นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค วิพากษ์วิจารณ์ความรุนแรงของสื่อมวลชนและชี้ว่ารัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์ถูกกล่าวหาอย่างไม่ถูกต้อง โดยเน้นย้ำว่าหน้าที่หลักของรัฐบาลคือต้องปฏิบัติต่อประชาชนด้วยความยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็ไม่ต่างไปจาก คุณชายสุขุมพันธุ์ ไม่เคยคิดเลยครับว่าวันหนึ่งผมต้องลุกขึ้นยืนในสภาแห่งนี้อภิปรายท่าน เพราะว่าโดยส่วนตัวก็ภาคภูมิใจในตัวท่านในฐานะที่เปึนทั้งรุ่นน้องที่ธรรมศาสตร์ แล้วก็ เปึนเพื่อนร่วมพรรคในอดีต แล้วก็เคยทํางานร่วมกันมา หลายคนสงสัยว่าท่านได้ก้าวสู่ ตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอย่างรวดเร็ว ผมเองก็สงสัย แต่ก็ดีใจ มีคนพูดกันเยอะว่าทําไมท่านได้เปึน หลายคนสงสัย ผมสงสัย แต่ก็ชื่นชมในตัวท่าน วันนี้ ผมคิดว่าหลายอย่างผมได้คําตอบ และผมเรียนท่านประธานด้วยความสุจริตใจจริง ๆ ตั้งแต่วันแรกที่มีการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจหรือตั้งแต่ก่อนวันนั้นจนมาถึงวันที่รัฐบาล ประกาศว่าจะให้มีการอภิปราย ผมไม่เคยคิดเลยครับว่าจะอภิปรายท่าน แต่ว่าเมื่อมาดู อะไรหลาย ๆ อย่างแล้วผมคิดว่าผมจําเปึนที่ต้องเอาประเทศชาติมาก่อน แล้วก็ที่อภิปรายวันนี้อยากจะบอกว่าทําตามหน้าที่และอยากจะเตือนสติ สิ่งที่ท่านทําวันนี้ จะมีผลครับ แน่นอนผมไม่เถียงท่านครับว่าสนธิสัญญาก็ดี สัญญาก็ดี หรืออะไรก็ดี ทําแล้วจะมีผลในวันนี้ทันทีทันใด มันเปึนเรื่องกฎหมาย เปึนเรื่องข้อกฎหมาย แต่ท่านในฐานะ ท่านเปึนนักกฎหมาย ท่านจบเนติบัณฑิตอังกฤษ ท่านได้ทุนเล่าเรียนหลวงอานันทมหิดล ผมคิดว่าท่านต้องรู้ครับ และท่านต้องทราบว่าอะไรที่ทําวันนี้มันอาจส่งผลให้เกิดขึ้น ในอนาคตได้ แล้วตรงนั้นที่ผมพยายามเฝัาดูอยู่แต่ท่านก็ไม่ถอยครับ หลายเรื่องซึ่งเมื่อตรวจ ข้อเท็จจริงแล้วไม่ตรงกับที่ท่านพูดกับประชาชน หลายเรื่องผมฟังท่านแล้ว ผมไม่ได้คําตอบ ถึงเหตุหรือผลของสิ่งที่ท่านพูดว่าทําไมท่านถึงได้พูดแบบนั้น มันมาจากเรื่องใด
ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผลประการที่ ๒ ผมคิดว่าวันนี้ นอกจากผมมีคนไทยอีกหลายคนเสียใจครับ ไม่ได้เสียใจกับกรณีที่บอกว่าเราเคยสูญเสีย ปราสาทพระวิหารไปในอดีต ผมเสียใจจริง ๆ ครับ ผมเสียใจที่ผมเปึนคนไทยคนหนึ่ง ที่เคยลืมเรื่องนี้ไปครับ ผมมั่นใจว่าวันนี้ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกอีกหลายคน เรื่องนี้ ก็เปึนความดีในแง่ที่ว่าทําให้เรากลับมานึกถึงเรื่องนี้ ผมจึงต้องลุกขึ้นมาทําหน้าที่เพื่อทดแทน สิ่งที่ผมรู้สึกว่าผมทําผิด ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้ยินท่านนายกรัฐมนตรี บอกว่าท่านอยู่ในเหตุการณ์ อายุ ๒๙ ป้ กระมังครับ ถ้าผมจําไม่ผิด ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรยังไม่เกิดเลย ผมยังเด็กครับ เด็กมาก คุณพ่อผมเปึนนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพเหมือนที่ท่านประธานเคยเปึนนายทหาร ที่ผมบอกว่าผมผิดที่ผมลืม เรื่องนี้ไปเหมือนคนไทยทั้งชาติอีกหลายคน เพราะตอนเด็ก ๆ คุณพ่อเล่าเรื่องนี้แต่ผม ไม่เคยสนใจเลย โตขึ้นมาได้ยินเขาบอกว่าไทยถูกปล้น เราถูกโกงก็ไม่มีใครสนใจไปดู เพราะเราไม่รู้สึก เราไม่ได้รู้สึกกับเหตุการณ์วันนั้น คนไทยของเราวันนี้ คนรุ่นใหม่วันนี้ ไม่ได้อยู่ในวันนั้น คนที่อยู่ในวันนั้นวันนี้ก็นับวันจะร่อยหรอลงไป ตรงนี้นับเปึนสิ่งที่ดี ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนพดล ปัทมะ ทําให้เราได้กลับมานึกถึง เรื่องนี้ และวันนี้จะเปึนอีกวันหนึ่งที่คนไทยทุกคนต้องลุกกลับมาดูว่าเราจะทําอย่างไรกับ เรื่องนี้ ท่านประธานคงได้ยินไปแล้วนะครับ หลายท่านพูดไปว่าเราแพ้คดี หลายท่านพูดไปว่า วันนี้คําพิพากษามันผูกพันอย่างนี้ แต่ท่านประธานคงไม่เคยได้ยินว่ามีใครบอก แล้วเราจะทําอย่างไร ผมก็ประหลาดใจครับท่านประธาน ผมดูเอกสารหลักฐาน ดูประเด็น ดูอะไรต่าง ๆ แล้ว ผมประหลาดใจว่าทําไมไม่เคยมีใครคิดที่จะทําอะไรกับเรื่องนี้ แต่วันนี้ ผมประหลาดใจว่าคนที่มีความรู้ความสามารถทางวิชาการเปึนที่ประจักษ์ อย่างท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ไม่รู้และท่านก็ไม่ทํา ตรงกันข้าม ท่านกลับไปทําอย่างอื่น คือไปทําในสิ่งที่ไม่ควรจะทําในเรื่องนี้ครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกเราหลายคนเราโตมาเราได้ยินเรื่องนี้ ผมเปึนคนหนึ่งโตขึ้นมาก็ได้ยิน เรื่องนี้แต่ไม่เคยสนใจเลย ยอมรับเปึนความผิดของผมครับ และผมเชื่อว่าวันนี้พวกเรา หลายคนและคนไทยอีกหลายคนในประเทศนี้และในต่างประเทศก็จะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า เหตุการณ์เมื่อป้ ๒๕๐๕ นั้นเปึนเหตุการณ์ใหญ่ที่สุด เหตุการณ์หนึ่งของประเทศไทย ผมต้องขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งนะครับ เพราะเดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกประท้วงว่า เอาเรื่องอดีตมาพูด แต่อดีตมันคือปัจจุบันครับ เพราะเรื่องทั้งหมดในอดีตนั้นมันต่อเนื่อง และยังเปึนปัจจุบันอยู่ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจอดีตเราไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาในปัจจุบันและ อนาคตได้ ผมจึงต้องขออนุญาตท่านประธานเท้าความ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน อีกครั้งด้วยความเคารพว่า ขออนุญาตท่านประธานว่าเรื่องราวมันเยอะครับ ผมพยายาม จําทุกเรื่องเลยเพื่อจะใช้เอกสารให้น้อยที่สุดจริง ๆ แต่ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า อาจจะจําเปึนต้องขออนุญาตใช้เอกสารประกอบการอภิปรายบ้าง หรือว่าขออนุญาตอ่าน เอกสารบ้าง เนื่องจากเยอะไปหมด และบางเรื่องก็ต้องใช้หลักฐานประกอบ เพื่อที่จะไม่ใช่ว่า พูดเอง คิดเอง เออเอง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในอดีตเหตุการณ์เมื่อ เดือนมิถุนายนป้ ๒๕๐๕ มันเปึนเหตุการณ์ซึ่งไทยทั้งชาติต้องจดจําครับ ทีมงานผมไปช่วย ทํางานกันอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาเอกสาร สิ่งหนึ่งที่ผมพบวันนั้นครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าเหตุการณ์วันนั้นถ้าย้อนกลับไปดูไทยทั้งชาติร่วมมือกันเพื่อต่อต้านเรื่องนี้ ผมไม่อยากจะไปเอ่ยชื่อประเทศเพื่อนบ้าน แต่ที่ผมแปลกใจแล้วผมเสียใจก็คือ วันนี้ไทย กับไทยต้องมาทะเลาะมาเถียงกันเองเพื่อประเทศเพื่อนบ้าน ท่านประธานครับ แตกต่างกันไหมครับ สื่อมวลชนในอดีตเมื่อป้ ๒๕๐๕ ไม่ว่าจะเปึนวิทยุ หนังสือพิมพ์เปึนเสียงเดียวกันเปึนหนึ่งเดียวกัน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเปึนตัวอย่าง ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ครับ พวกเราทุกคนต้อง ตระหนักให้ดีถึงเรื่องนี้ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ