พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตั้งคำถามถึงการปฏิเสธสิทธิของพรรคประชาธิปัตย์ และวิพากษ์วิจารณ์คำอธิบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อมาพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยังหารือเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา โดยอ้างว่าประเทศไทยไม่เคยยกดินแดนให้กัมพูชา และไม่มีอํานาจอธิปไตยเหนือบริเวณปราสาทพระวิหาร นอกจากนี้ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ยังหารือเรื่องการยืนยันเอกสารระหว่างไทยกับกัมพูชา และเรียกร้องการความชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ที่ถือว่าถูกทับซ้อนระหว่างทั้งสองประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานขออนุญาตขึ้นมาในช่วงนี้เปึนครั้งที่ ๒ เพื่อทํา ความเข้าใจ เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วก็พูดว่าได้ชี้แจงตอบที่ผมได้ ตั้งคําถามไปด้วยนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีนพดล ปัทมะ ได้ตอบไปนั้น ผมไม่แน่ใจว่าท่านไม่เข้าใจจริง ๆ หรือว่าท่านไม่ต้องการพูดความจริง ประการที่ผม อยากจะบอกท่านประธานครับ
อันดับที่ ๑ ก็คือเรื่องของทฤษฎีกฎหมาย จริง ๆ ไม่อยากพูดครับ แต่ว่า เดี๋ยวจะเข้าใจกันผิด ทฤษฎีกฎหมายป่ดปากเอสทอพเพล ท่านยอมรับเองนะครับว่า หลังจากคดีของเราแล้วนี่เปึนคดีแรกเริ่มต้น นั่นแหละครับผมถึงบอกมันไม่เปึนธรรม เขาไม่เคยใช้ และเมื่อใช้แล้วก็ต้องใช้ให้คนอื่นไปหมด แต่ประเด็นนี้ที่ผมต้องบอกเพราะอะไร ท่านพยายามอธิบายว่าในคําแถลงการณ์ซึ่งผมบอกไม่ใช่นี่นะครับ ไม่มีตรงไหนเลย บอกว่าเราสละสิทธิ แต่ว่าเรานิ่งเฉยครับ แล้วเราก็ไม่ปฏิเสธครับ มันมีการเขียน ลักษณะที่ตีความไปได้ ข้อกฎหมายท่านพูดอยู่เองครับว่าเปึนเรื่องของข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้แหละครับสิ่งที่ท่านทําไปวันหนึ่งเราจะโดนทฤษฎีนี้เปึนครั้งที่ ๒
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมจะพยายามให้สั้นที่สุดทุกเรื่องเลยนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือ สรุปแล้วพื้นที่ตรงนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ผมอยากจะเรียนว่า ท่าน จะทําให้สังคมและประชาชนรวมถึงหลายคนสับสนและเข้าใจผิด ตรงนี้ครับ ตกลงมันคือ อะไร ผมได้พูดถึงมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ท่านก็มาพูดต่อว่า มติเดียวกัน ผมบอกว่ามตินี้นะครับเขาไม่ได้กําหนดเส้นเขตแดนหรือพรมแดน เพราะคณะรัฐมนตรีไม่มีอํานาจกําหนดเขตแดนหรือพรมแดนได้ด้วยตัวเองโดยมติคณะรัฐมนตรี ท่านก็มาบอกว่าท่านอ่านให้ฟังว่าที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะกําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร เพื่อที่กัมพูชาจะได้มีอํานาจอธิปไตยตามคําพิพากษาของศาลโลกนั้น อาจทําได้ ๒ วิธี ตรงนี้คือประเด็นครับ อํานาจอธิปไตยครับ ท่านไปเข้าใจว่าอํานาจอธิปไตย ตรงนี้ที่บริเวณสีชมพูตรงนี้ ซึ่งของท่านเปึนสีม่วง หมายถึงดินแดน ไม่ใช่ครับ รัฐบาลของ ประเทศไทย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่เคยยกดินแดนตรงนี้ให้ใคร มติคณะรัฐมนตรี ที่บอกว่าอํานาจอธิปไตยคือการปกครองเหนือพื้นที่นั้นครับ ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้ว ผมขอ อนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนิดเดียวครับ อธิปไตยเขาเรียกว่า โซฟเวอเรนตี้ (Sovereignty) ที่ดินเขตของเราเรียก เทอริทอรี่ (Territory) เปึนพื้นดิน อํานาจที่เสียไปคืออํานาจอธิปไตย เพราะเปึนบริเวณที่เขาบอกให้เราออก แต่เรายืนยันว่าเปึนพื้นดินของไทย เปรียบเสมือนอะไรท่านประธานครับ ที่เขาบอกให้เราออก แต่เรายืนยันว่าเปึนพื้นดิน ของไทย เปรียบเสมือนอะไรท่านประธานครับ เราถูกยึดครองทั้งประเทศยังเปึนประเทศไทย แต่เราสูญเสียอํานาจอธิปไตยในการปกครองประเทศ วันหนึ่งเมื่อเราชนะหรือเมื่อเขา ออกไปนั่นละเราถึงมีอํานาจอธิปไตยกลับคืนมา แต่การเสียดินแดนมันคือการเสียทั้งอํานาจ อธิปไตยและผืนดินไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ มีมติไปนั้นจึงไม่เกี่ยวกับดินแดน ผืนดินหรือเขตแดนเลย เขายอมรับว่าอํานาจอธิปไตย บนนั้นไม่มีแล้ว เราไม่มีสิทธิเข้าไปดูแลปกครองหรือส่งกําลังทหารเข้าไปคุ้มครองแล้ว จึงให้ออกมา ถึงใช้คําว่า ให้เขามีอํานาจอธิปไตยเหนือตรงนั้น เพราะฉะนั้นจากวันนั้นจน วันนี้เรายังสงวนสิทธิตลอดมาว่าบริเวณนี้คือแผ่นดินไทย เพียงแต่เราไม่มีอํานาจอธิปไตย เหนือตรงนี้เท่านั้นเอง ก็ต้องทําความเข้าใจ เพราะฉะนั้นการที่ท่านไปยอมรับนั้นระวัง เขาจะถือว่ากฎหมายป่ดปาก
ประเด็นต่อไป ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่ามีการชี้แจงบอกว่า กรมแผนที่ทหารทําหนังสือยืนยันแล้วก็มีเอกสาร ผมเปึนห่วงครับ ในอดีตแม้ไม่มี เอกสารเขายังหยิบยกมาใช้ดําเนินการกับเรา เอกสารราชการบอกว่ารับ ผมอยากเรียนว่า ผมคนหนึ่งไม่รับเอกสารฉบับนี้ ผมไม่เคยยอมรับว่าดินแดนไทยไม่ใช่ของไทย แต่ผมอยาก เรียนท่านประธานว่าแล้วทําไมก่อนหน้านี้เขาบอกมีปัญหา แล้ววันนี้เขาบอกไม่มี มันเกิด อะไรขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางรัฐบาลก็ดี ท่านรัฐมนตรีเองก็ดีจะต้องทําความจริงให้ชัดเจนว่า เหตุใดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงได้เปลี่ยนคําชี้แจงหรือได้เปลี่ยนจุดยืน หลังจากที่ได้ เคยมีความเห็นอย่างนั้นอยู่ ตรงนี้ต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจนขึ้น ผมกราบเรียนว่า ประเด็นสําคัญสุดท้ายหนังสือที่ทางกัมพูชาตอบกลับมาจากที่ท่านอธิบดีได้โต้แย้งไป ที่บอกว่ามีการสนับสนุนจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แล้วบอกไม่มีพื้นที่ที่เปึนดิสพิวท์ แอเรีย (Dispute area) หรือพื้นที่ที่ทับซ้อนนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศหรือท่านรัฐมนตรีว่า อย่างไร และโดยเฉพาะประเด็นสําคัญตรงที่จะเกี่ยวกับเรื่องแผนผังหรือแผนที่ที่ท่านจะ พยายามใช้ในสนธิสัญญาหรือแถลงการณ์ ท่านจะเรียกอะไรก็สุดแล้วแต่ เขาใช้คําว่า แมพ ท่านบอกใครจะใช้ก็แล้วแต่ แต่มันใช้ไปแล้ว ทําไมครับ ถ้าท่านนั่นจริงทําไมไม่ไปขอให้ ทางคู่สัญญาของเราเขายืนยันว่าเอกสารฉบับนี้ไม่ใช่เปึนสนธิสัญญาหรือสัญญาที่บังคับ กันได้ เปึนเพียงแค่แถลงการณ์ ให้เขายืนยันมาสิครับ เหมือนที่เขาทําหนังสือมาบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปสนับสนุน แล้วก็ไม่มีดิสพิวท์ แอเรีย ทําไมท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศซึ่งมีความสามารถไม่ทําตรงนี้ให้ได้ล่ะครับ ให้เขายืนยันเรามา และให้เขายืนยันด้วยว่าตรงนี้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนที่ในอนาคต ผมขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ