อลงกรณ พลบุตร หารือประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา ทั้งกรณีปราสาทพระวิหารและผลประโยชน์ทางทะเล โดยชี้ว่ามีการนำสองเรื่องนี้มาเจรจาควบคู่กันโดยมีอดีตนักการเมืองและบริษัทที่ปรึกษาเกี่ยวข้อง และเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมจะอภิปราย ในญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเปึน รัฐมนตรีต่างตอบแทนหรือไม่ อย่างที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กล่าวถึงก็คงจะได้ทราบ เบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึน มรดกโลกฝ์ายเดียวของกัมพูชา โดยการสนับสนุนของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศผู้นี้ ทําให้ประเทศชาติเสียหายร้ายแรงและถึงขั้นสูญเสีย อธิปไตยของชาติ จึงไม่สมควรได้รับความไว้วางใจให้ดํารงตําแหน่งอยู่ต่อไป และผมขอ เรียกร้องให้สมาชิกสภาแห่งนี้ได้ใช้หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รับฟังข้อมูลความคิดเห็น ไตร่ตรองและยกมือในการให้บุคคลทั้งสองเปึนอย่างน้อยพ้นจากตําแหน่ง ผมอยากจะ เรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่า ตลอด ๔ เดือนของวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ของบ้านเมืองไม่ว่าปัญหาปากท้อง คนตกงาน ของแพง น้ํามันแพง เศรษฐกิจตกต่ํา เปึนปัญหาที่รัฐบาลหากว่ามีจิตสํานึกเพียงพอจะต้องเร่งลงมือแก้ไขให้พี่น้องประชาชน แต่เหตุใดที่เปึนคําถามคาใจของประชาชนคนทั้งประเทศว่ารัฐบาลแทนที่จะแก้ปัญหา กลับไปสร้างปัญหาด้วยความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยความพยายามที่จะ เร่งรัดในเรื่องของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร จนก่อให้เกิดการชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรและประชาชนทั้งที่ทําเนียบและที่เชิงเขาพระวิหาร กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่แก๊งข้างถนน ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีมักจะปรามาสสบประมาทเสมอมา แต่คนเหล่านี้คือคนที่รักชาติ รักประชาธิปไตย เหนืออื่นใดคือรักในอธิปไตยของประเทศชาติ ๔ เดือนที่รัฐบาลชุดนี้ สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องทําหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของประชาชน แต่กลับสร้าง วิกฤติการณ์ทางการเมืองซ้ําเติมบนปัญหาของประเทศชาติและประชาชน เมื่อจุดยืน ของรัฐบาลขาดความถูกต้องและยังถูกตั้งคําถามกังขาว่า การดําเนินการในเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญหรือแม้แต่เรื่องเขาพระวิหารนั้นเพื่อพวกพ้อง ฟอกความผิดให้อดีตผู้นําหรือว่า เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนอันเกี่ยวเนื่องกับโครงการพัฒนาเกาะกง และพื้นที่ทับซ้อน ทางทะเลที่มีแหล่งน้ํามันและแก๊สมหาศาลในพื้นที่ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรใช่หรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลเองโดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีกลับดําเนินการด้วยวิธีการปกป่ดซ่อนเร้น ลุกลี้ลุกลน รีบร้อน รวบรัด และมัดมือชกประชาชน ไม่ฟังเสียงทักท้วง ไม่ว่าสมาชิกรัฐสภา วุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงคุณวุฒิ ขออภัยต้องเอ่ยนามท่าน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานกรรมการ มรดกโลกไทย หรือว่าศาสตราจารย์ดอกเตอร์สมปอง สุจริตกุล อดีตทูตซึ่งเคยเปึน คณะผู้แทนไทยในระหว่างคดีปราสาทพระวิหารในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศที่เรียกว่า ศาลโลกเมื่อป้ ๒๕๐๕ หรือแม้แต่สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งไม่ได้ มีส่วนได้ส่วนเสียทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่บุคคลดังกล่าวที่เอ่ยอ้างมานั้นมีจุดรวม เดียวกันคือความรักชาติ รักอธิปไตย และเห็นว่าการดําเนินการของรัฐบาลนั้นเปึนที่กังขา มีความไม่ชอบมาพากลและปกป่ดซ่อนเร้นและมัดมือชกประชาชนและคนไทยทั้งประเทศ ด้วยมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๗ มิถุนายนที่ผ่านมา แต่แน่นอนที่สุดครับ คําถาม ท่านนายกรัฐมนตรีที่ย้อนกลับไปและท่านมักจะพูดเสมอว่าทํางานมาแค่ ๔ เดือนทําไมรีบร้อน ที่จะต้องมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผมอยากถามว่าทําไมท่านไม่ส่องกระจกดูตัวเองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคฝ์ายค้านคือพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้พยายามที่จะช่วยกัน ประคับประคองบ้านเมืองและส่งอานิสงส์ไปถึงรัฐบาล เพราะรู้ดีว่าในยามวิกฤติเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องอย่างนี้จําเปึนจะต้องช่วยกันประคับประคองบ้านเมือง และในทุกวิถีทาง ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พยายามนําเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในแต่ละด้าน ด้วยท่าทีที่สร้างสรรค์ตลอดมา เสียดายคือท่านไม่ได้ใช้โอกาสของประเทศเพื่อประชาชน หรือแม้แต่เพื่อตัวรัฐบาลเอง แต่ท่านกลับใช้โอกาส ๔ เดือนนี้เพื่อตัวเองและพวกพ้อง นั่นคือ เหตุผลว่าทําไมความอดกลั้นมันถึงสิ้นสุดลงโดยเร็วในการที่มีประชาชนขับไล่รัฐบาล ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนที่ ๑ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ ๒ คนแรกเปึนนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเปึนนายกรัฐมนตรีนอมินี (Nominee) ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่มีความเปึนตัวของตัวเอง บริหารแบบครึ่งคนครึ่งหุ่น ความจริงนั้นชาวบ้านเขาบอกว่า ตกอยู่ในสภาพเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ไม่ได้มีอํานาจในการบริหารพรรคแกนนํา หรือแม้แต่รัฐบาล และที่สําคัญการได้ขึ้นสู่ตําแหน่งสูงสุดในการบริหารประเทศในฐานะ นายกรัฐมนตรีนั้นต้องพึ่งใบบุญและได้ใบบุญ ไม่ว่าท่านจะบอกว่าท่านกําลังมีพระคุณกับ อดีตนายกรัฐมนตรีหรือว่าอดีตนายกรัฐมนตรีมีพระคุณกับท่าน แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต่าง ตอบแทน ท้ายที่สุดแล้วคําพูดไม่สามารถที่จะเชื่อถือได้ การกระทําเท่านั้นเอง ง่ายนิดเดียวว่า ทําไมท่านกลับลําคําพูดในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งที่บอกว่าปัญหาเศรษฐกิจสําคัญ เอาไว้ใกล้หมดวาระรัฐบาล ๓-๔ เดือนสุดท้ายถึงจะแก้รัฐธรรมนูญ และเช่นกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เองในรายการสนทนาประสาสมัคร ท่านได้ทําให้ตัวเองเปึนจําเลย ของการอภิปรายครั้งนี้หมายเลข ๑ ด้วย นั่นก็คือการยกอธิปไตยเหนือปราสาทพระวิหาร ให้กัมพูชาไปด้วยคําพูดของนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ ๒ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ เจ้าของคําพูดที่ว่าไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม คนคนนี้เปึน ทนายและโฆษกประจําตระกูลชินวัตร ขออภัยต้องเอ่ยชื่อ นามสกุล เพราะเปึนข้อเท็จจริง เคยเปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๘๙ วัน สมัยที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช เปึนรัฐมนตรีว่าการ แน่นอนที่สุดความสัมพันธ์อันแนบแน่น ทั้งทางเศรษฐกิจ อนาคตทางการเมืองที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต่างไปจาก ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เพราะว่าการได้มาซึ่งลาภ ยศ ตําแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์นั้น ก็เปึนเพราะบารมีของอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านนี้เคยถูกตั้งข้อสงสัยกังขา แม้แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ ที่เคยอยู่ในกระทรวงการต่างประเทศว่าท่านได้ใช้ฐานะของความเปึนอดีตทนายความ ประจําตัวของอดีตผู้นําหรือว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในกรณี มีการโยกย้ายอธิบดีกรมสนธิสัญญา มีอดีต ส.ว. ท่านหนึ่งเขียนลงในสื่อมวลชนยืนยันว่า ท่านได้ขอสําเนาเอกสารลับสุดยอดเปึนคําแปลในคดีทุจริตเครื่องตรวจระเบิดซีทีเอ็กซ์ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่วันนี้อดีตผู้นําและรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่จํานวนหลายสิบคนกําลัง ตกเปึนผู้ต้องหาในการทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิก็เลยเกิดข้อกังขาว่าแล้วในกรณีของการเจรจา ปราสาทพระวิหาร การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ระหว่างไทย-กัมพูชาที่อยู่ภายใต้การดูแลของท่านนั้นจะไว้วางใจได้หรือไม่ หรือว่าท่าน จะทําหน้าที่พร้อมกันไปนั่งควบรวบตําแหน่งระหว่างทนายความกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และยังไม่รู้ว่าเปึนรัฐมนตรีไทยหรือกัมพูชากันแน่ในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ที่ผมต้องเอ่ยถึงท่านนายกรัฐมนตรี เอ่ยถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศนั้น เพราะบุคคลทั้งสองมีบทบาทสําคัญยิ่งต่อกรณีของปราสาทพระวิหาร และต่อไปนี้คือเบื้องหน้าเบื้องหลังและเปึนคําอภิปรายของผมในประเด็นนี้ ผมเริ่มต้นด้วย คําถาม ๓ ข้อ คําถาม ๓ ข้อดังกล่าวนั้น
ข้อแรกก็คือว่า ทําไมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและ นายกรัฐมนตรีถึงเปลี่ยนท่าทีของไทยจากการไม่เห็นด้วยให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเปึนมรดกโลกฝ์ายเดียวในการประชุม ครั้งที่ ๓๑ ของคณะกรรมการมรดกโลก ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ มาเปึนการดําเนินการอย่างปกป่ด ซ่อนเร้น รีบร้อน และสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ์ายเดียว และทําให้ไทยต้องสูญเสียอธิปไตย เหนือปราสาทพระวิหาร โดยไม่ฟังเสียงทักท้วงใด ๆ ทั้งสิ้น จนกระทั่งล่าสุดแม้แต่เมื่อวานนี้ สมาชิกวุฒิสภาก็ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎรในการปกปัอง อธิปไตยของชาติ แล้วเราจะทําทุกวิถีทางเพื่อให้ชาวโลกได้รู้ว่าคนไทยไม่เห็นด้วย ต่อการดําเนินการของกัมพูชาและรัฐบาลชุดนี้ แต่ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าการเปลี่ยนท่าที ของไทยหันไปสนับสนุนกัมพูชานั้น มันทําให้อํานาจต่อรองของประเทศไทยลดลง เพราะเรายังมีพื้นที่ทับซ้อนที่มูลค่ามหาศาลจากการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาระหว่างประเทศ มีมูลค่าของก๊าซ น้ํามันในพื้นที่ใต้ทะเล ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เปึนมูลค่าถึง ๑๐๐ พันล้านเหรียญสหรัฐเปึนอย่างน้อย นั่นคือการประเมินอย่างคร่าว ๆ อํานาจต่อรอง ดังกล่าวเปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะว่าในเรื่องของการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีพรมแดนติดกันมีพื้นที่ทับซ้อน อํานาจต่อรองเปึนหัวใจสําคัญ
คําถามที่สองก็คือว่า ก่อนจะตั้งคําถามที่ ๒ เผอิญต้องขอบคุณ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เหมือนกับรู้คําแถลงของผมทีเดียว ในการอภิปราย ครั้งนี้ที่กรุณามานั่งฟังเปึนชินวัตร คอนเนคชัน (Connection) อย่างหนึ่งนะครับ คําถามที่ ๒ ก็คือว่าทําไมการเป่ดถนน หมายเลข ๔๘ และสะพาน ๔ แห่ง เชื่อมตราดกับเกาะกง-สะแรอัมเบิล เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ จึงปรากฏว่าร่างของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ และเปึนรองนายกรัฐมนตรีไม่ได้กํากับดูแล กระทรวงการต่างประเทศ ผมมีมติคณะรัฐมนตรีที่พิมพ์ออกมาจากเว็บไซต์ของทําเนียบรัฐบาล มีเรื่องคําสั่งมอบหมายงาน รองนายกรัฐมนตรี และมีการเปลี่ยนแปลง ๓ ครั้ง หลังสุดคือ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ถ้าหากว่ามีเปลี่ยนแปลงหลังจากนั้นกระผมต้องขออภัยด้วย ต้องโทษเว็บไซต์ทําเนียบ รัฐบาล การปรากฏร่างของท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายนพดล ปัทมะ ซึ่งควรจะต้อง ไปอยู่แล้วในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เคียงคู่เคียงข้างกับ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พลเอก เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม และท่านวุฒิสมาชิกพัด สุภาภา ส.ว. เกาะกง ถือว่าถนนเส้นดังกล่าว และสะพาน ๔ แห่งที่ใช้งบประมาณแผ่นดินของไทยแบบให้เปล่าและช่วยเหลือก็เปึน เงินกู้ผ่อนปรนพิเศษ คือสินน้ําใจของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ปูทางไว้ในการแลกกับอะไร บางอย่างหรือไม่
คําถามที่สาม ทําไมอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งมีบุญคุณกับบุคคลทั้งสอง ที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจึงเข้ามาเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาเกาะกง ให้เปึนฮ่องกงและมาเก๊า แห่งที่ ๒ คือ เปึนกาสิโน เอนเทอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ (Casino entertainment complex) และอีกหลายอย่าง และโครงการสัมปทาน สํารวจ ขุดเจาะแหล่งก๊าซและน้ํามันในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทยกับกัมพูชาที่กําลังเจรจากันอยู่ ในขณะนี้มีมูลค่าไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านล้านบาท และเกิดขึ้นในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม ในการเจรจา เรื่องปราสาทพระวิหาร เปึนการดําเนินการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศในลักษณะหมูไปไก่มาเพื่อผู้มีพระคุณใช่หรือไม่ โปรดติดตามนะครับ คําถามที่ ๑ นั้นท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวอภิปรายไปส่วนใหญ่แล้ว แต่กระผมมีประเด็นเดียวและถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะเปึนความผิดพลาดถึงขั้นต้องประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ตาม แต่ว่าจะได้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้และอย่าให้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าใครขึ้นมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดใดในอนาคตก็ตาม นั่นก็คือประเด็นของการที่ไปสนับสนุน กัมพูชาให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่ฝ์ายเดียว เราไม่เหลืออํานาจต่อรองใด ๆ ทั้งที่ ประเด็นดังกล่าวนั้นเราได้แสดงการไม่เห็นด้วยมาแล้วในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก เมื่อป้ ๒๕๓๑ เมื่อวานนี้เองครับ ต้องขอบคุณสื่อมวลชนไทยนะครับ เมื่อวานนี้เองครับ มีข่าวเขมรก่อหวอดต้านนพดลขวางสระตราวและบันได แล้วก็มีการป่ดประตูทางขึ้น ปราสาทพระวิหาร ถามบอกว่าขนาดว่าสระตราวและบันได อยู่ในดินแดนของไทยแท้ ๆ กัมพูชายังคัดค้าน แล้วไหนบอกว่าจบเรื่องนี้มีมติคณะรัฐมนตรี มีแถลงการณ์ร่วมจะวินวิน ดีด้วยกันทั้ง ๒ ฝ์าย วันนี้นี่แม้แต่สระตราวแล้วก็บันไดซึ่งอยู่ในเขตไทยเรายังไม่มีอํานาจ ต่อรองเลย แล้วสํามะหาอะไรล่ะครับกับพื้นที่ทับซ้อนก๊าซน้ํามัน ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ที่อยู่ในอ่าวไทยและกําลังเจรจากันอยู่ ทําไมเรายอมสูญเสียอํานาจต่อรองไปหรือว่าจงใจ หรือว่าสงสัยว่ามีความตั้งใจในการที่จะให้ประเทศไทยนั้นสูญเสียอํานาจต่อรองหรือว่า ต้องการทําเพื่อความพอใจของผู้นํากัมพูชาซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือนหน้าเพื่อแลกกับอะไร ซึ่งผมจะได้กล่าวต่อไป ความจริงแล้วต้องเรียนว่าในคําถามที่ ๒ นั้นเปึนเรื่องสําคัญมาก เพราะเหตุว่าในพิธีเป่ด ถนนหมายเลข ๔๘ และสะพาน ๔ แห่ง ที่เชื่อมจังหวัดตราด ชายแดนของเราไปเกาะกง และสะแรอัมเบิลนั้นมีพิธีเป่ดร่วมกันเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ขออนุญาตท่านประธาน ให้เห็นรูปภาพนะครับ นี่คือถนนมิตรภาพครับ เปึนโครงการที่ดีมีท่านนายกรัฐมนตรี กัมพูชา มีท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งกํากับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไม่ได้กํากับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ ตามข้อมูลที่ผมเรียนไปเมื่อสักครู่นะครับ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทําพิธีเป่ดร่วมกันก็ถือว่า ไปทําหน้าที่ แต่ผมข้องใจนะครับ ช่วยชี้แจงด้วยว่าทําไมท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชายไป หรือไปแทนท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ หรือว่าไปแทนท่านนายกรัฐมนตรีสมัครไม่ทราบได้ แต่เดี๋ยวคงจะได้รู้ในประเด็นที่ผมจะได้แถลงต่อไป