อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องความระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยอ้างว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสาธารณะที่สามารถหาได้จากเว็บไซต์ของศาลโลก และยืนยันสิทธิของประเทศไทยในเรื่องปราสาทพระวิหาร โดยอ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีในปี 2505 ที่กำหนดเขตแดนของปราสาทพระวิหาร และการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโลก
ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิก ท่านประธานและรัฐบาล กระผมจะใช้ ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะผมไม่ต้องการให้เรื่องนี้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ข้อมูลที่ผมนําเสนอเปึนข้อมูลสาธารณะซึ่งชาวโลกไม่ใช่เฉพาะชาวไทย สามารถที่จะหาได้จากเว็บไซต์ของทางศาลโลกครับ
ข้อที่ ๓ ที่ศาลตัดสินก็คือว่า อะไรที่คนไทยได้เอาไปจากตัวปราสาท หรือบริเวณปราสาท ตรงนี้สําคัญนะครับ ปราสาทคือ เทมเพิล หรือบริเวณปราสาท ภาษาอังกฤษคือ เทมเพิล แอเรีย (Temple area) ให้ประเทศไทยคืนให้เขา ท่านประธาน สังเกตนะครับคําว่า บริเวณปราสาท ปรากฏอยู่เฉพาะในคําตัดสินข้อที่ ๓ ซึ่งเปึนเรื่อง การคืนของ แต่คําตัดสินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยศาลโลกใช้คําว่า เทมเพิล คือ ปราสาท เมื่อเปึนอย่างนี้รัฐบาลไทยทําอย่างไร นี่คือหัวใจนะครับ ผมฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงหลายเวที แล้วครับ ไปบอกว่าพอศาลตัดสินอย่างนั้นเราก็เลยไปกําหนดเขตแดนตามมติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานครับ ไม่มีที่ไหนเขาขีดเขตแดนโดยมติคณะรัฐมนตรี มติคณะรัฐมนตรี สัปดาห์นี้เปึนอย่างหนึ่ง สัปดาห์หน้าก็เปลี่ยนได้ครับ รัฐบาลนี้ยังทํามาแล้วเลยครับ เงินช่วยเหลือค่าครองชีพข้าราชการจาก ๑,๐๐๐ บาท เปึน ๑,๕๐๐ บาท ไม่มีหลักสากล ที่ไหนเลยครับเขาไปปล่อยให้คณะรัฐมนตรีหรือมติของฝ์ายบริหารกําหนดเขตแดนระหว่าง ประเทศ พอศาลตัดสินท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นจึงได้ออก หนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นว่าการปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก ไทยอาจปฏิบัติได้เองในบางส่วน แต่การปักหลักเขตแดนเพื่อให้เปึนไปตามคําพิพากษาเกี่ยวกับ บริเวณพระวิหารนั้นน่าจะได้กระทําเมื่อกัมพูชาขอมาและด้วยความยินยอมของทั้ง ๒ ฝ์าย บันทึกนี้ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๕ แล้วก็มีการนําเรื่องนี้เข้าไปประชุม จนกระทั่งมีมติ ออกมาคือวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เรื่องที่เสนอเข้าไป จุดยืนของประเทศไทยชัดคือ เราไม่เห็นด้วยกับคําพิพากษาของศาลโลก ประท้วงและสงวนสิทธิ แต่ในฐานะสมาชิก ของสหประชาชาติเราจะปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลก คณะรัฐมนตรีก็เลยบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกําหนดแนวปฏิบัติไว้เถอะว่าจะต้องถอยออกมาอย่างไร นี่ครับมติคณะรัฐมนตรีป้ ๒๕๐๕ ดังจะเห็นได้ว่าเวลาเรื่องเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ แล้วมีการแจ้งมติเขาจะบอกว่า เปึนการกําหนดบริเวณปราสาท คือเทมเพิล แอเรียไม่ใช่เทมเพิล ศาลตัดสินให้เฉพาะ เทมเพิล แต่มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ เปึนเรื่องของเทมเพิล แอเรีย เพื่อจะปฏิบัติเพราะแน่นอนครับ การดําเนินการของรัฐบาลไทยในขณะนั้นต้องกังวลแน่นอนว่าถ้าไปขีดเส้นแล้วเกิด การเผชิญหน้าเกิดการปะทะกันก็ไม่เปึนผลดีกับฝ์ายใดก็ต้องกําหนดแนวปฏิบัติไว้อย่างนี้ครับ ที่ท่านรัฐมนตรีมักจะมาขีดเส้นอยู่นี่แล้วก็บอกว่าเปึนเขตแดน ๆ ไม่ใช่ครับ เปึนเขตแนว ปฏิบัติกําหนดโดยคณะรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติให้เห็นว่าเราไม่ได้ฝ์าฝ๋นสิ่งที่ ศาลโลกสั่ง แต่ไม่ได้มีสถานะของการเปึนเขตแดน กัมพูชาก็ไม่ได้ยอมรับ นี่คือข้อเท็จจริงครับ แล้วเพื่อให้เกิดความมั่นใจด้วยว่าเวลาเรากําหนดแนวปฏิบัติอะไรอย่างไรแล้ว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นจึงได้ทําบันทึกไปถึงเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อประท้วงคําพิพากษาของศาลโลก ผมขออนุญาตอ่านนะครับ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ประกาศต่อประชาชนแสดงความไม่เห็นพ้องด้วยกับคําพิพากษาของศาล โดยมีเหตุผลว่าตามความเห็นของรัฐบาลคําพิพากษาขัดต่อข้อกําหนดอันชัดแจ้งของบท ที่เกี่ยวเนื่องของสนธิสัญญา ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ และขัดต่อหลักกฎหมายและ ความยุติธรรม แต่อย่างไรก็ดีรัฐบาลก็ยังแถลงว่าในฐานะที่เปึนสมาชิกสหประชาชาติ รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ตนมีอยู่ตามคําพิพากษา ดังกล่าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ตามข้อ ๙๔ ของกฎบัตร ย่อหน้าต่อไปสําคัญครับ คือสิ่งที่รัฐบาลไทยแจ้งไว้กับเลขาธิการสหประชาชาติ ข้าพเจ้าใคร่จะแจ้งให้ท่านทราบว่า ในการตัดสินใจที่จะปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีที่เกี่ยวกับ ปราสาทพระวิหารนั้น รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวน อันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใด ๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคตเพื่อเอาปราสาทพระวิหาร กลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการกฎหมายที่มีอยู่หรือที่จะพึงนํามาใช้ได้ในภายหลัง และ ตั้งข้อประท้วงต่อคําพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่ตัดสินให้ปราสาทพระวิหาร เปึนของกัมพูชา ชัดไหมครับ ที่บอกว่าเสียดินแดนไปแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ ฝ้มือทนายอะไร ไม่ใช่รัฐบาลยุคนั้นเขาเผชิญกับปัญหาเรื่องของศาลโลก ผมไม่ไปวิจารณ์หรอกครับว่า การเมืองระหว่างประเทศเปึนอย่างไร เขาหาทางออกเอาไว้ ตัดสินว่าปราสาทเปึนของกัมพูชา อ้าว ไม่ฝ์าฝ๋น ยอมปฏิบัติ แต่ไม่มีการพูดเรื่องเขตแดนและสงวนสิทธิเอาไว้ แล้วก็ไม่ใช่เรื่อง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีไปเที่ยวพูดท้าทายบอกถ้าอย่างนั้นพรรคประชาธิปัตย์ประกาศนโยบายสิว่า จะไปเอาคืนมา ไม่ใช่เรื่องครับ เรื่องก็คือว่าการจะเอาคืนมาต้องมีเหตุ มีหลักกฎหมายรองรับ แต่เราสงวนสิทธิไว้ ไม่มีรัฐบาลชุดไหนเคยสละสิทธิอันนี้