สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓

สุวโรช พะลัง เสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ เนื่องจากมีพี่น้องประชาชนที่ถือครองและทํากินในที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับสิทธิและอยู่นอกกฎเกณฑ์หรือระบบของทางราชการ สุวโรช พะลัง หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ถูกขัดขวางโดยหน่วยงานของรัฐ และขอความช่วยเหลือในการขับเคลื่อนร่างกฎหมายให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข ปัญหาที่ดินทํากินของสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติการยกเลิก การสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... ที่กราบเรียนต่อ ท่านประธานว่าผมในนามของคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินได้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เพราะว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเป็นประธานได้รับมอบหมาย จากท่านประธานและสภาแห่งนี้ให้ไปศึกษาแนวทางวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่ดินทํากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วหรือที่เสื่อมสภาพแล้ว และบางกรณีมีพี่น้องประชาชนเข้ามาถือครองทํากินอยู่ในที่ดินแปลงนั้นก่อนที่จะได้มี การประกาศเป็นที่ดินของรัฐ หรือในบางกรณีเป็นที่ดินที่รัฐได้ประกาศเป็นที่ดินของรัฐแล้ว แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์และมีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองเข้าไปทํากินจนมีหลักฐาน เป็นที่มั่นคงและเห็นเป็นที่ประจักษ์ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้มีความเป็นชุมชนมีผลอาสินซึ่งพี่น้อง ประชาชนเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับสิทธิใด ๆ และอยู่นอกกฎเกณฑ์หรือระบบของทางราชการ ตลอดมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ซึ่งทั้ง ๒ กรณีนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้เห็นว่า แนวทางอันหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกระบบ ให้เข้ามาในระบบเสีย และเราได้เห็นว่านี่คือการแก้ไขปัญหาเรื่องทุนทางเศรษฐกิจ ที่ชัดเจนและที่มั่นคง เราตรวจสอบครับท่านประธานพบว่าถึงขณะนี้มีที่ดินของรัฐที่อยู่ในมือ ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ประเภทนี้ครับ มีตัวเลขที่เป็นทางการประมาณ ๑๓ ล้านไร่เศษ มีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองทํากินไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับ ในที่ดินของรัฐตามที่ผมได้กราบเรียนไปนี้ ท่านประธานเองก็ทราบมาว่าที่ดินของรัฐเป็ นที่ดินที่รัฐมีอํานาจที่อ้างว่าถูกต้อง ตามกฎหมาย แต่ว่านั่นละครับการได้มาซึ่งอํานาจของรัฐในบางกรณีเป็นการลิดรอนสิทธิ ของพี่น้องประชาชน ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้เรามองเห็นว่าการที่จะแก้ไข ปัญหาเรื่องดังกล่าวนี้ให้ได้รับความยุติธรรมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายนั้นเราต้องยอมรับ ความเป็นจริงครับว่าที่มาของการเป็นที่ดินของรัฐนั้นถูกต้องตามกฎหมายจริงหรือไม่ ถามว่าที่ผ่านมานั้นรัฐเขาได้มีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้บ้างหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่ามี มี ๒ กรณีที่เราศึกษามาครับคือ ถ้าหากเป็นกรณีที่เป็นที่ดินของรัฐและอยู่ในความรับผิดชอบ ดูแลของกระทรวงใดที่เกี่ยวข้องกับที่ดินประเภทนั้นก็จะให้กระทรวงนั้นไปแก้ปัญหา เราศึกษาพบว่าจนถึงเดี๋ยวนี้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเหล่านี้ไม่ประสบความสําเร็จ แต่ประการใด สิทธิของพี่น้องประชาชนอยู่อย่างไร ถูกรังแกอยู่อย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ยังถูกรังแก อยู่อย่างนั้น ผมขออนุญาตหยิบยกให้ท่านประธานได้เห็นเป็นที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าวครับว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ การกํากับดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ได้งบประมาณ เป็นงบผูกพันจากสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ สิ้นสุดปี ๒๕๕๒ ท่านประธานครับ ๗๐๐ ล้านบาท ประชาชนที่อยู่ในกํากับในการตรวจสอบดูแลสิทธิทํากินในที่ดินของป่าไม้ ที่เสื่อมสภาพแล้วนี้ทั้งหมดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย งบประมาณได้ไปครบ แต่ปรากฏว่าโครงการสิ้นสุดแล้ว ถึงวันนี้ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ยังไม่ปรากฏผลการตรวจสอบมาเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างไร แต่การใช้งบประมาณครบถ้วนไปแล้ว หรือในกรณีอีกกรณีหนึ่งที่ทางรัฐได้แก้ปัญหา ด้วยการให้มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ของคําว่า กบร. กรรมาธิการได้ไปตรวจสอบพบว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๑ มี กบร. ที่ตั้งขึ้นตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีทั้งหมด ๗๓ จังหวัดด้วยกัน ท่านประธาน เชื่อไหมครับว่าทั้ง ๗๓ จังหวัดมีอยู่ ๕ จังหวัด ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน เพื่อให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานครับ ไม่เคยมีการประชุม กบร. หรือแก้ไขปัญหาในกรณี ที่มีปัญหาระหว่างรัฐกับราษฎร์นี้แต่ประการใด ๕ จังหวัดนั่นก็คือ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสตูล และจังหวัดสิงห์บุรี ทั้ง ๕ จังหวัดนี้ เราตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมา กบร. ไม่เคยมีการประชุมเลย กับกรณีที่ ๒ มีการประชุมบ้าง แต่ไม่เกิน ๑๐ ครั้ง เพราะฉะนั้นทั้ง ๒ กรณี กรรมาธิการแลเห็นแล้วว่าเมื่อให้อํานาจ ของรัฐในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนไม่ประสบ ความสําเร็จ แต่กลับมีประเด็นของปัญหาก็คือของเก่าแก้ไม่ได้แล้วของใหม่มันก็จะมี การบุกรุกเข้าไปในที่ดินของรัฐที่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่ สรุปของเก่าแก้ไม่ได้ ของใหม่ ก็จะมีการบุกรุกเพิ่ม ที่สุดเรากังวลว่าอนาคตข้างหน้าจะไม่มีที่ดินของรัฐที่เหลือคงสภาพ ตามวัตถุประสงค์ของการประกาศใช้เป็นที่ดินของรัฐประเภทนั้น ๆ แต่ประการใด คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ซึ่งประกอบด้วยจากทุกพรรคการเมือง และประกอบด้วย อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความชํานิชํานาญและศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ตลอดมา ได้นําเสนอแนวทาง วิธีการ ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องกรณีที่ประชาชนไม่ได้รับ ความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ผมเป็น ประธาน กฎหมายฉบับนี้มีหลักการและเหตุผลที่ผิดแผกแตกต่างไปจากหลักการ ของกฎหมายเดิม ซึ่งให้อํานาจของรัฐแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนและไม่ประสบความสําเร็จ ตามที่ผมได้กราบเรียน ดังนั้นร่างกฎหมายที่ผมได้เสนอต่อท่านประธาน ต่อสภา ในวันนี้ จะเป็นร่างกฎหมายที่ให้ประชาชนมีอํานาจตามที่เขาอ้างว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม นั่นก็คือถ้าที่ดินแปลงนั้นประชาชนคนใดอ้างว่าเขาอยู่มาก่อนที่เป็ นที่ดินของรัฐ หรือเขาอยู่ภายหลังจากที่เป็นที่ดินของรัฐแต่รัฐปล่อยปละละเลยไม่ได้ดูแลที่ดินดังกล่าว จนกระทั่งที่ดินของรัฐประเภทดังกล่าวเหล่านี้มันหมดสภาพตามวัตถุประสงค์ไป สรุปก็คือ วันนี้เป็นที่ดินของราษฎรไปแล้ว ถ้าทั้ง ๒ กรณีตรงนี้อยู่ในตําบล อยู่ในอําเภอ อยู่ใน จังหวัดใด ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวก็จะให้สิทธิของผู้ที่ถือครองทํากินในที่ดินดังกล่าวนั้น มาแจ้งเหตุการณ์ครอบครองที่ดินตามแบบฟอร์ม (Form) ที่ทางคณะกรรมการได้กําหนด เอาไว้ที่อําเภอ ณ ที่ดินที่ตั้งอยู่ ท่านนายอําเภอ ผู้ปกครองท้องที่ที่อยู่ในที่ดินตั้งอยู่ก็จะมี คณะกรรมการในเบื้องต้นขึ้นมา ๑ ชุด สํารวจตรวจสอบรายละเอียดในเบื้องต้นว่าเป็นจริง ตามที่ผมได้กราบเรียนมาหรือไม่ ถ้าหากได้ข้อสรุปตามที่ผมได้กราบเรียน นั่นก็คือ สภาพความเป็นที่ดินของรัฐหมดไปแล้ว ท่านนายอําเภอก็จะสรุปข้อเท็จจริงส่งมา ที่จังหวัด เมื่อส่งข้อเท็จจริงมาที่จังหวัดแล้วคณะกรรมการที่จังหวัดก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาอีก ๑ ชุด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจาก การสรรหาในจังหวัดนั้น ๆ ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาจากอําเภอว่าครบถ้วน กระบวนความแล้วหรือยัง ถ้าหากครบถ้วนแล้วท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะลงนาม ส่งเอกสารทั้งหมดมาที่รัฐบาล ซึ่งจะมีคณะกรรมการที่ส่วนกลางขึ้นอีก ๑ ชุด ประกอบด้วยท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็น ประธาน แล้วก็จะมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภท มีปลัดกระทรวง มีอธิบดี ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐทุกประเภทเช่นเดียวกันมาเป็นคณะกรรมการ คณะกรรมการ จากส่วนกลางของรัฐบาลชุดนี้ก็จะเอารายละเอียดที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดส่งขึ้นมา มาตรวจสอบข้อเท็จจริง มาดูรายละเอียดของป่าของที่ดินของรัฐแต่ละประเภท เมื่อได้ ข้อเท็จจริงดังกล่าวตรงกับข้อเท็จจริงที่ได้มาจากทางจังหวัดแล้ว สรุปก็คือถ้าหาก ความเป็นที่ดินของรัฐหมดสภาพไปแล้วนี่ครับ ถามว่าต่อไปจะทําอย่างไร คณะกรรมการ ชุดนี้ก็จะดูรายละเอียดว่าการได้มาซึ่งที่ดินของรัฐตรงนั้นได้มาก่อนหรือได้มาหลังจาก การเป็ นที่ดินของรัฐ ถ้าข้อเท็จจริงสรุปว่าได้มาก่อนก็จะมอบให้กับทางกรมที่ดิน ไปดําเนินการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๙๗ ก็คือออกโฉนดที่ดินไปเลย เพราะนั่นเป็นสิทธิที่พี่น้องประชาชนเขาควรจะได้รับการดูแล ท่านประธานครับ ถามว่า สิ่งเหล่านี้ทางกรรมาธิการได้ไปตรวจสอบศึกษาพบข้อเท็จจริงเหล่านี้บ้างหรือไม่ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเลยครับว่าพวกเราทํางานกันหามรุ่งหามคํ่า แล้วก็ลงไป ในพื้นที่จริง ๆ เราไปตรวจพบครับท่านประธาน กรณีตรงนี้ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน ได้เลย เช่นในเขตอุทยานหาดเจ้าไหมของจังหวัดตรังครับ ข้อเท็จจริงที่อยู่ในมือผมนี่ครับ เป็นข้อเท็จจริงที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยอมรับว่าได้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงแล้ว มีพี่น้องประชาชนเข้าไปถือครองทํากินก่อนประกาศเป็นเขตอุทยาน ทั้งหมด ๒๑๔ ราย เนื้อที่ทั้งหมด ๒๑๘ แปลง คิดเป็นเนื้อที่ทั้งหมด ๑๗๐ ไร่ ที่ดินตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตําบลไม้ฝาด อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง ตรงนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรังทุกท่านที่ได้กรุณายื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยอมรับ ข้อเท็จจริงครับว่าข้อเท็จจริงที่ผมกราบเรียนไปนี่เขาได้มาก่อนจริง แต่ท่านประธานครับ มาจนถึงปัจจุบันนี้ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิของเขาไปจนเดี๋ยวนี้ครับ ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดินตามที่เขาควรจะได้เลย ถามว่าเพราะอะไร เพราะกระบวนการในการปลดจากการเป็นที่ดินของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระบวนการยังไม่ทราบว่าเมื่อไรจะจบ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับคําร้องเรียนคือวันนี้พี่น้องประชาชนในจํานวนนั้นเขาบอกว่า เขาจะสร้างห้องนํ้า เขาจะซ่อมแซมห้องอุจจาระ ปรากฏว่าซ่อมไม่ได้ ถ้าเขาไปซ่อมก็จะถูก เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจับ ทั้ง ๆ ที่ยอมรับข้อเท็จจริง แล้วว่าเขาอยู่มาก่อน แต่พี่น้องประชาชนเหล่านี้ยังไม่ได้รับสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจะไปยื่นก็ต้องพิสูจน์สิทธิกัน ต้องให้ประชาชนไปฟ้ องร้องเอาที่ดินของตัวเองมาเป็น ที่ดินของตัวเองแล้วมันจะเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนเหล่านั้นได้อย่างไร เราได้ประชุม แล้วก็ได้หารือร่วมกันครับว่าระหว่างที่กฎหมายฉบับดังกล่าวกําลังอยู่ในระหว่าง การพิจารณาในกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ เราขอความร่วมมือจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้กรุณาทํารายละเอียดคําขอ ขึ้นมาได้ไหม เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนไปยื่นคําขอในการที่จะไปซ่อมห้องนํ้า ห้องส้วม ของเขาตามสิทธิของเขาที่ควรจะได้รับระหว่างที่กําลังรอการที่จะประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งยังไม่ทราบอนาคต เราก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างนี้ไปละครับ ท่านประธาน ถามว่าทั้งประเทศมีอยู่ทั้งหมดเท่าไร ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานแล้ว ข้อมูลตัวเลขที่เห็นอยู่ในขณะนี้ที่ดินของรัฐทุกประเภทไม่น้อยกว่า ๑๓ ล้านไร่ ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน นี่คือข้อมูลตัวเลขทางการ แต่ระหว่างที่ท่านประธานกําลังเป็น ประธานในที่ประชุมอยู่วันนี้ วันนี้ก็มีการรุกเพิ่มอีกครับ ตัวเลขก็เปลี่ยนไปเรื่อย จะว่าประชาชนทีเดียวก็ไม่ได้ จะว่าไปเจ้าหน้าที่ของรัฐทีเดียวก็ไม่เชิง เพราะป่ามีอยู่เยอะ เจ้าหน้าที่มีอยู่น้อย งบเรามีจํากัด คนเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นเป็ นธรรมชาติ ที่พี่น้องประชาชนต้องมีที่ดินทํากินเป็นของเขาเองซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ทําอย่างไรที่จะให้ เกิดความสมดุลละครับท่านประธาน นั่นก็คือรักษาของเก่าที่ยังเหลืออยู่ไว้ให้ได้ แก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่ให้หมดไป วิธีการอันหนึ่ง ก็คือหลักการและเหตุผลตามที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปนี่นะครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมได้กราบเรียนร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ก็เพื่อที่จะให้แก้ไข ปัญหาที่ดินของรัฐซึ่งมีอยู่หลากหลายหลายประเภท นอกเหนือจากที่ดินที่ผมได้กราบเรียน ไปแล้วก็ยังมีที่ดินของสหกรณ์นิคม ยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้แลเห็นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นนิคมที่นิคมท่าแซะ ที่จังหวัดชุมพรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นนิคมบ้านไร่ นิคมโคกขาม จังหวัดสมุทรสาครก็ดี ท่านประธานครับ ผมลงไปในพื้นที่จริงของเขาประชาชนมีอยู่ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๑๕ ไร่ มีรายละเอียดอยู่บ้างที่ผมมองว่ามันน่าจะให้เขาตั้งนานแล้วแต่เขา ยังไม่ได้รับสิทธิเลยจนกระทั่งปัจจุบันนี้คือที่ดินที่อยู่บริเวณชายคลองของนิคมโคกขาม ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งตรงนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาก็ร้องเรียนมา ร้องเรียนไปที่ กรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้กับ พี่น้องประชาชนคนเหล่านั้นได้ ถามว่าเพราะอะไร ก็เพราะกระบวนการตามกฎหมาย ของสหกรณ์เขาก็จะต้องมีกระบวนการที่เดินเข้าไปสู่แต่ละขั้นแต่ละตอนกว่าจะจบสิ้น ยังไม่รู้เมื่อไรจะจบเลย แต่พี่น้องประชาชนเหล่านี้ไม่สามารถเอาสิทธิที่เขาควรจะได้รับ เพื่อเป็นทุนในการหาเลี้ยงครอบครัวของเขาได้แต่ประการใด เวลาคนยากคนจนจะได้สิทธิ สักทีทําไมมันถึงยากเย็นอย่างนี้ครับท่านประธาน แต่พอเวลาคนรํ่าคนรวยที่ดินของรัฐ ที่ออกไม่ได้มีโฉนดมันได้มาอย่างไร นี่ละครับที่บอกว่ามันหลายมาตรฐาน เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งผมกราบเรียนต่อท่านประธานวันนี้เราแลเห็นแล้วครับว่าถ้าได้มีการยกร่างกฎหมาย ลักษณะดังกล่าวเหล่านี้ให้มีผลบังคับใช้ ผมเชื่อว่าน่าที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชนคนที่ถูกอํานาจรัฐที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ได้ ที่สําคัญที่สุดวันนี้ต้องยอมรับว่า เรามีที่ดินของรัฐอีกหลากหลายประเภทที่มีพระราชกฤษฎีกาที่สงวนหวงห้ามเป็นที่ดิน ของรัฐแล้วก็ไปประกาศทับที่ของชาวบ้านเขา บางแปลงเป็นที่ดินของราชการทหาร ท่านประธานทราบไหมครับไปประกาศพระราชกฤษฎีกาทับที่ที่ประชาชนเขาทํากิน บางจังหวัดมีโฉนดของราชการมีโฉนดที่บอกว่าได้มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ เป็นโฉนดใหญ่ เบ้อเริ่มเทิ่มเท่าโต๊ะเลยที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดลพบุรี คงจะให้รายละเอียดในโอกาสต่อไป เราลงไปตรวจพบครับ คุณยายบอกว่าคุณยาย ได้ถือครองมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ วันนี้เป็นที่ดินของทางราชการทหารไปแล้ว คุณยายอยากจะเปลี่ยนที่ดินแปลงนี้ให้เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ขอแล้วขออีก ขออีกขอแล้วจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ยังไม่ได้เลยเพราะเขาบอกว่าที่ดินแปลงนี้ วันนี้เป็นที่ดินของราชการทหารไปแล้ว ราชการทหารก็ดีทหารก็ได้ช่วยปลดแอกสิ่งเหล่านี้ บอกว่าใช่ที่คุณยายพูดถูกแต่ว่าผมมีพระราชกฤษฎีกาสงวนหวงห้ามอยู่มันติดขัดอยู่ตรงนี้ กําลังไปดําเนินการ เราก็ไปของบประมาณแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้อีก อันนี้ก็ไปขอมาจาก กรมธนารักษ์ได้งบประมาณมาแสนสองแสนเพื่อพิสูจน์สิทธิ ทางหน่วยราชการก็ยอมรับ แต่ติดขัดที่กฎหมายซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมได้จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ท่านประธานครับ พระราชกฤษฎีกาที่ผมได้ไปตรวจค้นมา ที่อยู่ในมือของกรรมาธิการชุดที่ผมเป็นประธานทั้งหมดในขณะนี้มีด้วยกันประมาณ ๑๒ ฉบับด้วยกัน ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะให้มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน เพราะหลังจากที่ได้มีการพิจารณาตามขั้นตอนของการเสนอกฎหมายในโอกาสต่อไปแล้ว จะได้มีการนํารายละเอียดของพระราชกฤษฎีกาต่าง ๆ เหล่านี้มาพิจารณาทบทวนกัน ทีละพระราชกฤษฎีกาว่าในปัจจุบันนี้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีกรณีที่ไปทับที่ดิน ของพี่น้องประชาชนบ้างหรือไม่ หรือปล่อยปละละเลยให้พี่น้องประชาชนเข้าไปถือครอง ทํากินจนกระทั่งมีหลักฐานเป็นที่มั่นคงตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วบ้างหรือไม่ นั่นก็คือ

ฉบับที่ ๑ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่ดินอําเภอเมือง จังหวัดลพบุรี และอําเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ซึ่งอันนี้ได้ประกาศเป็นที่สงวนหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกาโดยมี พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ท่านประธานนึกดูสิครับนานเท่าไรแล้ว

ฉบับที่ ๒ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่บ้านปากนํ้าโพ อําเภอพยุหคีรี บ้านโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ ก็เช่นเดียวกันครับ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ฉบับที่ ๓ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา เมื่อปี ๒๔๗๙ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเช่นเดียวกัน

ฉบับที่ ๔ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอจันทึก จังหวัดนครราชสีมา ฉบับที่ ๒ ปี ๒๔๘๐ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเช่นเดียวกัน

ฉบับที่ ๕ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอเมือง กาญจนบุรี วังขนาย ที่อําเภอบ้านทวน และวังกะ จังหวัดกาญจนบุรี ปี ๒๔๘๑ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เช่นเดียวกัน

ฉบับที่ ๖ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม อําเภอโคกสําโรง จังหวัดลพบุรี และอําเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ฉบับที่ ๗ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พุทธศักราช ๒๔๘๓ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ฉบับที่ ๘ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามของอําเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งมี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการ

ฉบับที่ ๙ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามของตําบลพรหมณี อําเภอเมือง จังหวัดนครนายก และตําบลบ้านพร้าว อําเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ปี ๒๔๘๔

ฉบับที่ ๑๐ พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามที่อําเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พุทธศักราช ๒๔๘๔ ประกาศในขณะที่เป็ นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ ๑๑ คือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้ามในท้องที่ตําบล ที่จะเวนคืนในเขตอําเภอเมืองลพบุรี อําเภอโคกสําโรง อําเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และอําเภอเมืองสระบุรี พุทธศักราช ๒๔๘๕

ฉบับที่ ๑๒ ฉบับสุดท้ายคือพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงห้าม ที่เขตตําบลหัวเตย อําเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศในขณะที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ทั้ง ๑๒ พระราชกฤษฎีกาที่ผมได้ กราบเรียนต่อท่านประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาการ ตามพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ดินตามที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานมาทั้งหมดเหล่านี้ ผมเข้าใจว่าถ้าหากสภาแห่งนี้จะได้พิจารณา ร่างหลักการและเหตุผลของร่างกฎหมายที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว ผมเชื่อและผมมั่นใจว่าจากที่เราศึกษามานี่สามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับ พี่น้องประชาชน คนที่เขาอ้างว่าเขาถูกลิดรอนสิทธิประโยชน์ที่เขาควรจะได้รับในขั้นตอน ของกฎหมาย มากกว่าที่จะให้หน่วยงานของรัฐที่ดูแลที่ดินของรัฐแต่ละประเภท เป็นคนหยิบยื่นความเป็นธรรมให้กับเขา แล้วก็อ้างว่า ๑. ติดขัดที่ข้อกฎหมาย ๒. ติดขัด ที่งบประมาณ ๓. ติดขัดที่อัตรากําลัง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน คนเหล่านี้ได้ ผมเชื่อและมั่นใจครับว่าถ้าหากท่านประธานและสภาแห่งนี้จะได้กรุณาอํานวยความสะดวก ในการที่จะขับเคลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ผมเชื่อว่าสามารถ แก้ไขปัญหาที่ดินทํากินในกรณีที่พี่น้องประชาชนอ้างว่าถูกรบกวนสิทธิจากหน่วยงาน ของรัฐ ให้ความเป็นธรรมกับเขาสมดังที่เขาเป็นคนไทยคนหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ