นายนพดล ปัทมะชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นปราสาทพระวิหาร โดยคัดค้านการกล่าวหาที่ขาดน้ำหนักและเรียกร้องให้สมาชิกสภาอภิปรายด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ กระผมได้นั่งฟังสมาชิกพรรคฝ์ายค้านอภิปราย ๖-๗ คน เปึนเวลาประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง แล้วก็อภิปรายตัวท่านนายกรัฐมนตรีและตัวกระผมเปึนหลักในวันนี้ ผมได้นั่ง จดประเด็นตั้งแต่เช้านะครับ แล้วก็ยินดีที่จะตอบข้อสงสัยและข้อซักถามที่เพื่อนสมาชิก ได้ซักถาม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยินดีครับที่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ยินดีที่ในวันนี้เราได้นําเรื่องปราสาทพระวิหารมาพูดคุยกัน ในสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจะนําไปอภิปรายบนท้องถนน ก่อนที่กระผมจะกราบเรียนตอบ ข้อห่วงใยของท่านสมาชิก ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ นิดเดียวครับ เพราะผมมีความไม่สบายใจ ที่สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้เปรียบทุนที่กระผมได้รับพระราชทานมาเปึนทุนสมเด็จ จริง ๆ ชื่อทุนคือทุนมูลนิธิอานันทมหิดลครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสูงและไม่ใช่เรื่องที่เรา จะมาพูดเล่น ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าข้อโต้แย้งของท่านขาดน้ําหนักจึงจําเปึน จะต้องมาเสียดสีผม และขณะเดียวกันถ้าท่านจะดูแคลนตัวเองนี่ ก็ควรดูแคลนตัวท่านเอง ไม่ควรมาดูแคลนตัวกระผมเองครับ สิ่งดังกล่าวเหล่านี้เปึนสิ่งซึ่งผมไม่สบายใจ เพราะมัน ไม่ได้เปึนการยกระดับการให้ข้อเท็จจริงและการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพครับ คําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกหลายส่วนเปึนข้อเท็จจริง แต่หลายส่วน เปึนความเข้าใจผิด หลายส่วนเปึนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และหลายส่วนพยายาม ปลุกเร้าอารมณ์เพื่อที่จะปลุกให้น้ําหนักของคําอภิปราย ผมอยากจะกราบเรียนครับ ตั้งแต่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศตั้งแต่วันที่ ๖ หรือวันที่ ๗ ตั้งแต่ได้รับ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมได้ตั้งใจทํางาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ผมได้ทํางานอย่างโปร่งใส และผมได้ทํางานอย่างขยันขันแข็ง ผมก็เห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ จากหน่วยงานอื่น ๆ ก็น่าจะลองไปซักถามดูสิว่าฝ้มือหรือการทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนอย่างไรบ้าง เพราะท่านก็มีแหล่งข่าวเยอะ แล้วก็มีเอกสารหลายชิ้นที่ดูเหมือน จะเอามาจากวงในของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ที่ผมทํางานด้วยความขยันขันแข็ง เพราะผมตระหนักในหน้าที่ของผมครับ เพราะผมสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมครับ ไม่ใช่เปึนรัฐมนตรีพนมเปญอย่างที่หลายคนพูด ท่านประธานที่เคารพครับ การทํางานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารนี้ในแง่ของแผนที่เราได้ปรึกษากับ กรมแผนที่ทหารอย่างต่อเนื่องครับ ไม่มีการหมกเม็ด ไม่มีการไปสั่งให้ทหารต้องไปแก้ไขแผนที่ สิ่งซึ่งท่านอภิปรายแล้วมีรายงานจากทหารในระดับปฏิบัติงานถึงพลโทอะไรสักอย่างหนึ่งนี่ เปึนเอกสารที่ไม่ใช่เอกสารท้ายที่สุดเอกสารที่ท่านได้มาเปึนเอกสารที่ไม่ถูกต้อง แล้วผม จะกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าที่ถูกต้องเปึนอย่างไร ผมอยากจะกราบเรียนเพิ่มเติม ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในแง่ของการตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผมไม่ได้ทําคนเดียวหรอกครับ เพราะกระทรวงการต่างประเทศเต็มไปด้วยข้าราชการ ที่มีความรู้ความสามารถ เราได้มีการปรึกษาหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ได้ดําเนินการมาถึงปัจจุบันนี้ไม่มีการหมกเม็ด มีการดําเนินการอย่างเป่ดเผย มีการหารืออย่างกว้างขวาง แล้วเปึนท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย ในเรื่องของข้อกระแหนะกระแหน หรือพยายามที่จะโยงว่าผมเปึนอดีตที่ปรึกษา ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ เพื่อให้เห็นว่าผมมีประโยชน์ทับซ้อน ผมอยากจะกราบเรียนครับ เมื่อครั้งที่มีการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ผมได้รับเลือกเปึนที่ปรึกษากฎหมาย ผมมีอาชีพเปึนทนายความครับ เพราะฉะนั้นเมื่อลูกความมาหาผม มาปรึกษาผม ผมก็รับว่า ความรับปรึกษากฎหมายซึ่งก็เปึนวิชาชีพที่หลายคนได้ดําเนินการอยู่ เมื่อผมเปึนที่ปรึกษา กฎหมายในขณะนั้นผมก็ต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพผม ผมก็ทําหน้าที่ของผม แต่ครั้นเมื่อทันที ที่ผมได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมก็ได้ ยุติการทําหน้าที่นั้นไปโดยสิ้นเชิง ผมมีหน้าที่อย่างเดียวครับ คือปกปัองผลประโยชน์ของ ประเทศชาติจนสุดความสามารถที่ผมสามารถกระทําได้ เพราะผมสํานึกอยู่ตลอดครับว่า ผมมีวันนี้เพราะการศึกษา ผมมีวันนี้เพราะผมได้รับพระราชทานทุนอนันทมหิดล และผมมี วันนี้เพราะประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมจะทําทุกอย่างที่จะตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพราะฉะนั้นอย่ากังวลใจว่าผมจะมีประโยชน์ทับซ้อนเพราะผมไม่มี แล้วถ้ามีท่านคงมี หลักฐานมาเสนอต่อสภาแห่งนี้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขออนุญาต เนื่องจากท่านใช้เวลา ๗-๘ ชั่วโมง กลับไปเมื่อป้ ๒๕๐๕ ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ เปึนวันที่นํามาซึ่งความโศกเศร้าของคนไทยทั้งปวง ผมอายุ ๑ ขวบ คงไม่ค่อยทราบเรื่องว่าประเทศไทยได้สูญเสียอะไรไปบ้าง วันนั้นศาลโลกได้ตัดสินให้ อาณาเขตที่ตัวปราสาทตั้งอยู่นั้นเปึนของกัมพูชาหรือมีความเห็นว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ ในเขตแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา เราไม่ต้องมาอภิปรายกันหรอกครับว่าเราแพ้ เพราะอะไร เพราะคดีเทมเพิล เคส (Temple case) หรือคดีนี้เปึนบรรทัดฐานของกฎหมาย ระหว่างประเทศในเรื่องขอเอสทอพเพลหรือกฎหมายป่ดปาก ผมเรียนกฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีเมืองกับอาจารย์บราวลีย์ ที่ออกซ์ฟอร์ด เราเรียนมาเยอะครับ แต่ผมเข้าใจว่า วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเลคเชอร์ (Lecture) เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ผมจะแสดงให้ท่าน ได้เห็นครับว่าสิ่งที่เราทําถูกต้อง ชอบธรรม โปร่งใส ไม่มีประโยชน์ทับซ้อน แล้วสามารถ รักษาอธิปไตยของชาติได้อย่างสมบูรณ์ ผมอยากจะกราบเรียนครับ เมื่อมีคําวินิจฉัย ของศาลโลกให้ไทยแพ้คดีนี้ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในขณะนั้นเอกสารชิ้นเดียวกับ ท่านสมาชิก ท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม นํามาอ่านครับ ผมก็ ยังมีความรู้สึกที่ดีกับท่าน และทุกครั้งที่ผ่านสะพานควายก็จะเห็นนามสกุลของท่านอยู่ ถนนแถว ๆ นั้น ผมอยากขออนุญาตท่านประธานอ่านเอกสารนิดหนึ่งนะครับ จอมพล สฤษฎดิ์ หลังจากที่เกิด เหตุการณ์ที่เราสูญเสียปราสาทพระวิหารได้พูดว่า สําหรับกรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งศาลโลกได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้วนั้น แต่เราก็ตระหนักดีว่าคําพิพากษาของศาล เปึนอันเสร็จเด็ดขาดมิมีทางจะอุทธรณ์ได้ เมื่อเปึนดั่งนี้แม้ว่ารัฐบาลและประชาชนชาวไทย จะได้มีความรู้สึกสลดใจและขมขื่นเพียงใดในฐานะที่ประเทศไทยเปึนสมาชิกของ สหประชาชาติก็จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติ แล้วความต่อไปครับ พี่น้องชาวไทยที่รัก จอมพล สฤษฎดิ์ ได้พูดนะครับ ข้าพเจ้าเองก็เปึนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีความรู้สึกนึกคิดเช่นเดียวกับพี่น้องทั้งหลาย และถ้าพูดถึงความรักชาติบ้านเมือง ข้าพเจ้าก็เชื่อเหลือเกินว่าข้าพเจ้าก็มีความรักชาติไม่น้อยกว่าพี่น้องคนไทยทั้งหลาย แต่ที่รัฐบาลจําต้องโอนอ่อนปฏิบัติตามพันธกรณีในกฎบัตรสหประชาชาติก็โดยคํานึงถึง เกียรติภูมิของประเทศไทยที่เราได้สร้างสมไว้เปึนเวลานับเปึนร้อย ๆ ป้ ยิ่งกว่าปราสาท พระวิหารทั้งนี้มิใช่เกิดจากความกลัวหรือความขี้ขลาดแต่ประการใดเลย แต่พี่น้องไทย ทั้งหลายจะต้องมองการณ์ไกล เวลานี้เราอยู่ในสังคมของโลก สมัยนี้ไม่มีชาติใดที่จะอยู่ โดยโดดเดี่ยวได้ ประเทศไทยของเราได้รับความนิยมนับถือจากสังคมนานาชาติเพียงใด พี่น้องทั้งหลายคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว ถ้าชาติของเราต้องเสียศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิไป เนื่องจากซากปราสาทพระวิหารคราวนี้แล้วอีกกี่สิบกี่ร้อยป้เราจึงจะสามารถสร้างเกียรติภูมิ ที่สูญเสียไป อันนี้เปึนความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ที่เราต้อง สูญเสียปราสาทพระวิหาร ท่านประธานครับ ผมอายุ ๔๐ กว่าป้ ๔๗ ป้ในป้นี้ ในป้นั้นผมอายุ ๑ ขวบ ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดของคนไทยครับ สมาชิกพรรครัฐบาล คณะรัฐมนตรีก็รู้สึก เจ็บปวด แล้วเราก็ไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของศาลโลก แต่เราจําเปึนจะต้องปฏิบัติตาม คําวินิจฉัยของศาลโลก เพราะอะไรครับ เพราะเราเปึนสมาชิกองค์การสหประชาชาติ แล้วเพราะเราจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณี ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงไม่ต้องกล่าวนะครับ ว่าท่านที่เปึนทนายความคนหนึ่งก็คือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช แล้วต่อมาในภายหลัง ท่านก็เปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วประจวบเหมาะครับในขณะนั้นท่านที่เปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็คือ พันเอก ถนัด คอมันตร์ ต่อมาภายหลัง ท่านก็เปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๒ ท่าน ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้จะไปเสียดสีหรืออะไร ทั้งสิ้น แต่มันเปึนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ถ้าหากถ้าท่านทั้งสองคิดว่าเราสามารถ เรียกร้องเอาตัวปราสาทคืนได้ เมื่อสมัยที่ท่าน หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เปึนนายกรัฐมนตรี ในป้ ๒๕๑๙ ท่านก็คงจะดําเนินการไปแล้ว แล้วในป้นั้นท่านก็เปึนนายกรัฐมนตรี แต่เอาเถอะครับผมคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่เราจะไปรื้อฟุ๋นเรื่องในอดีต แต่สิ่งที่ผมอยากจะ กราบเรียนก็คือว่า คําวินิจฉัยของศาลตัดสินว่าอย่างไร ผมขอเริ่มในประเด็นแรกครับ
ศาลโลกได้ตัดสินโดยคะแนนเสียง ๙ ต่อ ๓ ว่าศาลมีความเห็นว่าปราสาท พระวิหารตั้งอยู่ในเขตแดนภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา อันนี้ตรงกันนะครับ คงไม่มีใคร ปฏิเสธ ทีนี้เมื่อมีคําตัดสินแล้วทางการไทยก็มาพิจารณากันครับว่าจะดําเนินการอย่างไร อันนี้สําคัญครับ เพราะมีการหารือในกระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายในขณะนั้นว่าเราจะดําเนินการอย่างไร แต่ท้ายที่สุดเอาสรุปสั้น ๆ ครับ และ เอกสารทุกฉบับที่ผมนํามาผมจะเสนอต่อท่านประธานว่าเปึนเอกสารแท้จริงทุกฉบับ แล้วผมพร้อมรับผิดชอบทุกกรณี กล่าวโดยสรุปก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยสมัยนั้นคือ จอมพล ประภาส จารุเสถียร ได้มีหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าเปึนวันที่ ๖ เปึน ภาษาไทย กรกฎาคม หนังสือที่ลับ ด่วนมาก ที่ ๑๑๔๖๗/๒๕๐๕ กระทรวงมหาดไทย เรื่อง การปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลโลกในคดีปราสาทพระวิหาร กราบเรียน นายกรัฐมนตรี อ้างถึงไม่ต้องพูดนะครับ สิ่งที่ส่งมาด้วย แผนที่กําหนดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร บางคนฟังอาจจะบอกว่ากําหนดบริเวณ ผมอยากจะกราบเรียนครับ กล่าวโดยสรุปก็คือว่ากระทรวงมหาดไทยต้องการขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาประเด็นว่า จะกําหนดขอบเขตปราสาทอย่างไร สรุปอย่างนี้ครับว่าที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การที่จะกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่กัมพูชาจักได้มีอํานาจอธิปไตยโดยตาม คําพิพากษาของศาลโลกนั้นอาจทําได้ ๒ วิธี ผมอ่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ประชุมได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จะกําหนดบริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อที่กัมพูชาจักได้มีอํานาจ อธิปไตยตามคําพิพากษาของศาลโลกนั้นอาจทําได้ ๒ วิธี คณะรัฐมนตรีเลือกวิธีที่ ๒ ครับ วิธีที่ ๒ อ่านว่าอย่างไรผมต้องขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธานครับ กรณีที่จะคืน ตัวปราสาทจะทําอย่างไร กําหนดเปึนรูปพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าครอบปราสาทพระวิหาร มีแนวเขตจากป้ขวาของตัวปราสาทพระวิหารตั้งแต่ช่องบันไดหักลากเส้นตรงผ่านชิด บันไดนาคตรงไปจนถึงปราสาทพระวิหาร แล้วลากเส้นตรงขนานกับตัวปราสาทพระวิหาร ไปสุดที่หน้าผาชันด้านหลังปราสาทพระวิหารจะเปึนเนื้อที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ประมาณ ๑ ส่วน ๔ ตารางกิโลเมตร คณะรัฐมนตรีหลังจากที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ก็มีมติครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้ภาพประกอบ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เห็นชอบการกําหนดเขตปราสาทพระวิหารตามแนวที่ ๒ ที่กระผมกราบเรียนไป เมื่อสักครู่นี้ เวลาฟังคําพูดอาจจะงงครับ แต่สิ่งซึ่งกระผมจะขอกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า แบ่งเปึนแบบนี้ครับ อันนี้อาจจะดูยากนิดหนึ่งเพราะเอาจากเอกสารต้นฉบับแล้วก็ไม่ได้มี การไปทํากราฟ่ก (Graphic) ขึ้นมา ก็ลากเส้นตรงนี้ครับ นี่ก็คือเส้นที่คณะรัฐมนตรี นี่นะครับเส้น แล้วก็เปึนแผนที่ในการปฏิบัติงาน ประเด็นครับท่านประธาน สมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้ อภิปรายหลายคนว่าสิ่งซึ่งจะต้องให้กัมพูชาเปึนเฉพาะซากปราสาทไม่รวมถึงที่ดินด้วย อันนี้ เปึนประเด็นสําคัญทางข้อกฎหมายครับว่ารวมด้วยหรือไม่ ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า ในการคืนตัวปราสาทหรือการกําหนดลากเส้นนั้นพื้นที่ทั้งหมดในส่วนนี้ในบริเวณนี้ทั้งหมด ในการดําเนินการของรัฐบาลไทย ๔๖ ป้ที่ผ่านมา เราลากเส้น ๆ เส้นนี้เปึนเส้นแนวเขตแดน เพราะฉะนั้นในความเข้าใจของเจ้าหน้าที่หน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ เข้าใจว่าในส่วนนี้เรายกให้กัมพูชาไปแล้ว อันนี้เปึนประเด็นที่สําคัญ ท่านประธานครับ เพราะมีการถกเถียงว่ากัมพูชาได้เฉพาะซากปราสาทไม่ได้ที่ดินใต้ปราสาทนั้น อันนี้ก็คือ ความเห็นที่แตกต่างระหว่างพรรคฝ์ายค้านกับความเห็นของกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และของกระทรวงการต่างประเทศ และของหน่วยงานของรัฐนะครับ ทีนี้ประเด็นต่อไป ก็คงชัดเจนแล้วครับว่าคําพิพากษาของศาลโลกถึงที่สุด อันนี้คงไม่ต้องเถียงกันนะครับ มาถึงประเด็นที่จดหมาย ทันทีที่เรามีมติเช่นนั้นทางท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ซึ่งเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น อันนี้เอกสารคงตรงกันนะครับ เพราะเปึนเอกสารมหาชน ก็ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นายอู ถั่น ซึ่งเปึนชาวพม่า เปึนเลขาธิการในขณะนั้นครับ ประเด็นอื่น ๆ ไม่มีอะไรหลังจากบอกว่า แสดงความคัดค้านไม่เห็นด้วย แต่ท่านได้พูดไปครับว่า รัฐบาลไทยสงวนสิทธิที่มีอยู่ใน ปัจจุบันหรือมีอยู่ในอนาคตที่จะเรียกตัวปราสาทคืน อันนี้ตรงกันครับ ประเด็นก็คือว่า รัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรารถนาที่จะตั้งข้อสงวนอันชัดแจ้งเกี่ยวกับสิทธิใด ๆ ที่ประเทศไทยมีหรืออาจมีในอนาคตเพื่อเอาปราสาทพระวิหารกลับคืนมา โดยอาศัยกระบวนการ ทางกฎหมายที่มีอยู่หรือที่พึงจะนํามาใช้ได้ในภายหลัง อันนี้คงตรงกันนะครับ ประเด็นก็คืออย่างนี้ครับ คําพิพากษาของศาลโลกนี่นะครับจะถึงที่สุด แต่สามารถที่จะรื้อฟุ๋น ขึ้นมาได้ภายใน ๑๐ ป้ ซึ่งเวลาที่ผ่านไป ๔๖ ป้นี้พ้นเวลามาแล้ว แต่ผมเข้าใจครับว่า มีนักกฎหมายบางท่านได้แสดงความเห็นในทํานองที่ว่า สิทธิที่เราสงวนไว้เปึนสิทธิ ที่แท้จริงหรือขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษที่ว่า อินเฮอเรนท์ ไรท์ส (Inherent rights) เปึนสิทธิ ที่แท้จริง อันนี้เปึนข้อโต้แย้งทางนักวิชาการกฎหมาย ผมอยากจะกราบเรียนครับว่า การที่ประเทศไทยไปลงนามหรือไปตกลงในคําแถลงการณ์ร่วมมิได้มีข้อความตอนใด ที่เปึนการสละสิทธิอันนี้ครับ อันนี้เราขอยืนยันครับ ไม่มีข้อความตอนใดที่สละสิทธิอันนี้ ถ้าหากมีนะครับ ถ้าสิทธินี้ยังมีอยู่ ประเด็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากเรื่องนี้ เปึนประเด็นข้อกฎหมายผมกล่าวโดยสรุปก็คือว่า การที่รัฐบาลไทยไปเซ็นเอกสาร คําแถลงการณ์ร่วมไม่มีถ้อยคําตอนใดที่เปึนการสละสิทธิที่ระบุไว้ในจดหมายของท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ที่ส่งถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ นอกจากนั้นคําแถลงการณ์ ร่วมยังมีข้อความที่ระบุไว้ชัดแจ้งครับ ในข้อ ๕ ซึ่งบังเอิญสมาชิกพรรคฝ์ายค้านอภิปราย เฉียดฉิวแต่ไม่เคยที่จะแตะประเด็นนี้ ข้อ ๕ ในแถลงการณ์ร่วมเขียนว่า การขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลกจะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิของราชอาณาจักรกัมพูชาและ ราชอาณาจักรไทยในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม เจบีซี (JBC) ของทั้ง ๒ ประเทศ นี่คือสาระสําคัญส่วนหนึ่งที่เรายังสงวนหรือปกปัองสิทธิ ของประเทศไทยไว้อยู่นอกจากนั้นสมมุติว่ามีการขึ้นทะเบียนตัวปราสาทได้ในต้นเดือน กรกฎาคม ถามว่าประเทศไทยนอกจาก ๑. ไม่มีการสละสิทธิแล้ว ๒. มีถ้อยคําข้อ ๕ ที่ผม กราบเรียนเมื่อสักครู่นี้คุ้มครองไว้อีกชั้นหนึ่ง ยังมีชั้นที่ ๓ อีกครับ ท่านประธานครับ อนุสัญญา มรดกโลก ข้อ ๑๑ วรรคสาม บอกว่า การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของสถานที่ที่มีรัฐมากกว่า ๑ รัฐอ้างสิทธิเหนือดินแดนอธิปไตยหรือเขตอํานาจรัฐจะไม่กระทบกระเทือนสิทธิของรัฐ ที่เปึนผู้พิพาท อันนี้เปึนการปกปัองชั้นที่ ๓ ที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียน สรุปครับว่า คําพิพากษา ๑. ถึงที่สุด ๒. รื้อฟุ๋นไม่ได้ เว้นแต่ทําภายใน ๑๐ ป้ ๓. หนังสือของ ท่านถนัดที่เขียนไปสงวนสิทธิ เราไม่ได้ไปสละสิทธินั้นถ้าหากมี สมมุติครับ ท่านประธานครับ ถ้าในอนาคตมีกฎหมายหรือมีสิ่งใดที่ให้ประเทศไทยมีสิทธิเหนือปราสาทพระวิหาร เราแม้ไม่สงวนสิทธิไว้ก็ตามเราก็มีสิทธินั้นอยู่แล้ว สิทธิที่จะสงวนท่านจะต้องมีในเวลา ที่ท่านสงวนเสียก่อนครับ เพราะฉะนั้นสิทธิที่จะเกิดในอนาคตท่านก็สามารถมีสิทธินั้นได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ประเทศไทยไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม ซึ่งผมก็รู้สึกเศร้าใจที่เราจําเปึนจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกนะครับ คณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ได้คืนตัวปราสาทไปแล้ว หลังจากนั้นเราจึงมีแผนที่ที่ใช้ ทํางาน เขาเรียกว่าแผนที่แอล ๗๐๑๗ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ผมขออนุญาตครับ แผนที่นี้เราลากเส้นเขตแดนของเราตามสันปันน้ํามาตลอดนะครับ แต่หลังจากนั้นที่เราแพ้ คดีปราสาทพระวิหาร (Temple of Preah Vihear) นี่นะครับ เราก็จึงลากเส้นใหม่ขึ้นมา ตรงใช่ไหมครับ แล้วลากขึ้นมาครับ แล้วก็ตัดเข้าตรงนี้ตามแผนที่ที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นแผนที่แอล ๗๐๑๗ เปึนแผนที่ที่หน่วยงานของรัฐ ทหาร ฝ์ายปกครอง ทุกหน่วยงานของรัฐใช้แผนที่นี้เปึนบรรทัดฐานในการปกปัองอธิปไตยของชาติครับ แผนที่นี้ไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศทําแต่เปึนแผนที่ที่เปึนทางการที่จัดทําในมาตราส่วน ๑:๕๐๐๐๐ ผลิตโดยกรมแผนที่ทหารกองบัญชาการกองทัพไทยครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ แต่อันนี้ผมนํามาเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งแผนที่นี้จะกําหนดแนวเขตบริเวณปราสาทพระวิหารสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๐๕ นี่คือแผนที่ที่ทหารรับรองไม่ใช่กระทรวงการต่างประเทศครับ เพราะฉะนั้นถ้าตอบว่าประเทศไทยเราได้ยกปราสาทพระวิหารไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ ก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกโดยยกปราสาท และพื้นที่ ถ้าจะดูง่าย ๆ ขออนุญาตที่เปึนกราฟ่กนี้คือพื้นที่สีม่วงให้กับทางกัมพูชาไป เส้นนี้คือเส้นเขตแดนที่กัมพูชาอ้างตามคณะกรรมการปักปันเขตแดนสยาม-ฝรั่งเศส เอาง่าย ๆ กัมพูชาถือเส้นเขตแดนนี้ ประเทศไทยถือเส้นเขตแดนตามสันปันน้ํามาโดยตลอดครับ จนกระทั่งเราแพ้คดีปราสาทพระวิหาร เราจึงลากเส้นแนวเขตแดนขึ้นมาแล้วก็ให้สีม่วง กับกัมพูชาไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีความสุขนักหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้มี ความสุขเลยที่จะต้องมาชี้แจงดูประหนึ่งว่าผมไปปกปัองกัมพูชา แต่ท่านครับในการเปึน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือเปึนรัฐบาลเราจะต้องดําเนินการตามกฎหมาย ที่มีอยู่ เราจะต้องดําเนินการกับเพื่อนข้าราชการที่เขาทําหน้าที่อยู่ เราต้องปรึกษาหารือ กับเขา ผมมาเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ๔ เดือน ผมไม่ได้มีความเก่งกาจ สามารถอะไรมากหรอกครับ แต่ผมก็ต้องหารือกับกรมแผนที่ทหารในเรื่องแผนที่ ผมต้อง หารือกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศในส่วนเกี่ยวข้องกับการขึ้นทะเบียน มันก็มีเพียงแค่นี้ละครับเอกสารทุกอย่างเปึนเอกสารที่แท้จริง ก็อยากจะกล่าวสรุป ในประเด็นว่าปราสาทเปึนของใคร ปราสาทพระวิหารนั้นศาลโลกได้ตัดสินให้เปึนของกัมพูชา แล้วเราก็ยกปราสาทให้ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเกิดขึ้นหลังผมเกิดป้หนึ่งครับเมื่อ ๔๕-๔๖ ป้ ที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลา ๔๖ ป้ที่ผ่านมาถามว่าเราเคยที่จะหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาไหมประเทศไทยไม่เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งท่านหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เมื่อท่านเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่ได้เคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ผมไม่ได้โทษท่านนะครับ แต่เรารู้ นักกฎหมายหลายคนรู้ว่าเราเสียใจที่เราแพ้คดี แต่เราต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของ ศาลโลกนะครับ ประเด็นที่ ๒ ว่าไทยเสียดินแดนหรือไม่ ประเด็นแรกก็คือใครเปึนเจ้าของ ปราสาท ผมชี้แจงครบถ้วนแล้ว
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าทําไมเราถึงคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ของกัมพูชา ประเด็นมันมีอยู่อย่างนี้ครับ เมื่อป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๐ ทางกัมพูชาประสงค์ที่จะ ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารโดยเสนอแผนที่ ผมขออนุญาตแสดง ซึ่งเขาใช้ภาษาฝรั่งเศส เฌอมา เดอเรคเทอร์ ปูเลอ ซอนาช เดอ พระวิเฮียร์ ก็คือภาษาฝรั่งเศสเขาเขียนว่า เปึนแผนที่ตัวปราสาทพระวิหาร ปัญหาของการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารของกัมพูชา เมื่อป้ ๒๕๔๙-๒๕๕๐ คืออะไรครับ นอกจากจะขึ้นตัวปราสาทแล้วสีดํา ๆ นี่ครับ แผนที่ ของเขากรวยสีเขียว ๆ ยังรุกล้ําพื้นที่ที่ไทยอ้างสิทธิอธิปไตยเหนือพื้นที่นี้ หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าพื้นที่ทับซ้อน ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เห็นไหมครับ กัมพูชายื่นไม่มีเส้นสีแดงครับ ท่านประธาน แต่นี่ผมจําลองเส้นสีแดงโดยอาศัยความรู้ความสามารถของกรมแผนที่ทหาร มาจําลอง เส้นสีแดงซึ่งเปึนเส้นเขตแดนของเรา สังเกตมันล้ําเข้ามาเยอะใช่ไหมครับ กล่าวโดยสรุปก็คือท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกหลายท่าน ก็อภิปรายไปแล้วว่าคําขอของกัมพูชาครั้งแรกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนชัดเจนนะครับ ประเทศไทยทําอย่างไรครับ ประเทศไทยจึงคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ของกัมพูชาอย่างต่อเนื่องอย่างแข็งขัน จึงเกิดเหตุการณ์ที่ท่านเล่า หลายคนเล่าซ้ําแล้วซ้ํา อีกที่ไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ว่าคณะกรรมการมรดกโลกจึงเลื่อนการพิจารณาไปที่ ควิเบกซึ่งจะเกิดขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคมนี้ เพราะท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ ชัดเจนครับว่าคุณขึ้นได้เฉพาะบ้านของคุณก็คือปราสาทอย่ามารุกล้ําสนามหญ้าบ้านผม ก็คือพื้นที่ทับซ้อน อันนี้ชัดเจน เอาว่าท่านห้ามขึ้นพวงใหญ่ ต้องขึ้นพวงเล็ก ถ้าพูดภาษา ชาวบ้านนะครับ พวงเล็กก็คือขึ้นเฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งเราได้ยกให้เขาไปแล้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี ห้ามขึ้นพื้นที่ทับซ้อน นี่คือท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องครับ เจรจากันอย่างมากจนท้ายที่สุด ก่อนที่ผมจะไปดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่าทีของกระทรวง ก็คือว่าเรายินดีสนับสนุน ท่าทีเกิดขึ้นก่อนผมนะครับ เกิดตั้งแต่สมัยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี ว่าประเทศไทยยินดีสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารแต่ต้อง มาพูดคุยเรื่องบริหารจัดการพื้นที่ทับซ้อน นี่คือท่าทีที่เกิดขึ้นก่อนไม่ใช่ท่าทีของ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร หรือไม่ใช่ท่าทีที่ผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนคนกําหนดขึ้นแต่เปึนท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศมาก่อนแล้ว ทีนี้ทําอย่างไร ที่เราจะรักษาอธิปไตยของเราบนพื้นที่ทับซ้อนได้ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือให้เขาจํากัดการขึ้น ทะเบียนตัวปราสาทที่อยู่ในพื้นที่ของเขาเท่านั้น กล่าวโดยสรุปก็คือ คุณต้องขึ้นทะเบียน เฉพาะบ้านของคุณห้ามมายุ่งสนามหญ้าบ้านผม นี่คือท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ ทํางานเหนื่อยยาก ไปเจรจากันที่กรุงปารีส จนกระทั่งเขายอมครับที่จะขึ้นเฉพาะตัวปราสาท แล้วก็ไม่รุกล้ําเข้ามาในพื้นที่ทับซ้อนบ้านเรา การเจรจาสําเร็จเขาก็ให้ไปทําแผนที่หรือจริง ๆ แล้วเปึนแผนผังมากกว่าจะเปึนแผนที่ แม้ว่าใครจะเรียกว่า แมพ ก็แล้วแต่ เขาได้ส่งแผนที่นี้ มาใหม่ครับท่านประธาน ตกลงกันที่ฝรั่งเศสบอกว่า กัมพูชา ๑. จะต้องไปจํากัดการขึ้นทะเบียน เฉพาะตัวปราสาท ๒. ไม่มีการนําพื้นที่ทับซ้อนที่เราอ้างสิทธิทับซ้อนมาขึ้นทะเบียนด้วย แล้ว ประเด็นที่ ๓ เขาต้องไปทําแผนที่ขึ้นมาใหม่ หรือแผนผังขึ้นมาใหม่เพื่อไปแทนแผนผังทั้งหมด ที่เขาเคยยื่นไว้ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับท่านประธาน บางคนบอกว่ามีการยื่นแบบ เซ็นอย่างลุกลี้ลุกลนมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้วันนั้นเซ็นวันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนกรอบเวลา ที่ทางกัมพูชาจะขึ้นทะเบียนตัวปราสาทคือต้นเดือนกรกฎาคมที่ควิเบก เวลายิ่งผ่านพ้นไป แต่ละวันประเทศไทยยิ่งเสียเปรียบเพราะว่าแผนที่ที่เขายื่นไว้คือแผนที่ตัวนี้ครับ เฌอมา เดอเรคเทอร์ ปูเลอ ซอนาช เดอ พระวิเฮียร์ แผนที่ฉบับนี้ละครับที่เขายื่นค้างไว้ ถ้าเกิด ทางยูเนสโกหรือคณะกรรมการมรดกโลกไม่สนใจคําทักท้วงของไทย แล้วมีแนวโน้มด้วย ที่เขาจะเดินหน้าที่จะอนุมัติเพราะว่าเขาเลื่อนมาป้หนึ่งแล้ว เราจะต้องทํางานแข่งกับเวลา เพื่อที่จะจํากัดว่าการขึ้นทะเบียนนี้จะต้องจํากัดเฉพาะตัวปราสาท เราต้องบอกว่าคุณต้อง ไปทําแผนที่มาใหม่เพื่อไปแทนแผนที่ฉบับที่เรารับไม่ได้ชิ้นนี้ เขาก็ทํามาแผนที่นี้ครับ ท่านประธาน เปึนแผนผัง เปึนแผนผังครับ แผนผังตัวปราสาทแล้วก็มีบันได นี่คือแผนผัง ที่แนบกับคําแถลงการณ์ร่วม แผนผังตัวนี้ไม่มีสิ่งใดเลยที่เปึนเส้นเขตแดน ไม่ได้บอก เส้นเขตแดนเลยครับ เปึนแผนผังเฉพาะตัวปราสาทที่อยู่ในอาณาเขตของกัมพูชา ทีนี้ประเด็น อยู่ตรงนี้ครับ แล้วผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสิ่งซึ่งกัมพูชายื่นมาใหม่นั้นแผนผังนี้ไม่ได้รุกล้ํา เข้ามาในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่มีความสามารถที่จะไปบอกว่า ตัวปราสาทที่มีพิกัด แล้วก็เจ้าหน้าที่ต้องเปึนคนดูก็คือเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหาร เราได้ ขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารไปดูในพื้นที่ ท่านประธานทราบไหมครับ เจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารใช้เวลา ๓ วันในการไปตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือทันสมัยที่สุด อันนี้คือสีม่วงที่เปึนพื้นที่ทับซ้อน กัมพูชาตัดสินใจขึ้นเฉพาะหมายเลข ๑ ไม่ขึ้น หมายเลข ๒ ตอนแรกกัมพูชาขึ้น ผมจะให้ดูอันแรกนะครับ แผนที่นี้คือแผนที่ที่เรารับไม่ได้ กัมพูชาขึ้น ๑ บวก ๒ ก็คือปราสาทด้วย พื้นที่ของเขาบวกพื้นที่ทับซ้อนด้วย กัมพูชาเลยไป ทํามาใหม่ครับ ขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ไม่ขึ้นหมายเลข ๒ ด้วย เอาเฉพาะ ๑ ไม่เอา ๒ ตอน แรกขึ้น ๑ บวก ๒ อันนี้ชัดเจนตรงกันนะครับ ตอนแรกขึ้น ๑ บวก ๒ พวงเล็กด้วยพวงใหญ่ ตอนหลังขึ้นเฉพาะ ๑ ไม่เอา ๒ เปึนพวงเล็ก ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าที่เขาเสนอมานั้นมันไม่รุกล้ํา เส้นเขตแดนของเรา เจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารได้ใช้เวลา ๓ วันในการไปตรวจครับ ไม่มีส่วนใดล้ําเข้ามาในแผนที่เราแม้แต่ตารางเซ็นเดียวครับตามเส้นเขตแดน ตามแผนที่ แอล ๗๐๑๗ สิ่งซึ่งสมาชิกพรรคฝ์ายค้านได้อภิปรายมา ๓-๔ คน ว่ามีข้อห่วงใยของ เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในสนามถึงพลโทอะไรสักอย่างหนึ่ง ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ผมขอเวลาสักนิดหนึ่งนะครับพอดีเอกสารเยอะ เจ้ากรมแผนที่ทหารได้มีหนังสือวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ รับรองว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวปราสาทที่ทางกัมพูชายื่นขอขึ้น ทะเบียนล้ําเข้ามาในประเทศไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมขออ่าน ตามหนังสือที่อ้างถึง ขอให้กรมแผนที่ทหารมีหนังสือยืนยันผลการตรวจสอบแผนที่ของฝ์ายกัมพูชาบริเวณ ปราสาทพระวิหารตามที่ได้รายงานผลการตรวจสอบให้ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ และต่อที่ประชุม ครม. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ กรมแผนที่ทหาร ขอเรียนว่าได้ทําการสํารวจข้อมูลภูมิประเทศฝ์ายเดียว บริเวณปราสาทพระวิหาร โดยละเอียดระหว่าง ๙-๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑ จากนั้นได้ดําเนินการตรวจสอบแนวขอบเขต รอบตัวปราสาทพระวิหารที่ปรากฏบนแผนที่ฉบับที่กัมพูชาเสนอให้ฝ์ายไทยพิจารณา เมื่อ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ท่อนนี้สําคัญครับ ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาใน เขตแดนของประเทศไทยที่ยึดถือตามหลักฐานการกําหนดแนวเส้นเขตแดนบริเวณ ปราสาทพระวิหาร ปรากฏว่าไม่มีขอบเขตส่วนใดล้ําเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยที่ ยึดถือตามหลักฐานการกําหนดแนวเส้นเขตแดนบริเวณปราสาทพระวิหารชัดไหมครับ ชัดเจนครับว่ากรมแผนที่ทหารยืนยันชัดเจนว่าไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดของตัวปราสาทล้ําเข้ามา ในประเทศไทย ลงชื่อ พลโท แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นยืนยันได้ครับว่าแผนผังที่ทางกัมพูชาทําขึ้นมาใหม่ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดล้ํา เข้ามาในพื้นดินของประเทศไทย เจ้ากรมแผนที่ทหารได้ยืนยันชัดเจนเปึนลายลักษณ์อักษร เพราะฉะนั้นเอกสารที่เพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านนํามาอภิปรายในลักษณะที่บอกว่า มีการล้ําเข้ามา จึงเปึนเอกสารที่ไม่จริงแล้วก็จะใช้ว่าเปึนเท็จก็พอได้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อว่าเมื่อเรามั่นใจว่ากรมแผนที่ทหารได้ตรวจสอบแล้ว ผมจึงกล้าที่จะนําเรื่องเหล่านี้เข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ แล้วสภาความมั่นคง แห่งชาติประกอบไปด้วยใครครับ ผบ. เหล่าทัพ ผบ.ทบ. ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการ ทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดี กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายไปชี้แจงนะครับ ท่าน ผบ. สูงสุด ท่านปลัดกระทรวงกลาโหม บุคคลเหล่านี้ ซึ่งเปึนแม่ทัพนายกองดูแลรักษาอธิปไตยแม้แต่ชีวิตก็สละชีพได้ บุคคลเหล่านี้กล้าพอ ที่จะไม่ทักท้วงไหมครับ ถ้าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารรุกล้ําเข้ามาในราชอาณาจักรไทย เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้พิจารณาแล้วก็พอใจครับ ท่านประธาน แล้วก็อนุมัติตามคําเสนอ แผนผังของกระทรวงการต่างประเทศที่เสนอไปเท่านั้นยังไม่พอครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ จะต้องให้ฝ์ายบริหารสูงสุดของประเทศรับรองก็คือที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ผมก็ได้นําเสนอ ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ ๑๗ วันถัดมา ไม่มีอะไรที่ลุกลี้ลุกลน ไม่มีอะไร ที่ดําเนินการโดยพลการ ไม่มีอะไรที่ดําเนินการโดยไม่โปร่งใสเลยครับ ทุกขั้นตอนที่ควร จะทําผมได้ปฏิบัติสอดคล้องทุกประการ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยไม่เสียดินแดน เพราะการ ดําเนินการของทั้งกระทรวงการต่างประเทศและของทหารของกองทัพไทยที่ได้ไปขอให้ทาง กัมพูชาได้ไปเปลี่ยนแปลงการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทเท่านั้น ไม่มีส่วนใด ๆ ที่รุกล้ํา เข้ามาในประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อดําเนินการเช่นนี้จึงทําให้ประเทศไทยสามารถรักษา อธิปไตยและดินแดนของเราได้อย่างสมบูรณ์ครับท่านประธาน
ประเด็นต่อไปที่มีการสอบถามกันมากก็คือแถลงการณ์ร่วมมีสถานะเปึน สนธิสัญญาหรือไม่ ท่านประธานครับ วันนี้ผมก็ดีใจครับที่สมาชิกหลายคนไปค้นเวียนนา คอนเวนชั่น (Vienna Convention : อนุสัญญากรุงเวียนนา) แม้กําลังจะบอกว่าเราไม่เปึน ภาคีก็ตาม ผมทราบครับกฎหมายหลายฉบับ แม้ประเทศไทยไม่ได้เซ็นแต่กฎหมาย ฉบับนั้นมีสถานะเปึนกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ต้องมีผลผูกพัน เช่น กฎหมายทะเล เปึนต้น ผมทราบครับ ประเด็นนั้นไม่สําคัญและผมก็ทราบด้วยว่าจะเรียก อะไรก็แล้วแต่แต่ขอให้มีสาระสําคัญของการเปึนสนธิสัญญา อันนี้ก็ตรงกันครับ แต่ประเด็นก็คือว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เปึนหนังสือสนธิสัญญาหรือไม่เปึนสนธิสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่ง หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมาย ระหว่างประเทศหรือจะต้องออก พ.ร.บ. เพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญาหรือมี ผลกระทบต่อหลาย ๆ เรื่องนะครับ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ในการนี้รัฐสภา จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันหลังจากที่ได้รับเรื่องดังกล่าว ผมอยากจะ กราบเรียนครับ เรื่องนี้สมาชิกพรรคฝ์ายค้านเห็นว่าเปึนหนังสือสนธิสัญญา ผมเข้าใจครับว่า ท่านมีความเห็นเช่นนั้นทั้ง ๕-๖ ท่าน แต่กรมสนธิสัญญาและกฎหมายกระทรวง การต่างประเทศซึ่งเปึนหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการที่จะดําเนินการให้ความเห็น ซึ่งท่านมีความเชี่ยวชาญแน่ ชื่อท่านก็กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวง การต่างประเทศ ซึ่งเปึนหน่วยงานที่เราฝากผีฝากไข้เรื่องของการให้มีความเชี่ยวชาญ เรื่องสนธิสัญญาได้มีความเห็นชัดเจนครับ หนังสือนี้ไม่เปึนสนธิสัญญา และนอกจากนั้น ที่สําคัญยิ่งกว่านั้นครับท่านประธานข้อความในแถลงการณ์ร่วมไม่มีข้อความตอนใดที่เปึน การเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิ อธิปไตยครับ เพราะข้อความในแถลงการณ์ร่วมนั้นไม่มีข้อความตอนใดเลยครับที่เรา ไปยกดินแดนให้กัมพูชา และไม่มีข้อความตอนใดที่เราไปยอมรับเส้นเขตแดนของกัมพูชา เอกสารทั้งหมดสมาชิกพรรคฝ์ายค้านก็มีเพราะผมแจกผู้สื่อข่าวแล้วดูในเว็บไซต์กระทรวง ก็มีครับ ไม่มีข้อความตอนใดครับที่เราไปยอมรับเส้นเขตแดน มีแค่บอกว่าท่านต้องไป ขึ้นทะเบียนตัวปราสาท จํากัดเฉพาะตัวปราสาทอย่ามายุ่งกับบ้านเรา แล้วก็แถมยังระบุ เอาไว้อีกด้วยว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเปึนมรดกโลก จะไม่มีผลกระทบต่อสิทธิ ของราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทยในการสํารวจและจัดทําหลักเขตแดน ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า แถลงการณ์ร่วมไม่ได้เปึนสนธิสัญญาและไม่มีข้อความใดที่เปึนการเปลี่ยนแปลง อาณาเขตหรืออธิปไตยของประเทศไทย นอกจากนั้นย้ําอีกทีหนึ่ง ไม่มีข้อความตอนใด ในแถลงการณ์ร่วมที่เปึนการสละสิทธิ ถ้าหากเรายังมีอยู่ตามที่ท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ได้มีหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถ้าหากในอนาคต ท่านประธาน ที่เคารพครับ บังเอิญเรามีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาตัวปราสาทคืน ถ้าหากในอนาคตนะครับ ประเทศไทยก็สามารถทําได้อยู่แล้วส่วนจะมีหรือไม่ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง
ประเด็นต่อไป คําถามว่าทําไมเราไม่ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ร่วมกับทางกัมพูชา ผมอยากจะตอบครับว่าเปึนสุดยอดปรารถนาของประเทศไทยที่จะขอ ขึ้นทะเบียนปราสาทร่วมกับทางกัมพูชา เราได้หยิบยกหลายครั้งรวมทั้งครั้งสุดท้ายก็ได้ หยิบยกในสมัยที่รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรี แต่กัมพูชาปฏิเสธ ไม่ขอขึ้นทะเบียนร่วมกับเรา ท่านประธานที่เคารพ เราไม่อยู่ในสถานะที่จะไปบังคับกัมพูชาให้ขึ้นทะเบียนตัวปราสาท ร่วมกับเราได้ เพราะกัมพูชาเขาถือว่าปราสาทเปึนของเขา แล้วเราก็มีมติคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของศาลโลกเมื่อป้ ๒๕๐๕ นี่คือปัญหาครับ เอกสารที่กระทรวง การต่างประเทศเคยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วถูกปฏิเสธมีครับ
ประเด็นต่อไปครับ สิ่งที่สําคัญก็คือว่าเมื่อเขาปฏิเสธ เราทําอย่างไร ปฏิเสธ ที่นิวซีแลนด์ เมื่อกรกฎาคม ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ให้เลื่อนมาพิจารณาที่ควิเบก กรกฎาคม ๒๕๕๑ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศทํางานแบบเช้าชามเย็นสองชาม ท่านประธานครับ โอกาสที่เราจะสุ่มเสี่ยงในการเสียดินแดนเปึนไปอย่างสูงยิ่ง เพราะเอกสารที่ทางกัมพูชา ยื่นไว้ก็คือเอกสารแผนที่ ผมใช้คําว่า แผนที่ฉบับเรารับไม่ได้ ก็แล้วกันนะครับก็คือ ฉบับสีเขียวนี้เรารับไม่ได้ มันค้างอยู่ในคณะกรรมการมรดกโลกครับ ถ้าเราไม่ไปเปลี่ยนแปลง โอกาสที่เขาจะขึ้นทะเบียนทับซ้อนพื้นที่ของเราเปึนไปได้สูงครับ แล้วถ้าเกิดเช่นนั้นมันจะ เปึนโศกนาฏกรรมของการเสียดินแดนครั้งใหญ่ของประเทศไทย แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศก็จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นจึงจําเปึนครับที่เราต้องทักท้วง แล้วจนนํามาสู่ซึ่งการเจรจาและการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใหม่ของกัมพูชา นี่คือความสําเร็จ ที่กระผมเคยพูดไว้ครับ เปึนความสําเร็จของกระทรวงการต่างประเทศและเปึนความสําเร็จ ของกองทัพไทยที่เราได้ร่วมกันปกปัองอธิปไตยของเรานะครับ
ประเด็นสุดท้าย ก่อนสุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต เพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ถามว่าทําไมมีพื้นที่ทับซ้อน ผมขออนุญาตใช้แผนผังนะครับ ไม่ใช่ แผนที่เพราะว่าผมจําลองมาเพื่อประโยชน์ที่ง่ายในการพูดคุยกันนะครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าเส้นจุดน้ําเงินนี้คือเส้นที่ทางกัมพูชาถือว่าเปึนเส้นเขตแดนของเขา กับเรา แล้วเส้นจุดไข่ปลาสีแดงคือเส้นที่เราอ้างมาโดยตลอดว่าใช้สันปันน้ําที่หลายท่าน เข้าใจตรงกันนะครับ เราใช้อย่างนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งฟัามาผ่าเมื่อป้ ๒๕๐๕ ที่เรา แพ้คดีในศาลโลกครับ เราจึงจําเปึนจะต้องเปลี่ยนเส้นเขตแดนมาตรงนี้ แล้วก็เฉือนส่วนนี้ ไปให้ทางกัมพูชาเรื่องมันมีเท่านี้ครับ เพราะการตัดสินของศาลโลกไม่ได้ตัดสินถึงเส้นเขตแดน เราก็ยังยืนยันอยู่ครับว่าประเทศไทยยังอาศัยเส้นเขตแดนนี้ เราไม่ได้สละสิทธิในเส้นเขตแดนนี้ครับ กัมพูชาอาศัยเส้นเขตแดนนี้ เมื่อมันซ้อนกันก็จึงเปึนพื้นที่สีเขียวประมาณ ๔.๖ ตาราง กิโลเมตรครับ ตอนนี้มีตลาด มีวัด มีหมู่บ้านเข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อนสีเขียวนี้ ท่านครับ คนเริ่มมาตั้งรกราก มาขายลูกชิ้นปุ่ง มาขายเนื้อย่างตั้งแต่เมื่อไร เกิดขึ้นเมื่อ ป้ ๒๕๔๓ ครับ ตอนนั้นผมอายุ ๓๐ ป้ปลาย ๆ นะครับ ป้ ๒๕๔๓ ผมมาเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ ๔ เดือนครับ แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่ต้องโทษกันนะครับว่า รัฐบาลเปึนใคร ท่านก็คงไปลําดับเหตุการณ์ได้ หน้าที่ในการที่จะไปจัดการกับพื้นที่ที่เรา อ้างสิทธิเหนือพื้นที่นี้แล้วกัมพูชาก็อ้างสิทธิ ก็ต้องไปปรึกษาหารือกันครับ ทางทหารก็ต้อง ร่วมมือกันในการที่จะไปจัดการ ในแถลงการณ์ร่วมเราบอกว่าเราจะไปพัฒนาร่วมกัน แล้วก็ในระหว่างที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนเราจะไปพัฒนาร่วมกัน ก็ไปยื่นเอกสารภายใน ๒ ป้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ได้มีการไปยอมว่าเส้นเขตแดนของกัมพูชาเปึนเส้นนี้เราไม่ได้ ยอมครับ เรายังยืนยันว่าเส้นเขตแดนของเราคือใช้สันปันน้ํา เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้จึงไม่มี ประเด็นอะไรที่ซับซ้อนเลยครับ
ประเด็นต่อไปครับ คุณอลงกรณ์ พลบุตร ตอนนี้ไม่อยู่นะครับ ได้อภิปราย พาดพิงถึงผม ๓ ข้อ ข้อแรกว่าทําไมประเทศไทยเปลี่ยนท่าทีไม่เห็นด้วยในการประชุม มรดกโลก ครั้งที่ ๓๑ แล้วจึงเปลี่ยนเห็นด้วย ข้อที่ ๒ บอกว่าพิธีเป่ดถนนที่ ๔๘ ทําไม ผมต้องไป แล้วข้อที่ ๓ มีการพูดถึงเรื่องเป่ดบ่อนกาสิโนและขุดก๊าสธรรมชาติ ๒ ใน ๓ ข้อนี้ ไม่ได้มีสาระมากที่จะตอบครับ เรื่องของพิธีป่ดถนน เป่ดถนนนี่ผมต้องไปในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับท่าน ท่านประธานครับ โครงการที่เราสนับสนุนให้กัมพูชาสร้างถนนสาย ๔๘ เกาะกง-สะแรอัมเบิล เราให้กู้ ๘๖๗ ล้านบาทโดยประมาณ เมื่อป้ ๒๕๔๖ สร้างป้ ๒๕๔๗ สร้าง ๔ ป้ เสร็จป้ ๒๕๕๑ ป้ ๒๕๔๗ เหตุการณ์เกิดเมื่อประมาณ ๕-๖ ป้ที่แล้ว ริเริ่มสมัยท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน จนมีบางคนไปบอกว่าถนนสายบิ๊กจิ๋ว เรื่องนี้เกิดขึ้น มาแล้วครับ ไม่ได้เกิดขึ้นมาเกี่ยวข้องกับผม แล้วก็ในฐานะที่ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเมื่อเขาจะเป่ดถนนซึ่งเปึนโครงการที่ประเทศไทยมีไมตรีให้เขากู้ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ให้เปล่าประมาณ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็คิดว่าเปึนโอกาสอันดีที่ผม ควรจะไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทางกัมพูชา เพราะวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ก็มาด้วย มันก็มีเท่านี้ ผมนั่งเฮลิคอปเตอร์ไป ๓-๔ ชั่วโมง ไปกลับประมาณ ๗-๘ ชั่วโมง ก็เปึนเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไป ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น
แล้วประเด็นที่ ๒ ที่ท่านถามผมว่าทําไมกระทรวงการต่างประเทศเปลี่ยน ท่าที ก็ตอนแรกกัมพูชาเขาจะขึ้นเปึนพวงใหญ่ก็คือปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อน ในเมื่อเขา ยอมจํากัดขึ้นเฉพาะตัวปราสาทตามแผนผังที่เขาทํามา แล้วกรมแผนที่ทหารยืนยันว่า ไม่รุกล้ําเข้ามาในประเทศไทย เราก็สนับสนุนได้ ท่านประธานครับเรื่องมันก็มีเท่านี้ ส่วนเรื่อง ที่ท่านพยายามจะโยงว่าการเจรจาเจดีเอ (JDA) พูดให้ประชาชนสับสนในทํานองที่ว่า ประเทศไทยกําลังนําปราสาทพระวิหารไปแลกกับน้ํามันและก๊าซธรรมชาติ แล้วท่าน คํานวณมาประมาณ ๑๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ๑๐๐ ล้านล้าน ตัวเลขจํานวนหนึ่ง เพราะว่าผมอาจจะคลาดเคลื่อนในตัวเลขของท่าน เอาเปึนว่าการเจรจาเรื่องของปราสาท พระวิหารไม่ได้มีการโยงใยกับเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ที่เรียกว่าเจดีเอหรือพื้นที่พัฒนาร่วม จอยท์ ดีเวลลอปเมนท์ แอเรีย (Joint Development Area) แต่อย่างใดทั้งสิ้น สิ่งที่ผม ให้สัมภาษณ์ก็คือว่าตัวพื้นที่ในทะเลก็เจรจาไป ตัวปราสาทพระวิหารก็เจรจาไป สามารถ ทําคู่กันไปได้ คําว่า ทําคู่กันไป กับ เชื่อมโยงกัน มันคนละประเด็นครับ สามารถทําคู่กันไปได้ เพราะอะไร เพราะว่าคณะกรรมการในการเจรจาก็เปึนคนละชุด ประเด็นที่จะเจรจาก็เปึน คนละประเด็น แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่า การเจรจาพื้นที่พัฒนาร่วมเนื้อที่เท่าไร ๒๖,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรในอ่าวไทยนั้นดําเนินการโดยคณะกรรมการ ๓-๔ ชุด เปึนไปไม่ได้ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปึนไปไม่ได้ที่นักธุรกิจคนหนึ่งคนใดจะไป เกี้ยเซียะไปเจรจาใต้โต๊ะ เพราะการเจรจานั้นจะมีคณะกรรมการ มีข้าราชการทุกระดับ เกี่ยวข้อง แล้วผมกราบเรียนความคืบหน้าในการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนนั้นคืบหน้าไปน้อยมาก ๑๐ กว่าป้ยังไม่ได้ไปถึงไหน แล้วผมขอกราบเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งกระทรวงพลังงานของไทยซึ่งจะต้องร่วมมือกัน รวมทั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งจะต้องนํามา เสนอก่อน ไม่มีใครที่มีประโยชน์ทับซ้อนและไม่มีใครที่จะยอมเอาเกียรติยศ ชื่อเสียง และ ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อที่จะไปช่วยเหลือใครคนหนึ่งคนใด เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งซึ่งท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านพยายามมาโจมตีกับผมในลักษณะที่ว่าการเจรจา ตัวปราสาทเชื่อมโยงกับประโยชน์ในน้ํามันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ในอ่าวไทยที่เรียกว่า พื้นที่เจดีเอนั้นจึงเปึนความเท็จทั้งสิ้น แล้วเปึนสิ่งซึ่งท่านพูดขึ้นมาโดยอ่านจากหนังสือพิมพ์ หรือเพื่อที่จะโยงใยให้เห็นว่าผมมีประโยชน์ทับซ้อนซึ่งไม่จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนอีกสัก ๒-๓ ประเด็น เพราะว่าท่านใช้เวลาประมาณ ๘ ชั่วโมง อภิปรายผมคนเดียวกับท่านนายกรัฐมนตรี ผมใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งก็คงจะไม่มาก ที่จะตอบประเด็นให้ครบถ้วน ผมอยากจะตอบข้อซักถามของอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งผมเคารพรัก ตอนนี้ก็ยังมีความรู้สึกเคารพ รักท่านอยู่ครับ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม แล้วก็ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ด้วยครับ บอกว่าถ้าเรายอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทจะทําให้เราสูญเสีย พื้นที่ฝัืงไทยไปด้วยก็คือ ขออนุญาตจะทําให้เราเสียสระตราว สถูปคู่ ภาพนูนต่ําผามออีแดง แล้วก็บริเวณตัดหินซึ่งอยู่ในประเทศไทย โดยท่านโต้แย้งว่า ท่านอาจจะได้ข้อมูลจาก ท่านอดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งผมเข้าใจว่าลูกสาวท่านเปึนที่ปรึกษาของท่านอยู่ เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าไปให้คําปรึกษากับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนคําสัมภาษณ์ ในหนังสือนะครับ แต่ผมไม่เอ่ยนาม เพราะฉะนั้นก็คงไม่เสียหายก็คือลูกสาว ท่านดอกเตอร์อดุลนี่นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านอย่างนี้ครับ ข้อโต้แย้งที่บอกว่า ถ้าคุณไปยอมให้เขาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทมันจะทําให้เขาขึ้นทะเบียนส่วนนี้ซึ่งอยู่ใน ประเทศไทย ซึ่งเปึนองค์ประกอบส่วนหนึ่งของปราสาท ผมอยากจะกราบเรียนครับ ข้อโต้แย้งนี้ไม่จริงครับ ถ้าเขาขึ้นแผนที่อย่างที่ผมกราบเรียนว่าขึ้นเฉพาะตัวปราสาท ไม่มีส่วนนี้เปึนองค์ประกอบ คณะกรรมการมรดกโลกไม่สามารถนํา สมมุติว่าโบราณสถาน หรือสิ่งซึ่งมีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมของเราไปรวมกับคําขอของกัมพูชาโดยเด็ดขาดครับ อันนี้เปึนความห่วงใยของท่านสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่านศาสตราจารย์ตรึงใจ บูรณสมภพ ไม่จริงครับ ไม่สามารถทําได้เช่นนั้น ท่านประธานครับ นั่นคือสาเหตุที่เราจําเปึนจะต้องไปขอให้ทาง กัมพูชาจํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทนี่ครับ แก่นของการดําเนินการของ กระทรวงการต่างประเทศไทยที่ดําเนินการมาโดยตลอดก็คือ คุณทําอะไรในบ้านของคุณทําไป อย่ามายุ่งบ้านของผม นี่คือความสําเร็จที่เราได้ปกปัองอธิปไตยของชาติในส่วนนั้น ทีนี้ผมขออนุญาตตอบคําถามท่านสมาชิกหลายท่านที่บอกว่า ทําไมเราไม่แจ้งให้ทางยูเนสโก ได้ชะลอการพิจารณาออกไปก่อนในคราวนี้ที่ควิเบกนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการต่างประเทศได้ประเมินอย่างรอบคอบทั้งกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมเอเชียตะวันออก แล้วก็เจ้าหน้าที่ระดับสูงจนถึงระดับท่านปลัดว่าถ้าเราไม่สามารถ ที่จะปกปัองอธิปไตยโดยการไปกดดันหรือไปขอ ผมไม่ใช้ คําว่า กดดันในการเจรจา นะครับ ถ้าเราไม่ไปขอโน้มน้าว ผมใช้ คําว่า โน้มน้าวแล้วกันเดี๋ยวจะกระทบความสัมพันธ์ทางการทูต หลายเรื่องผมพูดไม่ได้เพราะมันเปึนเรื่องความลับแล้วเกรงว่าจะกระทบ ถ้าเราไม่โน้มน้าว ให้เขาแก้ไขแผนที่โอกาสที่เราจะสุ่มเสี่ยงเปึนไปได้สูงครับที่จะเสียดินแดน เพราะฉะนั้น เขาจึงไปเปลี่ยนแปลง ประเด็นก็คือว่าถ้าเราขอให้ยูเนสโกเลื่อนการพิจารณาในครั้งนี้ ที่ควิเบก กรกฎาคม แล้วถ้าเขาไม่ยอมล่ะครับ แล้วถ้ายูเนสโกไม่ยอม คณะกรรมการมรดกโลก ไม่ยอม ผลจะเปึนอย่างไรครับท่านประธาน ผลเสียก็คือว่าแผนที่ที่มันค้างไว้ที่น่ารังเกียจ ที่เรายอมรับไม่ได้สีเขียวนี่ที่เปึนแผนที่ที่รุกล้ําเข้ามาในประเทศไทยมันยังค้างอยู่ครับ นั่นคือความจําเปึนที่เราต้องไปขอให้กัมพูชาไปยกเลิกแผนที่นี้แล้วแทนด้วยแผนผังใหม่ เพราะฉะนั้นท่านจะเสี่ยงไหมครับที่จะขอให้เขาเลื่อน แล้วถ้าเขาไม่เลื่อนแล้วเขาขึ้นทะเบียน ตัวปราสาทบวกพื้นที่ทับซ้อนใครรับผิดชอบครับ ผมก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดีครับท่านประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะฉะนั้น เราจึงจําเปึนจะต้องดําเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนตามที่ท่านพูด
ประเด็นต่อไปที่ผมขออนุญาตตอบข้อสังเกตของท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการต่างประเทศที่บอกว่า การสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทฝ์ายเดียว เปึนการถอนข้อสงวน ข้อสงวนของท่านก็คงจะเปึนข้อสงวนที่ในจดหมายของท่าน พันเอก ถนัด คอมันตร์ ที่ผมพูดถึงก็คือสงวนสิทธิในปัจจุบันหรือในอนาคต ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่าเราไม่ได้ไปสละสิทธิครับ การสนับสนุนให้ขึ้นทะเบียน ตัวปราสาทไม่ได้มีถ้อยคําใดครับที่เปึนการยอมรับโดยนัยหรือโดยชัดแจ้งที่จะโดนกฎหมาย ป่ดปากในกรณีที่เราเคยโดนป่ดปากในคดีเมื่อป้ ๒๕๐๕ หรือเอสทอพเพล ที่จะบอกว่า เราไปยอมรับเส้นเขตแดนหรือไปยอมรับเอาตัวปราสาท ไม่มีข้อความตอนใดนะครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน มีข้อสงสัยซึ่งบางเรื่องผมก็ตอบรวม ๆ ไปนะครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศบอกว่าการกระทําของผม เปึนการหมกเม็ดและคลุมเครือ ผมต้องชี้แจงประเด็นนี้ครับเพราะเปึนเรื่องที่สําคัญ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วครับว่าการดําเนินการของกระทรวงการต่างประเทศมีการประชุม เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น มีการร่วมทํางานระหว่างกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กรมเอเชีย ตะวันออก เจ้าหน้าที่ระดับสูงถึงระดับปลัดฯ ท่านปลัดฯ เปึนประธานคณะทํางานเองครับ ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการดําเนินการของผมได้ดําเนินการอย่างถูกต้องได้มีการเสนอเข้าสู่ การประชุมของ สมช. อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ได้มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของ คณะรัฐมนตรีผมจึงไปเซ็นเอกสารที่ท่านอ้างว่าเปึนสนธิสัญญา แต่กระทรวงการต่างประเทศ เห็นว่าเปึนแค่แถลงการณ์ทางการเมืองและไม่มีผลในการเปลี่ยนแปลงอธิปไตยของไทย เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนครับ เรื่องนี้มีความชัดเจนไม่มีความคลุมเครือเปึนการดําเนินการ ตามขั้นตอนที่ควรจะเปึนนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเปึนมรดกโลกและเรื่องการที่ประเทศไทยต้องสูญเสียปราสาทพระวิหารจาก คําวินิจฉัยของศาลโลกเปึนเรื่องเศร้าของชาวไทยทั้งปวงครับ เราเศร้า ตั้งแต่ป้ ๒๕๐๕ และขณะนี้ผมก็ไม่ได้มีอารมณ์แตกต่างไปจากสมาชิกพรรคฝ์ายค้านที่อยากจะได้ ตัวปราสาทคืน แต่ประเทศไทยอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วครับ เราเปึนสมาชิกของ องค์การสหประชาชาติเรามีพันธกรณีระหว่างประเทศที่จะต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่เราไป ตกลงไว้ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีประเทศเราก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ก็จะไม่มีใครมา คบค้ากับเราครับ อย่างที่ จอมพล สฤษดิ์ได้พูดไว้เมื่อป้ ๒๕๐๕ ว่าประเทศไทยอยู่คนเดียว ไม่ได้เราต้องติดต่อค้าขายกับประเทศอื่น ผมอยากจะกราบเรียนครับท่านประธานครับ เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ปกปัองอธิปไตยและดินแดนของเราไว้ได้จากการเจรจา ให้กัมพูชาจํากัดการขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาท พวกเราไม่ได้รัก คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิก พรรครัฐบาลไม่ได้รักชาติน้อยไปกว่าท่านสมาชิกพรรคฝ์ายค้านครับ เรารักชาติเท่ากัน กับท่านและผมไม่ได้บอกว่าเรารักมากกว่าท่านด้วย เรารักเท่ากัน ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะผูกขาดความรักชาติไว้แต่เพียงผู้เดียว พวกเราทุกคนถ้าจะต้องสละชีวิตเพื่อปกปัอง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราพร้อมกันทุกคนครับ แต่วันนี้เราอาจจะเห็น ในประเด็นกฎหมายแตกต่างกัน วันนี้เราอาจจะอยู่ในสถานะที่แตกต่างกัน ท่านเปึน ฝ์ายค้านท่านก็มีสิทธิตรวจสอบ เราเปึนรัฐบาลเราก็มีสิทธิที่จะดําเนินการตามที่หน่วยงาน ของรัฐ เพื่อนข้าราชการเห็นว่าถูกต้อง ในเรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนพี่น้องคนไทย ที่ฟังถ่ายทอดอยู่ในขณะนี้ครับว่า กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพไทยและรัฐบาลไทย ที่มีท่านนายกสมัคร สุนทรเวช เปึน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ดําเนินการอย่างถูกต้องและ ปกปัองอธิปไตยของไทยไว้อย่างสมบูรณ์ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้เปึนประเด็นการเมืองที่พยายาม จะล้มรัฐบาลให้ได้โดยให้ข้อมูลที่สับสนกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่า เรื่องนี้คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกนานครับ และเรื่องนี้ทุกส่วนในสังคม สามารถตรวจสอบการดําเนินการได้ วันนี้ผมดีใจครับที่ได้มาชี้แจงกับเพื่อนสมาชิก และวันนี้ผมดีใจที่ได้มากราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกในรายงานการประชุมสภาว่า กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลได้ปกปัองอธิปไตยของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ ขอบคุณครับ