สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ระบุว่า การที่รัฐบาลไม่รับหลักการของกฎหมายที่เสนอนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเก็บกักเอาไว้ แต่เป็นเพื่อที่จะทําเรื่องที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็คือ การแก้ปัญหาที่ดินอย่างเป็ นระบบ เพื่อให้ได้ประโยชน์ในระยะเวลาที่จํากัด
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ความจริงอาจจะเป็ นการที่ชี้แจงไม่ครบถ้วนของผมก็เป็ นไปได้ครับท่านประธาน เลยทําให้เพื่อนสมาชิกฟังเหมือนเข้าใจว่าก็ดูเหมือนจะเห็นด้วยทั้งหมดแล้ว แล้วไฉนจึงยัง ต้องรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการอีก ที่สําคัญเพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวหาพาดพิงไปถึง การทํางานรัฐบาลด้วย คล้าย ๆ กับว่าจะกักเอาไว้ทําไม แล้วก็ไม่ทําเรื่องนี้ให้เป็น ประโยชน์กับคนจน แล้วก็ไม่คิดที่จะทํางานให้กับคนจนหรือไม่พัฒนาประเทศ ซึ่งผม ก็จําเป็นต้องชี้แจงเพียงพอเข้าใจครับท่านประธาน ในประการแรกทีเดียวผมชี้แจง ความจริงก็ไม่ลงรายละเอียดเพราะว่าเราทุกคนต่างก็เข้าใจกันดี คือที่ต้องไปรับพิจารณา ก่อนรับหลักการมันมีเหตุผลครับ เหตุผลก็คือในตัวเนื้อหารายละเอียดในมาตรา ของกฎหมายที่เสนอนี่ก็เข้าใจว่าท่านตั้งใจศึกษาอย่างดี แต่เราต้องไม่ลืมประการหนึ่งว่า ที่ดินในประเทศนี้มันมีความซับซ้อนมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้องครับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ที่ดินของรัฐในเวลานี้มันมีทั้งที่ดินที่เป็นเขตป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาติ มีทั้งที่ดิน อยู่ในเขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งที่ประชาชนครอบครองบุกรุกอยู่ และทั้งที่ยังไม่มี มีที่ดินที่เรียกว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสําหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน มันมีทั้งที่ดิน ที่เป็นสาธารณสมบัติแผ่นดินสําหรับใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือที่ที่เรียกว่าเป็นที่ราชพัสดุ มีทั้งที่ที่เป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินซึ่งเป็นที่รกร้างว่างเปล่า หรือที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งกลับมาเป็น ของแผ่นดิน แม้แต่กระทั่งเรื่องของระบบการหวงห้ามหรือการสงวนที่ดินนี่ มันมีกฎหมาย หรือวิธีการหวงห้ามอยู่ถึง ๗ ประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่เรียกว่าหวงห้าม ตามพระราชบัญญัติที่ดินรกร้างว่างเปล่าตามกฎหมาย ปี ๒๔๗๘ วิธีการหวงห้าม ตามกฎหมายที่ดิน วิธีการหวงห้ามตามกฎหมายทางหลวง ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมาย ว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนคุ้มครองสัตว์ป่า ที่ดินที่มีการสงวนตามกฎหมายที่ดิน ที่ดินที่มีการสงวนตามมติคณะรัฐมนตรี ผมจึงบอกว่า ถ้าเราทําที่ดินทั้งระบบ แก้ปัญหาที่ดินทั้งระบบ ซึ่งได้ประโยชน์ไม่ใช่หยิบตรงนั้นตรงนี้ นี่มันก็ต้องเป็นเรื่องที่ต้องไปทําศึกษาร่วมกัน ทุกฝ่ายทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ไปนั่งร่วมกัน ติดตรงไหนเราทํานโยบายตรงนั้น ๖๐ วันกลับมาอาจจะมีกฎหมายอื่นเพิ่มเติมมาทําเรื่องที่ดิน ท่านว่าไม่เป็นประโยชน์หรือครับ แม้แต่กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิซึ่งเขียนไว้ในกฎหมายที่ให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นประธาน ก็ยังมีข้อท้วงติงจากส่วนราชการว่าจะซํ้าซ้อนกับเรื่องของกรรมการ แก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีหรือ กบร. หรือเปล่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปทําความเข้าใจครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นรายละเอียด ประเด็นกลไก เพิ่มเติมตามวัตถุประสงค์ เช่น จะมีการเขียนลงไปในกฎหมายไหมว่าจะดําเนินการ ต้องประชาสัมพันธ์ ประกาศกําหนดในผู้ครอบครองที่ดินอยู่ในข่ายมายื่นคําขอ ในระยะเวลาเท่าใด และจะต้องมีการจัดตั้งกรรมการระยะเวลาเท่าใด ที่กําหนดไว้ชัดเจน มีอีกหลายประเด็นครับ แต่ผมไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะสภาก็อภิปรายไปเยอะ แล้วทุกคนก็เข้าใจ ผมคิดว่าอย่างนี้ครับ การที่จะบอกว่ารัฐบาลเหมือนกับจะเก็บไว้ กักไว้ ไม่ยอมให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่ครับ แต่มันเพื่อที่จะทําเรื่องที่ใหญ่กว่า เรื่องที่เป็น ระบบกว่า ผมเองก็ไม่อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าท่านบอกว่าสู้เรื่องนี้มา หลายปี ขอประทานโทษจริง ๆ ท่านเป็นรัฐบาลมาเกือบ ๑๐ ปีไม่ทําครับ แต่เรากําลัง ร่วมกันทําครับ ผมถึงไม่ยกเงื่อนไขนี้ขึ้นมาพูดกับสภาแห่งนี้ แต่ไม่อธิบายก็เกิด ความไม่เข้าใจ ผมเลยคิดว่าอธิบายสั้น ๆ เพื่อทําความเข้าใจ แล้วก็ชี้แจงว่านี่คือทิศทาง ที่เราจะทํางานร่วมกัน ผมไม่คิดจะแยกฝ่ายหรอกครับ รัฐบาลก็ต้องทํางานร่วมกับ ท่านทั้งหลายร่วมกับภาคประชาสังคมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะเก็บกักเอาไว้ แต่เพื่อทํางานที่เกี่ยวเนื่องที่ใหญ่กว่า ไม่มีรายละเอียด ที่จะต้องไปแก้ปัญหากันอีกในอนาคต และแก้ปัญหาที่ดินอย่างเป็ นระบบได้ และเป็นประโยชน์ในระยะเวลาที่จํากัดนั้น ก็ยังขออนุมัติครับที่จะให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ก่อนรับหลักการใน ๖๐ วัน ขอขอบพระคุณครับ