สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่าสื่อมวลชนในขณะนั้นรุนแรงเกินไป ทำให้คนไทยรู้สึกถูกปล้นสะดม และเรียกร้องให้รัฐบาลในขณะนั้นให้คำอธิบายและแสดงความยุติธรรม นอกจากนี้เขายังหารือเรื่องสนธิสัญญาเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และอภิปรายเรื่องสิทธิของไทยในบริเวณสันปันน้ำรอบปราสาทพระวิหาร โดยเรียกร้องให้กรมแผนที่แก้ไขคําพิพากษาของศาลโลก

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

หนังสือพิมพ์สารเสรี วันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๐๕ ๕ วันหลังเกิดเหตุนิดเดียวครับ ท่านผู้อ่านทั้งหลายถ้าหากท่าน ถูกตัดสินว่าแขนของท่าน ขาของท่าน ไม่ว่าอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกายของท่าน จําต้องหยิบยกให้เปึนของคนอื่นท่านจะยอมหรือไม่ เราเชื่อเหลือเกินว่าไม่มีใครที่จะยอม ทําตามนั้น เราจะเรียกว่ามันเปึนความยุติธรรมได้อย่างไร ในเมื่อสมบัติของเราจะต้องตก เปึนของคนอื่นด้วยการโกง ด้วยการปล้นสะดม และด้วยกลวิธีอันไร้ยางอายขาดความยุติธรรม ที่ผมเรียนท่านประธานตรงนี้ ผมรู้สึกว่าสื่อมวลชนในขณะนั้นช่วงเวลานั้นรุนแรงเกินไปครับ ทําไมเขาถึงต้องเขียนรุนแรงอย่างนี้ ตรงนี้คือที่มา ทําไมไทยทั้งชาติถึงรู้สึกว่าถูกปล้นสะดมครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถึงความรู้สึกของคนไทยในวันนั้นอีกเล็กน้อยนะครับ เพื่อความชัดเจนอีกครั้ง รัฐบาลในขณะนั้นเมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดไปแล้ว แต่ขออนุญาตพูดซ้ําอีกครั้งจะได้มีหลายคนเข้าใจ เพราะบอกว่าเปึนรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ครับ รัฐบาลขณะนั้นคือรัฐบาลของท่าน จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เปึนนายกรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้ก่อนที่ผมจะพูดต่อไปหลายเรื่องในเรื่องนี้สอนให้เราคิด หลายอย่างท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้สอนให้เราได้คิดหลายเรื่อง โดยเฉพาะทางการเมือง ที่ผ่านมาเราถูกสอนให้คิดว่ารัฐบาลมาอย่างไร แต่เราไม่ได้ถูกสอนแล้วถูกพูดว่า เมื่อมาแล้ว รัฐบาลนั้นทําตัวอย่างไร เรามักจะถกเถียงกันว่ารัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ มาจากการปฏิวัติ แต่เราไม่เถียงกันบ้างว่าเมื่อเขามาแล้วเขาทําหน้าที่เปึนรัฐบาลไทย รัฐบาลของประชาชน รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือเปึนรัฐบาลของใคร ที่ผมพูดตรงนี้เพราะอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเปึนคนหนึ่งครับผมไม่เห็นด้วย กับการปฏิวัติทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียกว่าอะไร เปึนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะปฏิวัติของประเทศเราแปลกครับ เพราะว่าเมื่อปฏิวัติแล้วทําอะไรแล้ว ตั้งรัฐบาลรู้สึกทุกครั้งว่าเปึนรัฐบาลของคนไทย และเปึนรัฐบาลของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ผมเรียนท่านประธานครับว่าหลังจากเกิดเหตุท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่งผมถือว่า นี่เปึนอีกส่วนหนึ่งของคํายืนยันว่าเราสงวนสิทธิและสิ่งที่สงวนสิทธินี้วันนี้เปึนภาระของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศต้องดําเนินการ แต่ท่านไม่ได้ทํา เปึนคําปราศรัย ผมจะเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพราะผมคิดว่า เปึนประโยชน์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นท่านได้พูดต่อประชาชนทั้งประเทศ ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านบอกว่า เรื่องของแผ่นดินไทยซึ่งเปึนมรดกที่บรรพบุรุษเรา สู้อุตส่าห์ฝ์าคมอาวุธรักษาไว้ ข้าพเจ้าถือว่าเปึนความรับผิดชอบของรัฐบาล และ ของข้าพเจ้า และพี่น้องร่วมชาติทั้งหลายได้ทราบถึงการที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจในกรณี ปราสาทพระวิหารต่อไป คนไทยผู้รักชาติทุกคนมีความเศร้าสลดและขมขื่นใจ การแสดงออกของประชาชนในการเดินขบวนทั่วประเทศเพื่อคัดค้านคําพิพากษาศาลโลก ในสัปดาห์ที่แล้วเปึนสิ่งที่เห็นกันอยู่ชัดแล้ว เราต้องถือว่าเปึนคราวเคราะห์ของเรา รัฐบาล และประชาชนชาวไทยไม่เห็นด้วยกับคําตัดสินของศาลโลกทั้งในข้อเท็จจริง ในทาง กฎหมายระหว่างประเทศ และในหลักความยุติธรรม ในฐานะที่ประเทศไทยเปึนสมาชิก ของสหประชาชาติก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ กล่าวคือ จําต้องยอมให้กัมพูชามีอธิปไตยเหนือพระวิหารนั้นตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ แต่รัฐบาลขอตั้งข้อประท้วงและข้อสงวนสิทธิอันชอบธรรมของประเทศไทยในเรื่องนี้ไว้ เพื่อสงวนสิทธิที่จะดําเนินการทางกฎหมายที่จําเปึนซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายหน้า ให้ได้ กรรมสิทธิ์นี้กลับคืนมาตามโอกาสอันควร ข้าพเจ้าทราบดีว่าการสูญเสียปราสาทพระวิหาร คราวนี้เปึนการสูญเสียที่สะเทือนใจคนไทยทั้งชาติ ฉะนั้นแม้ว่ากัมพูชาจะได้ปราสาท พระวิหารนี้ไปก็คงได้ไปแต่ซากปรักหักพังและแผ่นดินเฉพาะที่รองรับพระวิหารนี้เท่านั้น แต่วิญญาณของปราสาทพระวิหารยังคงอยู่กับไทยตลอดไป ประชาชนชาวไทยจะระลึก อยู่เสมอว่าปราสาทพระวิหารของไทยถูกปล้นเอาไปด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กลของคนที่ไม่รักเกียรติ และไม่รักความชอบธรรม ในเรื่องนี้รัฐบาลรู้สํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระประมุขที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยที่ได้พระราชทานคติ และพระบรมราโชวาทแก่รัฐบาลด้วยความที่ทรงห่วงใยในสวัสดิภาพของชาติบ้านเมือง เปึนอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าเองก็มีความเจ็บช้ําน้ําใจมิได้น้อยไปกว่าเพื่อนร่วมชาติที่รักทั้งหลายเลย การที่ข้าพเจ้าต้องมากล่าวถึงเรื่องนี้ในวันนี้ ข้าพเจ้าอยากกล่าวว่า ข้าพเจ้ามาพูดกับท่าน ด้วยน้ําตา แต่น้ําตาของข้าพเจ้าเปึนน้ําตาของลูกผู้ชาย ของเลือด ของความคั่งแค้นและ การผูกใจเจ็บไปชั่วชีวิตทั้งชาตินี้และชาติหน้าต่อดวงวิญญาณของบรรพบุรุษผู้กล้าหาญ ของชาวไทย ข้าพเจ้าขอกล่าวคําปฏิญาณด้วยสัจวาจานี้ไว้ พี่น้องชาวไทยที่รักในวันหนึ่ง ข้างหน้าเราจะต้องเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมาเปึนของชาติไทยให้จงได้ ท่านประธานครับ อย่างน้อยนี่คือสัจวาจาของบรรพบุรุษของเรา จะเปึนอะไรก็แล้วแต่ผมคิดว่าวันนี้เรามีหน้าที่ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมครับ ทําไมท่านได้คิดอย่างนั้น เหตุการณ์วันนั้น ท่านประธานขออนุญาตครับ ประท้วงกันไปหมดเลยครับ นี่ครับ ผมพูดจริง ๆ เพราะเดี๋ยว คนจะบอกว่าไม่ใช่มีรูปภาพที่หอจดหมายเหตุ ประท้วงทั่วประเทศครับ ไม่ใช่เฉพาะ ที่กรุงเทพมหานคร นี่ต่างจังหวัดครับเปึนตัวอย่าง แต่ที่สะเทือนใจท่านประธานครับ ภาพนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านประธานเปึนทหารเก่าเปึนภาพที่ทหารไทยคนไทยทั้งชาติ สะเทือนใจมาจนวันนี้ รัฐบาลบอกว่าให้ไปเอาธงชาติลงตามกําหนดเวลาที่เขากําหนด ทหารไทยไม่ยอมครับ ไม่ยอม เอาธงชาติไทยลงจากเสาที่ตั้งอยู่ตรงนั้น แต่ใช้วิธียกเสาออกมาทั้งเสาเพราะธงไตรรงค์ ต้องอยู่ที่นี่ สงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านประธานจําได้ ท่านประธานเปึนทหาร สหรัฐอเมริกา มีภาพแบบนี้ครับ คล้าย ๆ กัน เปึนภาพที่เขาเอาธงปักบนเขาฮิโรชิมาหลังจากพิชิตศึก นั่นคือภาพแห่งความภูมิใจของเขาครับ ภาพนี้เราไทยทั้งชาติต้องให้ปรากฏต่อไปครับ นี่คือภาพของวันสูญเสียของประเทศไทย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสูญเสีย อย่างไร ผมไม่อยากจะพูดถึงสิ่งที่ท่าน คุณชายสุขุมพันธุ์ ขออภัยเอ่ยนาม พูดไปแล้วว่า เรามีการคัดค้าน มีการประท้วงหลังจากพูดเมื่อกี้ แต่ถ้าหากว่าผมขออนุญาตพูดเสริมไป นิดหนึ่งครับ แล้วเดี๋ยวผมจะขยายต่อไปอีกหน่อยก็คือว่า นอกจากสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นซึ่งไม่ใช่ท่านนพดลได้กระทําคือคัดค้าน ประท้วง ท่านได้อธิบายข้อกฎหมายว่าคําตัดสินในที่นี้ที่บอกว่าถูกปล้นก็ดี ถูกโกง ทําไมครับ เราเปึนนักกฎหมายเหมือนกัน เราเปึนประเทศศิวิไลซ์ (Civilize) ทําไมเราไม่ยอมรับเขาครับ เพราะว่าท่านบอกว่าในการตัดสินคดีครั้งนี้ได้มีการดําเนินการที่ไม่ถูกหลักหลายประการ โดยเฉพาะหลักและวิธีการกฎหมายที่นํามาใช้ โดยเฉพาะการที่หยิบหลักกฎหมายที่จริง ๆ แล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศคือเรื่องกฎหมายป่ดปาก เอสทอพเพล (Estoppel) หรือเรื่องของอายุความ หรือเรื่องของการนิ่งถือเปึนการยอมรับ ผมเชื่อครับว่าท่านรัฐมนตรีทราบตรงนี้ดีไม่ใช่หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และถ้าหากว่า หลักนี้ใช้ท่านครับ จอยท์ คอมมูนิเค (Joint Communique) หรือที่ท่านเรียกว่า แถลงการณ์ กําลังจะทําให้เกิดปัญหาแบบเดียวกันนี้ครับ ถ้าท่านรับว่าใช้ได้ แต่ถ้าท่านรับว่าใช้ไม่ได้ นั่นก็คือคํายืนยันว่าเราถูกปล้นแล้ววันนี้เราจะช่วยเขาปล้นไหม

ประการที่ ๒ ครับ หลักที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ที่ต้องใช้ในศาลโลกเปึนเรื่องของ สนธิสัญญา กรณีนี้เปึนประเด็นปัญหาว่าสนธิสัญญาที่ว่านี้คือสนธิสัญญาเกี่ยวกับเรื่อง ของเขตแดน ประเด็นมันจึงเกิดขึ้นมาครับท่านประธานว่า ผมไปศึกษาต่อเพราะผมคิดว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่เราต้องเรียนรู้และเปึนเรื่องสําคัญที่รัฐมนตรีต้องรู้ด้วยถ้าไม่รู้นั่นยิ่ง ต้องไม่น่าไว้วางใจใหญ่ ถ้ายังไม่เคยไปรู้หรือดูไม่หมดยิ่งใช้ไม่ได้ ถ้าท่านไปดูแล้วหรือท่าน อะไรมาแล้วผมคิดว่าท่านอาจจะเปลี่ยนใจ วันนี้ท่านต้องกลับมาสู้ครับ ช่วยเราสู้ครับ ไม่ใช่ช่วยเขาสู้ หลายคนต่อว่าท่านกับผมเยอะ ผมก็นิ่งเฉยเพราะถือว่าอย่างไรก็รู้จักกัน อย่างดี หลายคนโจมตีท่านผมก็นั่งฟัง โดยเฉพาะตอนที่ท่านแถลงข่าวที่กระทรวง การต่างประเทศ คือท่านทําเหมือนทนายของอีกฝ์ายหนึ่งเลยครับ ท่านไม่ได้ทําเหมือนทนาย ของประเทศไทยเลยครับ นั่นคือความรู้สึกของคนไทยหลังจากฟังท่าน ผมจึงคิดว่าผมต้อง อภิปราย ผมเรียนท่านประธานครับว่า ทําไมคนไทยทั้งชาติ ณ วันนั้นถึงได้บอกว่าถูกปล้น ถึงได้บอกว่าถูกโกง ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่าที่ผมต้องขออนุญาตพูดตรงนี้ เพราะนี่จะเปึนประเด็นที่ผมบอกว่าท่านไม่ได้ทําในเรื่องนี้ ถ้าหากเกิดปัญหามาปัูบ ท่านไปดูปัูบท่านต้องทํา ปัญหาคืออะไรครับ สนธิสัญญาที่เกิดขึ้นนี่ท่านประธาน ป้ ๒๔๔๗ อย่าว่าแต่ผมกับท่านประธานเลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าอายุ ๗๐ กว่าป้ วันนั้น ท่านอยู่ไหน ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ หรือท่านอาจจะเกิดแล้วผมไม่ทราบ น่าจะยังนะครับ สนธิสัญญา ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ กับสนธิสัญญา ป้ ค.ศ. ๑๙๐๗ เกี่ยวกับเรื่องดินแดนเขียนไว้ชัดครับ และเปึนหลักทั่วไปใช้ได้ชัดครับท่านประธาน ว่าเรื่องของดินแดนระหว่างประเทศตรงส่วน ที่เปึนเขาให้ใช้สันปันน้ําหรือที่เขาเรียกภาษาอังกฤษว่า วอเตอร์ เชพ (Water shape) หลายคนบอกอะไร สันปันน้ําคือส่วนที่สูงสุดของยอดเขาที่เปึนตัวบอกว่าน้ําจะแบ่งไปทางไหน เปึนดินแดน เปึนเขตแดนธรรมชาติ ที่ว่าต้องมากําหนดเขตว่าตรงนั้นตรงนี้ไม่ใช่ตรงนี้ครับ คือพื้นดินที่เปึนที่ราบ เขียนไว้ชัด ป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ กับป้ ค.ศ. ๑๙๐๗ เทียบกับประเทศไทยคือ พ.ศ. ๒๔๗๗ กับ พ.ศ. ๒๔๕๐ ท่านประธานครับ เทคโนโลยี ความรู้ ความสามารถของ คนไทยเท่าไร แต่ว่าเขาก็บอกไม่เปึนไร ยึดตามแนวสันปันน้ํา ต่อมาไปทําแผนที่อีก ไปทําแผนที่ตรงนี้ที่ทําให้เกิดปัญหา เพราะว่าฝ์ายไทยเองไม่ได้มีความรู้เลย กรมแผนที่ ตั้งขึ้นมาครั้งแรก ค.ศ. ๑๙๓๐ หรือ พ.ศ. ๒๔๗๓ หลังจากนั้นตั้งเกือบกี่ป้ ๓๐-๔๐ ป้ เราไม่ได้ มีความรู้อะไรกับเขาเลยเรื่องแผนที่ แต่เราถูกบังคับให้ต้องไปทําแผนที่ ไม่เปึนไรครับ วันนั้นทางฝ์ายตะวันตกก็มีอิทธิพลเยอะเราก็ต้องไปแต่เมื่อไปแล้วเราก็คิดว่าไม่ได้มีปัญหา เพราะมีสนธิสัญญาบอกอยู่แล้วว่าอะไรคือสันปันน้ํา ปรากฏว่าก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ระหว่างนั้นผมไม่อยากเล่าตรงนี้เสียเวลาสภา มันก็มีกระบวนการอะไรต่าง ๆ ที่เขามาอ้าง ในศาล จนกระทั่ง ค.ศ. ๑๙๕๔ หรือ พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่เราได้ส่งกําลังทหาร ตํารวจตระเวนชายแดน อะไรก็แล้วแต่ไปประจําที่ปราสาทพระวิหารอย่างเปึนทางการ ค.ศ. ๑๙๕๔ หลังจากนั้น ๒ ป้ ท่านประธานครับ ค.ศ. ๑๙๕๖ พ.ศ. ๒๔๙๙ ไปดูย้อนหลังแล้วถึงจะทราบเขาเตรียมครับ พ.ศ. ๒๔๙๙ ทูตไทยในฝรั่งเศสมีหนังสือมาถึงกระทรวงการต่างประเทศขอแผนที่ไทยไป เห็นไหมครับ ขอไปทําไม อันนี้ยังไม่มีใครทราบค่อยไปว่ากันทีหลัง ท่านเปึนรัฐมนตรี ท่านต้องไปดูด้วย แล้วเปึนอย่างไรครับ อีก ๒ ป้ให้หลัง ๖ ตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙ พ.ศ. ๒๕๐๒ เขาได้ยื่นฟัองประเทศไทยต่อศาลโลก ตรงนี้คือจุดเริ่มต้น เมื่อก่อนผมก็ไม่รู้สึก ผมถึงบอก ท่านประธานว่าผมผิด คนไทยอีกหลายคนผิดเหมือนผมที่เราไม่เคยมาดู และเราไม่เคย มาตรวจดูว่าเราจะต้องทําอย่างไรต่อไป ผิดเพราะหลังจากที่มาตรวจแล้ว ท่านประธานเปึน ประชาชนคนไทย ท่านประธานไปอ่าน ไม่ต้องเปึนนักกฎหมาย ท่านประธานจะรู้สึกเลยว่า มันไม่ได้มีความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ฟัองเราเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. ๑๙๕๙ พ.ศ. ๒๕๐๒ ค.ศ. นี่จําเปึน พ.ศ. จําไว้นะครับ เขาฟัองเราข้อหา ๒ ข้อ บอกว่าให้ไทย ขนย้ายกําลัง ผมใช้คําสั้น ๆ กําลังออกจากซากปรักหักพังของปราสาทพระวิหาร ใช้คํา เปึนภาษาอังกฤษว่า รูบเบิล ออฟ เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Rubble of the temple of Preah Vihear) พระวิหาร แล้วก็บอกว่าเขามีอํานาจอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร นี่คือคําฟัอง มีตรงไหนไหมครับที่บอกว่าดินแดนอาณาเขต ไม่มี คําฟัองคืออย่างนี้ครับ แต่หลังจากฟัองไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าท่านประธานไปดูคําพิพากษาคดีนี้ของศาลโลก ไม่ใช่คําพิพากษาที่บอกว่าเกี่ยวกับเรื่องดินแดน ผมขออนุญาตท่านประธาน นี่คือสําเนา คําพิพากษา ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษตามนี้ก่อนนะครับ เคส คอนเซิร์นนิง เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Case concerning the temple of Preah Vihear) ไม่ใช่ คอนเซิร์นนิ่ง เขตดินแดนเลย คอนเซิร์นนิ่งก็คือเกี่ยวข้องกับตัวปราสาทครับ หลังจากนั้นเราก็ยื่นคํา คัดค้านครับ แต่ประเด็นมันเกิดขึ้นอย่างไรครับท่านประธาน หลังจากขึ้นคัดค้านไปแล้วมีการไป สืบพยานแล้วอะไรแล้ว ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าวันที่ ๕ มีนาคม ๑๙๖๒ ๔ ป้ให้หลัง ๓ ป้ ให้หลังครับ คือ พ.ศ. ๒๕๐๕ วันที่ ๕ มีนาคม ตัดสินมิถุนายน อีกไม่กี่วันเองครับท่านประธาน แก้คําฟัองครับ วันที่ ๕ มีนาคม แก้คําฟัองเปลี่ยนใหม่แล้วครับ ให้ไปตัดสินแล้วทํา คําพิพากษาว่าเส้นแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชาเปึนบริเวณเขาพนมดงเล็ก ผมไม่ได้พูดผิดนะครับ เขาเปึนภาษาฝรั่งเศสของเขา เปึนภาษาเขมรเขาเรียกว่า ดงเล็ก นะครับ คือเส้นที่กําหนด ในแผนที่นั่นละครับท่านประธาน แล้วก็ขอให้ทําคําพิพากษาว่าปราสาทพระวิหารอยู่ใน เขตนั้น นอกจากนั้นก็แก้เพิ่มจาก ๒ ข้อ เปึน ๔ ข้อ โดยเอาข้อเดิมมาอีกให้ทหารไทยออกไป แล้วก็เพิ่มมาข้อที่ ๔ ให้ชดใช้ค่าประติมากรรม ขอโทษครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ประติมากรรมโบราณ วัตถุโบราณอะไรก็แล้วแต่ที่ถูกทําลายหรือว่าถูกเอาออกไป วันที่ ๕ มีนาคม วันที่ ๒๐ มีนาคม ๑๙๖๒ ห่างกัน ๑๕ วัน แก้คําฟัองอีกเปึนครั้งที่ ๒ เปลี่ยนใหม่ อีกแล้วครับ เพราะรู้ว่าถ้าใช้แค่คําว่า เส้นเขตแดน มีปัญหาครับ ก็เลยเปลี่ยนใหม่บอกว่า ให้เปึนว่า แผนที่บริเวณเขตพนมดงเล็กถูกเขียนและพิมพ์ในนามของคณะกรรมการ ปักปันชายแดนตามสนธิสัญญา เห็นไหมครับ อันที่ ๒ บอกว่า ตัดสินว่าเส้นเขตแดน ไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ที่โต้แย้งหรือบริเวณรอบ ๆ กันนี่ครับ คือเส้นที่อยู่ในแผนที่เรียงลําดับ มาเลยเปึนขั้นตอนแล้วจากนั้นก็เหมือนเดิม ท่านประธานครับ ยุติธรรมไหมครับ ฟัองเรานี่ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาแก้คําฟัอง พ.ศ. ๒๕๐๕ ก่อนวันคําพิพากษา ๖๐ กว่าวัน ท่านประธานคิดว่ายุติธรรมไหมครับ ไม่ครับ ทีมทนายความของไทย ซึ่งท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้บอกไปแล้วไม่ใช่มีแต่อาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช อีกหลายคน ยื่นคําประท้วงคัดค้านทันทีครับ ประเด็นสําคัญที่ท่านประท้วงและคัดค้านบอกว่า ให้แก้ฟัอง อย่างนี้ไม่ได้ครับ เพราะว่าในคําฟัองไม่มีลายลักษณ์อักษรเรื่องที่บอกนี่ แล้วก็นี่มันเลยเวลาแล้ว พิจารณาคดีกันมาตั้งนานแล้วอีกไม่กี่วันตัดสินก็มาแก้ฟัองอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วก็ อีกหลายเรื่องศาลไม่ฟังให้แก้ ท่านประธานคิดว่าถูกไหม

อีกประเด็นหนึ่งครับ นอกจากให้แก้แล้วนี่ที่ผมเรียนว่าไม่พูดประเด็นซ้ํากับ ท่านสุขุมพันธุ์ แต่ว่าพูดว่าข้อกฎหมายยกขึ้น ข้อกฎหมายนั้นคนที่ยกขึ้นคือใครครับ คือฝ์ายที่ฟัองเราครับ แล้วถ้าหากว่าท่านประธานได้ไปดูในคําพิพากษาประเด็นสําคัญ มันอยู่ที่ไหนครับ ประเด็นสําคัญในกรณีอยู่ที่ว่าเขตแดนตรงบริเวณเขานี่ต้องใช้สันปันน้ํา ถ้าไม่ใช่สันปันน้ําไม่ถือว่าเปึนเส้นเขตแดนตามสนธิสัญญา เขาก็มีการไปให้ผู้เชี่ยวชาญ มาศึกษาพิสูจน์เปึนหลักฐานอยู่ในเอกสารนะครับ ผู้เชี่ยวชาญมาบอกว่าไม่สามารถยืนยันได้ เพราะว่าวันที่พิพาทกันนี่มัน ๕๐ กว่าป้หลังจากที่ทําแผนที่ แต่ว่าวันนั้นที่ไปสํารวจพบมี เส้นสันปันน้ําอยู่รอบปราสาทพระวิหาร เสร็จแล้วเปึนอย่างไรครับ คําพิพากษาบอกว่า การที่จะไปยึดสันปันน้ําตามสนธิสัญญามันง่ายไปไหม มันเปึนหลักที่เขาใช้กว้าง ๆ ผมอาจจะไม่ได้แปลตรงตัวนะครับ เพราะว่าอภิปราย แต่ว่าโดยสรุปก็บอกว่า ศาลฟัง ดูแล้วเชื่อแผนที่ แล้วใช้ตรงนี้ครับ ซึ่งผมคิดว่านี่ละครับ ผมไม่ได้ทะเลาะกับศาลโลก ผมเปึนนักกฎหมายเหมือนท่านรัฐมนตรี ผมเปึนอดีตผู้พิพากษา ผมจะไม่เขียน คําพิพากษาแบบนี้ครับ ขออนุญาตท่านประธานอ่าน เพราะว่าผมรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เปึน ต้นเหตุ ผมแปลเลยนะครับ ไม่ต้องอ่านภาษาอังกฤษนะครับ เขาบอกว่าจากหลักที่ยึดเกี่ยวกับแผนที่ในการตัดสินนี่นะครับ เมื่อศาลตัดสิน แล้วเห็นแล้วว่าเชื่อแผนที่ไปแล้วผิดถูกไม่สนใจนะครับ เชื่อแผนที่ที่นํามาเสนอแล้วนี่ จึงไม่จําเปึนต้องพิจารณาว่าเส้นแบ่งแนวเขตตามแผนที่ ณ ปราสาทพระวิหารเปึนเส้น สันปันน้ําที่แท้จริงในบริเวณนั้นหรือไม่ หรือเปึนแนวระหว่างป้ ค.ศ. ๑๙๐๔ ถึงป้ ค.ศ. ๑๙๐๘ จริงหรือไม่ และไม่ว่าจะเปึนอย่างไรก็แล้วแต่สันปันน้ําจริง ๆ จะอยู่ตรงนั้นก็ไม่เปึนไร ทํานองอย่างนี้ถูกหลักกฎหมายระหว่างประเทศไหมครับท่านประธาน เขาขอแก้คําฟัอง เปึน ๕ ข้อ ผมเรียนท่านประธานแล้ว ตัดสินให้ทําคําพิพากษา ๕ ข้อ ท่านประธานครับ ศาลไม่กล้าครับ ขนาดชี้อย่างนี้ทําคําพิพากษาแค่ ๓ ข้อ โดยบอกแต่เพียงว่าให้ขนทหาร กองกําลังออกจากประสาทพระวิหาร และบอกว่าแถวนั้นเปึนเทอร์ริทอรี่ (Territory) ของเขา คือเปึนอาณาเขตของเขา และ ๓. บอกว่าให้คืนให้ชดใช้ค่าเสียหาย แต่ไม่พูดไม่กล้าทํา คําพิพากษาเขียนไปในนี้ครับว่าเรื่องเขตดินแดน ตรงนี้ครับคือคําประกาศ ที่ ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น คนไทยทั้งชาติยืนยันว่าวันหนึ่งไทยทั้งชาติต้องเอาคืน เพราะเรื่องมันยังไม่จบครับท่านประธาน ตรงนี้คือสาเหตุของแผนที่ที่ท่านรัฐมนตรี เอามาพูดนะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าแนวมันคนละแนว ขออนุญาตท่านประธาน แนวเส้นสีเหลืองนี่ครับท่านประธาน คือแนวสันปันน้ําตามธรรมชาติบนเขาที่ถือว่า เปึนแนวเขตแดน ถ้าหากว่าเราไม่ถือแนวนี้ ท่านประธานครับ โลกนี้ทั้งโลกปัืนป์วนต้องทํา อาณาเขตกันใหม่ทั้งหมดเลยครับ แต่ว่าแผนที่ที่ถูกนําไปเสนอศาลโลกนั้นแล้วอ้างว่า ทํากันอย่างถูกต้องนั้นคือแนวเส้นบนสีขาวนี่ครับ ท่านรัฐมนตรีวันนี้ท่านต้องไปพิสูจน์ว่า แนวนี้มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะเขาอ้างว่านี่คือแนวสันปันน้ําที่เปึนต้นเหตุ และนี่คือต้นเหตุ ของการทําให้มีแผนที่ไม่เหมือนกัน ประเด็นนี้เปึนแผนที่ทับซ้อนหรือไม่ ผมคิดว่าไม่ใช่ การจะเปึนพื้นที่ทับซ้อนต่างคนต้องต่างมีสิทธิโดยชอบทางกฎหมาย แล้วอ้างกันได้ครับ แล้วก็ต้องมาพิพาทว่าสิทธิตามกฎหมายตรงนั้นจะเปึนอย่างไร อันนี้มันเปึนการสร้าง แนวเขตขึ้นหรือเปล่า ๒-๓ วันที่ผ่านมาผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรอกครับ แต่ ๒-๓ วัน ที่ผ่านมาผมตระเวนพบผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เยอะมากครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรไหมครับ ที่พิสูจน์กันมาแล้วว่าเส้นของเขาคือเส้นที่ถูกต้อง แต่เส้นของเราวันนี้ไม่ต้องพิสูจน์ครับ สิ่งที่พิสูจน์วันนี้คืออะไรครับ ท่านประธานทราบท่านเปึนทหารตรงบริเวณนั้นมีครอบครัว ชาวต่างชาติมาปลูกบ้านอยู่อาศัยแล้วก็ทําให้สิ่งปฏิกูลไหลเทลงมาที่สระตราวครับวันนี้ ถ้าหากว่ามันไม่ใช่อยู่ตรงนั้นแล้วมันมาไหลตรงนี้ได้อย่างไรครับท่านประธาน แล้วผม จะเรียนท่านประธานว่ากองกําลังทหารพรานใครที่อยู่ตรงนั้นเขาก็เปึนห่วง ประชาชน ชาวบ้านเขาก็เปึนห่วง สระตราวเข้ามาในเขตเราประมาณ ๕๐ เมตร ขนาดตีเส้นผิดแล้วนี่ ยังเข้ามาในเขตเรา ๕๐ เมตร ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าทําไม เราไปทําการที่จะทําวิธีแก้ไข ไม่ให้สิ่งปฏิกูลที่ไหลไปจากพวกเขามาที่สระตราวนี่เขามาประท้วงครับไม่ให้ทํา ทั้ง ๆ ที่ ในเขตแดนไทยนะครับ ท่านรัฐมนตรีทําอะไรบ้าง เคยมีข่าวเรื่องนี้ไหม ท่านออกมาปกปัอง พี่น้องชาวบ้านแถวนั้นเหมือนที่ท่านพยายามอธิบายแทนเขาไหมวันนี้ แล้วนี่ครับที่ผมเรียน ท่านประธาน นี่คือต้นเหตุ กรมแผนที่ได้ตั้งขึ้นและทําแผนที่เมื่อป้ ค.ศ. ๑๙๓๒ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้วได้ยึดหลักเส้นสีเหลืองนี่แหละเปึนแผนที่ของไทยครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ เปึนแหลมนี่นะครับ ผมยังไม่พูดเส้นสีฟัาที่ท่านรัฐมนตรีไปบอกว่าเปึนของเขา วันนี้นี่คือเส้นแผนที่ที่ประเทศไทยสงวนเอาไว้มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เพราะเรายึดแผนที่นี้ ในการสู้คดี และเรายึดว่าแผนที่นี้เปึนแผนที่ที่กําหนดแนวสันปันน้ําตามธรรมชาติที่ถูกต้อง ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และสามารถพิสูจน์ได้ แต่แนวสีขาวนี้นะครับเขาใช้พิสูจน์กันในศาลโลกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ก่อนหน้านั้นโดยวิธี บอกว่าแผนที่นี้มีการพิมพ์เพื่อให้คณะกรรมการชุดนี้จริง ถูกต้องไหมครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเอกสารอยู่ในสํานวนว่ามาเดินดูแล้วมีเส้นนี้อยู่บริเวณรอบนี้ แต่บอกไม่ได้หรอกครับว่าเมื่อ ๕๐ ป้ที่แล้วเส้นมันเปลี่ยนหรือเปล่าเท่านั้นเอง นี่ครับ ไม่มีเว้าเลยครับ เว้านี้ไม่ใช่ เพราะสันปันน้ํามันไปเปึนเหลี่ยมอย่างนี้ครับ มันไม่หักเข้ามา นี่คือปัญหาที่ท่านบอกว่าทับซ้อนหรือไม่ทับซ้อน และนั่นคือสิ่งที่ท่านกําลังเริ่มชี้แจงผิด ผมจะกราบเรียนท่านประธานเปึนประเด็นต่อไปว่า หลังจากที่เกิดปัญหาอย่างนี้ รัฐบาลไทยไม่ยอมรับ แต่บอกแล้วว่าเราเปึนสมาชิกสหประชาชาติ เราสงวนสิทธิ แล้วคําพิพากษาผมเรียนท่านประธานแล้วนะครับ ไม่ได้พูดอะไรเลยครับ แค่บอกให้ออก ปัญหาเกิดครับ ออกไปไหนครับ ออกจากตัวปราสาทนี้ท่านประธานจะให้ออกไปไหนครับ บอกคําเดียวว่าให้ออกไปจากบริเวณใช้คําว่า เทมเพิล แอเรีย แอนด์ วิซินิตี้ (Temple area and vicinity) รอบ ๆ พื้นที่ตรงไหนครับ เพราะท่านไม่ได้ชี้ว่าเขตแดนใครอยู่ตรงไหนที่ชัดเจน ตรงนี้คือที่มาของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ และถ้าหากว่า ท่านประธานไปดูมติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ ท่านประธานจะพบครับ นี่ครับท่านประธานครับ มติคณะรัฐมนตรี ป้ ๒๕๐๕ เสนอโดยใครครับ เสนอโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๐ ท่านบอกว่าได้กําหนดหลังจากที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้มีปัญหาและปฏิบัติตาม คําพิพากษาศาลโลกได้ จึงให้ปรึกษากันกําหนดแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร ท่านประธานครับ ไม่ใช่เขตแดนอะไรหรอกครับ ไม่ใช่อาณาเขตด้วยครับ แนวเขตปราสาทพระวิหาร ผมเรียนท่านประธานแล้วว่าคดีนี้เปึนคดีพิพาทเกี่ยวกับอาคารปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ พิพาทเกี่ยวกับดินแดน เมื่อศาลโลกบอกว่าให้เราออกจากตัวปราสาท แต่ปัญหาเกิดว่า ออกไปไหนครับ ออกไปแค่ไหน ตรงนี้จึงเปึนที่มาของมติคณะรัฐมนตรีให้มากําหนดครับ รัฐมนตรีได้เสนอไป ๒ แนวทาง แนวทางที่ ๑ ให้เปึนรูปสามเหลี่ยมตีกรอบไว้ แนวทางที่ ๒ ให้ทําเปึนรูปสี่เหลี่ยมตีกรอบเหมือนกันแล้วแจ้งมติคณะรัฐมนตรีไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ลงนามโดยท่านมนูญ บริสุทธิ์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งไว้อย่างนี้ครับ ตามที่ได้เสนอวิธีกําหนดเขตบริเวณ ปราสาทพระวิหารเพื่อปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลกไปเพื่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พิจารณารวม ๒ วิธีนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีคําสั่งให้เสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ลงมติว่า แนวกําหนดเขตบริเวณปราสาทพระวิหารให้ใช้วิธีที่ ๒ และให้จัดทําปัายแสดงเขตตามที่ กระทรวงมหาดไทยเสนอ กับให้เพิ่มทํารั้วลวดหนามด้วย นี่คือที่มาจากสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี พยายามอธิบายให้ประชาชนฟังตลอดเวลาที่ผ่านมา มีตรงไหนครับบอกว่าเปึนเขตแดน เพราะเราไม่เคยยอมรับครับ เราบอกว่าแผ่นดินตรงนั้นทั้งผืนเปึนของไทย เพราะสันปันน้ํา มันไปพิสูจน์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ มีคําไหนครับ ท่านรัฐมนตรีแถลงข่าววันที่ ๑๘ ยังอยู่ในคลิป วิดีโอ (Clip video) ของกระทรวงเลยครับ ท่านใช้คําว่า เขตแดน ท่านใช้ผิดครับ ผมถึงบอกผมไว้วางใจท่านไม่ได้ ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านใช้คําของเขตแดนไทยว่า เขตแดน กับ เขตบริเวณ ท่านใช้ได้อย่างไรครับ คําพูดของท่าน ผูกพันประเทศไทยมีตรงไหนครับ ท่านมีมติอื่นที่ผิดไม่เหมือนผมไหม หรือว่ามันมีคณะรัฐมนตรี หลังจาก พ.ศ. ๒๕๐๕ ชุดไหนครับ ที่บอกว่าให้เปลี่ยนจากแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร เปึนเขตแดนไทย นี่ละครับที่มาของรั้วลวดหนามของอะไรที่ท่านว่า แล้วเขาก็ไปกําหนดครับ ๒๐ เมตร ๑๐๐ เมตร อะไรก็ว่ากันไปตามนี้นะครับ ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนที่ยืนยัน เปึนที่ชัดเจนครับว่าคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ ยอมรับว่าเอาละเมื่อสั่งให้ฉันออกจาก อาคารปราสาทฉันก็ออก แต่ฉันกําหนดให้ว่าฉันจะออกไปตรงไหน เพราะคุณไม่ได้บอกให้ เราออกไปตรงไหน นี่กําหนดแนวให้ตัวเอง แล้วให้ติดปัายครับ ท่านเชื่อไหมครับว่า คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นให้ทําปัายว่าอย่างไร ให้ติดปัายตรงตามแนวไม่รู้ปัายยังอยู่ไหม ไม่อยู่ต้องไปทําเสีย ท่านต้องไปทํา บอกว่าอะไรครับ บอกว่าให้หันหน้าเข้าแดนไทย บอกว่าแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่แนวเขตพรมแดนไทย-กัมพูชา แนวเขต บริเวณปราสาทพระวิหาร ส่วนด้านหลังซึ่งหันเข้าไปในแดนนั้นให้ทําด้วยสีขาวเปึนพื้น ตัวหนังสือดําเปึนภาษาฝรั่งเศสบอกว่า เปึนพื้นที่นอกแนวเขตปราสาทพระวิหาร ผมอ่าน ข่าวนี้ ท่านประธานขออนุญาต คณะรัฐมนตรีสมัยนั้นอาจจะรุนแรงไปครับ สั่งในวันนั้น เลยครับ บอกว่าถ้าใครข้ามแดนมาให้ยิงทันที เพราะว่าผิดคําพิพากษาศาลโลก แล้วนั่นละครับคือวันของการที่ผมได้เรียนท่านประธานว่า รูปเมื่อกี้นะครับ นี่คือวันนั้นครับ ท่านประธาน วันที่ไปเอารั้วลวดหนามไปขึงเอาปัายไปปักว่า เปึนเขตบริเวณปราสาท พระวิหาร ไม่ใช่เขตดินแดนชาวไทยหรือว่าต่างประเทศ เปึนวันที่เราต้องถูกเอาเสาธง ออกมาจากบริเวณนั้น ทั้ง ๆ ที่มติหรือแนวทางปฏิบัติบอกให้ลดธงลงมาครับ ทหารไทย ไม่ยอม ผมเชื่อว่าท่านประธานถ้ายังเปึนทหารอยู่ท่านก็ไม่ยอม ท่านถูกสอนมาแบบนั้น ทหารไทยไม่ยอมเชิญธงชาติไทยลงครับ แต่ยกออกมาทั้งเสาครับ ผมก็อยากจะฝากไป วันนี้เสานี้อยู่ไหนครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเอามาตั้งแสดงให้คนไทยดู ท่านประธานเห็นไหมครับ นี่ผมอ่านพูดสรุปแบบย่อ ๆ ท่านประธานรู้สึกหรือยังครับ ว่าที่เขาบอกว่าโดนปล้น โดนโกงมันคืออะไร หลักกฎหมายที่เราควรได้ถูกใช้อย่าง เปึนธรรมบอกว่าจะดูแผนที่ หลักกฎหมายที่ถูกนําเสนอเปึนของฝ์ายตรงข้าม คําฟัอง ที่นํามาตัดสินมาพิจารณาแก้ก่อนมีการตัดสินไม่นานเท่าไรเคยเห็นอย่างนี้แม้แต่ ในศาลยุติธรรมทั่วไปก็ไม่มีครับ ประเด็นผมจึงบอกว่าวันนี้ถึงเวลาไหมครับ วันนี้ไม่ใช่เรื่องพิพาท เรื่องเดิมที่บอกฟัองอีกไม่ได้ วันนี้เปึนประเด็นว่าต้องพิสูจน์ว่าสันปันน้ําอยู่ที่ไหนครับ ทําไมท่านไม่ทํา แทนที่ท่านจะไปช่วยเขาทําขึ้นมรดกโลก เปึนที่น่าตลกเหมือนกันนะครับ ท่านไปขอเขาขึ้นทะเบียนมรดกโลกกับเขาด้วย เขาไม่ให้ครับ ท่านก็ยังกุลีกุจอไปช่วยเขาหมด แต่เวลาเขาขอมาเปึนกรรมการร่วมพัฒนาพื้นที่แถวนี้ท่านให้เขาร่วมครับ เปึนไปได้ อย่างไรครับ แล้วหลังจากนั้นผมเรียนแล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ เราไม่เคยที่จะเปลี่ยนแปลง แนวเขตและเราไม่เคยถือ ขออภัยท่านประธานครับ รูปนี้ครับวันที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง ที่กระทรวง ตรงนี้เปึนสีม่วง ตรงนี้สีเขียว ท่านบอกสีม่วงนี่ของเขา ของใครครับ ของเรา เราไม่เคยบอกเปึนของเขาครับ เขาต่างหากทึกทักว่าเปึนของเขา ผมถึงบอกว่าท่าน มีมติ ครม. อื่นไหมครับที่ไม่เหมือนกับ พ.ศ. ๒๕๐๕ ทางกฎหมายแล้วยังถือว่าเปึนของเรา เราพร้อมจะต่อสู้รัฐบาลในอดีตก็ดี ใครก็ดี เขาถึงบอกว่าเราสงวนไว้ วันหนึ่งเขาพระวิหาร ต้องกลับมาเปึนของคนไทยทั้งชาติ เอาไปแต่ซากวิญญาณของพระวิหารอยู่กับเรา ๑:๒๐๐๐๐๐ ของเราใช้ ๑:๕๐๐๐๐ ความละเอียดมันไม่เหมือนกัน แล้วสิ่งที่ท่านจะทํามันจะโยงใยไปทั่วภูมิภาคเลย ผมอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านรู้เรื่องพวกนี้ไหม รู้ครับ ทราบ ขออภัยท่านประธานเอกสารมันเยอะนะครับ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาสิทธิประโยชน์ของกําลังพลในกองทัพไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่ วุฒิสภา มีหนังสือที่ สว ๐๐๑๐/๕๖๕๑ ลงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ถึงท่านนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเปึนใช่ไหมครับช่วงนั้น ท่านได้แจ้ง ความห่วงใยของท่านหลังจากที่ท่านไปตรวจพื้นที่บริเวณเขาและปราสาทพระวิหารว่า กองกําลังทหารพรานที่อยู่แถวนั้นเขาได้รายงานสถานการณ์สารพัดครับที่เกี่ยวข้องที่เกิดขึ้น และสิ่งหนึ่งที่เขาได้รายงานผ่านมาและเขาได้นํามาผ่านท่านส่งไปที่ท่านรัฐมนตรี ผมไม่อ่านหมดนะครับ ในข้อ ๑.๓ เอ้อ ข้อ ๒ ความเคลื่อนไหวของกัมพูชา ขออภัยเอ่ยนาม ประเทศเพราะมันเปึนการอ่าน กรณีจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก ผลกระทบต่อไทยอาจทําให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนบางส่วนในอนาคต ท่านไม่ได้ตอบอะไร เขาไปเลยครับ มีไหมครับหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่ตอบหนังสือฉบับนี้วันเดียวกันครับ แบบเดียวกันทุกอย่าง ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ทําไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม แต่วันนี้เราไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่เปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนแล้วว่ามีแต่คนท้วงติงครับ มีแต่คนเตือน แล้วที่น่าสนใจครับ อันนั้นก็นานนะครับตั้งแต่ต้นป้ แต่ว่าอันนี้ล่าสุดตอนที่ ท่านจะไปทําสนธิสัญญา ไปทําแถลงการณ์อะไรของท่านที่ท่านบอกว่าส่งไป ส่งคนไปดู ทหารก็พูดแบบท่านหมดละครับวันนี้ แต่นี่คือรายงานคําชี้แจงของชุดที่เข้าไปสํารวจพื้นที่ ผมจําเปึนต้องอ่านท่านประธานครับ เพื่อเตือนความจํา เขาบอกว่าอย่างไรครับ ผมจะ พยายามเอาเฉพาะที่สําคัญให้ท่านประธานครับ ตอนแรกเขาเล่าความเปึนมานะครับ เขาบอกอย่างนี้ครับ เมื่อ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑ ไม่กี่วันนี้ครับ ผู้บัญชาการกองกําลังสุรนารี ได้ชี้แจงต่อ พลโท สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีข้อห่วงใยของ กองกําลังพลสุรนารีดังนี้

ข้อ ๑ จากคําตัดสินของศาลโลกที่กําหนดให้อธิปไตยเฉพาะส่วนตัว พระวิหารเปึนของกัมพูชา แต่แผนที่ฉบับใหม่ที่ฝ์ายกัมพูชาเสนอได้กําหนดให้ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบปราสาทประมาณ ๓๐ เมตรเปึนมรดกโลก ซึ่งเปึนการกําหนดเพิ่มเติม จากคําตัดสินของศาลโลก แนวลวดหนามที่ผมได้อภิปรายผ่านท่านประธานไปนั้น เดิมมัน ๒๐ เมตรครับ แต่ว่าแผนที่ฉบับใหม่ที่ทํามานี่กองกําลังรายงานมาเมื่อวันที่ ๑๒ ที่ไปตรวจบอกว่าแผนที่นี้ของกัมพูชาที่เสนอนี้กําหนดแนวไว้ ๓๐ เมตร ถึงแม้ว่ายังไม่เกิน ขอบเขตที่มติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ กําหนด เว้นบริเวณทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของตัวปราสาทช่องบันไดหักซึ่งมีพื้นที่ทับซ้อนจํานวน ๓๘.๒๑๕ ตารางวา หรือ ๑๕๒.๘๖ ตารางเมตรนั้นจะถือว่าเปึนการยอมรับและกําหนดเส้นเขตแดนที่เกินกว่าคําตัดสิน ศาลโลกหรือไม่ ท่านประธานครับ นี่ข้อแรกนะครับ

ข้อ ๒ ที่กองกําลังสุรนารีเปึนห่วงบอกว่า ฝ์ายกัมพูชายังคงยึดถือเส้นเขตแดน ตามแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทยเคยทําไว้กับฝรั่งเศส และไม่เคยยอมรับ เส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝ์ายไทยมาโดยตลอด สําหรับฝ์ายไทยได้ยึดถือแผนที่มาตราส่วน ๑:๕๐๐๐๐ ตามมติ ครม. ป้ ๒๕๐๕ และไม่ยอมรับแผนที่ปักปันเช่นเดียวกัน ซึ่งหากใน ครั้งนี้ฝ์ายไทยยอมรับตามแผนที่ที่กัมพูชาเสนอฝ์ายกัมพูชาอาจจะถือว่าเปึนการยอมรับ ในส่วนของแผนที่ปักปันมาตราส่วน ๑:๒๐๐๐๐๐ ที่ไทยเคยทําไว้กับฝรั่งเศสหรือไม่ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการปักปันเขตแดนในอนาคต

ข้อสังเกตครับท่านประธาน เอาข้อเดียวนะครับ ความจริงมี ๒ ข้อ เดี๋ยวจะ ยาวไป ฝ์ายกัมพูชายังมิได้มีการแก้ไขแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาตามผนวก ค แต่อย่างใด ซึ่งเปึนการแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา

นี่เปึนเอกสารล่าสุดครับ แล้วทําไมเราต้องขมีขมันไปช่วยเขา ผมเรียน ท่านประธานแล้วว่าพวกเราทุกคนครับ อาจจะยกเว้นท่านรัฐมนตรีหรือรัฐบาลก็แล้วแต่ บอกว่าสีชมพูนี่ยังเปึนของเรา เพราะไม่มีมติคณะรัฐมนตรีหรือกระบวนการทางกฎหมาย ทางรัฐธรรมนูญใดในอดีตบอกว่าตรงนี้เปึนของเขา แล้วถ้าหากท่านพูดแบบนั้นแปลว่า ท่านต้องยอมรับว่าแผนที่ที่ไทยทําขึ้นจากการสํารวจตามหลักวิชาการและกฎหมายไม่ถูกต้อง อ้ายเส้นนี้ท่านเรียกว่า แอล ๗๐๑๗ (L ๗๐๑๗) ที่หยักเข้าไปนี่มันไม่ใช่เส้นอาณาเขตครับ แต่มันเส้นที่แสดงแนวว่าวันนี้เขากันไว้อย่างไร ไม่ใช่แผนที่ที่แสดงอาณาเขตเพราะไม่มีใคร ยอมรับครับ แล้วเดี๋ยวผมจะบอกด้วยว่าเขาก็ไม่ยอมรับที่ท่านบอกว่าเรียบร้อย ตรงไหน ผมจะเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าท่านรัฐมนตรีบอกได้ไหมครับวันนี้แอล ๗๐๑๗ มาจากไหน ผมก็ไม่ทราบครับ ถามใครหลายคนก็ไม่ทราบครับว่ามาจากไหน เพราะช่วงนั้น ยังทําไม่เก่งเลย ไป ๆ มา ๆ มีคําตอบมาอันหนึ่งครับช่วยตอบผมด้วยจริงหรือเปล่า เขาบอกว่า ประเทศมหาอํานาจประเทศหนึ่งมาทําให้ แต่ว่าขณะนี้เปึนแอล ๗๐๑๘ เพราะเอา ๗๐๑๗ ไปเข้าระบบดิจิตอลแล้ว เพราะฉะนั้นนี่ก็อีกครับเปึนแผนที่ที่ไทย ไม่ได้ทํา แล้วย้อนอดีตหรือครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับ ผมมีรูปแต่ไม่ต้องเสียเวลาท่าน ประธาน วันที่เขาไปเอาเสาธงออกจากแผ่นดินไทยเขาบอกเกิดเหตุอาเพศ ท้องฟัา มืดครึ้มขึ้นมากะทันหัน ท่านประธานรู้ไหมครับเมื่อกี้ข้างนอกเปึนอย่างไร วันนี้ก็ยังเปึนอยู่ ตอนนี้ เมื่อวานยังแดดจ้าอยู่เลย นี่คือครั้งที่ ๒ บรรพบุรุษของเราบอกว่าวันหนึ่งต้องกลับมา เปึนของประเทศไทย ไม่มีใครบอกให้ไปช่วย ในอดีต ป้ ๒๕๐๕ ทุกคนร่วมใจกันครับเพื่อจะ เอากลับคืน หาเหตุ หาข้อกฎหมาย หาข้อเท็จจริงสู้กับเขา วันนี้ท่านกลับเปึนรัฐมนตรี ของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหาข้อกฎหมายบอกว่าทําได้ ท่านรับไหมครับว่า แผนที่เขาถูก ผมไม่อยากใช้คําว่า ทับซ้อน เหมือนกับที่ท่านใช้ครับ เพราะการจะทับซ้อน มันแปลว่ามันต้องเปึนของที่อ้างกันได้ตามกฎหมายทั้งคู่ครับ เขามีอะไรอ้างนอกจากบอกว่า แผนที่นี้ทํากันขึ้นมา สมัยโน้นเรายังไม่รู้เลยครับทําอย่างไร แล้วให้ศาลดูบอกว่าถือได้เพราะว่าไปพิมพ์ในนามนี้ มันถูกหลักทําแผนที่ระหว่างประเทศไหมครับที่จะอ้างอิงได้ วันนี้ทําไมท่านไม่ยกเรื่องนี้ ขึ้นมาโต้แย้งหรือยกเรื่องนี้ขึ้นมาที่จะเปึนประเด็นใหม่ มันไม่ใช่ประเด็นเก่าที่พิพาทไปแล้ว ขึ้นไม่ได้ สันปันน้ําที่ถูกต้องตามหลักสนธิสัญญาระหว่างประเทศอยู่ตรงไหน ที่บอกอย่างนี้ ไม่ใช่เปึนเรื่องของการกระทบกระเทือนเพื่อนบ้านครับ ผมก็รักเขาครับไม่อยากให้มีปัญหา แต่นี่คือสิทธิและอธิปไตยของไทย คํานี้ละครับสําคัญ ท่านพูดเสมอครับว่าเราไม่ได้เสีย ดินแดน ท่านบอกว่าตารางมิลลิเมตรหนึ่งก็ยังไม่ได้เสีย ท่านบอกว่าปราสาทมันไม่ได้เกิน เส้นเขตที่ว่านั่น ท่านจะเรียกอะไรสุดแล้วแต่ผมยืนยันไม่ใช่เขตแดนระหว่างไทยกับเขา แต่ประเด็นคือเราไปขยับเส้นให้เขาหรือเปล่าท่านประธาน มันถึงได้เกิน มีใครรู้ไหมครับ ไทยเคยได้มีโอกาสไปตรวจไหม อดีตนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากพวกเราหรอกครับ มาจากวิธีการที่ไม่ถูก ท่านยังบอกเลยครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลทําอะไรต้องหารือ ประชาชน ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม และวันนี้ท่านมาจากการเลือกตั้งอย่างไรครับ ทําไมกลายเปึนว่าประชาชนทั้งประเทศต้องมาเรียกร้องขอมีส่วนร่วม ต้องมาเรียกร้อง ขอรับรู้ข้อมูลจากท่าน ผมถึงเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้สอนสติสอนใจเราหลายเรื่อง เราคิดแต่ที่มาแต่เราไม่คิดว่ามาแล้วทําตัวอย่างไร ประเด็นสําคัญที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานอีกอันหนึ่งที่ผมไม่สามารถจะไว้วางใจท่านได้ก็คือเรื่องสนธิสัญญา ประเด็น เรื่องนี้ครับ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่ามันไม่ใช่เรื่องถกเถียงกันว่าเปึนเรื่องรัฐธรรมนูญ หรือว่าเปึนเรื่องอะไรหรอกครับ แต่มันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับว่าเรื่องนี้ในสถานะของมันเอง จริง ๆ มันคืออะไรกันแน่ ผมไม่ได้ผิดญัตติ ผมไม่ได้พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้บอก รัฐมนตรีทําผิดรัฐธรรมนูญ ผิดหรือถูกไม่ใช่เรื่องวันนี้ แต่ผมกําลังจะบอกว่าสิ่งที่ท่านพยายาม อธิบายให้คนไทยทั้งชาติฟังอยู่วันนี้ว่ามันไม่ใช่ข้อตกลง มันเปึนแถลงการณ์ มันไม่ได้ ผูกพันอะไร และมันไม่จําเปึนต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมบอกไม่ใช่ ถามว่าทําไมผมถึง บอกว่าไม่ใช่ ท่านประธานครับ เผอิญมันเปึนภาษาฝรั่งเศสผมก็ไม่ถนัดนะครับ ไปใช้บอกว่า จอยท์ คอมมูนิเค ผมก็พยายามไปถามผู้รู้ว่ามันแปลว่าอะไร เขาก็บอกว่าหมายถึงพวก สเตทเมนท์ (Statement) ถ้อยคํา คําพูด คําแถลง แล้วแต่เราจะใช้ ผมจึงเรียนท่านประธานว่า คนที่เปึนนักกฎหมายนั้นรู้ ข้อตกลงใด ๆ ในหนังสือใด ๆ ที่มีผลผูกพันกันถือว่าเปึนสัญญา ไม่ต้องไปดูหรอกครับว่ามันเขียนข้างบนว่า นี่เปึนหนังสือสัญญาเปึนหนังสือข้อตกลง ไม่เขียนหัวข้างบนก็ยังเปึนสัญญาเลย ถ้ามันมีข้อตกลงผูกพันกันอยู่ในนั้น แล้วท่านประธานครับ ผมถามท่านประธานหน่อย สมมุติผมกับท่านประธานตกลงเรื่องอะไรสักอย่างแล้วเรา จะแถลงการณ์ เราแถลงการณ์นะครับ เราแถลงการณ์ให้คนอื่นฟังหรือแถลงการณ์ให้เรา ๒ คนฟังท่านประธาน แถลงการณ์นี่เขาต้องแถลงให้คนอื่นฟังว่าเรา ๒ คนคุยกันว่าอะไร แต่อ้ายนี่เล่นแถลงกัน ๒ คนแล้วมีพยานด้วย แล้วเรียกแถลงการณ์หรือท่านประธาน เขียนว่าอย่างไรครับ ผมใช้คําว่า หนังสือแล้วกันนะครับ หนังสือฉบับนี้ทําเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๘ ขอโทษครับ ค.ศ. ๒๐๐๘ ก็คือ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี่ล่ะครับ ที่เปึนประเด็น ก็คืออย่างนี้ครับ ขึ้นต้นบอกอย่างนี้ครับ ดิวริง เดอะ มีทติง โบธ ไซน์ อะครีเตด แอส ฟอลโล (During the meeting both sign a accreted as follow) เปึนพาส เทนส์ (Pass tense) ด้วย นี่มันลักษณะของการทําข้อตกลง ท่านประธานไม่ใช่แถลงการณ์ บอกกันเองว่าเรา ๒ คน ตกลงกันว่าอะไร ท่านประธานเห็นไหมครับ แล้วมันเปึนแถลงการณ์ตรงไหน แล้วบอกว่า ตกลงกันมาแล้วเพราะใช้พาส เทนส์ นี่เปึนเพียงการบันทึกย้อนหลังเท่านั้นเองว่าในอดีตเรา ๒ คน ตกลงกันว่าอะไร ประเด็นที่ผมเรียนท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีพยายามไม่ใช้คําว่า แผนที่ เพราะท่าน ไม่อยากจะยอมรับว่าเรารับแผนที่เขมร แต่ว่าท่านพูดหลุดตลอดเวลาครับ ท่านประธานไปดู คลิป วิดีโอ ของท่านสิครับ ท่านพูดแผนที่แล้วก็แผนผัง แผนที่ แผนผัง พูดอยู่อย่างนี้ครับตลอด เดี๋ยวแผนผังเดี๋ยวแผนที่ เพราะท่านพยายามจะบอกว่ามันคือแผนผัง แต่ไม่ใช่ครับ มันมาพร้อมแผนที่ และนั่นคือสิ่งที่เราพูดกัน แต่สิ่งที่บันทึกอยู่ในเอกสารที่ท่านเรียกว่า แถลงการณ์มันใช้คําว่า แมพ (Map) ไม่ใช่ ดรออิง แพลน (Drawing plan) หรือ แพลน (Plan) แมพ ท่านประธานทราบแปลว่า แผนที่ ตรงไหนครับในนี้ที่บอกว่าแผนผัง หรือว่า ท่านรัฐมนตรีเพิ่งจบเนติบัณฑิตอังกฤษบอกว่า แมพ ในที่นี้แปลว่า แผนผัง ทางฝัืงโน้น เขาบอกเหมือนกันไหม และถ้าเปึนแผนผังทําไมไม่ใช้คําว่า แผนผัง ในภาษาอังกฤษ เสียเลยละครับ ต้องเป่ดเปึนคําที่มาเถียงกันได้ต่อไปในอนาคตทําไม นี่คือสิ่งที่ฝ์ายทหาร กองทัพเปึนห่วงไปใช้อย่างนี้ละครับ แล้วแผนที่อันนี้ก็คือแผนที่ที่เขาทําขึ้นมาด้วย นี่ละครับ คือปัญหาที่ผมเรียนท่านประธานว่าฝ์ายความมั่นคงจริง ๆ แล้วเขาเปึนห่วง ที่ผมอ่าน ให้ท่านประธานฟังนะครับ ที่ท่าน พลเอก ปฐมพงษ์ทําไปถึง หรือที่ผมอ่านเมื่อสักครู่ ทหารชั้นผู้น้อยนะครับท่านประธาน ทหารชั้นผู้น้อยอยู่ตรงนั้นท่านประธานไปถามเขาสิครับ ท่านประธานเปึนรุ่นพี่ เขารู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่ท่านรัฐมนตรีทําไป ไปถามเขาดูได้ครับ วันนี้เขารู้สึกอย่างไร เขาตั้งข้อสังเกตมาเปึนหนังสืออย่างนี้ ท่านประธานเปึนนายทหาร รู้โดนเล่นงานจะเปึนอย่างไร เขากล้าเสี่ยง เขาอาจจะมีภาพของการที่ทหารไทยต้องถอน เสาธงออกจากพื้นที่อยู่ในจิตใจเขาอยู่ก็ได้ เขาทําได้เท่านั้นครับ ปัญหาคือวันนี้เราในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทําอย่างไรกับรัฐมนตรีผู้นี้ เรายังจะปล่อยให้ท่านทําอย่างนี้ ต่อไปจะด้วยความจงใจหรือไม่จงใจไม่สําคัญ สําคัญคือเราจะให้ท่านเดินหน้าต่อไปหรือ ในเอกสารฉบับนี้ใช้คําว่า แมพ แปลว่า แผนที่ ไม่ได้แปลว่า แผนผัง และเวลามีข้อพิพาท ในระหว่างประเทศเขาไม่ใช้ภาษาไทย เขาใช้ภาษาอังกฤษ

ประการที่ ๒ ในข้อ ๔ เขาบอกไว้ชัดเลยครับ จุดที่ท่านพูดครับ ผมขออนุญาต เปึนภาษาอังกฤษก่อนนะครับ เฟนดิง เดอะ รีซัลท์ ออฟ เดอะ เวิร์ดส ออฟ เดอะ จอยท์ คอมมิชชัน ฟอร์ แลนด์ เบาน์ดารี คอนเซิร์นนิง เดอะ นอร์ทเทิร์น แอนด์ เวสเทิร์น แอเรีย เซอร์ราวดิง เดอะ เทมเพิล ออฟ พระวิหาร (Fending the result of the words of the joint commission for land boundary concerning the northern and western area surrounding the temple of Preah Vihear) แปลว่าอะไรครับ แปลว่า บันทึกอะไรก็แล้วแต่ ฉบับนี้ยังไม่เกี่ยวข้องนะครับ เขาเขียนไว้เลยครับ ทําไมต้องเขียน ก็ท่านบอกเองไม่เกี่ยวกับ ดินแดน ไปเขียนทําไม บอกว่าทั้งหมดนี้ยังไม่เกี่ยวกับเขตแดนด้านฝัืงตะวันตกคือด้านนี้ครับ ด้านยาว และทางด้านฝัืงเหนือก็คือฝัืงนี้ เขายังไม่รับเลยเห็นไหมครับ แล้วท่านบอกเปึน แผนที่เรา เขาไม่รับ เขาบอกว่ารอผลการชี้ขาดตรงนี้อยู่ แล้วถ้าวันหนึ่งมันเกิดมีปัญหา แล้วเราบอกไม่รับ เขาบอกก็เซ็นไว้แล้วนี่ครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้มันไม่ใช่หรอกครับ มันยังไม่เกิดหรอกครับการเสียดินแดน แต่วันหนึ่งนี่ละครับจะนําไปสู่ตรงจุดนั้นเปึนครั้งที่ ๒ ของชาติไทย ผมเรียนท่านประธานต่อไปอีกนิดเถอะครับ ท่านประธานครับ เราต้องทํา ความเข้าใจระหว่างคําว่า ดินแดน กับคําว่า อธิปไตย ดินแดนกับอธิปไตยเหมือนและ ไม่เหมือนครับ อธิปไตยรวมถึงดินแดนด้วย เราเสียดินแดนนี่เราเสียอธิปไตยครับ แต่ถ้า เราเสียอํานาจในการดูแลพื้นที่นั่นคือการเสียอธิปไตยโดยไม่ได้เสียดินแดน ข้อสัญญาอันนี้ ข้อตกลงอันนี้ท่านจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ผมถือว่ามันเปึนข้อสัญญา เขาบอกว่าต่อไปตรงนี้ จะมีแมนเนจเมนท์ แพลน (Management plan) ร่วมกัน แปลว่าอะไรครับ ตรงพื้นที่เลข ๓ ที่ท่านบอกว่าเปึนพื้นที่ทับซ้อน ผมยืนยันไม่ใช่ครับ ที่ของไทย ตามแผนที่ไทยก็เปึนของไทย ท่านต้องยึดแผนที่ไทยครับ ท่านเปึนรัฐมนตรีของประเทศไทย ท่านเปึนรัฐมนตรีรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านต้องถือแผนที่ไทย แล้วท่านจะไปตกลงว่าต่อไปให้เขามา มีอํานาจบริหารจัดการตรงนี้ร่วมกับเรา แล้วทีเราขอแค่ขึ้นทะเบียนมรดกโลกร่วมยังไม่ให้เลย แล้วทําไมท่านให้เขามาร่วมตรงนี้ล่ะ

อีกประการหนึ่งนะครับท่านประธาน ผมสับสนครับ ฟังคําแถลงท่านแล้ว ผมก็สับสน เพราะอะไรครับ ท่านพยายามอธิบายสถาบันอะไรไทยคดี บอกว่าเรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกันเลยครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเสียดินแดน จดทะเบียนมรดกโลกไม่เกี่ยวกับเสียดินแดน แต่ว่าเวลาที่ท่านไปแถลงอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก่อนวันนั้นครับ ท่านบอกอันนี้ไม่ได้ถ้าปล่อย ให้เวลาเนิ่นช้าไปล่วงเลยไปเราสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดนเพราะเขาจะไปจดทะเบียน มรดกโลกแล้ว มันอย่างไรกันแน่ ท่านประธาน เดี๋ยวบอกว่ากองมรดกโลกไม่เกี่ยวขึ้นตรงนั้น เดี๋ยวบอกว่าเกี่ยว ท่านประธานครับ ผมพูดเรื่องจริง ท่านประธานไปดูคลิป วิดีโอ ของท่าน อันหนึ่งท่านบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ในเมื่อไม่เกี่ยวแล้วไปรีบจดทําไมล่ะครับ ผมไม่พูดประเด็น ซ้ํากับท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เราไม่ทําเราก็ประท้วง เราก็คัดค้านไปสิ เพราะมันเปึนเรื่องดินแดน ต่อไปไม่ให้บริหารกันตรงนี้ แล้วท่านทําไปทําไม นอกจากตรงนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนครับว่า แถลงการณ์ฉบับนี้มันไม่ใช่เปึนแค่อย่างที่ ผมเข้าใจ เพราะอะไรครับ เพราะว่าในสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่กรุงเวียนนา เขาบอกไว้ครับ ผมแปลอังกฤษเปึนไทยเลยนะครับ บอกบันทึกข้อตกลงอะไรระหว่างรัฐต่อรัฐที่เขียน เปึนลายลักษณ์อักษรแล้วมีผลผูกพันถือว่าเปึนสัญญาทั้งนั้น จะเปึนสัญญาหรือสนธิสัญญา ก็สุดแล้วแต่นะครับ ทรีตี ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมไม่ได้อภิปรายว่าท่านทําผิด รัฐธรรมนูญ ผมเอาข้อกฎหมายมาพูด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง บอกอย่างนี้ครับ หนังสือสัญญาใด ท่านประธานเห็นไหมครับ เขาหลีกเลี่ยงไม่ใช้คําว่า สนธิสัญญา เพราะอะไรครับ หนังสือสัญญาแปลว่ากระดาษแผ่นเดียวไม่มีหัว แต่มีข้อผูกพันก็ถือเปึน สัญญาแล้ว หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีอีกครับ ท่านไปตรงโน้นผมมาตรงนี้ครับ มีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุน หรืองบประมาณของประเทศ อันนี้ใช่ไหมครับที่บอกว่าจะมีการพัฒนาร่วมกัน ตามคณะกรรมการร่วมที่ทําสมัยรัฐบาลที่แล้วโน้น ไม่ใช่รัฐบาลที่แล้ว แล้วโน้น ป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ ใช่ไหมครับ มีเขียนไว้ใช่หรือเปล่าครับเปึนการยอมรับกันในข้อ ๔ ว่าจากบันทึก ข้อตกลงอันนี้ต่อไปจะมีการพัฒนาพื้นที่ ท่านประธานลองไปดูบันทึกของกระทรวงการต่างประเทศ ไปดูวัตถุประสงค์เปัาหมายของคณะกรรมการชุดนี้ที่ตั้งที่กระทรวงการต่างประเทศจะทํา อะไรครับ พัฒนาพื้นที่ ท่านประธานครับ ผมบอกแล้ว ๒ วันแทบแย่ ผมเปึนห่วงครับ คนพูดบอกเกาะกง เกาะกง รายงานของกําลังทหารพรานบริเวณนั้นเมื่อต้นป้นี้เองครับ การกู้ระเบิดบริเวณช่องตาเฒ่าและสร้างเส้นทางจากบ้านสวาย จากอะไรนี่ผมก็อ่านไม่ชัด ซีร็อกซ์ (Xerox) มาไม่ชัดนะครับ เข้าสู่ช่องตาเฒ่าระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร จุดสิ้นสุด เส้นทางจากเส้นเขตแดนประมาณ ๓๐๐ เมตร ซึ่งฝ์าย ปพช. เขาใช้คําว่า ปพช. มีแผนพัฒนา พื้นที่ตรงนี้คือ สร้างศูนย์บริการการท่องเที่ยว สถานกาสิโน และสร้างกระเช้าขึ้นสู่ปราสาท เขาพระวิหาร หรือว่านี่มันอีกภารกิจหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามาดู ในสนธิสัญญากรุงเวียนนาที่บอกว่าอะไรก็เปึนสัญญาถ้าผูกพันนะครับ เขามีบอกไว้ต่อครับ หนังสืออันนั้นจะผูกพันได้เมื่อไร เมื่อ เฮด ออฟ สเตท (Head of State) ก็คือผู้นําของรัฐ หรือของประเทศ เฮด ออฟ กัฟเวิร์นเมนท์ (Head of Government) ผู้นํารัฐบาลก็คือ นายกรัฐมนตรี แอนด์ (And) ก็คือ และ มินิสทรี ฟอร์ ฟอเรน แอฟแฟร์ส (Ministry for Foreign Affairs) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฟอร์ เดอะ เพอร์โพส ออฟ เพอร์ฟอร์มิง อาวเออร์ แอคท์ส รีเลตติง ทู เดอะ คอนคลูชชัน ออฟ อะ ทรีตี (For the purpose of performing our acts relating to the conclusion of a treaty) พูดง่าย ๆ คือตามสนธิสัญญานี่นะครับ คนที่ลงนามและผูกพันทันทีไม่ต้องไปรอใคร รับมอบอํานาจเลยครับ มี ๓ คน ผู้นํารัฐหรือประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านบอกว่าต้องรีบทํา หรือว่าท่านรู้ว่าเวลา มันน้อยแล้วต้องลงนามเสียก่อน จริงเท็จผมไม่ทราบ แต่ว่าท่านดูสิครับ ผมตอบคําถาม ตัวเองไม่ได้ครับ ทีเราเขาไม่ช่วย เราขอเขาไม่ให้ ทีเขาเราให้หมด ตกลงกันทหารเข้าไป บอกเขาไม่ร่วมมือ แต่เราเขาพูดอะไรเอาหมด อย่างนี้ต้องถามครับ ในขณะที่เราเปึนห่วง ทําไมเดี๋ยวกระทบกระเทือนเขาคิดไหมครับว่าที่เขาทําแบบนั้นกับเรา เขากลัวไหมครับว่า จะสูญเสียความสัมพันธ์กับเราหรือเขาไม่กลัว ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ท่านทํามา ตรงนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่า คนไทยไม่ได้ประโยชน์แต่คนที่จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในอนาคตจะมีกลุ่มคนที่เปึนนักลงทุนหรือเปึนใคร ก็แล้วแต่จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาลจากพื้นที่บริเวณนี้ แต่สุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน และอธิปไตยของไทยทั้งชาติ และนั่นคือสิ่งที่พวกเราและพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เรียกร้องท่านรัฐมนตรีผู้นี้และรัฐบาลชุดนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ ผมถึงบอกท่านประธานว่า เรื่องนี้ทําให้ผมได้สติหลายเรื่องและผมก็เสียใจหลายเรื่อง ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ท่านไม่ได้เปึนรัฐมนตรีต่างตอบแทนต่างประเทศครับ สิ่งที่ท่าน ทําวันนี้ท่านนําประเทศไทยและคนไทยทั้งชาติไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดินแดนและมีปัญหาพ่ายแพ้อีกต่อไปในอนาคต ผมไม่สามารถไว้วางใจให้ท่านเปึน รัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ครับ ขอขอบพระคุณครับ