สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

สมัคร สุนทรเวช หารือเรื่องการอภิปรายในสภาเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีและพรรคฝ่ายค้าน โดยกล่าวว่าตนเองมีความสามารถในการพูดและเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 4 เดือน และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ และกล่าวหาว่าพรรคฝ่ายค้านพยายามดูแคลนและโจมตีเขา

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ประเด็นอยู่ว่านายกรัฐมนตรีถูกหัวหน้าฝ์ายค้านดูแคลน อย่างแรง พูดจาว่าไม่มีความสามารถจัด ครม. ไม่เปึนสับปะรด แล้วก็บริหารไม่เปึน คิดไม่เปึน แก้ไขปัญหาไม่ได้ การพูดให้ฟังนี่แหละครับ ฟังไป ๆ จะได้รู้ว่า อ๋อ คนนี้มันเปึนอย่างนี้เอง มันไม่ได้เปึนอย่างที่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านกล่าวหา ขณะนี้ผมเพิ่งพูดไปได้ ๑๕ นาทีเท่านั้น ผมทนฟังหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านพูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที ผมยังทนได้เลยครับ อะไรนี่ ๑๕ นาที ท้วงแล้ว ประเด็นที่พูดนี่มันน่าท้วงหรือครับ การที่ผมพูดผมแสดงความคิดเห็นว่าผมมี ความสามารถในการพูดจากับต่างชาตินะครับ ผมเปึนนายกรัฐมนตรีได้ ๔ เดือน ผมสามารถ จะเป่ดประตูพม่าที่ป่ดประตู ผมกําลังจะดึงพม่าออกมาจากเงามืด ผมกําลังทําหน้าที่ของผม อยู่ทําไมผมทําได้ละครับถ้าไม่มีความสามารถ ผมบอกเลยครับว่ากระทรวงการต่างประเทศ เขาเปึนพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้นถ้าพี่เลี้ยงผมเขาไม่มาทําให้ผมเสียหายผมก็ต้องยกย่องเขา แล้วผมก็ดําเนินการ ผมทํา ผมกําลังคุยให้ฟังว่าผมมีความสามารถในการพูดจากับประมุข ต่างประเทศอย่างน้อย ๘ ประเทศที่ได้พบกันมาแล้ว เวลาที่พบปะพูดจากันแม้แต่วันเดียว ๒ วัน แต่ก็มีความรู้จักคุ้นเคยกัน มีการโทรศัพท์หากัน มีปัญหาเขาหารือกันลองถามสิครับว่า ๘ ประเทศ ยกเว้นบรูไนที่ยังไม่เจอแต่ท่านก็รู้จักผมว่าเขาได้คบหาสมาคมกับนายกรัฐมนตรีไทย แล้วเขาเปึนอย่างไร แต่คําอภิปรายของท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านเมื่อกี้แปลกันภาษาต่างชาติ ให้เขาฟังได้จะได้รู้บอกทําไมไม่เหมือนที่เจอกับสมัคร คุยกับสมัครไม่ใช่เปึนอย่างนั้นเลย ผมจะบอกให้ฟังนะครับว่าการอภิปรายวันนี้เปึนการอภิปรายดูแคลนหัวหน้ารัฐบาล ถ้าผมไม่แสดงให้เห็นว่าผมรู้ ผมมีความสามารถแล้วผมจะไปพูดอะไรตรงไหนอย่างไร ผมจะอภิปรายตอบเปึนคํา ๆ มันมากเกินไปผมก็เปลี่ยนแนวทางของผมใหม่ ผมเล่าให้ฟัง เท่านั้นละครับว่าผมไม่ได้เปึนอย่างที่กล่าวหาผม แน่นอนครับบ้านเมืองนี้มีปัญหา ผมถึงได้ เทียบเคียงว่าบ้านเมืองกําลังมีปัญหาอยู่แล้วผมก็เข้ามา ปัญหาขนาดไหนครับ ปัญหาที่เปึน รัฐบาลที่มารับช่วงหลังจากการปฏิวัติ หลังจากการเปลี่ยนแปลง ปฏิวัติแล้วเปึนอย่างไร ปฏิวัติแล้วต่างชาติเขาไม่คบหาสมาคม ๑๖-๑๗ เดือนเขาไม่ติดต่อด้วย สถานะทางเศรษฐกิจ เปึนอย่างไร เสียหาย เสียหายแน่นอนครับต้องกอบกู้ไหม ต้องกอบกู้ครับ คนที่มาก็บอกแล้วว่า ไม่เก่งครับ เพราะโชคไม่ดีครับ นักการเมืองเก่ง ๆ ที่ควรจะมาสมัครรับเลือกตั้งก็ถูกไปจําจอง อยู่เสียมากมายหลายคน แล้วทีนี้ทําอย่างไรครับ ผมก็เอาเท่าที่ผมทําได้แล้วผมก็ดําเนินการ แล้วทําไมครับ เมื่อเขามีปฏิวัติเขาฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งแล้วเขาก็เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วตอนเขียนเขาก็บอกว่าไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะต้องการจะให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นมันอ่อนแอ มีหลักฐานชัดเจนเลยครับ คนร่างไปเขาก็คุยไปต้องการทําให้อ่อนแอต้องการทําอย่างนั้น ต้องการทําให้มันยุ่งมาก เลือกตั้งอย่างนี้ต้องแก้อย่างนี้ ก็เห็นพ้องต้องกันนะครับว่า ต้องแก้เรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ผมนี่นะครับผมพูดชัดเจนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้มาตรา ๓๐๙ ผมก็พูด มาตรา ๒๓๗ ก็บอกครึ่งหลังต้องแก้ นี่แหละครับผมพูดตรงไปตรงมา แล้วผม จะลองถามดูสิครับว่ารัฐธรรมนูญมันคนเขียน ถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไม่ได้แล้วเขียนไว้ทําไมครับ วิธีแก้ทําอย่างไร ทุกฉบับเลยครับเขียนไว้เลยวิธีแก้ทําอย่างไร เมื่อวานนี้อภิปราย โอ้โฮ กล่าวหาว่าผมจะตั้งสาธารณรัฐทําอย่างโน้นอย่างนี้มีสูตรเลย จะเอาองคมนตรีออก เคราะห์ดี รัฐมนตรีเขาอธิบายความให้เห็นเลยมันอยู่หมวดนี้ เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะเอากันพังเมื่อวานนี้ วันนี้ก็จะเอากันพัง แต่ว่ารายละเอียดเจ้าของเรื่อง เขาจะเปึนคนอภิปรายความเอง แต่ผมมีหน้าที่ต้องอธิบายว่าทําไมถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดีแล้ว แก้ไม่ได้หรือครับ แล้วทําไมการแก้รัฐธรรมนูญต้องเปึนชนวนให้คนลุกฮือขึ้นมาล่ะครับ ทําไมล่ะครับ ทําไมครับหรือว่าทางพรรคการเมืองฝ์ายค้านเห็นดีเห็นงามกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็อย่าแก้เลยครับ ไม่ต้องแก้ ให้คนที่สะดวกแก้ ๓๑๖ คนบวกกับสมาชิกวุฒิบางส่วน แก้ได้ครับ ท่านไม่ต้องลงคะแนนแก้นะครับ แต่พวกท่านได้ประโยชน์ก็มาใช้สิครับ เลือกตั้ง เขตละคน คนละเขตมันดีแล้ว ย้อนไป ๑๕๗ เขต ควรแก้ไหมล่ะครับ วุฒิสมาชิกกระโดกกระเดก เลือก ๗๖ คน แต่งตั้ง ๗๔ คนควรแก้ไหมละครับ มีมากมายหลายประเด็น ฉะนั้นแก้เพื่อใคร เพราะการแก้เขาจะต้องบอกไว้เลยว่าจะใช้เมื่อไร ใช้เมื่อเลือกตั้งทั่วไป อย่างนั้น ไม่ใช่ตัวเราเองครับ วันข้างหน้าสมัครใหม่ก็มาใช้ประโยชน์ ผมพูดชัดเจนเลยครับว่าไม่ได้ทํา เพื่อไปช่วยใคร ช่วยไม่ได้หรอกครับ แก้รัฐธรรมนูญได้วันพรุ่งนี้สวิตช์ปัูบ ต่อไปเขาต้องขึ้นศาล อยู่ดี ต้องอยู่ในศาลอยู่แล้วครับ คตส. เขาจบเขาก็ส่งมาให้ ป.ป.ช. ส่งไป ปปง. เขาส่งหมด เขามีหมด ต้องอยู่ในศาลอยู่ในมือคนดําเนินการต่อ ไม่หลุดรอดไปหรอกครับ ถ้าทําความผิดพูดกันชัดเจนอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อจะแก้รัฐธรรมนูญทําไมถึงจะต้องไป เห็นใจว่ามีคนเขาไม่พอใจกระโดดลงมา ยื่นแก้รัฐธรรมนูญนั้นต้องปลุกระดมเลยครับ ผมก็ประหลาดใจว่าพรรคการเมืองบางพรรคเห็นชอบกับการปลุกระดมแล้วเห็นก็เข้าใจว่า ถูกต้อง คือหมายความว่าใครแก้รัฐธรรมนูญก็เลยต้องกระโดดลงมาแล้วทําไมอย่างนั้นล่ะครับ แล้วการแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมก็บอกชัดเจนเลยว่าสมาชิกถูกต้องมันพรรคเดียวกันนะครับ แต่ทว่าตกลงพรรคเดียวกันไม่ได้แบ่งเปึน ๒ ซีกหรือครับนี่ ทางท่านไม่มีโอกาสแบ่งหรอกครับ ท่านต้องอยู่ในสภาหมด แต่คนเปึนรัฐบาลแบ่ง ๒ ซีก ส่วนหนึ่งไปเปึนอยู่ฝ์ายบริหาร เปึนอํานาจหนึ่งของประเทศ แล้วอีกพวกหนึ่งก็อยู่ในสภาเปึนอํานาจหนึ่งเปึนนิติบัญญัติ แล้วศาลท่านก็มาตามระบบของท่าน ๓ อํานาจคานกันอยู่ ทําไมทางสมาชิกในพรรค ของพรรคพลังประชาชนจะทําอะไรอย่างไรนั้นก็ต้องให้เกียรติ สมาชิกเขาอยู่นิติบัญญัติ ผมอยู่ฝ์ายบริหาร เพราะฉะนั้นแม้จะเปึนพวกเดียวพรรคเดียวแต่ว่ามันต้องแบ่งงานกัน เขาก็ทําของเขา มันเสียหายอะไรครับแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าไปถึงก็ไปปลุกระดมบอกไม่ได้เปึนเหตุ แล้วเปึนเหตุเลยไปถึงไหน พอได้เหยื่อมา รัฐธรรมนูญเอาไปไม่ได้ ถอน ๆ ถอน ๆ พอไปได้ เหยื่ออีกตัวหนึ่งแล้วการปลุกระดมว่าอย่างไร เรื่องที่บอกว่าเตือนผม เขียนจดหมายไป เตือน ผมต้องมีเหตุผลของผม คนอย่างผมสิครับผมเฝัาดูคนบางคนที่ดูหมิ่นดูแคลน พระราชวงศ์ เขียนพูดจาแดกดันตํารวจยังไม่ค่อยกล้าดําเนินคดีเท่าไร ไม่มีใครจัดการเลย อ้ายที่ขึ้นต้น ส นั่นน่ะไปดูสิครับ เพราะฉะนั้นอย่างที่เกิดเหตุ ผมจะบอกให้ฟังว่า ว่ากล่าวมี พฤติกรรมเปึนอันตรายต่อสถาบันแล้วนายสมัครไม่จัดการ นี่หรือคนจงรักภักดี ไม่ดําเนินการ ท่านก็คงทราบเหมือนที่ผมทราบ การพูดของนายจักรภพพูดที่ไหน เขาพูดที่ สมาคมผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศ พูดเมื่อไรครับ พูดเดือนสิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ ทุกคนรู้ ทุกคนเข้าใจ ทุกคนถอดเทป (Tape) เก็บไว้หมด เก็บไว้ทําไมล่ะครับ ความจงรักภักดี ทําไมเก็บไว้ล่ะครับ จนกระทั่งจักรภพอยู่ข้างนอกก็ไม่เปึนไร ก็เปึนคนดีไปตลอดชีวิต แต่ดันมาเปึนรัฐมนตรี รัฐมนตรีพอไปสั่งงานเกี่ยวข้องกับทางสื่อสารมวลชนเข้าก็เริ่มถูก เกลียดชัง ไปเหยียบหางใครเข้าปัูบทันทีตํารวจคนหนึ่งมาเลยครับ เอาที่เก็บไว้เรียบร้อย แจ้งความเลยครับ นี่อย่างไรครับสามารถจะเอาความจงรักภักดีใส่แฟัมไว้ก่อนครับ อ้ายคนนี้ ถ้าเผื่อไม่เปึนอะไรไปมันก็รอดตัวไป แต่ว่าไปเหยียบหางเขาเข้าปัูบเขามาทันทีเลยครับ จัดการ ผมรู้อย่างนี้ผมถึงบอกตํารวจช่วยจัดการที ผิดหรือครับ หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นกล่าวหา บอกว่าคนนี้เปึนอันตราย ผมบอกขอให้ตํารวจจัดการ มันกลายเปึนว่าหัวหน้ารัฐบาลไม่เอาใจใส่ เรื่องนี้เปึนอันตรายอย่างยิ่งกับสถาบัน ตํารวจก็จัดการสิครับ คนที่เปึนอันตรายมีมากมาย ก่ายกอง กําลังนี้อันตรายก็มีอยู่ เรามีระบบของเรา กระบวนการยุติธรรมมีก็ให้เขาจัดการเห็นไหมครับ แก้รัฐธรรมนูญ ก็มีเหตุผลว่าการแก้ต้องไม่ผิดกฎหมายต้องทําได้แต่ทําไมต้องปลุกระดม การที่ไม่ดําเนินการ กับคนที่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นมา ผมให้ตํารวจดําเนินการ แปลว่าผมไม่จงรักภักดีหรือครับ การวินิจฉัยผมก็บอกทํานองบอกว่านี่ถ้าหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านยื่นมาวันละคนแล้วผมต้อง เอาออกหมด แล้วผมก็เหลือตัวคนเดียวแล้วทําอย่างไร วันดีคืนดียื่นมาบอกนายสมัคร ก็ไม่จงรักภักดี ผมก็ต้องออกด้วยอย่างนั้นหรือครับ มันเปึนไปไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น มันต้องฟังเหตุผลกันบ้างว่าอะไรเปึนอะไรอย่างไร ทั้งหมดนี้จะบอกทีละถ้อยทีละคํา อะไรต่าง ๆ นั้นมันจะยาวเกินเหตุ แต่พูดเสียให้เข้าใจเถอะครับว่าทั้งหมดนี่คือผมก็ไม่อยาก พูดจาให้กระทบกระทั่ง คือการแสดงออกมาเขียนมา ๙ ข้อนั้นก็ขอบคุณละครับไม่ได้ กล่าวหาว่าทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง แต่การกล่าวหาว่าไม่มีคุณธรรม ไม่มีความสามารถ ไม่มีอะไรต่าง ๆ ที่เขียนมานั้นลองอ่านดูสิครับ ผมเองผมไม่กล้าไปเขียนกล่าวหาใครอย่างนั้น หรอกครับ มันดูแคลนกันเกินไป แล้วถ้าผมได้โอกาสลุกไปบ้างผมก็ต้องลุกขึ้นมาพูด แล้วพูดแล้วคนทั้งบ้านทั้งเมืองก็จะเห็นว่าแล้วตกลงเปึนอย่างนั้นหรือเปล่า ผมโง่ขนาดนั้น หรือเปล่า ผมประพฤติอย่างนั้นหรือเปล่า ผมโกงอย่างนั้นหรือเปล่า ผมไม่มีความสามารถ อย่างนั้นหรือเปล่า ที่พูดต้องการให้ฟังนั้นเพราะว่าญัตติที่ยื่นนั้นมันกระจัดกระจายครับ มันตุปัดตุเปิ มันกล่าวหาเหมือนกับว่าไม่รู้จะทําอะไรแล้ว ขอสอดแทรกมาจะเอาให้ได้ ตรงนี้ ผมอธิบายความให้ฟังทีละท่อนทีละตอนแล้วไม่ต้องยืดยาวเยิ่นเย้อ ผมอยากจะบอกว่า บางครั้งนั้นคนที่ทําอยู่นั้นมีความรับผิดชอบ คนที่เฝัาดูอยู่นั้นไม่ต้องรับผิดชอบ นักมวย อยู่บนเวทีแน่นอนครับถ้าไม่มีความสามารถก็คงไม่ขึ้นไปต่อยแต่ไปต่อยแล้วอ้ายพี่เลี้ยงอยู่ ข้างนอกมันเห็นชัดกว่า นักฟุตบอลถ้าไม่ได้เล่นเก่งก็คงไม่ได้เล่นในสนามแต่คนที่เก่งกว่า มันนั่งอยู่ข้างนอกมันตะโกนบอกได้ครับ แต่บางครั้งโคช (Coach) ก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นตรงนั้น บางครั้งพี่เลี้ยงก็ไม่รู้ว่าข้างบนมันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร เหมือนกันละครับ นักการเมืองฝ์ายค้านเฝัาดูรัฐบาลไม่รู้หรอกครับในการประชุม ครม. คนคาบเอามาเล่า มันคาบไม่หมดหรอกครับ คนที่ไม่มีความสามารถมีอยู่ครับ มันมีข้อขัดข้องมีครับ รัฐมนตรีไม่ลงตัวมีบ้างครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามแต่มันต้องอยู่ที่หัวหน้ารัฐบาลที่จะเปึนคน ดูแล สถานการณ์บ้านเมืองจะแก้ไขนั้นบางครั้งเราต้องเห็นใจเขา ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเขา เขาต้องการจัดการ ถ้าท่านเปึนฝ์ายค้านท่านต้องอยู่ในสถานะนี้ มีคนที่เขาได้รับความชอกช้ํา มีคนที่ดําเนินการ ทําไมล่ะครับว่าเวลาที่มีคณะเข้ามาแล้ว มาจัดการเปลี่ยนแปลง มายื้อยุดฉุดกระชาก ตรวจนั่น ปลดนี่ เปลี่ยนเปึนตับ ปลดเปึนออก ไม่มีใครหือเลย ไม่มีใครพูดจา ไม่มีใครว่ากล่าวอะไรเลยครับ ปล่อยหมด แล้วทําไม มันเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่เข้ามานี่ มันจัดใหม่ไม่ได้หรือครับ ธรรมเนียมของโลกในอเมริกา เขาให้เวลาตอนไหน เขาเลือกตั้งเสร็จวันอังคารแรกของเดือนพฤศจิกายน แล้วเขาทิ้งไว้ นานเท่าไร เขาทิ้งไว้ถึงวันที่ ๒๐ มกราคม คิดสิครับต้นเดือนอาทิตย์แรกถัดไปเดือนพฤศจิกายน เกือบทั้งเดือน เดือนธันวาคมอีกทั้งเดือน วันที่ ๒๐ มกราคม ๒ เดือนครึ่ง เขาให้เวลา ทําอะไรครับ เขาปรับ เขาเปลี่ยนหมด ใครจะถอดจะถอนเขาทําหมด แล้วเข้าไปเขาก็ไม่ต้อง ไปโยกย้าย เพราะเขาโยกย้ายหมดแล้ว แล้วหลายอย่างหลายตําแหน่งเขาไม่ต้อง เพราะมันเลือกตั้ง ผู้พิพากษาก็เลือกตั้ง ตํารวจก็เลือกตั้ง ตรงนั้นเลือกตั้ง แต่ตําแหน่ง ในทําเนียบขาวถูกโยกย้ายหมดในเวลา ๒ เดือนครึ่ง แต่ของเราล่ะครับ คณะปฏิวัติเปลี่ยนแปลง เอาผู้พิพากษาซึ่งเคยอยู่ตรงกลางต้องวินิจฉัยความขัดแย้งระหว่างสภากับรัฐบาล นิติบัญญัติ กับฝ์ายค้าน หรืออะไรต่าง ๆ ผู้พิพากษาเคยวินิจฉัยปรากฏว่าไปอัญเชิญท่านเอามา ยังอยู่ในตําแหน่งราชการยังไม่เกษียณก็เอามา เอาไปเปึนรัฐมนตรีก็เอาไปเปึน เอาไปเปึน อธิบดีก็เอาไปเปึน เอาไปเปึนปลัดกระทรวงก็เอาไปเปึน เอาไปเปึน กกต. ๕ ท่าน เปึนเลขานุการ กกต. ก็ผู้พิพากษา เอาระบบผู้พิพากษาไปทําตรงนั้นแล้วเปึนอย่างไรครับ กระทบกระเทือน ไหมครับ กระทบกระเทือนมันเสียหาย เพราะฉะนั้นเมื่อเราเข้ามาใหม่ ที่ไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีสมพงษ์แล้วทําไมล่ะครับก็ท่านมาอยู่ตรงนั้น ท่านกําลังอยากจะขอกลับ ถ้าเรา ต้องการจะปรับเปลี่ยนใหม่เราก็บอกท่านช่วยไปอยู่ตรงนี้ งานใหม่ท่านไปอยู่ตรงนี้ แล้วคนมันก็เปลี่ยน อะไรเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้หรือครับ ผมเปลี่ยนครับ คนสําคัญ ๆ ใครไม่กล้าเปลี่ยนผมยังเปลี่ยนเลยครับ เพราะผมถือว่า ผมต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมเปลี่ยน ก็คนจะบริหารต้องอย่างนี้ ไปนั่งก้มหน้า โอ๊ย ไม่ได้ครับ เข้ามาต้องเปึนคนดีครับ เปลี่ยนอะไรไม่ได้ครับ เปึนคนดีครับ เดี๋ยวเขาว่า เดี๋ยวฝ์ายค้าน เล่นงานเอาครับ เดี๋ยวถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เปลี่ยนปล่อยไว้อย่างนั้น แล้วงานการ เปึนอย่างไร เสียหายไหมครับ เขาเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เสียหาย แล้วเปลี่ยนมากไหมครับ เปลี่ยนเท่าที่จําเปึนต้องเปลี่ยน เพราะฉะนั้นที่กล่าวหามาแต่ละอัน ๆ นั้นผมอยากจะเรียน ให้ทราบว่าปัญหาบางสิ่งบางอย่างนั้นผมคุยกับประธานาธิบดีอาร์โรโย ท่านประธานาธิบดี บอกว่าอยากจะได้ข้าว ผมบอกท่านเลยว่าถ้าท่านใช้วิธีแบบการประมูลแล้วให้ใครมา สลักหลังท่านทําของท่านไป แต่ถ้าท่านต้องการข้าว เรามีข้าวอยู่ในสต็อก ถ้าขาดแล้วนั่น ฟ่ลิปป่นส์ไม่ขาดครับ แต่เขาต้องการทําสัญญา ๓ ป้ ตั้งราคาไว้อย่างนั้นเราบอกไม่เปึนไร ผมกระซิบบอกท่านเลย เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียโอกาส ผมต้องการรักษาราคาข้าว ผมคุยกับ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ผมคุ้นเคยกับเขาขนาดว่าเขาเกิดวิกฤติการณ์ผมก็โทรศัพท์ ไปหาท่าน แล้วเขาบอกเลยครับว่าเราต้องช่วยกันประคองรักษาข้าว ท่านเริ่มผลิตได้ ผมก็ ผลิตได้ ต้องทําราคาให้สูงไว้ ก็นี่เปึนเรื่องส่วนตัว เปึนเรื่องที่ว่าคิดกันแล้วก็บอกกัน แล้วก็ เข้าระบบ ก็ทํางานนี่ครับ การรักษาราคาข้าวให้สูง ชาวนามีรายได้ดีไม่ดีหรือครับ ข้าวมันสูง เพราะว่ามันไปแพงที่ชิคาโก มันแพงข้าวสาลีแล้วมันก็มาแพงข้าวสาร แล้วมันก็เกิดการแพง แล้วมันก็เกิดการกล่าวหาว่าไปปลูกพืชพลังงาน แล้วก็มากล่าวหาไทย ผมก็ต้องตอบโต้ ไปว่า เอ๊ะ อะไรกัน แล้วผมก็ว่ากล่าวไปเปึนทํานองว่าน้ํามันขึ้นราคาไม่ว่า พอข้าวขึ้นราคา มาว่า เราวิเคราะห์พิสูจน์ให้ฟังทั้งนั้นละครับ แล้วคนที่ถูกผมตําหนิ วันดีคืนดีเขาก็โทรศัพท์ มาหาผมขอแรงหน่อยข้าวประเทศนี้ไม่ได้ ขอช่วยหน่อย มันก็มีความสัมพันธ์กันอย่างนี้ ก็ได้รู้จักได้พูดจากัน บางสิ่งบางอย่างรัฐบาลอื่นอาจจะไม่กล้าทํา แต่ผมกล้าทําครับ คนโน้นเขาเขม่น ใครไปยุ่งกับพม่า สหรัฐอเมริกาก็เขม่น ใครไปยุ่งพม่า อียู (EU) ก็เขม่น แต่ผมปาฐกถาให้พวกนี้ฟังหมด ผมปาฐกถาให้ฟังตั้งแต่ผมยังไม่ไปพม่า แล้วผมไปพม่า มาแล้วใครก็อยากฟังปาฐกถาของผม แต่ผมบอกผมพูดไม่ได้หรอกครับ เพราะกระทรวง การต่างประเทศเขาไม่ให้นายกรัฐมนตรีต้องพูดเรื่องนี้ ผมก็ไม่พูด แต่ใครอยากจะรู้เรื่อง เมืองพม่าก็คุยกับนายสมัคร สุนทรเวช ที่ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลไป ผมทําอย่างนี้ เพื่ออะไร เพื่อว่าเพื่อนบ้านที่มันมีคะแนนในสหประชาชาติเหมือนกัน มันมีทรัพยากร มันเปึนเพื่อนบ้านอาศัยได้ เขาจะได้ไม่ถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจะเปึนจะตาย กําลังช่วย เขาอยู่ ไปประชุมกัน ๖ ประเทศ ประชุมเสร็จเรียบร้อยเขาจะไม่ให้เปึนเจ้าภาพต่อไป ผมบอกไม่ได้ ผมออกมากลางวง ผมบอกไม่ได้ ยู (You) เปึนเอดีบี (ADB : ธนาคารเพื่อ การพัฒนาเอเชีย) ยูเชิญเขามาทําไม ๓ ป้ก่อน เชิญมานั่น ๓ ป้นี้เชิญมานี่ ๓ ป้นี้เชิญมานี่ แล้วป้ต่อไปเขาจะเปึนเจ้าภาพไม่ให้เขาเปึน ไม่ได้ผมขอโหวตเลยครับ ๖ ประเทศ ๖ นายกรัฐมนตรีโหวตให้เลยบอกให้พม่าเปึน เพราะว่าผมมีเหตุผล ผมกําลังจะช่วย เขาอยู่ เขากําลังจะเลือกตั้ง อีก ๒ ป้เขาจะเลือกตั้ง แล้วอีก ๓ ป้ถึงจะเปึนเจ้าภาพ ถ้าเขา ประพฤติไม่ดีเราก็ไม่ให้เขาเปึน มีเหตุผลไหม เรื่องอย่างนี้ผมทํา นี่ละครับนายกรัฐมนตรี ไทยคนที่ถูกกล่าวหาไม่ไว้วางใจวันนี้ว่าไม่มีอ้ายโน่น ไม่มีอ้ายนี่ ไม่มีความคิด แต่ที่เล่า สิ่งละอันพันละน้อยแล้วตอบคําถามเปึนขั้นเปึนตอนนั้นเพื่อจะให้รู้ว่าผมรับผิดชอบ ในสถานะของผม ผมรับผิดชอบในสถานะว่าผมจะต้องทําผมก็ทําให้ ผมทําเปึนไม่รู้ไม่ชี้ ก็ได้ครับ แต่ผมทําให้ จะคลางแคลงใจว่าทําไมรีบร้อน ไม่มีใครบังคับผม ผมทําให้ แล้วก็ อธิบายความให้ฟังนั้นก็อยากจะย้อนกลับมาตรงสุดท้ายตรงนี้เท่านั้นเองครับว่า สิ่งที่ เอามาอ่านกันเมื่อกี้ตอนจบนั้นดูเปึนเรื่องดุเดือดเลือดพล่าน ขอยืนยันว่าที่เอามาอ่าน มาแสดงต่าง ๆ นั้นเปึนสิ่งที่คนไทยที่สนใจก็รู้กันอยู่ ข้อเท็จจริงก็คือที่อ่านนั้นคือการบอก ให้คนทั้งบ้านทั้งเมืองรู้ว่ามีคดีความจริง เขาเรียกว่า คดีถูกป่ดปาก เพราะไปทําแผนที่มา รัฐบาลไหนละครับ รัฐบาลก่อนหน้านั้น ชื่อใครบ้าง ก็ไปทํามาละครับ ไม่ใช่รัฐบาลแถวนี้ ทั้งนั้น ไม่ใช่รัฐบาลประชาธิปัตย์ด้วย แล้วเวลาที่อยู่นั้นไม่ใช่ ท่านเปึนรัฐบาลที่ถูกได้รับ เชิญมา ป้ ๒๕๐๕ ผมละครับการเมืองขึ้นสมองเลยตอนนั้นสมัย จอมพล สฤษดิ์ครับ แล้วก็จัดการดําเนินการ แล้วก็สงวนสิทธิ สงวนทุกวันนี้ก็ยังสงวนอยู่ ที่เขาไปดําเนินการตกลงเจรจาเรารู้หมดเพราะกระทรวงการต่างประเทศเขาเปึนคนทํา จดหมายทักท้วงก็รัฐมนตรีเขาเปึนคนให้ทักท้วงไปอย่างนั้น รุ่งขึ้นเขาตอบมา การที่เขา บอกนายกรัฐมนตรีสมัครเห็นชอบก็พูดกันในขณะประชุมกันในห้องเต็มไปหมด ก็เขาเขียนให้ ผมบอกว่า ถ้าพูดกันเรื่องเขาพระวิหารถ้าไม่ยกประเด็นไม่พูด เขาพูดเรื่องเขาพระวิหาร เราบอกว่าเขาพระวิหารนั้นถ้าหากว่าทางโน้นเขายอมรับว่าถ้าพื้นที่ทับซ้อนเราต้องยื่นด้วย พื้นที่ทับซ้อน ๔๖ ตารางกิโลเมตรต้องยื่นด้วย ถ้าเผื่อยูสามารถจะพิสูจน์ได้ว่าเอาเฉพาะ แต่ข้างบนก็ต้องลองดูก็เท่านั้นเองครับ แล้วเขาก็ไปทําอย่างที่ว่า วันที่ ๒ จะขึ้นได้หรือไม่ได้ ยังไม่รู้เลยครับ ที่ไปทํามาก็ไม่มีอะไรผิด ทุกคนรับรองหมด ไม่มีอะไรอย่างไรเลยครับ เขาสงวนสิทธิไว้หมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรจะน่าตื่นเต้นอย่างไรเลย แต่ทํากันตื่นเต้น ทําเหมือนเสีย ไม่มีอะไรเสียเลยครับ เขาจะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็ยังไม่รู้เลยครับวันที่ ๒ นั่น แต่ว่าเราไม่ตกลงกับเขาเขาก็ไปคนเดียวแล้วเขาจะเอาพื้นที่ทับซ้อนไปขึ้นด้วยคนเดียว เขาจะไปยื่นครับ เราบอกไม่ได้ พื้นที่ทับซ้อนยื่นไม่ได้ ในที่สุดก็ตกลงกันว่าต้องพูดกันว่าพื้นที่ ทับซ้อนไม่ยื่น ใครเปึนคนกลางก็ยูเนสโกบอกยูไปประชุมถามว่าขีดเอาเฉพาะปราสาท ได้ไหม ก็นายกรัฐมนตรีเขาบอกเอาแต่ปราสาทไปขึ้น บอกถ้าขึ้นได้ก็เอา เขาก็ไปเจรจาความ เขาก็ขีดเฉพาะปราสาท ก็ตกลงว่าเอาละตกลงเขาก็ออกแถลงการณ์ ถ้าจะตีความว่า แถลงการณ์เปึนกฎหมายก็ดําเนินการกันไปเถอะครับ มันเกินเหตุไปหน่อยเท่านั้นเอง ไม่มีใครคิดว่าจะเปึนสนธิสัญญาเปึนอะไร แล้วที่ดําเนินการไปก็ไม่เสียสิทธิครับ จะรักษา สิทธิไว้เท่าใด อีกสัก ๒๐๐ ป้ข้างหน้าอยากจะรักษาก็รักษาอยู่ครับ ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ทํากันตื่นเต้นเหมือนประเทศไทยกําลังจะเสียดินแดน โอ๊ย ทําไมถึงขนาดนั้นละครับ ปลุกระดมกันตั้งแต่คนเกิดข้างหลัง ก็เคราะห์ดีนะครับคนเกิดทีหลังคนเกิด พ.ศ. ๒๕๐๗ ไปอ่าน แล้วก็เอาข้อมูลนี้มาทําให้คนไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ต้องตื่นเต้น ผมฟังแล้วผมเฉย ๆ ครับ เพราะทํามากับมือรู้มากับมือรัฐมนตรีเขาเปึนคนทํา ผมเปึนคนนั่งดูอยู่ด้วย ถ้าเปึนอย่างนี้ละครับ อธิบดีก็ใช้ไม่ได้ เจ้ากรมแผนที่ก็ใช้ไม่ได้ แม่ทัพนายกองที่มารองรับ อาจารย์ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม ก็เปึนนักวิชาการใหญ่โต ใคร ๆ ถ้าพูดทางดีไม่เอ่ยถึงเลยครับ แต่ถ้าใครพูด ทางร้ายก็ปัูบ ๆ ปัูบ ๆ ไปถึงนั่นเลยเปึนข่าวหมดเลย ก็เอาเถอะครับเรื่องนี้ไม่มีปัญหา จะเอาขึ้นศาลกันอีกครั้งก็ได้ จะเอารัฐมนตรีไปขึ้นศาลก็ได้ เอาเลยสิครับ ไปดูกันเลยว่า มันเปึนอย่างไร มันเรื่องธรรมดา ๆ มีหน้าที่รับผิดชอบต้องทํา เราไม่ขึ้น เขาขึ้นเดี่ยว เขาจะขึ้นเอาแผนที่ทับซ้อนไปขึ้นด้วย เราบอกไม่ได้ทับซ้อนต้องเจรจาความ ถ้าเผื่อ คุณขีดเอาปราสาทไปขึ้นได้คุณก็เอาไปคนเดียว ก็ตกลงเอาปราสาทไปขึ้น แล้วถ้าเขา ไม่รับ เขาไม่รับก็อาจจะขึ้นไม่ได้ จะเจรจากันอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ว่าจะมาบอกว่ารวม องค์การสหประชาชาติ ยูเนสโกบอกว่าถ้าขึ้นตรงนี้แล้วสระ เจดีย์จะต้องนับรวมด้วย อยู่ในแผ่นดินไทย อ้าว ลองมาล่อกันอย่างนี้สิ มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับนั่นเขตไทย แต่ว่า จะมาพูดจากันพิสูจน์กัน ในนี้พูดจากันยกมานั่น แต่ผมต้องการให้คนในบ้านเมืองนี้รู้ว่า บ้านเมืองนี้มันยกหนีไปไหนไม่ได้ การที่เขาเล่นงานกันเผาสถานทูตไปแล้วเพิ่งจะสร้าง ซ่อมใหม่กันนั้น อยู่ดี ๆ ให้มันเกิดเหตุอีกทําไมครับ ปลุกระดมกันจนกระทั่งคนทั้งบ้านทั้งเมือง ผมพูดในสภานี้เมื่อวานตรงนี้ที่นี่ครับ ผู้หญิงคนหนึ่งรับจ้างตัดเสื้อตั้งแต่ชุดละพัน เดี๋ยวนี้เปึนชุดละหมื่น เสร็จแล้วบอกวันนี้ไม่รับใครทั้งนั้นต้องไปเขาจะพูดกันเรื่องเขาพระวิหาร ไปปลุกระดม ฉันจะยอมตายเรื่องเขาพระวิหาร ผมก็ยืนยันว่าการปลุกระดมมันสําเร็จแน่นอน ผู้หญิงคนตัดเสื้อนี่แหละครับรายได้ดีด้วยจะยอมตายเพราะเรื่องเขาพระวิหารแล้วทํากันไปทํากัน มาจนกระทั่งบัดนี้มันร้อนฉ่ากันไปหมดแล้วครับ ต้องไปห้ามทัพกันไว้เพราะขบวนกองทัพธรรม จะขึ้นไปข้างบน ศรีสะเกษจะทํา แล้วไม่คิดหรือครับว่าคนไทยที่อยู่ที่โน่นนอนตาไม่หลับ กันอีกแล้วครับ ข้างบ้านต้องรักษาไมตรี ไมตรีรอบบ้านดีหมดก็นอนตาหลับ มันอะไรกัน หนักหนาล่ะครับอ้ายตรงนั้นเท่านั้นเองนี่ ไม่มีอะไรสูญเสีย ไม่มีการเสียอิสรภาพ แต่ว่าท่านหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านออกมาประกาศเองว่ารัฐบาลไทยในยุคนั้นไม่ใช่รัฐบาลท่าน หรอกครับ รัฐบาล จอมพล สฤษดิ์ยอมรับเพราะต้องการจะเปึนคนดีขององค์การสหประชาชาติ ก็ตกลงกับเขายอมเขามา ๔๕ ป้แล้ว สงวนสิทธิก็สงวนครับ วันนี้ก็ยังสงวนสิทธิอยู่ จะมา พิสูจน์กันกลางสภาหรืออย่างนั้นเอาเลยครับเอาไปขึ้นศาลเลย ศาลวินิจฉัยจะได้เอารัฐมนตรี ออกเสียคนหนึ่งรู้แล้วรู้รอดไปถ้าเผื่ออย่างนั้น จะได้เอาพยานไปเลยว่าทํากันอย่างไร ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นไปทํามาหากินอะไร จะทําอย่างไร เรื่องจะ บังเอิญอะไรอย่างไรอย่าเอามาพัวพันกันครับ ไม่มีหรอกครับ แต่ข้อสําคัญที่สุดก็คือว่า ไมตรีที่ข้างบ้านเขามีอยู่นั้นจะไปเช่าที่เขาปลูกข้าวโพดล้านเฮกตาร์เขาให้ปลูก ไปปลูกปาล์ม เขาให้ปลูก ไปปลูกอ้อยเขาให้ปลูก ไปช่วยงานต่าง ๆ ทําไมเราไปช่วยงานเขาครับ เพราะศูนย์ท่องเที่ยวมันอยู่ที่นครวัด ใครมานครวัดก็ต้องมาเที่ยวประเทศไทย เราอนุเคราะห์เขา ขออนุญาตเล่าให้ฟังเพื่อจะได้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้นอกประเด็น แต่แสดงให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีคนนี้เข้าใจเรื่องนะครับ เขามีการประชุม เขาเรียกว่า จีเอ็มเอส (GMS) เกรตเตอร์ แม่โขง ซับรีเจิน (Greater Mekhong Subregion : โครงการพัฒนาความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ําโขง) ไม่ได้เปึนอาเซียน ไม่ได้เปึนอะไรทั้งสิ้น องค์กรที่เรียกว่าธนาคารพัฒนาเอเชีย ญี่ปุ์นเปึนประธาน จัดการทํา เขาทําก่อนผมมา อีกครับ เขาประชุมกันน่าสนใจมาก ประเทศจีนใหญ่มหึมาเขาเอาแค่ ๒ มณฑลยูนานมี ๕๐ ล้านคน กวางสีมี ๔๐ ล้านคน แม่น้ําโขงไหลผ่าน เขาเอาที่ประเทศแม่น้ําโขง ไหลผ่านครับ แล้วเขาก็เอาเวียดนาม ๘๓ ล้านคน ลาว ๗ ล้านคน กัมพูชา ๑๔ ล้านคน ไทย ๖๓ ล้านคน พม่า ๕๓ ล้านคน ทั้งหมด ๓๑๒ ล้านคน รวมกันแล้วช่วยกันพัฒนา ประชุมกันมาแล้วที่พนมเปญ ประชุมกันแล้วที่คุนหมิงเมื่อเดือนมีนาคมผมไปร่วมประชุม ประชุมกันแล้วที่เวียงจันทน์อีก ๓ ป้ จะประชุมกันที่เนป้ดอ และอีก ๓ ป้ถัดไปก็จะประชุม กันที่กรุงเทพฯ แล้วต่อไปก็จะประชุมกันที่เวียดนาม ทั้งหมดนี่ละครับงานอันนี้เราถึงจะได้ รู้ว่าเพื่อนบ้านของเรานั้นเขาได้ช่วยเราอย่างไร เขาช่วยลาว ช่วยเรื่องน้ํา ช่วยเรื่องไฟฟัา กับเราอย่างไร เมื่อเวลาปราศรัยที่ลาวต้องบอกเลยความมั่นคงของลาวคือความมั่นคง ของไทย บอกว่ากัมพูชาระบบการท่องเที่ยวทางโน้นเจริญเท่าไรไทยได้เท่านั้น เราช่วย เขาครับ ที่อ้างให้ฟังอย่างนี้เพราะช่วยหมด ช่วยในภูมิภาค เวลา ๑๕ ป้ที่ผ่านมาแล้ว ประเทศไทยได้ใส่เงินเปึนประเทศโดเนอร์ (Donor : ผู้บริจาค) คือไม่ให้เงินช่วยใคร เราตั้ง ตัวได้ เราช่วยไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลไทยหลายรัฐบาลเรียงแถวมาช่วยไปแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เราอยู่ในประเทศได้ช่วยสงเคราะห์ทําให้ภูมิภาคเจริญขึ้น ถนนทางโน้นตัด ถนนทางนี้ตัด เครื่องไมโครเวฟอะไรต่าง ๆ ตัดอ้ายนี่อย่างไรครับ ที่อธิบายตรงนี้เพื่อจะ บอกว่าเราผูกไมตรีหมดครับ จีนมหึมาก็ผูกครับ ลาวเล็ก ๆ เราก็ผูกครับ กัมพูชา ๑๔ ล้านคนก็ผูกครับ การผูกไมตรีกันไว้นั้นผมไม่ได้เอามาอ้างนะครับ ผลประโยชน์ ที่ได้นั้นเปึนเรื่องของประเทศชาติ ถนนหนทางที่เราทําไปเพื่อนักท่องเที่ยวจะได้ไหลกลับ เข้ามาประเทศไทยเพราะเขาไปกัมพูชาเขาไปดูนครวัด นครธม เขาขุดมาแล้ว ๕๐ ป้ ๖๐ ป้ ๘๐ ป้ คนในโลกไม่เห็นเพราะรบกันมา บัดนี้เข้ามาเที่ยวได้แล้วเพราะการอนุเคราะห์ อย่างนี้ แล้วการจุดชนวนให้ร้อนฉ่า เมื่อเช้านี้กัมพูชาป่ดประตูไขกุญแจข้างเดียว ก็แน่นอนครับ ผลประโยชน์ได้เข้าไปทางโน้นเสียสตางค์ ๔๕ ป้ครับ อยู่กันมาเรียบร้อยดี ๒ ป้ต่อไปจะต้องเอาคนที่รุกล้ํามาออก ตรงนั้นต้องเปึนโน แมน’ส แลนด์ (No man’s land) ทุกอย่างที่ทําไปคนที่ทําคิดว่าได้ทําถูกต้อง ได้ทําให้เรื่องราวมันจบ เพราะถ้าเราไม่ตัดสินใจ เขาไปขึ้นของเขาเอง พื้นที่ทับซ้อนก็ไปขึ้นยิ่งยุ่งยากต่อไปอีก ตกลงกันไว้คือไม่เอาพื้นที่ ทับซ้อน ยูเนสโกตกลงใจว่าเอาเฉพาะตัวปราสาทก็อยู่ในเขตของเขา แล้วได้สงวนสิทธิ ทั้งหลายทั้งปวง การขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้นไม่มาตัดสิทธิในการที่จะมีการตรวจวัดพื้นที่ แผนที่ เขามีข้อแม้ไว้เสร็จเรียบร้อย กระทรวงการต่างประเทศพยักหน้าแล้วถึงดําเนินการได้ จะว่ากล่าวกันอย่างไรก็สุดแท้แต่แต่ไม่มีการสูญเสีย ไม่มีการเสียสิทธิ รักษามา ๕๐ ป้ จะรักษาอีก ๕๐๐ ป้ก็ไม่เสียสิทธิ เพราะข้อแม้นั้นมีทั้งทางเราสงวนและมีทั้งยูเนสโกสงวน ทั้งหมดพูดเสียให้เข้าใจเรื่องครับ มันจะได้หายร้อนกันเสียที มันจะได้อยู่กันอย่าง เพื่อนบ้านเสียที แล้วถ้าจะคิดว่าเขาเอาเปรียบ แล้วทําอย่างไรครับอยู่กันมาดี ๆ เราไม่ได้คิดจะขึ้นแต่เขาขึ้น เมื่อเขาจะขึ้นมีปัญหาเราต้องช่วยแก้ไข เขาขึ้นข้างเดียวได้ครับ แต่เขาเอาพื้นที่ทับซ้อนไปขึ้นแล้วเกิดเรื่องไหมก็ต้องตามไปแก้ แก้เสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ ครับ เรื่องพรรค์อย่างนี้ต้องพูดกันให้เข้าใจครับ จะเอากันให้ตายอย่างไรก็ได้ลากไปขึ้น ศาล ผมต้องแน่ใจว่าเราทําสิ่งที่ถูกต้องและไม่มีข้อแลกเปลี่ยน ไม่มีบุญคุณใคร ที่จะต้องทดแทน ผมเริ่มต้นด้วยคําพูดว่าคนที่มีบุญคุณคือผมมีบุญคุณ ผมไม่ต้องทดแทน ใครครับ แล้วทํางานมา ๔ เดือนไม่เคยคิดเลยว่าทําอะไรทดแทนใคร แต่ว่าคอยจับจ้อง โน่นนิดนี่หน่อยมาปะติดปะต่อแล้วทําเปึนเรื่องใหญ่ขึ้นมา คิดให้ดีเถอะครับ ปลุกระดม ให้คนที่บ้านเมืองสงบใกล้ชิดกันจนกระทั่งดีช่วยเหลือเจือจานกัน ไปปลูกไปทําอะไร ไปทํางานกันแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับผมเลยครับ นักธุรกิจทั้งนั้นเขาไปลงทุนในลาว ไปลงทุน ในพม่า ไปลงทุนในอินโดนีเซีย โอ๊ย เราไปกว้างขวางทั้งนั้นก็ไปเยี่ยมมาแล้ว ๘ ประเทศถึงได้ รู้นะครับว่าเขามีไมตรี เขาเคารพนับถือบ้านเรา เขาถือว่าเราเปึนพี่เอื้อย มูฮัมมัดมาทีถอย ลงไปปัูบ เขาก็มองหาว่าใครจะเปึนคนยืนแถวหน้า ที่โน่นเวลานี้สิงคโปร์เขาเปึนประธาน อาเซียน เดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ไทยจะเปึนประธานอาเซียน ประธานอาเซียนคือ นายกรัฐมนตรีไทย ผมจะเปึนประธานอาเซียน ต่อไปนี้ตามกฎบัตรจะต้องอยู่ป้ครึ่ง รับปากกับเขามาทุกหนทุกแห่งบอกเสร็จแน่ ๆ อย่างไรก็ตามแต่ก่อน ๓๐ มิถุนายน เราจะ ยื่นกฎบัตร กฎหมายยังแก้ในสภายังเข้าไม่ได้เลยครับ ติด ๆ ขัด ๆ อย่างไรยังเข้าไม่ได้เลยครับ รับปากกับเขาไว้ว่า ๓๐ มิถุนายนจะต้องยื่นเรื่องกฎบัตร ไม่ได้ นี่แหละครับถูกต้องเลย มาตรา ๑๙๐ จะต้องเอามาเข้า ทั้งหมดที่ทํา ทั้งหมดที่เล่านั้นเพื่อจะบอกให้รู้ว่าคนที่ทํา หน้าที่นั้นมีความรับผิดชอบอยู่ด้วย แล้วรับผิดชอบนี่คือรับผิดชอบบ้านเมือง รับผิดชอบ งบประมาณที่จะทํา ที่อภิปรายกันวันมะรืนนี้ รับผิดชอบในเรื่องทั้งหลายทั้งปวง รับผิดชอบในความสงบ รับผิดชอบในเรื่องยุ่งยากต่าง ๆ การตรวจสอบถูกต้องครับอยู่ที่ ท่านทั้งหลาย การยื่นนั้นยื่นได้ครับ แต่ว่าจะทําเอาเปึนเอาตาย โอ๊ย ทําข่าวประโคมข่าวกัน ผมว่ามันเกินไป ผมขอย้ํานะครับว่าการกล่าวหาหัวหน้ารัฐบาลโดยหัวหน้าฝ์ายค้านวันนี้ ตามญัตตินั้นเกินเหตุ รุนแรงมากเกินเหตุ ระยะเวลา ๔ เดือน ผมแน่ใจว่าไม่ได้ทําให้ บ้านเมืองนี้เสียหาย แล้วผมยังมีความสามารถที่จะรักษาสถานะในการเปึนผู้นําประเทศ ในการเปึนนายกรัฐมนตรีผมยังจะเดินหน้าต่อไป ผมยังต้องไปพบผู้นําต่าง ๆ ผมยังต้อง ทําอยู่ครับ ไม่มีปัญหา ผมต้องทําหน้าที่ของผม การไปปรากฏตัวนั้นเปึนหน้าที่ ผมจะต้อง ไปจีน ผมจะต้องไปบรูไน ผมจะต้องไปยุโรป ผมจะต้องไปญี่ปุ์น ต้องไปจีน ผมต้องไป สหประชาชาติ สุดท้ายผมจะต้องไปรัสเซียยังต้องทําหน้าที่ครับ เพราะฉะนั้นอย่างไร ก็ตามแต่ผมไม่ได้มาร้องวิงวอน แต่ว่าถ้าหากหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านดูแคลนนายกรัฐมนตรี ประเทศตัวเองขนาดนี้ช่วยกรุณาลองคิดดูให้ดีหน่อยว่ามันสมควรไหมครับว่าความอยาก ได้ใคร่ดีจนกระทั่งต้องมาเล่นงานหัวหน้ารัฐบาลให้มันชอกช้ําอย่างนั้น นึกถึงหัวอกคน ที่จะต้องไปพูดจากับเขาบ้าง ถ้าเขาแปลคําอภิปรายของหัวหน้าพรรคฝ์ายค้านให้คนทั้งโลก ฟังแล้วเขาไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร ถ้าไม่แปลคําที่ผมอธิบายอย่างนี้ละก็มันเสียหาย ข่าวที่ออกไปพรุ่งนี้จะเปึนอย่างไรไม่ทราบ แต่เคราะห์ดีการถ่ายทอดมีตลอดครับ ที่พูดนี่หัวหน้าพรรคฝ์ายค้านพูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที หักตอนทะเลาะกันหน่อยก็ ๒ ชั่วโมงครึ่ง ก็โอเค (OK)ครับ อย่างผมพูดมานี่ผมพูด ๕๐ นาที พอสมควรแก่เหตุไม่ใช้เวลามากกว่านี้ จะอภิปรายสับโขกกันอย่างไรต่อไปอีก ๗ คน ก็เอาหรือผมอีกก็ยังได้ครับ แต่ผมต้อง สงวนสิทธิว่าต้องตอบบ้าง แต่ที่ผมพูดไว้ผมบอกไว้ว่าขออนุญาตให้ผมได้ตอบหน่อย เพราะมันยาวไป ความจริงผมจะให้พูดก่อนแต่พูด ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที แล้วนั่งหน้าเฉย ๆ อยู่ละก็ไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้จะสับโขกอย่างไรก็ได้ จะเอากันตลอดหมดก็ได้แล้วเหลือสัก ๒ ชั่วโมงจะให้เขาชี้แจงทั้ง ๗ คนก็จะได้จบสิ้นกันไป การเมืองเปึนอย่างนี้ทั้งนั้นละครับ ไม่มีใครเลวมากจนกระทั่งมันถูกดูแคลนอย่างเมื่อตอนต้นที่เป่ดรายการ ผมยืนยันเลยนะครับว่า ผมเปึนคนมีสกุลรุนชาติและไม่เนรคุณใคร คําที่พูดว่า เนรคุณ นั้น คนเขียนหนังสือ บางคนอาจจะไปเขียน คนคิดบางคนอาจจะไปเขียน คนคิดเอาเองอาจจะคิดได้ แต่ท่านอาจารย์เสนีย์เปึนครูบาอาจารย์ผม ผมเรียนกฎหมายกับท่าน น้องชายท่านก็เปึน ครูบาอาจารย์ผม ตระกูลนี้ผมรู้จัก คุณทวดผมก็รู้จัก พี่สาวอาจารย์เสนีย์ผมก็รู้จัก เพราะฉะนั้นโปรดกรุณาอย่ากล่าวหาอย่าไปเปรียบเทียบจะครึ่งจะค่อน และผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า ผมไม่ต้องตอบแทนบุญคุณใคร ถ้าจะมีใครต้องตอบแทนบุญคุณผมนั้นบางทีผมก็บอกว่า ไม่รับ แต่ผมไม่ได้ทํางาน ๔ ป้ ประทานโทษ ๔ เดือนเพื่อจะสนองบุญคุณใคร แล้วที่ปรารภบอก ๔ เดือนบ้านเมืองจะแย่อยู่แล้ว ถ้า ๔ ป้จะเปึนอย่างไร ผมฟังแล้วผมก็คิดว่าอ้อ แค่ ๔ เดือน ยังทนรอไม่ได้แล้วถ้าทนรอ ๔ ป้ จะทนไหวไหม ขอบคุณครับ