อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงข้อความที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการใช้เงินของรัฐบาล และถามถึงเงินที่ถูกเก็บไว้ โดยอ้างถึงข้อ 61 ของธรรมนูญศาลโลก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเขตแดนไทยกับกัมพูชาและขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไม่ปฏิบัติตามข้อเท็จจริงและไม่รับผิดชอบในการจัดการด้านสิทธิของประเทศไทย
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมพยายามจะรวบรัดไม่เอารายละเอียดมาให้นะครับ อยากทราบว่าเงินไปไหนนี่ ผมก็อุตส่าห์มีหนังสือ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๐๕ โดยหัวหน้าทีมทนายว่า ดอกเตอร์ สแก เมอร์ฮอน ส่งใบสําคัญมาขอเก็บเงิน ๗,๓๙๓.๑๘ กิลเดอร์ นี่ครับตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายอื่นมีเยอะแยะ เพราะทนายหลายคนทั้งชาวต่างประเทศ ชาวไทย ผมไม่ได้พูดเท็จแน่นอน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมกําลังจะกราบเรียนต่อไปก็คือว่าเมื่อรัฐบาลไทยตั้งข้อสงวน คําพิพากษาและประท้วงไปชัดเจน ท่านรัฐมนตรีก็มาอ้างในเรื่องของธรรมนูญของ ศาลโลกครับ บอกว่าจะสงวนไว้อย่างไรก็ตาม ข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับ ข้อ ๕ เขียนเอาไว้ว่า การขอทบทวนคําพิพากษาจะต้องทําภายในสิบป้นับจากวันที่มีคําพิพากษา ถูกต้องครับ ไม่มีใครปฏิเสธครับ แต่ข้อ ๖๐ ที่พูดถึงการสงสัยเกี่ยวกับความหมาย เกี่ยวกับขอบเขต ของคําพิพากษา อันนี้ไม่มีอายุความ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและประชาชนไปตั้งแต่ต้น ก็คือว่า จนถึงวันนี้ปัญหาเรื่องเขตแดนยังไม่จบ ท่านรัฐมนตรียืนยันได้อย่างไรว่า วันข้างหน้าจะไม่มีหลักฐานทางปฏิวัติศาสตร์หรือข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นมาที่ทําให้เราสามารถ ไปใช้สิทธิของเราเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่นี้ทั้งหมด ไม่มีใครรู้หรอกครับ และตราบเท่าที่เรา ยังไม่สละสิทธิตรงนี้ สิทธิของการทักท้วงยังอยู่ครับ แต่ที่ท่านทําไปเมื่อไม่กี่วันนี้นั่นแหละ เปึนการสละสิทธิครั้งแรกที่ผมอยากจะได้กราบเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบต่อไป ผมเองผมนึกไม่ถึงว่าคนที่จะหยิบยกเรื่องอายุความ ๑๐ ป้ จะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศของประเทศไทย ถ้ามาจากทนายของรัฐบาลกัมพูชาผมจะเชื่อ เพราะคนเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทยต้องรักษาผลประโยชน์ของคนไทย หยิบยกเฉพาะข้อกฎหมายที่เปึนประโยชน์กับไทยขึ้นมา ผมเคยเตือนท่านว่ามาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนี่ยุติบทบาททนายของ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านเลยไปเปึนทนายให้กัมพูชา ไม่ใช่เรื่องเลยครับที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศจะหยิบยกขึ้นมาในเรื่องของอายุความตรงนี้ ประเด็นก็คือว่า ตราบเท่าที่ไม่มีการกระทําอะไรไปลบล้างข้อสงวนในป้ ๒๕๐๕ สิทธิของประเทศไทย ก็จะยังดํารงอยู่ แต่แน่นอนการจะได้คืนมาหรือไม่ย่อมต้องขึ้นกับข้อเท็จจริงที่จะปรากฏขึ้น ในอนาคตและการใช้สิทธิตามกฎหมายและกฎหมายระหว่างประเทศ ทีนี้ก็มาถึงเหตุการณ์ สําคัญละครับว่า เมื่อเราสงวนสิทธิมาอย่างนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลกมันมาเกี่ยวข้องอย่างไร กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าความคิดของกัมพูชา ที่จะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกมีมานานพอสมควร เขาจะใช้คําว่าไปขอ เสนอเปึน เทนทาทีฟ ลิสท์ (Tentative list) ก็นานแล้วนะครับ การขึ้นทะเบียนมรดกโลก ความสําคัญคืออะไร ท่านประธานครับ ความสําคัญก็คือว่า ๑. มันเปึนการประกาศคุณค่า ของสิ่งนั้น ๆ จะเปึนโบราณสถานหรือจะเปึนอะไรก็แล้วแต่ว่ามีความงดงาม มีความสําคัญ ในเชิงวัฒนธรรม สมควรที่จะได้มีการอนุรักษ์ไว้ให้เปึนมรดกของชาวโลก เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว มันก็จะมีทั้งสิทธิและหน้าที่ สิทธิก็คือว่าถ้ามีแผนการบริหารจัดการในการอนุรักษ์มรดกโลกนี้ ชัดเจนก็สามารถที่จะไปขอเงินทุนเพื่อมาช่วยในการอนุรักษ์มรดกโลกนั้น แต่หน้าที่ก็คือว่า เมื่อไปจดทะเบียนเปึนมรดกโลกแล้วต้องมีข้อกําหนดครับว่า สิ่งนั้นก็ดี เขตพื้นที่รอบ ๆ เขตพื้นที่อนุรักษ์ก็ดีอาจจะมีข้อห้าม อย่างเช่น จะเปึนที่หลวงพระบาง จะเปึนที่สุโขทัย หรือพระนครศรีอยุธยา พอขึ้นทะเบียนไปแล้วพื้นที่รอบ ๆ เขาอาจจะกําหนดมาว่า ห้ามก่อสร้าง ไม่อย่างนั้นมันจะทําให้คุณค่าของมรดกโลกเสียไป ประเด็นก็มีอยู่ว่าปราสาทในลักษณะ ของปราสาทพระวิหารนี่ครับ ความสมบูรณ์ของการเปึนโบราณสถานนอกเหนือจากตัวปราสาท จะมีองค์ประกอบอื่นของโบราณสถานอยู่ในพื้นที่รอบ ๆ ท่านรัฐมนตรีปฏิเสธผมไม่ได้ หรอกครับว่า สิ่งที่เปึนองค์ประกอบของโบราณสถานรอบ ๆ นี่ครับ มีอยู่ในเขตแดนไทย แน่นอน ผมยังไม่เคยได้ยินใครปฏิเสธเรื่องนี้ เช่น ที่เขาพูดถึงว่าบารายของปราสาทนี้ก็อยู่ ในเขตไทย แล้วท่านรัฐมนตรีก็เพิ่งมาแก้เกี้ยวว่าจะมีการไปขอบ้างที่จะเอาองค์ประกอบของ โบราณสถานไปขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลก ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียนต่อไปนะครับว่า ท่านพูดแบบไม่ดูข้อเท็จจริง ไม่รับผิดชอบ การขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกนี่ครับ มันก็จะเปึน ไปตามกฎกติกาและข้อบังคับของมรดกโลกซึ่งเขาเขียนเอาไว้ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ ว่าการขึ้นเปึนมรดกโลกมันขึ้นได้ทั้งในลักษณะที่มีรัฐใดรัฐหนึ่งรัฐเดียวเสนอขึ้นไป หรือจะมี การเสนอร่วมกันได้ระหว่างประเทศที่มีเขตแดนติดกันถือเปึนสิ่งที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ทรานส์ เบาน์ดารี พรอพเพอร์ตี้ (Trans boundary property) พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเปึนทรัพย์สมบัติ ของ ๒ ประเทศข้ามเขตแดน ความพยายามของรัฐบาลในอดีตก็คือว่า เราจะต้องต่อรองครับว่า ความสมบูรณ์แบบของโบราณสถานแห่งนี้ที่จะเปึนมรดกโลกมันคาบเกี่ยวทั้งพื้นที่ของ ประเทศไทย ทั้งพื้นที่ของกัมพูชาดีที่สุดคือไปจดทะเบียนร่วมกัน เพราะในหลายประเทศ ทํามาแล้วครับ จดทะเบียนร่วมกัน แต่ว่าถ้าไปขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียวคนที่จะเปึน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคู่เจรจาโดยตรงกับมรดกโลก ก็คือคนที่จดทะเบียนโบราณสถานหรือมรดกโลกชิ้นนั้น ซึ่งหมายความว่าการกําหนดเขต ของตัวโบราณสถาน การกําหนดเขตอนุรักษ์ การบริหารจัดการทั้งหลายความรับผิดชอบ เบื้องต้นคือประเทศที่ไปจดครับ ตรงนี้แหละครับคือปัญหา แล้วการรับจดทะเบียนท่านรัฐมนตรี หรือรัฐบาลบอกว่าถ้าขืนเรายังจะดึงดันขอไปจดร่วมเขาไม่ยอมเสียอย่างมันก็เสนอร่วมไม่ได้ ก็เลยเปึนตรรกว่าต้องไปยอมเขา ทั้งที่ความเปึนจริงแล้วการไปขึ้นไม่ใช่ง่ายนะครับ เขมรขอขึ้น กัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกไว้ ๑๐ ชิ้นตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ เวลาผ่านมาจนถึง ขณะนี้ก็มีนครวัดที่เดียว แล้วที่สําคัญก็คือว่ามติในการรับต้องเปึนมติของคณะกรรมการ ที่ใช้เสียง ๒ ใน ๓ กรรมการมี ๒๑ ประเทศ พูดง่าย ๆ ถ้า ๘ ประเทศไม่เห็นด้วยขึ้นทะเบียนไม่ได้ ป้ที่แล้วก่อนรัฐบาลนี้จะเข้ามากัมพูชาเขาก็เดินหน้าขอจดทะเบียนฝ์ายเดียวอย่างที่ว่าครับ ผมมีเอกสารเยอะไม่เสียเวลาท่านประธานนะครับ ข้อเสนอเดิมน่ากลัวจริง ๆ เพราะว่า เวลาทําเอกสารอะไรไปข้ามมาอยู่เขตแดนไทยอย่างชัดเจนแล้วก็มีเอกสารซึ่งเราดูได้จาก เว็บไซต์ของรัฐบาลกัมพูชาก็จะมีเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่ว่าความพยายามของเขา เมื่อป้ที่แล้วมันไม่สําเร็จ ไปประชุมกันที่ประเทศนิวซีแลนด์ที่เมืองไครสต์เชิร์ชไม่สําเร็จ แล้วผม ก็ไปดูครับว่าเขาทํากันมาอย่างไร ก็ขอเรียนให้ทราบว่าพวกผมไม่พูดลอย ๆ หรอกครับ ผมไปเอาบันทึกของสภาความมั่นคงแห่งชาติมาดู ผมไปเอาบันทึกของกองกําลังสุรนารี มาดูว่าปัญหาเรื่องปราสาทพระวิหารทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันเขาเขียนไว้อย่างไรบ้าง ที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีปัญหาทิ้งกันมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ ไม่ใช่ครับ บริเวณนี้จะเล่า ให้ท่านฟังก็ได้ครับว่า โดยที่สภาพตามธรรมชาติพอศาลโลกตัดสินแล้วทุกคนมองว่า มันปฏิบัติยากมากเพราะเขตแดนอยู่สันปันน้ํา ปราสาทอยู่บนหน้าผาใครจะเข้าต้องมาเข้า จากฝัืงไทยจะปฏิบัติกันอย่างไร แล้วที่อื่นในโลกท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูได้ครับ เวลาเขาปฏิบัติตามศาลโลกมันไม่มีใครไปกําหนดเขตแดนอะไรเลยครับ ล่าสุดศาลโลก ตัดสินอิสราเอล ปาเลสไตน์ อิสราเอล สหรัฐอเมริกาอะไรก็ไม่ได้มีการดําเนินการอะไรกัน อย่างเคร่งครัดถ้าไปบอกว่าเปึนเขตแดนเปึนอะไร ท่านประธานครับ ท่านประธานจะทราบ จากข่าวใช่ไหมครับ วันนี้บอกว่าทางกัมพูชาเขาป่ด แล้ววันนี้ผมก็ฟังข่าวเขาก็บอกชัดเจน ปกติทางเข้าต้องใช้กุญแจ ๒ ตัว ฝ์ายไทย ๑ ตัว ฝ์ายกัมพูชา ๑ ตัว ที่ป่ดเมื่อวานคือฝ์ายไทย ไปไขแต่เขาไม่ยอมไข ประเด็นก็คือว่ามันต้องบริหารจัดการร่วมกันยังไม่ต้องมาพูดในเรื่อง ของเขตแดน เรื่องของอะไร แล้วที่มีชุมชนมีตลาดขึ้นไป ใช่ครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้สู้รบกัน ถึงป้ ๒๕๔๑ ก็มีปัญหา แต่ว่าพอในที่สุดสงครามภายในเขาจบลงมันก็มีการไปก่อตั้งตลาด ก่อตั้งชุมชน จริงครับอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ป้ ๒๕๔๓ หรอกครับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ แต่กองกําลังสุรนารีและรัฐบาลในขณะนี้ก็ไปทําความตกลงว่าก็อยู่ทั้งคนไทย อยู่ทั้ง ชาวกัมพูชานั่นแหละครับ แล้วเวลามีปัญหาจริง ๆ ก็รัฐบาลประชาธิปัตย์นี่แหละครับไป ทําบันทึกความเข้าใจ ผมไม่แน่ใจตอนนั้นท่านรัฐมนตรีเปึนผู้ช่วยเลขานุการอยู่หรือเปล่า เราไปบันทึกไว้เองบอกว่า ที่กัมพูชาจะทําอะไรบนพื้นที่ตรงนั้นมาก่อสร้างขอให้ระงับไว้ ทั้งหมด ไม่ใช่มากล่าวร้ายพรรคประชาธิปัตย์อย่างนี้ครับ แต่วันนี้มันใหญ่กว่าเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่ากองกําลังของทหารกระทรวงการต่างประเทศ เขาก็เดินหน้าทําทุกวิถีทางว่าอย่าให้ไปขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียว เพราะถ้าขึ้นทะเบียนฝ์ายเดียว พื้นที่ที่จะถูกระบุในการบริหารจัดการในวันข้างหน้ามันกินเข้ามาในเขตแดนไทยแน่นอน เกินคําพิพากษาของศาลโลกแน่นอน ในที่ประชุมของกรรมการมรดกโลกเมื่อป้ที่แล้วก็เลยมีมติว่าเรื่องนี้ยังจบไม่ได้ เพราะฝ์ายไทย คัดค้านอย่างรุนแรง ที่จริงบันทึกของกองกําลังสุรนารีเขาบอกว่าเราได้ใช้ถ้อยครับ รุนแรงมากประท้วงจนกระทั่งประเทศต่าง ๆ เขาก็เลยบอกว่ายังไม่ให้ขึ้น สรุปง่าย ๆ ก็คือว่า มาเสนอใหม่ป้หน้า ไปตกลงกันให้ได้เสียก่อน ตรงนี้สําคัญ เพราะข้อตกลงในวันนั้นก็คือว่า หากกัมพูชาจะมาขึ้นทะเบียนใหม่นี่ครับ มันต้องมีแอคทีฟ ซัพพอร์ท ออฟ ไทยแลนด์ (Active support of Thailand) คือประเทศไทยต้องแสดงความสนับสนุนอย่างชัดแจ้ง วิธีการเขาทําอย่างไรครับ เขาก็บอกว่าก็เอานักวิชาการไทย คนไทยนี่ละครับไปร่วมกับ ฝ์ายกัมพูชาเสียว่าเวลาจะเสนอเอกสารต่าง ๆ บันทึกรายงานความก้าวหน้าไปตกลงกัน ให้เรียบร้อยว่าจะบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้อย่างไร ก็คนที่เขาไปทํานี่ละครับเขาก็ฟัองกลับมา เขาฟัองกลับมาว่ากัมพูชาเวลาทําเรื่องนี้ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของพวกเรา เช่น พยายามเขียนในทํานองที่ว่าปราสาทนี้แกนไม่ใช่ตามแนวเหนือ ใต้ แต่ว่าเปึนตะวันออก ตะวันตก เนื่องจากว่าทิศตะวันออกมีสิ่งที่เรียกว่า ช่องบันไดหัก คือเปึนทางขึ้นหน้าผา มาจากทางฝ์ายของกัมพูชาได้ ความรู้สึกตรงนี้ของนักวิชาการของฝ์ายไทยที่ไปร่วมรุนแรงถึงขั้น เมื่อต้นป้นี้ในเดือนมกราคมได้แสดงจุดยืนภาษาอังกฤษใช้คําว่า ดีสโซซิเอท แปลว่า (Dissociate) แปลว่าขอแยกตัวมาโดยสิ้นเชิงจากการทํารายงานของกัมพูชา เขาทําอย่างนั้น เพื่อให้เห็นว่าถ้ายังเดินหน้ากันต่ออย่างนี้กัมพูชาไม่ได้มีการสนับสนุนอย่างชัดแจ้งจาก ประเทศไทยหรือแอคทีฟ ซัพพอร์ท ถึงเดือนมีนาคมยูเนสโก (UNESCO : องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมทางสหประชาชาติ) เชิญนักวิชาการของไทยให้ไปร่วม ท่านรัฐมนตรีทราบดีครับ เขาไม่ไปครับ แล้วท่านก็เรียกเขามาชี้แจงว่าทําไมยูเนสโก เชิญแล้วไม่ไป เขาก็ตอบว่าเพราะเขาไม่ต้องการไปแล้วถูกเอาไปอ้างว่าได้ดําเนินการ ร่วมมือเห็นชอบเห็นพ้องกับสิ่งที่กัมพูชาได้ดําเนินการไปแล้ว ท่านเห็นแนวไหม ข้าราชการที่ปฏิบัติในเรื่องนี้จะเปึนกระทรวงการต่างประเทศ จะเปึนจากกรมศิลปากร จะเปึนจากฝ์ายทหารนี่เขารับรู้เลยว่าแนวของเราก็คือว่าถ้ายังไม่ฟังเสียงเราก็แยกตัว ออกมาเพื่อที่ ๑. โอกาสที่กรรมการมรดกโลกที่จะเริ่มประชุมวันที่ ๒ กรกฎาคม วันดีของ คุณทักษิณ พันตํารวจโท ทักษิณ ขอประทานโทษ จะได้มีโอกาสไม่เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน หรือเลวร้ายที่สุด ถ้ายอมให้ขึ้นทะเบียนไปฝ์ายไทยสามารถที่จะประท้วงทักท้วงได้ตลอดไป ว่าอะไรก็ตามที่เสนอไปในนามของกัมพูชาไทยไม่เห็นด้วย รวมทั้งแผนที่ นี่คือแนวเขาครับ เขาก็ทําเพิ่มเติมขนาดที่ว่าในเดือนมีนาคมมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของสถานทูตที่เปึน กรรมการของมรดกโลกทั้ง ๒๑ ประเทศให้ไปเยี่ยมชมบริเวณปราสาทพระวิหารจากในฝัืง ของไทย กัมพูชาทําหนังสือประท้วงไปถึงสถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ ว่าอย่าไป ถ้าไป ถือว่าละเมิดอธิปไตยเขา แต่ขนาดประท้วงอย่างนั้นนะครับไป ๖ ประเทศครับ ผมจึง บอกว่า จริง ๆ แนวที่เจ้าหน้าที่เขาเดินมานี่มันชัดมากครับว่าเขาเดินในแนวไหน ผมจึงบอกว่าจริง ๆ แนวที่เจ้าหน้าที่เขาเดินมา มันชัดมากครับว่าเขาเดินในแนวไหน แต่เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เลขาธิการ สมช. ถูกเปลี่ยน อธิบดีกรมสนธิสัญญาถูกเปลี่ยน นี่ถ้าวันนี้ไม่ไว้วางใจ ประธานกรรมการ มรดกโลกถูกเปลี่ยน เพราะอะไรครับ เพราะเรื่องนี้มันล่อแหลมคาบเกี่ยวมากถึงขั้นที่ว่า เมื่อวันที่ ๑๐ เดือนเมษายน เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือประท้วง ไปถึงราชอาณาจักรกัมพูชา ผมมีคําแปลนะครับ ประท้วงว่า อ้างถึงบันทึกช่วยจําของ กระทรวงการต่างประเทศ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐ แสดงการคัดค้านของไทยต่อ เอกสารเสนอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในบัญชีมรดกโลกของราชอาณาจักรกัมพูชาและ ต่อข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๖ ของพระราชกฤษฎีการาชอาณาจักรกัมพูชากําหนดเขตอนุรักษ์ ปราสาทพระวิหาร อธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ เรานอกจากจะค้านการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลก ณ วันที่ ๑๐ เมษายน เรายังได้คัดค้านเพราะไปพบว่ากัมพูชาออกพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตอนุรักษ์ของปราสาท ซึ่งมีเนื้อที่รอบปราสาทประมาณ ๓๐ เมตร กินเข้ามา ในเขตแดนไทยครับ คนทําเรื่องนี้เขาทําหนังสือและอ้างถึงตรงนี้ไป แล้วก็บอกว่ากระทรวง การต่างประเทศขอถือเปึนเกียรติที่จะบันทึกว่าจนถึงปัจจุบันเท่าที่ไทยทราบ กัมพูชาไม่ได้ ดําเนินการใด ๆ เลยเพื่อให้ความสนใจแก่การคัดค้านความกังวลการประท้วงและคําขอ ของไทยที่ได้กล่าวในบันทึกช่วยจําและหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างถึงข้างต้น ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ําการคัดค้านความกังวลการประท้วงและคําขอดังกล่าว และขอประท้วง ณ ที่นี้ต่อมาตรการกิจกรรมของกัมพูชาที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งหมด ซึ่งเปึน การละเมิด ข้อ ๕ ของบันทึกความเข้าใจฉบับป้ ๒๕๔๓ และละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพ แห่งดินแดนของไทย ชัดไหมครับ จุดยืนกระทรวงการต่างประเทศ วันที่ ๑๑ เมษายน ๑ วัน ถัดมาครับ กัมพูชาตอบกลับมาครับ ตอบกลับมาในข้อที่ ๑ ว่าอ้างอิงถึงการขึ้นทะเบียน เปึนมรดกโลกของปราสาทพระวิหารที่ไทยประท้วงไปวันที่ ๑๐ กัมพูชาใช้คํานี้ครับว่า แด แฮส บีน อะ เคลียร์ ซัพพอร์ต ออฟ ไทยแลนด์ แอส แอนนาวซ์ บาย ฮีส เอ็กเซลเลนซี สมัคร สุนทรเวช ไพร์ม มินิสเตอร์ ออฟ ไทยแลนด์ (There has been a clear support of Thailand as announce by his excellency Smark Suntarawetch Prime minister of Thailand ) กระทรวงการต่างประเทศประท้วงไปกัมพูชาตอบมาบอกว่าที่คุณประท้วงว่าคุณไม่สนับสนุน คนที่สนับสนุนอย่างโจ่งแจ้งคือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ในวันที่ไปพบกับนายกรัฐมนตรี ของกัมพูชา นอกจากนั้นผมไม่อ่านทั้งหมด ผมอ่านย่อหน้าที่สําคัญท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีต้องดูย่อหน้านี้นะครับ นอกจากนั้นในทรรศนะของกัมพูชาถือว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ในส่วนของบริเวณทั้งหลายของปราสาทพระวิหาร ซึ่งเปึนไปตามคําพิพากษาของศาลโลก และแผนที่ซึ่งกัมพูชาถือว่าเปึนส่วนหนึ่งของคําพิพากษาของศาลโลกที่ผมต้องกราบเรียน ย้อนกลับไปถึงป้ ๒๕๐๕ เพื่อจะบอกว่าที่จริงศาลโลกไม่ได้ตัดสินด้วยแผนที่ แต่กัมพูชา แจ้งท่านมา ๑๑ เมษายน ว่าเขาถือว่าเปึนอย่างนั้น แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศเจ้าหน้าที่เขาทํามาทั้งหมดเดินเกมมาพูดง่าย ๆ เพื่อที่ว่า ๑. ทําอย่างไรไม่ให้กรรมการมรดกโลกยอมรับการจดทะเบียนฝ์ายเดียว หรือถ้ายอมรับไป ไม่มีบันทึกที่ไหนว่าประเทศไทยเคยเห็นพ้องด้วยเพื่อรักษาสิทธิของเรา พังลงเพราะอะไรครับ แนวนี้ เสร็จแล้วท่านรัฐมนตรีกลับมาบอกว่าท่านเปึนพระเอก คือหลงเดินตามไปแล้วนะครับ เดินไปผิดทางแล้ว ก็เลยมานั่งกังวลว่าถ้าอย่างนั้นขอให้เขาไปปรับแผนที่หรือแผนผัง แล้วก็พยายามมาบอกว่าให้เขาจดเฉพาะตัวปราสาท ท่านไม่รู้หรือครับว่าการบริหารมรดกโลก เปึนไปไม่ได้หรอกครับที่มันจะเกี่ยวข้องเฉพาะตัวปราสาท แล้วก็ให้เขาทําแผนที่แผนผังมา อย่างพยายามรีบร้อนมากนะครับ แล้วก็อ้างว่าจะเอาแผนที่ตัวนี้มาตรวจว่าตรงตาม ความเปึนจริงหรือไม่ รีบขนาดไหนครับ รีบขนาดที่ว่าพอเขาบอกว่าเอาละพื้นที่อื่นไม่พูด เขาจะตีเส้นรอบตัวปราสาทมาให้ ส่งพิกัดมาให้ท่านก็ส่งให้ทางทหารถูกต้องครับ เขาต้อง ตรวจสอบ แต่แนวที่ให้ไปตรวจสอบนี่คืออะไรครับว่าทั้งหมดนี้อยู่ในแนวเขตที่กําหนดในมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ ใช่หรือไม่ ซึ่งกระผมบอกแล้วว่าไม่มีใครยึดถือเปึนเขตแดนครับ เรายึดถือ สันปันน้ํากับให้ตัวปราสาทเท่านั้น ทีนี้เมื่อเขาทํามาก็ปรากฏว่าท่านก็เลยเอาไปเทียบดูกับ มติป้ ๒๕๐๕ แล้วก็พบว่ามีพื้นที่ซ้อนอยู่ประมาณ ๓๘ ตารางวา คือที่เขาขีดรอบ ผมเข้าใจว่า ตรงช่องเขาบันไดหักนะครับ ท่านก็เลยบอกว่าตรงนี้ให้ตัดออก เขาก็ตัดครับ ผมไม่เถียง หรอกครับ แต่ว่าท่านคิดว่าท่านแก้ปัญหาได้ ๓๘ ตารางวา แต่ผมไม่รู้ว่าสูญเสียไป กี่ตารางกิโลเมตร แล้วที่น่าแปลกก็คือว่าวันที่ท่านเอาพิกัดไปให้ทางทหารเขาไปตรวจสอบดู เขาก็ทําแผนผังกลับมาให้ท่าน ท่านไม่สนใจแม้แต่รายละเอียดเลยครับว่าเวลาเขาไปตรวจ พิกัดจะเรียกว่าหมุดก็ได้ครับ หรือจุดที่ ๑๐ กับ ๑๑ เขาบอกว่าตรงนั้นอยู่ตรงตีนบันได บันไดชนเลยนะครับ แต่เวลากัมพูชาวาดให้ท่านมันเลยจากบันไดออกมาฉายภาพนี้ให้ สมช. ด้วยนะครับ ผมไม่ทราบท่านนายกรัฐมนตรีดูหรือเปล่า ก็ไม่สนใจนะครับ รีบร้อนกัน เหลือเกิน จะคลาดเคลื่อนอย่างไรก็ไม่ตั้งคําถาม ผมก็บอกว่าที่จริงถ้าเขามาถึงแค่บันได การแก้ไขปัญหาชุมชนที่อยู่หน้าบันไดมันจะง่ายนะครับ แต่เวลานี้จะแผนที่หรือแผนผังรูป ที่ท่านไปยอมรับแล้ว คนดูก็เข้าใจว่าพื้นที่ข้างหน้าตรงนั้นก็เปึนของเขาไปอีกแล้ว จะให้ ไว้วางใจกันต่อไปอย่างไรครับ ผมก็กราบเรียนว่าท้ายที่สุดท่านก็ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วม แถลงการณ์นี้ก็มีความน่าทึ่งในตัวของมันเอง คือลงเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน เซ็นโดย ท่านรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็ ผู้แทนของยูเนสโก คนหนึ่งเซ็นที่พนมเปญ คนหนึ่งเซ็นที่กรุงเทพฯ อีกคนเซ็นที่ปารีส ผมทราบว่าถึงขั้นว่ารีบกันมากขอให้ส่งเปึนไฟล์ (File) ทางคอมพิวเตอร์เพื่อไปให้เซ็นกัน แล้วก็ใช้ชื่อว่าแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่เจตนาอะไรหรอกครับ เจตนาเพื่อที่จะไม่ต้องเอาเข้าสภา ท่านบอกว่าเปึนแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่สัญญา ผมบอกถ้าไม่ใช่สัญญาก็แปลว่าเขาก็ไม่ต้อง ปฏิบัติตามนี้สิครับ ถ้าอยากรู้ว่าอะไรเปึนสัญญาท่านก็ต้องไปดูอนุสัญญากรุงเวียนนาว่า ด้วยกฎหมายและสนธิสัญญา องค์ประกอบของสัญญามีง่าย ๆ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ของคนที่มีอํานาจแทนรัฐที่เปึนลายลักษณ์อักษรไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร แล้วท่านไปตกลง อะไรกับเขาครับ
ข้อแรก ท่านไปสนับสนุนการขึ้นทะเบียนของมรดกโลกโดยกัมพูชา เพียงฝ์ายเดียวในเรื่องของปราสาทพระวิหาร โดยขอบของปราสาทเปึนไปตามแผนที่ ในส่วนที่เรียกว่า เอ็น ๑ (N ๑) ก็คือแผนผังที่ผมให้ดูเมื่อกี้แหละครับที่เขาตีเส้นเปึนตาราง นั่นแหละครับ แล้วขณะเดียวกันก็จะมีเขตที่เรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน (Buffer zone) เพื่อประโยชน์ ในการกําหนดเขตอนุรักษ์อะไรต่อไปในทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของตัวปราสาท ท่านประธานครับถ้ายึดถือตามคําพิพากษาของศาลโลก เฉพาะซากปราสาท ตัวปราสาท หรือเรียกว่าซากปราสาทเปึนของกัมพูชา ท่านตีขอบออกมาอีกก็คือสละสิทธิตรงนั้น ไปอีกแล้ว แล้วก็เปึนการสละสิทธิตามที่รัฐบาลไทยเคยทักท้วง ประท้วงไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕
ข้อที่สอง เขาก็เขียนว่า ในสป่ริต (Spirit) ของความปรารถนาดีและ การประนีประนอมกัมพูชาจะยังไม่นําเสนอเขตที่เรียกว่า บัฟเฟอร์ โซน ซึ่งจะไปใช้ เรื่องเขตอนุรักษ์อะไรต่าง ๆ ทางทิศเหนือกับทิศตะวันตกของตัวปราสาท ผมถามว่า ทิศเหนือกับทิศตะวันตกของตัวประสาทท่านรัฐมนตรีว่าเปึนเขตไทยไหมครับ ถ้าเปึน เขตไทยนี่ครับ การที่เขายังไม่กําหนด ไม่ใช่ไม่กําหนดนะครับ ยังไม่กําหนดเขตตรงนี้ ทําไมต้องเปึนสป่ริตของการประนีประนอม ก็ของเรานี่ครับ แต่จําได้ใช่ไหมครับ เวลาเขาบันทึกมาถึงเรา เขาไม่ได้แม้แต่เรียกว่าทับซ้อน เขาบอกของเขาครับ แล้วท่าน ก็ไปเขียนแถลงการณ์ร่วมอย่างนี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่แค่ตัวขอบประสาทแล้ว ปัญหา ก็คือว่าการบริหารจัดการพื้นที่ซึ่งไทยถือว่าเปึนของไทยในปัจจุบันตามสันปันน้ําต่อไปนี้ เขามีสิทธิเข้ามาร่วมบริหารจัดการ และบริหารจัดการอย่างไร ยูเนสโกคุยกับกัมพูชาครับ ไม่ต้องคุยกับไทย กระทบอธิปไตยไหมล่ะครับ หนังสือสัญญาไหมล่ะครับ แล้วไหนล่ะครับ กระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ๑ ในมาตราที่ท่านอยากแก้ไข
ข้อที่สาม บอกว่าให้ใช้แผนที่ที่แนบท้ายแทนแผนที่แผนผังอื่น ๆ ซึ่งเคยเสนอไป กระผมก็มีข้อสังเกตครับ แผนที่ฉบับนี้เวลาท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงกับคนไทยท่านก็เอาไปดู ตรงขอบปราสาทแล้วก็ตีเส้นป้ ๒๕๐๕ ของท่านนี่ครับเพื่อจะบอกว่ามันไม่ได้เกินเลย แต่บนแผนที่แผ่นนี้ครับท่านรัฐมนตรีกล้ายืนไหมแล้วบอกว่า ตรงนี้ทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศตะวันตกทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศเหนือทั้งหมดไม่ใช่ของไทย ทิศตะวันออกบางส่วน ไม่ใช่ของไทย กล้ายืนยันไหม ท่านสังเกตไหมครับเวลาเขาเสนอไปเขาไม่ได้ตีเส้นป้ ๒๕๐๕ ส่งไปด้วยครับ แต่แผนที่นี้ ยังเปึนแผนที่ซึ่งสอดคล้องกับแผนที่ที่เปึนเส้นสีแดงในภาพแรกของผมคือแผนที่ที่เขาใช้ เพื่อต่อสู้คดีตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ท่านไปรับทําไมครับแผนที่นี้ ท่านประธานจําที่ผมพูดได้ไหมครับว่า ป้ ๒๕๐๕ ที่แพ้คดีไทยไปต่อสู้ว่าแผนที่ที่ทําขึ้นไม่ได้เปึนการปักปันเขตแดน เปึนเรื่องของ การใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ศาลบอกว่าคุณรับแผนที่แล้วคุณต่อสู้ไม่ได้ วันนี้ท่านก็ไปรับ แผนที่อีกท่านก็บอกว่าไม่เปึนไรหรอกเรื่องมรดกโลกไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดน แต่ท่านก็รับ แผนที่ไปแล้ว ก็ซ้ํารอยกับเหตุของการแพ้คดีเมื่อป้ ๒๕๐๕ ครับ แล้วพอมาข้อ ๔ พื้นที่ ด้านตะวันตก ด้านทิศเหนือทั้งหมดที่เปึนของไทย ท่านก็บอกว่าระหว่างนี้กรรมการปักปันเขตแดน ยังทํางานไม่เสร็จ แล้วท่านรู้ไหมครับกว่าเขาจะมาทําตรงนี้ใช้เวลาอีกเท่าไร ผู้เชี่ยวชาญ บอกประมาณ ๑๐ ป้ แต่ที่ท่านไปตกลงกับเขาก็คือว่าภายในป้ ๒๕๕๓ เรากับกัมพูชาต้อง เสนอแผนบริหารจัดการพื้นที่ตรงนี้ร่วมกันครับ ผมถือว่าแถลงการณ์ร่วมของท่านเปึนการไป ยอมรับทั้งแผนที่ เปึนการไปยอมรับทั้งสิทธิของกัมพูชาในการมาบริหารจัดการในเขตแดนไทย แล้วซ้ําร้ายข้อสุดท้ายนี่ครับก็ยังเอายูเนสโกมาเปึนพยานให้ด้วยที่ท่านไปขอบคุณเขานี่ครับ กระผมจึงกราบเรียนว่าทุกคนถึงตกใจ ตกใจว่ากล้ากันจนถึงขนาดนี้ ตกใจว่าใครก็ตาม ซึ่งพยายามรักษาผลประโยชน์ไทยท่านก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นบ้าง ไม่รู้เรื่องนี้หรือเรื่องที่ว่าท่าน ขอเอกสารซีทีเอ็กซ์ (CTX) แล้วก็ไม่ได้ แล้วขณะนี้ก็ไปกล่าวหาคนที่เขามีความเห็นว่า ท่านทําผิด ทําเสียหายไปนี่ครับ ว่าเขาไปสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศ ไม่ใช่ครับ นโยบายของท่าน การกระทําของท่านนั่นแหละคือที่มาของความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะทั้งฝ์ายไทยและฝ์ายกัมพูชาจะไม่พอใจครับ แต่ถ้าท่านเดินตามแนวที่เคยทํากัน มาก่อนว่าถ้าจะทําเรื่องมรดกโลกทําร่วมกันไม่ต้องสนใจเรื่องเขตแดนหรือขึ้นกันไปฝ์ายเดียว เรื่องเขตแดนก็มีการไปหาข้อยุติอย่างอื่น มันก็จะไม่เปึนปัญหา ผมกราบเรียนว่าด้วยเหตุนี้ครับ ผมถือว่า ๑. ท่านหลีกเลี่ยงรัฐธรรมนูญ ไม่เอาหนังสือสัญญาที่เกี่ยวข้องกระทบกับอธิปไตย ของไทยมาเข้าสู่สภา มาผ่านกระบวนการการให้ข้อมูลกับความเห็นชอบของประชาชน ข้ออ้างท่านข้อเดียวเรื่องไม่เป่ดเผยอะไร เพราะว่าทุกเรื่องลับหมดนะครับ เสนอกี่ครั้ง ก็วาระจร ลับ วาระจร ลับ เก็บแผนที่เก็บกลับหมดเลยครับ แล้วให้เหตุผลว่าอย่างไรครับ ๑. กลัวคนกัมพูชาโกรธนะครับ ๒. การปล่อยให้เขาตีบริเวณรอบตัวปราสาทคือการสละสิทธิ ที่ไทยสงวนมาโดยตลอด และให้พื้นที่เกินเลยไปกว่าคําพิพากษาของศาลโลก ๓.ในเขต บัฟเฟอร์ โซนทั้งหมดไม่ว่าจะเปึนพื้นที่ที่เราเห็นว่าเปึนของเขาหรือของเรา หรือจะเรียกว่า ทับซ้อน หรือที่เขาคิดว่าเปึนของเขาทั้งหมด ต่อไปนี้เขามีอํานาจในการมาบริหารจัดการ และเขาพูดง่าย ๆ คือตัวหลักในการทํางานเรื่องนี้กับยูเนสโก ไทยมีหน้าที่เปึนผู้ช่วยร่วมมือ กับเขาเท่านั้น และการยอมรับแผนที่จะเปึนการย้อนรอยที่อาจจะถูกนํามาอ้างป่ดปากเรา ในอนาคตอีกเมื่อมีการพิพาทกันในเรื่องของเขตแดน ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้เชี่ยวชาญที่เขาติดตามเรื่องนี้เขามองไม่เห็นทางออกหรอกครับ นอกจากการที่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะต้องหาทางยับยั้งเรื่องนี้ครับ ผมก็ต้องเอา เรื่องนี้มาพูดและผมก็อยากจะเรียนไปถึงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนครับ เพราะท่านคือผู้แทนปวงชนชาวไทยเปึนคนไทย สิ่งหนึ่งซึ่งท่านทําได้เลยเพื่อช่วยเราบอกกับ ยูเนสโกว่าเราไม่เห็นด้วยกับการกระทํา ไม่ยอมรับเรื่องนี้คือไม่ไว้วางใจท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศและท่านนายกรัฐมนตรี แล้วพวกเราทุกคนที่เปึนคนไทยจะเดินหน้าต่อ รณรงค์ครับ ใครจะฟัองศาลปกครอง ใครจะทําหนังสือไปถึงยูเนสโกก็จะต้องไปในทาง เดียวกันว่าเราจะไม่ยอมรับการที่ท่านไปทําข้อผูกพันเกินอํานาจของท่าน กระทบอธิปไตย กระทบดินแดนของไทย เพราะฉะนั้นรวมทั้งเพื่อนสมาชิกซึ่งได้บอกว่าเคยเสียไป ๑ บาทนี่ครับ วันนี้ขอ ๑ เสียงครับ ๑ เสียงที่จะบอกว่าเรายังสงวนสิทธิอยู่ไม่ได้ไปรุกราน ไม่ได้ไปทะเลาะกับ เพื่อนบ้านครับ แต่สงวนสิทธิที่พึงมีไว้ตามกฎหมายที่รัฐบาลทุกชุดเขาปฏิบัติมาครับ ผมถึงบอกว่า ๔ เดือนนี่ครับ ถ้าเปึน ๔ เดือนที่ท่านทดแทนบุญคุณของประเทศ พวกผม ไม่มายืนตรงนี้ แต่ว่าถ้าไปทดแทนบุญคุณของใครไม่ทราบแล้วกระทบกระเทือนต่อประเทศ นี่พวกผมยอมไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกมาพูดนะครับ ผมไม่พูดทุกประเด็น ในเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าคนเขาก็สงสัยเหลือเกินว่าที่ไปทําทั้งหมดนี่มันเปึนเพราะอะไร มีแรงจูงใจ มันมีปัญหาความไม่เข้าใจหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ ผมก็บอกว่า โฆษกของทางกัมพูชาเคยให้สัมภาษณ์เร็ว ๆ นี้ครับ ผ่านสํานักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่าอดีต นายกรัฐมนตรีไทยกําลังจะไปทําธุรกิจใหญ่ในเกาะกง ไม่ใช่เรื่องโรงไฟฟัาที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดหรอกครับ จะเนรมิตให้เปึนศูนย์บันเทิงมีกาสิโน มีอะไร เดี๋ยวก็จะมีคนมาพูดขยายความ ต่อไปในรายละเอียด ผมอยากกราบเรียนครับว่าเรื่องของประเทศเรื่องแบบนี้มือสมัครเล่น ไม่ได้หรอกครับ ต้องศึกษาผลกระทบในทางกฎหมายระหว่างประเทศ ต้องรักษาผลประโยชน์ ของประเทศชาติให้ถึงที่สุด พลาดพลั้งง่าย ๆ ในวันข้างหน้ายังแก้ยากนะครับ แถมอีกเรื่อง ก็ได้ครับ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพบทางกัมพูชาครับ กระทรวงเขาบอกแล้วนะครับว่า เรื่องพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจะพูดอะไรก็พูดนะครับ แต่อย่าเอา ปตท. สผ. ไปขอสัมปทาน จากเขาครับ เพราะเท่ากับเปึนการยอมรับว่ามันเปึนของเขา ท่านก็อุตส่าห์เผลอพูดไปด้วย เหตุผลทั้งหลายเหล่านี้ผมถึงบอกครับว่าผมไว้วางใจท่านไม่ได้ และที่ผมไม่อยากเชื่อก็คือว่า ความเสียหายร้ายแรงอย่างนี้สิ่งที่ท่านทําได้กลับเบี่ยงเบนประเด็นมากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ มากล่าวหาอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทําอะไรผิด ในเรื่องนี้มีเรื่องเดียวครับคือทําให้ ๒ ท่านนี้เกิดทางการเมือง และบุญคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือแผ่นดินครับ ท่านจะเนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่จริงถ้าท่านจะเนรคุณ พันตํารวจโท ทักษิณ สักครึ่งหนึ่งที่เนรคุณหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมว่าบ้านเมือง จะไปได้ดีกว่านี้