีประเด็นศึกษาอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเมื่อราษฎร กล่าวโดยเฉพาะคือตําบลหนองสนม อําเภอวานรนิวาส ได้ไปร้องขอออกเอกสารสิทธิ ทางราชการแจ้งว่าเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์แต่ไม่มีทะเบียน ไม่มีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง พอปฏิเสธราษฎรแต่ละคนก็ไม่มีทางต่อสู้ จึงร้องขอ ต่อกระผมซึ่งได้ออกไปเก็บข้อมูลแล้วก็นําเขาเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการซึ่งมี ภาคราชการลงไป ระดับอธิบดีและรองอธิบดีลงไปมากมาย ก็ได้สอบสวนแล้วปรากฏว่า ที่สงวนหวงห้ามนั้นมิได้มีอาณาเขตกว้างขวางจริงดังที่ทางราชการอ้าง เมื่อสอบสวนแล้ว ก็มีจํานวนเพียงอยู่ในขอบเขต หนองนํ้าก็ไม่ใหญ่ พื้นที่ที่ราษฎรทํานามาหลายชั่วอายุคน นี่เขาอ้างนะครับก็ไม่ได้อยู่ในเขตที่สาธารณะ เมื่อได้ข้อเท็จจริงอย่างนี้ ทางท่านถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้กรุณาจัดสรรงบประมาณลงไปให้ทางกรมที่ดิน ได้ออกไปเดินสํารวจออกโฉนดให้กับราษฎรเหล่านั้นได้ ท่านประธานครับ อันนี้ก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณและชมเชยไปที่ท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านประธานที่เคารพ ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านแล้ว กระบวนการสอบสวนศึกษาเหล่านี้ก็จะเป็ นช่องทางหนึ่งที่ทําให้ ทางภาครัฐต้องชี้ให้ชัดว่าที่สาธารณะของท่านนั้นความจริงแล้วกินขอบเขตเพียงใด ไม่ใช่ราชการอ้างว่าเป็นที่สาธารณะแล้วก็วางไว้ใต้โต๊ะ แต่ปรากฏอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง ท่านประธานครับ คนที่มีเงินหรือมีอิทธิพลกลับสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินได้ หรือเข้าไปครอบครองในที่สาธารณะได้ ในพื้นที่ของกระผมเช่นเดียวกัน ที่ตําบลเดื่อศรีคันไชย ปรากฏว่ามีทะเบียนที่สาธารณะเช่นเดียวกับตําบลหนองสนม ตําบลเดื่อศรีคันไชย อําเภอ วานรนิวาส เดี๋ยวนี้ชาวบ้านมาร้องขอผม มาร้องเรียนว่าที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ เขาเข้าไปเก็บเห็ด เข้าไปหาไข่มดแดงเพื่อดํารงชีวิต ปรากฏว่าผู้มีอิทธิพล มีอํานาจเงิน ออกเอกสารสิทธิเป็น น.ส. ๓ ก. ไปแล้ว ทําอย่างไรจะได้คืน ซึ่งข้อเท็จจริงอย่างนี้ถ้ารัฐ สอบสวนให้ชัดว่ามีทะเบียนที่สาธารณะจริงก็จะได้ยกเลิกเพิกถอนอันนั้นไป นี่แสดงว่า สํานึกของพี่น้องประชาชนในการหวงแหนที่สาธารณะนั้นยังมีอยู่ อีกตําบลหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมได้นําเข้ามาหารือในสภาแห่งนี้คือตําบลสามัคคีพัฒนา อําเภออากาศอํานวย ที่สาธารณะ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ มีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง แต่ปรากฏว่าพระเข้าไปตั้งวัด ชาวบ้านไม่อยากให้ตั้งวัดเพราะวัดร้างก็มีเยอะแยะให้ไปอยู่วัดอื่น พระท่านก็ไม่ออก อันนี้ เขาต้องการสงวนไว้เพราะว่าเป็นป่า ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงประเด็นสภาพปัญหา ที่ว่าหลวงบุกรุกราษฎรหรือราษฎรบุกรุกหลวง กฎหมายฉบับนี้จะมีแนวทางป้ องกันอย่างไรไม่ให้ที่ที่จะออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรแล้ว ตกไปเป็นของผู้ที่อํานาจเงินเช่นเดียวกับ ส.ป.ก. ผมเห็นว่าร่างกฎหมายที่ผมได้ร่วมเสนอ หรือท่านเพื่อนสมาชิกได้ร่วมเสนอนี้น่าจะได้ผ่านไปที่รัฐบาล ซึ่งท่านมีกลไกในการที่จะ ตรวจสอบ มีคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะตรวจสอบ ได้ตรวจสอบหาแนวทางแล้วก็ยกร่าง กฎหมายที่สมบูรณ์กว่า ผมไม่ได้บอกว่ากฎหมายที่ ส.ส. เสนอไม่ดีนะครับ เพราะผม ก็เสนอด้วยคนหนึ่ง ผมอยากให้กฎหมายนี้มีความรอบคอบครับ เอา ส.ป.ก. มาเป็นตัวตั้ง เป็นบทเรียน จริงครับทุกคนอยากให้ราษฎรได้เอกสารสิทธิ แต่ได้แล้วทําอย่างไร เอกสารสิทธิที่ดินนั้นจะอยู่กับราษฎร ผมจึงสนับสนุนร่างนี้ แต่ก่อนรับหลักการผมอยากให้ รัฐบาลท่านรับไปเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือภาครัฐได้ตรวจสอบ ซึ่งท่านมี ฐานข้อมูลมากกว่าผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปจะเป็นดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอประทาน กราบเรียนถึงร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรกําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ท่านประธาน ที่เคารพ ทุกครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สิ่งที่พวกเราหยิบยกกันขึ้นมาเพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนมักจะมีเรื่องสําคัญ ๆ คือเรื่องของการใช้ประโยชน์จากที่ดิน เพื่อการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ ในครั้งที่ผ่านมาเราหยิบยกเรื่อง ส.ป.ก. มาเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างพี่น้องประชาชนเกษตรกรกับป่าซึ่งอยู่บริเวณโดยรอบ แม้จะมี ปัญหาอยู่บ้างในขั้นตอนการปฏิบัติ แต่ประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ปรากฏอยู่กับพี่น้องประชาชน อย่างที่พี่น้องประชาชนทราบกันดี ในครั้งนี้ก็เช่นกันพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ ที่จะให้ที่ดินซึ่งมีอยู่เป็นจํานวนมากของประเทศที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่สงวนหวงห้าม ของทางราชการและไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ถ้าเผื่อว่าเราจะได้หยิบยกกัน ขึ้นมา และดําเนินการให้ถูกต้องเสียก็จะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาว ในวันนี้จึงเป็นโอกาสสําคัญที่สภาผู้แทนราษฎรจะได้พูดถึงกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น ๑๐ มาตรา สาระสําคัญที่จําเป็นจะต้อง กราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงผู้ที่จะต้องทําหน้าที่ในคณะกรรมาธิการต่อไป นั่นคือ สาระสําคัญที่ว่าด้วยที่ดินจะถูกประกาศยกเลิกในอนาคตอาจเป็ นที่ดินที่ไม่มี การใช้ประโยชน์ของทางราชการ นั่นเป็นสาระสําคัญประการที่ ๑
สาระสําคัญประการที่ ๒ ก็คือที่ดินที่ประกาศหวงห้ามของทางราชการ และประกาศไปทับพื้นที่ของเกษตรกรหรือทับพื้นที่ของประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ก่อน อย่างถูกต้องแล้ว
ปัญหาทั้ง ๒ ประการนี้นับจากนี้ไปโดยร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้อง นํามาซึ่งการแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ อย่าง และในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างที่ผม ได้กราบเรียนท่านประธานว่ามีด้วยกันทั้งสิ้น ๑๐ มาตรานั้น สาระสําคัญที่จะต้องกราบเรียน ถึงกลไกในการทํางานของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คือมีคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา ทําหน้าที่ในแต่ละจังหวัดที่มีปัญหา และในขณะเดียวกันในการพิจารณาคําร้องของ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทั้ง ๒ อย่าง หรือได้รับผลกระทบ จากการจะใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคตจะต้องเป็นไปโดยรวดเร็ว และในท้ายที่สุดให้สิ้นสุด ที่คณะรัฐมนตรี โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สาระสําคัญที่ผมกราบเรียนรวมถึงกลไกต่าง ๆ เหล่านี้นั่นแปลว่านับจากนี้ไปรัฐบาล ให้ความสําคัญกับเรื่องของที่ดิน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากที่ดินเป็ นพิเศษ ท่านประธานคงจะได้แลเห็นว่าที่ดินเป็นทุนสําคัญอย่างยิ่งของชาติ ของบ้านของเมือง ซึ่งทุนทั้ง ๓ อย่างนอกจากที่ดินแล้วยังมีทุนเรื่องของคนและความรู้ ทุนในเรื่องของเงิน ถ้าเผื่อว่าเราสามารถบริหารจัดการทุนที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นแปลว่าเรากําลังขับเคลื่อนประเทศให้เป็นประเทศที่มีความพรั่งพร้อม มีความมั่นคง และเป็นรากฐานสําคัญในการสร้างชาติในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสุวโรช ได้นําเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้แล้วว่าพื้นที่ที่มีปัญหามีทั้งสิ้นประมาณ ๑๓ ล้านไร่ มีพี่น้อง ที่จะได้ประโยชน์จากการนี้ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว นั่นแปลว่าปัญหาเรื่องของที่ดิน ที่เรากําลังพูดถึงในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่ปัญหาน้อย ๆ เลย ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้แลเห็นกรณีของจังหวัดอุบลราชธานีบ้านผม ยกตัวอย่างกรณีเทศบาลนคร อุบลราชธานี ท่านประธานที่เคารพครับ ชุมชนท่าวังหินเป็นชุมชนที่อยู่โดยรอบโรงเรียน เบญจมมหาราช มีพี่น้องประชาชนหลายคนอ้างสิทธิว่ามีเอกสารสิทธิได้รับตั้งแต่ สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ เป็นใบเอกสารสิทธิขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันรัฐบาล ก็ประกาศเป็นที่ราชพัสดุ มีการกระทบกระทั่งระหว่างกันเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผมเชื่อว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรก็จะนําไปสู่ การแก้ไขปัญหาเช่นกัน หรือแม้กระทั่งกรณีของที่สาธารณประโยชน์ ยกตัวอย่าง กรณี ชุมชนดงคําอ้อซึ่งอยู่ในบริเวณเทศบาลตําบลขามใหญ่ หรือชุมชนดอนยูงก็อยู่ในพื้นที่ บริเวณเทศบาลตําบลขามใหญ่ พื้นที่สนามม้าเดิมของจังหวัดอุบลราชธานี เป็นที่สาธารณประโยชน์ก็จริงแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย และมีพี่น้องประชาชนไปอาศัยอยู่ จํานวนมาก แห่งนี้อยู่บริเวณเทศบาลตําบลอุบลราชธานี ถ้าเผื่อว่าพื้นที่เหล่านี้ได้รับ การใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แม้มีพี่น้องประชาชนไปอาศัยอยู่ แต่นั่นก็คือพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศ หรืออาจรวมถึงพื้นที่โดยรอบค่ายทหารสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็น ค่ายทหารขนาดใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี นั่นก็เช่นกันมีพี่น้องประชาชนไปอาศัยอยู่ จํานวนมาก ผมยกตัวอย่างกรณีพื้นที่เหล่านี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าพี่น้องประชาชน กับแผ่นดินไทยในฐานะที่เขาเป็ นเจ้าของประเทศ การใช้พื้นที่เหล่านี้โดยถูกต้อง โดยความอบอุ่นใจ นั่นแปลว่าเราคํานึงถึงคนไทยทุกคน นั่นแปลว่าเราคํานึงถึงความเป็นธรรม ความชอบธรรมให้กับคนไทยทุกคน เราไม่ได้ละเลย และนี่คือสัญญาประชาคม ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ไว้กับพี่น้องประชาชนเมื่อครั้งเราเสนอตัวมาทําหน้าที่ ตอนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมจึงขอฝากประเด็นเหล่านี้ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการ ในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกครับ มีผู้ยกมือขออภิปรายเพิ่มอีกฝ่ายละ ๑ ท่าน ก็ขอเป็นท่านละ ๕ นาที ก็แล้วกันครับ เพราะว่าเราอภิปรายมาเป็นเวลาพอสมควร ก็จะมีคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กับคุณสมควร โอบอ้อม ขอเชิญคุณชูวิทย์ ๕ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ร่วมพิจารณาในการที่จะให้รัฐบาลได้เร่งออกกฎหมาย เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งวันนี้ต้องกราบเรียนว่าประเด็นต่างๆ เพื่อนได้พูดไปหมดแล้วว่า ปัญหามันเกิดขึ้นอย่างไร แล้วมันจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่าการแก้ไขปัญหา ในวันนี้ ซึ่งพวกเราได้ประชุมกันหลายครั้งและได้ลงพื้นที่ดูว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด ในประเทศไทยในวันนี้เป็นปัญหาโลกแตกที่เราคุยกันไม่จบ คนที่ดูภาพถ่ายทางอากาศก็ดู แต่ไม่เคยที่จะดูแล้วจบสักเรื่อง ที่มีการร้องเรียนตั้งแต่หลาย ๆ รัฐบาลที่ผ่านมา ท่าน ส.ส. เปล่งมณีก็นําเรื่องของจังหวัดเลยมาร้องเรียนที่คณะกรรมาธิการด้วยในขณะนั้น ซึ่งปัญหา วันนี้ที่รกร้างว่างเปล่าที่อยู่ในมือของประชาชน ที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นผมอยากจะ กราบเรียนรัฐบาลว่าให้เร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชนเสีย ซึ่งโครงการประกัน รายได้เกษตรกรเป็นปัญหาอีกปัญหาหนึ่งที่ราษฎรคนยากคนจนไม่ได้รับอานิสงส์ จากโครงการนี้เลยเพราะไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน รัฐบาลยิงปืนนัดเดียวได้นก ๒ ตัวก็คือ ที่รกร้างว่างเปล่านี้ให้ อบต. ให้เทศบาล ประกาศให้ประชาชนได้มาเสียภาษี ใครมีที่ดิน ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิให้มาเสียภาษี แล้วรัฐบาลก็เก็บภาษีเข้าไปจะไร่ละเท่าไรไม่เป็นไร แล้วออกใบเสียภาษีให้เขาเสีย แล้วเวลาขึ้นทะเบียนเขาก็สามารถที่จะไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ในการทําการเกษตรได้แล้วรัฐบาลก็ออกเอกสารสิทธิ ผมว่าในขณะนี้ที่ดินประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ถ้าเราเร่งออกเอกสารสิทธิไม่ว่าจะเป็น น.ส. ๓ หรือว่าเร่งออกโฉนด วันนี้มีพี่น้องประชาชนพร้อมจะเสียเงินในการที่อยากจะได้ เอกสารสิทธิ เมื่อเอกสารสิทธิถึงมือพี่น้องประชาชนแล้ว พี่น้องประชาชนก็จะสามารถ แปลงสินทรัพย์เป็นทุนโดยเอาเอกสารสิทธินั้นไปกู้เงินจาก ธ.ก.ส. ไปกู้เงินจากธนาคาร ให้พี่น้องประชาชนมีเงินที่จะมาพัฒนาพื้นที่นาให้อาชีพของเกษตรกรยั่งยืน ยกตัวอย่าง ที่อําเภอสิรินธร ตําบลคําเขื่อนแก้ว เป็นหมู่บ้านตัวอย่างประมาณ ๕๐ ปีแล้ว ชาวบ้าน อยู่เต็ม มีสถานที่ราชการ มีอําเภอแต่ยังไม่มีเอกสารสิทธิเลย ไม่สามารถที่จะเอาไป กู้เงินได้ ไม่สามารถที่จะเข้าโครงการกับรัฐบาลได้ ผมจึงอยากจะเรียกร้องว่าวันนี้รัฐบาล ไม่ต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศเลย เพียงแค่เร่งรัดออกเอกสารสิทธิท่านก็สามารถมีเงินมา บริหารบ้านเมืองได้ ผมก็อยากจะให้กฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ให้ได้ผ่านสภาอย่างรวดเร็ว ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสมควร โอบอ้อม ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองดีใจที่วันนี้สภาของเราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ผมคิดว่า เป็นความจําเป็นนานแล้วที่ควรจะมีกฎหมายอย่างนี้ออกมาสู่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ พิจารณาเพื่อที่จะออกเอกสารให้กับประชาชนที่ได้อยู่ได้อาศัยมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า ผมเอง ต้องเรียนว่าตั้งแต่ผมรู้ความมาที่จังหวัดนครสวรรค์ของผมก็เช่นเดียวกันทางราชการนั้น ประกาศเป็นเขตหวงห้ามตั้งแต่ปี ๒๔๐๐ กว่า ๆ ประชาชนก็ครอบครองทํามาหากิน มาจนถึงปัจจุบันนี้ ยังออกเอกสารสิทธิไม่ได้ก็เป็นจํานวนเยอะ ฉะนั้นผมจึงเห็นด้วย ผมขอเรียนว่าในหลายมุมท่านสมาชิกก็ได้ให้เหตุผลไปแล้ว แต่สําหรับผมเองก็อยากจะให้ เหตุผลสักนิดหนึ่งว่าผมได้ยินสมาชิกได้อภิปรายว่าป่าไม้ในประเทศไทยของเรานั้นเหลือน้อย หมดไปเป็นจํานวนมาก เทียบกับประเทศอื่น ๆ เขามีป่าไม้เหลือเยอะ ฉะนั้นผมเองอยากจะ ทําความเข้าใจเรื่องนี้ผ่านท่านประธานที่เคารพว่าเป็นเรื่องปกติที่ป่าไม้ประเทศไทยของเรา ต้องหมดไปเพราะอาชีพของคนไทยเราส่วนใหญ่ก็อยู่ในภาคการเกษตร ภาคการเกษตร ก็หนีไม่พ้นต้องใช้ผืนดินเพื่อมาประกอบอาชีพกันป่าไม้จึงหมด ฉะนั้นประเทศอื่น ๆ ที่เขาเจริญแล้วป่ำไม้เขายังอยู่เยอะเพราะอาชีพของเขาใช้ผืนดินไม่มาก เช่นอาชีพ ภาคการอุตสาหกรรมใช้พื้นที่เพียง ๑๐ ไร่ ๒๐ ไร่ ก็ให้คนทํางานได้เป็น ๒๐๐ คน ๓๐๐ คน ๔๐๐ คน หรือ ๑,๐๐๐ คน แต่อาชีพทางการเกษตรครับท่านประธาน ๑ คน ต้องมี ๕๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ ถ้า ๑,๐๐๐ คนใช้ผืนดินเท่าไรครับ ก็เป็นเรื่องปกติครับ อย่างไรก็ตามถ้าเผื่อ คนไทยเรายังอยู่ในอาชีพภาคการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ แล้วคนที่รํ่ารวยจากภาคการเกษตร ก็หนีไม่พ้นต้องใช้ผืนดิน ฉะนั้นก็ขอฝากแง่คิดนี้ไว้ อย่างไรก็ตามผมอยากเห็นรัฐบาล ทุก ๆ รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลนี้อยากนําแนวทางอาชีพที่จะเสริมให้กับคนไทยเราใช้ผืนดิน ที่น้อยลงแต่ได้มูลค่าที่มากกว่าภาคการเกษตร แล้วภาคการเกษตรก็เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ครับ ร้องอยู่ประจําให้รัฐบาลนั้นต้องช่วยอยู่ทุก ๆ อาชีพของการเกษตรด้วยซํ้าไป ก็ถือว่า เป็นความสําคัญของคนไทย ของชาติไทยเราที่จะทําให้คนบนแผ่นดินไทยเรามีโอกาส ได้มากเหมือนกับคนในประเทศอื่น ๆ ผมคิดว่าสําคัญที่สุดก็คืออาชีพนั่นเอง ฉะนั้นก็อยากเห็นรัฐบาลหรือสภาของเราในปัจจุบันนี้ออกกฎหมายให้ประชาชน ที่ครอบครองที่ดินที่เขาประกอบสัมมาชีพอยู่ปัจจุบันนี้ได้อยู่อย่าง ใช้คําว่าไม่ผิดกฎหมาย เป็ นเรื่องที่ถูกต้องครับ แต่ในการที่จะแก้ปัญหาให้กับแผ่นดินของเราอย่างไร ในเรื่องของการประกอบอาชีพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในการที่จะปลูกป่าให้มากขึ้น ได้อย่างไรก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันคิดช่วยกันนําพาให้ประเทศไทย ของเราเป็นประเทศที่ร่มรื่น มีป่ำไม้แล้วก็ช่วยลดภาวะโลกร้อนให้กับโลกใบนี้ด้วย ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
ท่านสุวโรชจะอภิปรายสรุปไหมครับ
ไม่ครับ
ไม่นะครับ เมื่อกี้ผมได้บอกไปแล้วว่าเหลือท่านสุดท้าย ขอ ๓ นาทีก็แล้วกันนะครับ คุณเปล่งมณีครับ
กราบขอบพระคุณค่ะ กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จากที่ได้มีร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวน หวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ตามร่างนี้ดิฉันเห็นดีด้วย กับการที่จะให้มีการพิจารณาและตั้งกรรมาธิการในการพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน เพราะสาเหตุก็เป็นเรื่องเดิมที่เกิดมาอย่างยาวนานกับพี่น้องประชาชน เป็นจํานวนมากของประเทศไทย ที่ปัญหาเดิม ๆ ก็คือ
ปัญหาที่ ๑ พี่น้องประชาชนคนไทยเราส่วนมากจะไม่มีที่ดินทํากิน และเป็นส่วนมากของพี่น้องคนไทย
ปัญหาที่ ๒ คือถึงแม้ว่าพี่น้องประชาชนจะมีที่ดินทํากินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หรืออยู่มาตั้งแต่เกิดแต่ก็ไม่สามารถที่จะมีเอกสารสิทธิเป็นของตนเองได้
และปัญหาดั้งเดิมอีกก็คือปัญหาความไม่เป็นธรรมในการถือครองที่ดิน
และประการต่อไปนะคะ คือปัญหาสําหรับหลาย ๆ หน่วยงานที่ดูแล เกี่ยวกับเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนก็คือกฎหมายที่แต่ละหน่วยงาน ต้องใช้บังคับหรือใช้ในการทํางานซึ่งมีปัญหากับพี่น้องประชาชนเป็นจํานวนมาก เพราะปัญหามันขัดกันระหว่างความเป็นจริงในพื้นที่ที่ข้อเท็จจริงในพื้นที่กับกฎหมาย มันขัดกัน และปัญหาความขัดแย้งก็ก่อให้เกิดระหว่างข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ กับพี่น้องประชาชนและราษฎรกับราษฎรตรงนี้นะคะ
ดิฉันขอยกตัวอย่างเช่นกรมป่ำไม้มีพระราชบัญญัติป่ำสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ซึ่งประกาศใช้ให้แจ้งการครอบครองต่อราชการ แต่สมัยก่อนการเดินทาง ก็ไม่สะดวก ถนนหนทางก็ไม่สะดวก อย่างนี้ทําให้พี่น้องประชาชนส่วนมากจะไม่รู้ว่า ต้องมาแจ้งกับทางราชการ แล้วก็ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือพี่น้องประชาชนอยู่กันมานาน อยู่ห่างไกลความเจริญก็ไม่สามารถที่จะแจ้งให้กับทางราชการได้ นี่คือปัญหาที่ยาวนาน จนมาถึงปัจจุบันนี้ และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ เกี่ยวกับเรื่อง การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างของผู้กระทําความผิดตามขั้นตอน อันนี้ก็เป็นปัญหาที่สําคัญ ที่บางครั้งไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ให้ระยะเวลารื้อถอนที่เหมาะสมแก่ราษฎร รวมทั้ง ขาดการดําเนินการอย่างรอบคอบและไม่มีผู้นําท้องถิ่นหรือผู้นําท้องที่ร่วมดําเนินการ รับผิดชอบด้วย นี่คือปัญหา และการกําหนดให้พื้นที่ที่มีความลาดชันโดยเฉลี่ย ๓๕ องศา ขึ้นไป ตามนโยบายของกรมป่ำไม้ กําหนดให้เป็นพื้นที่ป่ำไม้ ห้ามมิให้ออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินโดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เป็นการกําหนดให้ใช้กับพื้นที่ทั่ว ๆ ไป โดยไม่คํานึงถึงสภาพความเป็นจริงในแต่ละท้องที่ เพราะบางจังหวัดส่วนใหญ่ของพื้นที่ จะมีความลาดชันสูง เช่น จังหวัดเลย จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ การกําหนด ดังกล่าวทําให้ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎรได้ ตรงนี้ดิฉันก็ขอนําเสนอ ท่านประธานนะคะว่าอย่างปัญหาในจังหวัดเลยเป็นที่ราบสูง มีภูเขาสลับซับซ้อนจึงมี ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการออกเอกสารสิทธิเสียเป็นส่วนมาก ที่บางครั้งหลาย ๆ อําเภอ ในจังหวัดเลย เช่น อําเภอภูเรือ อําเภอด่านซ้าย อําเภอนาแห้ว อําเภอปากชม อําเภอภูกระดึง หลาย ๆ อําเภอใน ๑๔ อําเภอมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องไม่มีเอกสารสิทธิ ให้กับพี่น้องประชาชน ถึงแม้กระทั่งเป็นสถานที่ราชการ เช่น วัด โรงเรียน หรือบ้านเรือน ของพี่น้องหรือทํามาหากินอยู่ แล้วทําไร่ทํานาก็ไม่มีเอกสารนี้เลยนะคะ ดิฉัน จึงขอเรียกร้องแทนพี่น้องประชาชนและเห็นดีด้วยกับการมีร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านสุวโรชจะให้สิทธิอภิปรายสรุปไหม เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมถือโอกาสตรงนี้นิดเดียวท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านทุกพรรคการเมืองที่ได้กรุณาได้แสดงความคิดเห็นแล้วก็ ตั้งข้อสังเกตให้ข้อแนะนําต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ และผมเชื่อและมั่นใจครับว่ารัฐบาลเอง ก็มีนโยบายเรื่องนี้ที่ชัดเจน และที่ผ่านมาก็กราบเรียนกับท่านประธานได้เลยครับว่า ตัวแทนรัฐบาลคือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ รัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก็ได้ประสานกับกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินที่ผมเป็น ประธานตลอดมา แล้วก็มีการส่งตัวแทนเข้ามาร่วมประชุมกับเรา หลายเรื่องครับที่เรา แก้ได้แต่เป็นการแก้ในเชิงบริหาร เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ครับถ้าหากทางรัฐบาล ซึ่งผมทราบอย่างไม่เป็นทางการว่าท่านจะรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วันเพื่อที่ จะไปดูทั้งระบบในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภท แล้วก็จะกลับสู่สภา อีกครั้งหนึ่งเมื่อครบ ๖๐ วันไปแล้ว ขอนิดเดียวเท่านั้นเองฝากผ่านท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับว่าทางสภาเราอยากจะเห็นก็คือในเรื่องแผนปฏิทิน ในการทําระยะเวลา ๖๐ วัน ว่าใน ๖๐ วันนี้ครับ ๕ วันจะทําอะไร ๗ วันจะทําที่ดิน ประเภทไหน ๑๕ วันเป็นอะไร ๖๐ วันเป็นอะไร อย่างน้อย ๆ ให้สภาซึ่งเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องที่ดินทํากินได้รับทราบเพื่อที่เราจะได้กระจาย ข้อมูลข่าวสารตรงนี้ไปให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภาลงในพื้นที่จริง ๆ กันใน การทําข้อมูลข่าวสารถึงพี่น้องประชาชน และผมเชื่อครับว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมาย ที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะได้ประโยชน์ถ้าหากว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน ในที่ดินของรัฐทุกประเภทให้เวลารัฐบาลอีก ๖๐ วันแล้วกลับเข้ามาในสภา เราเชื่อ และเราคาดหวังครับว่าสภาชุดนี้ รัฐบาลชุดนี้จะปลดทุกข์ของพี่น้องประชาชนได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เรื่องนี้รัฐบาลสามารถรับไปพิจารณาก่อนลงมติรับหลักการได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ แต่ต้องส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎรของเราภายใน ๖๐ วัน ก็ต้องขอฟังท่านรัฐมนตรี สาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มารับฟังการเสนอร่างพระราชบัญญัติ การยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ซึ่งเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้ร่วมกันเสนอรวมจํานวนทั้งสิ้นถึง ๘ ฉบับ และมีเพิ่มเติมในภายหลังมาอีกรวมประมาณถึง ๑๑ ฉบับด้วยกัน ผมต้องขอโอกาสนี้ แสดงความชื่นชมที่เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ปัญหาที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีท่านสุวโรช พะลัง และมีสมาชิกอีกหลายท่านซึ่งผมขออนุญาตที่จะไม่ได้เอ่ยนามไว้ในที่นี้ได้ทํางาน ด้วยความอุตสาหะ ขยันขันแข็ง รับฟังความเห็นและรับฟังปัญหาจากประชาชน แล้วก็มี การลงพื้นที่จนกระทั่งได้สําเร็จมาเป็นรูปแบบความคิดออกมาเป็นกฎหมายที่เสนอเข้าสู่สภา ในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในการเสนอกฎหมายที่สมบูรณ์เรื่องหนึ่ง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในฝ่ายของคณะรัฐมนตรีนั้นเราได้ติดตามการทํางาน ของคณะกรรมาธิการของสภาในหลายคณะด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะที่ทําเรื่อง ที่ดินทํากินนั้นก็ได้มีการประสานงานกับฝ่ายของรัฐบาลมาโดยตลอด หลายเรื่องที่ฝ่าย ของคณะกรรมาธิการได้เสนอมาก็ได้มีการดําเนินการไปแล้ว ร่างพระราชบัญญัติที่ท่าน ได้เสนอมานั้นในหลักการที่ท่านเสนอโดยเจตนารมณ์เมื่อดูแล้วก็สอดคล้องแล้วก็เป็นไป ในทิศทางเดียวที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายเอาไว้ในสภาผู้แทนราษฎรและในรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดการปัญหาที่ดินทํากินและกระจาย การถือครองที่ดินทํากินอย่างเป็นธรรมให้เกิดขึ้น ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องที่ดินทํากินนั้นเป็นปัญหาใหญ่ ในสังคมไทย จะว่านอกเหนือจากสังคมไทยไปแล้วในอีกหลายประเทศทั่วโลกต่างก็มี ปัญหาในลักษณะนี้ด้วยกันทั้งสิ้น โดยเฉพาะในสังคมไทยนั้นปัญหาที่ดินเป็นปัญหา ที่ซับซ้อน เป็นปัญหาที่หมักหมม ตกค้าง เรื้อรัง มาเป็นเวลาที่ยาวนาน เราสั่งสมปัญหา เกี่ยวกับเรื่องที่ดินให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยและบานปลายกลายเป็นปัญหาความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นเอกชนต่อเอกชนด้วยกัน ชาวบ้านต่อชาวบ้าน ชาวบ้านต่อรัฐ รัฐกับชาวบ้าน ในหลากหลายพื้นที่ด้วยกัน ผมเข้าใจในหลายรัฐบาลพยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่ดิน ทํากินในหลากหลายวิธีการด้วยกัน เราพูดถึง ส.ป.ก. เราพูดถึงการเช่าที่ เราพูดถึง การเช่าป่า เราพูดถึงการออกเอกสารสิทธิในรูปแบบต่าง ๆ แต่เราก็พบความจริงในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าปัญหามิได้จบลงเสียทีเดียว ชาวบ้านยังคงมาร้องเรียน ถึงการได้รับความไม่เป็นธรรม อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลากหลายคนในสภานี้ได้นําเสนอ ข้อเท็จจริงสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกจากภาคอีสาน เพื่อนสมาชิกจากภาคเหนือ ภาคกลาง หรือแม้แต่จากภาคใต้ หรือภาคใต้ส่วนล่างอย่างที่เพื่อนสมาชิก จากจังหวัดปัตตานีได้พูดถึงนั้นก็เป็นข้อเท็จจริงซึ่งเราปฏิเสธเสียไม่ได้ ความจริงกฎหมาย ฉบับนี้ถ้าดูตามหลักการและเนื้อหาแล้วต้องถือว่าถ้ามีการพิจารณาและได้รับอนุมัติ จากสภาออกไปบังคับใช้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทํากิน แต่สิ่งหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดขึ้นมาในสภานี้ก็คือว่าการแก้ไขปัญหาในที่ดินทํากิน ซึ่งมีปัญหาสลับซับซ้อนที่ต่อเนื่องนั้นจําเป็นจะต้องมีการจัดการหรือเครื่องมือในการแก้ไข ปัญหาที่เป็นระบบ และสามารถที่จะทําให้สร้างความเป็นธรรมในเรื่องการเข้ำถึง ทรัพยากรที่ดินได้อย่างชัดเจน รัฐบาลจึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณา แล้วก็มีความเห็นว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทํากินซึ่งรัฐบาลประกาศนโยบายไปแล้ว แม้ว่าหลายเรื่องดําเนินการไป ก่อนหน้านี้ตามนโยบายที่ประกาศไว้ เช่น การแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินทํากิน หรือที่ดิน ทับซ้อน โดยใช้นโยบายโฉนดชุมชนซึ่งรัฐบาลโดยสํานักนายกรัฐมนตรีท่านนายกรัฐมนตรี มอบให้พวกเราหลายคนรับผิดชอบ รวมทั้งถึงตัวกระผมด้วยนั้น บัดนี้ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีที่ว่าด้วยเรื่องโฉนดชุมชนอยู่ในกฤษฎีกาก็กําลังจะสําเร็จออกมา และนําเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อที่จะประกาศออกมาเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี และบังคับใช้ต่อไปแล้ว ที่ดินก็มีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้ว ปัญหาที่ชาวบ้านหรือราษฎร ร้องเรียนมาในหลายเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับที่ดินทํากิน รัฐบาลชุดปัจจุบันก็ต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจเลย ๑ ปีเศษที่ผ่านมาเราเป็นรัฐบาลที่เคารพการทําหน้าที่ของฝ่ายการเมืองภาคประชาชน ฝ่ายประชาสังคม คณะกรรมการที่ทํางานด้วยกัน เช่น คณะกรรมการของรัฐบาลแก้ไขปัญหา สมัชชาคนจน คณะกรรมการของรัฐบาลแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย คณะกรรมการของรัฐบาลแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปสังคมและการเมือง หรือ คปสม. หรือแม้แต่เรื่องซึ่งส่งมาจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลายเรื่องออกเป็น มติคณะรัฐมนตรีและดําเนินการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดินที่ราษีไศล ปัญหา ที่เกี่ยวกับเรื่องที่ดินที่เขื่อนสิรินธร ปัญหาเรื่องของสหกรณ์การเช่าที่ดินพิชัยภูเบนทร์ จํากัด และที่จังหวัดนครปฐมที่คลองโยงออกมติ ครม. ไปแล้ว การเพิกถอนที่ดินบางที่ เช่น พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งกลุ่มแผ่นดินของเราต่อสู้มาหลายสิบปี ก็สําเร็จในรัฐบาลชุดนี้ และเรื่องที่โด่งดังที่สุดก็คือการจ่ายเงินชดเชยให้กับยายไฮ ขันจันทรา และอีกหลายคนซึ่งได้รับผลกระทบจากกรณีของการสร้างอ่างเก็บนํ้าอย่างที่พวกเรา ได้รับทราบกัน แต่ผมกราบเรียนว่าเรื่องของที่ดินยังมีปัญหาที่ใหญ่และซับซ้อนกว่านั้น เมื่อวานนี้เองคณะรัฐมนตรีก็ได้รับหลักการในแนวทางของร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง แม้ว่าตัวร่างของตัวกฎหมายนั้นเราอาจจะยังไม่ได้อนุมัติโดย ครม. เพื่อให้กฤษฎีกาดําเนินการอย่างเรียกว่าเต็มฉบับทั้งร่าง แต่เมื่อรับหลักการไปแล้ว คณะรัฐมนตรีก็ได้มอบให้กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องออกไปรับฟังความคิดเห็น ได้มีการเสนอในคณะรัฐมนตรีอย่างนี้ว่า เพื่อให้การแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินเป็นไปอย่างเป็นระบบและสามารถแก้ไขได้ครอบคลุมทุกปัญหาที่มี ความเกี่ยวเนื่องกัน รัฐบาลจะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น สัมมนาโดยทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร รัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ ส.ส. ส.ว. ภาคประชาชน นักวิชาการ สื่อสารมวลชน โดยจะจัดทําเป็นนโยบายที่ดินที่เป็นนโยบายที่ดินที่เป็นระบบ หรือที่เรียกว่าเป็นชุดของนโยบายที่ดิน จะมีการพูดถึงทั้งในเรื่องของโฉนดชุมชน ภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง มีการพูดถึงเรื่องพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดิน มีการพูดถึงเรื่องการเช่าป่า ซึ่งราษฎรหลายล้านครอบครัวเรียกร้องว่าต้องการที่จะมีเอกสารสิทธิในที่ดินทํากิน การทําเรื่องที่เป็ นระบบเช่นนี้จําเป็ นที่จะต้องใช้เวลา ความจริงเราไม่ได้ขัดข้อง เรื่องกฎหมายฉบับนี้แต่จะขออนุมัติสภาและท่านผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ว่ารัฐบาล จะขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ เพื่อนสมาชิกถามว่าจะสามารถกําหนดระยะเวลา ในช่วง ๖๐ วันได้หรือไม่ว่าจะทําอะไรบ้าง ผมก็ถือโอกาสนี้กราบเรียนกับท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าหลังจากรับไปแล้วเราจะกําหนดขึ้นมาเป็นคณะทํางานในการที่จะรับฟัง ความคิดเห็นและจัดทําชุดของนโยบายที่ดิน เรื่องของกฎหมายฉบับนี้พระราชกฤษฎีกา หวงห้ามที่ดินเป็น ๑ ในชุดนโยบายที่ดินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทย เคยหยิบยกทํากันมา รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่คํานึงถึงการให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องคนยากจน เรารู้ว่าปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเรื่องที่ดิน เรื่องหนี้สิน เรื่องรายได้เกษตรกรแม้แต่กระทั่ง เรื่องของคนจนเมืองเป็นเรื่องใหญ่ หลายนโยบายที่เรียนไปเราก็จะทํา ปัญหาที่ดิน ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ยังมีเรื่องซับซ้อนอีกมากมายที่ต้องพูดคุยกัน รัฐบาลยังหวังว่า ในช่วง ๖๐ วันจากนี้ไปเราคงจะต้องขอพลังจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ช่วยกันทําเรื่องใหญ่ที่สุดในสังคมไทยคือการแก้ไขปัญหา เรื่องของที่ดินทํากินอย่างเป็นระบบให้กับสังคมไทย ให้กับคนไทย ให้เกิดความเป็นธรรม เราต้องลบล้างคําพูดที่หลายคนหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นต่อสู้ขับเคี่ยวกันทางการเมือง ว่าด้วยการเข้าถึงทรัพยากรที่ดินที่ไม่เท่าเทียม วันนี้เมื่อเรามีโอกาสมาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร เห็นปัญหาร่วมกัน เราต้องตั้งใจที่จะทํางานนี้ในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง คนยากคนจนที่มีความไม่เป็ นธรรมอยู่จริงในสังคมนี้ให้เขาได้รับความเป็นธรรม หลายประเด็นครับที่ท่านพูดถึงในสภา รัฐบาลจะรับไปพิจารณาในทุกเรื่อง และเรื่องใด ที่ใช้อํานาจทางบริหารดําเนินการก่อนได้ไม่รีรอเลยครับที่จะทํางาน สถานการณ์การเมือง ต่อหน้าก็เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข แต่นโยบายใหญ่รัฐบาลจะไม่หยุดยั้งครับ เพราะฉะนั้น ผมถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานจะขออนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรในการรับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๑๑ ฉบับนี้ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วันและจะไปทํางาน ร่วมกันเพื่อที่จะกลับมาจัดทํานโยบายที่ดินร่วมกันให้เป็นประโยชน์กับสังคมไทยต่อไปครับ
ขณะนี้เลยการอภิปรายแล้วนะครับ ได้ถือเสมือนว่ามีการปิดอภิปรายไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อนะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ มันได้เลย ขั้นตอนมาแล้วครับทั้ง ๒ ท่านครับ เราต้องรักษาข้อบังคับไว้นะครับ ผมจะไม่อนุญาต ให้อภิปรายต่อครับ
(นายเรวัต สิรินุกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมยกมือก่อน ที่ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงด้วยแต่ท่านประธานไม่เรียกผมและเรื่องนี้ผมก็บอกแต่เช้าแล้ว ที่ท่านประธานสามารถขึ้นมาบอกว่าผมนี่จะขอถาม เพราะว่าผมได้ทราบมาว่ารัฐบาล จะรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ๖๐ วัน ก็อยากจะถามเหตุผล เมื่อได้ฟังแล้วผมก็ รู้สึกว่าเหตุที่ท่านรัฐมนตรีตอบมา สิ่งเหล่านี้คณะกรรมาธิการท่านสุวโรชพิจารณา ไปหมดแล้ว มันไม่มีเหตุมีผลอะไรที่จะเอาไปทําต่อเลย ตรงนี้ครับเป็นเรื่องอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะว่าที่ท่านสมาชิกทั้งหลายที่พูดมาล้วนแล้วแต่เห็นด้วยทั้งนั้น ท่านรัฐมนตรีก็เห็นด้วย แต่เอาไปทําหลักการเพื่อฟังข้อคิดเห็นใหม่มันไม่มีเหตุมีผล เหตุผลที่เขาฟังมาแล้วเขาพิจารณากันมาหมดแล้ว ที่ท่านรัฐมนตรีต้องการเขาฟังมา หมดแล้ว
อย่างนี้นะครับ เท่าที่ฟังท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่าเนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสําคัญ จะต้องมีการรวมกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะฉะนั้นเพื่อความรอบคอบ ทางรัฐบาลจะนําไปพิจารณาแล้วก็จะส่งกลับคืนมาสู่สภาโดยเร็ว อันนี้ก็คือคําตอบ ของทางรัฐบาลนะครับ ผมว่าเราเข้าใจแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ตรงนี้ผมก็กราบเรียน มาแต่แรกว่าคณะของรัฐบาลโดยทนายทั้งหลาย ผู้จบกฎหมายทั้งหลาย แล้วก็เป็นอธิบดี อะไรทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ก็ดี ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นอุทยานก็ดี ล้วนแล้วแต่พิจารณาแล้ว แล้วผู้เหล่านี้เป็นคนคุมในเรื่องที่ดินทั้งหมดเลย ดูแลเรื่องที่ดิน ให้หมดไม่ให้เกิดความเสียหายแม้แต่น้อย ผมจึงอยากจะเห็น ให้รัฐบาลมอบตรงนี้ มอบที่ดินเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งทุกวันนี้มาอยู่ที่นี่
ผมต้องเรียนคุณเรวัตอย่างนี้นะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ สามารถทําได้นะครับ ถ้าเป็นมติของสภาผู้แทนราษฎรของเรา ผมจะไม่อนุญาตให้ท่านอภิปรายแล้วนะครับ เพราะถือว่าท่านซักถามผมอนุญาตได้ครับ เชิญนั่งลงครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ
(นายนิยม วรปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ขอท่านนิยมครับ คุณเรวัตเชิญนั่งลงครับ
ขอประท้วงท่านประธานครับ
เชิญนั่งลงเถอะครับ
ผม นิยม วรปัญญา ขอประท้วง ท่านประธานครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
การที่เสนอพระราชบัญญัติหรือญัตติ ต้องได้รับการสรุปจากผู้เสนอ นี่เป็นประเพณีจัดทํามา ผมเป็นผู้แทนราษฎร ๑๓ สมัยนะครับ แล้ววันนี้ไม่มีใครค้านเลย ท่านประธานครับ ทั้งสภาเห็นด้วยหมด
ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปนะครับ แล้วเมื่อกี้ ผมก็ได้ถามเพราะถือว่าท่านสุวโรชเป็นตัวแทนของทั้งหมด
มิได้ครับ ผมไม่ได้มอบหมายคุณสุวโรช
ผมเปิดโอกาสให้ท่านสุวโรชสรุปไปแล้วนะครับ ส่วนท่านนิยมก็ไม่ต้องสรุปแล้วครับ
ของผมมันคนละร่างกันนะครับ ผมขอสัก ๒ นาทีครับท่านประธาน
ถ้าอย่างนั้นขอ ๒ นาทีนะครับ คุณเรวัตเชิญนั่งลงเถอะครับ ต้องเรียนท่านนิยมอย่างนี้ ความจริงขั้นตอนมันเลยไปแล้ว ผมอนุญาตให้เป็ นกรณีพิเศษในฐานะที่บอกว่า ร่างคนละอย่างกันนะครับ แต่ขอ ๒ นาทีตรงเลยนะครับ ส่วนท่านเรวัตผมไม่อนุญาต ให้อภิปรายต่อแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ เชิญนั่งลงครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม วรปัญญา ผมได้กราบเรียนต่อที่ประชุมไว้แล้วว่าผมเสนอตั้งปี ๒๕๑๘ ถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา ๓๕ ปี รวมแล้วกว่า ๒๐ ครั้ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการได้นําเข้ามาสู่การพิจารณา ญัตติ ก็เป็นสิบ ๆ ครั้งครับ ก็เห็นด้วยหมดแล้ว ทําไมจะต้องถ่วงไว้อีกครับ แล้ววันนี้อภิปราย ไม่มีใครคัดค้านเลยครับท่านประธาน อันนี้ประโยชน์ส่วนใหญ่ของแผ่นดินนะครับ ถ้าจะ ออกโฉนดก็ต้องออกไปตามกฎหมายที่ดิน ไม่ใช่ออกได้เลย และการที่จะกันออกก็ต้องมี กรรมการกันออกไม่ใช่กันออกเองได้ แล้วการทํามีขั้นตอนอีกยาว ทําไมจะต้องไปกัก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ ผมว่ารัฐบาลนี้น่าจะเปิดโอกาสทําความดีไว้เสียบ้างครับ ทําไมไม่คิดพัฒนาประเทศเลย เป็นรัฐบาลคิดแต่จะกักเก็บความปั่นป่วนหรือความเดือดร้อน ให้กับราษฎรเช่นนั้นหรือครับ ท่านประธานก็เห็นไปด้วยกับเขาหรือครับ ผมเป็ น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๓ สมัยนะครับ ในสภานี้คงไม่มีใครนะครับ นอกนั้นก็ได้มา เป็นปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) ก็ผู้แทนของพรรค ผมผู้แทนเขตนะครับ ฉะนั้นผมอยากจะเห็น ความถูกต้องสักครั้งเถอะครับ ผมขอว่าให้พิจารณาวันนี้ ถ้าเห็นด้วยก็รับไปเสียเลย ถ้าไม่รับก็ให้ตกไปเลย ประชาชนจะได้รู้ว่าผู้แทนราษฎรที่เลือกมาเป็นอย่างนี้ ตอนไปกราบไหว้ขอเสียงทําไมไม่นึกอายใจบ้าง กลับมาเข้าสู่สภาแล้วเอาเรื่องไม่เข้าเรื่อง มาพูดกัน อันนี้เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนได้ทั้งเศรษฐกิจ ได้ทั้งเรื่องสังคม ประชาชนทะเลาะเบาะแว้งกันก็เพราะว่าที่ดินนั้นไม่มีเอกสารสิทธิ มีการฟ้ องร้อง รกโรงศาลมากมาย ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเรื่องทางโรงศาลก็จะเบาลง อิทธิพลท้องที่ก็จะไม่มี เบาลง ตกเขียวก็จะลดลง หนี้นอกระบบก็จะลดลง ผมได้ชี้แจงไปแล้ว ท่านประธานครับ แล้วคนยากจนรากหญ้าจะมีโอกาสหลุดพ้น เพราะว่าคนที่มีฐานะดีเขามีโฉนดกันหมดแล้ว เขาไม่ขาดหรอกครับเขาออกโฉนดได้ เดี๋ยวนี้เป็นคนมีฐานะดีเขาก็ออกโฉนดได้ คนยากจนสิ ออกยาก เพราะต้องมีการนําพิสูจน์นําอะไรต่ออะไรนี่เขาจะเอาทุนที่ไหนไปหาคนมาเป็นพยาน มาเป็นหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ท่านประธานครับ ขอให้เห็นแก่ความยากจนของประชาชนเถอะครับ ถ้ารัฐบาลนี้เห็นว่าจะแก้ปัญหาความยากจนจริง ๆ แล้วผมคิดว่าอย่าเอาไปกักไว้เลย หรือจะรับเป็นหลักการก็คงจะสัก ๑๕ วันอย่าให้เกินนั้น แล้วให้มันทันกับอายุรัฐบาลนี้ได้ ทําให้มันสําเร็จไปจะเป็นผลงานของพรรค แล้วก็ของสมาชิกพรรคทุกคนด้วยครับ ถ้าหาก การที่ให้ราษฎร
เลยเวลาแล้วนะครับ ก็ท่านขอ ๒ นาที ผมให้ ๒ นาทีนะครับนี่เกือบ ๓ นาทีนะครับ แล้วท่านที่ถาม ผมขออนุญาตท่านนั่งลงนะครับ ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่ามันเลยขั้นตอน ไปแล้ว ผมอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษแล้วนะครับ เชิญท่านนิยมนั่งเถอะครับ แล้วเดี๋ยวเรา จะฟังว่ารัฐบาลท่านจะส่งกลับมาให้ภายในกี่วันเพื่อประกอบการพิจารณา เชิญท่านนิยม นั่งลงเถอะครับ เชิญรัฐมนตรีสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงอาจจะเป็ นการที่ชี้แจงไม่ครบถ้วนของผมก็เป็ นไปได้ครับท่านประธาน เลยทําให้เพื่อนสมาชิกฟังเหมือนเข้าใจว่าก็ดูเหมือนจะเห็นด้วยทั้งหมดแล้ว แล้วไฉนจึงยัง ต้องรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการอีก ที่สําคัญเพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวหาพาดพิงไปถึง การทํางานรัฐบาลด้วย คล้าย ๆ กับว่าจะกักเอาไว้ทําไม แล้วก็ไม่ทําเรื่องนี้ให้เป็น ประโยชน์กับคนจน แล้วก็ไม่คิดที่จะทํางานให้กับคนจนหรือไม่พัฒนาประเทศ ซึ่งผม ก็จําเป็นต้องชี้แจงเพียงพอเข้าใจครับท่านประธาน ในประการแรกทีเดียวผมชี้แจง ความจริงก็ไม่ลงรายละเอียดเพราะว่าเราทุกคนต่างก็เข้าใจกันดี คือที่ต้องไปรับพิจารณา ก่อนรับหลักการมันมีเหตุผลครับ เหตุผลก็คือในตัวเนื้อหารายละเอียดในมาตรา ของกฎหมายที่เสนอนี่ก็เข้าใจว่าท่านตั้งใจศึกษาอย่างดี แต่เราต้องไม่ลืมประการหนึ่งว่า ที่ดินในประเทศนี้มันมีความซับซ้อนมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้องครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ที่ดินของรัฐในเวลานี้มันมีทั้งที่ดินที่เป็นเขตป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาติ มีทั้งที่ดิน อยู่ในเขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งที่ประชาชนครอบครองบุกรุกอยู่ และทั้งที่ยังไม่มี มีที่ดินที่เรียกว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสําหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน มันมีทั้งที่ดิน ที่เป็นสาธารณสมบัติแผ่นดินสําหรับใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือที่ที่เรียกว่าเป็นที่ราชพัสดุ มีทั้งที่ที่เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินซึ่งเป็นที่รกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งกลับมาเป็น ของแผ่นดิน แม้แต่กระทั่งเรื่องของระบบการหวงห้ามหรือการสงวนที่ดินนี่ มันมีกฎหมาย หรือวิธีการหวงห้ามอยู่ถึง ๗ ประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่เรียกว่าหวงห้าม ตามพระราชบัญญัติที่ดินรกร้างว่างเปล่าตามกฎหมาย ปี ๒๔๗๘ วิธีการหวงห้าม ตามกฎหมายที่ดิน วิธีการหวงห้ามตามกฎหมายทางหลวง ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมายที่ดิน ที่ดินที่มีการสงวนตามมติคณะรัฐมนตรี ผมจึงบอกว่า ถ้าเราทําที่ดินทั้งระบบ แก้ปัญหาที่ดินทั้งระบบ ซึ่งได้ประโยชน์ไม่ใช่หยิบตรงนั้นตรงนี้ นี่มันก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องไปทําศึกษาร่วมกัน ทุกฝ่ายทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไปนั่งร่วมกัน ติดตรงไหนเราทํานโยบายตรงนั้น ๖๐ วันกลับมาอาจจะมีกฎหมายอื่นเพิ่มเติมมาทําเรื่องที่ดิน ท่านว่าไม่เป็นประโยชน์หรือครับ แม้แต่กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิซึ่งเขียนไว้ในกฎหมายที่ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นประธาน ก็ยังมีข้อท้วงติงจากส่วนราชการว่าจะซํ้าซ้อนกับเรื่องของกรรมการ แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีหรือ กบร. หรือเปล่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปทําความเข้าใจครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นรายละเอียด ประเด็นกลไก เพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์ เช่น จะมีการเขียนลงไปในกฎหมายไหมว่าจะดําเนินการ ต้องประชาสัมพันธ์ ประกาศกําหนดในผู้ครอบครองที่ดินอยู่ในข่ายมายื่นคําขอ ในระยะเวลาเท่าใด และจะต้องมีการจัดตั้งกรรมการระยะเวลาเท่าใด ที่กําหนดไว้ชัดเจน มีอีกหลายประเด็นครับ แต่ผมไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะสภาก็อภิปรายไปเยอะ แล้วทุกคนก็เข้าใจ ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ การที่จะบอกว่ารัฐบาลเหมือนกับจะเก็บไว้ กักไว้ ไม่ยอมให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ครับ แต่มันเพื่อที่จะทําเรื่องที่ใหญ่กว่า เรื่องที่เป็น ระบบกว่า ผมเองก็ไม่อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านบอกว่าสู้เรื่องนี้มา หลายปี ขอประทานโทษจริง ๆ ท่านเป็นรัฐบาลมาเกือบ ๑๐ ปีไม่ทําครับ แต่เรากําลัง ร่วมกันทําครับ ผมถึงไม่ยกเงื่อนไขนี้ขึ้นมาพูดกับสภาแห่งนี้ แต่ไม่อธิบายก็เกิด ความไม่เข้าใจ ผมเลยคิดว่าอธิบายสั้น ๆ เพื่อทําความเข้าใจ แล้วก็ชี้แจงว่านี่คือทิศทาง ที่เราจะทํางานร่วมกัน ผมไม่คิดจะแยกฝ่ายหรอกครับ รัฐบาลก็ต้องทํางานร่วมกับ ท่านทั้งหลายร่วมกับภาคประชาสังคมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะเก็บกักเอาไว้ แต่เพื่อทํางานที่เกี่ยวเนื่องที่ใหญ่กว่า ไม่มีรายละเอียด ที่จะต้องไปแก้ปัญหากันอีกในอนาคต และแก้ปัญหาที่ดินอย่างเป็ นระบบได้ และเป็นประโยชน์ในระยะเวลาที่จํากัดนั้น ก็ยังขออนุมัติครับที่จะให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ก่อนรับหลักการใน ๖๐ วัน ขอขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ คณะรัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถทําได้ครับ
(นายนิยม วรปัญญา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ ท่านประท้วงหรือเปล่า ประท้วงเรื่องอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมว่ารัฐบาลนี้เห็นว่า ประชาชนโง่เง่าเต่าตุ่นนะครับ ไม่มีความรู้อะไรเลย
นี่ไม่ใช่ประท้วงนะครับ เชิญนั่งลงครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
เรื่องที่ประธานปล่อยให้รัฐมนตรีพูดนี่สิครับ รัฐมนตรีดูถูกประชาชนนะนี่ ดูถูกผู้แทนราษฎรหาว่าผู้แทนราษฎรนี่โง่ ไม่มีปัญญา
ท่านนิยมอย่างนี้ครับ ผมยังไม่ได้ยินท่านรัฐมนตรีพูดในสิ่งที่ท่านนิยมพูดนะครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ ท่านนิยมเชิญครับ เชิญนั่งลงครับ ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ คณะรัฐมนตรีสามารถทําได้นะครับ แต่ต้องเป็นมติของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากว่าไม่ได้เป็นการลงมติในการรับหลักการ ผมจะถามก็แล้วกันนะครับว่า คณะรัฐมนตรีจะขอรับไปพิจารณาก่อนลงมติรับหลักการ สมาชิกท่านใดขัดข้องหรือไม่
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้องนะครับ เป็นอันว่าสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้คณะรัฐมนตรีนําไป พิจารณาศึกษาก่อนลงมติรับหลักการ และส่งคืนมายังสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๖๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๕ นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ ท่านประธาน จะเข้าดําเนินการต่อในวาระต่อไปครับ
ท่านสมาชิก กระผม ขอความกรุณาวันนี้ขอเวลาท่านสักเล็กน้อย เนื่องจากว่าเราเสียเวลาตั้งแต่เช้ามามาก แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติอัยการค้างอยู่ แล้วก็ทางอัยการก็มารอเรา ๓ ครั้ง นี่ครั้งที่ ๔ แล้ว กระผมขอนําร่างพระราชบัญญัติอัยการทั้ง ๔ ฉบับเข้ามาพิจารณาต่อ ก็หวังว่าที่ประชุม คงไม่ขัดข้อง
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
เชิญท่านอัยการ ทาง อส. เชิญเข้าประจําที่ครับ ท่านรัฐมนตรีเสนอเลยก็ได้ เชิญครับ ผมเรียนถามทั้ง ๔ ฉบับ ถ้าเรารวมพิจารณา แล้วก็โหวตทีละฉบับ ๆ ได้ไหม ที่ประชุมขัดข้องไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่ขัดข้องนะครับ ฉะนั้น เสนอทั้ง ๔ ฉบับเลยครับ
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อสภาผู้แทนราษฎร รวมจํานวน ๔ ฉบับ ดังต่อไปนี้
๑. ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .....
๒. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๔. ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
(สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ)
โดยแต่ละร่างมีหลักการและเหตุผลดังนี้
ฉบับที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ
เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้องค์กรอัยการ เป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และพนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม โดยมาตรา ๒๕๕ วรรคห้า ได้บัญญัติ ให้องค์กรอัยการมีหน่วยธุรการที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดําเนินการอื่น โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงจําเป็นต้องกําหนดให้มีองค์กรอัยการ และให้สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยธุรการ ขององค์กรอัยการตามรัฐธรรมนูญ โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา เพื่อให้สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว ประกอบกับพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้ใช้บังคับมานานแล้ว สมควรที่ปรับปรุงเสียใหม่ให้เป็นปัจจุบัน จึงจําเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. .... มีเหตุผลที่ต้องปรับปรุงกฎหมายก็คือ โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้มีองค์กรอัยการเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และมีหน่วยธุรการที่เป็นอิสระ ในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดําเนินการอื่น รวมทั้งบัญญัติให้มี การตรากฎหมายกําหนดหลักเกณฑ์ให้พนักงานอัยการดํารงตําแหน่งได้จนถึงอายุครบ เจ็ดสิบปี ในการนี้เห็นสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติดังกล่าว ประกอบกับสมควรนําหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการดํารงตําแหน่งอัยการอาวุโสตามกฎหมายว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง และการดํารงตําแหน่งอัยการอาวุโส รวมทั้งอัตราเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยเงินและเงินเดือนและเงินประจําตําแหน่ง ข้าราชการอัยการ มากําหนดรวมไว้ในพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับ กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการประเภทต่าง ๆ และเพื่อให้งานบริหารบุคคลของข้าราชการ ฝ่ายอัยการมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ฉบับที่ ๓ คือร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....นั้น เป็นการบัญญัติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน ปี ๒๕๓๔ โดยแก้ไขบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสํานักงานอัยการสูงสุด ตามมาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๓๔
ในฉบับสุดท้ายเป็นร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช ๒๕๔๕ โดยยกเลิกบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสํานักงานอัยการสูงสุด ตามมาตรา ๔๖ และมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ปี ๒๕๔๕
จึงเสนอกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับเพื่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก ทางอัยการได้ให้ท่านอัยการมาชี้แจง แล้วผมอนุญาตให้ท่านถาวร พินิจพันธ์ รองอัยการสูงสุด ท่านวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ ผู้ตรวจราชการอัยการ ท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ อัยการอาวุโส ท่านสุชาติ หล่อโลหะการ อัยการพิเศษ และคุณเด่นเดือน กลั่นสอน อัยการประจําจังหวัด ประจํากรม มาร่วมชี้แจง มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจจะอภิปรายไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีท่านผู้ใดติดใจ ที่จะอภิปรายทั้ง ๔ ฉบับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดติดใจผมก็จะถามมติที่ประชุม ก่อนที่จะถามมติ ที่ประชุม กระผมขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติร่างพระราชบัญญัติอัยการ ท่านสมาชิก เมื่อท่านนั่งลงประจําที่แล้วโปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วย เพื่อจะนับองค์ประชุมว่า ครบองค์ประชุมหรือไม่ก่อนที่จะโหวตแต่ละร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เสียบบัตรแสดงตน เรียบร้อยแล้วหรือยังครับ มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนเชิญครับ เรียบร้อยแล้ว มีท่านใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
เรียบร้อยแล้วนะครับ แสดงผลส่งผลมา มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุม ท่านผู้ใดรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วส่งผลมา ท่านอย่าลุกไปไหน เพราะจะเอาเสร็จทีเดียวเลย ไม่ต้อง เสียบบัตรแสดงตนอีก เห็นด้วย ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับหลักการนะครับ
ต่อไปเป็นร่างที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็ นผู้เสนอ) แล้วผมจะถามให้จบนี้ก่อน แล้วก็ ตั้งคณะกรรมาธิการตอนหลังนะครับ ขออนุญาตที่ประชุมเพื่อไม่ให้ผิดข้อบังคับนะครับ ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ำยอัยการ พ.ศ. .... ท่านผู้ใด รับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มีนะครับ ใช้เสร็จ เรียบร้อยแล้วนะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ รับหลักการนะครับ ร่างนี้ก็เหมือนกันครับ ตั้งคณะกรรมาธิการทีหลังนะครับ
ต่อไปร่างที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..... (คณะรัฐมนตรี เป็ นผู้เสนอ) ผมขอถามนะครับ ท่านผู้ใดรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อย แล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วเชิญส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ต่อไปร่างที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ท่านผู้ใดรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิของท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วโปรดส่งผล มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๕๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ต่อไปผมจะถามที่ประชุมว่าจะดําเนินการตั้งคณะกรรมาธิการอย่างไร หรือไม่ครับ เชิญครับคุณธนิตพล
เรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของทั้ง ๔ ร่างพระราชบัญญัติที่ได้ลงมติเมื่อสักครู่นี้เป็นคณะกรรมาธิการเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
รวมทั้ง ๔ ร่างเลยหรืออย่างไร
ถูกต้องครับ
หรือจะพิจารณาทีละร่าง
ไม่ครับ รวมทั้ง ๔ ร่างเลยครับ ให้ใช้ คณะกรรมาธิการชุดเดียวกันครับท่านประธานครับ
อย่างนั้นเอาร่างแรก ก่อนครับ เสนอคณะกรรมาธิการ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอคณะกรรมาธิการ จํานวน ๓๖ ท่านในร่างพระราชบัญญัติองค์กร อัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง มีผู้ใด มีความเห็นเป็นอย่างอื่น มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๓๖ ท่าน มีคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๒ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน พรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช จํานวน ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีขอเสนอ คณะกรรมาธิการ จํานวน ๕ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ๒. นายถาวร พานิชพันธ์ ๓. นายชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ และ ๕. นายวิษณุ เครืองาม
ต่อไปพรรคเพื่อไทย เชิญคุณประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยดังมีรายนาม ดังนี้ ๑. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๒. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๓. พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๔. นายเจริญ จรรย์โกมล ๕. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๖. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๗. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๘. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๙. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๐. นายนิยม เวชกามา ๑๑. นายประเกียรติ นาสิมมา ๑๒. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรองช่วยรับรองด้วยครับ รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ๑. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๔. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๕. นายเจือ ราชสีห์ ๖. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๗. นายเจริญ คันธวงศ์ ๘. นายทศพล เพ็งส้ม ๙. นายธนา ชีรวินิจ ๑๐. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และ ๑๑. นายสัตยา อรุณธารี ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๒. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อแผ่นดิน ๒ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดิน จํานวน ๒ ท่านคือ ๑. นายมารุต มัสยวานิช ๒. นายเศกสรรค์ บางสมบุญ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๒ ท่าน ๑. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๒. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม ๑ ท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ไกร ดาบธรรม พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและพรรคกิจสังคม จํานวน ๑ ท่าน ท่านวินัย ภัทรประสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคมาตุภูมิ พรรคประชาราช จํานวน ๑ ท่าน เชิญพรรคมาตุภูมิเสนอ ฟาริดา เชิญเสนอตัวเองก็ได้
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคมาตุภูมิ ในส่วนของ พรรคมาตุภูมิกับพรรคประชาราชขอเสนอท่านนัจมุดดีน อูมา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง แปรญัตติภายในกี่วัน เชิญครับ
ท่านประธานครับ อาจจะต้องให้ทาง ฝ่ายเลขาธิการอ่านรายชื่อก่อนนะครับ
ผมพลาดไปครับ ขออภัย เชิญเลขาธิการ คือผมมันฮิตาชิ (Hitachi) เลยนะครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ๒. นายถาวร พานิชพันธ์ ๓. นายชัยเกษม นิติสิริ ๔. นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ๕. ศาสตราจารย์วิษณุ เครืองาม ๖. นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ ๗. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๘. พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ ๙. นายเจริญ จรรย์โกมล ๑๐. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๑. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน ๑๒. นายสุรพล เกียรติไชยากร ๑๓. นายวาสิต พยัคฆบุตร ๑๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๕. นายนิยม เวชกามา ๑๖. นายประเกียรติ นาสิมมา ๑๗. นายวัฒนา เซ่งไพเราะ ๑๘. นายวิทยา แก้วภราดัย ๑๙. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๒๑. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๒. นายเจือ ราชสีห์ ๒๓. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี ๒๔. นายเจริญ คันธวงศ์ ๒๕. นายทศพล เพ็งส้ม ๒๖. นายธนา ชีรวินิจ ๒๗. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๘. นายสัตยา อรุณธารี ๒๙. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๓๐.นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๓๑. นายมารุต มัสยวานิช ๓๒. นายเศกสรรค์ บางสมบุญ ๓๓. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ ๓๔. นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ ๓๕. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ๓๖. นายนัจมุดดีน อูมา
มีแก้ไขบ้างไหมครับ แต่ละพรรค
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุม เห็นชอบคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๖ ท่าน ต่อไปแปรญัตติ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก แปรญัตติตามข้อบังคับครับท่านประธาน
มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหม
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถือว่า แปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับ
ต่อไปเป็นร่างที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่) .. พ.ศ. .... คุณธนิตพลจะเอาอย่างไร
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก
ร่างระเบียบข้าราชการ ฝ่ายอัยการ พ.ศ. ....
ขอเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. .... เป็นคณะเดียวกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีท่านผู้ใดมีความเห็น เป็นอย่างอื่น มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ เห็นชอบทั้ง ๓๖ ท่านที่เสนอในร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... นะครับ แปรญัตติ
ตามข้อบังคับครับท่านประธาน
ตามข้อบังคับ ท่านผู้ใด มีความเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ
ต่อไปก็เป็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) เชิญคุณธนิตพลครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับร่างพระราชบัญญัติ องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มี ก็ถือว่าเอาคณะกรรมาธิการ ชุดเดิมทั้งคณะ ทั้ง ๓๖ ท่าน แปรญัตติล่ะครับ
ตามข้อบังคับเช่นเดียวกันครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ
ก็ตามข้อบังคับ มีผู้รับรอง ถูกต้อง
ต่อไปเป็นร่างที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ) (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) คณะกรรมาธิการ เชิญคุณธนิตพลครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ขอให้ใช้ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงาน อัยการ พ.ศ. .... ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ต่อไปแปรญัตติ
ตามข้อบังคับเช่นเดียวกันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่หนึ่งนะครับ ผมกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่เคารพรัก ทุกท่าน ถ้ามีความสามัคคีอย่างนี้กฎหมายคงไม่ค้างในสภาเยอะเหมือนกับปัจจุบันนี้ ได้เวลาพอสมควรแล้ว กระผมขอปิดประชุมครับ พรุ่งนี้พบกันใหม่