นริศ ขํานุรักษ์ แถลงว่าปัญหาที่ดินป่าชายเลนที่ถูกครอบครองโดยนายทุนต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยให้รัฐบาลตั้งหน่วยงานพิสูจน์สิทธิเพื่อแก้ไขปัญหา และจัดทําแนวเขตป่าให้เหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดการที่ดินและป่าไม้ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่สาธารณะ และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาให้เอกสารสิทธิ์แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ราชการประกาศไว้ใช้ประโยชน์แล้วไม่ได้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้เป็ นอีกวันหนึ่ง ที่ผมภาคภูมิใจในการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าวันนี้พวกเราต่างได้ แบกรับภาระปัญหาพี่น้องประชาชนในเรื่องปัญหาที่ดินทํากินซึ่งเป็นปัญหาสําคัญที่สุด ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามที่จะแก้ไขปัญหาทั้งผ่านกรรมาธิการ และวันนี้มาสู่การพิจารณา ในสภาใหญ่ ผมคิดว่าเราได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์นะครับ ผมเห็นด้วยในเจตนารมณ์ของ ผู้ยกร่าง ผู้เสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติการยกเลิกการสงวนหวงห้ามที่ดินที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์ของทางราชการ พ.ศ. .... เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าทําประโยชน์นะครับ แต่ว่าปัญหาที่ดินของประเทศมีความซับซ้อน มีเงื่อนไขมากมายครับ ผมจึงมีข้อห่วงใย ที่เสนอไปยังรัฐบาลหากกรณีที่รัฐบาลรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปพิจารณา และหากมีการตั้งกรรมาธิการก็ขออนุญาตเสนอข้อห่วงใยบางประการ เพื่อทาง กรรมาธิการจะได้รับไปในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ในหลักทางสากลทุกประเทศในโลกนี้ต้องมีพื้นที่สําหรับเป็นพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สงวน หรือพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ไม่มีป่าเลย เช่นประเทศสิงคโปร์เขายังมี พื้นที่สงวนถึง ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่ ประเทศที่เจริญแล้วที่พัฒนาแล้วมีพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สงวน พื้นที่อนุรักษ์ มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งสิ้น ของเราประกาศไว้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าขณะนี้จริง ๆ แล้วเหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คือข้อเท็จจริง และข้อเท็จจริงในประเทศเราขณะนี้ป่าทุกผืนในประเทศ ไม่ว่าอยู่ในรูปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน ป่าสงวนแห่งชาติ ล้วนแล้วแต่ถูกบุกรุกทุกแปลง การพิจารณาตามกฎหมายฉบับนี้จึงต้อง ไปเขียนในนิยามให้ชัดเจน ให้ชัดเจนว่าป่าผืนไหน พื้นที่ใดที่ราชการประกาศแล้วจะเอา ไปให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ และป่าผืนไหน แปลงไหนที่จะเก็บเอาไว้เป็นพื้นที่ อนุรักษ์ เป็นพื้นที่สงวนต้องแยกแยะให้ชัดเจน เขียนไว้ในนิยามให้ชัดเจน ให้ครบถ้วน ไม่เช่นนั้นการบริหารจัดการทางด้านที่ดินจะมีปัญหา พื้นที่ เช่น ทุ่งหญ้า ป่าพรุ มองเผิน ๆ ไม่มีประโยชน์ แต่ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านั้นมีประโยชน์ โดยเฉพาะป่าพรุมีประโยชน์มากมาย มหาศาล ในโลกมีป่าพรุประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งประเทศ แล้วก็มีสิ่งมีชีวิต เข้าไปใช้ชีวิตอยู่อย่างมากมาย การมองว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีประโยชน์ไม่ได้ เช่นเดียวกับ ทุ่งหญ้าสัตว์หลายชนิดใช้แสดงพฤติกรรมในทุ่งหญ้า ทุ่งหญ้าก็มีความจําเป็นสําหรับสัตว์ เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนท่านประธานขอฝากไปยังรัฐบาลนอกจากนิยามในกฎหมาย ฉบับนี้ต้องชัดเจนแล้ว ผมคิดว่าก่อนที่กฎหมายฉบับนี้จะประกาศ การพิสูจน์สิทธิ ยิ่งจําเป็น ยิ่งสําคัญ และต้องทําให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากให้รัฐบาล ได้ตั้งหน่วยงานพิสูจน์สิทธิขึ้นมาเป็ นหน่วยงานเฉพาะเลยครับ เพราะว่าปัญหา ประเทศไทยไม่สามารถใช้หน่วยงานปกติเข้ามาแก้ไขปัญหาที่ดินทํากินได้ ต้องตั้ง หน่วยงานพิเศษขึ้นมาพิสูจน์สิทธิ แล้วก็ง่ายมากครับในปัจจุบันเทคโนโลยีง่ายสะดวก ในการพิสูจน์ว่า ที่ดินแปลงนี้พี่น้องประชาชนเข้าไปครอบครองก่อนประกาศเป็นที่สงวน ก่อนประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือก่อนประกาศเป็นที่หลวงหรือไม่ เพราะว่า เราสามารถกลับไปดูภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังได้เป็นร้อยปี พื้นที่ใดที่ทางราชการ ประกาศไปทับที่ชาวบ้านรัฐต้องประกาศแล้วจัดเอกสารสิทธิให้ชาวบ้านไปในทันทีเลย แต่ว่าพื้นที่ใดที่ชาวบ้านบุกรุกที่รัฐชาวบ้านก็ต้องออก เป็นการพิสูจน์อย่างไม่ยากเลย ในขณะนี้ แล้วก็ต้องเร่งทํา ถ้าไม่เร่งทําปัญหาจะอยู่แบบนี้จะคั่งค้างแล้วไม่สามารถแก้ไข ปัญหาได้
ประการที่ ๒ นอกจากพิสูจน์สิทธิแล้ว หลังจากพิสูจน์สิทธิแล้วต้องจัดทํา แนวเขต รัฐบาลชุด ฯพณฯ อภิสิทธิ์ได้แถลงนโยบายเอาไว้ว่าจะทําแนวเขตป่าปีละ ๒๐๐ กิโลเมตร ผมคิดว่า ๓-๔ ปีก็หมดแล้วครับไม่มาก ท่านได้เริ่มทําไว้แล้ว แล้วปีนี้ ก็จะตั้งงบประมาณปีละ ๒๐๐ กิโลเมตรอีก ผมคิดว่าเมื่อพิสูจน์สิทธิเสร็จ เมื่อจัดทํา แนวเขตเสร็จ ผมคิดว่าปัญหาที่ดินน่าจะได้รับการแก้ไข น่าจะได้รับการเยียวยาลง ผมมีปัญหาฝากทางกรรมาธิการและรัฐบาลไปส่วนหนึ่งก็คือมีที่ดินอยู่ประเภทหนึ่งครับ ท่านประธาน ที่ดินป่าชายเลนที่มีนายทุนเคยไปขอสัมปทาน ที่ดินป่าสงวนที่มีนายทุนเคยไป ขอสัมปทานขุดเหมืองแร่ หลังจากขุดเหมืองแร่เสร็จผู้ได้รับสัมปทานทั้งทําเหมืองแร่ ทั้งทําป่าชายเลนไม่คืนแล้วไปออกเอกสารสิทธิ มีหลายแสนไร่ครับ ผมอยากให้กฎหมาย ฉบับนี้ลากที่ดินที่นายทุนครอบครองกลับมาเป็นที่ดินของทางราชการ
ประเด็นสุดท้าย ที่ดินที่คิดว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทางราชการต้องมอง ให้ดีนะครับบางทีมีประโยชน์ ท่านประธานครับ ผมได้รับรูปถ่ายวันนี้จากจังหวัดเป็นป่า จากอําเภอแม่สวย จังหวัดเชียงราย เป็นป่าไม่มีต้นไม้เลยกําลังถูกเผาอยู่ ภาพถ่าย เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แล้วมีคําอธิบายว่าเป็นแปลงปลูกป่าของหน่วยต้นนํ้าของกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกภาพหนึ่งบอกว่าเป็นป่าเอสบีที (SBT) คือป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ ปลูกมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๗ หลายหมื่นไร่ครับ ไม่มีต้นไม้เหลือแม้แต่ต้นเดียว แต่ว่าเบิกงบประมาณบํารุงป่า อยู่ทุกปี ป่าแบบนี้ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์นะครับ ป่าแบบนี้ยังมีประโยชน์อยู่นะครับแล้วต้อง ตามไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดอย่างนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรแล้วต้องไปเอาผู้กระทําผิด กลับมาให้ได้โดยเฉพาะป่ำถาวรเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ๑๕,๐๐๐ กว่าไร่ในจังหวัดเชียงรายได้รับความเสียหาย ผมเห็นด้วยที่จะเอาพื้นที่ ที่ราชการประกาศไว้ใช้ประโยชน์แล้วไม่ได้ทําประโยชน์ให้คืนกลับพี่น้องประชาชน ออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน ผมเห็นด้วยที่จะให้เอกสารสิทธิสําหรับพี่น้องประชาชน ที่ถูกราชการประกาศทับที่ของพี่น้องประชาชนให้ได้รับเอกสารสิทธิ แต่ว่าถ้าพื้นที่อนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ พื้นที่เหล่านี้ต้องเป็นพื้นที่กลางสําหรับพี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นพื้นที่ สําหรับดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม รักษาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน จําเป็น จะต้องคงไว้ ผมอยากฝากกรรมาธิการ ฝากรัฐบาลให้นําข้อห่วงใยและข้อกังวลของผม ไปประกอบการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ