สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี

ท่านประธานวิป (Whip) ฝ์ายรัฐบาล เชิญครับ ท่านสามารถมีอะไรครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานที่จะขอเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลที่ดํารง ตําแหน่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชนนะครับ แต่เดิมได้เสนอ นายปัญญา ถนอมรอด ไว้นะครับ บัดนี้มีความจําเปึนบางประการ ขอเปลี่ยนเปึนนายคณิน บุญสุวรรณ ครับท่านประธาน ผมขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ท่านองอาจมีอะไรครับ ขัดข้องใช่ไหมครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้แจ้ง ให้ที่ประชุมนี้ทราบว่าจะมีการถ่ายทอดการประชุมสภาญัตติพิเศษในเรื่องของ การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาสักนิด ได้ไหมครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาเรื่องที่ท่านสามารถ เสนอสักครู่นี้เสร็จแล้วก็ท่านค่อยต่อได้ไหมครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ผมเข้าใจว่าท่านเสนอ เสร็จแล้วกระมังครับ หรือถ้ายังไม่เสร็จผมยินดีรอครับ ยินดีรอให้ท่านเสนอให้เสร็จก่อน ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมมีความเห็น เปึนอย่างอื่นไหมครับที่คุณสามารถได้เปลี่ยน เปลี่ยนใครนะครับคุณสามารถ เชิญครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ครับ ขอเปลี่ยนนายปัญญา ถนอมรอด เปึน นายคณิน บุญสุวรรณ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองเมื่อกี้ถูกต้องนะครับ ท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่นอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ อนุมัติให้เปลี่ยนจากท่านปัญญา ถนอมรอด เปึน คุณคณิน บุญสุวรรณ นะครับ ก็ถือว่า เสร็จสิ้น เชิญคุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน ได้แจ้งให้พวกเราทราบว่า การประชุมสภานัดพิเศษในครั้งนี้ซึ่งเปึนญัตติของการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก ๗ ท่านนั้น ท่านประธานได้จัดให้มีการถ่ายทอด ทั้งทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และวิทยุรัฐสภา โดยเฉพาะการถ่ายทอดทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๑ หรือปัจจุบันเรียกว่า เอ็นบีที (NBT) นั้น ผมอยากจะเรียน หารือกับท่านประธานครับว่า ผมพบความผิดปกติในการถ่ายทอดสดการประชุมสภา เมื่อวานนี้หลายประการด้วยกัน และผมไม่อยากจะเห็นความผิดปกติอย่างนั้นเกิดขึ้นอีก ในการถ่ายทอดสดการประชุมสภาในวันนี้ ผมคิดว่าเรากําลังเริ่มต้นการใช้เวทีของสภา ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาของประเทศชาติบ้านเมือง ในการช่วยกันทําให้ความเชื่อมั่น ของเวทีรัฐสภานั้นศักดิ์สิทธิ์และมั่นคงอยู่ตลอดไป เพราะฉะนั้นการดําเนินการใด ๆ ที่อาจจะทําให้เกิดปัญหานั้น ผมคิดว่าพวกเราต้องช่วยกันอย่าให้ปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้น ท่านประธานอาจจะไม่ทราบนะครับ แต่ถ้าท่านประธานติดตามการถ่ายทอดสด ในการประชุมของสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวานนี้ในการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ ท่านประธานจะเห็นความผิดปกติ เห็นความไม่ถูกต้องเหมาะสมและเห็นสิ่งที่ไม่ควร เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธาน ขณะที่สมาชิกวุฒิสภากําลังอภิปรายกันอยู่ตามปกติ หรือบางครั้งบางจังหวะเวลาก็มีรัฐมนตรีบางท่านลุกขึ้นมาตอบนั้น ทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ตัดเข้าไปในข่าวต้นชั่วโมง ใช้เวลาตัดเข้าไปในข่าวนั้นประมาณ ๕-๗ นาที ท่านประธานครับ ผมเรียนถามว่าการตัดเข้าไปในข่าวต้นชั่วโมงนั้นเปึนข้อตกลงระหว่าง เรากับทางสถานีโทรทัศน์หรือไม่อย่างไร แล้วมีความจําเปึนหรือไม่ เพราะในอดีตที่ผ่านมานั้น เมื่อใดก็ตามที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เคยมีการถ่ายทอดสดแล้วมีการตัดเข้าไป ในรายการข่าวทั้งสิ้น ยกเว้นข่าวในพระราชสํานัก แต่นอกเหนือจากจะตัดเข้าไปในข่าวต้นชั่วโมงประมาณ ๕-๗ นาที หรือ ๘ นาที ตลอดระยะเวลา ทั้งวันแล้ว ท่านประธานทราบไหมว่าสิ่งที่น่าเกลียดที่สุดเมื่อวานนี้ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลย คืออะไรครับ อ้างว่าตัดเข้าไปในรายการข่าวภาคค่ําตั้งแต่เวลาหกโมงเย็น แล้วท่านประธาน ทราบไหมครับว่าตัดเข้าไปถึงกี่โมง ตัดเข้าไปตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๔ ทุ่ม หมดรายการข่าวภาคค่ํา แล้วก็ยังถ่ายทอดรายการปกติ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ยกเว้นข่าวในพระราชสํานัก ซึ่งพวกเราทุกคนเข้าใจและทราบดีแล้วผมคิดว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ควรเกิดขึ้นในวันนี้อีกครับ ท่านประธาน

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านองอาจครับ มีผู้ประท้วง เชิญคุณประชา ประท้วงใคร ประท้วงผมหรือประท้วงใครครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผม ประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กรณีวันนี้ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียว เรากําลังจะไปได้ด้วยดี เริ่มวันแรก ขออนุญาต ท่านประธานนิดเดียวอย่าเพิ่งให้ผมหยุดพูดนะครับ วันนี้ก็เช่นเดียวกันกับท่านสมาชิก ที่กําลังลุกขึ้นยืน ที่จริงแล้วท่านสมัครก็โดนเหมือนกัน แต่วันนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ในเมื่อพรรคฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน ผมเองก็อยากจะฟัง พรรคประชาธิปัตย์ ฝ์ายค้านนําเสนอในข้อเท็จจริง เพราะผมเองก็มีส่วนที่จะต้องลงมติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือประท้วงข้อไหนครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ประท้วง ข้อ ๖๑ ก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อ ๖๑ หรือครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ครับ ผมขอพูดรายละเอียดก่อน ในเรื่องนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยสักนิดหนึ่งครับ เมื่อกี้คุณองอาจท่านยังไม่ได้มีอะไรเลย เพียงแต่พูดตามข้อเท็จจริง ผมว่าเป่ดโอกาสให้ คุณองอาจได้อภิปรายสักนิดหนึ่ง

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ได้ครับ เดี๋ยวท่านประธานให้ ท่านองอาจต่อไป ผมขออนุญาตใช้สิทธิต่อนะครับ ไม่เปึนไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้คุณองอาจก่อน แล้วเดี๋ยว คุณประชาตามหลังครับ เราไปด้วยกันได้สวยแล้ว เชิญคุณองอาจครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ผมกราบเรียนท่านเพื่อนสมาชิก และท่านประธานว่าสิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมาหารือนี้ไม่ใช่เพื่อผมหรือพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้ เท่านั้น แต่ผมคิดว่าเราต้องสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องเหมือนอย่างที่เราเคยทํามาโดยตลอด ให้คงอยู่คู่กับสภานี้ต่อไป วันใดวันหนึ่งข้างหน้าถ้าพวกท่านลงมาเปึนฝ์ายค้านบ้าง พวกผม ไปทําหน้าที่ตรงนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น มันควรจะเกิดขึ้นเปึนบรรทัดฐานปกติทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่ผมนําขึ้นมาหารือนั้นก็คือว่า อยากจะเรียนปรึกษาหารือ กับท่านประธานว่าท่านประธานจะกรุณาประสานงานกับสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้และมีการถ่ายทอดสดนั้นขอความกรุณาให้เปึนเหมือน อย่างที่เราเคยทํามาในอดีตได้หรือไม่ ก็คือเราอภิปรายแล้วก็ถ่ายทอดสดไปตามปกติ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณองอาจครับ มีผู้ประท้วง อีกแล้วครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ยกเว้นข่าวในพระราชสํานักครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตสักนิดเถอะ ประท้วงอะไรอีกครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส. จังหวัดอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาต ประท้วงผู้กําลังอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ครับ เอาบุคคลภายนอกมาอภิปราย ผมในฐานะอดีต เคยรับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์ ท่านผู้อภิปรายน่าจะคิดว่ามันมีด้านเทคนิค

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปล่า คืออย่างนี้ครับ ช่วยกรุณา

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

อย่าเพิ่งไปปรักปรําเขาสิ เขาเสียหาย ข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ คุณประท้วงผม ประท้วงประธานหรือประท้วงคุณองอาจ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ประท้วงคุณองอาจ ข้อ ๖๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ ประท้วงว่าอย่างไร

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กําลังใส่ร้ายบุคคลภายนอก ข้าราชการ กรมประชาสัมพันธ์เขาเสียหาย ๒๔ ป้ ผมรับราชการที่กรมประชาสัมพันธ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมนิจฉัยครับ ยังไม่ได้ เสียหายอะไรเลย กรุณานั่งลงก่อน ขอบคุณมากครับ คุณองอาจเอาอย่างนี้ได้ไหม คือผม จะขอความกรุณาคุณองอาจสักนิด ยืนขึ้นไม่เปึนไรหรอกครับ ผมจะอ่านหนังสือของ กรมประชาสัมพันธ์ที่ทางสภาได้ติดต่อประสานงานไป หนังสือด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๘.๐๒/๒๕๗๓ กรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ เรื่อง ขออนุญาตถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรียน เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร (เปึนพิเศษ) ในวันอังคารที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. เพื่อพิจารณาญัตติขอเป่ดอภิปราย ทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้ใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเปึนรายบุคคล และวันพุธที่ ๒๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ณ ตึกรัฐสภานั้น ในการนี้กรมประชาสัมพันธ์ โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยขออนุญาตดําเนินการ ถ่ายทอดสดการประชุมดังกล่าว ทั้งนี้สถานีจะตัดกลับมาเสนอข่าวต้นชั่วโมงและข่าว ภาคหลักตามเวลาปกติของสถานี จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุญาตและกรุณานํา กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไปด้วย จักขอบคุณยิ่ง ขอแสดงความนับถือ นายเผชิญ ขําโพธิ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ผมเรียนให้ทราบ เขาก็ทํามาอย่างนี้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นผมกราบเรียนเพื่อน ๆ สมาชิกครับว่า ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะไป พูดพาดพิงถึงใคร แล้วเมื่อกี้ก็ไม่ได้พูดพาดพิงถึงใครครับ ผมพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ เท่านั้น และผมเรียนไปถึงเพื่อนข้าราชการกรมประชาสัมพันธ์ เรียนไปถึงเพื่อนช่างเทคนิค จะเปึนนักข่าว จะเปึนเจ้าหน้าที่อยู่ในสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ผมไม่เคยคิดที่จะไปตําหนิ อะไรท่านครับ แล้วไม่เคยมองท่านในแง่ร้าย อาจจะมีข้าราชการบางท่านอยากจะทํางาน รับใช้ใครบางคนก็เปึนเรื่องของคนคนนั้นไป แต่ผมคิดว่าส่วนมากแล้วเขาตั้งใจทํางาน อยากจะทํางานตามวิชาชีพของเขาให้ดีที่สุด สิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมานั้นจึงไม่ได้เปึนเรื่อง ของการกล่าวตําหนิใคร แต่อย่างที่ท่านประธานบอกครับว่าเมื่อเขามีจดหมายมาอย่างนี้ ผมเรียนว่าท่านประธานนิ่งเฉยแล้วก็ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น หรือท่านประธานได้ดําเนินการ เจรจาพูดจากับเขาอย่างไรบ้างว่าสภาเราเคยปฏิบัติมาอย่างไร แล้วการที่เราเคยปฏิบัติมา มันเปึนสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ผมเชื่อว่าท่านประธานก็ต้องเห็นว่ามันเปึนสิ่ง ที่ถูกต้องเหมาะสม ท่านประธานลองคิดว่าเปึนฝ์ายค้านหรือจะเปึนรัฐมนตรีที่เขาชี้แจง บ้างสิครับ เมื่อคืนนี้รัฐมนตรีหลายท่านชี้แจงคนทั้งประเทศไม่มีใครรู้เลย แต่ตอนสมาชิก วุฒิสภาลุกขึ้นมาอภิปรายงานของรัฐบาลหลายเรื่องนั้นบางช่วงอยู่ในช่วงของการถ่ายทอด คนทางบ้านเขาก็หมดโอกาสที่จะได้ฟังว่ารัฐบาลนี้ชี้แจงอะไรบ้างอย่างไร เกือบ ๔ ชั่วโมงนะครับ ท่านประธาน เข้าข่าว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนอย่างนี้ได้ไหม คุณองอาจครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

มันผิดปกติครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณาอย่างนี้ ได้ไหมครับ เราดูก่อนว่าทางกรมประชาสัมพันธ์เขาได้ถ่ายทอดถูกต้องทําเหมือนเมื่อวาน หรือเปล่า ผมเข้าใจว่าถ้ามี ผมจะดําเนินการประสานงานอีกครั้งหนึ่งว่า ขอความกรุณา จากทางรัฐบาลได้สั่งงานไปยังกรมประชาสัมพันธ์ให้ดําเนินการถ่ายทอดการประชุม ของพวกเราให้เปึนการเรียบร้อยจะดีไหมครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอ ความกรุณาอย่างนี้ครับ ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าขณะนี้ใครรับผิดชอบเรื่องของกรมประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีท่านใดรับผิดชอบอยู่ในขณะนี้ ผมขอความกรุณาเถอะครับ ช่วยติดต่อ ประสานงานไปแล้วก็แจ้งมาให้ทางวิปทราบ โดยเฉพาะท่านประธานวิปฝ์ายค้านของเรา ผมคิดว่ายังมีเวลาที่จะพูดคุยกันได้แล้วก็ทําให้มันเปึนเรื่องปกติเหมือนอย่างที่เราเคยทํากันมา ทุกฝ์ายก็จะได้ใช้เวทีสภาให้เปึนประโยชน์ พี่น้องประชาชนก็จะได้รับฟังอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านประธานช่วยดําเนินการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะดําเนินการครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

แล้วก็บอกเรามาว่าดําเนินการ แก้ไขได้ผลเปึนอย่างไรนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับฟังจากท่านองอาจแล้วครับ จะดําเนินการครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ประท้วง ทั้ง ๒ คน จะเอาคนไหนก่อนประท้วง

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ผมลุกก่อนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานครับ การที่ผู้อภิปราย เมื่อสักครู่นี้อภิปราย ผมประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ บุคคลภายนอกซึ่งเปึนข้าราชการ ของกรมประชาสัมพันธ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าอย่าต่อความยาว สาวความยืดเลยใช่ไหม

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

อย่าไปละเมิดสื่อสิครับ คุณเคยพูด ตลอดว่าคุณไม่ลุกลามสื่อ วันนี้คุณทําเองแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือวันนี้อย่างน้อยที่สุด ท่านก็อาจจะมีโอกาสได้อภิปรายด้วยนะครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านครับ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีผม ผมเปึนคนของกรมประชาสัมพันธ์มาก่อน ผมเสียหายครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าเรื่องนี้ก็ขอกันเถอะ นั่งลงก่อน ขอบคุณมากครับ เชิญคุณประชาได้รับปากแล้วเมื่อสักครู่นี้ก็เอาสั้น ๆ นะครับ เพราะว่าเวลามันจํากัดนะครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา ประสพดี สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ก็ต้องบอกว่าเมื่อกี้ท่านประธาน อนุญาตให้ท่านสมาชิกฝ์ายค้านก็เปรียบเสมือนเปึนการปรึกษาหารือไปด้วย วันนี้เปึน การถ่ายทอดสดก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าที่จริงแล้วเมื่อวานนี้อยากจะฟังท่านนายกรัฐมนตรี ชี้แจง มันก็มีเหตุขัดข้องในลักษณะอย่างนี้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในวันนี้เมื่อเปึนโอกาส ที่ดี รัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติในที่นี้ก็มีส่วนได้เสียที่จะต้องตัดสินใจ ในการลงมติ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อมีโอกาสดี ๆ อย่างนี้แล้ว การอภิปรายในสภามันจะต่างกับการอภิปรายนอกสภาก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ขอให้ ท่านประธานได้ย้ําว่าขอความกรุณาได้นําข้อเท็จจริงมาอภิปรายกันและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกสารแผ่นเดียวก็คงจะไม่เกิดในที่แห่งนี้นะครับท่านประธาน เราอยากจะฟังข้อเท็จจริง และการอภิปรายในวันนี้ในเวทีพันธมิตรกับตรงนี้หวังว่าคงไม่เปึนประเด็นเดียวกันนะครับ ในเรื่องของพันธมิตรกับการอภิปรายในสภามันต่างกัน ก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน เพราะพันธมิตรเขาบอกว่าพันธมิตรเพื่อประชาธิปัตย์ ผมเลยเกิดข้อสงสัย พี่น้องประชาชนเอง ก็สงสัยเช่นเดียวกันนะครับท่านประธาน เพราะว่าการอภิปรายนั้น

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าจะยาวแล้วคุณประชา นอกเรื่องนอกราวแล้ว

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

มันซ้ําซ้อนกันหรือไม่ ผมขอเรียน ปรึกษาท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอป่ดการอภิปรายแค่นี้ ขอแค่นี้นะครับ ผมขอฝากไปทางรัฐบาลนะครับ ขอฝากไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการที่ ควบคุมกรมประชาสัมพันธ์ได้ช่วยสอดส่องแล้วก็สั่งการไปให้เรียบร้อยนะครับ ผมฝาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเลยทั้งคณะนะครับ ขอฝากไปแล้วนะครับ ก็ไม่มีเรื่องนี้อีกนะครับ พอแล้วคุณองอาจครับ ผมขอเข้าสู่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ฝากด้วย ความเรียบร้อยคืออะไรครับ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานไม่ให้ความชัดเจนในขณะนี้หรือว่ามีเวลา ที่จะบอกเราเมื่อไร ผมคิดว่าถ้ายังเปึนอย่างนั้นอยู่ ถึงเวลาข่าวผมว่าเราหยุดอภิปราย ดีกว่าครับ ผมจะเสนอประธานวิปฝ์ายค้านถ้าท่านประธานยังคิดใช้คําว่า เรียบร้อย แล้วก็จะดําเนินการต่อไป ผมว่าเข้าข่าว ๔ ชั่วโมง ท่านประธานเห็นว่าเปึนเรื่องปกติ หรือครับ ยกเว้นข่าวในพระราชสํานักไม่มีใครว่าอะไรครับ ทุกคนเข้าใจ แล้วท่านประธาน บอกว่าจะดําเนินการให้เรียบร้อย เรียบร้อยอย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานบอกให้ ที่ประชุมนี้รับทราบสิครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณองอาจครับ ผมก็เรียน กับคณะรัฐมนตรีเปึนผู้รับผิดชอบ ฝากท่านไปแล้ว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

คณะรัฐมนตรี ใครรับผิดชอบครับ ท่านประธาน รัฐมนตรีก็ถูกออกไปแล้ว ใครครับรับผิดชอบขณะนี้ยกมือให้พวกผมเห็น หน่อยครับ ใครที่เปึนรัฐมนตรีรับผิดชอบดูแลกรมประชาสัมพันธ์ครับ ผมไม่เคยได้ยินข่าว เลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจว่า ผมก็ไม่รู้ว่า ใครเปึนคนรับผิดชอบนะครับ รู้อย่างเดียวว่ารัฐบาล ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช เปึนผู้รับผิดชอบ ผมรู้แค่นี้ละครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

เพราะฉะนั้นท่านประธาน ผมขอความกรุณาเถอะครับ นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวครับ แล้วไม่ใช่เรื่องที่ผมหยิบยกขึ้นมา เพื่อจะมาทะเลาะเบาะแว้ง มาหาประโยชน์เศษเลยเล็ก ๆ น้อย ๆ ในทางการเมือง ผมคิดว่า นี่คือเรื่องบรรทัดฐานของสภาผู้แทนราษฎรเรา ไม่ว่าจะใครทําหน้าที่ผมคิดว่าควรทําแบบนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คืออยากจะได้บรรทัดฐาน งบประมาณป้นี้ท่านก็ปรับลดแล้วก็เอาเงินมาซื้อสถานีวิทยุของเราเองดีไหมครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

คนละเรื่องครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพราะงบประมาณก็จะเข้า ในเร็ว ๆ นี้ วันสองวันนี้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานอย่าไป ออกนอกเรื่องครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มันจะได้ทีเดียวเลยครับ ไม่ต้องพึ่งใบบุญครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานเข้าเรื่องที่เรา กําลังพิจารณาเถอะครับ อย่าไปออกนอกเรื่องเพราะงบประมาณยังไม่ถึงครับ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมนอกเรื่องอะไรครับ ผมบอกแล้วว่าผมได้ขอความกรุณาไปยังรัฐบาลผู้ที่ดูแลกรมประชาสัมพันธ์ให้ช่วยสั่งการ ไปให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ดําเนินการอย่าให้มีการตัดอะไรต่าง ๆ เพื่อการประชุมของเรา ให้เรียบร้อย ผมก็เรียนไปแล้ว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ใครครับในรัฐบาลเปึนคน ดูแลเรื่องนี้ ในเมื่อรัฐมนตรีที่เคยดูแลไม่อยู่แล้ว จะได้ช่วยให้ความเห็นกับเรา เพราะมัน เปึนความเปึนไปได้หรือไม่ได้อย่างไร ผมขอความกรุณาเถอะครับ

(นายนิสิต สินธุไพร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โอ้โฮ ประท้วงกัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ครับท่านประธาน เปึนเรื่องของสภาเราครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีประท้วงตั้ง ๓ คนนะครับ คุณองอาจครับ เพราะท่านพูดคนเดียวนี่เขาประท้วงตั้ง ๓ คน ก็เชิญคุณนิสิตครับ ประท้วงอะไรครับ

นายนิสิต สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิสิต สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมเองประท้วงผู้อภิปราย หารือกับท่านประธาน เพราะว่าท่านประธาน ได้กรุณาดําเนินการชี้แจงแล้วว่าการถ่ายทอดวิทยุโทรทัศน์วันนี้ท่านประธานได้เรียน ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนผู้บริหารสูงสุดของประเทศว่าให้ดําเนินการ เพราะฉะนั้นต้องรอฟังว่าสถานีวิทยุ โทรทัศน์ของประเทศไทยที่ถ่ายทอดสักครู่ต่อไปนี้ จะดําเนินการหรือไม่อย่างไร ท่านผู้อภิปรายต้องรอฟังครับ เพราะนี่คือท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการแล้ว นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ๗ คน ผมอยากให้ใช้เวลาอันจํากัดแห่งนี้นําข้อมูล พรรคฝ์ายค้านมาอภิปราย อย่าไปเสียเวลากับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ เพราะเปัาหมายใหญ่ ของท่านท้าทายรัฐบาลนักหนาว่ามีข้อมูลชัดเจน วันนี้เอาให้เร็ว ๆ ครับ มันจะได้จบครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอแล้วกระมังครับ ท่านนิสิต ผมคิดว่าคุณองอาจก็คงจะพอแล้ว ผมให้ปรึกษาแค่นี้แหละครับ เพื่อเข้าสู่ระเบียบวาระ ต่อไปนะครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอ เสนออย่างนี้ได้ไหมครับท่านประธาน ผมให้เป่ดอภิปรายไป เราไม่ต้องการมาหยุดยั้ง การอภิปราย ให้อภิปรายไปครับ แล้วท่านประธานกรุณาช่วยประสานงาน ผมคิดว่า เรามีเวลา เอาละครับเข้าข่าวบ่ายสองโมง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวนี้เขาก็ถ่ายทอด อยู่แล้วคุณองอาจครับ ถ้าเขาไม่ได้ถ่ายทอดแล้วคุณมาบอกผม ตอนนี้เขาถ่ายทอดอยู่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ ตําหนิติติงเรื่องว่าถ่ายทอด ผมตําหนิติติงเรื่องเมื่อถึงเวลาเข้าข่าวตอนต้นชั่วโมงเขาก็ไป ตัดเข้าข่าวหมดเวลาไป ๕-๗ นาที

(นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

แล้วพอเวลาช่วงเย็นตัดไป เข้าข่าว ๔ ชั่วโมง ท่านประธาน

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านองอาจไม่รู้ว่าผมจะ เรียนท่านองอาจอย่างไรครับ ตอนนี้ก็มีผู้ประท้วงอีก เชิญครับผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายครับ วันนี้ผู้อภิปราย ยื่นประท้วงรัฐมนตรี ๗ คน ไม่ใช่ยื่นประท้วงกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ท่านประธานดูญัตติด้วยครับ ท่านประธานดูญัตติที่ผมพูดว่าวันนี้ฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ กรมประชาสัมพันธ์หรือยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีครับ ขอบคุณมากครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาเถอะครับ หยุดแค่นี้นะครับ แล้วผมก็ไม่เคยป่ดไมโครโฟนด้วยครับ ถ้าเปึนคนอื่นเขาป่ดไมโครโฟน ผมไม่ป่ด ผมอยากจะให้ท่านได้ระบายให้เต็มที่

(นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้ว เชิญครับ คุณศุภชัย

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงผู้ที่กําลัง อภิปรายอยู่ในขณะนี้ ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่านองอาจ ท่านโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้ ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วว่าจะให้ทางฝ์ายรัฐบาลได้ดําเนินการแก้ไขแล้ว แต่คุณองอาจ ก็ยังต่อล้อต่อเถียง ยังตําหนิท่านประธานไม่หยุดไม่หย่อน ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธาน คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเปึนเด็ดขาด ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตชี้แจง เพิ่มเติมต่อการประท้วงของผม ความจริงเมื่อวานผมก็ได้ฟังการอภิปรายทั่วไปของสมาชิก วุฒิสภาตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ผมเองก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน เพราะผมกําลังฟัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อสมาชิกวุฒิสภาอยู่นั้นคลื่นมันก็ขาด ๆ หาย ๆ แล้วถูกตัดเข้าไปสู่การเสนอข่าว ต้นชั่วโมง ผมก็อึดอัดใจเหมือนกัน ฉะนั้นข้อเสนอแนะของท่านองอาจก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่ผมมั่นใจว่าทางรัฐบาลที่รับผิดชอบสถานีวิทยุและโทรทัศน์เอ็นบีทีในขณะนี้ไม่ได้สั่งการ ในลักษณะนั้น เพราะถ้าสั่งการคงไม่ทําให้ช่อง ๑๑ นี่ไปตัดสัญญาณหรือว่าทําให้คลื่น มันเสียหายตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงเด็ดขาด ฉะนั้นขอให้ท่านผู้อภิปรายได้เคารพ ท่านประธานครับ ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเด็ดขาดครับ ท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมไม่อยากจะชี้ขาด อะไร ผมถือว่าในสภาแห่งนี้เสมือนญาติสนิททั้ง ๒ ฝ์าย ผมก็เปึนคนกลาง พยายามเปึน คนกลางเต็มที่

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอ ๑ นาที แล้วไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณองอาจครับ ขอฟังวิป ฝ์ายค้านสักหน่อยเถอะครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ผมขอ ๑ นาที ท่านประธาน ขอ ๑ นาทีครับท่านประธาน อีกประมาณ ๕ นาทีจะมีการตัดเข้าข่าวประมาณบ่ายสองโมงตรง ท่านประธานครับ เดี๋ยวเราจะดูว่าเขาจะตัดเข้าไปหรือไม่ เพราะท่านประธานบอกว่า ท่านประธานจะดําเนินการให้เรียบร้อย ถ้ายังตัดเข้าไปอยู่แสดงว่าท่านประธานยัง ดําเนินการไม่เรียบร้อย แต่ให้ท่านประธานเริ่มเป่ดการอภิปรายต่อไปตามญัตติ แล้วผม ขอความกรุณาท่านประธานประสานงานว่าหลังจากบ่ายสองโมงไปแล้ว ผมขออย่าได้มีตัด เข้าข่าวอีกนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้แล้วกันครับ แล้วท่านประธานช่วย ดําเนินการให้พวกเราด้วย แต่บ่ายสองโมงนี่ไม่เปึนไรครับ เพราะมันกระชั้นชิดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทราบแล้ว คุณองอาจทราบ แล้วครับ เชิญวิปฝ์ายค้านมีอะไรข้องใจ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง 🔗

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมการประสานงาน พรรคฝ์ายค้าน ก่อนที่จะเริ่มญัตติในวันนี้ผมอยากจะเรียนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เพื่อให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจของเราในวันนี้เปึนไปด้วยความราบรื่น พี่น้องประชาชน ที่ติดตามกันอยู่ทางบ้านรวมตลอดถึงเจ้าหน้าที่ฝ์ายต่าง ๆ ก็จะได้มีความชัดเจนด้วย

ในเรื่องแรก ที่อยากจะกราบเรียนหารือท่านประธานก็คือ เรื่องกรอบเวลา เรื่องของกรอบเวลานี้ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนมีการตกลงกันเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น หลังจากได้คุยกับท่านประธานเองแล้ว ผมเองก็ได้ ประสานงานกับทางประธานวิปรัฐบาล ประทานโทษเอ่ยนาม คือท่านสามารถท่านก็แจ้ง ทางผมมาบอกว่าการอภิปรายนี้กําหนดไว้ที่ประมาณวันครึ่ง หมายความว่า วันนี้ คือวันอังคารจะเริ่มเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แล้วก็จะจบอยู่ที่ประมาณสักเที่ยงคืน นี่คือ วิปรัฐบาลว่าไว้ แล้ววันพรุ่งนี้ก็เริ่ม ๐๙.๓๐ นาฬิกาแล้วก็ไปจบก่อนเที่ยงคืน ผมก็เรียน คุณสามารถไปบอกว่า ผมคิดว่ากรอบเวลาที่วางไว้ก็น่าจะเหมาะสม เพียงแต่ประเด็นเดียว ที่เราไม่ทราบก็คือว่า ในการอภิปรายนั้นความจริงแล้วญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ควรที่จะ ได้อภิปรายรัฐมนตรีจนครบเรียกว่าจนสิ้นกระแสความกัน คนที่จะชี้แจงก็ได้ชี้แจงเต็มที่ ผมก็บอกว่าถ้าอภิปรายกันไปจนกระทั่งจบก่อนเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ก็จะพยายามดําเนินการ แต่ถ้าหากว่าเปึนไปตามข้อเท็จจริง มีการเกินเวลาไปผมก็คิดว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่าสภาเราก็เคยดําเนินการเช่นนั้นมาแล้ว แต่บังเอิญว่าวันนี้ก็ไปมีข่าวก่อนเที่ยง ว่าจะมีการให้อภิปรายกันจนกระทั่งข้ามคืนนี้ไป ก็คือแปลว่าคืนนี้ไม่ได้จบเที่ยงคืน แต่ให้ อภิปรายไปจนกระทั่งถึงเช้า ผมเองก็ร้อนใจครับ เพราะผมก็บอกว่าถ้าเปึนเช่นนั้นจริง ประชาชนที่ติดตามก็จะเปึนปัญหาครับ เพราะคงยากที่ตีสาม ตีสี่ใครจะลุกขึ้นมานั่งฟัง เจ้าหน้าที่ทั้งหลายเองก็จะเปึนปัญหา ส่วนฝ์ายค้านนี่ครับเราอภิปรายได้ไม่ได้เปึนปัญหา ละครับ เคยทํามาแล้วด้วยเพราะเคยโดนมาแล้วครับ แต่เพียงประเด็นว่าจะเปึนปัญหาว่า การอภิปรายเช่นนั้นประสิทธิภาพการอภิปรายมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมก็เรียนหารือกับ ท่านประธานวิปรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็พูดกับผมก่อนเข้าห้องประชุมนี้ประมาณสัก ชั่วโมงก่อนหน้านี้บอกว่าก็ไม่เปึนไรถ้าคืนนี้ก็จบสักประมาณเที่ยงคืน พรุ่งนี้ก็ค่อยว่า ต่อกัน ผมก็เลยอยากจะหารือท่านประธานว่ากรอบเวลาที่แท้จริงนั้นเปึนอย่างไร เพราะว่าจะได้เปึนที่เข้าใจร่วมกันทุกฝ์าย อันนี้ก็เปึนประเด็นแรกนะครับ ประเด็นนี้จะ สําคัญมากครับ เพราะว่าถ้าเกิดจะเอากันทั้งคืนจริง ๆ นี่นะครับ มันก็ต้องมีหลายเรื่อง หลายราวกันที่ต้องพูดจากัน

ประการที่สอง ก็คือเรื่องการควบคุมการประชุมครับ ผมเปึนห่วงเรื่องนี้ ตั้งแต่ต้นแล้วก็ดีใจที่เห็นข่าวบอกว่าไม่มีการจัดตั้งองครักษ์พิทักษ์ใครทั้งนั้น เพราะในอดีต ประสบการณ์ฝ์ายค้านของเราตั้งแต่ยุครัฐบาล พลเอก ชวลิต มาจนกระทั่งรัฐบาล คุณทักษิณมีปัญหาเรื่องนี้มาตลอดครับ แล้ววันนี้ก็ทําท่าว่าจะไม่เกิด แต่สักครู่นี้ก็เริ่มแล้ว คําพูดประเภทพันธมิตรเกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์บ้าง อะไรบ้าง ผมก็เรียนท่านประธานว่า ผมเห็นใจแล้วก็ดีใจที่ท่านประธานบอกว่าพยายามควบคุมการประชุมให้เปึนไปด้วย ความเรียบร้อย ผมก็เรียนท่านประธานว่าวิธีการลักษณะอย่างนี้ประท้วงขึ้นมาแล้วก็ทําให้ เกิดความปัืนป์วน แล้วพยายามหาถ้อยคําที่เปึนลักษณะของการกระตุ้นอีกฝ์ายหนึ่ง ผมว่าไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะคําที่ว่า พันธมิตรเปึนประชาธิปัตย์ อะไรต่ออะไรนะครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ไปกันไกลครับ จะเปึน นปก. พลังประชาชน เปึนมหาประชาชนก็จะยุ่ง กันใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายญัตติวันนี้ผมคิดว่าท่านประธานต้องควบคุม การประชุมครับ ไม่เช่นนั้นแล้วการประท้วงคนก็เบื่อครับ อาจจะเข้าทางบางฝ์ายที่ไม่ อยากให้มีคนฟังแต่ประสิทธิภาพจะไม่เกิดครับ ผมก็อยากเห็นภาพสภาเปึนที่ยอมรับทุกฝ์าย สื่อมวลชนเขาก็ตําหนิมาทุกป้ ประชาชนก็ตําหนิทุกป้เรื่องประท้วง ฝ์ายเราก็พยายาม ให้อยู่ในกรอบ แต่ถ้าเกิดมีรายการอย่างนั้นขึ้นมา ผมก็กราบขอร้องท่านประธานครับว่า ช่วยควบคุมด้วยนะครับ ฉะนั้นเรื่องกรอบเวลาก็อยากให้เปึนไปตามที่ตกลงเดิม ก็คือคืนนี้ถึงเที่ยงคืนก็พักผ่อน พรุ่งนี้ก็เริ่ม ๐๙.๓๐ นาฬิกาก็ว่ากันไปครับ ถ้าเกิดจบก็จบ ถ้าไม่จบก็ต่อ ผมว่าก็ไม่แปลกอะไรครับ กราบขอบพระคุณครับ เผื่อว่าทางฝ์ายผู้ยื่นญัตติมีความประสงค์ที่จะอภิปรายเต็มที่ ทางพวกเรา ๓ คนก็พร้อม น้อมรับให้ท่านอภิปราย อย่างวันนี้สว่างก็เอา เราได้วางกฎเกณฑ์ไว้โดยเราจะเปลี่ยนเวรกัน คนละ ๒ ชั่วโมง เราจะทําให้เรียบร้อยท่านไม่ต้องห่วง แต่เมื่อท่านตกลงระหว่างวิปรัฐบาล กับวิปฝ์ายค้านว่าจะเอากันว่าวันนี้หกทุ่มหรือสองยาม แล้วก็พรุ่งนี้เก้าโมงไปหยุดตอนห้าทุ่มครึ่ง เพราะว่าท่านจะต้อง คือกําหนดเวลาทางฝ์ายรัฐบาลท่านได้แจ้งมาว่าจะให้เวลาเฉพาะถึง วันนี้ ๒๕ และวันที่ ๒๖ ก็โหวตไว้วางใจไม่ไว้วางใจทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ทั้ง ๗ ท่าน แล้วเราก็จะได้พิจารณาเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ได้วางกรอบไว้ อย่างนั้นให้เสร็จแล้วก็จะพิจารณางบประมาณต่อไป ก็เรียนให้ทราบอย่างนี้นะครับ ผมว่า เสียเวลาเราว่าเอาบ่ายโมงครึ่งตอนนี้บ่ายสองแล้วครับ ท่านถ่วงเวลากันเองแล้วจะให้ผม ทําอย่างไรครับ เชิญคุณสาทิตย์

ขอบคุณครับ คงไม่ใช่ถ่วงเวลาอะไร เพราะว่าฝ์ายเราก็จัดเตรียมผู้อภิปรายไว้แล้ว ผมคิดว่าขอบคุณมากที่ว่าตกลงกันว่าคืนนี้ ก็จบที่หกทุ่ม ส่วนวันพรุ่งนี้ก็จะพยายามดําเนินการให้เปึนไปอย่างที่ตกลง แต่ว่าถ้าเกิด ในกรณีการอภิปรายจะเกิดเหตุอะไรกลางทางเราก็ยังไม่ทราบ ถ้าเกิดว่าจําเปึนที่จะต้อง เลยเวลาออกไปผมก็คิดว่าควรจะต้องยอมรับกันว่าควรจะอภิปรายตามความเปึนจริง ให้จบตามญัตติที่มีการยื่นครบทั้ง ๘ ท่าน ถ้าตกลงกันได้อย่างนี้ก็ง่ายครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เรียนแล้วนะครับว่า เราจะมีเวลาเฉพาะวันที่ ๒๕ ถึงห้าทุ่มครึ่ง พอวันที่ ๒๖ เช้าเราก็จะโหวตในเรื่องรับรอง ไม่รับรองทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบอย่างนี้ ส่วนวันนี้ท่านจะเอาเวลาเท่าไรผมก็ไม่ขัดข้องแล้วแต่ท่านสะดวกก็เอากันอย่างนี้ ก็ขอความกรุณาคุณสุทินพอก่อนครับอย่าเพิ่งยกมือเลยครับเดี๋ยวค่อยยก

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับถ้าอยากประท้วง

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดราชบุรี ท่านประธานที่เคารพ ผมขอประท้วงท่านสมาชิกที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่จะอภิปรายในลําดับต่อ ๆ ไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง ด้วยเหตุที่ท่านสมาชิก ได้เอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ต่อไปนี้ใครจะเอ่ยชื่อบุคคลภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งอดีตนายกรัฐมนตรี ขอได้โปรดใส่คําว่า พันตํารวจโท อย่าเอ่ยชื่อทักษิณธรรมดาไม่ได้ เพราะทหาร ตํารวจทุกคน ที่มียศชั้นสัญญาบัตรนั้นมีสัญญาบัตรยศกํากับอยู่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี พระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ และคนที่จะถอดยศนั้น ๆ ได้ก็คือพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น คนธรรมดาคนอื่นไม่มีสิทธิที่จะมาถอดยศ ดังนั้นใครก็ตามถ้าเอ่ยถึงอดีตนายกรัฐมนตรี กรุณาเอ่ยคําว่า พันตํารวจโท ทักษิณให้ถูกต้อง ครบถ้วน ขอขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ไม่ใช่ประท้วง ผมแล้ว เปึนการอภิปรายครับ ผมขอดําเนินการต่อดีกว่าเวลามันล่วงเลยมาพอสมควร แล้วนะครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้วคุณองอาจยัง ไม่ได้เดินเลย

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ผมขอนาทีเดียว ท่านประธานครับ ติดพันที่ผมหารือเมื่อสักครู่ ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาลครับ เมื่อกี้ผมออกไปดู ที่ช่อง ๑๑ ไม่มีการตัดเข้าข่าว ขอบคุณท่านประธานที่ได้ช่วยกรุณาดําเนินการ และผม ขอความกรุณาว่าในข่าวช่วงค่ําก็ขอความกรุณาให้เปึนไปอย่างข่าวต้นชั่วโมง คือขอให้เป่ด การอภิปรายไปตามปกติ ขอบคุณท่านประธานมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็อย่าประท้วงกันเลยครับ พอแล้ว เราเดินหน้าดีกว่า เดี๋ยวนี้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศกําลังรอฟังฝ์ายผู้เสนอญัตติ ไม่ไว้วางใจมากที่สุดแล้วครับทั้งประเทศ ฉะนั้นท่านหยุดได้แล้วครับ เรามาเดินงาน ของท่านดีกว่าเพื่อความเรียบร้อย

กระผมขอดําเนินการในญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๖๑ ท่าน เปึนผู้เสนอ

ญัตติที่ ๑ เนื่องจากผู้เสนอได้ขอนําญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเปึนรายบุคคล จํานวน ๗ ท่าน รวมพิจารณาในคราวเดียวกัน ผมจึงขอ ปรึกษาที่ประชุมว่าจะนําญัตติทั้ง ๒ ฉบับพิจารณารวมกัน จะมีผู้ใดขัดข้องหรือไม่ครับ เรามี ๒ ญัตติ ญัตติ มาตรา ๑๕๘ กับญัตติมาตรา ๑๕๙

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีความเห็นเปึนอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบนําญัตติทั้ง ๒ ฉบับ รวมเปึนญัตติเดียวกันในการอภิปราย ก็เรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับ ก่อนจะให้ผู้เสนอญัตติแถลงเหตุผล ผมขออนุญาตเพื่อทํา ความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิก ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก ญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ในการอภิปราย ท่านสมาชิกจะอภิปรายได้เฉพาะข้อบกพร่องต่อหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินตามที่ ได้ระบุไว้ในญัตติเท่านั้น โดยท่านสมาชิกไม่มีสิทธิอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับพฤติการณ์ร่ํารวย ผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือจงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย

เรื่องที่สอง ขอแจ้งให้ทราบว่าในการอภิปรายผมจะให้ผู้เสนอได้อภิปรายก่อน และการอภิปรายในลําดับต่อไปไม่จําเปึนต้องเปึนการอภิปรายสลับกันระหว่าง ฝ์ายค้านและฝ์ายสนับสนุนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ วรรคสอง และในการชี้แจงนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเท่านั้นที่มีสิทธิอภิปรายชี้แจงตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ก็เรียนให้ทราบ ฉะนั้นกระผมหวังว่าการอภิปรายจะดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเรา ถือกฎเกณฑ์ข้อบังคับ แล้วก็ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและข้อบังคับ การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรที่เราได้ใช้ในปัจจุบันทุกประการก็จะเปึนการอภิปราย ญัตติครั้งนี้เปึนไปด้วยความเรียบร้อย

เหตุดังเรียนมาเบื้องต้นหวังว่าที่ประชุมนี้คงเห็นชอบนะครับ ฉะนั้นกระผม ขอเชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงเหตุผล ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เรียนเชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ดังมีสาระดังต่อไปนี้

ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเปึนนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลเข้าบริหารประเทศท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน ที่อยากเห็นรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งสามารถยุติวิกฤติการณ์ทางการเมืองการปกครอง ขจัดปัดเป์าความทุกข์เข็ญเดือดร้อนที่กําลังแผ่กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า พร้อมทั้งทุ่มเท ทํางานเพื่อพลิกวิกฤติของชาติให้เปึนโอกาสในการฟุ๋นฟูบูรณะประเทศ แก้ปัญหาปากท้อง ของแพง เศรษฐกิจเสื่อมโทรม ราคาพืชผลทางการเกษตรผันผวน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดี กินดี มีสวัสดิการพอเพียง คลี่คลายความรุนแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสริมสร้างระบบการเมืองที่สะอาด โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ส่งเสริมและเปึนแบบอย่างของการใช้ระบบคุณธรรมจริยธรรม ใช้หลักนิติธรรม นิติรัฐ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนสร้างความสมานฉันท์ ลดความแตกแยกของ ประชาชนภายในชาติ แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับนําพาคณะรัฐบาลทําในสิ่งที่ตรงกันข้าม กับความคาดหวังของประชาชนโดยสิ้นเชิง ดังนี้

๑. เมื่อได้รับโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช กลับใช้โอกาสนั้น ไปสนองตอบและรับใช้อดีตนักการเมืองผู้สูญเสียผลประโยชน์อย่างโจ่งแจ้ง ไม่ลืมหูลืมตา และไม่ใส่ใจต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนในบ้านเมือง เริ่มจากการคัดเลือกบุคคลมาร่วม ในคณะรัฐมนตรีโดยไม่แยแสต่อความเหมาะสมและประสิทธิภาพของการดํารงตําแหน่ง ยอมตกอยู่ภายใต้การครอบงําของผู้มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมืองที่สังกัด แต่งตั้งรัฐมนตรี และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตามโควตาและความต้องการของกลุ่มผลประโยชน์ ภายในพรรคการเมืองของตนเท่านั้น

๒. นายสมัคร สุนทรเวช ยอมรับให้นําบุคคลที่ไม่มีวุฒิภาวะ ขาดความรู้ ความสามารถ มีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมเปึนอันธพาลการเมือง นักเลงโต เปึนสมุนรับใช้อดีตนักการเมืองที่สูญเสียผลประโยชน์ ตลอดจนบริวารของนักการเมือง ผู้กว้างขวางเข้าดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี

๓. นายสมัคร สุนทรเวช มีความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่ปล่อยปละละเลย ให้รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินตามอําเภอใจ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีความเปึน เอกภาพ ไร้ทิศทาง ขาดความรู้ มุ่งแต่สร้างภาพของตน จนทําให้บริหารนโยบายล้มเหลว เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชนทั้งเกษตรกร คนยากจน และประชาชนทั่วไป เอาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกแทนผลประโยชน์ของชาติ จนหมิ่นเหม่ที่จะกระทบ ต่ออธิปไตยของชาติ มีวาระซ่อนเร้นเตรียมหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของประชาชน โดยการมุ่งแต่งข้อมูลเท็จ หวังแสวงประโยชน์ ใช้อํานาจแทรกแซงโยกย้ายกลั่นแกล้ง ข้าราชการและองค์กรที่ทํางานปกปัองผลประโยชน์ของประเทศชาติ

๔. นายสมัคร สุนทรเวช ยังปล่อยปละละเลยให้มีการใช้ข้าราชการที่ยอม เปึนพวกกระทําการใช้อํานาจหน้าที่ล้างแค้นบุคคลและองค์กรที่ตนไม่พอใจ ขณะเดียวกัน ก็ปกปัองพวกพ้องจนทําลายระบบคุณธรรมจริยธรรม ลุแก่อํานาจโดยการท้าทาย กฎหมายบ้านเมืองเพียงเพื่อปกปัองการกระทําผิดของพวกพ้องของตนและอดีต นักการเมืองผู้สูญเสียอํานาจ แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ กับพฤติกรรมดังกล่าว

๕. นายสมัคร สุนทรเวช แสดงท่าทีปกปัองให้ท้ายกับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่กระทําความผิดอย่างออกหน้า แม้รัฐมนตรีที่มีทัศนคติที่เปึนอันตรายต่อการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข อันเปึนความผิดร้ายแรง นายสมัคร สุนทรเวช ก็ยังปกปัอง โดยไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อสถาบันอันเปึนที่เคารพยิ่ง ของประเทศชาติและประชาชน

๖. ท่ามกลางความรุนแรงของปัญหาบ้านเมือง นายสมัคร สุนทรเวช กลับบริหารประเทศไปเพียงวัน ๆ โดยไม่ใส่ใจการแก้ปัญหาวิกฤติปากท้องของประชาชน ปล่อยปละละเลยให้ปัญหาลุกลามจนเกิดผลกระทบในวงกว้างถึงประชาชนทุกชนชั้น ทุกอาชีพที่ต้องเผชิญกับภาวะข้าวยากหมากแพง รายได้ลดลง แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้น เกิดความเครียดวิตกกังวลจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย กลุ่มเกษตรกร คนยากจนหมดสิ้นหนทาง ต้องออกมาชุมนุมประท้วงป่ดถนนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใส่ใจแก้ไขปัญหาของตน กลุ่มแล้วกลุ่มเล่า

๗. นายสมัคร สุนทรเวช ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ทอดทิ้งและไม่ใส่ใจกับความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงก็ยังคงตกอยู่ในสภาพ ไร้ความหวังและมีแนวโน้มจะเลวร้ายอยู่เรื่อย ๆ แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัด ดําเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ดังกล่าว แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับทําเปึนหูทวนลม ปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าไม่ใช่ภาระหน้าที่ ปล่อยให้วิกฤติความมั่นคงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงบานปลายจนยากแก้ไข

๘. แม้ปัญหาของประเทศจะลุกลามบานปลายกลายเปึนวิกฤติรุนแรงขึ้น เรื่อย ๆ ในทุกด้าน แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับเฉยเมยมองข้าม และมุ่งแต่จะสนอง ความปรารถนาของผู้บงการเบื้องหลัง โดยการพยายามรวบรัดสนองตอบต่อความพยายาม แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยเหลือผู้มีบุญคุณ และลบล้างบทลงโทษในคดีที่พรรคการเมือง ของตนเองกระทําความผิดไว้ในการเลือกตั้ง

๙. ตลอดเวลานายสมัคร สุนทรเวช ใช้ฐานะและตําแหน่งนายกรัฐมนตรี แสดงออกต่อสาธารณะอย่างไร้วุฒิภาวะ มีพฤติกรรมภาวะผู้นําบกพร่องทั้งทางวาจาและ ทัศนคติ ใช้โมหะคติ เอาอารมณ์เปึนเจ้าเรือน พูดท้าทายข่มขู่ต่อสื่อมวลชนและประชาชน ตลอดเวลา จนเปึนชนวนให้วิกฤติความขัดแย้งในบ้านเมืองขยายตัวไม่มีที่สิ้นสุด ระยะเวลา ของการบริหารประเทศแม้จะผ่านไปเพียง ๔ เดือนเศษ แต่นายสมัคร สุนทรเวช ก็ได้ทําให้ ประเทศชาติได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากการบริหารประเทศ ที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ทิศทางและไร้เอกภาพ ไม่มีความตระหนักถึงปัญหาสําคัญของบ้านเมืองและ ของประชาชน มุ่งแต่จะนําอํานาจรัฐที่ตนครอบครองไปตอบแทนบุญคุณของอดีต นักการเมืองผู้สูญเสียผลประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น แม้ภาคฝ์ายต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ องค์กรภาคประชาชน วุฒิสมาชิก ตลอดจนนักการเมือง ฝ์ายค้านจะให้โอกาส รัฐบาลและเสนอข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์มากมาย แต่นายสมัคร สุนทรเวช กลับไม่สนใจ ยังคงยืนกรานความบกพร่องทางภาวะผู้นําจนเปึนที่เอือมระอาของผู้คนทั่วไป

พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีทั้งหมดนี้หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดิน ต่อไปจะทําให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อราชการแผ่นดิน ระบบคุณธรรมจริยธรรม ความสามัคคีของคนในชาติ การทุจริตคอร์รัปชันจะรุนแรงมากขึ้น วิกฤติปากท้อง วิกฤติ ความมั่นคงจะยิ่งลุกลามจนยากแก้ไข สถาบันสําคัญของชาติถูกสั่นคลอน อันจะกระทบ ต่อเสถียรภาพของชาติโดยรวมในที่สุด พวกข้าพเจ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังมีรายชื่อ ข้างท้ายหนังสือนี้ ซึ่งมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของ สภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ๑๕๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเปึนรายบุคคล โดยรัฐมนตรีผู้มีรายนามตามท้ายญัตตินี้ได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ จนประชาชนเกิดความเดือดร้อนอย่างรุนแรง ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม ขัดหลักนิติธรรม ใช้อํานาจหน้าที่บีบบังคับให้ข้าราชการยอมตนเปึนพวกเพื่อกลั่นแกล้ง บุคคลอื่นที่กระทําการปกปัองผลประโยชน์ของประเทศชาติจนได้รับความเสียหาย มุ่งตอบสนองผู้มีบุญคุณในทางการเมืองส่วนตนโดยละเลยผลประโยชน์ของประชาชน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องมากกว่าการปกปัองผลประโยชน์ของประเทศ ใช้ข้อมูลอันเปึนเท็จปัุนแต่งโครงการเพื่อเตรียมการแสวงประโยชน์โดยมิชอบ หากปล่อย ให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะเกิดความเสียหายแก่ราชการและบ้านเมืองอย่างร้ายแรง ไม่สมควรดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีต่อไป พวกข้าพเจ้าซึ่งมีรายนามตามท้ายญัตตินี้จึงใช้ สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๕๙ เสนอญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเปึนรายบุคคลดังต่อไปนี้

๑. นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง

๒. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์

๓. ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

๔. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

๖. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

๗. นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กระผมกราบเรียนว่าทั้ง ๒ ญัตตินี้ จึงได้กราบเรียนท่านประธานเพื่อได้โปรด บรรจุญัตติให้พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา และเพื่อให้เปึนไปตามเงื่อนไข และกระบวนการแห่งรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๘ จึงขอเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเปึนบุคคลตามมาตรา ๑๗๑ วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเปึนผู้สมควร ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้นําเสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติ ตามเงื่อนไข และกระบวนการของรัฐธรรมนูญ กระผมทราบดีว่าก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้ประกาศชัดแจ้ง ไม่ประสงค์ให้สิ่งที่เรากําลังจะดําเนินการในวันนี้เกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้ แต่ว่าในที่สุด จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องขอขอบคุณว่าพวกกระผมได้ทําหน้าที่ของเราในฐานะ ตัวแทนปวงชนชาวไทยในวิถีทางของรัฐสภา ที่กระผมเสียใจอยู่นิดหนึ่งก็คือว่าเมื่อท่าน ได้ตกลงปลงใจจะให้พวกเราได้อภิปรายแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฝ์ายรัฐบาลก็ดียังอดไม่ได้ครับที่จะใช้สื่อสารของรัฐกล่าวหาจะเปึนกระผมหรือพรรคฝ์ายค้าน ต่าง ๆ นานา ที่จริงทําตั้งแต่การยื่นญัตติ ทั้ง ๆ ที่การยื่นญัตตินี้เปึนการใช้สิทธิและกระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ซึ่งเปึนเรื่องที่รัฐบาลเองก็มักจะเรียกร้องให้พวกเราได้ทํา กล่าวหาว่าประเพณีการอภิปรายสมัยวิสามัญไม่มี การจะเสนอญัตติโดยไม่พูดถึงเรื่อง การทุจริตไม่มี การจะอภิปรายล่วงหน้าโดยความเสียหายยังไม่ทันเกิดขึ้น หรือโครงการ ยังไม่ได้อนุมัติ สัญญายังไม่ได้เซ็นไม่มี กระผมก็กราบเรียนว่าตรวจสอบประวัติศาสตร์ หมดแล้วครับ เคยทํามาหมดแล้วครับ ที่สําคัญคนที่เคยทํามาหมดแล้วเปึนนายกรัฐมนตรี อยู่ในปัจจุบัน วันที่ท่านเปึนหัวหน้าพรรคการเมืองที่เปึนฝ์ายค้านทํามาหมดแล้วครับ สมัยวิสามัญก็เคยเสนอ จะอภิปรายโดยโครงการยังไม่เซ็นสัญญาท่านก็อธิบายเสร็จเรียบร้อยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ์ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบ ถ้ายับยั้งความเสียหายได้ก็เปึนเรื่อง ที่ดีที่เปึนประโยชน์ กระผมจึงเพียงกราบเรียนเพื่อทําความเข้าใจว่าทําไมพอถึงเวลาที่ท่าน เปึนรัฐบาลไม่ยืนยันความคิด ไม่ยืนยันอุดมการณ์ ไม่ยืนยันหลักของความเปึนประชาธิปไตย เหมือนกับวันที่ท่านเปึนฝ์ายค้าน แล้วก็ใช้ถ้อยคํากล่าวหาพวกกระผมแค่นที่จะเขียนญัตติ กระเหี้ยนกระหือรือที่จะอภิปราย กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ไม่หรอกครับ วันนี้และวันพรุ่งนี้เปึนอย่างน้อยพวกกระผมจะแสดงให้เห็นว่าเรามีเหตุผล มีความชอบธรรม มีความจําเปึนที่จะต้องเดินหน้า ผมเสียอีกที่มีสิทธิจะถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่า ที่เปลี่ยนใจให้มาอภิปรายในวันนี้นี่แค่นหรือกระเหี้ยนกระหือรือ ไม่เคยมีมาก่อนนะครับ ตัดสินใจเปลี่ยนกันบอกว่าวันศุกร์บอกไม่มีอภิปราย วันเสาร์เปลี่ยนระเบียบวาระ แล้วก็ บอกให้เริ่มกันวันอังคาร ผมกราบเรียนว่าไม่เปึนไรหรอกครับ เราถือว่าเมื่อเปึนความตั้งใจ ของเราที่จะใช้เวทีของสภา ใช้สถานะความเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยเอาความเดือดร้อน เอาความเสียหายที่ท่านทําไว้มาพูดให้ประชาชนรับรู้รับทราบ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณา เปึนหน้าที่ที่ศักดิ์สิทธิ์และเราจะทําอย่างตรงไปตรงมา ท่านนายกรัฐมนตรีบ่นเสมอครับ บ่นเสมอว่าเพิ่งเข้ามาทํางานได้ ๔ เดือนยังไม่ทันทําอะไร เปึนชิ้นเปึนอัน อันนี้ท่านก็พูดถูก ไม่เปึนชิ้นเปึนอันจริง ๆ ครับ ๔ เดือนของรัฐบาลมันจึง นานมากสําหรับประชาชน นานมากสําหรับประชาชนที่เขาคาดหวังว่าเลือกตั้งมาแล้ว การเมืองจะสงบ เศรษฐกิจจะฟุ๋นตัว พี่น้อง ๓ จังหวัดจะเห็นความหวัง แล้วบ้านเมือง ของเราเดินไปข้างหน้า กระผมกราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานก็ย้ําอีกครับ ๔ เดือน ทํางานทุกวัน เดินทางไปต่างประเทศแนะนําตัวเองกับกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) รับแขกเมือง อธิบาย ซึ่งเปึนงานที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีก็ต้องกระทําอยู่แล้ว แต่วันนี้ สิ่งที่ผมจะพิสูจน์ให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้เห็นก็คือว่า ๔ เดือน ที่ผ่านมาเปึน ๔ เดือนที่ประเทศไทยและประชาชนคนไทยสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยความไร้ประสิทธิภาพของท่านในการแก้ไขปัญหาหลัก ๆ ของชาติที่เปึนความท้าทาย สําหรับประเทศไทยและพี่น้องประชาชนคนไทยในยุคนี้ ขณะเดียวกันก็เปึนเรื่องแปลกว่า ๔ เดือนที่ไร้ประสิทธิภาพในการทํางานเพื่อประชาชนกลับเปึน ๔ เดือนที่มีประสิทธิภาพ สูงมากในการทํางานให้กับพวกพ้องและผู้มีบุญคุณของท่าน ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ทําให้ประชาชนประสิทธิภาพเปึนอย่างหนึ่ง ทําให้พวกพ้องผู้มีบุญคุณของท่านเปึนอีกอย่างหนึ่ง นี่คือประเด็นที่พวกกระผมทั้งหมดจะแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นเพื่อที่จะบอกครับว่า ๔ เดือน เปึนอย่างนี้ ถ้าปล่อย ๔ ป้มันจะเปึนอย่างไร ที่ท่านพยายามกระแหนะกระแหนว่าต้องการ เสนอเพื่อจะสลับขั้วเปลี่ยนขั้ว กระผมจะมีความทะเยอทะยานหรือไม่อย่างไร ไม่ใช่หรอกครับ แต่มันเปึนกระบวนการที่กําหนดเอาไว้ตามรัฐธรรมนูญ สถานการณ์บ้านเมืองที่ท่านบริหารมา จนถึงวันนี้ถ้าถามนักการเมืองคนไหนไม่มีใครอยากเข้าไปเปึนแทนท่านหรอกครับ เพราะปัญหาที่ท่านทิ้งไว้มันหนักหนาสาหัสมาก แต่ในฐานะคนไทยครับ เรากําลังจะบอกว่า คนไทย ประเทศไทยควรจะได้รัฐบาลที่ดีกว่านี้ ที่เอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าสําหรับการอภิปรายในครั้งนี้ผมจะดําเนินการลําดับไปอย่างนี้ครับ ผมคงจะเพียงเกริ่นนําว่า ความเสียหายและความล้มเหลวในเชิงประสิทธิภาพของการแก้ไข ปัญหาของท่านนายกรัฐมนตรีในแต่ละด้านเปึนอย่างไร โดยอาจจะพาดพิงคาบเกี่ยวไปถึง รัฐมนตรีบางท่านในญัตติไม่ไว้วางใจเปึนรายบุคคล แต่ว่าหลังจากที่กระผมได้นั่งลงแล้ว ก็จะมีเพื่อนสมาชิสภาผู้แทนราษฎรได้มาขยายความทั้งข้อกล่าวหา ๙ ข้อ และรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่านให้ครบถ้วน ตัวกระผมจะเพียงเกริ่นนําในส่วนของท่านนายกรัฐมนตรีและการอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะพยายามลําดับให้อยู่ในกรอบ ของเวลา บางท่านคงต้องรอหน่อยขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านไว้สุดท้ายครับ ของดีไว้ทีหลังด้วยท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเริ่มต้นสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภา ผมอภิปรายชัดเจนครับ ผมบอกว่า สถานการณ์ในวันนั้นไม่ว่าประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ฝ์ายค้านเข้ามาหรือจะเลือก ท่านเข้ามาในฐานะรัฐบาล ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการประคับประคอง บ้านเมืองและประชาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้า แล้วก็ย้ําว่าการจะเดินไปข้างหน้าได้หรือไม่อย่างไรอยู่ที่ท่าทีของฝ์ายการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่าทีที่สําคัญที่สุดก็คือของรัฐบาลและผู้นํารัฐบาล และกระผมก็ได้บรรยายครับว่า จะประคับประคองบ้านเมืองรักษาประชาธิปไตยให้เดินไปข้างหน้าได้ ท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องยอมรับกระบวนการของสภาอย่างไร ยอมรับกระบวนการของการเมืองภาคประชาชน อย่างไร เข้าใจบทบาทของข้าราชการ สื่อสารมวลชน กระบวนการยุติธรรมอย่างไร แล้วตั้ง เข็มให้ชัด กระผมบอกว่าท่านจะเดินไปตามเปัาหมายที่ท่านแถลงนโยบายไว้หรือไม่อยู่ที่ หลักการทํางานของท่าน ผมได้พูดไว้ว่าผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีเพราะท่านพูด ก่อนหน้านั้นว่าท่านมาตัวคนเดียว และพูดทํานองว่ามีปัญหาว่าจะถูกมองว่าเปึนหุ่นเชิดหรือไม่ ผมก็เลยกราบเรียนในวันนั้นแนะนําท่านบอกว่า เมื่อท่านมาดํารงตําแหน่งตรงนี้แล้ว บางเรื่องท่านละเว้นได้ไหม เพราะสิ่งที่จะไปตอกย้ําว่าท่านจะเปึนนายกรัฐมนตรีตัวจริง หรือไม่ หรือมีแรงกดดันหรือใครมาเชิดอยู่นี่มันอยู่ที่ว่าท่านยังทําตัวหรือทําหน้าที่ ในการปกปัองอดีตผู้นําหรือไม่อย่างไร ผมบอกมันไม่ใช่หน้าที่ของท่านอีกต่อไปแล้ว ที่จะไปทําตรงนั้นแล้วปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดําเนินการไปในตัวของมัน หน้าที่ท่าน วันนั้นไม่ต้องไปทําเรื่องการต่อสู้ การกล่าวหามือที่มองไม่เห็นหรืออะไรสารพัดที่ท่าน มักชอบพูดครับ แต่ว่ามุ่งทํางานเพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศของเรา ๔ เดือนผ่านไปครับ ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาหลักของประเทศ ผมสรุปง่าย ๆ ว่า ๑. ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งมีทั้งวิกฤติการณ์พลังงาน วิกฤติการณ์เกี่ยวกับราคาอาหาร ปากท้อง ของแพง การดูแล คนยากคนจนและสภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะความเสี่ยงในเรื่องของภาวะเงินเฟัอเปึนหัวใจ สําคัญที่พี่น้องประชาชนผู้คนคาดหวังที่จะให้ท่านทํา ๒. ต้องการเห็นการแก้ปัญหาภาคใต้ ที่เปึนระบบที่ให้ความหวังที่จะทําให้ชีวิตความเปึนอยู่ของพี่น้องใน ๓ จังหวัดได้เปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และ ๓. ต้องการจะเห็นความสมานฉันท์ในชาติ ไม่มีปัญหา ความขัดแย้งรุนแรงบานปลายเพื่อที่พี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ในประเทศนี้ด้วยความสุขใจ ไม่วิตกกังวล ไม่เครียด ไม่มีความรู้สึกว่ามีการเผชิญหน้ากัน ทั้ง ๓ เรื่องนี้ครับล้มเหลว โดยสิ้นเชิง กระผมกราบเรียนว่า ผมให้ความเปึนธรรมกับท่าน ผมให้ความเปึนธรรมกับ คณะบุคคลของท่านครับ เรื่องไหนที่ผมรู้ว่ามันมีปัญหาเปึนอุปสรรค เปึนข้อจํากัด ผมยก ประโยชน์ให้ท่าน เวลาคนเตรียมข้อมูลมาที่จะให้ผมตําหนิติติงรัฐบาล ผมจะไปดูเสมอ ให้ความเปึนธรรมกับท่านเสมอครับว่าท่านได้มีความพยายามทําอะไรมากน้อยแค่ไหน หรือไม่ แต่ว่าในทั้ง ๓ เรื่องนี้ครับล้มเหลว

เรื่องแรก เรื่องเศรษฐกิจเอาเรื่องพลังงานก่อน ผมพูดสั้น ๆ เพราะว่า ประเดี๋ยวคุณกรณ์ จาติกวณิช ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะเปึนผู้รับผิดชอบในการที่จะ ขยายความต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารเศรษฐกิจ เรื่องพลังงาน เรื่องน้ํามันนี่ครับ เมื่อวาน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ตอบวุฒิสภาบอกว่า ใครมาเปึนราคาน้ํามันในตลาดโลกก็คง ไม่ลดลงหรอกครับ ถูกต้อง พวกเราไม่ถึงขั้นกับว่าไม่ให้ความเปึนธรรมไปคาดคั้นท่านหรอก ครับว่าท่านจะต้องไปลดราคาน้ํามันตลาดโลกได้ ไม่ใช่ แต่ที่จริงก็ถือว่าท่านโชคดี เพราะว่าวันที่ท่านเข้ามาบริหารประเทศตรงนี้หนี้กองทุนน้ํามันซึ่งรัฐบาลชุดก่อนโน้นเคย สร้างเอาไว้ รัฐบาลชุดที่แล้วเขาก็บริหารจัดการให้เรียบร้อยจนไม่มีหนี้เหลืออยู่ ก็ถือว่าโชคดีมากกว่าอีกหลาย ๆ ประเทศ ไม่มีปัญหาที่จะทําให้เกิดการลุกลามบานปลาย เพราะว่าจะต้องไปปรับแก้นโยบายที่ไม่สอดคล้องกับความเปึนจริงเหมือนกับที่เกิดขึ้น ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศมาเลเซีย ซึ่งในที่สุดพอทําแล้วเห็นไหมรัฐบาลเขาอายุสั้น กว่าท่านอีก ฝ์ายค้านก็ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมจําเปึนจะต้องพูด ก็คือว่า ความล้มเหลวของท่านก็คือ ๑. เรื่องวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของรัฐวิสาหกิจ ทางด้านพลังงาน ผมไม่ได้อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะคนรับผิดชอบ ตรงนี้คือกระทรวงการคลังครับ ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั่งดูพี่น้องประชาชน ทุกคนมีความวิตกกังวลและเดือดร้อนจากราคาน้ํามันซึ่งขึ้นแทบจะเรียกว่ารายวันในบางช่วง แล้วนั่งดูรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศคือ ปตท. มีกําไรป้ละแสนล้านบาท แล้วไม่มี ความคิดความอ่านที่จะมีการเข้าไปตรวจสอบว่าอะไรจะเปึนประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน หรือคนของประเทศได้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีถือคติง่าย ๆ ตามที่ท่านอธิบายในรายการ สนทนาประสาสมัคร เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ว่าเขาทําธุรกิจการค้าก็ต้องให้โอกาสเขา จะร้องทุกข์ว่าให้เอากําไรมาแบ่งกันหน่อย ลดราคาหน่อยก็พอได้ แต่ลองดูสิว่าในทางสากล เขาจะทําอย่างไรกันไหม แม้ ปตท. จะเอื้อเฟุ๋อมา ต่อไปก็หดหายกําไรหดคือไปทําอย่างนั้น เข้าปัูบคนที่ถือหุ้นเขาบอกว่าอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วท่านก็บอกว่าธุรกิจการค้าเขาค้ามาก ก็กําไรมากเท่านั้นเองแหละ ท่านประธานครับ พวกกระผมไม่เคยไปเสนออะไรสุดโต่ง แปรรูปรัฐวิสาหกิจทําได้ถ้าทําอย่างถูกต้อง แต่วันนี้ท่านเห็นหรือเปล่าละครับว่ากําไรที่เกิดขึ้น ป้ละแสนล้าน ไตรมาสแรกของป้นี้ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปัจจุบันนี้เปึนกําไรที่เกิดขึ้น จากโครงสร้างของการผูกขาด การผูกขาดตรงนี้มันต้องแก้ไขครับ แต่ว่าที่ผ่านมามันแก้ไข ไม่ได้เพราะว่ากฎหมายที่เราจะใช้กับการแข่งขันทางการค้าจัดการกับการผูกขาดคือ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๔๒ ไปยกเว้นรัฐวิสาหกิจเอาไว้ แต่ผมไม่เคยเห็น กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่กับกระทรวงพาณิชย์ผู้รักษากฎหมายนี้เคยมา วางแนวทางให้กับคนไทยทั้งประเทศเลยว่า กําไรเปึนแสนล้านจะคืนกลับมาให้ประชาชน ได้อย่างไร เพราะวันนี้กําไรแสนล้านบาทเขาปันผลประมาณป้ละ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แถมใน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันตามหุ้นของรัฐบาลเหลือเพียงครึ่งเดียวครับ เพราะฉะนั้น แสนล้านตกกลับมาอยู่ที่รัฐบาลเพื่อจะช่วยประชาชนอย่างมากก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ปล่อยสภาพนี้อยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร นี่เปึนตัวอย่างของการบริหาร ไปวัน ๆ แล้วก็ปล่อยให้ตัวเลขกําไรของรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานมันบาดใจผู้ใช้น้ํามันทั่วประเทศ มาตรการช่วยเหลือที่ทํามาช้าไม่ทันการณ์ ไม่ว่าจะเปึนสําหรับพี่น้องชาวประมง ไม่ว่าจะ เปึนพี่น้องในเรื่องของการขนส่ง ผมกราบเรียนว่าเรื่องนี้ก็จะมีคนพูดในรายละเอียดต่อไป ครั้นมาดูแนวทางว่าในอนาคตน้ํามันเปึนอย่างนี้ ประเทศไทยเตรียมตัวเตรียมการอย่างไร ท่านประธานครับ แทบมองไม่เห็นเลยว่ายุทธศาสตร์ที่เปึนระบบมันคืออะไร ท่านนายกรัฐมนตรี โฆษณาว่าก็มีเรื่อง อี ๘๕ (E๘๕) เดิมเอาแอลกอฮอล์ เอทานอล (Ethanol) ผสมกันอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเปึน ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ามาตรการในเรื่องนี้ มติ ครม. ของท่านเมื่อ ๑๗ มิถุนายน มันก็ฟัองเองครับ ผมไม่ได้อภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะว่ากระทรวงพลังงานเขาเสนอ เรื่องของ อี ๘๕ ไปค่อนข้างที่จะเปึนระบบ มีตัวเลขรองรับว่าภาษีสรรพสามิตควรจะเปึน เท่าไรอย่างไร มาตรการเปึนอย่างไร แต่ปรากฏว่าคนที่ทําให้สับสน ไม่ยอม คือกระทรวง การคลังครับ ผมถึงต้องรับอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และความไม่เปึน ระบบตรงนี้ที่ผมบอกมติ ครม. วันที่ ๑๗ มิถุนายนก็ฟัองอยู่ในตัวก็คือว่าพอท่านมีมติไปแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมเขาก็อุตส่าห์ไปจัดประชุมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว รายงานให้ ครม. ทราบ เขาบอกว่าจากการประชุมหารือกับบริษัทรถยนต์ ๑๑ บริษัท บริษัทรถยนต์ทุกรายมีความเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนในการกําหนดทิศทาง ด้านพลังงานของประเทศทั้งในส่วนของนโยบายเอ็นจีวี (NGV) แอลพีจี (LPG) อี ๑๐ (E๑๐) อี ๒๐ (E๒๐) อี ๘๕ และไบโอดีเซล (Biodiesel) นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ควรมีการประสานงานและประชุมหารือร่วมกันจนได้ข้อยุติก่อนจึงกําหนดเปึนนโยบาย ไม่ใช่ต่างคนต่างทําในปัจจุบันนี่รายงาน ครม. ท่านเลยประจานตัวเองเลยนะครับ วันที่ ๑๗ มิถุนายน แล้วท่านไม่สังเกตหรือครับว่าบริษัทรถยนต์ที่บอกว่ามาตรการ อี ๘๕ ยังไม่จูงใจ เพียงพอล้วนแล้วแต่เปึนบริษัทที่เขามีความพร้อมที่จะผลิตรถทางด้านนี้ ส่วนบริษัทที่บอกว่า พอใจแล้ว ดีแล้ว เพราะเขาไม่พร้อม เขาจึงไม่อยากให้มันเกิดเพื่อที่จะรอแข่งขันได้กับ บริษัทที่พร้อมแต่ยังไม่สามารถทําได้เพราะแรงจูงใจไม่พอ เรื่องนี้ก็จะมีคนขยายความครับ แต่ว่าหลักง่าย ๆ ก็คือว่ากระทรวงพลังงานเขาก็พยายามเสนอมาว่าจะจูงใจก็ต้องเก็บ ภาษีตามสัดส่วนของเบนซินหรือน้ํามันที่จะไปผสม ไม่ใช่เอามาเทียบดูแล้วปรากฏว่า ผู้ที่จะเลือกใช้ อี ๘๕ อี ๑๐ อี ๒๐ หรือน้ํามันแทบไม่มีแรงจูงใจที่แตกต่างกันเลย ตรงนี้ ก็กราบเรียนเปึนตัวอย่างให้เห็นครับว่า เรามองเห็นถึงความล้มเหลวในเรื่องที่เปึนเรื่องใหญ่ ที่สุด ที่เปึนต้นตอของปัญหาทุกปัญหาในทางเศรษฐกิจก็คือเรื่องพลังงาน เรื่องราคาน้ํามัน ครั้นมาดูเรื่องของอาหารครับ มาดูเรื่องของอาหารนั้นที่จริงสําหรับประเทศไทยมันไม่ควร เปึนวิกฤติเลยครับ มันควรจะเปึนโอกาส ไม่ควรจะเรียกเปึนวิกฤติเลย เพราะว่าประเทศไทย เปึนเพียง ๑ ใน ๖ ประเทศเท่านั้นที่ผลิตอาหารได้เกินความต้องการของคนในประเทศ และสามารถไปขายในต่างประเทศได้ แต่ใครจะคิดล่ะครับ วันที่ราคาข้าวขึ้นสูงไปมาก เปึนประวัติการณ์ครับ ไปบอกใครเมื่อ ๕ ป้ ๑๐ ป้ที่แล้วว่าราคาข้าวในต่างประเทศจะสูง ขนาดนี้ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ต้องบอกว่าเพ้อฝัน มันจะเปึนไปได้อย่างไร แต่พอฝันเปึนจริง เรากลับเห็นเกษตรกรชาวนามาชุมนุมประท้วงครับ ล้มเหลวขนาดปล่อยโอกาสทองหลุดมือไป กลับกลายมาเปึนวิกฤติ เรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์มีส่วนมาก โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมาตอบกระทู้ถามแทบจะเรียกว่ารายสัปดาห์ แล้วก็ฟัองความสับสน ของตัวท่านเองและความล้มเหลวจากการที่จะทําให้ตลาดมั่นคง เกษตรกรขายได้ดี แล้วมี เงินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปซื้อข้าวในราคาถูกได้กลับกลายเปึนผู้ทําให้ตลาดปัืนป์วน ราคาตกในช่วงที่ข้าวเปลือกอยู่กับมือเกษตรกร เสร็จแล้วสุดท้ายพอหลุดมือไปแล้วก็มารีบ ทําโครงการต่าง ๆ บนความไม่พร้อม แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะว่า ท่านปล่อยสภาพการบริหารในกระทรวงพาณิชย์เองและระหว่างกระทรวงให้เปึน อย่างนี้ได้อย่างไร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สัมภาษณ์เสร็จ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ออกมาบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่รู้เรื่อง ทําผิดหมด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์บอกจะเอาข้าวในสต็อก (Stock) มาบรรจุถุง ท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าไม่เห็นด้วย สุดท้ายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เอาข้าวไปบรรจุถุงแล้วก็ ยกเลิก นี่เรื่องภายในนะครับ แต่ร้ายกว่านั้นครับ แค่ความไม่พึงพอใจกันเองในกระทรวง พาณิชย์ทําให้ไทยซึ่งมีโอกาสจะขายข้าวให้กับฟ่ลิปป่นส์ แข่งขันกันนี่ครับ เรื่องจะต้อง เสนอ ครม. ทะเลาะกันเอง ปล่อยโอกาสหลุดลอยไป สุดท้ายเวียดนามขายและขายได้ ราคาดีด้วยครับ มันจึงไม่ใช่ว่าท่านอยู่มากี่เดือนครับ แต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน ที่ผ่านไปมันแพงเหลือเกินสําหรับพี่น้องประชาชนคนไทยและประเทศไทย แล้วเรื่องราคาข้าว ก็น่ากลัวเพราะว่าพอขึ้นเปึนอย่างนี้แล้วก็มีคนคิดจะแสวงประโยชน์ ถึงมีข่าวเอิกเกริก อย่างไรครับว่ามีคนจะเอาชาวต่างประเทศมาทํานา จะให้ผมอภิปรายท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านถึงขั้นรายงานเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. ว่า คนที่คิดทําอย่างนั้นทําผิดกฎหมายอย่างน้อย ๒ ฉบับ กฎหมายการประกอบธุรกิจคนต่างด้าว อาชีพสงวน แล้วคนรักษากฎหมาย กระทรวงพาณิชย์ทําอะไรครับ ไปสืบสวนสอบสวนหรือยังครับว่าใครคิดจะเอาต่างชาติ มาทํานาแทนคนไทยเวลาข้าวราคาดี ผมก็ต้องอภิปรายกระทรวงพาณิชย์ต้องอภิปราย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ นี่คือเรื่องของอาหาร เมื่อล้มเหลวในเรื่องพลังงาน เรื่องอาหาร มาถึงปากท้อง ของแพง รวมทั้งลดภาระให้กับพี่น้องประชาชนก็เห็นได้ชัดว่าท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนผู้นําของรัฐบาลไม่สามารถกําหนดแนวทางยุทธศาสตร์ได้เลยว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร หมูแพงบอกให้ไปกินไก่ เป่ดเทอมไม่สามารถปฏิบัติตามนโยบายเรียนฟรีได้ ออกโทรทัศน์บอกให้ผู้ปกครอง ช่วยประจานหน่อย ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างนี้ใครก็เปึนนายกรัฐมนตรีได้ มันจะต้องมี การวางแผน มันจะต้องมีการนําเสนออย่างเปึนระบบว่าในยามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน อย่างนี้รายจ่ายเขาจะลดได้อย่างไร รายได้เขาจะเพิ่มอย่างไร ผมอุตส่าห์ให้รัฐมนตรีเงา ไปยื่นข้อเสนอถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ จัดงบไปเลยกลางป้พวกผม จะยกมือให้แต่ทําอย่างไรก็ได้ให้เป่ดเทอมที่ผ่านมาผู้ปกครองทั่วประเทศลูกหลานได้เรียนฟรี ให้ผู้สูงอายุซึ่งเปึนคนยากลําบากอยู่แล้วได้รับเบี้ยยังชีพกันครบถ้วนทุกคน ให้มีกองทุน เศรษฐกิจพอเพียง คํานวณตัวเลขเสร็จสรรพให้หมดว่าใช้งบประมาณเท่าไรดูแล้วว่าอยู่ใน ฐานะที่ทําได้ แล้วยังบอกเลยครับว่าให้เริ่มคิดถึงระบบสวัสดิการ คิดถึงระบบคูปองครับ แต่ว่าความไร้ประสิทธิภาพ การไม่มองเหตุการณ์ล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลยคือ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับพี่น้องคนไทยวันนี้พอมาคิดเรื่องคูปอง (Coupon) ดูจะเฉไฉไปเรื่องอื่น แล้วครับ อันนี้ก็คงจะมีเรื่องที่เปึนรายละเอียดที่หลายฝ์ายก็จะได้พูดกันต่อไป

สุดท้ายเรื่องเศรษฐกิจนะครับไม่อยากใช้เวลามากจนเกินไป ภาวะเศรษฐกิจ ที่น่าเปึนห่วงที่รออยู่ข้างหน้าตอนนี้คือเรื่องเงินเฟัอ เราเห็นบางประเทศ อย่างเช่น เวียดนาม เปึนตัวอย่างนะครับว่าพอเงินเฟัอควบคุมไม่ได้ มันลุกลามไปเปึนวิกฤติได้ น่าเสียใจที่สุด ก็คือว่าในยามที่เรากําลังจะต้องต่อสู้กับเรื่องของภาวะเงินเฟัอสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือ การทํางานระหว่างกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีความเปึนเอกภาพ ตรงกันข้ามเวลานี้มีแต่ข่าวคราวของความขัดแย้งระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับ กระทรวงการคลัง ที่น่าเสียใจก็คือว่าที่ขัดแย้งกันไม่ใช่เรื่องความคิดทฤษฎีนะครับ ขัดแย้ง มาจากการที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีวาระเกี่ยวกับการที่จะเอา คนนั้นคนนี้ไปดํารงตําแหน่งตามที่ต่าง ๆ ไม่คํานึงถึงหลักธรรมาภิบาลเลยครับ ต้องการ เอาพรรคพวก โดยเฉพาะใครซึ่งอยู่ในหน้าที่แล้วก็เคยมีส่วนร่วมกับปัญหาของการทุจริต ในอดีตที่ผ่านมานี่ก็ยังให้มีบทบาทอยู่ พยายามจะหาตําแหน่งให้คนซึ่งเมื่อได้รับแจ้ง ข้อมูลจาก คตส. จะต้องดําเนินการในบางคดี เช่น เอสซี แอสเซท (SC Asset) ก็เพิกเฉย ตั้งคณะกรรมการสรรหาของ ก.ล.ต. (สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์) ตั้งคณะกรรมการสรรหาของธนาคารแห่งประเทศไทยตรงกันข้ามกับ หลักธรรมาภิบาลเลย คนหนึ่งถูกข้อกล่าวหาร่ํารวยผิดปกติด้วยเหตุรับสินบนเปึนเช็คคดี ที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน อีกคนหนึ่ง คตส. มีมติส่งสํานวนการไต่สวนคดีที่ธนาคารกรุงไทย ปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทในเครือหนึ่ง ๙,๙๐๐ ล้านบาท อีกคนหนึ่งถูก คตส. กล่าวหาในคดี อนุมัติหวยบนดิน อีกคนหนึ่งเคยได้ไปเปึนประธานกรรมการบริษัท เอสซี แอสเสท อีกคนหนึ่ง เปึนประธานกรรมการ เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank : ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย) ที่ถูกสอบสวนอยู่ ไว้วางใจได้หรือครับ ในยาม หน้าสิ่วหน้าขวานจะต้องแก้ปัญหาเงินเฟัอนี่คิดแต่จะเล่นพรรคเล่นพวก เอาเรื่องนี้มาอยู่ เหนือความสําคัญของความสัมพันธ์ที่ดีที่ควรจะมีระหว่างธนาคารกลางกับกระทรวงการคลัง ในยามที่เศรษฐกิจเปึนอย่างนี้ กระผมจึงไว้วางใจให้ท่านทํางานต่อไปไม่ได้

ในส่วนของภาคใต้ครับ เรื่องนี้ได้พูดกันมามาก รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ก็พูดตรงกันทุกพรรค กระผมไม่เถียงท่านนายกรัฐมนตรี ผมก็ติดตามตัวเลข เรื่องผู้เสียชีวิต เรื่องผู้บาดเจ็บ ป้นี้เทียบกับป้ที่แล้วลดลงครับ ผมก็ติดตามอยู่ แต่ผมลงไป พื้นที่จังหวัดปัตตานีครั้งหนึ่ง จังหวัดยะลาครั้งหนึ่ง ให้ทีมคณะรัฐมนตรีเงาไปเยี่ยม ทั้ง๓ จังหวัด ๓ ครั้ง สอบถามผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเวลาเราไปเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ตามโรงพยาบาลนะครับ มันไม่มีใครบอกดีขึ้น มันจะวัดแค่ตัวเลขความถี่ของเหตุความรุนแรงนี่ มันไม่ได้หรอกครับ มันต้องรูปแบบความรุนแรงด้วย บางแห่งไม่เคยเกิดเหตุเลยครับ คิดว่า ปลอดภัยที่สุดแล้วใน ๓ จังหวัด ใครไปต้องไปโรงแรม ซีเอส ปัตตานี ก็เกิดปัญหาที่มันเกิดขึ้น ขณะนี้มันเปึนเพราะหลักคิดของนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ปล่อยให้ตํารวจ ทหารทําแล้วเรื่อง มันจะจบ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหารเขาก็พยายามทําตามหน้าที่ของเขา โครงสร้างเขาตอนนี้ ก็ต้องใช้โครงสร้างของ กอ.รมน. ตามกฎหมายความมั่นคงที่พรรครัฐบาลนี่แหละครับ ประณามมาตลอดว่าเปึนกฎหมายที่ใช้ไม่ได้ แต่ท่านก็มีความสุขเมื่อเข้ามาแล้วเปึน ผอ. กอ.รมน. เองก็จะเลือกใช้กฎหมายนี้ ไม่คิดแก้ไข ทั้ง ๆ ที่กฎหมายฉบับนี้เขามีไว้ใช้ สําหรับสถานการณ์ที่ไม่รุนแรงพอที่จะใช้ พ.ร.ก. เพราะฉะนั้นแนวการแก้ปัญหาทั้งหมด ทหาร ตํารวจ ทําไปนี่มันขาดการสนับสนุนในเรื่องนโยบายเชิงเศรษฐกิจ ในเชิงการเมือง ในเชิงการบริหารที่จะทําให้การแก้ปัญหานี่มันยั่งยืนได้ มันให้ความหวังกับประชาชนได้ ท่านปฏิเสธหมดครับ ผมเสนอกฎหมายจัดตั้งสํานักงานบริหารราชการชายแดนภาคใต้ให้มันมีองค์กรเปึนรูปธรรม ไม่ใช่มีแต่ ศอ.บต. ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้ กอ.รมน. ไม่มีกฎหมายที่รองรับชัดเจนเปึนเอกเทศ มีการจัดงบประมาณอย่างเปึนระบบ ท่านปฏิเสธที่จะไปดูจริง ๆ ครับว่า แผนพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษมันควรจะต้องเชื่อมโยงไปสู่พี่น้องประชาชนที่เปึนชาวบ้านจริง ๆ อย่างไร เพียงแต่ไปหยิบเอาโครงการนั้นโครงการนี้ตามกระทรวงต่าง ๆ เอามารวมกันแล้วบอกนี่ เขตพัฒนาพิเศษ ไปตั้งโรงสกัดปาล์มก็ไม่มีปาล์มปัอนเข้าไป ไปทําโรงงานอาหารฮาลาล ก็ไม่มีวัตถุดิบที่จะปัอนเข้าไปที่มาจากคนในพื้นที่แล้วมันจะฟุ๋นขึ้นมาได้อย่างไร จะสร้าง โอกาสให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเรื่องภาคใต้ก็จะมีอีกหลายท่านได้พูดครับ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็แทนที่จะคํานึงถึงความละเอียดอ่อนในเรื่องนี้เวลาไปสัมภาษณ์ กับสื่อสารมวลชนต่างประเทศโดยเฉพาะสื่อสารหลักของโลกมุสลิมอัล-จาซีราห์ (Al Jasirah) ก็กลับไปทําให้โลกมุสลิมมีความไม่พึงพอใจไม่เข้าใจประเทศไทยหรือรัฐบาลไทยมากยิ่งขึ้น ไปดุด่าผู้สื่อข่าวที่มาสัมภาษณ์ท่านเรื่องตากใบบอกไม่เห็นมีอะไรเลยคนล้มทับตายกันเอง นี่แหละครับคือการขาดวุฒิภาวะในฐานะผู้นําที่พึงจะรู้ว่าความละเอียดอ่อนของเรื่องต่าง ๆ เปึนอย่างไร

สําหรับความล้มเหลวในด้านสุดท้ายในเรื่องของความสมานฉันท์นี่ครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าผมพูดมาตลอดเรื่องสมานฉันท์ว่า ไม่มีอะไรดีไปกว่าธรรมาภิบาล ทํากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ ทํากฎหมายให้บังคับใช้เท่าเทียมเสมอภาคกัน นั่นละครับคือ หนทางของความสมานฉันท์ที่ยั่งยืนถูกต้องที่สุด แต่ว่าอย่างที่ผมกราบเรียนนะครับ ประสิทธิภาพในการล้างแค้น ประสิทธิภาพในการที่จะปกปัองประโยชน์ของตัว ๔ เดือน มันสูงลิบลับเลยครับต่างจากประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาประชาชน เริ่มตั้งแต่ วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์เลยครับ เอาหัวใจเลยครับ ย้ายคุณสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะเขาคือหลักในการทําให้การสอบสวนเกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการทุจริตของอดีตผู้นํา หลายคดีเลยครับ โดนย้ายก่อน ตามมาด้วยอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายตํารวจซึ่งทําคดี ซื้อเสียงของอดีตประธานสภา อีกหลายต่อหลายคนครับ แล้วก็มุ่งหน้าในการที่จะแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เปึนอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีพยายามสร้างความเข้าใจผิด เมื่อวานนี้ละครับ โอ๊ย อยากแก้เรื่องระบบเลือกตั้งเขตละคนมันสากล อยากจะแก้หลาย ๆ เรื่องให้มันเข้ารูปเข้ารอย เรื่องเหล่านั้นพวกกระผมก็บอกว่าควรแก้ แล้วก็ควรเอามาศึกษา ร่วมกัน พูดตั้งแต่วันแถลงนโยบาย แต่ไม่ใช่ครับ เสนอครั้งแรกแก้ ๕ มาตราเท่านั้นละครับ หัวใจคือ ๓ มาตรา มาตรา ๒๓๗ เรื่องยุบพรรค มาตรา ๓๐๙ เรื่อง คตส. มาตรา ๑๙๐ เรื่องทําสนธิสัญญา แล้วก็พอถูกคัดค้านเข้ามาก ๆ ก็เปลี่ยนกลับลําไปว่า เพียงแต่ต้องการ เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยกเว้น ๒ หมวดแรกมาแทนป้ ๒๕๕๐ ท่านนึกย้อนกลับไปสิครับ ก่อนหน้าที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ้านเมืองกําลังเข้ารูปเข้ารอยไหมล่ะครับ สงบเรียบร้อยดี ทุกอย่าง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทํางานไปถูกใจคนบ้าง ไม่ถูกใจคนบ้าง แต่ไม่มีใครคิดจะ ลุกฮือขึ้นมาชุมนุมต่อต้าน แต่เพราะเรื่องนี้แท้ ๆ จึงเปึนชนวนให้เกิดการชุมนุมขึ้นมาครับ คนที่ล้มเหลวในการสร้างความสมานฉันท์ก็คือตัวท่านเอง แล้วพอการชุมนุมทําท่าจะลุกลามไป ล้ําหน้าไปจนคนเริ่มบอกว่า เอ๊ะ เขาสมควรจะชุมนุม หรือไม่ คนที่เติมเชื้อไฟเข้าไปอย่างรุนแรงก็คือท่านนายกรัฐมนตรีอีก ออกโทรทัศน์ เปึนกรณีพิเศษประกาศเลยว่าต้องแตกหักวันนี้ คําพูดท่านเองนะครับ นั่นละครับจากวันนั้น มาถึงวันนี้กระบวนการสมานฉันท์มันจึงไม่เกิดขึ้น แล้วท่านนายกรัฐมนตรีไม่ปลดชนวน ความขัดแย้งทางการเมืองเลย มีปัญหาคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคม กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่ปลดมันไปครับ เพื่อให้ท่านบริหารงานได้ อย่างสะดวก ปล่อยให้มันเปึนเงื่อนไขของความขัดแย้ง กรณีของอดีตรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรีเดี๋ยวผมก็คงจะต้องพูดขยายความอีกสักนิดแต่ทุกข้อเสนอเลยครับ พวกกระผมเองท่านเองก็เคยใช้คําว่า มีไมตรี เสนอหลายเรื่องเพื่อที่จะให้บ้านเมืองมันสงบ แต่เพราะที่ท่านยืนยันว่าต้องเปึนตัวของท่านเอง ผมก็เปึนของผมอย่างนี้ มันก็เลย เหมือนกับท่านยืนอยู่บนชานชาลารถไฟขบวนสมานฉันท์มาแล้วมาเล่า พวกผมบอก ท่านขึ้นเถอะขบวนนี้ท่านบอกผมเปึนตัวของผมเองทําไมผมต้องขึ้นแล้วรถไฟก็ไป สุดท้าย ท่านก็ต้องวิ่งตามรถไฟทุกครั้งจะรัฐธรรมนูญ จะรัฐมนตรีจักรภพ จะเป่ดอภิปรายทั่วไป หรือเป่ดอภิปรายไม่ไว้วางใจทําไมล่ะครับ แล้วถ้าท่านยังเปึนอย่างนี้อยู่ตลอดอย่าว่าแต่ ๔ เดือนเลยครับ ๔ ป้มันก็จะเปึนอย่างนี้แล้วบ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างไรครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้มันไม่ใช่เรื่องของผมหรอกครับ มันเปึนเรื่องที่ว่าคนเขามองดูประเทศไทย คนเขามองดูสถานการณ์แล้วเขาบอกว่าเราต้องมีรัฐบาลที่ดีกว่านี้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ผมก็เลยกราบเรียนว่านี่คือความล้มเหลว ผมกราบเรียนต่อไปครับว่าบังเอิญมีเรื่อง ซึ่งความจริงจะมีอีกคณะหนึ่งมาพูดนะครับ เพราะว่าท่านก็ท้าทายไว้มากคือเรื่องของปัญหา ว่ายังไม่เคยเซ็นสัญญายังไม่ได้ทําอะไร โยนหินถามทางก็มาอภิปรายไม่ไว้วางใจกันแล้ว รถเมล์ครับ ผมพูดสั้น ๆ เท่านั้นเอง เพราะเดี๋ยวจะมีคณะที่เขารับผิดชอบเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ โยนหินถามทางหรือครับ ผมมีเอกสารในมือผมวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ เปึนหนังสือ ที่ทางกระทรวงคมนาคมได้ทําเรื่องเสนอมาที่คณะรัฐมนตรี แล้วเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ นําเสนอเพื่อที่จะให้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โยนหินถามทางของท่านนี่ ๑๑ หน้านะครับ มีงบประมาณเรียบร้อย ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาท นี่เฉพาะเรื่องรถเมล์ไม่นับโครงการเรื่องเกษียณอายุ ก่อนกําหนดหรืออะไรต่อมิอะไรอีก อย่างนี้ไม่เรียกโยนหินถามทางหรือครับ แล้วที่สําคัญ ลายเซ็นนี้ละครับ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เสนอ ครม. เพื่อพิจารณา ก็ถ้าคิดว่า โยนหินถามทางหรือทําถูกต้องแล้วทําไมคนเซ็นให้เสนอ ครม. เพื่อพิจารณาถอนเรื่องออก เสียเองละครับพอรู้ว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้ว ๑๑๑,๖๙๐ ล้านบาทก็ไม่ใช่ตัวเลข ที่คิดกันขึ้นมาลอย ๆ ผมก็ไปเอามาหมดเลยครับว่าประมาณการงบประมาณที่บอกว่า ๖,๐๐๐ คัน ทําไมมันถึงออกมาเปึนแสนกว่าล้านบาท ผมบอกเสียเลยนะครับว่าอย่ากล่าวหา ฝ์ายค้านว่าจะไปขัดขวางการทําให้ ขสมก. ดีขึ้น พวกผมสนับสนุนครับอยากให้ ขสมก. มีกําไร อยากให้มีรถดี ๆ ที่ประชาชนนั่งในราคาที่ถูก ใช้พลังงานทดแทน สนับสนุนครับ แต่ไม่สนับสนุนให้คนมาหากินกับเรื่องนี้ ๑๑๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่เขาทํามาจากประมาณการหมดละครับว่า รถ ๖,๐๐๐ คันนี่ ค่าใช้จ่ายแต่ละเรื่องเปึนอย่างไร เดี๋ยวมีคนมาขยายความครับ เอาง่าย ๆ ว่าค่าซ่อมก็แพงกว่า ราคารถใหม่ ค่าที่บอกว่าจะไปทําระบบอีทิคเก็ต (e-Ticket) จีพีเอส (GPS) ผมว่าแพงกว่า ความเปึนจริงไม่รู้กี่เท่าตัวนะครับค่าเช่าอู่แพงกว่าค่าจอดเรือยอชต์ (Yacht) ผลตอบแทน ที่ให้กับคนที่จะมาเสนอให้เช่านี่ดีกว่าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์อีกครับ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวเรื่องนี้เปึนรายละเอียดครับ ผมเพียงแต่บอกว่ามากล่าวหาพวกผมว่าแค่โยนหิน ถามทางก็โวยวายแล้ว ไม่ใช่ครับ คิดทํากันมาเปึนระบบ นายกรัฐมนตรีเองเซ็นให้เข้า ครม. แล้วแต่เปลี่ยนใจเพื่อที่จะเอาออกมา

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนต่อไปแล้วก็จะเปึนประเด็น สุดท้ายแล้วก็คือว่า การทํางานโดยคํานึงถึงพวกพ้อง คํานึงถึงผู้มีบุญคุณมากกว่าการทํางาน ให้กับประชาชนและแผ่นดินที่ผมคิดว่าเลวร้ายมากที่สุด ๒ เรื่อง

เรื่องหนึ่งก็คือ กรณีของอดีตรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ผมไม่พูด อะไรเสียหายถึงท่านเพราะว่าจะไม่เปึนธรรมกับท่าน แต่ว่าต้องเท้าความว่าเรื่องนี้มันเกิดเรื่อง เพราะว่ามีตํารวจไปแจ้งความข้อหาร้ายแรงมากครับ ผมและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ ทําตัวเปึนศาล ไม่ได้ทําตัวเปึนอะไรเลยครับ แต่เห็นว่าเรื่องนี้ถ้าปล่อยให้ลุกลามบานปลาย ออกไปไม่เปึนผลดีกับประเทศ ไม่เปึนผลดีกับสถาบันหลักของชาติ ผมทําหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่เคยเอามาพูดข้างนอกให้มันเปึนปัญหาทางการเมือง ผมทําหนังสือถึงท่านบอกท่านช่วยดูหน่อย ผมเคยเห็นท่านปฏิบัติกับเรื่องนี้มาในช่วงที่ ท่านเปึนฝ์ายค้าน ตอนนั้นก็มีปัญหาของคุณวีระ มุสิกพงศ์ ผมอุตส่าห์ไปเอาเหตุการณ์ อีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีที่ผมเห็นว่าส่อให้เห็นถึงทัศนคติที่เปึนอันตราย แล้วก็ขอว่าท่านนายกรัฐมนตรีจัดการทางการเมืองเสียไม่ต้องไปเกี่ยวกับเรื่องคดีความ หรอกครับเพราะว่าเรื่องแบบนี้ละเอียดอ่อน ท่านก็ไม่ทําครับ ปล่อยให้เอาเอกสารต่าง ๆ ออกมาท้าทายกันลุกลามบานปลายไปหมดครับ แล้วก็เลยมีขบวนการมาสอดรับ ในเรื่องนี้ ในเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เว็บไซต์ (Web site) ที่กระทําการจาบจ้วงล่วงละเมิด สถาบันที่เปึนเคารพสูงสุดนี่ยังมีอยู่เยอะแยะไปหมด ถ้าท่านตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม มีความจริงจังกับเรื่องนี้ผมเชื่อครับว่ามันจะไม่เปึนอย่างนี้ เรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่า บ่งบอกถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงของท่านในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่เรื่องที่วันนี้ กระผมจะต้องกราบเรียนกับท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนที่ผมคิดว่าร้ายแรงที่สุด ก็คือกรณีของเขาพระวิหารครับ ผมพูดเรื่องเขาพระวิหารนี่ผมรู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ต้องถามผมก่อนแน่เลยว่าผมเกิดทันหรือเปล่า ผมเกิดป้ ๒๕๐๗ คดีเขาพระวิหาร ป้ ๒๕๐๕ ผมเกิดไม่ทันจริง ๆ แต่เกิดไม่ทันไม่ได้แปลว่าไม่รู้ เพราะผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรี ก็อธิบายได้ว่าสะพานที่เขาชุมนุมกันอยู่นี่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ท่านก็อธิบายได้หมด ผมก็ ไม่ได้คิดว่าท่านต้องอายุ ๑๐๐ ป้ ท่านประธานครับ ที่ผมไม่เชื่อก็คือว่าความพยายามที่จะ เบี่ยงเบนและกลบเกลื่อนความเสียหายในวันนี้ทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีถึงขั้นกับกล่าวหา อดีตหัวหน้าพรรคของท่าน คนที่รับท่านเข้าสู่การเมืองระดับชาติให้เปึนลูกทีมในการลงสมัคร รับเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรก ท่านพูดเลยครับบอกว่าคณะที่มาต่อว่าท่านอยู่ ไปถามคนเก่าคนแก่ในพรรคเสียบ้างว่า เสียหายเพราะอะไร แพ้คดีตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ทนายความเปึนใครไปรับแผนที่ จึงเปึนเรื่อง ที่ทําให้แพ้คดีสูญเสียเขาพระวิหาร ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมก็ทํางานการเมือง มาจะเรียกว่าครึ่งค่อนชีวิตของผมก็ว่าได้เพียงแต่ผมอายุไม่มากเท่าท่าน แต่ผมเล่นการเมือง ทํางานการเมืองแบบมีหลักมีแหล่งมีรากฐานคือพรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ใช่คนจรจัดเร่ร่อน ทางการเมือง กระผมอยากจะกราบเรียนว่า ในพรรคประชาธิปัตย์เราอยู่กันผู้อาวุโส น้อง ๆ ที่เข้ามาใหม่เราจะพูดคุยกันตลอดครับให้รู้ความเปึนมาของบ้านเมือง ให้รู้ความเปึนมา ของประวัติของพรรค เขาพระวิหารผมก็มีหนังสือของท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่เขียนเรื่องนี้อยู่ในมือ มอดอาจจะกินไปบ้างแต่สาระครบถ้วนอยู่ทุกอย่างครับ ศึกษาได้ และเขาถ่ายทอดกันมาหมดว่าการทํางานในทางการเมืองของคนของพรรคประชาธิปัตย์ทํากัน มาอย่างไร เรื่องตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคเขาก็เล่าให้ผมฟังหลายเรื่อง แต่ผมไม่พูดที่นี่มันเสียหายกับท่านว่าท่านเปึนอย่างไร แต่ผมไม่นึกจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะมี การบิดเบือนประวัติศาสตร์กันได้มากถึงขนาดนี้ จากวินาทีนี้ไปจนเสร็จสิ้นการอภิปราย ของผมจะมีสมาชิกอีก ๔-๕ ท่าน ขึ้นมาเอาเอกสารหลักฐานในประวัติศาสตร์ทั้งหมด มาแสดงให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนคนไทยให้เห็นครับว่า ถ้าจะมีการสูญเสียไม่ว่า จะเปึนปราสาทพระวิหารหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง จะในอดีตในวันนี้หรือวันข้างหน้าเปึนเพราะใคร และถ้าเอกสารผมไม่ถูก ท่านโต้แย้งเอาเอกสารมาหักล้าง ผมขอเริ่มต้นแล้วก็ขออนุญาต ท่านประธานใช้อุปกรณ์ในการนําเสนอเพื่อประกอบเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจว่า สําหรับเพื่อนสมาชิกในห้องน่าจะมีเพาเวอร์ พอยท์ (PowerPoint) ขอความกรุณา ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยดูด้วยครับ รูปแรกจะเปึนรูปที่ถ่ายทางอากาศลงไปแต่ไม่ใช่ทางตรง ด้านบน ของรูปนี้จะเปึนทิศเหนือ ด้านล่างเปึนทิศใต้ เอาง่าย ๆ ด้านบนฝัืงไทย ด้านล่างฝ์ายกัมพูชา ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่าประเทศไทยมีสนธิสัญญายึดถือว่าเขตแดนระหว่างไทยกับ กัมพูชาเราใช้สิ่งที่เรียกว่า สันปันน้ํา ตามรูปนี้ก็คือเส้นสีเหลืองหรือสีเขียว แล้วแต่จอโทรทัศน์ หรือว่าภาพที่จะใช้เส้นข้างล่างนี่ครับ แต่เกิดปัญหาขึ้นเพราะว่าหลังจากมีสนธิสัญญา มีการไปจัดทําแผนที่ซึ่งไปบอกว่าเส้นแบ่งเขตแดนเปึนเส้นสีแดงข้างบน เพราะฉะนั้น เราก็ยึดถือตามสนธิสัญญา ก็บอกว่าบริเวณตามเส้นสีเหลืองนี่ครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในทางปฏิบัติในภาพความเปึนจริงก็คือหน้าผา ตัวปราสาทพระวิหารอยู่บนหน้าผานี่ครับ เราก็ยึดถือเข้าใจยืนยันมาตลอดว่าสิ่งที่อยู่บนหน้าผาทั้งหมดและดินแดนที่อยู่ทางเหนือ ตรงนั้นเปึนของเรา แต่กัมพูชาไปอ้างแผนที่ครับ แผนที่ซึ่งสืบเนื่องมาจากมีการตั้ง คณะกรรมการผสม แล้วต่อมาก็มีคนในคณะกรรมการบางคนเขาพยายามไปจัดทําแผนที่ อ้างว่าไปดูสันปันน้ํา บังเอิญช่วงนั้นคนไทยไม่มีความเชี่ยวชาญครับ ทางฝรั่งเศสไปทําก็ไปทําออกมาเปึน เส้นสีแดงครับ สิ่งที่อยู่บนหน้าผาทั้งหมดถ้าตามแผนที่อันนั้นก็เลยกลายเปึนของกัมพูชา แผนที่นี้ที่จริงแล้วมันเปึนแผนที่ภายในของเรา บังเอิญไปให้คนอื่นทํา ทํามาอย่างนี้แต่ว่า พอตกไปถึงมือของฝ์ายกัมพูชาเขาก็เลยไปร้องต่อศาลโลกว่าปราสาทพระวิหารเปึนของเขา ผมอยากจะกราบเรียนครับว่าผมเกิดไม่ทันจริง ๆ ครับ แต่ว่าที่คนไทยเชื่อว่ามันไม่น่าจะมี ปัญหาเพราะว่าท่านดูสภาพภูมิประเทศสิครับ อย่างในรูปนี้สันปันน้ําตรงนี้ใช้เส้นสีแดงนี่นะครับ โดยสภาพโดยธรรมชาติเขตแดนมันต้องเปึนอย่างนี้เข้าใจกันอย่างนี้หรือจะดูอีกสักภาพหนึ่ง ก็ได้ครับ จะดูจากมุมไหนเหมือนกันหมดละครับ สภาพทางธรรมชาติทําให้คนไทย มีความมั่นใจว่าตรงนี้ต้องเปึนของเรา เพราะปราสาทอยู่ตามแนวทิศเหนือ ทิศใต้ ทางเข้า ที่ง่ายที่สุดและน่าจะเปึนทางเข้าที่ใช้ปราสาทนี้ก็คือทางทิศเหนือ ที่เรียก บันไดนาค เพราะถ้าท่านจะไปขึ้นจากทางอื่นท่านต้องป้นหน้าผาขึ้นไปนะครับ แล้วหน้าผานี้ก็ไม่ใช่ เตี้ย ๆ นะครับ สมัยนั้นเขาเปรียบเทียบให้ฝรั่งเห็นเขาบอกว่าหน้าผาสูงกว่าตึกเอ็มไพร์สเตท นี่คือความมั่นใจครับ แต่ว่าเมื่อไปขึ้นศาลมันไม่ได้เปึนอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีบิดเบือน ที่บอกทีมทนายไทยไปยอมรับแผนที่เส้นสีแดงก็เลยทําให้เราแพ้คดีไป ไม่ใช่ครับ ท่านไป อ่านมาหรือยังครับคําพิพากษาศาลโลกและคําให้การทั้งหมด ทีมทนายความฝ์ายไทย ทั้งหมดซึ่งมีทั้งชาวต่างประเทศและหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ข้อต่อสู้หลักของเราก็คือ เราไม่ยอมรับแผนที่ครับ เราบอกแผนที่ไปจัดทํากันมาเปึนเรื่องใช้ภายในไม่ได้เกี่ยวกับ เรื่องที่เราจะไปใช้เปึนเขตแดนอ้างอิงครับ แล้วเราไม่เคยยอมรับความถูกต้องว่าแผนที่ที่ให้ ไปทําตามสันปันน้ํามันตรงกับข้อเท็จจริงหรือเปล่า ต่อสู้อย่างนี้ครับ แต่ที่แพ้คดีนี่มันไม่ใช่ เพราะเรื่องทนายครับ ศาลโลกตัดสินให้แพ้คดีเพราะบอกว่าจะดูว่าประเทศไทยรับแผนที่ หรือไม่ ไม่ใช่ว่าไปปฏิเสธกันตอนนั้นหรือไม่ครับ แต่ดูจากการกระทําในอดีตของรัฐบาล นับเนื่องมาผมเข้าใจว่าร่วม ๕๐ ป้ นั่นก็คือว่าพอคนเขาทําแผนที่ให้ส่งมาที่รัฐบาลไทย รัฐบาลไทยก็รับเอาไว้ขอบคุณเขาและไม่ทักท้วง อยากให้ท่านประธานบอกให้ท่านรัฐมนตรี ฟังให้ดีนะครับ คนอื่นทําแผนที่ไปรับของเขามาแล้วไม่ทักท้วงครับ แม้ว่าแผนที่นั้นจะไม่ได้ บอกว่าจะใช้อ้างอิงในการเปึนเขตแดนสากล แต่ต่อมาถูกนําไปอ้างเวลามีข้อพิพาท แล้วศาลก็ตัดสินว่าการกระทําแบบนี้ถือว่ารับโดยปริยายทางกฎหมาย แต่ว่าโชคดีอยู่ อย่างหนึ่งก็คือว่าศาลโลกไม่เคยตัดสินในเรื่องของเขตแดน แม้จะบอกว่าประเทศไทย ยอมรับแผนที่แล้วเปึนเหตุให้แพ้คดี แต่การตัดสินของศาลโลกมีอยู่ ๓ ข้อ

ข้อที่ ๑ ศาลโลกได้ตัดสินว่าปราสาทพระวิหาร ภาษาอังกฤษใช้คําว่า เทมเพิล (Temple) อยู่บนพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา

ข้อที่ ๒ ให้ประเทศไทยถอนกําลังจะเปึนทหาร ตํารวจที่อยู่ในที่ตรงนั้น แหละครับออกมา และ

ข้อที่ ๓

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผม อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกําลังเสนอข้อมูลแล้วกําลัง อภิปรายอยู่นี้ กระผมเห็นว่ามีความสําคัญซึ่งจะกระทบกระเทือนต่อความสําคัญระหว่าง ประเทศ กระผมใคร่ขอให้ดําเนินการประชุมลับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองครบ ๒๐ ท่านไหมครับ ผู้รับรองต้อง ๑ ใน ๔ ยังไม่ครบ ๑ ใน ๔ ที่ท่านเสนอก็ตกไปนะครับ เชิญต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิก ท่านประธานและรัฐบาล กระผมจะใช้ ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะผมไม่ต้องการให้เรื่องนี้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ข้อมูลที่ผมนําเสนอเปึนข้อมูลสาธารณะซึ่งชาวโลกไม่ใช่เฉพาะชาวไทย สามารถที่จะหาได้จากเว็บไซต์ของทางศาลโลกครับ

ข้อที่ ๓ ที่ศาลตัดสินก็คือว่า อะไรที่คนไทยได้เอาไปจากตัวปราสาท หรือบริเวณปราสาท ตรงนี้สําคัญนะครับ ปราสาทคือ เทมเพิล หรือบริเวณปราสาท ภาษาอังกฤษคือ เทมเพิล แอเรีย (Temple area) ให้ประเทศไทยคืนให้เขา ท่านประธาน สังเกตนะครับคําว่า บริเวณปราสาท ปรากฏอยู่เฉพาะในคําตัดสินข้อที่ ๓ ซึ่งเปึนเรื่อง การคืนของ แต่คําตัดสินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยศาลโลกใช้คําว่า เทมเพิล คือ ปราสาท เมื่อเปึนอย่างนี้รัฐบาลไทยทําอย่างไร นี่คือหัวใจนะครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงหลายเวที แล้วครับ ไปบอกว่าพอศาลตัดสินอย่างนั้นเราก็เลยไปกําหนดเขตแดนตามมติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานครับ ไม่มีที่ไหนเขาขีดเขตแดนโดยมติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรี สัปดาห์นี้เปึนอย่างหนึ่ง สัปดาห์หน้าก็เปลี่ยนได้ครับ รัฐบาลนี้ยังทํามาแล้วเลยครับ เงินช่วยเหลือค่าครองชีพข้าราชการจาก ๑,๐๐๐ บาท เปึน ๑,๕๐๐ บาท ไม่มีหลักสากล ที่ไหนเลยครับเขาไปปล่อยให้คณะรัฐมนตรีหรือมติของฝ์ายบริหารกําหนดเขตแดนระหว่าง ประเทศ พอศาลตัดสินท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นจึงได้ออก หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าการปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก ไทยอาจปฏิบัติได้เองในบางส่วน แต่การปักหลักเขตแดนเพื่อให้เปึนไปตามคําพิพากษาเกี่ยวกับ บริเวณพระวิหารนั้นน่าจะได้กระทําเมื่อกัมพูชาขอมาและด้วยความยินยอมของทั้ง ๒ ฝ์าย บันทึกนี้ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๕ แล้วก็มีการนําเรื่องนี้เข้าไปประชุม จนกระทั่งมีมติ ออกมาคือวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เรื่องที่เสนอเข้าไป จุดยืนของประเทศไทยชัดคือ เราไม่เห็นด้วยกับคําพิพากษาของศาลโลก ประท้วงและสงวนสิทธิ แต่ในฐานะสมาชิก ของสหประชาชาติเราจะปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก คณะรัฐมนตรีก็เลยบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกําหนดแนวปฏิบัติไว้เถอะว่าจะต้องถอยออกมาอย่างไร นี่ครับมติคณะรัฐมนตรีป้ ๒๕๐๕ ดังจะเห็นได้ว่าเวลาเรื่องเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ แล้วมีการแจ้งมติเขาจะบอกว่า เปึนการกําหนดบริเวณปราสาท คือเทมเพิล แอเรียไม่ใช่เทมเพิล ศาลตัดสินให้เฉพาะ เทมเพิล แต่มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ เปึนเรื่องของเทมเพิล แอเรีย เพื่อจะปฏิบัติเพราะแน่นอนครับ การดําเนินการของรัฐบาลไทยในขณะนั้นต้องกังวลแน่นอนว่าถ้าไปขีดเส้นแล้วเกิด การเผชิญหน้าเกิดการปะทะกันก็ไม่เปึนผลดีกับฝ์ายใดก็ต้องกําหนดแนวปฏิบัติไว้อย่างนี้ครับ ที่ท่านรัฐมนตรีมักจะมาขีดเส้นอยู่นี่แล้วก็บอกว่าเปึนเขตแดน ๆ ไม่ใช่ครับ เปึนเขตแนว ปฏิบัติกําหนดโดยคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติให้เห็นว่าเราไม่ได้ฝ์าฝ๋นสิ่งที่ ศาลโลกสั่ง แต่ไม่ได้มีสถานะของการเปึนเขตแดน กัมพูชาก็ไม่ได้ยอมรับ นี่คือข้อเท็จจริงครับ แล้วเพื่อให้เกิดความมั่นใจด้วยว่าเวลาเรากําหนดแนวปฏิบัติอะไรอย่างไรแล้ว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นจึงได้ทําบันทึกไปถึงเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคําพิพากษาของศาลโลก ผมขออนุญาตอ่านนะครับ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคําพิพากษาของศาล โดยมีเหตุผลว่าตามความเห็นของรัฐบาลคําพิพากษาขัดต่อข้อกําหนดอันชัดแจ้งของบท ที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ และขัดต่อหลักกฎหมายและ ความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เปึนสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคําพิพากษา ดังกล่าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ ๙๔ ของกฎบัตร ย่อหน้าต่อไปสําคัญครับ คือสิ่งที่รัฐบาลไทยแจ้งไว้กับเลขาธิการสหประชาชาติ ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีที่เกี่ยวกับ ปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวน อันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใด ๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคตเพื่อเอาปราสาทพระวิหาร กลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนํามาใช้ได้ในภายหลัง และ ตั้งข้อประท้วงต่อคําพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร เปึนของกัมพูชา ชัดไหมครับ ที่บอกว่าเสียดินแดนไปแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ฝ้มือทนายอะไร ไม่ใช่รัฐบาลยุคนั้นเขาเผชิญกับปัญหาเรื่องของศาลโลก ผมไม่ไปวิจารณ์หรอกครับว่า การเมืองระหว่างประเทศเปึนอย่างไร เขาหาทางออกเอาไว้ ตัดสินว่าปราสาทเปึนของกัมพูชา อ้าว ไม่ฝ์าฝ๋น ยอมปฏิบัติ แต่ไม่มีการพูดเรื่องเขตแดนและสงวนสิทธิเอาไว้ แล้วก็ไม่ใช่เรื่อง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีไปเที่ยวพูดท้าทายบอกถ้าอย่างนั้นพรรคประชาธิปัตย์ประกาศนโยบายสิว่า จะไปเอาคืนมา ไม่ใช่เรื่องครับ เรื่องก็คือว่าการจะเอาคืนมาต้องมีเหตุ มีหลักกฎหมายรองรับ แต่เราสงวนสิทธิไว้ ไม่มีรัฐบาลชุดไหนเคยสละสิทธิอันนี้

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับผู้ประท้วง

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี พรรคพลังประชาชน สมุทรปราการ ต้องขออนุญาตแล้วก็ต้อง ขอโทษท่านหัวหน้าพรรค ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้ฟังประเด็นเรื่องเขาพระวิหาร ก็ต้องขอประท้วงว่าวันนี้ท่านผู้อภิปรายนั้นไปนําเรื่องในอดีตในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ควรที่จะอธิบายว่าความผิดตรงนี้รัฐบาลชุดนี้ผิดตรงไหน ไปอธิบายเรื่องของการขีดเส้น เพราะฉะนั้นเปึนการอภิปรายที่ค่อนข้างจะวกวนสับสน ประชาชนที่เขาฟังอยู่ทางทีวีเขา อาจจะสับสนเข้าใจผิดได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ช่วยกรุณาแสดงฝ้มือชัด ๆ นะครับ เพราะผมฟังอยู่เรื่องนี้เปึนเรื่องใหญ่ ผมจําได้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาลในสมัยนั้นนะครับ ก็เลย ไม่แน่ใจว่าอภิปรายพรรคตัวเองในอดีตหรือรัฐบาลชุดปัจจุบัน ผมขอประท้วงครับท่านประธาน

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประชาครับ มีผู้ประท้วง คุณประชาอีกแล้วทางโน้น ประท้วงอะไรครับ ผมยังไม่ได้วินิจฉัยเลย ให้ผมวินิจฉัยก่อน ได้ไหมครับ คุณชินวรณ์ช่วยกรุณานั่งสักเดี๋ยวแล้วผมจะวินิจฉัยที่คุณประชาประท้วง ผมจะวินิจฉัยในความเปึนกลางนะครับ เชิญนั่งก่อนครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประชาครับ คุณประท้วงว่า วกวน ไม่ใช่วกวนครับ ประวัติพงศาวดารมันมี คือเนื้อหาสาระนี่เขาก็พูดตามความเปึนจริง ตามเอกสารนะครับ ถ้าเขาไม่พูดตามเอกสารเขาก็ผิดเองครับ ผู้ฟังเขาฟังแล้วครับ ผมก็นั่งฟังอยู่ครับ ผมก็ยังรู้ว่าเปึนประวัติศาสตร์มาไม่ใช่เรื่องเดี๋ยวนี้ครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ครับ ก็ขอให้กระชับก็แล้วกันครับ ท่านประธานครับ ไม่เปึนไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้ฟังเขาเข้าใจครับ เชิญนั่ง ลงครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ก็ขอให้กระชับก็แล้วกันครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่ผมต้องย้อนกลับมาทั้งหมดนี้เนื่องจากรัฐบาลเองบิดเบือนประวัติศาสตร์ แล้วรัฐบาลไม่ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างไรครับถึงได้สูญเสียครั้งนี้ ผมต้องเอามาเล่า ให้ฟังว่าถ้ารู้เรื่องนี้จะได้ไม่ไปทําอย่างที่ท่านทําแล้วมันเกิดความสูญเสีย ผมเล่า ให้ฟังว่าศาลตัดสินอย่างนี้ รัฐบาลไทยทุกคณะรวมทั้งคณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีและอีก หลาย ๆ ท่านเคยร่วมมาก็ยึดถือแนวทางของรัฐบาลที่ได้มีการดําเนินการหลังคําพิพากษา ของศาลโลกมาโดยตลอด แล้วเรื่องนี้เมื่อท่านแสดงความไม่รู้อีกนะครับ รัฐบาลขณะนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เลยครับ ท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ได้รับการขอร้องจาก รัฐบาลให้ไปว่าความให้ในฐานะทนายความครับ ผมทราบด้วยว่าท่านไม่แม้แต่เบิกค่าใช้จ่าย ในการไปว่าความเวลาเดินทางไปต่างประเทศ เพราะฉะนั้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เลยครับ ผมเล่าประวัติศาสตร์ให้ฟังว่า ป้ ๒๕๐๕ ซึ่งท่านรัฐมนตรีอ้างนัก อ้างหนามาขีดเส้นอยู่นี่ที่มาที่ไปที่แท้จริงของมันคืออะไร ทีนี้ท่านรัฐมนตรีท่านก็พูดต่อ บอกว่าเอาละก็เคยสงวนสิทธิเคยประท้วงอะไรกันเอาไว้ แต่ว่าไปดูข้อกําหนดของศาลโลก หรือยัง โดยเฉพาะข้อที่ ๖๑ ใช่ไหมครับ ที่พูดถึงเรื่องของการทบทวนคําพิพากษา

(นายสมคิด บาลไธสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ ผู้ประท้วงประท้วง อะไรครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ผม สมคิด บาลไธสง ครับ พลังประชาชนจากหนองคาย ขอประท้วงหัวหน้าฝ์ายค้านครับ หัวหน้าฝ์ายค้าน พูดความเท็จครับ เพราะว่าบอกว่าท่านเสนีย์ไม่รับเงินค่าทนาย คนไทยทั้งประเทศรวมเงินกัน ออกคนละบาท ผมก็ได้ออกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏ ไว้ชัด รอฟังท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านอภิปรายต่ออีกสักนิดหนึ่งครับ แล้วผมจะได้เรียนท่านครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในคดีไม่ได้มีค่าใช้จ่ายของหม่อมราชวงศ์เสนีย์คนเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมบูรณ์ครับ ช่วยกรุณา นั่งลงให้ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายให้สบายใจสักหน่อยเถอะ เชิญครับ คุณสมบูรณ์เชิญนั่งลงก่อนครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ผมขอประท้วงครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเข้าใจครับที่ท่านประท้วง แต่ผมอยากจะให้ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกําลังจะจบอยู่แล้วผมพอรู้

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ขอประท้วงหน่อยครับท่านประธาน มีการกล่าวเสียหายในห้องประชุมแห่งนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ไม่เสียหายอะไร ก็เสีย คนละบาท ผมก็ยังเสียบาทหนึ่งด้วยครับตอนนั้นคนละบาทจริง ๆ ครับ ผมก็ยังเปึนคนเสีย ตอนนั้นยังเปึนเด็กนักเรียนอยู่ด้วยครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ ผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผู้ประท้วงใช้คําว่า หัวหน้าฝ์ายค้านพูดเท็จ ผมขอให้ถอนคําพูดนะครับ เพราะว่า ขณะนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจและเปึนข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน มันไม่ใช่เปึน การประท้วงเพื่อเติมเงินนะครับท่านประธาน ก็ขอให้ถอนคําพูดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง จากหนองคายครับ ผมไม่ถอนครับ เพราะว่าเปึนความจริง คนทั้งประเทศได้ ออกเงินคนละ ๑ บาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านทั้ง ๒ นี่เถียงกันอยู่ ในห้องประชุมรักษามารยาทหน่อยครับ ท่านผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ท่านนะครับ ให้อีกฝ์ายหนึ่งจบ แล้วก็อีกฝ์ายหนึ่งค่อยยกมือ เชิญคุณสมบูรณ์พูดให้จบครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับต้องให้เขาถอนว่า หัวหน้าฝ์ายค้านพูดเท็จ เมื่อสักครู่ไม่ใช่เปึนการพูดเท็จ เปึนการแสดงหลักฐานและเปึน คําพูดที่ชัดเจน ไม่ใช่เปึนการพูดเท็จในสภา เพราะฉะนั้นต้องถอนคําพูดนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ เชิญนั่งลงก่อน คือใครเท็จไม่เท็จผู้ฟังเขารู้ แต่ว่าเพื่อความเรียบร้อยของการประชุม ผมอยากจะขอความกรุณาคุณสมคิดถอนเถอะ ให้เกียรติแก่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สักหน่อยเถอะ เชิญครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะให้ ผมถอน ผมไม่ถอน เพราะว่าได้ออกเงินจริง ๆ คนละบาทครับ คนทั้งประเทศออกเงิน คนละบาทค่าทนายความครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เปล่า ที่ท่านพูดคําว่า ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเท็จ นั่นท่านจําไม่ได้กระมังครับ ผมฟังชัด ขอให้ ถอนตรงนี้เท่านั้นแหละ อย่างอื่นมันเปึนความจริงทั้งหมดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

เพราะว่าผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกว่า ท่านไม่รับอะไร ถ้าไม่รับอะไรเราออกเงินไปทําไมทั้งประเทศคนละบาท นี่ที่ผม บอกว่าพูดเท็จ เพราะว่าไม่รับเงินอะไร ถ้าบอกไม่รับเงินอะไร คนไทยทั้งประเทศทุกคนรู้ เกิดมา ๕๐-๖๐ ป้ รู้หมด ผมเปึนนักเรียนก็เคยได้ออกเงินกับเขาคนละบาทครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ เมื่อท่านประธาน วินิจฉัยแล้ว ถ้าเกิดท่านประธานไม่เด็ดขาดนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยแล้ว ขอร้องให้ ฝ์ายคุณสมคิดถอน

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

แล้วเขาไม่ปฏิบัติตามละครับ ท่านประธาน ท่านเปึนประธานได้อย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมกําลังจะขอเรียนเขา อีกครั้งหนึ่ง

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ต้องให้ออกจากห้องประชุมครับ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อย่าชี้มืออย่างนั้นเสียมารยาทครับ ช่วยกรุณาพูดกับประธาน ประธานเปึนคนกลางครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ประธานวินิจฉัยให้เขาถอนแล้วเขาไม่ถอน ท่านประธานอนุญาตให้เขาพูดต่อได้หรือครับ ความเห็นของประธานไม่ศักดิ์สิทธิ์เลยครับ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงอีก ประท้วงกัน ไม่หยุดไม่หย่อน

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส. อุดรธานี พรรคพลังประชาชน ผมประท้วงท่านประธานนะครับ ท่านประธานได้โปรดกรุณาดําเนินการ อภิปรายให้ครบถ้วนตามระเบียบข้อบังคับ เพราะผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ใช้กิริยาไม่สุภาพ ในสภาครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เรียนแล้วเมื่อกี้

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนแล้วว่าให้พูดกับประธาน อย่าไปพูดกับอีกฝ์ายหนึ่ง ผมก็เรียนแล้ว เพื่อความเรียบร้อยคุณสมคิดขอความกรุณาเถอะ จะให้ผมกราบก็กราบครับ ขอให้ถอนเถอะเพื่อความสงบเรียบร้อย

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล จากพระนครศรีอยุธยา ในฐานะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่อนุญาตเลยครับ ยังไม่อนุญาตคุณก็ลุกขึ้นพูดแล้ว คุณประท้วงหรืออะไร ประท้วงเชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประท้วงผู้ที่ยืนประท้วงอยู่ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ในส่วนที่เงินบาทอาจจะไม่ได้รับ รับเปึนเงินฟรังก์หรือเปล่าไม่ทราบถึงแพ้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไปกันใหญ่แล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนิพนธ์หยุดก่อน ให้คุณสมบูรณ์ จบก่อน เชิญครับคุณสมบูรณ์ว่าอย่างไร

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ใช่เปึนการประท้วงเพื่อที่จะป์วนการประชุมในครั้งนี้ แต่เนื่องจากมีผู้กล่าวขึ้นมาว่า ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเท็จ ผมก็ให้ถอนคําพูด ท่านประธานก็วินิจฉัยว่า คุณต้องถอนคําพูด แต่เมื่อผู้กล่าวไม่ยอมถอน ตามข้อ ๖๔ ท่านประธานจะต้องมีการบันทึก การไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของท่านประธานไว้ในรายงานการประชุม ก็ขอให้ท่านประธาน ได้สั่งการด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนแล้วเรื่องนี้เกี่ยวโยง กับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรโดยตรงคือท่านอภิสิทธิ์นะครับ ผมว่าท่านอภิสิทธิ์ ชี้แจงได้เต็มที่เลย ไม่มีปัญหา ส่วนคุณสมคิดก็ลบล้างกันได้ว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร คุณอภิสิทธิ์รู้ดี ผมก็อยากจะขอร้องคุณสมบูรณ์ให้ท่านอภิสิทธิ์ได้ดําเนินการต่อไปดีกว่าครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านครับ ให้บันทึกการไม่ปฏิบัติตาม คําสั่งของท่านประธานก่อนสิครับ ท่านประธานสั่งการว่าผมให้เขาถอนคําพูด แต่เขาไม่ถอน ก็บันทึกไว้ในรายงานการประชุมแค่นั้นเองครับท่านประธาน ตามข้อ ๖๔ ท่านเลขาธิการ ช่วยแจ้งท่านประธานด้วยครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุทินประท้วงอีกแล้ว

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ผม สุทิน คลังแสง พรรคพลังประชาชน มหาสารคาม เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เปึนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ กันได้ แต่ในสภาวันนี้ไม่มีใครจะชี้ชัดได้ว่าคุณสมคิดพูดจริงหรือพูดเท็จ แต่ข้อที่จะต้อง พิสูจน์กันก็คือท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็มีสิทธิที่จะชี้แจงไปว่าที่คุณสมคิด กล่าวว่าอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์รับเงิน ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ก็บอกสิครับว่าไม่รับก็ชี้แจงไป ส่วนคนจะตัดสินคือผู้ฟังทางบ้าน เพราะฉะนั้นเท็จจริง วันนี้ที่สภามันตอบไม่ได้หรอกครับไม่ใช่ศาล ก็มีสิทธิพูดกันทุกคนนําเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ ให้สาธารณะเขาตัดสินไม่ใช่ให้คุณสมคิดถอน เพราะว่าคุณสมคิดก็ยืนยันว่าเปึนความจริง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยนะครับ วินิจฉัย ว่าที่ฝ์ายคุณสมคิดพูดนั้นก็จะแรงไปหน่อยนะครับ คําว่า เท็จ ในสภามันน่าเกลียดมาก เพราะผู้รู้ทั้งหลายที่ท่านนั่งนี่ท่านผู้มีเกียรติทั้งนั้นนะครับ ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้ขอให้คุณสมบูรณ์ ให้ท่านอภิสิทธิ์เปึนคนชี้แจงดีกว่าเพื่อหักล้างไปเลยครับ จะดีกว่านะครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านครับ เมื่อกี้สักครู่ท่านประธานให้เขา ถอนคําพูด เขาไม่ถอน ผมแค่ขอให้ท่านประธานได้ปฏิบัติตามข้อ ๖๔ แค่นั้นเองครับ ก็คือบันทึกไว้ในห้องประชุมว่าผู้ที่ท่านประธานวินิจฉัยนั้นไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ท่านครับ ก็ขอให้ท่านบันทึกไว้แค่นั้นเองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าอย่างนั้นท่านนั่งลง เดี๋ยวผมจะวินิจฉัยอีก เชิญคุณสมคิดครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผม กล่าวว่าท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพูดเท็จในสภาบอกว่า ท่านอดีตหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไม่รับเงิน ผมไม่รู้ว่ารับหรือไม่รับแต่ว่าชาวไทยทั้งประเทศออกเงิน คนละบาท ทั้งนักเรียน ทั้งผู้ใหญ่ เอาให้ค่าทนายความ ถ้าท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เปึนทนายความก็ต้องได้รับด้วยกันใช่ไหมครับ ทุกคนก็รู้อยู่นี่ โตอยู่เท่ากัน จะให้ ผมถอนได้อย่างไร เพราะว่าท่านบอกว่าไม่รับค่าทนายความ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิด ประทานโทษครับ เอาละครับ ท่านไม่ถอนใช่ไหมครับ ไม่เปึนไร ก็บันทึกไว้เปึนหลักฐานก็บันทึกอยู่แล้ว สภาได้บันทึกคําพูดของคุณสมคิดทุกคําพูด

(นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับท่านนิพนธ์

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ความจริงผมไม่เคยเปึนคนประท้วงในสภาแห่งนี้ แต่วันนี้ เปึนเรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่งนะครับ เพราะการกล่าวหาผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวเท็จในสภานี่ผมถือว่าเปึนเรื่องใหญ่ที่สุด ผมและพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมดนี่เสียหาย แล้วจากฟังข้อเท็จจริงที่เขากล่าวเมื่อกี้นี้ ผมจําชื่อไม่ได้หรอกครับท่านนั้น บอกว่าผมก็ไม่รู้ว่าจะรับไม่รับแต่ผมเสียคนละบาท อันนี้เปึนการกล่าวหาที่ร้ายแรง แล้วในชีวิตคนที่ถูกกล่าวหาว่าเปึนเท็จแล้วกลางสภา อย่างนี้เปึนเรื่องที่ยอมไม่ได้ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องจัดการให้เด็ดขาด ต้องเด็ดขาด เปึนเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งไม่เคยมีมาในสภาแห่งนี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็เอาตามที่คุณสมบูรณ์ บอกแล้วว่าให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ผมก็ได้สั่งไปแล้วว่าให้บันทึกไว้เปึนหลักฐานก็ถือว่าได้

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้าในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับท่านอภิสิทธิ์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่จริงตอนแรกผมก็พยายามไม่อยากเสียเวลาสภานะครับ แต่ว่าท่านต้อง เข้าใจที่ท่านพูดว่าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เปึนทนายความ ท่านไม่ได้ เปึนทนายความคนเดียวนี่ครับ ไม่ได้เปึนแม้แต่หัวหน้าทนายความด้วยครับ ไปอ่าน ประวัติศาสตร์หน่อยสิครับ มีหม่อมเจ้าวงษ์มหิป ชยางกูร หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นายอังรี โลแรงค์ เซอร์แฟรงค์ ซอสคีส นายเจมส์ เนวินส์ ไฮด์ นายมาแชล รุสนี นายเจจี เลอเคม รูปของทนายความตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ผมยังมีเลยครับ เพราะฉะนั้นท่านจะ เสียกันอีกหลาย ๆ บาทนี่ครับ หลายคนที่นี่ก็เสียครับ แต่ไม่ได้เปึนสิ่งใดที่ไปพิสูจน์เลยว่า ท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ท่านรับ ท่านไม่ได้รับ ผมไม่ได้พูดเท็จ แต่ผมเห็นสติปัญญาท่าน ท่านคิดแค่นี้ไม่ออกผมก็เลยไม่ได้ว่าอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนต่อไปด้วยว่าแนวปฏิบัติของท่านประธานเพื่อความถูกต้องนะครับ บังเอิญคุณสมบูรณ์ ก็ไม่ค่อยแม่นเท่าไรครับ ที่จริงแล้วที่จะบันทึกไว้ก็คือว่าท่านออกไปจากห้องประชุม โดยไม่ถอนครับ ถ้าอยู่ต้องถอน ท่านวินิจฉัยแล้วถ้าอยู่ต้องถอน ไม่อยู่โดยไม่ยอมถอน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อกี้ผู้ประท้วงบอกว่าให้บันทึกผมก็บันทึกตามคําพูด ความจริง ก็ต้องออกจากห้องประชุมตามข้อบังคับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เปึนไร ครับผมไม่อยากเสียเวลาของสภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แต่ว่าอย่ารุนแรงถึงขนาดนั้นนะครับ คือมวยหัดใหม่ก็ขอความกรุณาท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เชิญต่อ เลยครับเพื่อจะได้ไม่ให้เสียเวลาของสภาเชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ไม่อยาก ให้เสียเวลานะครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ด้วยเหตุผลที่ว่าประวัติศาสตร์ ในการรวบรวมเงินของคนในชาติคนละบาทนี่ปรากฏการณ์อยู่จริง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ประท้วงผมเรื่องอะไร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เพราะว่าการจะไปให้บันทึก รายงานการประชุมว่าคุณสมคิดพูดเท็จนี่บันทึกไม่ได้ เพราะประวัติศาสตร์มีอยู่ ถ้าจะ มีการสอบสวนว่าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หรือคณะทนายจะรับเงินบริจาคคนไทยหรือไม่ ต้องมีการนําสืบกัน แต่ว่าไม่ใช่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านเปึนคนการันตีว่าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ไม่รับ แล้วถามว่าเงินบริจาคของคนไทยคนละบาทเวลานั้นเอาไปไว้ที่ไหน มันมีเงินบริจาคอยู่ ให้กับทนายไปว่าความแล้วแพ้ ประวัติศาสตร์มันมีจะไปให้นายสมคิดเขาถอนได้อย่างไร ไปบันทึกเท็จไปได้อย่างไร มันยิ่งเท็จหนักเข้าไปใหญ่ในป้ ๒๕๕๑ ขอกราบเรียนท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ ตามที่ คุณจตุพรพูดนั้นก็มีเหตุผลพอสมควรนะครับ แต่ว่าเรื่องมันจบไปแล้วเมื่อกี้ ท่านผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ได้ติดใจแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ที่บันทึกไม่ได้บันทึกว่าท่านพูดเท็จนะครับ บันทึกใช่ว่าท่านต้องถอน ที่กล่าวหาว่าผมพูดเท็จครับ เข้าใจให้ถูกต้องนะครับ แล้วผมจะกราบเรียนครับว่า นี่ครับ ค่าใช้จ่ายอยู่นี่

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ไม่ได้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ช่วยกรุณานั่งลงก่อน คุณจตุพร ให้พูดจบทีละคน ๆ นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ผมยืนประท้วงใช้สิทธิ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญผู้ประท้วงประท้วงได้ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ เริ่มต้นโดย ท่านหัวหน้าฝ์ายค้านเปึนคนบอกเองว่า หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ไม่รับเงิน ใช้เงินส่วนตัว นายสมคิดเขาบอกว่าคนไทยบริจาคกันทั้งชาติคนละ ๑ บาท ปัญหาก็คือว่า ถ้าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ไม่รับ เงินบริจาคของคนไทยคนละบาทเอาไปไว้ที่ไหน

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณจตุพร มีผู้ประท้วงครับ คุณวิทยาประท้วงอะไรอีกครับ ให้จบเปึนราย ๆ เปึนอย่างไรครับ เพื่อความเรียบร้อย ของสภานะครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ต้องเรียบร้อยครับท่านประธาน ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านต้องทําหน้าที่ตามข้อบังคับในการควบคุม การประชุมให้เปึนไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ลุกขึ้นประท้วง ท่านถามดู เขาประท้วงเรื่องอะไรครับ ไม่ใช่ขึ้นมาร่วมชี้แจง ถ้าจะใช้สิทธิอภิปรายเพื่อร่วมชี้แจงก็นั่ง ยกมืออยู่ ไม่ใช่ขึ้นประท้วง อาการเมื่อสักครู่ขึ้นมาชี้แจงแทน ไม่ใช่เรื่องประท้วงครับท่าน การประท้วงยุติไปทั้งหมดแล้ว เมื่อท่านประธานวินิจฉัยว่ามีสมาชิกคนหนึ่งทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานบอกให้สมาชิกคนนั้นถอนคําพูด เมื่อสมาชิกคนนั้นไม่ถอนคําพูดท่านต้องทํา หน้าที่ต่อครับ ท่านจะทําอย่างไรต่อ เหมือนที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวไว้ ไม่เช่นนั้นเที่ยวมาประท้วง เที่ยวพูดอย่างนี้ไม่ได้ครับท่าน

(นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็วินิจฉัยว่า คิดว่าจะเปึนการอะลุ่มอล่วยไม่ถึงกับรุนแรงขนาดนั้น เพราะว่าเสมือนฉันท์มิตรภาพ สมานฉันท์กัน ผมคิดในรูปนั้นแต่จะให้ผมใช้ข้อบังคับใช้ได้ครับไม่มีปัญหาครับ เชิญครับ ผู้ประท้วง เชิญครับ

นายพงษ์ศักดิ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พงษ์ศักดิ์ บุญศล ครับ สกลนคร ขออนุญาตประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง เรื่องนี้จะให้เลยเสียไม่ได้ครับท่านประธานครับ เปึนเรื่องใหญ่ ท่านประธานต้องโปรดวินิจฉัย เนื่องเพราะเหตุว่าพฤติกรรมและพฤติการณ์ของพี่น้องสมาชิกพรรคฝ์ายค้านไล่มาตั้งแต่ หัวหน้าพรรคจนถึงมวลสมาชิกทั้งหมดแสดงกิริยาที่ใช้ไม่ได้นี่เอาอีกแล้วครับ เปึนอีกแล้ว พฤติกรรมและลักษณะโห่ฮานี่มันอยู่ที่เวทีมวย เวทีไก่ ไม่ใช่ในสภาเด็ดขาด ให้ท่านประธาน ให้ผู้คนที่แสดงพฤติกรรมเหล่านั้นนี่ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับ อย่าทําอย่างนี้ มันเสีย มันเสีย พรรคประชาธิปัตย์ด้วยครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณพงษ์ศักดิ์ครับ จะควบคุมการประชุมตามข้อบังคับ ก็จะเท้าความตั้งแต่เรื่องเดิมให้มันเสร็จกระบวนการนะครับ คุณสมคิดท่านจะถอนหรือไม่ถอน ช่วยกรุณายืนขึ้นแจ้งให้ทราบ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ผมไม่ถอนครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ถอน ไม่ถอนก็ต้องออก จากห้องประชุมครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ยินดีครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญออกจากห้องประชุม ได้ครับ ก็เรียบร้อยไปครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เรียบร้อยแล้วคุณนิพนธ์

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ จะประท้วงผมหรืออะไร ปุ็ปปัูบคุณก็พูดเลย คุณจะประท้วงผมหรือว่าอะไร

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ไม่ต้องบันทึกชื่อครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ทีนี้ขั้นตอนมันจะถึง ข้อ ๖๔ ผมขออนุญาตอ่านข้อบังคับนะครับ เมื่อผู้อภิปรายออกจากห้องประชุมโดยไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัยของท่านประธาน ให้ประธานบันทึกการไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยไว้ในรายงานการประชุมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็ทราบข้อบังคับ เหมือนคุณนิพนธ์อ่านนะครับ

นายสมคิด บาลไธสง หนองคาย

ขอเชิญบันทึกไว้เลยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสมคิด ให้ระยะเวลาคุณ ออกไปพักผ่อนสักชั่วโมงหนึ่งแล้วค่อยเข้ามานะครับ แล้วสภาบันทึกรายงานเปึนหลักฐาน ไว้ด้วย

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยให้นายสมคิด บาลไธสง ถอนคําพูด ซึ่งนายสมคิด บาลไธสง ไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัยและได้เดินออกจากที่ประชุมสภา)

ไม่ต้องประท้วงกันอีกแล้วครับ เดินหน้าต่อไปดีกว่า ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเชิญครับ ให้รวบรัดสักหน่อยครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมพยายามจะรวบรัดไม่เอารายละเอียดมาให้นะครับ อยากทราบว่าเงินไปไหนนี่ ผมก็อุตส่าห์มีหนังสือ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๐๕ โดยหัวหน้าทีมทนายว่า ดอกเตอร์ สแก เมอร์ฮอน ส่งใบสําคัญมาขอเก็บเงิน ๗,๓๙๓.๑๘ กิลเดอร์ นี่ครับตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายอื่นมีเยอะแยะ เพราะทนายหลายคนทั้งชาวต่างประเทศ ชาวไทย ผมไม่ได้พูดเท็จแน่นอน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมกําลังจะกราบเรียนต่อไปก็คือว่าเมื่อรัฐบาลไทยตั้งข้อสงวน คําพิพากษาและประท้วงไปชัดเจน ท่านรัฐมนตรีก็มาอ้างในเรื่องของธรรมนูญของ ศาลโลกครับ บอกว่าจะสงวนไว้อย่างไรก็ตาม ข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับ ข้อ ๕ เขียนเอาไว้ว่า การขอทบทวนคําพิพากษาจะต้องทําภายในสิบป้นับจากวันที่มีคําพิพากษา ถูกต้องครับ ไม่มีใครปฏิเสธครับ แต่ข้อ ๖๐ ที่พูดถึงการสงสัยเกี่ยวกับความหมาย เกี่ยวกับขอบเขต ของคําพิพากษา อันนี้ไม่มีอายุความ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและประชาชนไปตั้งแต่ต้น ก็คือว่า จนถึงวันนี้ปัญหาเรื่องเขตแดนยังไม่จบ ท่านรัฐมนตรียืนยันได้อย่างไรว่า วันข้างหน้าจะไม่มีหลักฐานทางปฏิวัติศาสตร์หรือข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นมาที่ทําให้เราสามารถ ไปใช้สิทธิของเราเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่นี้ทั้งหมด ไม่มีใครรู้หรอกครับ และตราบเท่าที่เรา ยังไม่สละสิทธิตรงนี้ สิทธิของการทักท้วงยังอยู่ครับ แต่ที่ท่านทําไปเมื่อไม่กี่วันนี้นั่นแหละ เปึนการสละสิทธิครั้งแรกที่ผมอยากจะได้กราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบต่อไป ผมเองผมนึกไม่ถึงว่าคนที่จะหยิบยกเรื่องอายุความ ๑๐ ป้ จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของประเทศไทย ถ้ามาจากทนายของรัฐบาลกัมพูชาผมจะเชื่อ เพราะคนเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยต้องรักษาผลประโยชน์ของคนไทย หยิบยกเฉพาะข้อกฎหมายที่เปึนประโยชน์กับไทยขึ้นมา ผมเคยเตือนท่านว่ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่ยุติบทบาททนายของ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเลยไปเปึนทนายให้กัมพูชา ไม่ใช่เรื่องเลยครับที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศจะหยิบยกขึ้นมาในเรื่องของอายุความตรงนี้ ประเด็นก็คือว่า ตราบเท่าที่ไม่มีการกระทําอะไรไปลบล้างข้อสงวนในป้ ๒๕๐๕ สิทธิของประเทศไทย ก็จะยังดํารงอยู่ แต่แน่นอนการจะได้คืนมาหรือไม่ย่อมต้องขึ้นกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏขึ้น ในอนาคตและการใช้สิทธิตามกฎหมายและกฎหมายระหว่างประเทศ ทีนี้ก็มาถึงเหตุการณ์ สําคัญละครับว่า เมื่อเราสงวนสิทธิมาอย่างนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลกมันมาเกี่ยวข้องอย่างไร กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าความคิดของกัมพูชา ที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกมีมานานพอสมควร เขาจะใช้คําว่าไปขอ เสนอเปึน เทนทาทีฟ ลิสท์ (Tentative list) ก็นานแล้วนะครับ การขึ้นทะเบียนมรดกโลก ความสําคัญคืออะไร ท่านประธานครับ ความสําคัญก็คือว่า ๑. มันเปึนการประกาศคุณค่า ของสิ่งนั้น ๆ จะเปึนโบราณสถานหรือจะเปึนอะไรก็แล้วแต่ว่ามีความงดงาม มีความสําคัญ ในเชิงวัฒนธรรม สมควรที่จะได้มีการอนุรักษ์ไว้ให้เปึนมรดกของชาวโลก เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว มันก็จะมีทั้งสิทธิและหน้าที่ สิทธิก็คือว่าถ้ามีแผนการบริหารจัดการในการอนุรักษ์มรดกโลกนี้ ชัดเจนก็สามารถที่จะไปขอเงินทุนเพื่อมาช่วยในการอนุรักษ์มรดกโลกนั้น แต่หน้าที่ก็คือว่า เมื่อไปจดทะเบียนเปึนมรดกโลกแล้วต้องมีข้อกําหนดครับว่า สิ่งนั้นก็ดี เขตพื้นที่รอบ ๆ เขตพื้นที่อนุรักษ์ก็ดีอาจจะมีข้อห้าม อย่างเช่น จะเปึนที่หลวงพระบาง จะเปึนที่สุโขทัย หรือพระนครศรีอยุธยา พอขึ้นทะเบียนไปแล้วพื้นที่รอบ ๆ เขาอาจจะกําหนดมาว่า ห้ามก่อสร้าง ไม่อย่างนั้นมันจะทําให้คุณค่าของมรดกโลกเสียไป ประเด็นก็มีอยู่ว่าปราสาทในลักษณะ ของปราสาทพระวิหารนี่ครับ ความสมบูรณ์ของการเปึนโบราณสถานนอกเหนือจากตัวปราสาท จะมีองค์ประกอบอื่นของโบราณสถานอยู่ในพื้นที่รอบ ๆ ท่านรัฐมนตรีปฏิเสธผมไม่ได้ หรอกครับว่า สิ่งที่เปึนองค์ประกอบของโบราณสถานรอบ ๆ นี่ครับ มีอยู่ในเขตแดนไทย แน่นอน ผมยังไม่เคยได้ยินใครปฏิเสธเรื่องนี้ เช่น ที่เขาพูดถึงว่าบารายของปราสาทนี้ก็อยู่ ในเขตไทย แล้วท่านรัฐมนตรีก็เพิ่งมาแก้เกี้ยวว่าจะมีการไปขอบ้างที่จะเอาองค์ประกอบของ โบราณสถานไปขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลก ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียนต่อไปนะครับว่า ท่านพูดแบบไม่ดูข้อเท็จจริง ไม่รับผิดชอบ การขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกนี่ครับ มันก็จะเปึน ไปตามกฎกติกาและข้อบังคับของมรดกโลกซึ่งเขาเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ว่าการขึ้นเปึนมรดกโลกมันขึ้นได้ทั้งในลักษณะที่มีรัฐใดรัฐหนึ่งรัฐเดียวเสนอขึ้นไป หรือจะมี การเสนอร่วมกันได้ระหว่างประเทศที่มีเขตแดนติดกันถือเปึนสิ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ทรานส์ เบาน์ดารี พรอพเพอร์ตี้ (Trans boundary property) พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเปึนทรัพย์สมบัติ ของ ๒ ประเทศข้ามเขตแดน ความพยายามของรัฐบาลในอดีตก็คือว่า เราจะต้องต่อรองครับว่า ความสมบูรณ์แบบของโบราณสถานแห่งนี้ที่จะเปึนมรดกโลกมันคาบเกี่ยวทั้งพื้นที่ของ ประเทศไทย ทั้งพื้นที่ของกัมพูชาดีที่สุดคือไปจดทะเบียนร่วมกัน เพราะในหลายประเทศ ทํามาแล้วครับ จดทะเบียนร่วมกัน แต่ว่าถ้าไปขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียวคนที่จะเปึน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคู่เจรจาโดยตรงกับมรดกโลก ก็คือคนที่จดทะเบียนโบราณสถานหรือมรดกโลกชิ้นนั้น ซึ่งหมายความว่าการกําหนดเขต ของตัวโบราณสถาน การกําหนดเขตอนุรักษ์ การบริหารจัดการทั้งหลายความรับผิดชอบ เบื้องต้นคือประเทศที่ไปจดครับ ตรงนี้แหละครับคือปัญหา แล้วการรับจดทะเบียนท่านรัฐมนตรี หรือรัฐบาลบอกว่าถ้าขืนเรายังจะดึงดันขอไปจดร่วมเขาไม่ยอมเสียอย่างมันก็เสนอร่วมไม่ได้ ก็เลยเปึนตรรกว่าต้องไปยอมเขา ทั้งที่ความเปึนจริงแล้วการไปขึ้นไม่ใช่ง่ายนะครับ เขมรขอขึ้น กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกไว้ ๑๐ ชิ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ เวลาผ่านมาจนถึง ขณะนี้ก็มีนครวัดที่เดียว แล้วที่สําคัญก็คือว่ามติในการรับต้องเปึนมติของคณะกรรมการ ที่ใช้เสียง ๒ ใน ๓ กรรมการมี ๒๑ ประเทศ พูดง่าย ๆ ถ้า ๘ ประเทศไม่เห็นด้วยขึ้นทะเบียนไม่ได้ ป้ที่แล้วก่อนรัฐบาลนี้จะเข้ามากัมพูชาเขาก็เดินหน้าขอจดทะเบียนฝ์ายเดียวอย่างที่ว่าครับ ผมมีเอกสารเยอะไม่เสียเวลาท่านประธานนะครับ ข้อเสนอเดิมน่ากลัวจริง ๆ เพราะว่า เวลาทําเอกสารอะไรไปข้ามมาอยู่เขตแดนไทยอย่างชัดเจนแล้วก็มีเอกสารซึ่งเราดูได้จาก เว็บไซต์ของรัฐบาลกัมพูชาก็จะมีเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่ว่าความพยายามของเขา เมื่อป้ที่แล้วมันไม่สําเร็จ ไปประชุมกันที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่เมืองไครสต์เชิร์ชไม่สําเร็จ แล้วผม ก็ไปดูครับว่าเขาทํากันมาอย่างไร ก็ขอเรียนให้ทราบว่าพวกผมไม่พูดลอย ๆ หรอกครับ ผมไปเอาบันทึกของสภาความมั่นคงแห่งชาติมาดู ผมไปเอาบันทึกของกองกําลังสุรนารี มาดูว่าปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหารทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเขาเขียนไว้อย่างไรบ้าง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีปัญหาทิ้งกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ ไม่ใช่ครับ บริเวณนี้จะเล่า ให้ท่านฟังก็ได้ครับว่า โดยที่สภาพตามธรรมชาติพอศาลโลกตัดสินแล้วทุกคนมองว่า มันปฏิบัติยากมากเพราะเขตแดนอยู่สันปันน้ํา ปราสาทอยู่บนหน้าผาใครจะเข้าต้องมาเข้า จากฝัืงไทยจะปฏิบัติกันอย่างไร แล้วที่อื่นในโลกท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูได้ครับ เวลาเขาปฏิบัติตามศาลโลกมันไม่มีใครไปกําหนดเขตแดนอะไรเลยครับ ล่าสุดศาลโลก ตัดสินอิสราเอล ปาเลสไตน์ อิสราเอล สหรัฐอเมริกาอะไรก็ไม่ได้มีการดําเนินการอะไรกัน อย่างเคร่งครัดถ้าไปบอกว่าเปึนเขตแดนเปึนอะไร ท่านประธานครับ ท่านประธานจะทราบ จากข่าวใช่ไหมครับ วันนี้บอกว่าทางกัมพูชาเขาป่ด แล้ววันนี้ผมก็ฟังข่าวเขาก็บอกชัดเจน ปกติทางเข้าต้องใช้กุญแจ ๒ ตัว ฝ์ายไทย ๑ ตัว ฝ์ายกัมพูชา ๑ ตัว ที่ป่ดเมื่อวานคือฝ์ายไทย ไปไขแต่เขาไม่ยอมไข ประเด็นก็คือว่ามันต้องบริหารจัดการร่วมกันยังไม่ต้องมาพูดในเรื่อง ของเขตแดน เรื่องของอะไร แล้วที่มีชุมชนมีตลาดขึ้นไป ใช่ครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้สู้รบกัน ถึงป้ ๒๕๔๑ ก็มีปัญหา แต่ว่าพอในที่สุดสงครามภายในเขาจบลงมันก็มีการไปก่อตั้งตลาด ก่อตั้งชุมชน จริงครับอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ป้ ๒๕๔๓ หรอกครับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ แต่กองกําลังสุรนารีและรัฐบาลในขณะนี้ก็ไปทําความตกลงว่าก็อยู่ทั้งคนไทย อยู่ทั้ง ชาวกัมพูชานั่นแหละครับ แล้วเวลามีปัญหาจริง ๆ ก็รัฐบาลประชาธิปัตย์นี่แหละครับไป ทําบันทึกความเข้าใจ ผมไม่แน่ใจตอนนั้นท่านรัฐมนตรีเปึนผู้ช่วยเลขานุการอยู่หรือเปล่า เราไปบันทึกไว้เองบอกว่า ที่กัมพูชาจะทําอะไรบนพื้นที่ตรงนั้นมาก่อสร้างขอให้ระงับไว้ ทั้งหมด ไม่ใช่มากล่าวร้ายพรรคประชาธิปัตย์อย่างนี้ครับ แต่วันนี้มันใหญ่กว่าเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่ากองกําลังของทหารกระทรวงการต่างประเทศ เขาก็เดินหน้าทําทุกวิถีทางว่าอย่าให้ไปขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียว เพราะถ้าขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียว พื้นที่ที่จะถูกระบุในการบริหารจัดการในวันข้างหน้ามันกินเข้ามาในเขตแดนไทยแน่นอน เกินคําพิพากษาของศาลโลกแน่นอน ในที่ประชุมของกรรมการมรดกโลกเมื่อป้ที่แล้วก็เลยมีมติว่าเรื่องนี้ยังจบไม่ได้ เพราะฝ์ายไทย คัดค้านอย่างรุนแรง ที่จริงบันทึกของกองกําลังสุรนารีเขาบอกว่าเราได้ใช้ถ้อยครับ รุนแรงมากประท้วงจนกระทั่งประเทศต่าง ๆ เขาก็เลยบอกว่ายังไม่ให้ขึ้น สรุปง่าย ๆ ก็คือว่า มาเสนอใหม่ป้หน้า ไปตกลงกันให้ได้เสียก่อน ตรงนี้สําคัญ เพราะข้อตกลงในวันนั้นก็คือว่า หากกัมพูชาจะมาขึ้นทะเบียนใหม่นี่ครับ มันต้องมีแอคทีฟ ซัพพอร์ท ออฟ ไทยแลนด์ (Active support of Thailand) คือประเทศไทยต้องแสดงความสนับสนุนอย่างชัดแจ้ง วิธีการเขาทําอย่างไรครับ เขาก็บอกว่าก็เอานักวิชาการไทย คนไทยนี่ละครับไปร่วมกับ ฝ์ายกัมพูชาเสียว่าเวลาจะเสนอเอกสารต่าง ๆ บันทึกรายงานความก้าวหน้าไปตกลงกัน ให้เรียบร้อยว่าจะบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้อย่างไร ก็คนที่เขาไปทํานี่ละครับเขาก็ฟัองกลับมา เขาฟัองกลับมาว่ากัมพูชาเวลาทําเรื่องนี้ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของพวกเรา เช่น พยายามเขียนในทํานองที่ว่าปราสาทนี้แกนไม่ใช่ตามแนวเหนือ ใต้ แต่ว่าเปึนตะวันออก ตะวันตก เนื่องจากว่าทิศตะวันออกมีสิ่งที่เรียกว่า ช่องบันไดหัก คือเปึนทางขึ้นหน้าผา มาจากทางฝ์ายของกัมพูชาได้ ความรู้สึกตรงนี้ของนักวิชาการของฝ์ายไทยที่ไปร่วมรุนแรงถึงขั้น เมื่อต้นป้นี้ในเดือนมกราคมได้แสดงจุดยืนภาษาอังกฤษใช้คําว่า ดีสโซซิเอท แปลว่า (Dissociate) แปลว่าขอแยกตัวมาโดยสิ้นเชิงจากการทํารายงานของกัมพูชา เขาทําอย่างนั้น เพื่อให้เห็นว่าถ้ายังเดินหน้ากันต่ออย่างนี้กัมพูชาไม่ได้มีการสนับสนุนอย่างชัดแจ้งจาก ประเทศไทยหรือแอคทีฟ ซัพพอร์ท ถึงเดือนมีนาคมยูเนสโก (UNESCO : องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมทางสหประชาชาติ) เชิญนักวิชาการของไทยให้ไปร่วม ท่านรัฐมนตรีทราบดีครับ เขาไม่ไปครับ แล้วท่านก็เรียกเขามาชี้แจงว่าทําไมยูเนสโก เชิญแล้วไม่ไป เขาก็ตอบว่าเพราะเขาไม่ต้องการไปแล้วถูกเอาไปอ้างว่าได้ดําเนินการ ร่วมมือเห็นชอบเห็นพ้องกับสิ่งที่กัมพูชาได้ดําเนินการไปแล้ว ท่านเห็นแนวไหม ข้าราชการที่ปฏิบัติในเรื่องนี้จะเปึนกระทรวงการต่างประเทศ จะเปึนจากกรมศิลปากร จะเปึนจากฝ์ายทหารนี่เขารับรู้เลยว่าแนวของเราก็คือว่าถ้ายังไม่ฟังเสียงเราก็แยกตัว ออกมาเพื่อที่ ๑. โอกาสที่กรรมการมรดกโลกที่จะเริ่มประชุมวันที่ ๒ กรกฎาคม วันดีของ คุณทักษิณ พันตํารวจโท ทักษิณ ขอประทานโทษ จะได้มีโอกาสไม่เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน หรือเลวร้ายที่สุด ถ้ายอมให้ขึ้นทะเบียนไปฝ์ายไทยสามารถที่จะประท้วงทักท้วงได้ตลอดไป ว่าอะไรก็ตามที่เสนอไปในนามของกัมพูชาไทยไม่เห็นด้วย รวมทั้งแผนที่ นี่คือแนวเขาครับ เขาก็ทําเพิ่มเติมขนาดที่ว่าในเดือนมีนาคมมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของสถานทูตที่เปึน กรรมการของมรดกโลกทั้ง ๒๑ ประเทศให้ไปเยี่ยมชมบริเวณปราสาทพระวิหารจากในฝัืง ของไทย กัมพูชาทําหนังสือประท้วงไปถึงสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ว่าอย่าไป ถ้าไป ถือว่าละเมิดอธิปไตยเขา แต่ขนาดประท้วงอย่างนั้นนะครับไป ๖ ประเทศครับ ผมจึง บอกว่า จริง ๆ แนวที่เจ้าหน้าที่เขาเดินมานี่มันชัดมากครับว่าเขาเดินในแนวไหน ผมจึงบอกว่าจริง ๆ แนวที่เจ้าหน้าที่เขาเดินมา มันชัดมากครับว่าเขาเดินในแนวไหน แต่เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เลขาธิการ สมช. ถูกเปลี่ยน อธิบดีกรมสนธิสัญญาถูกเปลี่ยน นี่ถ้าวันนี้ไม่ไว้วางใจ ประธานกรรมการ มรดกโลกถูกเปลี่ยน เพราะอะไรครับ เพราะเรื่องนี้มันล่อแหลมคาบเกี่ยวมากถึงขั้นที่ว่า เมื่อวันที่ ๑๐ เดือนเมษายน เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือประท้วง ไปถึงราชอาณาจักรกัมพูชา ผมมีคําแปลนะครับ ประท้วงว่า อ้างถึงบันทึกช่วยจําของ กระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ แสดงการคัดค้านของไทยต่อ เอกสารเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในบัญชีมรดกโลกของราชอาณาจักรกัมพูชาและ ต่อข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๖ ของพระราชกฤษฎีการาชอาณาจักรกัมพูชากําหนดเขตอนุรักษ์ ปราสาทพระวิหาร อธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ เรานอกจากจะค้านการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลก ณ วันที่ ๑๐ เมษายน เรายังได้คัดค้านเพราะไปพบว่ากัมพูชาออกพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตอนุรักษ์ของปราสาท ซึ่งมีเนื้อที่รอบปราสาทประมาณ ๓๐ เมตร กินเข้ามา ในเขตแดนไทยครับ คนทําเรื่องนี้เขาทําหนังสือและอ้างถึงตรงนี้ไป แล้วก็บอกว่ากระทรวง การต่างประเทศขอถือเปึนเกียรติที่จะบันทึกว่าจนถึงปัจจุบันเท่าที่ไทยทราบ กัมพูชาไม่ได้ ดําเนินการใด ๆ เลยเพื่อให้ความสนใจแก่การคัดค้านความกังวลการประท้วงและคําขอ ของไทยที่ได้กล่าวในบันทึกช่วยจําและหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างถึงข้างต้น ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ําการคัดค้านความกังวลการประท้วงและคําขอดังกล่าว และขอประท้วง ณ ที่นี้ต่อมาตรการกิจกรรมของกัมพูชาที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งหมด ซึ่งเปึน การละเมิด ข้อ ๕ ของบันทึกความเข้าใจฉบับป้ ๒๕๔๓ และละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพ แห่งดินแดนของไทย ชัดไหมครับ จุดยืนกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๑๑ เมษายน ๑ วัน ถัดมาครับ กัมพูชาตอบกลับมาครับ ตอบกลับมาในข้อที่ ๑ ว่าอ้างอิงถึงการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลกของปราสาทพระวิหารที่ไทยประท้วงไปวันที่ ๑๐ กัมพูชาใช้คํานี้ครับว่า แด แฮส บีน อะ เคลียร์ ซัพพอร์ต ออฟ ไทยแลนด์ แอส แอนนาวซ์ บาย ฮีส เอ็กเซลเลนซี สมัคร สุนทรเวช ไพร์ม มินิสเตอร์ ออฟ ไทยแลนด์ (There has been a clear support of Thailand as announce by his excellency Smark Suntarawetch Prime minister of Thailand ) กระทรวงการต่างประเทศประท้วงไปกัมพูชาตอบมาบอกว่าที่คุณประท้วงว่าคุณไม่สนับสนุน คนที่สนับสนุนอย่างโจ่งแจ้งคือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ในวันที่ไปพบกับนายกรัฐมนตรี ของกัมพูชา นอกจากนั้นผมไม่อ่านทั้งหมด ผมอ่านย่อหน้าที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องดูย่อหน้านี้นะครับ นอกจากนั้นในทรรศนะของกัมพูชาถือว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ในส่วนของบริเวณทั้งหลายของปราสาทพระวิหาร ซึ่งเปึนไปตามคําพิพากษาของศาลโลก และแผนที่ซึ่งกัมพูชาถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของคําพิพากษาของศาลโลกที่ผมต้องกราบเรียน ย้อนกลับไปถึงป้ ๒๕๐๕ เพื่อจะบอกว่าที่จริงศาลโลกไม่ได้ตัดสินด้วยแผนที่ แต่กัมพูชา แจ้งท่านมา ๑๑ เมษายน ว่าเขาถือว่าเปึนอย่างนั้น แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเจ้าหน้าที่เขาทํามาทั้งหมดเดินเกมมาพูดง่าย ๆ เพื่อที่ว่า ๑. ทําอย่างไรไม่ให้กรรมการมรดกโลกยอมรับการจดทะเบียนฝ์ายเดียว หรือถ้ายอมรับไป ไม่มีบันทึกที่ไหนว่าประเทศไทยเคยเห็นพ้องด้วยเพื่อรักษาสิทธิของเรา พังลงเพราะอะไรครับ แนวนี้ เสร็จแล้วท่านรัฐมนตรีกลับมาบอกว่าท่านเปึนพระเอก คือหลงเดินตามไปแล้วนะครับ เดินไปผิดทางแล้ว ก็เลยมานั่งกังวลว่าถ้าอย่างนั้นขอให้เขาไปปรับแผนที่หรือแผนผัง แล้วก็พยายามมาบอกว่าให้เขาจดเฉพาะตัวปราสาท ท่านไม่รู้หรือครับว่าการบริหารมรดกโลก เปึนไปไม่ได้หรอกครับที่มันจะเกี่ยวข้องเฉพาะตัวปราสาท แล้วก็ให้เขาทําแผนที่แผนผังมา อย่างพยายามรีบร้อนมากนะครับ แล้วก็อ้างว่าจะเอาแผนที่ตัวนี้มาตรวจว่าตรงตาม ความเปึนจริงหรือไม่ รีบขนาดไหนครับ รีบขนาดที่ว่าพอเขาบอกว่าเอาละพื้นที่อื่นไม่พูด เขาจะตีเส้นรอบตัวปราสาทมาให้ ส่งพิกัดมาให้ท่านก็ส่งให้ทางทหารถูกต้องครับ เขาต้อง ตรวจสอบ แต่แนวที่ให้ไปตรวจสอบนี่คืออะไรครับว่าทั้งหมดนี้อยู่ในแนวเขตที่กําหนดในมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ ใช่หรือไม่ ซึ่งกระผมบอกแล้วว่าไม่มีใครยึดถือเปึนเขตแดนครับ เรายึดถือ สันปันน้ํากับให้ตัวปราสาทเท่านั้น ทีนี้เมื่อเขาทํามาก็ปรากฏว่าท่านก็เลยเอาไปเทียบดูกับ มติป้ ๒๕๐๕ แล้วก็พบว่ามีพื้นที่ซ้อนอยู่ประมาณ ๓๘ ตารางวา คือที่เขาขีดรอบ ผมเข้าใจว่า ตรงช่องเขาบันไดหักนะครับ ท่านก็เลยบอกว่าตรงนี้ให้ตัดออก เขาก็ตัดครับ ผมไม่เถียง หรอกครับ แต่ว่าท่านคิดว่าท่านแก้ปัญหาได้ ๓๘ ตารางวา แต่ผมไม่รู้ว่าสูญเสียไป กี่ตารางกิโลเมตร แล้วที่น่าแปลกก็คือว่าวันที่ท่านเอาพิกัดไปให้ทางทหารเขาไปตรวจสอบดู เขาก็ทําแผนผังกลับมาให้ท่าน ท่านไม่สนใจแม้แต่รายละเอียดเลยครับว่าเวลาเขาไปตรวจ พิกัดจะเรียกว่าหมุดก็ได้ครับ หรือจุดที่ ๑๐ กับ ๑๑ เขาบอกว่าตรงนั้นอยู่ตรงตีนบันได บันไดชนเลยนะครับ แต่เวลากัมพูชาวาดให้ท่านมันเลยจากบันไดออกมาฉายภาพนี้ให้ สมช. ด้วยนะครับ ผมไม่ทราบท่านนายกรัฐมนตรีดูหรือเปล่า ก็ไม่สนใจนะครับ รีบร้อนกัน เหลือเกิน จะคลาดเคลื่อนอย่างไรก็ไม่ตั้งคําถาม ผมก็บอกว่าที่จริงถ้าเขามาถึงแค่บันได การแก้ไขปัญหาชุมชนที่อยู่หน้าบันไดมันจะง่ายนะครับ แต่เวลานี้จะแผนที่หรือแผนผังรูป ที่ท่านไปยอมรับแล้ว คนดูก็เข้าใจว่าพื้นที่ข้างหน้าตรงนั้นก็เปึนของเขาไปอีกแล้ว จะให้ ไว้วางใจกันต่อไปอย่างไรครับ ผมก็กราบเรียนว่าท้ายที่สุดท่านก็ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม แถลงการณ์นี้ก็มีความน่าทึ่งในตัวของมันเอง คือลงเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน เซ็นโดย ท่านรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ ผู้แทนของยูเนสโก คนหนึ่งเซ็นที่พนมเปญ คนหนึ่งเซ็นที่กรุงเทพฯ อีกคนเซ็นที่ปารีส ผมทราบว่าถึงขั้นว่ารีบกันมากขอให้ส่งเปึนไฟล์ (File) ทางคอมพิวเตอร์เพื่อไปให้เซ็นกัน แล้วก็ใช้ชื่อว่าแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่เจตนาอะไรหรอกครับ เจตนาเพื่อที่จะไม่ต้องเอาเข้าสภา ท่านบอกว่าเปึนแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่สัญญา ผมบอกถ้าไม่ใช่สัญญาก็แปลว่าเขาก็ไม่ต้อง ปฏิบัติตามนี้สิครับ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรเปึนสัญญาท่านก็ต้องไปดูอนุสัญญากรุงเวียนนาว่า ด้วยกฎหมายและสนธิสัญญา องค์ประกอบของสัญญามีง่าย ๆ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ของคนที่มีอํานาจแทนรัฐที่เปึนลายลักษณ์อักษรไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร แล้วท่านไปตกลง อะไรกับเขาครับ

ข้อแรก ท่านไปสนับสนุนการขึ้นทะเบียนของมรดกโลกโดยกัมพูชา เพียงฝ์ายเดียวในเรื่องของปราสาทพระวิหาร โดยขอบของปราสาทเปึนไปตามแผนที่ ในส่วนที่เรียกว่า เอ็น ๑ (N ๑) ก็คือแผนผังที่ผมให้ดูเมื่อกี้แหละครับที่เขาตีเส้นเปึนตาราง นั่นแหละครับ แล้วขณะเดียวกันก็จะมีเขตที่เรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) เพื่อประโยชน์ ในการกําหนดเขตอนุรักษ์อะไรต่อไปในทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาท ท่านประธานครับถ้ายึดถือตามคําพิพากษาของศาลโลก เฉพาะซากปราสาท ตัวปราสาท หรือเรียกว่าซากปราสาทเปึนของกัมพูชา ท่านตีขอบออกมาอีกก็คือสละสิทธิตรงนั้น ไปอีกแล้ว แล้วก็เปึนการสละสิทธิตามที่รัฐบาลไทยเคยทักท้วง ประท้วงไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕

ข้อที่สอง เขาก็เขียนว่า ในสป่ริต (Spirit) ของความปรารถนาดีและ การประนีประนอมกัมพูชาจะยังไม่นําเสนอเขตที่เรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน ซึ่งจะไปใช้ เรื่องเขตอนุรักษ์อะไรต่าง ๆ ทางทิศเหนือกับทิศตะวันตกของตัวปราสาท ผมถามว่า ทิศเหนือกับทิศตะวันตกของตัวประสาทท่านรัฐมนตรีว่าเปึนเขตไทยไหมครับ ถ้าเปึน เขตไทยนี่ครับ การที่เขายังไม่กําหนด ไม่ใช่ไม่กําหนดนะครับ ยังไม่กําหนดเขตตรงนี้ ทําไมต้องเปึนสป่ริตของการประนีประนอม ก็ของเรานี่ครับ แต่จําได้ใช่ไหมครับ เวลาเขาบันทึกมาถึงเรา เขาไม่ได้แม้แต่เรียกว่าทับซ้อน เขาบอกของเขาครับ แล้วท่าน ก็ไปเขียนแถลงการณ์ร่วมอย่างนี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่ตัวขอบประสาทแล้ว ปัญหา ก็คือว่าการบริหารจัดการพื้นที่ซึ่งไทยถือว่าเปึนของไทยในปัจจุบันตามสันปันน้ําต่อไปนี้ เขามีสิทธิเข้ามาร่วมบริหารจัดการ และบริหารจัดการอย่างไร ยูเนสโกคุยกับกัมพูชาครับ ไม่ต้องคุยกับไทย กระทบอธิปไตยไหมล่ะครับ หนังสือสัญญาไหมล่ะครับ แล้วไหนล่ะครับ กระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ๑ ในมาตราที่ท่านอยากแก้ไข

ข้อที่สาม บอกว่าให้ใช้แผนที่ที่แนบท้ายแทนแผนที่แผนผังอื่น ๆ ซึ่งเคยเสนอไป กระผมก็มีข้อสังเกตครับ แผนที่ฉบับนี้เวลาท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงกับคนไทยท่านก็เอาไปดู ตรงขอบปราสาทแล้วก็ตีเส้นป้ ๒๕๐๕ ของท่านนี่ครับเพื่อจะบอกว่ามันไม่ได้เกินเลย แต่บนแผนที่แผ่นนี้ครับท่านรัฐมนตรีกล้ายืนไหมแล้วบอกว่า ตรงนี้ทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศตะวันตกทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศเหนือทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศตะวันออกบางส่วน ไม่ใช่ของไทย กล้ายืนยันไหม ท่านสังเกตไหมครับเวลาเขาเสนอไปเขาไม่ได้ตีเส้นป้ ๒๕๐๕ ส่งไปด้วยครับ แต่แผนที่นี้ ยังเปึนแผนที่ซึ่งสอดคล้องกับแผนที่ที่เปึนเส้นสีแดงในภาพแรกของผมคือแผนที่ที่เขาใช้ เพื่อต่อสู้คดีตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ท่านไปรับทําไมครับแผนที่นี้ ท่านประธานจําที่ผมพูดได้ไหมครับว่า ป้ ๒๕๐๕ ที่แพ้คดีไทยไปต่อสู้ว่าแผนที่ที่ทําขึ้นไม่ได้เปึนการปักปันเขตแดน เปึนเรื่องของ การใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ศาลบอกว่าคุณรับแผนที่แล้วคุณต่อสู้ไม่ได้ วันนี้ท่านก็ไปรับ แผนที่อีกท่านก็บอกว่าไม่เปึนไรหรอกเรื่องมรดกโลกไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดน แต่ท่านก็รับ แผนที่ไปแล้ว ก็ซ้ํารอยกับเหตุของการแพ้คดีเมื่อป้ ๒๕๐๕ ครับ แล้วพอมาข้อ ๔ พื้นที่ ด้านตะวันตก ด้านทิศเหนือทั้งหมดที่เปึนของไทย ท่านก็บอกว่าระหว่างนี้กรรมการปักปันเขตแดน ยังทํางานไม่เสร็จ แล้วท่านรู้ไหมครับกว่าเขาจะมาทําตรงนี้ใช้เวลาอีกเท่าไร ผู้เชี่ยวชาญ บอกประมาณ ๑๐ ป้ แต่ที่ท่านไปตกลงกับเขาก็คือว่าภายในป้ ๒๕๕๓ เรากับกัมพูชาต้อง เสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้ร่วมกันครับ ผมถือว่าแถลงการณ์ร่วมของท่านเปึนการไป ยอมรับทั้งแผนที่ เปึนการไปยอมรับทั้งสิทธิของกัมพูชาในการมาบริหารจัดการในเขตแดนไทย แล้วซ้ําร้ายข้อสุดท้ายนี่ครับก็ยังเอายูเนสโกมาเปึนพยานให้ด้วยที่ท่านไปขอบคุณเขานี่ครับ กระผมจึงกราบเรียนว่าทุกคนถึงตกใจ ตกใจว่ากล้ากันจนถึงขนาดนี้ ตกใจว่าใครก็ตาม ซึ่งพยายามรักษาผลประโยชน์ไทยท่านก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นบ้าง ไม่รู้เรื่องนี้หรือเรื่องที่ว่าท่าน ขอเอกสารซีทีเอ็กซ์ (CTX) แล้วก็ไม่ได้ แล้วขณะนี้ก็ไปกล่าวหาคนที่เขามีความเห็นว่า ท่านทําผิด ทําเสียหายไปนี่ครับ ว่าเขาไปสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไม่ใช่ครับ นโยบายของท่าน การกระทําของท่านนั่นแหละคือที่มาของความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะทั้งฝ์ายไทยและฝ์ายกัมพูชาจะไม่พอใจครับ แต่ถ้าท่านเดินตามแนวที่เคยทํากัน มาก่อนว่าถ้าจะทําเรื่องมรดกโลกทําร่วมกันไม่ต้องสนใจเรื่องเขตแดนหรือขึ้นกันไปฝ์ายเดียว เรื่องเขตแดนก็มีการไปหาข้อยุติอย่างอื่น มันก็จะไม่เปึนปัญหา ผมกราบเรียนว่าด้วยเหตุนี้ครับ ผมถือว่า ๑. ท่านหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญ ไม่เอาหนังสือสัญญาที่เกี่ยวข้องกระทบกับอธิปไตย ของไทยมาเข้าสู่สภา มาผ่านกระบวนการการให้ข้อมูลกับความเห็นชอบของประชาชน ข้ออ้างท่านข้อเดียวเรื่องไม่เป่ดเผยอะไร เพราะว่าทุกเรื่องลับหมดนะครับ เสนอกี่ครั้ง ก็วาระจร ลับ วาระจร ลับ เก็บแผนที่เก็บกลับหมดเลยครับ แล้วให้เหตุผลว่าอย่างไรครับ ๑. กลัวคนกัมพูชาโกรธนะครับ ๒. การปล่อยให้เขาตีบริเวณรอบตัวปราสาทคือการสละสิทธิ ที่ไทยสงวนมาโดยตลอด และให้พื้นที่เกินเลยไปกว่าคําพิพากษาของศาลโลก ๓.ในเขต บัฟเฟอร์ โซนทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ที่เราเห็นว่าเปึนของเขาหรือของเรา หรือจะเรียกว่า ทับซ้อน หรือที่เขาคิดว่าเปึนของเขาทั้งหมด ต่อไปนี้เขามีอํานาจในการมาบริหารจัดการ และเขาพูดง่าย ๆ คือตัวหลักในการทํางานเรื่องนี้กับยูเนสโก ไทยมีหน้าที่เปึนผู้ช่วยร่วมมือ กับเขาเท่านั้น และการยอมรับแผนที่จะเปึนการย้อนรอยที่อาจจะถูกนํามาอ้างป่ดปากเรา ในอนาคตอีกเมื่อมีการพิพาทกันในเรื่องของเขตแดน ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้เชี่ยวชาญที่เขาติดตามเรื่องนี้เขามองไม่เห็นทางออกหรอกครับ นอกจากการที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะต้องหาทางยับยั้งเรื่องนี้ครับ ผมก็ต้องเอา เรื่องนี้มาพูดและผมก็อยากจะเรียนไปถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนครับ เพราะท่านคือผู้แทนปวงชนชาวไทยเปึนคนไทย สิ่งหนึ่งซึ่งท่านทําได้เลยเพื่อช่วยเราบอกกับ ยูเนสโกว่าเราไม่เห็นด้วยกับการกระทํา ไม่ยอมรับเรื่องนี้คือไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศและท่านนายกรัฐมนตรี แล้วพวกเราทุกคนที่เปึนคนไทยจะเดินหน้าต่อ รณรงค์ครับ ใครจะฟัองศาลปกครอง ใครจะทําหนังสือไปถึงยูเนสโกก็จะต้องไปในทาง เดียวกันว่าเราจะไม่ยอมรับการที่ท่านไปทําข้อผูกพันเกินอํานาจของท่าน กระทบอธิปไตย กระทบดินแดนของไทย เพราะฉะนั้นรวมทั้งเพื่อนสมาชิกซึ่งได้บอกว่าเคยเสียไป ๑ บาทนี่ครับ วันนี้ขอ ๑ เสียงครับ ๑ เสียงที่จะบอกว่าเรายังสงวนสิทธิอยู่ไม่ได้ไปรุกราน ไม่ได้ไปทะเลาะกับ เพื่อนบ้านครับ แต่สงวนสิทธิที่พึงมีไว้ตามกฎหมายที่รัฐบาลทุกชุดเขาปฏิบัติมาครับ ผมถึงบอกว่า ๔ เดือนนี่ครับ ถ้าเปึน ๔ เดือนที่ท่านทดแทนบุญคุณของประเทศ พวกผม ไม่มายืนตรงนี้ แต่ว่าถ้าไปทดแทนบุญคุณของใครไม่ทราบแล้วกระทบกระเทือนต่อประเทศ นี่พวกผมยอมไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกมาพูดนะครับ ผมไม่พูดทุกประเด็น ในเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าคนเขาก็สงสัยเหลือเกินว่าที่ไปทําทั้งหมดนี่มันเปึนเพราะอะไร มีแรงจูงใจ มันมีปัญหาความไม่เข้าใจหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ ผมก็บอกว่า โฆษกของทางกัมพูชาเคยให้สัมภาษณ์เร็ว ๆ นี้ครับ ผ่านสํานักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่าอดีต นายกรัฐมนตรีไทยกําลังจะไปทําธุรกิจใหญ่ในเกาะกง ไม่ใช่เรื่องโรงไฟฟัาที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดหรอกครับ จะเนรมิตให้เปึนศูนย์บันเทิงมีกาสิโน มีอะไร เดี๋ยวก็จะมีคนมาพูดขยายความ ต่อไปในรายละเอียด ผมอยากกราบเรียนครับว่าเรื่องของประเทศเรื่องแบบนี้มือสมัครเล่น ไม่ได้หรอกครับ ต้องศึกษาผลกระทบในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องรักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติให้ถึงที่สุด พลาดพลั้งง่าย ๆ ในวันข้างหน้ายังแก้ยากนะครับ แถมอีกเรื่อง ก็ได้ครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพบทางกัมพูชาครับ กระทรวงเขาบอกแล้วนะครับว่า เรื่องพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจะพูดอะไรก็พูดนะครับ แต่อย่าเอา ปตท. สผ. ไปขอสัมปทาน จากเขาครับ เพราะเท่ากับเปึนการยอมรับว่ามันเปึนของเขา ท่านก็อุตส่าห์เผลอพูดไปด้วย เหตุผลทั้งหลายเหล่านี้ผมถึงบอกครับว่าผมไว้วางใจท่านไม่ได้ และที่ผมไม่อยากเชื่อก็คือว่า ความเสียหายร้ายแรงอย่างนี้สิ่งที่ท่านทําได้กลับเบี่ยงเบนประเด็นมากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ มากล่าวหาอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทําอะไรผิด ในเรื่องนี้มีเรื่องเดียวครับคือทําให้ ๒ ท่านนี้เกิดทางการเมือง และบุญคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือแผ่นดินครับ ท่านจะเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่จริงถ้าท่านจะเนรคุณ พันตํารวจโท ทักษิณ สักครึ่งหนึ่งที่เนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมว่าบ้านเมือง จะไปได้ดีกว่านี้

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ขอประท้วงท่านหัวหน้าฝ์ายค้าน ท่านใช้คําพูดที่ท่านสอนให้คนเปึนคนเนรคุณคน ท่านบอกให้ คนเนรคุณคน ผมดูแล้วไม่เหมาะสมกับที่ท่านเปึนถึงหัวหน้าพรรค ขอให้ท่านประธานวินิจฉัย หน่อยครับ แล้วก็ควรจะถอนคําพูดเรื่องคําว่า เนรคุณ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประเด็นที่คุณหมอประท้วงน่าจะไม่เข้าประเด็นที่จะให้ถอนคําพูดนะครับ แต่ประเด็น ที่ควรจะต้องถอนคําพูดเมื่อกี้คือ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกล่าวหาว่า ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเนรคุณท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ซึ่งน่าจะเข้าข่ายว่าใส่ร้าย เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านดําเนินการมาด้วยดีโดยตลอด ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอความกรุณาถอนตรงนี้เถอะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ จะให้โอกาสผมอธิบายไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คงไม่ต้องหรอกครับ ผมวินิจฉัยแล้วเพื่อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน อยากทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช กับท่านนายกรัฐมนตรี ไหมครับ จะได้วินิจฉัยได้ถูกว่าที่ผมพูดนี่

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ คําวินิจฉัยของท่าน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เมื่อกี้ท่านพูดมาไม่กี่ประโยคเปึนการกล่าวหา ลอย ๆ เมื่อมีคนประท้วงผมก็วินิจฉัย แล้วผมก็เห็นว่าน่าจะเข้าข่ายใส่ร้ายก็เลยวินิจฉัย ให้ท่านถอนคําพูดตรงนั้น เพื่อให้การประชุมเรียบร้อย ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอความกรุณาถอนเถอะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมได้พูด ประโยคนี้นะครับ ถ้านายสมัคร สุนทรเวช จะได้เนรคุณพันตํารวจโท

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านถอนเถอะครับ เพื่อความเรียบร้อย ท่านครับ ขอความกรุณาเถอะครับ ท่านดําเนินการ อภิปรายมาดีโดยตลอด นิดเดียวตรงนี้ท่านถอนเถอะเพื่อบรรยากาศ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ถ้า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมยังไม่อนุญาต ถอนเถอะครับท่าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน วินิจฉัยใช่ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมวินิจฉัยแล้วครับ ทีนี้อย่างนี้ท่านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อท่านวินิจฉัย ผมก็ปฏิบัติตามท่านประธาน กระผมถอนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านต่อเถอะครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ประเด็นนั้น ไม่สําคัญหรอกครับ สําคัญว่าผมเคยกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในการอภิปราย นโยบายมาแล้วว่าถ้าท่านเดินหน้าตอบแทนบุญคุณของแผ่นดินทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน ปัญหาบ้านเมืองจะค่อย ๆ หมดไปครับ ท่านจะทําได้มากได้น้อยบ้านเมืองก็คงจะสงบ ประชาชนก็จะให้โอกาส แต่ว่าถ้าการทํางานของท่านยังสร้างปัญหาความขัดแย้ง ความคลางแคลงใจว่าท่านทํางานเพื่อใคร บ้านเมืองไม่มีทางสงบ ด้วยเหตุผลทั้งหลาย ที่กระผมได้กราบเรียนมาและจะมีสมาชิกอีกจํานวนมากลุกขึ้นมาอภิปรายขยายความต่อไป เราเห็นว่า ๔ เดือนที่ผ่านมาเพียงพอแล้วที่จะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคําว่าพวกกระผม ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรี อีก ๖ ท่าน กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมต้องขอประกาศในสภานี้ วันนี้ ผมไม่เคยเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ถ้าอย่างนั้นสมควรแล้วครับที่พูดผิด แล้วถอนเสียเมื่อกี้นี้ ผมไม่เคยเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และสําคัญที่สุดก็คือว่า ผมเปึนคนที่มีบุญคุณต่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ คนที่มีบุญคุณคือคนนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องไปตอบแทนบุญคุณนายกรัฐมนตรีทักษิณ อดีตท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณจะต้องตอบแทนบุญคุณผม โปรดเข้าใจด้วย ผมนี่ละครับเปึนคนทําให้เกิดบุญคุณ กับนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพราะฉะนั้นที่พูดมาบอก ๔ เดือน ผมจะต้องไปตอบแทนบุญคุณพูดไปพูดมา ไม่หรอกครับ ผมไม่ต้องตอบแทนบุญคุณ ผมเปึนคนทําบุญคุณให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ ต้องรู้เรื่องนี้ ด้วยครับ ผมก็นั่งทนฟังมาตั้งแต่ต้น แหม ตื่นเต้นนักหนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจบ โอ้โฮ เอกสารอะไรนักหนา พูดไปอย่างไรยกกันมหึมา ก็เรื่องพรรค์อย่างนี้ครับ แน่นอนครับ คนเกิดป้ ๒๕๐๗ กับคนที่เกิดป้ ๒๔๗๘ อายุมันแตกต่างกัน ๒๙ ป้ครับ ตอนเกิดเหตุผม อายุ ๒๙ ป้ แล้วบัดนี้อายุ ๗๓ ป้ สติปัญญายังมีครบถ้วน เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมฟังได้เพราะในสภานี้มันคนละเสียงเท่ากัน จะอบรมบ่มนิสัยอย่างไรก็ได้ครับ จะดูถูก ดูแคลนอย่างไรใครก็ได้ แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ผมอบรมสั่งสอนมาไม่ให้ไปดูถูกดูแคลนใคร โดยไม่มีเหตุผล วันนี้ละครับ ผมถูกคนอายุ ๔๐ กว่าป้ดูแคลนโดยไม่มีเหตุผล แต่ผมทนได้ครับ ผมจะบอกให้ฟังที่จบไปเมื่อสักครู่ผมไม่อยากจะให้ข้ามกระโดดไป ทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดมาที่อธิบายความทั้งหมดนั้นนึกหรือครับว่าคนที่อายุ ๗๓ ป้จะไม่รู้เรื่องที่ยกมาพูด มันน่าตื่นเต้นอะไรแค่ไหนครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าเราแพ้คดีความ ที่มาประกาศยืนยัน ก็เพราะว่าจะประพฤติตัวเปึนสมาชิกที่ดีขององค์การสหประชาชาติจึงยอมให้เขาอย่างนั้น แล้วยอมมากี่ป้แล้วครับ ยอมมา ๔๕ ป้ สงวนสิทธิไหมครับ สงวน เดี๋ยวนี้รัฐบาลนี้ ก็สงวนสิทธิครับ ทุกอย่างที่ทําไปสงวนสิทธิทั้งนั้น แล้วที่ทํามาทั้งหมดนี่กระทรวงการต่างประเทศ เขาไม่ได้เปึนพวกรัฐบาลประชากรไทยหรอกครับ เขาตรวจสอบทุกระยะ เขาดูอยู่ทั้งหมด จะทําอะไรอย่างไร ๆ นั้น เราทําตามแนวทางที่เขาตั้งเอาไว้ให้ เพราะฉะนั้นจะบอกให้ฟังว่า ที่ตัดสินที่ดําเนินการไปทั้งหมดนั้นกระทรวงการต่างประเทศเขาอยู่ข้างหลัง ไม่ได้คิดทําเอง เออเองอะไรต่าง ๆ ผมไม่เข้าใจเลยครับ ทําไมมันถึงเรื่องราวมันเปึนไปได้ว่าเรื่องเท่านี้ มันกลายเปึนเรื่องจะเอาประเทศชาติไปขาย แต่ท่านรู้ไหมครับว่าสิ่งที่ท่านจุดชนวนมาถึง วันนี้กําลังนี้ไมตรีของ ๒ ประเทศมันเกิดอะไรขึ้น คนไทยที่อยู่กัมพูชาแจ้งเข้ามาแล้วครับ นอนตาไม่หลับแล้ว ถามว่ากองทัพอากาศนั้นเครื่องบิน ซี ๑๓๐ ยังพร้อมอยู่หรือเปล่า จุดชนวนกันเล่นกันจนกระทั่งไม่ดูหัวดูหาง ปลุกระดมกันแบบชนิดไม่ดูอะไรอย่างไรเลยครับ ท่านเปึนฝ์ายค้านจะเล่นอย่างไรก็ลองเล่นดู แต่ว่าผมเปึนรัฐบาลนะครับ เปึนหัวหน้ารัฐบาลด้วย ผมต้องรักษาไมตรีของบ้านเมือง ๒ บ้านนี้ไว้ครับ ใครจะมาดุด่าว่ากล่าวจะทํามาหากิน อะไรอย่างไร พูดเถอะครับ แต่ท่านต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเปึนอย่างนั้นจริงหรือเปล่า มีผลประโยชน์ อย่างไรหรือเปล่า บอกว่ามือสมัครเล่น นี่ละครับสมัครจริงครับ ผมจะบอกให้ฟังนะครับ พูดมาทั้งหมด อภิปรายมาทั้งหมด ผมไม่อยากไปตอแยแต่ละข้อ แต่ที่แค่นเขียนมา ผมยืนยันครับ ผมตําหนิว่าแค่นไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ เพราะแค่นจริงเขียนมา ๙ ข้อ คนฟังทั้งบ้านทั้งเมืองเขาคิดหรือครับว่าผมมันเปึนคนแย่ขนาดนั้น มันน่าทุเรศขนาดนั้น ๔ เดือน มาบอกจะทนไม่ได้ ข้อเท็จจริงคือว่าทนให้พรรครัฐบาลชุดนี้มันบริหารไปไม่ได้ เพราะมันยาวเหลือเกิน ๔ เดือน เมื่อไรมันจะไปเสียที เมื่อไรถึงจะเปึนโอกาสของเรา ทําไมพรรคการเมืองพรรค์อย่างนี้เส็งเคร็งเปึนอย่างนี้ถึงมีโอกาสมาตัดสินโครงการใหญ่มหึมา ในบ้านเมืองอย่างนี้ น่าตื่นเต้นรถเมล์จะแก้ก็แสนล้านบาท คนก็บอกขนส่งมวลชนนั่น หลายแสนล้านบาทครับ โครงการผันน้ําก็เปึนแสนล้านบาท โครงการรถไฟรางคู่ก็แสนล้านบาท จะทําอะไรบังเอิญใหญ่มหึมาทําไมรัฐบาลหน้าโง่พรรค์นี้มันถึงมีโอกาสครับ อันนี้ละครับ มันแสดงออกมาตรงที่เขียนมาให้ ๙ ข้อนั่นละครับ ปัทโธ่ เวลาคนเราจะดูความอยากนี่ แหม มันอยากเหลือเกินอยากเปึนนายกรัฐมนตรี ก็แสดงความอยากให้คนเขาเห็นทั้งบ้าน ทั้งเมืองที่แล้วมาก่อนจะตั้งรัฐบาลไม่ได้แสดงความอยากอะไรเลยหรือครับนั่น ๑๖๔ คนกับ ๓๑๖ คนนี่ยังดิ้นรนกระวนกระวายจะเอาให้ได้ แล้วอย่างไรครับ มันก็เปึนไปไม่ได้ แล้วก็ ๔ เดือนเท่านั้นมีไหมล่ะครับ ผมจะบอกให้ฟังนะครับว่าอ้ายที่ไม่ให้อภิปราย เพราะมันอภิปรายในเวลาที่เขาตั้งไว้สําหรับจะทํางบประมาณ ธรรมดาเขาเป่ด ๓ วันเขาป่ด นี่เป่ด ๒ อาทิตย์ล่วงหน้าเพราะมีกฎหมายจะต้องทําเท่านั้นละครับ แล้วก็จะสอดแทรกมา ให้ได้ ผมก็บอกว่า เออ เขาอยากจะเอาให้ได้ ข้อเท็จจริงให้คนทั้งบ้านเมืองนี้เขารู้สิครับว่า ถ้ามันเอาตรงนี้ไม่ได้แล้วรอไปถึงเป่ดสภาเดือนสิงหาคมมันก็ยื่นไม่ได้ ให้ชาวบ้านเขารู้ สิครับว่าอีก ๔ เดือนข้างหน้าก็ยื่นไม่ได้ครับ เพราะวาระเขาไม่ให้ยื่น ป่ดสภาอีก ๒ เดือน ก็ยังยื่นไม่ได้ครับ ต้องวันที่ ๒๑ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ จึงจะยื่นไม่ไว้วางใจได้ ต้องรอเกือบป้ครับ ถ้าเผื่อจริง ๆ ตั้งแต่เข้ามา เพราะฉะนั้น ๔ เดือนมันทุกข์ทรมานเหลือเกิน เพราะฉะนั้นเป่ด สภาเพื่องบประมาณจึงจะสอดแทรกเอาให้ได้ ก็เมื่อผมจัดการแก้ไขได้วันนี้ประชุม ครม. ก็เอาให้เลิกเร็วเพื่อจะมาที่นี่ ตอนบ่ายนี่ก็ยกเลิกหมด เมื่อยกเลิกเขาได้วันพุธยกเลิกได้หมด ก็เอาเลยสิครับ เมื่อวันจันทร์ยังต้องมาประชุมที่นี่เลยครับ ขอเขาประชุมที่นี่ก็ยกเลิกไป แต่ว่ามาทําให้วุฒิสภา ให้ฝ์ายค้านแล้วไม่ให้วุฒิสภา ก็ต้องให้ด้วยกัน นี่คิดดีนะครับ นี่คิดดีครับแต่ถูกเยาะเย้ยถากถาง โอ้โฮ ถูกอะไรบีบบังคับ ข้างนอกที่มานั่นไม่บีบบังคับ อะไรหรอกครับ ไม่หรอกครับ ผมทนได้ ถ้าท่านทางฝ์ายค้านเห็นว่าข้างนอกที่เขาทํามีเหตุผล ก็เปึนสิทธิของท่าน จะยกย่องสรรเสริญก็มีสิทธิของท่านแต่ผมไม่เอ่ยโยงใยให้มันเสีย ให้มาประท้วงผมหรอกครับ ไม่มีหรอกครับเรื่องพูดจาเฉียดไปเฉียดมาผมไม่พูดหรอกครับ แต่ถ้าเห็นดีเห็นงามก็เปึนสิทธิของท่าน แต่ว่าที่เข้ามาพูดในนี้ไม่ได้กลัวพวกข้างนอกหรอกครับ แต่ว่าเพราะเปึนหน้าที่ของผม อ้ายคนหน้าตาอย่างนี้อยู่ในการเมืองมาค่อนชีวิตนี่ อะไรมันไร้สมรรถภาพขนาดว่าให้เด็กอายุ ๔๐ กว่าป้พูดจากระทบกระแทกแดกดัน มันถึง ขนาดนั้นเชียวหรือครับ แหมหน้ามันโง่ขนาดนี้หรือครับนี่ สติปัญญามันไม่มีเลยเชียวหรือครับ โอ้โฮ ผมบอกจริง ๆ ผมก็เสียใจจริง อาจารย์เสนีย์คําน้อยผมไม่เคย คนอย่างผมน่ะรู้จัก บุญคุณคนครับ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์สร้างผมมา ผมนี่ละครับเปึนนักการเมือง ที่เดินออกมาแล้วไม่เคยดูหมิ่นดูแคลนพรรคประชาธิปัตย์ ผมยกย่องพรรคการเมืองพรรคนี้ แล้วพูดจาให้คะแนนพรรคนี้เสมอ แต่ว่าเมื่อเวลาที่การเมืองมันมามีกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่เนรคุณครับ ใครจะคิดเนรคุณใครสุดแท้แต่ แต่ไม่มีสําหรับผม เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าเก่งกาจเกินขนาดเลยครับ โอ้โฮ ใช้ถ้อยคําสุดท้ายคงคิดไว้ดีแล้วละครับ เนรคุณอาจารย์เสนีย์ โอ๊ย สักร้อยหนึ่ง สักครึ่งหนึ่งที่ทําบุญคุณครับ โอ๊ย มากเกินไปครับ เวลาที่ไม่รู้อะไรแล้วนี่แล้วมาแสดงเหมือนกับที่เรื่องใน ครม. นี่ ผมถอนออกมาทําไมครับ เรื่องนั้น เพราะว่าเขาคิดมา วันที่ ๑๖ มันวันจะเข้า ครม. แต่ว่าก่อนหน้านั้นด่ากันมา ๑๐ วัน เอกสารผมก็ยังไม่ได้เห็น แต่ท่านก็เก่งละครับ เขาคิดมาท่านก็รู้แล้ว ตอบโต้กันมา ๑๐ กว่าวันครับ เอามาถึงผมก็บอกอ้ายนี่ละครับคือเหยื่อที่เขาจะเอามาล่อให้ทั้งนั้น ผมบอกคุณช่วยไปทํา มาทีเถอะ เอากลับไปทําใหม่ คนที่ทํานี่ไม่ใช่การเมืองนะครับ งบประมาณกับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คุณไปช่วยประชุมกับทางซีกที่เขาตั้งฐานมา ไปแสดงให้ดูสิจะทําให้ดูก่อนว่าเพราะถูกด่าว่าเลือกบริษัทไว้แล้ว ผมบอกให้ไปทําเลยครับ ว่าจะประมูลอย่างไร จะเชิญชวนอย่างไร เมื่อวานวุฒิสมาชิกบอกเลยครับ ของท่านทําได้ เรียบร้อย ผมยินดีเลย ผมยังบอกผมได้ลูกค้าแล้ววันนี้ มีคนที่เอามาแข่งขัน เขาติดตามงานนี้ครับ ก็ลองดูสิครับ แต่ละอัน ๆ ที่ยกมาถ้าผมจะไม่ดูหัวข้อที่จดไว้เสียบ้างก็จะกระไรอยู่นะครับ ขอดูนิดหนึ่งนะครับ ปกติเปึนคนไม่ค่อยดูบทหรอกครับ โอ้โฮ ด้านเศรษฐกิจประสบปัญหา เกี่ยวกับพลังงาน เรื่องปากท้อง ความไม่สงบปัญหาชายแดนภาคใต้ ต้องการความสมานฉันท์ ในชาติ โอ้โฮ เรื่องพลังงานผมถูกต้องครับ ผมพูดชัดเจนเลย คือความคิดของคนมันก็ไม่เหมือนกันครับ มันก็เปึนไปได้ ท่านมาเปึนรัฐบาลเอาเลยครับ เข้ามาล่อ ปตท. ให้มันเจ๊งไปต่อหน้าต่อตาเลยเพราะต้องการเอาเงินมาให้น้ํามันมันถูก ก็คิดสิครับ มาเลเซียเขาโดนเรื่องน้ํามันแพง ถูกต้องครับ เพราะมาเลเซียอุดหนุน น้ําตาล ก็ถูกกว่า น้ํามันก็ถูกกว่าเขาอุดหนุนหมด แล้วเพราะเหตุว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประทานโทษนะครับไปพูดถึงเขานิดหนึ่ง เพราะเหตุว่าเขาไม่ได้ ๒ ใน ๓ ซึ่งไม่ใช่ระบบเลย ผมนี่ประชุมโฟร์ อายส์ (Four eyes ) กันมา นั่งกัน ๔ ตา มานี่ ผมบอกว่ามีไหมครับ มีข้อกําหนดไหม บอกไม่มี เหลือ ๕๐ ป้ครึ่งศตวรรษมันจะชนะ ๒ ใน ๓ ตลอด มาท่านนี่ซวยไปหน่อย ๆ ฝ์ายค้านแข็งขึ้นแพ้ไป ๘ แต้ม โดนเดินขบวน ชนะเกินครึ่งแต่ว่าไม่ถึง ๒ ใน ๓ ก็โดนเข้าไป แล้วก็ล่อกันใหญ่เลยครับ ล่อกันเองครับ บังเอิญเจอ ถามว่าตกลงมาเลเซียเกิดเหตุไหม เกิดเหตุ เรื่องอะไรครับ อุดหนุนน้ํามัน อุดหนุนข้าวสาร อุดหนุนน้ําตาล อุดหนุนหมดครับ ก็โดนไหมครับ แล้วประเทศไทยโดนไหม ก็โดนครับ มันโดนกันทั้งโลกนะครับ บางประเทศ เขาผลักไล่รัฐบาลออกไปเลย แต่ว่าที่นี่เคราะห์ดีนะครับมันตั้งตัวเอาไว้ทัน รัฐบาลก่อน เขาทําเอาไว้ครับ เขาจัดการเอาไว้ ก็ในยามที่ราคามันไม่บ้าเลือดอย่างนั้นเขาก็ใช้ระบบ กองทุน เขาก็อุดหนุนกันไปอุดหนุนกันมา วันดีคืนดีเขาก็คงจะรู้ประมาณการไว้ได้เขาก็จัดการ ให้เสร็จ เวลานี้น้ํามันวิ่งขึ้นวิ่งลงก็ไม่มีปัญหานะครับเพราะคนไทยรู้แล้ว เข้าใจแล้ว เข้าใจ ว่าไม่ใช่เปึนความผิดของรัฐบาล ไม่ใช่ความโง่ของรัฐบาล เพราะเหตุว่ามันราคาต่างชาติ แล้วน้ํามันมันแพงก็กระทบราคาสินค้า ราคาสินค้าแพงก็เพราะราคาน้ํามันมันแพง มันอะไรล่ะครับ ราคาข้าว โอ้โฮ มีวิกฤติการณ์ อายเขาบอกอย่างไร ข้าวราคาแพงทั้งโลก แต่เมืองไทยชาวนาเดินขบวน แหงละสิครับ มันต้องมีเหตุครับ ต้องมีเหตุครับราคา ทั่วโลกมันแพงครับ แต่ว่าพ่อค้ามาเล่นกับโรงสี โรงสีไปกดชาวนา แล้วรัฐบาลทนไหม รัฐบาลก็ทนไม่ได้ครับ รัฐบาลบอกจะซื้อ ๑๔,๐๐๐ บาท เอาสิจะซื้อ ๑๔,๐๐๐ บาท ใครจะเอามา ก็ซื้ออย่างไรครับ ซื้อนาปรังนี่ ๒ ล้าน ๕ แสนบาท จะออกเดือนกรกฎาคม พอเดือนมิถุนายนก็ดําเนินการ ไม่ช้าหรอกครับ เพราะข้าวมันยังไม่ออก ก็เตรียมไว้สําหรับ ตรงนี้คือทุกอย่างก็ทํา นี่แหละครับคืองานที่ทําครับ น้ําตาลก็แก้ไขครับ มีปัญหาอะไรก็ต้องทํางาน ไม่ใช่นั่งหลับทําหูหลับตาอยู่ แต่อ้ายความอยากได้ใคร่ดี บอก โอ้โฮ แล้วก็เขียนญัตติ ดูแคลนกันมา ผมดูแล้ว ผมฟังแล้วก็ต้องพยายามอดกลั้น ให้เรียงแถวตามนั้นมันจะยาว เกินไป เพิ่งเริ่มพูดเมื่อบ่ายสองโมงกว่า เมื่อกี้นี้ก็เพิ่งจะพูด ๔ โมง ๔๕ นาที ๒ ชั่วโมง กับ ๔๕ นาที ผมใช้ไม่ถึงหรอกครับ เพราะผมใช้วีธีรวบรัด ผมใช้วิธีแสดงให้เห็นชัดเจน เลยเชียวครับว่าเวลาที่ดําเนินการกันมานั้นปัญหาเรื่องสมานฉันท์ ตําหนิติเตียนผมพูดจา อย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าหากว่าผมเปึนคนเลวทรามต่ําช้าอย่างนั่นละก็ไม่ใช่หรอกครับ กล่าวหาข้อที่ ๑ ว่าตั้งรัฐบาลเอาคนไม่มีความรู้ความสามารถ เอานักเลงเข้ามาต่าง ๆ แล้วตกลงเขาวัดกันด้วยอะไรครับนี่ เขาไม่ได้บอกว่าเปึนรัฐมนตรีต้องมีปริญญาตรีหรือครับนี่ แล้วทุกคนที่เข้ามาไม่ได้ปริญญาตรีหรือ เขาก็ได้ปริญญาตรีก็มีขอบเขตอย่างนั้น แล้วพรรคการเมืองของท่านตอนเปึนรัฐบาลนี่สมาชิกในพรรคที่รับเลือกตั้งมาไม่มีใครเปึน รัฐมนตรีเลยหรือครับ เชิญคนนอกมาหมดเลยครับ เคยทําไหมครับ ผมก็ไม่เคย ผมเคยอยู่ แต่ผมไม่เคยเห็นตอนท่านเปึนรัฐบาลบริหารผมก็เคยเห็นเอาคนนอกมาขนาดนั้น คนเก่ง ท่านมีเยอะครับ คนเก่งมีเยอะก็ชื่นชมว่าเก่ง แต่ว่าพรรคนี้คนเก่งมันมีไม่เยอะแล้วทําอย่างไรครับ แต่ระบบพรรคมันยังมีอยู่ เขาเลือกตั้งมาเขามีอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น สัดส่วนอย่างนี้มันมี ทุกพรรคละครับ แต่ทําไมถึงดูแคลนทางนี้ละครับ ก็จํานวน ส.ส. เขาเปึนฐาน เขาได้ฐานมา นี่ครับ ได้ฐาน ๒๓๓ คน ทําไมตั้งรัฐบาลไม่ได้ครับ ให้ ๑๖๔ คน ตั้งหรือครับ ๒๓๓ คน ไม่ตั้ง แล้วคนสังกัดพรรคอื่นอีก ๕ พรรค เขาก็นั่งดูกันว่าอยู่ข้างไหนดี อยู่ข้างโน้นปริ่ม อยู่ข้างนี้ไม่ปริ่ม ๓๑๖ คน ต่อ ๒๖๔ คน เขาก็อยู่ข้างนี้แล้วอย่างไรครับ ก็เพราะแสดงให้คนทั้งบ้านทั้งเมือง เขาเห็นว่าอยากเปึนอยากอะไรแล้วไม่ได้ อย่างนั้นเลย ๔ เดือนแล้วถึงจะต้องมาแค่นกัน อย่างนี้ พูดกันชัดเจนเลยครับ พูดกันไม่ต้องเกรงใจเลย ต้องอธิบายให้ฟังคนทั้งบ้านเมือง จะได้เข้าใจเสียครับว่าพูดจาอะไรต่าง ๆ ประโคมกัน ๆ ขอยืนยันครับทุกหนทุกแห่งที่ทํานั้น มันมีเหตุผลในการดําเนินการ ท่านไม่ได้นั่งอยู่ใน ครม. คนที่คาบเอามาบอกนั้นทีหลังก็ให้ เขาเล่าให้มันครบถ้วนหน่อยสิครับ ถามสิครับใน ครม. คนนั่งหัวโต๊ะลองไปถามสิว่ามีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ประชุมกันมา ๔ เดือนจะสามารถผูกพันคน ๓๕ คนให้นั่งทํางานร่วมกันอยู่เหมือนคนในครอบเดียวกัน ยืนอยู่ตรงนี้ละครับที่เปึนหัวหน้ารัฐบาลที่มีคน ๖ พรรคแล้วอยู่กันเหมือนพรรคเดียว คนนี้ละครับ ใครจะคิดอะไรอย่างไรก็สุดแท้แต่ คิดเล็ก คิดน้อยหนังสือพิมพ์ไปทําให้คิดมาก สุดแท้แต่จะเอาไปทําข่าวไม่มีปัญหาหรอกครับ บางครั้งบางคราวไปกินข้าวกัน อู้หู นักข่าว ไปบ้าเลือด ผมบอกผมต้องแสดงความประหลาดใจได้หาว่าทําหน้าทําตากับผู้สื่อข่าว ทําไมละครับก็ผมนัดกันเงียบ ๆ คุณตะบันมากันเปึนร้อย คนมากินข้าว ๘ คน แน่นอนครับ ผมกินข้าวกันกับ ๖ ท่าน อาวุโสกว่าผมก็มี ๒ ท่าน นั่งกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วตกลงผมจัดการ อย่างไรผมไม่บอกหรอกครับ แต่ออกมาเขาจะคุยเรื่องไหนท่านก็บอกเรื่องนั้น ถามนําถามไป ถามมาถึงขั้นมันยังจะต้องคิดแล้วจะถอนตัวไหมท่านอาวุโสท่านบอกขอคิดดูก่อนเท่านั้น ละครับเปึนเรื่องใหญ่เลย แต่ลองตามข่าวดูไหมละครับ บ่ายท่านประชุมพรรคท่านรีบ แถลงเลยเปล่าไม่ใช่อย่างนั้น นักการเมืองอย่างผมก็ต้องหัวเราะในใจ เพราะเราตกลงกัน ข้างในว่าไม่แถลงสิ่งที่พูดกัน แล้วมาเสร็จเรียบร้อยแล้วพอทางพรรคท่านบอกว่าอย่างไร เราก็ได้แต่หัวเราะหึ ๆ ในใจ นั่นละครับ ของจริงมันเปึนอย่างไรกับข่าวเอิกเกริกมันเปึน อย่างไร เรื่องพรรค์อย่างนี้ที่ทํางานกับเรื่องนี้ ผมทํางานทุกอย่าง ผมทํางานไม่ใช่ว่าไม่รู้ เรื่องต่าง ๆ จริงของผมไม่เก่งหรอกครับ ไม่เก่งอย่างหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่า ผมก็รู้จักที่จะฟังความข้าราชการประจําว่าจริง ๆ มันต้องเปึนอย่างไร ผมไม่ใช้ตัวเลข หรอกครับ จีดีพี (GDP : ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) เท่าไร ๆ ผมให้คนที่เขาถนัด เขาใช้ เพราะหน้าตาอย่างผมใช้อย่างนั้นไม่ได้ แต่ผมเข้าใจนะครับ เหมือนกับผมไม่ตีกอล์ฟ ไม่เล่นกอล์ฟเลยครับ แต่นั่งดูกอล์ฟได้รู้สึกตื่นเต้นเลยเวลาเท่าไรเขาเล่นกัน ๔ วัน วันสุดท้ายทางโน้นวันอาทิตย์ทางเราตรงกับวันจันทร์ นั่งดูกับเขานี่รอบสุดท้ายก็ตื่นเต้น กับเขาครับ ที่มันสุดท้ายเฉือนกันนิดเดียว ดูเปึนครับ เรียกถูกด้วยอะไรเปึนอะไรอย่างไร แต่ตีกอล์ฟไม่เปึนครับ แต่ว่าของพรรค์อย่างนี้ถ้าไปอยู่ใน ครม. มันเข้าใจแล้วมันก็บริหาร ได้นะครับ มันไม่ได้ถือไม้กอล์ฟ ไม่ต้องมีวงสวิง (Swing) แต่สติปัญญามันอยู่ในหัวนี่ครับ มันคิดเปึนครับ รู้ว่าอะไรควรทํา รู้ว่าอะไรควรเว้น ก็เดินทางต้องปรากฏตัว คุณลองสิครับ คุณยังไม่เคยเปึน ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยังไม่เคยเปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่เคยเปึน ผมเพิ่งเคยเปึนหยก ๆ ๔ เดือนนี่ ถ้าท่านเปึนเขาก็ต้องให้ท่านไปเดินทาง ๙ ประเทศ ต้องไปครับ แล้วไปนั่นละครับ บทเรียนกระทรวงการต่างประเทศเขาให้ เราก็จะรู้จักขึ้นว่าตรวจแถว สวนสนามมันเปึนอย่างนี้ เวลาเจออย่างนี้ไปเรียนเลยครับ บทที่ ๑ เรียนกับประเทศลาว พูดภาษาเดียวกัน บทที่ ๒ เรียนกัมพูชา บทที่ ๓ เรียนพม่า เรียนมาแล้ว ๘ บทครับ ยังเหลืออีกบทหนึ่งยังไม่จบแล้วต่อไปก็ต้องประเทศใหญ่ ๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาได้พบ กันแล้วได้คุยกันแล้วมีความผูกพันกัน มีความเข้าใจกัน ทําไมละครับ บางคนตั้งข้อ อย่างประเทศพม่า แต่ผมไม่ตั้งข้อหรอก ผมคุยได้ทั้ง ๓-๔ คน ผมไปเจอกันหนที่ ๒ ที่เวียงจันทน์เสร็จแล้วท่านรับปากเลยกลับมาเยี่ยมผม เยี่ยมผมเสร็จแล้วเรียบร้อย แล้วทําไมคนอย่างผมถึงเปึนคนที่ว่าสหประชาชาติ นายบัน คีมูนโทรศัพท์มาหาขอช่วย ขอแรงหน่อยครับ รู้จักคุ้นเคยกับทางพม่า เขาเข้าไม่ได้ ผมนี่ละครับเปึนคนเป่ดประตู ผมเปึนคนพูดกับทางนั้นส่งนําไปก่อนแล้วผมไปเจรจาเอง ถูกด่าหน่อยบอกว่า โอ๊ย เขาเอามาให้ ไม่ใช่ไปดู ไปฟัง ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ผมเป่ดประตูครับ แม่ทัพอเมริกัน มาได้นั่งเครื่องบินซี ๑๓๐ (C ๑๓๐) ลงไปนั่น อเมริกันส่งไปอีก ๓-๔ ลํา เขาเกลียดยังกับขี้

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

(นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : เอาประท้วงอะไรกัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวิทยา

นายวิทยา แก้วภราดัย นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมต้องขอประทานโทษ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องขัดจังหวะ แต่ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับข้อ ๖๑ ท่านประธานต้องกํากับการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก ท่านนายกรัฐมนตรี ที่กําลังอภิปรายอยู่ด้วยครับ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่ปรึกษา กันอยู่ ไม่วนเวียนซ้ําซาก พวกผมกําลังอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรอคําชี้แจง จากท่าน แต่จนถึงขณะนี้ผมเข้าใจว่าคนทั้งประเทศยังฟังไม่ออกครับท่านชี้แจงเรื่องอะไรอยู่ ท่านประธานช่วยกํากับด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านวิทยาครับ ที่จริงเรื่องนี้เปึนญัตติไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ์ายค้านในฐานะผู้ยื่นญัตติ มีหน้าที่กล่าวหาตามญัตติที่ยื่นในกรอบนั้นนะครับ ส่วนท่านนายกรัฐมนตรีก็เปึนสิทธิ ของท่านในการที่จะชี้แจงคําที่ท่านกล่าวหา ส่วนจะชี้แจงได้อย่างไรนั้นประชาชนเขาฟังอยู่ แล้วผมก็ฟังอยู่ ผมก็ยังเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรียังอยู่ในประเด็นครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ต่อครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ประเด็นอยู่ว่านายกรัฐมนตรีถูกหัวหน้าฝ์ายค้านดูแคลน อย่างแรง พูดจาว่าไม่มีความสามารถจัด ครม. ไม่เปึนสับปะรด แล้วก็บริหารไม่เปึน คิดไม่เปึน แก้ไขปัญหาไม่ได้ การพูดให้ฟังนี่แหละครับ ฟังไป ๆ จะได้รู้ว่า อ๋อ คนนี้มันเปึนอย่างนี้เอง มันไม่ได้เปึนอย่างที่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านกล่าวหา ขณะนี้ผมเพิ่งพูดไปได้ ๑๕ นาทีเท่านั้น ผมทนฟังหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านพูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที ผมยังทนได้เลยครับ อะไรนี่ ๑๕ นาที ท้วงแล้ว ประเด็นที่พูดนี่มันน่าท้วงหรือครับ การที่ผมพูดผมแสดงความคิดเห็นว่าผมมี ความสามารถในการพูดจากับต่างชาตินะครับ ผมเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ๔ เดือน ผมสามารถ จะเป่ดประตูพม่าที่ป่ดประตู ผมกําลังจะดึงพม่าออกมาจากเงามืด ผมกําลังทําหน้าที่ของผม อยู่ทําไมผมทําได้ละครับถ้าไม่มีความสามารถ ผมบอกเลยครับว่ากระทรวงการต่างประเทศ เขาเปึนพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้นถ้าพี่เลี้ยงผมเขาไม่มาทําให้ผมเสียหายผมก็ต้องยกย่องเขา แล้วผมก็ดําเนินการ ผมทํา ผมกําลังคุยให้ฟังว่าผมมีความสามารถในการพูดจากับประมุข ต่างประเทศอย่างน้อย ๘ ประเทศที่ได้พบกันมาแล้ว เวลาที่พบปะพูดจากันแม้แต่วันเดียว ๒ วัน แต่ก็มีความรู้จักคุ้นเคยกัน มีการโทรศัพท์หากัน มีปัญหาเขาหารือกันลองถามสิครับว่า ๘ ประเทศ ยกเว้นบรูไนที่ยังไม่เจอแต่ท่านก็รู้จักผมว่าเขาได้คบหาสมาคมกับนายกรัฐมนตรีไทย แล้วเขาเปึนอย่างไร แต่คําอภิปรายของท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านเมื่อกี้แปลกันภาษาต่างชาติ ให้เขาฟังได้จะได้รู้บอกทําไมไม่เหมือนที่เจอกับสมัคร คุยกับสมัครไม่ใช่เปึนอย่างนั้นเลย ผมจะบอกให้ฟังนะครับว่าการอภิปรายวันนี้เปึนการอภิปรายดูแคลนหัวหน้ารัฐบาล ถ้าผมไม่แสดงให้เห็นว่าผมรู้ ผมมีความสามารถแล้วผมจะไปพูดอะไรตรงไหนอย่างไร ผมจะอภิปรายตอบเปึนคํา ๆ มันมากเกินไปผมก็เปลี่ยนแนวทางของผมใหม่ ผมเล่าให้ฟัง เท่านั้นละครับว่าผมไม่ได้เปึนอย่างที่กล่าวหาผม แน่นอนครับบ้านเมืองนี้มีปัญหา ผมถึงได้ เทียบเคียงว่าบ้านเมืองกําลังมีปัญหาอยู่แล้วผมก็เข้ามา ปัญหาขนาดไหนครับ ปัญหาที่เปึน รัฐบาลที่มารับช่วงหลังจากการปฏิวัติ หลังจากการเปลี่ยนแปลง ปฏิวัติแล้วเปึนอย่างไร ปฏิวัติแล้วต่างชาติเขาไม่คบหาสมาคม ๑๖-๑๗ เดือนเขาไม่ติดต่อด้วย สถานะทางเศรษฐกิจ เปึนอย่างไร เสียหาย เสียหายแน่นอนครับต้องกอบกู้ไหม ต้องกอบกู้ครับ คนที่มาก็บอกแล้วว่า ไม่เก่งครับ เพราะโชคไม่ดีครับ นักการเมืองเก่ง ๆ ที่ควรจะมาสมัครรับเลือกตั้งก็ถูกไปจําจอง อยู่เสียมากมายหลายคน แล้วทีนี้ทําอย่างไรครับ ผมก็เอาเท่าที่ผมทําได้แล้วผมก็ดําเนินการ แล้วทําไมครับ เมื่อเขามีปฏิวัติเขาฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งแล้วเขาก็เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วตอนเขียนเขาก็บอกว่าไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะต้องการจะให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นมันอ่อนแอ มีหลักฐานชัดเจนเลยครับ คนร่างไปเขาก็คุยไปต้องการทําให้อ่อนแอต้องการทําอย่างนั้น ต้องการทําให้มันยุ่งมาก เลือกตั้งอย่างนี้ต้องแก้อย่างนี้ ก็เห็นพ้องต้องกันนะครับว่า ต้องแก้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ผมนี่นะครับผมพูดชัดเจนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้มาตรา ๓๐๙ ผมก็พูด มาตรา ๒๓๗ ก็บอกครึ่งหลังต้องแก้ นี่แหละครับผมพูดตรงไปตรงมา แล้วผม จะลองถามดูสิครับว่ารัฐธรรมนูญมันคนเขียน ถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้แล้วเขียนไว้ทําไมครับ วิธีแก้ทําอย่างไร ทุกฉบับเลยครับเขียนไว้เลยวิธีแก้ทําอย่างไร เมื่อวานนี้อภิปราย โอ้โฮ กล่าวหาว่าผมจะตั้งสาธารณรัฐทําอย่างโน้นอย่างนี้มีสูตรเลย จะเอาองคมนตรีออก เคราะห์ดี รัฐมนตรีเขาอธิบายความให้เห็นเลยมันอยู่หมวดนี้ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะเอากันพังเมื่อวานนี้ วันนี้ก็จะเอากันพัง แต่ว่ารายละเอียดเจ้าของเรื่อง เขาจะเปึนคนอภิปรายความเอง แต่ผมมีหน้าที่ต้องอธิบายว่าทําไมถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดีแล้ว แก้ไม่ได้หรือครับ แล้วทําไมการแก้รัฐธรรมนูญต้องเปึนชนวนให้คนลุกฮือขึ้นมาล่ะครับ ทําไมล่ะครับ ทําไมครับหรือว่าทางพรรคการเมืองฝ์ายค้านเห็นดีเห็นงามกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็อย่าแก้เลยครับ ไม่ต้องแก้ ให้คนที่สะดวกแก้ ๓๑๖ คนบวกกับสมาชิกวุฒิบางส่วน แก้ได้ครับ ท่านไม่ต้องลงคะแนนแก้นะครับ แต่พวกท่านได้ประโยชน์ก็มาใช้สิครับ เลือกตั้ง เขตละคน คนละเขตมันดีแล้ว ย้อนไป ๑๕๗ เขต ควรแก้ไหมล่ะครับ วุฒิสมาชิกกระโดกกระเดก เลือก ๗๖ คน แต่งตั้ง ๗๔ คนควรแก้ไหมละครับ มีมากมายหลายประเด็น ฉะนั้นแก้เพื่อใคร เพราะการแก้เขาจะต้องบอกไว้เลยว่าจะใช้เมื่อไร ใช้เมื่อเลือกตั้งทั่วไป อย่างนั้น ไม่ใช่ตัวเราเองครับ วันข้างหน้าสมัครใหม่ก็มาใช้ประโยชน์ ผมพูดชัดเจนเลยครับว่าไม่ได้ทํา เพื่อไปช่วยใคร ช่วยไม่ได้หรอกครับ แก้รัฐธรรมนูญได้วันพรุ่งนี้สวิตช์ปัูบ ต่อไปเขาต้องขึ้นศาล อยู่ดี ต้องอยู่ในศาลอยู่แล้วครับ คตส. เขาจบเขาก็ส่งมาให้ ป.ป.ช. ส่งไป ปปง. เขาส่งหมด เขามีหมด ต้องอยู่ในศาลอยู่ในมือคนดําเนินการต่อ ไม่หลุดรอดไปหรอกครับ ถ้าทําความผิดพูดกันชัดเจนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อจะแก้รัฐธรรมนูญทําไมถึงจะต้องไป เห็นใจว่ามีคนเขาไม่พอใจกระโดดลงมา ยื่นแก้รัฐธรรมนูญนั้นต้องปลุกระดมเลยครับ ผมก็ประหลาดใจว่าพรรคการเมืองบางพรรคเห็นชอบกับการปลุกระดมแล้วเห็นก็เข้าใจว่า ถูกต้อง คือหมายความว่าใครแก้รัฐธรรมนูญก็เลยต้องกระโดดลงมาแล้วทําไมอย่างนั้นล่ะครับ แล้วการแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมก็บอกชัดเจนเลยว่าสมาชิกถูกต้องมันพรรคเดียวกันนะครับ แต่ทว่าตกลงพรรคเดียวกันไม่ได้แบ่งเปึน ๒ ซีกหรือครับนี่ ทางท่านไม่มีโอกาสแบ่งหรอกครับ ท่านต้องอยู่ในสภาหมด แต่คนเปึนรัฐบาลแบ่ง ๒ ซีก ส่วนหนึ่งไปเปึนอยู่ฝ์ายบริหาร เปึนอํานาจหนึ่งของประเทศ แล้วอีกพวกหนึ่งก็อยู่ในสภาเปึนอํานาจหนึ่งเปึนนิติบัญญัติ แล้วศาลท่านก็มาตามระบบของท่าน ๓ อํานาจคานกันอยู่ ทําไมทางสมาชิกในพรรค ของพรรคพลังประชาชนจะทําอะไรอย่างไรนั้นก็ต้องให้เกียรติ สมาชิกเขาอยู่นิติบัญญัติ ผมอยู่ฝ์ายบริหาร เพราะฉะนั้นแม้จะเปึนพวกเดียวพรรคเดียวแต่ว่ามันต้องแบ่งงานกัน เขาก็ทําของเขา มันเสียหายอะไรครับแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าไปถึงก็ไปปลุกระดมบอกไม่ได้เปึนเหตุ แล้วเปึนเหตุเลยไปถึงไหน พอได้เหยื่อมา รัฐธรรมนูญเอาไปไม่ได้ ถอน ๆ ถอน ๆ พอไปได้ เหยื่ออีกตัวหนึ่งแล้วการปลุกระดมว่าอย่างไร เรื่องที่บอกว่าเตือนผม เขียนจดหมายไป เตือน ผมต้องมีเหตุผลของผม คนอย่างผมสิครับผมเฝัาดูคนบางคนที่ดูหมิ่นดูแคลน พระราชวงศ์ เขียนพูดจาแดกดันตํารวจยังไม่ค่อยกล้าดําเนินคดีเท่าไร ไม่มีใครจัดการเลย อ้ายที่ขึ้นต้น ส นั่นน่ะไปดูสิครับ เพราะฉะนั้นอย่างที่เกิดเหตุ ผมจะบอกให้ฟังว่า ว่ากล่าวมี พฤติกรรมเปึนอันตรายต่อสถาบันแล้วนายสมัครไม่จัดการ นี่หรือคนจงรักภักดี ไม่ดําเนินการ ท่านก็คงทราบเหมือนที่ผมทราบ การพูดของนายจักรภพพูดที่ไหน เขาพูดที่ สมาคมผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศ พูดเมื่อไรครับ พูดเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ทุกคนรู้ ทุกคนเข้าใจ ทุกคนถอดเทป (Tape) เก็บไว้หมด เก็บไว้ทําไมล่ะครับ ความจงรักภักดี ทําไมเก็บไว้ล่ะครับ จนกระทั่งจักรภพอยู่ข้างนอกก็ไม่เปึนไร ก็เปึนคนดีไปตลอดชีวิต แต่ดันมาเปึนรัฐมนตรี รัฐมนตรีพอไปสั่งงานเกี่ยวข้องกับทางสื่อสารมวลชนเข้าก็เริ่มถูก เกลียดชัง ไปเหยียบหางใครเข้าปัูบทันทีตํารวจคนหนึ่งมาเลยครับ เอาที่เก็บไว้เรียบร้อย แจ้งความเลยครับ นี่อย่างไรครับสามารถจะเอาความจงรักภักดีใส่แฟัมไว้ก่อนครับ อ้ายคนนี้ ถ้าเผื่อไม่เปึนอะไรไปมันก็รอดตัวไป แต่ว่าไปเหยียบหางเขาเข้าปัูบเขามาทันทีเลยครับ จัดการ ผมรู้อย่างนี้ผมถึงบอกตํารวจช่วยจัดการที ผิดหรือครับ หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นกล่าวหา บอกว่าคนนี้เปึนอันตราย ผมบอกขอให้ตํารวจจัดการ มันกลายเปึนว่าหัวหน้ารัฐบาลไม่เอาใจใส่ เรื่องนี้เปึนอันตรายอย่างยิ่งกับสถาบัน ตํารวจก็จัดการสิครับ คนที่เปึนอันตรายมีมากมาย ก่ายกอง กําลังนี้อันตรายก็มีอยู่ เรามีระบบของเรา กระบวนการยุติธรรมมีก็ให้เขาจัดการเห็นไหมครับ แก้รัฐธรรมนูญ ก็มีเหตุผลว่าการแก้ต้องไม่ผิดกฎหมายต้องทําได้แต่ทําไมต้องปลุกระดม การที่ไม่ดําเนินการ กับคนที่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นมา ผมให้ตํารวจดําเนินการ แปลว่าผมไม่จงรักภักดีหรือครับ การวินิจฉัยผมก็บอกทํานองบอกว่านี่ถ้าหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นมาวันละคนแล้วผมต้อง เอาออกหมด แล้วผมก็เหลือตัวคนเดียวแล้วทําอย่างไร วันดีคืนดียื่นมาบอกนายสมัคร ก็ไม่จงรักภักดี ผมก็ต้องออกด้วยอย่างนั้นหรือครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น มันต้องฟังเหตุผลกันบ้างว่าอะไรเปึนอะไรอย่างไร ทั้งหมดนี้จะบอกทีละถ้อยทีละคํา อะไรต่าง ๆ นั้นมันจะยาวเกินเหตุ แต่พูดเสียให้เข้าใจเถอะครับว่าทั้งหมดนี่คือผมก็ไม่อยาก พูดจาให้กระทบกระทั่ง คือการแสดงออกมาเขียนมา ๙ ข้อนั้นก็ขอบคุณละครับไม่ได้ กล่าวหาว่าทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่การกล่าวหาว่าไม่มีคุณธรรม ไม่มีความสามารถ ไม่มีอะไรต่าง ๆ ที่เขียนมานั้นลองอ่านดูสิครับ ผมเองผมไม่กล้าไปเขียนกล่าวหาใครอย่างนั้น หรอกครับ มันดูแคลนกันเกินไป แล้วถ้าผมได้โอกาสลุกไปบ้างผมก็ต้องลุกขึ้นมาพูด แล้วพูดแล้วคนทั้งบ้านทั้งเมืองก็จะเห็นว่าแล้วตกลงเปึนอย่างนั้นหรือเปล่า ผมโง่ขนาดนั้น หรือเปล่า ผมประพฤติอย่างนั้นหรือเปล่า ผมโกงอย่างนั้นหรือเปล่า ผมไม่มีความสามารถ อย่างนั้นหรือเปล่า ที่พูดต้องการให้ฟังนั้นเพราะว่าญัตติที่ยื่นนั้นมันกระจัดกระจายครับ มันตุปัดตุเปิ มันกล่าวหาเหมือนกับว่าไม่รู้จะทําอะไรแล้ว ขอสอดแทรกมาจะเอาให้ได้ ตรงนี้ ผมอธิบายความให้ฟังทีละท่อนทีละตอนแล้วไม่ต้องยืดยาวเยิ่นเย้อ ผมอยากจะบอกว่า บางครั้งนั้นคนที่ทําอยู่นั้นมีความรับผิดชอบ คนที่เฝัาดูอยู่นั้นไม่ต้องรับผิดชอบ นักมวย อยู่บนเวทีแน่นอนครับถ้าไม่มีความสามารถก็คงไม่ขึ้นไปต่อยแต่ไปต่อยแล้วอ้ายพี่เลี้ยงอยู่ ข้างนอกมันเห็นชัดกว่า นักฟุตบอลถ้าไม่ได้เล่นเก่งก็คงไม่ได้เล่นในสนามแต่คนที่เก่งกว่า มันนั่งอยู่ข้างนอกมันตะโกนบอกได้ครับ แต่บางครั้งโคช (Coach) ก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นตรงนั้น บางครั้งพี่เลี้ยงก็ไม่รู้ว่าข้างบนมันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร เหมือนกันละครับ นักการเมืองฝ์ายค้านเฝัาดูรัฐบาลไม่รู้หรอกครับในการประชุม ครม. คนคาบเอามาเล่า มันคาบไม่หมดหรอกครับ คนที่ไม่มีความสามารถมีอยู่ครับ มันมีข้อขัดข้องมีครับ รัฐมนตรีไม่ลงตัวมีบ้างครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่มันต้องอยู่ที่หัวหน้ารัฐบาลที่จะเปึนคน ดูแล สถานการณ์บ้านเมืองจะแก้ไขนั้นบางครั้งเราต้องเห็นใจเขา ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเขา เขาต้องการจัดการ ถ้าท่านเปึนฝ์ายค้านท่านต้องอยู่ในสถานะนี้ มีคนที่เขาได้รับความชอกช้ํา มีคนที่ดําเนินการ ทําไมล่ะครับว่าเวลาที่มีคณะเข้ามาแล้ว มาจัดการเปลี่ยนแปลง มายื้อยุดฉุดกระชาก ตรวจนั่น ปลดนี่ เปลี่ยนเปึนตับ ปลดเปึนออก ไม่มีใครหือเลย ไม่มีใครพูดจา ไม่มีใครว่ากล่าวอะไรเลยครับ ปล่อยหมด แล้วทําไม มันเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่เข้ามานี่ มันจัดใหม่ไม่ได้หรือครับ ธรรมเนียมของโลกในอเมริกา เขาให้เวลาตอนไหน เขาเลือกตั้งเสร็จวันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน แล้วเขาทิ้งไว้ นานเท่าไร เขาทิ้งไว้ถึงวันที่ ๒๐ มกราคม คิดสิครับต้นเดือนอาทิตย์แรกถัดไปเดือนพฤศจิกายน เกือบทั้งเดือน เดือนธันวาคมอีกทั้งเดือน วันที่ ๒๐ มกราคม ๒ เดือนครึ่ง เขาให้เวลา ทําอะไรครับ เขาปรับ เขาเปลี่ยนหมด ใครจะถอดจะถอนเขาทําหมด แล้วเข้าไปเขาก็ไม่ต้อง ไปโยกย้าย เพราะเขาโยกย้ายหมดแล้ว แล้วหลายอย่างหลายตําแหน่งเขาไม่ต้อง เพราะมันเลือกตั้ง ผู้พิพากษาก็เลือกตั้ง ตํารวจก็เลือกตั้ง ตรงนั้นเลือกตั้ง แต่ตําแหน่ง ในทําเนียบขาวถูกโยกย้ายหมดในเวลา ๒ เดือนครึ่ง แต่ของเราล่ะครับ คณะปฏิวัติเปลี่ยนแปลง เอาผู้พิพากษาซึ่งเคยอยู่ตรงกลางต้องวินิจฉัยความขัดแย้งระหว่างสภากับรัฐบาล นิติบัญญัติ กับฝ์ายค้าน หรืออะไรต่าง ๆ ผู้พิพากษาเคยวินิจฉัยปรากฏว่าไปอัญเชิญท่านเอามา ยังอยู่ในตําแหน่งราชการยังไม่เกษียณก็เอามา เอาไปเปึนรัฐมนตรีก็เอาไปเปึน เอาไปเปึน อธิบดีก็เอาไปเปึน เอาไปเปึนปลัดกระทรวงก็เอาไปเปึน เอาไปเปึน กกต. ๕ ท่าน เปึนเลขานุการ กกต. ก็ผู้พิพากษา เอาระบบผู้พิพากษาไปทําตรงนั้นแล้วเปึนอย่างไรครับ กระทบกระเทือน ไหมครับ กระทบกระเทือนมันเสียหาย เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้ามาใหม่ ที่ไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีสมพงษ์แล้วทําไมล่ะครับก็ท่านมาอยู่ตรงนั้น ท่านกําลังอยากจะขอกลับ ถ้าเรา ต้องการจะปรับเปลี่ยนใหม่เราก็บอกท่านช่วยไปอยู่ตรงนี้ งานใหม่ท่านไปอยู่ตรงนี้ แล้วคนมันก็เปลี่ยน อะไรเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้หรือครับ ผมเปลี่ยนครับ คนสําคัญ ๆ ใครไม่กล้าเปลี่ยนผมยังเปลี่ยนเลยครับ เพราะผมถือว่า ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมเปลี่ยน ก็คนจะบริหารต้องอย่างนี้ ไปนั่งก้มหน้า โอ๊ย ไม่ได้ครับ เข้ามาต้องเปึนคนดีครับ เปลี่ยนอะไรไม่ได้ครับ เปึนคนดีครับ เดี๋ยวเขาว่า เดี๋ยวฝ์ายค้าน เล่นงานเอาครับ เดี๋ยวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เปลี่ยนปล่อยไว้อย่างนั้น แล้วงานการ เปึนอย่างไร เสียหายไหมครับ เขาเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เสียหาย แล้วเปลี่ยนมากไหมครับ เปลี่ยนเท่าที่จําเปึนต้องเปลี่ยน เพราะฉะนั้นที่กล่าวหามาแต่ละอัน ๆ นั้นผมอยากจะเรียน ให้ทราบว่าปัญหาบางสิ่งบางอย่างนั้นผมคุยกับประธานาธิบดีอาร์โรโย ท่านประธานาธิบดี บอกว่าอยากจะได้ข้าว ผมบอกท่านเลยว่าถ้าท่านใช้วิธีแบบการประมูลแล้วให้ใครมา สลักหลังท่านทําของท่านไป แต่ถ้าท่านต้องการข้าว เรามีข้าวอยู่ในสต็อก ถ้าขาดแล้วนั่น ฟ่ลิปป่นส์ไม่ขาดครับ แต่เขาต้องการทําสัญญา ๓ ป้ ตั้งราคาไว้อย่างนั้นเราบอกไม่เปึนไร ผมกระซิบบอกท่านเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียโอกาส ผมต้องการรักษาราคาข้าว ผมคุยกับ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมคุ้นเคยกับเขาขนาดว่าเขาเกิดวิกฤติการณ์ผมก็โทรศัพท์ ไปหาท่าน แล้วเขาบอกเลยครับว่าเราต้องช่วยกันประคองรักษาข้าว ท่านเริ่มผลิตได้ ผมก็ ผลิตได้ ต้องทําราคาให้สูงไว้ ก็นี่เปึนเรื่องส่วนตัว เปึนเรื่องที่ว่าคิดกันแล้วก็บอกกัน แล้วก็ เข้าระบบ ก็ทํางานนี่ครับ การรักษาราคาข้าวให้สูง ชาวนามีรายได้ดีไม่ดีหรือครับ ข้าวมันสูง เพราะว่ามันไปแพงที่ชิคาโก มันแพงข้าวสาลีแล้วมันก็มาแพงข้าวสาร แล้วมันก็เกิดการแพง แล้วมันก็เกิดการกล่าวหาว่าไปปลูกพืชพลังงาน แล้วก็มากล่าวหาไทย ผมก็ต้องตอบโต้ ไปว่า เอ๊ะ อะไรกัน แล้วผมก็ว่ากล่าวไปเปึนทํานองว่าน้ํามันขึ้นราคาไม่ว่า พอข้าวขึ้นราคา มาว่า เราวิเคราะห์พิสูจน์ให้ฟังทั้งนั้นละครับ แล้วคนที่ถูกผมตําหนิ วันดีคืนดีเขาก็โทรศัพท์ มาหาผมขอแรงหน่อยข้าวประเทศนี้ไม่ได้ ขอช่วยหน่อย มันก็มีความสัมพันธ์กันอย่างนี้ ก็ได้รู้จักได้พูดจากัน บางสิ่งบางอย่างรัฐบาลอื่นอาจจะไม่กล้าทํา แต่ผมกล้าทําครับ คนโน้นเขาเขม่น ใครไปยุ่งกับพม่า สหรัฐอเมริกาก็เขม่น ใครไปยุ่งพม่า อียู (EU) ก็เขม่น แต่ผมปาฐกถาให้พวกนี้ฟังหมด ผมปาฐกถาให้ฟังตั้งแต่ผมยังไม่ไปพม่า แล้วผมไปพม่า มาแล้วใครก็อยากฟังปาฐกถาของผม แต่ผมบอกผมพูดไม่ได้หรอกครับ เพราะกระทรวง การต่างประเทศเขาไม่ให้นายกรัฐมนตรีต้องพูดเรื่องนี้ ผมก็ไม่พูด แต่ใครอยากจะรู้เรื่อง เมืองพม่าก็คุยกับนายสมัคร สุนทรเวช ที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลไป ผมทําอย่างนี้ เพื่ออะไร เพื่อว่าเพื่อนบ้านที่มันมีคะแนนในสหประชาชาติเหมือนกัน มันมีทรัพยากร มันเปึนเพื่อนบ้านอาศัยได้ เขาจะได้ไม่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจะเปึนจะตาย กําลังช่วย เขาอยู่ ไปประชุมกัน ๖ ประเทศ ประชุมเสร็จเรียบร้อยเขาจะไม่ให้เปึนเจ้าภาพต่อไป ผมบอกไม่ได้ ผมออกมากลางวง ผมบอกไม่ได้ ยู (You) เปึนเอดีบี (ADB : ธนาคารเพื่อ การพัฒนาเอเชีย) ยูเชิญเขามาทําไม ๓ ป้ก่อน เชิญมานั่น ๓ ป้นี้เชิญมานี่ ๓ ป้นี้เชิญมานี่ แล้วป้ต่อไปเขาจะเปึนเจ้าภาพไม่ให้เขาเปึน ไม่ได้ผมขอโหวตเลยครับ ๖ ประเทศ ๖ นายกรัฐมนตรีโหวตให้เลยบอกให้พม่าเปึน เพราะว่าผมมีเหตุผล ผมกําลังจะช่วย เขาอยู่ เขากําลังจะเลือกตั้ง อีก ๒ ป้เขาจะเลือกตั้ง แล้วอีก ๓ ป้ถึงจะเปึนเจ้าภาพ ถ้าเขา ประพฤติไม่ดีเราก็ไม่ให้เขาเปึน มีเหตุผลไหม เรื่องอย่างนี้ผมทํา นี่ละครับนายกรัฐมนตรี ไทยคนที่ถูกกล่าวหาไม่ไว้วางใจวันนี้ว่าไม่มีอ้ายโน่น ไม่มีอ้ายนี่ ไม่มีความคิด แต่ที่เล่า สิ่งละอันพันละน้อยแล้วตอบคําถามเปึนขั้นเปึนตอนนั้นเพื่อจะให้รู้ว่าผมรับผิดชอบ ในสถานะของผม ผมรับผิดชอบในสถานะว่าผมจะต้องทําผมก็ทําให้ ผมทําเปึนไม่รู้ไม่ชี้ ก็ได้ครับ แต่ผมทําให้ จะคลางแคลงใจว่าทําไมรีบร้อน ไม่มีใครบังคับผม ผมทําให้ แล้วก็ อธิบายความให้ฟังนั้นก็อยากจะย้อนกลับมาตรงสุดท้ายตรงนี้เท่านั้นเองครับว่า สิ่งที่ เอามาอ่านกันเมื่อกี้ตอนจบนั้นดูเปึนเรื่องดุเดือดเลือดพล่าน ขอยืนยันว่าที่เอามาอ่าน มาแสดงต่าง ๆ นั้นเปึนสิ่งที่คนไทยที่สนใจก็รู้กันอยู่ ข้อเท็จจริงก็คือที่อ่านนั้นคือการบอก ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้ว่ามีคดีความจริง เขาเรียกว่า คดีถูกป่ดปาก เพราะไปทําแผนที่มา รัฐบาลไหนละครับ รัฐบาลก่อนหน้านั้น ชื่อใครบ้าง ก็ไปทํามาละครับ ไม่ใช่รัฐบาลแถวนี้ ทั้งนั้น ไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วย แล้วเวลาที่อยู่นั้นไม่ใช่ ท่านเปึนรัฐบาลที่ถูกได้รับ เชิญมา ป้ ๒๕๐๕ ผมละครับการเมืองขึ้นสมองเลยตอนนั้นสมัย จอมพล สฤษดิ์ครับ แล้วก็จัดการดําเนินการ แล้วก็สงวนสิทธิ สงวนทุกวันนี้ก็ยังสงวนอยู่ ที่เขาไปดําเนินการตกลงเจรจาเรารู้หมดเพราะกระทรวงการต่างประเทศเขาเปึนคนทํา จดหมายทักท้วงก็รัฐมนตรีเขาเปึนคนให้ทักท้วงไปอย่างนั้น รุ่งขึ้นเขาตอบมา การที่เขา บอกนายกรัฐมนตรีสมัครเห็นชอบก็พูดกันในขณะประชุมกันในห้องเต็มไปหมด ก็เขาเขียนให้ ผมบอกว่า ถ้าพูดกันเรื่องเขาพระวิหารถ้าไม่ยกประเด็นไม่พูด เขาพูดเรื่องเขาพระวิหาร เราบอกว่าเขาพระวิหารนั้นถ้าหากว่าทางโน้นเขายอมรับว่าถ้าพื้นที่ทับซ้อนเราต้องยื่นด้วย พื้นที่ทับซ้อน ๔๖ ตารางกิโลเมตรต้องยื่นด้วย ถ้าเผื่อยูสามารถจะพิสูจน์ได้ว่าเอาเฉพาะ แต่ข้างบนก็ต้องลองดูก็เท่านั้นเองครับ แล้วเขาก็ไปทําอย่างที่ว่า วันที่ ๒ จะขึ้นได้หรือไม่ได้ ยังไม่รู้เลยครับ ที่ไปทํามาก็ไม่มีอะไรผิด ทุกคนรับรองหมด ไม่มีอะไรอย่างไรเลยครับ เขาสงวนสิทธิไว้หมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรจะน่าตื่นเต้นอย่างไรเลย แต่ทํากันตื่นเต้น ทําเหมือนเสีย ไม่มีอะไรเสียเลยครับ เขาจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ยังไม่รู้เลยครับวันที่ ๒ นั่น แต่ว่าเราไม่ตกลงกับเขาเขาก็ไปคนเดียวแล้วเขาจะเอาพื้นที่ทับซ้อนไปขึ้นด้วยคนเดียว เขาจะไปยื่นครับ เราบอกไม่ได้ พื้นที่ทับซ้อนยื่นไม่ได้ ในที่สุดก็ตกลงกันว่าต้องพูดกันว่าพื้นที่ ทับซ้อนไม่ยื่น ใครเปึนคนกลางก็ยูเนสโกบอกยูไปประชุมถามว่าขีดเอาเฉพาะปราสาท ได้ไหม ก็นายกรัฐมนตรีเขาบอกเอาแต่ปราสาทไปขึ้น บอกถ้าขึ้นได้ก็เอา เขาก็ไปเจรจาความ เขาก็ขีดเฉพาะปราสาท ก็ตกลงว่าเอาละตกลงเขาก็ออกแถลงการณ์ ถ้าจะตีความว่า แถลงการณ์เปึนกฎหมายก็ดําเนินการกันไปเถอะครับ มันเกินเหตุไปหน่อยเท่านั้นเอง ไม่มีใครคิดว่าจะเปึนสนธิสัญญาเปึนอะไร แล้วที่ดําเนินการไปก็ไม่เสียสิทธิครับ จะรักษา สิทธิไว้เท่าใด อีกสัก ๒๐๐ ป้ข้างหน้าอยากจะรักษาก็รักษาอยู่ครับ ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ทํากันตื่นเต้นเหมือนประเทศไทยกําลังจะเสียดินแดน โอ๊ย ทําไมถึงขนาดนั้นละครับ ปลุกระดมกันตั้งแต่คนเกิดข้างหลัง ก็เคราะห์ดีนะครับคนเกิดทีหลังคนเกิด พ.ศ. ๒๕๐๗ ไปอ่าน แล้วก็เอาข้อมูลนี้มาทําให้คนไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ต้องตื่นเต้น ผมฟังแล้วผมเฉย ๆ ครับ เพราะทํามากับมือรู้มากับมือรัฐมนตรีเขาเปึนคนทํา ผมเปึนคนนั่งดูอยู่ด้วย ถ้าเปึนอย่างนี้ละครับ อธิบดีก็ใช้ไม่ได้ เจ้ากรมแผนที่ก็ใช้ไม่ได้ แม่ทัพนายกองที่มารองรับ อาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ก็เปึนนักวิชาการใหญ่โต ใคร ๆ ถ้าพูดทางดีไม่เอ่ยถึงเลยครับ แต่ถ้าใครพูด ทางร้ายก็ปัูบ ๆ ปัูบ ๆ ไปถึงนั่นเลยเปึนข่าวหมดเลย ก็เอาเถอะครับเรื่องนี้ไม่มีปัญหา จะเอาขึ้นศาลกันอีกครั้งก็ได้ จะเอารัฐมนตรีไปขึ้นศาลก็ได้ เอาเลยสิครับ ไปดูกันเลยว่า มันเปึนอย่างไร มันเรื่องธรรมดา ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบต้องทํา เราไม่ขึ้น เขาขึ้นเดี่ยว เขาจะขึ้นเอาแผนที่ทับซ้อนไปขึ้นด้วย เราบอกไม่ได้ทับซ้อนต้องเจรจาความ ถ้าเผื่อ คุณขีดเอาปราสาทไปขึ้นได้คุณก็เอาไปคนเดียว ก็ตกลงเอาปราสาทไปขึ้น แล้วถ้าเขา ไม่รับ เขาไม่รับก็อาจจะขึ้นไม่ได้ จะเจรจากันอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ว่าจะมาบอกว่ารวม องค์การสหประชาชาติ ยูเนสโกบอกว่าถ้าขึ้นตรงนี้แล้วสระ เจดีย์จะต้องนับรวมด้วย อยู่ในแผ่นดินไทย อ้าว ลองมาล่อกันอย่างนี้สิ มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับนั่นเขตไทย แต่ว่า จะมาพูดจากันพิสูจน์กัน ในนี้พูดจากันยกมานั่น แต่ผมต้องการให้คนในบ้านเมืองนี้รู้ว่า บ้านเมืองนี้มันยกหนีไปไหนไม่ได้ การที่เขาเล่นงานกันเผาสถานทูตไปแล้วเพิ่งจะสร้าง ซ่อมใหม่กันนั้น อยู่ดี ๆ ให้มันเกิดเหตุอีกทําไมครับ ปลุกระดมกันจนกระทั่งคนทั้งบ้านทั้งเมือง ผมพูดในสภานี้เมื่อวานตรงนี้ที่นี่ครับ ผู้หญิงคนหนึ่งรับจ้างตัดเสื้อตั้งแต่ชุดละพัน เดี๋ยวนี้เปึนชุดละหมื่น เสร็จแล้วบอกวันนี้ไม่รับใครทั้งนั้นต้องไปเขาจะพูดกันเรื่องเขาพระวิหาร ไปปลุกระดม ฉันจะยอมตายเรื่องเขาพระวิหาร ผมก็ยืนยันว่าการปลุกระดมมันสําเร็จแน่นอน ผู้หญิงคนตัดเสื้อนี่แหละครับรายได้ดีด้วยจะยอมตายเพราะเรื่องเขาพระวิหารแล้วทํากันไปทํากัน มาจนกระทั่งบัดนี้มันร้อนฉ่ากันไปหมดแล้วครับ ต้องไปห้ามทัพกันไว้เพราะขบวนกองทัพธรรม จะขึ้นไปข้างบน ศรีสะเกษจะทํา แล้วไม่คิดหรือครับว่าคนไทยที่อยู่ที่โน่นนอนตาไม่หลับ กันอีกแล้วครับ ข้างบ้านต้องรักษาไมตรี ไมตรีรอบบ้านดีหมดก็นอนตาหลับ มันอะไรกัน หนักหนาล่ะครับอ้ายตรงนั้นเท่านั้นเองนี่ ไม่มีอะไรสูญเสีย ไม่มีการเสียอิสรภาพ แต่ว่าท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านออกมาประกาศเองว่ารัฐบาลไทยในยุคนั้นไม่ใช่รัฐบาลท่าน หรอกครับ รัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ยอมรับเพราะต้องการจะเปึนคนดีขององค์การสหประชาชาติ ก็ตกลงกับเขายอมเขามา ๔๕ ป้แล้ว สงวนสิทธิก็สงวนครับ วันนี้ก็ยังสงวนสิทธิอยู่ จะมา พิสูจน์กันกลางสภาหรืออย่างนั้นเอาเลยครับเอาไปขึ้นศาลเลย ศาลวินิจฉัยจะได้เอารัฐมนตรี ออกเสียคนหนึ่งรู้แล้วรู้รอดไปถ้าเผื่ออย่างนั้น จะได้เอาพยานไปเลยว่าทํากันอย่างไร ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นไปทํามาหากินอะไร จะทําอย่างไร เรื่องจะ บังเอิญอะไรอย่างไรอย่าเอามาพัวพันกันครับ ไม่มีหรอกครับ แต่ข้อสําคัญที่สุดก็คือว่า ไมตรีที่ข้างบ้านเขามีอยู่นั้นจะไปเช่าที่เขาปลูกข้าวโพดล้านเฮกตาร์เขาให้ปลูก ไปปลูกปาล์ม เขาให้ปลูก ไปปลูกอ้อยเขาให้ปลูก ไปช่วยงานต่าง ๆ ทําไมเราไปช่วยงานเขาครับ เพราะศูนย์ท่องเที่ยวมันอยู่ที่นครวัด ใครมานครวัดก็ต้องมาเที่ยวประเทศไทย เราอนุเคราะห์เขา ขออนุญาตเล่าให้ฟังเพื่อจะได้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้นอกประเด็น แต่แสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้เข้าใจเรื่องนะครับ เขามีการประชุม เขาเรียกว่า จีเอ็มเอส (GMS) เกรตเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน (Greater Mekhong Subregion : โครงการพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง) ไม่ได้เปึนอาเซียน ไม่ได้เปึนอะไรทั้งสิ้น องค์กรที่เรียกว่าธนาคารพัฒนาเอเชีย ญี่ปุ์นเปึนประธาน จัดการทํา เขาทําก่อนผมมา อีกครับ เขาประชุมกันน่าสนใจมาก ประเทศจีนใหญ่มหึมาเขาเอาแค่ ๒ มณฑลยูนานมี ๕๐ ล้านคน กวางสีมี ๔๐ ล้านคน แม่น้ําโขงไหลผ่าน เขาเอาที่ประเทศแม่น้ําโขง ไหลผ่านครับ แล้วเขาก็เอาเวียดนาม ๘๓ ล้านคน ลาว ๗ ล้านคน กัมพูชา ๑๔ ล้านคน ไทย ๖๓ ล้านคน พม่า ๕๓ ล้านคน ทั้งหมด ๓๑๒ ล้านคน รวมกันแล้วช่วยกันพัฒนา ประชุมกันมาแล้วที่พนมเปญ ประชุมกันแล้วที่คุนหมิงเมื่อเดือนมีนาคมผมไปร่วมประชุม ประชุมกันแล้วที่เวียงจันทน์อีก ๓ ป้ จะประชุมกันที่เนป้ดอ และอีก ๓ ป้ถัดไปก็จะประชุม กันที่กรุงเทพฯ แล้วต่อไปก็จะประชุมกันที่เวียดนาม ทั้งหมดนี่ละครับงานอันนี้เราถึงจะได้ รู้ว่าเพื่อนบ้านของเรานั้นเขาได้ช่วยเราอย่างไร เขาช่วยลาว ช่วยเรื่องน้ํา ช่วยเรื่องไฟฟัา กับเราอย่างไร เมื่อเวลาปราศรัยที่ลาวต้องบอกเลยความมั่นคงของลาวคือความมั่นคง ของไทย บอกว่ากัมพูชาระบบการท่องเที่ยวทางโน้นเจริญเท่าไรไทยได้เท่านั้น เราช่วย เขาครับ ที่อ้างให้ฟังอย่างนี้เพราะช่วยหมด ช่วยในภูมิภาค เวลา ๑๕ ป้ที่ผ่านมาแล้ว ประเทศไทยได้ใส่เงินเปึนประเทศโดเนอร์ (Donor : ผู้บริจาค) คือไม่ให้เงินช่วยใคร เราตั้ง ตัวได้ เราช่วยไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลไทยหลายรัฐบาลเรียงแถวมาช่วยไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เราอยู่ในประเทศได้ช่วยสงเคราะห์ทําให้ภูมิภาคเจริญขึ้น ถนนทางโน้นตัด ถนนทางนี้ตัด เครื่องไมโครเวฟอะไรต่าง ๆ ตัดอ้ายนี่อย่างไรครับ ที่อธิบายตรงนี้เพื่อจะ บอกว่าเราผูกไมตรีหมดครับ จีนมหึมาก็ผูกครับ ลาวเล็ก ๆ เราก็ผูกครับ กัมพูชา ๑๔ ล้านคนก็ผูกครับ การผูกไมตรีกันไว้นั้นผมไม่ได้เอามาอ้างนะครับ ผลประโยชน์ ที่ได้นั้นเปึนเรื่องของประเทศชาติ ถนนหนทางที่เราทําไปเพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ไหลกลับ เข้ามาประเทศไทยเพราะเขาไปกัมพูชาเขาไปดูนครวัด นครธม เขาขุดมาแล้ว ๕๐ ป้ ๖๐ ป้ ๘๐ ป้ คนในโลกไม่เห็นเพราะรบกันมา บัดนี้เข้ามาเที่ยวได้แล้วเพราะการอนุเคราะห์ อย่างนี้ แล้วการจุดชนวนให้ร้อนฉ่า เมื่อเช้านี้กัมพูชาป่ดประตูไขกุญแจข้างเดียว ก็แน่นอนครับ ผลประโยชน์ได้เข้าไปทางโน้นเสียสตางค์ ๔๕ ป้ครับ อยู่กันมาเรียบร้อยดี ๒ ป้ต่อไปจะต้องเอาคนที่รุกล้ํามาออก ตรงนั้นต้องเปึนโน แมน’ส แลนด์ (No man’s land) ทุกอย่างที่ทําไปคนที่ทําคิดว่าได้ทําถูกต้อง ได้ทําให้เรื่องราวมันจบ เพราะถ้าเราไม่ตัดสินใจ เขาไปขึ้นของเขาเอง พื้นที่ทับซ้อนก็ไปขึ้นยิ่งยุ่งยากต่อไปอีก ตกลงกันไว้คือไม่เอาพื้นที่ ทับซ้อน ยูเนสโกตกลงใจว่าเอาเฉพาะตัวปราสาทก็อยู่ในเขตของเขา แล้วได้สงวนสิทธิ ทั้งหลายทั้งปวง การขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้นไม่มาตัดสิทธิในการที่จะมีการตรวจวัดพื้นที่ แผนที่ เขามีข้อแม้ไว้เสร็จเรียบร้อย กระทรวงการต่างประเทศพยักหน้าแล้วถึงดําเนินการได้ จะว่ากล่าวกันอย่างไรก็สุดแท้แต่แต่ไม่มีการสูญเสีย ไม่มีการเสียสิทธิ รักษามา ๕๐ ป้ จะรักษาอีก ๕๐๐ ป้ก็ไม่เสียสิทธิ เพราะข้อแม้นั้นมีทั้งทางเราสงวนและมีทั้งยูเนสโกสงวน ทั้งหมดพูดเสียให้เข้าใจเรื่องครับ มันจะได้หายร้อนกันเสียที มันจะได้อยู่กันอย่าง เพื่อนบ้านเสียที แล้วถ้าจะคิดว่าเขาเอาเปรียบ แล้วทําอย่างไรครับอยู่กันมาดี ๆ เราไม่ได้คิดจะขึ้นแต่เขาขึ้น เมื่อเขาจะขึ้นมีปัญหาเราต้องช่วยแก้ไข เขาขึ้นข้างเดียวได้ครับ แต่เขาเอาพื้นที่ทับซ้อนไปขึ้นแล้วเกิดเรื่องไหมก็ต้องตามไปแก้ แก้เสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ ครับ เรื่องพรรค์อย่างนี้ต้องพูดกันให้เข้าใจครับ จะเอากันให้ตายอย่างไรก็ได้ลากไปขึ้น ศาล ผมต้องแน่ใจว่าเราทําสิ่งที่ถูกต้องและไม่มีข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีบุญคุณใคร ที่จะต้องทดแทน ผมเริ่มต้นด้วยคําพูดว่าคนที่มีบุญคุณคือผมมีบุญคุณ ผมไม่ต้องทดแทน ใครครับ แล้วทํางานมา ๔ เดือนไม่เคยคิดเลยว่าทําอะไรทดแทนใคร แต่ว่าคอยจับจ้อง โน่นนิดนี่หน่อยมาปะติดปะต่อแล้วทําเปึนเรื่องใหญ่ขึ้นมา คิดให้ดีเถอะครับ ปลุกระดม ให้คนที่บ้านเมืองสงบใกล้ชิดกันจนกระทั่งดีช่วยเหลือเจือจานกัน ไปปลูกไปทําอะไร ไปทํางานกันแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ นักธุรกิจทั้งนั้นเขาไปลงทุนในลาว ไปลงทุน ในพม่า ไปลงทุนในอินโดนีเซีย โอ๊ย เราไปกว้างขวางทั้งนั้นก็ไปเยี่ยมมาแล้ว ๘ ประเทศถึงได้ รู้นะครับว่าเขามีไมตรี เขาเคารพนับถือบ้านเรา เขาถือว่าเราเปึนพี่เอื้อย มูฮัมมัดมาทีถอย ลงไปปัูบ เขาก็มองหาว่าใครจะเปึนคนยืนแถวหน้า ที่โน่นเวลานี้สิงคโปร์เขาเปึนประธาน อาเซียน เดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ไทยจะเปึนประธานอาเซียน ประธานอาเซียนคือ นายกรัฐมนตรีไทย ผมจะเปึนประธานอาเซียน ต่อไปนี้ตามกฎบัตรจะต้องอยู่ป้ครึ่ง รับปากกับเขามาทุกหนทุกแห่งบอกเสร็จแน่ ๆ อย่างไรก็ตามแต่ก่อน ๓๐ มิถุนายน เราจะ ยื่นกฎบัตร กฎหมายยังแก้ในสภายังเข้าไม่ได้เลยครับ ติด ๆ ขัด ๆ อย่างไรยังเข้าไม่ได้เลยครับ รับปากกับเขาไว้ว่า ๓๐ มิถุนายนจะต้องยื่นเรื่องกฎบัตร ไม่ได้ นี่แหละครับถูกต้องเลย มาตรา ๑๙๐ จะต้องเอามาเข้า ทั้งหมดที่ทํา ทั้งหมดที่เล่านั้นเพื่อจะบอกให้รู้ว่าคนที่ทํา หน้าที่นั้นมีความรับผิดชอบอยู่ด้วย แล้วรับผิดชอบนี่คือรับผิดชอบบ้านเมือง รับผิดชอบ งบประมาณที่จะทํา ที่อภิปรายกันวันมะรืนนี้ รับผิดชอบในเรื่องทั้งหลายทั้งปวง รับผิดชอบในความสงบ รับผิดชอบในเรื่องยุ่งยากต่าง ๆ การตรวจสอบถูกต้องครับอยู่ที่ ท่านทั้งหลาย การยื่นนั้นยื่นได้ครับ แต่ว่าจะทําเอาเปึนเอาตาย โอ๊ย ทําข่าวประโคมข่าวกัน ผมว่ามันเกินไป ผมขอย้ํานะครับว่าการกล่าวหาหัวหน้ารัฐบาลโดยหัวหน้าฝ์ายค้านวันนี้ ตามญัตตินั้นเกินเหตุ รุนแรงมากเกินเหตุ ระยะเวลา ๔ เดือน ผมแน่ใจว่าไม่ได้ทําให้ บ้านเมืองนี้เสียหาย แล้วผมยังมีความสามารถที่จะรักษาสถานะในการเปึนผู้นําประเทศ ในการเปึนนายกรัฐมนตรีผมยังจะเดินหน้าต่อไป ผมยังต้องไปพบผู้นําต่าง ๆ ผมยังต้อง ทําอยู่ครับ ไม่มีปัญหา ผมต้องทําหน้าที่ของผม การไปปรากฏตัวนั้นเปึนหน้าที่ ผมจะต้อง ไปจีน ผมจะต้องไปบรูไน ผมจะต้องไปยุโรป ผมจะต้องไปญี่ปุ์น ต้องไปจีน ผมต้องไป สหประชาชาติ สุดท้ายผมจะต้องไปรัสเซียยังต้องทําหน้าที่ครับ เพราะฉะนั้นอย่างไร ก็ตามแต่ผมไม่ได้มาร้องวิงวอน แต่ว่าถ้าหากหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านดูแคลนนายกรัฐมนตรี ประเทศตัวเองขนาดนี้ช่วยกรุณาลองคิดดูให้ดีหน่อยว่ามันสมควรไหมครับว่าความอยาก ได้ใคร่ดีจนกระทั่งต้องมาเล่นงานหัวหน้ารัฐบาลให้มันชอกช้ําอย่างนั้น นึกถึงหัวอกคน ที่จะต้องไปพูดจากับเขาบ้าง ถ้าเขาแปลคําอภิปรายของหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านให้คนทั้งโลก ฟังแล้วเขาไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ถ้าไม่แปลคําที่ผมอธิบายอย่างนี้ละก็มันเสียหาย ข่าวที่ออกไปพรุ่งนี้จะเปึนอย่างไรไม่ทราบ แต่เคราะห์ดีการถ่ายทอดมีตลอดครับ ที่พูดนี่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านพูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที หักตอนทะเลาะกันหน่อยก็ ๒ ชั่วโมงครึ่ง ก็โอเค (OK)ครับ อย่างผมพูดมานี่ผมพูด ๕๐ นาที พอสมควรแก่เหตุไม่ใช้เวลามากกว่านี้ จะอภิปรายสับโขกกันอย่างไรต่อไปอีก ๗ คน ก็เอาหรือผมอีกก็ยังได้ครับ แต่ผมต้อง สงวนสิทธิว่าต้องตอบบ้าง แต่ที่ผมพูดไว้ผมบอกไว้ว่าขออนุญาตให้ผมได้ตอบหน่อย เพราะมันยาวไป ความจริงผมจะให้พูดก่อนแต่พูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที แล้วนั่งหน้าเฉย ๆ อยู่ละก็ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้จะสับโขกอย่างไรก็ได้ จะเอากันตลอดหมดก็ได้แล้วเหลือสัก ๒ ชั่วโมงจะให้เขาชี้แจงทั้ง ๗ คนก็จะได้จบสิ้นกันไป การเมืองเปึนอย่างนี้ทั้งนั้นละครับ ไม่มีใครเลวมากจนกระทั่งมันถูกดูแคลนอย่างเมื่อตอนต้นที่เป่ดรายการ ผมยืนยันเลยนะครับว่า ผมเปึนคนมีสกุลรุนชาติและไม่เนรคุณใคร คําที่พูดว่า เนรคุณ นั้น คนเขียนหนังสือ บางคนอาจจะไปเขียน คนคิดบางคนอาจจะไปเขียน คนคิดเอาเองอาจจะคิดได้ แต่ท่านอาจารย์เสนีย์เปึนครูบาอาจารย์ผม ผมเรียนกฎหมายกับท่าน น้องชายท่านก็เปึน ครูบาอาจารย์ผม ตระกูลนี้ผมรู้จัก คุณทวดผมก็รู้จัก พี่สาวอาจารย์เสนีย์ผมก็รู้จัก เพราะฉะนั้นโปรดกรุณาอย่ากล่าวหาอย่าไปเปรียบเทียบจะครึ่งจะค่อน และผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า ผมไม่ต้องตอบแทนบุญคุณใคร ถ้าจะมีใครต้องตอบแทนบุญคุณผมนั้นบางทีผมก็บอกว่า ไม่รับ แต่ผมไม่ได้ทํางาน ๔ ป้ ประทานโทษ ๔ เดือนเพื่อจะสนองบุญคุณใคร แล้วที่ปรารภบอก ๔ เดือนบ้านเมืองจะแย่อยู่แล้ว ถ้า ๔ ป้จะเปึนอย่างไร ผมฟังแล้วผมก็คิดว่าอ้อ แค่ ๔ เดือน ยังทนรอไม่ได้แล้วถ้าทนรอ ๔ ป้ จะทนไหวไหม ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ครับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ พรรคประชาธิปัตย์จากกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ เมื่อก่อนที่จะมีการอภิปรายผมได้เรียนเรื่องการตัดเข้าถ่ายทอดข่าว ขณะที่มีการถ่ายทอดสดการอภิปรายไม่ไว้วางใจของเราไว้ ปรากฏว่าตอนบ่ายสองโมงผมมา ขอบคุณท่านประธานสภา ขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยกันประสานงานให้ราบรื่น ไม่มีการตัดเข้าข่าว แต่ปรากฏว่าพอบ่ายสามโมง บ่ายสี่โมง และช่วงบ่ายห้าโมงตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรี กําลังชี้แจงก็ตัดเข้าข่าวอีก ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าขอความกรุณาท่านให้ช่วย ประสานงานอีกครั้งหนึ่งได้ไหมว่า ขอให้การถ่ายทอดสดมันราบรื่นไปโดยตลอด อย่าให้ พวกผมต้องไปนั่งปรึกษาหารือกันว่าช่วงตัดเข้าข่าวพวกเราจะหยุดอภิปราย ท่านประธาน ผมคิดว่าอย่างนั้นคงไม่เหมาะสมแน่ ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะมันมีเหตุตั้งแต่เมื่อวานนี้ ท่านประธานทราบดี ตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๔ ทุ่ม ตอนที่ ส.ว. เขาอภิปรายกัน มีการตัด เข้าข่าวตลอดตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๔ ทุ่ม ผมเรียนย้ํานะครับ จะได้ไม่ไปบิดเบือนกัน ช่วง ๒ ทุ่ม ถึง ๒ ทุ่มครึ่ง ข่าวในพระราชสํานักนั้นพวกเราน้อมรับ พวกเรายินดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่มันเปึนไปได้อย่างไรตัดเข้าข่าวตั้งแต่ ๖ โมงเย็นถึง ๔ ทุ่ม แต่เวลาในช่วงที่บอกตัดเข้าข่าว ท่านประธานทราบไหมเกิดอะไรขึ้น เวลา ส.ว. อภิปรายก็จะมีข่าวเรื่องอื่น แต่พอ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครขึ้นมาชี้แจงก็จะบอกตัดเข้ามาที่สภาเพื่อฟังการอภิปรายในสภา เพราะฉะนั้นมันเกิดเมื่อวานนี้แล้วผมจึงไม่อยากให้เกิดอีกเพื่อการประชุมเราจะได้ราบรื่น ขอความกรุณาท่านประธานสานกับรัฐบาลว่าขออย่าได้ทําอย่างเมื่อวานนี้เลย ขอให้ การประชุมได้ราบรื่นไป ถ่ายทอดสดไปตลอด ยกเว้นช่วงข่าวในพระราชสํานักก็ให้มีการตัด เข้าไปตามปกติ เหมือนที่เราเคยทํากันมาเปึน ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ ขอความกรุณาท่านประธาน ช่วยกรุณาพวกเราด้วย ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียนบอกกับผมเมื่อกี้ว่าขณะนี้ได้สั่งให้แล้ว ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์ ของกรมประชาสัมพันธ์ถ่ายทอดการประชุมสภาของเราติดต่อไปโดยตลอด ยกเว้นข่าว พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชวงศ์ทุกพระองค์ เท่านั้นเอง ขอเชิญอภิปรายต่อครับ

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เมื่อตอนก่อนจะเริ่มการอภิปรายได้มีสมาชิกหารือประเด็นบางประเด็นแล้วผมได้ประท้วงไว้ โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๖๒ วรรคสอง ว่าการกล่าวถึงอดีตนายกรัฐมนตรีจะต้องเอ่ยนาม พันตํารวจโท เพราะเปึนยศพระราชทานมีสัญญาบัตรยศกํากับ และเมื่อสักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีชี้แจงท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ๓ ครั้ง ไม่ได้เอ่ยยศ แต่ท่านเอ่ยคําว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช้ได้ครับ เพราะ พันตํารวจโท ตําแหน่งก็แค่รองผู้กํากับหรือสารวัตร ถ้าจะไม่เอ่ยยศ พันตํารวจโท ให้เรียกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช้ได้ครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะผมไม่สามารถไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องที่มีการดําเนินการ เกี่ยวกับเขาพระวิหาร ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเปึนโดยตําแหน่ง เปึนประธานสภาความมั่นคง และท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเปึนประธานที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน และวันที่ ๑๗ มิถุนายน ตามลําดับ ซึ่งการประชุมทั้งสองได้อนุมัติคําแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับ เขาพระวิหาร เกี่ยวกับการขอขึ้นทะเบียนประสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกโดยฝ์ายกัมพูชา แต่เพียงฝ์ายเดียว ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ผมมิได้ลุกขึ้นด้วยความอยากที่จะได้ เปึนรัฐบาลหรอกครับ ผมลุกขึ้นมาในวันนี้ด้วยความเสียใจครับ ผมเสียใจที่มีวันนี้และผม เสียใจที่จะต้องอภิปรายในวันนี้ ท่านประธานครับ หลังจากวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาผมรู้สึกดีใจมากครับ ดีใจเพราะว่าหลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เราจะได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง สําหรับตัวกระผมเองพรรคประชาธิปัตย์ จะเปึนรัฐบาลหรือไม่ เปึนเรื่องรองครับ ขอให้ประเทศชาติมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกครั้งหนึ่งและที่สําคัญคือรัฐบาลนั้นจะต้องขับเคลื่อนให้ประเทศชาติของเราเดินหน้า ให้พ้นจากยุคเผด็จการและทําให้มีการตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ อย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งกลับทําให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง ไม่เพียง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องช่วยดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนได้เท่านั้น แต่ยัง ซ้ําเติมให้ประเทศชาติบอบช้ํามากขึ้นอีก ผมถึงเสียใจที่มีวันนี้ ผมเสียใจที่จะต้องลุกขึ้นมา อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ส่วนหนึ่งก็เปึนเรื่อง ส่วนตัวครับ ท่านกับผมรู้จักกันมานานแล้วเคยร่วมมือร่วมใจกันทํางานในหลายวาระ ในหลายเรื่อง แต่ความรู้สึกส่วนตัวเปึนเรื่องรองครับ เรื่องของประเทศชาติต้องมาก่อน ผมเชื่อว่าถ้าสถานภาพเรากลับกัน ท่านอยู่ข้างล่าง ผมอยู่ข้างบน ท่านก็คงต้องทําเหมือนที่ ผมทํา ที่สุดสําคัญกว่าเรื่องส่วนตัวคือเรื่องประเทศชาติครับ ผมรู้สึกเสียใจที่จะต้องอภิปราย ผู้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นโยบายต่างประเทศ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องของส่วนร่วมโดยแท้จริงจะมาวิพากษ์วิจารณ์กันง่าย ๆ บ่อย ๆ หรือจะมีการโต้กัน รายวันมิได้ครับ เพราะผลประโยชน์ส่วนรวมอาจจะเสียหายถูกกระทบกระเทือนได้ และตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปึนตําแหน่งที่ต้องมี ความสง่างาม มีศักดิ์ศรี เปึนหน้าเปึนตา เปึนภาพลักษณ์ให้แก่ประเทศชาติ จะมาอภิปราย ไม่ไว้วางใจกันบ่อย ๆ ไม่ได้เช่นเดียวกัน แต่ผมต้องทําครับ ต้องทําด้วยเหตุผลที่ผมจะ กล่าวต่อไป ผมรู้สึกเสียใจอีกเรื่องหนึ่งครับ ผมต้องการให้ไทยกับกัมพูชาเปึนมิตรที่ดี ต่อกันเช่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมไม่มีวาระซ่อนเร้นที่จะทําให้ความสัมพันธ์ ระหว่างกันตกอยู่ในสภาพที่มีปัญหา กระผมเองได้พยายามสนับสนุนให้กัมพูชา เปึนประเทศที่มีสันติภาพ เสถียรภาพ ความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอด นับแต่ เวลาที่เกิดปัญหาที่เราเรียกว่า ปัญหากัมพูชา นับแต่ช่วงที่ผมยังคงเปึนนักวิชาการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผมเปึนที่ปรึกษาทางด้านนโยบายของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ชาติชาย ชุณหะวัณ ในนโยบายที่แปรสนามรบเปึนตลาดการค้า และผมได้พยายาม ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับกัมพูชามาโดยตลอดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมคิดว่าผมมีส่วนน้อย ๆ ในการผลักดันให้กัมพูชาเปึนสมาชิกของอาเซียนครับ ดังนั้นผม ลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ด้วยความปรารถนาดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา มิใช่ด้วยเหตุผลที่ต้องการทําลายความสัมพันธ์หรือทําให้เกิดปัญหาในความสัมพันธ์ ระหว่างกัน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ด้วยความปรารถนาที่จะให้ ๒ ประเทศนี้ร่วมมือกัน อย่างยั่งยืนและในทางที่เปึนประโยชน์สูงสุดสําหรับทั้ง ๒ ฝ์าย มิใช่ให้ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง ได้เปรียบซึ่งกันและกัน ซึ่งย่อมจะเปึนพื้นฐานของความขัดแย้งต่อกันต่อไปได้ ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบมากกว่ากัน แต่ผมทราบดีครับว่าแม้ว่าผมจะอภิปรายอย่างไรคงต้องมีการ มองว่าผมต้องการสร้างปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ผมเสียใจตรงนี้ ผมจะขออภิปรายโดยเน้นเรื่องแถลงการณ์ร่วมเท่านั้นครับ บางทีอาจจะต้องมีส่วนที่ซ้ํากับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแต่ผมจะพยายามหลีกเลี่ยงครับ แต่เพื่อ ความเข้าใจที่ตรงกันบางทีก็ต้องกล่าวสิ่งที่เหมือนกันบ้างเพราะมันเปึนข้อเท็จจริง ดังที่ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไว้แล้วนะครับ ได้มีการลงนามแถลงการณ์ ร่วมระหว่าง ๓ ฝ์าย เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนผู้แทนของไทย โดยรองนายกรัฐมนตรีสก อาน เปึนฝ์ายเขมร แล้วก็ผู้ช่วยผู้อํานวยการ ของยูเนสโกนะครับ วันที่ ๑๘ มิถุนายน สาระสําคัญท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียนให้ที่ประชุมแห่งนี้ทราบแล้วครับ

ประการแรก ไทยสนับสนุนการขึ้นทะเบียนให้ปราสาทพระวิหารเปึน มรดกโลกโดยกัมพูชาแต่เพียงฝ์ายเดียว และนอกจากนั้นแล้วข้ออื่นยังเปึนความตกลง ที่ผูกพันครับ ผูกพันทั้งในส่วนที่เรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน หรือเขตกันชน และในส่วนที่ทั้ง ๒ ฝ์ายได้ตกลงที่จะบริหารจัดการร่วมกันในบริเวณรอบ ๆ ปราสาทพระวิหารนะครับ แล้วก็มีข้อผูกพันในระดับหนึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับแผนที่ที่แนบท้ายแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้อีก ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ แถลงการณ์ร่วม ๓ ฝ์าย เมื่อ ๑๘ มิถุนายน เปึนหนังสือ สัญญาที่มีนัยที่กว้างไกลมากครับ กว้างไกลกว่าเรื่องเช่นว่า ทํารังวัดถูกต้องหรือไม่ การวาดแผนที่ถูกต้องหรือไม่ และนัยที่กว้างไกลดังกล่าวมีผลครับ มีผลที่จะทําให้ ประเทศชาติเสียหายในช่วงเวลาต่อจากนี้ไปนับแต่วันนี้เปึนต้นไป ก่อนอื่นเพื่อ ความเข้าใจตรงกัน ผมขอกราบเรียนให้ท่านประธานทราบโดยสังเขปอีกสักครั้งหนึ่ง เกี่ยวกับข้อเท็จจริงคดีปราสาทพระวิหารนะครับ ท่านประธานครับ คงไม่ต้องปฏิเสธนะครับว่า ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าศาลโลกได้มีคําพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในอาณาเขตภายใต้อธิปไตยของ กัมพูชา โดยคําพิพากษาโดยเสียงข้างมาก ๙ กับ ๓ และคงปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่า หลังวันที่ ๑๕ มิถุนายน ป้เดียวกัน ฝ์ายไทยได้ถอนธงไตรรงค์และทหารออกจากปราสาท พระวิหารตามที่ศาลโลกได้ลงมติไว้ แต่ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีใช้คําว่า เรายอมรับ โดยนัยว่า เรายอมรับอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ครับ เราไม่เคยยอมรับไม่เคยให้ความเห็นชอบต่อคําพิพากษา เรายอมปฏิบัติตามเท่านั้นเองครับ ตรงกันข้ามครับท่านประธาน ฝ์ายไทยได้ตั้งข้อสงวนรวมทั้งคําคัดค้านไม่เห็นด้วยกับ คําพิพากษาเสียงข้างมากอย่างชัดเจน ซึ่งปรากฏและเห็นอย่างชัดเจนในหนังสือของ ดอกเตอร์ถนัด คอมันตร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น ถึงนายอูถั่น เลขาธิการสหประชาชาติลงวันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวถึงแล้ว เรื่องการถอนธง ถอนทหารนั้นรัฐบาลไทยถือว่าเปึนการเคารพคําพิพากษาของศาลโลก ตามพันธกรณีแห่งความเปึนสมาชิกสหประชาชาติ ซึ่งกฎบัตรของสหประชาชาติได้ระบุไว้ ในมาตรา ๙๔ ว่า สมาชิกต้องเคารพคําพิพากษาของศาลโลกนะครับ ซึ่งจุดยืนของไทยในเรื่อง นี้ชัดเจนมากครับ จากแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ ดังที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อภิปรายไว้แล้ว มิใช่เปึนการยอมรับคําพิพากษาของศาลโลก ไม่ใช่นะครับ คําพิพากษา ของศาลโลกได้แยกแยะระหว่างปราสาทพระวิหาร ซึ่งตนได้ตัดสินว่าตั้งอยู่ในอาณาเขต ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา แยกแยะคําว่า ปราสาทพระวิหาร กับคําว่า บริเวณปราสาท พระวิหาร หรือเทมเพิล แอเรียซึ่งศาลโลกมิได้พิพากษาว่าเปึนของไทย เพื่อปฏิบัติตาม คําพิพากษารัฐบาลไทยมองว่าต้องมีแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ตลอดจนการกําหนดแนวเขต บริเวณปราสาทพระวิหารให้ชัดเจน เพื่อเกิดความเข้าใจให้ตรงกันและเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา โดยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นเปึนผู้ชี้แนวเขต และล้อมรั้ว มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ท่านประธานครับ ไม่ได้เปึนการกําหนด เขตแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ทําไมครับ เพราะจุดยืนไทยเปึนจุดยืนที่เรามีมาโดยตลอดครับ ไทยยังถือว่าเขตแดนที่ถูกต้องคือเขตแดนตามสนธิสัญญากับฝรั่งเศส เมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๔ ซึ่งบริเวณเขาพระวิหาร หมายถึง เขตแดนที่เปึนสันปันน้ํา

เหตุผลประการที่สอง คือว่าไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติที่ไหนหรอกครับที่การกําหนด เขตแดนนั้นจะทําขึ้นโดยฝ์ายเดียวได้ทําไม่ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทําขึ้นโดยมติของ คณะรัฐมนตรี ดังนั้นไม่มีทางครับ ไม่มีทางที่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ จะเปึนการกําหนดเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ความหมาย ท่านประธานครับ ไทยไม่เคยตกลงยอมรับอํานาจอธิปไตยของกัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหาร ไทยได้ตั้ง ข้อสงวนคัดค้านไว้ มีการกล่าวว่าตามมาตรา ๖๐ ของธรรมนูญแห่งศาลยุติธรรมระหว่าง ประเทศ กําหนดให้ข้อสงวนดังกล่าวมีอายุความ ๑๐ ป้ ถูกต้องครับ แต่ยังมีข้อ ๖๑ ที่กําหนดให้มีอายุความ ๑๐ ป้ แต่ยังมีข้อ ๖๐ อยู่ครับ ซึ่งมีข้อความว่า คําพิพากษาเปึนที่ สิ้นสุดและไม่มีการอุทธรณ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับความหมายหรือขอบข่ายของ คําพิพากษา ศาลจะวินิจฉัยคําร้องของฝ์ายใดก็ได้ ข้อ ๖๐ ไม่มีอายุความครับ ในความเห็นของ นักกฎหมายหลายท่าน รวมทั้งศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมปอง สุจริตกุล ซึ่งต้องถือว่า เปึนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศระดับโลกคนหนึ่งครับ และเปึนผู้ยกร่างหนังสือ ของดอกเตอร์ถนัดถึงนายอูถั่น ท่านได้ให้ความเห็นไว้ว่า ผมขออนุญาตท่านอ่านนะครับ ข้อสงวนที่รัฐบาลไทยได้ตั้งไว้รวมทั้งคําคัดค้านไม่เห็นด้วยกับคําพิพากษาเสียงข้างมาก ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๖๒ มีขอบเขตกว้างขวาง หาได้จํากัดเฉพาะการร้องขอให้ศาลพิจารณาทบทวนคําพิพากษาตาม ข้อ ๖๐ ของธรรมนูญ ศาลยุติธรรมแต่อย่างใด ข้อสงวนของไทยครอบคลุมถึงธรรมนูญศาลทั้งหมดรวมทั้งข้อ ๖๐ ซึ่งไม่มีการจํากัดเวลา ๑๐ ป้เช่นข้อ ๖๑ นอกจากนั้นยังคลุมถึงกฎบัตรสหประชาชาติทั้งฉบับโดยเฉพาะข้อ ๓๓ ที่เป่ดโอกาสให้คู่กรณีแสวงหาช่องทางระงับกรณีพิพาทโดยสันติวิธี อาทิ อนุญาโตตุลาการ คณะกรรมการประนอมหรือคณะกรรมการไกล่เกลี่ย ข้อสงวนของไทยจึงเป่ดโอกาสให้ กัมพูชาแสดงมิตรไมตรีต่อไทยโดยเสนอคืนอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารให้ไทย หรือยินยอมให้ใช้อํานาจอธิปไตยร่วมกันตามที่กัมพูชาได้เคยเสนอเมื่อ ๕๐ ป้ก่อน ดังนั้น ท่านประธานครับ ตามที่ไทยสนับสนุนให้กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่เพียง ฝ์ายเดียวโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น หมายถึง การถอนข้อสงวนครับ ซึ่งการถอนข้อสงวน ดังกล่าวบวกกับคําให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศที่บอกว่าเขาพระวิหารเปึนกรรมสิทธิ์ของกัมพูชานะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ พูดอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่ามันไม่ใช่ที่ของเรา มันเปึนที่ของเขาไม่ใช่เรื่องของเรา การถอนข้อสงวนดังกล่าวบวกกับคําสัมภาษณ์ของหัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศซึ่งรับผิดชอบโดยเฉพาะ หมายถึง การยอมรับอธิปไตยของ กัมพูชาเหนือปราสาทพระวิหารครับ เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยหลังจาก การพิพากษาเมื่อป้ ๒๕๐๕ ครับ ยิ่งไปกว่านั้นแถลงการณ์ร่วมในวันที่ ๑๘ มิถุนายน ที่ผ่านมายังได้พูดถึงบัฟเฟอร์ โซนเขตกันชนแล้วก็เขตที่ต้องจัดการบริหารร่วมกัน รอบปราสาทพระวิหารอีกด้วย ซึ่งเปึนพื้นที่ที่ถ้าดูตามสนธิสัญญากับฝรั่งเศสเมื่อป้ ๑๙๐๔ เปึนของเราครับ ดังนั้นการที่เราตกลงกันในลักษณะนี้ในที่สุดแล้วดังที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวถึงอาจจะมีนัยต่อสถานภาพของพื้นที่ในอนาคตอีกด้วย แต่ที่ แน่ ๆ ครับ คําแถลงการณ์ฉบับวันที่ ๑๘ มิถุนายน มีนัยต่ออาณาเขตของไทย

คําถามต่อไปท่านประธานครับ คือในตัวของมันเองคําแถลงการณ์ร่วม มีน้ําหนักมีความสําคัญแค่ใด ฝ์ายรัฐบาล ทั้งฝ์ายการเมืองแล้วก็ฝ์ายข้าราชการประจํา มักจะพูดว่า คําแถลงการณ์ร่วมมิใช่สนธิสัญญา มันไม่มีข้อผูกพัน คําว่า สนธิสัญญา คืออะไรครับ เราต้องตั้งคําถามนี้ก่อนเพื่อที่จะตอบคําถามว่าแถลงการณ์ร่วมนี่เปึนหรือไม่เปึน สนธิสัญญา ท่านประธานครับ อะไรคือสนธิสัญญา ตามอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยกฎหมาย แห่งสนธิสัญญาเมื่อป้ ๑๙๖๙ ความหมายของคําว่า ทรีตี (Treaty) หรือที่เราแปลเปึน คําว่า สนธิสัญญา เปึนความหมายที่กว้างมากครับ นี่คืออนุสัญญาเวียนนานะครับ แล้วก็ หมวด ๒ มาตรา ๑ เอ (A) ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน คําว่า สนธิสัญญา หมายถึง ความตกลง ระหว่างประเทศโดยรัฐ ซึ่งเปึนลายลักษณ์อักษรและอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเอกสารฉบับเดียวหรือเปึนเอกสาร ๒ ฉบับ หรือมากกว่านั้น ซึ่งมีความเกี่ยวโยง ระหว่างกันและไม่ว่าความตกลงนั้นจะเรียกชื่อว่าอย่างไร เปึนคําแปลของผมเอง ถ้าเจ้าหน้าที่ กระทรวงบอกว่าผมแปลผิดก็แปลมาให้ดีกว่านี้ก็แล้วกันครับ คําแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน เปึนความตกลงเปึนลายลักษณ์อักษรลงนามโดยทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง หรือตัวแทนผู้มีอํานาจเต็มของทุกฝ์ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นตามความหมายของอนุสัญญาฉบับนี้คําแถลงการณ์คือสนธิสัญญาครับ ไม่ทราบว่า เมื่อไรนะครับ แต่ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอาจจะได้รับโน้ต เล็ก ๆ จากข้างหลังว่าไทยไม่เคยเปึนภาคีอนุสัญญาฉบับนี้ แต่ที่สําคัญครับ เราไม่เคยเปึน ภาคีของสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับด้วยกัน ฉบับหนึ่งแน่นอน คือเรื่องกฎหมายทะเล อีกฉบับหนึ่งคืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสถานภาพของ ผู้ลี้ภัยเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ แต่ว่าความตกลงระหว่างประเทศเหล่านี้ เอกสารเหล่านี้ อนุสัญญาเหล่านี้เราได้ปฏิบัติตามมาโดยตลอดครับ จึงได้ถือได้ว่าเรายอมรับว่าเอกสาร เหล่านี้ ความตกลงเหล่านี้เปึนส่วนหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศโดยจารีตประเพณี ดังนั้นจะปฏิเสธว่าเราไม่ยอมรับอนุสัญญาฉบับนี้มิได้ครับ ถามว่าเคยมีคําแถลงการณ์ ร่วมที่มีน้ําหนักมากในอดีตหรือเปล่าครับ มีครับ เมื่อป้ ค.ศ. ๑๙๖๗ เปึนต้น อาเซียน ถือกําเนิดได้อย่างไรครับ ถือกําเนิดจากคําแถลงการณ์ร่วมที่กรุงเทพฯ ครับ และอาเซียนมีอยู่ จนถึงทุกวันนี้บนพื้นฐานของคําแถลงการณ์ร่วมในป้นั้น และถ้าจะมองจริง ๆ แล้วกฎบัตร แห่งสหประชาชาติก็อาจจะสามารถตีความได้ว่าถือกําเนิดจากเอกสารที่มีความคล้ายคลึงกับ คําแถลงการณ์ร่วม ดังนั้นจะบอกว่าคําแถลงการณ์ร่วมมันไม่มีความสําคัญทางกฎหมาย ระหว่างประเทศไม่ได้ครับ ดังนั้นผมไม่มีทางอื่นนอกจากจะตีความว่าแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน เปึนหนังสือสัญญา และในกรณีนี้เปึนหนังสือสัญญาซึ่งมีนัย ต่ออาณาเขตประเทศไทยอีกด้วยครับ คําถามต่อไปคือ ในเมื่อเปึนสนธิสัญญาเช่นนี้แล้ว ควรหรือไม่ควรนําเสนอต่อรัฐสภา ท่านประธานครับ ฝ์ายรัฐบาลทั้งท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ยืนยันว่าไม่ต้องเข้ารัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในบางส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้เสียเวลาสภาแห่งนี้ หนังสือสัญญาใด มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศหรืออาจจะต้อง ออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ อย่างมีนัยสําคัญนะครับ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน หกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับ นานาประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสองคณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูล และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับ หนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอ ความเห็นชอบด้วย ท่านประธานครับ หนังสือสัญญาคือคําแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน เปึนหนังสือสัญญาซึ่งโดยนัยเปึนบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย เปึนการสละ อธิปไตยไทยเหนือปราสาทพระวิหาร และในที่สุดอาจจะรวมถึงพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารด้วย ดังนั้นต้องเข้ารัฐสภาครับ ต้องเข้าครับ การที่รัฐบาลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่เสนอรัฐสภา การที่ปกป่ดข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือสัญญาฉบับนี้เปึนการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่อง ผิดพลาดและขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และถ้าดูดี ๆ อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ อีกด้วย ผมจึงไม่สามารถจะไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ครับ

(นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณจตุพรประท้วงอะไรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในแบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ตามมาตรา ๑๕๘ นั้นเปึนการยื่นโดยที่ระบุ ไว้ชัดเจนว่า การยื่นญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปตามวรรคหนึ่งนี่ถ้าเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับ พฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีที่มีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจฝ์าฝ๋นบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายจะเสนอโดยไม่มีการยื่นคําร้องขอ ตามมาตรา ๒๗๑ ก่อนมิได้ แปลความก็คือว่าถ้าจะอภิปรายประเด็นผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ นี่จะต้องไปยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีนพดล ก่อนจึงจะอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นเมื่อตอนเช้านี่ท่านประธานสภา นายชัย ชิดชอบ ก็บอก ระบุชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์จะอภิปรายได้ในทุกประเด็น ยกเว้นประเด็นเรื่องร่ํารวย ผิดปกติ ทุจริต ผิดกฎหมาย สิ่งที่ผู้อภิปรายกําลังอภิปรายเวลานี้นั้นคือการกล่าวหา รัฐมนตรีนพดลและรัฐบาลว่าจงใจกระทําผิดรัฐธรรมนูญถือว่าอภิปรายนอกญัตติและ ไม่สามารถจะอภิปรายได้ ถ้าต้องการจะอภิปรายก็ไปยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภาก่อน ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอวินิจฉัยดังนี้นะครับ ตามที่ผู้อภิปรายคือท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้อภิปรายพาดพิงถึงการทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในเรื่อง กรณีปราสาทพระวิหารสามารถทําได้ครับ เชิญอภิปรายต่อครับ

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณมากครับ ผมเหลืออีกนิดเดียวครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคงหาวิธีตอบผมได้ มีกองทัพของกรมสนธิสัญญาและกฎหมายยืนอยู่ข้างหลัง หน้าห้องน้ําด้วยเต็มไปหมดเลย แล้วก็คงหาคําตอบได้ หาวิธีตอบได้ เพราะว่าก็ต้องยอมรับว่ากฎหมายระหว่างประเทศ ไม่เหมือนกฎหมายภายในประเทศ บางทีมันเกิดความคลุมเครือ ความไม่ชัดเจน แต่ในกรณีนี้ คําถามคือถ้ามันคลุมเครือแล้วทําไมไม่ปรึกษากันก่อนล่ะครับ ก่อนที่จะดําเนินการปรึกษา กับรัฐสภา ปรึกษากับนักวิชาการในวงกว้าง ปรึกษากับผู้แทนของประชาสังคม ทําไมคลุมเครือแล้วไม่ปรึกษาครับ ตรงกันข้ามครับ คลุมเครือแล้วหมกเม็ดไม่ยอม เป่ดเผยแผนที่ ไม่ยอมให้ใครเห็นเอกสาร ไม่ใช่เพียงคําแถลงการณ์ร่วมเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีความพยายามที่จะทําให้มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เปึนเอกสารลับ อีกด้วยนะครับ หลังจากเวลาได้ผ่านไป ๔๖ ป้แล้ว หมกเม็ดยังไม่พอครับยังลุกลี้ลุกลนอีกด้วย รีบทําทุกสิ่งทุกอย่างให้ทันการประชุมของยูเนสโกซึ่งจะพิจารณาคําร้องของกัมพูชา ในต้นเดือนหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีย้ําแล้วย้ําอีกว่าเรื่องนี้เปึนของกัมพูชาไทยไม่เกี่ยว ถ้าไทยไม่เกี่ยวทําไมกัมพูชาจึงขอให้ไทยเข้าไปยุ่งด้วยครับ แล้วทําไมรัฐบาลนี้จึงต้องรีบ เข้าไปยุ่งด้วย รีบวิ่งไปถึงกรุงปารีสไปประชุม รีบออกแถลงการณ์ร่วมในเรื่องที่นายกรัฐมนตรี บอกว่าไทยไม่เกี่ยว แล้วยังให้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศบินไปบินมาเพื่อให้ มีการลงนามครบในเรื่องที่เราไม่เกี่ยวข้องอีกด้วย แล้วยังลุกลี้ลุกลนปลดอธิบดี กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ดอกเตอร์วีระชัย พลาศรัย อีกด้วย ลุกลี้ลุกลนมากครับ เพราะเปึนการโยกย้ายนอกฤดูกาล เปึนการโยกย้ายในขณะที่ผู้ถูกโยกย้ายกําลังปฏิบัติ หน้าที่สําคัญเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา เปึนการโยกย้ายซึ่งดูเหมือนว่าปลัดกระทรวงการต่างประเทศไม่เห็นด้วย ท่านเปึน ผู้ลงนามคําสั่งโยกย้ายแต่ท่านไม่เห็นด้วย ดูเหมือนว่าท่านไม่เห็นด้วย เพราะหลังจาก ลงนามแล้วท่านกลับมีหนังสือเวียนด้วยลายมือของท่านปลัดกระทรวงเอง ชื่นชมสรรเสริญ ผู้ถูกย้าย ถามว่ากรณีเขาพระวิหารนี้มันสายเกินไปที่จะแก้หรือเปล่าครับ ผมไม่คิดว่าสายเกินไป ยังไม่สายเกินไปสําหรับทุกฝ์าย ยังไม่สายเกินไปสําหรับรัฐบาลครับ ถ้าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศประกาศกลางสภา ณ ที่นี้ว่าเราจะชะลอเรื่องนี้พิจารณา เรื่องนี้ใหม่ รัฐบาลยังคงสามารถแจ้งกัมพูชาและยูเนสโกได้ว่าต้องชะลอเรื่องนี้ไปก่อน ตามคําแนะนําของสมาชิกรัฐสภา และเพราะว่าในขณะนี้ศาลปกครองสูงสุดได้รับ พิจารณา กําลังพิจารณาการฟัองคดีโดยตัวแทนของฝ์ายพันธมิตรในเรื่องปราสาท พระวิหารอยู่ครับ งามไหมครับ พันธมิตรเป่ดโอกาสรัฐบาลชะลอเรื่องนี้ได้ครับ หวังว่า รัฐบาลจะชะลอตามที่ผมเสนอ รื้อเรื่องขึ้นมาใหม่ดีกว่า ยื่นขึ้นทะเบียนร่วมกันดีกว่าครับ ดังที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวไว้ตอนต้น แต่ถ้ารัฐบาลยังคงดื้อรั้น ก็ยังไม่สายเหมือนกันครับสําหรับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ผมอยากให้ ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งผมรักและเคารพทุกท่านนะครับ ได้ทํางานร่วมกัน มาเปึนเวลานานพอสมควรกลับมาดูเรื่องนี้ให้ดี ดูเรื่องนี้ด้วยความเปึนมืออาชีพครับ ด้วยความเปึนข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่เปึนข้าของนักการเมือง และยังไม่สายเกินไปสําหรับท่านรัฐมนตรีและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ์ายรัฐบาล ที่ได้สนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอดครับ ถ้ารัฐบาลยังดื้อรั้นต่อไปลงมติไม่ไว้วางใจ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวงการต่างประเทศสิครับ ลงมติไม่ไว้วางใจ เพื่อประกาศให้ชาวโลกและยูเนสโกทราบว่าเราคิดอย่างไรต่อเรื่องนี้ สวมวิญญาณสิครับ สวมจิตวิญญาณของความเปึนคนไทย ความเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยลงมติให้คน ที่ทํางานผิดพลาดในเรื่องนี้จนประเทศชาติต้องเสียหายต้องพ้นจากตําแหน่ง นี่คือทางออก ที่ดีที่สุดครับ ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็ไม่ต่างไปจาก คุณชายสุขุมพันธุ์ ไม่เคยคิดเลยครับว่าวันหนึ่งผมต้องลุกขึ้นยืนในสภาแห่งนี้อภิปรายท่าน เพราะว่าโดยส่วนตัวก็ภาคภูมิใจในตัวท่านในฐานะที่เปึนทั้งรุ่นน้องที่ธรรมศาสตร์ แล้วก็ เปึนเพื่อนร่วมพรรคในอดีต แล้วก็เคยทํางานร่วมกันมา หลายคนสงสัยว่าท่านได้ก้าวสู่ ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างรวดเร็ว ผมเองก็สงสัย แต่ก็ดีใจ มีคนพูดกันเยอะว่าทําไมท่านได้เปึน หลายคนสงสัย ผมสงสัย แต่ก็ชื่นชมในตัวท่าน วันนี้ ผมคิดว่าหลายอย่างผมได้คําตอบ และผมเรียนท่านประธานด้วยความสุจริตใจจริง ๆ ตั้งแต่วันแรกที่มีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจหรือตั้งแต่ก่อนวันนั้นจนมาถึงวันที่รัฐบาล ประกาศว่าจะให้มีการอภิปราย ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าจะอภิปรายท่าน แต่ว่าเมื่อมาดู อะไรหลาย ๆ อย่างแล้วผมคิดว่าผมจําเปึนที่ต้องเอาประเทศชาติมาก่อน แล้วก็ที่อภิปรายวันนี้อยากจะบอกว่าทําตามหน้าที่และอยากจะเตือนสติ สิ่งที่ท่านทําวันนี้ จะมีผลครับ แน่นอนผมไม่เถียงท่านครับว่าสนธิสัญญาก็ดี สัญญาก็ดี หรืออะไรก็ดี ทําแล้วจะมีผลในวันนี้ทันทีทันใด มันเปึนเรื่องกฎหมาย เปึนเรื่องข้อกฎหมาย แต่ท่านในฐานะ ท่านเปึนนักกฎหมาย ท่านจบเนติบัณฑิตอังกฤษ ท่านได้ทุนเล่าเรียนหลวงอานันทมหิดล ผมคิดว่าท่านต้องรู้ครับ และท่านต้องทราบว่าอะไรที่ทําวันนี้มันอาจส่งผลให้เกิดขึ้น ในอนาคตได้ แล้วตรงนั้นที่ผมพยายามเฝัาดูอยู่แต่ท่านก็ไม่ถอยครับ หลายเรื่องซึ่งเมื่อตรวจ ข้อเท็จจริงแล้วไม่ตรงกับที่ท่านพูดกับประชาชน หลายเรื่องผมฟังท่านแล้ว ผมไม่ได้คําตอบ ถึงเหตุหรือผลของสิ่งที่ท่านพูดว่าทําไมท่านถึงได้พูดแบบนั้น มันมาจากเรื่องใด

ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลประการที่ ๒ ผมคิดว่าวันนี้ นอกจากผมมีคนไทยอีกหลายคนเสียใจครับ ไม่ได้เสียใจกับกรณีที่บอกว่าเราเคยสูญเสีย ปราสาทพระวิหารไปในอดีต ผมเสียใจจริง ๆ ครับ ผมเสียใจที่ผมเปึนคนไทยคนหนึ่ง ที่เคยลืมเรื่องนี้ไปครับ ผมมั่นใจว่าวันนี้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกอีกหลายคน เรื่องนี้ ก็เปึนความดีในแง่ที่ว่าทําให้เรากลับมานึกถึงเรื่องนี้ ผมจึงต้องลุกขึ้นมาทําหน้าที่เพื่อทดแทน สิ่งที่ผมรู้สึกว่าผมทําผิด ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าท่านอยู่ในเหตุการณ์ อายุ ๒๙ ป้ กระมังครับ ถ้าผมจําไม่ผิด ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรยังไม่เกิดเลย ผมยังเด็กครับ เด็กมาก คุณพ่อผมเปึนนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพเหมือนที่ท่านประธานเคยเปึนนายทหาร ที่ผมบอกว่าผมผิดที่ผมลืม เรื่องนี้ไปเหมือนคนไทยทั้งชาติอีกหลายคน เพราะตอนเด็ก ๆ คุณพ่อเล่าเรื่องนี้แต่ผม ไม่เคยสนใจเลย โตขึ้นมาได้ยินเขาบอกว่าไทยถูกปล้น เราถูกโกงก็ไม่มีใครสนใจไปดู เพราะเราไม่รู้สึก เราไม่ได้รู้สึกกับเหตุการณ์วันนั้น คนไทยของเราวันนี้ คนรุ่นใหม่วันนี้ ไม่ได้อยู่ในวันนั้น คนที่อยู่ในวันนั้นวันนี้ก็นับวันจะร่อยหรอลงไป ตรงนี้นับเปึนสิ่งที่ดี ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ ทําให้เราได้กลับมานึกถึง เรื่องนี้ และวันนี้จะเปึนอีกวันหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องลุกกลับมาดูว่าเราจะทําอย่างไรกับ เรื่องนี้ ท่านประธานคงได้ยินไปแล้วนะครับ หลายท่านพูดไปว่าเราแพ้คดี หลายท่านพูดไปว่า วันนี้คําพิพากษามันผูกพันอย่างนี้ แต่ท่านประธานคงไม่เคยได้ยินว่ามีใครบอก แล้วเราจะทําอย่างไร ผมก็ประหลาดใจครับท่านประธาน ผมดูเอกสารหลักฐาน ดูประเด็น ดูอะไรต่าง ๆ แล้ว ผมประหลาดใจว่าทําไมไม่เคยมีใครคิดที่จะทําอะไรกับเรื่องนี้ แต่วันนี้ ผมประหลาดใจว่าคนที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการเปึนที่ประจักษ์ อย่างท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ไม่รู้และท่านก็ไม่ทํา ตรงกันข้าม ท่านกลับไปทําอย่างอื่น คือไปทําในสิ่งที่ไม่ควรจะทําในเรื่องนี้ครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกเราหลายคนเราโตมาเราได้ยินเรื่องนี้ ผมเปึนคนหนึ่งโตขึ้นมาก็ได้ยิน เรื่องนี้แต่ไม่เคยสนใจเลย ยอมรับเปึนความผิดของผมครับ และผมเชื่อว่าวันนี้พวกเรา หลายคนและคนไทยอีกหลายคนในประเทศนี้และในต่างประเทศก็จะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๐๕ นั้นเปึนเหตุการณ์ใหญ่ที่สุด เหตุการณ์หนึ่งของประเทศไทย ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เพราะเดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกประท้วงว่า เอาเรื่องอดีตมาพูด แต่อดีตมันคือปัจจุบันครับ เพราะเรื่องทั้งหมดในอดีตนั้นมันต่อเนื่อง และยังเปึนปัจจุบันอยู่ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจอดีตเราไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาในปัจจุบันและ อนาคตได้ ผมจึงต้องขออนุญาตท่านประธานเท้าความ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งด้วยความเคารพว่า ขออนุญาตท่านประธานว่าเรื่องราวมันเยอะครับ ผมพยายาม จําทุกเรื่องเลยเพื่อจะใช้เอกสารให้น้อยที่สุดจริง ๆ แต่ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า อาจจะจําเปึนต้องขออนุญาตใช้เอกสารประกอบการอภิปรายบ้าง หรือว่าขออนุญาตอ่าน เอกสารบ้าง เนื่องจากเยอะไปหมด และบางเรื่องก็ต้องใช้หลักฐานประกอบ เพื่อที่จะไม่ใช่ว่า พูดเอง คิดเอง เออเอง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในอดีตเหตุการณ์เมื่อ เดือนมิถุนายนป้ ๒๕๐๕ มันเปึนเหตุการณ์ซึ่งไทยทั้งชาติต้องจดจําครับ ทีมงานผมไปช่วย ทํางานกันอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาเอกสาร สิ่งหนึ่งที่ผมพบวันนั้นครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าเหตุการณ์วันนั้นถ้าย้อนกลับไปดูไทยทั้งชาติร่วมมือกันเพื่อต่อต้านเรื่องนี้ ผมไม่อยากจะไปเอ่ยชื่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่ผมแปลกใจแล้วผมเสียใจก็คือ วันนี้ไทย กับไทยต้องมาทะเลาะมาเถียงกันเองเพื่อประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ แตกต่างกันไหมครับ สื่อมวลชนในอดีตเมื่อป้ ๒๕๐๕ ไม่ว่าจะเปึนวิทยุ หนังสือพิมพ์เปึนเสียงเดียวกันเปึนหนึ่งเดียวกัน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเปึนตัวอย่าง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ครับ พวกเราทุกคนต้อง ตระหนักให้ดีถึงเรื่องนี้ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร 🔗

หนังสือพิมพ์สารเสรี วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๐๕ ๕ วันหลังเกิดเหตุนิดเดียวครับ ท่านผู้อ่านทั้งหลายถ้าหากท่าน ถูกตัดสินว่าแขนของท่าน ขาของท่าน ไม่ว่าอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกายของท่าน จําต้องหยิบยกให้เปึนของคนอื่นท่านจะยอมหรือไม่ เราเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครที่จะยอม ทําตามนั้น เราจะเรียกว่ามันเปึนความยุติธรรมได้อย่างไร ในเมื่อสมบัติของเราจะต้องตก เปึนของคนอื่นด้วยการโกง ด้วยการปล้นสะดม และด้วยกลวิธีอันไร้ยางอายขาดความยุติธรรม ที่ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ ผมรู้สึกว่าสื่อมวลชนในขณะนั้นช่วงเวลานั้นรุนแรงเกินไปครับ ทําไมเขาถึงต้องเขียนรุนแรงอย่างนี้ ตรงนี้คือที่มา ทําไมไทยทั้งชาติถึงรู้สึกว่าถูกปล้นสะดมครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถึงความรู้สึกของคนไทยในวันนั้นอีกเล็กน้อยนะครับ เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง รัฐบาลในขณะนั้นเมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไปแล้ว แต่ขออนุญาตพูดซ้ําอีกครั้งจะได้มีหลายคนเข้าใจ เพราะบอกว่าเปึนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ครับ รัฐบาลขณะนั้นคือรัฐบาลของท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เปึนนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้ก่อนที่ผมจะพูดต่อไปหลายเรื่องในเรื่องนี้สอนให้เราคิด หลายอย่างท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้สอนให้เราได้คิดหลายเรื่อง โดยเฉพาะทางการเมือง ที่ผ่านมาเราถูกสอนให้คิดว่ารัฐบาลมาอย่างไร แต่เราไม่ได้ถูกสอนแล้วถูกพูดว่า เมื่อมาแล้ว รัฐบาลนั้นทําตัวอย่างไร เรามักจะถกเถียงกันว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ มาจากการปฏิวัติ แต่เราไม่เถียงกันบ้างว่าเมื่อเขามาแล้วเขาทําหน้าที่เปึนรัฐบาลไทย รัฐบาลของประชาชน รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือเปึนรัฐบาลของใคร ที่ผมพูดตรงนี้เพราะอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเปึนคนหนึ่งครับผมไม่เห็นด้วย กับการปฏิวัติทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะปฏิวัติของประเทศเราแปลกครับ เพราะว่าเมื่อปฏิวัติแล้วทําอะไรแล้ว ตั้งรัฐบาลรู้สึกทุกครั้งว่าเปึนรัฐบาลของคนไทย และเปึนรัฐบาลของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ผมเรียนท่านประธานครับว่าหลังจากเกิดเหตุท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่งผมถือว่า นี่เปึนอีกส่วนหนึ่งของคํายืนยันว่าเราสงวนสิทธิและสิ่งที่สงวนสิทธินี้วันนี้เปึนภาระของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องดําเนินการ แต่ท่านไม่ได้ทํา เปึนคําปราศรัย ผมจะเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะผมคิดว่า เปึนประโยชน์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นท่านได้พูดต่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่า เรื่องของแผ่นดินไทยซึ่งเปึนมรดกที่บรรพบุรุษเรา สู้อุตส่าห์ฝ์าคมอาวุธรักษาไว้ ข้าพเจ้าถือว่าเปึนความรับผิดชอบของรัฐบาล และ ของข้าพเจ้า และพี่น้องร่วมชาติทั้งหลายได้ทราบถึงการที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจในกรณี ปราสาทพระวิหารต่อไป คนไทยผู้รักชาติทุกคนมีความเศร้าสลดและขมขื่นใจ การแสดงออกของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศเพื่อคัดค้านคําพิพากษาศาลโลก ในสัปดาห์ที่แล้วเปึนสิ่งที่เห็นกันอยู่ชัดแล้ว เราต้องถือว่าเปึนคราวเคราะห์ของเรา รัฐบาล และประชาชนชาวไทยไม่เห็นด้วยกับคําตัดสินของศาลโลกทั้งในข้อเท็จจริง ในทาง กฎหมายระหว่างประเทศ และในหลักความยุติธรรม ในฐานะที่ประเทศไทยเปึนสมาชิก ของสหประชาชาติก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ จําต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือพระวิหารนั้นตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งข้อประท้วงและข้อสงวนสิทธิอันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิที่จะดําเนินการทางกฎหมายที่จําเปึนซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายหน้า ให้ได้ กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาตามโอกาสอันควร ข้าพเจ้าทราบดีว่าการสูญเสียปราสาทพระวิหาร คราวนี้เปึนการสูญเสียที่สะเทือนใจคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้นแม้ว่ากัมพูชาจะได้ปราสาท พระวิหารนี้ไปก็คงได้ไปแต่ซากปรักหักพังและแผ่นดินเฉพาะที่รองรับพระวิหารนี้เท่านั้น แต่วิญญาณของปราสาทพระวิหารยังคงอยู่กับไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึก อยู่เสมอว่าปราสาทพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไปด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กลของคนที่ไม่รักเกียรติ และไม่รักความชอบธรรม ในเรื่องนี้รัฐบาลรู้สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระประมุขที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยที่ได้พระราชทานคติ และพระบรมราโชวาทแก่รัฐบาลด้วยความที่ทรงห่วงใยในสวัสดิภาพของชาติบ้านเมือง เปึนอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าเองก็มีความเจ็บช้ําน้ําใจมิได้น้อยไปกว่าเพื่อนร่วมชาติที่รักทั้งหลายเลย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ ข้าพเจ้าอยากกล่าวว่า ข้าพเจ้ามาพูดกับท่าน ด้วยน้ําตา แต่น้ําตาของข้าพเจ้าเปึนน้ําตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคั่งแค้นและ การผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิตทั้งชาตินี้และชาติหน้าต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญ ของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคําปฏิญาณด้วยสัจวาจานี้ไว้ พี่น้องชาวไทยที่รักในวันหนึ่ง ข้างหน้าเราจะต้องเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาเปึนของชาติไทยให้จงได้ ท่านประธานครับ อย่างน้อยนี่คือสัจวาจาของบรรพบุรุษของเรา จะเปึนอะไรก็แล้วแต่ผมคิดว่าวันนี้เรามีหน้าที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมครับ ทําไมท่านได้คิดอย่างนั้น เหตุการณ์วันนั้น ท่านประธานขออนุญาตครับ ประท้วงกันไปหมดเลยครับ นี่ครับ ผมพูดจริง ๆ เพราะเดี๋ยว คนจะบอกว่าไม่ใช่มีรูปภาพที่หอจดหมายเหตุ ประท้วงทั่วประเทศครับ ไม่ใช่เฉพาะ ที่กรุงเทพมหานคร นี่ต่างจังหวัดครับเปึนตัวอย่าง แต่ที่สะเทือนใจท่านประธานครับ ภาพนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านประธานเปึนทหารเก่าเปึนภาพที่ทหารไทยคนไทยทั้งชาติ สะเทือนใจมาจนวันนี้ รัฐบาลบอกว่าให้ไปเอาธงชาติลงตามกําหนดเวลาที่เขากําหนด ทหารไทยไม่ยอมครับ ไม่ยอม เอาธงชาติไทยลงจากเสาที่ตั้งอยู่ตรงนั้น แต่ใช้วิธียกเสาออกมาทั้งเสาเพราะธงไตรรงค์ ต้องอยู่ที่นี่ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านประธานจําได้ ท่านประธานเปึนทหาร สหรัฐอเมริกา มีภาพแบบนี้ครับ คล้าย ๆ กัน เปึนภาพที่เขาเอาธงปักบนเขาฮิโรชิมาหลังจากพิชิตศึก นั่นคือภาพแห่งความภูมิใจของเขาครับ ภาพนี้เราไทยทั้งชาติต้องให้ปรากฏต่อไปครับ นี่คือภาพของวันสูญเสียของประเทศไทย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสูญเสีย อย่างไร ผมไม่อยากจะพูดถึงสิ่งที่ท่าน คุณชายสุขุมพันธุ์ ขออภัยเอ่ยนาม พูดไปแล้วว่า เรามีการคัดค้าน มีการประท้วงหลังจากพูดเมื่อกี้ แต่ถ้าหากว่าผมขออนุญาตพูดเสริมไป นิดหนึ่งครับ แล้วเดี๋ยวผมจะขยายต่อไปอีกหน่อยก็คือว่า นอกจากสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นซึ่งไม่ใช่ท่านนพดลได้กระทําคือคัดค้าน ประท้วง ท่านได้อธิบายข้อกฎหมายว่าคําตัดสินในที่นี้ที่บอกว่าถูกปล้นก็ดี ถูกโกง ทําไมครับ เราเปึนนักกฎหมายเหมือนกัน เราเปึนประเทศศิวิไลซ์ (Civilize) ทําไมเราไม่ยอมรับเขาครับ เพราะว่าท่านบอกว่าในการตัดสินคดีครั้งนี้ได้มีการดําเนินการที่ไม่ถูกหลักหลายประการ โดยเฉพาะหลักและวิธีการกฎหมายที่นํามาใช้ โดยเฉพาะการที่หยิบหลักกฎหมายที่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศคือเรื่องกฎหมายป่ดปาก เอสทอพเพล (Estoppel) หรือเรื่องของอายุความ หรือเรื่องของการนิ่งถือเปึนการยอมรับ ผมเชื่อครับว่าท่านรัฐมนตรีทราบตรงนี้ดีไม่ใช่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และถ้าหากว่า หลักนี้ใช้ท่านครับ จอยท์ คอมมูนิเค (Joint Communique) หรือที่ท่านเรียกว่า แถลงการณ์ กําลังจะทําให้เกิดปัญหาแบบเดียวกันนี้ครับ ถ้าท่านรับว่าใช้ได้ แต่ถ้าท่านรับว่าใช้ไม่ได้ นั่นก็คือคํายืนยันว่าเราถูกปล้นแล้ววันนี้เราจะช่วยเขาปล้นไหม

ประการที่ ๒ ครับ หลักที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ที่ต้องใช้ในศาลโลกเปึนเรื่องของ สนธิสัญญา กรณีนี้เปึนประเด็นปัญหาว่าสนธิสัญญาที่ว่านี้คือสนธิสัญญาเกี่ยวกับเรื่อง ของเขตแดน ประเด็นมันจึงเกิดขึ้นมาครับท่านประธานว่า ผมไปศึกษาต่อเพราะผมคิดว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่เราต้องเรียนรู้และเปึนเรื่องสําคัญที่รัฐมนตรีต้องรู้ด้วยถ้าไม่รู้นั่นยิ่ง ต้องไม่น่าไว้วางใจใหญ่ ถ้ายังไม่เคยไปรู้หรือดูไม่หมดยิ่งใช้ไม่ได้ ถ้าท่านไปดูแล้วหรือท่าน อะไรมาแล้วผมคิดว่าท่านอาจจะเปลี่ยนใจ วันนี้ท่านต้องกลับมาสู้ครับ ช่วยเราสู้ครับ ไม่ใช่ช่วยเขาสู้ หลายคนต่อว่าท่านกับผมเยอะ ผมก็นิ่งเฉยเพราะถือว่าอย่างไรก็รู้จักกัน อย่างดี หลายคนโจมตีท่านผมก็นั่งฟัง โดยเฉพาะตอนที่ท่านแถลงข่าวที่กระทรวง การต่างประเทศ คือท่านทําเหมือนทนายของอีกฝ์ายหนึ่งเลยครับ ท่านไม่ได้ทําเหมือนทนาย ของประเทศไทยเลยครับ นั่นคือความรู้สึกของคนไทยหลังจากฟังท่าน ผมจึงคิดว่าผมต้อง อภิปราย ผมเรียนท่านประธานครับว่า ทําไมคนไทยทั้งชาติ ณ วันนั้นถึงได้บอกว่าถูกปล้น ถึงได้บอกว่าถูกโกง ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าที่ผมต้องขออนุญาตพูดตรงนี้ เพราะนี่จะเปึนประเด็นที่ผมบอกว่าท่านไม่ได้ทําในเรื่องนี้ ถ้าหากเกิดปัญหามาปัูบ ท่านไปดูปัูบท่านต้องทํา ปัญหาคืออะไรครับ สนธิสัญญาที่เกิดขึ้นนี่ท่านประธาน ป้ ๒๔๔๗ อย่าว่าแต่ผมกับท่านประธานเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าอายุ ๗๐ กว่าป้ วันนั้น ท่านอยู่ไหน ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ หรือท่านอาจจะเกิดแล้วผมไม่ทราบ น่าจะยังนะครับ สนธิสัญญา ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ กับสนธิสัญญา ป้ ค.ศ. ๑๙๐๗ เกี่ยวกับเรื่องดินแดนเขียนไว้ชัดครับ และเปึนหลักทั่วไปใช้ได้ชัดครับท่านประธาน ว่าเรื่องของดินแดนระหว่างประเทศตรงส่วน ที่เปึนเขาให้ใช้สันปันน้ําหรือที่เขาเรียกภาษาอังกฤษว่า วอเตอร์ เชพ (Water shape) หลายคนบอกอะไร สันปันน้ําคือส่วนที่สูงสุดของยอดเขาที่เปึนตัวบอกว่าน้ําจะแบ่งไปทางไหน เปึนดินแดน เปึนเขตแดนธรรมชาติ ที่ว่าต้องมากําหนดเขตว่าตรงนั้นตรงนี้ไม่ใช่ตรงนี้ครับ คือพื้นดินที่เปึนที่ราบ เขียนไว้ชัด ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ กับป้ ค.ศ. ๑๙๐๗ เทียบกับประเทศไทยคือ พ.ศ. ๒๔๗๗ กับ พ.ศ. ๒๔๕๐ ท่านประธานครับ เทคโนโลยี ความรู้ ความสามารถของ คนไทยเท่าไร แต่ว่าเขาก็บอกไม่เปึนไร ยึดตามแนวสันปันน้ํา ต่อมาไปทําแผนที่อีก ไปทําแผนที่ตรงนี้ที่ทําให้เกิดปัญหา เพราะว่าฝ์ายไทยเองไม่ได้มีความรู้เลย กรมแผนที่ ตั้งขึ้นมาครั้งแรก ค.ศ. ๑๙๓๐ หรือ พ.ศ. ๒๔๗๓ หลังจากนั้นตั้งเกือบกี่ป้ ๓๐-๔๐ ป้ เราไม่ได้ มีความรู้อะไรกับเขาเลยเรื่องแผนที่ แต่เราถูกบังคับให้ต้องไปทําแผนที่ ไม่เปึนไรครับ วันนั้นทางฝ์ายตะวันตกก็มีอิทธิพลเยอะเราก็ต้องไปแต่เมื่อไปแล้วเราก็คิดว่าไม่ได้มีปัญหา เพราะมีสนธิสัญญาบอกอยู่แล้วว่าอะไรคือสันปันน้ํา ปรากฏว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ระหว่างนั้นผมไม่อยากเล่าตรงนี้เสียเวลาสภา มันก็มีกระบวนการอะไรต่าง ๆ ที่เขามาอ้าง ในศาล จนกระทั่ง ค.ศ. ๑๙๕๔ หรือ พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่เราได้ส่งกําลังทหาร ตํารวจตระเวนชายแดน อะไรก็แล้วแต่ไปประจําที่ปราสาทพระวิหารอย่างเปึนทางการ ค.ศ. ๑๙๕๔ หลังจากนั้น ๒ ป้ ท่านประธานครับ ค.ศ. ๑๙๕๖ พ.ศ. ๒๔๙๙ ไปดูย้อนหลังแล้วถึงจะทราบเขาเตรียมครับ พ.ศ. ๒๔๙๙ ทูตไทยในฝรั่งเศสมีหนังสือมาถึงกระทรวงการต่างประเทศขอแผนที่ไทยไป เห็นไหมครับ ขอไปทําไม อันนี้ยังไม่มีใครทราบค่อยไปว่ากันทีหลัง ท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านต้องไปดูด้วย แล้วเปึนอย่างไรครับ อีก ๒ ป้ให้หลัง ๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙ พ.ศ. ๒๕๐๒ เขาได้ยื่นฟัองประเทศไทยต่อศาลโลก ตรงนี้คือจุดเริ่มต้น เมื่อก่อนผมก็ไม่รู้สึก ผมถึงบอก ท่านประธานว่าผมผิด คนไทยอีกหลายคนผิดเหมือนผมที่เราไม่เคยมาดู และเราไม่เคย มาตรวจดูว่าเราจะต้องทําอย่างไรต่อไป ผิดเพราะหลังจากที่มาตรวจแล้ว ท่านประธานเปึน ประชาชนคนไทย ท่านประธานไปอ่าน ไม่ต้องเปึนนักกฎหมาย ท่านประธานจะรู้สึกเลยว่า มันไม่ได้มีความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ฟัองเราเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙ พ.ศ. ๒๕๐๒ ค.ศ. นี่จําเปึน พ.ศ. จําไว้นะครับ เขาฟัองเราข้อหา ๒ ข้อ บอกว่าให้ไทย ขนย้ายกําลัง ผมใช้คําสั้น ๆ กําลังออกจากซากปรักหักพังของปราสาทพระวิหาร ใช้คํา เปึนภาษาอังกฤษว่า รูบเบิล ออฟ เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Rubble of the temple of Preah Vihear) พระวิหาร แล้วก็บอกว่าเขามีอํานาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นี่คือคําฟัอง มีตรงไหนไหมครับที่บอกว่าดินแดนอาณาเขต ไม่มี คําฟัองคืออย่างนี้ครับ แต่หลังจากฟัองไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านประธานไปดูคําพิพากษาคดีนี้ของศาลโลก ไม่ใช่คําพิพากษาที่บอกว่าเกี่ยวกับเรื่องดินแดน ผมขออนุญาตท่านประธาน นี่คือสําเนา คําพิพากษา ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษตามนี้ก่อนนะครับ เคส คอนเซิร์นนิง เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Case concerning the temple of Preah Vihear) ไม่ใช่ คอนเซิร์นนิ่ง เขตดินแดนเลย คอนเซิร์นนิ่งก็คือเกี่ยวข้องกับตัวปราสาทครับ หลังจากนั้นเราก็ยื่นคํา คัดค้านครับ แต่ประเด็นมันเกิดขึ้นอย่างไรครับท่านประธาน หลังจากขึ้นคัดค้านไปแล้วมีการไป สืบพยานแล้วอะไรแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันที่ ๕ มีนาคม ๑๙๖๒ ๔ ป้ให้หลัง ๓ ป้ ให้หลังครับ คือ พ.ศ. ๒๕๐๕ วันที่ ๕ มีนาคม ตัดสินมิถุนายน อีกไม่กี่วันเองครับท่านประธาน แก้คําฟัองครับ วันที่ ๕ มีนาคม แก้คําฟัองเปลี่ยนใหม่แล้วครับ ให้ไปตัดสินแล้วทํา คําพิพากษาว่าเส้นแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชาเปึนบริเวณเขาพนมดงเล็ก ผมไม่ได้พูดผิดนะครับ เขาเปึนภาษาฝรั่งเศสของเขา เปึนภาษาเขมรเขาเรียกว่า ดงเล็ก นะครับ คือเส้นที่กําหนด ในแผนที่นั่นละครับท่านประธาน แล้วก็ขอให้ทําคําพิพากษาว่าปราสาทพระวิหารอยู่ใน เขตนั้น นอกจากนั้นก็แก้เพิ่มจาก ๒ ข้อ เปึน ๔ ข้อ โดยเอาข้อเดิมมาอีกให้ทหารไทยออกไป แล้วก็เพิ่มมาข้อที่ ๔ ให้ชดใช้ค่าประติมากรรม ขอโทษครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ประติมากรรมโบราณ วัตถุโบราณอะไรก็แล้วแต่ที่ถูกทําลายหรือว่าถูกเอาออกไป วันที่ ๕ มีนาคม วันที่ ๒๐ มีนาคม ๑๙๖๒ ห่างกัน ๑๕ วัน แก้คําฟัองอีกเปึนครั้งที่ ๒ เปลี่ยนใหม่ อีกแล้วครับ เพราะรู้ว่าถ้าใช้แค่คําว่า เส้นเขตแดน มีปัญหาครับ ก็เลยเปลี่ยนใหม่บอกว่า ให้เปึนว่า แผนที่บริเวณเขตพนมดงเล็กถูกเขียนและพิมพ์ในนามของคณะกรรมการ ปักปันชายแดนตามสนธิสัญญา เห็นไหมครับ อันที่ ๒ บอกว่า ตัดสินว่าเส้นเขตแดน ไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ที่โต้แย้งหรือบริเวณรอบ ๆ กันนี่ครับ คือเส้นที่อยู่ในแผนที่เรียงลําดับ มาเลยเปึนขั้นตอนแล้วจากนั้นก็เหมือนเดิม ท่านประธานครับ ยุติธรรมไหมครับ ฟัองเรานี่ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาแก้คําฟัอง พ.ศ. ๒๕๐๕ ก่อนวันคําพิพากษา ๖๐ กว่าวัน ท่านประธานคิดว่ายุติธรรมไหมครับ ไม่ครับ ทีมทนายความของไทย ซึ่งท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้บอกไปแล้วไม่ใช่มีแต่อาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อีกหลายคน ยื่นคําประท้วงคัดค้านทันทีครับ ประเด็นสําคัญที่ท่านประท้วงและคัดค้านบอกว่า ให้แก้ฟัอง อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าในคําฟัองไม่มีลายลักษณ์อักษรเรื่องที่บอกนี่ แล้วก็นี่มันเลยเวลาแล้ว พิจารณาคดีกันมาตั้งนานแล้วอีกไม่กี่วันตัดสินก็มาแก้ฟัองอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วก็ อีกหลายเรื่องศาลไม่ฟังให้แก้ ท่านประธานคิดว่าถูกไหม

อีกประเด็นหนึ่งครับ นอกจากให้แก้แล้วนี่ที่ผมเรียนว่าไม่พูดประเด็นซ้ํากับ ท่านสุขุมพันธุ์ แต่ว่าพูดว่าข้อกฎหมายยกขึ้น ข้อกฎหมายนั้นคนที่ยกขึ้นคือใครครับ คือฝ์ายที่ฟัองเราครับ แล้วถ้าหากว่าท่านประธานได้ไปดูในคําพิพากษาประเด็นสําคัญ มันอยู่ที่ไหนครับ ประเด็นสําคัญในกรณีอยู่ที่ว่าเขตแดนตรงบริเวณเขานี่ต้องใช้สันปันน้ํา ถ้าไม่ใช่สันปันน้ําไม่ถือว่าเปึนเส้นเขตแดนตามสนธิสัญญา เขาก็มีการไปให้ผู้เชี่ยวชาญ มาศึกษาพิสูจน์เปึนหลักฐานอยู่ในเอกสารนะครับ ผู้เชี่ยวชาญมาบอกว่าไม่สามารถยืนยันได้ เพราะว่าวันที่พิพาทกันนี่มัน ๕๐ กว่าป้หลังจากที่ทําแผนที่ แต่ว่าวันนั้นที่ไปสํารวจพบมี เส้นสันปันน้ําอยู่รอบปราสาทพระวิหาร เสร็จแล้วเปึนอย่างไรครับ คําพิพากษาบอกว่า การที่จะไปยึดสันปันน้ําตามสนธิสัญญามันง่ายไปไหม มันเปึนหลักที่เขาใช้กว้าง ๆ ผมอาจจะไม่ได้แปลตรงตัวนะครับ เพราะว่าอภิปราย แต่ว่าโดยสรุปก็บอกว่า ศาลฟัง ดูแล้วเชื่อแผนที่ แล้วใช้ตรงนี้ครับ ซึ่งผมคิดว่านี่ละครับ ผมไม่ได้ทะเลาะกับศาลโลก ผมเปึนนักกฎหมายเหมือนท่านรัฐมนตรี ผมเปึนอดีตผู้พิพากษา ผมจะไม่เขียน คําพิพากษาแบบนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานอ่าน เพราะว่าผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เปึน ต้นเหตุ ผมแปลเลยนะครับ ไม่ต้องอ่านภาษาอังกฤษนะครับ เขาบอกว่าจากหลักที่ยึดเกี่ยวกับแผนที่ในการตัดสินนี่นะครับ เมื่อศาลตัดสิน แล้วเห็นแล้วว่าเชื่อแผนที่ไปแล้วผิดถูกไม่สนใจนะครับ เชื่อแผนที่ที่นํามาเสนอแล้วนี่ จึงไม่จําเปึนต้องพิจารณาว่าเส้นแบ่งแนวเขตตามแผนที่ ณ ปราสาทพระวิหารเปึนเส้น สันปันน้ําที่แท้จริงในบริเวณนั้นหรือไม่ หรือเปึนแนวระหว่างป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ ถึงป้ ค.ศ. ๑๙๐๘ จริงหรือไม่ และไม่ว่าจะเปึนอย่างไรก็แล้วแต่สันปันน้ําจริง ๆ จะอยู่ตรงนั้นก็ไม่เปึนไร ทํานองอย่างนี้ถูกหลักกฎหมายระหว่างประเทศไหมครับท่านประธาน เขาขอแก้คําฟัอง เปึน ๕ ข้อ ผมเรียนท่านประธานแล้ว ตัดสินให้ทําคําพิพากษา ๕ ข้อ ท่านประธานครับ ศาลไม่กล้าครับ ขนาดชี้อย่างนี้ทําคําพิพากษาแค่ ๓ ข้อ โดยบอกแต่เพียงว่าให้ขนทหาร กองกําลังออกจากประสาทพระวิหาร และบอกว่าแถวนั้นเปึนเทอร์ริทอรี่ (Territory) ของเขา คือเปึนอาณาเขตของเขา และ ๓. บอกว่าให้คืนให้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่พูดไม่กล้าทํา คําพิพากษาเขียนไปในนี้ครับว่าเรื่องเขตดินแดน ตรงนี้ครับคือคําประกาศ ที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คนไทยทั้งชาติยืนยันว่าวันหนึ่งไทยทั้งชาติต้องเอาคืน เพราะเรื่องมันยังไม่จบครับท่านประธาน ตรงนี้คือสาเหตุของแผนที่ที่ท่านรัฐมนตรี เอามาพูดนะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าแนวมันคนละแนว ขออนุญาตท่านประธาน แนวเส้นสีเหลืองนี่ครับท่านประธาน คือแนวสันปันน้ําตามธรรมชาติบนเขาที่ถือว่า เปึนแนวเขตแดน ถ้าหากว่าเราไม่ถือแนวนี้ ท่านประธานครับ โลกนี้ทั้งโลกปัืนป์วนต้องทํา อาณาเขตกันใหม่ทั้งหมดเลยครับ แต่ว่าแผนที่ที่ถูกนําไปเสนอศาลโลกนั้นแล้วอ้างว่า ทํากันอย่างถูกต้องนั้นคือแนวเส้นบนสีขาวนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีวันนี้ท่านต้องไปพิสูจน์ว่า แนวนี้มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะเขาอ้างว่านี่คือแนวสันปันน้ําที่เปึนต้นเหตุ และนี่คือต้นเหตุ ของการทําให้มีแผนที่ไม่เหมือนกัน ประเด็นนี้เปึนแผนที่ทับซ้อนหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่ การจะเปึนพื้นที่ทับซ้อนต่างคนต้องต่างมีสิทธิโดยชอบทางกฎหมาย แล้วอ้างกันได้ครับ แล้วก็ต้องมาพิพาทว่าสิทธิตามกฎหมายตรงนั้นจะเปึนอย่างไร อันนี้มันเปึนการสร้าง แนวเขตขึ้นหรือเปล่า ๒-๓ วันที่ผ่านมาผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรอกครับ แต่ ๒-๓ วัน ที่ผ่านมาผมตระเวนพบผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เยอะมากครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรไหมครับ ที่พิสูจน์กันมาแล้วว่าเส้นของเขาคือเส้นที่ถูกต้อง แต่เส้นของเราวันนี้ไม่ต้องพิสูจน์ครับ สิ่งที่พิสูจน์วันนี้คืออะไรครับ ท่านประธานทราบท่านเปึนทหารตรงบริเวณนั้นมีครอบครัว ชาวต่างชาติมาปลูกบ้านอยู่อาศัยแล้วก็ทําให้สิ่งปฏิกูลไหลเทลงมาที่สระตราวครับวันนี้ ถ้าหากว่ามันไม่ใช่อยู่ตรงนั้นแล้วมันมาไหลตรงนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน แล้วผม จะเรียนท่านประธานว่ากองกําลังทหารพรานใครที่อยู่ตรงนั้นเขาก็เปึนห่วง ประชาชน ชาวบ้านเขาก็เปึนห่วง สระตราวเข้ามาในเขตเราประมาณ ๕๐ เมตร ขนาดตีเส้นผิดแล้วนี่ ยังเข้ามาในเขตเรา ๕๐ เมตร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าทําไม เราไปทําการที่จะทําวิธีแก้ไข ไม่ให้สิ่งปฏิกูลที่ไหลไปจากพวกเขามาที่สระตราวนี่เขามาประท้วงครับไม่ให้ทํา ทั้ง ๆ ที่ ในเขตแดนไทยนะครับ ท่านรัฐมนตรีทําอะไรบ้าง เคยมีข่าวเรื่องนี้ไหม ท่านออกมาปกปัอง พี่น้องชาวบ้านแถวนั้นเหมือนที่ท่านพยายามอธิบายแทนเขาไหมวันนี้ แล้วนี่ครับที่ผมเรียน ท่านประธาน นี่คือต้นเหตุ กรมแผนที่ได้ตั้งขึ้นและทําแผนที่เมื่อป้ ค.ศ. ๑๙๓๒ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้วได้ยึดหลักเส้นสีเหลืองนี่แหละเปึนแผนที่ของไทยครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ เปึนแหลมนี่นะครับ ผมยังไม่พูดเส้นสีฟัาที่ท่านรัฐมนตรีไปบอกว่าเปึนของเขา วันนี้นี่คือเส้นแผนที่ที่ประเทศไทยสงวนเอาไว้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เพราะเรายึดแผนที่นี้ ในการสู้คดี และเรายึดว่าแผนที่นี้เปึนแผนที่ที่กําหนดแนวสันปันน้ําตามธรรมชาติที่ถูกต้อง ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และสามารถพิสูจน์ได้ แต่แนวสีขาวนี้นะครับเขาใช้พิสูจน์กันในศาลโลกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ก่อนหน้านั้นโดยวิธี บอกว่าแผนที่นี้มีการพิมพ์เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้จริง ถูกต้องไหมครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเอกสารอยู่ในสํานวนว่ามาเดินดูแล้วมีเส้นนี้อยู่บริเวณรอบนี้ แต่บอกไม่ได้หรอกครับว่าเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้วเส้นมันเปลี่ยนหรือเปล่าเท่านั้นเอง นี่ครับ ไม่มีเว้าเลยครับ เว้านี้ไม่ใช่ เพราะสันปันน้ํามันไปเปึนเหลี่ยมอย่างนี้ครับ มันไม่หักเข้ามา นี่คือปัญหาที่ท่านบอกว่าทับซ้อนหรือไม่ทับซ้อน และนั่นคือสิ่งที่ท่านกําลังเริ่มชี้แจงผิด ผมจะกราบเรียนท่านประธานเปึนประเด็นต่อไปว่า หลังจากที่เกิดปัญหาอย่างนี้ รัฐบาลไทยไม่ยอมรับ แต่บอกแล้วว่าเราเปึนสมาชิกสหประชาชาติ เราสงวนสิทธิ แล้วคําพิพากษาผมเรียนท่านประธานแล้วนะครับ ไม่ได้พูดอะไรเลยครับ แค่บอกให้ออก ปัญหาเกิดครับ ออกไปไหนครับ ออกจากตัวปราสาทนี้ท่านประธานจะให้ออกไปไหนครับ บอกคําเดียวว่าให้ออกไปจากบริเวณใช้คําว่า เทมเพิล แอเรีย แอนด์ วิซินิตี้ (Temple area and vicinity) รอบ ๆ พื้นที่ตรงไหนครับ เพราะท่านไม่ได้ชี้ว่าเขตแดนใครอยู่ตรงไหนที่ชัดเจน ตรงนี้คือที่มาของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ และถ้าหากว่า ท่านประธานไปดูมติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานจะพบครับ นี่ครับท่านประธานครับ มติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ เสนอโดยใครครับ เสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ท่านบอกว่าได้กําหนดหลังจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้มีปัญหาและปฏิบัติตาม คําพิพากษาศาลโลกได้ จึงให้ปรึกษากันกําหนดแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร ท่านประธานครับ ไม่ใช่เขตแดนอะไรหรอกครับ ไม่ใช่อาณาเขตด้วยครับ แนวเขตปราสาทพระวิหาร ผมเรียนท่านประธานแล้วว่าคดีนี้เปึนคดีพิพาทเกี่ยวกับอาคารปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ พิพาทเกี่ยวกับดินแดน เมื่อศาลโลกบอกว่าให้เราออกจากตัวปราสาท แต่ปัญหาเกิดว่า ออกไปไหนครับ ออกไปแค่ไหน ตรงนี้จึงเปึนที่มาของมติคณะรัฐมนตรีให้มากําหนดครับ รัฐมนตรีได้เสนอไป ๒ แนวทาง แนวทางที่ ๑ ให้เปึนรูปสามเหลี่ยมตีกรอบไว้ แนวทางที่ ๒ ให้ทําเปึนรูปสี่เหลี่ยมตีกรอบเหมือนกันแล้วแจ้งมติคณะรัฐมนตรีไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ลงนามโดยท่านมนูญ บริสุทธิ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งไว้อย่างนี้ครับ ตามที่ได้เสนอวิธีกําหนดเขตบริเวณ ปราสาทพระวิหารเพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลกไปเพื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พิจารณารวม ๒ วิธีนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีคําสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ลงมติว่า แนวกําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหารให้ใช้วิธีที่ ๒ และให้จัดทําปัายแสดงเขตตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ กับให้เพิ่มทํารั้วลวดหนามด้วย นี่คือที่มาจากสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี พยายามอธิบายให้ประชาชนฟังตลอดเวลาที่ผ่านมา มีตรงไหนครับบอกว่าเปึนเขตแดน เพราะเราไม่เคยยอมรับครับ เราบอกว่าแผ่นดินตรงนั้นทั้งผืนเปึนของไทย เพราะสันปันน้ํา มันไปพิสูจน์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ มีคําไหนครับ ท่านรัฐมนตรีแถลงข่าววันที่ ๑๘ ยังอยู่ในคลิป วิดีโอ (Clip video) ของกระทรวงเลยครับ ท่านใช้คําว่า เขตแดน ท่านใช้ผิดครับ ผมถึงบอกผมไว้วางใจท่านไม่ได้ ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านใช้คําของเขตแดนไทยว่า เขตแดน กับ เขตบริเวณ ท่านใช้ได้อย่างไรครับ คําพูดของท่าน ผูกพันประเทศไทยมีตรงไหนครับ ท่านมีมติอื่นที่ผิดไม่เหมือนผมไหม หรือว่ามันมีคณะรัฐมนตรี หลังจาก พ.ศ. ๒๕๐๕ ชุดไหนครับ ที่บอกว่าให้เปลี่ยนจากแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร เปึนเขตแดนไทย นี่ละครับที่มาของรั้วลวดหนามของอะไรที่ท่านว่า แล้วเขาก็ไปกําหนดครับ ๒๐ เมตร ๑๐๐ เมตร อะไรก็ว่ากันไปตามนี้นะครับ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนที่ยืนยัน เปึนที่ชัดเจนครับว่าคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ ยอมรับว่าเอาละเมื่อสั่งให้ฉันออกจาก อาคารปราสาทฉันก็ออก แต่ฉันกําหนดให้ว่าฉันจะออกไปตรงไหน เพราะคุณไม่ได้บอกให้ เราออกไปตรงไหน นี่กําหนดแนวให้ตัวเอง แล้วให้ติดปัายครับ ท่านเชื่อไหมครับว่า คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นให้ทําปัายว่าอย่างไร ให้ติดปัายตรงตามแนวไม่รู้ปัายยังอยู่ไหม ไม่อยู่ต้องไปทําเสีย ท่านต้องไปทํา บอกว่าอะไรครับ บอกว่าให้หันหน้าเข้าแดนไทย บอกว่าแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่แนวเขตพรมแดนไทย-กัมพูชา แนวเขต บริเวณปราสาทพระวิหาร ส่วนด้านหลังซึ่งหันเข้าไปในแดนนั้นให้ทําด้วยสีขาวเปึนพื้น ตัวหนังสือดําเปึนภาษาฝรั่งเศสบอกว่า เปึนพื้นที่นอกแนวเขตปราสาทพระวิหาร ผมอ่าน ข่าวนี้ ท่านประธานขออนุญาต คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นอาจจะรุนแรงไปครับ สั่งในวันนั้น เลยครับ บอกว่าถ้าใครข้ามแดนมาให้ยิงทันที เพราะว่าผิดคําพิพากษาศาลโลก แล้วนั่นละครับคือวันของการที่ผมได้เรียนท่านประธานว่า รูปเมื่อกี้นะครับ นี่คือวันนั้นครับ ท่านประธาน วันที่ไปเอารั้วลวดหนามไปขึงเอาปัายไปปักว่า เปึนเขตบริเวณปราสาท พระวิหาร ไม่ใช่เขตดินแดนชาวไทยหรือว่าต่างประเทศ เปึนวันที่เราต้องถูกเอาเสาธง ออกมาจากบริเวณนั้น ทั้ง ๆ ที่มติหรือแนวทางปฏิบัติบอกให้ลดธงลงมาครับ ทหารไทย ไม่ยอม ผมเชื่อว่าท่านประธานถ้ายังเปึนทหารอยู่ท่านก็ไม่ยอม ท่านถูกสอนมาแบบนั้น ทหารไทยไม่ยอมเชิญธงชาติไทยลงครับ แต่ยกออกมาทั้งเสาครับ ผมก็อยากจะฝากไป วันนี้เสานี้อยู่ไหนครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอามาตั้งแสดงให้คนไทยดู ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่ผมอ่านพูดสรุปแบบย่อ ๆ ท่านประธานรู้สึกหรือยังครับ ว่าที่เขาบอกว่าโดนปล้น โดนโกงมันคืออะไร หลักกฎหมายที่เราควรได้ถูกใช้อย่าง เปึนธรรมบอกว่าจะดูแผนที่ หลักกฎหมายที่ถูกนําเสนอเปึนของฝ์ายตรงข้าม คําฟัอง ที่นํามาตัดสินมาพิจารณาแก้ก่อนมีการตัดสินไม่นานเท่าไรเคยเห็นอย่างนี้แม้แต่ ในศาลยุติธรรมทั่วไปก็ไม่มีครับ ประเด็นผมจึงบอกว่าวันนี้ถึงเวลาไหมครับ วันนี้ไม่ใช่เรื่องพิพาท เรื่องเดิมที่บอกฟัองอีกไม่ได้ วันนี้เปึนประเด็นว่าต้องพิสูจน์ว่าสันปันน้ําอยู่ที่ไหนครับ ทําไมท่านไม่ทํา แทนที่ท่านจะไปช่วยเขาทําขึ้นมรดกโลก เปึนที่น่าตลกเหมือนกันนะครับ ท่านไปขอเขาขึ้นทะเบียนมรดกโลกกับเขาด้วย เขาไม่ให้ครับ ท่านก็ยังกุลีกุจอไปช่วยเขาหมด แต่เวลาเขาขอมาเปึนกรรมการร่วมพัฒนาพื้นที่แถวนี้ท่านให้เขาร่วมครับ เปึนไปได้ อย่างไรครับ แล้วหลังจากนั้นผมเรียนแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ เราไม่เคยที่จะเปลี่ยนแปลง แนวเขตและเราไม่เคยถือ ขออภัยท่านประธานครับ รูปนี้ครับวันที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ที่กระทรวง ตรงนี้เปึนสีม่วง ตรงนี้สีเขียว ท่านบอกสีม่วงนี่ของเขา ของใครครับ ของเรา เราไม่เคยบอกเปึนของเขาครับ เขาต่างหากทึกทักว่าเปึนของเขา ผมถึงบอกว่าท่าน มีมติ ครม. อื่นไหมครับที่ไม่เหมือนกับ พ.ศ. ๒๕๐๕ ทางกฎหมายแล้วยังถือว่าเปึนของเรา เราพร้อมจะต่อสู้รัฐบาลในอดีตก็ดี ใครก็ดี เขาถึงบอกว่าเราสงวนไว้ วันหนึ่งเขาพระวิหาร ต้องกลับมาเปึนของคนไทยทั้งชาติ เอาไปแต่ซากวิญญาณของพระวิหารอยู่กับเรา ๑:๒๐๐๐๐๐ ของเราใช้ ๑:๕๐๐๐๐ ความละเอียดมันไม่เหมือนกัน แล้วสิ่งที่ท่านจะทํามันจะโยงใยไปทั่วภูมิภาคเลย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านรู้เรื่องพวกนี้ไหม รู้ครับ ทราบ ขออภัยท่านประธานเอกสารมันเยอะนะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ของกําลังพลในกองทัพไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่ วุฒิสภา มีหนังสือที่ สว ๐๐๑๐/๕๖๕๑ ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ถึงท่านนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเปึนใช่ไหมครับช่วงนั้น ท่านได้แจ้ง ความห่วงใยของท่านหลังจากที่ท่านไปตรวจพื้นที่บริเวณเขาและปราสาทพระวิหารว่า กองกําลังทหารพรานที่อยู่แถวนั้นเขาได้รายงานสถานการณ์สารพัดครับที่เกี่ยวข้องที่เกิดขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เขาได้รายงานผ่านมาและเขาได้นํามาผ่านท่านส่งไปที่ท่านรัฐมนตรี ผมไม่อ่านหมดนะครับ ในข้อ ๑.๓ เอ้อ ข้อ ๒ ความเคลื่อนไหวของกัมพูชา ขออภัยเอ่ยนาม ประเทศเพราะมันเปึนการอ่าน กรณีจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก ผลกระทบต่อไทยอาจทําให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนบางส่วนในอนาคต ท่านไม่ได้ตอบอะไร เขาไปเลยครับ มีไหมครับหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่ตอบหนังสือฉบับนี้วันเดียวกันครับ แบบเดียวกันทุกอย่าง ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ทําไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม แต่วันนี้เราไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนแล้วว่ามีแต่คนท้วงติงครับ มีแต่คนเตือน แล้วที่น่าสนใจครับ อันนั้นก็นานนะครับตั้งแต่ต้นป้ แต่ว่าอันนี้ล่าสุดตอนที่ ท่านจะไปทําสนธิสัญญา ไปทําแถลงการณ์อะไรของท่านที่ท่านบอกว่าส่งไป ส่งคนไปดู ทหารก็พูดแบบท่านหมดละครับวันนี้ แต่นี่คือรายงานคําชี้แจงของชุดที่เข้าไปสํารวจพื้นที่ ผมจําเปึนต้องอ่านท่านประธานครับ เพื่อเตือนความจํา เขาบอกว่าอย่างไรครับ ผมจะ พยายามเอาเฉพาะที่สําคัญให้ท่านประธานครับ ตอนแรกเขาเล่าความเปึนมานะครับ เขาบอกอย่างนี้ครับ เมื่อ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ไม่กี่วันนี้ครับ ผู้บัญชาการกองกําลังสุรนารี ได้ชี้แจงต่อ พลโท สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีข้อห่วงใยของ กองกําลังพลสุรนารีดังนี้

ข้อ ๑ จากคําตัดสินของศาลโลกที่กําหนดให้อธิปไตยเฉพาะส่วนตัว พระวิหารเปึนของกัมพูชา แต่แผนที่ฉบับใหม่ที่ฝ์ายกัมพูชาเสนอได้กําหนดให้ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบปราสาทประมาณ ๓๐ เมตรเปึนมรดกโลก ซึ่งเปึนการกําหนดเพิ่มเติม จากคําตัดสินของศาลโลก แนวลวดหนามที่ผมได้อภิปรายผ่านท่านประธานไปนั้น เดิมมัน ๒๐ เมตรครับ แต่ว่าแผนที่ฉบับใหม่ที่ทํามานี่กองกําลังรายงานมาเมื่อวันที่ ๑๒ ที่ไปตรวจบอกว่าแผนที่นี้ของกัมพูชาที่เสนอนี้กําหนดแนวไว้ ๓๐ เมตร ถึงแม้ว่ายังไม่เกิน ขอบเขตที่มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ กําหนด เว้นบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของตัวปราสาทช่องบันไดหักซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนจํานวน ๓๘.๒๑๕ ตารางวา หรือ ๑๕๒.๘๖ ตารางเมตรนั้นจะถือว่าเปึนการยอมรับและกําหนดเส้นเขตแดนที่เกินกว่าคําตัดสิน ศาลโลกหรือไม่ ท่านประธานครับ นี่ข้อแรกนะครับ

ข้อ ๒ ที่กองกําลังสุรนารีเปึนห่วงบอกว่า ฝ์ายกัมพูชายังคงยึดถือเส้นเขตแดน ตามแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทยเคยทําไว้กับฝรั่งเศส และไม่เคยยอมรับ เส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝ์ายไทยมาโดยตลอด สําหรับฝ์ายไทยได้ยึดถือแผนที่มาตราส่วน ๑:๕๐๐๐๐ ตามมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ และไม่ยอมรับแผนที่ปักปันเช่นเดียวกัน ซึ่งหากใน ครั้งนี้ฝ์ายไทยยอมรับตามแผนที่ที่กัมพูชาเสนอฝ์ายกัมพูชาอาจจะถือว่าเปึนการยอมรับ ในส่วนของแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทยเคยทําไว้กับฝรั่งเศสหรือไม่ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการปักปันเขตแดนในอนาคต

ข้อสังเกตครับท่านประธาน เอาข้อเดียวนะครับ ความจริงมี ๒ ข้อ เดี๋ยวจะ ยาวไป ฝ์ายกัมพูชายังมิได้มีการแก้ไขแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาตามผนวก ค แต่อย่างใด ซึ่งเปึนการแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา

นี่เปึนเอกสารล่าสุดครับ แล้วทําไมเราต้องขมีขมันไปช่วยเขา ผมเรียน ท่านประธานแล้วว่าพวกเราทุกคนครับ อาจจะยกเว้นท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลก็แล้วแต่ บอกว่าสีชมพูนี่ยังเปึนของเรา เพราะไม่มีมติคณะรัฐมนตรีหรือกระบวนการทางกฎหมาย ทางรัฐธรรมนูญใดในอดีตบอกว่าตรงนี้เปึนของเขา แล้วถ้าหากท่านพูดแบบนั้นแปลว่า ท่านต้องยอมรับว่าแผนที่ที่ไทยทําขึ้นจากการสํารวจตามหลักวิชาการและกฎหมายไม่ถูกต้อง อ้ายเส้นนี้ท่านเรียกว่า แอล ๗๐๑๗ (L ๗๐๑๗) ที่หยักเข้าไปนี่มันไม่ใช่เส้นอาณาเขตครับ แต่มันเส้นที่แสดงแนวว่าวันนี้เขากันไว้อย่างไร ไม่ใช่แผนที่ที่แสดงอาณาเขตเพราะไม่มีใคร ยอมรับครับ แล้วเดี๋ยวผมจะบอกด้วยว่าเขาก็ไม่ยอมรับที่ท่านบอกว่าเรียบร้อย ตรงไหน ผมจะเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าท่านรัฐมนตรีบอกได้ไหมครับวันนี้แอล ๗๐๑๗ มาจากไหน ผมก็ไม่ทราบครับ ถามใครหลายคนก็ไม่ทราบครับว่ามาจากไหน เพราะช่วงนั้น ยังทําไม่เก่งเลย ไป ๆ มา ๆ มีคําตอบมาอันหนึ่งครับช่วยตอบผมด้วยจริงหรือเปล่า เขาบอกว่า ประเทศมหาอํานาจประเทศหนึ่งมาทําให้ แต่ว่าขณะนี้เปึนแอล ๗๐๑๘ เพราะเอา ๗๐๑๗ ไปเข้าระบบดิจิตอลแล้ว เพราะฉะนั้นนี่ก็อีกครับเปึนแผนที่ที่ไทย ไม่ได้ทํา แล้วย้อนอดีตหรือครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมมีรูปแต่ไม่ต้องเสียเวลาท่าน ประธาน วันที่เขาไปเอาเสาธงออกจากแผ่นดินไทยเขาบอกเกิดเหตุอาเพศ ท้องฟัา มืดครึ้มขึ้นมากะทันหัน ท่านประธานรู้ไหมครับเมื่อกี้ข้างนอกเปึนอย่างไร วันนี้ก็ยังเปึนอยู่ ตอนนี้ เมื่อวานยังแดดจ้าอยู่เลย นี่คือครั้งที่ ๒ บรรพบุรุษของเราบอกว่าวันหนึ่งต้องกลับมา เปึนของประเทศไทย ไม่มีใครบอกให้ไปช่วย ในอดีต ป้ ๒๕๐๕ ทุกคนร่วมใจกันครับเพื่อจะ เอากลับคืน หาเหตุ หาข้อกฎหมาย หาข้อเท็จจริงสู้กับเขา วันนี้ท่านกลับเปึนรัฐมนตรี ของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหาข้อกฎหมายบอกว่าทําได้ ท่านรับไหมครับว่า แผนที่เขาถูก ผมไม่อยากใช้คําว่า ทับซ้อน เหมือนกับที่ท่านใช้ครับ เพราะการจะทับซ้อน มันแปลว่ามันต้องเปึนของที่อ้างกันได้ตามกฎหมายทั้งคู่ครับ เขามีอะไรอ้างนอกจากบอกว่า แผนที่นี้ทํากันขึ้นมา สมัยโน้นเรายังไม่รู้เลยครับทําอย่างไร แล้วให้ศาลดูบอกว่าถือได้เพราะว่าไปพิมพ์ในนามนี้ มันถูกหลักทําแผนที่ระหว่างประเทศไหมครับที่จะอ้างอิงได้ วันนี้ทําไมท่านไม่ยกเรื่องนี้ ขึ้นมาโต้แย้งหรือยกเรื่องนี้ขึ้นมาที่จะเปึนประเด็นใหม่ มันไม่ใช่ประเด็นเก่าที่พิพาทไปแล้ว ขึ้นไม่ได้ สันปันน้ําที่ถูกต้องตามหลักสนธิสัญญาระหว่างประเทศอยู่ตรงไหน ที่บอกอย่างนี้ ไม่ใช่เปึนเรื่องของการกระทบกระเทือนเพื่อนบ้านครับ ผมก็รักเขาครับไม่อยากให้มีปัญหา แต่นี่คือสิทธิและอธิปไตยของไทย คํานี้ละครับสําคัญ ท่านพูดเสมอครับว่าเราไม่ได้เสีย ดินแดน ท่านบอกว่าตารางมิลลิเมตรหนึ่งก็ยังไม่ได้เสีย ท่านบอกว่าปราสาทมันไม่ได้เกิน เส้นเขตที่ว่านั่น ท่านจะเรียกอะไรสุดแล้วแต่ผมยืนยันไม่ใช่เขตแดนระหว่างไทยกับเขา แต่ประเด็นคือเราไปขยับเส้นให้เขาหรือเปล่าท่านประธาน มันถึงได้เกิน มีใครรู้ไหมครับ ไทยเคยได้มีโอกาสไปตรวจไหม อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากพวกเราหรอกครับ มาจากวิธีการที่ไม่ถูก ท่านยังบอกเลยครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลทําอะไรต้องหารือ ประชาชน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม และวันนี้ท่านมาจากการเลือกตั้งอย่างไรครับ ทําไมกลายเปึนว่าประชาชนทั้งประเทศต้องมาเรียกร้องขอมีส่วนร่วม ต้องมาเรียกร้อง ขอรับรู้ข้อมูลจากท่าน ผมถึงเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้สอนสติสอนใจเราหลายเรื่อง เราคิดแต่ที่มาแต่เราไม่คิดว่ามาแล้วทําตัวอย่างไร ประเด็นสําคัญที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอีกอันหนึ่งที่ผมไม่สามารถจะไว้วางใจท่านได้ก็คือเรื่องสนธิสัญญา ประเด็น เรื่องนี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่ามันไม่ใช่เรื่องถกเถียงกันว่าเปึนเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือว่าเปึนเรื่องอะไรหรอกครับ แต่มันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับว่าเรื่องนี้ในสถานะของมันเอง จริง ๆ มันคืออะไรกันแน่ ผมไม่ได้ผิดญัตติ ผมไม่ได้พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้บอก รัฐมนตรีทําผิดรัฐธรรมนูญ ผิดหรือถูกไม่ใช่เรื่องวันนี้ แต่ผมกําลังจะบอกว่าสิ่งที่ท่านพยายาม อธิบายให้คนไทยทั้งชาติฟังอยู่วันนี้ว่ามันไม่ใช่ข้อตกลง มันเปึนแถลงการณ์ มันไม่ได้ ผูกพันอะไร และมันไม่จําเปึนต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมบอกไม่ใช่ ถามว่าทําไมผมถึง บอกว่าไม่ใช่ ท่านประธานครับ เผอิญมันเปึนภาษาฝรั่งเศสผมก็ไม่ถนัดนะครับ ไปใช้บอกว่า จอยท์ คอมมูนิเค ผมก็พยายามไปถามผู้รู้ว่ามันแปลว่าอะไร เขาก็บอกว่าหมายถึงพวก สเตทเมนท์ (Statement) ถ้อยคํา คําพูด คําแถลง แล้วแต่เราจะใช้ ผมจึงเรียนท่านประธานว่า คนที่เปึนนักกฎหมายนั้นรู้ ข้อตกลงใด ๆ ในหนังสือใด ๆ ที่มีผลผูกพันกันถือว่าเปึนสัญญา ไม่ต้องไปดูหรอกครับว่ามันเขียนข้างบนว่า นี่เปึนหนังสือสัญญาเปึนหนังสือข้อตกลง ไม่เขียนหัวข้างบนก็ยังเปึนสัญญาเลย ถ้ามันมีข้อตกลงผูกพันกันอยู่ในนั้น แล้วท่านประธานครับ ผมถามท่านประธานหน่อย สมมุติผมกับท่านประธานตกลงเรื่องอะไรสักอย่างแล้วเรา จะแถลงการณ์ เราแถลงการณ์นะครับ เราแถลงการณ์ให้คนอื่นฟังหรือแถลงการณ์ให้เรา ๒ คนฟังท่านประธาน แถลงการณ์นี่เขาต้องแถลงให้คนอื่นฟังว่าเรา ๒ คนคุยกันว่าอะไร แต่อ้ายนี่เล่นแถลงกัน ๒ คนแล้วมีพยานด้วย แล้วเรียกแถลงการณ์หรือท่านประธาน เขียนว่าอย่างไรครับ ผมใช้คําว่า หนังสือแล้วกันนะครับ หนังสือฉบับนี้ทําเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๘ ขอโทษครับ ค.ศ. ๒๐๐๘ ก็คือ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี่ล่ะครับ ที่เปึนประเด็น ก็คืออย่างนี้ครับ ขึ้นต้นบอกอย่างนี้ครับ ดิวริง เดอะ มีทติง โบธ ไซน์ อะครีเตด แอส ฟอลโล (During the meeting both sign a accreted as follow) เปึนพาส เทนส์ (Pass tense) ด้วย นี่มันลักษณะของการทําข้อตกลง ท่านประธานไม่ใช่แถลงการณ์ บอกกันเองว่าเรา ๒ คน ตกลงกันว่าอะไร ท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วมันเปึนแถลงการณ์ตรงไหน แล้วบอกว่า ตกลงกันมาแล้วเพราะใช้พาส เทนส์ นี่เปึนเพียงการบันทึกย้อนหลังเท่านั้นเองว่าในอดีตเรา ๒ คน ตกลงกันว่าอะไร ประเด็นที่ผมเรียนท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีพยายามไม่ใช้คําว่า แผนที่ เพราะท่าน ไม่อยากจะยอมรับว่าเรารับแผนที่เขมร แต่ว่าท่านพูดหลุดตลอดเวลาครับ ท่านประธานไปดู คลิป วิดีโอ ของท่านสิครับ ท่านพูดแผนที่แล้วก็แผนผัง แผนที่ แผนผัง พูดอยู่อย่างนี้ครับตลอด เดี๋ยวแผนผังเดี๋ยวแผนที่ เพราะท่านพยายามจะบอกว่ามันคือแผนผัง แต่ไม่ใช่ครับ มันมาพร้อมแผนที่ และนั่นคือสิ่งที่เราพูดกัน แต่สิ่งที่บันทึกอยู่ในเอกสารที่ท่านเรียกว่า แถลงการณ์มันใช้คําว่า แมพ (Map) ไม่ใช่ ดรออิง แพลน (Drawing plan) หรือ แพลน (Plan) แมพ ท่านประธานทราบแปลว่า แผนที่ ตรงไหนครับในนี้ที่บอกว่าแผนผัง หรือว่า ท่านรัฐมนตรีเพิ่งจบเนติบัณฑิตอังกฤษบอกว่า แมพ ในที่นี้แปลว่า แผนผัง ทางฝัืงโน้น เขาบอกเหมือนกันไหม และถ้าเปึนแผนผังทําไมไม่ใช้คําว่า แผนผัง ในภาษาอังกฤษ เสียเลยละครับ ต้องเป่ดเปึนคําที่มาเถียงกันได้ต่อไปในอนาคตทําไม นี่คือสิ่งที่ฝ์ายทหาร กองทัพเปึนห่วงไปใช้อย่างนี้ละครับ แล้วแผนที่อันนี้ก็คือแผนที่ที่เขาทําขึ้นมาด้วย นี่ละครับ คือปัญหาที่ผมเรียนท่านประธานว่าฝ์ายความมั่นคงจริง ๆ แล้วเขาเปึนห่วง ที่ผมอ่าน ให้ท่านประธานฟังนะครับ ที่ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ทําไปถึง หรือที่ผมอ่านเมื่อสักครู่ ทหารชั้นผู้น้อยนะครับท่านประธาน ทหารชั้นผู้น้อยอยู่ตรงนั้นท่านประธานไปถามเขาสิครับ ท่านประธานเปึนรุ่นพี่ เขารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ท่านรัฐมนตรีทําไป ไปถามเขาดูได้ครับ วันนี้เขารู้สึกอย่างไร เขาตั้งข้อสังเกตมาเปึนหนังสืออย่างนี้ ท่านประธานเปึนนายทหาร รู้โดนเล่นงานจะเปึนอย่างไร เขากล้าเสี่ยง เขาอาจจะมีภาพของการที่ทหารไทยต้องถอน เสาธงออกจากพื้นที่อยู่ในจิตใจเขาอยู่ก็ได้ เขาทําได้เท่านั้นครับ ปัญหาคือวันนี้เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทําอย่างไรกับรัฐมนตรีผู้นี้ เรายังจะปล่อยให้ท่านทําอย่างนี้ ต่อไปจะด้วยความจงใจหรือไม่จงใจไม่สําคัญ สําคัญคือเราจะให้ท่านเดินหน้าต่อไปหรือ ในเอกสารฉบับนี้ใช้คําว่า แมพ แปลว่า แผนที่ ไม่ได้แปลว่า แผนผัง และเวลามีข้อพิพาท ในระหว่างประเทศเขาไม่ใช้ภาษาไทย เขาใช้ภาษาอังกฤษ

ประการที่ ๒ ในข้อ ๔ เขาบอกไว้ชัดเลยครับ จุดที่ท่านพูดครับ ผมขออนุญาต เปึนภาษาอังกฤษก่อนนะครับ เฟนดิง เดอะ รีซัลท์ ออฟ เดอะ เวิร์ดส ออฟ เดอะ จอยท์ คอมมิชชัน ฟอร์ แลนด์ เบาน์ดารี คอนเซิร์นนิง เดอะ นอร์ทเทิร์น แอนด์ เวสเทิร์น แอเรีย เซอร์ราวดิง เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Fending the result of the words of the joint commission for land boundary concerning the northern and western area surrounding the temple of Preah Vihear) แปลว่าอะไรครับ แปลว่า บันทึกอะไรก็แล้วแต่ ฉบับนี้ยังไม่เกี่ยวข้องนะครับ เขาเขียนไว้เลยครับ ทําไมต้องเขียน ก็ท่านบอกเองไม่เกี่ยวกับ ดินแดน ไปเขียนทําไม บอกว่าทั้งหมดนี้ยังไม่เกี่ยวกับเขตแดนด้านฝัืงตะวันตกคือด้านนี้ครับ ด้านยาว และทางด้านฝัืงเหนือก็คือฝัืงนี้ เขายังไม่รับเลยเห็นไหมครับ แล้วท่านบอกเปึน แผนที่เรา เขาไม่รับ เขาบอกว่ารอผลการชี้ขาดตรงนี้อยู่ แล้วถ้าวันหนึ่งมันเกิดมีปัญหา แล้วเราบอกไม่รับ เขาบอกก็เซ็นไว้แล้วนี่ครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้มันไม่ใช่หรอกครับ มันยังไม่เกิดหรอกครับการเสียดินแดน แต่วันหนึ่งนี่ละครับจะนําไปสู่ตรงจุดนั้นเปึนครั้งที่ ๒ ของชาติไทย ผมเรียนท่านประธานต่อไปอีกนิดเถอะครับ ท่านประธานครับ เราต้องทํา ความเข้าใจระหว่างคําว่า ดินแดน กับคําว่า อธิปไตย ดินแดนกับอธิปไตยเหมือนและ ไม่เหมือนครับ อธิปไตยรวมถึงดินแดนด้วย เราเสียดินแดนนี่เราเสียอธิปไตยครับ แต่ถ้า เราเสียอํานาจในการดูแลพื้นที่นั่นคือการเสียอธิปไตยโดยไม่ได้เสียดินแดน ข้อสัญญาอันนี้ ข้อตกลงอันนี้ท่านจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ผมถือว่ามันเปึนข้อสัญญา เขาบอกว่าต่อไปตรงนี้ จะมีแมนเนจเมนท์ แพลน (Management plan) ร่วมกัน แปลว่าอะไรครับ ตรงพื้นที่เลข ๓ ที่ท่านบอกว่าเปึนพื้นที่ทับซ้อน ผมยืนยันไม่ใช่ครับ ที่ของไทย ตามแผนที่ไทยก็เปึนของไทย ท่านต้องยึดแผนที่ไทยครับ ท่านเปึนรัฐมนตรีของประเทศไทย ท่านเปึนรัฐมนตรีรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านต้องถือแผนที่ไทย แล้วท่านจะไปตกลงว่าต่อไปให้เขามา มีอํานาจบริหารจัดการตรงนี้ร่วมกับเรา แล้วทีเราขอแค่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมยังไม่ให้เลย แล้วทําไมท่านให้เขามาร่วมตรงนี้ล่ะ

อีกประการหนึ่งนะครับท่านประธาน ผมสับสนครับ ฟังคําแถลงท่านแล้ว ผมก็สับสน เพราะอะไรครับ ท่านพยายามอธิบายสถาบันอะไรไทยคดี บอกว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเสียดินแดน จดทะเบียนมรดกโลกไม่เกี่ยวกับเสียดินแดน แต่ว่าเวลาที่ท่านไปแถลงอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก่อนวันนั้นครับ ท่านบอกอันนี้ไม่ได้ถ้าปล่อย ให้เวลาเนิ่นช้าไปล่วงเลยไปเราสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนเพราะเขาจะไปจดทะเบียน มรดกโลกแล้ว มันอย่างไรกันแน่ ท่านประธาน เดี๋ยวบอกว่ากองมรดกโลกไม่เกี่ยวขึ้นตรงนั้น เดี๋ยวบอกว่าเกี่ยว ท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องจริง ท่านประธานไปดูคลิป วิดีโอ ของท่าน อันหนึ่งท่านบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ในเมื่อไม่เกี่ยวแล้วไปรีบจดทําไมล่ะครับ ผมไม่พูดประเด็น ซ้ํากับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ทําเราก็ประท้วง เราก็คัดค้านไปสิ เพราะมันเปึนเรื่องดินแดน ต่อไปไม่ให้บริหารกันตรงนี้ แล้วท่านทําไปทําไม นอกจากตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนครับว่า แถลงการณ์ฉบับนี้มันไม่ใช่เปึนแค่อย่างที่ ผมเข้าใจ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่กรุงเวียนนา เขาบอกไว้ครับ ผมแปลอังกฤษเปึนไทยเลยนะครับ บอกบันทึกข้อตกลงอะไรระหว่างรัฐต่อรัฐที่เขียน เปึนลายลักษณ์อักษรแล้วมีผลผูกพันถือว่าเปึนสัญญาทั้งนั้น จะเปึนสัญญาหรือสนธิสัญญา ก็สุดแล้วแต่นะครับ ทรีตี ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมไม่ได้อภิปรายว่าท่านทําผิด รัฐธรรมนูญ ผมเอาข้อกฎหมายมาพูด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง บอกอย่างนี้ครับ หนังสือสัญญาใด ท่านประธานเห็นไหมครับ เขาหลีกเลี่ยงไม่ใช้คําว่า สนธิสัญญา เพราะอะไรครับ หนังสือสัญญาแปลว่ากระดาษแผ่นเดียวไม่มีหัว แต่มีข้อผูกพันก็ถือเปึน สัญญาแล้ว หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีอีกครับ ท่านไปตรงโน้นผมมาตรงนี้ครับ มีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อันนี้ใช่ไหมครับที่บอกว่าจะมีการพัฒนาร่วมกัน ตามคณะกรรมการร่วมที่ทําสมัยรัฐบาลที่แล้วโน้น ไม่ใช่รัฐบาลที่แล้ว แล้วโน้น ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ใช่ไหมครับ มีเขียนไว้ใช่หรือเปล่าครับเปึนการยอมรับกันในข้อ ๔ ว่าจากบันทึก ข้อตกลงอันนี้ต่อไปจะมีการพัฒนาพื้นที่ ท่านประธานลองไปดูบันทึกของกระทรวงการต่างประเทศ ไปดูวัตถุประสงค์เปัาหมายของคณะกรรมการชุดนี้ที่ตั้งที่กระทรวงการต่างประเทศจะทํา อะไรครับ พัฒนาพื้นที่ ท่านประธานครับ ผมบอกแล้ว ๒ วันแทบแย่ ผมเปึนห่วงครับ คนพูดบอกเกาะกง เกาะกง รายงานของกําลังทหารพรานบริเวณนั้นเมื่อต้นป้นี้เองครับ การกู้ระเบิดบริเวณช่องตาเฒ่าและสร้างเส้นทางจากบ้านสวาย จากอะไรนี่ผมก็อ่านไม่ชัด ซีร็อกซ์ (Xerox) มาไม่ชัดนะครับ เข้าสู่ช่องตาเฒ่าระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร จุดสิ้นสุด เส้นทางจากเส้นเขตแดนประมาณ ๓๐๐ เมตร ซึ่งฝ์าย ปพช. เขาใช้คําว่า ปพช. มีแผนพัฒนา พื้นที่ตรงนี้คือ สร้างศูนย์บริการการท่องเที่ยว สถานกาสิโน และสร้างกระเช้าขึ้นสู่ปราสาท เขาพระวิหาร หรือว่านี่มันอีกภารกิจหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามาดู ในสนธิสัญญากรุงเวียนนาที่บอกว่าอะไรก็เปึนสัญญาถ้าผูกพันนะครับ เขามีบอกไว้ต่อครับ หนังสืออันนั้นจะผูกพันได้เมื่อไร เมื่อ เฮด ออฟ สเตท (Head of State) ก็คือผู้นําของรัฐ หรือของประเทศ เฮด ออฟ กัฟเวิร์นเมนท์ (Head of Government) ผู้นํารัฐบาลก็คือ นายกรัฐมนตรี แอนด์ (And) ก็คือ และ มินิสทรี ฟอร์ ฟอเรน แอฟแฟร์ส (Ministry for Foreign Affairs) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฟอร์ เดอะ เพอร์โพส ออฟ เพอร์ฟอร์มิง อาวเออร์ แอคท์ส รีเลตติง ทู เดอะ คอนคลูชชัน ออฟ อะ ทรีตี (For the purpose of performing our acts relating to the conclusion of a treaty) พูดง่าย ๆ คือตามสนธิสัญญานี่นะครับ คนที่ลงนามและผูกพันทันทีไม่ต้องไปรอใคร รับมอบอํานาจเลยครับ มี ๓ คน ผู้นํารัฐหรือประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านบอกว่าต้องรีบทํา หรือว่าท่านรู้ว่าเวลา มันน้อยแล้วต้องลงนามเสียก่อน จริงเท็จผมไม่ทราบ แต่ว่าท่านดูสิครับ ผมตอบคําถาม ตัวเองไม่ได้ครับ ทีเราเขาไม่ช่วย เราขอเขาไม่ให้ ทีเขาเราให้หมด ตกลงกันทหารเข้าไป บอกเขาไม่ร่วมมือ แต่เราเขาพูดอะไรเอาหมด อย่างนี้ต้องถามครับ ในขณะที่เราเปึนห่วง ทําไมเดี๋ยวกระทบกระเทือนเขาคิดไหมครับว่าที่เขาทําแบบนั้นกับเรา เขากลัวไหมครับว่า จะสูญเสียความสัมพันธ์กับเราหรือเขาไม่กลัว ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านทํามา ตรงนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่า คนไทยไม่ได้ประโยชน์แต่คนที่จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในอนาคตจะมีกลุ่มคนที่เปึนนักลงทุนหรือเปึนใคร ก็แล้วแต่จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากพื้นที่บริเวณนี้ แต่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน และอธิปไตยของไทยทั้งชาติ และนั่นคือสิ่งที่พวกเราและพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เรียกร้องท่านรัฐมนตรีผู้นี้และรัฐบาลชุดนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมถึงบอกท่านประธานว่า เรื่องนี้ทําให้ผมได้สติหลายเรื่องและผมก็เสียใจหลายเรื่อง ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ได้เปึนรัฐมนตรีต่างตอบแทนต่างประเทศครับ สิ่งที่ท่าน ทําวันนี้ท่านนําประเทศไทยและคนไทยทั้งชาติไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดินแดนและมีปัญหาพ่ายแพ้อีกต่อไปในอนาคต ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านเปึน รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ครับ ขอขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ คุณอลงกรณ์นิดหนึ่งครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผมเมื่อสักครู่ก็ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายกระผมก็เกรงใจท่านครับไม่อยากขัดจังหวะ ผมเอง อยากจะขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ขอประทานโทษท่านอลงกรณ์ อยากจะขอ ใช้สิทธิ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยได้ประท้วงอะไรหรือเปล่าครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ อยากจะขอใช้สิทธิ ที่จะสอบถามตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ นิดเดียวครับท่านประธานครับ จะขออนุญาตท่านครับ เพราะว่าข้อ ๒๓ วรรคสอง นั้นจริง ๆ ผมมิได้เปึนคนยื่นญัตติ แต่ว่าตามข้อ ๒๓ นั้น สมาชิกอาจซักถามได้ และผมเองเปึนผู้ที่จะต้องลงคะแนนไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ซึ่งผมฟังฝ์ายค้านแล้วผมเริ่มมีความเคลิบเคลิ้มในระดับหนึ่ง ผมอาจจะใช้สิทธิตาม มาตรา ๑๒๒ ได้ ฉะนั้นเพื่อให้ความกระจ่างชัดผมอยากจะขอใช้สิทธิตามข้อบังคับข้อ ๒๓ ได้ไหมครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยครับ ผมขอวินิจฉัยดังนี้นะครับ ข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๒๓ ระบุไว้ว่า ถ้ารัฐมนตรีต้องการจะแถลงหรือชี้แจงใด ๆ ต่อที่ประชุมให้ประธานพิจารณาอนุมัติ ในวรรคสอง เขียนต่อไปนะครับว่า สมาชิกอาจจะซักถามข้อแถลงหรือข้อชี้แจงเพื่อ ความกระจ่างชัด รัฐมนตรีจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ ผมวินิจฉัยดังนี้นะครับ ในขณะนี้ คุณสุนัยยังไม่มีสิทธิในการซักถามด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการแรก ญัตตินี้คือญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการทั้งหลาย เปึนประการแรก แต่ถึง เปึนญัตติอื่น ๆ ในวรรคสองเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ถ้าสมาชิกจะซักถามข้อชี้แจงและ ข้อแถลงของรัฐมนตรีเพื่อความกระจ่างชัดสามารถทําได้ แต่ท่านรัฐมนตรียังไม่ได้ตอบ ชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้คุณสุนัยยังไม่มีสิทธิซักถามครับ ขอเชิญนั่งลงครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ ท่านครับ ถามท่านประธาน นิดเถอะครับ แสดงว่าในที่นี้สมาชิกอาจจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลสอบถามได้ใช่ไหมครับ แต่ต้องหลังจากที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงอย่างนั้นหรือครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้วินิจฉัยด้วย ๒ ประเด็นนะครับ ญัตตินี้เปึนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้น เจตนารมณ์ก็เพื่อต้องการให้ผู้ยื่นญัตติคือพรรคฝ์ายค้านได้ทําการตรวจสอบการทํางาน ของรัฐมนตรี อันนั้นเปึนประเด็นแรก แต่ถึงแม้ว่าเปึนญัตติทั่ว ๆ ไป ผมก็ได้เรียนว่าเปึนข้อ ที่ ๒ ก็คือว่าขณะนี้รัฐมนตรียังไม่ได้ชี้แจงนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ด้วยความเคารพท่านประธานครับ คําว่า สมาชิก ในที่นี้หมายถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือคําว่า สมาชิก ก็คือหมายความว่าสมาชิกทุกท่านครับ แต่ข้อ ๒๓ ไม่ได้ระบุไว้นะครับ เปึนการอภิปรายทั่ว ๆ ไป ในญัตติทั่ว ๆ ไป คุณสุนัยมีสิทธิซักถามได้ครับ แต่ในกรณีนี้ คุณสุนัยซักถามไม่ได้ครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะอภิปราย ในญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเปึน รัฐมนตรีต่างตอบแทนหรือไม่ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กล่าวถึงก็คงจะได้ทราบ เบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึน มรดกโลกฝ์ายเดียวของกัมพูชา โดยการสนับสนุนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศผู้นี้ ทําให้ประเทศชาติเสียหายร้ายแรงและถึงขั้นสูญเสีย อธิปไตยของชาติ จึงไม่สมควรได้รับความไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่งอยู่ต่อไป และผมขอ เรียกร้องให้สมาชิกสภาแห่งนี้ได้ใช้หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รับฟังข้อมูลความคิดเห็น ไตร่ตรองและยกมือในการให้บุคคลทั้งสองเปึนอย่างน้อยพ้นจากตําแหน่ง ผมอยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่า ตลอด ๔ เดือนของวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ของบ้านเมืองไม่ว่าปัญหาปากท้อง คนตกงาน ของแพง น้ํามันแพง เศรษฐกิจตกต่ํา เปึนปัญหาที่รัฐบาลหากว่ามีจิตสํานึกเพียงพอจะต้องเร่งลงมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน แต่เหตุใดที่เปึนคําถามคาใจของประชาชนคนทั้งประเทศว่ารัฐบาลแทนที่จะแก้ปัญหา กลับไปสร้างปัญหาด้วยความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความพยายามที่จะ เร่งรัดในเรื่องของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จนก่อให้เกิดการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรและประชาชนทั้งที่ทําเนียบและที่เชิงเขาพระวิหาร กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่แก๊งข้างถนน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีมักจะปรามาสสบประมาทเสมอมา แต่คนเหล่านี้คือคนที่รักชาติ รักประชาธิปไตย เหนืออื่นใดคือรักในอธิปไตยของประเทศชาติ ๔ เดือนที่รัฐบาลชุดนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทําหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่กลับสร้าง วิกฤติการณ์ทางการเมืองซ้ําเติมบนปัญหาของประเทศชาติและประชาชน เมื่อจุดยืน ของรัฐบาลขาดความถูกต้องและยังถูกตั้งคําถามกังขาว่า การดําเนินการในเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญหรือแม้แต่เรื่องเขาพระวิหารนั้นเพื่อพวกพ้อง ฟอกความผิดให้อดีตผู้นําหรือว่า เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนอันเกี่ยวเนื่องกับโครงการพัฒนาเกาะกง และพื้นที่ทับซ้อน ทางทะเลที่มีแหล่งน้ํามันและแก๊สมหาศาลในพื้นที่ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรใช่หรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีกลับดําเนินการด้วยวิธีการปกป่ดซ่อนเร้น ลุกลี้ลุกลน รีบร้อน รวบรัด และมัดมือชกประชาชน ไม่ฟังเสียงทักท้วง ไม่ว่าสมาชิกรัฐสภา วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงคุณวุฒิ ขออภัยต้องเอ่ยนามท่าน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานกรรมการ มรดกโลกไทย หรือว่าศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมปอง สุจริตกุล อดีตทูตซึ่งเคยเปึน คณะผู้แทนไทยในระหว่างคดีปราสาทพระวิหารในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่เรียกว่า ศาลโลกเมื่อป้ ๒๕๐๕ หรือแม้แต่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งไม่ได้ มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่บุคคลดังกล่าวที่เอ่ยอ้างมานั้นมีจุดรวม เดียวกันคือความรักชาติ รักอธิปไตย และเห็นว่าการดําเนินการของรัฐบาลนั้นเปึนที่กังขา มีความไม่ชอบมาพากลและปกป่ดซ่อนเร้นและมัดมือชกประชาชนและคนไทยทั้งประเทศ ด้วยมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมา แต่แน่นอนที่สุดครับ คําถาม ท่านนายกรัฐมนตรีที่ย้อนกลับไปและท่านมักจะพูดเสมอว่าทํางานมาแค่ ๔ เดือนทําไมรีบร้อน ที่จะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผมอยากถามว่าทําไมท่านไม่ส่องกระจกดูตัวเองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคฝ์ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้พยายามที่จะช่วยกัน ประคับประคองบ้านเมืองและส่งอานิสงส์ไปถึงรัฐบาล เพราะรู้ดีว่าในยามวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องอย่างนี้จําเปึนจะต้องช่วยกันประคับประคองบ้านเมือง และในทุกวิถีทาง ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พยายามนําเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในแต่ละด้าน ด้วยท่าทีที่สร้างสรรค์ตลอดมา เสียดายคือท่านไม่ได้ใช้โอกาสของประเทศเพื่อประชาชน หรือแม้แต่เพื่อตัวรัฐบาลเอง แต่ท่านกลับใช้โอกาส ๔ เดือนนี้เพื่อตัวเองและพวกพ้อง นั่นคือ เหตุผลว่าทําไมความอดกลั้นมันถึงสิ้นสุดลงโดยเร็วในการที่มีประชาชนขับไล่รัฐบาล ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนที่ ๑ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ ๒ คนแรกเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเปึนนายกรัฐมนตรีนอมินี (Nominee) ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่มีความเปึนตัวของตัวเอง บริหารแบบครึ่งคนครึ่งหุ่น ความจริงนั้นชาวบ้านเขาบอกว่า ตกอยู่ในสภาพเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ไม่ได้มีอํานาจในการบริหารพรรคแกนนํา หรือแม้แต่รัฐบาล และที่สําคัญการได้ขึ้นสู่ตําแหน่งสูงสุดในการบริหารประเทศในฐานะ นายกรัฐมนตรีนั้นต้องพึ่งใบบุญและได้ใบบุญ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าท่านกําลังมีพระคุณกับ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีพระคุณกับท่าน แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต่าง ตอบแทน ท้ายที่สุดแล้วคําพูดไม่สามารถที่จะเชื่อถือได้ การกระทําเท่านั้นเอง ง่ายนิดเดียวว่า ทําไมท่านกลับลําคําพูดในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งที่บอกว่าปัญหาเศรษฐกิจสําคัญ เอาไว้ใกล้หมดวาระรัฐบาล ๓-๔ เดือนสุดท้ายถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และเช่นกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านได้ทําให้ตัวเองเปึนจําเลย ของการอภิปรายครั้งนี้หมายเลข ๑ ด้วย นั่นก็คือการยกอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ให้กัมพูชาไปด้วยคําพูดของนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ ๒ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าของคําพูดที่ว่าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม คนคนนี้เปึน ทนายและโฆษกประจําตระกูลชินวัตร ขออภัยต้องเอ่ยชื่อ นามสกุล เพราะเปึนข้อเท็จจริง เคยเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๘๙ วัน สมัยที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช เปึนรัฐมนตรีว่าการ แน่นอนที่สุดความสัมพันธ์อันแนบแน่น ทั้งทางเศรษฐกิจ อนาคตทางการเมืองที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต่างไปจาก ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เพราะว่าการได้มาซึ่งลาภ ยศ ตําแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์นั้น ก็เปึนเพราะบารมีของอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้เคยถูกตั้งข้อสงสัยกังขา แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เคยอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศว่าท่านได้ใช้ฐานะของความเปึนอดีตทนายความ ประจําตัวของอดีตผู้นําหรือว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในกรณี มีการโยกย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญา มีอดีต ส.ว. ท่านหนึ่งเขียนลงในสื่อมวลชนยืนยันว่า ท่านได้ขอสําเนาเอกสารลับสุดยอดเปึนคําแปลในคดีทุจริตเครื่องตรวจระเบิดซีทีเอ็กซ์ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่วันนี้อดีตผู้นําและรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จํานวนหลายสิบคนกําลัง ตกเปึนผู้ต้องหาในการทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิก็เลยเกิดข้อกังขาว่าแล้วในกรณีของการเจรจา ปราสาทพระวิหาร การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ระหว่างไทย-กัมพูชาที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านนั้นจะไว้วางใจได้หรือไม่ หรือว่าท่าน จะทําหน้าที่พร้อมกันไปนั่งควบรวบตําแหน่งระหว่างทนายความกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และยังไม่รู้ว่าเปึนรัฐมนตรีไทยหรือกัมพูชากันแน่ในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องเอ่ยถึงท่านนายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศนั้น เพราะบุคคลทั้งสองมีบทบาทสําคัญยิ่งต่อกรณีของปราสาทพระวิหาร และต่อไปนี้คือเบื้องหน้าเบื้องหลังและเปึนคําอภิปรายของผมในประเด็นนี้ ผมเริ่มต้นด้วย คําถาม ๓ ข้อ คําถาม ๓ ข้อดังกล่าวนั้น

ข้อแรกก็คือว่า ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ นายกรัฐมนตรีถึงเปลี่ยนท่าทีของไทยจากการไม่เห็นด้วยให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเปึนมรดกโลกฝ์ายเดียวในการประชุม ครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ มาเปึนการดําเนินการอย่างปกป่ด ซ่อนเร้น รีบร้อน และสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ์ายเดียว และทําให้ไทยต้องสูญเสียอธิปไตย เหนือปราสาทพระวิหาร โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งล่าสุดแม้แต่เมื่อวานนี้ สมาชิกวุฒิสภาก็ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎรในการปกปัอง อธิปไตยของชาติ แล้วเราจะทําทุกวิถีทางเพื่อให้ชาวโลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เห็นด้วย ต่อการดําเนินการของกัมพูชาและรัฐบาลชุดนี้ แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าการเปลี่ยนท่าที ของไทยหันไปสนับสนุนกัมพูชานั้น มันทําให้อํานาจต่อรองของประเทศไทยลดลง เพราะเรายังมีพื้นที่ทับซ้อนที่มูลค่ามหาศาลจากการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาระหว่างประเทศ มีมูลค่าของก๊าซ น้ํามันในพื้นที่ใต้ทะเล ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เปึนมูลค่าถึง ๑๐๐ พันล้านเหรียญสหรัฐเปึนอย่างน้อย นั่นคือการประเมินอย่างคร่าว ๆ อํานาจต่อรอง ดังกล่าวเปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะว่าในเรื่องของการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีพรมแดนติดกันมีพื้นที่ทับซ้อน อํานาจต่อรองเปึนหัวใจสําคัญ

คําถามที่สองก็คือว่า ก่อนจะตั้งคําถามที่ ๒ เผอิญต้องขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เหมือนกับรู้คําแถลงของผมทีเดียว ในการอภิปราย ครั้งนี้ที่กรุณามานั่งฟังเปึนชินวัตร คอนเนคชัน (Connection) อย่างหนึ่งนะครับ คําถามที่ ๒ ก็คือว่าทําไมการเป่ดถนน หมายเลข ๔๘ และสะพาน ๔ แห่ง เชื่อมตราดกับเกาะกง-สะแรอัมเบิล เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ จึงปรากฏว่าร่างของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และเปึนรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้กํากับดูแล กระทรวงการต่างประเทศ ผมมีมติคณะรัฐมนตรีที่พิมพ์ออกมาจากเว็บไซต์ของทําเนียบรัฐบาล มีเรื่องคําสั่งมอบหมายงาน รองนายกรัฐมนตรี และมีการเปลี่ยนแปลง ๓ ครั้ง หลังสุดคือ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ถ้าหากว่ามีเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นกระผมต้องขออภัยด้วย ต้องโทษเว็บไซต์ทําเนียบ รัฐบาล การปรากฏร่างของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายนพดล ปัทมะ ซึ่งควรจะต้อง ไปอยู่แล้วในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคียงคู่เคียงข้างกับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พลเอก เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และท่านวุฒิสมาชิกพัด สุภาภา ส.ว. เกาะกง ถือว่าถนนเส้นดังกล่าว และสะพาน ๔ แห่งที่ใช้งบประมาณแผ่นดินของไทยแบบให้เปล่าและช่วยเหลือก็เปึน เงินกู้ผ่อนปรนพิเศษ คือสินน้ําใจของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ปูทางไว้ในการแลกกับอะไร บางอย่างหรือไม่

คําถามที่สาม ทําไมอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งมีบุญคุณกับบุคคลทั้งสอง ที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจึงเข้ามาเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาเกาะกง ให้เปึนฮ่องกงและมาเก๊า แห่งที่ ๒ คือ เปึนกาสิโน เอนเทอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ (Casino entertainment complex) และอีกหลายอย่าง และโครงการสัมปทาน สํารวจ ขุดเจาะแหล่งก๊าซและน้ํามันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่กําลังเจรจากันอยู่ ในขณะนี้มีมูลค่าไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านล้านบาท และเกิดขึ้นในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม ในการเจรจา เรื่องปราสาทพระวิหาร เปึนการดําเนินการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในลักษณะหมูไปไก่มาเพื่อผู้มีพระคุณใช่หรือไม่ โปรดติดตามนะครับ คําถามที่ ๑ นั้นท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวอภิปรายไปส่วนใหญ่แล้ว แต่กระผมมีประเด็นเดียวและถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะเปึนความผิดพลาดถึงขั้นต้องประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ตาม แต่ว่าจะได้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้และอย่าให้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าใครขึ้นมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดใดในอนาคตก็ตาม นั่นก็คือประเด็นของการที่ไปสนับสนุน กัมพูชาให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่ฝ์ายเดียว เราไม่เหลืออํานาจต่อรองใด ๆ ทั้งที่ ประเด็นดังกล่าวนั้นเราได้แสดงการไม่เห็นด้วยมาแล้วในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เมื่อป้ ๒๕๓๑ เมื่อวานนี้เองครับ ต้องขอบคุณสื่อมวลชนไทยนะครับ เมื่อวานนี้เองครับ มีข่าวเขมรก่อหวอดต้านนพดลขวางสระตราวและบันได แล้วก็มีการป่ดประตูทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร ถามบอกว่าขนาดว่าสระตราวและบันได อยู่ในดินแดนของไทยแท้ ๆ กัมพูชายังคัดค้าน แล้วไหนบอกว่าจบเรื่องนี้มีมติคณะรัฐมนตรี มีแถลงการณ์ร่วมจะวินวิน ดีด้วยกันทั้ง ๒ ฝ์าย วันนี้นี่แม้แต่สระตราวแล้วก็บันไดซึ่งอยู่ในเขตไทยเรายังไม่มีอํานาจ ต่อรองเลย แล้วสํามะหาอะไรล่ะครับกับพื้นที่ทับซ้อนก๊าซน้ํามัน ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ที่อยู่ในอ่าวไทยและกําลังเจรจากันอยู่ ทําไมเรายอมสูญเสียอํานาจต่อรองไปหรือว่าจงใจ หรือว่าสงสัยว่ามีความตั้งใจในการที่จะให้ประเทศไทยนั้นสูญเสียอํานาจต่อรองหรือว่า ต้องการทําเพื่อความพอใจของผู้นํากัมพูชาซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้าเพื่อแลกกับอะไร ซึ่งผมจะได้กล่าวต่อไป ความจริงแล้วต้องเรียนว่าในคําถามที่ ๒ นั้นเปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะเหตุว่าในพิธีเป่ด ถนนหมายเลข ๔๘ และสะพาน ๔ แห่ง ที่เชื่อมจังหวัดตราด ชายแดนของเราไปเกาะกง และสะแรอัมเบิลนั้นมีพิธีเป่ดร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ขออนุญาตท่านประธาน ให้เห็นรูปภาพนะครับ นี่คือถนนมิตรภาพครับ เปึนโครงการที่ดีมีท่านนายกรัฐมนตรี กัมพูชา มีท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งกํากับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไม่ได้กํากับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ตามข้อมูลที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทําพิธีเป่ดร่วมกันก็ถือว่า ไปทําหน้าที่ แต่ผมข้องใจนะครับ ช่วยชี้แจงด้วยว่าทําไมท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชายไป หรือไปแทนท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ หรือว่าไปแทนท่านนายกรัฐมนตรีสมัครไม่ทราบได้ แต่เดี๋ยวคงจะได้รู้ในประเด็นที่ผมจะได้แถลงต่อไป

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้ สิทธิประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประชา ประสพดี พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดสมุทรปราการ ผมนั่งฟังท่านผู้อภิปราย การอภิปรายในครั้งนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าท่านผู้กําลังอภิปรายอยู่นี้อภิปราย นอกประเด็น ไปกล่าวหาบุคคลซึ่งอยู่ภายนอกก็คืออดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ทักษิณ เรื่องไปได้ผลประโยชน์ในเกาะกงหรือในเกาะอะไรทั้งหลายที่ได้กล่าวไปเมื่อกี้นี้ การอภิปรายครั้งนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กรณีดังกล่าวนี้ท่านประธานต้องให้ท่านผู้อภิปรายนั้นได้ถอนคําพูดในประเด็นข้อที่ ๑ หรือข้อที่ ๒ ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ แล้วเรื่องการประมูลถนนนั้นมันเปึนเรื่องของคุณสุธา หรืออะไรก็แล้วแต่ไม่ได้เกี่ยวกับ พันตํารวจโท ทักษิณแต่ประการใด ไม่ตรงประเด็น ผมขอประท้วงตามข้อ ๖๑ ท่านประธานช่วยกรุณาวินิจฉัยด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมวินิจฉัยครับ คือเนื้อหาสาระของผู้อภิปรายเขาต้องอภิปรายให้เหตุให้ผลนะครับ แสดงเหตุแสดงผล เพื่อประกอบการอภิปราย

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

อย่างน้อยก็ต้อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมพูดจบก่อนสิครับ คุณประชานะครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ให้ผมวินิจฉัยก่อน ผมวินิจฉัยว่าเรื่องที่ผู้อภิปรายผู้เสนอญัตติคือคุณอลงกรณ์ได้พูดเมื่อสักครู่นี้ยังไม่เข้า ประเด็นที่ท่านกล่าวหาแต่ประการใดครับ ขอวินิจฉัยว่าให้อภิปรายต่อไปได้ครับ แต่พยายาม อย่ากล่าวถึงบุคคลภายนอกได้ยิ่งดีที่สุดครับ ผู้อภิปรายครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ผมจะปฏิบัติตามครับท่านประธานครับ ความจริงแล้วก็ระมัดระวังที่สุดแล้วครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกช่วยกรุณาฟังให้จบเถอะครับ ไม่ได้อยู่นอกประเด็นเลยครับ ขอให้ท่านอดทนนิดหนึ่งแล้วก็ทําหน้าที่เพื่อประชาชนจริง ๆ ในพิธีดังกล่าวนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีของไทยได้กล่าวอย่างนี้ครับว่า โครงการพัฒนา ถนนสาย ๔๘ และสะพานอีก ๔ แห่ง โดยการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชนชาวไทย เปึนความคิดริเริ่มอันเกิดจากวิสัยทัศน์และสายตาที่ยาวไกลของสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อเต็ม ๆ อย่างนี้ครับ ยกย่องมากไม่เปึนไรครับ เพื่อความสัมพันธ์ของ ๒ ประเทศ แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่าง ครอบครัว แต่ผมเรียนกับท่านอย่างนี้ครับว่าในประเด็นของถนนดังกล่าวนั้นมันกําลังจะ โยงใยให้เห็นว่าคําถามที่ผมตั้งเปึนข้อสงสัยว่ามันจะเกี่ยวโยงไปถึงการดําเนินการของคน ในเครือข่ายดังกล่าวนั้นมันเปึนมติคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ครับ แล้วก็รัฐบาลดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าเอาใจใส่เร่งรัดโครงการนี้เปึนพิเศษ เปึนพิเศษจริง ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๔ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๕ มติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๖ ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกําชับมากว่าต้องดําเนินการให้เสร็จโดยเร็วและ มีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๖ และยังมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๔๖ โดยเฉพาะการอนุมัติวงเงินโครงการปรับปรุงเส้นทางตราด-เกาะกง-สะแรอัมเบิล ๕๖๗.๘ ล้านบาท วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๔๗ อนุมัติขอใช้งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจําป้งบประมาณ ๒๕๔๗ ที่ขอจากสภานี้ครับ ในรายการค่าใช้จ่ายเพื่อการเสริมสร้าง เสถียรภาพการแข่งขันและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในโครงการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ําสายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเบิล วงเงิน ๒๘๘ ล้านบาท มีถนนเส้นหนึ่งสะพาน อีก ๔ ตัว และยังมีมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๘ และตบท้ายด้วยวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๘ ๒๕๔๙ ครับขอโทษที ๘ วัน หลังจากขายชินคอร์ปให้เทมาเส็ก (Temasek) ที่ผมต้องเรียนตรงนี้ให้เห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีกว่า ๑๐ ครั้ง พยายามเร่งรัดในการสนับสนุน ถนนสายนี้ทั้งให้เปล่าและให้กู้ผ่อนปรนแบบดอกเบี้ยต่ําแล้วใช้ภาษีคนไทยทั้งประเทศ ไปอุดหนุน หลักการดีครับ หลักการในการช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเพิ่มศักยภาพ การท่องเที่ยวระหว่างกัน เพื่อเพิ่มการค้าขายชายแดนระหว่างกัน ดีหมดครับยกเว้น ส่อทุจริต มันย้อนไปถึงอะไรรู้ไหมครับ ย้อนไปถึงเรื่องเดียวกันแต่ข้ามฟากไปฝัืงตะวันตก โครงการให้พม่ากู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท โดย เอ็กซิม แบงก์ (EXIM bank) ของไทยสมัยรัฐบาล ทักษิณนั่นแหละครับ แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้นครับ กลับกลายเปึนว่าเอาเงินภาษีของคนไทย ๔,๐๐๐ ล้านบาทไปให้พม่ากู้ โครงการเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในนั้นกลายเปึนเรื่องระหว่าง พ่อ ๆ ลูก ๆ ๒ คน ที่เปึนนายกรัฐมนตรีของ ๒ ประเทศ พ่อลูกฝ์ายหนึ่ง

(นายทองดี มนิสสาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับ คุณอลงกรณ์ เชิญครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ขอประท้วงผู้กําลัง อภิปรายครับ ไม่ได้อยู่ในประเด็นตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ตรงใดที่ไม่มีการยื่นถอดถอนไว้ คุณอภิปรายทุจริตไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ กราบเรียนด้วยความเคารพ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ ก็ขอเรียน ต่อคุณอลงกรณ์นะครับ คือว่าญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนี่ครับ เราจะมีสิทธิอภิปรายในเรื่องข้อบกพร่องต่อหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ไม่มี สิทธิอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมร่ํารวยผิดปกติ หรือมีส่อไปในทางทุจริตนะครับ กระผมว่าพยายามให้มันเข้าเนื้อ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

เข้าเนื้อไปเยอะใกล้ถึงกระดูกแล้วครับ ใกล้แล้วครับเกือบถึงหัวใจด้วยครับท่านประธาน อดทนอีกนิด

(นายทองดี มนิสสาร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ขออนุญาตให้ถอนนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า เข้าจนถึงกระดูกแล้วครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ถอนอะไรนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒ ท่าน

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

คือใช้วาจาเสียดสี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยว ๆ ครับ คือขอความกรุณา ไม่ใช่ว่าลุกขึ้นแล้วก็ยกมือขึ้นแล้วก็พูดแสดงว่าไม่มีมารยาท

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบขออภัยท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณานั่งลงก่อนครับ แล้วก็ยกมือขึ้น

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณหมอเชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านก็รู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดมันห้ามพูด เพราะมันเปึน การทุจริต พูดเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง ท่านอภิปรายผมอยากถามว่า ท่านก็เปึนผู้อาวุโสทางการเมือง ผิดข้อบังคับตลอด เมื่อกี้ประธานกําลังจะวินิจฉัย ท่านก็เถียงประธานผมอยากให้ทางท่านประธานวินิจฉัย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอวินิจฉัยครับ คุณหมอ พูดถูกครับ เพราะว่าญัตติไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเหล่านี้ ฉะนั้นผมขอความกรุณาท่านอลงกรณ์ ช่วยกรุณาขจัดปัดเป์าปัญหาที่เขากล่าวหานะครับ เอาให้มันตรงประเด็น

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวคุณอลงกรณ์ครับ ท่านทองดียังติดใจอะไรอีกไหมครับ

นายทองดี มนิสสาร อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี ขอกราบเรียนท่านประธาน วินิจฉัยว่าการอภิปรายว่า เข้าถึงกระดูก ก็แสดงว่าเปึนการเสียดสีตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ขอกราบเรียนท่านประธานให้ผู้อภิปรายถอนตรงนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องถอนหรอกครับ ผมได้ร้องขอแล้วครับ ให้เข้าอยู่ในกรอบแล้ว ขอความกรุณา เชิญคุณอลงกรณ์ต่อครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ คือความจริง เปึนเรื่องของการเปรียบเทียบเท่านั้นเองให้เห็นว่าในลักษณะของการบริหารที่ผิดพลาด ล้มเหลว และทําให้เสียอธิปไตยนั้นมันมีความเกี่ยวโยงของเบื้องหน้า เบื้องหลังอย่างไร เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ในเรื่องของการเป่ดถนนดังกล่าว แล้วก็เกิดขึ้นโดยมติรัฐมนตรี ของรัฐบาลทักษิณนี่เปึนข้อเท็จจริง นี่วันที่ ๑๔ พฤษภาคม แล้วใกล้ถึงมิถุนายนแล้วครับ เพราะฉะนั้นในการเป่ดถนนดังกล่าวนั้นผมก็ต้องเรียนท่านประธานว่ามันเปรียบคล้ายกับ คดีที่มีการอนุมัติเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทให้พม่า มันคล้ายคลึงและสภาก็ได้อนุมัติเพราะมัน อยู่ในแผนงานโครงการเดียวกันเพียงแต่ต่างโครงการเท่านั้นเอง ซึ่งตอนนั้นในท้ายที่สุด แล้วไม่ฟังก็คงไม่เปึนอย่างที่ทุกวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนท่านประธานว่าในระหว่าง พิธีเป่ดนั้นนายเตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบอกว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่าน ๓ บรรทัดเท่านั้นครับ ที่มีข่าวออกมาจากสื่อมวลชนของไทยว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ของไทยจะลงทุนในจังหวัดเกาะกงนั้นเปึนความจริงแต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเปึนไปได้ ธุรกิจที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร สนใจจะไปลงทุนในจังหวัดเกาะกง คือธุรกิจ เอนเทอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ มีทั้งกาสิโน สถานบันเทิงครบวงจรโดยจะเช่าเกาะทั้งเกาะ แล้วลงทุนพัฒนา ขณะเดียวกันนายพัด สุภาภา คือ ส.ว. เกาะกง มหาเศรษฐีใหญ่ก็หารือกับ พันตํารวจโท ทักษิณในการร่วมลงทุนด้วยกัน แต่เรื่องธุรกิจพลังงานและน้ํามันยังไม่ได้พูดกัน อย่างเปึนทางการต้องหารือกับสมเด็จฮุน เซน เสียก่อน ท่านประธานครับ

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประชา ประสพดี สมุทรปราการ พลังประชาชน ตั้งใจว่าจะไม่ประท้วงนะครับ จะปล่อยให้ท่านผู้ทรงเกียติได้อภิปราย ท่านประธานได้บอกกับท่านผู้อภิปรายหลายครั้ง การที่ไปกล่าวพาดพิงถึงอดีตนายกรัฐมนตรีหรือบุคคลภายนอก เมื่อกี้ฟังก็ไปพูดถึง นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของเขมร กัมพูชานั่น เขาเผาบ้านเผาเมืองมันเปึนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ แล้วนี่ไปเอาเอกสารซึ่งเปึนคําสัมภาษณ์เราเองก็ยังไม่รู้ว่าเปึนข้อเท็จจริง หรือไม่ แล้วมันเปึนการไปเอาเปรียบบุคคลภายนอกที่เขาไม่มีโอกาสจะเข้ามาโต้แย้งสิทธิ ผมว่าควรจะกล่าวอภิปรายในข้อเท็จจริงวันนี้ มันก็จะเปึนเอกสารแผ่นเดียวที่สร้างความเท็จอีก ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย แล้วก็ได้ถอนในเรื่องของ พันตํารวจโท ทักษิณ กรณีเรื่องเอนเทอร์เทนเมนท์ ผมถามว่าผู้อภิปรายนี่จะไปขอเขาลงทุนหรือเปล่าครับ ก็ต้องบอกว่าเมื่อกี้เรื่องท่านฮุน เซน ไปทีหนึ่งแล้วนะครับ มันจะเกิดปัญหาใหญ่ระหว่าง ประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศท่านผู้ทรงเกียรติควรจะอภิปรายว่ารัฐบาลนี้ รัฐมนตรีไหนทําอะไรอย่างไร ไม่ใช่ว่าวันนี้เอากระดาษแผ่นเดียวขึ้นมาอ่าน ๓ บรรทัด

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประชาครับ มีผู้ประท้วง กับผู้ประท้วง

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฉะนั้นผมก็ขอวินิจฉัย คุณประชาไปก่อนนะครับ ผมได้ร้องขอผู้อภิปรายแล้วเมื่อกี้ว่าให้อยู่ในกรอบ ในประเด็น อย่าเอาบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมก็เรียนขอร้องแล้วครับ

(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสมบูรณ์มีอะไรครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ คือผมคิดแล้วว่าการอภิปรายในวันนี้คงมีภาพเช่นนี้เกิดขึ้น แล้วก็เกิดขึ้น จริง ๆ ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ให้มีได้ไหมครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ในขณะที่ท่านอลงกรณ์ได้อภิปรายและ ชี้ให้เห็นว่าการบริหารงานของรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อย่างไร ก็มี การประท้วงกันแม้แต่ถ้อยคําทั้งหลายซึ่งเปึนการเปรียบเปรยก็มีการประท้วง ผมเรียนว่าการที่ จะขึ้นประท้วงต้องแจ้งว่าท่านประธานผิดข้อบังคับหรือผู้อภิปรายผิดข้อบังคับข้อใด ไม่ใช่ ขึ้นมาชี้เหมือนกรณีสักครู่ การชี้แจงเปึนหน้าที่ของรัฐมนตรีในกรณีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าท่านเปึนรัฐมนตรีเมื่อไรก็เชิญอภิปรายชี้แจงได้ แต่ตอนนี้ยังเปึนสภาพเหมือนกับผม ก็รออีกสักครู่ครับให้ท่านคุณอลงกรณ์ได้ทําหน้าที่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ คุณสมบูรณ์ครับ คุณพูดมานั้นถูกหมด แต่ว่ามันผิดอยู่ประเด็นหนึ่ง คือหมายความว่าคนที่เขานั่งเฉย ๆ คันปากครับ เขาก็อยากพูดบ้างก็ปล่อยไปตามอัธยาศัยบ้างเพื่อบรรยากาศ เชิญคุณอลงกรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

ท่านประธานครับ เดี๋ยวขอต่ออีกนิดเดียวนะครับ

(นายปรีชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานหน่อยครับ

(นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจะเอาใครก่อนนี่

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานยังวินิจฉัยผมไม่จบ เลยครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศุภชัยนั่งก่อน แล้วก็ให้ คุณประชา

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ถ้าอย่างนั้นเสร็จคุณประชาแล้วให้ผมประท้วง ต่อนะครับ ผมมีเรื่อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้ายืนยกมือขึ้นผมไม่ชี้ ก็แสดงว่าผมไม่ให้พูดครับ เชิญครับคุณประชา

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าท่านประธานได้กรุณาควบคุมท่านผู้อภิปรายในการอภิปราย เพราะมันจะ กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถ้าเกิดปัญหาคนไทยที่อยู่ในเขมรแล้วมาเดือดร้อน ผมถามว่าท่านผู้อภิปรายจะรับผิดชอบไหม แล้วกรณีที่ ๒ เรื่องบุคคลภายนอกนี่ผมก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานว่า ในตอนเริ่มเป่ดการประชุมผมก็ลุกขึ้นมาหารือท่านประธานว่า วันนี้บรรยากาศอย่างนี้เปึนบรรยากาศที่ดี อยากจะเห็นว่าท่านผู้อภิปรายเห็นคุยนัก คุยหนาว่ามีทีเด็ดจะอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง ๗ ท่าน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องบอกว่าขอให้นํา ข้อเท็จจริงมาพูดอย่าไปพาดพิงถึงบุคคลภายนอก ถ้าท่านยังอภิปรายอย่างนี้อีก ผมก็จะ ลุกขึ้นมาประท้วงเรื่อย ๆ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประชาไว้ให้ประธาน เปึนคนบอกดีกว่า ท่านก็ได้พูดพอสมควรแล้วครับ กรุณานั่งลงเถอะครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ได้ครับท่านประธานครับ ก็ต้อง ขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ

(นายศุภชัย โพธิ์สุข ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณศุภชัยประท้วงเรื่อง อะไรครับ ประท้วงผมหรือประท้วงใครครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ผมประท้วงท่านประธาน และท่านผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ ผมประท้วงท่านประธานข้อแรกนะครับ ก็คือท่าน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เปึนการเสียดสี เพราะท่านประธานได้กล่าวว่าสมาชิกฝ์ายรัฐบาล ที่ลุกขึ้นประท้วงนี่นั่งนานคันปาก

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จริง ๆ หรือเปล่าครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุข นครพนม

เรียนท่านประธานว่าพวกผมเองก็พยายาม นั่งฟังด้วยความอดทนมายาวนาน ท่านสมาชิกฝ์ายค้านอภิปรายเรื่องเขาพระวิหารตั้งแต่ บ่ายสองโมง จนกระทั่งขณะนี้สองทุ่มแล้วครับ ใช้เวลา ๖ ชั่วโมงเต็ม ๆ พวกเราอดทนนั่งฟัง พูดวกไปเวียนมาอยู่อย่างนี้ อดทนมากเลยนะครับ ฉะนั้นการที่พวกผมขึ้นมาประท้วง เพื่อที่จะให้ผู้อภิปรายฝ์ายค้านได้พูดในกรอบที่ได้ตั้งญัตติเอาไว้และไม่เสียดสีไม่ใส่ร้าย คนอื่น ในขณะที่อภิปรายมีการเสียดสีใส่ร้ายคนอื่นโดยตลอด กล่าวถึงบุคคลข้างนอก โดยไม่จําเปึน คนที่อยู่ข้างนอกได้รับความเสียหายไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ แล้วนอกจากนั้น ท่านประธานขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมนิดเดียว บุคคลภายนอกที่ฝ์ายค้านพูดถึง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ถ้าอย่างนั้นก็พอแล้วกระมังครับ

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

อีกนิดเดียวครับที่จะเกิดความเสียหาย ร้ายแรงก็คือกล่าวกระทบถึงบุคคลภายนอกที่อยู่ต่างประเทศเปึนผู้นําประเทศกัมพูชาครับ ท่านประธานลองคิดว่าถ้าเรื่องนี้มันแพร่ออกไปมันถ่ายทอดออกไปอย่างนี้คนกัมพูชา รับรู้รับทราบว่าผู้นําประเทศเขาถูกดูถูกเหยียดหยามถูกหมิ่นอยู่อย่างนี้ มันจะไม่เกิด เหตุการณ์อย่างที่ผ่านมาอีกหรือครับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นในกัมพูชาฝ์ายค้านจะรับผิดชอบไหมครับ ผมฟังแล้วมันไม่ผิด ที่ฝ์ายค้านอภิปรายมาขณะนี้ไม่ผิดกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปัตย์พูดอยู่ที่หน้าทําเนียบ เดี๋ยวนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าพอแล้วครับ คุณศุภชัยพอแล้วครับ ก็พอหอมปากหอมคอนะครับ ผมขอวินิจฉัยนะครับ ผมจะเรียน ร้องขอไปยังผู้อภิปรายขอความกรุณาให้อยู่ในกรอบที่ผมขอร้อง ส่วนที่ท่านพูดไปถึง บุคคลภายนอกทางประเทศเขมรนั้นท่านก็เชียร์เขาทุกอย่าง อันนี้ผมก็ฟังในฐานะ ที่กระผมอยู่ติดชายแดนก็ฟังอยู่ตลอด ท่านเชียร์เขาตลอดเพราะเขาได้ประโยชน์จาก ประเทศไทยเยอะ แต่ว่างบประมาณที่ได้ไปนั้นก็ผ่านสภาผู้แทนราษฎร กระผมว่าอยู่ใน กรอบดีกว่าขอความกรุณาเชิญอภิปรายต่อครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธานที่ฟังอย่างตั้งใจ และจับประเด็นถูกต้อง ผมไม่ได้กล่าวในทางเสียหายต่อผู้นําต่างประเทศเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกได้โปรดฟังด้วยความตั้งใจ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็จะไม่ทราบ ข้อเท็จจริง แล้วผมพยายามที่จะให้ข้อมูลต่าง ๆ ในการนําเสนอนั้นเปึนข้อมูลที่ผ่าน การกลั่นกรอง เพราะฉะนั้นก็เรียนว่า ผมได้เรียนท่านประธานและสภาแห่งนี้ไว้แล้วว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในประเด็นเรื่องปราสาทพระวิหารซึ่งเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ทับซ้อน ถ้าผมไม่กล่าวถึง บุคคลจะให้ผมกล่าวถึงลิงที่ไหนล่ะครับ ถ้าผมไม่เอ่ยถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งพยายาม ที่จํากัดที่สุดแล้วนะครับจะให้กล่าวถึงใครล่ะครับ หรือท่านต้องการที่จะปกป่ด ป่ดบังไม่ให้ คนไทยได้รู้ข้อเท็จจริงว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเปึนอย่างไร อย่านะครับ อย่าทําให้เขามองว่า เปึน ส.ส. เขมรนะครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าให้ผมได้พูดเถอะครับ เอาข้อเท็จจริงมา ผมรับผิดชอบ ผมโดนฟัองมา ๒๐ คดี ในการเป่ดโปงทุจริตระบอบทักษิณ พวกท่านไม่เคย โดนคดีไม่รู้หรอก แต่ทําเพื่อชาติบ้านเมือง ต้องการโจรปล้นบ้าน วันนี้ผมต้องการชี้ให้เห็น ว่าเรื่องคดีพระวิหารนั้นมันเกิดขึ้นเบื้องหน้าเบื้องหลังเปึนอย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเข้าเนื้อหาสาระ เถอะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ก็คอยประท้วงกันอย่างนี้ครับ ทําเปึน บัตรเติมเงินเอทีเอ็ม (ATM) ไปได้

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้ว เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ผมไม่รู้ว่าเท่าไรนะครับท่านประธาน

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน พรรคพลังประชาชน ลพบุรี เขต ๑ ผมให้ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยครับ เมื่อกี้ส่อเสียดชัดเจนครับท่านประธาน ผมนั่งอยู่ เสียดสี ถ้าผมไม่พูด พี่น้องประชาชนจังหวัดลพบุรีของผมจะฟังไม่ได้ เมื่อกี้ท่านอลงกรณ์กล่าวว่าจะไปพูดให้ ลิงที่ไหนฟัง เพราะคนจังหวัดลพบุรีสัญลักษณ์รูปลิงครับท่านประธาน ให้ท่านอลงกรณ์ ถอนคําว่า ลิงที่ไหนดู เพราะวันนี้อภิปรายมีแต่คนฟังครับ ลิงไม่ได้มาฟังท่านประธานครับ ต้องถอนคําพูดคํานี้ครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัย ขอบคุณมากครับ

(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โอ้โฮ เชิญครับผู้ประท้วง

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง เพชรบุรี

ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี ท่านประธานครับ ลิงบ้านผมก็มีเยอะนะครับ แต่ลิงบ้านผมไม่เดือดร้อน หรอกครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ใช่ประท้วงนี่ ด่าประธาน กระมัง ผมว่าเราดําเนินการประชุมต่อไปดีกว่า แล้วก็คุณอลงกรณ์ก็ช่วยกรุณารวบรัด สักหน่อย เพราะว่ามีหลายท่านที่กําลังจะออกรสเด็ดเผ็ดมันต่อไป ชาวบ้านกําลังรอฟังอยู่ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ก็อย่าง ที่เรียนแล้วครับว่าเบื้องหน้าก็ได้อภิปรายกันไปแล้ว ตรงนี้เบื้องหลัง เพราะฉะนั้นกรุณา ตั้งใจฟังหน่อยเถอะครับ ทุกเรื่องอยู่ในประเด็นทั้งสิ้น แล้วก็ผมเรียนว่าท่านนายพล เตีย บัน ยังได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมในระหว่างพิธีเป่ด ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีของไทยและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยไปร่วมในพิธีเป่ดที่เกาะกงด้วยครับ ท่านยังบอกว่าสําหรับธุรกิจน้ํามันและก๊าซเปึนเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คําว่า อนาคต ของรัฐมนตรีของกัมพูชานั้นเกิดขึ้นในเวลาอีกสัปดาห์เศษเท่านั้นครับ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม เดือนที่แล้วนี่ครับ หลังจากพิธีเป่ดถนนดังกล่าวได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้นําคณะนักธุรกิจต่างชาติจํานวนหนึ่งซึ่งจํานวนนี้หลายคนก็เห็นผ่าน หนังสือพิมพ์ไทยและทีวี

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอร้องได้ไหมครับ คุณอลงกรณ์อย่ากล่าวถึงท่านอีกเลย ท่านไปก็เรื่องของท่าน เราเอาเรื่องของเราดีกว่า

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ถ้ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องพระวิหาร ผมไม่กล่าวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราแล้วนี่ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

เกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศไทย ครับ ท่านประธานกรุณาฟังนิดหนึ่งเถอะครับ เพราะว่าเรื่องนี้ผมกําลังจะบอกว่าเกี่ยวข้อง อย่างไร

(นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกแล้ว เชิญ

นายศุภชัย โพธิ์สุ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย โพธิ์สุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ขอประท้วงท่านผู้ที่ กําลังอภิปรายครับ ถ้าหากท่านยังไม่เลิกพฤติกรรมอย่างนี้จะอภิปรายต่อไม่ได้นะครับ เพราะตลอดเวลาท่านเสียดสีถึงบุคคลอื่น บุคคลภายนอก ท่านหยิบโยงประเด็นต่าง ๆ โยงใยเข้าหากันจนหมด ตอนนี้ท่านจะพูดเรื่องไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องเขาพระวิหาร ท่านก็เอาประเด็นเรื่องเขาพระวิหารมาพูดกันสิว่าเสียอธิปไตยตรงไหน รัฐมนตรีผิดพลาด ตรงไหน นายกรัฐมนตรีผิดพลาดตรงไหน นี่คุณอภิปรายโยงใยไปถึงผู้นําประเทศอื่น โยงใยถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีไปร่วมเป่ด ท่านได้รับเชิญจากต่างประเทศไปเป่ดก็ไปเป่ดสิ จะเปึนอะไรไป ไปโยงให้เสียหายจนหมดเลย ถ้าเปึนอย่างนี้ยอมกันไม่ได้แล้วครับ มันเหมือนกับพันธมิตรเพื่อประชาธิปัตย์อภิปรายที่สนามหลวง ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ อย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ ขอความกรุณา เถอะครับ คุณศุภชัยนั่งลง แล้วทุกท่านช่วยนั่งลง หลายคนแล้วครับ จะให้คนเดียว หมอจากพิษณุโลกก่อนครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะให้ท่านประธานและสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ใจเย็น ๆ ครับ ลองฟังคําอภิปรายของท่านอลงกรณ์ เนื่องจากว่าผมมีกฎหมายรองรับให้กับ ท่านอลงกรณ์ ๒ ข้อครับ ที่ท่านอภิปรายขัดแย้งว่าข้อ ๖๑ ห้ามพาดพิงถึงบุคคลอื่น โดยไม่จําเปึน อันนี้ถูกต้องครับ แต่สิ่งที่ท่านอลงกรณ์กําลังอภิปรายนั้นมันมีการพาดพิงถึง บุคคลภายนอกแต่เปึนเหตุผลที่จําเปึน ผมมีข้อ ๓๒ รองรับแทนท่านอลงกรณ์ครับ ในข้อ ๓๒ เขียนไว้ว่า ในกรณีที่สมาชิกกล่าวถ้อยคําในที่ประชุมที่มีการถ่ายทอดสด ทางวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์อันอาจเปึนเหตุให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรีหรือ สมาชิกได้รับความเสียหาย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องอ่านหรอก ประธาน พอเข้าใจข้อบังคับครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ผมกําลังจะชี้แจงให้สมาชิกหลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาเข้าใจหมดครับ แต่ว่า เขาก็อยากจะให้คุณอลงกรณ์พูดเนื้อหาสาระ ไม่กล่าวอ้างบุคคลภายนอก เพราะว่าก็เรารู้ ว่า ข้อ ๓๒ คุณอลงกรณ์จะต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

คือผมฟังดูแล้วสิ่งที่ท่านอลงกรณ์ กําลังชี้แจงมันเปึนประโยชน์กับประเทศชาติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมว่าคุณหมอนั่งลงเถอะครับ ให้คุณอลงกรณ์อภิปรายต่อเถอะครับ เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่ เชิญครับคุณอลงกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ผมยังปฏิบัติตามข้อบังคับนะครับ เอ่ยถึงเท่าที่จําเปึนเท่านั้น ผมได้กล่าวถึงเรื่องของถนนและสะพาน ๔ แห่ง โดยภาษีของ ประชาชนคนไทย และท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็ไปร่วมในพิธีเป่ด แล้วท่านรัฐมนตรีเตีย บัน ท่านก็บอกว่า เรื่องของเกาะกง ที่มีข่าวเล่าลือกันในสื่อมวลชนไทยนั้นท่านอดีตนายกรัฐมนตรีไทยจะไปลงทุนนั้นจริง ทั้งกาสิโน และคอมเพล็กซ์ต่าง ๆ ก็แค่นั้นเอง แต่ว่าในกรณีธุรกิจน้ํามันและก๊าซกําลังจะ เกิดขึ้นในอนาคต ผมก็จะเรียนข้อเท็จจริงว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันเองคือวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ท่านอดีตผู้นําก็พาคณะนักธุรกิจต่างชาติไปพบกับผู้นํากัมพูชาที่บ้านพักชานกรุงพนมเปญ ตรงนี้สําคัญมากเพราะว่ามีการเป่ดเผยอย่างเปึนทางการโดยโฆษกของนายกรัฐมนตรี กัมพูชาเองบอกว่า ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะว่าเปึนคํากล่าวที่ไม่อยาก ให้คลาดเคลื่อน นายเอียน โสภาเลธ ซึ่งเปึนโฆษกนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ได้กล่าวว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยกําลังวางแผนที่จะสร้างเมืองทันสมัย ที่พรั่งพร้อมด้วยศูนย์การเงินและท่าเรือให้กัมพูชา โดยได้แจ้งกับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เกี่ยวกับแผนสร้างเมืองที่จังหวัดเกาะกงซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนไทยระหว่างการหารือ ที่กรุงพนมเปญ แต่ว่าจะลงทุนเท่าใดนั้นไม่ได้แจ้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เห็นด้วยในหลักการ และให้เสนอผลักดันแผนดังกล่าวนั้น ร่วมกับสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา ซีดีซี (CDC) ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะตรวจสอบว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีใครพูดอะไรกันบ้าง แล้วก็ต้อง ขอบคุณนะครับท่าน ส.ส. ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ที่ได้ติดต่อบรรดาพรรคพวกที่เปึนสมาชิก รัฐสภาในกัมพูชา ก็ได้ทราบว่าการพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงครับ มีคณะนักธุรกิจต่างชาติ ๑๐ คน ซึ่งรวมทั้งซาอุดีอาระเบียที่มาดูเมืองสุพรรณบุรีจะมาเช่านาไทยแล้วก็จ้างชาวนาไทย ให้เปึนพนักงานบริษัทนั่นแหละครับ โดยได้ไปเสนอโครงการพัฒนาเกาะกง และคน ที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดนั้นคือคนคนนี้ครับ ชื่อว่านายเกลวิน แมคคาเรล ผมว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศคงจะต้องรู้จักหรือคุ้นหูนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะนายเกลวิน แมคคาเรล นั้นเปึนหัวหน้าสํานักงานของบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายและธุรกิจ ซึ่งมีสาขา อยู่หลายสาขา เขาเปึนหัวหน้าสํานักงานอยู่ที่พนมเปญ และมีความเชี่ยวชาญมากครับ ถ้าในวงการก๊าซและน้ํามันรู้จักคนคนนี้ดีมาก และที่สําคัญก็คือว่าสํานักงานใหญ่ ซึ่งมิสเตอร์เกลวินเปึนหุ้นส่วนด้วยแล้วก็เปึนผู้จัดการด้วย

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วงครับคุณอลงกรณ์ เชิญครับคุณเชาวริน

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน เมื่อตอนบ่ายผมได้ประท้วงสมาชิกคนหนึ่งที่อภิปรายพูดถึง อดีตนายกรัฐมนตรี โดยบังอาจจาบจ้วงไปถอดยศท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ผมพูดไว้ชัดเจนว่า นายตํารวจ นายทหารทุกคนมีสัญญาบัตรยศ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ คนที่จะถอดได้เฉพาะพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น แล้วต้องต้นสังกัดเสนอถอดยศ นี่เปึนใครสามัญชนถอดยศ เมื่อกี้ผมนั่งอยู่ในงานศพท่านประธานครับ บังเอิญเจ้าภาพ เขาเป่ดโทรทัศน์ให้ดู ท่านอลงกรณ์ คุณอลงกรณ์ไม่ใช่ท่านหรอก คุณอลงกรณ์ ส.ส. เพชรบุรี อภิปรายถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ ครั้ง โดยกล่าวว่ารัฐบาลทักษิณ ชินวัตร โดยไม่ใส่ยศ เหมือนอย่างท่านนายกรัฐมนตรีสมัครพูดบอก นายกรัฐมนตรีทักษิณอย่างนี้รับได้ เพราะพันตํารวจโทส่วนมากตําแหน่งอยู่ที่สารวัตรและรองผู้กํากับ แต่พอยกมาเปึน นายกรัฐมนตรีทักษิณนี่รับได้ เมื่อกี้ท่านบอกว่า เอียน โสภาเลธ คนของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ ยังยกย่องอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยเอ่ยคําว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ท่านประธานจะต้องกําชับให้สมาชิกปฏิบัติให้ถูกต้องจะเอ่ยชื่อคนภายนอกเอ่ยได้หรือครับ ตามความจําเปึน

(นายธนิตพล ไชยนันทน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

แต่ถ้าท่านมียศ มีสัญญาบัตรยศอย่าไปถอดของท่านครับ อย่างผมร้อยตํารวจโทแม้จะน้อยนิด ใครก็ถอดผมไม่ได้ ใครถอดผม ผมถือว่าหมิ่นประมาท

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเชาวรินมีผู้ประท้วง ท่านอีกแล้ว

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ประท้วงผมทําไม

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

อัพ เกรด (Up grade) หรือครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

เดี๋ยวกําลังจะบอกครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ว่าไป

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ห้องประชุมนี้ ผมจะอนุมัติให้ ๒ ท่าน เปึนคนอภิปรายกันไปกันมานะครับ ไม่ต้องเดินหน้ากันไปหรอก ผมว่ามีแต่ประท้วง อย่างนี้เมื่อไรงานจะไปข้างหน้า อยากจะขอความกรุณาทั้ง ๒ ฝ์าย หยุดประท้วงเสียที เอาเนื้อหาสาระในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า เนื้อหาสาระของผู้อภิปรายนี้สมเหตุสมผล เปึนอย่างไร อะไรอย่างไร เราฟังกันอย่างนั้นดีกว่า เพราะพี่น้องประชาชนคนในประเทศและ คนทั่วโลกกําลังฟังอยู่ เรามัวแต่ประท้วง คนนี้ก็ประท้วง คนนั้นก็ประท้วง ผลสุดท้าย งานไม่เดินครับ อยากจะขอความกรุณาท่านเชาวรินช่วยกรุณานั่งลง แล้วก็

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ได้ครับท่านประธาน ทีนี้ท่านประธานกําชับเวลาจะพูดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีให้ใส่ยศด้วย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ถ้าไม่ใส่ยศก็ต้องบอกว่า นายกรัฐมนตรีทักษิณ แล้วผมจะไม่ยุ่งแล้วครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ สักนิดหน่อยคันปากมากแล้วเชิญ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

ท่านประธานคงเข้าใจผิดนะครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมไม่ได้คันปากครับท่านประธาน แต่ว่าผมเองก็อยากจะให้เปึนอย่างที่ท่านประธานว่าก็คือการประชุมสภาได้เปึนไปด้วย ความเรียบร้อย ผมเองก็อยากฟังว่าท่านสมาชิก ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่ได้อภิปรายนั้น ท่านมีข้อมูลอะไรบ้าง แต่ว่าท่านผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงต้องกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานต้องระวังครับ ท่านไม่ได้บอกครับว่าผิดข้อบังคับข้อที่เท่าไร และท่านประธาน ก็ไม่ได้ถาม แล้วก็ลุกขึ้นมาอภิปรายอย่างนี้ เปึนเรื่องที่ไม่เหมาะสมครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธาน

(ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ อย่างนี้ผมประท้วงกลับแล้วละ มาบอกว่าผมไม่บอกว่าผิดข้อบังคับข้อไหน ผมบอกตั้งแต่ ตอนบ่ายแล้วว่าข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ผมบอกตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งลงครับ เข้าใจแล้ว เชิญอภิปรายต่อครับคุณอลงกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รวบรัดหน่อยก็แล้วกันครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ มิสเตอร์เกลวิน แมคคาเรล ท่านประธานก็คงไม่เคยได้ยินนะครับ แต่ว่าอดีตนายกรัฐมนตรี คงเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน ตําแหน่งของเขาคือหัวหน้าสํานักงานของบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย และธุรกิจอัลเลนท์ อาเคอร์ โรบินสัน บริษัทดังกล่าวมีเครือข่ายสํานักงานอยู่หลายประเทศครับ รวมทั้งในกรุงเทพมหานครโดยมีพันธมิตรธุรกิจที่เปึนเสมือนหนึ่งสาขาของเขาก็คือ บริษัท สยาม พรีเมียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เอ่ยชื่อนี้มาผมคิดว่าอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล ชุดที่แล้วคงจะรู้ดีว่าบริษัทสยาม พรีเมียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ นั้นเกี่ยวข้องกับใคร อย่างน้อยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลที่แล้วเมื่อป้ ๒๕๔๘ เปึนหุ้นส่วนสําคัญ นายเกลวินมีบทบาทอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของก๊าซและน้ํามันในพื้นที่ ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา และวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ที่อดีตพันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ถูกต้องนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยนั้นที่นําคณะนักธุรกิจต่างชาติ ๑๐ คน รวมทั้งซาอุดีอาระเบียและอังกฤษนั้นไปเจรจาในเรื่องการพัฒนาเกาะกงนั้นถามบอกว่า มีนายเกลวินอยู่ด้วยหรือไม่ ตําแหน่งเขาคืออะไรตําแหน่งของเขาคือที่ปรึกษาของทางการ กัมพูชาและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนและพื้นที่ พัฒนาร่วม โดยกระทําการในฐานะของทางการกัมพูชาในการเจรจากับประเทศไทยต่อ พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งประเมินมูลค่า ๑๐๐ พันล้านเหรียญสําหรับน้ํามันและก๊าซ นี่มันขุมทรัพย์มหาศาลครับ แต่ผมเพียงแต่เรียนท่านประธานว่า ความโยงใยในเรื่อง การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวนั้นแล้วมันยังมาเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ปรึกษาทั้งที่อยู่กัมพูชา อยู่ที่กรุงเทพฯ และเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ รัฐมนตรีท่านนั้นก็ได้เข้าร่วมประชุมกับนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้น เกี่ยวกับเรื่องของปราสาทพระวิหารและ ในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อน ผมเรียนกับท่านประธานว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ผมต้องการ ให้บรรดาพี่น้องประชาชนแล้วก็สื่อมวลชน แม้แต่ ส.ส. แห่งสภานี้ไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายค้าน หรือรัฐบาลนั้นได้ร่วมในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า คําพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาท่านหนึ่งและคําพูดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยคือ นายนพดล ปัทมะ นั้นจะสรุปประเด็น ที่เกี่ยวโยงทั้งหมดที่ผมได้เรียนมา นั่นก็คือคําสัมภาษณ์ของนายจาม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ของกัมพูชาที่บอกว่า ฝ์ายไทยเปึนฝ์ายที่พยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหาร เข้ากับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างการเจรจากับฝ์ายกัมพูชาซึ่งกัมพูชา ไม่เห็นด้วย นายนพดล ปัทมะ กล่าวต่อเรื่องนี้ว่านายจามไม่ได้พูดอะไรเกินเลยไปจาก ความจริงจึงไม่ติดใจ แม้เรื่องเขาพระวิหารและเรื่องทางทะเลจะเปึนคนละเรื่องกัน แต่ก็เจรจาไปพร้อม ๆ กันแต่แยกกันโดยประเด็นกลไกและมีคณะกรรมการคนละชุด แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ และขอดําเนินการทางการทูตอย่างเงียบ ๆ อีกแล้วนะครับ ท่านประธานครับ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยยอมรับว่า การเจรจาเรื่องปราสาทพระวิหาร การเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน และประการสําคัญก็คือว่าแต่เดิมจะมีการเจรจาในเรื่องปราสาทพระวิหารแยกออกจากกัน แต่รัฐมนตรีและทางการไทยนี่แหละครับที่ต้องการเอา ๒ เรื่องนี้ไปเจรจาควบคู่พร้อมกันไป และวันนี้เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นชอบอนุมัติการขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกของ ปราสาทพระวิหารฝ์ายเดียวของกัมพูชา ซึ่งทําให้อํานาจต่อรองของเราสูญหายไป ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคณะบุคคลซึ่งเปึนอดีตนักการเมืองและนักธุรกิจต่างชาติกําลัง แสวงประโยชน์เกิดขึ้นทั้งในเรื่องการพัฒนาเกาะกงและในเรื่องของแหล่งแก๊สธรรมชาติ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อันเปึนผลประโยชน์ของกัมพูชาและของไทย เหตุการณ์ดังกล่าว ดูประหนึ่งว่าเปึนการดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยการอนุมัติของรัฐบาลและรัฐสภาไทย ในการให้เงินช่วยเปล่าและเงินกู้อัตราผ่อนปรนกับกัมพูชาในการตัดถนนและเป่ดถนน สายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเบิลเกือบพันล้านบาท และเป่ดไปเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม โดยการปรากฏตัวของท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีของทั้ง ๒ ฝ์าย บุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ยอมรับว่าได้มีการเจรจาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนกับท่านประธานว่า คําเล่าลือที่เกิดขึ้น ที่กรุงเทพฯ ก็ดี ที่พนมเปญก็ดี ที่สิงคโปร์ หรือที่เกาะกงก็ดีนั้นเขาพูดกันมากครับ แต่วันนี้ มันไม่ใช่คําเล่าลืออีกแล้วครับ สิ่งที่ผมนําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น เพียงแต่ต้องบอกว่าในข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายแหล่นั้น มันมีมูลความจริงของความเกี่ยวพันในเรื่องของการวิ่งเต้น และคงเปึนเรื่องน่าเสียใจ ถ้าหากว่าการวิ่งเต้นดังกล่าวมันไม่ได้เกิดประโยชน์แก่คนไทยทั้งประเทศ แต่มันเกิดบางพวก บางกลุ่ม แต่สิ่งที่น่าเสียใจและขมขื่นที่สุดก็คือการแลกด้วยอธิปไตยเหนือปราสาท พระวิหารของประเทศไทย ผมอยากให้ท่านประธานได้ทราบว่าพวกเราจะต้องระลึกถึง ครับว่า ๕ ครั้ง ที่เราเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสซึ่งปกครองอินโดจีนฝรั่งเศสก็คือ กัมพูชา ลาว เขมรนั้น ประทานโทษ กัมพูชา ลาว เวียดนามนั้นได้ใช้ป๋นจ่อหัวเราตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ แล้วเราต้องสูญเสียดินแดนอย่างต่อเนื่องถึง ๕ ครั้ง คิดเปึนพื้นที่รวมกันเกือบ เท่าพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบัน ทหารหาญและคนไทยได้ต่อสู้สูญเสียเลือดเนื้อ แม้แต่ สงครามครั้งสุดท้ายระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส จนกระทั่งนํามาสู่การทําสนธิสัญญา ฉบับที่ ๔ ในภายหลังนั้นก็เพราะเรารู้ดีว่าสิทธิของเราและอธิปไตยของเรานั้นที่ถูกป๋นจ่อหัว แม้จะต้องสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตก็ต้องต่อสู้กลับคืนมา วันนี้เราไม่ได้ถูกป๋นจ่อหัวและต้องสูญเสียอธิปไตยและดุลยภาพแห่งดินแดนเหมือนในอดีต วันนี้เรากําลังจะถูกป๋นที่เปึนผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวก โดยการบริหาร ที่เอื้อประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นกําลัง แลกผลประโยชน์เหล่านี้กับอธิปไตยซึ่งเปึนดินแดนของไทย ผมเรียนท่านประธานว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยต่อการที่จะติดตามไปถึงเบื้องหลัง เพราะเบื้องหน้าเราอาจจะอ่าน ลายลักษณ์อักษรตามหนังสือ กฎหมาย เอกสารทั้งในและต่างประเทศได้ แต่ความเกี่ยวโยง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องถ้าบอกว่าเปึนการประจวบเหมาะคงไม่ได้ เพราะว่าได้มีการดําเนินการมา อย่างเปึนขั้นเปึนตอน และในที่สุดสิ่งที่โฆษกของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ออกมาปฏิเสธเสมอนั้นก็คือท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา วันนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านปฏิเสธได้อีกต่อไป และสิ่งนี้มันเปึนเรื่องที่แม้แต่รัฐมนตรีของประเทศ เพื่อนบ้านเราก็ออกมายืนยันว่าการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในทะเลกับเรื่องของ ปราสาทพระวิหารนั้นเปึนเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ โดยรัฐมนตรีท่านนี้ โดยนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ได้นําไปรวมเกี่ยวข้องกันเพื่อแลกให้ใคร นั่นเปึนสิ่งที่ท่านจะต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณา เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถให้ความไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ ให้ดํารงตําแหน่ง ต่อไป ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปได้สวยมากครับ ถ้าสั้นกว่านี้จะสวยมาก ต่อไปท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เชิญครับ

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมใช้เวลานิดเดียวครับ เนื่องจากว่าถูกพาดพิง จากการอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อยากจะกราบเรียนว่าที่ผมได้ไปประเทศ กัมพูชาเพื่อไปร่วมเป่ดถนนอย่างที่ท่านอภิปรายไปนั้นก็เปึนความจริง เหตุที่ได้ไป เนื่องจากว่าทางรัฐบาลกัมพูชานั้นได้มีหนังสือเชิญท่านนายกรัฐมนตรีของไทย คือ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ให้ไปเยือนกัมพูชาแล้วก็ร่วมเป่ดถนนสาย ๔๘ อย่างที่ปรากฏ แต่เนื่องจากในวาระนั้นท่านนายกรัฐมนตรีได้มีภารกิจอยู่ทางประเทศไทยก็มอบหมายให้ผม ซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีไปปฏิบัติหน้าที่แทน มอบหมายเปึนหนังสือลายลักษณ์อักษร เรียบร้อย แล้วก็โดยให้ท่านนพดลในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ร่วม เดินทางไปด้วย กระผมก็ไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย แล้วก็ ได้รับการต้อนรับจากรัฐบาลกัมพูชาด้วยดี ทั้งนี้เนื่องจากว่าผมเปึนผู้แทนของ ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วผมก็ได้กล่าวสุนทรพจน์ ก็ได้กล่าวถึงชื่อของท่านนายกรัฐมนตรี กัมพูชาอย่างที่ท่านผู้อภิปรายได้บอกไป ซึ่งก็เปึนชื่อทางการของท่านนะครับ ซึ่งก็จําเปึน จะต้องกล่าวเช่นนั้น ผมก็ไปทําหน้าที่ตามปกติไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ท่านมา โยงใยแต่อย่างไร แล้วผมก็ไม่ทราบเรื่องอื่น ๆ ทั้งสิ้น เสร็จจากการเป่ดถนนก็เดินทางกลับ ก็อยากให้เข้าใจทั่วกันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แล้วผมมานั่งฟังการอภิปรายในวันนี้ก็อยากจะ ฟังข้อมูลจากผู้อภิปรายว่ามีประเด็นอะไรบ้าง แล้วก็อยากจะรับทราบข้อมูล แต่ว่าบังเอิญ ก็ได้ของแถมอภิปรายไปด้วย แล้วก็ของแถมจากคนนอกด้วย ก็อยากกราบเรียนให้ที่ประชุม ได้รับทราบ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญฝ์ายค้านครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ ประท้วงหรือ ประท้วงหรือเปล่าครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ประท้วง แต่ผมจะ ขออนุญาตท่านประธานว่า หลักฐานทุกชิ้นแล้วก็เอกสารที่ท่านอลงกรณ์ได้นํามาแสดง ในสภาแห่งนี้ ขอให้ท่านอลงกรณ์ได้ส่งท่านประธานไว้ตรวจสอบด้วย ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอลงกรณ์ คุณพิเชษฐ์ เขาต้องการจะให้สภาตรวจสอบเอกสารที่ท่านอ้างอิงในการอภิปรายที่สภา เชิญครับ คุณอลงกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยินดีครับ แล้วก็จะ เปึนอานิสงส์เลยท่านจะได้หูตาสว่าง เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้ผมเรียนว่าจริง ๆ ก็ไม่ยาก ถ้าหากว่าเราทํางานหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ในฐานะ ส.ส. ของคนไทยจริง ๆ ผมคิดว่า ไม่ยากครับ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมอประท้วงอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ผมขออนุญาต ประท้วงประธาน ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ซึ่งข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ การอภิปรายครั้งนี้เปึนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ไม่มีสิทธิที่จะขึ้นเพื่อ จะขอโน่นขอนี่ เพราะถือว่าผิดข้อบังคับ ขออนุญาตครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ผมปฏิบัติไม่ผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๗๑ ข้อ ๑๗๒ เลย เมื่อกี้หมายความว่าเขาจะให้เกียรติแก่ผู้อภิปราย ให้ผู้อภิปราย เอาเอกสารหลักฐานมาให้ทางประธาน ผมว่าเปึนสิ่งดีที่สุดเพื่อความบริสุทธิ์ใจของผู้อภิปราย เปึนผลดีไม่มีเสียหายอะไรครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่ครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ พิษณุโลก ไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่สมาชิกไม่มีสิทธิที่จะขึ้น ยกเว้น การประท้วงอย่างเดียวครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาไม่ได้อภิปราย เขาไม่ได้ อภิปรายเลย เพียงแต่ว่าให้คุณอลงกรณ์ส่งเอกสาร ไม่ส่งก็แล้วไป ถ้าส่งก็ยินดีที่จะรับ ไปตรวจสอบเท่านั้นเองครับ เชิญต่ออย่าให้เสียเวลาครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุทินมีอะไรอีก เชิญครับ

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

สั้น ๆ ครับ ท่านประธาน สั้น ๆ จะเปึน ประโยชน์ต่อการอภิปรายต่อไป ผม สุทิน คลังแสง พลังประชาชน มหาสารคาม ก่อนที่จะ มีการอภิปรายต่อไปนี้ผมกังวลอยู่ ๒ ประเด็น

ประเด็นแรก อยากจะให้ท่านประธานได้กําชับมาก ๆ ครับว่าเมื่อสักครู่ ผมไม่ได้ประท้วงท่าน ท่านพูดจบแล้วผมถึงอภิปราย การอภิปรายที่กล่าวถึงผู้นํา ต่างประเทศ อยากให้ท่านประธานกําชับสมาชิกให้ระมัดระวังเปึนพิเศษ จริงอยู่แม้จะใช้ สิทธิตามข้อบังคับ แต่ผลเสียซึ่งเกิดกับประเทศกับประชาชน วันนี้นักธุรกิจร้องมาเยอะ แล้วครับ นั่นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่สอง การจะอภิปรายต่อไปนี้ผมหวั่นเกรงว่าจะมีเรื่องอย่างนี้ ซึ่งจะต้องตีความไว้ล่วงหน้า จะมีสมาชิกเราได้หยิบยกเอากรณีคดีความของผู้ถูกอภิปราย มาอภิปรายในสภา ซึ่งเรื่องอย่างนี้ต้องตีความว่าเอกสิทธิ์ของเราได้คุ้มครองไหมว่า บรรดาคดีความซึ่งเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว ขั้นตอนที่ศาลกําลังพิจารณาเราได้เอา คดีความเหล่านั้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลบวก ผลลบ หรือผลจะเกิดกับคดี อันนี้ หมิ่นเหม่ต่อการละเมิดอํานาจศาล ผมไม่อยากให้มีการละเมิดอํานาจศาลกลางสภา จึงหารือไว้ล่วงหน้าว่าเอกสิทธิ์คุ้มครองแค่ไหนในการจะเอาคดีซึ่งอยู่ในศาลมาพูดที่นี่ อยากให้ท่านประธานให้ไว้เปึนบรรทัดฐานด้วยจะได้ไม่มีปัญหาต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอฝากผู้อภิปรายทุกท่าน ได้ถือปฏิบัติด้วยจะเปึนเรื่องที่ดีมากของเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์ มีอะไร

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ คือที่สมาชิกได้ กล่าวเมื่อสักครู่นั้นดูประหนึ่งว่ามีส่วนพาดพิงถึงกระผมในฐานะผู้อภิปรายและในทางที่ อาจจะเสียหายได้ว่า การอภิปรายอาจจะไปกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์หรือต่อ ปัญหาเรื่องของการค้าธุรกิจชายแดน ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าการดําเนินความสัมพันธ์ ในคําอภิปรายของผมนั้นไม่ได้มีส่วนใดที่จะไปทําให้เกิดความเสียหายต่อผู้นําหรือ บุคคลภายนอก โดยเฉพาะคนในต่างประเทศ แล้วผมพึงระมัดระวังอย่างยิ่ง แต่ผมเรียนว่า ประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นถ้าหากว่าเราดําเนินความสัมพันธ์ทางการทูตแบบตรงไปตรงมา อยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์ซ่อนเร้นจนทําให้ประชาชน ๒ ฝ์าย เกิดความคลางแคลงใจนั้นมันไม่เกิดปัญหาหรอกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็พอเข้าใจ สภาเข้าใจกันแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอท่านประธานได้โปรดให้คําแนะนํา สมาชิกที่ไม่เข้าใจด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงจะเข้าใจกันทุกท่าน เชิญต่อไปท่านไหนครับ เชิญครับที่มอบหมาย

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ท่านประธาน ยังไม่ได้วินิจฉัยที่ผมได้ขอเอกสารไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็วินิจฉัยแล้วคุณอลงกรณ์ ก็จะเอามาส่งแล้วครับ ที่ท่านขอ ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าท่านอภิปรายก็ผิดข้อบังคับอีก ฉะนั้น เมื่อกี้ก็คุณอลงกรณ์จะส่งมอบ คุณอลงกรณ์ช่วยส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ด้วยครับ เพื่อให้เขา เห็นเปึนหลักฐานนะครับ เขาจะบันทึกไว้ เชิญครับท่านอาจารย์

นายธีระ สลักเพชร ตราด 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม ธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตราด พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเด็นของผมจะเปึนประเด็นที่ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเขาพระวิหาร ผมจะพยายามพูดประเด็นที่ไม่ให้ซ้ํากับเพื่อนสมาชิกที่ได้พูดไปแล้วนะครับ เพื่อกระชับเวลา ประหยัดเวลา ถ้าท่านประธานได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวข้องกับมรดกโลกที่ทางกัมพูชา พยายามที่จะผลักดันขอขึ้นมรดกโลกและรัฐบาลไทยเข้าไปเกี่ยวข้องนะครับ เรื่องนี้จะมี เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลท่านหนึ่งซึ่งท่านเปึนประธานคณะกรรมการมรดกโลกของ ประเทศไทย ความจริงแล้วโดยตําแหน่ง ท่านเปึนประธานคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ท่านอดุล วิเชียรเจริญ ครับ เมื่อวานผมมีโอกาส ได้ไปพบท่านเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด กรณีที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาก่อนหน้านี้นะครับ แล้วก็ได้รับเกียรติจากท่านให้ได้เข้าพบที่บ้านท่านเปึนกรณีส่วนตัว บุคคลท่านนี้ผมเข้าใจว่า ท่านประธานจะรู้จักดี อายุท่าน ๘๒ ป้แล้วครับ คุณวุฒิท่านทรงคุณค่ามาก ๆ นะครับ จบปริญญาเอกทางด้นกฎหมายจากต่างประเทศ จากสหรัฐอเมริกานะครับ เปึนผู้ก่อตั้ง คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปึนคณบดี เคยรักษาการอธิการบดี ของธรรมศาสตร์ เปึนอธิการบดีของมหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วก็มีความสามารถรอบรู้ มากมายเลยครับทางด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของประเทศไทย ท่านอยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้นมาในประเทศไทย แล้วก็ตําแหน่งที่สําคัญ มาก ๆ ท่านเคยเปึนอดีตกรรมการบริหารของยูเนสโก ๓ สมัย เคยเปึนคณะกรรมการมรดกโลก ๒ สมัย และที่สําคัญคือเปึนประธานกรรมการมรดกโลกของประเทศไทยตั้งแต่ป้ที่ก่อตั้ง ป้ ๒๕๓๓ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พูดง่าย ๆ ว่าอนุสัญญานี้ที่ประเทศไทยรับมานี่ มาก่อตั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับยูเนสโก ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ นั่งในตําแหน่งประธานนี้ตลอดมา จนถึงวันนี้ครับท่านประธาน มรดกโลกในประเทศไทย ทั้งสายวัฒนธรรม ทั้งสายธรรมชาติ ที่ประเทศไทยได้รับมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านอยู่เบื้องหลังการผลักดันเกือบทุกประเด็นนะครับ แล้วก็ทุกแห่งที่เราได้รับการอนุมัติจากยูเนสโก ผมไปพบท่านเพราะว่าอยากปะติดปะต่อ ข้อมูลช่วงที่ประชุมที่ไครสต์เชิร์ช เมื่อป้ที่แล้วที่นิวซีแลนด์ เพราะว่าจากข้อมูลที่ผมได้ดู เหมือนว่าท่านไม่ได้ไปประชุมที่ไครสต์เชิร์ชเมื่อป้ที่แล้วซึ่งเปึนการประชุมครั้งที่ ๓๒ ของคณะกรรมการมรดกโลก แล้วครั้งนั้นเปึนที่มาของการผลักดันให้มีการเรียกร้องให้มี การขึ้นทะเบียนที่กําลังเปึนปัญหาที่เรากําลังพูดคุยกันอยู่นี่ครับ กัมพูชาได้ขอขึ้นทะเบียนเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๔๙ คือเสนอไปที่สํานักงานมรดกโลก ที่ปารีส ที่ฝรั่งเศส แล้วก็หายไปพักหนึ่ง ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๐ มีการประชุมมรดกโลกที่เมือง ไครสต์เชิร์ช ที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเรื่องนี้ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดแล้ว ข้อมูลที่ผมปะติดปะต่อว่าในครั้งนั้นดูเหมือนว่าท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ ท่านไม่ได้ไป ท่านยอมรับว่าท่านไม่ได้ไปจริง ๆ ครับ ท่านมีการผ่าตัดเส้นประสาทที่ต้นคอ ของท่าน เส้นประสาทไขสันหลังมีปัญหา ท่านไปไม่ได้นะครับ แต่ปรากฏว่าในการไปครั้งนั้น มีท่านดอกเตอร์มนัสพาสน์ ชูโต ซึ่งเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอนนั้น คือท่านนิตย์ พิบูลสงคราม เปึนหัวหน้าคณะที่ไปประชุมที่ไครสต์เชิร์ช หลังจากที่ มติการประชุมกลับมาครั้งนั้น ผมเน้นตรงนี้เลยว่าเปึนการประชุมนอกรอบ ไม่ได้นําเรื่องนี้ เข้าสู่การประชุมที่มีวาระการประชุมชัดเจน แต่ว่าวันสุดท้ายของการประชุมมีการกําหนด ออกมาว่า คณะกรรมการเห็นว่าปราสาทเขาพระวิหารเปึนโบราณสถานที่มีความโดดเด่น มาก ๆ สมควรให้จัดตั้งผลักดันให้ขอขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกได้ แต่ให้ประเทศไทยกับ กัมพูชาไปหารือกัน สอดคล้องที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้นําเรียนไปแล้ว ในตอนต้นนะครับ หลังจากที่กลับมาดอกเตอร์มนัสพาสน์ ชูโต ที่ผมเอ่ยนามเมื่อสักครู่นะครับ โดยตําแหน่งท่านเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี ท่านนิตย์ พิบูลสงคราม ท่านก็ตั้งให้ดอกเตอร์มนัสพาสน์ เปึนประธานคณะทํางานชุดพิเศษ แล้วกระทรวงการต่างประเทศให้งบมา ๒ ล้าน ๕ แสนบาท ส่วนหนึ่ง ๑ ล้านบาท คือให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช เพราะพื้นที่ ตรงเขาพระวิหารเปึนพื้นที่ที่มีความรับผิดชอบคาบเกี่ยวกับ ๒ กรม คือกรมศิลปากรกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ในพื้นที่ตรงนั้น งบ ๒ ล้านบาทนี้คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชได้ ๑ ล้านบาท กรมศิลปากรได้ ๑ ล้าน ๕ แสนบาท มีการประชุมเตรียมการศึกษากัน คณะกรรมการชุดนี้ได้ไปหารืออาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ หลายครั้ง ทุกคนได้ข้อสรุปเหมือนกันว่าเราจะขอขึ้นทะเบียนร่วมกับกับพูชาในการประชุม มรดกโลกครั้งต่อไป ถ้าทําทันที่จะมีขึ้นที่แคนาดาในวันที่ ๒ กรกฎาคมนี้ แต่เปัาหมายคือ เราจะขึ้นทะเบียนร่วมกัน เพราะว่าจะขึ้นทะเบียนเฉพาะปราสาทนี่ความสมบูรณ์ไม่มีครับ บริเวณโดยรอบของปราสาทที่ภาษาฮินดูเรียกว่า บาราย เปึนองค์ประกอบที่สําคัญ ที่จําเปึนต้องเสนอร่วมด้วย วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ข้าราชการกรมเอเชียตะวันออกยกทีม ไปเลยครับ ๕-๖ คน เอาทีมไปถ่ายทําที่บ้านท่านอาจารย์อดุล เพราะท่านอาจารย์อดุล ยังไม่แข็งแรง ก็ยกทีมไปเลยครับ ไปถ่ายทําที่บ้านท่าน ขอความเห็นท่านในฐานะที่ท่าน เปึนประธานมรดกโลกแล้วมีประสบการณ์เรื่องนี้มายาวนานมาก ท่านลองคิดสิครับ เปึนประธานมรดกโลกของประเทศไทยตั้งแต่ป้ ๒๕๓๓ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันเกือบ ๒๐ ป้แล้ว แล้วท่านเคยเปึนกรรมการบริหารของมรดกโลกและยูเนสโกด้วย ทางกระทรวงการต่างประเทศ ให้เกียรติท่านมาก ผลการพูดคุยกันนะครับ ข้าราชการกรมเอเชียตะวันออกกับอาจารย์อดุล ได้ข้อสรุปเหมือนกันว่าต้องขึ้นทะเบียนร่วมกับกัมพูชา ถึงแม้ว่ากัมพูชาเองไม่อยากจะร่วมกับเราก็ตาม แต่ว่าเราต้องพยายามพูดคุยให้ขึ้นทะเบียน ร่วมกัน เพื่อที่จะทําให้การพัฒนามรดกโลกที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นี้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน อย่างแท้จริง คือองค์ประกอบของมรดกนี้ต้องสมบูรณ์มีทั้งตัวปราสาทและสิ่งที่เปึนองค์ประกอบ โบราณสถานที่อยู่โดยรอบ สระหรือบันได ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ รัฐบาลแถลงนโยบาย ท่านประธานคงจําได้นะครับ หลังจากแถลงนโยบายท่านรัฐมนตรีนพดลได้ยุบคณะทํางาน ของดอกเตอร์มนัสพาสน์ ชูโต ได้ยุบคณะทํางานชุดนี้ออกจากภารกิจความรับผิดชอบ ที่ต้องทํา หลังจากที่ท่านนพดลเข้าไปบริหารกระทรวงการต่างประเทศต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ อาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ ท่านได้บอกว่ากรมสนธิสัญญาและกฎหมายได้ไปขอพบ ท่านเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมไปหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ปรากฏว่าท่าทีของข้าราชการ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเปลี่ยนไปแล้ว ไปหารือท่านให้เปลี่ยนแนวคิดว่าเราคงต้อง ให้เขมรเขาจดทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทไปก่อน เราจะไม่พูดถึงพื้นที่เขตแดนตรงนั้น และเราจะทําแผนบริหารจัดการสนับสนุนเขาไป ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ได้พูดคุยกันใช้เวลานานมากครับ และในที่สุดข้าราชการกรมสนธิสัญญา และกฎหมายเห็นสอดคล้องกับท่านอาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ ก็ยกทีมกลับไป ท่านอาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ บอกว่าให้กลับไปบอกอธิบดีของท่าน ท่านวีรชัย พลาศรัย ว่านี่คือแนวคิดที่เราได้คุยกันแล้วว่าทางออกของปัญหาที่จะแก้เรื่องของมรดกโลก ที่เขาพระวิหารต้องขอขึ้นทะเบียนร่วมกัน เพื่อเปึนการพัฒนามรดกโลกที่ยั่งยืนที่สมบูรณ์ ปรากฏว่าวันที่ ๖ พฤษภาคมหลังจากนั้นไม่กี่วัน ท่านอธิบดีวีรชัย พลาศรัย ถูกย้ายออกจาก ตําแหน่งอธิบดี แต่อาจารย์อดุลท่านบอกว่าเปึนเพราะผมเองละครับ เปึนเพราะผม แท้ ๆ ที่ทําให้ท่านอธิบดีถูกย้ายจากตําแหน่ง ๑๔ พฤษภาคม ตามที่ท่านอลงกรณ์ท่านพูด แล้วนะครับเมื่อสักครู่ ท่านนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ไปเป่ดถนนที่เกาะกง แล้ววันนั้นก็มีคําพูดของท่าน พลเอก เตีย บัน ออกมาจริง ๆ ที่ท่านอลงกรณ์พูดแล้วเมื่อสักครู่เกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาเกาะกงนะครับ ๒๒ พฤษภาคม ท่านนพดล ปัทมะ ได้ไปหารือกับนายสก อาน ซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาที่ยูเนสโกที่ปารีส การไปหารือครั้งนั้น ท่านประธานครับ มีการพูดกันชัดเจนกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในวันนั้น ท่านนพดลได้หารือกับนายสก อาน ซึ่งเปึนรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาที่สํานักงานใหญ่ ของยูเนสโกที่กรุงปารีสโดยมีผู้แทนระดับสูงของยูเนสโกเข้าร่วมด้วย แล้วทั้ง ๒ ฝ์าย ตกลงกันครับ ตกลงกันเหมือนที่ท่านนภดลได้เขียนไว้ในคําแถลงการณ์ร่วมในวันที่ ๑๘ มิถุนายนที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้วนะครับ คือไทยจะสนับสนุน ขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกซึ่งจะเสนอโดยกัมพูชา กัมพูชาจะขอขึ้น เฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร โดยฝ์ายกัมพูชาจะจัดทําแผนที่ฉบับใหม่แสดงขอบเขต เขาพระวิหารเพื่อใช้แทนแผนที่ฉบับเดิมที่กัมพูชาใช้ประกอบคําขอขึ้นทะเบียน การขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเปึนมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อการสํารวจและการทํา หลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดน และทั้ง ๒ ฝ์ายจะทําแผนจัดการพื้นที่ร่วมกันเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ วันที่ ๒๒ คุณนพดลอยู่ที่ปารีส แต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม หลังจากนั้น วันหนึ่ง ความจริงก็เปึนช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันเลยครับ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ พบสมเด็จฮุน เซน ที่กรุงพนมเปญ ท่านนพดลพบรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาอยู่ที่ปารีส รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่ง ๒๓ พฤษภาคม ท่านทักษิณพบท่านสมเด็จฮุน เซน ที่กรุงพนมเปญ และ ที่ท่านอลงกรณ์ได้พูดแล้วที่ข่าวออกมาทางสํานักข่าวเอเอฟพี (AFP) เกี่ยวกับการลงทุน ที่เกาะกงแล้วก็ธุรกิจของน้ํามันและแก๊สที่เขมร แก๊สและน้ํามันจะมีมากอยู่บริเวณจังหวัด เกาะกงหรือครับ ในน่านน้ําเกาะกงที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะกูดจากชายแดนของจังหวัดตราด วันที่ ๑๗ มิถุนายน ครม. เห็นชอบแผนที่และร่างแถลงการณ์ร่วม ครม. เห็นชอบทั้งแผนที่ แล้วก็ร่างแถลงการณ์ร่วมที่ท่านนพดลนําเสนอในที่ประชุม ครม. ๑๘ มิถุนายน ท่านนพดลได้ ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ซึ่งมีผู้อภิปรายหลายท่านแล้วนะครับ ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจากวันที่ ๑๘ มีกระแสคัดค้านออกมามากในประเทศไทย ปรากฏว่าเย็นวันที่ ๒๒ ถ้าท่านประธานหรือเพื่อนสมาชิกได้ติดตามข่าว ท่านนภดลได้แถลงข่าวว่าไทยจะขอ ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารด้วย แต่ขึ้นในส่วนของเราครับ ในส่วนของสระตราวในส่วนของบันได คือโบราณสถานที่อยู่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ตรงประเด็นนี้นะครับ ซึ่งหลายฝ์าย สื่อมวลชนหรือท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดเมื่อสักครู่ เปึนเรื่องของการงด กระแสการต่อต้านมากกว่า คือวันนี้อาจจะสายเกินไปแล้วที่จะใช้เงื่อนไขของการขึ้นทะเบียน ร่วมกับเขา เพราะก่อนหน้านั้นหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ผมพูดมาก่อนหน้านี้นะครับ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งกรมเอเชียตะวันออก ทั้งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ของกระทรวงการต่างประเทศ ท่านประธานคณะกรรมการมรดกโลกของประเทศไทย คณะทํางานของท่านมนัสพาสน์ ชูโต บุคคลเหล่านั้นพ่ายแพ้แนวทางของท่านนพดลหมดแล้วครับ เพราะแนวทางที่เราจะขึ้นทะเบียนร่วมกันถูกขจัดออกไปหมดแล้วปล่อยให้กัมพูชาขึ้นได้ ฝ์ายเดียวตามแถลงการณ์ร่วมนี่ผมพูดในวันที่ ๑๘ วันนี้วันที่ ๒๔ มิถุนายน ท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาร่วมประชุมสภากับเราวันนี้นะครับ ท่านได้นําเรื่องเข้าสู่ ที่ประชุม ครม. ปลดศาสตราจารย์ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ ออกจากตําแหน่งแล้วครับ กี่คนแล้วครับสังเวยกับกรณีนี้ที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูดมาตั้งแต่ต้น และผมพูดเมื่อสักครู่บุคคลท่านนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งเปึนบุคคลระดับโลกนะครับ มีข่าวบอก ว่าท่านป์วย ยังแข็งแรงผมไปดูมาด้วยตัวเองครับ พูดคุยอยู่กับท่านเปึนชั่วโมง มีการบันทึก ดีวีดี (DVD) มาให้ท่านหัวหน้าดู ให้ทีมงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะอภิปรายเรื่องนี้ดูว่า อาจารย์อดุล ยังเข้มแข็ง ยังแข็งแรงมาก ๆ สมองยังดีเยี่ยม เราเสียดายมาก ๆ ครับ เสียดายบุคคลท่านนี้ที่สร้างสรรค์ประเทศไทยในหลาย ๆ เรื่อง ประวัติที่ผมเอ่ยมาเพียงแค่เล็กน้อย ถ้าเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนี้ถ้าอาวุโสสักนิดหนึ่ง ท่านที่เคยเรียนศิลปากร เรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะรู้จักอาจารย์ท่านนี้ดี ตัวผมเองยัง รู้จักเลยครับ เมื่อป้ ๒๕๓๕-๒๕๓๖ ด้วยความที่ท่านเปึนประธานมรดกโลกของประเทศไทย เปึนผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ยังไปช่วยวางแผนการบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมที่จังหวัดตราดให้ผม แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ประสานงานกัน แต่ว่าจากการที่ได้รู้จักกัน ชื่นชมว่าท่านเปึนคนดีมาก ๆ เปึนคนที่มีคุณธรรมมีจริยธรรมสูงมาก เปัาหมายคือเพื่อประเทศ เพื่อโลกทุกอย่างมีคุณค่าอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมพูดมาถึงตรงนี้อยากจะย้ํากับท่านประธานว่าอะไร เปึนสิ่งจูงใจเปึนแรงผลักดันให้ท่านนพดล รัฐบาลชุดนี้ซึ่งมีท่านสมัคร สุนทรเวช เปึนผู้นํา ทําไมถึงพยายามผลักดันเรื่องนี้ ซึ่งเพื่อนสมาชิกก่อนหน้าผมได้พูดแล้วว่ามันเร่งรีบ มันซ่อนเร้น มันปกป่ด ข้าราชการที่เปึนคนดี บุคลากร องค์กรต่าง ๆ ที่ลุกขึ้นมาต่อต้านเรื่องนี้ทุกคนทํา เพื่อส่วนร่วมทําเพื่อประเทศ แต่ในที่สุดแล้วจุดจบเปึนอย่างนี้ครับ ท่านอลงกรณ์พูดถึง เกาะกง ผมขอลงรายละเอียดนิดหนึ่งวันนี้เนื้อหอมมาก ๆ ท่านประธานครับ นักลงทุนไป เยอะมาก สื่อมวลชน สังคมสงสัยว่าพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ที่ปรากฏยอมเขมรทุกอย่าง มันมีอะไรเปึนแรงจูงใจ ทําเลที่ตั้งของเกาะกงดีมาก ๆ อยู่ติดกับประเทศไทยที่จังหวัดตราด แล้วก็ติดทะเล พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่เกาะกงพูดภาษาไทยได้ เดิมก็คือประเทศไทยของเรา คนไทยเกาะกง ที่เราพูดกันติดปาก โครงสร้างพื้นฐานพร้อมครับ เตรียมการไว้หมดแล้ว ถนนสาย ๔๘ ที่ท่านอลงกรณ์พูดถึงเมื่อสักครู่จะเชื่อมไปสู่พนมเปญ แล้วจากพนมเปญไปสู่ โฮจิมินห์ซิตี้ ใช้เวลาวิ่งจากตราดไปถึงโฮจิมินห์ซิตี้ในวันนี้ท่านประธานครับเพียงแค่วันเดียว รถไฟในสมัยรัฐบาลชวน ๒ ได้จัดงบไปให้ประมาณ ๑๙ ล้านบาท ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ศึกษาทําแผนแม่บท ศึกษาความเปึนไปได้ที่จะสร้างทางรถไฟจากมาบตาพุดให้ไปถึงหาดเล็ก ไปถึงชายแดนจุดผ่านแดนถาวรที่คลองใหญ่ที่หาดเล็ก นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานที่เราเตรียมไว้ เขื่อนพลังน้ํา สมัยรัฐบาลชวน ๑ ผมยังจําได้ว่าดอกเตอร์ประเทศ สูตะบุตร อดีตอธิบดี กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ท่านรัฐมนตรี นายแพทย์ปรีชา มุสิกุล ตอนนั้นท่านเปึน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมร่วมกับผมในฐานะ ที่เปึนนักการเมืองที่ตราด ตอนนั้นผมยังสอบไม่ได้เลยครับยังไม่ได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยังเปึนผู้สมัครที่สอบตกอยู่ เราร่วมกับท่านผู้ว่าอมร อนันตชัย ผู้ว่าราชการตอนนั้น ชื่อผู้ว่าอมร อนันตชัย ผลักดันโครงการนี้ชื่อโครงการเขื่อนสตรึงนัม ตัวนี้เปึนอีกตัวหนึ่ง ที่เราเตรียมโครงสร้างพื้นฐานตรงนี้ไว้พร้อม เพื่อการท่องเที่ยวและเพื่ออุตสาหกรรม ที่จะเกิดขึ้นในเกาะกงวันข้างหน้า เตรียมการแม้กระทั่งพื้นที่ที่จะจัดทํานิคมอุตสาหกรรม ที่เกาะกง สนามบินบางกอก แอร์เวย์ ซื้อที่พร้อมที่จะสร้างสนามบินที่เกาะกงในวันข้างหน้า ไม่นานนี้ละครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ผมชี้ให้ท่านเห็นว่าโครงสร้างพื้นที่ตรงนั้นพร้อมมาก ๆ และที่เปึนสิ่งที่ ยั่วยวนนักลงทุนมาก ๆ คือแก๊สและน้ํามันที่อยู่น่านน้ําของจังหวัดเกาะกงตรงนั้นละครับ ที่ผมนําเรียนท่านประธานมาทั้งหมดผมอยากจะย้ําตรงนี้ว่าผมเปึนรัฐมนตรีเงาของ พรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลกระทรวงวัฒนธรรม ตอนที่มีข่าวเราโต้แย้งเรื่องเขาพระวิหาร ที่กรุงไครสต์เชิร์ชเมื่อป้ที่แล้วนะครับ การประชุมเมื่อครั้งที่ ๓๒ ที่นิวซีแลนด์ ผมได้ติดตาม เรื่องนี้ แล้วก็คิดว่าแนวคิดที่ดีถ้าคิดอย่างยั่งยืนแล้ว ถ้าเราคิดว่าจะพัฒนาความร่วมมือ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างยั่งยืนโดยใช้มิติทางวัฒนธรรม ผมว่าจะทําให้ ความสัมพันธ์ของเรากับกัมพูชากลับมาได้ดีเหมือนกัน และเปัาหมายที่กระทรวงการ ต่างประเทศ อาจารย์อดุล วิเชียรเจริญ ดอกเตอร์มนัสพาสน์ ชูโต ที่ผมพูดถึงเปัาหมายคือ การขึ้นทะเบียนร่วม ที่ผมมองตรงนี้เพราะอะไรครับ ป้ ๒๕๐๕ เกิดวิกฤติแตกแยกระหว่าง คนไทยกับชาวเขมร ต้นเหตุมาจากเขาพระวิหาร ผมก็คิดว่าถ้าหากเราปรับวิกฤติ ให้เปึนโอกาส เอากรณีของเขาพระวิหารจะขึ้นมรดกโลก ทางเราขอขึ้นร่วมกันบริหาร จัดการร่วมกัน มันจะทําให้ชาวไทยและชาวกัมพูชา คน ๒ ประเทศมารวมใจกันอีกครั้งหนึ่ง ความแตกแยกที่ระหองระแหงกันมาตลอด ๔๖ ป้จะหายไป ถ้ามองมุมกลับประธาน คิดกลับไปนะครับ ผมก็บอกว่ามันดีเหมือนกันที่การตัดสินของศาลโลกครั้งนั้นไม่ได้เอา เรื่องของเขตแดนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ว่าให้บ้านน้องได้เขาพระวิหาร บ้านพี่ได้บริเวณ โดยรอบ นั่นหมายถึงว่าพี่กับน้อง ไทยกับกัมพูชาต้องอยู่คู่กัน ต้องอยู่ด้วยกันตราบนานเท่านาน เพราะฉะนั้นการขึ้นทะเบียนร่วมกันและบริหารร่วมกันความสัมพันธ์ที่เคยแตกแยก หรือหมางเมินกันจะกลับมาดีเหมือนกัน ท่านเห็นไหมความระหองระแหงเมื่อไม่กี่ป้ ๒-๓ ป้ ที่ผ่านมาที่สถานทูตเราถูกเผาที่กรุงพนมเปญนิดเดียวก็สะกิดแล้วครับ แล้ววันนี้ก็เช่นเดียวกัน เหตุการณ์ที่รัฐบาล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านนพดลตัดสินใจทําในกรณีเขาพระวิหาร จะสร้างความแตกแยกให้กับคนไทยกับคนเขมรอีกครั้งหนึ่ง ผมมองว่าถ้าหากว่าคิดมา ทบทวนแล้วทําอย่างไรที่ท่านชายสุขุมพันธุ์ได้นําเสนอแล้ว ๓-๔ แนวทาง ทําอย่างไร ให้เรามาเสนอร่วมกันจะสามารถรวมใจคนทั้ง ๒ ประเทศกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง และที่มีปัญหาไม่ว่าปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนและสามารถแก้ด้วยความสมานฉันท์ ท่านประธานครับ ถึงเวลานั้นถ้ามีความผูกพันแน่นแฟันเปึนบ้านพี่เมืองน้องกัน ธุรกิจน้ํามัน ธุรกิจแก๊ส เขาก็ให้เราทํา เขาต้องให้นักธุรกิจไทยก่อนครับ เพราะเราเปึนบ้านพี่เมืองน้องกัน โดยเอามิติทางวัฒนธรรมนํา ไม่ใช่เอาผลประโยชน์ทางธุรกิจมาเปึนการสร้างความสัมพันธ์ เหมือนเหตุการณ์ที่เราพูดกันมาก่อนหน้านี้ของเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่เราสงสัยว่า เงื่อนไขหรือเงื่อนงําของการผลักดันการขอขึ้นทะเบียนของกัมพูชาที่เราร่วมมือกับเขา มาจนถึงวันนี้เพื่อให้เขาเข้าร่วมประชุมทันในวันที่ ๒ กรกฎาคม ที่แคนาดา มันมีเงื่อนงํา ของผลประโยชน์ทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านประธานครับ ผมย้ําตรงนี้ครับว่ายังไม่สายเกินไป แต่เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เพื่อนสมาชิกลําดับเหตุการณ์มาจนถึงผม แล้วจะมีเพื่อนสมาชิก อีกท่านหนึ่งพูดต่อจากผม ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวน แต่หลายท่านบอกว่าวันนี้ท่านคงไม่ทําอะไรนะครับ อยากจะเรียกร้องไปถึงพี่น้องประชาชน ถ้าเปึนหนทางสุดท้ายเราก็ต้องลุกขึ้นมาคัดค้านกันนะครับ ใครมีสิทธิ มีช่องทางตรงไหน จะทําอย่างไรก็ตาม เพื่อให้การขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่รัฐบาลเรารับรองแล้วเมื่อวันที่ ๑๗-๑๘ มิถุนายนที่ผ่านมาไม่สามารถผ่านการประชุมของการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ประเทศแคนาดาได้ในช่วงวันที่ ๒ กรกฎาคมนี้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ผมพูดมานี้ครับ ผม ไม่สามารถไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช และท่านนพดล ปัทมะ ในฐานะที่ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ เพราะประเด็นที่เราพูดมาเปึนประเด็นความมั่นคง ที่มีความสําคัญมาก ๆ ประเทศเราจะแตกแยกอีกครั้งหนึ่ง ๔๖ ป้ที่ผ่านมาผมบอก ท่านประธานเลยนะครับ ผมในฐานะที่เปึนพี่น้องประชาชนที่อยู่ตรงชายแดน ผมไม่ต่างจาก ท่านประธานหรอกครับ จังหวัดท่านก็อยู่ติดชายแดน ท่านประธานครับ คนที่บ้านผม เกาะกูด เกาะหมาก หรือในตัวจังหวัดเยอะมากครับ เปึนคนไทยกัมพูชาที่อพยพเข้ามา หลายท่าน หลายตระกูลเปึนตระกูลที่ปู์ย่าตายายเขาเปึนขุนนางในรัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ แล้วเขาอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทย คนพวกนั้นก็คือคนกัมพูชาเชื้อสายไทย เราอยากเห็น ความสัมพันธ์ตรงนี้ ความเปึนบ้านพี่เมืองน้อง เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ ท่านเห็นไหมครับ วัฒนธรรมเราไม่ได้ต่างกันเลย ปราสาทหินเมืองพิมาย พนมรุ้ง หรือกรณีที่เขาพระวิหาร ก็เช่นเดียวกัน วัฒนธรรมเราเปึนวัฒนธรรมเดียวกัน ไม่ได้แตกต่างกัน เราเปึนบ้านพี่เมืองน้องกัน แต่การบริหารบ้านเมืองของท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านนพดล ปัทมะ ที่ผ่านมาในกรณี ของเรื่องนี้จะสร้างความแตกแยกให้เราอีกครั้งหนึ่ง และที่ซ้ําร้ายมาก ๆ เราจะเสียดินแดน เสียอธิปไตยอีกครั้งหนึ่งถ้าหากเราไม่หาแนวทางที่ดี ผมจึงย้ําตรงนี้นะครับว่า จึงไม่สามารถ ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีนพดล ปัทมะ ได้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านธีระ สลักเพชร จังหวัดตราด ได้รับฟังแล้วก็ปลื้มใจให้ตราดกับเกาะกงเปึนอันหนึ่งอันเดียวกัน ดีมากครับ ขอบคุณครับ เชิญต่อไปครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นผมขออนุญาตใช้ขาตั้งเพื่อแสดงเอกสารที่จะนําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตใช้เฉพาะขาตั้ง อย่างเดียว ผมจะอนุญาตเฉพาะขาตั้ง อย่างอื่นไม่เอาใช่ไหมครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

แผ่นภาพด้วยนะครับ เกรงใจไม่กล้าเรียกว่า ขาหยั่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ ด้วยเหตุผลที่ว่าท่านบริหารราชการไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ เล็งแต่ผลประโยชน์ของนายใหญ่ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศ ทําให้เกิด ความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่ออธิปไตยของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้ได้ลําดับเหตุการณ์ทั้งหมด ที่มาที่ไปว่า ปัญหาของปราสาทพระวิหารมันอยู่ตรงไหน เพราะหลาย ๆ ท่านเกิดไม่ทันครับ ไม่ได้รับทราบความเจ็บปวดของพี่น้องชาวไทยในอดีตที่รู้สึกสะเทือนใจเปึนอย่างมาก เมื่อกรรมสิทธิ์ในปราสาทพระวิหารตกไปอยู่ในมือของประเทศกัมพูชา ผมเองก็เกิดไม่ทันครับยอมรับจริง ๆ เหมือนกับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่เกิดไม่ทันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้เรื่องครับ ผมก็ได้ศึกษาประวัติศาสตร์ จากหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับเก่า ๆ สอบถามจากผู้คนในอดีตซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ แล้วต้อง ยอมรับว่ามันเปึนเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจเปึนอย่างยิ่ง คนไทยทั้งประเทศโศกเศร้าครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕ ต้องถือว่าเปึนวันที่ต้องจารึกไว้ ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย จารึกไว้ในความทรงจําของคนไทยทั้งประเทศครับ เปึนวันที่คนไทยทั้งประเทศต้องหลั่งน้ําตาแทบจะท่วมผืนแผ่นดินไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์นับตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ คงจะไม่เกิดขึ้นอีก คงไม่มีวันที่เราจะ สูญเสียอธิปไตยของเราอีกต่อไป จะไม่มีวันที่คนไทยจะต้องหลั่งน้ําตาอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันเปึนหน้าที่ของพวกเราชาวไทยครับ ต้องปกปัองรักษาดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เหมือนที่บรรพบุรุษของเราได้เคยเสียเลือด เสียเนื้อเพื่อรักษาดินแดนนี้ให้กับลูกหลานเรา ตราบชั่วฟัาดินสลาย ท่านประธานที่เคารพครับ หลาย ๆ ท่านไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยม ที่ปราสาทพระวิหาร ไม่รู้ด้วยซ้ําว่าปราสาทพระวิหารมีความเปึนมาเปึนไปอย่างไร ไม่ทราบด้วยซ้ําว่าหน้าตาและความยาวของปราสาทพระวิหารนั้นเปึนอย่างไร กระผม ขออนุญาตนําเสนอ

ภาพแรกเปึนภาพปราสาทพระวิหาร เปึนศิลปะขอมแบบบาปวนครับ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๑๔๓๖ เปึนลักษณะของเทวาลัยถวายพระอิศวร

รูปต่อไป อันนี้คือองค์ประกอบหลักของปราสาทพระวิหาร จะมีทั้งหมด ๕ โกปุระ นะครับ ต้องขออนุญาตใช้คําว่า โกปุระ โกปุระก็แปลว่าซุ้มประตู ท่านประธาน คงทราบดีเปึนภาษาเขมร โกปุระ ๑ ถึงโกปุระ ๕ มีความยาว ๘๙๕.๕ เมตร เกือบ ๑ กิโลเมตร ยาวมากครับ ความกว้างยาวสุด ๑๕๐ เมตร ก็คือตรงโกปุระที่ ๓ ท่านประธานครับ นี่คือองค์ประกอบหลักของปราสาทพระวิหาร

รูปต่อไปครับ ส่วนองค์ประกอบรองของปราสาทพระวิหารก็จะประกอบไปด้วย บรรดาที่เราเรียกว่า บาราย หรือว่าบ่อน้ําศักดิ์สิทธิ์ นี่เฉพาะแผ่นที่ ๓ จะเห็นว่าบ่อน้ํา ก็ล้ําเข้าไปประเทศไทยแล้วนะครับ อันนี้ผมยังไม่อภิปรายถึง นี่คือองค์ประกอบรองของ ปราสาทพระวิหาร ซึ่งจะประกอบไปด้วยโครงสร้างต่าง ๆ อย่างนี้นะครับ

ปราสาทพระวิหารนี้อยู่ที่อําเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็ได้ จดทะเบียนเปึนโบราณสถานเมื่อป้ ๒๔๖๘ ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมาประเทศไทย ก็ได้ไปลงนามในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส เมื่อป้ ๒๔๔๗ สาระหลักของสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศสก็คือ ไทยต้องร่นแนวเขตไปทิศเหนือจนถึงแนวตะวันออกของเทือกเขาพนมดงรัก และพนมผาด่าน พูดง่าย ๆ ครับ สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสกําหนดให้เขตสันปันน้ําเปึนจุด เขตแดน ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตอธิบายคําว่า สันปันน้ํา เพื่อให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านได้เข้าใจ สันปันน้ําในที่นี้ก็คือจุดสูงสุดของเทือกเขา ซึ่งเวลาฝนตกลงมา จะทําให้น้ําฝนไหลไป ๒ ทิศทางครับ ทิศทางที่ไหลไปทางใต้จะไหลไปทางผืนแผ่นดินของกัมพูชา ส่วนทิศเหนือคือประเทศไทย ท่านประธานสังเกตในรูปภาพนี้ครับ เขตสีแดง ๆ นี่คือสันปันน้ํา ต่อมาครับ ประเทศไทย ยังไม่มีบุคลากร ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการทําแผนที่ก็เลยได้ไปขอร้องประเทศฝรั่งเศส ให้ช่วยทําแผนที่ให้กับประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการปักปันเขตแดนของฝรั่งเศสก็ได้จัดทํา แผนที่ที่เราเรียกว่า แผนที่เบอร์นาร์ด ออกมา ๑๑ ระวาง และระวางที่เปึนปัญหาก็คือ ระวางดงรัก ระวางดงรักเปึนปัญหาก็เพราะว่ามันกําหนดให้ปราสาทพระวิหารอยู่ในเขต กัมพูชา ท่านประธานดูรูปนี้สิครับ นี้คือระวางดงรักซึ่งเปึนแผนที่ที่แนบในคําฟัองของกัมพูชา ต่อศาลโลก ท่านประธานจะเห็นว่าเดิมเราใช้แนวเขตตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสก็คือ เปึนลูกศรสีแดงเปึนแนวเขตเดิมที่ใช้สันปันน้ํา แต่พอคณะกรรมการปักปันเขตแดน ของฝรั่งเศสไปปักปันเขตแดนก็ไปปักปันเขตแดนที่มันร่นลงไปทางทิศเหนือตามลูกศรสีเหลือง ไม่ได้ตรงกับสันปันน้ํา และที่แย่ไปกว่านั้นครับสัญลักษณ์ของปราสาทพระวิหารถูกกําหนด อยู่ในเขตแดนกัมพูชา เขียนเปึนภาษาอังกฤษว่า เปรี๊ยะฮ์วิเฮียร์ (Preah Vihear) แปลว่า ปราสาทพระวิหาร ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อมาก็มีสนธิสัญญาโตเกียวซึ่งลงนาม ในป้ ๒๔๘๔ สนธิสัญญาโตเกียวเปึนสนธิสัญญาที่ดีครับ เพราะคืนบรรดาเมืองต่าง ๆ ให้กับประเทศไทยรวมไปถึงปราสาทพระวิหาร แต่อย่างไรก็ตามสนธิสัญญาโตเกียวถูกยกเลิก ไปโดยความตกลงระงับกรณีระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ฉบับที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๒ แต่ถึงกระนั้นก็ตามครับ แม้ว่าความตกลงระงับกรณีระหว่างไทย-ฝรั่งเศสจะคืนปราสาทพระวิหาร ให้ตกไปอยู่ในอาณัติของกัมพูชา แต่ประเทศไทยก็มิได้ถอนกําลังออกจากการดูแล ปราสาทพระวิหาร แม้ว่าประเทศฝรั่งเศสจะประท้วงหลายหนครับ แต่ประเทศไทยก็ไม่มี คําตอบกลับนิ่งเฉย ท่านประธานที่เคารพครับ กัมพูชาประกาศเอกราชเมื่อป้ ๒๔๙๖ และ เมื่อกัมพูชาประกาศเอกราชเสร็จก็ได้ส่งกองกําลังมาตรวจบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ก็หลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับกองทัพไทย แต่เหตุการณ์ที่ถือว่าเปึนโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ เปึนเหตุการณ์ที่สะเทือนใจพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ เริ่มต้นเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ เมื่อกษัตริย์สีหนุได้นําเรื่องนี้ฟัองร้องต่อศาลโลก โดยกัมพูชาฟัองต่อศาลโลกดังนี้ครับ บอกว่าปราสาทพระวิหารและบริเวณต้องอยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา ในขณะที่ประเทศไทย ก็โต้แย้งว่าในขณะนั้นศาลโลกเก่าถูกยุบไปและถ่ายโอนอํานาจมาสู่ศาลใหม่ ศาลใหม่ ไม่น่าจะมีอํานาจในการพิจารณาคดีนี้ แต่เปึนเรื่องที่น่าเสียดายครับ ศาลใหม่ยืนยันว่า มีอํานาจในการพิจารณาคดีนี้ครับ เมื่อมีอํานาจในการพิจารณากัมพูชาก็ได้งัดเอา หลักฐานเหตุที่ปราสาทพระวิหารต้องอยู่ในเขตกัมพูชา เพราะแผนที่ปักปันของฝรั่งเศส กําหนดว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตกัมพูชา แต่อย่างไรก็ดีประเทศไทยกได้โต้แย้งบอกว่าจริง ๆ แล้วต้องยึดตามสนธิสัญญา สยาม-ฝรั่งเศส นั่นก็คือว่ายึดตามสันปันน้ํา ถ้ายึดตามสันปันน้ําก็หมายความว่า ปราสาทพระวิหารต้องอยู่ในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลโลกได้พิจารณา หลักฐานทั้ง ๒ ฝ์าย สุดท้ายก็พิพากษาให้ไทยแพ้คดี โดยศาลอ้างเหตุผล ๓ ประการครับ

ประการที่ ๑ ไทยเปึนคนร้องให้ทางฝรั่งเศสจัดทําแผนที่ และเมื่อจัดทํา แผนที่มาแล้วไทยก็ต้องยอมรับในแผนที่นั้น แถมก็ยังขอแผนที่นั้นเพิ่มเติมเพื่อเอาไปใช้ ในงานราชการของประเทศไทย

ประการที่ ๒ ศาลโลกอ้างกฎหมายป่ดปากหรือภาษาอังกฤษเรียกว่า เอสทอพเพลครับ โดยศาลโลกอ้างเหตุการณ์ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก็คือมีข้าราชการระดับสูง ของประเทศไทยได้ไปเยี่ยมปราสาทพระวิหาร ได้เห็นธงชาติฝรั่งเศสปักเหนือปราสาท พระวิหาร มีข้าหลวงของฝรั่งเศสมาต้อนรับ แต่ข้าราชการไทยผู้นั้นไม่ได้ทักท้วง ไม่ได้คัดค้าน เท่ากับเปึนการยอมรับอํานาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหารของประเทศ กัมพูชา ประการที่ ๒ ครับ นอกจากไทยจะไม่คัดค้านในการทําแผนที่ของประเทศฝรั่งเศส แล้วทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผิด ใน พ.ศ. ๒๔๗๗ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๘ ประเทศไทยยังได้มีการสํารวจแผนที่ ใหม่ครับ และได้จัดพิมพ์แผนที่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ ที่น่าเสียใจคือในแผนที่ที่ไทยทําเองนั้น ปรากฏว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขตกัมพูชา เพราะฉะนั้นศาลก็เลยยึดหลักว่าในเมื่อ ประเทศไทยนิ่งเฉยไม่คัดค้านเท่ากับเปึนการยอมรับว่าแผนที่ปักปันของฝรั่งเศสนั้นถูกต้อง

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่ ๓ ที่ศาลโลกตัดสินให้ประเทศไทยแพ้ ก็คือว่า ศาลยึดหลักการตีความสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งศาล ได้หยิบยกเรื่องวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายขึ้นมาช่วยในการตีความ โดยวัตถุประสงค์ และความมุ่งหมายของสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศสคือ เพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงแน่นอน และเปึนที่ยุติของเขตแดนระหว่างกัน

ท่านประธานที่เคารพครับ ศาลโลกพิพากษาไทยว่าแพ้คดี โดยศาลโลกนั้น เห็นว่าเส้นเขตแดนบนแผนที่ฝรั่งเศสมีความสําคัญ มีคุณค่าทางกฎหมายเหนือถ้อยคําใน สนธิสัญญา และเส้นเขตแดนในแผนที่ฝรั่งเศสก็ระบุว่าปราสาทพระวิหารอยู่ในเขต กัมพูชา ศาลมีคําพิพากษาออกมา ๓ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ โดยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ว่าเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ใน อาณาเขตภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา

ข้อที่ ๒ โดยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ว่าประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้อง ถอนกําลังทหารหรือตํารวจผู้เฝัารักษาหรือผู้ดูแลซึ่งประเทศไทยส่งไปประจําอยู่ที่ ปราสาทพระวิหาร หรือในบริเวณใกล้เคียงบนอาณาเขตของกัมพูชา

และข้อสุดท้าย โดยคะแนน ๗ ต่อ ๕ ว่าประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องคืน ให้แก่กัมพูชา บรรดาวัตถุชนิด

(นายไตรรงค์ ติธรรม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายไตรรงค์ ติธรรม หนองคาย

ท่านประธานครับ ประท้วงครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายไตรรงค์ ติธรรม หนองคาย

ข้อ ๖๑ ครับท่าน กราบเรียนท่านประธาน ท่านอนุญาตนะครับ ผม ไตรรงค์ ติธรรม พลังประชาชนจากจังหวัดหนองคาย ผมฟังมา ตั้งแต่เช้านะครับ ตั้งแต่บ่ายสองโมง ๗ ชั่วโมงกว่าแล้วครับ พูดแต่เรื่องเขาพระวิหาร อย่างเดียว มันซ้ําซากวกไปวนมา ขอประทานโทษผู้อภิปรายหลายท่านนะครับ ผมก็ได้ อ่านหนังสือพิมพ์เจอเหมือนกัน หลายเรื่องที่พูดอยู่ตรงนี้ หลายคนเขาก็พูดให้ฟัง

ข้อที่ ๒ ขอประท้วงในข้อ ๖๒ เนื่องจากเรามีรัฐมนตรีอีกหลายท่านที่ฝ์ายค้าน ต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นผมเห็นว่า ๗-๘ ชั่วโมงพอสมควรแล้วในเรื่องของ เขาพระวิหาร เดี๋ยวจะกลายเปึนเขาพระวิหาร เพราะอยู่บนท้องถนนก็พูดแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมก็ดูทีวีทุกวัน ฉะนั้นจึงขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วย ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ประเด็นที่ประท้วง ๒ ประเด็น ประเด็นแรก พูดอภิปรายซ้ําซ้อนในเรื่อง เขาพระวิหาร ผมก็ฟังอยู่นะครับ ซึ่งก็เปึนเรื่องเขาพระวิหารแต่เนื้อหาก็ถือว่ายังไม่ซ้ําซ้อน ก็วินิจฉัยว่าไม่ซ้ําซ้อน ส่วนประเด็น ข้อ ๖๒ ให้ผมใช้อํานาจเห็นว่าอภิปรายพอสมควรแล้ว ให้หยุดการอภิปรายได้ ผมดูอยู่ครับ แล้วถ้าถึงตรงนั้นจริง ๆ เปึนเรื่องของผมที่จะใช้อํานาจเอง เพราะฉะนั้นยังไม่มีอะไรที่ผิดข้อบังคับ ท่านศิริโชคเชิญต่อครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ กระผมเปึนคนอภิปราย คนสุดท้ายของเรื่องคดีพระวิหาร ก็มีความจําเปึนที่จะต้องลําดับเหตุการณ์เพื่อให้เข้าใจว่า เปึนอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเลยครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ข้อที่ ๓ โดยคะแนนเสียง ๗ ต่อ ๕ ว่าประเทศไทย มีพันธกรณีที่จะต้องคืนให้แก่กัมพูชา บรรดาวัตถุชนิดที่ได้ระบุไว้ในคําแถลงสรุปข้อหาของ ฝ์ายกัมพูชาซึ่งเจ้าหน้าที่ไทยอาจจะได้โยกย้ายออกไปจากปราสาทหรือบริเวณพระวิหาร นับตั้งแต่วันที่ประเทศไทยได้เข้าครอบครองปราสาทพระวิหารเมื่อป้ ๒๔๙๗ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เหตุที่ผมจะต้องเอาคําพิพากษามาอ่านให้ท่านประธานได้รับทราบ เพราะว่า ศาลโลกระบุชัดเจนว่าไม่ได้มีอํานาจในการชี้เขตแดน ศาลโลกชี้เฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ท่านประธานที่เคารพครับ ดูภาพต่อไปครับ

ในภาพนี้เปึนคําพิพากษา ซึ่งในคําพิพากษาศาลโลกตัดสินเฉพาะตัว ปราสาท ซึ่งใช้คําว่า เทมเพิล ส่วน เทมเพิล แอเรีย เปึนเฉพาะคืนวัตถุโบราณ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อยืนยันต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศว่า ศาลโลกพิพากษาให้คืนกรรมสิทธิ์ปราสาทพระวิหารเฉพาะตัวปราสาท เท่านั้น ไม่รวมพื้นที่รองรับปราสาท ท่านประธานที่เคารพครับ พอศาลโลกมีคําตัดสินดังกล่าว ทางคณะรัฐมนตรีในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ป้ ๒๕๐๕ ก็มีมติให้กั้นแนวเขตเพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทย ได้ปฏิบัติงาน ท่านประธานสังเกตนะครับ เปึนเขตสีขาว ๆ ตรงนี้ เปึนสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่เขียนว่าแนวตามมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ อันนี้ผมขอย้ําว่าไม่ใช่เปึนเส้นเขตแดน แต่เปึนแนวรั้ว ที่รัฐบาลไทยในขณะนั้นกั้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงาน เนื้อที่ในบริเวณนี้ประมาณ ๑๕๐ ไร่ มิได้หมายความว่า ๑๕๐ ไร่นี้ยกให้เปึนกรรมสิทธิ์ของประเทศกัมพูชา เรายก เฉพาะปราสาท ไม่รวมพื้นที่รองรับปราสาท ตรงนี้ผมอยากให้ท่านประธานเข้าใจและให้ พี่น้องประชาชนคนไทยที่กําลังดูการอภิปรายอยู่ให้เข้าใจครับ เพราะนี่เปึนจุดที่สําคัญมาก อันนี้คือแผนที่เปึนรูปภาพที่ถ่ายมา ภาพต่อไปครับ เพื่อให้มีความชัดเจนกว่านั้นเปึนภาพ ดาวเทียม ท่านประธานจะเห็นชัดเจนว่าสีม่วงเปึนแนวเขตแดนตามฝ์ายกัมพูชายึดถือ นั่นก็คือตามแผนที่ปักปันของฝรั่งเศส ส่วนแนวเขตแดนของไทยที่ยึดถือก็คือสีเหลือง ท่านประธานจะเห็นว่าตรงที่เปึนพื้นที่สีน้ําเงินที่เปึนวง ๆ อันนี้คือแนวเขตปฏิบัติหน้าที่ ของฝ์ายไทย ไม่ใช่เปึนเขตแดนที่ไทยให้กับกัมพูชา เนื้อที่ตรงนี้ที่ผมบอกมัน ๑๕๐ ไร่ และ ๑๕๐ ไร่นี่มิได้ยกเปึนกรรมสิทธิ์ของกัมพูชาครับ เฉพาะปราสาทตรงนี้ที่ยกเปึนกรรมสิทธิ์ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาถึงตรงนี้ผมก็มีความจําเปึนที่จะต้องกราบเรียนท่านประธานว่า หลังจากที่ศาลมีคําตัดสินแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นก็คือ ท่านถนัด คอมันตร์ ก็ได้ทําหนังสือไปถึงสหประชาชาติเพื่อขอสงวนสิทธิแล้วก็ขอโต้แย้ง แล้วก็บอกว่าในอนาคตถ้ามีเหตุอันควรเราก็จะไปทวงสิทธิเอาปราสาทพระวิหารเราคืนมา แล้วก็เปึนการสงวนสิทธิของท่านถนัด คอมันตร์ แต่สิ่งที่สะเทือนใจผมยิ่งไปกว่านั้น เพิ่งเกิดเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้ครับ นายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ได้โกหกทั้งในสภาและ ทั้งนอกสภา ๒-๓ หนครับ กล่าวหาว่าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ซึ่งเปึนทนายความ ในคดีนี้ครับ ทําให้คดีของไทยต้องแพ้ เพราะเหตุผลที่ว่าทนายความไปรับว่าแผนที่ปักปัน ของฝรั่งเศสนั้นถูกต้อง ซึ่งข้อเท็จจริงตรงนี้ไม่ใช่เลยครับ และเปึนเรื่องที่สะเทือนใจ ของลูกหลานของคนที่อยู่ในคดีนั้นครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันสะเทือนใจอย่างไรครับ เมื่อวานนี้มีปัาแก่ ๆ คนหนึ่งครับ อายุ ๘๓ ป้หอบเอาสังขารมาที่พรรคประชาธิปัตย์ น้ําตาคลอเบ้าครับ เขาบอกกับผมว่าเขานี่เปึนภรรยาของข้าราชการคนหนึ่งที่ไปต่อสู้คดี อย่างสุดความสามารถครับ เขาบอกว่าเขาได้ยินสิ่งที่คุณสมัคร สุนทรเวช พูด เขาทําใจ ไม่ได้ครับ เขานอนไม่หลับอยู่หลายคืน สุดท้ายตัดสินใจว่าต้องมาที่พรรคประชาธิปัตย์ แล้วนําเอาหนังสือฉบับนี้มาให้ผมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ถือหนังสือของหัวหน้าทนายความหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

ท่านประธานครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ของผมนี่ถือหนังสือของ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประชา ประสพดี สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ต้องขออนุญาตท่านประธาน ประท้วงอีก ต้องขอโทษท่านผู้ทรงเกียรติด้วย เนื่องจากว่าท่านผู้อภิปรายไปหมิ่นประมาท แล้วก็ไปใส่ร้ายตามข้อ ๖๑ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครไปโกหกทั้งในสภาและนอกสภา อันนี้ต้องถอนคําพูดนะครับ ก็ต้องขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ที่จริงท่านครับ ฝ์ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล แล้วตอนนี้ หน้าที่ของฝ์ายค้านคือต้องกล่าวหา เปึนหน้าที่ของเขาต้องกล่าวหาอยู่แล้ว เพียงแต่ผมจะ ดูถ้ามีการกล่าวหาที่เลื่อนลอยจะเข้าข่ายใส่ร้าย ผมก็จะทักท้วงนะครับ

นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

กล่าวหายังไม่ถึงว่าโกหกใช่ไหม ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แต่ทีนี้ประเด็นคือฝ์ายค้านเปึนสิทธิของเขาที่จะกล่าวหา แล้วเดี๋ยวรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเขาจะชี้แจงเองครับ

นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

ก็ต้องบอกท่านประธานอีกนิดหนึ่ง แต่ประเด็นการอภิปรายนั้นก็ไปซ้ํากับผู้อื่น ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังอยู่ท่านครับ ขอบคุณครับ

นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อเลยครับ

นายประชา ประสพดี มหาสารคาม

ถือว่าไม่โกหกนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

รออีกนิดหนึ่งสิครับ เดี๋ยวจะเห็นเอกสาร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญต่อเลยครับท่านครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา 🔗

ท่านประธานครับ ที่ถืออยู่ในมือผมนี้ก็คือ คําพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศคดีปราสาทพระวิหาร ฉบับของสํานักทําเนียบ นายกรัฐมนตรีในป้ ๒๕๐๕ นี่คือตราของทําเนียบ แล้วก็มีลายเซ็นของคุณจาพิกรณ์ เศรษฐบุตร ผมได้อ่านหนังสือฉบับนี้เพื่อดูข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวหาหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นั้นเปึนความจริงหรือไม่ ปรากฏว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีสมัครพูดนี้โกหกครับ ท่านประธานดูเอกสารนี้ครับเอกสารเปึนเอกสารเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ ด่วนมาก ที่ สร ๐๖๐๑๒๑๙๘๔/๒๕๐๕ กระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ครับ เรื่อง นําส่งบันทึกความเห็นของศาสตราจารย์เจมส์ เนวิน ไฮซ์ ทนายความของฝ์ายไทย กราบเรียนนายกรัฐมนตรีครับ ในนั้นบอกว่าแนวทางการต่อสู้ของฝ์ายทนายไทยไม่ยอมรับ ในแผนที่ของฝรั่งเศสครับ ผมย้ําอีกครั้งครับว่าแนวทางการต่อสู้ของฝ์ายทนายไทย ไม่ยอมรับในแผนที่ของฝรั่งเศส อย่างนี้ถือว่าเปึนการโกหกไหมครับ ที่นายกรัฐมนตรีสมัคร บอกว่าเราแพ้เพราะคุณเสนีย์ ปราโมช ไปรับว่าแผนที่ของฝรั่งเศสถูกต้อง อันนี้ชัดนะครับ เปึนเอกสารแท้มาดูได้เมื่อไรก็ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออ่านนะครับ แนวทางการต่อสู้ของฝ์ายทนายไทยไม่ยอมรับในแผนที่ของฝรั่งเศสและยังพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวเส้นในแผนที่มิได้แสดงสันปันน้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ เห็นได้ชัดว่าทีมทนายความ ของประเทศไทยในขณะนั้นต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่ครับ ใช้ความสามารถในการพยายามยก หลักฐานต่าง ๆ นานา แต่ต้องยอมรับครับว่าในขณะนั้นฝรั่งเศสมีอิทธิพลเปึนผู้ที่ล่าอาณานิคมครับ เพราะฉะนั้นมันมีโอกาสที่เปึนไปได้สูงที่เราจะต้องพ่ายแพ้จากปัจจัยอื่น ๆ นอกจากนี้ เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยในขณะนั้นไม่ค่อยรอบคอบ ไม่ค่อยระมัดระวังครับ เราไปยอมรับในแผนที่ทั้ง ๆ ที่มันไม่ถูกต้องอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็เปึนบทเรียนของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาหลัก ๆ ของประเทศไทยกับกัมพูชา แล้วก็เปึนผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็คือเราถือแผนที่กัน คนละอันครับ กัมพูชาถือแผนที่ของฝรั่งเศสตามรูปภาพนี้ครับ ท่านประธานจะเห็นว่า เส้นรอยประนี่ครับ เหมือนไข่ปลาสีแดง ๆ นี่ เปึนวงกลมนะครับ รอบ ๆ อันนี้คือแนวเขต ที่กัมพูชาบอกว่าเปึนแผ่นดินของไทยครับ ขณะที่ไทยบอกว่าลงมาทางนี้เปึนของไทย นั่นก็คือเลยเขาพระวิหารมา นี่ก็คือความแตกต่างของแผนที่ของฝรั่งเศสและแผนที่ของ ประเทศไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นจริง ๆ ก็คือเมื่อประเทศ กัมพูชาพยายามที่จะเสนอปราสาทพระวิหารให้เปึนมรดกโลกแล้วก็ได้นําเสนอให้กับ คณะกรรมการมรดกโลกนะครับ ครั้งที่ ๓๑ ในวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ถามว่าประเทศไทยในขณะนั้นคัดค้านหรือเปล่าครับ ประเทศไทยนี่ก็ตั้ง คณะกรรมการกําหนดท่าทีขึ้นมาชุดหนึ่งครับ แล้วก็มีท่าทีที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการที่ ฝ์ายกัมพูชาจะมาจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกแต่เพียงฝ์ายเดียว ท่านประธานพอจะเข้าใจไหมครับว่าการจดทะเบียนเปึนมรดกโลกมันมีความสําคัญ เปึนอย่างมาก ผมอยากจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบนะครับ เหมือนกับเรามีคลับเฮาส์ (Clubhouse) หรือสโมสร กัมพูชามีสิทธิในสระน้ําประเทศไทยมีสิทธิในทางเดิน มีสิทธิ ในอุปกรณ์ห้องน้ํา ห้องอาหารต่าง ๆ แต่เรากําลังจะบอกว่าให้กัมพูชาจดทะเบียนเฉพาะ สระน้ํา แต่เวลามาใช้สระน้ํามันต้องใช้ผ่านพื้นที่ของไทยครับ เพราะฉะนั้นนักวิชาการต่าง ๆ จึงพยายามเสนอมาโดยตลอดว่าต้องจดทะเบียนร่วมกันแล้วก็เปึนแนวทางของรัฐบาล ชุดที่ผ่านมามาโดยตลอด ท่านนภดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่าจริง ๆ แล้วทางฝ์ายกัมพูชา สามารถที่จะไปจดทะเบียนฝ์ายเดียวได้ ถ้าวันนี้ไทยไม่ไปยินยอมกับกัมพูชา กัมพูชา ก็สามารถทําได้เอง ซึ่งประเด็นตรงนี้ไม่จริงครับ แล้วท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ชี้แจงไปเมื่อตอนบ่ายแล้วว่าการที่จะจดทะเบียนแต่เพียงฝ์ายเดียวได้นี่จะต้องได้เสียง ของคณะกรรมการมรดกโลกอย่างน้อยกี่เสียงครับท่านรัฐมนตรี ๑๔ เสียงถึงจะจดทะเบียนได้ ผมเชื่อว่ารัฐบาลมีความสามารถในการที่จะลอบบี้ (Lobby) ในการที่จะขอให้ประเทศที่เปึน กรรมการมรดกโลกมาอยู่ฝ์ายไทยได้อย่างน้อย ผมว่า ๘ ประเทศนี่มันไม่ยาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้บอกกับวุฒิสภา หรือได้ให้สัมภาษณ์โดยทั่วไป ผมคิดว่าเปึนการบอกความจริงแค่เพียงครึ่งเดียว ถามว่า กระทรวงการต่างประเทศนั้นเคยคัดค้านไหมครับ เคยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อตอนบ่ายท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ลุกขึ้นมาอภิปรายแล้วก็พูดถึง จดหมาย ๒ ฉบับครับ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานนําจดหมายนี้มาแสดงต่อสาธารณชน เพื่อให้เห็นครับ ท่านประธานครับ ที่ผมกําลังถืออยู่นี้ก็คือจดหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ ไปถึงประเทศกัมพูชา อันนี้เปึนคําแปลอย่างไม่เปึนทางการนะครับ พูดง่าย ๆ ครับ ไม่ต้อง อ่านทั้งหมด รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือคัดค้านไม่ให้กัมพูชา เสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร โดยอ้างพื้นที่ทับซ้อนบางส่วนอยู่ในแผ่นดินไทย ทําไปวันที่เท่าไรครับท่านประธาน ทําไปเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ไม่นานมานี้ เองครับ จุดยืนของไทยก็ยังคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก ท่านประธานครับ ในวันต่อมากัมพูชาก็ตอบจดหมายกลับมาทันทีครับ ท่านประธาน สังเกตครับว่านี่คือหัวจดหมายแสดงสัญลักษณ์ของกัมพูชา คิงดอม ออฟ แคมโบเดีย (Kingdom of Cambodia) จากกระทรวงการต่างประเทศ มินิสทรี ออฟ ฟอเรน แอฟแฟร์ส (Ministry of Foreign Affairs) ดังนั้นครับ ภาษาอังกฤษแปลเปึนไทยสรุปง่าย ๆ เผื่อท่านรัฐมนตรี จะลืม รัฐบาลกัมพูชายืนยันว่านายสมัครเห็นด้วยเกิดอะไรขึ้นครับ กระทรวงการต่างประเทศ ประท้วงบอกว่าไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลกัมพูชาอ้างว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เห็นด้วย แต่ที่แย่ไปกว่านั้นวรรคสุดท้าย รัฐบาลกัมพูชายืนยันไม่มีพื้นที่ทับซ้อนเพราะเปึน ของกัมพูชาทั้งหมด โอ้โฮ ท่านประธาน ถ้าเปึนนายกรัฐมนตรีสมัครจะพูดอย่างนี้ครับ ขนาดกัมพูชาทําจดหมายตอบกลับมาที่กระทรวงการต่างประเทศบอกว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อน เปึนของเขาทั้งหมด แต่เราทําอย่างไรครับ เรากลับไปยินยอมตามเขา ไปสนับสนุนให้กัมพูชา จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกแต่เพียงฝ์ายเดียว ท่านประธานครับ พอหลังจากเดือนเมษายนมาทางกัมพูชาก็ส่งแผนที่มาให้รัฐบาลไทย แล้วก็บอกว่า จะขึ้นทะเบียนเฉพาะปราสาทพระวิหารและพื้นที่รองรับปราสาทโดยรอบประมาณ ๓๐ เมตร ทางรัฐบาลไทยก็ให้กรมแผนที่ทหารเข้าไปตรวจในพื้นที่ช่วงระหว่างวันที่ ๙-๑๑ มิถุนายน ท่านประธานที่เคารพครับ ผลตรวจสอบ ผลสํารวจของกรมแผนที่ทหารตรวจสอบ พื้นที่เขาพระวิหารนี้อยู่ในมือผมแล้วครับ ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ กัมพูชาทําจดหมายตอบกลับประเทศไทยว่า กรรมสิทธิ์ตรงนั้นเปึน ของเขาไม่มีพื้นที่ทับซ้อน เขาส่งแผนที่มาให้เรา เราให้กรมแผนที่ทหารไปตรวจแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็มาแถลงว่าทหาร เห็นด้วย ผบ.ทบ. เห็นด้วย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเห็นด้วยจริงหรือเปล่าครับ ผมว่าไม่จริงนะครับ ในมือผมนี่เปึนเอกสารคําชี้แจงกรณีชุดสํารวจแผนที่ทหารตรวจสอบ พื้นที่เขาพระวิหาร ระหว่างวันที่ ๙-๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ นี่คือจดหมายนะครับ ผมขยายเพื่อเตือนความทรงจําให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นว่าทหารเขามีการทักท้วง เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศได้รับทราบว่า ทหารเขามีการทักท้วง แต่ทหารเขาทักท้วงไปที่ใครครับ เขาทักท้วงไปที่พลโท สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ชื่อนี้คุ้น ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีตอบผมได้ไหมครับว่าชื่อนี้คุ้นไหมครับ คุ้นครับเพราะเปึนเพื่อน เตรียมทหารรุ่นเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณใช่ไหมครับ ผมกําลังจะบอกว่า รัฐบาลนี้ต้องการที่จะให้เขมรนี่หรือกัมพูชานี่จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก เดิมกระทรวงการต่างประเทศคัดค้านครับ ท่านก็ย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญาไปอยู่ ตําแหน่งอื่นเพื่อที่จะไม่ขัดขวางท่าน หลังจากนั้นท่านก็ย้ายเอาเลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติคนใหม่เข้ามา ผมก็ไม่แน่ใจว่าเพื่อการนี้โดยเฉพาะหรือเปล่าครับ แต่ผมมีสิทธิ ที่จะสงสัยเพราะว่าทหารเขามีข้อห่วงใยครับ ผู้บัญชาการกองกําลังสุรนารีนี่ได้ชี้แจงต่อ พลโท สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีข้อห่วงใยของ กกล. สุรนารีดังนี้ครับ ผู้บัญชาการกองกําลังสุรนารีแสดงความห่วงใยว่ารัฐบาลกําลังกระทํา ในสิ่งที่มันเกินขอบเขตของคําตัดสินของศาลโลกครับ จากคําตัดสินของศาลโลก ที่กําหนดให้อธิปไตยเฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเปึนของกัมพูชาแต่แผนที่ฉบับใหม่ ที่ฝ์ายกัมพูชาเสนอได้กําหนดให้ปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบปราสาทประมาณ ๓๐ เมตรเปึนมรดกโลก ซึ่งเปึนการกําหนดเพิ่มเติมจากคําตัดสินของศาลโลกถึงแม้ว่า ยังไม่เกินขอบเขตที่มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ กําหนดเว้นบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของตัวปราสาท (ช่องบันไดหัก) ซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนจํานวน ๓๘.๒๑๕ ตารางวา หรือ ๑๕๒.๘๖ ตารางเมตรนั้นจะถือว่าเปึนการยอมรับและกําหนดเส้นเขตแดนที่เกินกว่า คําตัดสินของศาลโลกหรือไม่ อ้าว ทําไมเปึนอย่างนั้นล่ะครับ เวลามาบอกกับพี่น้อง ประชาชนชาวไทยบอกว่าทหารเขาเห็นด้วย แล้วนี่มันอะไรกันล่ะครับ ผู้บัญชาการ กองกําลังสุรนารีแสดงความห่วงใยกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ทราบว่า เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติได้บอกกับนายนพดล ปัทมะ หรือเปล่าครับ แล้วถ้าบอกแล้วทําไมท่านยังนิ่งเฉยครับ แล้วที่แย่ไปกว่านั้นครับในข้อที่ ๒ ผู้บัญชาการ กองกําลังสุรนารีแสดงความห่วงใยครับบอกว่าฝ์ายกัมพูชายังคงยึดถือเส้นเขตแดน ตามแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทยเคยทําไว้กับฝรั่งเศสและไม่เคยยอมรับ เส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝ์ายไทยมาโดยตลอด สําหรับฝ์ายไทยได้ยึดถือแผนที่ ตามมาตราส่วน ๑:๕๐๐๐๐ ตามมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ และไม่ยอมรับแผนที่ปักปัน เช่นเดียวกัน ซึ่งหากในครั้งนี้ฝ์ายไทยยอมรับตามแผนที่ที่ฝ์ายกัมพูชาเสนอ ฝ์ายกัมพูชา อาจจะถือว่าเปึนการยอมรับในส่วนของแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทย เคยทําไว้กับฝรั่งเศสหรือไม่ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการปักปันเขตแดนในอนาคต ท่านประธานที่เคารพเปึนอย่างไรครับ ไหนบอกว่าไม่มีใครเตือนล่ะครับ ไหนบอกว่า ไม่มีใครท้วงติงล่ะครับ นี่ทหารเขาท้วงติงมาแล้ว ๒ เรื่องเลยครับ เรื่องที่ ๑ ท่านกําหนด พื้นที่เกินคําตัดสินของศาลโลก เรื่องที่ ๒ อาจจะเปึนปัญหาต่อการปักปันชายแดน ซึ่งหมายถึงพื้นที่อีกประมาณ ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ผมเห็นเอกสารนี้แล้วผมตกใจครับ เพราะนายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออกมาให้สัมภาษณ์ อย่างไม่อายเลยครับบอกว่าผมนี่ปกปัองอธิปไตยของประเทศ ผมนี่ต้องได้ดอกกุหลาบ ไม่ใช่ก้อนหินครับ ผมก็สงสัยว่านายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปกปัองอธิปไตยอย่างไรในเมื่อทหารเขาท้วงติงมาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศก็ท้วงติง มาแล้ว ผมก็เลยต้องไปดูแผนที่ที่ทางฝ์ายกัมพูชาส่งมาให้กับรัฐบาลไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตท่านประธานดูภาพนี้ครับ นายกรัฐมนตรีสมัครจะดูในจอทีวีก็ได้นะครับ ท่านประธานครับ แผนที่ก่อนกระทรวงการต่างประเทศทักท้วงปรากฏว่ามันมีพื้นที่ที่ล้ํามา อยู่ในพื้นที่ที่นายนพดลบอกว่าเปึนพื้นที่ทับซ้อนเท่ากับ ๓๘.๒๑ ตารางวา ปกปัองอธิปไตย ไป ๓๘ ตารางวา ควรจะได้กุหลาบไม่ใช่หินครับ ๓๘ ตารางวานี่เท่ากับทาวน์เฮาส์ (Town house) ๑ หลัง ผมนี่คนไทยต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเปึนอย่างมาก แต่สิ่งที่ ท่านเสียไปดูแผนที่ทางขวามือครับ แผนที่หลังกระทรวงการต่างประเทศทักท้วงท่านก็ตัด ตรงนี้ไปนะครับ ตัดออกไป ๓๘ ตารางวา แต่ที่ท่านเสียไปก็คือบริเวณที่เราเรียกว่าพื้นที่ รองรับปราสาท พื้นที่รองรับปราสาทนี่ไม่ได้เปึนกรรมสิทธิ์ของประเทศกัมพูชาครับ ผมอธิบายแล้วครับว่าศาลโลกให้เฉพาะตัวปราสาทครับ พื้นที่ที่ท่านอ้างว่าเปึนของประเทศ กัมพูชานั้นไม่ใช่ครับ ๑๕๐ ไร่นี่ยังเปึนของเราอยู่ เพียงแต่ปราสาทเปึนของเขา วันนี้ท่าน ยอมให้เขาจดทะเบียนบริเวณพื้นที่รองรับปราสาทประมาณ ๓๐ เมตรรอบที่กองกําลังสุรนารี ทหารเขาท้วงติท่านมา ผมคํานวณพื้นที่ครับท่านประธาน ปรากฏว่าพื้นที่ที่เราให้เขาไปเท่าไร ท่านทราบไหมครับ ๓๔ ไร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปกปัองอธิปไตยได้พื้นที่ เท่ากับทาวน์เฮาส์คืนมา ๑ หลัง แต่เสียให้เขาไปอีก ๓๔ ไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนเรื่องที่น่าอดสูมาก ผมนี่แทบจะต้องคลุมหัวเดินครับ เพราะอะไรครับ เพราะผมนี่เปึน สิทธิเก่าประเทศอังกฤษเหมือนกับท่านนพดล ปัทมะ เคยเจอกันตั้งแต่สมัยที่ผมเรียนอยู่ ต่างประเทศครับ แล้วผมนี่ก็หลงผิดครับ ไปยกมือเลือกท่านให้เปึนนายกสมาคม ก.พ. ครับ วันนี้ถ้าทําได้นะครับอยากจะขอเสียงนั้นคืนมา ผมไม่แน่ใจครับว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในสมเด็จฮุน เซน ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุยนักคุยหนาครับว่าเปึนคนที่ฉลาด เปึนคนที่เรียนเก่ง ได้ทุนอานันทมหิดลไปศึกษา ที่ประเทศอังกฤษ ท่านต้องมาชดใช้บุญคุณให้กับแผ่นดิน แต่ผมไม่แน่ใจว่าวันนี้ท่านจะกล้า อ้างทุนอานันทมหิดลอีกต่อไปหรือไม่ครับ ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ท่านเปึนทุนพนมเปญหรือเปล่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดที่ผมพูดไปมันเปึนเรื่องที่ผมลําบากใจมาก ที่ลําบากใจเพราะว่า ท่านผู้บังคับบัญชาไม่ได้มีความจริงใจกับประเทศไทยเลย ท่านประธานลองดู

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านศิริโชคครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

อะไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอความกรุณาระมัดระวังคําพูดนิดหนึ่งนะครับ ผมเกรงว่าจะไปกระทบกับสัมพันธภาพ ระหว่างประเทศนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ ผมจะพยายามระมัดระวัง อย่างเปึนพิเศษ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเพียงเตือนเฉย ๆ นะครับ ช่วยระมัดระวังนิดหนึ่งครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานครับ นี่เปึนเอกสารของกองกําลัง สุรนารีตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมฝ์ายกัมพูชาครับ ผมขออนุญาตอ่านนะครับ เปึนเอกสาร ทางราชการของรัฐบาลไทยครับ ข้อสังเกตของพฤติกรรมฝ์ายกัมพูชา

ข้อ ๑ หลังจากฝ์ายกัมพูชาได้เสนอแผนที่ต่อฝ์ายไทย และฝ์ายไทยขอนํา แผนที่ไปตรวจสอบค่าพิกัดในพื้นที่จริง ในห้วง ๙-๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ ฝ์ายกัมพูชา ยินยอมให้ฝ์ายไทยดําเนินการ แต่เมื่อผู้ปฏิบัติของฝ์ายไทยเดินเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ปรากฏว่าได้รับแจ้งจากผู้รับผิดชอบบริเวณปราสาทพระวิหาร ของฝ์ายกัมพูชาว่ายังมิได้รับคําสั่งการใด ๆ จากหน่วยเหนือ จนในที่สุดฝ์ายไทย ต้องดําเนินการประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศของประเทศกัมพูชา เพื่อให้แจ้ง ไปยังผู้ปฏิบัติงานบริเวณปราสาทพระวิหารให้เจ้าหน้าที่ฝ์ายไทยเดินเข้าไปตรวจสอบ ในพื้นที่จริงซึ่งทําให้ล่าช้ากว่ากําหนด

นอกจากนั้นแล้วในข้อที่ ๒ เปึนข้อที่น่ากลัวมากครับ ฝ์ายกัมพูชายังมิได้มี การแก้ไขแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษีกาตามผนวก ค แต่อย่างใด ซึ่งเปึนการแสดงให้เห็น ถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กัมพูชาได้ ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อปกปัองปราสาทพระวิหารและอาณาบริเวณครับ และแผนที่ที่ใช้ ในการแนบท้ายในพระราชกฤษฎีกาอยู่ตรงนี้แล้วครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ขอประท้วงผู้อภิปรายในข้อ ๖๑

ประเด็นที่ ๑ การที่ท่านเอาเรื่องของทุนอานันทมหิดลมาพูดในสภาแล้วก็ ในทํานองเสียดสี ผมอยากให้ท่านถอนคําพูดในเรื่องที่ท่านพูดถึงทุนอานันทมหิดล ท่านได้ โปรดกรุณาอย่าเอาเรื่องนี้มาพูดตรงนี้เลย เรื่องอื่นมีเยอะแยะนะครับ

ประเด็นที่ ๒ เรื่องเอกสารที่ท่านนํามาเสนอในห้องประชุมไม่มีตราครุฑ แล้วท่านก็อ้างว่าเปึนเอกสารทางราชการ อย่างไรก็ตามเอกสารทุกชิ้นผมขอให้ท่านส่งให้ ท่านประธานด้วย เมื่อสักครู่ท่านอลงกรณ์ก็ใช้เอกสารเหมือนกัน แต่ผมดูแล้วท่านอลงกรณ์ ก็ส่งไม่ครบ ขอให้ท่านส่งให้ครบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออนุญาตวินิจฉัยนะครับ ประเด็นที่ ๒ ผมขอเอกสารทั้งหมดด้วยนะครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ส่วนประเด็นแรกคงยังไม่เข้าข่ายจะให้ถอน เพียงแต่อยากจะตักเตือนนะครับ ที่ผ่านมา ไม่มีใครประท้วงผมก็เลยไม่ได้ว่าอะไร เพราะช่วงหลัง ๆ จะไปซ้ํากับคนอื่น ซึ่งผมก็ปล่อย อยากให้ท่านช่วยบริหารเวลาเพราะเวลามีจํากัดนะครับ โดยเฉพาะท่านประธานได้กําชับว่า จะไม่มีการหยุดประชุมยาวไปถึงเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ ผมจะต้องขึ้นมาทําหน้าที่อีกรอบหนึ่งหลังจากที่ลงเที่ยวนี้ ๕ ทุ่มครึ่ง ตี ๓ ครึ่งผมก็ต้องมา นั่งอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ผมไม่มั่นใจว่าผมจะไหวหรือเปล่าครับ เพราะผมก็แก่แล้ว เพราะฉะนั้นช่วยบริหารเวลาสักนิดครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านบุญยอดประท้วงหรือครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตหารือ ท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ตามความเข้าใจที่เราได้ประชุมกัน เมื่อตั้งแต่ตอนบ่าย ท่านประธานวิปฝ์ายค้าน คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นั้นท่านก็ได้ ปรึกษาหารือกับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ท่านศิริโชคอภิปรายอยู่ ถ้าท่านไม่ได้ประท้วงขอความกรุณานั่งลงก่อนครับ ไปหารือกันเองฝ์ายค้านกับรัฐบาล วิป ๒ ฝ์ายครับ คุยกันเองได้ผลอย่างไรก็แจ้งบอก เชิญท่านศิริโชคครับ ท่านครับ ท่านไม่ได้ประท้วงครับ ผมไม่อนุญาต

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ผมประท้วงท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านบอกว่าเราจะต้องประชุมกันจนถึงวันพรุ่งนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมไม่ได้ทําผิดข้อบังคับอะไรครับ ท่านนั่งเถอะครับ ให้วิป ๒ ฝ์ายหารือกันได้ผลอย่างไร ก็แจ้งบอกนะครับ เชิญท่านศิริโชคครับ เชิญครับ

นายศิริโชค โสภา สงขลา

ท่านประธานที่เคารพครับ แผนที่ผมถืออยู่ใน ขณะนี้เปึนแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาของกัมพูชา ป้ ๒๕๔๙ ซึ่งระบุชัดครับว่า เขาพระวิหารเปึนของกัมพูชา ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะมีความจริงใจก็ควรที่จะให้ทางรัฐบาลกัมพูชาไปแก้ไขแผนที่นี้ด้วย เพราะต้องถือว่า มันยังมีการโต้แย้งกันในเรื่องกรรมสิทธิ์ของพื้นที่ที่มันนอกสันปันน้ําครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับว่า วันนี้ถ้าหากไทยยอมรับในแผนที่ของเขมร หากไทยยอมรับที่จะให้เขาจดทะเบียนปราสาท พระวิหารเปึนมรดกโลกแต่เพียงฝ์ายเดียว เรามีความสุ่มเสี่ยงมากครับ ที่เรากําลังจะทํา ผิดพลาดเปึนครั้งที่ ๒ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ท่านประธานครับ แม้ว่าท่านรัฐมนตรีจะ พยายามอ้างข้อบังคับของยูเนสโกที่บอกว่า จริง ๆ แล้วการจดทะเบียนเปึนมรดกโลกไม่ได้ กระทบต่อสิทธิในการที่จะอ้างในเรื่องของดินแดนก็ตาม แต่ท่านประธานครับ เมื่อเรา ย้อนอดีตไปหลายสิบป้ที่ผ่านมาเราเคยประสบกับปัญหาอย่างนี้มาก่อนแล้วครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับว่า ช่วงนั้นรัฐบาลไทยขอร้องให้ฝรั่งเศสจัดพิมพ์แผนที่ขึ้นมา แล้วฝรั่งเศสก็ส่งแผนที่ให้ไทย เขตแดนในฝรั่งเศสนั้นมันผิดครับ แต่ว่าไทยก็ไม่ได้โต้แย้ง อะไร เพราะไทยคิดว่ามันไม่มีผลผูกพัน แล้วเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ต่อมาทางฝ์าย กัมพูชาก็อ้างหลักฐานตรงนี้ครับเพื่อที่จะเปึนเหตุผลในการที่จะอ้างกับศาลโลกว่า เราต้องยึดตามแผนที่ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ยอมรับตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านต้อง มีความรอบคอบมากกว่านี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลาย ๆ ประเด็นในวันนี้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ท่านรัฐมนตรีเองพยายามที่จะตอบในสภาผู้แทนราษฎรก็ดี หรือ ตอบในวุฒิสภาก็ดีครับ ผมคิดว่ามันต้องให้มีความสม่ําเสมอ ผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมักจะออกมาพูดเสมอว่าเราเสียสิทธิไปแล้ว เพราะมันครบ ๑๐ ป้ ท่านย้ําอยู่อย่างนี้ครับ ออกทีวีช่องไหนก็ย้ําอยู่อย่างนี้ครับ ว่าเราเสียสิทธิไปแล้ว เราเสียสิทธิไปแล้ว เราเสียสิทธิไปแล้ว แต่ไฉนวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นออกมาพูดกลางสภาครับว่าเรายังสงวนสิทธิอยู่ ตกลงจะให้ผมเชื่อใครครับ จะให้ ผมเชื่อนายกรัฐมนตรีครับว่าเรายังสงวนสิทธิอยู่ หรือจะให้ผมเชื่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศว่าเราเสียสิทธิไปแล้วครับ ตรงนี้ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรี กับท่านรัฐมนตรีต้องไปตกลงกันก่อนว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ นอกจากนี้ครับผมกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ท่านไม่อยู่ครับ ผมได้ กราบเรียนประเด็นของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ไปแล้ว แล้วผมก็แปลกใจครับ เพราะท่านพูดมาตลอดว่าที่แพ้คดีเพราะทนายไทยยอมรับในแผนที่ แต่มาวันนี้ในสภาครับ ท่านกลับบอกอีกอย่างหนึ่งอีกแล้ว ท่านบอกว่าที่แพ้เปึนเพราะกฎหมายป่ดปาก ผมไม่แน่ใจเปึนเพราะว่าท่านแก่จนจําไม่ได้หรือเปึนเพราะว่าผมเด็กจนไม่เข้าใจคําพูด ของท่านครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผมมีความรู้สึกว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ไปตกลงเกินขอบเขตที่ท่านสามารถ ทําได้ แล้วท่านกําลังจะผูกพันประเทศไทยให้ต้องเสียดินแดนในอนาคต เพราะฉะนั้น จากการบริหารงานของท่านที่ไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ แล้วก็เล็งผลประโยชน์ส่วนตนมากกว่า ผลประโยชน์ของชาติ ผมจึงมิอาจไว้วางใจทั้งท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศอีกต่อไป ขอบคุณครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงหรือครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

คือผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ในฐานะสมาชิกพรรคพลังประชาชน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงประเด็นไหนท่านอดุลย์

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

คือผมอยากเรียนว่าผมได้นั่งฟังมา โดยตลอด และมีผู้อภิปรายหลายท่านได้กล่าวหาแล้วก็ยัดข้อหาว่าหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซึ่งสังกัดพรรคพลังประชาชนได้ทําให้เสีย อธิปไตยของชาติ การอภิปรายพูดไปในทํานองว่าประพฤติผิดต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ทําให้ประเทศชาติสูญเสียประโยชน์ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอดุลย์ครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยเลยนะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมขอ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมฟังท่านแล้วครับ ผมขออนุญาตวินิจฉัยเลยครับ ท่านนั่งก่อนครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิง กล่าวหาว่าทางฝ์ายค้านพาดพิงทําให้เกิดความเสียหาย แต่จริง ๆ ฝ์ายค้านเขาไม่ได้ พาดพิง เขากล่าวหาเลยครับ ตามสิทธิของเขา เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศท่านจะชี้แจงเอง ท่านนั่งเถอะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คงไม่ได้ครับ ท่านนั่งเถอะครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ขอ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนั่งเถอะครับ ท่านอดุลย์นั่งเถอะครับ ไม่เปึนไรครับ เขาพูดเขาก็รับผิดชอบอยู่แล้ว ขอบคุณครับ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าผมไม่ถูกพูดพาดพิงก็จะพูดตอนสุดท้ายตอนจะเลิกกัน แต่ว่าเวลาผู้อภิปรายพูดพาดพิงถึงผมนั้นจะพูดให้ผมเสียหาย ผมไม่เคยพูดที่ไหนเลยว่า หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จะไปถือกฎหมายต่าง ๆ ผมไม่ออกชื่ออย่างนั้นหรอกครับ ส่วนมากก็พูดกันธรรมดาว่าเราแพ้เพราะว่าไปรับแผนที่ แต่ก่อนก็พูดกันอย่างนี้ทั้งนั้นละครับ เดี๋ยวนี้ผมไม่ได้เคยพูดว่ากฎหมายป่ดปาก กฎหมายป่ดปากก็อภิปรายกันในนี้พูดกฎหมาย ป่ดปาก มีแปลภาษาฝรั่งด้วย ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ เอาเอกสารอะไรต่าง ๆ มาอ้างกันมากมายก่ายกอง โดยสรุปแล้วพูดกันมาตั้งแต่บ่าย จนกระทั่งป์านนี้ ต้องขอบคุณท่านผู้อภิปรายคนสุดท้ายนี่อภิปรายก็ซ้ํากับท่านหัวหน้าพูด แต่ว่าได้แสดงให้เห็นชัดเจนเลยนะครับ เล่าให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองได้ฟังหมดว่าเรื่องราว ทั้งหมดมันเปึนอะไรมาอย่างไรกัน สุดท้ายก็บอกชัดเจนเลยครับว่าถ้าไปร่วมกันยื่น ก็ไม่เสียอธิปไตยไม่เสียดินแดนอะไรเลย ก็เหตุที่มันเกิดขึ้นอันนี้ก็เพราะเขาจะขอยื่น เมื่อเขาจะขอยื่นเราก็บอกว่าเราจะขอยื่นร่วมด้วย เพราะเหตุว่าสิ่งที่เขายื่นไปนั้นมันมีพื้นที่ ทับซ้อนอยู่ ก็พูดจากัน แล้วเมื่อพูดจากันชัดเจนเขาว่าเขาจะขอยื่นเฉพาะตัวปราสาท เราก็บอกถ้าเผื่อเขายื่นเฉพาะตัวปราสาทเราก็คงไม่ขัดข้อง ก็เฉพาะตัวปราสาท เขาครอบครอง ตัวปราสาทอยู่ เขาบอกเขายื่นตัวปราสาท ก็ยื่นตัวปราสาทก็ไม่ขัดข้อง แล้วนั่นละครับเปึนเหตุที่เขาก็ต้องไปเจรจาความกันว่าแล้วยื่นตัวปราสาทมันอยู่ตรงไหน เขาถึงไปทําแผนที่รอบปราสาทกันมาแล้วก็มาดู เวลาอภิปรายพูดจากันนี่นะครับ อ้างอิงว่า ฝ์ายทหารไม่เห็นด้วย อ้างทหารไม่เห็นด้วยวันไหนล่ะครับ วันที่ ๙ มิถุนายน ต่าง ๆ แล้วทหารที่เขามาเห็นด้วยหลังจากนั้นว่าอย่างไร ระหว่างไปตรวจสอบเขาก็ทักท้วงมา เข้าไปก็ไม่ได้ต้องไปติดต่อทางโน้นทางนี้ ก็มันอยู่ระหว่างดําเนินการ แต่สุดท้ายเขาเห็นด้วย ทั้งหมด ผู้บัญชาการทหารบกเขาก็เห็นด้วย ตัวเจ้ากรมแผนที่ทหารก็เห็นด้วย อธิบดี กรมสนธิสัญญาก็เห็นด้วย ปลัดกระทรวงก็เห็นด้วย พวกนั้นไม่ได้เกี่ยวกับพรรคพลังประชาชนเลย รัฐมนตรีก็ดําเนินการกันอยู่ ปัญหาว่าเรื่องอย่างนี้มันฟังแล้ว แล้วเรื่องดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ มันไม่น่าเปึนไปได้เลยนะครับ ไม่ใช่พรรคพลังประชาชนเปึนคนจัดการด้วย คนพรรคอื่นเขาดําเนินการ เขามีกรรมการ ๑๑ ชุด มันหมดวาระเขาปรับปรุงใหม่ก็ส่งเข้ามา ๑๑ ชุด เขาบอกว่าเขาขอเปลี่ยนแปลง ๒ ชุด ก็เปลี่ยนแปลงไปให้ ก็ไปถามดูนะครับ พรุ่งนี้กรรมการคงแถลงกันเอง มันไม่เกี่ยวการเมืองเรื่องพรรค อธิบดีคนที่ถูกปลดออกไป ทีตอนแรกว่ากันอย่างไรครับ ว่าเรื่องซีทีเอ็กซ์ไป ๆ มา ๆ ถูกปลดเพราะเขาพระวิหารไปแล้ว หรือครับ แล้วลองไปถามอธิบดีคนที่ถูกปลดสิครับว่าเขาเห็นด้วยกับที่รัฐมนตรีเห็นไหม เขาเห็นด้วยครับ เขาเห็นด้วยเลยครับเลยที่ดําเนินการกันทั้งหมดนี่ ผมจะเรียนให้ทราบนะครับ ว่าเวลาที่ยกตัวอย่างทหารก็ไม่เห็นด้วย ก็เขากําลังไปตรวจสอบนั่นแหละครับทหารไม่เห็นด้วย ทหารไม่เห็นด้วยผมก็ประชุมกับทหารอยู่ครับ เวลาที่ไปตรวจสอบเขาก็สั่ง ที่มาอ่าน กฎหมายนี่วันที่ ๑๐ เมษายน ๑๐ เมษายนรัฐบาลไหนครับ รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช แล้วใครเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ชื่อ นพดล ปัทมะ แล้วจดหมาย ที่ออกไปรัฐมนตรีเขาไม่ได้สั่งให้ออกหรือครับ ที่เขาออกไปเขาต้องการให้ทักท้วงว่า เราไม่เห็นด้วยถ้าเขาจะยื่น ต้องมีพื้นที่ทับซ้อนไม่ได้ นั่นแหละครับเปึนเหตุที่เขาจะต้อง ตอบกลับมาว่าถ้าเขาจะยื่นคนเดียวเขาต้องเอาตัวปราสาทไปยื่นเฉย ๆ มันมีอะไรผิดล่ะครับ กระผมก็เปึนนายกรัฐมนตรีวันที่ ๑๐ เมษายน รัฐมนตรีก็ชื่อ นพดล ปัทมะ แล้วกระทรวง ก็ส่งไป ส่งไปเพื่อให้เขาตอบมาว่าเขาต้องการจะขึ้นของเขาเองเอาเฉพาะตัวปราสาท นี่ขึ้นได้ไม่ได้ยังไม่รู้เลยนะครับวันที่ ๒ แต่ว่าในประเทศไทยนั้นตีโพยตีพายเล่นกันเสีย จนกระทั่งสัมพันธไมตรีระหว่าง ๔๕ ป้เปึนอย่างไรครับ จุดชนวนนิดเดียวจุดติดเผาสถานทูต กันไป แต่ว่าเทียบตลอดเวลาดีด้วยกันไหมครับ เพราะถ้าโกรธกันแล้วทําไมบอก อดีตนายกรัฐมนตรีไปเที่ยวทํามาหากินอะไรกัน เวลาอภิปรายไปพูดไปผมไม่อยากขึ้นมา สอดแทรก แต่ก็ขอบคุณละครับ ที่พาดพิงถึงผม ก็ขออภิปรายอีกสักหนอธิบายให้ฟัง คือข้อสําคัญที่สุดคําว่า พื้นที่ทับซ้อน เราท้วงเลยครับ รัฐบาลไทยท้วง รัฐบาลนายสมัคร เปึนนายกรัฐมนตรีท้วงครับ รัฐมนตรีนพดล ปัทมะ ท้วงเพื่อให้เขาตอบกลับมาว่าเขาจะขึ้น โดยไม่ต้องมีพื้นที่ทับซ้อน นั่นละครับก็ได้คําตอบคําถามกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วพื้นที่ ทับซ้อนเราเปึนคนแถลงเองว่าตกลงทั้งหมดพื้นที่ทับซ้อนจะไม่มีวันดําเนินการ เพราะจะทํา ร่วมกัน ไปลงหนังสือพิมพ์ด่ากันที่ผมฟัองหนังสือพิมพ์นะครับ พื้นที่ทับซ้อนบริเวณ ๔ ตารางเมตรกว่าก็ยังไม่พิจารณา ที่ปักปันเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนก็ไม่พิจารณา รวมทั้ง พื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ในอ่าวที่กําลังพูดจากันก็ไม่พิจารณา ถ้าจะพิจารณาจะพิจารณาพร้อมกัน คือพิจารณาทับซ้อนเชิงเขาพระวิหารจะพูดจากัน เชิงเขาพระวิหารจะตกลงกันคือจะเอา ที่มันเข้ามาออกไปเท่านั้นครับ ที่เหลือตรงนั้น ๔ ตารางเมตรกว่าก็เปึนโน แมน’ส แลนด์ ตอนจบต้องเปึนอย่างนั้น ข้าง ๆ ที่พูดกัน ๒ ป้ คือขอบเขตใกล้ ๆ จะทําอย่างไร ตกลงพื้นที่ ทับซ้อนคือจะไม่ให้มีใครไปอยู่ตรงนั้น แล้วจะต้องเอา ๑๐๐ กว่าครอบครัวออกนั่นแหละครับ พื้นที่ทับซ้อนซึ่งยังไม่เจรจา แล้วก็พื้นที่ทับซ้อนคือมีปัญหาร่วมกันยังไม่เจรจา ชายแดน ตรงไหน ๆ ยังไม่ปักเปึนเขตแดนก็ถือเปึนที่ทับซ้อน และในทะเลที่ลากไปแล้วเกาะกูด เกาะกงลากไปแล้วจะมีมหึมาเท่าไร จะตัวเลขเท่าไรกี่สิบเท่าไรก็แล้วแต่ไม่เจรจา แล้วมัน จะขุดได้อย่างไร แล้วมันจะไปแลกเปลี่ยนได้อย่างไรครับ ทําไมแค่ไปขึ้นปราสาทพระวิหารมันแลกเปลี่ยนได้มหึมาขนาดนั้นเชียวหรือครับ ไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนเลยเขาก็ขึ้นครับ ไม่ต้องแลกเปลี่ยนอะไรกันเลยเขาก็ขึ้น แล้วทําไม กับค่าไปขึ้นแค่นั้นมันแลกเปลี่ยนกันมหึมาว่าไปพัฒนาเกาะกง จะไปทําอะไรขุดอะไรต่าง ๆ ผมอธิบายให้ฟังที่อนุเคราะห์ตรงนั้นไม่ใช่อนุเคราะห์แต่กัมพูชานะครับ สปป. ลาวก็อนุเคราะห์ พม่าก็อนุเคราะห์ ก็มันอยู่ในภูมิภาคที่เราอธิบายให้ฟัง เราก็อนุเคราะห์หมดไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ตกลงช่วยประเทศที่เขายังไม่พัฒนา แต่ว่าเราช่วยเขา เขาช่วยเรา เราช่วยลาว ลาวช่วยเราเยอะเลยครับ น้ําเทิน ๑ น้ําเทิน ๒ น้ําเทิน ๓ แบบไฮโดรสร้าง ในประเทศไม่ได้แต่สร้างในลาวได้ ผมกลับมาผมก็เล่าให้ฟัง เขามีแร่เหล็กเขาให้เราไปขุด แร่เหล็ก ทําอะลูมินัม (Aluminum) เขาให้เราขุด ออสเตรเลียก็ขุดทองแดง แต่ทั้งหมดแล้ว จะต้องเอามาถลุงในประเทศไทย นี่มันเพื่อนบ้านนี่ครับ ไปปลูกในกัมพูชาปลูกเท่าไรครับ ผมไม่ต้องการจะพูดถึง แต่ว่าเพื่อนบ้านมีไมตรีกันครับ ล้านล้านเฮกตาร์ เฮกตาร์ก็คือ ร้อยคูณร้อย คนนั้นปลูกข้าวโพด คนนี้ปลูกอ้อย คนนี้ปลูกพลัม ก็ไปทําในแผ่นดินของเขาครับ ไม่มีไมตรีกันทําได้หรือครับ แลกเปลี่ยนกันอย่างนี้มันได้ประโยชน์กับใครที่ไหนล่ะครับ ผลิตผลออกมาไม่ได้กับประเทศไทยหรือครับ เกาะกูด เกาะกงอะไรไปว่ากันนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีจะไปทํามันจะเรื่องอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ข้อสําคัญที่สุดเราอนุเคราะห์ เขาเพื่อประโยชน์ของเรา ช่วยลาวก็ลาวช่วยไทย ช่วยกัมพูชาก็กัมพูชาช่วยไทย นักท่องเที่ยวแลกเปลี่ยนกัน มันมีเท่านี้นี่ครับ แต่ผมอยากจะถามอย่างเดียวว่าจุดเดียว เท่านี้ที่เอามาแล้วก็มาถล่มกันตั้งครึ่งวันค่อนคืนกันแล้วจะเอากันให้เปึนให้ตายตรงนี้ ผมยืนยันว่ามันไม่เปึนไม่ตายครับ แล้วยังไม่มีใครเสียหายอะไร ก็พูดเองเออเองบอกเมื่อกี้นี้ว่า ถ้าทําร่วมกันก็ไม่มีอะไรเสียหายก็เขาขอไปทําเดี่ยว ๆ ทําไมถึงจะเสียหายขนาดนั้นล่ะครับ ๓๘ ตารางวานี่ก็ท้วง คนที่ท้วงนี่คือนพดลไปท้วง อย่างไรก็ยอมไม่ได้ ก็เอา ๓๘ ตารางวา คืนมา ก็พูดอยู่หยก ๆ นี่ครับ ไปคิดว่า ๓๔ ไร่อะไรตอนไหน แล้วก็บอกว่าออกไปข้าง ๆ ๓๐ เมตรแต่ยังไม่เกินที่ตกลงไว้ พ.ศ. ๒๕๐๕ พูดเองเออเองทั้งนั้น นั่งฟังอยู่ใครก็เข้าใจครับ แล้วมันเสียหายร้ายกาจ ขนาดไหนล่ะครับ ขอบเขตที่เอามานั้นออกมา ๒๐ เมตร ออกมา ๓๐ เมตร รอบปราสาท ๓๐ เมตร พื้นที่รอบปราสาท ก็ตกลงกันอย่างนั้นละครับตัวปราสาท แล้วก็พูดมาเอง อธิบายเองว่ายังไม่เกินที่ตกลงไว้ พ.ศ. ๒๕๐๕ ไม่เกินแล้วมันเสียหายตรงไหน พูดจา อย่างกับบ้านเมืองนี้มันจะตาย ไม่มีใครตายหรอกครับผมจะบอกให้ฟัง อภิปรายกัน แทบเปึนแทบตายให้คนทั้งบ้านเมืองเข้าใจผิด ปลุกระดมให้คนไทยรักชาติกันโดย ไม่ลืมหูลืมตา นี่แน่นอนครับ พูดกันไปพูดกันมายังจะตายอยู่แล้ว บ้านเมืองมันเสียเอกราช มันเสียตรงไหนครับผมอยากจะรู้ พูดคําว่าแผ่นดินของเขา แล้วทําไมไม่เอาธงเขาลงล่ะครับ ถ้าเรามีอธิปไตยบนนั้น ทําไมไม่ชักธงเขาลงล่ะครับ อยู่กันมาได้ ๔๕ ป้ พอจะอภิปราย ไล่รัฐบาลนี้หรือครับ เอาเรื่องนี้มาจะเปึนจะตาย ดูสิครับ อภิปรายนี่ก็นั่งรอกันอยู่นี่ ๗ คน ยังไม่ได้พูดสักคํา จะล่อเรื่องเขาพระวิหารเอากับนายกรัฐมนตรีตรงนี้ นี่เคราะห์ดีนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป่ดถนนด้วย เขาเชิญมาครับ เขาให้นายกรัฐมนตรีก็นายกรัฐมนตรีไปเป่ด แต่ผม บอกว่าผมถือ ผมมีธุระอื่นด้วย บอกคุณสมชายไปทีเถอะเป่ดถนนผมไม่ชอบ ผมถือก็แล้วกัน คุณสมชายบอกว่าผมไม่ถือ ผมไปให้ ผมก็สั่งบันทึกให้ไป ไม่เคยคิดเลยนะครับ กลายเปึน ถูกโยงใยไป กลายเปึนคนนี้เปึนทนาย คนนั้นเปึนทนาย โอ้โฮ มันไปกันใหญ่ ทําไม มันขนาดนี้ล่ะครับ เอาละครับเขาจะไปทํามาหากินอะไรอย่างนั้นให้เขาไปเถอะครับ แต่ถามว่ามันแลกกับเขาพระวิหารนี่หรือครับ เอาส่วนไหนของร่างกายตรองหน่อยสิครับว่า มันอย่างไรมันได้เกียรติยศขนาดไหนครับ ขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกได้ ประเทศไทย เต็มไปหมดครับ สุโขทัยก็มี พระนครศรีอยุธยาก็มี กําแพงเพชรก็มี ที่ไหนก็ติดปัายมรดกโลก ไปหลวงพระบางก็มรดกโลก แล้วมันโก้หรูหราขนาดไหนครับ ผมอยากจะรู้ จับเอา เรื่องขี้ปะติ๋วนี่จะทําลายไมตรีจิตระหว่างประเทศ แผลมันแห้งแล้วครับ เอามาอ่านกัน เมื่อเช้าปลุกระดมกันเมื่อเช้า ขอประทานโทษท่านที่พูดคนที่ ๒ พูด โอ้โฮ ปลุกระดมอีกแล้วให้คนไทย ให้ ๒ ชาติจะล่อ กันอีกแล้วครับ พรรคประชาธิปัตย์นี่ละครับปลุกระดมให้คนไทยเกลียดแค้นชิงชัง ชาวกัมพูชา ทําทําไมครับ ทําทําไมครับ ท่านเปึนฝ์ายค้านท่านไม่รับผิดชอบ แต่ผมเปึนหัวหน้า รัฐบาลผมรับผิดชอบ ได้อย่างไรครับ คิดบ้างสิครับว่าที่ทํานี่มันใหญ่โตขนาดไหน มันน่ากลัว ขนาดไหน ผมไม่กลัวหรอกครับ ผมไม่ได้ทําอะไรให้บ้านเมืองเสียหาย จะเอาอย่างไรกันก็ได้ โอ้โฮ ทํากันละเอียดถี่ถ้วนอย่างโน้นอย่างนี้ชักกันไปชักกันมา ก็นี่เห็นไหมละครับ ว่าทหารไม่เห็นด้วย ย้ําว่า ทหารไม่เห็นด้วย ก็วันที่ ๙ ไม่เห็นด้วย แล้ววันที่ ๒๐ เขาเห็นด้วย ว่าอย่างไรล่ะครับ ระดับท้องถิ่นไม่เห็นด้วยแต่เจ้านายเขาเห็นด้วย แล้วตกลงว่าอย่างไร เราไม่ได้ทําคนเดียวอย่างุบงิบ ผมจะบอกให้ฟัง พูดก็จะพูดกันเสียให้นั่นละครับ เขาจะไป ขึ้นทะเบียนวันที่ ๒ ก็ไปขึ้นทะเบียนวันที่ ๒ ก็ไปขึ้นสิครับ ได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้เลยครับ แล้วมัน เสียตรงไหนจะเอาถ้อยคํา จะตีถ้อยคํา จะเอากันให้ได้มาตรา ๑๙๐ นั่น ผมจะบอกให้ฟัง ใครจะคิด ผมไม่ได้คิดหรอกครับ มาตรา ๑๙๐ ผมไม่เคยคิดจะแก้เลย แต่ว่ามีคนเขาบอก ว่าในการบริหารบ้านเมืองนั้นถ้าหากว่าโดนอย่างมาตรา ๑๙๐ นี่จะทําอะไรต้องมาสภา จะทําอะไรต้องมาสภานี่ต่างห่างที่เขาคิดจะแก้ไข เขาบอกต้องมาสภากันเรื่อย ก็นี่เห็นไหม ละครับว่าไปออกคําแถลงการณ์ คําว่า จอยท์ คอมมูนิเค โอ้โฮ ก็เขาใช้กันอย่างนี้ ภาษาสากลมันใช้คําอย่างนี้ก็ไปแถลงการณ์มา ตีความกัน โอ๊ย เป่ดตํารากันเพื่อจะพิสูจน์ คําเดียวว่านี่ละไปเซ็นสัญญาแล้ว ผมถาม เอาละถ้ามันเปึนอย่างนี้ แล้วมันอย่างไรแค่ไหนครับ ในอนาคตอาจจะ ๆ พูด ๒ คําก็อาจจะ จะรออีกกี่สิบป้ครับ หรือจะรออีกกี่ร้อยป้ ๔๕ ป้ ไม่มีใครมา แหมเมื่อเช้าท่านผู้อภิปรายคนที่ ๒ โอ้โฮ ทําท่าจะพลิกฟุ๋นลองดูสิครับ ลองพลิกฟุ๋นดูจะเกิดอะไรขึ้น ลองสิครับ ไปเอาคืนมาสิครับ จะเกิดอะไรขึ้นระหว่าง ๒ ประเทศนี่ เขาตัดสินแล้วก็แสดงว่าเปึนสมาชิกสหประชาชาติยอมรับคําตัดสินศาลโลก ก็ลองไม่ยอมเสียตั้งแต่แรกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปสิครับ เอาเลย พรรค์อย่างนี้มันเรื่องนิดเดียว น้ําผึ้งหยดเดียว นี่ไม่มีอะไรแคะกันจนได้ จะแคะกันให้ได้ แคะกลางสภานี่ถ่ายทอดไปนะครับ เขาฟังอยู่ ที่กัมพูชาเขาก็ฟังครับ ผมไม่ได้เบี้ยออกข้าวอะไรด้วยหรอกครับ แต่ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ผมต้องมีไมตรีกับเพื่อนบ้าน ไปทํากันมาเสร็จ เสร็จแล้วฝ์ายค้านบอกจะไล่รัฐมนตรีออก ก็เอาเรื่องนี้มาถล่ม เรื่องร้อยแปดพันเก้าเอาสิครับ แต่นี่เอาเรื่องระหว่างประเทศ พูดจาให้ เขาเสียหายนะครับ เหมือนกับนายกรัฐมนตรีเขาก็ร่วมมือหากินกับอดีตนายกรัฐมนตรี ของเรา อ้างคนโน้นอ้างคนนี้ อ้างชื่อคนโน้นอ้างคนนี้มันโก้หรูหราขนาดไหนครับ เอาเอกสาร มาอ้าง เอาอะไรมาอ่านนี่บ้านเมืองเสียหายนะครับ ที่ทํากันนี่ผมไม่ได้กลัวเกรงอะไรเลยครับ อย่างไรก็ไม่ตาย ไม่มีใครติดตะรางด้วย แต่ปลุกระดมให้คนไทยชิงชังเพื่อนบ้านนี่ พรรคประชาธิปัตย์ถนัดหรืออย่างไรครับ โอ๊ย ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ผมไม่อยากพูดมาก หรอกครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสาทิตย์ครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเจตนาที่จะจงใจใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ ถึง ๒ ครั้ง ท่านพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์ปลุกระดมให้เกิดความเสียหาย นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ ท่านพูดว่า พรรคประชาธิปัตย์ปลุกระดมให้ทั้ง ๒ ชาติเกิดความบาดหมางกัน ผมเรียนท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์ครับ ขอสั้น ๆ คลุมประเด็นตรงที่ท่านพูดถึงเมื่อกี้เท่านั้นนะครับ ในส่วนที่ทํา ให้เกิดความเสียหายเท่านั้นนะครับ เชิญครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

แน่นอนครับ ผมเปึนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์และพวกเราที่อภิปรายวันนี้ด้วยก็ได้รับความเสียหาย ถ้าไม่ชี้แจงก็จะเกิด ความเข้าใจผิดกัน ผมเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายเรื่องนี้ เนื่องจากเรามีความสํานึกในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทย และทราบดีว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ สะเทือนใจคนไทยทั้งแผ่นดิน การอภิปรายไม่ไว้วางใจเปึนการนําเอาข้อเท็จจริงมา อภิปรายกันในสภาด้วยเหตุด้วยผล ถ้าหากท่านมีข้อเท็จจริงใด ๆ ที่จะหักล้างหรือเปึน ข้อเท็จจริงที่พวกเราได้พลาดไป หรือมีข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง ท่านก็ชี้แจงได้ครับ แต่วิธีการก็คือนอกจากท่านไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและไม่สามารถจะหักล้างข้อเท็จจริง ทั้งหลายที่พวกเราอภิปรายไปได้แล้ว ท่านก็ใช้วิธีกล่าวหา พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยปลุกระดมให้เกิดความเสียหาย นอกจากหยิบยกเอาความทุกข์ ของคนไทยทั้งแผ่นดินมาประกาศ ณ สภานี้ว่ารัฐบาลทําไม่ถูกต้อง นายกรัฐมนตรีกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกําลังให้คนไทยมีความรู้สึกว่าประเทศไทย กําลังเสียอธิปไตยเหนือดินแดน ในฐานะผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย จะยืนดูเฉยอยู่ได้อย่างไรครับ ถ้อยคําพวกเราอภิปรายไปทั้งหมดเราก็รับผิดชอบ สักคําหนึ่ง ก็ไม่เคยกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่คําพูดท่านต่างหากที่กําลังกระตุ้น แล้วก็บิดเบือนเรื่องนี้ให้เปึนเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ ถามใจคนไทยทั้งแผ่นดินว่า วันนี้เขาคิดอะไร ผมยืนยันกับท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ทําหน้าที่ในฐานะที่เปึน พรรคการเมืองของประเทศไทย และในฐานะเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทยปกปัอง รัก หวงแหนแผ่นดินเกิดของเรา ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ประท้วง ผมไม่อนุญาต ไม่ได้ประท้วงนะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขอใช้ สิทธิพาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าเปึนประเด็นเดียวกันถือว่าจบแล้ว ได้ชี้แจงแล้วครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

มิได้ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขออนุญาตท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้บอกว่าท่านผู้อภิปรายคนที่ ๒ ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านหมายถึงที่ ๒ ถัดจากคนที่ ๑ นับจาก ท่านหัวหน้าพรรคก็คือท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั่นก็หมายถึงผมครับ แล้วสิ่งที่ ท่านพูดบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ปลุกระดมประชาชนให้เกลียดชังเพื่อนบ้าน โดยท่าน อ้างอิงผู้อภิปรายคนที่ ๒ ถึง ๒-๓ ครั้ง ผมเข้าใจว่าท่านหมายถึงผม ผมจึงขออนุญาต ท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ เฉพาะประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับว่า ความจริงท่านนายกรัฐมนตรีมีโชคดียิ่งกว่าพวกผม ท่านเปึนบุคคลที่อยู่ใน เหตุการณ์ในสถานการณ์วันนั้น ท่านเองได้พูดว่าท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตอนที่เกิดเหตุการณ์ยังไม่เกิดเลย ท่านน่าจะสัมผัสถึงความรู้สึกของคนไทยในวันนั้น ได้ดีกว่าพวกเรา สิ่งที่พวกเรากระทําวันนี้ทําหน้าที่ เพราะท่านไม่ทราบหรือว่าขณะนี้ เสียงข้างนอกเขากําลังพูดถึงท่านและคณะรัฐมนตรีของท่านว่าอย่างไร เราเปึนผู้แทนราษฎรครับ

(นายสุทิน คลังแสง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุทิน

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ผม สุทิน คลังแสง พรรคพลังประชาชน มหาสารคาม ผมเข้าใจว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดถึงคนที่ ๒ จากท่านหัวหน้าพรรคไม่ใช่ ท่านนี้ เพราะฉะนั้นใช้สิทธิพาดพิงผิดคน ผมคิดว่าเปึนหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ น่าจะผิดคนครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรีได้ไหม ท่านหมายถึงผมหรือเปล่า ท่านหมายถึงผมใช่ไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อย่างนี้

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านนั่งอยู่ทําไมครับ ผมอายุน้อยกว่าท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ อย่าใช้อารมณ์ครับ ขออย่างนี้ท่านพีระพันธุ์ เฉพาะที่ท่านเอ่ยถึงว่าโดนพาดพิง กระชับ ๆ ตรงนั้น อย่าไปขยายความให้เกิดกระทบกันอีก ชี้แจงเฉพาะในสิ่งที่ท่านถูก พาดพิงแล้วเสียหายเท่านั้น เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีอารมณ์ ท่านประธานกับผมรู้จักกันมานาน ท่านคงรู้ว่าผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเถอะครับ เชิญต่อท่านเถอะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

แต่ผมคิดว่าคนที่มีอารมณ์ ไม่ใช่ผมแต่เปึนท่านนายกรัฐมนตรี

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อของท่านเถอะครับ เชิญครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ถ้าท่านหมายถึงผมซึ่งผมถาม แต่ท่านไม่กล้าลุกขึ้นมายืนยันว่าท่านหมายถึงผม ผมจะเรียนว่าที่ผมได้ลุกขึ้นมาพูดผมยังเด็กมากป้ ๒๕๐๕ ผมบอกได้ว่าผมเองก็ผิด

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมเปึนผู้ที่ผิดครับ เพราะผมบอกว่าคุณพ่อผมอยู่ในเหตุการณ์พยายามเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี พรรคพลังประชาชน เขต ๑ ผมประท้วงผู้อภิปราย วันนี้ ต้องพูดกับท่านประธานไม่ใช่ไปพูดกับคนอื่นว่านั่งอยู่เฉย ๆ ผมถือว่าไปพาดพิงบุคคลอื่น ท่านประธานต้องวินิจฉัยตรงนั้นก่อน เมื่อกี้นี้ผมออกไปข้างนอก ท่านประธานครับ ผมดู เอเอสทีวี (ASTV)

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุชาติพอเถอะครับ นั่งเถอะ เชิญท่านพีระพันธุ์ต่อเลยครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าผมไม่ได้มาปลุกระดมใคร ผมบอกความรู้สึกของผมครับท่านประธาน

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ ข้างหลังผมมองไม่ถนัด เชิญครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ อยากจะให้ ท่านประธานวินิจฉัยนะครับ ซึ่งผมนั่งฟังอยู่ตั้งแต่เช้า คนที่ ๒ คือหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร คงไม่ใช่ท่านที่ ๓ ท่านนี้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เปึนไรครับ เชิญท่านพีระพันธุ์ต่อเถอะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (กรุงเทพมหานคร) ผมกราบเรียนแล้วครับว่า ผมนําเรียนท่านประธานในขณะนั้นว่าผมรู้สึกผิด คุณพ่อผมอยู่ในเหตุการณ์ ผมเข้าใจว่า ท่านอายุมากกว่าท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ท่านต้องการให้พวกผมจดจําเหตุการณ์ วันนั้น แต่พวกผมเองต่างหากครับที่ไม่เคยรู้สึกเพราะเด็ก โตขึ้นมาคุณพ่อก็พยายาม พร่ําบอกแต่เราไม่ได้สนใจ เราลืมมันไปครับว่าภารกิจส่วนหนึ่งของพวกเราคืออะไร ผมยัง ขอบคุณครับว่ารัฐบาลได้ทําให้พวกเรานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เราไม่ได้มีเจตนาไปปลุกระดม ใครครับ แต่ว่าวันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่พวกเราไม่ควรลืม ผมรักเพื่อนบ้านครับ ไม่มีใคร ไม่รักเพื่อนบ้านครับ แต่ถ้าหากเพื่อนบ้านเขาทําอะไรผิดเราไม่มีสิทธิโต้แย้งหรือครับ หรือว่าเราต้องยอมตามเขาตลอดเวลา ผมทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีรักชาติ รักแผ่นดิน แต่วิธีที่แสดงออกวันนี้อาจจะไม่เหมือนกัน ไม่เปึนไรครับเพราะมันเปึนความคิด ความเชื่อ ของแต่ละบุคคล แต่ท่านไม่มีสิทธินะครับ ถึงท่านจะเปึนผู้อาวุโสกว่าผมเยอะ ท่านไม่มี สิทธิที่จะมาห้ามไม่ให้พวกกระผมแสดงความรักชาติ แต่วิธีการแสดงออกมันต่างกัน ท่านก็เลยเหมาว่าเปึนการปลุกระดม ผมไม่เคยโจมตีท่านเลยครับ ตรงกันข้ามในอดีต สมัยเด็ก ๆ บ้านผมสนับสนุนท่านด้วยแต่วันนี้ไม่แล้วครับแต่ผมก็ไม่เคยโจมตีอะไร ท่านเลย วันนี้ผมมาแสดงความรู้สึกผมบอกตั้งแต่ต้นว่าผมผิดครับ แล้วผมเชื่อมั่นครับว่า นอกจากตัวผมหลายคนแม้แต่ในที่นี้หรือข้างนอกรู้สึกเหมือนผม วันนี้ท่านประธานครับ

(ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้ประท้วงครับ ที่จริงท่านพีระพันธุ์ครับ สิ่งที่พาดพิงท่านได้ชี้แจงไปพอสมควร น่าจะพอได้แล้วครับ เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ผมต้อง ขออนุญาตประท้วงท่านประธานนะครับ ตามข้อบังคับการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราก็ทราบ อยู่แล้วว่าฝ์ายอภิปรายก็ได้ชี้แจงเหตุผลกล่าวหาฝ์ายรัฐบาลมาตลอดวัน คราวนี้จะเปึน การชี้แจงของฝ์ายรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจง ชี้แจงไม่ถูกใจ ไม่พอใจ ก็เปึนเรื่อง ที่ท่านจะสามารถใช้โอกาสหลังในการชี้แจงเพิ่มเติมได้ แต่รัฐมนตรีที่รอชี้แจงอยู่นี่ท่านยัง ไม่ได้ชี้แจงแม้แต่คําเดียว รอชี้แจงมาเปึนวัน ถ้าท่านประธานปล่อยให้มีการใช้สิทธิพาดพิง ในประเด็นเดียวกัน ซึ่งผมฟังดูแล้วนี่ผมเข้าใจเหมือนเพื่อนสมาชิกว่าท่านนายกรัฐมนตรี หมายถึงคนที่ ๒ ซึ่งเราฟังพอรู้เรื่อง ส่วนคนที่ ๓ เราฟังไม่รู้เรื่องจริง ๆ ว่าท่านพูดอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะหมายถึงคนที่ ๓ เพราะฉะนั้นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ขอความกรุณาว่าถ้าใช้สิทธิพาดพิงแบบนี้ก็เท่ากับว่ามาอภิปรายรอบ ๒ มันก็ไม่จบ หรอกครับ ขอให้รัฐมนตรีชี้แจงก่อน ถ้าท่านไม่พอใจหลังฟังคําอภิปรายของท่านรัฐมนตรี แล้วท่านก็ยังใช้เวลาได้อีกนะครับ ขออนุญาตท่านประธานดําเนินการโดยให้ท่านรัฐมนตรี ชี้แจงได้แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านกุเทพครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมใกล้จบแล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพีระพันธุ์ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ผมก็เห็นด้วยกับ เพื่อนสมาชิกครับ ผมมีประเด็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ เมื่อกี้ก่อนจะอนุญาตให้ประท้วง ผมได้เรียนกับท่านทีหนึ่งแล้วนะครับ สิ่งที่ โดนพาดพิงท่านได้ชี้แจงจบหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นสมควรแล้วครับ ท่านนั่งสิครับ คงไม่อนุญาตแล้วครับ ท่านครับ เปึนอํานาจของผมตามข้อ ๖๒ ท่านนั่งเถอะครับ

(หม่อนราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณชายครับ ประเด็นเดิมหรือเปล่าครับ

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมเปึนคนอภิปรายคนที่ ๒ หลังจากท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ดังนั้นเมื่อมีการพูดถึงผู้อภิปรายคนที่ ๒ ผมเชื่อว่าเกิดความเสียหายหรือความสับสนขึ้น ผมจําเปึนต้องใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณชายครับ ที่จริงประเด็นเดียวกันนี่ได้มีการชี้แจง ๒ ท่านแล้วนะครับ

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้คุณชายครับ ผมเห็นแก่คุณชายจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นผมให้เวลาไม่เกิน ๑ นาที ประเด็นเดียวกันนี่แหละครับ ถือเปึนการอนุโลมสุด ๆ แล้วนะครับ

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้เกิดความสับสนครับ ผมคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าใจสิ่งที่ผมพูด แต่สิ่งที่ผมเปึนกังวลที่สุดคือว่าเหมือนกับว่าผมปลุกระดมให้เกิดความรักชาติ อาจจะ มีผลกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา จริง ๆ แล้วผมได้พูด ตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งที่ผมกังวลมากที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาครับ และผมพยายามพูดอภิปรายในทางที่ไม่กระทบกระเทือนครับ แต่ผมดีใจที่ท่านนายกรัฐมนตรี ตอบเช่นนี้ครับ เพราะท่านไม่ได้ตอบอะไรเลย เปึนสิ่งที่ยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดในญัตติ ข้อ ๙ ถูกต้องครับ ท่านนายกรัฐมตรีเปึนผู้ที่ไร้วุฒิภาวะครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการระทรวงกลาโหม

ลองให้คําจํากัดความหน่อยสิครับว่าคนไร้วุฒิภาวะนั้นเปึนอย่างไร กรุณาหน่อยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณชายครับ ท่านนั่งก่อนครับ เมื่อกี้นี้ผมฟังไม่ถนัดว่าท่านใช้คําพูดคํานี้นะครับ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตเตือนนะครับ คําพูดที่กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีวุฒิภาวะ ต้องขออนุญาต เตือนเลยนะครับ คงพอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 🔗

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ กระผมได้นั่งฟังสมาชิกพรรคฝ์ายค้านอภิปราย ๖-๗ คน เปึนเวลาประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง แล้วก็อภิปรายตัวท่านนายกรัฐมนตรีและตัวกระผมเปึนหลักในวันนี้ ผมได้นั่ง จดประเด็นตั้งแต่เช้านะครับ แล้วก็ยินดีที่จะตอบข้อสงสัยและข้อซักถามที่เพื่อนสมาชิก ได้ซักถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยินดีครับที่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ยินดีที่ในวันนี้เราได้นําเรื่องปราสาทพระวิหารมาพูดคุยกัน ในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจะนําไปอภิปรายบนท้องถนน ก่อนที่กระผมจะกราบเรียนตอบ ข้อห่วงใยของท่านสมาชิก ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพราะผมมีความไม่สบายใจ ที่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้เปรียบทุนที่กระผมได้รับพระราชทานมาเปึนทุนสมเด็จ จริง ๆ ชื่อทุนคือทุนมูลนิธิอานันทมหิดลครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสูงและไม่ใช่เรื่องที่เรา จะมาพูดเล่น ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าข้อโต้แย้งของท่านขาดน้ําหนักจึงจําเปึน จะต้องมาเสียดสีผม และขณะเดียวกันถ้าท่านจะดูแคลนตัวเองนี่ ก็ควรดูแคลนตัวท่านเอง ไม่ควรมาดูแคลนตัวกระผมเองครับ สิ่งดังกล่าวเหล่านี้เปึนสิ่งซึ่งผมไม่สบายใจ เพราะมัน ไม่ได้เปึนการยกระดับการให้ข้อเท็จจริงและการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพครับ คําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายส่วนเปึนข้อเท็จจริง แต่หลายส่วน เปึนความเข้าใจผิด หลายส่วนเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และหลายส่วนพยายาม ปลุกเร้าอารมณ์เพื่อที่จะปลุกให้น้ําหนักของคําอภิปราย ผมอยากจะกราบเรียนครับ ตั้งแต่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่วันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ ตั้งแต่ได้รับ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมได้ตั้งใจทํางาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมได้ทํางานอย่างโปร่งใส และผมได้ทํางานอย่างขยันขันแข็ง ผมก็เห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ จากหน่วยงานอื่น ๆ ก็น่าจะลองไปซักถามดูสิว่าฝ้มือหรือการทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนอย่างไรบ้าง เพราะท่านก็มีแหล่งข่าวเยอะ แล้วก็มีเอกสารหลายชิ้นที่ดูเหมือน จะเอามาจากวงในของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ที่ผมทํางานด้วยความขยันขันแข็ง เพราะผมตระหนักในหน้าที่ของผมครับ เพราะผมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมครับ ไม่ใช่เปึนรัฐมนตรีพนมเปญอย่างที่หลายคนพูด ท่านประธานที่เคารพครับ การทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารนี้ในแง่ของแผนที่เราได้ปรึกษากับ กรมแผนที่ทหารอย่างต่อเนื่องครับ ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีการไปสั่งให้ทหารต้องไปแก้ไขแผนที่ สิ่งซึ่งท่านอภิปรายแล้วมีรายงานจากทหารในระดับปฏิบัติงานถึงพลโทอะไรสักอย่างหนึ่งนี่ เปึนเอกสารที่ไม่ใช่เอกสารท้ายที่สุดเอกสารที่ท่านได้มาเปึนเอกสารที่ไม่ถูกต้อง แล้วผม จะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าที่ถูกต้องเปึนอย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแง่ของการตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่ได้ทําคนเดียวหรอกครับ เพราะกระทรวงการต่างประเทศเต็มไปด้วยข้าราชการ ที่มีความรู้ความสามารถ เราได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ได้ดําเนินการมาถึงปัจจุบันนี้ไม่มีการหมกเม็ด มีการดําเนินการอย่างเป่ดเผย มีการหารืออย่างกว้างขวาง แล้วเปึนท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย ในเรื่องของข้อกระแหนะกระแหน หรือพยายามที่จะโยงว่าผมเปึนอดีตที่ปรึกษา ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพื่อให้เห็นว่าผมมีประโยชน์ทับซ้อน ผมอยากจะกราบเรียนครับ เมื่อครั้งที่มีการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมได้รับเลือกเปึนที่ปรึกษากฎหมาย ผมมีอาชีพเปึนทนายความครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลูกความมาหาผม มาปรึกษาผม ผมก็รับว่า ความรับปรึกษากฎหมายซึ่งก็เปึนวิชาชีพที่หลายคนได้ดําเนินการอยู่ เมื่อผมเปึนที่ปรึกษา กฎหมายในขณะนั้นผมก็ต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพผม ผมก็ทําหน้าที่ของผม แต่ครั้นเมื่อทันที ที่ผมได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมก็ได้ ยุติการทําหน้าที่นั้นไปโดยสิ้นเชิง ผมมีหน้าที่อย่างเดียวครับ คือปกปัองผลประโยชน์ของ ประเทศชาติจนสุดความสามารถที่ผมสามารถกระทําได้ เพราะผมสํานึกอยู่ตลอดครับว่า ผมมีวันนี้เพราะการศึกษา ผมมีวันนี้เพราะผมได้รับพระราชทานทุนอนันทมหิดล และผมมี วันนี้เพราะประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมจะทําทุกอย่างที่จะตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอย่ากังวลใจว่าผมจะมีประโยชน์ทับซ้อนเพราะผมไม่มี แล้วถ้ามีท่านคงมี หลักฐานมาเสนอต่อสภาแห่งนี้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขออนุญาต เนื่องจากท่านใช้เวลา ๗-๘ ชั่วโมง กลับไปเมื่อป้ ๒๕๐๕ ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ เปึนวันที่นํามาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทยทั้งปวง ผมอายุ ๑ ขวบ คงไม่ค่อยทราบเรื่องว่าประเทศไทยได้สูญเสียอะไรไปบ้าง วันนั้นศาลโลกได้ตัดสินให้ อาณาเขตที่ตัวปราสาทตั้งอยู่นั้นเปึนของกัมพูชาหรือมีความเห็นว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ ในเขตแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา เราไม่ต้องมาอภิปรายกันหรอกครับว่าเราแพ้ เพราะอะไร เพราะคดีเทมเพิล เคส (Temple case) หรือคดีนี้เปึนบรรทัดฐานของกฎหมาย ระหว่างประเทศในเรื่องขอเอสทอพเพลหรือกฎหมายป่ดปาก ผมเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีเมืองกับอาจารย์บราวลีย์ ที่ออกซ์ฟอร์ด เราเรียนมาเยอะครับ แต่ผมเข้าใจว่า วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเลคเชอร์ (Lecture) เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ผมจะแสดงให้ท่าน ได้เห็นครับว่าสิ่งที่เราทําถูกต้อง ชอบธรรม โปร่งใส ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน แล้วสามารถ รักษาอธิปไตยของชาติได้อย่างสมบูรณ์ ผมอยากจะกราบเรียนครับ เมื่อมีคําวินิจฉัย ของศาลโลกให้ไทยแพ้คดีนี้ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในขณะนั้นเอกสารชิ้นเดียวกับ ท่านสมาชิก ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม นํามาอ่านครับ ผมก็ ยังมีความรู้สึกที่ดีกับท่าน และทุกครั้งที่ผ่านสะพานควายก็จะเห็นนามสกุลของท่านอยู่ ถนนแถว ๆ นั้น ผมอยากขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารนิดหนึ่งนะครับ จอมพล สฤษฎดิ์ หลังจากที่เกิด เหตุการณ์ที่เราสูญเสียปราสาทพระวิหารได้พูดว่า สําหรับกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น แต่เราก็ตระหนักดีว่าคําพิพากษาของศาล เปึนอันเสร็จเด็ดขาดมิมีทางจะอุทธรณ์ได้ เมื่อเปึนดั่งนี้แม้ว่ารัฐบาลและประชาชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใดในฐานะที่ประเทศไทยเปึนสมาชิกของ สหประชาชาติก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ แล้วความต่อไปครับ พี่น้องชาวไทยที่รัก จอมพล สฤษฎดิ์ ได้พูดนะครับ ข้าพเจ้าเองก็เปึนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกนึกคิดเช่นเดียวกับพี่น้องทั้งหลาย และถ้าพูดถึงความรักชาติบ้านเมือง ข้าพเจ้าก็เชื่อเหลือเกินว่าข้าพเจ้าก็มีความรักชาติไม่น้อยกว่าพี่น้องคนไทยทั้งหลาย แต่ที่รัฐบาลจําต้องโอนอ่อนปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติก็โดยคํานึงถึง เกียรติภูมิของประเทศไทยที่เราได้สร้างสมไว้เปึนเวลานับเปึนร้อย ๆ ป้ ยิ่งกว่าปราสาท พระวิหารทั้งนี้มิใช่เกิดจากความกลัวหรือความขี้ขลาดแต่ประการใดเลย แต่พี่น้องไทย ทั้งหลายจะต้องมองการณ์ไกล เวลานี้เราอยู่ในสังคมของโลก สมัยนี้ไม่มีชาติใดที่จะอยู่ โดยโดดเดี่ยวได้ ประเทศไทยของเราได้รับความนิยมนับถือจากสังคมนานาชาติเพียงใด พี่น้องทั้งหลายคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ถ้าชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากซากปราสาทพระวิหารคราวนี้แล้วอีกกี่สิบกี่ร้อยป้เราจึงจะสามารถสร้างเกียรติภูมิ ที่สูญเสียไป อันนี้เปึนความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ที่เราต้อง สูญเสียปราสาทพระวิหาร ท่านประธานครับ ผมอายุ ๔๐ กว่าป้ ๔๗ ป้ในป้นี้ ในป้นั้นผมอายุ ๑ ขวบ ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดของคนไทยครับ สมาชิกพรรครัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็รู้สึก เจ็บปวด แล้วเราก็ไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของศาลโลก แต่เราจําเปึนจะต้องปฏิบัติตาม คําวินิจฉัยของศาลโลก เพราะอะไรครับ เพราะเราเปึนสมาชิกองค์การสหประชาชาติ แล้วเพราะเราจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงไม่ต้องกล่าวนะครับ ว่าท่านที่เปึนทนายความคนหนึ่งก็คือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช แล้วต่อมาในภายหลัง ท่านก็เปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วประจวบเหมาะครับในขณะนั้นท่านที่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็คือ พันเอก ถนัด คอมันตร์ ต่อมาภายหลัง ท่านก็เปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๒ ท่าน ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้จะไปเสียดสีหรืออะไร ทั้งสิ้น แต่มันเปึนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ถ้าหากถ้าท่านทั้งสองคิดว่าเราสามารถ เรียกร้องเอาตัวปราสาทคืนได้ เมื่อสมัยที่ท่าน หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เปึนนายกรัฐมนตรี ในป้ ๒๕๑๙ ท่านก็คงจะดําเนินการไปแล้ว แล้วในป้นั้นท่านก็เปึนนายกรัฐมนตรี แต่เอาเถอะครับผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปรื้อฟุ๋นเรื่องในอดีต แต่สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่า คําวินิจฉัยของศาลตัดสินว่าอย่างไร ผมขอเริ่มในประเด็นแรกครับ

ศาลโลกได้ตัดสินโดยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ว่าศาลมีความเห็นว่าปราสาท พระวิหารตั้งอยู่ในเขตแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา อันนี้ตรงกันนะครับ คงไม่มีใคร ปฏิเสธ ทีนี้เมื่อมีคําตัดสินแล้วทางการไทยก็มาพิจารณากันครับว่าจะดําเนินการอย่างไร อันนี้สําคัญครับ เพราะมีการหารือในกระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายในขณะนั้นว่าเราจะดําเนินการอย่างไร แต่ท้ายที่สุดเอาสรุปสั้น ๆ ครับ และ เอกสารทุกฉบับที่ผมนํามาผมจะเสนอต่อท่านประธานว่าเปึนเอกสารแท้จริงทุกฉบับ แล้วผมพร้อมรับผิดชอบทุกกรณี กล่าวโดยสรุปก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยสมัยนั้นคือ จอมพล ประภาส จารุเสถียร ได้มีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าเปึนวันที่ ๖ เปึน ภาษาไทย กรกฎาคม หนังสือที่ลับ ด่วนมาก ที่ ๑๑๔๖๗/๒๕๐๕ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหาร กราบเรียน นายกรัฐมนตรี อ้างถึงไม่ต้องพูดนะครับ สิ่งที่ส่งมาด้วย แผนที่กําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร บางคนฟังอาจจะบอกว่ากําหนดบริเวณ ผมอยากจะกราบเรียนครับ กล่าวโดยสรุปก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยต้องการขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาประเด็นว่า จะกําหนดขอบเขตปราสาทอย่างไร สรุปอย่างนี้ครับว่าที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จะกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่กัมพูชาจักได้มีอํานาจอธิปไตยโดยตาม คําพิพากษาของศาลโลกนั้นอาจทําได้ ๒ วิธี ผมอ่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ประชุมได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่กัมพูชาจักได้มีอํานาจ อธิปไตยตามคําพิพากษาของศาลโลกนั้นอาจทําได้ ๒ วิธี คณะรัฐมนตรีเลือกวิธีที่ ๒ ครับ วิธีที่ ๒ อ่านว่าอย่างไรผมต้องขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธานครับ กรณีที่จะคืน ตัวปราสาทจะทําอย่างไร กําหนดเปึนรูปพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าครอบปราสาทพระวิหาร มีแนวเขตจากป้ขวาของตัวปราสาทพระวิหารตั้งแต่ช่องบันไดหักลากเส้นตรงผ่านชิด บันไดนาคตรงไปจนถึงปราสาทพระวิหาร แล้วลากเส้นตรงขนานกับตัวปราสาทพระวิหาร ไปสุดที่หน้าผาชันด้านหลังปราสาทพระวิหารจะเปึนเนื้อที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ประมาณ ๑ ส่วน ๔ ตารางกิโลเมตร คณะรัฐมนตรีหลังจากที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ก็มีมติครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ภาพประกอบ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เห็นชอบการกําหนดเขตปราสาทพระวิหารตามแนวที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนไป เมื่อสักครู่นี้ เวลาฟังคําพูดอาจจะงงครับ แต่สิ่งซึ่งกระผมจะขอกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า แบ่งเปึนแบบนี้ครับ อันนี้อาจจะดูยากนิดหนึ่งเพราะเอาจากเอกสารต้นฉบับแล้วก็ไม่ได้มี การไปทํากราฟ่ก (Graphic) ขึ้นมา ก็ลากเส้นตรงนี้ครับ นี่ก็คือเส้นที่คณะรัฐมนตรี นี่นะครับเส้น แล้วก็เปึนแผนที่ในการปฏิบัติงาน ประเด็นครับท่านประธาน สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ อภิปรายหลายคนว่าสิ่งซึ่งจะต้องให้กัมพูชาเปึนเฉพาะซากปราสาทไม่รวมถึงที่ดินด้วย อันนี้ เปึนประเด็นสําคัญทางข้อกฎหมายครับว่ารวมด้วยหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ในการคืนตัวปราสาทหรือการกําหนดลากเส้นนั้นพื้นที่ทั้งหมดในส่วนนี้ในบริเวณนี้ทั้งหมด ในการดําเนินการของรัฐบาลไทย ๔๖ ป้ที่ผ่านมา เราลากเส้น ๆ เส้นนี้เปึนเส้นแนวเขตแดน เพราะฉะนั้นในความเข้าใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เข้าใจว่าในส่วนนี้เรายกให้กัมพูชาไปแล้ว อันนี้เปึนประเด็นที่สําคัญ ท่านประธานครับ เพราะมีการถกเถียงว่ากัมพูชาได้เฉพาะซากปราสาทไม่ได้ที่ดินใต้ปราสาทนั้น อันนี้ก็คือ ความเห็นที่แตกต่างระหว่างพรรคฝ์ายค้านกับความเห็นของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และของกระทรวงการต่างประเทศ และของหน่วยงานของรัฐนะครับ ทีนี้ประเด็นต่อไป ก็คงชัดเจนแล้วครับว่าคําพิพากษาของศาลโลกถึงที่สุด อันนี้คงไม่ต้องเถียงกันนะครับ มาถึงประเด็นที่จดหมาย ทันทีที่เรามีมติเช่นนั้นทางท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ซึ่งเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น อันนี้เอกสารคงตรงกันนะครับ เพราะเปึนเอกสารมหาชน ก็ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายอู ถั่น ซึ่งเปึนชาวพม่า เปึนเลขาธิการในขณะนั้นครับ ประเด็นอื่น ๆ ไม่มีอะไรหลังจากบอกว่า แสดงความคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ท่านได้พูดไปครับว่า รัฐบาลไทยสงวนสิทธิที่มีอยู่ใน ปัจจุบันหรือมีอยู่ในอนาคตที่จะเรียกตัวปราสาทคืน อันนี้ตรงกันครับ ประเด็นก็คือว่า รัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใด ๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคตเพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการ ทางกฎหมายที่มีอยู่หรือที่พึงจะนํามาใช้ได้ในภายหลัง อันนี้คงตรงกันนะครับ ประเด็นก็คืออย่างนี้ครับ คําพิพากษาของศาลโลกนี่นะครับจะถึงที่สุด แต่สามารถที่จะรื้อฟุ๋น ขึ้นมาได้ภายใน ๑๐ ป้ ซึ่งเวลาที่ผ่านไป ๔๖ ป้นี้พ้นเวลามาแล้ว แต่ผมเข้าใจครับว่า มีนักกฎหมายบางท่านได้แสดงความเห็นในทํานองที่ว่า สิทธิที่เราสงวนไว้เปึนสิทธิ ที่แท้จริงหรือขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่ว่า อินเฮอเรนท์ ไรท์ส (Inherent rights) เปึนสิทธิ ที่แท้จริง อันนี้เปึนข้อโต้แย้งทางนักวิชาการกฎหมาย ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า การที่ประเทศไทยไปลงนามหรือไปตกลงในคําแถลงการณ์ร่วมมิได้มีข้อความตอนใด ที่เปึนการสละสิทธิอันนี้ครับ อันนี้เราขอยืนยันครับ ไม่มีข้อความตอนใดที่สละสิทธิอันนี้ ถ้าหากมีนะครับ ถ้าสิทธินี้ยังมีอยู่ ประเด็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากเรื่องนี้ เปึนประเด็นข้อกฎหมายผมกล่าวโดยสรุปก็คือว่า การที่รัฐบาลไทยไปเซ็นเอกสาร คําแถลงการณ์ร่วมไม่มีถ้อยคําตอนใดที่เปึนการสละสิทธิที่ระบุไว้ในจดหมายของท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ที่ส่งถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นอกจากนั้นคําแถลงการณ์ ร่วมยังมีข้อความที่ระบุไว้ชัดแจ้งครับ ในข้อ ๕ ซึ่งบังเอิญสมาชิกพรรคฝ์ายค้านอภิปราย เฉียดฉิวแต่ไม่เคยที่จะแตะประเด็นนี้ ข้อ ๕ ในแถลงการณ์ร่วมเขียนว่า การขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของราชอาณาจักรกัมพูชาและ ราชอาณาจักรไทยในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม เจบีซี (JBC) ของทั้ง ๒ ประเทศ นี่คือสาระสําคัญส่วนหนึ่งที่เรายังสงวนหรือปกปัองสิทธิ ของประเทศไทยไว้อยู่นอกจากนั้นสมมุติว่ามีการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทได้ในต้นเดือน กรกฎาคม ถามว่าประเทศไทยนอกจาก ๑. ไม่มีการสละสิทธิแล้ว ๒. มีถ้อยคําข้อ ๕ ที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้คุ้มครองไว้อีกชั้นหนึ่ง ยังมีชั้นที่ ๓ อีกครับ ท่านประธานครับ อนุสัญญา มรดกโลก ข้อ ๑๑ วรรคสาม บอกว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของสถานที่ที่มีรัฐมากกว่า ๑ รัฐอ้างสิทธิเหนือดินแดนอธิปไตยหรือเขตอํานาจรัฐจะไม่กระทบกระเทือนสิทธิของรัฐ ที่เปึนผู้พิพาท อันนี้เปึนการปกปัองชั้นที่ ๓ ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียน สรุปครับว่า คําพิพากษา ๑. ถึงที่สุด ๒. รื้อฟุ๋นไม่ได้ เว้นแต่ทําภายใน ๑๐ ป้ ๓. หนังสือของ ท่านถนัดที่เขียนไปสงวนสิทธิ เราไม่ได้ไปสละสิทธินั้นถ้าหากมี สมมุติครับ ท่านประธานครับ ถ้าในอนาคตมีกฎหมายหรือมีสิ่งใดที่ให้ประเทศไทยมีสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร เราแม้ไม่สงวนสิทธิไว้ก็ตามเราก็มีสิทธินั้นอยู่แล้ว สิทธิที่จะสงวนท่านจะต้องมีในเวลา ที่ท่านสงวนเสียก่อนครับ เพราะฉะนั้นสิทธิที่จะเกิดในอนาคตท่านก็สามารถมีสิทธินั้นได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ประเทศไทยไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ซึ่งผมก็รู้สึกเศร้าใจที่เราจําเปึนจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกนะครับ คณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ได้คืนตัวปราสาทไปแล้ว หลังจากนั้นเราจึงมีแผนที่ที่ใช้ ทํางาน เขาเรียกว่าแผนที่แอล ๗๐๑๗ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ผมขออนุญาตครับ แผนที่นี้เราลากเส้นเขตแดนของเราตามสันปันน้ํามาตลอดนะครับ แต่หลังจากนั้นที่เราแพ้ คดีปราสาทพระวิหาร (Temple of Preah Vihear) นี่นะครับ เราก็จึงลากเส้นใหม่ขึ้นมา ตรงใช่ไหมครับ แล้วลากขึ้นมาครับ แล้วก็ตัดเข้าตรงนี้ตามแผนที่ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นแผนที่แอล ๗๐๑๗ เปึนแผนที่ที่หน่วยงานของรัฐ ทหาร ฝ์ายปกครอง ทุกหน่วยงานของรัฐใช้แผนที่นี้เปึนบรรทัดฐานในการปกปัองอธิปไตยของชาติครับ แผนที่นี้ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศทําแต่เปึนแผนที่ที่เปึนทางการที่จัดทําในมาตราส่วน ๑:๕๐๐๐๐ ผลิตโดยกรมแผนที่ทหารกองบัญชาการกองทัพไทยครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แต่อันนี้ผมนํามาเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งแผนที่นี้จะกําหนดแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหารสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ นี่คือแผนที่ที่ทหารรับรองไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศครับ เพราะฉะนั้นถ้าตอบว่าประเทศไทยเราได้ยกปราสาทพระวิหารไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกโดยยกปราสาท และพื้นที่ ถ้าจะดูง่าย ๆ ขออนุญาตที่เปึนกราฟ่กนี้คือพื้นที่สีม่วงให้กับทางกัมพูชาไป เส้นนี้คือเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างตามคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส เอาง่าย ๆ กัมพูชาถือเส้นเขตแดนนี้ ประเทศไทยถือเส้นเขตแดนตามสันปันน้ํามาโดยตลอดครับ จนกระทั่งเราแพ้คดีปราสาทพระวิหาร เราจึงลากเส้นแนวเขตแดนขึ้นมาแล้วก็ให้สีม่วง กับกัมพูชาไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีความสุขนักหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้มี ความสุขเลยที่จะต้องมาชี้แจงดูประหนึ่งว่าผมไปปกปัองกัมพูชา แต่ท่านครับในการเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือเปึนรัฐบาลเราจะต้องดําเนินการตามกฎหมาย ที่มีอยู่ เราจะต้องดําเนินการกับเพื่อนข้าราชการที่เขาทําหน้าที่อยู่ เราต้องปรึกษาหารือ กับเขา ผมมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ๔ เดือน ผมไม่ได้มีความเก่งกาจ สามารถอะไรมากหรอกครับ แต่ผมก็ต้องหารือกับกรมแผนที่ทหารในเรื่องแผนที่ ผมต้อง หารือกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศในส่วนเกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียน มันก็มีเพียงแค่นี้ละครับเอกสารทุกอย่างเปึนเอกสารที่แท้จริง ก็อยากจะกล่าวสรุป ในประเด็นว่าปราสาทเปึนของใคร ปราสาทพระวิหารนั้นศาลโลกได้ตัดสินให้เปึนของกัมพูชา แล้วเราก็ยกปราสาทให้ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเกิดขึ้นหลังผมเกิดป้หนึ่งครับเมื่อ ๔๕-๔๖ ป้ ที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๔๖ ป้ที่ผ่านมาถามว่าเราเคยที่จะหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาไหมประเทศไทยไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เมื่อท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่ได้เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ผมไม่ได้โทษท่านนะครับ แต่เรารู้ นักกฎหมายหลายคนรู้ว่าเราเสียใจที่เราแพ้คดี แต่เราต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ศาลโลกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ว่าไทยเสียดินแดนหรือไม่ ประเด็นแรกก็คือใครเปึนเจ้าของ ปราสาท ผมชี้แจงครบถ้วนแล้ว

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าทําไมเราถึงคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ของกัมพูชา ประเด็นมันมีอยู่อย่างนี้ครับ เมื่อป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๐ ทางกัมพูชาประสงค์ที่จะ ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารโดยเสนอแผนที่ ผมขออนุญาตแสดง ซึ่งเขาใช้ภาษาฝรั่งเศส เฌอมา เดอเรคเทอร์ ปูเลอ ซอนาช เดอ พระวิเฮียร์ ก็คือภาษาฝรั่งเศสเขาเขียนว่า เปึนแผนที่ตัวปราสาทพระวิหาร ปัญหาของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา เมื่อป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๐ คืออะไรครับ นอกจากจะขึ้นตัวปราสาทแล้วสีดํา ๆ นี่ครับ แผนที่ ของเขากรวยสีเขียว ๆ ยังรุกล้ําพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่นี้ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เห็นไหมครับ กัมพูชายื่นไม่มีเส้นสีแดงครับ ท่านประธาน แต่นี่ผมจําลองเส้นสีแดงโดยอาศัยความรู้ความสามารถของกรมแผนที่ทหาร มาจําลอง เส้นสีแดงซึ่งเปึนเส้นเขตแดนของเรา สังเกตมันล้ําเข้ามาเยอะใช่ไหมครับ กล่าวโดยสรุปก็คือท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกหลายท่าน ก็อภิปรายไปแล้วว่าคําขอของกัมพูชาครั้งแรกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนชัดเจนนะครับ ประเทศไทยทําอย่างไรครับ ประเทศไทยจึงคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องอย่างแข็งขัน จึงเกิดเหตุการณ์ที่ท่านเล่า หลายคนเล่าซ้ําแล้วซ้ํา อีกที่ไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าคณะกรรมการมรดกโลกจึงเลื่อนการพิจารณาไปที่ ควิเบกซึ่งจะเกิดขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ ชัดเจนครับว่าคุณขึ้นได้เฉพาะบ้านของคุณก็คือปราสาทอย่ามารุกล้ําสนามหญ้าบ้านผม ก็คือพื้นที่ทับซ้อน อันนี้ชัดเจน เอาว่าท่านห้ามขึ้นพวงใหญ่ ต้องขึ้นพวงเล็ก ถ้าพูดภาษา ชาวบ้านนะครับ พวงเล็กก็คือขึ้นเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งเราได้ยกให้เขาไปแล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี ห้ามขึ้นพื้นที่ทับซ้อน นี่คือท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องครับ เจรจากันอย่างมากจนท้ายที่สุด ก่อนที่ผมจะไปดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่าทีของกระทรวง ก็คือว่าเรายินดีสนับสนุน ท่าทีเกิดขึ้นก่อนผมนะครับ เกิดตั้งแต่สมัยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ว่าประเทศไทยยินดีสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่ต้อง มาพูดคุยเรื่องบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อน นี่คือท่าทีที่เกิดขึ้นก่อนไม่ใช่ท่าทีของ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือไม่ใช่ท่าทีที่ผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนคนกําหนดขึ้นแต่เปึนท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศมาก่อนแล้ว ทีนี้ทําอย่างไร ที่เราจะรักษาอธิปไตยของเราบนพื้นที่ทับซ้อนได้ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือให้เขาจํากัดการขึ้น ทะเบียนตัวปราสาทที่อยู่ในพื้นที่ของเขาเท่านั้น กล่าวโดยสรุปก็คือ คุณต้องขึ้นทะเบียน เฉพาะบ้านของคุณห้ามมายุ่งสนามหญ้าบ้านผม นี่คือท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ ทํางานเหนื่อยยาก ไปเจรจากันที่กรุงปารีส จนกระทั่งเขายอมครับที่จะขึ้นเฉพาะตัวปราสาท แล้วก็ไม่รุกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนบ้านเรา การเจรจาสําเร็จเขาก็ให้ไปทําแผนที่หรือจริง ๆ แล้วเปึนแผนผังมากกว่าจะเปึนแผนที่ แม้ว่าใครจะเรียกว่า แมพ ก็แล้วแต่ เขาได้ส่งแผนที่นี้ มาใหม่ครับท่านประธาน ตกลงกันที่ฝรั่งเศสบอกว่า กัมพูชา ๑. จะต้องไปจํากัดการขึ้นทะเบียน เฉพาะตัวปราสาท ๒. ไม่มีการนําพื้นที่ทับซ้อนที่เราอ้างสิทธิทับซ้อนมาขึ้นทะเบียนด้วย แล้ว ประเด็นที่ ๓ เขาต้องไปทําแผนที่ขึ้นมาใหม่ หรือแผนผังขึ้นมาใหม่เพื่อไปแทนแผนผังทั้งหมด ที่เขาเคยยื่นไว้ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน บางคนบอกว่ามีการยื่นแบบ เซ็นอย่างลุกลี้ลุกลนมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้วันนั้นเซ็นวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนกรอบเวลา ที่ทางกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนตัวปราสาทคือต้นเดือนกรกฎาคมที่ควิเบก เวลายิ่งผ่านพ้นไป แต่ละวันประเทศไทยยิ่งเสียเปรียบเพราะว่าแผนที่ที่เขายื่นไว้คือแผนที่ตัวนี้ครับ เฌอมา เดอเรคเทอร์ ปูเลอ ซอนาช เดอ พระวิเฮียร์ แผนที่ฉบับนี้ละครับที่เขายื่นค้างไว้ ถ้าเกิด ทางยูเนสโกหรือคณะกรรมการมรดกโลกไม่สนใจคําทักท้วงของไทย แล้วมีแนวโน้มด้วย ที่เขาจะเดินหน้าที่จะอนุมัติเพราะว่าเขาเลื่อนมาป้หนึ่งแล้ว เราจะต้องทํางานแข่งกับเวลา เพื่อที่จะจํากัดว่าการขึ้นทะเบียนนี้จะต้องจํากัดเฉพาะตัวปราสาท เราต้องบอกว่าคุณต้อง ไปทําแผนที่มาใหม่เพื่อไปแทนแผนที่ฉบับที่เรารับไม่ได้ชิ้นนี้ เขาก็ทํามาแผนที่นี้ครับ ท่านประธาน เปึนแผนผัง เปึนแผนผังครับ แผนผังตัวปราสาทแล้วก็มีบันได นี่คือแผนผัง ที่แนบกับคําแถลงการณ์ร่วม แผนผังตัวนี้ไม่มีสิ่งใดเลยที่เปึนเส้นเขตแดน ไม่ได้บอก เส้นเขตแดนเลยครับ เปึนแผนผังเฉพาะตัวปราสาทที่อยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา ทีนี้ประเด็น อยู่ตรงนี้ครับ แล้วผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งซึ่งกัมพูชายื่นมาใหม่นั้นแผนผังนี้ไม่ได้รุกล้ํา เข้ามาในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่มีความสามารถที่จะไปบอกว่า ตัวปราสาทที่มีพิกัด แล้วก็เจ้าหน้าที่ต้องเปึนคนดูก็คือเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหาร เราได้ ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารไปดูในพื้นที่ ท่านประธานทราบไหมครับ เจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารใช้เวลา ๓ วันในการไปตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือทันสมัยที่สุด อันนี้คือสีม่วงที่เปึนพื้นที่ทับซ้อน กัมพูชาตัดสินใจขึ้นเฉพาะหมายเลข ๑ ไม่ขึ้น หมายเลข ๒ ตอนแรกกัมพูชาขึ้น ผมจะให้ดูอันแรกนะครับ แผนที่นี้คือแผนที่ที่เรารับไม่ได้ กัมพูชาขึ้น ๑ บวก ๒ ก็คือปราสาทด้วย พื้นที่ของเขาบวกพื้นที่ทับซ้อนด้วย กัมพูชาเลยไป ทํามาใหม่ครับ ขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ไม่ขึ้นหมายเลข ๒ ด้วย เอาเฉพาะ ๑ ไม่เอา ๒ ตอน แรกขึ้น ๑ บวก ๒ อันนี้ชัดเจนตรงกันนะครับ ตอนแรกขึ้น ๑ บวก ๒ พวงเล็กด้วยพวงใหญ่ ตอนหลังขึ้นเฉพาะ ๑ ไม่เอา ๒ เปึนพวงเล็ก ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่เขาเสนอมานั้นมันไม่รุกล้ํา เส้นเขตแดนของเรา เจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารได้ใช้เวลา ๓ วันในการไปตรวจครับ ไม่มีส่วนใดล้ําเข้ามาในแผนที่เราแม้แต่ตารางเซ็นเดียวครับตามเส้นเขตแดน ตามแผนที่ แอล ๗๐๑๗ สิ่งซึ่งสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้อภิปรายมา ๓-๔ คน ว่ามีข้อห่วงใยของ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสนามถึงพลโทอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ผมขอเวลาสักนิดหนึ่งนะครับพอดีเอกสารเยอะ เจ้ากรมแผนที่ทหารได้มีหนังสือวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ รับรองว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวปราสาทที่ทางกัมพูชายื่นขอขึ้น ทะเบียนล้ําเข้ามาในประเทศไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมขออ่าน ตามหนังสือที่อ้างถึง ขอให้กรมแผนที่ทหารมีหนังสือยืนยันผลการตรวจสอบแผนที่ของฝ์ายกัมพูชาบริเวณ ปราสาทพระวิหารตามที่ได้รายงานผลการตรวจสอบให้ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ และต่อที่ประชุม ครม. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ กรมแผนที่ทหาร ขอเรียนว่าได้ทําการสํารวจข้อมูลภูมิประเทศฝ์ายเดียว บริเวณปราสาทพระวิหาร โดยละเอียดระหว่าง ๙-๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ จากนั้นได้ดําเนินการตรวจสอบแนวขอบเขต รอบตัวปราสาทพระวิหารที่ปรากฏบนแผนที่ฉบับที่กัมพูชาเสนอให้ฝ์ายไทยพิจารณา เมื่อ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ท่อนนี้สําคัญครับ ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาใน เขตแดนของประเทศไทยที่ยึดถือตามหลักฐานการกําหนดแนวเส้นเขตแดนบริเวณ ปราสาทพระวิหาร ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยที่ ยึดถือตามหลักฐานการกําหนดแนวเส้นเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารชัดไหมครับ ชัดเจนครับว่ากรมแผนที่ทหารยืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวปราสาทล้ําเข้ามา ในประเทศไทย ลงชื่อ พลโท แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ครับว่าแผนผังที่ทางกัมพูชาทําขึ้นมาใหม่ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ํา เข้ามาในพื้นดินของประเทศไทย เจ้ากรมแผนที่ทหารได้ยืนยันชัดเจนเปึนลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นเอกสารที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านนํามาอภิปรายในลักษณะที่บอกว่า มีการล้ําเข้ามา จึงเปึนเอกสารที่ไม่จริงแล้วก็จะใช้ว่าเปึนเท็จก็พอได้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อว่าเมื่อเรามั่นใจว่ากรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบแล้ว ผมจึงกล้าที่จะนําเรื่องเหล่านี้เข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วสภาความมั่นคง แห่งชาติประกอบไปด้วยใครครับ ผบ. เหล่าทัพ ผบ.ทบ. ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายไปชี้แจงนะครับ ท่าน ผบ. สูงสุด ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม บุคคลเหล่านี้ ซึ่งเปึนแม่ทัพนายกองดูแลรักษาอธิปไตยแม้แต่ชีวิตก็สละชีพได้ บุคคลเหล่านี้กล้าพอ ที่จะไม่ทักท้วงไหมครับ ถ้าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารรุกล้ําเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้พิจารณาแล้วก็พอใจครับ ท่านประธาน แล้วก็อนุมัติตามคําเสนอ แผนผังของกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอไปเท่านั้นยังไม่พอครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ จะต้องให้ฝ์ายบริหารสูงสุดของประเทศรับรองก็คือที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผมก็ได้นําเสนอ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ ๑๗ วันถัดมา ไม่มีอะไรที่ลุกลี้ลุกลน ไม่มีอะไร ที่ดําเนินการโดยพลการ ไม่มีอะไรที่ดําเนินการโดยไม่โปร่งใสเลยครับ ทุกขั้นตอนที่ควร จะทําผมได้ปฏิบัติสอดคล้องทุกประการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยไม่เสียดินแดน เพราะการ ดําเนินการของทั้งกระทรวงการต่างประเทศและของทหารของกองทัพไทยที่ได้ไปขอให้ทาง กัมพูชาได้ไปเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ไม่มีส่วนใด ๆ ที่รุกล้ํา เข้ามาในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อดําเนินการเช่นนี้จึงทําให้ประเทศไทยสามารถรักษา อธิปไตยและดินแดนของเราได้อย่างสมบูรณ์ครับท่านประธาน

ประเด็นต่อไปที่มีการสอบถามกันมากก็คือแถลงการณ์ร่วมมีสถานะเปึน สนธิสัญญาหรือไม่ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ดีใจครับที่สมาชิกหลายคนไปค้นเวียนนา คอนเวนชั่น (Vienna Convention : อนุสัญญากรุงเวียนนา) แม้กําลังจะบอกว่าเราไม่เปึน ภาคีก็ตาม ผมทราบครับกฎหมายหลายฉบับ แม้ประเทศไทยไม่ได้เซ็นแต่กฎหมาย ฉบับนั้นมีสถานะเปึนกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ต้องมีผลผูกพัน เช่น กฎหมายทะเล เปึนต้น ผมทราบครับ ประเด็นนั้นไม่สําคัญและผมก็ทราบด้วยว่าจะเรียก อะไรก็แล้วแต่แต่ขอให้มีสาระสําคัญของการเปึนสนธิสัญญา อันนี้ก็ตรงกันครับ แต่ประเด็นก็คือว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เปึนหนังสือสนธิสัญญาหรือไม่เปึนสนธิสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศหรือจะต้องออก พ.ร.บ. เพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญาหรือมี ผลกระทบต่อหลาย ๆ เรื่องนะครับ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ในการนี้รัฐสภา จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันหลังจากที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ผมอยากจะ กราบเรียนครับ เรื่องนี้สมาชิกพรรคฝ์ายค้านเห็นว่าเปึนหนังสือสนธิสัญญา ผมเข้าใจครับว่า ท่านมีความเห็นเช่นนั้นทั้ง ๕-๖ ท่าน แต่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวง การต่างประเทศซึ่งเปึนหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการที่จะดําเนินการให้ความเห็น ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญแน่ ชื่อท่านก็กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวง การต่างประเทศ ซึ่งเปึนหน่วยงานที่เราฝากผีฝากไข้เรื่องของการให้มีความเชี่ยวชาญ เรื่องสนธิสัญญาได้มีความเห็นชัดเจนครับ หนังสือนี้ไม่เปึนสนธิสัญญา และนอกจากนั้น ที่สําคัญยิ่งกว่านั้นครับท่านประธานข้อความในแถลงการณ์ร่วมไม่มีข้อความตอนใดที่เปึน การเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิ อธิปไตยครับ เพราะข้อความในแถลงการณ์ร่วมนั้นไม่มีข้อความตอนใดเลยครับที่เรา ไปยกดินแดนให้กัมพูชา และไม่มีข้อความตอนใดที่เราไปยอมรับเส้นเขตแดนของกัมพูชา เอกสารทั้งหมดสมาชิกพรรคฝ์ายค้านก็มีเพราะผมแจกผู้สื่อข่าวแล้วดูในเว็บไซต์กระทรวง ก็มีครับ ไม่มีข้อความตอนใดครับที่เราไปยอมรับเส้นเขตแดน มีแค่บอกว่าท่านต้องไป ขึ้นทะเบียนตัวปราสาท จํากัดเฉพาะตัวปราสาทอย่ามายุ่งกับบ้านเรา แล้วก็แถมยังระบุ เอาไว้อีกด้วยว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิ ของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า แถลงการณ์ร่วมไม่ได้เปึนสนธิสัญญาและไม่มีข้อความใดที่เปึนการเปลี่ยนแปลง อาณาเขตหรืออธิปไตยของประเทศไทย นอกจากนั้นย้ําอีกทีหนึ่ง ไม่มีข้อความตอนใด ในแถลงการณ์ร่วมที่เปึนการสละสิทธิ ถ้าหากเรายังมีอยู่ตามที่ท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ได้มีหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถ้าหากในอนาคต ท่านประธาน ที่เคารพครับ บังเอิญเรามีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาตัวปราสาทคืน ถ้าหากในอนาคตนะครับ ประเทศไทยก็สามารถทําได้อยู่แล้วส่วนจะมีหรือไม่ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง

ประเด็นต่อไป คําถามว่าทําไมเราไม่ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ร่วมกับทางกัมพูชา ผมอยากจะตอบครับว่าเปึนสุดยอดปรารถนาของประเทศไทยที่จะขอ ขึ้นทะเบียนปราสาทร่วมกับทางกัมพูชา เราได้หยิบยกหลายครั้งรวมทั้งครั้งสุดท้ายก็ได้ หยิบยกในสมัยที่รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่กัมพูชาปฏิเสธ ไม่ขอขึ้นทะเบียนร่วมกับเรา ท่านประธานที่เคารพ เราไม่อยู่ในสถานะที่จะไปบังคับกัมพูชาให้ขึ้นทะเบียนตัวปราสาท ร่วมกับเราได้ เพราะกัมพูชาเขาถือว่าปราสาทเปึนของเขา แล้วเราก็มีมติคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกเมื่อป้ ๒๕๐๕ นี่คือปัญหาครับ เอกสารที่กระทรวง การต่างประเทศเคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วถูกปฏิเสธมีครับ

ประเด็นต่อไปครับ สิ่งที่สําคัญก็คือว่าเมื่อเขาปฏิเสธ เราทําอย่างไร ปฏิเสธ ที่นิวซีแลนด์ เมื่อกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ให้เลื่อนมาพิจารณาที่ควิเบก กรกฎาคม ๒๕๕๑ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศทํางานแบบเช้าชามเย็นสองชาม ท่านประธานครับ โอกาสที่เราจะสุ่มเสี่ยงในการเสียดินแดนเปึนไปอย่างสูงยิ่ง เพราะเอกสารที่ทางกัมพูชา ยื่นไว้ก็คือเอกสารแผนที่ ผมใช้คําว่า แผนที่ฉบับเรารับไม่ได้ ก็แล้วกันนะครับก็คือ ฉบับสีเขียวนี้เรารับไม่ได้ มันค้างอยู่ในคณะกรรมการมรดกโลกครับ ถ้าเราไม่ไปเปลี่ยนแปลง โอกาสที่เขาจะขึ้นทะเบียนทับซ้อนพื้นที่ของเราเปึนไปได้สูงครับ แล้วถ้าเกิดเช่นนั้นมันจะ เปึนโศกนาฏกรรมของการเสียดินแดนครั้งใหญ่ของประเทศไทย แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนครับที่เราต้องทักท้วง แล้วจนนํามาสู่ซึ่งการเจรจาและการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่ของกัมพูชา นี่คือความสําเร็จ ที่กระผมเคยพูดไว้ครับ เปึนความสําเร็จของกระทรวงการต่างประเทศและเปึนความสําเร็จ ของกองทัพไทยที่เราได้ร่วมกันปกปัองอธิปไตยของเรานะครับ

ประเด็นสุดท้าย ก่อนสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต เพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ถามว่าทําไมมีพื้นที่ทับซ้อน ผมขออนุญาตใช้แผนผังนะครับ ไม่ใช่ แผนที่เพราะว่าผมจําลองมาเพื่อประโยชน์ที่ง่ายในการพูดคุยกันนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าเส้นจุดน้ําเงินนี้คือเส้นที่ทางกัมพูชาถือว่าเปึนเส้นเขตแดนของเขา กับเรา แล้วเส้นจุดไข่ปลาสีแดงคือเส้นที่เราอ้างมาโดยตลอดว่าใช้สันปันน้ําที่หลายท่าน เข้าใจตรงกันนะครับ เราใช้อย่างนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งฟัามาผ่าเมื่อป้ ๒๕๐๕ ที่เรา แพ้คดีในศาลโลกครับ เราจึงจําเปึนจะต้องเปลี่ยนเส้นเขตแดนมาตรงนี้ แล้วก็เฉือนส่วนนี้ ไปให้ทางกัมพูชาเรื่องมันมีเท่านี้ครับ เพราะการตัดสินของศาลโลกไม่ได้ตัดสินถึงเส้นเขตแดน เราก็ยังยืนยันอยู่ครับว่าประเทศไทยยังอาศัยเส้นเขตแดนนี้ เราไม่ได้สละสิทธิในเส้นเขตแดนนี้ครับ กัมพูชาอาศัยเส้นเขตแดนนี้ เมื่อมันซ้อนกันก็จึงเปึนพื้นที่สีเขียวประมาณ ๔.๖ ตาราง กิโลเมตรครับ ตอนนี้มีตลาด มีวัด มีหมู่บ้านเข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนสีเขียวนี้ ท่านครับ คนเริ่มมาตั้งรกราก มาขายลูกชิ้นปุ่ง มาขายเนื้อย่างตั้งแต่เมื่อไร เกิดขึ้นเมื่อ ป้ ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นผมอายุ ๓๐ ป้ปลาย ๆ นะครับ ป้ ๒๕๔๓ ผมมาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ๔ เดือนครับ แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่ต้องโทษกันนะครับว่า รัฐบาลเปึนใคร ท่านก็คงไปลําดับเหตุการณ์ได้ หน้าที่ในการที่จะไปจัดการกับพื้นที่ที่เรา อ้างสิทธิเหนือพื้นที่นี้แล้วกัมพูชาก็อ้างสิทธิ ก็ต้องไปปรึกษาหารือกันครับ ทางทหารก็ต้อง ร่วมมือกันในการที่จะไปจัดการ ในแถลงการณ์ร่วมเราบอกว่าเราจะไปพัฒนาร่วมกัน แล้วก็ในระหว่างที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนเราจะไปพัฒนาร่วมกัน ก็ไปยื่นเอกสารภายใน ๒ ป้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้มีการไปยอมว่าเส้นเขตแดนของกัมพูชาเปึนเส้นนี้เราไม่ได้ ยอมครับ เรายังยืนยันว่าเส้นเขตแดนของเราคือใช้สันปันน้ํา เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จึงไม่มี ประเด็นอะไรที่ซับซ้อนเลยครับ

ประเด็นต่อไปครับ คุณอลงกรณ์ พลบุตร ตอนนี้ไม่อยู่นะครับ ได้อภิปราย พาดพิงถึงผม ๓ ข้อ ข้อแรกว่าทําไมประเทศไทยเปลี่ยนท่าทีไม่เห็นด้วยในการประชุม มรดกโลก ครั้งที่ ๓๑ แล้วจึงเปลี่ยนเห็นด้วย ข้อที่ ๒ บอกว่าพิธีเป่ดถนนที่ ๔๘ ทําไม ผมต้องไป แล้วข้อที่ ๓ มีการพูดถึงเรื่องเป่ดบ่อนกาสิโนและขุดก๊าสธรรมชาติ ๒ ใน ๓ ข้อนี้ ไม่ได้มีสาระมากที่จะตอบครับ เรื่องของพิธีป่ดถนน เป่ดถนนนี่ผมต้องไปในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับท่าน ท่านประธานครับ โครงการที่เราสนับสนุนให้กัมพูชาสร้างถนนสาย ๔๘ เกาะกง-สะแรอัมเบิล เราให้กู้ ๘๖๗ ล้านบาทโดยประมาณ เมื่อป้ ๒๕๔๖ สร้างป้ ๒๕๔๗ สร้าง ๔ ป้ เสร็จป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๔๗ เหตุการณ์เกิดเมื่อประมาณ ๕-๖ ป้ที่แล้ว ริเริ่มสมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน จนมีบางคนไปบอกว่าถนนสายบิ๊กจิ๋ว เรื่องนี้เกิดขึ้น มาแล้วครับ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเกี่ยวข้องกับผม แล้วก็ในฐานะที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเมื่อเขาจะเป่ดถนนซึ่งเปึนโครงการที่ประเทศไทยมีไมตรีให้เขากู้ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ให้เปล่าประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็คิดว่าเปึนโอกาสอันดีที่ผม ควรจะไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทางกัมพูชา เพราะวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ก็มาด้วย มันก็มีเท่านี้ ผมนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป ๓-๔ ชั่วโมง ไปกลับประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง ก็เปึนเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไป ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น

แล้วประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามผมว่าทําไมกระทรวงการต่างประเทศเปลี่ยน ท่าที ก็ตอนแรกกัมพูชาเขาจะขึ้นเปึนพวงใหญ่ก็คือปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อน ในเมื่อเขา ยอมจํากัดขึ้นเฉพาะตัวปราสาทตามแผนผังที่เขาทํามา แล้วกรมแผนที่ทหารยืนยันว่า ไม่รุกล้ําเข้ามาในประเทศไทย เราก็สนับสนุนได้ ท่านประธานครับเรื่องมันก็มีเท่านี้ ส่วนเรื่อง ที่ท่านพยายามจะโยงว่าการเจรจาเจดีเอ (JDA) พูดให้ประชาชนสับสนในทํานองที่ว่า ประเทศไทยกําลังนําปราสาทพระวิหารไปแลกกับน้ํามันและก๊าซธรรมชาติ แล้วท่าน คํานวณมาประมาณ ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑๐๐ ล้านล้าน ตัวเลขจํานวนหนึ่ง เพราะว่าผมอาจจะคลาดเคลื่อนในตัวเลขของท่าน เอาเปึนว่าการเจรจาเรื่องของปราสาท พระวิหารไม่ได้มีการโยงใยกับเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ที่เรียกว่าเจดีเอหรือพื้นที่พัฒนาร่วม จอยท์ ดีเวลลอปเมนท์ แอเรีย (Joint Development Area) แต่อย่างใดทั้งสิ้น สิ่งที่ผม ให้สัมภาษณ์ก็คือว่าตัวพื้นที่ในทะเลก็เจรจาไป ตัวปราสาทพระวิหารก็เจรจาไป สามารถ ทําคู่กันไปได้ คําว่า ทําคู่กันไป กับ เชื่อมโยงกัน มันคนละประเด็นครับ สามารถทําคู่กันไปได้ เพราะอะไร เพราะว่าคณะกรรมการในการเจรจาก็เปึนคนละชุด ประเด็นที่จะเจรจาก็เปึน คนละประเด็น แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่า การเจรจาพื้นที่พัฒนาร่วมเนื้อที่เท่าไร ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทยนั้นดําเนินการโดยคณะกรรมการ ๓-๔ ชุด เปึนไปไม่ได้ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนไปไม่ได้ที่นักธุรกิจคนหนึ่งคนใดจะไป เกี้ยเซียะไปเจรจาใต้โต๊ะ เพราะการเจรจานั้นจะมีคณะกรรมการ มีข้าราชการทุกระดับ เกี่ยวข้อง แล้วผมกราบเรียนความคืบหน้าในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนนั้นคืบหน้าไปน้อยมาก ๑๐ กว่าป้ยังไม่ได้ไปถึงไหน แล้วผมขอกราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งกระทรวงพลังงานของไทยซึ่งจะต้องร่วมมือกัน รวมทั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งจะต้องนํามา เสนอก่อน ไม่มีใครที่มีประโยชน์ทับซ้อนและไม่มีใครที่จะยอมเอาเกียรติยศ ชื่อเสียง และ ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อที่จะไปช่วยเหลือใครคนหนึ่งคนใด เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งซึ่งท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านพยายามมาโจมตีกับผมในลักษณะที่ว่าการเจรจา ตัวปราสาทเชื่อมโยงกับประโยชน์ในน้ํามันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ในอ่าวไทยที่เรียกว่า พื้นที่เจดีเอนั้นจึงเปึนความเท็จทั้งสิ้น แล้วเปึนสิ่งซึ่งท่านพูดขึ้นมาโดยอ่านจากหนังสือพิมพ์ หรือเพื่อที่จะโยงใยให้เห็นว่าผมมีประโยชน์ทับซ้อนซึ่งไม่จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนอีกสัก ๒-๓ ประเด็น เพราะว่าท่านใช้เวลาประมาณ ๘ ชั่วโมง อภิปรายผมคนเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งก็คงจะไม่มาก ที่จะตอบประเด็นให้ครบถ้วน ผมอยากจะตอบข้อซักถามของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งผมเคารพรัก ตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกเคารพ รักท่านอยู่ครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม แล้วก็ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยครับ บอกว่าถ้าเรายอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจะทําให้เราสูญเสีย พื้นที่ฝัืงไทยไปด้วยก็คือ ขออนุญาตจะทําให้เราเสียสระตราว สถูปคู่ ภาพนูนต่ําผามออีแดง แล้วก็บริเวณตัดหินซึ่งอยู่ในประเทศไทย โดยท่านโต้แย้งว่า ท่านอาจจะได้ข้อมูลจาก ท่านอดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งผมเข้าใจว่าลูกสาวท่านเปึนที่ปรึกษาของท่านอยู่ เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าไปให้คําปรึกษากับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนคําสัมภาษณ์ ในหนังสือนะครับ แต่ผมไม่เอ่ยนาม เพราะฉะนั้นก็คงไม่เสียหายก็คือลูกสาว ท่านดอกเตอร์อดุลนี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ ข้อโต้แย้งที่บอกว่า ถ้าคุณไปยอมให้เขาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทมันจะทําให้เขาขึ้นทะเบียนส่วนนี้ซึ่งอยู่ใน ประเทศไทย ซึ่งเปึนองค์ประกอบส่วนหนึ่งของปราสาท ผมอยากจะกราบเรียนครับ ข้อโต้แย้งนี้ไม่จริงครับ ถ้าเขาขึ้นแผนที่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ไม่มีส่วนนี้เปึนองค์ประกอบ คณะกรรมการมรดกโลกไม่สามารถนํา สมมุติว่าโบราณสถาน หรือสิ่งซึ่งมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของเราไปรวมกับคําขอของกัมพูชาโดยเด็ดขาดครับ อันนี้เปึนความห่วงใยของท่านสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านศาสตราจารย์ตรึงใจ บูรณสมภพ ไม่จริงครับ ไม่สามารถทําได้เช่นนั้น ท่านประธานครับ นั่นคือสาเหตุที่เราจําเปึนจะต้องไปขอให้ทาง กัมพูชาจํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนี่ครับ แก่นของการดําเนินการของ กระทรวงการต่างประเทศไทยที่ดําเนินการมาโดยตลอดก็คือ คุณทําอะไรในบ้านของคุณทําไป อย่ามายุ่งบ้านของผม นี่คือความสําเร็จที่เราได้ปกปัองอธิปไตยของชาติในส่วนนั้น ทีนี้ผมขออนุญาตตอบคําถามท่านสมาชิกหลายท่านที่บอกว่า ทําไมเราไม่แจ้งให้ทางยูเนสโก ได้ชะลอการพิจารณาออกไปก่อนในคราวนี้ที่ควิเบกนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการต่างประเทศได้ประเมินอย่างรอบคอบทั้งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมเอเชียตะวันออก แล้วก็เจ้าหน้าที่ระดับสูงจนถึงระดับท่านปลัดว่าถ้าเราไม่สามารถ ที่จะปกปัองอธิปไตยโดยการไปกดดันหรือไปขอ ผมไม่ใช้ คําว่า กดดันในการเจรจา นะครับ ถ้าเราไม่ไปขอโน้มน้าว ผมใช้ คําว่า โน้มน้าวแล้วกันเดี๋ยวจะกระทบความสัมพันธ์ทางการทูต หลายเรื่องผมพูดไม่ได้เพราะมันเปึนเรื่องความลับแล้วเกรงว่าจะกระทบ ถ้าเราไม่โน้มน้าว ให้เขาแก้ไขแผนที่โอกาสที่เราจะสุ่มเสี่ยงเปึนไปได้สูงครับที่จะเสียดินแดน เพราะฉะนั้น เขาจึงไปเปลี่ยนแปลง ประเด็นก็คือว่าถ้าเราขอให้ยูเนสโกเลื่อนการพิจารณาในครั้งนี้ ที่ควิเบก กรกฎาคม แล้วถ้าเขาไม่ยอมล่ะครับ แล้วถ้ายูเนสโกไม่ยอม คณะกรรมการมรดกโลก ไม่ยอม ผลจะเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ผลเสียก็คือว่าแผนที่ที่มันค้างไว้ที่น่ารังเกียจ ที่เรายอมรับไม่ได้สีเขียวนี่ที่เปึนแผนที่ที่รุกล้ําเข้ามาในประเทศไทยมันยังค้างอยู่ครับ นั่นคือความจําเปึนที่เราต้องไปขอให้กัมพูชาไปยกเลิกแผนที่นี้แล้วแทนด้วยแผนผังใหม่ เพราะฉะนั้นท่านจะเสี่ยงไหมครับที่จะขอให้เขาเลื่อน แล้วถ้าเขาไม่เลื่อนแล้วเขาขึ้นทะเบียน ตัวปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อนใครรับผิดชอบครับ ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดีครับท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจึงจําเปึนจะต้องดําเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนตามที่ท่านพูด

ประเด็นต่อไปที่ผมขออนุญาตตอบข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศที่บอกว่า การสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทฝ์ายเดียว เปึนการถอนข้อสงวน ข้อสงวนของท่านก็คงจะเปึนข้อสงวนที่ในจดหมายของท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ที่ผมพูดถึงก็คือสงวนสิทธิในปัจจุบันหรือในอนาคต ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าเราไม่ได้ไปสละสิทธิครับ การสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียน ตัวปราสาทไม่ได้มีถ้อยคําใดครับที่เปึนการยอมรับโดยนัยหรือโดยชัดแจ้งที่จะโดนกฎหมาย ป่ดปากในกรณีที่เราเคยโดนป่ดปากในคดีเมื่อป้ ๒๕๐๕ หรือเอสทอพเพล ที่จะบอกว่า เราไปยอมรับเส้นเขตแดนหรือไปยอมรับเอาตัวปราสาท ไม่มีข้อความตอนใดนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน มีข้อสงสัยซึ่งบางเรื่องผมก็ตอบรวม ๆ ไปนะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าการกระทําของผม เปึนการหมกเม็ดและคลุมเครือ ผมต้องชี้แจงประเด็นนี้ครับเพราะเปึนเรื่องที่สําคัญ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับว่าการดําเนินการของกระทรวงการต่างประเทศมีการประชุม เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น มีการร่วมทํางานระหว่างกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมเอเชีย ตะวันออก เจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงระดับปลัดฯ ท่านปลัดฯ เปึนประธานคณะทํางานเองครับ ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการดําเนินการของผมได้ดําเนินการอย่างถูกต้องได้มีการเสนอเข้าสู่ การประชุมของ สมช. อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ได้มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของ คณะรัฐมนตรีผมจึงไปเซ็นเอกสารที่ท่านอ้างว่าเปึนสนธิสัญญา แต่กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่าเปึนแค่แถลงการณ์ทางการเมืองและไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงอธิปไตยของไทย เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนครับ เรื่องนี้มีความชัดเจนไม่มีความคลุมเครือเปึนการดําเนินการ ตามขั้นตอนที่ควรจะเปึนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเปึนมรดกโลกและเรื่องการที่ประเทศไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารจาก คําวินิจฉัยของศาลโลกเปึนเรื่องเศร้าของชาวไทยทั้งปวงครับ เราเศร้า ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ และขณะนี้ผมก็ไม่ได้มีอารมณ์แตกต่างไปจากสมาชิกพรรคฝ์ายค้านที่อยากจะได้ ตัวปราสาทคืน แต่ประเทศไทยอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับ เราเปึนสมาชิกของ องค์การสหประชาชาติเรามีพันธกรณีระหว่างประเทศที่จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่เราไป ตกลงไว้ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีประเทศเราก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ก็จะไม่มีใครมา คบค้ากับเราครับ อย่างที่ จอมพล สฤษดิ์ได้พูดไว้เมื่อป้ ๒๕๐๕ ว่าประเทศไทยอยู่คนเดียว ไม่ได้เราต้องติดต่อค้าขายกับประเทศอื่น ผมอยากจะกราบเรียนครับท่านประธานครับ เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ปกปัองอธิปไตยและดินแดนของเราไว้ได้จากการเจรจา ให้กัมพูชาจํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท พวกเราไม่ได้รัก คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิก พรรครัฐบาลไม่ได้รักชาติน้อยไปกว่าท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านครับ เรารักชาติเท่ากัน กับท่านและผมไม่ได้บอกว่าเรารักมากกว่าท่านด้วย เรารักเท่ากัน ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะผูกขาดความรักชาติไว้แต่เพียงผู้เดียว พวกเราทุกคนถ้าจะต้องสละชีวิตเพื่อปกปัอง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราพร้อมกันทุกคนครับ แต่วันนี้เราอาจจะเห็น ในประเด็นกฎหมายแตกต่างกัน วันนี้เราอาจจะอยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน ท่านเปึน ฝ์ายค้านท่านก็มีสิทธิตรวจสอบ เราเปึนรัฐบาลเราก็มีสิทธิที่จะดําเนินการตามที่หน่วยงาน ของรัฐ เพื่อนข้าราชการเห็นว่าถูกต้อง ในเรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนพี่น้องคนไทย ที่ฟังถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ครับว่า กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทยและรัฐบาลไทย ที่มีท่านนายกสมัคร สุนทรเวช เปึน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ดําเนินการอย่างถูกต้องและ ปกปัองอธิปไตยของไทยไว้อย่างสมบูรณ์ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้เปึนประเด็นการเมืองที่พยายาม จะล้มรัฐบาลให้ได้โดยให้ข้อมูลที่สับสนกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่า เรื่องนี้คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกนานครับ และเรื่องนี้ทุกส่วนในสังคม สามารถตรวจสอบการดําเนินการได้ วันนี้ผมดีใจครับที่ได้มาชี้แจงกับเพื่อนสมาชิก และวันนี้ผมดีใจที่ได้มากราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกในรายงานการประชุมสภาว่า กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลได้ปกปัองอธิปไตยของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอลงกรณ์ พลบุตร ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม เข้าใจว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงต่อคําถามและข้อสงสัยในประเด็นต่าง ๆ นั้น ดูประหนึ่งว่าท่านไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของเบื้องหน้า เบื้องหลัง ท่านยอมรับเองว่าในเรื่องความเห็นต่อข้อกฎหมายอาจจะแตกต่าง นั่นแสดงว่าได้ยอมรับ ต่อคําอภิปรายข้อเท็จจริงและเหตุผลในส่วนที่ฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ แต่ประเด็นที่ท่านกล่าว และพาดพิงถึงผมนั้นถึงกับกล่าวว่าผมได้กล่าวเท็จในข้อเท็จจริง ประเด็นใดบ้างครับ ที่กล่าวเท็จ จริงหรือไม่ที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปพบกับผู้นํากัมพูชาที่พนมเปญ พร้อมคณะนักธุรกิจต่างชาติ จริงหรือไม่ที่ได้มีการพูดกันถึงในเรื่องโครงการพัฒนาเกาะกง และในเรื่องของแหล่งแก๊สและแหล่งน้ํามันในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร และให้ข้อมูลกับท่านชัด ๆ ก็ได้เพราะว่าท่านอาจจะไม่รู้ในฐานะเปึนรัฐมนตรีก็คือว่า มูลค่าการประเมินดังกล่าวนั้นเปึนจํานวน ๑๐๐ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จริงหรือไม่ที่ท่าน เปึนคนยอมรับว่าให้มีการเจรจาคู่ขนานระหว่างในเรื่องของปราสาทพระวิหารและ ในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนเจดีเอ จริงหรือไม่ที่มีนายเกลวิน แมคคาเรล ซึ่งท่านก็น่าจะรู้จัก เพราะท่านเปึนทนายในระดับสํานักงานอินเตอร์ ออกตัม ท่านน่าจะรู้จักสํานักงานกฎหมาย ดังกล่าว น่าแปลกนะครับว่าสํานักงานกฎหมายดังกล่าวนั้นเคยทําเรื่องการวิเคราะห์ โครงสร้างของชินคอร์ปและเทมาเสก น่าแปลกนะครับว่าบริษัทกฎหมายที่เรียกว่า ฟอร์มอล แอสโซซิเอชั่น (Formal association) ในประเทศไทยมีอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลที่ท่านเปึนทนายความให้กับผู้นําคนนั้น และน่าแปลก และท่านจะปฏิเสธหรือไม่ครับว่า หัวหน้าสํานักงานซึ่งเปึนทนายความคนดังกล่าว มีความเชี่ยวชาญในเรื่องออยล์ แอนด์ แก๊ส (Oil and gas) หรือน้ํามันและแก๊สได้เกี่ยวข้อง โดยตรงในเรื่องการเจรจาในเรื่องพื้นที่ทับซ้อน ตรงไหนล่ะครับที่ผมกล่าวเท็จจริงหรือไม่ครับ ที่ผมได้กล่าวว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนตัวแทนไปและท่านก็เดินทางไป ผมไม่ได้เคยบอกว่าเปึนการไม่เหมาะสม ผมยังบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศไปเพราะว่าก็เปึนหน้าที่ที่ควรต้องไป แต่ข้อสงสัยและคําชี้แจงของ ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ยิ่งยืนยันว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ไปนั้นทําไมต้องเปึน รองนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ซึ่งไม่ได้กํากับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ แต่ท่านได้กล่าวเท็จครับ ท่านรัฐมนตรีครับ และนี่คือพิรุธที่ท่านไม่ควรที่จะพลาดเลย ถ้าหากว่าท่านจะไม่วิตกกังวล ต่อการชี้แจงจนเกินไปโดยเฉพาะในเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลัง นั่นคือประเด็นในเรื่องของถนน ที่เป่ดเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ท่านพยายามเบี่ยงเบนไปว่าในสมัย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ จนกระทั่งถึงกับพูดว่าถนนบิ๊กจิ๋ว ผมได้พยายามเอาข้อเท็จจริงจากมติคณะรัฐมนตรี ในระหว่างป้ ๒๕๔๔ จนท้ายสุดวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๙ ไม่น้อยกว่า ๑๐ มติคณะรัฐมนตรีครับ และสภาแห่งนี้เองถ้าท่านยังจําได้และแกล้งไม่ลืมก็คือสภาเมื่อป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําป้เพิ่มเติมครับ และท่านถ้ายอมรับความจริงในประเด็นนี้ ท่านคงไม่เบี่ยงเบนประเด็นและไม่ยอมชี้แจง ในประเด็นดังกล่าว ท่านอาจจะบอกว่ามีกรรมการมีเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบประชุมมากมาย หลายคณะ แล้วกรณีให้เอ็กซิม แบงก์ กู้ ๔,๐๐๐ ล้านบาท มันฉ้อฉลและบริษัทลูกผู้นํา ที่ท่านเปึนทนายความนั้นได้ประโยชน์จนวันนี้ตกเปึนผู้ต้องหาแล้ว ท่านลืมแล้ว หรือครับ เวลานักการเมืองหรืออดีตนักการเมืองจะฉ้อฉลมันไม่ได้อยู่บนโต๊ะหรอกครับ ท่านนายกรัฐมนตรีคงทราบดี เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าประเด็นที่ท่านยังกล่าวพาดพิง กระผมและท่านพยายามบอกว่านี่อย่างไรได้รักษาอธิปไตย ผมก็ยังยืนยันว่าท่านได้ยก อธิปไตยของไทยให้กับกัมพูชาไปแล้ว เวลาที่ท่านพูดเอาดีใส่ตัวแล้วท่านก็โยนว่าเรื่องเหล่านี้มันมีเจ้าหน้าที่ทั้งฝ์ายทหาร ฝ์ายต่างประเทศมากมายในการลั่นกรองแต่ว่าคนเปึนรัฐบาล เปึนนายกรัฐมนตรี เปึน รัฐมนตรีนั้น เราเปึนคนกําหนดนโยบายในอดีตตั้งแต่มีคําพิพากษาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีรัฐบาลไหนที่กัมพูชาได้มีความพยายามในการเปลี่ยน สถานภาพของปราสาทพระวิหาร มีรัฐบาลท่านนี่ครับที่ดําเนินการอย่างจริงจังและท่าที ดังกล่าวนั้นผมถามว่า เมื่อท่านได้ยอมรับต่อสภาแห่งนี้ในการบอกว่าในคําพิพากษา ดังกล่าวนั้นซากปราสาทคือประเด็นของการพิพากษาและไม่ได้เกี่ยวข้องกับดินแดน แต่อย่างใด เรายังถือตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ป้ ๒๔๔๗ และป้ ๒๔๕๐ และเรา ไม่เคยยอมรับแผนที่ผนวกที่ทางฝรั่งเศสจัดทํา นั่นคือข้อสงวนที่ไม่มีอายุความใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ที่ท่านหลงประเด็นและพยายามสร้างความสับสนต่อ สาธารณชนคนไทยมาโดยตลอด สิทธิอธิปไตยของประเทศใดก็ตามที่สงวนไว้บางครั้ง เปึนปัญหายืดยาวเปึน ๑๐ ป้ ๑๐๐ ป้ ๒๐๐ ป้ ๓๐๐ ป้ก็มี เหมือนอย่างที่เกิดขึ้น ในตะวันออกกลาง เกิดขึ้นอีกในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในยุโรปตะวันออกในระยะหลัง เพราะฉะนั้นผมยังถือว่าการที่รัฐบาลนี้ไม่ปกปัองอธิปไตยของชาติและโดยเฉพาะ มีพฤติกรรมในลักษณะลุกลี้ลุกลนรีบร้อนและปกป่ด รวมทั้งการที่มัดมือชกสาธารณชน เรียกร้องให้มีการเป่ดเผย ท่านอย่าโยนเรื่องนี้มาเปึนการเมืองสิครับ เพราะท่านจะได้เป่ด ตาเป่ดใจไม่มีอะไรแอบแฝงอยู่เบื้องหลังท่านก็ต้องยอมรับว่ามีนักวิชาการจํานวนมาก คนที่เกี่ยวข้องบางท่านเปึนรุ่นคุณปู์แล้วด้วยซ้ําไป เปึนปรมาจารย์ เปึนศาสตราจารย์ เปึนดอกเตอร์ หลายคนเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีนี้ และหลายคนเกี่ยวข้องและมีความรู้ ความสามารถผมจะไม่บอกว่ามีมากกว่าท่าน

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประชา ประสพดี ประท้วงอะไรครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

เพราะฉะนั้นประเด็นของกระผมก็คือว่า

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์กรุณาหยุดสักนิดครับ คุณประชา ประสพดี ประท้วงอะไรครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประชา ประสพดี พรรคพลังประชาชน สมุทรปราการ ขอใช้สิทธิประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ก็เนื่องจากว่าท่านผู้ที่อภิปรายนี้ตั้งแต่เช้ายันเที่ยงคืนใกล้เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาแล้ว วนไปวนมาหาที่ลงไม่ได้นะครับ นอกสภาก็พันธมิตรเรื่องเขาพระวิหาร วันนี้ที่ท่านผู้อภิปราย ผมก็เลยไม่ทราบว่าเขาใช้สิทธิพาดพิงหรือจะอภิปรายต่อเรื่องเขาพระวิหารนะครับ ถ้าขืนเปึนอย่างนี้ผมว่าเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็คงจะได้เรื่องเขาพระวิหาร เรื่องเดียว ท่านประธานช่วยกรุณาบอกท่านผู้ทรงเกียรติช่วยกระชับ แล้วมันซ้ําซาก มันวนเวียนอยู่ตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาก็ได้ชี้แจงแล้วว่าเขาพระวิหารเปึนอย่างนี้ ท่านผู้อภิปราย ก็พยายามที่จะตะแบงให้เปึนประเด็นอื่น มันมีความชัดเจนอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสีย ประเด็นยังมีอีกเยอะครับ แล้วรัฐมนตรียังเหลืออีกหลายท่าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประชา เชิญนั่งลงได้แล้วครับ ผมจะขอวินิจฉัยนะครับ เชิญนั่งลงได้ครับ ผมเข้าใจ ในคําประท้วงของคุณประชา เมื่อกี้นี้ผมได้วินิจฉัยไปครั้งหนึ่งตอนที่มีเพื่อนสมาชิกได้ถามว่า จะใช้สิทธิข้อบังคับ ข้อ ๒๓ อยากจะเรียนอย่างนี้ครับในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้อง ใช้ข้อบังคับ ๒ ข้อประกอบกันคือข้อบังคับ ข้อ ๒๓ และข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ในกรณีที่ รัฐมนตรีขอแถลงหรือชี้แจงในที่ประชุมให้ประธานอนุมัติ และในวรรคสองได้กําหนดไว้ ชัดเจนครับ ถ้าสมาชิกมีความประสงค์จะซักถามรัฐมนตรีให้ชี้แจงแถลงเพิ่มเติมเพื่อ ความชัดเจนย่อมสามารถกระทําได้นะครับ เพราะฉะนั้นคุณอลงกรณ์อภิปรายต่อได้ครับ แต่ขอให้กระชับเพราะว่าเวลาเรามีจํากัดครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ครับ ผมเข้าประเด็นในสิ่งที่ถูกพาดพิง แล้วก็จะจบแล้วครับ ประเด็นที่สําคัญก็คือว่า เบื้องหน้า เบื้องหลังใน ๓ ประเด็นที่ผมได้ ตั้งคําถามอยู่บนข้อเท็จจริงและไม่ใช่อ่านเฉพาะหนังสือพิมพ์ ผมอ่านเฉพาะหนังสือพิมพ์ ก็เฉพาะในส่วนที่ ๑. ท่านได้เกี่ยวข้องและท่านก็ไม่ได้ไปเสพในสิ่งที่สื่อมวลชนและผมได้ นําเสนอ เพราะมันเกี่ยวข้องกับประเด็นความเชื่อมโยงในเรื่องการเจรจาเรื่องปราสาท พระวิหารและเรื่องพื้นที่ทับซ้อนใต้ทะเลดังกล่าว ซึ่งท่านก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ผมเรียนว่า ที่ผมไม่ไว้วางใจท่านนั้นเพราะว่าเปึนเรื่องอธิปไตย มันไม่ใช่เรื่องการเมือง ซึ่งจะทําให้ สภาแห่งนี้ถูกมองว่าการทําหน้าที่ของเรามีความไม่จริงใจ ไม่ใช่ครับ เราตั้งใจ เพราะเห็นว่า นี่คืออธิปไตยที่เราสูญเสียไป การสงวนสิทธิไม่มีอายุความ ท่านเปึนรัฐบาลแรก การเปลี่ยนท่าทีดังกล่าวนั้นความจริงอยากจะเห็นว่าท่านกล้าที่จะสู้กับกัมพูชา ถ้าหากว่า ไม่มีอะไรดลใจ บันดาลใจทําให้เสียงท่านอ่อนไป ทําไมล่ะครับ สระตราววันนี้เกิดอะไรขึ้นครับ ประเด็นหนึ่งท่านไม่ได้ตอบผมเลยคือเรื่องอํานาจต่อรองสระตราวที่เราจะขอขึ้น เขาคัดค้าน แล้วการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ของไทยทั้งประเทศในพื้นที่ทับซ้อน อํานาจต่อรอง ถ้าหากว่าเราคัดค้านและยืนยันในการที่จะร่วมกันแต่ไม่เกี่ยวกับการอภิปรายที่เราสงวนสิทธิ ตรงนี้ท่านยังไม่ได้ตอบครับ เพราะฉะนั้นมันก็มีทั้งประเด็นที่ท่านกล่าวว่าผมกล่าวเท็จ ผมก็ว่าท่านกล่าวเท็จ

(นายประชา ประสพดี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์ขอพักสักนิดครับ คุณประชา ประสพดี มีอะไรจะประท้วงอีกครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประชา ประสพดี สมุทรปราการ พลังประชาชน ก็ต้องขอโทษท่านผู้ทรงเกียรติในที่นี้ด้วย ขึ้นมาประท้วงหลายรอบ ประเด็นที่ท่านผู้อภิปรายนี้อยู่ก็ยังซ้ําซาก วกวน เสียเวลาอยู่ ถ้าขืนอภิปรายเรื่องเขาพระวิหารนี่ท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบแล้ว ผมเกรงว่าเดี๋ยวจะไม่ถึงประเด็นของท่าน มท. ๑ เพราะฉะนั้นท่านผู้ที่กําลังอภิปรายผมย้ําว่า ใช้สิทธิพาดพิงหรือจะอภิปรายต่อ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอลงกรณ์คงใช้สิทธิพาดพิงไม่ได้หรอกครับ แต่ผมอนุญาตให้คุณอลงกรณ์อภิปรายได้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ เปึนการซักถามเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจน ซึ่งรัฐมนตรีจะตอบหรือไม่ตอบ ก็ได้ เมื่อกี้ได้วินิจฉัยให้คุณสุนัยทราบไปแล้ว แต่เปึนสิทธิของฝ์ายค้านไม่ใช่สิทธิของ ผู้ที่ไม่ได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครับ

นายประชา ประสพดี สมุทรปราการ

ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียว ในเรื่องของการประท้วงนี่นะครับ ที่จริงท่านผู้อภิปรายนี้สามารถนําประเด็นนี้ไปให้ผู้นํา ฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรป่ดประเด็นได้อีกนะครับ ท่านประธานครับ ก็ประท้วง ตามข้อบังคับข้อนี้ละครับ ข้อ ๖๑ ครับ ท่านก็ได้โปรดวินิจฉัยก็แล้วกันครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร จริง ๆ ผมก็พยายามไม่ประท้วงอะไรเลยครับ อยากจะให้ฝ์ายค้านอภิปรายเต็มที่ แต่ทน ไม่ไหวที่จะต้องประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ นี้ ผมว่าท่านตีความผิด เพราะว่าข้อ ๒๓ นี้เขียนไว้กว้างว่าเปึนเรื่องของสมาชิกอาจซักถามได้ ในข้อบังคับ ที่ผมเปึนอนุกรรมาธิการยกร่างไม่ได้บอกว่าข้อบังคับนี้ใช้เฉพาะกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในข้อ ๒๓ จึงเปึนข้อกว้าง ๆ ครับท่านประธาน และผมจะต้องลงคะแนน ผมก็สงสัย ท่านรัฐมนตรีเพราะผมฟังฝ์ายค้านก็เคลิบเคลิ้ม ผมจะต้องลงคะแนนแล้วเกิดผมไม่พอใจ ผมไปใช้สิทธิของผมไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีล่ะจะว่าอย่างไร ผมต้องถามท่านได้ ท่านประธานก็ตีความว่าเปึนสิทธิซักถามได้เฉพาะฝ์ายรัฐบาลเท่านั้น ขอโทษ ฝ์ายค้าน เท่านั้น ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลสงสัยไม่ได้หรือครับท่านประธาน ผมจึงประท้วงท่านที่วินิจฉัยดู จะคลาดเคลื่อนและตามใจของท่านเปึนส่วนใหญ่ จึงขอความกรุณาว่าถ้าท่านให้สิทธิ ผมก็จะถามบ้าง ไม่อย่างนั้น ผมลงคะแนนไม่ถูกครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ด้วยความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะวินิจฉัยนะครับ ได้เรียนไปตอนต้นนะครับว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นใช้ข้อบังคับ ข้อ ๒๓ แต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้ครับ จะต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ ประกอบด้วยในเรื่อง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๒ จะไม่เป่ดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจมีโอกาสได้อภิปรายซักถามนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์ต่อแต่ขอให้รวบรัด

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

สั้น ๆ ครับ จะจบแล้วครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ มีอะไรประท้วงครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ที่จริงผม ไม่อยากจะประท้วงให้เสียบรรยากาศ แต่ว่าเมื่อเปึนเช่นนี้เพื่อไม่ให้มันเลยไป ผมขออนุญาต ประท้วงว่าผู้ที่กําลังอภิปราย ด้วยความเคารพนะครับ ได้อภิปรายนอกประเด็นที่กําลัง ปรึกษาหารือนอกญัตติที่ท่านได้ยื่นเข้ามา เพราะท่านได้ยื่นข้อกล่าวหาไว้แล้วว่า ท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทําให้เสียอธิปไตยของชาติ ในญัตติไม่มีคํานี้เลยแม้แต่นิดเดียวว่าทําให้เสียอธิปไตยของชาติ การเสียอธิปไตย ของชาติพูดง่าย ๆ ก็คือการเสียดินแดน ถ้าหากว่ามีการเพิ่มเติมญัตติและกล่าวหาเช่นนี้ เข้ามา สมัยก่อนเปึนความผิดที่ร้ายแรงครับท่านประธาน จะต้องถูกประหารถึงเจ็ดชั่วโคตร ในปัจจุบันนี้ก็ผิดอย่างมหาศาลเลยครับท่านประธาน เพราะอะไร เพราะมาตรา ๑ ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าอย่างไร บัญญัติว่าประเทศไทยเปึนอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเสียอธิปไตยของชาติมันหมายถึงเสียทั้งประเทศ ทั้ง ๔๕๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร แล้วก็เสียนิดเดียวมันก็ไม่ได้เพราะมันเปึนการแบ่งแยก เพราะฉะนั้นข้อกล่าวหานี้เปึนความผิดที่ทั้งท่านผู้อภิปรายและทางพรรคฝ์ายค้าน ซึ่งยื่นอันนี้เข้ามาจะต้องดําเนินการถอดถอนตามมาตราไหนครับ ตามมาตรา ๒๗๐ แล้วก็จะต้องดําเนินคดีอาญากับผู้ที่ทําให้เสียหายเช่นนี้ตามมาตรา ๒๗๕ ไม่ใช่แค่ ไม่ไว้วางใจอย่างเดียว เพราะฉะนั้นท่านประธานท่านได้โปรดวินิจฉัยว่าแล้วก็ให้ ทางฝ์ายค้านดําเนินการตามกฎหมายด้วยครับ ท่านประธานครับ เพื่อเปึนการพิสูจน์ว่า จริงหรือไม่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะขอวินิจฉัยนะครับ คุณอลงกรณ์ได้ใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ ซักถามเพิ่มเติม เพื่อความชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ผมเอง เราได้ให้ เวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งวันนี้ แล้วก็ยาวเรื่อยไปจนถึงเวลา ๒๓.๓๐ นาฬิกา ของวันพรุ่งนี้เปึนเวลา ๓๕ ชั่วโมงเต็ม พวกผม ๓ คนก็จะต้องนั่งกันอยู่ ตรงนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณารวบรัดด้วยครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณอดุลย์ ไม่ต้องประท้วงนะครับ ผมวินิจฉัยถือเปึนที่สุดแล้วครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมขอให้ ท่านประธานวินิจฉัยว่าเปึนการเพิ่มเติมญัตติหรือไม่ ผมนั่งฟังแล้วผมไม่อยากจะประท้วง ผมถึงบอกท่านประธาน ในการอภิปรายครั้งแรกของท่านอลงกรณ์ได้กล่าวมาอย่างชัดเจนว่า เสียอธิปไตยของชาติ และเมื่อป้นี้ท่านยืนยันอีกว่าได้ทําให้เสียอธิปไตยของชาติไปแล้ว

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอดุลย์ เชิญนั่งลงก่อนครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ประท้วงอะไรครับ คุณชินวรณ์ใช่ไหมครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอประท้วง ผู้ที่กําลังประท้วงอยู่นะครับ เพราะว่าท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ก็ถือว่าเปึนยุติไปแล้ว และผู้ประท้วงท่านนี้ได้ประท้วงในประเด็นนี้มา ๒ ครั้งแล้วครับ ตั้งแต่ท่านประธานซึ่งเปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่งได้วินิจฉัยไปแล้วว่า ผู้อภิปรายของฝ์ายค้านนั้นได้อภิปรายตามกรอบของญัตติที่เขียนเอาไว้สามารถที่จะ ดําเนินการได้ในกรณีของท่านอลงกรณ์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านประธานก็ใช้ ดุลยพินิจวินิจฉัยไปแล้วว่าสามารถดําเนินการได้ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๓ และข้อ ๑๗๒ เพราะฉะนั้นเมื่อประธานได้ใช้ดุลยพินิจแล้ว ผมคิดว่าผู้ประท้วงไม่ควรที่จะให้ประท้วงต่อไป และที่สําคัญที่สุดนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้กําหนดกรอบของญัตติไว้ ชัดเจนสําหรับผู้ที่ประท้วงก็จะทําให้ไม่เกิดปัญหาในรายต่อไปด้วยครับ ไม่ใช่ลุกขึ้นยืน และประท้วงว่าฝ์ายค้านไม่ได้ดําเนินการตามกรอบญัตติที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่า วันนี้ขอให้ฝ์ายรัฐบาลได้อดทนฟังฝ์ายค้านที่จะตั้งข้อกล่าวหากับฝ์ายรัฐบาล คนมีหน้าที่ ตอบชี้แจงก็คือรัฐมนตรีครับ ไม่ต้องหาคะแนนนิยมโดยการเติมเงินจากการประท้วงครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดหนึ่งท่านประธานไม่อย่างนั้นจะเสีย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะต้องวินิจฉัยก่อนครับคุณอดุลย์ครับ ตามที่คุณชินวรณ์ประท้วงนะครับ ผมวินิจฉัยว่า คุณอดุลย์ก็มีสิทธิประท้วงครับ แล้วเมื่อกี้ครั้งหลังที่ลุกขึ้นมาประท้วงเพราะไม่เข้าใจว่า ผมวินิจฉัยไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นการประท้วงของคุณอดุลย์มีผล แต่ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว ว่าคุณอลงกรณ์นั้นสามารถอภิปรายต่อได้ครับ ขอเชิญคุณอดุลย์นั่งลงครับ ขอเชิญนั่งลง ด้วยครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ฟังผมนิดเถอะครับ ผมเสียหายนะครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณอดุลย์ไม่ใช่ประท้วงแล้วใช่ไหมครับ แต่ใช้สิทธิพาดพิงทําให้เสียหาย

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ใช่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้นได้ เชิญคุณอดุลย์ครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ท่านที่ประท้วง ผมเมื่อกี้ที่จริงผมนิยมชมชอบท่าน ท่านเปึนคนที่อภิปรายเก่ง ผมชื่นชมท่าน แต่ว่า ผมหมดความชื่นชมแล้ว เพราะเหตุใดครับท่านประธาน เพราะตอนแรกที่ผมลุกขึ้นมา ผมยังไม่ได้ประท้วง ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง แต่ท่านประธานในขณะนั้นไม่ยอม ให้ผมใช้สิทธิพาดพิง แต่ในตอนนี้ผมประท้วงในข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ มันนอกประเด็น และที่สําคัญที่สุดผมได้ยินเปึนครั้งที่ ๒ เมื่อกี้ท่านอลงกรณ์พูด ๑ ครั้ง คือคําว่า บัตรเติมเงิน ท่านประธานครับ แล้วท่านอลงกรณ์ก็บอกว่าไม่รู้ว่าจะได้เท่าไรในการประท้วง ท่านชินวรณ์พูดอีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นขอให้ทั้ง ๒ ท่านได้โปรดถอนคําพูดออกไปครับ ท่านประธาน มันมีความหมายถ้าเกิดเราทุกคนที่มีความรู้มีสติแบบนี้มันรู้ว่าหมายถึงอะไร มันทําให้เสียหายครับท่านประธานครับ พูดทั้งสองด้วยครับ แม้แต่ท่านอลงกรณ์ด้วย ท่านอลงกรณ์ต้องจําได้ดี ผมนั่งจําผมจดไว้ด้วยท่านประธาน แต่ผมไม่อยากทําให้เสีย บรรยากาศ ท่านชินวรณ์ด้วยขอให้ถอนคําพูดเมื่อกี้นี้นะครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณอดุลย์นั่งลง ผมจะวินิจฉัยครับ เพราะคุณอดุลย์นี้มีทั้งประท้วงและทั้งพาดพิงครับ แต่อย่างไรก็ตามผมขอวินิจฉัยคําประท้วงสุดท้ายที่คุณอดุลย์บอกว่าคุณอลงกรณ์นั้น ประท้วงตามข้อ ๖๑ คือพูดวกวนไม่เยิ่นเย้อ อันนี้เปึนวินิจฉัยของประธานว่ายังไม่เยิ่นเย้อ ยังอนุญาตให้อภิปรายได้ครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานครับ ผมบอกว่าเกิน

คุณอดุลย์นั่งลงก่อนครับ ผมยัง วินิจฉัยไม่จบครับ ส่วนการประท้วงข้อที่ ๒ ก็คือบอกว่าคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ พูดจา พาดพิงเสียดสีทําให้เกิดความเสียหายในที่คําพูดที่ว่าจะได้รับเท่าไร ผมขอวินิจฉัยครับ เปึนคําพูดที่ไม่เหมาะสมครับ ต้องขอให้คุณชินวรณ์ถอนคําพูดด้วยครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ ถ้าหากว่าทางรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรี รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายครับ

(นายสุรเชษฐ์ ไชยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ขอประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุรเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประท้วงที่ท่านผู้อภิปราย พาดพิงครับท่านประธาน ก็คือในเรื่องของการที่ว่าสมาชิกที่ประท้วงได้เท่าไรซึ่งเปึนเรื่องที่ เสียหายครับ เพราะว่าผมด้วยความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมทราบนะครับเพราะว่าเมื่อกี้วินิจฉัยว่าเปึนคําพูดไม่เหมาะสม และเปึนการส่อเสียด คุณอดุลย์นะครับ ขอให้ทุกท่านนั่งลงก่อนครับ คุณอดุลย์นั่งลงก่อน คุณสุรเชษฐ์นั่งลง ก่อนครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ แล้วก็วินิจฉัยให้คุณชินวรณ์ได้กรุณาถอนคําพูดตรงที่ บอกว่าสงสัยว่าจะได้เท่าไรนะครับ ขอความกรุณาคุณชินวรณ์ถอนคําพูดด้วยครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมไม่แน่ใจว่า ทําไมผู้ประท้วงที่ให้ผมถอนคําพูดต้องกินปูนร้อนท้องด้วยครับ และที่สําคัญที่สุด

(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานด้วยความเคารพ ผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชินวรณ์หยุดก่อนครับ มีผู้ประท้วงอีกแล้วครับ คุณสุรเชษฐ์ประท้วงอะไรครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

ประท้วงท่านผู้อภิปรายครับ ด้วยความเคารพครับ ขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านอลงกรณ์เคยไปชวนผมทานข้าวตอน หาผู้สมัครลงพระนครศรีอยุธยา ผมบอกว่าข้าวที่บ้านมีทานครับ ผมมีศักดิ์ศรีครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ผมวินิจฉัยค้างไว้นะครับขอให้คุณชินวรณ์ได้กรุณาถอนคําพูดด้วยครับที่ว่าสงสัยว่า จะได้เท่าไร ขอเชิญคุณชินวรณ์ถอนด้วยครับ คุณชินวรณ์กรุณาถอนคําพูดนั้นด้วยครับ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ ผมยังไม่อนุญาตให้พูดนะครับ ขอความกรุณาท่านจะประท้วง ท่านต้องยกมือตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านยังพูดเองไม่ได้ ต้องรอให้ผมอนุญาตให้พูด จึงจะพูดได้ คุณชินวรณ์ขอความกรุณาถอนคําพูดด้วยครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อกี้ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมเองยังไม่คิดว่าคนที่ขึ้นมาประท้วงผมให้ถอน คําพูดจะคิดว่าเปึนคําพูดที่เสียหาย เพราะว่าไม่น่าจะไปกินปูนร้อนท้อง นี่ประการที่ ๑ ประการที่ ๒

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ต้องให้เขาปฏิบัติตาม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณชินวรณ์นั่งลงก่อนครับ มีผู้ประท้วงเยอะเลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เพราะว่าท่านประธานวินิจฉัยแล้ว นะครับ เขาต้องทําตามท่านประธาน ถ้าไม่ทําตามท่านประธาน ต้องทําตามที่ปฏิบัติ เมื่อเช้านี้ครับ คือเชิญท่านออกไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ทราบครับ คุณหมอประสิทธิ์เชิญนั่งลงก่อนครับ ท่านอื่น ๆ ก็นั่งลงก่อนครับ คุณชินวรณ์ ผมต้องขอเรียนคุณชินวรณ์ตรง ๆ นะครับ ได้วินิจฉัยไปแล้วว่าขอให้คุณชินวรณ์ได้ถอนคําพูด คําว่า สงสัยจะได้เท่าไร เสียก่อนนะครับ ขอความกรุณาด้วยครับ เพื่อรักษาบรรยากาศของ การประชุมให้เปึนไปด้วยดีครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน แต่ผมไม่ได้พูดเลยว่าได้คนละเท่าไร ผมก็ยังแปลกใจว่า การที่ท่านประท้วงไม่หยุดท่านกระทําเหมือนกับบัตรเติมเงิน ผมพูดเช่นนี้ แล้วทําไม ต้องมากินปูนร้อนท้อง แล้วผมแปลกใจว่าบรรยากาศเช่นนี้ผมไม่อยากเกิดขึ้นในสภานี้

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมไม่เข้าใจถ้าอย่างนี้

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่จะประท้วงขอความกรุณารักษามารยาทด้วยครับ ท่านอย่าเพิ่งพูดก่อนที่ผมอนุญาต ให้พูดนะครับ ขอให้คุณชินวรณ์ได้ชี้แจงให้จบก่อน เชิญคุณชินวรณ์ขอให้ถอนคําพูด ไม่ว่าจะเปึน สงสัยจะได้เท่าไร หรือว่า บัตรเติมเงิน อะไรก็ตาม ขอให้ถอนเถอะครับ เพื่อรักษาบรรยากาศของการประชุม ด้วยครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ จริง ๆ ผม ก็พยายามที่จะรักษาบรรยากาศของการประชุม ผมคิดว่าถ้าทางซีกฝ์ายรัฐบาลซึ่งผมได้ กราบเรียนกับท่านประธานเปึนเบื้องต้นว่าถ้าต้องการให้บรรยากาศในการอภิปราย ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันที่ ๑ คือท่านประธานต้องวางกรอบในเรื่องญัตติ ของการอภิปราย เพราะผู้ที่ประท้วงนั้นประท้วงว่าฝ์ายค้านไม่ดําเนินการตามญัตติ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้อยคําที่ฝ์ายค้าน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมกําลังวินิจฉัยว่าให้คุณชินวรณ์ถอนคําพูด ส่วนกรอบในการอภิปรายนั้นผมเปึน ผู้วินิจฉัยเองว่าคุณอลงกรณ์ยังอภิปรายในกรอบของญัตติไม่ไว้วางใจนะครับ เพราะฉะนั้นขอเชิญคุณชินวรณ์ได้ถอนคําพูดด้วยครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ถอนคําพูดเรื่องอะไรครับ ที่เสียหายต้องถอนคําพูด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถอน ที่บอกว่า บัตรเติมเงิน หรือ สงสัยจะได้เท่าไร ผมเองก็ได้ยินครับ และเพื่อนสมาชิกทุกคน ได้ยินหมดครับ ขอเชิญถอนคําพูดด้วยครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านผู้ประท้วงยอมรับไหม ครับว่า ท่านสงสัยว่าจะได้เท่าไร

(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยชัดเจน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอื่นที่ประท้วงอย่าเพิ่งพูดก่อนที่ผมจะอนุญาตนะครับ ขอให้ทุกท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านที่ประท้วงขอให้นั่งลงก่อนครับ ไม่อย่างนั้นการประชุมสภาก็ไม่สามารถเปึนไปด้วยดี ผมกําลังบอกคุณชินวรณ์ขอให้ถอนคําพูดเปึนครั้งสุดท้ายครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมขอบคุณมากที่ยกมือขึ้นมายืนประท้วงแสดงตนหลายคน เพื่อบรรยากาศของสภา ผมถอนครับ

(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ คุณเชิดชัยประท้วงอะไรครับ

นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ จากอุดรธานี พรรคพลังประชาชน ท่านประธาน ผมประท้วงท่านประธาน ท่านประธานได้โปรดกรุณาด้วยความเคารพครับ ท่านประธานช่วยเข้มงวดกวดขันในเรื่อง การประชุมตามระเบียบวาระ ผมสังเกตเห็นท่านครับ ผมเปึนนักการเมืองใหม่ พรรคฝ์ายค้าน เวลาจะพูดขึ้นแต่ละคํา ลุกขึ้นมาแล้วก็พูดเลย พวกผมยกมือตั้งนานท่านก็ไม่เคยเรียกให้พูด โดยเฉพาะข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ผู้ประท้วงต้องยืนขึ้นแล้วชูมือขึ้นเหนือศีรษะ ท่านสั่งให้พูด ถึงจะพูด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็จริงอย่างที่คุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ประท้วงครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ผู้ที่จะประท้วง ต้องลุกขึ้นยืนชูมือขึ้นเหนือศีรษะเมื่อประธานชี้ให้พูดได้ สมาชิกจึงจะพูดได้นะครับ แล้วผมก็ยึดถือปฏิบัติอย่างนี้มาโดยตลอดครับ ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล มาตรฐานเดียวกันครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานสักนิดเถอะครับ ผมพยายามจะหารือข้อบังคับหลาย ๆ เรื่อง แต่ผม เข้าใจท่านประธานครับ ผมมีความรู้สึกว่าท่านประธานได้เป่ดเงื่อนไขหลาย ๆ อย่างให้ ฝ์ายค้าน แต่ไม่เปึนไรครับ นั่นผมไม่ได้ว่าอะไร แต่ผมอยากให้บรรยากาศการประชุม ได้ประสานงานกันให้จบได้เปึนผลประโยชน์ต่อประชาชน ต้องยอมรับความเปึนจริงครับ ท่านประธาน การพูดเหน็บแนมกันผู้แทนราษฎรเขาไม่แพ้กันหรอกครับ แต่บังเอิญ พรรคพลังประชาชนพูดเหน็บไม่เก่งครับ แต่ผมนี่เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ผมเหน็บได้ครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านไม่ได้ใช้สิทธิประท้วงแล้วนะครับ เปึนการพูดอภิปรายแล้วไปพาดพิงผู้อื่นนะครับ เพื่อรักษาเวลาในการประชุมผมวินิจฉัยเลยว่าตอนนี้ท่านที่ประท้วงนั่งลงทั้งหมด จะได้ให้ คุณอลงกรณ์อภิปรายต่อ แล้วก็เดี๋ยวจะมีคุณพีระพันธุ์ที่ยกมือค้างไว้อภิปรายต่อ แต่ขอความกรุณาทั้ง ๒ ท่าน รวบรัดด้วยเพราะเรามีเวลาจํากัดครับ ขอเชิญคุณอลงกรณ์ อภิปราย

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ประท้วงเรื่องอะไรคุณสุนัยครับ เชิญคุณสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เมื่อสักครู่ที่ท่านชินวรณ์ก่อนจะจบ ก็ยังตลบหางมาอีกครับ แต่ผมไม่อยากเลยครับ ท่านประธาน อยากจะอนุโมทนาให้ แต่ขอท่านประธานเถอะครับ ประเภทให้อีกฝ์ายหนึ่งเหน็บแล้วเหน็บอีกเหน็บแล้วเหน็บอีก นี่ขอโทษครับ ผมก็ทําเปึนแต่พยายามไม่ทําครับ ขอความกรุณาเถอะครับท่านประธาน อะลุ่มอล่วยไม่เปึนไร แต่อย่าเป่ดช่องให้เหน็บมากนะครับ ท่านประธานครับ การประชุม จะได้ราบรื่น กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แล้วที่ท่านสุนัยพูดอยู่นี้ไม่เหน็บหรือครับ

(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณอดุลย์ประท้วงอะไรครับ

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ผมขอเรียนชี้แจงกับ ท่านประธานครับ ท่านประธานตั้งใจฟังสักนิดนะครับ ผมประท้วง ข้อ ๗๑ แต่ผมไม่ได้บอกว่า ท่านผู้กําลังอภิปรายนี่อภิปรายวกวนเวียนไปเวียนมา ผมไม่ได้พูดเช่นนั้น ผมกําลังบอกว่า ท่านผู้อภิปรายได้อภิปรายนี่เกินจากญัตติที่เสนอ ท่านประธานครับ ผมต้องการให้ ท่านประธานวินิจฉัยว่าเกินจากญัตติที่เสนอหรือไม่ เพราะท่านผู้ที่อภิปรายนี่อภิปรายมา ๒ ครั้ง แล้วบอกว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกับท่านนายกรัฐมนตรี ทําให้เสียอธิปไตยของชาติ ท่านประธานครับ ซึ่งในญัตติไม่มี และข้อกล่าวหาที่ท่านว่า ถ้าเกิดว่ามันมีในญัตติมันเปึนข้อกล่าวหาที่รุนแรงและร้ายแรง ซึ่งจะต้องดําเนินการ ถอดถอนด้วย แล้วก็ต้องดําเนินคดีอาญากับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศด้วยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนถามท่านประธานว่า ท่านผู้อภิปรายได้ทําเกินญัตติที่ยื่นไว้หรือไม่ ท่านประธานครับ

แล้วประการที่ ๒ ที่ผมจะเรียนท่านประธานก็คือว่า ผมบอกว่าคนที่พูดว่า บัตรเติมเงิน คือท่านที่ได้ถอนคําพูดไปแล้ว อีกท่านหนึ่งที่พูดไปแล้วที่ตอนต้นผมไม่ได้ ประท้วง แต่พอดีมีผู้พูดขึ้นมาอีกผมถึงต้องประท้วงคือท่านอลงกรณ์ ท่านอลงกรณ์พูด ตอนที่ท่านประชากําลังประท้วง แล้วท่านอลงกรณ์ก็บอกว่าทําบัตรเติมเงิน แล้วก็บอกว่า ไม่รู้ว่าได้เท่าไร อันนี้คือท่านอลงกรณ์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะถอน ถอนทั้งคู่ด้วยครับ ท่านประธาน ขอให้ท่านอลงกรณ์ถอนในคํานั้นด้วย แล้วก็ขอให้ผู้บันทึกการประชุมได้ โปรดไปลบคํานี้ออกด้วยครับ อีกคําพูดหนึ่งก็คือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจในคําประท้วงของคุณอดุลย์แล้วนะครับ ผมจะวินิจฉัยครับ การวินิจฉัยว่า ผู้อภิปรายนั้นอภิปรายนอกประเด็นหรือเปล่าเปึนหน้าที่ของประธานในการประชุมนะครับ ผมวินิจฉัยว่าคุณอลงกรณ์พูดยังอยู่ในประเด็นของการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามญัตติ ที่เสนอครับ แต่เปึนไปไม่ได้ครับการอภิปรายที่จะไม่ไปพาดพิงในเรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่ เปึนข้อเท็จจริงหรือเปึนข้อที่ผู้อภิปรายกําลังจะกล่าวหา แต่ในส่วนที่คุณอดุลย์บอกว่า คุณอลงกรณ์ก็พูดเรื่องบัตรเติมเงินหรืออะไรอย่างนั้นผมไม่ได้ยินครับ คําถามคุณอลงกรณ์ ได้พูดหรือเปล่าครับ อย่าเพิ่งประท้วงนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานครับ ผมยืนนานกว่า ได้อภิปรายหรือซักถามนะครับ คืออยากขอความกรุณาว่าถ้าหากได้กล่าวไปซึ่งมันนาน มาแล้ว ผมขอถอนนะครับ แต่ว่าขอให้ได้อภิปรายซักถามในฐานะที่ฝ์ายค้านได้ยื่นญัตติ แล้วผมเรียนว่าถ้าท่านได้ดูญัตติแล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ท่านยกมามันไม่ใช่ แล้วท่านประธาน ก็วินิจฉัยถูกแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะจบแล้วครับ มี ๒ คําถาม สั้นนิดเดียวครับ แล้วขอให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาฟังคําซักถามด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณคุณอลงกรณ์ครับที่ถอนคําพูดด้วย แต่เท่าที่ผมรู้สึกนะครับ คุณอลงกรณ์ ไม่ได้พูดตอนผมเปึนประธานครับ

(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ได้ยืนและยกมือขึ้น

คุณสมคิดประท้วงอะไรครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมสุชาติครับ สมคิด ท่านประธานเชิญออกไปแล้วครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน ขออภัยครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ผมยกมือประท้วงตามข้อ ๖๓ นานแล้ว ผมจะประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานไม่รักษาเวลา เพราะเมื่อเช้าผมนั่งอยู่ วิปฝ์ายค้านบอกว่าใช้เวลาเที่ยงคืน ท่านประธานครับ ท่านลองมองเวลาตอนนี้ เที่ยงคืนครึ่งครับ ถ้าท่านประธานจะประชุมต่อผมจะกลับไปบ้านก่อนครับ เพราะว่า ผมต้องไปกินยาตอนเที่ยงคืน เพราะอะไรครับ เพราะว่าวันนี้ผมอายุยังน้อยอยู่ แต่มีคน สูงอายุกว่าผมครับท่านประธาน ผมเกรงใจท่านครับ ผมกลัวท่านจะเปึนอะไรเกิดขึ้นแล้ว สภานี้ต้องรับผิดชอบ เพราะท่านบอกว่าเที่ยงคืนแล้วหยุด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเข้าใจคําประท้วงของคุณสุชาติแล้วนะครับ ขอวินิจฉัยครับ ผมจะมีหน้าที่ในการ วินิจฉัยว่าผู้อภิปรายใดอภิปรายเยิ่นเย้อหรือนอกประเด็น ตอนนี้ยังเป่ดโอกาสให้ คุณอลงกรณ์อภิปรายต่อครับ แต่ขอให้รวบรัดด้วยเพราะว่าเรามีเวลาจํากัด ส่วนที่ คุณสุชาติบอกเปึนห่วงว่าประธานจะเปึนลมเสียก่อน ไม่เปึนไรครับ เพราะตั้งใจแล้วว่า จะนั่งอยู่ตั้งแต่ตรงนี้บ่ายโมงครึ่งจนถึงเวลา ๒๓.๓๐ นาฬิกา พรุ่งนี้ ๓ ท่าน เชิญคุณอลงกรณ์ ต่อครับ ขอให้รวบรัดด้วยครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ขอบคุณท่านประธานครับ คําถามเพื่อที่ จะให้มีการชี้แจงนะครับ โดยข้อเท็จจริงเท่านั้นท่านนายกรัฐมนตรีอยู่พอดีนะครับ คําถาม สั้น ๆ เท่านั้นเองว่า รองนายกรัฐมนตรีท่านใดที่กํากับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ๒. ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านยังไม่ได้ชี้แจงว่าเรื่องนี้สําคัญต่อ ความไว้วางใจหรือไม่ จริงไหมครับที่ท่านได้ให้ไปขอสําเนาลับคดีซีทีเอ็กซ์จากอธิบดี กรมสนธิสัญญาและกฎหมายซึ่งเปึนผู้มีบทบาทสําคัญมากในการเจรจาในเรื่องของ กัมพูชา เพราะฉะนั้นท่านควรจะต้องตอบนะครับ เพราะว่าผมก็ได้อภิปรายตรงนี้ และถ้าท่านกล่าวว่าผมกล่าวเท็จ แล้วความจริงอยู่ที่ตรงไหน ท่านต้องยืนยันว่าใช่หรือไม่ ท่านได้ใช้ตําแหน่งหน้าที่ไปขอเอกสารดังกล่าวที่เกี่ยวกับคดีทุจริตซีทีเอ็กซ์ในหน่วยงาน ที่ท่านกํากับดูแลคือกรมสนธิสัญญา และมีผลต่อเรื่องการโยกย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญา หรือไม่อย่างไร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่ไหนครับ เวลาท่าน ทวงถามผมว่าผมไม่อยู่ในห้องประชุม ผมรีบเข้า ตอนนี้ผมถามท่านว่าท่านอยู่ที่ไหน ช่วยกรุณามาตอบนะครับ

(นายวิทยา บุรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขออนุญาตท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตามข้อบังคับนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือไม่ตอบก็ได้ เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ก่อนครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตอนนี้ผมว่าเป่ดโอกาสให้ท่านนายกรัฐมนตรี

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ขอความกรุณาสักนิดเดียวเถอะครับ เพราะว่าผมก็ทนฟังมานะครับ ต้องขอประทานโทษท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณวิทยาประท้วงหรือเปล่าครับ

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง เนื่องจากผมรักษามารยาทในการฟังมาโดยตลอด มันมีบางประเด็นต้องขออนุญาตชี้แจง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณวิทยา

นายวิทยา บุรณศิริ พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายมีประเด็นหนึ่งที่ท่านเกี่ยวโยงมา เนื่องจากผมเปึน รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศในอดีต และผมเองก็นําคณะโดยเฉพาะ ท่านดอกเตอร์ลิขิต ธีรเวคิน ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ไปศึกษาเส้นทางอีสท์-เวสท์ คอร์ริดอร์ (East-West corridor) ซึ่งเปึนเส้นทางจากเกาะกง-สะแรอัมเบิล อันนี้ต้องพูด เพราะว่าท่านโยงมาใช้ให้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่า การถ่ายทอดก็ดี และเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ก็ดีนั้น ในอดีตสภาแห่งนี้เปึนคนผ่าน งบประมาณ จริงครับ แต่ว่ามีการทํางานของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศนะครับ เพราะฉะนั้นการรวบรวมเรื่องโยงประเด็นในการอภิปรายในวันนี้ก็ไปเอาเรื่องในอดีตมา ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของเขาพระวิหาร จึงต้องเรียนให้ทราบนะครับว่าผมเปึนประธานคณะเดินทางไปเส้นทางเกาะกง-สะแรอัมเบิล เปึนโครงการศึกษาเรื่องอีสท์-เวสท์ คอร์ริดอร์ เปึนเส้นทางที่เป่ดเกทเวย์ (Gateway) ไป เนื่องจากว่ากัมพูชาซื้อสินค้าจากประเทศไทย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรัฐบาลในอดีต ในฐานะที่สภาแห่งนี้ผมเปึนกรรมาธิการการต่างประเทศ และเปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ จึงขออนุญาตนําเรียนเพื่อให้เพื่อนสมาชิกจะได้ไม่สับสน มันไม่ได้เกี่ยวกับการจัดทํางบประมาณ ในส่วนอื่น เนื่องจากมีการศึกษาของคณะกรรมาธิการด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ผมจะตอบคําถามว่า เรามีรองนายกรัฐมนตรีอยู่ ๖ คน แล้วก็ถ้ามีงานไหนที่นายกรัฐมนตรี ไปไม่ได้ รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งก็จะได้ถูกให้ไป ในกรณีที่ผมให้คุณสมชายไป เพราะคุณสมชายเปึนรองนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑ เมื่อเขาเชิญนายกรัฐมนตรีไป คนที่ ๑ ก็ควรจะได้รับสิทธิไปตามเกียรติยศที่ว่าเราเรียงลําดับกันไว้เท่านั้นละครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณพีระพันธุ์ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงหรือพาดพิงครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงรายครับ ท่านประธานครับ ผมได้ขอเอกสารจากท่านศิริโชคนะครับว่าให้ส่งท่านประธานให้ครบทุกชิ้น ตอนนี้ทราบว่า ท่านศิริโชคยังไม่ได้ส่งท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ต้องขอความกรุณาคุณศิริโชคช่วยจัดการให้ด้วยนะครับ เชิญคุณพีระพันธุ์ครับ ขอความกรุณารวบรัดด้วยนะครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานขออนุญาตขึ้นมาในช่วงนี้เปึนครั้งที่ ๒ เพื่อทํา ความเข้าใจ เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วก็พูดว่าได้ชี้แจงตอบที่ผมได้ ตั้งคําถามไปด้วยนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีนพดล ปัทมะ ได้ตอบไปนั้น ผมไม่แน่ใจว่าท่านไม่เข้าใจจริง ๆ หรือว่าท่านไม่ต้องการพูดความจริง ประการที่ผม อยากจะบอกท่านประธานครับ

อันดับที่ ๑ ก็คือเรื่องของทฤษฎีกฎหมาย จริง ๆ ไม่อยากพูดครับ แต่ว่า เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด ทฤษฎีกฎหมายป่ดปากเอสทอพเพล ท่านยอมรับเองนะครับว่า หลังจากคดีของเราแล้วนี่เปึนคดีแรกเริ่มต้น นั่นแหละครับผมถึงบอกมันไม่เปึนธรรม เขาไม่เคยใช้ และเมื่อใช้แล้วก็ต้องใช้ให้คนอื่นไปหมด แต่ประเด็นนี้ที่ผมต้องบอกเพราะอะไร ท่านพยายามอธิบายว่าในคําแถลงการณ์ซึ่งผมบอกไม่ใช่นี่นะครับ ไม่มีตรงไหนเลย บอกว่าเราสละสิทธิ แต่ว่าเรานิ่งเฉยครับ แล้วเราก็ไม่ปฏิเสธครับ มันมีการเขียน ลักษณะที่ตีความไปได้ ข้อกฎหมายท่านพูดอยู่เองครับว่าเปึนเรื่องของข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับสิ่งที่ท่านทําไปวันหนึ่งเราจะโดนทฤษฎีนี้เปึนครั้งที่ ๒

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมจะพยายามให้สั้นที่สุดทุกเรื่องเลยนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือ สรุปแล้วพื้นที่ตรงนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ผมอยากจะเรียนว่า ท่าน จะทําให้สังคมและประชาชนรวมถึงหลายคนสับสนและเข้าใจผิด ตรงนี้ครับ ตกลงมันคือ อะไร ผมได้พูดถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ท่านก็มาพูดต่อว่า มติเดียวกัน ผมบอกว่ามตินี้นะครับเขาไม่ได้กําหนดเส้นเขตแดนหรือพรมแดน เพราะคณะรัฐมนตรีไม่มีอํานาจกําหนดเขตแดนหรือพรมแดนได้ด้วยตัวเองโดยมติคณะรัฐมนตรี ท่านก็มาบอกว่าท่านอ่านให้ฟังว่าที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะกําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร เพื่อที่กัมพูชาจะได้มีอํานาจอธิปไตยตามคําพิพากษาของศาลโลกนั้น อาจทําได้ ๒ วิธี ตรงนี้คือประเด็นครับ อํานาจอธิปไตยครับ ท่านไปเข้าใจว่าอํานาจอธิปไตย ตรงนี้ที่บริเวณสีชมพูตรงนี้ ซึ่งของท่านเปึนสีม่วง หมายถึงดินแดน ไม่ใช่ครับ รัฐบาลของ ประเทศไทย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยยกดินแดนตรงนี้ให้ใคร มติคณะรัฐมนตรี ที่บอกว่าอํานาจอธิปไตยคือการปกครองเหนือพื้นที่นั้นครับ ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว ผมขอ อนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนิดเดียวครับ อธิปไตยเขาเรียกว่า โซฟเวอเรนตี้ (Sovereignty) ที่ดินเขตของเราเรียก เทอริทอรี่ (Territory) เปึนพื้นดิน อํานาจที่เสียไปคืออํานาจอธิปไตย เพราะเปึนบริเวณที่เขาบอกให้เราออก แต่เรายืนยันว่าเปึนพื้นดินของไทย เปรียบเสมือนอะไรท่านประธานครับ ที่เขาบอกให้เราออก แต่เรายืนยันว่าเปึนพื้นดิน ของไทย เปรียบเสมือนอะไรท่านประธานครับ เราถูกยึดครองทั้งประเทศยังเปึนประเทศไทย แต่เราสูญเสียอํานาจอธิปไตยในการปกครองประเทศ วันหนึ่งเมื่อเราชนะหรือเมื่อเขา ออกไปนั่นละเราถึงมีอํานาจอธิปไตยกลับคืนมา แต่การเสียดินแดนมันคือการเสียทั้งอํานาจ อธิปไตยและผืนดินไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ มีมติไปนั้นจึงไม่เกี่ยวกับดินแดน ผืนดินหรือเขตแดนเลย เขายอมรับว่าอํานาจอธิปไตย บนนั้นไม่มีแล้ว เราไม่มีสิทธิเข้าไปดูแลปกครองหรือส่งกําลังทหารเข้าไปคุ้มครองแล้ว จึงให้ออกมา ถึงใช้คําว่า ให้เขามีอํานาจอธิปไตยเหนือตรงนั้น เพราะฉะนั้นจากวันนั้นจน วันนี้เรายังสงวนสิทธิตลอดมาว่าบริเวณนี้คือแผ่นดินไทย เพียงแต่เราไม่มีอํานาจอธิปไตย เหนือตรงนี้เท่านั้นเอง ก็ต้องทําความเข้าใจ เพราะฉะนั้นการที่ท่านไปยอมรับนั้นระวัง เขาจะถือว่ากฎหมายป่ดปาก

ประเด็นต่อไป ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่ามีการชี้แจงบอกว่า กรมแผนที่ทหารทําหนังสือยืนยันแล้วก็มีเอกสาร ผมเปึนห่วงครับ ในอดีตแม้ไม่มี เอกสารเขายังหยิบยกมาใช้ดําเนินการกับเรา เอกสารราชการบอกว่ารับ ผมอยากเรียนว่า ผมคนหนึ่งไม่รับเอกสารฉบับนี้ ผมไม่เคยยอมรับว่าดินแดนไทยไม่ใช่ของไทย แต่ผมอยาก เรียนท่านประธานว่าแล้วทําไมก่อนหน้านี้เขาบอกมีปัญหา แล้ววันนี้เขาบอกไม่มี มันเกิด อะไรขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางรัฐบาลก็ดี ท่านรัฐมนตรีเองก็ดีจะต้องทําความจริงให้ชัดเจนว่า เหตุใดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงได้เปลี่ยนคําชี้แจงหรือได้เปลี่ยนจุดยืน หลังจากที่ได้ เคยมีความเห็นอย่างนั้นอยู่ ตรงนี้ต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจนขึ้น ผมกราบเรียนว่า ประเด็นสําคัญสุดท้ายหนังสือที่ทางกัมพูชาตอบกลับมาจากที่ท่านอธิบดีได้โต้แย้งไป ที่บอกว่ามีการสนับสนุนจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วบอกไม่มีพื้นที่ที่เปึนดิสพิวท์ แอเรีย (Dispute area) หรือพื้นที่ที่ทับซ้อนนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศหรือท่านรัฐมนตรีว่า อย่างไร และโดยเฉพาะประเด็นสําคัญตรงที่จะเกี่ยวกับเรื่องแผนผังหรือแผนที่ที่ท่านจะ พยายามใช้ในสนธิสัญญาหรือแถลงการณ์ ท่านจะเรียกอะไรก็สุดแล้วแต่ เขาใช้คําว่า แมพ ท่านบอกใครจะใช้ก็แล้วแต่ แต่มันใช้ไปแล้ว ทําไมครับ ถ้าท่านนั่นจริงทําไมไม่ไปขอให้ ทางคู่สัญญาของเราเขายืนยันว่าเอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เปึนสนธิสัญญาหรือสัญญาที่บังคับ กันได้ เปึนเพียงแค่แถลงการณ์ ให้เขายืนยันมาสิครับ เหมือนที่เขาทําหนังสือมาบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปสนับสนุน แล้วก็ไม่มีดิสพิวท์ แอเรีย ทําไมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศซึ่งมีความสามารถไม่ทําตรงนี้ให้ได้ล่ะครับ ให้เขายืนยันเรามา และให้เขายืนยันด้วยว่าตรงนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนที่ในอนาคต ผมขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัยประท้วงอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมขอประท้วงท่านประธานสักนิด เถอะครับ คือผมเองพยายามจะเดินแนวทางท่านประธาน ก็คือว่าพยายามจะอะลุ่มอล่วย ให้ฝ์ายค้าน ผมไม่ประท้วงฝ์ายค้านครับ อย่างกรณีนี้ขอเปึนบรรทัดฐานสักนิด เพราะไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ไม่เสร็จ ถ้ามีการอภิปรายแล้วท่านรัฐมนตรีตอบ อย่างวันนี้ ผมฟังแล้วว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตอบชัดเจนแล้ว แต่ปรากฏว่า เมื่อมีผู้อภิปรายขอซักถามอีกต้องใช้ตามข้อบังคับที่ผมเรียนท่านว่า ข้อ ๒๓ นั้นน่าจะ หมายถึงการถาม ไม่ใช่อภิปราย ถ้าเปึนอย่างนั้นละก็มันจะกระชับขึ้น แต่เอาเถอะครับ อย่างไรก็ตามที่ประชาชนฟังแล้วผมคิดว่าได้เป่ดโอกาสให้ฝ์ายค้านซักเต็มที่ แต่ว่าถ้าเปึน อย่างนั้นมากจัดผมว่ามันไม่จบครับท่านประธาน จึงขอท่านประธานช่วยคุม ถ้าจะขึ้นถาม ครั้งที่ ๒ ใช้ข้อ ๒๓ ต้องเปึนการซักถามเปึนประเด็น ๆ ไป ไม่ใช่มาแมพอีกแล้ว พอแมพอีก แพลนอีกก็เรื่องเดิมละครับ ผมจึงต้องประท้วงท่านประธาน เพราะเวลาฝ์ายรัฐบาลพูดปัูบ ท่านกดมือไวจริง พอฝ์ายค้านพูด ท่านไม่กดเลย ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริงก็กดเท่า ๆ กันนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณในคําแนะนําของคุณสุนัย ความจริง เราเห็นตรงกัน ข้อบังคับ ข้อ ๒๓ เป่ดโอกาสให้สมาชิกได้ซักถามเพิ่มเติมนะครับ แล้วผมก็ฟังดูเมื่อกี้คุณอลงกรณ์กับคุณพีระพันธุ์ก็ซักถาม แล้วก็ได้เรียนในที่ประชุมแห่งนี้ครับ เรามีเวลาจนถึงเวลา ๒๓.๓๐ นาฬิกา พรุ่งนี้นะครับ อภิปราย ๓๕ ชั่วโมง ก็ขอให้กระชับ เพื่อรักษาเวลาด้วยครับ ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริง มีประเด็นที่อยากจะซักถามท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติม จริง ๆ หักล้างประเด็นต่าง ๆ ที่เปึน คําชี้แจง แต่เกรงว่า ๑. ท่านรัฐมนตรีไม่อยู่ ๒. จะเปึนการรบกวนเวลาของสภาก็อาจจะต้อง ไปใช้สิทธิในช่วงของการสรุป ซึ่งก็จะเปึนสมาชิกท่านใดท่านหนึ่ง แต่ขอพูด ๒ ประเด็นครับ ที่ผม มีความคิดว่าจําเปึนจะต้องพูดในฐานะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งใจจะพูดก่อน หน้านี้ แต่ว่าอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีอารมณ์เย็นลงสักนิดหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็ดูว่าน่าจะพูด ได้แล้ว ท่านประธานครับ กระผมในฐานะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ อย่างนี้เหน็บไหมครับ ท่านประธาน ผมประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ คุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมประท้วงครับท่านประธาน คือท่านประธานปล่อยให้การอภิปรายของฝ์ายค้าน โดยเฉพาะเมื่อสักครู่ ขอประทานโทษ ผมไม่ได้ประท้วงท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ทําไมมือไม่ไวเลยครับ เพราะผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรบอกท่านนายกรัฐมนตรี อารมณ์เย็นหรือยัง อย่างนี้เหน็บไหมครับท่านประธาน ผมนี่เหน็บเก่งมากเลยครับ แต่พยายามไม่เหน็บเลยครับท่านประธาน ทําอย่างนี้ผมว่าถ้าเปึนอย่างนี้เดี๋ยวไม่มีจบ ผมขอให้ท่านประธานมือไวเท่า ๆ กัน กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โดยปกติแล้วผมจะไม่ค่อยมือไวในระหว่างที่ผู้อภิปรายนะครับ ไม่ว่าจะฝ์ายรัฐบาล หรือฝ์ายค้านนะครับ ยกเว้นจะมีคนประท้วงผมก็จะวินิจฉัย ก็ต้องขอความกรุณา ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอเอาให้ตรงประเด็นครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ประเด็นของ กระผมก็คือว่า ก่อนหน้านี้ท่านกล่าวหาพรรคฝ์ายค้านว่าปลุกระดมว่าทําให้เกิดความชิงชังกัน ระหว่างประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน ผมต้องการที่จะลุกขึ้นมาเพื่อกราบเรียน ยืนยันว่าในการประชุมเตรียมการในการอภิปรายผมได้กําชับเรื่องนี้เปึนพิเศษกับผู้อภิปราย ทุกท่าน แล้วในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การอภิปรายของเราอาจจะถ่ายทอด ไปถึงพี่น้องชาวกัมพูชา ก็อยากจะใช้โอกาสนี้พูดเสียเลยครับว่าไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลของประเทศไทยเราอยากจะเปึนเพื่อนบ้านที่ดีครับ เพียงแต่ว่าการทําหน้าที่ ของพวกกระผมในวันนี้ต้องการที่จะตรวจสอบฝ์ายบริหารของประเทศไทยเช่นเดียวกับ ที่ฝ์ายค้านของกัมพูชาก็ตรวจสอบรัฐบาลของกัมพูชาในเรื่องนี้ การมีสัมพันธไมตรีที่ดีกับ เพื่อนบ้านพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบหรอกครับ ว่าเวลาผมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหลายเรื่องนี่ผมช่วยท่านอยู่นะครับ ไม่ใช่ไม่ช่วย เช่น ช่วงที่พม่ามีปัญหาก็มีองค์กรเอกชนซึ่งมีแนวคิดที่จะใช้วิธีการอย่างอื่น ที่จัดการกับปัญหานี้ ผมก็บอกว่าผมเห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ดําเนินการไป ที่จริงผมให้สัมภาษณ์ออกเปึนแถลงข่าวด้วยว่าท่านควรไป แล้วเมื่อท่านกลับมา ท่านมาชี้แจงมีองค์กรเอกชน มีใครต่อใครไม่พอใจ ผมบอกต้องให้ความเปึนธรรมกับ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงบทบาทของการเปึนเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจเปึนช่องทางสําหรับชาวโลกที่จะติดต่อเข้าไป ผมทําครับ ท่านครับ ผมทําอีกหลายๆ เรื่องเวลามันเปึนผลประโยชน์ของชาติ เวลามันเปึนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ผมทําครับ แต่ที่ผมยอมไม่ได้ก็คือว่าถ้าฝ์ายบริหารของเราทําอะไรไม่ถูกต้อง ผมก็ต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด ไม่มีตรงไหนเลยในคําอภิปรายของผมที่ไปตําหนิกัมพูชาครับ ผมตําหนิท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของผมบอกบ้างสิครับว่าตรงนี้ เรายึดถือเปึนดินแดนไทย เราไม่เรียกเปึนพื้นที่ทับซ้อน เหมือนกับที่ทางกัมพูชาเขาส่ง หนังสือมาถึงไทยว่าของเขาไม่ถือว่ามีพื้นที่ทับซ้อนเปึนของเขาครับ แต่ไม่ได้แปลว่า พูดอย่างนี้แล้วจะบอกให้ผู้คนไปเกลียดชังสู้รบกัน ไม่ใช่ครับ แล้วผมก็เรียกร้องด้วยครับว่า ไม่ว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ที่ไหนเรื่องเขาพระวิหารจะเปึนอย่างไร กรุณาอย่าใช้ความรุนแรง และกรุณาอย่าให้เปึนปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน กับประชาชน สิ่งที่เราเรียกร้องคือรัฐบาลกับรัฐบาลต้องรู้จักดําเนินนโยบายการต่างประเทศ ที่ไม่เปึนเงื่อนไขให้ประชาชนขัดแย้งกัน นี่คือจุดยืนของกระผมและพรรคฝ์ายค้านเพื่อที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เข้าใจ

ประเด็นที่ ๒ บังเอิญเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งนะครับ เห็นใจท่านครับ เพราะว่าท่านก็พยายามใช้สิทธิบอกว่าเรื่องญัตตินี้มันต้องดําเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ คือมันเปึนปัญหาข้อเท็จจริงนิดเดียวครับท่านประธาน พวกกระผมยื่นญัตตินี้เข้าใจว่า วันที่ ๑๘ ครับ เปึนวันเดียวกับที่มีการลงนามในแถลงการณ์ร่วม แต่ในวันที่พวกกระผม ลงนามในญัตติเรายังไม่ทราบไม่ได้เห็นแถลงการณ์ร่วม ไม่ได้เห็นแผนที่ เพราะทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังไม่พร้อมที่จะแถลงข่าว ดังนั้นเราก็เขียนญัตติ ตามที่เราคาดการณ์ไว้ส่วนหนึ่ง แต่มาถึงวันนี้กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่ท่านพูดไปนี่ครับ พวกกระผมไม่หยุดนะครับ และยืนยันเลยนะครับว่าเปัาหมาย ของพวกกระผมนี่ครับ ไม่ได้สนใจอนาคตของท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ว่าจะเปึนรัฐมนตรี ต่อไปหรือไม่ วันนี้ลุกขึ้นประกาศเลยนะครับว่าท่านจะไปถอนความตกลง ความยินยอม เห็นชอบกับทางกัมพูชาในแถลงการณ์ร่วม ผมจะถอนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายนพดล ปัทมะ ทันที เพราะเปัาหมายของผมคือรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่การมาเอาชนะคะคานจะฆ่านายนพดล ปัทมะ ทางการเมือง และหลังจากนี้ ไปผมก็เรียกร้องว่าที่ให้ไม่ไว้วางใจท่านเพื่อเปึนข้อต่อสู้ของประเทศไทยในยูเนสโก และถ้าสมมุติว่าสภาจะไว้วางใจ แน่นอนครับจะมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอื่น ซึ่งพรรคฝ์ายค้านจะดําเนินการร่วมกับประชาชนคนไทยรักษาสิทธิ ของคนไทย และประเทศไทยและไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านขอชี้แจง เพียงเท่านี้ละครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตยครับ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผมสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้กรรมการประสานงาน ทั้ง ๒ ฝ์าย ได้พูดคุยกันแล้วนะครับ ก็ตกลงกันอย่างนี้ครับว่า อย่างที่ตกลงกันเมื่อบ่ายก็คือ คืนนี้จะจบกันที่ตรงนี้ก่อนแล้วก็เลื่อนการประชุมไปประชุมต่อวันพรุ่งนี้เวลาเก้าโมงครึ่งนะครับ ส่วนที่ท่านประธานได้เตรียมพร้อมตลอดทั้งคืนก็ดีครับ จะได้เก็บพลังไว้ใช้วันพรุ่งนี้ต่อ ก็จึงเรียนมา เมื่อสักครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลกับท่านรัฐมนตรี ประทานโทษ เอ่ยนามท่าน คุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ก็อยู่ด้วย ก็เปึนที่ตกลงกันครับ แล้วพรุ่งนี้ ก็ต่อเวลาเก้าโมงครึ่ง ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในช่วงนี้ก่อน ที่จะมีการเลื่อนการอภิปรายไปไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องการอภิปรายในช่วงนี้ไหมครับ ท่านสมาชิกครับเปึนอันว่า เราได้ตกลงกันครับว่าจะเลื่อนการอภิปรายไปในวันพรุ่งนี้โดยเริ่มการอภิปรายเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา นะครับ มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีก็เลื่อนการอภิปรายไปในวันพรุ่งนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๐๐.๔๙ นาฬิกา ของวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๑