อลงกรณ์ พลบุตร เรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา และการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา
ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ มิสเตอร์เกลวิน แมคคาเรล ท่านประธานก็คงไม่เคยได้ยินนะครับ แต่ว่าอดีตนายกรัฐมนตรี คงเคยได้ยินชื่อนี้แน่นอน ตําแหน่งของเขาคือหัวหน้าสํานักงานของบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย และธุรกิจอัลเลนท์ อาเคอร์ โรบินสัน บริษัทดังกล่าวมีเครือข่ายสํานักงานอยู่หลายประเทศครับ รวมทั้งในกรุงเทพมหานครโดยมีพันธมิตรธุรกิจที่เปึนเสมือนหนึ่งสาขาของเขาก็คือ บริษัท สยาม พรีเมียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ เอ่ยชื่อนี้มาผมคิดว่าอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาล ชุดที่แล้วคงจะรู้ดีว่าบริษัทสยาม พรีเมียร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ นั้นเกี่ยวข้องกับใคร อย่างน้อยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลที่แล้วเมื่อป้ ๒๕๔๘ เปึนหุ้นส่วนสําคัญ นายเกลวินมีบทบาทอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของก๊าซและน้ํามันในพื้นที่ ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา และวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ที่อดีตพันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ถูกต้องนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยนั้นที่นําคณะนักธุรกิจต่างชาติ ๑๐ คน รวมทั้งซาอุดีอาระเบียและอังกฤษนั้นไปเจรจาในเรื่องการพัฒนาเกาะกงนั้นถามบอกว่า มีนายเกลวินอยู่ด้วยหรือไม่ ตําแหน่งเขาคืออะไรตําแหน่งของเขาคือที่ปรึกษาของทางการ กัมพูชาและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของเขตแดนพื้นที่ทับซ้อนและพื้นที่ พัฒนาร่วม โดยกระทําการในฐานะของทางการกัมพูชาในการเจรจากับประเทศไทยต่อ พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ซึ่งประเมินมูลค่า ๑๐๐ พันล้านเหรียญสําหรับน้ํามันและก๊าซ นี่มันขุมทรัพย์มหาศาลครับ แต่ผมเพียงแต่เรียนท่านประธานว่า ความโยงใยในเรื่อง การเจรจาพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าวนั้นแล้วมันยังมาเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ปรึกษาทั้งที่อยู่กัมพูชา อยู่ที่กรุงเทพฯ และเกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ รัฐมนตรีท่านนั้นก็ได้เข้าร่วมประชุมกับนายสก อาน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้น เกี่ยวกับเรื่องของปราสาทพระวิหารและ ในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อน ผมเรียนกับท่านประธานว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ผมต้องการ ให้บรรดาพี่น้องประชาชนแล้วก็สื่อมวลชน แม้แต่ ส.ส. แห่งสภานี้ไม่ว่าจะอยู่ฝ์ายค้าน หรือรัฐบาลนั้นได้ร่วมในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า คําพูดของรัฐมนตรีกัมพูชาท่านหนึ่งและคําพูดของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยคือ นายนพดล ปัทมะ นั้นจะสรุปประเด็น ที่เกี่ยวโยงทั้งหมดที่ผมได้เรียนมา นั่นก็คือคําสัมภาษณ์ของนายจาม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ ของกัมพูชาที่บอกว่า ฝ์ายไทยเปึนฝ์ายที่พยายามโยงกรณีพื้นที่ทับซ้อนบริเวณเขาพระวิหาร เข้ากับผลประโยชน์ทางทะเลในอ่าวไทยระหว่างการเจรจากับฝ์ายกัมพูชาซึ่งกัมพูชา ไม่เห็นด้วย นายนพดล ปัทมะ กล่าวต่อเรื่องนี้ว่านายจามไม่ได้พูดอะไรเกินเลยไปจาก ความจริงจึงไม่ติดใจ แม้เรื่องเขาพระวิหารและเรื่องทางทะเลจะเปึนคนละเรื่องกัน แต่ก็เจรจาไปพร้อม ๆ กันแต่แยกกันโดยประเด็นกลไกและมีคณะกรรมการคนละชุด แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ และขอดําเนินการทางการทูตอย่างเงียบ ๆ อีกแล้วนะครับ ท่านประธานครับ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยยอมรับว่า การเจรจาเรื่องปราสาทพระวิหาร การเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนได้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน และประการสําคัญก็คือว่าแต่เดิมจะมีการเจรจาในเรื่องปราสาทพระวิหารแยกออกจากกัน แต่รัฐมนตรีและทางการไทยนี่แหละครับที่ต้องการเอา ๒ เรื่องนี้ไปเจรจาควบคู่พร้อมกันไป และวันนี้เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีก็ได้ให้ความเห็นชอบอนุมัติการขึ้นทะเบียนเปึนมรดกโลกของ ปราสาทพระวิหารฝ์ายเดียวของกัมพูชา ซึ่งทําให้อํานาจต่อรองของเราสูญหายไป ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคณะบุคคลซึ่งเปึนอดีตนักการเมืองและนักธุรกิจต่างชาติกําลัง แสวงประโยชน์เกิดขึ้นทั้งในเรื่องการพัฒนาเกาะกงและในเรื่องของแหล่งแก๊สธรรมชาติ ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร อันเปึนผลประโยชน์ของกัมพูชาและของไทย เหตุการณ์ดังกล่าว ดูประหนึ่งว่าเปึนการดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาล พันตํารวจโท ดอกเตอร์ ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยการอนุมัติของรัฐบาลและรัฐสภาไทย ในการให้เงินช่วยเปล่าและเงินกู้อัตราผ่อนปรนกับกัมพูชาในการตัดถนนและเป่ดถนน สายตราด-เกาะกง-สะแรอัมเบิลเกือบพันล้านบาท และเป่ดไปเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม โดยการปรากฏตัวของท่านรองนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีของทั้ง ๒ ฝ์าย บุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้ยอมรับว่าได้มีการเจรจาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมเรียนกับท่านประธานว่า คําเล่าลือที่เกิดขึ้น ที่กรุงเทพฯ ก็ดี ที่พนมเปญก็ดี ที่สิงคโปร์ หรือที่เกาะกงก็ดีนั้นเขาพูดกันมากครับ แต่วันนี้ มันไม่ใช่คําเล่าลืออีกแล้วครับ สิ่งที่ผมนําเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น เพียงแต่ต้องบอกว่าในข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหลายแหล่นั้น มันมีมูลความจริงของความเกี่ยวพันในเรื่องของการวิ่งเต้น และคงเปึนเรื่องน่าเสียใจ ถ้าหากว่าการวิ่งเต้นดังกล่าวมันไม่ได้เกิดประโยชน์แก่คนไทยทั้งประเทศ แต่มันเกิดบางพวก บางกลุ่ม แต่สิ่งที่น่าเสียใจและขมขื่นที่สุดก็คือการแลกด้วยอธิปไตยเหนือปราสาท พระวิหารของประเทศไทย ผมอยากให้ท่านประธานได้ทราบว่าพวกเราจะต้องระลึกถึง ครับว่า ๕ ครั้ง ที่เราเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสซึ่งปกครองอินโดจีนฝรั่งเศสก็คือ กัมพูชา ลาว เขมรนั้น ประทานโทษ กัมพูชา ลาว เวียดนามนั้นได้ใช้ป๋นจ่อหัวเราตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ แล้วเราต้องสูญเสียดินแดนอย่างต่อเนื่องถึง ๕ ครั้ง คิดเปึนพื้นที่รวมกันเกือบ เท่าพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบัน ทหารหาญและคนไทยได้ต่อสู้สูญเสียเลือดเนื้อ แม้แต่ สงครามครั้งสุดท้ายระหว่างไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส จนกระทั่งนํามาสู่การทําสนธิสัญญา ฉบับที่ ๔ ในภายหลังนั้นก็เพราะเรารู้ดีว่าสิทธิของเราและอธิปไตยของเรานั้นที่ถูกป๋นจ่อหัว แม้จะต้องสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตก็ต้องต่อสู้กลับคืนมา วันนี้เราไม่ได้ถูกป๋นจ่อหัวและต้องสูญเสียอธิปไตยและดุลยภาพแห่งดินแดนเหมือนในอดีต วันนี้เรากําลังจะถูกป๋นที่เปึนผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มบางพวก โดยการบริหาร ที่เอื้อประโยชน์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้นกําลัง แลกผลประโยชน์เหล่านี้กับอธิปไตยซึ่งเปึนดินแดนของไทย ผมเรียนท่านประธานว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยต่อการที่จะติดตามไปถึงเบื้องหลัง เพราะเบื้องหน้าเราอาจจะอ่าน ลายลักษณ์อักษรตามหนังสือ กฎหมาย เอกสารทั้งในและต่างประเทศได้ แต่ความเกี่ยวโยง ของบุคคลที่เกี่ยวข้องถ้าบอกว่าเปึนการประจวบเหมาะคงไม่ได้ เพราะว่าได้มีการดําเนินการมา อย่างเปึนขั้นเปึนตอน และในที่สุดสิ่งที่โฆษกของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ออกมาปฏิเสธเสมอนั้นก็คือท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา วันนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านปฏิเสธได้อีกต่อไป และสิ่งนี้มันเปึนเรื่องที่แม้แต่รัฐมนตรีของประเทศ เพื่อนบ้านเราก็ออกมายืนยันว่าการเจรจาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในทะเลกับเรื่องของ ปราสาทพระวิหารนั้นเปึนเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้ โดยรัฐมนตรีท่านนี้ โดยนายกรัฐมนตรีท่านนี้ ได้นําไปรวมเกี่ยวข้องกันเพื่อแลกให้ใคร นั่นเปึนสิ่งที่ท่านจะต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณา เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านประธานว่าผมไม่สามารถให้ความไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ ให้ดํารงตําแหน่ง ต่อไป ขอบคุณมากครับ