สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช อภิปรายเรื่องการประกาศยืนยันความแพ้ในการดำเนินคดีของประเทศไทยในองค์การสหประชาชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ไม่ดำเนินการใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือความไม่ลงรอยกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ยังพูดถึงประท้วงของนายวิทยา แก้วภราดัย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผมต้องขอประกาศในสภานี้ วันนี้ ผมไม่เคยเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ถ้าอย่างนั้นสมควรแล้วครับที่พูดผิด แล้วถอนเสียเมื่อกี้นี้ ผมไม่เคยเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช และสําคัญที่สุดก็คือว่า ผมเปึนคนที่มีบุญคุณต่อท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ คนที่มีบุญคุณคือคนนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ต้องไปตอบแทนบุญคุณนายกรัฐมนตรีทักษิณ อดีตท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณจะต้องตอบแทนบุญคุณผม โปรดเข้าใจด้วย ผมนี่ละครับเปึนคนทําให้เกิดบุญคุณ กับนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพราะฉะนั้นที่พูดมาบอก ๔ เดือน ผมจะต้องไปตอบแทนบุญคุณพูดไปพูดมา ไม่หรอกครับ ผมไม่ต้องตอบแทนบุญคุณ ผมเปึนคนทําบุญคุณให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ ต้องรู้เรื่องนี้ ด้วยครับ ผมก็นั่งทนฟังมาตั้งแต่ต้น แหม ตื่นเต้นนักหนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจบ โอ้โฮ เอกสารอะไรนักหนา พูดไปอย่างไรยกกันมหึมา ก็เรื่องพรรค์อย่างนี้ครับ แน่นอนครับ คนเกิดป้ ๒๕๐๗ กับคนที่เกิดป้ ๒๔๗๘ อายุมันแตกต่างกัน ๒๙ ป้ครับ ตอนเกิดเหตุผม อายุ ๒๙ ป้ แล้วบัดนี้อายุ ๗๓ ป้ สติปัญญายังมีครบถ้วน เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมฟังได้เพราะในสภานี้มันคนละเสียงเท่ากัน จะอบรมบ่มนิสัยอย่างไรก็ได้ครับ จะดูถูก ดูแคลนอย่างไรใครก็ได้ แต่ว่าคุณพ่อคุณแม่ผมอบรมสั่งสอนมาไม่ให้ไปดูถูกดูแคลนใคร โดยไม่มีเหตุผล วันนี้ละครับ ผมถูกคนอายุ ๔๐ กว่าป้ดูแคลนโดยไม่มีเหตุผล แต่ผมทนได้ครับ ผมจะบอกให้ฟังที่จบไปเมื่อสักครู่ผมไม่อยากจะให้ข้ามกระโดดไป ทั้งหลายทั้งปวง ที่เกิดมาที่อธิบายความทั้งหมดนั้นนึกหรือครับว่าคนที่อายุ ๗๓ ป้จะไม่รู้เรื่องที่ยกมาพูด มันน่าตื่นเต้นอะไรแค่ไหนครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่าเราแพ้คดีความ ที่มาประกาศยืนยัน ก็เพราะว่าจะประพฤติตัวเปึนสมาชิกที่ดีขององค์การสหประชาชาติจึงยอมให้เขาอย่างนั้น แล้วยอมมากี่ป้แล้วครับ ยอมมา ๔๕ ป้ สงวนสิทธิไหมครับ สงวน เดี๋ยวนี้รัฐบาลนี้ ก็สงวนสิทธิครับ ทุกอย่างที่ทําไปสงวนสิทธิทั้งนั้น แล้วที่ทํามาทั้งหมดนี่กระทรวงการต่างประเทศ เขาไม่ได้เปึนพวกรัฐบาลประชากรไทยหรอกครับ เขาตรวจสอบทุกระยะ เขาดูอยู่ทั้งหมด จะทําอะไรอย่างไร ๆ นั้น เราทําตามแนวทางที่เขาตั้งเอาไว้ให้ เพราะฉะนั้นจะบอกให้ฟังว่า ที่ตัดสินที่ดําเนินการไปทั้งหมดนั้นกระทรวงการต่างประเทศเขาอยู่ข้างหลัง ไม่ได้คิดทําเอง เออเองอะไรต่าง ๆ ผมไม่เข้าใจเลยครับ ทําไมมันถึงเรื่องราวมันเปึนไปได้ว่าเรื่องเท่านี้ มันกลายเปึนเรื่องจะเอาประเทศชาติไปขาย แต่ท่านรู้ไหมครับว่าสิ่งที่ท่านจุดชนวนมาถึง วันนี้กําลังนี้ไมตรีของ ๒ ประเทศมันเกิดอะไรขึ้น คนไทยที่อยู่กัมพูชาแจ้งเข้ามาแล้วครับ นอนตาไม่หลับแล้ว ถามว่ากองทัพอากาศนั้นเครื่องบิน ซี ๑๓๐ ยังพร้อมอยู่หรือเปล่า จุดชนวนกันเล่นกันจนกระทั่งไม่ดูหัวดูหาง ปลุกระดมกันแบบชนิดไม่ดูอะไรอย่างไรเลยครับ ท่านเปึนฝ์ายค้านจะเล่นอย่างไรก็ลองเล่นดู แต่ว่าผมเปึนรัฐบาลนะครับ เปึนหัวหน้ารัฐบาลด้วย ผมต้องรักษาไมตรีของบ้านเมือง ๒ บ้านนี้ไว้ครับ ใครจะมาดุด่าว่ากล่าวจะทํามาหากิน อะไรอย่างไร พูดเถอะครับ แต่ท่านต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเปึนอย่างนั้นจริงหรือเปล่า มีผลประโยชน์ อย่างไรหรือเปล่า บอกว่ามือสมัครเล่น นี่ละครับสมัครจริงครับ ผมจะบอกให้ฟังนะครับ พูดมาทั้งหมด อภิปรายมาทั้งหมด ผมไม่อยากไปตอแยแต่ละข้อ แต่ที่แค่นเขียนมา ผมยืนยันครับ ผมตําหนิว่าแค่นไม่มีอะไรเสียหายหรอกครับ เพราะแค่นจริงเขียนมา ๙ ข้อ คนฟังทั้งบ้านทั้งเมืองเขาคิดหรือครับว่าผมมันเปึนคนแย่ขนาดนั้น มันน่าทุเรศขนาดนั้น ๔ เดือน มาบอกจะทนไม่ได้ ข้อเท็จจริงคือว่าทนให้พรรครัฐบาลชุดนี้มันบริหารไปไม่ได้ เพราะมันยาวเหลือเกิน ๔ เดือน เมื่อไรมันจะไปเสียที เมื่อไรถึงจะเปึนโอกาสของเรา ทําไมพรรคการเมืองพรรค์อย่างนี้เส็งเคร็งเปึนอย่างนี้ถึงมีโอกาสมาตัดสินโครงการใหญ่มหึมา ในบ้านเมืองอย่างนี้ น่าตื่นเต้นรถเมล์จะแก้ก็แสนล้านบาท คนก็บอกขนส่งมวลชนนั่น หลายแสนล้านบาทครับ โครงการผันน้ําก็เปึนแสนล้านบาท โครงการรถไฟรางคู่ก็แสนล้านบาท จะทําอะไรบังเอิญใหญ่มหึมาทําไมรัฐบาลหน้าโง่พรรค์นี้มันถึงมีโอกาสครับ อันนี้ละครับ มันแสดงออกมาตรงที่เขียนมาให้ ๙ ข้อนั่นละครับ ปัทโธ่ เวลาคนเราจะดูความอยากนี่ แหม มันอยากเหลือเกินอยากเปึนนายกรัฐมนตรี ก็แสดงความอยากให้คนเขาเห็นทั้งบ้าน ทั้งเมืองที่แล้วมาก่อนจะตั้งรัฐบาลไม่ได้แสดงความอยากอะไรเลยหรือครับนั่น ๑๖๔ คนกับ ๓๑๖ คนนี่ยังดิ้นรนกระวนกระวายจะเอาให้ได้ แล้วอย่างไรครับ มันก็เปึนไปไม่ได้ แล้วก็ ๔ เดือนเท่านั้นมีไหมล่ะครับ ผมจะบอกให้ฟังนะครับว่าอ้ายที่ไม่ให้อภิปราย เพราะมันอภิปรายในเวลาที่เขาตั้งไว้สําหรับจะทํางบประมาณ ธรรมดาเขาเป่ด ๓ วันเขาป่ด นี่เป่ด ๒ อาทิตย์ล่วงหน้าเพราะมีกฎหมายจะต้องทําเท่านั้นละครับ แล้วก็จะสอดแทรกมา ให้ได้ ผมก็บอกว่า เออ เขาอยากจะเอาให้ได้ ข้อเท็จจริงให้คนทั้งบ้านเมืองนี้เขารู้สิครับว่า ถ้ามันเอาตรงนี้ไม่ได้แล้วรอไปถึงเป่ดสภาเดือนสิงหาคมมันก็ยื่นไม่ได้ ให้ชาวบ้านเขารู้ สิครับว่าอีก ๔ เดือนข้างหน้าก็ยื่นไม่ได้ครับ เพราะวาระเขาไม่ให้ยื่น ป่ดสภาอีก ๒ เดือน ก็ยังยื่นไม่ได้ครับ ต้องวันที่ ๒๑ มกราคม ป้ ๒๕๕๒ จึงจะยื่นไม่ไว้วางใจได้ ต้องรอเกือบป้ครับ ถ้าเผื่อจริง ๆ ตั้งแต่เข้ามา เพราะฉะนั้น ๔ เดือนมันทุกข์ทรมานเหลือเกิน เพราะฉะนั้นเป่ด สภาเพื่องบประมาณจึงจะสอดแทรกเอาให้ได้ ก็เมื่อผมจัดการแก้ไขได้วันนี้ประชุม ครม. ก็เอาให้เลิกเร็วเพื่อจะมาที่นี่ ตอนบ่ายนี่ก็ยกเลิกหมด เมื่อยกเลิกเขาได้วันพุธยกเลิกได้หมด ก็เอาเลยสิครับ เมื่อวันจันทร์ยังต้องมาประชุมที่นี่เลยครับ ขอเขาประชุมที่นี่ก็ยกเลิกไป แต่ว่ามาทําให้วุฒิสภา ให้ฝ์ายค้านแล้วไม่ให้วุฒิสภา ก็ต้องให้ด้วยกัน นี่คิดดีนะครับ นี่คิดดีครับแต่ถูกเยาะเย้ยถากถาง โอ้โฮ ถูกอะไรบีบบังคับ ข้างนอกที่มานั่นไม่บีบบังคับ อะไรหรอกครับ ไม่หรอกครับ ผมทนได้ ถ้าท่านทางฝ์ายค้านเห็นว่าข้างนอกที่เขาทํามีเหตุผล ก็เปึนสิทธิของท่าน จะยกย่องสรรเสริญก็มีสิทธิของท่านแต่ผมไม่เอ่ยโยงใยให้มันเสีย ให้มาประท้วงผมหรอกครับ ไม่มีหรอกครับเรื่องพูดจาเฉียดไปเฉียดมาผมไม่พูดหรอกครับ แต่ถ้าเห็นดีเห็นงามก็เปึนสิทธิของท่าน แต่ว่าที่เข้ามาพูดในนี้ไม่ได้กลัวพวกข้างนอกหรอกครับ แต่ว่าเพราะเปึนหน้าที่ของผม อ้ายคนหน้าตาอย่างนี้อยู่ในการเมืองมาค่อนชีวิตนี่ อะไรมันไร้สมรรถภาพขนาดว่าให้เด็กอายุ ๔๐ กว่าป้พูดจากระทบกระแทกแดกดัน มันถึง ขนาดนั้นเชียวหรือครับ แหมหน้ามันโง่ขนาดนี้หรือครับนี่ สติปัญญามันไม่มีเลยเชียวหรือครับ โอ้โฮ ผมบอกจริง ๆ ผมก็เสียใจจริง อาจารย์เสนีย์คําน้อยผมไม่เคย คนอย่างผมน่ะรู้จัก บุญคุณคนครับ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์สร้างผมมา ผมนี่ละครับเปึนนักการเมือง ที่เดินออกมาแล้วไม่เคยดูหมิ่นดูแคลนพรรคประชาธิปัตย์ ผมยกย่องพรรคการเมืองพรรคนี้ แล้วพูดจาให้คะแนนพรรคนี้เสมอ แต่ว่าเมื่อเวลาที่การเมืองมันมามีกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่เนรคุณครับ ใครจะคิดเนรคุณใครสุดแท้แต่ แต่ไม่มีสําหรับผม เพราะฉะนั้นกรุณาอย่าเก่งกาจเกินขนาดเลยครับ โอ้โฮ ใช้ถ้อยคําสุดท้ายคงคิดไว้ดีแล้วละครับ เนรคุณอาจารย์เสนีย์ โอ๊ย สักร้อยหนึ่ง สักครึ่งหนึ่งที่ทําบุญคุณครับ โอ๊ย มากเกินไปครับ เวลาที่ไม่รู้อะไรแล้วนี่แล้วมาแสดงเหมือนกับที่เรื่องใน ครม. นี่ ผมถอนออกมาทําไมครับ เรื่องนั้น เพราะว่าเขาคิดมา วันที่ ๑๖ มันวันจะเข้า ครม. แต่ว่าก่อนหน้านั้นด่ากันมา ๑๐ วัน เอกสารผมก็ยังไม่ได้เห็น แต่ท่านก็เก่งละครับ เขาคิดมาท่านก็รู้แล้ว ตอบโต้กันมา ๑๐ กว่าวันครับ เอามาถึงผมก็บอกอ้ายนี่ละครับคือเหยื่อที่เขาจะเอามาล่อให้ทั้งนั้น ผมบอกคุณช่วยไปทํา มาทีเถอะ เอากลับไปทําใหม่ คนที่ทํานี่ไม่ใช่การเมืองนะครับ งบประมาณกับ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คุณไปช่วยประชุมกับทางซีกที่เขาตั้งฐานมา ไปแสดงให้ดูสิจะทําให้ดูก่อนว่าเพราะถูกด่าว่าเลือกบริษัทไว้แล้ว ผมบอกให้ไปทําเลยครับ ว่าจะประมูลอย่างไร จะเชิญชวนอย่างไร เมื่อวานวุฒิสมาชิกบอกเลยครับ ของท่านทําได้ เรียบร้อย ผมยินดีเลย ผมยังบอกผมได้ลูกค้าแล้ววันนี้ มีคนที่เอามาแข่งขัน เขาติดตามงานนี้ครับ ก็ลองดูสิครับ แต่ละอัน ๆ ที่ยกมาถ้าผมจะไม่ดูหัวข้อที่จดไว้เสียบ้างก็จะกระไรอยู่นะครับ ขอดูนิดหนึ่งนะครับ ปกติเปึนคนไม่ค่อยดูบทหรอกครับ โอ้โฮ ด้านเศรษฐกิจประสบปัญหา เกี่ยวกับพลังงาน เรื่องปากท้อง ความไม่สงบปัญหาชายแดนภาคใต้ ต้องการความสมานฉันท์ ในชาติ โอ้โฮ เรื่องพลังงานผมถูกต้องครับ ผมพูดชัดเจนเลย คือความคิดของคนมันก็ไม่เหมือนกันครับ มันก็เปึนไปได้ ท่านมาเปึนรัฐบาลเอาเลยครับ เข้ามาล่อ ปตท. ให้มันเจ๊งไปต่อหน้าต่อตาเลยเพราะต้องการเอาเงินมาให้น้ํามันมันถูก ก็คิดสิครับ มาเลเซียเขาโดนเรื่องน้ํามันแพง ถูกต้องครับ เพราะมาเลเซียอุดหนุน น้ําตาล ก็ถูกกว่า น้ํามันก็ถูกกว่าเขาอุดหนุนหมด แล้วเพราะเหตุว่านายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประทานโทษนะครับไปพูดถึงเขานิดหนึ่ง เพราะเหตุว่าเขาไม่ได้ ๒ ใน ๓ ซึ่งไม่ใช่ระบบเลย ผมนี่ประชุมโฟร์ อายส์ (Four eyes ) กันมา นั่งกัน ๔ ตา มานี่ ผมบอกว่ามีไหมครับ มีข้อกําหนดไหม บอกไม่มี เหลือ ๕๐ ป้ครึ่งศตวรรษมันจะชนะ ๒ ใน ๓ ตลอด มาท่านนี่ซวยไปหน่อย ๆ ฝ์ายค้านแข็งขึ้นแพ้ไป ๘ แต้ม โดนเดินขบวน ชนะเกินครึ่งแต่ว่าไม่ถึง ๒ ใน ๓ ก็โดนเข้าไป แล้วก็ล่อกันใหญ่เลยครับ ล่อกันเองครับ บังเอิญเจอ ถามว่าตกลงมาเลเซียเกิดเหตุไหม เกิดเหตุ เรื่องอะไรครับ อุดหนุนน้ํามัน อุดหนุนข้าวสาร อุดหนุนน้ําตาล อุดหนุนหมดครับ ก็โดนไหมครับ แล้วประเทศไทยโดนไหม ก็โดนครับ มันโดนกันทั้งโลกนะครับ บางประเทศ เขาผลักไล่รัฐบาลออกไปเลย แต่ว่าที่นี่เคราะห์ดีนะครับมันตั้งตัวเอาไว้ทัน รัฐบาลก่อน เขาทําเอาไว้ครับ เขาจัดการเอาไว้ ก็ในยามที่ราคามันไม่บ้าเลือดอย่างนั้นเขาก็ใช้ระบบ กองทุน เขาก็อุดหนุนกันไปอุดหนุนกันมา วันดีคืนดีเขาก็คงจะรู้ประมาณการไว้ได้เขาก็จัดการ ให้เสร็จ เวลานี้น้ํามันวิ่งขึ้นวิ่งลงก็ไม่มีปัญหานะครับเพราะคนไทยรู้แล้ว เข้าใจแล้ว เข้าใจ ว่าไม่ใช่เปึนความผิดของรัฐบาล ไม่ใช่ความโง่ของรัฐบาล เพราะเหตุว่ามันราคาต่างชาติ แล้วน้ํามันมันแพงก็กระทบราคาสินค้า ราคาสินค้าแพงก็เพราะราคาน้ํามันมันแพง มันอะไรล่ะครับ ราคาข้าว โอ้โฮ มีวิกฤติการณ์ อายเขาบอกอย่างไร ข้าวราคาแพงทั้งโลก แต่เมืองไทยชาวนาเดินขบวน แหงละสิครับ มันต้องมีเหตุครับ ต้องมีเหตุครับราคา ทั่วโลกมันแพงครับ แต่ว่าพ่อค้ามาเล่นกับโรงสี โรงสีไปกดชาวนา แล้วรัฐบาลทนไหม รัฐบาลก็ทนไม่ได้ครับ รัฐบาลบอกจะซื้อ ๑๔,๐๐๐ บาท เอาสิจะซื้อ ๑๔,๐๐๐ บาท ใครจะเอามา ก็ซื้ออย่างไรครับ ซื้อนาปรังนี่ ๒ ล้าน ๕ แสนบาท จะออกเดือนกรกฎาคม พอเดือนมิถุนายนก็ดําเนินการ ไม่ช้าหรอกครับ เพราะข้าวมันยังไม่ออก ก็เตรียมไว้สําหรับ ตรงนี้คือทุกอย่างก็ทํา นี่แหละครับคืองานที่ทําครับ น้ําตาลก็แก้ไขครับ มีปัญหาอะไรก็ต้องทํางาน ไม่ใช่นั่งหลับทําหูหลับตาอยู่ แต่อ้ายความอยากได้ใคร่ดี บอก โอ้โฮ แล้วก็เขียนญัตติ ดูแคลนกันมา ผมดูแล้ว ผมฟังแล้วก็ต้องพยายามอดกลั้น ให้เรียงแถวตามนั้นมันจะยาว เกินไป เพิ่งเริ่มพูดเมื่อบ่ายสองโมงกว่า เมื่อกี้นี้ก็เพิ่งจะพูด ๔ โมง ๔๕ นาที ๒ ชั่วโมง กับ ๔๕ นาที ผมใช้ไม่ถึงหรอกครับ เพราะผมใช้วีธีรวบรัด ผมใช้วิธีแสดงให้เห็นชัดเจน เลยเชียวครับว่าเวลาที่ดําเนินการกันมานั้นปัญหาเรื่องสมานฉันท์ ตําหนิติเตียนผมพูดจา อย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าหากว่าผมเปึนคนเลวทรามต่ําช้าอย่างนั่นละก็ไม่ใช่หรอกครับ กล่าวหาข้อที่ ๑ ว่าตั้งรัฐบาลเอาคนไม่มีความรู้ความสามารถ เอานักเลงเข้ามาต่าง ๆ แล้วตกลงเขาวัดกันด้วยอะไรครับนี่ เขาไม่ได้บอกว่าเปึนรัฐมนตรีต้องมีปริญญาตรีหรือครับนี่ แล้วทุกคนที่เข้ามาไม่ได้ปริญญาตรีหรือ เขาก็ได้ปริญญาตรีก็มีขอบเขตอย่างนั้น แล้วพรรคการเมืองของท่านตอนเปึนรัฐบาลนี่สมาชิกในพรรคที่รับเลือกตั้งมาไม่มีใครเปึน รัฐมนตรีเลยหรือครับ เชิญคนนอกมาหมดเลยครับ เคยทําไหมครับ ผมก็ไม่เคย ผมเคยอยู่ แต่ผมไม่เคยเห็นตอนท่านเปึนรัฐบาลบริหารผมก็เคยเห็นเอาคนนอกมาขนาดนั้น คนเก่ง ท่านมีเยอะครับ คนเก่งมีเยอะก็ชื่นชมว่าเก่ง แต่ว่าพรรคนี้คนเก่งมันมีไม่เยอะแล้วทําอย่างไรครับ แต่ระบบพรรคมันยังมีอยู่ เขาเลือกตั้งมาเขามีอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้น สัดส่วนอย่างนี้มันมี ทุกพรรคละครับ แต่ทําไมถึงดูแคลนทางนี้ละครับ ก็จํานวน ส.ส. เขาเปึนฐาน เขาได้ฐานมา นี่ครับ ได้ฐาน ๒๓๓ คน ทําไมตั้งรัฐบาลไม่ได้ครับ ให้ ๑๖๔ คน ตั้งหรือครับ ๒๓๓ คน ไม่ตั้ง แล้วคนสังกัดพรรคอื่นอีก ๕ พรรค เขาก็นั่งดูกันว่าอยู่ข้างไหนดี อยู่ข้างโน้นปริ่ม อยู่ข้างนี้ไม่ปริ่ม ๓๑๖ คน ต่อ ๒๖๔ คน เขาก็อยู่ข้างนี้แล้วอย่างไรครับ ก็เพราะแสดงให้คนทั้งบ้านทั้งเมือง เขาเห็นว่าอยากเปึนอยากอะไรแล้วไม่ได้ อย่างนั้นเลย ๔ เดือนแล้วถึงจะต้องมาแค่นกัน อย่างนี้ พูดกันชัดเจนเลยครับ พูดกันไม่ต้องเกรงใจเลย ต้องอธิบายให้ฟังคนทั้งบ้านเมือง จะได้เข้าใจเสียครับว่าพูดจาอะไรต่าง ๆ ประโคมกัน ๆ ขอยืนยันครับทุกหนทุกแห่งที่ทํานั้น มันมีเหตุผลในการดําเนินการ ท่านไม่ได้นั่งอยู่ใน ครม. คนที่คาบเอามาบอกนั้นทีหลังก็ให้ เขาเล่าให้มันครบถ้วนหน่อยสิครับ ถามสิครับใน ครม. คนนั่งหัวโต๊ะลองไปถามสิว่ามีนายกรัฐมนตรีคนไหนที่ประชุมกันมา ๔ เดือนจะสามารถผูกพันคน ๓๕ คนให้นั่งทํางานร่วมกันอยู่เหมือนคนในครอบเดียวกัน ยืนอยู่ตรงนี้ละครับที่เปึนหัวหน้ารัฐบาลที่มีคน ๖ พรรคแล้วอยู่กันเหมือนพรรคเดียว คนนี้ละครับ ใครจะคิดอะไรอย่างไรก็สุดแท้แต่ คิดเล็ก คิดน้อยหนังสือพิมพ์ไปทําให้คิดมาก สุดแท้แต่จะเอาไปทําข่าวไม่มีปัญหาหรอกครับ บางครั้งบางคราวไปกินข้าวกัน อู้หู นักข่าว ไปบ้าเลือด ผมบอกผมต้องแสดงความประหลาดใจได้หาว่าทําหน้าทําตากับผู้สื่อข่าว ทําไมละครับก็ผมนัดกันเงียบ ๆ คุณตะบันมากันเปึนร้อย คนมากินข้าว ๘ คน แน่นอนครับ ผมกินข้าวกันกับ ๖ ท่าน อาวุโสกว่าผมก็มี ๒ ท่าน นั่งกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วตกลงผมจัดการ อย่างไรผมไม่บอกหรอกครับ แต่ออกมาเขาจะคุยเรื่องไหนท่านก็บอกเรื่องนั้น ถามนําถามไป ถามมาถึงขั้นมันยังจะต้องคิดแล้วจะถอนตัวไหมท่านอาวุโสท่านบอกขอคิดดูก่อนเท่านั้น ละครับเปึนเรื่องใหญ่เลย แต่ลองตามข่าวดูไหมละครับ บ่ายท่านประชุมพรรคท่านรีบ แถลงเลยเปล่าไม่ใช่อย่างนั้น นักการเมืองอย่างผมก็ต้องหัวเราะในใจ เพราะเราตกลงกัน ข้างในว่าไม่แถลงสิ่งที่พูดกัน แล้วมาเสร็จเรียบร้อยแล้วพอทางพรรคท่านบอกว่าอย่างไร เราก็ได้แต่หัวเราะหึ ๆ ในใจ นั่นละครับ ของจริงมันเปึนอย่างไรกับข่าวเอิกเกริกมันเปึน อย่างไร เรื่องพรรค์อย่างนี้ที่ทํางานกับเรื่องนี้ ผมทํางานทุกอย่าง ผมทํางานไม่ใช่ว่าไม่รู้ เรื่องต่าง ๆ จริงของผมไม่เก่งหรอกครับ ไม่เก่งอย่างหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่า ผมก็รู้จักที่จะฟังความข้าราชการประจําว่าจริง ๆ มันต้องเปึนอย่างไร ผมไม่ใช้ตัวเลข หรอกครับ จีดีพี (GDP : ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) เท่าไร ๆ ผมให้คนที่เขาถนัด เขาใช้ เพราะหน้าตาอย่างผมใช้อย่างนั้นไม่ได้ แต่ผมเข้าใจนะครับ เหมือนกับผมไม่ตีกอล์ฟ ไม่เล่นกอล์ฟเลยครับ แต่นั่งดูกอล์ฟได้รู้สึกตื่นเต้นเลยเวลาเท่าไรเขาเล่นกัน ๔ วัน วันสุดท้ายทางโน้นวันอาทิตย์ทางเราตรงกับวันจันทร์ นั่งดูกับเขานี่รอบสุดท้ายก็ตื่นเต้น กับเขาครับ ที่มันสุดท้ายเฉือนกันนิดเดียว ดูเปึนครับ เรียกถูกด้วยอะไรเปึนอะไรอย่างไร แต่ตีกอล์ฟไม่เปึนครับ แต่ว่าของพรรค์อย่างนี้ถ้าไปอยู่ใน ครม. มันเข้าใจแล้วมันก็บริหาร ได้นะครับ มันไม่ได้ถือไม้กอล์ฟ ไม่ต้องมีวงสวิง (Swing) แต่สติปัญญามันอยู่ในหัวนี่ครับ มันคิดเปึนครับ รู้ว่าอะไรควรทํา รู้ว่าอะไรควรเว้น ก็เดินทางต้องปรากฏตัว คุณลองสิครับ คุณยังไม่เคยเปึน ท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยังไม่เคยเปึนนายกรัฐมนตรี ผมก็ไม่เคยเปึน ผมเพิ่งเคยเปึนหยก ๆ ๔ เดือนนี่ ถ้าท่านเปึนเขาก็ต้องให้ท่านไปเดินทาง ๙ ประเทศ ต้องไปครับ แล้วไปนั่นละครับ บทเรียนกระทรวงการต่างประเทศเขาให้ เราก็จะรู้จักขึ้นว่าตรวจแถว สวนสนามมันเปึนอย่างนี้ เวลาเจออย่างนี้ไปเรียนเลยครับ บทที่ ๑ เรียนกับประเทศลาว พูดภาษาเดียวกัน บทที่ ๒ เรียนกัมพูชา บทที่ ๓ เรียนพม่า เรียนมาแล้ว ๘ บทครับ ยังเหลืออีกบทหนึ่งยังไม่จบแล้วต่อไปก็ต้องประเทศใหญ่ ๆ แต่ปรากฏว่าเมื่อเวลาได้พบ กันแล้วได้คุยกันแล้วมีความผูกพันกัน มีความเข้าใจกัน ทําไมละครับ บางคนตั้งข้อ อย่างประเทศพม่า แต่ผมไม่ตั้งข้อหรอก ผมคุยได้ทั้ง ๓-๔ คน ผมไปเจอกันหนที่ ๒ ที่เวียงจันทน์เสร็จแล้วท่านรับปากเลยกลับมาเยี่ยมผม เยี่ยมผมเสร็จแล้วเรียบร้อย แล้วทําไมคนอย่างผมถึงเปึนคนที่ว่าสหประชาชาติ นายบัน คีมูนโทรศัพท์มาหาขอช่วย ขอแรงหน่อยครับ รู้จักคุ้นเคยกับทางพม่า เขาเข้าไม่ได้ ผมนี่ละครับเปึนคนเป่ดประตู ผมเปึนคนพูดกับทางนั้นส่งนําไปก่อนแล้วผมไปเจรจาเอง ถูกด่าหน่อยบอกว่า โอ๊ย เขาเอามาให้ ไม่ใช่ไปดู ไปฟัง ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ผมเป่ดประตูครับ แม่ทัพอเมริกัน มาได้นั่งเครื่องบินซี ๑๓๐ (C ๑๓๐) ลงไปนั่น อเมริกันส่งไปอีก ๓-๔ ลํา เขาเกลียดยังกับขี้

(นายวิทยา แก้วภราดัย ได้ยืนและยกมือขึ้น)

(นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : เอาประท้วงอะไรกัน