สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๑ เมษายน ๒๕๕๓

จุมพฏ บุญใหญ่ หารือเรื่องการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินให้กับราษฎร และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐต่อราษฎร

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงที่ดินในประเทศไทยนี้มีเจ้าของอยู่ ๒ คน คนที่ ๑ คือรัฐ คนที่ ๒ คือเอกชนหรือประชาชน ท่านประธานครับ ในการเป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรก ของกระผมนั้นได้ออกเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน คําร้องทุกข์ที่กระผมได้รับมามากที่สุด ทุกหมู่บ้าน ทุกตําบล คือต้องการเอกสารสิทธิแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินทํากินที่เขาครอบครองอยู่ แต่เมื่อไปยื่นคําร้องขอออกเอกสารสิทธิกลับได้รับการปฏิเสธจากทางราชการ ด้วยเหตุผล ที่ว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์บ้าง เป็นที่ป่าไม้ ป่าจําแนก ป่าอนุรักษ์อะไรต่าง ๆ บ้าง แต่ทางราษฎรก็บอกว่าเขาได้ครอบครองทํากิน ตั้งบ้านเรือน มีหมู่บ้าน มีวัด มีโรงเรียน มาก่อนที่ทางราชการได้ประกาศเป็นที่สาธารณะหรือเป็นที่ป่า และบางที่ก็ปรากฏว่า ทางราชการอ้างว่าเป็นที่สาธารณะแต่ไม่มีเอกสารหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง เช่น อ้างว่าเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ เป็นที่โคก ที่ดอน ที่ผู้ใหญ่บ้านสมัยโบราณสงวนไว้แต่ไม่มี เอกสารทางราชการมาเสนอ การต่อสู้ของราษฎรกับรัฐจึงมีปัญหาอยู่ ๒ ปัญหาครับว่า รัฐบุกรุกที่ราษฎร์หรือราษฎร์บุกรุกที่รัฐกันแน่ ท่านประธานที่เคารพ ผมในฐานะ เป็ นผู้ร่วมเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้คนหนึ่ง เนื่องจากได้เป็ นกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแก้ไขปัญหาและเร่งรัดออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินให้กับราษฎร มุมมองของผม มีอยู่ ๒ ประการครับ ๑. ผลดีของกฎหมาย และ ๒. ผลเสียหรือผลลัพธ์ที่จะตามมา ผลดีของกฎหมายนั้นแน่นอนครับท่านประธานที่เคารพครับว่าราษฎรจะได้มีเอกสารสิทธิ ในที่ดินทํากิน เพราะถ้ามีเอกสารแสดงสิทธิแล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อราษฎรเหล่านั้น มากมาย เช่นถ้าที่ดินของเขาเป็นที่นา ถ้าทํานาแล้วไม่มีเอกสารสิทธิ ถ้าจะไปเข้าโครงการ ประกันราคาข้าวของรัฐบาลซึ่งดีมากครับ ราษฎรชมเชยทั่วประเทศโดยเฉพาะในจังหวัด ของผมดีมากนโยบายประกันรายได้ แต่ว่าเขาทํานาแล้วไม่มีเอกสารสิทธิเขาจึงสูญเสีย สิทธิเหล่านี้ไป ถ้าราษฎรเหล่านี้ได้เอกสารสิทธิเขาก็จะได้สิทธิเหล่านี้ แต่ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาก็คือจากการสอบสวนและศึกษาของกรรมาธิการ ซึ่งผมเป็นอนุกรรมาธิการด้านการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิได้พบข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง น่าตกใจครับท่านประธาน นโยบายการออก ส.ป.ก. ดีมาก แต่ปรากฏว่าคนที่มีชื่ออยู่ใน ส.ป.ก. ไม่ได้ครอบครองที่ ส.ป.ก. นั้นเสียแล้ว แต่ปรากฏว่าคนที่ทําประโยชน์ใน ส.ป.ก. กลับเป็นคนอีกคนหนึ่ง และมีการขายทอดซึ่งตามกฎหมายขายทอดไม่ได้ ขายต่อไปไม่ได้ โอนกรรมสิทธิ์ ส.ป.ก. ไม่ได้ แต่ว่าข้อเท็จจริงในส่วนนี้มีมาก ปัญหาของผมที่มุมมองของ กฎหมายฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ของทางราชการ พ.ศ. .... นี้จะมีทางใดที่จะป้ องกันไม่ให้นายทุนใช้ชาวบ้านเข้ามาเอา ที่สาธารณะ พอได้เอกสารสิทธิแล้วที่นั้นก็กลับไปตกอยู่ในมือของนายทุน เพราะกฎหมาย ฉบับนี้ถ้าผ่านไปแล้ว การออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนนั้นมิได้ออกเอกสารสิทธิโดยห้าม การโอนเหมือน ส.ป.ก. ขนาด ส.ป.ก. ห้ามโอนยังมีการโอนขาย นี่คือผมฝากไว้ที่ คณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ถ้ากฎหมายฉบับนี้ได้รับการรับหลักการจากสภานี้ว่า ท่านจะต้องหาแนวทางในการที่จะป้ องกันว่าไม่ให้มีขบวนการผู้มีเงิน มีอํานาจในท้องถิ่น ที่จะใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการที่จะให้ได้เอกสารสิทธิมา แล้วเอกสารสิทธินั้นก็ตกไปอยู่ ในมือของเขาแต่ไม่ตกอยู่ในมือของชาวบ้าน ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงจากการสอบสวน และศึกษานั้น ในมุมมองของผลเสียนี้ก็ใช่ว่าประชาชนจะไม่รักที่จะมีที่ส่วนกลาง หรือที่สาธารณะ ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างในพื้นที่ในเขตเลือกตั้งของกระผม ซึ่งกรรมาธิการได้ลงไปสอบสวนศึกษาที่อําเภอวานรนิวาส จะมีประเด็นศึกษาอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเมื่อราษฎร กล่าวโดยเฉพาะคือตําบลหนองสนม อําเภอวานรนิวาส ได้ไปร้องขอออกเอกสารสิทธิ ทางราชการแจ้งว่าเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์แต่ไม่มีทะเบียน ไม่มีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง พอปฏิเสธราษฎรแต่ละคนก็ไม่มีทางต่อสู้ จึงร้องขอ ต่อกระผมซึ่งได้ออกไปเก็บข้อมูลแล้วก็นําเขาเข้ามาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการซึ่งมี ภาคราชการลงไป ระดับอธิบดีและรองอธิบดีลงไปมากมาย ก็ได้สอบสวนแล้วปรากฏว่า ที่สงวนหวงห้ามนั้นมิได้มีอาณาเขตกว้างขวางจริงดังที่ทางราชการอ้าง เมื่อสอบสวนแล้ว ก็มีจํานวนเพียงอยู่ในขอบเขต หนองนํ้าก็ไม่ใหญ่ พื้นที่ที่ราษฎรทํานามาหลายชั่วอายุคน นี่เขาอ้างนะครับก็ไม่ได้อยู่ในเขตที่สาธารณะ เมื่อได้ข้อเท็จจริงอย่างนี้ ทางท่านถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านได้กรุณาจัดสรรงบประมาณลงไปให้ทางกรมที่ดิน ได้ออกไปเดินสํารวจออกโฉนดให้กับราษฎรเหล่านั้นได้ ท่านประธานครับ อันนี้ก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณและชมเชยไปที่ท่านรัฐมนตรีด้วย ท่านประธานที่เคารพ ถ้ากฎหมาย ฉบับนี้ผ่านแล้ว กระบวนการสอบสวนศึกษาเหล่านี้ก็จะเป็ นช่องทางหนึ่งที่ทําให้ ทางภาครัฐต้องชี้ให้ชัดว่าที่สาธารณะของท่านนั้นความจริงแล้วกินขอบเขตเพียงใด ไม่ใช่ราชการอ้างว่าเป็นที่สาธารณะแล้วก็วางไว้ใต้โต๊ะ แต่ปรากฏอีกข้อเท็จจริงหนึ่ง ท่านประธานครับ คนที่มีเงินหรือมีอิทธิพลกลับสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินทํากินได้ หรือเข้าไปครอบครองในที่สาธารณะได้ ในพื้นที่ของกระผมเช่นเดียวกัน ที่ตําบลเดื่อศรีคันไชย ปรากฏว่ามีทะเบียนที่สาธารณะเช่นเดียวกับตําบลหนองสนม ตําบลเดื่อศรีคันไชย อําเภอ วานรนิวาส เดี๋ยวนี้ชาวบ้านมาร้องขอผม มาร้องเรียนว่าที่สาธารณะซึ่งเป็นที่ทําเลเลี้ยงสัตว์ เขาเข้าไปเก็บเห็ด เข้าไปหาไข่มดแดงเพื่อดํารงชีวิต ปรากฏว่าผู้มีอิทธิพล มีอํานาจเงิน ออกเอกสารสิทธิเป็น น.ส. ๓ ก. ไปแล้ว ทําอย่างไรจะได้คืน ซึ่งข้อเท็จจริงอย่างนี้ถ้ารัฐ สอบสวนให้ชัดว่ามีทะเบียนที่สาธารณะจริงก็จะได้ยกเลิกเพิกถอนอันนั้นไป นี่แสดงว่า สํานึกของพี่น้องประชาชนในการหวงแหนที่สาธารณะนั้นยังมีอยู่ อีกตําบลหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมได้นําเข้ามาหารือในสภาแห่งนี้คือตําบลสามัคคีพัฒนา อําเภออากาศอํานวย ที่สาธารณะ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ มีหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง แต่ปรากฏว่าพระเข้าไปตั้งวัด ชาวบ้านไม่อยากให้ตั้งวัดเพราะวัดร้างก็มีเยอะแยะให้ไปอยู่วัดอื่น พระท่านก็ไม่ออก อันนี้ เขาต้องการสงวนไว้เพราะว่าเป็นป่า ท่านประธานครับ เมื่อมาถึงประเด็นสภาพปัญหา ที่ว่าหลวงบุกรุกราษฎรหรือราษฎรบุกรุกหลวง กฎหมายฉบับนี้จะมีแนวทางป้ องกันอย่างไรไม่ให้ที่ที่จะออกเอกสารสิทธิให้ราษฎรแล้ว ตกไปเป็นของผู้ที่อํานาจเงินเช่นเดียวกับ ส.ป.ก. ผมเห็นว่าร่างกฎหมายที่ผมได้ร่วมเสนอ หรือท่านเพื่อนสมาชิกได้ร่วมเสนอนี้น่าจะได้ผ่านไปที่รัฐบาล ซึ่งท่านมีกลไกในการที่จะ ตรวจสอบ มีคณะกรรมการกฤษฎีกาที่จะตรวจสอบ ได้ตรวจสอบหาแนวทางแล้วก็ยกร่าง กฎหมายที่สมบูรณ์กว่า ผมไม่ได้บอกว่ากฎหมายที่ ส.ส. เสนอไม่ดีนะครับ เพราะผม ก็เสนอด้วยคนหนึ่ง ผมอยากให้กฎหมายนี้มีความรอบคอบครับ เอา ส.ป.ก. มาเป็นตัวตั้ง เป็นบทเรียน จริงครับทุกคนอยากให้ราษฎรได้เอกสารสิทธิ แต่ได้แล้วทําอย่างไร เอกสารสิทธิที่ดินนั้นจะอยู่กับราษฎร ผมจึงสนับสนุนร่างนี้ แต่ก่อนรับหลักการผมอยากให้ รัฐบาลท่านรับไปเพื่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกาหรือภาครัฐได้ตรวจสอบ ซึ่งท่านมี ฐานข้อมูลมากกว่าผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธาน