อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องความสัมพันธ์กับกัมพูชา และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และไม่ให้ปัญหานี้นำไปสู่ความรุนแรงหรือขัดแย้งระหว่างประชาชน
ประเด็นของ กระผมก็คือว่า ก่อนหน้านี้ท่านกล่าวหาพรรคฝ์ายค้านว่าปลุกระดมว่าทําให้เกิดความชิงชังกัน ระหว่างประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน ผมต้องการที่จะลุกขึ้นมาเพื่อกราบเรียน ยืนยันว่าในการประชุมเตรียมการในการอภิปรายผมได้กําชับเรื่องนี้เปึนพิเศษกับผู้อภิปราย ทุกท่าน แล้วในเมื่อท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การอภิปรายของเราอาจจะถ่ายทอด ไปถึงพี่น้องชาวกัมพูชา ก็อยากจะใช้โอกาสนี้พูดเสียเลยครับว่าไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลของประเทศไทยเราอยากจะเปึนเพื่อนบ้านที่ดีครับ เพียงแต่ว่าการทําหน้าที่ ของพวกกระผมในวันนี้ต้องการที่จะตรวจสอบฝ์ายบริหารของประเทศไทยเช่นเดียวกับ ที่ฝ์ายค้านของกัมพูชาก็ตรวจสอบรัฐบาลของกัมพูชาในเรื่องนี้ การมีสัมพันธไมตรีที่ดีกับ เพื่อนบ้านพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบหรอกครับ ว่าเวลาผมเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหลายเรื่องนี่ผมช่วยท่านอยู่นะครับ ไม่ใช่ไม่ช่วย เช่น ช่วงที่พม่ามีปัญหาก็มีองค์กรเอกชนซึ่งมีแนวคิดที่จะใช้วิธีการอย่างอื่น ที่จัดการกับปัญหานี้ ผมก็บอกว่าผมเห็นด้วยกับท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ดําเนินการไป ที่จริงผมให้สัมภาษณ์ออกเปึนแถลงข่าวด้วยว่าท่านควรไป แล้วเมื่อท่านกลับมา ท่านมาชี้แจงมีองค์กรเอกชน มีใครต่อใครไม่พอใจ ผมบอกต้องให้ความเปึนธรรมกับ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีได้แสดงบทบาทของการเปึนเพื่อนบ้าน เพื่อรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจเปึนช่องทางสําหรับชาวโลกที่จะติดต่อเข้าไป ผมทําครับ ท่านครับ ผมทําอีกหลายๆ เรื่องเวลามันเปึนผลประโยชน์ของชาติ เวลามันเปึนความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ ผมทําครับ แต่ที่ผมยอมไม่ได้ก็คือว่าถ้าฝ์ายบริหารของเราทําอะไรไม่ถูกต้อง ผมก็ต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด ไม่มีตรงไหนเลยในคําอภิปรายของผมที่ไปตําหนิกัมพูชาครับ ผมตําหนิท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของผมบอกบ้างสิครับว่าตรงนี้ เรายึดถือเปึนดินแดนไทย เราไม่เรียกเปึนพื้นที่ทับซ้อน เหมือนกับที่ทางกัมพูชาเขาส่ง หนังสือมาถึงไทยว่าของเขาไม่ถือว่ามีพื้นที่ทับซ้อนเปึนของเขาครับ แต่ไม่ได้แปลว่า พูดอย่างนี้แล้วจะบอกให้ผู้คนไปเกลียดชังสู้รบกัน ไม่ใช่ครับ แล้วผมก็เรียกร้องด้วยครับว่า ไม่ว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนคนไทยอยู่ที่ไหนเรื่องเขาพระวิหารจะเปึนอย่างไร กรุณาอย่าใช้ความรุนแรง และกรุณาอย่าให้เปึนปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน กับประชาชน สิ่งที่เราเรียกร้องคือรัฐบาลกับรัฐบาลต้องรู้จักดําเนินนโยบายการต่างประเทศ ที่ไม่เปึนเงื่อนไขให้ประชาชนขัดแย้งกัน นี่คือจุดยืนของกระผมและพรรคฝ์ายค้านเพื่อที่ ท่านนายกรัฐมนตรีจะได้เข้าใจ
ประเด็นที่ ๒ บังเอิญเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งนะครับ เห็นใจท่านครับ เพราะว่าท่านก็พยายามใช้สิทธิบอกว่าเรื่องญัตตินี้มันต้องดําเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ คือมันเปึนปัญหาข้อเท็จจริงนิดเดียวครับท่านประธาน พวกกระผมยื่นญัตตินี้เข้าใจว่า วันที่ ๑๘ ครับ เปึนวันเดียวกับที่มีการลงนามในแถลงการณ์ร่วม แต่ในวันที่พวกกระผม ลงนามในญัตติเรายังไม่ทราบไม่ได้เห็นแถลงการณ์ร่วม ไม่ได้เห็นแผนที่ เพราะทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังไม่พร้อมที่จะแถลงข่าว ดังนั้นเราก็เขียนญัตติ ตามที่เราคาดการณ์ไว้ส่วนหนึ่ง แต่มาถึงวันนี้กระผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่ท่านพูดไปนี่ครับ พวกกระผมไม่หยุดนะครับ และยืนยันเลยนะครับว่าเปัาหมาย ของพวกกระผมนี่ครับ ไม่ได้สนใจอนาคตของท่านรัฐมนตรีในฐานะที่ว่าจะเปึนรัฐมนตรี ต่อไปหรือไม่ วันนี้ลุกขึ้นประกาศเลยนะครับว่าท่านจะไปถอนความตกลง ความยินยอม เห็นชอบกับทางกัมพูชาในแถลงการณ์ร่วม ผมจะถอนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายนพดล ปัทมะ ทันที เพราะเปัาหมายของผมคือรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่การมาเอาชนะคะคานจะฆ่านายนพดล ปัทมะ ทางการเมือง และหลังจากนี้ ไปผมก็เรียกร้องว่าที่ให้ไม่ไว้วางใจท่านเพื่อเปึนข้อต่อสู้ของประเทศไทยในยูเนสโก และถ้าสมมุติว่าสภาจะไว้วางใจ แน่นอนครับจะมีกระบวนการตามรัฐธรรมนูญอื่น ซึ่งพรรคฝ์ายค้านจะดําเนินการร่วมกับประชาชนคนไทยรักษาสิทธิ ของคนไทย และประเทศไทยและไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านขอชี้แจง เพียงเท่านี้ละครับ