สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน โดยเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดำเนินการตรวจสอบและใช้อำนาจของสภาในการตรวจสอบเหตุการณ์นั้น เพื่อให้ความจริงปรากฏ

นายชลน่าน ศรีแก้ ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน กระผมขออนุญาตใช้สิทธิ ของสมาชิกอภิปรายสนับสนุนให้สภาแห่งนี้รับญัตติของท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ผู้เสนอญัตติ เพื่อให้สภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ เมษายน ผมมีเหตุผล อยู่ ๔ เรื่องเท่านั้นเองครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก เพื่อให้สบายใจว่าในสิ่งที่ผมพูดเป็นเหตุผลเพื่อให้สภาได้ช่วยกันพิจารณาเพื่อจะรับ ญัตตินี้ไว้พิจารณา ผมมี ๔ เรื่องจริง ๆ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับบทบาทอํานาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมจะได้อธิบายรายละเอียดต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ เป็ นเหตุผลความจําเป็ นที่เกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เรามุ่งหวังว่าถ้ากรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมานะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะได้ทําหน้าที่ในการป้ องกัน ป้ องกันในสิ่งที่เราคาดหวังที่จะไม่ให้เกิดขึ้น การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องหรือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งเป็นไปตาม บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ

แล้วเรื่องสุดท้าย เป็นเหตุผลเรื่องสุดท้ายคือทางออก

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกลับมาในประเด็นที่เป็นเหตุผลใน ๔ เรื่อง ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานเป็นหัวข้อไว้ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับที่เห็นด้วยกับ การที่คณะรัฐมนตรีจะเสนอให้ท่านประธานรัฐสภาเปิดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๗๙ อันนั้นถือเป็นเรื่องดีมากครับ ถือเป็นเรื่องดีมาก กระผมก็เห็นด้วยครับ แต่ฟังคําตอบจากท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงในสภาวันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยินดีที่จะทําตามนั้นแต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน ผมก็เกรงว่าการจะเข้าสู่วาระตาม มาตรา๑๗๙ นี่เร็วสุดก็เป็ นวันพฤหัสบดีหน้าหรือวันพุธหน้าซึ่งอาจจะสายเกินไป เพราะฉะนั้นความจําเป็นที่สภาผู้แทนราษฎรในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งมีอํานาจ หน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเลยสามารถที่จะตั้งกรรมาธิการ โดยเฉพาะผมเน้นคือ กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณามาตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อทําความจริงให้ปรากฏ สมาชิกหลายท่านเรียกร้องครับ หาความจริงให้ปรากฏ ท่านประธานครับ เหตุผลในเรื่องที่ ๑ เรื่องบทบาทอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ผมคงไม่ใช้เวลามาก เพราะสมาชิกทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าเรามีอํานาจในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติที่จะตรวจสอบ ที่จะเรียกเอกสาร ที่จะเข้าไปดูสถานที่ ทุกอย่างเป็น อํานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญสามารถทําได้เต็มที่ นั่นคือเหตุผลอันที่ ๑ เลยครับ องค์ประกอบก็หลากหลาย ทั้งที่เป็นสมาชิกฝ่ายค้านเอง ฝ่ายรัฐบาลเอง ซึ่งแน่นอนครับ ฝ่ายรัฐบาลก็มีจํานวนสัดส่วนที่มากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว ก็มีสมาชิกไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ มากกว่าฝ่ายค้านอีก แล้วที่สําคัญสามารถหาผู้เชี่ยวชาญ หาคนที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกับ เหตุการณ์มาเป็นกรรมาธิการร่วมกันได้อีก ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นคําตอบให้กับรัฐบาล คําตอบให้กับสังคม คําตอบให้กับประเทศชาติ ได้ว่าบทบาทอํานาจหน้าที่ของ กรรมาธิการชุดนี้จะเป็นคําตอบที่คลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ท่านประธานครับ สภาแห่งนี้เคยมีเรื่องนี้หลายครั้ง ถ้าท่านประธานจําได้ ถ้าเรามีความสํานึกในอํานาจหน้าที่ ของเรา ถ้าเราทําเสียแต่เนิ่น ๆ มานี่ตามที่สมาชิกพรรคฝ่ายค้านเสนอไปผมว่าเหตุการณ์นี้ อาจจะไม่เกิดขึ้น อาจจะไม่เกิดขึ้นเพราะว่าเรามีกรรมาธิการเข้าไปติดตาม ตรวจสอบ ดูแลตลอด แต่เราไม่เคยได้รับโอกาสในการเสนอญัตติเหล่านั้นเลย ท่านสุนัยเอง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมเอง ฝ่ำยค้านหลายคนพยายามเสนอเรื่องนี้มาตลอด แต่เราได้รับการปฏิเสธ เพราะฉะนั้นผมอ้อนวอนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ที่เคารพครับ เราเอาใจมาวางตรงกลางฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน เหตุการณ์ ที่มันเกิดขึ้นผมเชื่อว่าทุกฝ่ายเจ็บ ทุกฝ่ายเสียใจ แต่ความเสียใจเหล่านั้นเราจะได้แค่มายืน ไว้อาลัยตรงนี้มันไม่มีประโยชน์ใด ๆ ครับ มันเป็นเรื่องของเราที่จะต้องไปดูข้อเท็จจริง ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการทําความจริงให้ปรากฏโดยอาศัยอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎร ผมถือว่าเป็นเรื่องดี เรื่องสําคัญ และเหตุผลที่กลัวว่าจะทําให้ สถานการณ์รุนแรงขึ้น ผมเชื่อว่าตรงนั้นน่าจะไม่เกิดครับ น่าจะไม่เกิดเพราะอะไรครับ เพราะผู้คนหลากหลายเข้ามาอยู่ตรงนี้มาจากทุกภาคส่วนที่เราสามารถตั้งเขาได้ จากภาคประชาสังคมก็ได้ จากภาครัฐก็ได้ สื่อก็ได้ ทําได้ครับท่านประธาน นั่นคือเหตุผล อันที่ ๑ ครับ ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกครับว่าเราน่าจะเข้าสู่ในเรื่องนี้ ด้วยกัน

เรื่องที่ ๒ เป็ นเหตุผลความจําเป็ นของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ ท่านประธานครับ ผมเองได้มีส่วนเข้าไปเป็นกรรมการตรวจสอบการชันสูตรพลิกศพ ร่วมกับกรรมการ ๑๒ ท่านที่มาจากสมาคมแพทย์นิติเวชของประเทศไทย ร่วมกับ ผู้ชันสูตรพลิกศพที่ทางเจ้ากรมแพทย์ทหารบก แล้วก็ทางนายแพทย์ใหญ่สํานักงานตํารวจ แห่งชาติเป็นผู้ตั้งขึ้นเข้าไปดูแล ถึงแม้ผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๕ รายเราจะไม่ได้ดูทั้งหมด ได้ดูบางส่วน อย่างน้อย ๑๓ รายที่เราดูมันก็มีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ผมคิดว่ากรรมาธิการจะ ใช้เป็นประโยชน์ได้มากในการที่จะดูแลข้อเท็จจริงเหล่านั้น ตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านั้น ผมกราบเรียนท่านประธานสถานการณ์เหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเราไม่ไปดูมันก็ยากครับ ที่จะตัดสินว่าอะไรคืออะไร อะไรคือจริง อะไรคือเท็จ สถานการณ์ที่ขณะนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องยอมรับว่ามันเป็ นเรื่องที่ซับซ้อน มันเป็ นมุมมองที่หลากหลาย ฝ่ายรัฐบาลเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น สุดท้ายฝ่ำยรัฐบาลก็บอกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หลายคนใช้ คําพูดว่าแดงก่อการร้ำย กลับไปแยกแดงเป็ นแดงก่อการร้ำย แดงโอภาปราศรัย แดงถูกกะเกณฑ์ แบ่งเป็น ๓ กลุ่มอย่างนั้นอีก ถามว่ามันเกิดประโยชน์ อะไรครับที่แบ่งกลุ่มอย่างนั้น ก็อาจจะเกิดประโยชน์บอกว่าแดงก่อการร้ำย แดงโอภาปราศรัย รัฐบาลต้องใช้มาตรการกฎหมายต้องจัดการ แดงที่ถูกโน้มน้าวชักจูง แดงถูกกะเกณฑ์ต้องจับใส่รถกลับบ้าน สิ่งเหล่านี้มันเป็นความซับซ้อน นั่นคือมุมมอง มุมมองหนึ่ง ขณะที่มุมมอง นปช. นี่เป็นฝีมือของการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐ พูดง่าย ๆ ก็คือเจ้าหน้าที่รัฐที่รัฐบาลบังคับใช้เขาตามพระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วก็ใช้คนกลุ่มนี้เข้าไป ทหารครับ ผมพูดเต็มปากเต็มคําได้ การประกอบอาวุธ การประกอบกําลังเป็ นไปตาม มาตรฐานสากลหรือไม่ มันเป็นความจําเป็น ท่านต้องไปดูในรายละเอียดครับ มันมี ความจําเป็นครับท่านประธาน นอกจากความซับซ้อนเรื่องนี้ สิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ทําให้ปรากฏก็คือการใช้อํานาจหน้าที่ของฝ่ำยรัฐเอง การทําหน้าที่ของผู้ชุมนุมเอง เป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือไม่ ตรงนี้กรรมาธิการก็สามารถดูได้ มีไหมที่รัฐบาลทําเกินเหตุ มีไหมที่รัฐบาลบอกบังคับใช้กฎหมายแล้วทําเกินเลย ผมยกตัวอย่างครับ การสลาย การชุมนุมประกาศชัดเจน ปีที่แล้วเราพูดกันว่าการสลายการชุมนุมไม่ควรทํายามวิกาล หลักมาตรฐานสากลก็เขียนไว้ชัดว่าการสลายการชุมนุมต้องไม่ทํายามวิกาล เพราะไม่สามารถที่จะป้ องกันเหตุร้าย เหตุสอดแทรกได้ เป็นข้อเสนอข้อที่เราทําในเรื่อง ของกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อปีที่แล้ว แต่เรื่องนั้นไม่ได้นําเสนอต่อสภา เสียดาย เหมือนกันครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานชัย ชิดชอบ ว่าจริง ๆ ไม่จําเป็นต้องอาศัยการประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้ ถ้าจะอาศัย ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ (๕) ก็ได้โดยอนุโลมครับ สมัยนิติบัญญัติเรายังเอาเรื่องอื่นมาประชุมได้เลยครับ ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติเท่านั้นเอง แล้วทําไมสมัยสามัญทั่วไปรัฐสภาจะมีมติเอาเรื่องอื่น มาประชุมไม่ได้ ขอให้มีมติครับแค่เกินกึ่งหนึ่งก็ทําได้ หรือแม้แต่กระทั่งเอาบรรจุเข้า ระเบียบวาระการประชุมของแต่ละสภาไปครับ เป็นอํานาจของท่านประธานนะครับ เรื่องนี้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมก็สามารถนํามาพิจารณาได้ มาดูข้อเท็จจริงได้ เว้นแต่จะไม่ดูเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เหตุผลในด้านความจําเป็นต่อสถานการณ์ ผมกราบเรียนท่านประธาน สิ่งที่ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ สภาพพี่น้องประชาชนที่นอนตาย สมองกระจายตามข้างถนน สภาพรถถัง สภาพปืน สภาพผู้ซุ่มยิง ตามคลิป (Clip) ต่าง ๆ ตามภาพต่าง ๆ ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษครับท่านประธาน ภาพรอยกระสุนที่เจาะ ไปบริเวณของบริษัท ห้าง ร้านต่าง ๆ ที่เขามีประตูเหล็ก ถ้ากรรมาธิการของเราไม่ไปดู ฝ่ายนิติบัญญัติใครจะดูครับ จริงอยู่เป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอ (DSI) ร่วมกับ ๑๑ คณะไปดู อันนั้นไม่ว่าครับ นั่นเขาก็ทําตามหน้าที่ไปในส่วนของฝ่ายบริหาร แต่เราในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะงอมืองอเท้าได้อย่างไรท่านประธาน ถ้าเข้าประชุมมาตรา ๑๗๙ ก็เป็นการอภิปราย และเสนอท่านประธานไป จะตั้งกรรมาธิการหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เพราะมาตรา ๑๗๙ ไม่เคยตั้งกรรมาธิการขึ้นมาดูแล ไม่แน่ใจว่ามีอํานาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๗๙ ไหม ที่จะตั้ง กรรมาธิการขึ้นไปในการที่เป็นกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา ของเราก็มีอํานาจหน้าที่เต็ม ท่านประธานไปเดินดูระหว่างถนนดินสอตรงแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่เป็ น โรงเรียนสตรีวิทยา เลยไปนิดหนึ่งเป็นสี่แยกคอกวัว ถนนสี่แยกคอกวัวตรงสํานักงาน สลากกินแบ่งรัฐบาลตรงหัวมุม แล้วตึกของ ผมจําไม่ได้ แต่เป็นตึกสูงตรงนั้น สิ่งเหล่านี้ มันต้องมีกรรมาธิการเข้าไปดู