สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

(เนื่องจาก นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ติดราชการ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ มีผู้เข้าร่วมประชุม ๓๕๓ คน ผมขออนุญาตเป่ดประชุมเลยนะครับ ท่านเชาวรินมีอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ผมมีเรื่องขออนุญาตหารือท่านประธาน อันเปึนเรื่องสืบเนื่องจาก ความเดือดร้อนของพี่น้องเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔๘๐ คน ท่านประธาน เปึนที่รู้กันว่าสมาชิกแต่ละคนสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงานคนละ ๕ คน และมี ผู้ชํานาญการอีก ๑ คน ปรากฏว่าทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจ่ายเงิน ตอบแทนเปึนเช็คครับท่านประธานครับ โดยให้สมาชิกนําใบมอบอํานาจจากผู้ช่วย ผู้ปฏิบัติงานและผู้ชํานาญการ แทนที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะจ่าย เปึนเงินสด นี่จ่ายเปึนเช็ค เสร็จแล้วก็เอาไปเข้าบัญชีไม่ได้ท่านประธานครับ ท่านประธาน ลองนึกดู เอาเช็คไปต่างจังหวัด สมมุติเจ้าตัวมารับเงินเอง คนจะเดินทางเข้าสภาเท่าไร เพราะผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงาน ๒,๔๐๐ คน ผู้ชํานาญการอีก ๔๘๐ คน มันจะสับสนอลหม่าน เมื่อจ่ายโดยวิธีการให้มอบอํานาจมา ทําไมไม่จัดเงินสดให้เขาละครับ ผมบอก ท่านประธานแล้วท่านอย่าไปบอกใครนะครับ นี่เปึนความคับแค้นเหลือเกินท่านประธาน เงินเพียงน้อยนิดแค่นี้ ถ้าให้เขาเดินทางมากรุงเทพฯ สมมุติว่าเพื่อนผมอยู่เชียงราย ไป-กลับเท่าไรครับ ค่ารถกี่พันบาทเข้าไปแล้ว ดังนั้นให้ผู้แทนราษฎรเปึนตัวแทนรับมอบนี่ ถูกแล้ว แต่ทําไมไม่จ่ายเงินสด มันยังมีเรื่องลับอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเป่ดเผยกันในที่นี้ก็คือว่า อย่างกรณีของผมนี่ เงินตอบแทน ๑๐,๐๐๐ บาท ผมไปหารสอง แทนที่จะจ้างคนเดียว จ้าง ๒ คน แต่อีกคนหนึ่งไม่มีชื่ออยู่ในนี้ มันจําเปึนต้องเฉลี่ยกันไปเพราะให้ช่วยกันทํางาน พื้นที่ผมตั้ง ๖,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมขอหารือว่า ตรงนี้ให้สํานักงานจ่ายเปึนเงินสดได้ไหมครับ ในกรณีที่สมาชิกเขารับมอบอํานาจมา นี่เรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ผมขออีกนิดเดียวท่านประธาน วันนี้ผมมาสภาแต่เช้าเนื่องจาก ผมต้องเปึนกรรมาธิการประชุมยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมไปห้องน้ํา ไปเจอใบปลิวท่านประธานครับ เปึนเอกสารซึ่งน่าสนใจมาก เรื่องวีรบุรุษเมียกู แต่พออ่าน แล้วก็ตกใจท่านประธาน ผมจะขออนุญาตส่งมอบให้ท่านประธาน แล้วท่านประธานลอง พิจารณาดูว่าถ้ามันเปึนเรื่องจริงนี่ต้องตั้งกรรมการสอบสวนนะครับ แล้วก็ต้องหาทางสกัด อย่าให้ใบปลิวลักษณะอย่างนี้เข้ามา อ้ายมันเกี่ยวข้องกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ของบ้านเมือง เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้นะครับ บทความเรื่อง วีรบุรุษเมียกู ๗ หน้า เดี๋ยวผมจะมอบให้ท่านประธาน และอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ วันที่เลือกประธาน ผมได้อภิปรายว่าสภาของเรามีผู้อาวุโส ๓ ท่าน ที่เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ สมควรยกย่องเปึนปูชนียบุคคล มีท่านชวน หลีกภัย ท่านชัย ชิดชอบ ท่านสุชน ชามพูนท บัดนี้ผมได้ค้นพบข้อมูลว่าผมผิดพลาดไป ขออนุญาตเพิ่มผู้อาวุโสอีก ๑ ท่าน เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ป้ ๒๕๑๒ นั่นคือ ท่านสมพล เกยุราพันธุ์ ผมขอเพิ่มอีก ๑ ชื่อนะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเลขาธิการพอชี้แจงได้ไหมครับ ในส่วนของเรื่องที่จ่ายเงินเดือนเปึนเช็ค (Cheque) มอบให้ท่านเลขาธิการไปดูอีกทีนะครับ แล้วมาช่วยชี้แจงพวกเราด้วยนะครับ เชิญท่านสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความสับสนผมหารือท่านประธาน ในเบื้องต้นก่อนครับว่า ในขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมถูกต้องไหมครับ ท่านประธานครับ ยังไม่สู่ระเบียบวาระการประชุมเปึนเรื่องที่ประธานพูดในเรื่องของ การหารือก่อนใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องที่ประธานอนุญาตให้หารือครับ ก็คงมีอยู่ ๒ เรื่องของผมในวันนี้

ในเรื่องที่ ๑ ท่านประธานครับ ก็เปึนผลสืบเนื่องมาจากที่ ฝ์ายนิติบัญญัติของเราไม่ตั้งกรรมาธิการสามัญคณะต่าง ๆ ทําให้การตรวจสอบของ ฝ์ายนิติบัญญัติที่มีต่อฝ์ายบริหารนี่ครับไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เปึนไปตามเจตนารมณ์ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้ข้อเท็จจริงก็เปึนที่ประจักษ์ อย่างน้อย ๆ ท่านประธานครับ เอกสารที่อยู่ในมือผมนี่ครับ นี่เปึนบทพิสูจน์ให้เห็นถึงความหย่อนยานของการปฏิบัติ หน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติที่ไม่สามารถตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่หรือควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลได้ ท่านประธานครับ นี่เอกสารเหตุเกิดที่หมู่ที่ ๕ ตําบล หาดยาย อําเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ตัดไม้ทําลายป์ากันในเขตอุทยานน้ําตกหนาว ที่หมู่ ๕ ตําบลหาดยาย อําเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ยึดไม้เปึนภูเขาเลากาเลยครับ ต้นไม้ต้นใหญ่ ๓ คนโอบนะครับ ๓ คนนี่ครับโอบยังไม่รอบต้นไม้เลย แล้วก็มาตั้งเปึน ลักษณะของอาคารบ้านดูประหนึ่งว่าเปึนไม้ที่ถูกต้องแล้วก็ลักษณะคล้าย ๆ กับจะมี การจ่ายหรือขายไม้ดังกล่าว ท่านประธานทราบไหมครับว่าไม้ดังกล่าวนี้ยึดจากใคร ท่านประธานครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ที่สถานีตํารวจภูธรอําเภอหลังสวน ไม้ที่ ปรากฏในรูปทั้งหมดเดี๋ยวผมจะส่งให้ท่านประธานนี่ครับ ภาพนี้จะส่งให้ท่านประธานไป ตรวจสอบไม้ยึดมาจากนายวันชัย แสงสุวรรณ์ แสงสุวรรณ์ ท่านประธานรู้จักไหมครับ นามสกุลของใคร นี่ครับคือข้อเท็จจริงที่ปรากฏ เพราะฉะนั้นวันนี้นะครับท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดก็ดี ป์าไม้จังหวัดก็ตาม อุทยานต่าง ๆ ก็ดีครับ ตรวจยึดไม้แต่ปรากฏว่าไม้ที่เปึน ไม้แปรรูปเยอะแยะหมดนี่ไม่ได้ลงในบันทึกประจําวันเพราะป์าไม้ไม่ลงในบันทึกประจําวัน ไม่ทราบว่ามาจากเพราะนามสกุลแสงสุวรรณ์หรือไม่ และในขณะนี้วันนี้ครับ ตลอดตั้งแต่ เมื่อคืนจนถึงวันนี้ก็มีการไสกบไม้ดูประหนึ่งว่าจะมีการเอาเอกสารจากจังหวัดหนึ่งมาสวม ลงในไม้ดังกล่าว อึดอัดมากข้าราชการในพื้นที่ครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานเพื่อบอกครับว่า สภาแห่งนี้คือสภาของผู้แทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ เปึนสภาที่มีหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ แต่เมื่อไม่มีการตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภาคณะต่าง ๆ นี่ครับ ผมก็ไม่รู้จะไป ร้องเรียนกับใคร แถลงข่าวก็แถลงไปแล้ว ออกข่าวก็ออกไปแล้ว แต่ยังมีการปล่อยปละ ละเลยดุจประหนึ่งว่ามีการสั่งการจากกระทรวง ทบวง กรม จากผู้มีอํานาจในทาง การเมืองสั่งให้ข้าราชการผู้ปฏิบัติให้ปล่อยปละละเลยมีการหย่อนยานในการปฏิบัติ ในการบังคับใช้ตามกฎหมาย นี่คือเรื่องที่ ๑

ในเรื่องที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพิ่งเสร็จไป เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเราก็ไปลงคะแนน วันนี้สภาก็มี ๒ ขาครบถ้วนก็คือมีวุฒิสภาด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เปึนข้อสังเกตแล้วก็เปึนเรื่องที่วิงวอนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมครับ มีเรื่องแปลกที่ผมเห็นแล้วเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย วันนี้มีการเอา สถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ในทางการเมือง มีการ ให้ทหารเกณฑ์ที่ไปอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาในภูมิลําเนา แล้วก็เดินไปบอก คุณพ่อ คุณแม่ว่าอยากจะให้ลูกกลับมาอยู่ในภูมิลําเนา อยู่ในอ้อมอกคุณพ่อ คุณแม่ ในครอบครัวก็ต้องเลือกหมายเลขนั้นหมายเลขนี้แล้วจะได้กลับมา ซึ่งตรงนี้ครับ สร้างความหวาดผวา สร้างความหวาดกลัวในพื้นที่ต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในค่ายจังหวัด ทหารบกชุมพรค่ายเขตอุดมศักดิ์ ผมเปึนผู้แทนจังหวัดชุมพรมาอย่างน้อย ๕ สมัยกว่า ๑๕ ป้ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ เขตอุดมศักดิ์เปึนชื่อที่เปึนมิ่งมงคลของเสด็จเตี่ย เสด็จในกรมหลวง ชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แต่วันนี้ค่ายเขตอุดมศักดิ์มีราคีทางการเมืองเสียแล้ว เพราะเปึนแหล่ง ซ่องสุมในทางการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของผู้สมัครวุฒิสภาคนหนึ่งคนใด คะแนน ที่ออกมาตรงนั้นเราก็แสดงความยินดี เราก็เคารพ แต่ถ้าหากมันไม่เปึนไปตามเจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชน มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทางการเมืองเหล่านี้ เปึนเรื่องที่ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเปึนคนเดียวกับที่เปึนนายกรัฐมนตรีวันนี้ครับ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่าให้ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปปรากฏในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไปซึ่งน่ากลัวมาก อย่าเอาสถานการณ์ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาเปึนเครื่องมือต่อรองในการสร้างคะแนน นิยมทางการเมืองอีกต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอประสงค์ครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ นครพนม

ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่อง การหารือในวันนี้กระผมขอหารือเรื่องที่เกี่ยวกับอัคคีภัยนะครับ คือเรื่องของไฟ ไฟนี่เปึน เรื่องที่ผิดปกติ เรื่องผิดปกติมันกลายเปึนปกติไปแล้วนะครับ นี่ก็มีรายงานมา ไฟไหม้ ชุมชนพูนกิจ พระราม ๔ ห่างปัูม ๕๐ เมตร วอดแล้ว ๑๐ หลัง คนหนีตายวุ่น เมื่อวันศุกร์ ที่แล้วผมไปที่เขตของผม ราษฎร ๖ ครัวเรือนมีทั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านถูกไฟไหม้หมด หมดไปประมาณ ๒ ล้านบาท แล้วเมื่อ ๖ เดือนที่แล้วเขตอําเภอท่าอุเทน ๕ หลังคาเรือน หมดไป ๑ ล้าน ๕ แสนบาท มีทั้งของพ่อค้าแม่ขาย มีทั้งของข้าราชการ ที่เปึนของพ่อค้านั้น ก็มีประกันภัยก็คงไม่เปึนไร แต่ที่แห่งอื่น ๆ นั้นช่วยกันมาหลายฝ์าย ไม่ว่าจะเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัด กาชาดจังหวัด อําเภอและหน่วยที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ ไม่พอเพียงครับ จํานวนคํานวณดูแล้วช่วยประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ได้ประมาณ ๑ แสนบาท หรือ ๒ แสนบาท จาก ๒ ล้านบาท จากสาเหตุที่ไปดูกันก็ปรากฏว่าเกิดจาก ไฟฟัาชอร์ต (Short) หรือไฟลัดวงจร ที่กระผมมากราบเรียนท่านประธานในวันนี้เพราะ เรื่องเหล่านี้เกิดมาเปึนประจําครับ แต่ก็ไม่มีเจ้าภาพที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ พี่น้องเดือดร้อนเหลือเกิน บ้านนอกของเขาจนอยู่แล้ว ท่านกํานันของผมวันนั้นนอนกลิ้ง กลางถนนเลย เกือบจะเปึนบ้าเอาเพราะแกหมดตัวจริง ๆ ลูกเต้าที่มาคลอดบุตร โรงพยาบาลก็ไม่มีเงินให้เขาเพราะว่าไฟไหม้หมด เมื่อเรามาดูแล้วสาเหตุก็เกิดจากไฟฟัา ลัดวงจร ก็ปรากฏว่าการไฟฟัาส่วนภูมิภาคนี้ล่ะครับ เดิมทีก็มีเจตนาดีก็มีไฟฟัาออกไป ทุกหมู่บ้าน ๘๐ หลังคาเรือน แต่ว่าหลังคาเรือนมันขยายออกไปเรื่อยเปึนสิบเปึนร้อย หลังคาเรือน สายไฟมันก็เก่า แล้วเกิดไฟไหม้เกิดจากชอร์ตอันนี้ กระผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าน่าจะต้องหาผู้รับผิดชอบมาช่วยเหลือท่านล่ะครับ ไม่ว่าจะเปึน กรมบรรเทาสาธารณภัย หรือสาธารณภัยจังหวัด หรือทางจังหวัด คือเรามามองดูว่า เมื่อเขาไหม้แล้วจะช่วยอย่างไร กระผมกราบเรียนว่าการปัองกันมีความสําคัญมาก ที่จะต้องให้ประชาชนเขาเข้าใจว่าเมื่อมันเก่าจะทําอย่างไร การไฟฟัาส่วนภูมิภาคเก็บเงิน ของเขาแล้วเปึนค่าใช้ไฟแล้วจะทําอย่างไร จะช่วยเขาอย่างไร จะแก้ไขอบรมเขาอย่างไร ให้เขามีการแก้ไขในเรื่องของสายไฟ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอย่างนี้อีกครับ จึงขอกราบเรียน กับท่านประธานเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งให้พวกเราได้ทราบต่อไป ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ฝากคุณหมอประสงค์ด้วยนะครับ สภาของเรามีกลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ก็ฝาก คุณหมอช่วยส่งเรื่องไปในช่องนั้นด้วยนะครับ เชิญคุณทศพรครับ

นายทศพร เทพบุตร ภูเก็ต

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต หารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องปัญหาขยะในท้องที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากขยะมีปริมาณ เพิ่มขึ้นเปึนจํานวนมาก เรามีโรงบําบัดขยะหรือที่เรียกกันว่าเปึนเตาเผาขยะอยู่ที่ปริมาณ ๒๕๐ ตันต่อวัน แต่ในขณะเดียวกันในจังหวัดภูเก็ตมีขยะมูลฝอยขณะนี้มากกว่า ๕๐๐ ตัน ต่อวัน ขยะจึงเปึนปัญหาใหญ่มากขึ้นแล้วก็ล้นเมือง สิ่งที่เราค้นพบอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า เรามีขยะอินทรีย์ซึ่งก็คือขยะที่เปึนกับข้าว ขยะที่เปึนใบไม้ แล้วก็ขยะที่ได้จากบ้านเรือนประชาชนเปึนส่วนใหญ่มากถึง ๖๗ เปอร์เซ็นต์ซึ่งก็เปึนขยะ ที่ไม่ควรที่จะนําเข้าไปสู่เตาเผา ความคิดอย่างนี้จึงเริ่มขึ้นโดยมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนําโดย อบจ. ภูเก็ต เทศบาลตําบลหลายตําบล องค์การบริหารส่วนตําบล อีกหลายตําบลร่วมมือกันศึกษาแล้วก็ร่วมกันแก้ปัญหา เมื่อมาถึงจุดนี้จึงมีความจําเปึน ที่จะต้องหาวิธีจัดการกับขยะอินทรีย์ แนวทางที่นํามาจัดการก็คือเสนอให้มีแนวทาง การสร้างโรงปุิยนะครับ เพื่อสร้างปุิยน้ําแล้วก็ปุิยเปึนปุิยหมักที่สามารถบรรจุกระสอบ ได้แจกจ่ายให้กับประชาชน แล้วก็หน่วยงานราชการก็สามารถเอาไปใช้ต่อได้อีกต่อหนึ่ง ประโยชน์ที่ได้อีกส่วนหนึ่งก็คือการจัดเก็บขยะเพื่อให้ลดจํานวนที่จะไปเข้าโรงงานเผาขยะ ก็จะได้มีอายุการใช้งานมากขึ้น รัฐก็ลงทุนในสัดส่วนที่น้อยลง ทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายองค์กรซึ่งรวมกันแทบจะทั้งจังหวัดจึงร่วมมือร่วมใจกันเสนอ ให้มีการจัดตั้งสถานที่ขึ้นมาที่หนึ่งเราเรียกกันว่า ศูนย์ปรับสภาพวัสดุและธนาคารขยะ แล้วเรื่องเหล่านี้ก็ได้เสนอไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแล้ว แล้วก็อยากจะขอท่านประธานว่าการหารือในครั้งนี้ก็เพื่อจะช่วย กรุณาติดตามเพราะปัญหาเหล่านี้เปึนที่ต้องการและก็อยากจะแก้ปัญหาร่วมกัน ทั้งระดับกระทรวงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ การหารือนี่เปึนอํานาจของประธานที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตนะครับ เปึนอํานาจของประธานอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจะอนุญาตให้พอสมควรนะครับ แต่เห็นยกมือกันหลายท่านก็เกรงใจนะครับ ก็คิดว่าน่าจะให้เวลาสักไม่น่าเกิน ๑ ชั่วโมง ก็ขอความกรุณาจากท่านสมาชิกด้วยนะครับ ถ้าพูดให้กระชับได้ก็น่าจะให้กระชับนะครับ เพราะเห็นยกมือกันหลายท่าน เชิญคุณหมอสุรวิทย์ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน กระผมมีเรื่องที่ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ

เรื่องที่ ๑ ในปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจและต้องการ ที่จะทราบว่าทางสภาของเราได้ประชุมในเรื่องอะไรบ้าง สภาผู้แทนราษฎรก็กําลังออก ข้อบังคับให้มีการถ่ายทอดสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ออกไปให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ แต่ผมกราบเรียนว่าจังหวัดชัยภูมิซึ่งเปึนจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานติดกับจังหวัดขอนแก่น ของท่านประธานยังไม่สามารถรับคลื่นจากสถานีวิทยุรัฐสภาของเราได้ และในส่วนที่ ถ่ายทอดทางสถานีอื่นก็มีให้ฟังเปึนบางครั้งเท่านั้นเอง คนชัยภูมิเรียกร้องว่า ทางสภาผู้แทนราษฎรน่าจะดําเนินการ จะเปึนการตั้งสถานีใหม่หรือเปึนการถ่ายทอด ที่เรียกว่าจากสถานีใกล้เคียงให้คลื่นเข้าไปถึงจังหวัดชัยภูมิให้พี่น้องชาวจังหวัดชัยภูมิ สามารถรับฟังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การประชุมของรัฐสภาของเราได้ นี่เปึน เรื่องที่ ๑ ที่กราบเรียนท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ครับ พี่น้องชาวนาในจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อําเภอ คอนสวรรค์ อําเภอแก้งคร้อ อําเภอเมืองชัยภูมิ อําเภอบ้านเขว้า อําเภอจัตุรัส ๔-๕ อําเภอนี้ มีปัญหาในเรื่องน้ําท่วมเมื่อประมาณกลางป้ที่ผ่านมาทําให้ข้าวในนาเสียหาย เจ้าหน้าที่ ได้ไปจดบันทึกจํานวนไร่นาที่เสียหายและแจ้งว่ารัฐบาลห่วงใยพี่น้องชาวนาจะหา งบประมาณช่วยเปึนงบน้ําท่วม แต่จนถึงขณะนี้ท่านประธานที่เคารพผ่านไปแล้วประมาณ ๘ เดือนยังไม่มีวี่แววว่างบน้ําท่วมเมื่อป้ที่แล้วจะตกไปถึงพี่น้องชาวนา จึงขอฝาก ท่านประธานได้นําเรียนผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยหรือจะเปึนกระทรวงการคลังเพื่อของบน้ําท่วมป้ที่แล้วให้กับพี่น้อง ชาวนาในจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาน้ําท่วมเช่นเดียวกัน ขอกราบ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรณ์ครับ ขอคุณหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก โดยความร่วมมือของ ท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ และท่าน ส.ส. นคร มาฉิม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก เช่นกันครับ พวกเรา ๓ คนได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรที่มีอาชีพทํานา จากหมู่ที่ ๒ ตําบลบางระกํา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งผมดูแล้วมีความจําเปึนที่จะต้องมา เรียนผ่านท่านประธานเพื่อนําไปสู่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อเปึนประโยชน์ของชาวนาต่อไป ผมสรุปเปึนประเด็นสั้น ๆ ดังนี้ว่าพื้นที่หมู่ที่ ๒ ของตําบลบางระกํานั้นมีอาชีพทํานา พื้นที่นาที่ได้รับอานิสงส์ของปัญหาที่จะกราบเรียนนั้นมีประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ พื้นที่เหล่านี้ เปึนพื้นที่ที่ไม่มีคลองชลประทานหรือโครงการสูบน้ําด้วยไฟฟัาไหลผ่าน ที่ผ่านมานั้น ชาวนาทํานาด้วยการสูบบาดาล และขณะเดียวกันการสูบบาดาลที่ผ่านมานั้นใช้น้ํามัน เปึนพลังงานในการสูบบาดาล ผลสรุปออกมาว่าขณะนี้การทํานาโดยเฉลี่ยต่อไร่นะครับ ๑ ฤดูการเก็บเกี่ยวระยะเวลาประมาณ ๑๑๐–๑๒๐ วันนั้นชาวนามีต้นทุนของพลังงานคือ น้ํามันเฉลี่ยออกมาไร่ละประมาณ ๑,๒๐๐–๑,๕๐๐ บาท ขณะเดียวกันในพื้นที่ตําบลอื่น ที่ใกล้เคียงกันนั้นเขามีไฟฟัาเข้าถึง ชาวนาในพื้นที่อื่นนั้นใช้ปัูมระบบไฟฟัา ปรากฏว่า ต้นทุนการผลิตต่อไร่ของชาวนาในพื้นที่ตําบลใกล้เคียงนั้น ต้นทุนในการสูบน้ําต่อไร่ ประมาณ ๒๐๐–๓๐๐ บาท ซึ่งเปรียบเทียบดูแล้วนั้นต้นทุนในการผลิตต่อไร่นั้นแตกต่าง กันมาก ดังนั้นจึงกราบเรียนฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่าอยากจะให้ รัฐบาลช่วยดูแลในการขยายไฟฟัาเพื่อการเกษตรไปสู่ในพื้นที่เปัาหมาย โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ที่ ๒ ตําบลบางระกํา อําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก โดยตัวแทนของชาวบ้านที่ เข้ามาร้องเรียนพร้อมเอกสารคือนายสมัย ไต่ไม้งาม และผมจะขออนุญาตฝากเอกสารนี้ ผ่านท่านประธานไว้ด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าจะให้ดีนะครับ ผ่านกลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ก็ดีนะครับ เชิญท่านสุชาติครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน จังหวัดลพบุรี ขอหารือ ท่านประธานเพียง ๒ เรื่องเท่านั้นครับ เรื่องละ ๑ นาที เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาเพื่อนฝูงครับ

เรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องที่ ๑ เมื่อกี้ก็เห็นด้วยกับท่านสุวโรช พะลัง ที่บอกว่า มีการเมืองเข้าไปแทรกแซงในค่ายทหารที่มีการเลือก ส.ว. ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาชีวิต ผมก็ต้องฝากท่านไว้ด้วย ผมอยู่จังหวัดลพบุรีก็โดนเหมือนกัน โดนเหมือนกับที่ท่านพูด นะครับว่าครั้งที่แล้วมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ในหน่วยงาน ของทหาร ห้ามกาพรรคพลังประชาชน ผมเบอร์ ๑๑ ในค่ายบอกให้กาเบอร์ ๔ เบอร์ ๗ เบอร์ ๒๒ คนลพบุรีบวกเลขไม่ถูก คูณเลขไม่ถูกครับท่านประธาน ฝากไปให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ตรวจสอบด้วยว่าจริงอย่างที่ผมพูดหรือไม่

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมก็ลูกชาวนาอย่างที่บอกนะครับ วันนี้ จังหวัดลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ทํานาเกือบหมด เปึนนาปรัง ช่วงนี้ท่านครับ ฝากกรมชลประทานให้เพิ่มน้ําให้หน่อย น้ํามันแพงต้องสูบน้ําบอกว่าในเขื่อนภูมิพลมี แต่ไม่ยอมเป่ดน้ํามาให้ชาวนาเขา ตอนนี้ข้าวกําลังจะตายครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนิตพล ไชยนันทน์

นายธนิตพล ไชยนันทน์ ตาก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือกับท่านประธานในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก ทั้ง ๓ ท่านคือคุณชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายแพทย์เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ และท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นะครับ กระผมขอหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของกระเทียมราคาตกต่ํา ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมในจังหวัดตากได้ลงทุนในกระบวนการปลูก ไถ รดน้ํา ใส่ปุิย พ่นยา รวมไปจนถึงเรื่องของการมัดและขาย ใช้เงินลงทุนไปทั้งสิ้น ๒๕,๐๐๐ บาท จะได้ ผลผลิตประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งในป้ ๒๕๔๙ และป้ ๒๕๕๐ ราคากระเทียมอยู่ที่ ๒๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่ในป้นี้ครับป้ ๒๕๕๑ ราคากระเทียมอยู่ที่ ๕ บาทถึง ๗ บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเกษตรกรลงทุน ๑ ไร่จะได้ผลผลิตประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลกรัม ขายได้ ๑๔,๐๐๐ บาทเท่านั้นเองครับ ซึ่งจะขาดทุนอยู่ที่ ๑๑,๐๐๐ บาท ตามสถิตินะครับท่านประธานในป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ พื้นที่ที่ส่งเสริมการปลูกกระเทียม มีอยู่ ๒ แสนไร่ ซึ่งถ้าเกิดเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียมลงทุนไปแล้ว ๒ แสนไร่จะขาดทุนอยู่ เปึนจํานวน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาททั่วประเทศครับ ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เกษตรกรที่กู้ยืมเงินมาเพื่อปลูกกระเทียมทั้งในระบบแล้วก็นอกระบบในขณะนี้รวมถึง จังหวัดตากด้วยนะครับ เกษตรกรจะต้องคืนเงินกู้ต่อเจ้าหนี้และคาดว่าจะไม่สามารถ ที่จะคืนเงินได้หมด เพราะการขายกระเทียมในราคาขาดทุนทําให้เกษตรกรมีหนี้สะสม ของผู้ปลูกกระเทียมเพิ่มขึ้นอีกจํานวนมหาศาล มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลได้พูดถึงในเรื่องของกระเทียมเมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ ท่านประธาน ซึ่งขณะนี้ผ่านมา ๗ วัน ราคากระเทียมก็ยังตกต่ําเหมือนเดิม วันนี้ขณะที่ผม กําลังอภิปรายอยู่ ยังมีเกษตรกรอีกประมาณ ๑,๐๐๐ กว่ารายในจังหวัดตากจําใจจะต้อง ขายกระเทียม เพราะถ้าเกิดไม่ขายกระเทียมจะเน่า ซึ่งจะสูญเสียเงินและเปึนหนี้สะสมอีก ๑๑ ล้านบาทต่อวันครับ ถ้าหากปล่อยสถานการณ์ราคากระเทียมตกต่ําดําเนินไป อย่างต่อเนื่อง กระผมคิดว่าจะก่อให้เกิดหนี้สินภาคการเกษตรของเกษตรกรผู้ปลูก กระเทียมเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ กระผมจึงใคร่ขอหารือท่านประธานได้ช่วยทําหนังสือถึงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไขปัญหานี้ โดยด่วนครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไรครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขออนุญาต ใช้สิทธิประท้วงท่านที่ได้หารือก่อนหน้านั้น ขออนุญาตเอ่ยนาม คือท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ที่ได้กล่าวพาดพิงเรื่องผลการเลือกตั้งว่ามีใบสั่งจากทหารให้เลือกผู้สมัครหมายเลข ๔ หมายเลข ๗ แล้วก็หมายเลข ๒๒ ดิฉันหมายเลข ๔ นะคะ แล้วก็ขอกราบเรียนว่าได้รับ การเลือกตั้งด้วยคะแนนนิยมของพี่น้องประชาชนด้วยเสียงบริสุทธิ์ ด้วยฝ้มือและ ความสามารถ มิใช่ด้วยใบสั่ง ขออนุญาตให้ได้แก้ไขด้วยค่ะ แล้วก็เห็นด้วยกับเรื่องอื่น ๆ ที่ได้หารือเรื่องภัยแล้งอะไรดิฉันเห็นด้วยทุกประการค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ก็เตือนท่านสุชาติช่วยระวังด้วยนะครับ ขอเชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ มีเรื่องซึ่งเปึนเรื่องความเดือดร้อน แล้วก็คงจะต้องอาศัยใช้สภาแห่งนี้ ในการที่จะพูดกล่าวไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ มีนบุรีได้อาศัยใช้พื้นที่ในส่วนของสวนเฉลิมพระเกียรติ ร. ๙ ซึ่งเปึนสวนซึ่งขออนุญาต พระราชทานพระนามมาตั้งอยู่ในส่วนของสวนดังกล่าว และประชาชนรวมถึงโรงเรียนที่อยู่ ใกล้กับสวนนะครับ ติดกับสวนคือโรงเรียนมีนบุรีกับโรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบําเพ็ญ ได้ใช้ประโยชน์ในการออกกําลังกาย เพราะสถานที่โรงเรียนทั้ง ๒ นั้นเล็กครับ แล้วก็ ยังมีส่วนหนึ่งก็คือศูนย์เยาวชนซึ่งตั้งอยู่ในสวนพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับบริเวณสวน ดังกล่าวนั้นถ้ามีกิจกรรมต่าง ๆ นั้นก็มักจะใช้บริเวณสวนตรงนี้แหละครับเปึนที่จัดกิจกรรม แล้วมีนบุรีก็เปึนจังหวัดเดิมก็ถูกยุบมาเปึนรวมกับกรุงเทพมหานคร ดังนั้นสวนดังกล่าว มีความจําเปึนจึงมีการร้องเรียนเข้ามาครับ เพราะว่ามีการนําสวนตรงนี้ไปใช้เปึนสถานี จอดรถดับเพลิง ซึ่งรถดับเพลิงของกรุงเทพมหานครมีจํานวนเยอะมากครับที่โดน ดําเนินคดีอยู่ ณ วันนี้กรุงเทพมหานครก็จ่ายเงินไปหลายพันล้านบาทครับ แต่รถก็ยังจอดอยู่ ก็เกรงว่าตรงนี้จะเปึนส่วนหนึ่งของการที่จะนํารถดังกล่าวที่มีปัญหาระบายออกมา แต่ระบายออกมาก็ไม่เปึนไรครับ แต่ไม่ควรที่จะใช้พื้นที่ตรงนี้ เพราะประชาชนร้องเรียนเข้ามาเปึนจํานวนมากว่าใช้พื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสม ก็ขออนุญาต สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ เขาบอกยืนยันจะใช้พื้นที่ตรงนี้ เพราะมีผู้บริหารของ กรุงเทพมหานครไปบอกว่าเปึนนโยบาย ซึ่งถ้าเปึนอย่างนี้เกรงว่าชาวมีนบุรีหรือคนที่ เดือดร้อนจะออกมาเดินขบวน แล้วก็จะเดือดร้อนไปถึงผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคงจะต้องมีปัญหาแน่นอน

เรื่องที่ ๒ ก็คือในเรื่องของความเดือดร้อนอีกละครับ ถนนหนทางที่อยู่ ในพื้นที่ต่าง ๆ ขณะนี้เสียหายมากครับ แล้วก็มีบางพื้นที่ซึ่งเปึนชุมชนซึ่งถูกทอดทิ้งมานาน แล้วยังมีส่วนของหมู่บ้านซึ่งโดนยึดพื้นที่ทั้งหมดหลายชุมชน หลายหมู่บ้านนะครับ ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไรเพราะว่าถนนต่าง ๆ ที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นยังไม่ยินยอมยกให้กับ ส่วนของสาธารณะ แต่ประชาชนนั้นได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าเจ้าของโครงการนั้น ทิ้งโครงการไปหมดแล้วครับ ทิ้งไปเปึนหลายสิบป้ กรุงเทพมหานครก็ปล่อยปละละเลยครับ แทนที่จะใช้ข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครซึ่งมีอยู่ สามารถปักปัายแล้วก็ประกาศลงไป ครับว่า ขณะนี้มีผู้ร้องเรียนเข้ามาติดปัายแล้วก็ประกาศลงไปว่า ใครจะมาร้องคัดค้าน ก็ไม่มีตัวตนที่จะร้องคัดค้านหรอกครับแต่ไม่ทํา ก็เลยทําให้ประชาชนเดือดร้อน ถ้าปักปัาย ภายใน ๔๕ วัน ถ้าไม่มีผู้ร้องค้านก็สามารถที่จะเข้าไปดูแลปรับปรุงแก้ไขถนนต่าง ๆ ได้ อันนี้ผมขออนุญาตมอบเรื่องทั้ง ๒ ไปยังท่านประธานเพื่อส่งผ่านไปให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ คุณเรวดีครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี นะคะ ไม่ใช่เรวดีค่ะ ดิฉันคิดว่าประธานจะไม่เรียก เพราะว่าจําชื่อดิฉันไม่ได้ ดิฉันจะหารือท่านประธาน ๓ ข้อนะคะ แต่หัวข้อสั้น ๆ

ข้อที่ ๑ คือ ขณะนี้จังหวัดสมุทรสงครามเปึนจังหวัดที่มีการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์นะคะ บูม (Boom) ถึงเกิน ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ พี่น้องประชาชนไปเที่ยวที่จังหวัดสมุทรสงครามมาก โดยเฉพาะไปเที่ยวตลาดน้ํายามเย็น แล้วก็ไปดูหิ่งห้อย ไปนอนพักแรมที่สมุทรสงคราม แต่ว่าการจราจรในจังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันมาเปึนผู้แทนราษฎรตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ ก็พูดมาตลอดนะคะว่า จังหวัดในประเทศไทยมี ทางเลี่ยงเมืองหมดแล้ว มีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดเดียวที่ทําแล้วก็ยังไม่เปึนทางเลี่ยงเมือง โดยสมบูรณ์ เพราะว่าสมุทรสงครามไม่ได้เลือก ตอนก่อนนี้ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ บอกว่า จังหวัดสมุทรสงครามไม่เลือกไทยรักไทยงบประมาณจะไม่ไป พอปฏิวัติปัูบ ดิฉัน ก็ได้ทําหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ บอกว่าสมุทรสงครามไม่ได้รับ งบประมาณที่เสมอภาคกับจังหวัดอื่น ขอให้ท่านช่วยอนุมัติงบประมาณมาทําทางเลี่ยงเมือง ให้สําเร็จ ท่านก็อนุมัติงบประมาณไปแล้ว ๒๐๐ ล้านบาท แต่ปัจจุบันนี้เมื่อทําแบบ เสร็จแล้ว งบกลายเปึน ๒๘๐ ล้านบาท ยังขาดอีก ๘๐ ล้านบาท ก็ขอให้ท่านประธาน ทําหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ได้งบประมาณ ๒๘๐ ล้านบาท จะได้ทํา ทางเลี่ยงเมืองได้สําเร็จ เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วรถจะติดในเมืองมาก เพราะว่าน้ําทะเลขึ้น น้ําจะท่วมในตลาด รถก็ไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้สะดวก เพราะฉะนั้นก็ของบประมาณ ในส่วนนี้

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องถนนเส้นสมุทรสงคราม-บางแพ ใครจะไปเที่ยว ดําเนินสะดวกก็จะต้องผ่านสมุทรสงครามอีกเช่นกัน แต่ว่าได้รับอนุมัติงบประมาณสมัยที่ ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทํา ๔ ช่องทางจราจร ไปจนชนเส้นสมุทรสงคราม-บางแพเสร็จแล้ว แต่ไฟกลางเกาะจะมีแค่เปึนบางจุดเท่านั้น ทําให้เกิดอุบัติเหตุมาก เพราะฉะนั้นก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดไฟกลางเกาะ ให้ตลอดสาย เพราะว่าการท่องเที่ยวเส้นนี้จะมีชาวต่างชาติไปเที่ยวตลาดน้ํา ดําเนินสะดวกในช่วงเช้ามืด เพราะฉะนั้นจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย เพราะฉะนั้นก็ขอให้ติดไฟ กลางเกาะนะคะ

อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ดินนะคะ ที่ดินสาธารณะที่หมู่ ๓ ตําบลยี่สาร ทุ่งหิน เปึนที่ดินสาธารณะพันกว่าไร่ แต่มีนายทุนจากกรุงเทพฯ และนายทุนจากจังหวัดเพชรบุรี มาครอบครองที่ดินแปลงนี้หมดทั้งพันกว่าไร่ เพราะฉะนั้นก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเอาที่ดินของรัฐเอาคืนมาให้เปึนที่สาธารณะกับพี่น้องประชาชนชาวสมุทรสงคราม ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต้องขออภัยท่านรังสิมา รอดรัศมี ด้วยนะครับ ไปลืมชื่อ ผิดตรงนั้นมันแวบเข้ามาได้ อย่างไร เชิญท่านสุรพงษ์ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากกรณีที่ สนช. (สมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ) ไม่ครบองค์ประชุม ทําให้ร่างพระราชบัญญัติ ๓ ฉบับตกไปนั้นนะครับ ปรากฏว่า เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์มติชนได้นํารายละเอียดเกี่ยวกับ ขอประทานโทษ ท่านประธานนะครับ สนช. ตายน้ําตื้นนี่นะครับ เอามานําเสนอ ซึ่งผมก็ไปอ่านพบครับ ปรากฏว่ามีพระราชบัญญัติอยู่ ๒ ฉบับ คือ พระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งองค์ประชุมโหวต (Vote) กัน ก็ ๓๕ ต่อ ๐ ครับ แล้วก็มีพระราชบัญญัติสถาบัน เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ๓๖ ต่อ ๐ ครับ ทีนี้ก็ปรากฏว่ามีนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ได้มาพบผมครับ ในช่วงเสาร์ อาทิตย์ก็มาพูดคุยกัน นักศึกษา ส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกนอกระบบก็ถามผมว่า สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะดําเนินการอย่างไรในเมื่อองค์ประชุมของ สนช. นั้นผ่าน กฎหมาย ๒ ฉบับ ๓๕ คน กับ ๓๖ คน ซึ่งเสียงมันท่วมท้นสภาจริง ๆ ท่านประธาน เขาก็ถามผมว่าถ้าสภาชุดนี้ สภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งจะดําเนินการอย่างไร กับกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมถึงได้ขออนุญาตที่จะหารือท่านประธานว่า พวกเรา น่าที่จะพิจารณากันใหม่หรือไม่อย่างไรนะครับ ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม อย่างน้อย นักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยออกมาประท้วงตามท้องถนนก็เปึนจํานวนมากนะครับ ผมคิดว่า เรื่องนี้ สนช. จะต้องรับผิดชอบ เพราะการที่ออกมาตอบโต้ว่าประธานไม่ได้กดออด เรียกประชุม นั่งดื่มกาแฟกันนอกห้องบ้าง ในขณะที่มาลงชื่อร่วมประชุมในตอนเริ่มต้น การประชุมองค์ประชุมครบ แต่อยู่ ๆ ไปแล้วมันไม่ครบอย่างนี้นี่ครับ ความเสียหาย มันเกิดขึ้นครับท่านประธาน แล้ว สนช. ก็เคยต่อว่าสภาของเราว่านักการเมืองอาชีพ ขี้เกียจ โกงชาติ โกงบ้าน โกงแผ่นดิน แล้วพวกเขาเหล่านั้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ อย่าเลยไปถึงโน่นเลยนะครับ ขอเชิญทางท่านสมบูรณ์ครับ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับขออนุญาตหารือท่านประธาน เนื่องจากในเขต พื้นที่เลือกตั้ง ซึ่งผมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมชาย โล่สถาพรพิพิธ นะครับ ก็คือ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่หมู่บ้านมดตะนอย อําเภอกันตัง จังหวัดตรัง ท่านประธานครับ หมู่บ้านมดตะนอยเปึนหมู่บ้านอยู่ริมฝัืงทะเลอันดามันครับ มีประชากรอยู่ทั้งหมด ๒๓๕ ครัวเรือน ประชากรโดยส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพประมง ชายฝัืงครับท่านประธาน ปัญหาที่จะต้องให้รัฐบาลแก้ไขเปึนการด่วนก็คือ ปัญหาการ ขาดแคลนน้ําเพื่ออุปโภคและบริโภคครับ เนื่องจากพื้นที่เปึนพื้นที่ชายฝัืงทะเลทําให้ บริเวณนั้นไม่มีแหล่งน้ําดิบครับ ในช่วงหลายรัฐบาลที่ผ่านมามีการแก้ปัญหาให้ราษฎรหลายอย่างด้วยกัน ทั้งขุดบ่อน้ําตื้น ทั้งสร้างถังคอนกรีตเพื่อเก็บน้ําไว้ดื่มไว้ใช้ แต่ขณะนี้เนื่องจากประชากรเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งเปึนแหล่งท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชน ก็เลยทําให้ปัญหาการขาดแคลนน้ํา มีสูงมากขึ้นครับ พื้นที่สําหรับที่จะทําประปาหมู่บ้านในบริเวณหมู่บ้านเองไม่มีครับ ต้องอาศัยพื้นที่นอกหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้เปึนที่น่ายินดีว่ามีราษฎรหมู่บ้านอื่นบริจาคที่ดิน เพื่อสําหรับขุดสระน้ําไว้สําหรับกักเก็บน้ําและทําระบบประปาหมู่บ้านเพื่อเดินท่อมาสู่ หมู่บ้านมดตะนอยแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ คุณสมัน ทะเลลึก ซึ่งเปึนอาของผู้ใหญ่ เชน ทะเลลึก ผู้ใหญ่ของหมู่บ้านมดตะนอยก็บริจาคที่ดินให้ ๒ ไร่ด้วยกันครับ ท่านประธานครับ เมื่อได้ที่ดินแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นก็คืองบประมาณครับ ปัญหาเรื่อง งบประมาณที่สําหรับไปทําประปาหมู่บ้าน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานได้ทํา หนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดสร้างประปาหมู่บ้านให้กับพี่น้อง ชาวหมู่บ้านมดตะนอยดังกล่าวด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณประมาณ ๓-๔ ล้านบาท เหตุผลเพราะว่าผมเคยของบประมาณให้กับพี่น้องบ้านเกาะเคี่ยม อําเภอกันตัง ซึ่งใช้งบ ๕-๖ ล้านบาท แต่ที่นั่นมีประชากรถึง ๑,๕๐๐ ครัวเรือน ท่านประธานครับ งบส่วนที่ ๒ ที่จะขอได้ก็คือจากกรมทรัพยากรน้ําซึ่งเปึนหน่วยงานที่ดูแลน้ําแห่งนี้โดยตรง และหมู่บ้าน นี้เปึนหมู่บ้านที่ประสบภัยสึนามิ (Tsunami) ครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ นั้น หมู่บ้านดังกล่าวมีราษฎรในหมู่บ้านเสียชีวิต ๑ คน ลูกเล็กเด็กแดง ผู้เฒ่า ผู้แก่ ต้องวิ่งจากหมู่บ้าน ๓ กิโลเมตรไปที่หมู่ ๘ บ้านสุไหงปาตู ที่นั่นจะเปึนเนินอยู่เล็กน้อย ประชาชนจะได้เดินทางไป แต่เส้นทางถนน ๓ กิโลเมตร ท่านประธานทราบไหมครับ ได้รับ งบประมาณเรียกกันว่าเปึนท่อน ๆ ครับท่านประธาน ท่อนแรกเราได้จากกรมทางหลวงชนบท ๔๐๐ เมตร ท่อนที่ ๒ ถนนคอนกรีตในหมู่บ้านได้จากกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่อนที่ ๓ ตอนนี้ อบต. เกาะลิบง โดยนายกอาทรให้งบประมาณของสภา ๒ ล้าน ๑ แสนบาท ลาดยางได้แค่ ๘๐๐ เมตร ยังเหลืออีก ๑,๕๐๐ เมตรครับท่านประธาน ซึ่งขณะนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง โดยนายกกิจ หลีกภัย ก็อนุมัติงบเปึนหินคลุกให้ ท่านประธานครับ ปัญหาสึนามิขณะนี้อาจจะเกิดขึ้นมาได้ตลอดเวลา หมู่บ้านมดตะนอย แห่งนี้ไม่มีหอเตือนภัย ไม่มีอาคารสําหรับหลบภัย เพราะฉะนั้นวิธีถ้าเกิดกรณีมีการเตือนภัย ทุกคนจะต้องวิ่งจากหมู่บ้านไปที่หมู่บ้านสุไหงปาตูเท่านั้น เพราะฉะนั้นอยากขออนุญาต ท่านประธานได้ทําหนังสือถึงกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้อนุมัติงบสําหรับ การก่อสร้างถนน ๑,๕๐๐ เมตรที่เหลือ แล้วส่วนที่ ๒ ก็คือ ถ้าเกิดเปึนไปได้ก็คือขอไปที่ สํานักนายกรัฐมนตรี กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ซึ่งมีผู้บริจาคขณะนั้น ๑,๒๘๐ กว่าล้านบาทครับ ซึ่งขณะนี้ยังมีเงินอยู่ ก็ขอให้ได้ไปสร้างหอเตือนภัย สร้างอาคารเตือนภัย แล้วก็ถนนสําหรับการหนีภัยให้กับพี่น้องชาวบ้านมดตะนอย อําเภอกันตัง จังหวัดตรังด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานเฉพาะประเด็นที่เปึนข้อเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่มีหนังสือส่งถึงผู้แทน ของเขาที่เปึนลายลักษณ์อักษร พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านได้ทําหนังสือถึง ส.ส. ดอกเตอร์วัลลภ สุปริยศิลปี ส.ส. สิรินทร รามสูต และตัวผมเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เรื่องเกี่ยวกับที่ทํากินของพี่น้องประชาชนที่เปึนชาวไร่ครับ ปัญหาที่จังหวัดน่านไม่ได้เปึน เฉพาะที่จังหวัดน่านอย่างเดียว เท่าที่ผมสอบถามเพื่อนสมาชิกในหลายจังหวัดที่มี ลักษณะภูมิประเทศคล้ายกัน ขณะนี้พี่น้องที่ยังชีพด้วยการทําไร่ ไม่ว่าจะเปึนไร่ข้าวหรือ ไร่ข้าวโพดมีปัญหาเดือดร้อนมาก

เรื่องแรกคือเรื่องเปึนข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่ของพวกเราเอง กระผมเอง หารือด้วยความเข้าใจนะครับว่าหลายฝ์ายต่างต้องทําหน้าที่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้อง เองถูกจับกุมขณะที่เข้าไปทําไร่ นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ในฤดูนี้จะเปึนฤดูที่พี่น้องชาวไร่เขาต้องเตรียมไร่เพื่อที่จะ ปลูกข้าว หรือปลูกข้าวโพด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ทําครับ เพราะว่าทําแล้วจะถูกจับกุม หลายจังหวัดครับไม่ว่าจะเปึนน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอนที่มี ลักษณะภูมิประเทศคล้ายกัน เพราะฉะนั้นผมเองกราบเรียนท่านประธานเปึนตัวอย่าง นะครับว่า ที่ตําบลบ่อ อําเภอเมือง จังหวัดน่าน ทั้ง ๙ หมู่บ้าน ราษฎรถูกจับ แล้วเขา ไม่สามารถทําไร่ได้ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับ ในกรณีที่ ๒ ที่บ้านน้ําช้าง พัฒนา ตําบลขุนน่าน อําเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ตรงนี้ก็เปึนข้อพิพาทระหว่าง เจ้าหน้าที่ของเราที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมด้านป์าและที่ดินก็มีข้อพิพาทกับ พี่น้องราษฎรเขาจับกุม มีการปรับนะครับ พี่น้องราษฎรนี่ไม่สามารถที่จะจ่ายค่าปรับได้ ก็ถูกจับกุมคุมขังไป

และอีกเรื่องหนึ่งที่ตําบลอวน บ้านหมู่ ๒ หมู่ ๓ และหมู่ ๑๐ พี่น้อง ชาวตําบลอวนทั้ง ๓ หมู่นี่เขาจะมีพื้นที่ในการทําไร่ที่ได้รับอนุญาตหรือข้อตกลงเปึน ข้อผ่อนปรนนะครับ ที่บริเวณถนนสายน้ํายาวบ่อเกลือที่หลักกิโลเมตรที่ ๓๔ ถึง ๔๐ เขาทําไร่มาตลอด แต่ขณะนี้ทางหน่วยป์าไม้ ขออนุญาตใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษทีพีที (TPT) ๒๕ ไปขอใช้สิทธิที่จะปลูกป์าก็ทําให้พี่น้องมีข้อเดือดร้อน ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยที่สุดครับ ๑. หาวิธีการแก้ไขว่าทําอย่างไรไม่ให้เกิดข้อพิพาทมีการจับกุมระหว่างพี่น้องราษฎร ที่เข้าไปทําไร่ อันที่ ๒ น่าจะหาเรื่อง หาเวทีคุยกันว่าเราจะมีวิธีการผ่อนปรนอย่างไรที่ทําให้ พี่น้องเขาอยู่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ป์าไม้เราก็สามารถทํางานได้ พวกเราทุกคนสบายใจ นั่นหมายความว่ามีความสมดุลระหว่างการรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและ การยังชีพของพี่น้องประชาชน แต่ที่สําคัญท่านประธานครับ เรื่องนี้เปึนข้อเดือดร้อน ค่อนข้างมาก ผมอยากจะขออนุญาตยื่นเปึนญัตติด่วน แล้วก็จะมีขออาศัยอํานาจ สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาหามาตรการที่เปึนการแก้ไข ไม่ว่าจะเปึนระยะสั้น ระยะยาว ในอนาคตต่อไป

ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายนิดเดียวครับ เปึนข้อเดือดร้อนและเปึน ความหวังของคนคนหนึ่งที่เขารออยู่ เขาได้ยื่นเรื่องที่จะขอปลูกถ่ายอวัยวะคือไต เขาเปึน โรคไตวายเรื้อรัง ขออนุญาตเอ่ยนามเขาครับ ชื่อนายวิจิตรสัน พิบูลย์สวัสดิ์ อายุ ๕๘ ป้ ได้รับสิทธิจากประกันสังคมให้ใช้วงเงินประมาณ ๗ แสนบาท ในการที่จะผ่าตัด เปลี่ยนถ่ายไตในระยะเวลา ๓ ป้ ขณะนี้เขารอมา ๒ ป้แล้วท่านประธานครับ เขาก็รอด้วย ความหวังก็ฝากท่านประธานทั้ง ๒–๓ เรื่องนี้เพื่อเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านเชนครับ แต่ว่าที่สําคัญที่สุดผมคิดว่าเปึนเรื่องของความอันตรายของพี่น้องประชาชนที่เดินทาง สัญจรไปมา ตัวนี้ครับท่านประธานครับ ผมอยากขอหารือท่านประธานเพื่อจะนําเรียนไปสู่ ส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงนะครับจัดทําเครื่องหมายจราจรและอุปกรณ์สําหรับ ทางหลวงแผ่นดินเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้น เฉพาะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่บ้านผมเท่านั้นนะครับ แต่ผมเชื่อว่าน่าจะมีอยู่ในหลาย ๆ พื้นที่ ถ้าเราไม่ดําเนินการจริงจังวันหนึ่งท่านประธาน ผมหรือเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ อาจจะต้องประสบอุบัติเหตุด้วยตัวเองกันก็ได้นะครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นว่าพอสมควรนะครับ ผมขอใช้อํานาจของผมเข้าสู่ระเบียบวาระ เลยนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม

๒.๑ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร

ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านใน สภาผู้แทนราษฎร จึงขอเชิญท่านสมาชิกครับ โปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการครับ

(สมาชิกและผู้ที่อยู่ในห้องประชุมได้ยืนขึ้นเพื่อรับฟังพระบรมราชโองการ)

เชิญท่านเลขาธิการครับ เชิญครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

“พระบรมราชโองการ

ประกาศ

แต่งตั้งผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

(พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

ตามที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เข้า บริหารราชการแผ่นดิน โดยได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๘–๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ แล้วนั้น

โดยที่ทรงพระราชดําริว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคุณสมบัติตามความในมาตรา ๑๑๐ วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ ๖๓ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญนั่งครับ

๒.๒ ทบทวนการออกเสียงลงคะแนน

ด้วยในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๕ (สมัยประชุมสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ที่ประชุมได้ลงมติ ส่งญัตติด่วนเรื่องปัญหาปุิยราคาแพงไปให้รัฐบาลรับไปดําเนินการ และลงมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาเรื่องราคาปุิยนะครับ ซึ่งในการลงมติทั้ง ๒ ครั้ง องค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง คือไม่ถึง ๒๔๐ คน ซึ่งไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๖ ที่กําหนดว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในเรื่อง ขององค์ประชุม ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ คงไม่มี ท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ขออนุญาตดําเนินการตามนี้เลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) ได้มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

(นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญสมาชิกข้างนอกด้วยนะครับ ท่านอลงกรณ์ มีอะไรครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ใคร่ขอหารือท่านประธานนะครับเกี่ยวกับคําหารือของท่านประธานที่จะให้มีการลงมติ ในญัตติที่เราได้ดําเนินการไปในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็ในข้อเท็จจริงนั้นก็เปึนตามที่ท่านประธานได้แจ้ง แต่ว่าอยากทราบถึงข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของเราว่าจะดําเนินการได้หรือไม่ ในการมาลงมติในญัตติ ที่ได้ลงไปแล้ว แล้วไม่ได้มีการเสนอญัตติขึ้นมา ซึ่งผมทราบดีครับว่าญัตติในเรื่องของ ปัญหาปุิยแพงก็เปึนปัญหาเร่งด่วนนะครับที่ทางรัฐบาลจะต้องเร่งรีบไปแก้ไข และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ทําหน้าที่ในการแสดงความห่วงใยต่อปัญหานี้ ของเกษตรกร แต่ว่ากระผมมีความห่วงใยว่าในข้อบังคับที่จะดําเนินการตามที่ท่านประธาน ได้หารือนั้นพอจะแจ้งต่อสมาชิกได้ไหมครับว่าจะใช้ข้อบังคับในข้อใดครับ เพื่อให้เกิด ความถูกต้องต่อไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอลงกรณ์ครับ ประเด็นนี้ผมได้หารือท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็เห็น ตรงกันว่าน่าจะทําได้ เพราะมันไม่มีระบุไว้ในข้อบังคับนะครับ เพราะฉะนั้นก็เห็นตรงกันว่า คงไม่มีปัญหาอะไร ก็เลยได้หยิบมาปรึกษาหารือพวกเรา เพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคตครับ ขออนุญาตนะครับ

มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตถามเปึนมติเดียวเลยนะครับ ท่านเห็นด้วยที่จะส่งเรื่อง ไปให้รัฐบาลพิจารณาและให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านอลงกรณ์มีอะไรครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านประธาน จะดําเนินการต่อไป แล้วก็มีการถามให้สมาชิกได้ลงมติก็ควรดําเนินการถามแยก ตามญัตติที่เสนอเพื่อให้เกิดความถูกต้องในการบันทึกการประชุมต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอลงกรณ์ครับ เปึนการปรึกษาหารือที่ประชุมนะครับ ถ้าไม่เห็นเปึนอื่นเราก็ จะรวมเปึนมติเดียวกัน เพราะเรามีความชัดเจนในเรื่องของมติอยู่แล้ว แต่ถ้าเห็นเปึนอื่น ก็อาจจะแยกเปึน ๒ มติก็ไม่ขัดข้องครับ คงไม่มีท่านใดขัดข้องนะครับ เชิญท่านจุมพฏ หรือเปล่าครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

ผม จุมพฏ บุญใหญ่ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนคร ผมมีความเห็นว่าญัตติมีทั้งหมด ๓ ญัตติ แต่แบ่งออกเปึน ๒ ประเภท คือญัตติ เสนอขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญกับญัตติที่เสนอให้ส่งเรื่องให้ทางรัฐบาลหรือ คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาแก้ไขปัญหา ผมมีความเห็นว่าควรแบ่งถามมติทีละครั้ง เหมือนการประชุมครั้งแรกที่ขอมติครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเห็นว่ามันน่าจะสะดวก แต่ที่ประชุมเห็นขัดข้องนะครับ ผมก็ไม่มีปัญหา ท่านจุมพฏ ควรจะถามทีเดียวเลยจะสะดวกกว่าไหมครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานครับ คือเมื่อเช้านี้ ที่ประชุมวิป (Whip) รัฐบาล (ประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาล) โดยท่านรองประธานวิป ขออภัยที่เอ่ยนามครับ ท่านสุขุมพงศ์ โง่นคํา ได้พูดถึงเรื่องญัตติ ๓ ญัตติ แต่แบ่งเปึน ๒ ประเภท เนื่องจากในวันพฤหัสบดีนั้น ในการ ลงมติที่ประชุมสับสนว่าทําไมจึงแยกถามคนละอัน ทางท่านรองประธานวิปก็ได้ชี้แจง ต่อที่ประชุมวิปว่า ญัตตินั้นมันเปึน ๒ ประเภท ควรถามคนละครั้ง อันนี้กระผมเห็นว่า เมื่อท่านประธานได้หยิบยกเรื่ององค์ประชุมไม่ครบ เพื่อความถูกต้องต่อไป ผมจึงมี ความเห็นว่าควรถามมติ ๒ ครั้ง เหมือนครั้งแรก เพื่อความถูกต้องต่อไปโดยไม่มี การรวบรัดครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เอาเปึนว่าผมขอถาม ๒ ครั้งก็แล้วกัน เพื่อตัดปัญหานะครับ ขอลงมติใหม่เลยครับ ขอมติแรกนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับการส่งเรื่องไปให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ข้างหลังโน่นครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมคงขอขัดจังหวะท่านประธานนิดหนึ่ง ซึ่งกําลังจะโหวตลงมติ สิ่งที่ผมไม่สบายใจนะครับ เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เราประชุมกัน ๒-๓ นัดเอง คือความจริงประธานในที่ประชุมเมื่อเห็นว่า องค์ประชุมไม่ครบนะครับ เมื่อวันพฤหัสบดีนี่น่าจะเลื่อนการลงมติไปเสีย โดยใช้เทคนิค เฉพาะตัวของประธานในที่ประชุม มันไม่น่าจะให้เกิดมีปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นในสภาเรา ซึ่งเราเพิ่งตําหนิสภาอื่นเขาไปหยก ๆ นะครับว่า ทําอะไรที่ไม่ถูกไม่ต้อง และผมก็เตือนอยู่ เสมอว่าสิ่งเหล่านี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นในสภาชุดเราซึ่งผ่านการปฏิรูป ปฏิวัติมา น่าจะเปึน สภาที่เปึนแบบอย่างที่ดี ผมยังไม่แน่ใจนะครับว่าการที่จะให้สัตยาบันมติที่ผ่านไปแล้ว ไม่ครบองค์ประชุมนี่จะทําได้มากน้อยแค่ไหน ก็คงจะมีปัญหา แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้มันเปึน เรื่องที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนซึ่งเปึน เกษตรกรทั้งประเทศ สิ่งอย่างนี้ เรื่องอย่างนี้รัฐบาลเขาก็คงจะรับไปพิจารณาอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของข้อบังคับ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้น ผมคิดว่าเราจะต้อง ปฏิบัติโดยเคร่งครัด สภาที่ตรากฎหมายให้พี่น้องประชาชนใช้บังคับทั่วประเทศ แต่มาทํา สิ่งที่ไม่ถูกต้องเสียเองนี่ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่พึงสังวรนะครับที่ทุกคนควรจะตระหนักตรงนี้ ให้เปึนอย่างดี เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ยังยืนยันว่า เราจะลงมติอีกครั้งหนึ่งเพื่อยืนยันสิ่งที่ มันไม่สมบูรณ์ไปแล้ว ตรงนี้นะครับจะเปึนการให้สัตยาบันนั้น ก็คงเปึนมติสภานะครับ แต่อย่าให้เกิดขึ้นอีกครับ ฝากไว้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านนิพนธ์ครับ เปึนเรื่องที่เราไม่ทราบว่าองค์ประชุมครบหรือเปล่านะครับ แต่ได้ ลงมติแล้วถึงทราบภายหลังว่าองค์ประชุมไม่ครบ เพราะฉะนั้นเมื่อมันผิดแล้วก็ต้องแก้ไข เท่านั้นเองนะครับ ขอป่ดการลงคะแนนครับ ผู้เข้าร่วมประชุมนะครับ ๓๘๐ ท่านครับ เห็นด้วย ๓๗๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ไม่ลงคะแนน ๔ เสียง ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องไปให้รัฐบาล พิจารณาดําเนินการนะครับ

ผมขอมติที่ ๒ เลยครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ก็กด เห็นด้วย นะครับ ไม่เห็นด้วย ก็กด ไม่เห็นด้วย เชิญใช้สิทธิครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

คุณรังสิมามีอะไรครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รังสิมา รอดรัศมี พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในระหว่างรอลงคะแนน ดิฉันจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้กับท่านประธานให้บันทึกเอาไว้นะคะว่า ดิฉันคิดว่าการกระทํา อย่างนี้ไม่ถูกต้อง เพราะว่าถ้าท่านทําอย่างนี้นะคะ มติอะไรที่ประชุมในวันพฤหัสบดี จะไม่มีการครบองค์ประชุมเลยอย่างที่ดิฉันเคยพูดเอาไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อลงมติไม่ครบ ท่านก็ต้องเอามาลงมติใหม่ในวันพุธของอาทิตย์ถัดไปมันก็จะเปึนวงจรอุบาทว์อย่างนี้ เรื่อยไปนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากตั้งข้อสังเกตว่าทําวันนี้ท่านจะทําถูกหรือไม่ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วถ้าไม่เปึนบรรทัดฐานวันนี้มันก็จะเปึนบรรทัดฐานจนกว่าท่านจะ ยุบสภานะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันอยากให้ท่านบันทึกเอาไว้เปึนหลักฐานค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณนะครับ เชิญท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมกับ คุณรังสิมา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม กินน้ําแม่น้ําเดียวกันผมจะไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้นถ้าท่านไม่ขอให้บันทึกไว้ ในเมื่อท่านจะขอให้บันทึกไว้ผมขอต่อรองคําว่า วงจรอุบาทว์ เอาออกเถอะ บันทึกไว้ก็บันทึกให้มันสละสลวย คําว่า วงจรอุบาทว์ มันไม่เปึนมงคลกับสภาของเรา ท่านประธานครับ ขอนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสิมาครับ ขอเอาตรงนี้ออกนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

คือว่าดิฉันถอน วงจรอุบาทว์ ก็ได้ค่ะ แต่ว่ามันเปึนวัฏจักร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ พอแล้วครับ ป่ดการลงคะแนนได้แล้วครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิชาญมีอะไรครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาต ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชาชน กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อกี้สืบเนื่องจากเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านรังสิมาท่านเองได้ขออนุญาตที่เอ่ยนาม นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจบแล้วละครับ นั่งเถอะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิชาญครับ

(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ครับ ผมขออนุญาตประท้วง ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คงไม่มีใครทําผิดข้อบังคับนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ วันนี้นี่นะครับ เมื่อกี้นี้มีเพื่อนสมาชิกขอบันทึกข้อความ ซึ่งกล่าวถึงสภาแห่งนี้ แต่ละท่านเอง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิชาญใช้สิทธิประท้วงนะครับ แต่ไม่ได้ประท้วงครับ เพราะฉะนั้นนั่งลงเถอะครับ ท่านวิชาญครับ ผมก็ฟังอยู่นะครับ ซึ่งสิ่งที่ควรแก้ก็แก้แล้วนะครับ แล้วก็ไม่มีใครทําผิด ข้อบังคับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

มิได้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าท่านจะประท้วงประธานท่านก็ต้องชี้ด้วยนะครับ ประธานทําผิดข้อบังคับข้อไหนนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ข้อ ๔๕ นะครับ คือกรณีที่ ท่านประธานนั้นปล่อยให้ท่านสมาชิกนะครับในเรื่องของการพูด ซึ่งเปึนการพูดในลักษณะ เหวี่ยงแหแล้วก็ทําให้สภาเสียหายครับ เพราะคําพูดของท่านสมาชิกนั้นกล่าวอ้างถึง สภาแห่งนี้ในขณะที่มีการลงมติไปแล้ว แล้วเสมือนหนึ่งเกิดความเสียหายขึ้นมา แล้วก็มี การเป่ดการประชุม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ ไม่เสียหายหรอกครับ สิ่งที่ควรเสียหายได้แก้ไขแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ ผลการลงมตินะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๗๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ

ผมหารือที่ประชุมสําหรับรายชื่อกรรมาธิการ และกําหนดเวลาในการ พิจารณาเห็นควรว่าน่าจะเปึนไปตามมติครั้งที่แล้วนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเปึนอื่นนะครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง : ถือว่าที่ประชุมมีมติตามนี้นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มาเพื่อสภาผู้แทนราษฎร ทราบ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๗๑/๑๐ (๑๐) ซึ่งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนารายงาน ดังกล่าวให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านจุติมีอะไรครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จะขอความกรุณาท่านประธานช่วยกรุณาสังเกตสมาชิก ด้วยครับ ยกมือคอยนานมากครับ จะขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องวาระที่ท่านประธาน กําลังอ่านอยู่นะครับ เรื่องเพื่อทราบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายถึงระเบียบวาระ ๒.๓ ใช่ไหมครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเพิ่งอ่านจบครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ผมก็กลัวท่านประธานจะไปเร็วกว่านั้น อีกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุติเชิญครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ไม่ทราบว่าจะมีเลขาธิการสํานักงาน จะมาตอบคําชี้แจงหรือไม่ หรือว่าท่านรัฐมนตรีจะเปึนผู้ตอบคําชี้แจง ผมยังไม่แน่ใจครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในวาระนี้ก็จะ ขออนุญาตต่อท่านประธานให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. (เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบข้าราชการ) เข้าร่วมตอบข้อชี้แจงด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อนุญาตครับ เชิญท่านจุติครับ

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมได้ยกมือพร้อมกับคุณสุวโรช พะลัง ก่อนที่ ท่านประธานจะได้ชี้คุณจุติ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานว่าจะใช้ข้อบังคับ (ข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๔๔) ข้อ ๔๖ เรียนหารือ แล้วก็เรียนเสนอกับ ท่านประธานว่า ผมจะขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมตามข้อ ๑๖ (๒) ก่อนที่จะได้ พิจารณาเรื่องนี้ เพราะว่าเปึนเรื่องรับทราบที่จะต้องอภิปรายกันยาว แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ ผมจะขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมคือขอเปลี่ยนวาระการประชุมวาระที่ ๗ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งได้มีการพูดกันตั้งแต่การประชุมสมัย สัปดาห์ก่อน แล้วท่านประธานในที่ประชุมในขณะนั้นก็อนุญาตว่าให้ได้มีการหยิบยกเรื่อง การแต่งตั้งกรรมาธิการสามัญเพื่อจะให้สภานี้ได้ทําหน้าที่ในฐานะนิติบัญญัติที่ครบสมบูรณ์ ท่านประธานจะเห็นได้ชัดเจนว่าวันนี้เพื่อนสมาชิกของเราได้หารือความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนอย่างหลากหลาย ทั้งนี้ก็เพราะเราไม่มีคณะกรรมาธิการครับ ผมขอให้ ท่านประธานได้กรุณาขอเลื่อนระเบียบวาระครับ ผมขอเสนอญัตติได้เลยไหมครับ ท่านประธานครับ ขอเลื่อนระเบียบวาระตามข้อ ๔๖ (๒) ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เปึนการหยิบเรื่องอื่นขึ้นปรึกษานะครับ มีท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัดส่วนจากนครสวรรค์ ของพรรคพลังประชาชน ถ้าทายแทงหวยไว้ก็ไม่ค่อยผิดเท่าไรครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกก็จะออกไปกินข้าว จะไปประชุมกรรมาธิการกันก็คงจะต้องกลับเข้ามาอีก ท่านประธานครับ กระผมได้รับการแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญเพื่อจะแปรญัตติ ข้อบังคับ แล้วก็การแปรญัตตินั้นเราก็ได้รับฟังความเห็นของเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่มีความเห็นว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นยังขาดตกบกพร่อง ในหลายเรื่องอยากจะมีการเพิ่มเติมหลายคณะเราก็กําลังเก็บไว้ แล้ววันนี้ก็ได้ประชุมกัน ด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัยกันด้วยดีครับ แล้วคิดว่าไม่นานนักหรอกครับ เพราะขณะนี้ เราก็พิจารณาเร่งไปแล้ว ส่วนกรณีที่ว่าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนนั้นก็น่าเห็นใจ ท่านประธานครับ แต่ทางออกเราก็มีครับ การตั้งญัตติด่วนเข้ามาแล้วก็ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาก็สามารถเยียวยาได้ กระผมคิดว่ายังไม่เห็นด้วยนะครับ ที่จะขอให้เลื่อน จึงเสนอขอให้เปึนไปตามระเบียบวาระการประชุมวันนี้ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชเชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ของพรรค ประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติของท่าน ส.ส. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เกี่ยวกับการเลื่อนระเบียบวาระการเลือกตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ ประจําสภาครับท่านประธานครับ ต่อกรณีที่การเลื่อนของท่าน ส.ส. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ผมกลับมีความเห็นต่อท่านประธานครับว่า ความเดือดร้อนของประชาชนเปึน ความเดือดร้อนที่อยู่เหนือสิ่งอื่นใดที่เปึนภารกิจ ภาระหน้าที่ของพวกเราซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ในระเบียบวาระที่ท่านประธาน อนุญาตให้หารือ นี่ครับรูปถ่ายก็เก็บไว้อีก ๑ รูป แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากที่ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานไปแล้วนี่ครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้กรุณาโทรมา ป์าไม้จังหวัด ก็โทรเข้ามา โทรศัพท์เข้ามาที่ผม ผมก็ตอบไปว่าผมบอกท่านประธานไปแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่รู้อยู่ที่ไหน ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวก็ไม่มี ตัดไม้ทําลายป์ากันในเขตอุทยาน รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีเพิ่งแถลงนโยบายไปสด ๆ ร้อน ๆ ในขณะนี้ก็ยังมีการตัดไม้ทําลายป์า เปึนแหล่งซ่องสุมอิทธิพล ผมถามท่านประธานว่ารัฐบาลชุดนี้จะเอาจริงเอาจังต่อคําแถลง นโยบายไว้แค่ไหนเพียงไร แล้วฝ์ายนิติบัญญัติของเราตรวจสอบได้อย่างไรล่ะครับ พูดผ่าน ท่านประธานไป ข้าราชการในพื้นที่ก็ยังสับสนเพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือผู้ที่คาดว่าจะเปึน ผู้ต้องหานามสกุล แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นามสกุลอะไรครับ แล้วสภาแห่งนี้เปึนสภาอะไร สภามาจากมือที่มองไม่เห็นหรืออย่างไร ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลที่ผมกราบเรียนเพื่อสนับสนุนญัตติของท่าน ส.ส. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ แล้วนี่อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมมาตอบในสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานครับตอบว่า

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ถ้าท่านเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าจะอภิปรายเพื่อจะสนับสนุนการขอเลื่อนญัตติ ก็ฟังมีเหตุผลครับ แต่เมื่อกี้โฉบเข้ามานามสกุล แสงสุวรรณ์ ทีนี้ปัญหามันจะมีอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธาน ตอนนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดให้ ส.ส. ไปเปึนเลขานุการไม่ได้ เลขานุการรัฐมนตรีก็ไม่ใช่ ส.ส. จะเข้ามาชี้แจงก็ไม่ได้ ผมจึง ขออนุญาตนิดหนึ่งเถอะครับ บังเอิญเพิ่งเจอกับท่านมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พอดีครับ การกล่าวอย่างนี้ขออนุญาตยืนยันแทนท่านรัฐมนตรีว่าไม่ใช่ญาติของท่านเลยครับ แล้วคนนั้นจะเปึนใครก็ให้ดําเนินคดีไปเลยครับ อย่าเอาเพียงแค่ว่านามสกุลเหมือนกัน เพราะถ้าผมจะเอ่ยบ้างว่านามสกุล

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุนัยครับ เปึนเรื่องที่ได้กล่าวพาดพิงถึงนะครับ ซึ่งอาจจะทําให้เกิดการเสียหาย แล้วท่านสุนัยก็ได้ชี้แจงแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกันก็น่าจะจบ ไม่มีใครเสียหายอีกแล้วนะครับ เชิญท่านสุวโรชต่อครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

นี่ก็อีกเรื่องหนึ่งครับ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว แบบสัดส่วน

ขออนุญาตประท้วงครับ ท่านประธาน

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมยังไม่ได้อภิปรายเลย ประท้วงแล้ว หรือครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว แบบสัดส่วน

อย่าเพิ่งอภิปรายเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกานต์เชิญครับ

พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว แบบสัดส่วน

ผม พันตํารวจโท กานต์ เทียนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน อยากให้พี่สุวโรช ถอนคําว่า มือที่มองไม่เห็น ออกนะครับ เพราะว่ามันไม่ถูกต้องนะครับ ขอบคุณมากครับ ช่วยถอนด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับ ช่วยระวังการอภิปรายด้วยนะครับ ช่วยระวังคําพูดด้วย เชิญต่อเลยครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ เวลาท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช พูด มือที่มองไม่เห็น ในสภา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ เชิญต่อเถอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็สิทธิในการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภามันเท่ากันใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ เวลาท่านนายกรัฐมนตรีสมัครพูดในเรื่อง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอย่าแขวะคืนเลยครับ ต่อของท่านเถอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ต่อก็ได้ครับ นี่คือเอกสารอีกฉบับหนึ่งครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตอบในสภาหลังจากที่ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ว่าดิฉันทราบจากเลขานุการ เดี๋ยวกลับไปก็จะเซ็น ผมนึกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เซ็นตอบผมในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในวันที่มีการแถลงนโยบายของ คณะรัฐมนตรีชุดนี้ และผมไม่มีเวลา ผมก็ทําบันทึกถึงท่านเรื่องความเดือดร้อน เรื่องการ บุกป์า เรื่องที่ทํากินของประชาชน ให้ท่านไป ท่านบอกจะรีบตอบ แล้วท่านก็มาบอกที่นี่ว่า กําลังจะไปเซ็นผมนึกว่าเปึนคําชี้แจงรายละเอียดคําถามของผม นี่ครับ มีแค่กระดาษ แผ่นเดียว แล้วผมนึกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนาม ไม่ใช่ครับ กลับเปึนลงนามโดยท่านวิวัฒน์ นิติกาญจนา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อความมีอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน บอกว่าได้รับทราบแล้ว แล้วก็แจ้งให้ทราบไว้ชั้นหนึ่งก่อน หากผลการพิจารณา เปึนประการใดจักได้แจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป ก็รอไปสิครับ ปล่อยให้มีการตัดไม้ บุกรุก บุกที่ป์าสงวน ที่เสื่อมโทรม จับพี่น้องประชาชนอย่างกับไม่ใช่พี่น้องประชาชนเปึนคนไทย หรืออย่างไร แล้วบทบาทของฝ์ายนิติบัญญัติต่อการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้มันทําอย่างไรครับ เราก็ต้องใช้กรรมาธิการที่มันมีอยู่แล้ว ๓๑–๓๒ คณะ ผมกะว่าจะไปยื่นญัตติต่อกรรมาธิการเรื่องที่ดิน เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ก็ยื่นไม่ได้ เพราะกรรมาธิการก็ไม่มีการตั้ง ก็ต้องมารบกวนเวลาของท่านประธาน แล้วรบกวนเวลาของท่านประธาน ท่านประธานเองก็ไม่มีอํานาจใด ๆ ที่มีข้อบังคับใด ๆ รองรับแต่ประการใด จะรอไปอีก ๖ เดือนเหมือนสภาชุดที่แล้วหรือครับ รอไปอีก ๑ ป้ หรือครับ เพราะกว่าข้อบังคับตรงนั้นจะเสร็จ กว่าจะมีผลบังคับความเดือดร้อนของ ประชาชนผมถามวันนี้ข้าวยากหมากแพง สินค้าแพงนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่า ขึ้นทีละ ๕ สตางค์ เศษสตางค์ ๕๐ สตางค์อะไรของท่านก็ว่าไป แต่มันทําได้ไหมละครับ ความเดือดร้อนเหล่านี้เปึนความเดือดร้อนที่พวกเราซึ่งเปึนผู้แทนของพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศต้องให้ความสํานึกในความเดือดร้อนตรงนี้เปึนพิเศษ คณะรัฐมนตรี ที่นั่งอยู่ข้างบนครับก็ต้องให้ความสําคัญ แต่ความสําคัญตรงนั้นท่านบอกท่านแก้ของ ท่านไป พวกเราบอกประชาชนยังเดือดร้อนเกาไม่ถูกที่คัน กรรมาธิการคณะต่าง ๆ ๓๒ คณะตรงนั้นสามารถที่จะเรียกฝ์ายที่เกี่ยวข้องมาสํารวจตรวจสอบ เอาพี่น้อง ประชาชนมานั่งว่าความเดือดร้อนเหล่านั้นยังไม่ได้รับการบรรเทาเบาบางหรือได้รับ การแก้ไขแต่ประการใด แต่เมื่อมันไม่มีครับ แล้วอยู่ลักษณะอย่างนี้ มันเหมือนกับรถที่วิ่ง ไม่เต็มสูบ เพราะฉะนั้นเรากําลังจะเติมให้มันเต็ม แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า แปลกจริง ๆ ฝ์ายรัฐบาลกลับไม่เห็นด้วยที่จะให้มี การตั้งกรรมาธิการของสภา จะตกลงกันต่อหน้าทั้ง ๒ ฝ์าย ซึ่งเปึนวิป (Whip : คณะกรรมการ ประสานงานสภาผู้แทนราษฎร) ทั้ง ๒ ฝ์าย ตกลงกันแล้วต่อหน้าท่านประธานเอง ท่านประธานก็บอกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วก็ตั้งไม่ได้ พอมาสัปดาห์นี้เราจะขอตั้งก็ขัดขวาง เราอีก แล้วต่อไปนะครับข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างวิปทั้ง ๒ ฝ์าย ที่มีท่านประธานสภา มาเปึนประธานผมจะเชื่อได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดครับเปึนเรื่องที่ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานแบบตรงไปตรงมาครับว่า ผมเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ผมเห็น ถึงความจําเปึนในการที่จะต้องตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภาตามญัตติที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้กรุณาเสนอไป ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพ ท่านกุเทพครับขออภัยครับ

(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านมิ่งขวัญจะใช้สิทธิพาดพิงหรือเปล่าครับ

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมตอบอย่างนี้ไม่รู้จะตอบถูก ตอบผิด ตอบถูกใจ ท่านที่ถามหรือเปล่านะครับ พอดีผมประชุมอยู่อีกที่หนึ่งเห็นมีการกล่าวถึงบอกชื่ออย่างนี้ นามสกุลอย่างนี้ แล้วบังเอิญนามสกุลมันเหมือนกับผมนะครับ สิ่งที่ผมจะเรียน ก็คือ ข้อที่ ๑ นามสกุลของผม ผมว่าจะเปึนนามสกุลโหลก็คงจะพูดได้นะครับ คนสุพรรณบุรี คนสุราษฎร์ธานี คนชุมพร คนที่เชียงราย เต็มไปหมดเลยก็นามสกุลอย่างนี้ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจที่ท่านปรารถนาดีพูดเพื่อจะให้ผมได้อธิบาย ถ้าเกิดสมมุตินะครับ คนที่ทําความผิดไม่ต้องนามสกุลอะไรท่านก็จับไปดําเนินการตามกฎหมายไป ก็จะฝาก บอกไว้อย่างนั้นก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงนะครับ แต่สําหรับผมนะครับผมไม่ได้เกี่ยวข้องแล้ว ผมก็ไม่รู้เรื่องด้วย ตอนแรกผมก็ไม่อยากตอบผมตอบอย่างนี้ไม่ค่อยเปึนในเชิงการเมือง แต่ผมคงต้องอธิบายว่าเรื่องนี้ถ้าเกิดย้ําอีกครั้งนะครับ ข้อ ๑ ถ้าเกิดเขาทําความผิด ตามกฎหมายก็ว่าไป อันที่ ๒ ถ้านามสกุลพ้องกัน ท่านมาพูดอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันผมจะได้ ไปตรวจดูว่าตกลงนามสกุลผมในประเทศนี้มันมีกี่พันกี่หมื่นคน ผมจะไปดู จริง ๆ ผมก็ยัง ไม่รู้เหมือนกัน แล้วก็ข้อที่ ๓ พอผมมาทํางานตรงนี้มีคนมาบอกว่าเปึนญาติผมเยอะไป หมดเลย ความจริงถ้าจะพูดให้ในสภานี้ฟังก็ดูแปลกใจนิดหน่อยนะครับ คุณพ่อเสียแล้ว คุณแม่เสียแล้วนะครับ ผมมีพี่อยู่ ๒ คน คนหนึ่งเสียแล้ว เหลือคนเดียวอายุประมาณ ๗๐ กว่าป้ บังเอิญผมตัวคนเดียวด้วย เพราะฉะนั้นอาจจะมีตัวจริงตัวปลอม ท่านถามให้ ดี ๆ ทั้งหมดแค่นี้ครับ หวังว่าได้ตอบให้สบายใจแล้วนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธาน

(นายสุวโรช พะลัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ผมฟังอยู่ครับไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ ท่านนั่ง เถอะครับ เชิญท่านกุเทพครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานบอกว่าผมไม่ได้เสียหาย แต่การที่ผมกล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ในเรื่องที่ ท่านประธานแจ้ง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุวโรชครับ ผมฟังอยู่นะครับไม่มีอะไรเสียหายครับ ผมวินิจฉัยแล้วไม่มีอะไรเสียหาย ท่านนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรเสียหายครับ ท่านสุวโรชครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับว่า มันไม่ได้เสียหายนะครับ ท่านนั่งเถอะครับ เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตท่านประธานอธิบายเหตุผลสนับสนุนญัตติที่จะไม่ให้ เลื่อนระเบียบวาระตามข้อเสนอของท่านสุนัย จุลพงศธร ซึ่งก็คงเปึนเหตุผลที่พวกเราเคย ได้พูดกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ------------------------------------------------------------------ -๑๙/๑ ถ้าท่านประธานยังจําได้ก็จะเห็นว่าเปึนการขอยื่นญัตติเพื่อให้เลื่อนในเรื่องเดียวกัน แล้วเราก็ได้ผ่านพ้นมาด้วยการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบังคับ แล้วก็มี กรอบเวลาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญไปเร่งพิจารณาให้เสร็จ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีว่า นั่นคือกรอบงานของฝ์ายนิติบัญญัติ ซึ่งเราก็เคยทํามาทุกสมัย และผมยืนยันกับ ท่านประธานว่า ในเรื่องการตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องอาศัยข้อบังคับการประชุมสภา เพราะถ้าไม่มีข้อบังคับเราก็ ไม่ทราบว่าจะมีคณะกรรมาธิการสามัญกี่คณะ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กําหนดไว้ว่ามี กี่คณะ เปึนเรื่องที่เราปฏิบัติกันมาทุกสมัย มาครั้งนี้การเมืองสมัยใหม่อาจจะมีความเร่งรัด ในการที่จะมีกรรมาธิการก็เปึนที่เข้าใจกันครับ แต่เราก็เร่งรัดในส่วนของเราเพราะเปึนงาน ของฝ์ายนิติบัญญัติ เปึนเรื่องที่ฝ์ายนิติบัญญัติด้วยกันจะต้องเร่งรัดงานของตัวเอง ถ้าคิดว่าอยากมีกรรมาธิการสามัญรวดเร็วก็ต้องไปเร่งกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณา ข้อบังคับ ซึ่งทุกพรรคก็มีตัวแทนอยู่ในนั้น เพราะฉะนั้นการมาย้ําเติมในสิ่งที่พูดตกลงกัน ไปแล้ว เปึนญัตติเดิม ๆ ซ้ําซากอยู่ทุกสัปดาห์ โดยอ้างว่าต้องการแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ก็เปึนเรื่องที่พอเข้าใจได้ แต่ท่านประธานก็กรุณาให้พวกเราได้ปรึกษาหารือ ในบางเรื่องที่เปึนเรื่องรีบด่วน ก็มีการแก้ไขเยียวยากันไปได้บ้าง แล้วสัปดาห์ที่แล้วเราก็ อนุมัติให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญซึ่งเปึนข้อเสนอของฝ์ายตรวจสอบ ซึ่งเราก็ใจกว้าง ที่จะอนุมัติให้มีการตั้งไปแล้ว เพราะฉะนั้นวิธีการเยียวยาความเสียหายก็มีอยู่ มันไม่ใช่ป่ด ช่องทางไปหมด ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไม่มีใครมองข้ามหรอกครับ เพราะท่านประธานก็เปึนผู้แทนราษฎรพวกเรารับปัญหาของพี่น้องประชาชนมา แต่ทุกอย่างมันต้องดําเนินไปตามกรอบตามสิ่งที่ควรเปึน เพราะฉะนั้นเราไม่ควรที่จะไป ข้ามขั้นตอนอะไรโดยอาศัยแต่ความต้องการว่าอยากจะทํานั่นทํานี่ โดยไม่ได้คํานึงถึงสิ่งที่ มันควรเกิดขึ้นโดยลําดับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องนี้เมื่อเรา ได้พูดกันในสัปดาห์ที่แล้วชัดเจน และสภาก็มีมติไม่ให้เลื่อนขึ้นมา เราก็ไปขอให้ กรรมาธิการวิสามัญที่ได้ตั้งไปแล้วได้เร่งรัดในการพิจารณาข้อบังคับ เท่านั้นเองก็จะเปึน ทางออก ถ้าเสร็จวันพรุ่งนี้สัปดาห์หน้าเราก็ตั้งได้ ทําไมเราไม่ให้กรรมาธิการวิสามัญ ท่านเร่งในส่วนนั้นละครับ แล้วเราจะมายื่นญัตติเพื่อเลื่อนกันอยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่ได้ พิจารณาเรื่องอื่น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะทําให้เสียเวลา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ เราไม่เคยป่ดช่องทางการตรวจสอบ ไม่เคยป่ดช่องทางการแก้ปัญหาให้กับประชาชน เรามี แม้กระทั่งรัฐบาลเงา ซึ่งก็จะดูแลปัญหาต่าง ๆ ตามกรอบหน้าที่ที่ไปดําเนินการกันอยู่ เราก็เคารพ เพราะฉะนั้นในขณะที่ยังไม่มีกรรมาธิการสามัญ รัฐบาลเงาก็ทําหน้าที่อยู่ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาถึงขั้นที่จะต้องทําให้ประชาชนเดือดร้อนจนกระทั่งแก้ปัญหาไม่ได้ ขอให้ ทางสภา ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังประธานกรรมาธิการวิสามัญว่า วันนี้เปึน เจตนารมณ์ของสภา อยากให้ท่านเร่งพิจารณาข้อบังคับให้เสร็จเร็วที่สุดนะครับ เมื่อท่าน เสร็จแล้วพวกเราจะพร้อมในการเสนอบุคคลที่จะไปดํารงตําแหน่งในกรรมาธิการสามัญ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งเพราะต้องรอข้อบังคับก่อน จึงเห็นด้วย กับญัตติของท่านสุนัยว่า ไม่ควรเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมานะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิ พาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชินวรณ์

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พาดพิงตรงไหนครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ เมื่อกี้ท่านประธานกําลังคุยกับท่านเลขาธิการสภา ผู้ลุกขึ้นอภิปรายก่อนหน้าผมได้บอกว่า การเสนอญัตติเพื่อเลื่อนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญนั้นเปึนการเสนอเลื่อน แบบซ้ําซาก ซึ่งผมคิดว่าเปึนการกล่าวร้ายที่เสียหายครับ เพราะจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า วันนั้นผมยืนขึ้นเสนอในที่ประชุมนี้ต่อท่านประธานในที่ประชุม ๒ เรื่อง คุณกุเทพเองขอประทานโทษที่เอ่ยนามได้ลุกขึ้นบอกว่าจริง ๆ แล้วเรื่องสําคัญ ที่สุดคือเรื่องของการตั้งกรรมาธิการ ผมจําได้ในที่ประชุมนี้ครับ แล้วท่านประธานยงยุทธ ติยะไพรัช วันนั้นถ้าท่านยังจําได้ว่ายังทําหน้าที่เปึนประธานและท่านยังยอมรับอยู่นะครับ ยังยอมรับคุณยงยุทธอยู่ว่าได้พูดวันนั้น ท่านบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้ใช้ข้อบังคับเดิมไปก่อน แล้วก็เสนอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญ เข้ามา โดยให้วิปทั้ง ๒ ฝ์ายนั้นไปพิจารณาร่วมกันว่าจะใช้ข้อบังคับเดิมเพื่อตั้ง กรรมาธิการสามัญ เพื่อให้พวกเราในสภาแห่งนี้ได้ทําหน้าที่ ผมลุกขึ้นเสนอเลื่อนวาระนี้ ท่านประธานครับ มิได้มีเจตนาที่จะแอบแฝงในเรื่องของการทําซ้ํา ๆ ซาก ๆ แต่ผมคิดว่า คนพูดควรพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า วันนี้ที่ไม่สามารถเสนอกรรมาธิการได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านได้ชี้แจงในสิ่งที่พาดพิง อย่าแขวะกลับเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ไม่จบ ท่านได้ชี้แจงในสิ่งที่อาจทําให้เกิดความเสียหายจบแล้วนะครับ เชิญท่านนิพนธ์เถอะครับ ท่านชินวรณ์ครับ ผมอนุญาตให้ท่านได้ชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิงและเสียหาย ท่านได้ชี้แจง จบแล้วนะครับ ผมเพียงแต่ขอความกรุณาท่านอย่าแขวะกลับเลย ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบสิ้น เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมไม่มี เจตนาที่เหมือนท่านประธานพูด ความจริงผมควรจะประท้วงท่านประธานด้วยซ้ําไปที่ใช้ คําว่า แขวะ กับผม ท่านประธานต้องให้ความเปึนธรรมกับสมาชิกอย่างผมครับ ผมไม่เคย ใช้วาจาที่แขวะครับ ท่านพูดอย่างนี้ต้องลบออกจากบันทึกการประชุมนะครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านต่อเถอะครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังจะสรุปให้เห็นว่าประเด็นที่ขอเลื่อนนั้น มีประเด็นหลักอยู่ ๓ อย่าง

ประการที่ ๑ คือเรื่องการตั้งกรรมาธิการนั้นเปึนเรื่องที่เคยมีประวัติศาสตร์ ในการยื้อและไม่ได้ทําหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติที่สมบูรณ์

ประการที่ ๒ ท่านกุเทพเองเปึนคนรับในที่ประชุมสภานี้ พร้อมกับ ท่านประธานยงยุทธว่าให้ตั้งคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับเดิม

ประการที่ ๓ ก็คือว่าถ้าท่านจะพูดอย่างตรงไปตรงมาในที่ประชุมนี้ว่า ท่านยังไม่พร้อมที่จะตั้งกรรมาธิการสามัญ ให้พวกผมในฐานะเสียงข้างน้อยได้รอไปก่อน ผมก็จะได้ชัดเจนครับ แต่นี่ท่านมาพูดว่าผมพูดซ้ํา ๆ ซาก ๆ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกุเทพครับ เชิญครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิ พาดพิงนิดเดียวครับ ผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมยืนยันสิ่งที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ได้พูดว่ากระผมเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการสามัญในวันที่มีการประชุม โดยท่านประธาน ยงยุทธเปึนประธานนั้น เปึนความเข้าใจผิดของท่าน กระผมยืนยันเมื่อครั้งที่แล้ว แล้ววันนี้ ก็ยืนยันว่า ในวันนั้นกระผมอภิปรายว่าขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญไปเร่งรัดการร่าง ข้อบังคับให้เสร็จ เพื่อจะได้ตั้งกรรมาธิการสามัญได้เร็ว กระผมยืนยันตรงนี้ครับท่านครับ ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการไปตั้งกรรมาธิการสามัญโดยที่ยังไม่มีข้อบังคับ ส่วนเรื่องใคร ไปตกลงกันข้างนอกผมไม่รู้ แต่ผมยืนยันตรงนี้ว่า ผมไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ไปตรวจสอบ บันทึกการประชุมให้ชัดเจน และผมยืนยันตรงนี้ต่อท่านประธานว่าผมไม่ใช่เปึนคนที่จะพูด วันนี้อย่างหนึ่งและวันพรุ่งนี้พูดอีกอย่างหนึ่ง วันนั้นผมอภิปรายเปึนคนแรกยืนยันว่า ขอให้ กรรมาธิการวิสามัญที่จะไปร่างข้อบังคับช่วยกรุณารวบรัดหน่อย ให้เร็วหน่อย เพื่อเรา จะได้มีกรรมาธิการสามัญรวดเร็ว ผมยืนยันอย่างนี้ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านนิพนธ์ต่อเถอะครับ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นาย นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุนญัตติของท่านชินวรณ์ครับ ที่จะให้มีการเลื่อน ญัตติเรื่องการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาก่อน ผมมีเหตุผลที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่า ตั้งแต่อาทิตย์ที่ผ่านมาที่พยายามจะพูดเรื่องนี้ เพราะว่าข้อเท็จจริง เรื่องจริงเปึนอย่างไรนี่พวกเราทราบกันนะครับ ความจริงลึก ๆ ของปัญหาที่ตั้งกรรมาธิการ ไม่ได้ เราทราบว่ามันไม่ได้อยู่ที่ข้อบังคับ มันอยู่ที่อะไรนั้นสภานี้รู้กันทุกคน ทุกพรรคการเมือง ล้วนแต่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เราคิดว่าวันนี้เมื่อสภานี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน คนที่มาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนควรพูดเรื่องของประชาชนให้มากหน่อย แล้วพูดเรื่องตัวเอง ผลประโยชน์ของ ตัวเองน้อย ๆ หน่อย นี่คือหลักท่านประธานครับ วันนี้ประชาชนมีความเดือดร้อนกันมาก ถ้าเรามีกรรมาธิการสามัญประจําสภาเรื่องทุกเรื่องไม่ต้องมารอคิวญัตติ สภาแห่งนี้ พิจารณาเปึนญัตตินี่สัปดาห์ละ ๑ ญัตติ ก็ถือว่ามากพอสมควรอยู่แล้ว พอจะลงมติกันว่า จะตั้งกรรมาธิการหรือไม่ องค์ประชุมก็ไม่ครบอีกจะเปึนปัญหาอีก แต่ถ้าเรามีกรรมาธิการ สามัญท่านประธานครับ เราสามารถเอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเข้าไปสู่ การพิจารณาของกรรมาธิการในคณะต่าง ๆ ได้ครั้งละ ๓๐ กว่าเรื่องในแต่ละสัปดาห์ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่บอกว่ามันต่างกันครับ ถ้าท่านบอกว่าสภาแห่งนี้สามารถ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาพิจารณาแต่ละเรื่องได้ ปัญหาประชาชนมีมากมายเลย ถ้าเรา จะเอาทีละเรื่องกับเรามีคณะกรรมาธิการสามัญประจําสภาพิจารณาสัปดาห์ละ ๓๒ เรื่อง กรรมาธิการบางคณะขยันประชุม ขยันที่จะสรุปปัญหาของประชาชน อาจจะได้ถึง ๒ เรื่อง ๓ เรื่อง ในแต่ละครั้ง โดยตั้งอนุกรรมาธิการไปพิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริง ดูแล ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหามันต่างกัน นี่คือสิ่งที่พวกผมเพียรพยายามเรียกร้อง ให้มีการตั้งกรรมาธิการสามัญโดยด่วน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงเห็นว่าวันนี้ อันที่จริงกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรท่านก็เปึน พยานนะครับว่าตอนที่เราพิจารณากันเราบอกว่าการงดเว้นข้อบังคับมันใช้ได้ เราเลือก กรรมาธิการโดยการงดเว้นข้อบังคับนี่ใช้ได้ แล้วเราตกลงกันไปแล้ว เราตกลงกันไปถึง ขนาดที่ท่านประธานอุตส่าห์ยอมลดฐานะลงมานั่งในคณะกรรมาธิการร่วมแล้ว ท่านประธานก็อยู่ด้วย ถ้าหากว่ามันใช้ไม่ได้ ยกเว้นข้อบังคับไม่ได้ ท่านประธานมีหรือครับ จะลดตัวลงมานั่งเปึนประธานในที่ประชุมในสิ่งที่ทําไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นสิ่งนั้นวันนี้ไม่ ควรมาโต้แย้งว่าจะถูกต้องหรือไม่ มันถูกต้องหมดแล้ว เพราะคนขนาดรองประธานสภาลง มาเปึนประธานในที่ประชุมเอง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรการันตี (Guarantee) แล้วว่า ทําได้ เพราะฉะนั้นเรื่องบอกว่าทําไม่ได้ต้องรอข้อบังคับเรื่องนี้ไม่ต้องพูดกัน มีเพียงแต่ว่า วันนี้ท่านประธานครับเราจะแก้ปัญหาภายในพวกเราให้เร็วที่สุดได้อย่างไร แล้วเร่งรัด ในการเอาเรื่องของประชาชนมาพูดกัน มาแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน วันอาทิตย์ ที่ผ่านมาเราพูดเรื่องปุิยราคาแพง ที่จ่อคิวอยู่น้ํามันราคาแพง ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องชาวประมงก็กําลังเดือดร้อนกันทั่ว ทั้งอ่าวไทย ทั้งฝัืงอันดามัน ลามไปถึงน่านน้ํา ต่างประเทศ เรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่รอการพิจารณาของสภาแห่งนี้ เพราะฉะนั้น ผมจึงสนับสนุนให้เลื่อนญัตติการตั้งกรรมาธิการสามัญขึ้นมาพิจารณาเปึนการเร่งด่วน เพื่อใช้ช่องทางกรรมาธิการแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ตอนนี้ถือว่าเปึนการเสนอญัตติให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องที่ กําลังพิจารณาอยู่ออกไปก่อน แล้วได้อธิบายพอสมควรแล้ว ผมขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ท่านสมาชิกครับ ผมขอมตินะครับว่า เห็นด้วยกับการจะเลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณา วาระรับทราบรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ออกไปหรือไม่นะครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุนัยครับ ขอให้ ท่านประธานช่วยถามญัตติเพื่อจะได้ชัดเจนครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ญัตติที่จะเลื่อนรายงานของการพัฒนาระบบราชการออกไปก่อน โดยเอาญัตติเรื่องตั้ง กรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาแทน เห็นด้วยหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยครับ ท่านสมาชิกครับ ขอทําความเข้าใจนิดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ที่ได้อนุญาตให้หยิบเรื่องขึ้นมา ปรึกษาใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องของ ก.พ.ร. (คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ) ออกไปก่อนนะครับ ส่วนเลื่อนออกไปแล้วจะหยิบ ญัตติอะไรขึ้นมาพิจารณาเปึนอีกประเด็นหนึ่ง เพราะฉะนั้น

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านชินวรณ์มีอะไรครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะ ที่เปึนผู้เสนอญัตติครับ กระผมได้เรียนต่อท่านประธานชัดเจนว่าผมขอเสนอญัตติตาม ข้อ ๔๖ (๒) ขอให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยเอาวาระที่ ๗ การแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาพิจารณาก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชินวรณ์ยืนยันว่าจะขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ใช่ไหมครับ ถ้าท่านใช้ข้อเสนอโดยอ้างข้อ ๔๖ เมื่อกี้ผมเข้าใจผิดคิดว่าท่านอ้างข้อ ๔๗ เพราะฉะนั้นถือว่าเปึนญัตติซ้อนญัตติ ญัตติตกไปครับ ไม่ต้องลงมตินะครับ เข้าสู่วาระ เลยครับ

(นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ไม่ได้ครับท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผมคิดว่าในเรื่องดังกล่าวที่เปึนข้อบังคับ ท่านประธานกรุณานะครับว่า ต่างคนก็ต่างเคารพต่อข้อบังคับด้วยกัน ผมก็เคารพข้อบังคับ ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่าท่านประธานจะไปใช้ดุลยพินิจนอกข้อบังคับไม่ได้ครับ เพราะมันมี ความชัดเจนว่าผมเองในที่ประชุมนี้ท่านประธานเป่ดเทปดูได้ครับ ผมขอให้เปลี่ยน ระเบียบวาระครับ แล้วอ้างเหตุผลประกอบว่าเนื่องจากเปึนระยะที่ต้องแต่งตั้งกรรมาธิการ สามัญ เพราะฉะนั้นขอให้เอาวาระที่ ๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อน คุณสุวโรชและเพื่อนสมาชิก ก็ได้มีการอภิปรายสนับสนุน ในขณะเดียวกันอีกฝ์ายหนึ่งก็ได้เสนอญัตติว่าไม่ให้เลื่อนครับ ชัดเจนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชินวรณ์ครับ ผมทราบ ผมเข้าใจแล้วครับ เอาว่าผมอธิบายให้ท่านอย่างนี้นะครับ ถ้าท่านหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาโดยอ้างข้อ ๔๖ (๒) มันจะเปึนการเสนอญัตติซ้อน ญัตติ แต่ถ้าท่านหยิบยกข้อ ๔๗ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องนี้ออกไป ก่อน ถ้าอย่างนี้ทําได้ ชัดเจนนะครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ไม่ชัดเจน แสดงว่าเรื่อง ก.พ.ร. ตก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานครับว่า กรณีที่ท่านกําลังจะวินิจฉัยหรือว่าให้แนวการปฏิบัตินี่ ผมคิดว่าต่อไปจะสับสนมากนะครับ เหตุเพราะว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๖ อนุญาตให้การเสนอ ญัตติในการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเปึนหนังสือ ปัญหา ก็คือว่าถ้าท่านประธานยึดแนวปฏิบัติว่าเมื่อท่านประธานอ่านระเบียบวาระไป ถือว่า ที่ประชุมได้เริ่มต้นพิจารณาแล้ว ญัตติอย่างนี้จะไม่มีทางเสนอได้เลยครับ จะกลายเปึน ญัตติซ้อนญัตติอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าอยากจะให้ท่านประธานกรุณาทบทวนว่า การพิจารณาญัตตินี่เริ่มขึ้นเมื่อเจ้าของญัตติหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้เริ่มต้นอภิปรายในญัตติ นั้น ๆ ไปแล้ว อย่างนั้นแน่นอนครับถ้าคุณชินวรณ์เสนอญัตติซ้อนขึ้นมาแล้วเราไปรับสิ่งที่ เราพิจารณาอยู่นะครับ ไม่เช่นนั้นญัตติของคุณชินวรณ์จะตกไป แต่ผมคิดว่าที่ผ่านนี่เรายัง ไม่ได้เริ่มต้นในการรับทราบรายงานของ ก.พ.ร. เพื่อนสมาชิกก็เสนอญัตติขึ้นมาเพื่อขอให้ เปลี่ยนระเบียบวาระ เพื่อนสมาชิกในซีกรัฐบาลก็เสนอว่าให้ดําเนินการไปตามระเบียบวาระ เราก็ลงมติครับก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เมื่อกี้ผมได้ถือว่าเข้าสู่ระเบียบวาระ ในการพิจารณาเรื่องของ ก.พ.ร. เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วท่านจุติก็ได้ลุกขึ้นถามว่า ท่านรัฐมนตรีจะตอบเองหรือจะมอบให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. มาช่วยตอบ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้ขออนุญาต ผมได้อนุญาตเรียบร้อย ขั้นตอนถือว่าเข้าสู่ ระเบียบวาระโดยสมบูรณ์แบบแล้วนะครับ ทีนี้มีคนเสนอญัตติขึ้นมานะครับ ผมก็ถามว่า เสนอโดยอาศัยข้อ ๔๖ หรือ ข้อ ๔๗ ถ้าข้อ ๔๖ ก็จะเปึนญัตติซ้อนญัตติตรงนั้นผมวินิจฉัย ว่าทําไม่ได้ แต่ถ้าอ้างข้อ ๔๗ (๕) ตรงนั้นผมเห็นว่าน่าจะทําได้ ผมถึงถามท่านชินวรณ์ ครับว่า ท่านเสนอโดยอ้างข้อไหน เชิญท่านชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานจะกรุณาเป่ดเทปตอนประเด็นที่ผมพูด ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมยกมือก่อนที่คุณจุติ ไกรฤกษ์ จะยกมือด้วยซ้ําไป เพราะผมยกมือจะขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ (๒) นี่คือคําพูดของผมครับท่านประธานครับ นี่ประการที่ ๑ ครับ

ประการที่ ๒ ประเด็นดังกล่าวนี้ครับ เปึนประเด็นที่ท่านประธานเองกําลัง ที่จะไปยึดบรรทัดฐานที่ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมเคย ทักท้วงเรื่องนี้ต่อท่านประธานตั้งแต่คราวที่แล้ว ท่านประธานบอกว่าท่านอ่านไปแล้ว ทีนี้ท่านประธานถือหลักว่าท่านอ่านไปแล้ว ต่อไปการเสนอเลื่อนไม่สามารถที่จะทําได้เลย ตามข้อ ๑๗ (๕) ที่ท่านประธานกล่าวอ้างนะครับ ต่อไปในสภานี้ไม่สามารถทําได้ แต่ในกรณีของผมนั้นเปึนกรณีที่ชัดเจน คือก่อนเริ่มต้นที่จะพูดเพื่อให้เหตุผลในการ ขอเลื่อน ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมยกมือก่อนที่คุณจุติ ไกรฤกษ์ ได้พูด เพราะฉะนั้น เมื่อท่านประธานหยิบยกประเด็นของผมมาก็แสดงว่าการพิจารณาของคุณจุตินั้นยังไม่ได้ เริ่มต้น เริ่มต้นเมื่อผมได้มีการอภิปรายว่าขอให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๗ ขึ้นมาในการ แต่งตั้งกรรมาธิการสามัญ นี่คือความถูกต้องโดยข้อบังคับครับ ท่านประธานจะใช้ ดุลยพินิจว่าให้ตกไปเปึนดังกล่าวเช่นนั้นไม่ได้เปึนเด็ดขาดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านชินวรณ์ครับ ใครจะยกมือก่อนหลังไม่สําคัญนะครับ แต่สําคัญที่ประธาน อนุญาตให้ใครพูดก่อน ทีนี้ผมอนุญาตให้ท่านจุติพูดก่อน แล้วได้มีขั้นตอนที่เข้าสู่ระเบียบ วาระสมบูรณ์แบบแล้ว แล้วท่านชินวรณ์ยกมือขึ้นอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ซึ่งเปึนการเสนอ ญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเปึนหนังสือนะครับ ถ้าคุณชินวรณ์ยังอ้างว่าเสนอ ข้อบังคับ ข้อ ๔๖ ผมคงต้องวินิจฉัยว่าเปึนญัตติซ้อนญัตติ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องตกไป เปึนความผิดพลาดของผมที่ผมเข้าใจว่าท่านชินวรณ์ อ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ถ้าอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ให้เลื่อนเรื่องที่พิจารณาศึกษาอยู่ออกไปก่อน ถ้าอย่างนี้ต้องด้วยข้อบังคับ ผมถึงถามท่านให้ยืนยันอีกครั้งว่าท่านอ้างข้อบังคับข้อไหน เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า ท่านประธานกรุณาดูข้อบังคับอีกข้อบังคับหนึ่งนะครับ ว่าถ้าท่านประธานจะตีความ เช่นนั้น ในกรณีที่ญัตติจะต้องตกไปไม่ใช่เปึนญัตติของกระผมนะครับ จะต้องเปึนญัตติ ก.พ.ร. ที่นั่งอยู่ครับ ท่านเป่ดดูสิครับว่าญัตติที่ผมเสนอนั้น ข้อ ๑๖ ว่า ไม่ต้องเสนอล่วงหน้า หรือเปึนหนังสือ เมื่อท่านประธานปล่อยให้มีการอภิปราย โดยผมก็อภิปราย ทางโน้น ก็เสนอญัตติ ก็แสดงว่าท่านประธานได้รับญัตติของกระผมแล้ว ผมและคุณสุวโรชและ เพื่อนสมาชิกจึงสามารถอภิปรายได้ ถ้าท่านประธานจะตีความเช่นนั้นญัตติที่ตกไป ก็คือญัตติ ก.พ.ร. ที่กําลังพิจารณาอยู่ครับ ขอประทานโทษท่านประธานนิดเดียวครับ ท่านประธานอย่าไปถือความคิดเห็นของท่านประธานเปึนอย่างนี้เลยครับ มิฉะนั้นแล้ว จะมีปัญหา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอย่างนี้ ท่านชินวรณ์ผมเข้าใจครับ ท่านพูดมาเมื่อกี้ถูกต้องเลย ญัตติของ ก.พ.ร. ต้องตก ถูกต้อง ถ้าคุณชินวรณ์เสนอญัตติขึ้นมาซ้อนญัตติ โดยอ้าง ข้อ ๔๖ แล้วผม อนุญาตก็เท่ากับญัตติ ก.พ.ร. นั้นตกไป ท่านพูดถูกต้องเลยนะครับ แต่เปึนความผิดพลาด ของผมเองที่ผมเข้าใจผิดว่าท่านเสนอโดยอ้างข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เพราะฉะนั้นถึงได้หารือ ท่านอย่างไรครับว่าท่านอ้างข้อบังคับข้อไหนกันแน่ เพื่อให้การประชุมดําเนินการต่อไปได้ ท่านครับให้ท่านอ้าง ข้อ ๔๗ ได้ไหมครับจะได้ลงมติกัน ได้ไหมครับ เชิญท่านผู้นําฝ์ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริง ไม่ประสงค์จะให้สภาได้เสียเวลาไปมากกว่านี้นะครับ ผมคิดว่าสมาชิกก็ได้ลงมติกันไปแล้ว แล้วทุกคนก็ต้องการเข้าสู่ระเบียบวาระ ก.พ.ร. อยากจะขอความกรุณาท่านประธาน ดูข้อบังคับนิดหนึ่งครับ ท่านกังวลว่าญัตติจะตกไปนี่ ผมเข้าใจว่าท่านกังวลว่าเงื่อนไขนี่ จะเปึนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕๐ ซึ่งเขียนเอาไว้ว่า ในกรณีที่ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่น ขึ้นปรึกษาหรือพิจารณาให้ญัตติเดิมเปึนอันตกไป ถ้าท่านประธานจะกรุณาสังเกตนะครับ ถ้อยคําที่ใช้คือที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา ซึ่งถ้อยคํานี้อยู่ใน ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๗) ครับ เปึนญัตติขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา ส่วนกรณีที่ คุณชินวรณ์อ้างนั้น ข้อ ๔๖ (๒) ครับ คนละเงื่อนไขเลยครับ เพราะฉะนั้นข้อ ๔๖ ถูกต้อง แล้วครับ ถ้าข้อ ๔๗ (๗) ญัตติเดิมจะตกไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เพื่อให้การประชุมดําเนินการต่อไปได้ ผมขออนุญาตลงมตินะครับ ลงไปแล้วใช่ไหมครับ อย่างนั้นป่ดการลงคะแนนครับ ผมถามใหม่ก็แล้วกันนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานว่าถ้ามีการลงมติตรงนี้ตามที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวนั้น ญัตติ ก.พ.ร. จะตกไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าที่ประชุมมีมติให้เลื่อนก็ตกครับ ถ้าไม่ให้เลื่อน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ถ้าไม่ให้เลื่อนก็ไม่ตกนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ไม่ตกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อยู่ที่มตินะครับ ผมขออนุญาตถามมติเลยนะครับ ท่านเห็นด้วยที่ให้มีการเลื่อนญัตติ หรือไม่นะครับ ใช้สิทธิลงคะแนนได้เลยนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ กําลังนับ คะแนน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า เพื่อให้เข้าใจตรงกันนะครับ ก็คือญัตติไม่ตก ทั้งคู่ ดําเนินไปตามข้อบังคับครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมายถึงขอมติให้เลื่อนวาระการประชุม ตรงนั้นนะครับ ก็ขอมติที่ประชุม ถ้าที่ประชุม เห็นให้เลื่อนก็เลื่อน ถ้าหากว่าที่ประชุมไม่ให้เลื่อนก็คือไม่เลื่อนนะครับ เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ผมคิดว่าเมื่อเราพูดถึงประเด็นนี้ก็ดีครับท่านประธานครับ จะได้ให้เกิดความชัดเจน ผมสนับสนุนการตัดสินใจของท่านประธาน คือท่านประธานดูข้อบังคับละเอียด แล้วก็ต้อง ชมท่านนะครับว่า สร้างมาตรฐานที่ดีแล้ว ข้อ ๔๖ ผมเข้าใจว่าพูดถึงเฉพาะเรื่องญัตติที่จะ ไม่ต้องเสนอเปึนหนังสือล่วงหน้า คือเราสามารถยืนขึ้นเสนอได้เลย ทีนี้ท่านประธาน พยายามอยากจะให้เราใช้ข้อ ๔๗ ก็ใช้เถอะครับ ผมว่าสภานี้ถ้าเราใช้ถูกข้อมันก็ชัดเจน ท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมาชี้ข้อ ๕๐ ก็ยิ่งถูกไปใหญ่เลยครับ เพราะถ้า ข้อ ๔๗ เราพิจารณาเรื่องใดอยู่ แล้วเราใช้ข้อ ๔๗ (๕) อย่างที่ท่านประธานพยายามอ้าง และถ้าท่านผู้เสนอบอกใช้วงเล็บนี้ ถ้าเรามีมติอย่างใดอย่างหนึ่งมันก็จะมีผลตามข้อ ๕๐ คือถ้าวันนี้สภามีมติไม่เห็นด้วยกับการเลื่อน ญัตติเดิมก็ยังอยู่ แต่ถ้ามีมติให้เลื่อน ญัตติเดิมก็ตกไป เพราะฉะนั้นตรงนี้เราเสี่ยงด้วยกันนะครับ อย่างนี้ยังไม่ได้ประกาศผล ถ้าประกาศผลออกมาว่าเสียงเห็นด้วยกับท่านผู้เสนอญัตติมากกว่า เราต้องยอมรับว่า ก.พ.ร. ต้องตกไป ท่านเลขาธิการต้องกลับบ้านนะครับ แต่วันนี้ผมยังหวังว่าที่จะไม่เห็นด้วย ยังจะมาก ก็จะทําให้ญัตติเดิมยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นขอสนับสนุนการตัดสินใจของ ท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจของท่านประธาน พวกเราต้องเคารพว่าถึงที่สุด แล้วผมคิดว่า วันนี้ท่านประธานดําเนินหน้าที่ดีมาก ไม่ผิดข้อบังคับเลยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาอย่างนี้ครับ เพื่อความสบายใจของสมาชิกทุกคน ผมขอใช้ข้อบังคับทุกอย่าง ตามข้อบังคับผมลําดับขั้นตอนอย่างนี้นะครับ ท่านชินวรณ์เสนอญัตติโดยอ้างข้อ ๔๖ ผมวินิจฉัยว่า เปึนญัตติซ้อนญัตติ แล้วเปึนความเข้าใจผิดของผม เข้าใจว่าท่านชินวรณ์ อ้างข้อ ๔๗ ความผิดพลาดของผมตรงนี้ทําให้อนุญาตได้มีการอภิปรายกัน จนจะลงมติ อยู่แล้ว แล้วผมก็ย้อนถามอีกที ท่านชินวรณ์ก็ยืนยันว่าอ้างข้อ ๔๖ เพราะฉะนั้นดําเนินการ มาถึงตอนนี้ก็เท่ากับผมอนุญาตให้ญัตติซ้อนญัตติไปเรียบร้อย เพราะฉะนั้นญัตติ ก.พ.ร. ก็ต้องตกไปนะครับ ทีนี้ก็ต้องขอมติของพวกเราว่า จะเห็นชอบด้วยหรือไม่ที่จะหยิบยก วาระเรื่องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาปรึกษา ถ้าเห็นด้วยก็ปรึกษา ถ้าไม่เห็นด้วยก็ค่อยหารือ อีกทีว่าจะหยิบยกวาระของ ก.พ.ร. ขึ้นมาพิจารณาหรือไม่อีกครั้งนะครับ ผมขออนุญาต ดําเนินการตามนี้เลยนะครับ

(นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิพนธ์มีอะไรครับ

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ผมกําลังจะชื่นชมท่านประธานนะครับที่ยอมรับผิดว่า การวินิจฉัยของท่านประธานนั้น ด้วยความเข้าใจผิดหรือข้อเท็จจริงอะไรต่าง ๆ ที่ได้ชี้หรือวินิจฉัยอะไรลงไป คือเนื่องจากว่าความจริงแล้ววาระเกี่ยวกับ ก.พ.ร. มันเข้าไปแล้ว ถ้ามีการเสนอญัตติ ขึ้นมาซ้อนญัตติมันก็ต้องตกไปตามข้อบังคับ ซึ่งมันน่าจะยึดถือเปึนแบบที่ดีตามข้อบังคับว่า ญัตติใดก็ตามที่มีการพิจารณาอยู่แล้วห้ามเสนอซ้อนขึ้นมาพิจารณา ตรงนี้จะเปึน ข้อคลาดเคลื่อนอย่างไรก็ตามซึ่งสมาชิกความจริง ๒ ท่านนี่ยกมือขึ้นก่อนที่ท่านประธาน จะเอาระเบียบวาระ ก.พ.ร. เข้ามาด้วยซ้ําไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันผ่านไปแล้วไม่เปึนไรครับ แต่อย่างน้อยเราต้องยึดหลักของสภาครับว่า การวินิจฉัยใด ๆ ต้องยึดข้อบังคับ แต่กรณีนี้ ผมคิดว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วก็โต้เถียงกัน ท่านประธานก็ของดใช้ข้อบังคับเสีย แล้วก็ ใช้มติที่ประชุมแล้วก็จะโหวตทางใดก็โหวตไป ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ แล้วก็ เพื่อการประชุมต่อไปท่านก็เคร่งครัดตามข้อบังคับกัน ไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม ถ้าอะไร ไม่ถูกต้องท่านก็ไม่ต้องยอม ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านนิพนธ์ครับ ผมคิดว่าสิ่งที่กระผมเสนอเมื่อกี้น่าจะเปึนทางออกที่ถูกต้อง ถือว่าผมวินิจฉัยก็แล้วกันนะครับ ตามนี้ครับ

(นายเชน เทือกสุบรรณ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านเชนมีอะไรครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมประท้วงตามข้อ ๕๖ ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับคําวินิจฉัยของ ท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ที่ว่าญัตติที่กําลังพิจารณา ก.พ.ร. ตกไปนะครับ และท่านประธาน บอกว่าเดี๋ยวจะได้หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ ถ้าท่านประธานวินิจฉัยว่าญัตติดังกล่าว ตกไปนะครับ ตามข้อ ๕๖ ญัตติที่ตกไปแล้วนี่นะครับ ห้ามนําญัตติที่มีหลักการเดียวกัน ขึ้นเสนอในสมัยประชุมเดียวกัน เว้นแต่ญัตติที่ยังไม่ได้มีการลงมติหรือญัตติที่ ประธานสภาอนุญาต ในเมื่อพิจารณาเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ผมคิดว่า การวินิจฉัยผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกว่าการวินิจฉัยว่าญัตติ ก.พ.ร. ตกไป แต่ในการเสนอ เลื่อนของเพื่อนสมาชิกในญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๖ วรรคสอง แต่เมื่อท่านประธานพูดว่า ญัตติ ก.พ.ร. ตกไปนี่นะครับ ผมว่าเราไม่สามารถพิจารณาญัตตินี้ได้อีกในสมัยประชุมนี้ ท่านประธานขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเชนครับที่ท่านบอกไม่สามารถนําญัตติของ ก.พ.ร. ขึ้นมาพิจารณาได้ตามข้อ ๕๖ ข้อ ๕๖ เขียนไว้ชัดเจนนะครับ สามารถนําขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะญัตตินั้นยังไม่ได้ลงมติ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตดําเนินการตามที่ผมได้วินิจฉัยนะครับ

(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ ผมอนุญาตให้เฉพาะประท้วงเท่านั้นนะครับ ในกรณีที่ข้อ ๕๐ ที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณานั้นให้ญัตติเดิม เปึนอันตกไป เพราะฉะนั้นข้อความในข้อบังคับการประชุมนี้เขียนไว้ชัดเจนครับท่าน ประธาน ผมเปึนห่วงท่านประธานว่า

ขอบคุณครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ถ้าท่านประธานจะใช้ดุลยพินิจ ในการพิจารณาว่า ข้อ ๔๗ (๕) หรือข้อ ๔๖ (๒) จะทําให้ญัตติเดิมตกไปนั้นเปึนการ วินิจฉัยที่คลาดเคลื่อนครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับที่ท่านพูดมานี้ถูกต้องทุกอย่างนะครับ ถูกต้องทุกอย่างเลย เพียงแต่เมื่อสักครู่นี้ ได้เข้าสู่ระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว เพราะท่านจุติเปึนคนลุกขึ้นมาถามรัฐมนตรี แล้วได้มี การอนุญาตให้เลขาธิการ ก.พ.ร. มาตอบชี้แจงแทน เพราะฉะนั้นขั้นตอนเข้าสู่ระเบียบ วาระเรียบร้อย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านชินวรณ์เสนอญัตติโดยอ้างข้อ ๔๖ ซึ่งเสนอไม่ได้ แต่เปึนความผิดพลาดของผมที่ผมเข้าใจว่าอ้างข้อ ๔๗ ผมเลยให้มีการได้ปรึกษากัน เรื่องนั้นนะครับ พอแล้วครับ ผมว่าพอแล้วครับ

นายธนา ชีรวินิจ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร มีอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ที่ท่านประธานลืมไปครับ เพราะท่านไปวินิจฉัยว่าถ้าใช้ตามข้อ ๔๖ (๒) หรือข้อ ๔๗ (๕) นี่ ท่านประธานบอกว่าถ้าเปึนข้อ ๔๖ (๒) นี่เสนอไม่ได้นะครับ แล้วท่านก็วินิจฉัยว่าถ้าเปึน ข้อ ๔๗ (๕) ก็จะทําให้ญัตติตกไป ญัตติเดิมคือ ก.พ.ร. ตกไป ซึ่งผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในกรณีของข้อ ๔๖ (๒)

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านธนาครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ ผมทําความเข้าใจกับท่านนิดหนึ่งนะครับ ประเด็น มันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าท่านชินวรณ์เสนอญัตติโดยอ้างข้อ ๔๗ อย่างนี้ได้ ที่ดําเนินการมา ถูกต้องทุกอย่าง แต่ท่านชินวรณ์ยืนยันว่าใช้ข้อ ๔๖ เปึนการเสนอญัตติซ้อนญัตติ แล้วผม ได้อนุญาตโดยเข้าใจผิดคิดว่าอ้างข้อ ๔๗ มีผลทําให้ญัตติ ก.พ.ร. นั้นตกไป ตกไปแล้วนะครับ ผมก็จะดําเนินการต่อโดยถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ที่จะให้เลื่อนระเบียบวาระ เรื่องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา ถ้าเห็นด้วยก็ดําเนินการต่อ ถ้าไม่เห็นด้วยญัตตินี้ ก็ตกไป ผมก็จะได้หารือที่ประชุมอีกทีหนึ่งด้วยการหยิบยกญัตติ ก.พ.ร. ขึ้นมาหารือ ที่ประชุมว่าจะเอาญัตตินี้ขึ้นมาพิจารณาใหม่หรือไม่ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ แล้วต้องด้วย ข้อบังคับผมถือว่าผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ มีอะไรครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังผิดข้อบังคับ อย่างใหญ่หลวงครับ อย่างนี้ท่านประธานครับ ชัด ๆ นะครับ ข้อ ๔๖ ตั้งแต่ (๑)–(๕) เปึนเรื่องที่บอกว่าญัตติดังต่อไปนี้ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเสนอเปึนหนังสือ คือยกมือ ก็เสนอได้ นั่นคือข้อ ๔๖ แต่ส่วนข้อ ๔๗ ท่านประธานครับ มีทั้งหมด ๗ วงเล็บ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณา (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษาหรือพิจารณา สาระสําคัญผมยกให้ท่านประธานแค่ ๒ วงเล็บ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษา (๗) ขอให้ยกเรื่องอื่น เหตุผลที่ข้อบังคับแยกไว้มี (๕) กับ (๗) แสดงว่าต้องไม่เหมือนกันนะครับ ถ้าเห็นด้วย ตามนี้ผมขออนุญาตอ่านข้อ ๕๐ ต่อครับ ในกรณีที่ประชุมลงมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นปรึกษา หรือพิจารณา อันนี้คือ (๗) ญัตติจะตกเมื่อเข้า (๗) แต่ว่าของท่านชินวรณ์ผมดูแล้ว เปึนเรื่องการใช้สิทธิตามข้อ ๔๗ (๕) ซึ่งญัตติไหนก็ไม่ตก เพียงแต่ว่าเปึนการขอเสนอเลื่อน แล้วก็ให้สภาลงมติครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกุเทพ เชิญครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าพวกเราก็กําลังพูดในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเราโดยตรง และจะเสียเวลาบ้างก็คงไม่เปึน อะไรนะครับ แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านประธานพยายามทําก็เปึนเรื่องถูกต้อง ประเด็นมัน อยู่ตรงที่ว่าถ้าท่านผู้เสนอญัตติคือท่านชินวรณ์ ท่านจะช่วยกรุณาเอาตามวินิจฉัยของ ท่านประธานขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ มันก็จะเปึนเรื่องที่สวยงามจริง ๆ คือญัตติไม่ตกไป หรอกครับ จะตกไปต่อเมื่อเปึนไปตามท่านผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้แนะนํา ตามข้อ ๕๐ คือถ้าลงมติเมื่อสักครู่นี้นะครับเราประกาศผล ถ้าเผื่อว่าญัตติของท่านชินวรณ์ ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนญัตติเดิมก็ยังคงอยู่ แต่เมื่อท่านประธานด้วยความเคารพท่านเปึน สุภาพบุรุษท่านบอกว่าท่านฟังคลาดเคลื่อน ก็จะพยายามยืนตามผู้เสนอญัตติว่าเปึน ข้อ ๔๖ ผมก็เห็นใจท่าน เพราะถ้าไปอย่างนั้น ถ้าญัตติซ้อนญัตติแล้วมันตกไป ตกไปก็จะมี คําถามต่อไปว่าท่านจะถามประเด็นสุดท้ายว่าจะเอาญัตตินั้นกลับมา กลับมาอย่างไร ใครเสนอ มันก็เปึนเรื่องที่ลําบาก เพราะการเสนอญัตติมันต้องเสนอมาจากสมาชิกหรือ จากมีที่มานะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอย่างไรถ้าท่านประธานจะขอความกรุณาให้ ท่านชินวรณ์ท่านรับว่าใช้ ข้อ ๔๗ (๕) เสนอ แล้วก็ลงมติไปมันก็น่าจะถูกต้องตามที่ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านได้เสนอความเห็นมันก็เปึนทางออกที่ดี แล้วท่านประธาน ก็ทําถูกต้องทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าไปแบบท่านประธานว่าผมก็คิดว่าเปึนอีกทางหนึ่ง แต่มันมี คําถามสุดท้ายที่ท่านประธานจะถามว่าจะเอาญัตติที่ตกไปแล้วกลับมา กลับมาอย่างไรนี่ ก็อาจจะมีข้อที่จะต้องพิจารณาอยู่บ้างครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกุเทพครับเปึนอํานาจประธานที่จะหยิบยกขึ้นหารือที่ประชุมได้อยู่แล้ว ไม่มีอะไร น่าห่วงครับ ผมขออนุญาตดําเนินการตามนี้เลยนะครับ ผมขอมติที่ประชุมเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(นายเอกพจน์ ปานแย้ม ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ

นายเอกพจน์ ปานแย้ม ปทุมธานี

ผมขออนุญาตท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้ถามมติไปแล้ว แล้วก็มีการลงมติไปแล้ว ผลของการลงมติยัง ไม่ได้นําออกมา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามใหม่ครับ เปึนคนละเรื่องแล้วครับ

(นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ กึ่งประท้วงนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ประท้วงหรือเปล่าครับ ประท้วงใช่ไหมครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

คืออย่างนี้ ขอให้ชัดนะครับว่า เปึนขอมติ เรื่องการเลื่อน หรือหยิบยกเรื่องอื่นขึ้นพิจารณานะครับ อันนี้ท่านชินวรณ์เสนอเลื่อน ตาม (๕) ไม่ใช่ (๗) ที่ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นพิจารณา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามข้อเสนอของท่านชินวรณ์ โดยอ้าง ข้อ ๔๖ ให้เลื่อนระเบียบวาระเรื่องกรรมาธิการ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ผมขอมติเลยนะครับ ท่านใดเห็นด้วยที่จะให้เลื่อนญัตติการแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการสามัญขึ้นมาพิจารณาก่อนให้กดคําว่า เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดคําว่า ไม่เห็นด้วย ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ป่ดการลงคะแนนครับ มตินะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๘๕ ครับ เห็นด้วย ๑๓๗ ไม่เห็นด้วย ๒๔๕ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนน ๓ ครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติไม่เห็นด้วยนะครับ

ผมขอหารือที่ประชุมครับ หยิบญัตติเรื่องของ ก.พ.ร. ขึ้นมาปรึกษานะครับ ขอมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอมติที่ประชุมครับ เห็นด้วยที่จะให้มีการหยิบยกญัตติ ก.พ.ร. ขึ้นมาปรึกษาหรือไม่ ลงคะแนนได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ป่ดการลงคะแนนครับ มตินะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๔๓ เห็นด้วย ๒๘๕ ไม่เห็นด้วย ๑ งดออกเสียง ๕ ไม่ลงคะแนน ๕๒ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยให้นําญัตติ ก.พ.ร. ขึ้นมา พิจารณาครับ

ท่านใดจะอภิปรายเชิญเลย เชิญท่านจุติครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้อ่านรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ เสนอโดยสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการ (เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบข้าราชการ) ว่าข้อเสนอติติงนั้นเปึนไปด้วยเจตนาดี บริสุทธิ์ อยากจะให้มี ความกระจ่างและก็มีสิ่งที่อยากจะให้ท่านไปปรับปรุงในหลาย ๆ ข้อ

ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนคือว่าผมหาไม่เจอในเรื่องของ ข้าราชการพันธุ์ใหม่อยู่ในรายงานนี้หรือไม่ เพราะว่าพยายามหาดูแล้วไม่เจอ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งอยากจะซักถามและอยากจะมีคําตอบจากทางรัฐบาล แล้วก็เลขาธิการก็คือในเรื่องของการวัดความพึงพอใจ ผมไม่มั่นใจจริง ๆ กับผลของ การวัดที่ออกมานะครับ เพราะว่าหลายอย่างมันขัดกับสายตาของประชาชนที่ไปใช้บริการ แต่ผลการประเมินนั้นกลับออกมาดี เช่น ความพึงพอใจหรือความไม่พึงพอใจที่ท่านประเมิน มามันสูงมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนของราชการหลาย ๆ ด้าน ๑๔๑ หน่วยงาน ในหน้า ๒๗ ๑๔๑ หน่วยงานมีความพึงพอใจ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ใน ๗๕ จังหวัด มีความพึงพอใจ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๗๓ สถาบันการศึกษามีความพึงพอใจ ๗๔ เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไปยังรัฐบาลผ่านไปยังท่านเลขาธิการก็คือว่า คนที่ประเมินไปจากส่วนกลาง แล้วก็ประชาชนเปึนผู้ประเมินหรือไม่ แล้วการประเมินนั้น เปึนไปด้วยความโปร่งใสไร้อคติหรือไม่ หรือให้หน่วยราชการนั้นไปนั่งกากันเองในที่ลับ ๆ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งอยากจะซักถามก็คือว่าในหน้า ๓๙ หน้า ๓๙ กลไก การตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งเปึนการประเมินผลประจําป้งบประมาณ ๒๕๔๙ ซึ่งก็น่าจะทําในป้ ๒๕๔๘ ต่อป้ ๒๕๔๙ ก็คือท่านระบุว่าการตรวจสอบภายในอ่อนแอ การควบคุมภายในก็มีปัญหา แล้วก็การปฏิบัติราชการตามคํารับรองของการปฏิบัติ ราชการ อยากจะถามว่าตรงนี้สํานักงานสามารถอธิบายได้ไหมว่าจะปรับปรุงอย่างไร แล้วก็จะแล้วเสร็จภายในเมื่อใด แล้วก็ใครจะเปึนผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ แล้วน่าจะมี บทลงโทษไหมว่าหน่วยราชการไหนที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐาน ควรจะมี มาตรการลงโทษอย่างไรบ้าง เช่น การปรับลดงบประมาณ การปรับลดโบนัสของ ข้าราชการหรือมาตรการอื่น ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่รัฐบาลจะต้องเอาใจใส่ ให้มาก ๆ ผมถึงว่าการตรวจสอบภายในเข้มแข็ง การควบคุมภายในดี นอกจากจะลด ปัญหาการทุจริตแล้ว ยังเปึนการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพของการบริหารของ หน่วยราชการที่บริการประชาชนอีกด้วยนะครับ

ทีนี้มาถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่อง อี-กัฟเวิร์นเมนท์ (e-Government) หรือรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ท่านระบุไว้ในหน้า ๖๑ นี่บอกว่าการยกระดับขีดความสามารถ และมาตรฐานการทํางานให้อยู่ในระดับสูง และเทียบเท่าเกณฑ์สากล ตรงนี้ไม่ทราบว่า เกณฑ์สากลนั้นมีขนาดไหน แล้วก็ผมดูข้อ ๓ ครับ ข้อ ๓ บอกว่าส่วนราชการอย่างน้อยร้อยละ ๙๐ ได้รับการพัฒนา การให้บริการหรือสามารถดําเนินงานในรูปแบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายในป้ ๒๕๕๐ นี่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ แล้วครับ แล้วท่านก็บอกว่าผลดําเนินการดําเนินการครบ ทุกส่วนราชการ อันนี้ผมขอขัดแย้งโต้แย้งกับท่านนะครับ ดําเนินการครบนี่ครบในฐานะไหน ครบก็คือเพียงแค่ได้ทําแต่ว่าประสิทธิภาพ ประสิทธิผลนั้นเปึนอย่างไร เปึนที่รู้ ๆ กันนะครับท่าน ฉะนั้นตรงนี้ผมเชื่อว่ารายงานนี้ต้องไปแก้ไขในหน้า ๖๑ นะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือว่ายกระดับขีดความสามารถอยู่ในระดับสากลนั้น ถามว่าสากลนี่สากลของมาตรฐานไหน อะไรคือตัวเกณฑ์การวัดนะครับ แล้วก็สิ่งที่ ผมมีข้อข้องใจก็คือว่าในรายงานของเล่มนี้นะครับระบุนโยบาย ๔ ป. ประหยัด โปร่งใส ประสิทธิภาพ ผมอยากจะถามจริง ๆ ว่าได้เอามาตรฐานนี้ไปเปึนเกณฑ์วัดทุกหน่วยราชการ หรือเปล่านะครับ เพราะว่ามันยังมีอีกหลายหน่วยราชการซึ่งผมคิดว่ายังมีปัญหาในนโยบาย ๔ ป. อันนี้นะครับ แล้วผมก็ยังไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่มาใหม่นั้นจะคงนโยบาย ๔ ป. ไว้หรือไม่ เพราะเปึนนโยบายที่ดี เกิดประโยชน์ต่ อประเทศชาติและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีความคุ้มค่า สิ่งที่ผมอยากจะถาม ก็คือว่าในหน้า ๗ ครับ องค์การมหาชน ในองค์การมหาชนนั้นนี่ สบร. (สํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้) มี ๗ หน่วยงานนะครับ ผมจะเอาเรื่อง สบร. แล้วเขาระบุว่า ป้งบประมาณ ป้ ๒๕๔๗ ถึงป้ ๒๕๔๙ คือ ๒ ป้ ใช้งบประมาณไป ๓,๒๑๕ ล้านบาท เฉพาะงบจัดนิทรรศการ ๕๗ ล้านบาท นิทรรศการนี่เสร็จแล้วก็ต้องรื้อถอนนะครับ ๕๗ ล้านบาทนั้นก็สูญเปล่าไป ผมกําลังจะถามถึงความคุ้มค่าครับท่าน ความคุ้มค่า ของการใช้งบประมาณตรงนี้ ถามว่าสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการนี่ มีการวัดอย่างไรว่าเงินที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่า ถ้าดูจริง ๆ ๓,๒๑๕ ล้านบาทนี่ผมเรียนท่าน ได้เลยนะครับ ท่านสามารถมีถนนคอนกรีตในชนบทได้ ๑,๕๐๐ กิโลเมตรนะครับ อันนั้น วัดได้เลย ฉะนั้นผมเรียนตรง ๆ ว่าตรงนี้ผมอยากจะให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการดูแลเอาใจใส่เปึนพิเศษกับองค์กรมหาชนทุกแห่งนะครับ ทุกแห่ง ถามว่า ทําไมทุกแห่ง เพราะผมคิดว่าประเด็นที่องค์การมหาชนนั้นได้ตั้งไว้นี่นะครับ ตั้งไว้ตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ผมอยากจะถามท่านจริง ๆ ว่าคณะกรรมการ บริหารพัฒนาองค์ความรู้นี่นะครับ คณะรัฐมนตรีกําหนดเงินเดือนไว้ ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๒๘๐,๐๐๐ บาท ๓ แสนบาท ผมถามท่านจริง ๆ เถอะครับ ๓ แสนบาท นี่ ๓ เท่าของประธานประมุข ประมุขนิติบัญญัติ ประมุขตุลาการ และประมุขของ ฝ์ายบริหาร ๓ เท่า ผมถามว่าความคุ้มค่ามันมีขนาดนั้นหรือครับ จําเปึนต้องทบทวนไหม ผมคิดว่าจําเปึน ถามว่าเงินเดือนสูงจําเปึนที่จะดึงคนเก่งมาทํางานไหม จําเปึน แต่ถามว่า ที่ผ่าน ๆ มาที่ตั้งมานี่มันคุ้มค่าไหม ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ป้ ๒๕๕๐ ถามว่าเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงแล้วมีคนใหม่มานั่งอยู่นี่ คนใหม่นั่นแหละนั่งกินเงินเดือนเท่าเดิมคือ ๓ แสนบาท หรือ ๒๘๐,๐๐๐ บาท ต้องนึกถึงตรงนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ต้องดูกันด้วยว่า มันไม่ใช่แค่นั้น เบี้ยประชุมสํานักงบประมาณให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมกันเช้าจดเย็น งบประมาณท่าน ท่านเลขาธิการก็รู้ ๐๙.๐๐ นาฬิกา เสร็จ ๒๒.๐๐-๒๓.๐๐ นาฬิกา เมื่อก่อน ๕๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๑,๐๐๐ บาท คนก็ด่านะครับว่ามากเหลือเกินครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ท่านทราบไหมครับเบี้ยประชุมของกรรมการนี่ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ไม่ได้จํากัดครั้งด้วยนะครับ ถ้าเผื่อเปึนอนุกรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ผมถามว่า มันสมควรไหม เอาเงินส่วนนี้ไปทําการบริการให้ถึงประชาชนมากกว่านี้ดีกว่าไหม จะเปึน เงินที่ใช้คุ้มค่ามากกว่าไหม ผมบอกได้เลยนะครับว่า สํานักงานบริหารพัฒนาองค์ความรู้ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท เบี้ยประชุมอนุกรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาท เงินเดือนของผู้อํานวยการ ๓ แสนบาท ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ เบี้ยประชุม ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๒๘๐,๐๐๐ บาท อุทยานการเรียนรู้ เบี้ยประชุม ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ผู้อํานวยการ ๒๕๐,๐๐๐ บาท สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๒ แสนบาท ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๓ แสนบาท ศูนย์ความเปึนเลิศด้านชีวะวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เบี้ยประชุม ๑๖,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการเงินเดือน ๒๖๐,๐๐๐ บาท สถาบันวิทยาการ การเรียนรู้ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท เงินเดือน ๒ แสนบาท ผมถามตรงนี้ครับว่า นโยบาย ๔ ป. ได้มาวัดตรงนี้ไหม แล้วที่สําคัญอยากจะทราบจากท่านเลขาธิการด้วยว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเปึนประธานคณะกรรมการ กรรมการ ผู้อํานวยการนี่ ถามว่า ข้าราชการการเมืองเปึนได้ไหม ถามว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองเปึนได้ไหม มีข้อห้าม ข้อจํากัดไหมนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่า วิธีการใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิผล ในเชิงบริหารของท่านเหล่านี้เอาอะไรมาวัดที่เปึนรูปธรรมได้ นี่คือคําถามที่อยากจะมี คําตอบจากท่านเลขาธิการ แล้วก็ถ้าเผื่อวันนี้อันไหนตอบได้ก็กรุณาตอบให้พวกกระผมด้วย เพราะว่าจะให้ความกระจ่างมากขึ้นนะครับ แล้วก็อยากจะให้ข้อสังเกตอีกนิดหนึ่งว่า ในนี้รายงานผมคิดว่าอยากจะให้ปรับปรุงนะครับ แล้วครั้งหน้าก็อยากจะให้ท่านว่าทําให้ มันถูกลงกว่านี้สักนิดหนึ่ง เพราะเดี๋ยวนี้กระดาษปอนด์ (Pound) อะไรมันก็แพง มันดู สวยงามใช่ครับ แต่ว่าอยากจะให้ดูด้วยว่าในครั้งหน้าหน่วยงานไหนที่มีความผิดปกติ ในเรื่องของการบริหารไม่ได้มาตรฐาน เช่น สตง. มีคําทักท้วงเปึนกรณีพิเศษ อย่างเช่น ผมไปดูมา สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) บอกว่า สบร. มีปัญหาเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความแน่นอนนี่นะครับ แล้วก็ไม่ปฏิบัติ ไปตามประกาศพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้ง ก็อยากจะให้ตรงนี้ไม่อยากให้แค่รายงาน สภาเฉย ๆ ถามว่าท่านจะมีเขี้ยวเล็บให้ทางรัฐบาลได้ไปแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง แล้วก็ ในป้หน้าสมมุติว่าป้ ๒๕๕๑ รายงานนีเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาทําว่าข้อเสนอในการปรับปรุง ที่สํานักงานของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอไปยังรัฐบาลว่า ให้ได้ปรับปรุง เรื่องอะไรบ้างกรุณาใส่มาด้วย แล้วก็สภานี้จะได้ติดตามว่าให้เปึนไปตามนั้น เพราะเชื่อว่า บ้านเมืองครับ ระบบราชการนั้นคือเสาหลักหนึ่งของประเทศไทย ถ้าเสาหลักนี้ผุกร่อนเสื่อม ไร้ประสิทธิภาพประชาชนจะเดือดร้อนครับ แต่ถ้าเผื่อเสาหลักนี้มีคุณภาพ ผมเชื่อว่า ประเทศชาติจะเดินไปได้อย่างดีครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่ยกมือผมได้จดลําดับไว้แล้วนะครับ ต่อไปเชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้อ่านรายงานผลการพัฒนาระบบราชการประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ เปึนรายงานชิ้นแรกที่สภาผู้แทนราษฎรเราได้รับในฐานะที่เปึนองค์กรที่จะต้องรับหน้าที่ ฟังรายงานขององค์กรต่าง ๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และผมถือว่าการรายงานชิ้นนี้ เปึนผลงานที่มีความหมาย ควรจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ควรที่จะได้รับมีข้อเสนอแนะ เพื่อการดําเนินงานของ ก.พ.ร. ต่อไปในอนาคต ท่านประธานที่เคารพครับ ก.พ.ร. ได้สรุป ไว้ในบรรทัดสุดท้าย โดยกล่าวว่าผลการพัฒนาระบบราชการไทยที่ได้ดําเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วย ความมุ่งมั่นของทุกรัฐบาล ได้ส่งผลให้สามารถบรรลุเปัาประสงค์หลักของการพัฒนา ระบบราชการไทย ๔ ประการ กล่าวคือประชาชนมีความพึงพอใจและเชื่อมั่นศรัทธาต่อ ระบบราชการมากขึ้น บทบาทภารกิจและขนาดของระบบราชการมีความเหมาะสม ซึ่งสะท้อนจากสัดส่วนงบประมาณต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมรายได้ประชาชาติ และกําลังคน ภาครัฐที่ลดลงเปึนไปตามเปัาหมาย มีขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางานให้อยู่ใน ระดับสูง และเทียบเท่าเกณฑ์สากลดังปรากฏจากผลการประเมินขององค์กรภายนอก ระดับนานาชาติที่ได้แสดงไว้ต่อสาธารณะในหลายมิติ และระบบราชการไทยได้พัฒนา ไปสู่ระบบราชการที่ตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีช่องทางให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการทํางานของระบบ ราชการอย่างกว้างขวางมากขึ้นตามลําดับ

ข้อสรุปนี้เปึนข้อสรุปที่ ก.พ.ร. ตั้งใจที่จะให้เสนอเปึนบทรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร ผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานสภาครับว่า มีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ของรายงานนี้นั่นก็คือว่า มีเรื่องที่ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ทํา ๒. เรื่องที่ทําแล้วแต่ไม่สอดคล้องกับ ภารกิจของ ก.พ.ร. และ ๓. ทําแล้วไม่ได้ตอบสนองเปัาหมาย ทําไมผมถึงได้กราบเรียนกับ ท่านประธานอย่างนั้นครับ นั่นก็เพราะว่าโอกาสที่สภาแห่งนี้จะได้พิจารณาตั้งแต่วันแรก ของการปฏิรูประบบราชการเมื่อป้ ๒๕๔๖ กล่าวได้ว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราอยู่ใน ช่วงเวลาที่ไม่สามารถได้รับรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น นั่นก็เพราะว่าเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ในสมัยนั้นได้กําหนดให้การปฏิรูประบบราชการเปึนไปด้วยพระราชกฤษฎีกาเปึนหลัก อาจจะมีพระราชบัญญัติบางฉบับที่เข้ามา แต่ว่าก็เปึนเรื่องเหล่านั้นเปึนการเฉพาะ เราไม่ได้รับรู้ภาพรวมในนามของการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร หรือการอนุมัติโดยตรง ต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เปึนการรับรู้ในทางข่าวสารบ้านเมืองโดยทั่วไป เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ การปฏิรูประบบราชการเมื่อป้ ๒๕๔๖ เปัาหมายอยู่ตรงไหน เปัาหมาย ที่ชัดเจนก็คือว่า การปฏิรูประบบราชการนั้นเพื่อใคร ประชาชนหรือราชการ เพื่อประเทศชาติหรือเพื่อองค์กร การยุบรวม แยก ตั้งใหม่กระทรวง ทบวง กรม ต้องตั้ง ตามภารกิจ ไม่ใช่ตามลัทธิหน่วยงาน การดึงอํานาจเข้าสู่ส่วนกลางยังมีบทบาทสูงมาก ในการแยก รวม ยุบและตั้งกระทรวงใหม่ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้เพราะว่า มีตัวอย่างที่จะแสดงเปึนข้อแรกก่อนก็คือว่า การตั้งกระทรวงต่าง ๆ ที่แยกขึ้นภายใต้ เงื่อนไขของการปฏิรูประบบราชการนั้น มีเรื่องที่บางกระทรวงไม่ควรจะแยก แต่ว่าเราก็ แยกไปตั้ง มีบางกรมไม่ควรจะยุบ เราก็ยุบ และมีบางกรมควรจะอยู่ที่หนึ่งแต่ถูกโยกย้าย ไปอีกที่หนึ่ง ในลักษณะอย่างนี้มีเรื่องที่ทําให้การดําเนินงานของ ก.พ.ร. ไม่บรรลุเปัาหมาย อย่างที่ผมได้กราบเรียน อย่างเช่น วันนั้นผมจําได้แม่นยําว่ามีข้อถกเถียง มีการศึกษา มีการประเมินว่ากระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงอุตสาหกรรมควรจะเปึนกระทรวงเดียวกัน มีภารกิจที่สอดรับกัน แต่ว่าในที่สุดลัทธิหน่วยงานก็เกิด ความเปึนกระทรวงพาณิชย์ ความเปึนกระทรวงเศรษฐการได้มีมาแล้ว ดํารงอยู่แล้วและต้องเดินต่อไปในที่สุด กระทรวงก็อยู่ อุตสาหกรรมมีมาแล้วจะเดินต่อไป มีเงื่อนไข มีรัฐมนตรี มีผู้กํากับดูแล ก็แยกอีกไม่ได้ แสดงให้เห็นชัดเจนครับว่า การรวมหรือการแยกมันเกิดขึ้นไม่ได้ภายใต้ เงื่อนไขของความตั้งใจของการปฏิรูประบบราชการ แม้กระทั่ง ก.พ. (สํานักงานข้าราชการ พลเรือน) เอง วันหนึ่งเรากําลังคิดว่า ก.พ.ร. เลขาธิการ ก.พ. ควรจะเปึนคนเดียวกันกับ เลขาธิการ ก.พ.ร. ก็ปรากฏว่าถกเถียงกันไปถกเถียงกันมาแน่นอนครับ ตัดสินใจทํา ก.พ.ร. ซึ่งผมคิดว่าตัดสินใจที่ถูก แต่วันนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ วันนั้นเลขาธิการ ก.พ. ขอไปเปึน ปลัดกระทรวง ซึ่งเขาก็นินทากันไปทั้งประเทศว่า โอ้โฮ เอาจริง ๆ แล้วก็คือ ก.พ. กับ ก.พ.ร. ถ้าวันนั้นเลขาธิการ ก.พ. กับเลขาธิการ ก.พ.ร. เปึนคนคนเดียวกัน เลขาธิการก็คงยังอยู่ อย่างนี้เปึนต้น ท่านเห็นไหมครับว่าการปฏิรูป วันนั้นเราไม่ได้เดินไปสู่เปัาหมายและเงื่อนไขตามที่ต้องการ หรืออย่างเช่นกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงนี้บทบาทหลักอยู่ที่สร้างเงื่อนไขการมี ส่วนร่วมของประชาชนเปึนหลัก แต่ภารกิจนี้อยู่ที่ไหนครับท่านประธานครับ ภารกิจนี้ อยู่กับกรมการพัฒนาชุมชนที่กระทรวงมหาดไทย และในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐–๔๐ ป้ ที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ทํางานทางด้านการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในชนบท ทั้งในชุมชนและทั้งในเมืองมาอย่างต่อเนื่องเปึนระยะเวลาอันยาวนาน แต่ในความเปึนจริงก็คือว่าบทบาทของกรมการพัฒนาชุมชนเปึนส่วนหนึ่ง เปึนเงื่อนไข หนึ่งในเรื่องของการเมืองการปกครอง ในที่สุดเอาภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชนไป แต่ว่ากรมการพัฒนาชุมชนยังไว้อยู่กับกระทรวงมหาดไทยอย่างนี้เปึนต้น หรือกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านประธานครับ กระทรวงนี้ก็ไม่ได้ตั้งขึ้นเพราะว่า มีภารกิจ แต่กระทรวงนี้ตั้งขึ้นเพราะเงื่อนไขที่จะต้องเปัาหมายไปคุ้มครองสัมปทาน เงื่อนไขไปทําการเพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของผู้ถือสัมปทาน อย่างนั้นเท่านั้นเอง ลักษณะอย่างนี้ผมยกเปึนตัวอย่างเพื่อกราบเรียนกับท่านประธานว่า อันนี้เองทําให้ ก.พ.ร. ทํางานไปไม่สามารถที่จะบรรลุเปัาหมายได้ เพราะฉะนั้นถึงเวลา อย่างนี้ข้อเสนอของผมในขั้นนี้ก็คือว่าการปฏิรูปราชการต้องไม่จบแล้ว ยังต้องเดินหน้า ต่อไป ต้องทดสอบ ปฏิบัติ แล้วก็เปลี่ยนแปลงปรับปรุง เงื่อนไขการจัดกระทรวง ทบวง กรม จัดแยกต่าง ๆ ผมไม่ต้องยก ไม่ใช่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ ต้องเดินต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมต้อง ขอเสนอกับท่านประธาน

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก.พ.ร. ไม่ได้ทํางานภายใต้เงื่อนไขที่กําหนด ยุทธศาสตร์ได้เองเปึนการเฉพาะ วันนี้ถ้าท่านประธานไปดูยุทธศาสตร์เสริมสร้าง ธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๐) กําหนดบอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่าในระบบราชการยังมีการรวมศูนย์อํานาจ การตัดสินใจไว้ที่ส่วนกลาง ระบบและกลไกการบริหารจัดการโดยรวม แม้จะเริ่มเป่ด โอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ก็ยังไม่เพียงพอและไม่เอื้อให้เกิดการสร้าง ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเปึนธรรม ให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงมาแล้ว แต่ว่าการจัดขบวนรองรับการเปลี่ยนแปลงเรายังไม่สอดคล้อง และยังไม่เดินไปอย่างเต็มที่ และในนี้เองครับแผน ๑๐ กําหนดให้ท่าน ก.พ.ร. ทําเลยครับ กําหนดวัตถุประสงค์ก็คือว่าผมเอาเฉพาะสิ่งที่ผมอยากจะแสดงนั่นก็คือว่าต้องมี การกระจายอํานาจสู่ภูมิภาคและท้องถิ่นมากขึ้น ในเมื่อเงื่อนไขของการกระจายอํานาจ ไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น นั่นหมายถึงว่าบทบาทของราชการที่ยังรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง ต้องผลักออกและส่งไป พูดง่าย ๆ ว่าส่วนกลางต้องทํางานให้น้อยที่สุด บริหารให้มากที่สุด แล้วก็ประสานงานให้มากที่สุด ไม่ใช่เปึนผู้ทําเองให้มากที่สุด เพื่อเปัาหมายอะไรครับ เพื่อเปัาหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีขีดความสามารถในการจัดหารายได้ ของตนเอง มีอิสระในการพึ่งตนเองมากขึ้น สามารถเพิ่มบทบาทในการจัดบริการ สาธารณะให้ประชาชนในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพและมีขีดความสามารถในการ บริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ผมเรียนเรื่องนี้ที่เปึนประเด็นที่ ๒ ก็เพราะว่า สิ่งเหล่านี้ตามข้อเท็จจริงก็คือว่าบทรายงานของ ก.พ.ร. ได้เขียนรายงานและได้มีข้อเสนอ ในเรื่องต่าง ๆ ตามบทสรุปที่ว่านี้จริงครับ แต่วันนี้ ก.พ.ร. ได้กําหนดกรอบการทํางาน เพียงเฉพาะราชการส่วนเดียวเท่านั้นเอง วันนี้เรามีราชการมากกว่าที่เรามองเห็นนะครับ เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปึนจํานวนมาก องค์กรปกครองที่ว่านั้นก็คือ มีกรุงเทพมหานคร มีเมืองพิเศษแบบพัทยา มีองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีเทศบาล มี อบต. องค์กรเหล่านี้เปึนใครครับ ที่กรุงเทพมหานครเขาเรียกว่าข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ที่ อบจ. เขาเรียกว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด อบต. เรียกว่า ข้าราชการ องค์การบริหารส่วนตําบล เทศบาลเรียกว่า พนักงานเทศบาล คนเหล่านี้เปึนกระบวนใหญ่ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ราชการส่วนกลางเล็กลง แต่ไม่ได้แปลว่าราชการ มีจํานวนน้อยแล้วจะเพียงพอต่อการบริหารประเทศ เปัาหมายที่เราวางมาตลอดก็คือ เราต้องการลดกําลังคนภาครัฐ ในขณะเดียวกันการบริหารและขับเคลื่อนให้การพัฒนา ประเทศนี่ถูกกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง สิ่งเหล่านี้ไม่สอดคล้องแน่นอน การลด จํานวนแน่นอนครับเราต้องลดส่วนเกิน ไม่ใช่ไปลดส่วนที่เปึนเปัาหมาย เพราะอะไรครับ เพราะบังเอิญ ถ้าท่านประธานลองได้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านจะเห็นได้หลายอย่าง ทีเดียวว่าการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศนั้น ราชการจะมีบทบาทที่สําคัญในการ ขับเคลื่อนฝ์ายการเมืองไม่มีเครื่องมือหรอกครับ มีราชการตัวเดียวที่จะขับเคลื่อนในนี้ได้ ท่านลองไปดูครับว่าแนวนโยบายแห่งรัฐ เมื่อก่อนนี้รัฐธรรมนูญเขียนแนวนโยบายแห่งรัฐ ไว้ แต่จํานวนไม่มากมายเท่าวันนี้ วันนี้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐) บอกเลยครับว่าแนวนโยบายแห่งรัฐด้าน ความมั่นคง แนวนโยบายแห่งรัฐด้านการบริหารราชการแผ่นดิน แนวนโยบายแห่งรัฐด้าน การศาสนา สังคม สาธารณสุข การศึกษาและวัฒนธรรม แนวนโยบายแห่งรัฐด้าน กฎหมายและการยุติธรรม มีจํานวนมากมายครับ ด้านเศรษฐกิจเต็มหมด นี่ก็คือภารกิจ แห่งรัฐนี้ต้องทํา ใครเปึนคนทํา แน่นอนครับผมยังไม่พูดถึงองค์กรมหาชนและอื่น ๆ แต่ว่า ราชการเปึนคนทํา และในที่สุดครับเราต้องถ่ายโอนภารกิจของภาครัฐจากส่วนกลางให้กับ ท้องถิ่น การปฏิรูประบบราชการ การทําให้ข้าราชการมีประสิทธิภาพนั้นต้องมุ่งครับ ก.พ.ร. ยังไม่ได้ทําเรื่องท้องถิ่น แต่บอกว่าเปึนเรื่องของคณะกรรมการแผนและขั้นตอน นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่ากระบวนการในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนี้แหละจะเปึนบทบาทที่สําคัญว่าเราจะถ่ายโอนภารกิจได้จริงหรือไม่ ผมเปึน คนที่เคยทํางานด้านการกระจายอํานาจและได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอดครับ ได้ติดตาม เรื่องนี้มาก็เพราะว่ามันเปึนงานอันหนึ่งที่ ก.พ.ร. ทําแล้วก็เปึนเรื่องที่ไม่ตอบสนองในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ตอบสนองอย่างไรครับ นั่นก็คือว่า ก.พ.ร. ไปบอกว่า ได้แก้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ได้แก้ไขกฎหมายอื่น ๆ ที่การเกี่ยวข้อง ในการพัฒนาระบบราชการ เช่น พระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอนกระจายอํานาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านครับ ก.พ.ร. เปึนคนสนับสนุนและทําให้เกิด การแก้ไขกฎหมายนี้ อันนี้เปึนการแก้ไขเพื่อยุติการกระจายอํานาจนะครับ เปึนการแก้ไข เพื่อดึงอํานาจกลับมาสู่ส่วนกลาง ทําไมผมกล่าวอย่างนั้นครับ ผมกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะว่าในพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นรัฐบาลจะต้องถ่ายโอนงบประมาณให้กับท้องถิ่นถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๔๙ ก่อนที่จะเขียนกฎหมายแบบนี้ได้มีการถกเถียง ได้มีการศึกษา ได้มีการวิจัย ผมเปึนคนลงไปทํางานเองในขณะนั้นในรัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ที่กล้าเขียน ลงไปเพราะเรามีแผนการในการที่ถ่ายโอนงบประมาณไปในสัดส่วนในระดับที่เหมาะสม แต่ว่าพอรัฐบาลชุดนั้นเขาเข้ามานี่เขาใช้วิธีการขายตรงจากทําเนียบเปึนหลัก ขายตรง ทําเนียบอย่างไรท่านก็คงได้ยินคําว่าเอสเอ็มแอล (SML) ท่านคงได้ยินว่าจังหวัดไหน ไม่เลือกเราต้องรอก่อน ตรงนี้เองครับทําให้การบริหารงบประมาณนี่ถูกดึงไว้ที่ส่วนกลาง และถูกแจกจ่ายออกไปตามอํานาจของรัฐในขณะนั้น ซึ่งไม่ใช่เงื่อนไขตามกฎหมาย พอทําไม่ได้อะไรเกิดขึ้นครับ พอทําไม่ได้ก็ต้องมาแก้กฎหมายตัด ๓๕ เปอร์เซ็นต์ออก ผลก็คือว่าการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นยุติลงเพียงเท่านั้นเดินต่อไปไม่ได้ สิ่งนี้ เสียหายมากครับท่านครับ เสียหายมาก แล้วในที่สุดถ้าเราไม่ได้มีการพัฒนา ไม่ได้ เตรียมการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อม ในที่สุดข้ออ้างที่จะไม่ถ่ายโอน กิจการทางด้านการศึกษาให้กับท้องถิ่นก็เกิดขึ้น ไม่พร้อมที่จะกระจายภารกิจการขนส่ง ก็ดี หรือว่าในระบบอื่นใดก็ดีให้กับท้องถิ่นออกไปได้ก็จะเปึนข้ออ้างในการอย่างนี้อีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องฝากกับท่านก็คือว่าเรื่องนี้ต้องเดินครับท่านครับ ระบบราชการต่อไปที่จะเปึนเครื่องมือในการผลักดันและพัฒนาประเทศจํานวนนะครับ ถ้าพูดถึงคําว่า จํานวน วันนี้ราชการจํานวนไม่มาก แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาต้อง ใช้คนมาก ถ้าไม่มีความพร้อมหรือมีแต่ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถเพียงพอก็ถ่ายโอน กิจการแบบที่ว่านั้นไม่ได้ นี่เปึนสิ่งที่ ก.พ.ร. จะต้องรับไปดําเนินการ ท่านประธานครับ วันนี้เรื่องใหญ่ของระบบราชการที่คนห่วงใยและราชการเองก็ห่วงตัวเองในระบบ นั่นก็คือว่า ระบบคุณธรรมครับ ระบบคุณธรรมในระบบราชการจะต้องมีครับ แม้วันนี้เกิดอะไรขึ้น การโยกย้ายข้าราชการประจํา ๔ คน ที่ดีเอสไอ (DSI) ที่ อย. ที่กรมประชาสัมพันธ์ และที่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมไม่วิจารณ์ว่าเรื่องถูกหรือผิด แต่บังเอิญมันมีคนหยิบยก เรื่องนี้ไป และผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ตอบว่าผมย้ายคนแค่ ๔ คนนี่จะเปึนตายขึ้นมา หรืออย่างไร ไม่ใช่ ๔๐ สักหน่อย ไม่ใช่ ๔๐๐ สักหน่อย เออถ้าผมย้ายสัก ๔,๐๐๐ ๔๐๐ จะเปึนเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ ระบบคุณธรรมไม่ได้อยู่ที่จํานวน ไม่ได้อยู่ที่ มากหรือน้อย อยู่ที่ถูกหรือผิด อยู่ที่เหมาะสมหรือไม่ วันนี้ต้องยอมรับนะครับว่า ประชาธิปไตยแบบเอาคืนกลับมาแล้วครับ ระบบอย่างนี้ย้อนกลับไปเหมือน เมื่อการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ มีการเอาคืนข้าราชการประจํา และวันหนึ่งประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลง มีการรัฐประหารเกิดขึ้น ใครจะรู้สึกจะเจ็บปวดอย่างไรนั้น ข้าราชการ เขาได้รับผลกระทบ แต่ว่าพอมาถึงจุดวันนี้ครับ มาถึงจุดวันนี้ก็คือว่าประชาธิปไตยแบบ เอาคืนกลับมาแล้ว เพราะฉะนั้นต้องบอกว่านี่เปึนการเจ็บป์วยของระบบคุณธรรมได้มี มาถึงแล้วนะครับ ต้องยืนยันครับว่าระบบคุณธรรมไม่ใช่เรื่องของจํานวนแต่เปึนเรื่องของ ความถูกต้องและเปึนธรรม ถึงจะเปึนจุดที่สําคัญ ข้อเสนอของผมในวันนี้เปึนข้อเสนอที่ เพื่อให้ ก.พ.ร. ได้ดําเนินการก็คือว่าวันนี้การปฏิรูประบบราชการต้องไม่หยุดอยู่กับที่ ท่านทั้งหลายครับ ต้องเดินหน้าต่อ กระทรวงไหนต้องยุบ ก็ต้องทํา กรมไหน ต้องรวมก็ต้องทํา แบ่งปันภารกิจกันใหม่ เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้ ๒. ในเรื่องเงื่อนไขของ การปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้า ก.พ.ร. ไม่สามารถพัฒนาให้ระบบข้าราชการส่วนท้องถิ่น และการบริหารส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมเพียงพอ การถ่ายโอนภารกิจตาม พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจให้แก่ท้องถิ่นก็เกิดขึ้นไม่ได้ นี่เปึนสิ่ง ที่ผมมีความกังวลและขอเสนอต่อ ก.พ.ร. ครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่ได้ยกมือและผมจัดลําดับไว้แล้วนะครับ จะขออ่านไว้เพื่อจะได้เตรียมตัวได้นะครับ ก็จะมีคุณนริศ ขํานุรักษ์ อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณจุมพฏ บุญใหญ่ คุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ แล้วก็จะเปึนอาจารย์ผุสดี ตามไท นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม คุณรัชดา ธนาดิเรก ท่าน พลตรี มนูญกฤต รูปขจร แล้วก็คุณนคร มาฉิม เอาช่วงแรกแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวจะเรียนเชิญตามลําดับครับ

(นายสงวน พงษ์มณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ท่านประธานจัดอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ฝ์ายผมก็ยกมือท่านประธาน ไม่ได้อยากนั่นเลย มีแต่ฝ์ายทางโน้นทั้งหมดเลยหรือ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อกี้ยังไม่ได้เห็นยกมือครับ ท่านสงวนยกมือเดี๋ยวผมก็จะสลับให้

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ตั้งแต่ต้นเลยครับ ผมยกก่อนทั้งหมดเลย ท่านไม่ได้มองมาทางนี้เลย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปกติผมจะมองทั้ง ๒ ฝัืงนะครับ ไม่เปึนไรครับ เดี๋ยวจัดสลับให้ได้ครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ไม่ใช่ครับท่าน ที่อ่านชื่อน่ะ ไม่มีฝัืงนี้เลย แสดงว่าท่านไม่ได้มองเลยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับผม ต้องขออภัยด้วยครับ แต่มองครับ จริง ๆ มองครับ

(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเปึนคุณนริศ ขํานุรักษ์ ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประเสริฐ จันทรรวงทอง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณประเสริฐ จดชื่ออยู่ครับ เรียงตามลําดับอยู่ครับ ไม่เปึนไรครับ เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ เดี๋ยวผมจะพยายามเฉลี่ยให้แต่ละพรรคจะได้อภิปรายสลับกันไปนะครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา

อยากให้ท่านให้น้ําหนัก เท่า ๆ กันนะครับ ผมเห็นท่านสงวนนี่ยกมือเปึนชั่วโมงแล้วครับท่านประธานครับ ผมเปึน พยานยืนยันได้ ผมนั่งอยู่ด้านหลังครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็จะจัดให้อภิปรายสลับกันไปนะครับ ต้องขอความกรุณาทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้อ่านรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทยของ ก.พ.ร. ป้ ๒๕๕๐ ที่รายงานต่อสภาในวันนี้โดยละเอียดแล้วครับ แล้วก็ติดใจอยู่บางประการนะครับ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการการพัฒนาระบบราชการ ตามนโยบายของรัฐบาลในหัวข้อ ๓.๑.๑ การขับเคลื่อนด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาลและ การปัองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ผมจึงขออนุญาตที่จะอภิปราย วิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอแนะและบางส่วนก็เปึนคําถามนะครับ แม้ว่า ก.พ.ร. ในหนังสือ ได้รายงานให้เห็นว่าระบบราชการไทยได้มีการพัฒนาไปในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะทําให้ ประชาชนมีความพึงพอใจ ไม่ว่าทําให้บทบาทและขนาดเล็กกะทัดรัดลง การลดกําลัง ภาครัฐ และข้อที่ ๔ คือ มีขีดความสามารถสูงขึ้น แต่ว่าผมกลับเชื่อว่า ก.พ.ร. และระบบ ราชการไทยนี่ยังมีความสามารถสูงกว่านี้นะครับ เพียงแต่ว่า ก.พ.ร. ยังไม่ได้มีบทบาท เข้าไปกระตุ้นมากเท่าที่ควรและระบบราชการไทยเมื่อไม่ถูกกระตุ้นก็ไม่พัฒนาเท่าที่ควร เช่นเดียวกัน ผมกราบเรียนว่าถ้าสภาพสังคมและสถานการณ์การเมืองแบบเดิม ๆ นี่ บทบาทของ ก.พ.ร. ตามที่รายงานอยู่ในหนังสือเล่มนี้ก็พอเหมาะนะครับ เพราะว่าบทบาท ของ ก.พ.ร. นี้จะไปเปึนบทบาทที่ทําให้ข้าราชการได้ไปพัฒนาและได้ไปแก้ไขปัญหา บ้านเมือง แต่สําหรับวันนี้สภาพสังคมเปลี่ยนนะครับ สถานการณ์ทางด้านการเมืองเปลี่ยน ผมคิดว่าบทบาทของ ก.พ.ร. เมื่อป้ที่แล้วนี้ไม่พอสําหรับทําให้ข้าราชการเดินหน้าได้ ผมขออภิปรายประเด็นเดียวเท่านั้นเองนะครับ

ประเด็นการโยกย้าย แต่งตั้ง ผมคิดว่าผมอยากให้ ก.พ.ร. ได้มีกลไกได้มี นวัตกรรมขึ้นมาเพื่อที่จะทําให้การโยกย้ายแต่งตั้งนี้เกิดความเปึนธรรม ทั้งเปึน ข้อเสนอแนะ ทั้งเปึนข้อคําถามว่าทําอย่างไรให้การโยกย้ายแต่งตั้งนี่ปลอดการเมือง ไม่มี การเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้คนที่มีความรู้ความสามารถ คนที่มีบทบาทจริง ๆ ในส่วน ราชการนั้น ๆ ได้เติบโตมีความก้าวหน้าไปถึงจุดสุดยอดของแต่ละหน่วยงานนั้น ไม่มี การมาขวาง ไม่มีการลัดคิวจากฝ์ายการเมืองนะครับ นี่เปึนเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ ทําอย่างไรให้การโยกย้ายแต่งตั้งนี่ปลอดจากการซื้อขายตําแหน่ง นี่ต้องยอมรับนะครับว่าขณะนี้บางกรมปฏิเสธว่าไม่มีการซื้อขายตําแหน่ง แต่บอกว่า มีให้เช่านะครับ ขณะนี้เขาแบ่งข้าราชการกันเปึนเกรดนะครับ เขาบอกว่า

ประเภทที่ ๑ หาเงินเปึน ส่งเงินเปึน อ้ายนี้มีมากนะครับ แล้วก็เจ้านายก็จะ แต่งตั้งพวกนี้ให้เติบโต

ประเภทที่ ๒ หาเงินเปึน ส่งไม่เปึนนะครับ อ้ายนี่เจ้านายไม่ค่อยชอบ

แล้วประเภทที่ ๓ นี้ซึ่งหายากขึ้นทุกวัน คือหาเงินไม่เปึน ส่งไม่เปึน เขาแบ่ง อย่างนี้ครับ แล้วก็แต่งตั้งให้อย่างนี้ครับ ตั้งคนหาเงินเปึน ส่งเงินเปึนนะครับ ทําอย่างไรให้ ก.พ.ร. เข้าไปมีบทบาทสําคัญในการโยกย้ายแต่งตั้ง ทําลายระบบนี้เสียทีครับ ผมคิดว่า ถ้าทําลายระบบนี้ได้ ข้าราชการไทยจะพัฒนาไปไกลนะครับ

เรื่องที่ ๓ ทําอย่างไรให้การโยกย้ายแต่งตั้งนี้ปลอดจากกลุ่มทุน กลุ่มผลประโยชน์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมมีตัวอย่างท่านประธานครับ มีบทสัมภาษณ์ของ อดีตอธิบดีกรมศุลกากรคนก่อนนะครับ ให้สัมภาษณ์ว่ามีการวิ่งเต้นคนที่จะมาเปึนอธิบดี กรมศุลกากรหลังจากท่านนี่ครับ ในวงเงินเปึนร้อยล้านบาทนะครับ โดยขบวนการค้า ไม้พะยูง ไม้พะยูงที่อีสานนะครับ โดยความร่วมมือของหลายส่วนราชการและมีนายทุนใหญ่ ในระดับชาติเปึนความร่วมมือกันระหว่างผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ในกรมศุลกากรได้ไปอนุมัติ ให้เอกชนไปมีคลังสินค้าชั่วคราวไว้ที่ริมชายป์า แล้วก็เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน ไปปล่อยปละละเลยให้มีการตัดไม้พะยูงนี่ครับ ขึ้นตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ที่อยู่ ริมป์าแล้วชักลากเข้ามาไว้ในเขตศุลกากรนะครับ ไม่มีการตรวจสอบครับ เจ้าหน้าที่ที่เปึน เจ้าหน้าที่ท้องที่ไม่ว่าจะปกครอง ไม่ว่าจะตํารวจ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่เข้าไปดูแล ไม่เข้าไปตรวจสอบ เพราะถือว่าเปึนพื้นที่ของศุลกากร เจ้าหน้าที่กรมป์าไม้เปึนผู้อนุมัตินําไม้เคลื่อนที่ แจ้งว่า นําไม้จากประเทศลาวผ่านแดนเข้าไปสู่ประเทศจีน เพราะไม้พะยูงเปึนไม้ที่ราคาในท้องถิ่น อีสานนี่ลูกบาศก์เมตรละ ๕๐,๐๐๐ บาท เคลื่อนมาถึงที่กรุงเทพฯ ๒ แสนบาท และเข้าไป ในประเทศจีนมูลค่ามหาศาล เพราะว่าไม้พะยูงเปึนไม้ที่เปึนมงคล เปึนไม้ที่คนจีน ทําเครื่องประดับ ทําไม้ประดับ ทําเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) แล้วก็ทําบ้านเรือน มีมูลค่าสูง มาก และมีการสั่งเข้าในจํานวนที่มากมาย มีเจ้าหน้าที่ชุดหนึ่งเข้าไปจับกุม ทางลาวยืนยัน ครับว่าลาวไม่มีนโยบายส่งไม้ซุงเข้ามาในประเทศ เปึนการปลอมเอกสารจากประเทศลาว ความร่วมมือนอกจากกรมป์าไม้แล้ว ตํารวจทางหลวงครับ ตู้คอนเทนเนอร์ถ้าชั่งนี่ จะพบว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกไม้พะยูงจะหนักกว่าปกติ แล้วลําเลียงเข้ามาสู่บริเวณ โกดังใกล้แม่น้ําเจ้าพระยาและแม่น้ําบางปะกงเพื่อนําสู่ข้างนอก กลุ่มทุนกลุ่มนี้ได้มีส่วน ในการโยกย้ายแต่งตั้ง ผมไม่แน่ใจว่าอธิบดีกรมศุลกากรคนนี้เปึนคนที่ประสบความสําเร็จ ในการวิ่งเต้นจากกลุ่มทุนนั้นหรือไม่ แต่ว่ามีบทสัมภาษณ์และมีหนังสือจากอธิบดี กรมศุลกากรถึงปลัดกระทรวงการคลังว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อที่จะแต่งตั้งอธิบดีกรมศุลกากร จากกลุ่มทุนไม้พะยูง ผมจึงขออนุญาตที่จะรายงานกับท่าน เรียนกับท่านประธานว่า อยากให้ ก.พ.ร. ได้มีนวัตกรรม ได้มีการคิดค้น การโยกย้ายแต่งตั้งในระบบข้าราชการไทย ให้ได้ และผมเชื่อว่าถ้าประสบความสําเร็จในการโยกย้ายแต่งตั้ง จะประสบความสําเร็จ ทุกเรื่อง

ขออนุญาตฝากท่านประธานเรื่องสุดท้ายมีหน่วยงานโครงการพระราชดําริ สอดแทรกอยู่ในหน่วยงานประจําหลายหน่วยงาน โครงการพระราชดําริเปึนโครงการ ที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ต่อประเทศชาติอย่างมหาศาล แล้วหลายโครงการ ทําให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ของพวกเรามีชื่อเสียงทั่วโลก บางหน่วยงานแทนที่ว่าจะสนับสนุนให้โครงการพระราชดําริที่อยู่ในหน่วยงานนั้น ๆ ได้เติบโตขึ้น ได้ขยายเพื่อเปึนประโยชน์ต่อประชาชนกลับทําให้หน่วยงานเล็กลง ผมอยากให้ท่านไปติดตาม ๓ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ มีคําสั่งของกรมอุทยานแห่งชาติ แจ้งกับหน่วยงานในสังกัดว่า กรมอุทยานแห่งชาติไม่มีนโยบายปลูกป์า หากมีงบประมาณให้ปรับไปทําอย่างอื่น ปลูกป์านี่เปึนโครงการพระราชดํารินะครับ ๒. ไม่ให้มีการสร้างฝายแม้ว ให้ปรับเงิน งบประมาณไปทําฝายกึ่งถาวรหรือฝายถาวรแทน ฝายแม้วเปึนโครงการพระราชดํารินะครับ

๒. ในกรมอุทยานแห่งชาติเดิมมีสํานักสนองงานพระราชดําริอยู่ภายใต้ การกํากับดูแลของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติโดยตรง เปึนหน่วยงานที่ใหญ่พอสมควร แต่ว่าช่วงหลังนี้มีคําสั่งที่ ๑๔๓๗/๒๕๕๐ ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๐ ยุบหน่วยงาน สนองงานพระราชดําริ ให้กลับไปเปึนส่วนประสานงานโครงการพระราชดําริ สังกัด สํานักแผนและสารสนเทศ เปึนหน่วยงานเล็ก ๆ หน่วยงานหนึ่ง แทนที่ว่าจะขยับให้เปึน สํานักถาวร ซึ่งเปึนสํานักชั่วคราวอยู่ภายใต้การกํากับของอธิบดี กลับมาเปึนส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งนะครับ อยากให้ไปดู

และสุดท้าย อยากให้ท่านไปดูการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องงบรับเสด็จ ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อยากเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมมีความเห็นว่าการตั้งกรรมการสอบสวนในงานรับเสด็จทําได้ครับ แต่ว่าขอให้ทําเปึนลับที่สุดนะครับ คําสั่งห้ามเป่ดเผย ผลการสอบสวนห้ามเป่ดเผย ถ้าลงโทษก็ต้องลงโทษเปึนอย่างลับนะครับ ไม่อยากให้ทําเปึนการเป่ดเผยเพื่อเปึน การปกปัองบางประการ ผมจึงขออนุญาตอภิปรายและกราบขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ พรรคพลังประชาชน สกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมมี ข้อสังเกตเพื่อฝากทางเลขาธิการ ก.พ.ร. และท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ ครับ ๒–๓ ประเด็น กระผมจะชี้ให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนโยบายทางด้านธรรมาภิบาลของทางรัฐบาล ซึ่งเปึน ผลงานของรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเปึนรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร กระผมเห็นว่า คําว่า ธรรมาภิบาล นั้นยังเปึนคําที่สับสนว่าหมายถึงอะไร ธรรมาภิบาล หมายถึง การปกครองโดยคนดี หรือธรรมาภิบาล หมายถึงการปกครองโดยหลักธรรมะหรือหลัก กฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าในการปกครอง ๑ ป้ที่ผ่านมาทางรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาซึ่งมาจากการปฏิวัติได้รณรงค์ให้ประชาชนได้เลือกคนดี เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเห็นว่าการปกครองประเทศนั้นควรปกครองโดย หลักกฎหมาย โดยกฎ กติกาและมารยาท เช่น การเลือกผู้แทนราษฎรหรือเลือก พรรคการเมืองควรเลือกนโยบายของพรรคไม่ใช่เลือกคนดี เพราะการเมืองเปึนเรื่องของ ผลประโยชน์ ควรเลือกที่นโยบายของผลประโยชน์ทําให้ประชาชนสับสน ท่านประธาน ที่เคารพครับ อย่างเช่น ถ้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเห็นว่าข้าราชการในระดับสูง ไม่สามารถสนองนโยบายหรือขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อประชาชน จะดําเนินไปได้ ผมเข้าใจว่ารัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีควรจะโยกย้ายข้าราชการระดับสูง นั้นได้ โดยไม่ถือว่าเปึนการล้วงลูกหรือเปึนการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง อย่างเช่น เมื่อมี การปฏิวัติรัฐประหาร ผบ.ตร. ก็ได้ถูกโยกย้ายเช่นเดียวกัน ซึ่งท่านก็เปึนคนดีครับไม่ได้ กระทําผิดกฎหมายอะไร นั่นก็เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล เช่นเดียวกันกับที่มี การโยกย้าย ผบ.ตร. ในขณะนี้ท่านก็เปึนคนดีเช่นเดียวกัน แต่เพื่อสนองนโยบาย ผมจึง ฝากข้อสังเกตว่าถ้ารัฐบาลนี้ใช้หลักกฎหมายในการบริหารประเทศชาติก็จะเปึน การบริหารที่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล

ท่านประธานที่เคารพ ผมมีข้อสังเกตข้อที่ ๒ ในรายงานหน้า ๓๓ ซึ่งเปึน นโยบายและโครงการที่ดีในการที่จะกระจายอํานาจสู่การปกครองในระบบการปกครอง แบบภูมิภาค คือให้จังหวัดและอําเภอได้มีบทบาทตั้งงบประมาณได้เอง ซึ่งเรียกว่า ผู้ว่าราชการโดยบูรณาการ โดยเฉพาะในข้อ ๗ ที่ให้อําเภอได้มีบทบาทในการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนในระดับรากหญ้า ให้นายอําเภอมี คณะกรรมการที่จะไกล่เกลี่ยข้อพิพาท แต่เมื่อผมได้อ่านสรุปย่อของ ก.พ.ร. ในหน้า ๓ ข้อที่ ๔ ท่านกลับเขียนไว้ว่า ปัญหาข้อพิพาทร้องเรียนระหว่างฝ์ายปกครองกับประชาชนเพิ่มขึ้น ไม่เกินร้อยละ ๒๐ นั่นเปึนเปัาหมายของท่าน ผมอยากจะให้ทาง ก.พ.ร. ได้เปลี่ยนภาษา คําพูด เพื่อให้มันชัดเจนว่า ข้อร้องเรียน ข้อพิพาทระหว่างฝ์ายปกครองกับประชาชนนั้น ควรจะลดลงร้อยละเท่าใดต่อป้ ไม่ใช่ใช้คําว่า เพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ ๒๐ ต่อป้ ถ้าอย่างนี้ แสดงว่าการพัฒนาระบบราชการต่าง ๆ ก็จะพัฒนาเพื่อให้ข้อพิพาทเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ ๒๐ ไม่ได้มีเปัาหมายเพื่อให้ข้อพิพาทลดลงนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าใช้คําว่า ในแต่ละป้ ๆ มีสถิติข้อพิพาทที่เก็บข้อมูลมา ไม่ว่าจะในศาลปกครองที่ประชาชนฟัองรัฐ หรือในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่อําเภอและจังหวัดได้ทําตามหน้า ๓๓ ในรายงาน โดยใช้ คําว่า แต่ละป้ข้อพิพาทต้องลดลง ๆ ร้อยละเท่าไร นั่นจะทําให้ที่เก็บข้อมูลมาไม่ว่าจะในศาลปกครองที่ประชาชนฟัองรัฐ หรือในการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ที่อําเภอและจังหวัดได้ทําตามหน้า ๓๓ ในรายงาน โดยใช้คําว่า แต่ละป้ข้อพิพาทต้องลดลง ๆ ร้อยละเท่าใด นั่นจะทําให้เปัาหมายของท่านชัดเจน และการทํางานของ ก.พ.ร. ก็จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตในรายงานการพัฒนา ระบบข้าราชการไทย ในฐานะที่ดิฉันเปึนตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการ ทุก ๆ ท่านก็เปึนประชาชนคนหนึ่งอยู่ในส่วนที่รัฐบาลจะต้องดูแล คําว่า ราชการ ดิฉันกินใจมากเลยว่าในนี้เขาเขียนว่า ข้าราชการ หมายถึงความผูกพันที่เราจะต้องทํางาน สนองพระเดชพระคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ดีที่สุด เพราะราชการก็คือ งานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการจะทําอย่างไรก็ควรจะมองไปที่ พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปึนหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วมีเปัาหมาย อยู่เพียงแค่ ๒ อย่างเท่านั้น คือประเทศชาติและประชาชนชาวไทยของเรานั่นเอง หลักการทํางานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สําคัญมีอยู่ ๓-๔ ประเด็น ได้แก่การให้ ชอบใจมากเลยค่ะท่าน หมายถึงทําทุกอย่างเพื่อให้แก่ประเทศชาติและประชาชน การทํางานอย่างมีความสุข หมายถึงมีความสุขที่ได้ทํางานช่วยเหลือประชาชน และสร้าง ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติ ความเพียร หมายถึงความมุ่งมั่นทํางาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง และสุดท้ายคือความสามัคคี หมายถึงความร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดผลดีแก่ชาติบ้านเมือง ข้าราชการต้องยึดหลักการทํางานเหล่านี้ให้และต้อง ปรับลดอัตวิสัยของตนเอง ของหน่วยงานและการยึดติดการเปึนเจ้าของผลงาน ปรับให้ เปึนการร่วมมือกับทํางานโดยไม่มีเจ้าของ เพื่อมุ่งไปสู่เปัาหมายสูงสุดคือการอํานวย ประโยชน์ ทําให้เกิดความสุขแก่ประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ในการพัฒนาระบบ ราชการข้าราชการไทย ข้าราชการไทยทุก ๆ ท่านถ้าหากว่าจะให้มีความสุขจะต้องเกิด อยู่ที่เงินเดือน ข้าราชการหรือประชาชนทุก ๆ คนนะคะ ถ้าให้ทํางานก็ต้องมีเงินเดือน เพราะเขาทุกคนจะต้องใช้เงินเดือนนี้เปึนค่าครองชีพ ทีนี้ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจาก ประชาชนแทบจะทั่วประเทศนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจังหวัดมุกดาหาร ไม่ว่าจะเปึน ข้าราชการครูซึ่งเปึนส่วนมากในประเภทข้าราชการพลเรือนที่ดิฉันได้เห็นในหนังสือเล่มนี้ ข้าราชการพลเรือนนั้นร้อยละ ๓๖.๘๑ ๔๕๓,๓๕๔ คน คือข้าราชการครู แต่ตอนนี้ ไม่ทราบว่า ๔๕๓,๐๐๐ คนนั้นเปึนข้าราชการประจําหรือไม่ ตามที่ดิฉันได้ประสบและ ได้พบ แล้วก็ได้รับทราบความเปึนมาของข้าราชการ ข้าราชการผู้น้อยส่วนมากไม่ใช่เปึน ข้าราชการประจํา จะเปึนพนักงานราชการ แล้วก็เปึนลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็เปึนพนักงาน จ้างอย่างนี้ ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการครู หรือข้าราชการตํารวจ ในส่วนที่ท่านเขียนในสมุด เล่มนี้นะคะ ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะพัฒนาระบบข้าราชการไทย กลุ่มครูที่อยู่พื้นที่ชนบท ข้าราชการตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ข้าราชการทุก ๆ ท่านที่อยู่ในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร อย่างจังหวัดมุกดาหารอยู่พื้นที่ที่ห่างไกลจากความเจริญนี้มีเยอะ พื้นที่นั้นดิฉันจึงได้ เห็นว่าในกรณีที่จะพัฒนาให้มีความสุข แล้วให้มีการทํางานที่ใช้ความจริงใจจริง ๆ ในการ บริหารประเทศชาติและบริหารดูแลประชาชนนั้น อยากจะขอตั้งข้อสังเกตให้กับทางสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการให้ดูแล ข้าราชการชั้นผู้น้อยซึ่งจะเปึนส่วนมาก ซึ่งดิฉันได้เห็นอัตราในส่วนนี้ว่าข้าราชการ รวมกําลังคนฝ์ายพลเรือนทั้งหมด ข้าราชการ ๑,๒๕๐,๐๐๐ คนเท่ากับ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างประจํามีอยู่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๒๕๘,๔๙๔ คน ลูกจ้างชั่วคราว ๒๓๓,๓๔๘ คน เท่ากับ ๑๐.๖๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะลูกจ้างชั่วคราวท่านจะจ้างตอนที่เขาทํางาน แล้วก็ ลูกจ้างประจําก็คงจะต้องใช้ให้ลูกจ้างชั่วคราวนี้ทํางานให้เต็มเท่ากับจํานวนเงินเดือนที่ให้ แต่หลังจากที่เลิกจ้างเขาทําอะไรคะ ท่านคะถ้าจะพัฒนาข้าราชการก็ขอให้ข้าราชการ ชั่วคราวหรือพนักงานราชการที่ท่านมองว่าเปึนพนักงานของราชการ ทั้ง ๆ ที่เขาก็เปึน ตัวแทนของราชการแล้วก็เปึนประชาชนชาวไทยคนหนึ่งเหมือนกัน อีกอย่างก็คือพนักงานจ้าง อย่างนี้นะคะ อัตราตามส่วนนี้ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากข้าราชการครู อย่างเช่น ศูนย์ กศน. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ดิฉันตอนที่จะได้มาเปึนผู้แทนราษฎรเรียน ที่โรงเรียนเอกชนจบแค่ ป. ๗ นะคะ และหลังจากนั้นได้มาเปึนผู้แทนราษฎร จากที่ได้เปึน ผู้แทนราษฎรนั้นวุฒิอยู่แค่ ป. ๗ ไม่สามารถที่จะทําอะไรหรือช่วยเหลือประชาชนได้ ในด้านความคิดและในด้านการพัฒนา เพราะในด้านการพัฒนานั้นมันอาจจะอยู่ใน การบรรจุในวิชาต่าง ๆ ที่จะเสริมสร้างพัฒนาสมองให้ก้าวหน้าทันต่อเหตุการณ์ของ ประเทศชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ดิฉันก็เลยเห็นใจนะคะ ในกรณีที่ดิฉันได้เข้าไป ศึกษาอยู่ที่รามคําแหงนะคะ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเปึนคนผลักดันและแนะนําให้ว่า เราไม่มีโอกาสเรียนในช่วงตอนที่เด็กเล็กเราไม่มีโอกาสเรียน เราสามารถมาเรียนรู้ใน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนนี้ก็ให้ความรู้แก่วรศุลี ให้เรียนมาจบทั้ง ม. ต้น ม. ปลาย แล้วก็เข้าสู่มหาวิทยาลัยรามคําแหงซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยเป่ดนะคะ โดยระหว่างนั้นเรียนศูนย์ กศน. แล้วก็เรียนควบคู่ไปด้วยกับมหาวิทยาลัยรามคําแหงนี่ล่ะค่ะ แล้วคุณครูผู้ที่ให้วิชาแก่วรศุลีนั้นได้มีแค่ฐานะเปึนผู้แนะนําเท่านั้นเอง ซึ่งฐานะของท่าน น่าจะได้เปึนครูนะคะ เปึนคุณครูที่มีแต่การให้ ให้ความคิด ให้แนวความคิด ให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างในการที่จะให้เปึนตัวแทนของประชาชนในอนาคต เพราะดิฉันขณะนั้นได้เปึน ผู้แทนราษฎรนะคะ ก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตในการพัฒนาข้าราชการไทยนี้ ถ้าหากจะให้ ดีที่สุดนะคะอยากจะให้ทุก ๆ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนลูกจ้างชั่วคราว เปึนพนักงานราชการ และเปึนพนักงานจ้างนั้นกลับเข้ามาเปึนข้าราชการประจําได้ไหม อยากจะขอนะคะขอใน การพิจารณา และในส่วนของข้าราชการ ลูกจ้างประจํานั้นส่วนมากในการประเมิน การทํางานนั้นดูแล้วลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานราชการนั้นทํางานนะคะ พูดเปึนส่วนรวมนะคะ ไม่ใช่ว่าให้กับข้าราชการประจํา พูดเปึนส่วนรวมว่าพนักงานราชการหรือลูกจ้างชั่วคราวนี้ ทํางานได้ดีกว่าพนักงานประจํา แต่พนักงานราชการหรือลูกจ้างประจําหรือพนักงานจ้างนี้ ข้อประเมินนั้นส่วนมากตกไปนะคะ แล้วเขาก็ยังดักดานอยู่ในพื้นที่นั้นทั้ง ๆ ที่ทํางานมานี้ ๑๐ กว่าป้ แต่ชีวิตครอบครัวเขาก็ยังยากจนอยู่เหมือนเดิมนะคะ แล้วก็ปรากฏว่า ความอยากจะเปึนคุณครู ความอยากจะเปึนพนักงานประจําก็มีการเสริมฐานะให้ตนเอง โดยการที่เพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวตนเอง บริการข้าราชการประจํา ต้อนรับหรือ อย่างไรนะคะ ก็คงไม่อยากจะพูดมากในส่วนนี้นะคะ เพราะว่าอาจจะไปกระทบกับข้าราชการประจํา ก็ขอตั้งข้อสังเกตในส่วนนี้ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ ในการที่ทางรัฐบาลพิจารณาเงินเดือน ให้กับข้าราชการระดับล่าง มีระดับล่างตั้งแต่ ๗,๐๐๐ บาทตามที่ข้าราชการน้อย ๆ ได้ร้องเรียนมานะคะว่าเงินเดือนนี้ ๗,๐๐๐ บาท ผู้บริหารมีถึงตั้ง ๒ แสนบาท ทีนี้พอจะให้ เปึนค่ากําลังใจตามที่ได้ทราบมาว่าเพิ่มอัตราในจํานวนเงินเดือน คือตัดคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ให้ คือคิดเพิ่มให้ในจํานวนเงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ท่านคะ เงินเดือน ๗,๐๐๐ บาท คูณ ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า ๒๘๐ บาทต่อเดือน ถ้าเพิ่มให้ ๒๘๐ บาทนี้ เปึนการเพิ่มให้กําลังใจหรือเพิ่มให้ท้อแท้ใจ ในกลุ่มที่มีอยู่ ๒ แสนบาทคูณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ๔ คูณ ๒ เท่ากับ ๘ ก็เกินเงินเดือนของเขาไปตั้งกี่เท่าแล้วนะคะ จึงอยากจะขอตั้ง ข้อสังเกตอย่างนี้ว่าให้การพัฒนาระบบข้าราชการดูในส่วนค่าครองชีพในสภาวะเศรษฐกิจ ขณะนี้ได้ไหม อย่างเช่นน้ํามันตอนนี้ขึ้นราคา จาก ๑๖ บาท จาก ๒๐ บาท เปึน ๓๕ บาท ทีนี้ค่าครองชีพในพื้นที่ชนบทกับค่าครองชีพในพื้นที่กรุงเทพฯ มันจะต่างกันมากนะคะ แต่ขณะที่ผลมันต่างกัน เงินเดือนของเขาเหล่านั้นก็ได้เท่า ๆ กัน อย่างเช่น ข้าราชการ ระดับน้อยนี้โดนย้ายมาอยู่ที่ตัวเมือง และอีกกลุ่มหนึ่งโดนย้ายไปอยู่ในพื้นที่กันดาร อย่างไร ๆ ก็จะต้องเข้ามาจับจ่ายซื้อของอยู่ในตัวเมือง เรื่องน้ํามันที่วิ่งเข้ามา มาซื้อของ อยู่ในพื้นที่ตัวเมืองอย่างนี้เปึนการเพิ่มรายจ่ายให้เขาอีก หรืออาจจะในช่วงในกรณีที่เขา เจ็บไข้ได้ป์วย อย่างไร ๆ ก็จะต้องเข้ามารักษาอยู่ในตัวเมือง แล้วในกรณีที่เข้ามารักษา หรือเข้ามาซื้อของจับจ่ายอยู่ในตัวเมืองนี้ไม่มีเงินเพิ่มให้กับเขา ไม่มีเงินเพิ่มให้กับ ข้าราชการกลุ่มนี้จึงสร้างปัญหาให้กับข้าราชการกลุ่มนี้เปึนอย่างมาก วรศุลีในฐานะที่เปึน ส.ส. ในภูมิภาค เปึน ส.ส. ในชนบท ก็ได้เห็นความเปึนอยู่ของข้าราชการ ข้าราชการ น้อย ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ชนบทหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะหน่วยงานด้านการศึกษา ไม่ว่า จะหน่วยงานของข้าราชการตํารวจ หรือว่าในหน่วยงานของสาธารณสุข อยากจะขอ ตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานถึงท่านเลขาธิการที่นั่งอยู่ตรงที่บัลลังก์ ให้การดูแล กลุ่มประชาชน ข้าราชการน้อย ๆ กลุ่มนี้ด้วยนะคะ ขอขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายค่อนข้างมากนะครับ ซึ่งผมได้จัดลําดับตามการยกมือก่อนหลัง แล้วก็เฉลี่ยให้ผู้อภิปรายได้อภิปรายกันทุกพรรคด้วยนะครับ ก็จะขออ่านรายชื่อตามลําดับ ดังนี้เลยนะครับ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ คุณสุนัย จุลพงศธร คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ คุณสงวน พงษ์มณี คุณผุสดี ตามไท นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม คุณรัชดา ธนาดิเรก พลตรี มนูญกฤต รูปขจร คุณนิสิต สินธุไพร แล้วก็ คุณปวีณ แซ่จึง ในรอบแรกเท่านี้ก่อนครับ แล้วเดี๋ยวก็จะจดไปเรื่อยครับ หลายท่านเข้ามา ยกมือ ผมก็จะพยายามจดให้ครับ พยายามอยากให้อภิปรายกันทุกคนครับ ขอความกรุณา แต่ละท่านได้รวบรัดด้วยนะครับ เพราะมีผู้ต้องการอภิปรายมากครับ เชิญคุณประเสริฐ จันทรรวงทอง ครับ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นครราชสีมา 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อ่านรายงานฉบับนี้แล้วมีความรู้สึก เหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายคนที่ได้กล่าวในเบื้องต้นก่อนหน้านี้ว่าเปึนรายงานที่ดี ดีจนน่าเหลือเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทสรุปของรายงานฉบับนี้นั้นไม่มีแม้กระทั่ง ข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตห้อยท้ายแต่ประการใด อย่างไรก็ตามนะครับ เพื่อให้รายงาน ในฉบับในโอกาสต่อไปในป้ต่อไปนั้นได้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผมจะขออนุญาตได้เพิ่ม ข้อสังเกตบางอย่างที่ได้อ่านแล้วคิดว่าน่าจะเปึนประโยชน์ต่อสภาแห่งนี้และต่อรายงาน ฉบับนี้

เรื่องแรก รายงานฉบับนี้ได้มีการแสดงความชื่นชมถึงว่าการพัฒนาระบบ ราชการไทยนั้น ความเปึนประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนทางธุรกิจจากการเก็บข้อมูลของ ธนาคารโลกเพื่อจัดลําดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจเมื่อป้ ๒๕๕๐ โดยไทยได้ ลําดับที่ ๑๕ จาก ๑๗๘ ประเทศ ซึ่งนับได้ว่าเปึนเรื่องที่น่ายินดีเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธาน ที่เคารพ แต่ผมได้ไปค้นรายงานอีกฉบับหนึ่งซึ่งไม่มีรายงานในฉบับที่ ก.พ.ร. เสนอมา รายงานฉบับนี้เปึนดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน ประจําป้ ๒๕๕๐ ผลการจัดอันดับ คอร์รัปชันโลกโดยองค์กรความโปร่งใสนานาชาติเขารายงานอย่างนี้ครับท่านประธานครับ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ผลปรากฏว่าประเทศไทยอยู่ในลําดับที่ ๘๔ จากประเทศ ๑๗๙ ประเทศ โดยมีคะแนน ๓.๓ จากคะแนนเต็ม ๑๐ ตกจากลําดับที่ ๖๓ เมื่อป้ ๒๕๔๙ ทําให้ประเทศไทยนั้นอยู่ในลําดับเดียวกับประเทศบอสเนีย จาไมกา และหลายประเทศในทวีปอเมริกากลางและทวีปแอฟริกา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้เอาข้อมูล ๒ ด้านมาเปรียบเทียบกันเพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าจะมีความพยายาม ในการปฏิรูประบบราชการมากเพียงใด แต่ปัญหาการคอร์รัปชันนั้นก็ยังมีอยู่ไม่ได้หายไป จากระบบนี้แต่อย่างใด

ประเด็นต่อมาในเรื่องของวิธีการพัฒนาระบบราชการไทย หลายประเทศ ได้ใช้ในเรื่องของการลดอัตรากําลังพลลง หรือที่ภาษาอังกฤษบอกว่าดาวน์ ไซส์ซิ่ง (Down sizing) ท่านประธานที่เคารพครับ วิธีนี้เปึนวิธีที่ง่าย แล้วก็เปึนวิธีที่ได้ผลในหลายประเทศ แต่เมื่อมาดูจากสถิติ ท่านบอกว่าในป้ ๒๕๕๐ มีการลดกําลังพลในเรื่องอัตราคนลงถึง ๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ผมมาดูงบประมาณแผ่นดินประจําป้ ๒๕๕๐ เทียบกับป้ ๒๕๔๙ ปรากฏว่า งบรายจ่ายประจํานั้นในป้ ๒๕๕๐ มี ๗๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๔๙ มี ๗๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยเกิดความแปลกใจว่าเพราะเหตุใดเมื่อมีการลดอัตรากําลังพลตามที่ท่านได้กล่าวอ้างแล้ว งบประมาณแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อการนี้ทําไมไม่ได้ลดตามปริมาณของข้าราชการที่ลดลง แต่อย่างใด

เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ว่า ผมเองนั้นมีความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อประเด็นนี้ ก็คือเรื่องการตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพครับ สาระสําคัญในหนังสือฉบับนี้ ในรายงานฉบับนี้ข้อหนึ่งได้กล่าวบอกว่า ปัญหาข้อขัดแย้งกรณีพิพาทร้องเรียนระหว่างฝ์ายปกครองกับประชาชนยังไม่ลดลง แม้ว่าจะมีกลุ่มที่มีความพึงพอใจได้เข้าร่วมกันในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ หลักการและ เหตุผลในเรื่องนี้ ผมเองต้องเรียนว่าไม่ได้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ แต่ประการใดเลย ต้องเรียนว่าความขัดแย้งระหว่างราชการ ฝ์ายปกครองกับประชาชนนั้น สิ่งที่ชี้ให้เห็นได้ชัดที่สุด ผมต้องเรียนว่าก็คือการปฏิวัติ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา โดยมีการเอากําลังทหารซึ่งเปึนข้าราชการ ได้เข้ายึดอํานาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากนั้นแล้วยังได้ล้มรัฐธรรมนูญที่ประชาชนได้ร่วมกันร่างขึ้นมาเปึน รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในป้ ๒๕๕๐ ผมเอง ต้องเรียนว่ามีบางคนเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเหมือนผลไม้พิษ จากการ ได้ศึกษารัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกเราทราบดีนะครับว่า โดยความเห็นส่วนตัวผมเองแล้วนั้น ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะเปึนอุปสรรค อย่างยิ่งในการพัฒนาระบบราชการไทยในอนาคต สิ่งที่ผมได้นําเรียนผมอยาก ชี้ให้ท่านประธานและที่ประชุมแห่งนี้ได้เห็นว่าในอนาคตนั้นน่าจะมีการเสนอในเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในวาระต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องสุดท้าย

เรื่องสุดท้ายนั้นจากการได้ดูงบดุลของสํานักงานส่งเสริมกิจการบ้านเมือง ที่ดี ผมแปลกใจครับท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่ามีลูกหนี้อยู่ทั้งหมด ๑๒๑ ล้านบาท แต่มีเงินสดหมุนเวียน ๑๓ ล้านบาท ไปดูภาระหน้าที่ของสํานักงานส่งเสริมกิจการ บ้านเมืองที่ดี เขาบอกว่ามีหน้าที่ ๓–๔ เรื่อง

เรื่องแรก ให้คําปรึกษาด้านวิชาการ

เรื่องที่ ๒ บริการฝ๊กอบรมหน่วยงานของรัฐ

เรื่องที่ ๓ การศึกษาและวิจัย

เรื่องที่ ๔ เปึนการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย

ท่านประธานที่เคารพครับ ภารกิจที่ผมได้นําเรียนนั้นผมดูแล้วว่าไม่น่า เกี่ยวข้องกับการที่ทําให้หน่วยงานนี้มีลูกหนี้เพิ่มขึ้นถึง ๑๒๑ ล้านบาท เพราะฉะนั้น คําถามจึงมีว่า ลูกหนี้นั้นเกิดขึ้นได้ด้วยสาเหตุใด อยากจะให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ท่านได้ช่วยอธิบายนะครับ ผมมี ๓-๔ ประเด็นตามที่ได้กราบเรียนมาเพื่อที่หวังไว้ว่า จะเปึนประโยชน์ต่อการปรับปรุงระบบราชการของประเทศไทยในอนาคต ขอกราบขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็นรายงานของการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่นําเข้าสู่สภาในวันนี้ ท่านประธานครับ เนื่องมาจากว่าเวลาจํากัดที่พวกเราได้ศึกษา รายงานให้ครบถ้วนในทุกด้าน โดยตัวกระผมเองมีความเชื่อมั่นว่าในระบบการพัฒนา ระบบราชการไทยนั้น กลไกที่สําคัญที่สุดก็คือตัวข้าราชการ ตัวกําลังคนภาครัฐ ฝ์ายพลเรือน ซึ่งเมื่อสถิติป้ ๒๕๕๐ มีถึง ๑.๙๔ ล้านคน ถือว่าเปึนกําลังกลไกสําคัญในการ พัฒนาประเทศชาติ ในการทําให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขเปึนอย่างยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ระบบราชการไทยจะพัฒนาไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวข้าราชการ ขึ้นอยู่กับตัวลูกจ้าง ขึ้นอยู่กับตัวพนักงานในภาครัฐหรือที่เราเรียก รวม ๆ ว่า กําลังคนภาครัฐฝ์ายพลเรือน สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้ก็คือการบริหารราชการ แผ่นดินของเราหลายยุคหลายสมัยท่านจะเห็นว่าขาดในเรื่องของธรรมาภิบาล ขาดในเรื่อง ของคุณธรรม เราใช้ระบบอุปถัมภ์มากกว่าระบบคุณธรรม ท่านประธานเคยได้ยินนะครับว่า คนจะเข้าสู่ตําแหน่งในการบรรจุแต่งตั้ง ใครก็ตามที่จะเลื่อนตําแหน่งให้สูงขึ้น ใครก็ตาม ที่เปึนข้าราชการที่จะโยกย้ายตําแหน่งก็พูดติดปากท่านประธานครับ ว่าขึ้นอยู่กับดวง เปึนความเชื่อและผมกราบเรียนว่าเปึนข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยสายตามาแล้วเปึน สัจพจน์ครับ ไม่ต้องพิสูจน์เปึนสิ่งที่เห็นจริงอยู่แล้ว ก็คือดวง คําว่า ดวง ท่านประธาน คือเด็กของใครล่ะ เด็กของรัฐมนตรีคนไหน เด็กของปลัดคนไหน เด็กของท่านอธิบดี คนไหนก็คือเด็กใคร ว วงแหวนก็คือวิ่งกับใคร คุณไปวิ่งกับใคร แล้วก็ดวง ง งู คือมีเงินไหม เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านนริศ ขํานุรักษ์ ได้กรุณาบอกกล่าวในที่ประชุมของสภา แห่งนี้ว่า ที่ผ่านมานั้นเงินมีบทบาทสําคัญในการให้บุคคลเข้าสู่ระบบราชการ โดยไม่ดู ในเรื่องของคุณภาพ โดยไม่ดูในเรื่องของคุณธรรม อยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเกิด เราปล่อยให้ระบบอุปถัมภ์ซึ่งใช้ดวงตัวนี้ครับนําหน้าระบบคุณธรรมมันก็จะไปไม่รอด บ้านเมืองก็จะพัฒนาไปสู่วัตถุประสงค์หลักหรือเปัาประสงค์หลัก ๔ ประการ ที่ทาง ก.พ.ร. ได้รายงานมานะครับก็คือ ในเรื่องของคุณภาพการให้บริการประชาชน ในเรื่องบทบาท ภารกิจของกําลังพลภาครัฐฝ์ายพลเรือน ในเรื่องความสามารถมาตรฐานการทํางานของ ข้าราชการไทย ในเรื่องการตอบสนองการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข มันเปึนไปไม่ได้นะครับ มันเปึนไปไม่ได้ก็เลยเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการนะครับว่า สิ่งที่คณะกรรมการ ก.พ.ร. ต้องตระหนักนะครับว่า ทําอย่างไร ให้ระบบราชการไทยเน้นในระบบคุณธรรม ใช้ธรรมาภิบาลในการบริหารมากกว่าระบบ อุปถัมภ์ ระบบอุปถัมภ์เปึนระบบที่อันตรายมากที่สุดท่านประธาน ถ้าเมื่อไรอุปถัมภ์ และได้บุคคลที่ไม่ดีมานี่ผมกราบเรียนว่าประเทศชาติก็ไปไม่ได้ ระบบราชการไทยก็ไปไม่รอด เพราะว่าระบบราชการไทยนั้นมันพึ่งพิงตัวข้าราชการตัวกําลังพลภาครัฐฝ์ายพลเรือน ซึ่งมี จํานวนมากถึง ๑ ต่อ ๓๔ ของประชากรของไทยนะครับ ท่านประธานครับ น่าเสียดายมากครับ กระผมได้ศึกษารายงานแล้วปรากฏว่าส่วนใหญ่รายงานของท่านไม่ค่อยนําไปสู่รูปธรรม ที่รายงานถึงความก้าวหน้า ความสําเร็จ ผลสัมฤทธิ์ของการทํางานของคณะกรรมการ ก.พ.ร. ที่เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ เพราะส่วนใหญ่เขียนแบบรายงานผิวเผินกว้าง ๆ นะครับ เช่น ผมยกตัวอย่างในเรื่องของธรรมาภิบาล ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มากท่านประธานครับ

ในหน้า ๑๕ ข้อ ๒.๕ เรื่องขีดสมรรถนะและความสามารถในการแข่งขัน ของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบ ตรงนี้หมายถึงว่าเราเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ๒๐๐ กว่าประเทศนะครับ ประมาณ ๒๑๒ ประเทศ โดยใช้หลักการของธรรมาภิบาล องค์กร ธรรมาภิบาลโลกของธนาคารโลกนะครับ ท่านจะเห็นว่าในส่วนของดัชนีชี้วัด ๓ เรื่อง ด้วยกันก็คือ

เรื่องที่ ๑ ความเปึนประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ

เรื่องที่ ๒ ดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก และ

เรื่องที่ ๓ ความสามารถในการแข่งขันประจําป้ ๒๕๕๐

กระผมให้ความสนใจในประเด็นดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลของไทยที่ผม กราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นว่า เรื่องธรรมาภิบาลนั้นเปึนหัวใจสําคัญของการพัฒนาระบบ ราชการไทยนะครับ ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก ท่านประธาน สํานักธรรมาภิบาลโลกได้ เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดนะครับ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ตามรายงานนะครับ เกี่ยวกับดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลจาก ๒๑๒ ประเทศ โดยใช้ดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาล ๖ มิติด้วยกันคือ

เรื่องที่ ๑ การมีสิทธิมีเสียงและความโปร่งใส

เรื่องที่ ๒ เสถียรภาพการเมือง

เรื่องที่ ๓ ประสิทธิภาพของภาครัฐ

เรื่องที่ ๔ คุณภาพของกฎระเบียบต่าง ๆ

เรื่องที่ ๕ การบังคับใช้กฎหมาย และ

เรื่องที่ ๖ การควบคุมการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ท่านประธานครับ จากรายงานตรงนี้ทาง ก.พ.ร. เลือกมาเปรียบเทียบ มารายงานในส่วนของข้อ ๓ นะครับ คือประสิทธิภาพของภาครัฐ แต่ส่วนเรื่องสําคัญคือเรื่องการควบคุมระบบการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเปึนหัวใจของธรรมาภิบาล เปึนหัวใจของหลักคุณธรรม ทาง ก.พ.ร. มิได้นําเรื่องนี้มาเขียน ผมเลยไม่แน่ใจว่าทําไมเรื่องที่มีความสําคัญท่านไม่เขียนรายงานของธนาคารโลกให้ครบ ทั้ง ๖ ประเด็น แต่ท่านเลือกมาเรื่องของประสิทธิภาพอย่างเดียว ซึ่งผมกราบเรียนว่าจริง ๆ ประสิทธิภาพเกิดขึ้นได้นั้นมันขึ้นอยู่กับคุณธรรมของผู้ปฏิบัติการก็คือข้าราชการนะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน ก็คือในส่วนของมาตรการในการพัฒนาระบบ ราชการตามนโยบายของรัฐบาลในข้อ ๓.๑.๑ การขับเคลื่อนด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการปัองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ อันนี้เปึนส่วนของ ก.พ.ร. ที่ได้ ดําเนินการทั้งในเรื่องของมาตรการอะไรต่าง ๆ แต่ผลปรากฏว่ารายงานฉบับนี้ไม่ได้ บ่งบอกว่าผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการของ ก.พ.ร. ทําให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านใดบ้าง ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของระบบคุณธรรม ไม่ได้เขียนไว้ ก็ไม่แน่ใจว่าทาง ก.พ.ร. จะรายงานอะไร ทําเรื่องอะไร ผมดูรายงานแล้ว ขออนุญาตนะครับ ไม่ใช่ติ เพียงแต่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เพียงแต่รู้ว่าท่านทําอะไรบ้าง เท่านั้นเอง แต่ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดมาจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ก.พ.ร. นั้นไม่เปึน รูปธรรม ก็อยากกราบเรียนว่ารายงานครั้งต่อไปนั้นท่านควรจะมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความสําเร็จ หรือผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติราชการของ ก.พ.ร. ผมขอฝากเปึนข้อสังเกตไว้ ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณวีระ รักความสุข แทนคุณสุนัยนะครับ

นายวีระ รักความสุข แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วีระ รักความสุข พรรคพลังประชาชน ส.ส. แบบสัดส่วน ผมได้ฟังมาตั้งแต่ต้น แล้วครับ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านที่อยู่ที่นี่และอยู่ทางบ้าน ก่อนอื่น ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสุนัยให้ผมได้พูดก่อนแล้วก็พูดแทนแต่คงจะไม่พูดดีเท่ากับ ท่านสุนัย เนื้อหาสาระในวันนี้ ทั้งในเอกสาร ทั้งในอะไรก็ดี ก็ดีทั้งนั้นแหละครับ แต่ผม อยากจะพูดแบบไม่อ้างเอกสาร แต่อยากจะอ้างในฐานะที่ผมเคยเปึนข้าราชการมา ความเปึนข้าราชการยุคใดเปึนยุคที่ปกครองแบบเผด็จการยุคนั้นเราหนักใจ แต่ถ้ายุคใด ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยยุคนั้นสบายใจ เพราะฉะนั้นการที่เรานําเรื่องนี้เข้ามา ก็อยากจะกราบเรียนว่าพยายามให้เปึนไปตามหลักประชาธิปไตยเถอะครับ จะได้เปึน ที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะประชาธิปไตยนั้นผู้เปึนใหญ่คือประชาชน ประชาธิปไตยนั้นทุกคนมีศักดิ์ศรี ประชาธิปไตยนั้นให้สิทธิ ให้เสรี ประชาธิปไตยนั้นให้มี ความเท่าเทียมกันและจากการเปึนประชาธิปไตยนี่ละครับ เราก็จะต้องดลจิตดลใจให้ บุคคลที่อยู่ในวงราชการทําประโยชน์เพื่อประชาชน และการทําประโยชน์เพื่อประโยชน์นั้น ก็ต้องนึกถึงความเปึนคน เรื่องความเปึนคนนั้นก็อยู่ที่เรานั่นแหละ ก็คือเราในฐานะจะเปึน ใครก็ตามแต่ถ้ามีความเปึนคนมันก็จะสบายใจได้เยอะเลยครับ เพราะคนนั้นประกอบด้วย ค ควาย กับ น หนู ค ควายก็ขอให้คิดพึ่งความดี อย่าไปคิดพึ่งความชั่ว น หนูก็นึกถึง หน้าที่ของตน มีหน้าที่อะไรทําให้ดีที่สุด อย่างผมเข้ามาเปึนนักการเมืองโดยความเปึนจริง แล้วผมก็มิบังอาจตอนแรกนะครับ แต่พอเข้ามาเปึนนักการเมืองรู้เลยว่าเมื่อเปึน นักการเมืองต้องมุ่งทํางานเพื่อชาติ อย่าหลงอํานาจลืมตนอดทนต่อคํานินทา เขานินทา เราแน่ แม้ถูกด่าก็ต้องยอม แต่อย่าลืมอ่อนน้อมสม่ําเสมอ อย่าเพ้อเจ้ออวดวิเศษ เพราะระดับประเทศมันคืองาน อย่าคิดการคอร์รัปชัน มุ่งยึดมั่นสุจริต ยอมอุทิศเพื่อปวงชน นี่แหละครับยกตัวอย่างแค่นักการเมือง ทีนี้ถ้าหากว่าจะเปึนอะไรขอเปึนให้มันจริงอย่าเปึนแบบไม่จริง หรือเปึนแบบให้ดี ผมมาที่นี่ในวันแรกมารายงานตัวที่สภานี่แหละครับ มีคนถามผมว่าในฐานะที่ท่านเปึน ส.ส. นี่ท่านจะยึดหลักอะไร ผมก็บอกว่ายึดหลักความตรง ตรงมันประกอบด้วย ต เต่า ร เรือ ง งู ต ก็ขอให้ตระหนักในหน้าที่ ร ก็รอรักความดี ความเปึนธรรม ง เงื่อนงําต้องไม่มี ถ้ามี เงื่อนงํามันก็ไม่ตรง นี่เปึนตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าในระบบราชการ ที่กําลังใช้ ก.พ.ร. อยู่นี่ ก นี่ผมว่าน่าคิดนะครับ ขอให้ได้คนเก่ง คนกล้า คนแกร่ง คนมีเกียรติ แต่อย่าลืมกตัญ็ู โดยเฉพาะกตัญ็ูต่อผืนแผ่นดินไทย อย่าคิดทําลาย ประเทศไทย เพราะประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่ประกอบด้วยสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถาบันชาติก็ขอให้รักชาติอย่างองอาจและกล้าหาญ รักชาติขอให้ ทํางานอย่างเกิดผล รักชาติขอให้รักประชาชน รักชาติประพฤติตนเปึนคนดี ส่วนรักศาสนา ก็ให้ศึกษาเรื่องธรรมะ รักศาสนาต้องชนะเรื่องเหลวไหล รักศาสนาต้องฝ๊กหัดขัดเกลาใจ รักศาสนาต้องไม่ใฝ์ทางเลว นี่เปึนตัวอย่าง ทีนี้รักกษัตริย์นะครับ อย่ารักแต่ปาก รักในหลวง ต้องตระหนักรักหน้าที่ รักในหลวงต้องทําดีอย่าฉ้อฉล รักในหลวงต้องรักประชาชน รักในหลวงประพฤติตนเปึนคนดี บางทีบอกว่ารักในหลวงแต่อาจจะประพฤติตนในทางที่ ไม่ถูกต้องนะครับ เพราะฉะนั้นในการครั้งนี้เมื่อผมมีโอกาสได้พูดก็กลัวจะรบกวนเวลาของ คนอื่น จึงขอกราบเรียนเลยครับว่า ถ้าจะพัฒนาระบบราชการขอให้พัฒนาความเปึนคน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๓ ดีฝากไว้ด้วยคือให้คิดในทางดี ๆ พูดในทางดี ๆ แล้วก็ทําในทางดี ๆ พูดนี่ ผมไม่อยากให้พูดเก่ง คนพูดเก่งไม่มีความหมายหรอกครับ แต่อยากให้พูดเปึน คือพูดเปึนพูดให้เห็นว่าถูกต้อง พูดเปึนพูดยกย่องอย่าเหยียดหยาม พูดเปึนเปึนลําดับ กระชับความ พูดเปึนพูดไปตามความเปึนจริง ผมก็ไม่อยากรบกวนเวลามากกว่านี้ ฝากไว้ แค่นี้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านวีระ รักความสุข ครับ สําหรับกลอนสอนน้อง ๆ ทั้งหลายนะครับ ต่อไป เชิญคุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมการ ก.พ.ร. ที่ได้อุตส่าห์จัดทํา รายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มารายงานให้พวกเรา ซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบและได้มีโอกาสในการวิพากษ์วิจารณ์ รายงานฉบับนี้ ค่อนข้างจะอ่านยากสักนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าใช้เทคนิคภาษาที่เปึนราชการแล้วก็ไม่ได้ ผูกมัดอะไรให้กับตัวเองว่า ผลสําเร็จที่เกิดขึ้นเปึนความสําเร็จของ ก.พ.ร. อยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง เพียงแต่เปึนการรายงานภาพให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ เท่านั้นเองนะครับ ในรายงานการพัฒนาระบบราชการไทยของ ก.พ.ร. ประกอบด้วย ๓ ส่วนสําคัญ ก็คือ

ส่วนที่ ๑ ก็คือภาพรวมของการพัฒนาระบบราชการ

ส่วนที่ ๒ ก็คือผลการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๕๐ และ

ส่วนที่ ๓ ก็คือผลการดําเนินงานของสํานักงาน ก.พ.ร. ป้ ๒๕๕๐

ซึ่งในประเด็นของภาพรวมการพัฒนาระบบราชการนั้นก็ได้สะท้อนภาพ ให้เห็นถึงพัฒนาการต่าง ๆ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี แล้วก็เปึนความพยายามในการทํางานของ ก.พ.ร. ในช่วงที่ผ่านมา เฉพาะในส่วนของป้ ๒๕๕๐ นี้เท่าที่อ่านจากรายงานของ ก.พ.ร. ก็พบว่าก็เปึนการรายงานที่เดินตามกรอบนโยบายของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในป้ ๒๕๕๐ ซึ่งรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายมาในบริบทที่เปึนเรื่องของ จริยธรรม เรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของการปัองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้ง เรื่องของยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขที่ลงไปสู่ในส่วนภูมิภาค ก.พ.ร. ก็ได้รายงานในส่วนนี้ให้ รับทราบซึ่งก็เปึนเรื่องที่ดีนะครับ แต่ว่าในส่วนของผลของการพัฒนาระบบราชการไทย ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๕๐ ก.พ.ร. ได้รายงานผลการดําเนินงานโดยมีเปัาประสงค์หลักอยู่ ๔ เรื่อง ซึ่งเพื่อนสมาชิก ก็ได้นําเสนอต่อที่ประชุมนี้ไปแล้ว ๔ เรื่องที่สําคัญ พอสรุปก็คือว่า ๑. เรื่องของการพัฒนา คุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น ๒. ก็คือเรื่องของบทบาท การปรับบทบาทภารกิจและขนาด ให้มีความเหมาะสม ซึ่ง ๒ เรื่องนี้ ผมขออนุญาตที่จะไม่ไปแตะถึง แต่จะพูดถึงเรื่อง ส่วนที่ ๓ กับส่วนที่ ๔ คือเรื่องของการยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางาน ให้อยู่ในระดับสูงเทียบเกณฑ์สากลกับเรื่องของการเป่ดระบบราชการให้ตอบสนอง ต่อการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้ง ๔ เรื่องนี้ครับ ก.พ.ร. ก็รายงาน ในท่อนสุดท้ายบอกว่าประเมินว่าก็ทําได้ยอดเยี่ยมแหละ สมตามที่ได้ตั้งเปึนประเด็นไว้ แต่ว่าผมมีประเด็นที่จะต้องฝากไปยัง ก.พ.ร. อยู่ ๒ ส่วน อย่างที่เรียนให้ทราบก็คือ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐาน การทํางานให้อยู่ในระดับสูงเทียบเท่าเกณฑ์สากลนะครับ มีประเด็นหนึ่งที่พูดว่า ทุกส่วนราชการได้พัฒนาการให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี เซอร์วิส (e-Service) นะครับ ซึ่งถือว่าเปึนความสําเร็จอันหนึ่ง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า การใช้ข้อมูลที่ผ่านระบบ อี (E) ทั้งหลายของส่วนราชการต่าง ๆ ในส่วนที่เปึนข้อมูลข่าวสาร ที่จะบอกกล่าวกับประชาชน แน่นอนครับว่าหลาย ๆ หน่วยงานอาจจะมีเว็บไซต์ (Web site) ขึ้นมา แต่เว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงานนี้ส่วนใหญ่ วัตถุประสงค์หลักก็เพียงแค่ต้องการจะสร้าง ภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้นเอง โดยที่ไม่ได้สนองเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนอย่างแท้จริง ข้อมูลในเว็บไซต์จึงเปึนข้อมูลพื้น ๆ ดาด ๆ และเปึนข้อมูลดิบ เปึนข้อมูลดิบที่เรียกว่าไม่ใช่สารสนเทศคือไม่สามารถที่จะอ่านแล้วเข้าใจ อ่านแล้ว จะสื่อสารกับประชาชนว่าต้องการจะบอกกล่าวกับประชาชนว่าอย่างไร เพียงแต่ต้องการ ให้มีข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์เท่านั้นเอง ถือว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งรูปแบบของการทําเว็บไซต์ อะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วของส่วนราชการก็มักจะไม่ค่อยน่าสนใจ ข้อมูลก็ไม่ทันสมัย ขาดเทคนิค ขาดบุคลากรที่จะเข้าไปดูแลอย่างแท้จริง และข้อมูลข่าวสารซึ่งควรจะ บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนในเรื่องที่มันทันต่อเหตุการณ์ก็มักจะปกป่ด มักจะไม่ค่อย เป่ดเผย พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารเรามีผลบังคับใช้ก็จริงอยู่ครับ แต่ว่าการไปขอข้อมูลข่าวสาร จากส่วนราชการนี่เปึนเรื่องที่ยากลําบาก คนที่ปฏิบัติงานทางด้านที่จะเอาข้อมูลข่าวสาร ไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนก็ยากลําบากที่จะไปใช้ข้อมูลข่าวสารของส่วนราชการ นี่เปึนสิ่งที่ต้องไปปรับปรุงผมคิดว่าไม่ใช่เปึนผลสําเร็จนะครับ เปึนเรื่องที่จะต้องปรับปรุง

ส่วนที่ ๒ เรื่องของการตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย มีประเด็นเรื่องการสร้างความศรัทธา เชื่อมั่นในเรื่องความโปร่งใส สะอาด รายงานของ ก.พ.ร. ก็ระบุเพียงว่าเน้นเฉพาะเรื่องของการบริการเท่านั้น แต่ว่าเรื่องของ ความโปร่งใส เรื่องของความสะอาด สังคมคาดหวังในเรื่องของการปลอดจากทุจริต คอร์รัปชันด้วยนะครับ สิ่งนี้ต้องฝากไว้ว่าจะต้องไปคํานึงถึง ต้องไปดู

ส่วนที่ ๒ คือเรื่องของการเป่ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ดําเนินกิจกรรม เช่น การแสดงความคิดเห็น การร่วม การตรวจสอบ การประเมินผลต่าง ๆ ในรายงานบอกว่าได้ผลดีนะครับ แต่ว่าผมยังมองไม่ออกว่ามันมีรูปธรรมอยู่ตรงไหนบ้าง ตรงหน่วยงานไหนและมีรูปแบบในการที่บอกว่าให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจครั้งสําคัญ ๆ ของส่วนราชการนี่มันตรงไหนบ้าง

ส่วนที่ ๓ คือเรื่องของการลดปัญหาความขัดแย้ง ก็บอกว่าการลดปัญหา ความขัดแย้งได้ทําให้ข้อพิพาทต่าง ๆ ลดลงนะครับ แต่ว่าผมไปดูในรายงานของ ศาลปกครอง สรุปจํานวนคดีของศาลปกครองกลาง ป้ ๒๕๕๐ นี่ครับ ไล่ตั้งแต่ เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนธันวาคม รวมแล้วมีคดีขึ้นศาลปกครองกลาง ๒,๔๒๘ คดี นี่ไม่ได้เปึนตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างส่วนราชการกับ ประชาชนได้ลดลง ตัวเลข ๒,๔๒๘ นี้เพิ่มขึ้นมาจากป้ ๒๕๔๙ นะครับ ป้ ๒๕๔๙ มี ๒,๓๒๙ คดี และคดีที่ขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุดก็ยังค้างอยู่ ในป้ ๒๕๔๙ มีถึง ๑,๙๙๔ คดี และในป้ ๒๕๕๐ ยังไม่นับเดือนธันวาคม มีแล้วถึง ๑,๗๗๖ คดี ตัวเลขสถิติคดีของ ศาลปกครองสูงสุดนี้เปึนตัวชี้วัดอันหนึ่งว่าการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างส่วนราชการ กับประชาชนนั้นยังไม่สัมฤทธิผลนะครับ ผมมีข้อเสนอให้กับ ก.พ.ร. ก็คือว่าในเรื่องของ การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในป้ต่อ ๆ ไปน่าจะมีมิติในการมองเรื่องของ การพัฒนาระบบราชการที่กว้างมากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าใน ๓ ส่วนที่ควรจะทําก็คือ

ส่วนที่ ๑ อาจจะเปึนมุมมองในเรื่องของระบบ ระเบียบ เรื่องโครงสร้าง เรื่องของงบประมาณ เรื่องของหน่วยงาน นั่นส่วนหนึ่งซึ่งเปึนภาระหน้าที่ของท่านอยู่แล้ว ที่จะต้องทําแล้วก็เปึนเกณฑ์ในการชี้วัดการพัฒนาระบบราชการอยู่แล้ว

ส่วนที่ ๒ ก็คือมองในตัวผู้ปฏิบัติ ก็คือตัวข้าราชการ ผมมองว่าตัวข้าราชการ ในวันนี้ การจะประเมินผลสําเร็จว่าระบบราชการได้พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน ก็น่าจะดูถึง เรื่องของความกระตือรือร้น เรื่องของความขยันขันแข็ง เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องของการที่ข้าราชการได้เปึนแบบอย่าง เปึนตัวอย่างที่ดีของสังคมแล้วก็เรื่องของ การยึดมั่นในกติกาในเรื่องของกฎหมายนะครับ

ส่วนที่ ๓ ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของระบบโครงสร้างและตัวข้าราชการแล้ว เรื่องของวัฒนธรรมองค์กร อยากจะให้เปึนอีกมิติหนึ่งที่ ก.พ.ร. มองเข้าไป วัฒนธรรมของ องค์กรราชการทําอย่างไรถึงจะสร้างระบบคุณธรรม ระบบธรรมาภิบาล จิตสํานึกของ ข้าราชการที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน การสร้างวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของข้าราชการ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่มีหน้าที่เพียงรับคําสั่งหรือสนองตอบต่อฝ์ายการเมือง หรือฝ์ายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทําอย่างไรถึงจะลดวัฒนธรรมการใช้อํานาจของ ข้าราชการลง กลายมาเปึนวัฒนธรรมของการมีส่วนร่วมทํางานร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือมิติทั้ง ๓ มิติที่ผมอยากจะนําเสนอ กับ ก.พ.ร. นะครับ

ประเด็นที่ผมคิดว่าสังคมกําลังให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้ก็คือเรื่องของ การแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งไม่ได้คํานึงถึงหลักธรรมาภิบาล มีการใช้อํานาจรังแก มีการใช้ อิทธิพล ใช้ระบบอุปถัมภ์ แล้วก็เรื่องของผลประโยชน์ในการซื้อขายตําแหน่ง เปึนปัญหา ที่ติดอยู่กับระบบราชการแล้วก็ไม่มีใครที่จะมาขจัดปัดเป์าได้นะครับ วันนี้ต้องบอกว่า เมื่อข้าราชการถูกรังแก ไม่มีเหตุผลในการโยกย้าย ใช้อํานาจของฝ์ายการเมืองเข้าไปรุกไล่ แบบนี้ ข้าราชการเองก็ไม่มีอํานาจต่อรองที่จะต่อสู้ได้นะครับ ผมคิดว่ากลไกของ ข้าราชการที่จะเข้มแข็งที่จะช่วยสนับสนุนให้กลไกข้าราชการเข้มแข็งพอที่จะตอบโต้กับ สิ่งที่มากระทบแบบนี้ได้ ผมคิดว่า ก.พ.ร. ต้องไปหาแนวทางนะครับ จะเปึนการออก กฎหมาย จะเปึนการสนับสนุน การรวมกลุ่ม การจัดตั้งสมาคมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๔ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าข้าราชการก็ตั้งสมาคมได้ ตั้งชมรมได้ ผมคิดว่า ก.พ.ร. ต้องเข้าไปสนับสนุนตรงนี้นะครับ เรื่องของการโยกย้ายนี่ผมมีเรื่องแตกประเด็นไปนิดเดียว ข้าราชการที่เดือดร้อนจริง ๆ เปึนข้าราชการที่อยู่ในระดับล่าง แต่ไม่มีเส้นมีสายในการ โยกย้ายนี่ครับ เขาจะหาที่พึ่งได้ที่ไหน ยกตัวอย่าง ข้าราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนคนต่างถิ่นไปอยู่ อยู่ด้วยความยากลําบากและไม่ปลอดภัยในชีวิตต้องการที่จะย้าย ออกมา แต่หนักหนาสาหัสเหลือเกินครับ ยากเย็นไม่สามารถที่จะย้ายออกมาได้ ส่วนนี้ ผมคิดว่าควรจะมีระบบหรือว่ากลไกที่จะสามารถช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้นะครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของความพยายามของผู้มีอํานาจรัฐในการเข้าไป แทรกแซงไปครอบงําแล้วก็ใช้ข้าราชการเปึนเครื่องมือของตัวเอง ประเด็นนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ ข้าราชการในส่วนภูมิภาคโยกย้ายแต่ละครั้งถูกจัดวาง ไว้เพื่อการสนับสนุนการเลือกตั้งในอนาคต เพื่อรับใช้พรรคการเมือง เพื่อรับใช้นักการเมือง สิ่งนี้ทําอย่างไรถึงจะหมดไป สิ่งนี้ทําอย่างไรถึงจะมีหลักประกันได้ และตัวข้าราชการเอง ผมก็คิดว่าต้องมีความเข้มแข็งพอ วันนี้เมื่อฝ์ายการเมืองขึ้นมามีบทบาทสูง สามารถที่จะ เข้ามาจัดวางกําลัง เข้ามาจัดกลไกระบบราชการมาสนองตอบตัวเอง ข้าราชการเอง บางส่วนก็พร้อมยอมตัวที่จะทํางานรับใช้ฝ์ายการเมือง ยกตัวอย่างเช่น ข้าราชการ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายใน ๓-๔ รายล่าสุดนี่ครับ เข้าไปก็พร้อมสนองนโยบายของ รัฐมนตรีเต็มที่ รัฐมนตรีว่าอย่างไรก็เดินตามนั้น โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้ง ไม่มีข้อที่จะไปคัดง้าง ที่จะมีเหตุมีผลว่านี่คือองค์กรของเรา นี่คือสิ่งที่ควรจะปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ผมอยากจะ ฝากไปที่ ก.พ.ร. ว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ เขาได้ทําหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ในการช่วยเหลือให้การแต่งตั้งโยกย้ายเปึนไปด้วย ความเปึนธรรม เปึนหลัก เปึนที่พึ่งของข้าราชการได้ สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีของ ก.พ.ร. เองนี่นะครับ บอกว่ามีสถานะเปึนหน่วยงานรูปแบบพิเศษ เปึนเอสดียู (SDU) ให้คําปรึกษาแนะนําการบริหารราชการ ให้บริการเกี่ยวกับ การฝ๊กอบรม ให้การศึกษาวิจัย แล้วก็การปฏิบัติการอื่นที่ได้รับมอบหมาย ชื่อนี่ สถาบัน ส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี น่าจะเปึนชื่อที่เปึนที่คาดหวังได้ แต่ว่าโดยดูงาน แล้วก็เปึนเรื่องของธุรการ เปึนเรื่องอะไรแบบนั้นเสียมากกว่า ก็อยากจะให้ส่งเสริม ๒ ส่วนนี้แหละครับเข้ามามีบทบาท วันนี้ต้องบอกว่าข้าราชการเองก็มีความพยายามที่จะ รวมกลุ่มของตัวเอง วันนี้ผมก็รู้สึกเปึนห่วงบทบาทของรองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านจาดูร อภิชาตบุตร นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ออกมายืนโต้ลมสู้กับรัฐบาล สู้กับการโยกย้ายที่ไม่เปึนธรรม ผมเปึนห่วงว่าท่านอาจจะไม่มั่นคงในตําแหน่ง ในวันข้างหน้า ก็อยากจะฝากไว้ด้วย

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ บทบาทของข้าราชการในการติติงนโยบายของ รัฐบาลที่ไม่ถูกต้องนี่ต้องส่งเสริม วันนี้มีกรณีหวยบนดิน มีกรณีบ่อนกาสิโน เปึนข้อเสนอ จากฝ์ายการเมือง ฝ์ายรัฐบาล ถามว่าฝ์ายข้าราชการมีใครกล้าที่จะยืนคัดง้างกับเรื่องนี้ ได้บ้าง ก.พ.ร. ต้องสนับสนุน ต้องส่งเสริมให้กล้าให้ข้าราชการเปึนหลักของบ้านเมือง อย่างแท้จริง กล้าชี้นําในสิ่งที่ถูกต้อง ผมคิดว่าถ้าเราส่งเสริมให้ข้าราชการเปึนหลักของ บ้านเมืองอย่างที่ผมเรียนมาได้ บ้านเมืองก็จะมีหลักและประชาชนก็จะมีที่พึ่งที่หวัง ที่มั่นคงได้ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสงวน พงษ์มณี แล้วต่อไปจะเปึนคุณผุสดี ตามไท ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ เชิญคุณสงวนก่อนครับ

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พลังประชาชน จังหวัดลําพูน ผมจะขอโอกาสแลกเปลี่ยน แล้วก็ฝากเรียนท่านเลขาธิการ กับท่านรัฐมนตรีหลายเรื่อง ก่อนจะพูดเรื่องอื่นผมอยากจะขอความกรุณาผ่านท่านประธาน ไปยังท่านเลขาธิการว่า ผมขอกฤษฎีกาที่ออกรองรับมาตรา ๑๗ ของพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่เกี่ยวกับการมอบอํานาจ ตรงนี้มันสําคัญอย่างไรบ้างครับท่าน วันนี้ผมอยากให้ ก.พ.ร. ดูว่าความสัมพันธ์ระหว่างฝ์ายภูมิภาคกับท้องถิ่นมันมีปัญหามาก กฤษฎีกานี้ มันจะบอกอะไรบางอย่างว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นมันจะพัฒนาหรือทําลาย จุดนี้ผมขอผ่าน ท่านประธาน เพราะว่าต้องออกแล้ว เพราะว่าภายใน ๖๐ วันต้องออกใช่ไหมครับ ทีนี้ผมอยากจะพูดถึงเรื่องฐานะและบทบาทของ ก.พ.ร. จริง ๆ แล้วมันคืออะไร มีฐานะ ทางกฎหมายจริงไหมท่านรู้อยู่แก่ใจผมว่า ถ้ามีฐานะทางกฎหมายจริงนี่กฎหมายที่ออกมา ในช่วงเปึน ๒๐๐ ฉบับคงไม่มีขนาดนั้น กฎหมายบางฉบับมันเปลี่ยนแปลงสถานะและ บทบาททางสังคมไปหลายเรื่อง ผมไม่เห็นในหนังสือเล่มนี้เลยว่าพูดถึงกฎหมายฉบับนั้น ผมยกตัวอย่าง กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขียนกฎหมายออกมา ยกเลิกอธิปไตยของชาวบ้านเลยนะครับ ต่อไปนี้ชาวบ้าน ๒๐ คน เสนอคนขึ้นมา นายอําเภอตั้งกรรมการเลือกแล้วอยู่ ๖๐ ป้ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านไม่มีสิทธิเลือกอีกแล้ว ๒ ป้ ผู้ใหญ่บ้านเลือกกันเอง ผมถามว่ากฎหมายเหล่านี้จะออกอีกมากมาย ออกไปเยอะแล้ว ก.พ.ร. มีบทบาทอย่างไรบ้างเราลองนึกทบทวนดูนิดหนึ่ง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ บางฉบับเรื่องพรรคการเมืองนี่เขียนเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมเลยนะครับท่าน อย่างนี้ มันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาหรือไม่พัฒนาด้วย เช่น มาตรา ๘๙ พูดชัดเลยว่า ห้ามนักการเมืองบริจาคให้กับประชาชนถือว่าการบริจาคหรือการให้เปึนความเลวร้าย พอถึงมาตรา ๙๐ บอกว่า ทุกคนไม่มีสิทธิรับสิ่งเหล่านี้จากนักการเมือง จากผู้ดํารง ตําแหน่งทางการเมือง มาตรา ๑๓๑ บอกเลยว่า ถ้าใครผิดมาตรา ๙๐ คือไปรับถูกปรับ ๒ เท่า ใครปรับ นายอําเภอครับปรับ เปลี่ยนแปลงวิถีการปฏิบัติของนายอําเภอเลย นะครับท่าน แล้วพอมาตรา ๑๓๒ เปึนอย่างไรครับ ถ้ากํานัน ผู้ใหญ่บ้านขอนักการเมือง ไม่ได้เอาเงินให้ตัวเองเอาไปให้วัด ให้โรงเรียนผู้รักษาทรัพย์ต้องชดใช้นะ ถ้าไม่ชดใช้ เขียนให้นายอําเภออายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ โดยไม่ต้องผ่านศาล กฎหมายอย่างนี้ถ้า ก.พ.ร. มีอํานาจในการเสนอ ในการแนะนํา ในการบอกกล่าวกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะออกมัน น่าจะพูดคุยกัน มันออกมาในช่วงนี้เอง แล้วบังเอิญในหนังสือเล่มนี้ไม่มี กฎหมาย ฉบับหลังที่ผมพูดถึงนี่จะใช้เมื่อไร ๖ ตุลาคมป้นี้นะครับท่าน แล้วกฎหมายเกี่ยวกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เมษายนนี้มีผลแล้วครับท่าน อย่างนี้ผมคิดว่าท่านต้องตามดูหน่อยหนึ่ง ฝาก ท่านดูหน่อยหนึ่งท่านครับ

อีกเรื่องหนึ่ง การพัฒนาบุคลากรในระบบราชการ ผมอ่านดูทั้งเล่มไม่มี การสนใจกระบวนการพัฒนาบุคลากรหรือระบบ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับท่านครับ เจ็บปวดมากเหลือเกิน ผมเจอเพื่อนครูคนหนึ่งเขาเปึนรุ่นน้องมาก เขาเปึนคนที่ชาวบ้าน ชื่นชม นักเรียนเรียนหนังสือดี หมู่บ้านเอากับเขาหมด โรงเรียนเขาพัฒนาดี วันหนึ่งมี กระบวนการจัดลําดับโรงเรียนให้มีความสําคัญ โรงเรียนเขาสอบตก เขาสอบตกในอําเภอ พอประเมินครั้งที่ ๒ เปึนอย่างไรครับท่านครับ เด็กคนนี้บอกผมว่าผมเสียใจเหลือเกิน ระบบไม่ต้องการผม ผมอยู่ในระบบไม่ได้ เขายิงตัวตายท่าน วันนี้คนตรวจสอบพัฒนา บุคลากรในสังคมการศึกษาท่านเปึนอย่างไร คนตรวจสอบไม่มีใบอนุญาตนะ มันสับสน ไปหมดเลย อย่างนี้ผมคิดว่าเขาจะพึ่งใคร ท่านต้องเข้าไปตรวจสอบระเบียบที่ออกมา รองรับกฎหมายมันเปึนไปตามที่ชื่อของท่านไหม ชื่อ ก.พ.ร. มันเปึนไปตามนั้นไหม

อีกเรื่องหนึ่งที่ชัดเจนมากเลย ในนี้ไม่มีแต่ทําแล้วเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภา แห่งนี้นะครับ อย่างบางท่านยังไม่รู้ว่ามี วันนี้มีความจําเปึนมากน้อยแค่ไหนที่ให้ทหาร ไปนั่งในจังหวัด ผมไม่ทราบว่ามันจําเปึนอย่างไร เมื่อก่อนใช้ว่า กอ.รมน. เดี๋ยวนี้ใช้ว่า รมน. จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน มีนายทหารยศพันเอกเปึนรองประธาน ไปเสนอความเห็นเกี่ยวกับความมั่นคงและมีผลทั้งหมด จังหวัดไหนโชคดีก็ได้หัวหน้า หน่วยมาอยู่แล้วหัวหน้าหน่วยจะมีลูกน้องสั่งการไปทั่วเลย ท่านครับ ถ้ามันไม่จําเปึนต้อง เสนอให้ออก ผมนึกว่ามีเฉพาะจังหวัดซึ่งมีกฎอัยการศึก ไม่ใช่ จังหวัดผมนี้เลิกไปนานแล้ว แต่ท่านก็ยังอยู่ มีห้องทํางานเสมือนรองผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกว่ารองฝ์ายความมั่นคง รองใครครับ รองผู้ว่าราชการจังหวัดไปประชุมร่วมกับ ข้าราชการครับ แล้วสิ่งไหนถ้าเสนอว่ามันไม่มั่นคงยุ่งเลย อย่างนี้มันจะพัฒนาอย่างไร แล้วไม่เห็นท่านพูดเลยเรื่องนี้สําคัญมาก ผมงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เลยฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังท่านเลขาธิการว่าช่วยดูหน่อย ท่านครับ วันนี้ผมนั่งฟังสมาชิกหลายคนพูดถึงเรื่องคุณธรรมในระบบราชการ และพูดไปพูดมาก็ไปจบตรงที่ว่านักการเมืองรังแกราชการ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สร้างคุณธรรมขึ้นมาเต็มไปหมด ส่วนมากเปึนคุณธรรมสมมุติครับท่าน ไม่ใช่คุณธรรม เรื่องจริง มีหมวดหนึ่งเลยนะครับ หมวดนั้นผมตั้งชื่อว่า หมวดว่าด้วยคุณธรรมสมมุติ ทุกอย่างนี่ผิดหมด นักการเมืองเลวหมด วันนี้ที่อ้างว่าย้ายได้ ๆ นักการเมืองที่ไหน ไปย้ายได้ ย้ายได้ระดับบนนิดเดียว ข้างล่างล้วงไม่ได้เลยครับ ถ้าไปอ่านมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ แน่นไปหมด ทําอะไรไม่ได้เลย อย่าไปชื่นชมคุณธรรมสมมุติเลยครับ วันนี้ เราต้องใช้สภาแห่งนี้ดู ผมเองนี่ครับท่านประธาน ไม่อยากจะพูดในเรื่องอื่น ๆ เพราะผม เห็นว่าเปึนเรื่องไม่จริง แต่เรื่องการรับฟังการรายงานจากหน่วยงานอื่นนี่ผมชอบพูด ผมชอบดู ผมชอบศึกษา เพราะมันเปึนการบอกกล่าวกับหน่วยงานซึ่งเขาต้องมีภาระ ในการมาชี้แจง ในการมานั่งฟังพวกเรา ผมเองฝากท่านว่าถ้าจะพัฒนาระบบราชการ ต้องสนใจกระบวนการทํางานของหน่วยงานซึ่งจะพัฒนา วันนี้องค์กรต่าง ๆ ถ้าจะเลื่อนซี ผมยกมาที่การศึกษาอีกนะครับ เลื่อนซีในการศึกษานี่เขาไม่ได้ดูคนนะครับ ดูเอกสาร ถ้าท่านอาจารย์ท่านนั้นสูงสัก ๑๕๐ เซนติเมตรนี่นะครับ เอกสารของเขาจะสูงถึงหัวไหล่ เลยนะครับ ถึงจะได้ซีเพิ่มขึ้นหรือชั้นของข้าราชการเพิ่มขึ้น กระบวนการอย่างนี้ท่านต้องมี หน้าที่ไปบอกเขาว่าวิธีการของคุณนั้นฉันขอตรวจสอบหน่อย ถ้าหน่วยงานนี้ไม่มีสิทธิ ทําอย่างนั้นได้นะครับ ผมว่าไม่จําเปึนต้องมี ทําไมผมพูดเรื่องนี้ เหตุผลเพราะว่าผมอยู่ใน กรรมาธิการพัฒนาการเมือง ๕ ป้ มีหน่วยงานอย่างนี้เยอะมาก ท่านก็คงจะไปเจอผม ในกรรมาธิการมาแล้ว วันนี้ผมถามท่านผ่านท่านประธานไปยังท่านและหน่วยงาน ของท่านว่า จริง ๆ แล้วฐานะและบทบาทในการจัดการปัญหาของสังคมมันเปึนไป ตามนี้ไหม ผมฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าช่วยกรุณาดู ช่วยกรุณาจัดการ เรื่องเหล่านี้ให้กฎหมายมันเปึนจริง แล้วสามารถทําได้จริง ถ้าหากว่าท่านทําตามหน้าที่ ไม่มีหน่วยงานไหนกล้าที่จะทําสิ่งที่ไม่พัฒนาระบบราชการ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายที่ได้ยกมือไว้อีก ๑๐ กว่าท่านนะครับ ขอความกรุณารวบรัด ด้วยนะครับ คุณผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในระบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ ๖ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอชื่นชมท่านประธานที่ได้เป่ดโอกาส ให้สมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เพราะว่าดิฉันเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญแล้วดิฉัน ก็คิดว่าอยากจะขอให้ท่านประธานได้อนุญาตให้เพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ อภิปรายต่อไปด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งทางสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการได้จัดทํามา ก็อ่านแล้วที่จริงอ่านยากนะคะ แต่ก็ได้พยายามจะมองดู ดิฉันขออนุญาตนะคะว่าจะใช้ฐาน ๒ เรื่องที่จะอภิปราย อันแรกก็คือ หน้า ๑๙ ข้อ ๓.๑ ในรายงานฉบับนี้ ซึ่งพูดถึงเรื่องของการขับเคลื่อนด้านจริยธรรมแล้วก็ธรรมาภิบาล

ในส่วนที่ ๒ ก็คือเปึนนโยบายของรัฐบาลเองที่ได้แถลงต่อรัฐสภา ในข้อ ๘.๑.๕ ที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๒๕ พูดถึงเรื่องของการบริหารจัดการที่ดี แล้วก็เน้นเรื่อง การเสริมสร้างมาตรฐานด้านคุณธรรม จริยธรรม แม้สมาชิกหลายท่านจะได้อภิปราย เรื่องนี้มาบ้างแล้ว แต่ท่านประธานคะยังมีอีกบางเรื่องที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตเสริมนะคะ เรื่องจริยธรรม คุณธรรมก็เปึนเรื่องใหญ่สําหรับทุกสังคม เพราะว่าเปึนสิ่งจรรโลงให้ทุกคนที่อยู่ด้วยกัน สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ และในขณะนี้เรื่องนี้ก็เปึนสิ่งที่น่ากังวล น่าห่วงใยสําหรับ ประชาชนจํานวนไม่น้อยนะคะที่รู้สึกหดหู่ ท้อถอย แล้วก็ไร้ความหวัง เพราะว่ารู้สึกได้ แล้วก็สัมผัสได้เลยว่าคุณธรรม จริยธรรมนั้นกําลังถูกกัดกร่อนลงอย่างรวดเร็ว ท่าน ประธานคะข้าราชการนี่ต้องถือว่าเปึนกลุ่มบุคคลที่สําคัญทีเดียว เพราะว่าเปึนกลไกถาวร ของภาครัฐที่จะปฏิบัติงานเพื่อจะเอื้ออํานวยประโยชน์สุขต่อประชาชนตามนโยบายของ รัฐบาล ข้าราชการมีทั้งผู้หญิงและมีทั้งผู้ชายนะคะ สมัยก่อนนี่การก้าวหน้าในการงานของ ข้าราชการผู้หญิงเปึนไปได้อย่างยากลําบากด้วยเหตุที่ว่ามีภาระที่สังคมมอบหมาย ให้นะคะ เปึนการดูแลครอบครัว เปึนเรื่องอะไรอีกจิปาถะ แต่ก็ในเรื่องนี้ค่อย ๆ ดีขึ้นเปึน ลําดับ แต่ว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งท่านประธานคะที่ดูจะเปึนปัญหาโลกแตกแล้วก็ยังไม่มีทีท่า ว่าจะดีขึ้นเลย เรื่องที่ว่านี้ก็คือเรื่องจริยธรรมทางเพศค่ะ ซึ่งเมื่อหยิบยกขึ้นมาพูดครั้งใด ผู้พูดก็จะถูกเยาะเย้ยถูกเหน็บแนมอยู่เสมอ ๆ นะคะว่าอะไรกันนักกันหนา ไม่มีอะไรทํากัน หรืออย่างไร เปึนเรื่องส่วนตัวที่เกิดจากการสมยอม แล้วก็อะไรอีกร้อยแปดพันเก้าประการ ท่านประธานคะไม่นานมานี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองทั้งสังคมก็ได้รับทราบข่าวสารอันหนึ่ง ที่ว่าองค์กรสตรีได้ติดตามทวงถามการดําเนินการแก้ไขปัญหาร้องเรียนเรื่องจริยธรรม ทางเพศของข้าราชการระดับสูงในกระทรวงหนึ่ง แล้วก็เลยเลยไปถึงกระทรวงและ หน่วยงานอื่น ๆ ด้วย ว่าที่จริงปัญหาจริยธรรมทางเพศก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในภาครัฐ ที่จริงภาคเอกชนก็มีแต่วันนี้เราพูดเรื่องนี้กันนะคะ มีทั้งที่ร้องเรียนอย่างเปึนทางการและมี ที่ไม่ได้ร้องเรียน แต่ดิฉันยังมองไม่เห็นเลยนะคะว่าจะมีความพยายามอย่างจริงจัง ที่ตรงไหน แล้วก็ไม่มีที่ตรงไหนเลยที่ปรากฏอยู่ในรายงานของ ก.พ.ร. ในอันที่จะบอกว่า ได้สร้างกลไกหรือแม้แต่ความพยายามในการสร้างกลไกที่เข้มแข็งเพื่อจะดูแลเรื่องนี้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ ท่านประธานคะวันที่ ๘ มีนาคมนี้เปึนวันสตรีสากล เปึนวันที่ หลายประเทศทั่วโลกระลึกถึงการต่อสู้ของสตรีตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน เพื่อที่จะ ให้ได้มีสิทธิแล้วก็มีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี แล้วก็อย่างมีคุณค่า แห่งความเปึนมนุษย์เฉกเช่นเดียวกับบุรุษ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานให้ข้อเสนอแนะ ไปยัง ก.พ.ร. ให้ได้ทําหน้าที่เปึนองค์กรหลักในการผลักดันการสร้างกลไกที่เปึนทางการ ในหน่วยงานภาครัฐทุกแห่งที่จะดูแลในเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ให้ได้มีการดําเนินการ ทั้งเชิงรุกแล้วก็เชิงรับ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่า แล้วก็เพื่อไม่ให้ใครต้องอับอาย ขายหน้าไม่ว่าจะเปึนผู้กระทําหรือว่าผู้ถูกกระทํา ดิฉันขออนุญาตฝากข้อเสนอแนะนี้ ต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ดําเนินการในเรื่องนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที แล้วก็โดยอาจจะเริ่มจาก ๔ กระทรวงที่มีสุภาพสตรีเปึนรัฐมนตรีว่าการก็ได้นะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าถ้าเผื่อว่าท่านสามารถดูแลเรื่องนี้ได้เปึนอย่างดีแล้วนี่นะคะ จะทําให้ข้าราชการผู้หญิง ข้าราชการสตรีทุกที่สามารถที่จะทํางานได้อย่างเต็มศักยภาพ อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าไม่ต้องคอยหวาดระแวงอยู่ในภาวะหวาดกลัว ทั้งหมด ที่พูดนี้ถ้าหากว่าจะสามารถทําให้ข้าราชการทั้งชายและหญิงสามารถทํางานได้อย่าง ที่ว่านี้ก็จะเปึนประโยชน์แก่ประชาชนในที่สุด ขอบพระคุณค่ะ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน 🔗

กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ ตอนบ่ายตอนเริ่มต้นของการเป่ดประชุม กระผมได้พูดในเรื่องของการหารือกับผู้ทําหน้าที่ เปึนประธานในที่ประชุมได้กล่าวถึงเอกสาร น่าจะเรียกกันว่าเปึนใบปลิวก็ได้หรือเปึน บทความที่มีผู้มาวางไว้ในห้องน้ําของรัฐสภา บทความเรื่องวีรบุรุษเมียกู แล้วผมก็มอบให้ ท่านผู้ทําหน้าที่เปึนประธานสภาเมื่อตอนบ่าย ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับข้าราชการ ในรัฐสภาซึ่งผมต้องขออภัย และขอแถลงตรงนี้เลยว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้าราชการของ รัฐสภา แต่เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานแห่งหนึ่ง ซึ่งเปึนบุคคลที่น่าจะ กล่าวได้ว่า คมช. มีความชื่นชอบเปึนพิเศษ แต่อ่านแล้วตกใจท่านประธานครับ มีการ กระทําที่ผิดทํานองครองธรรมมากมายอยู่ในเอกสารฉบับนี้ ผมคิดว่าผมจําเปึนต้องให้ ท่านประธานอีก ๑ ฉบับ และขอใช้โอกาสตรงนี้ในการรายงานของ ก.พ.ร. ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ คนได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉบับย่อในหน้าที่ ๓ ที่ได้บอกว่าประสบ ความสําเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการปัองกัน การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ทําขึ้นในยุคสมัย ของการปฏิวัติ รัฐบาลที่มาจากคณะปฏิวัติหรือ คมช. ดังจะเห็นได้จากเล่มใหญ่นี่ ท่านเลขาธิการลงนามในหนังสือฉบับนี้อยู่ในคํานํา และยังมีสุนทรพจน์ของนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการปฏิวัติ รองนายกรัฐมนตรีที่กํากับดูแลสั่งราชการ ก.พ.ร. ที่มาจากการปฏิวัติ ท่านก็เขียนชื่นชมคนที่แต่งตั้งในรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งถ้าหากว่ารายงานเสียตั้งแต่ตอนที่แล้ว ไม่มีตัวแทนของประชาชนคงไม่ถูกอภิปรายซักถามมากขนาดนี้ ตรงนี้ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เปึน ผู้กํากับดูแลสั่งราชการ ก.พ.ร. ที่ท่านได้กรุณา ขออนุญาตท่านประธานให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. มานั่งฟังอยู่ด้วย ถ้าไม่อนุญาตให้เลขาธิการ ก.พ.ร. มานั่งฟัง ท่านก็คงไม่มีโอกาส ได้รับรู้ข้อคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ รายงานบอกว่าสร้างจริยธรรมในภาครัฐนี่อย่างไรครับจริยธรรมเปึนชู้กับเมียชาวบ้าน ตั้ง ๔ คน แล้วเอาหน้าห้องไปนอนด้วยอีก ๓ คน เดี๋ยวรายละเอียดท่านไปอ่านดู นี่ครับ สิ่งที่ ก.พ.ร. ชื่นชมว่าแหม ก.พ.ร. มีบทบาทในการพัฒนาข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านจริยธรรม ท่านเลขาธิการจะเอาสักฉบับไหมเดี๋ยวผมจะถ่ายเพิ่มให้ ท่านไปอ่านดู แล้วท่านเขียนรายงานมาอย่างนี้อายไป ๓ โลกเชียวครับ เทวดา มนุษย์และเปรต อ่านแล้ว ตกใจ เพราะฉะนั้นคําว่า ท่านพัฒนาระบบจริยธรรมของข้าราชการลบทิ้งเถอะครับ ไม่ใช่ ตรงข้ามโดยสิ้นเชิง และธรรมาภิบาลเพื่อปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการครับ ท่านรู้ไหมเป่ดซองประกวดราคาเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ต้องพูดตรงนี้ครับท่านประธาน กองทัพบกจะจัดซื้อเสื้อเกราะจํานวน ๑๐,๐๐๐ กว่าตัว คงไม่ได้ซื้อเข้าพิพิธภัณฑ์ท่านประธานครับ ซื้อให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แน่นอนท่านประธาน เสื้อเกราะเหล่านี้น่าจะได้รับ การพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนไม่เพียงแต่จะประหยัดเงินงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น แต่คุณภาพเปึนสิ่งที่สําคัญที่สุดนี่ปรากฏว่าไปทํากันด้วยวิธีจัดซื้อจัดจ้างแบบพิเศษ ไม่มีการประกาศประกวดราคาเหมือนการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป เป่ดซองเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์นี่เองท่านประธานครับ ด้วยเงินจํานวน ๔๓๖ ล้านบาท แล้วปรากฏว่าผู้ที่จะ ได้รับการส่งสินค้าลอต (Lot) นี้เปึนบริษัทจดทะเบียนอยู่ที่ต่างจังหวัด มีทุนจดทะเบียน เพียง ๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทุนจดทะเบียนของบริษัท ๕ ล้านบาท สามารถ ทํายอดขาย ๔๐๐ กว่าล้านบาทกับหน่วยราชการ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเปึนห่วงที่สุดก็คือถ้าเสื้อเกราะเหล่านี้ถูกจัดซื้อไปแล้ว ส่งไปให้ พี่น้องในจังหวัดภาคใต้ มันก็เหมือนเอาเปัาไปล่อให้เขายิง ตรงนี้ผมจะถามหา ธรรมาภิบาลจากสํานักงาน ก.พ.ร. ก.พ.ร. รายงานมานี่ผลงานป้ ๒๕๕๐ นี่เขาเริ่มตั้งแท่น กันเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๐ เสร็จแล้วก็มีการเสนอตามลําดับชั้น จนกระทั่งเป่ดซอง ประกวดราคาวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ท่านจะคิดอ่านทําอย่างไรก็ทําเถอะครับ เพื่อปัองกัน ความสูญเสียของชีวิตทหาร ตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมพูดนี่เอาแค่ ๒ เรื่อง แต่จําเปึนต้องใช้เวลาตรงนี้นิดหนึ่ง กราบเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการ ของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าผมจําไม่ผิดมีเพียงแค่ ๔ คน เลขาธิการองค์การอาหารและยา แล้วก็ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เอกสารเล่มนี้ผมรวบรวมการย้าย ข้าราชการระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๐ ถึงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๓ ผมจะ ไม่เจาะจง เอาแบบเล่นกันเป่ดหน้าไหนก็ได้ผลัวะ หน้า ๓๗ ผมไม่ได้ให้น้ําหนักใครทั้งสิ้น หน้า ๓๗ ปรากฏว่ามีการย้ายข้าราชการระดับ ๑๐ โดยรัฐบาลสมัยนั้น ก็ขออภัยอีกเช่นกัน ที่ไม่อยากจะระบุชื่อว่าอยู่ในรัฐบาลชุดไหน ขอบอกว่าอยู่ในยุคของป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๓ ย้ายนี่หนังสือพิมพ์พาดหัวอย่างนี้เลย ผิดถูกอย่างไรก็ไปทักท้วงกับหนังสือพิมพ์นะครับ อย่ามาทักท้วงที่ผม เพราะผมอ่านจากรายงาน ปชป. วางคนรับศึกเลือกตั้ง ผมไม่ทราบว่า ปชป. ย่อมาจากอะไร เปึนหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ย้ายข้าราชการ ซี ๑๐ นอกฤดูกาล เด้งอธิบดี เด้งปลัดนี่ครับ เอาอีกทีครับท่านประธาน เป่ดแบบสุ่มเสี่ยงครับ ปรู๊ด

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ครับผม

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงไม่ต้องยกตัวอย่างมากครับ ผมว่าพอสมควรแล้วครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

โอ้โฮ ผมมีเปึนตันเลยครับ ผมยกอีกตัวอย่างเดียว มท. ๑ ดันทุรังไม่ไหวสั่งเด้งปลัดแก้ลําขู่จับฝ์ายค้าน เพราะฉะนั้น ผมว่าเราอย่ามาวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกัน ต่างคนต่างมีหน้าที่ก็ทําหน้าที่ของท่านไป พระเถรผู้ใหญ่ฝากเชาวรินมาพูดวันนี้ บอกโยมเชาวรินไปพูดด้วย คนเรานั้นรู้จักหน้าที่ ทําตามหน้าที่ย่อมเกิดศักดิ์ศรีทั้งทางโลกและทางธรรม ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเปึนท่านนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ประท้วงหรือครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ ผู้อภิปรายที่นั่งลงไปนั้นนี่ผมคิดว่าท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานปล่อยให้มี การยกตัวอย่างได้อย่างไรครับ ในรายงานฉบับนี้มีไหมครับที่พูดถึงป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๓ ไม่มี ไม่มีแล้วท่านประธานให้ยกตัวอย่างไปถึง ปชป. อะไรที่มาอ่านเมื่อกี้นี้มันไม่เกี่ยวกับ เนื้อหาที่กําลังอภิปราย ท่านประธานให้อภิปรายได้อย่างไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยนะครับ เราอภิปรายกันมาตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายนะครับ หลายท่านก็พูดถึงการโยกย้ายข้าราชการในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ทักท้วงครับ เพราะว่าเปึนเรื่องนอกวาระการประชุมครั้งนี้นะครับ เพราะว่าวาระการประชุมครั้งนี้ คือการประชุมรับทราบรายงานการดําเนินงานของ ก.พ.ร. ป้ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรยากาศของที่ประชุมดําเนินไปได้ผมก็ปล่อยโอกาสให้แต่ละท่านได้พูด เพราะว่า การพูดนั้นจะอภิปรายพาดพิงบ้างก็ถือว่าเปึนเรื่องที่พอรับกันได้ ในขณะเดียวกัน ท่านเชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ อภิปรายเมื่อกี้มีการยกตัวอย่าง ผมก็ได้เรียนเตือนท่านด้วย ความเคารพนะครับว่าขอให้ยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียวก็เพียงพอต่อความเข้าใจแล้ว เพราะฉะนั้นก็ถือว่าพอสมควรนะครับ ขอเชิญท่านนิพนธ์นั่งเถอะครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว ผมคิดว่าท่านประธานต้องกําชับครับว่าไม่ควรที่จะไปพาดพิงหรือว่าพูดถึง ถ้าผมเอ่ย พรรคของท่านบ้างประเดี๋ยวก็ไปเรื่องใหญ่อีก ถ้าผมเอ่ยพรรคว่าในอดีตท่านย้ายใครมาบ้าง เดี๋ยวก็ไปกันเรื่องใหญ่อีก แล้วเรื่องนี้รัฐบาลส่งมาให้สภาแห่งนี้พิจารณา ก็พิจารณากันในประเด็นที่รัฐบาลส่งมา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วถ้าพาดพิงชื่อพรรคเดี๋ยวผม ก็ออกชื่อพรรคได้ท่านประธานครับ ตอนนี้ยังไม่ออกชื่อพรรค ถ้าหากท่านประธานให้ออก ชื่อพรรคกันอย่างนี้ได้ ผมจะบอกว่าสมัยไทยรักไทยย้ายใครอย่างไรบ้าง หรือว่าสมัย พลังประชาชนกําลังจะย้ายใครประเดี๋ยวก็ไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นผมประท้วง ท่านประธานที่ปล่อยให้มีการพาดพิง

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย

(รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กรุณาได้อภิปรายในเรื่อง: คนที่สอง) ก็พอสมควรแล้วครับ ก็ต้องขอท่านผู้จะอภิปรายทุกท่านนะครับ ของผลงานของ ก.พ.ร. ที่เขารายงานมาด้วยครับ อย่าไปพาดพิงถึงการดําเนินงานของ รัฐบาลในสมัยเก่า หรือรัฐบาลที่กําลังจะถึงนี้ เพื่อให้การประชุมดําเนินไปโดยถูกต้อง

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขอ นิดเดียวครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินประท้วงอะไรครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

ไม่ประท้วงครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พาดพิงหรือครับ

ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ แบบสัดส่วน

พาดพิงครับ บังเอิญ ผมเปึนผู้อภิปรายที่ถูกท่านสมาชิกประท้วง แล้วเลยไปประท้วงเอาถึงท่านประธาน ผมต้องขออภัยที่ทําให้ท่านเดือดร้อน และผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ผมอุตส่าห์เป่ดแบบไม่ดูเลย เป่ดแล้วมันเจอพอดี แล้วหนังสือพิมพ์มันลงไม่ใช่ผมว่าเอง ถ้ากระทบไปบ้างผมต้อง ขออภัยไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเชาวรินครับ เข้าใจแล้วครับ ตอนนี้ก็ขอดําเนินการประชุมต่อครับ เชิญนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ครับ ก็ขอความกรุณาตามที่ผมได้บอกเมื่อกี้นี้ด้วยนะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก วันนี้ผมมีประเด็น ที่น่าสนใจที่อยากจะกราบเรียนผ่านทาง ก.พ.ร. เพื่อไปพิจารณาถึงผลกระทบของ การพัฒนาระบบราชการที่เกิดขึ้น ซึ่งผมทราบดีว่าผลพวงของการปฏิรูประบบราชการ ทําให้มีการเกิด ก.พ.ร. ขึ้นมา และวันนี้ ก.พ.ร. ก็มีส่วนในการรับผิดชอบถึงระบบของ ราชการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมมีจุดที่อยากจะฝากเรียนท่านเลขาธิการกับท่านรัฐมนตรีไป ๒ ประเด็น ข้อที่ ๑ คือยุทธศาสตร์กําลังคนภาครัฐ และข้อที่ ๒ คือการตรวจสอบภาครัฐ โดยเฉพาะข้อที่ ๑ นั้นก็คือยุทธศาสตร์กําลังคนภาครัฐ ซึ่งตามเจตนารมณ์ของ ก.พ.ร. นั้น ต้องการจะลดกําลังคนให้น้อยลงที่สุด ผมจําได้ว่าในรายงานของ ก.พ.ร. ก.พ.ร. มีความภูมิใจ ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านกําลังคนลงและ ก.พ.ร. เขียนไว้ชัดเจนว่า ในป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ นั้น ค่าใช้จ่ายด้านกําลังคนภาครัฐ คิดเปึนสัดส่วนตกออกมาประมาณ ๓๐.๖ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ ขณะที่ป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายกําลังคนภาครัฐลงได้ เหลือประมาณ ๒๗.๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้ามองในสัดส่วนตรงนี้ถือว่าเปึนการลดลงแบบ น่าภูมิใจ เพราะว่าแต่ละเปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรวมของประเทศมันเยอะนะครับ แต่การลดกําลังคนภาครัฐนั้น ก.พ.ร. ได้เขียนหลักเกณฑ์ไว้ว่า จะไม่ให้มีการเพิ่มอัตรา ข้าราชการตั้งใหม่ในภาพรวมของข้าราชการทุกประเภท และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ หลังจากที่มีการเกษียณอายุราชการแล้วตําแหน่งหลาย ๆ ตําแหน่งจะต้องถูกยุบลงไป ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านเลขาธิการและท่านรัฐมนตรีว่า ในระบบราชการใหญ่ของ ประเทศมีอยู่ประมาณ ๒๐ กระทรวง ๑๕๔ กรม ข้าราชการแต่ละกรม แต่ละกระทรวงนั้น บทบาทหน้าที่ในการรับภาระต่อประชาชนไม่เหมือนกัน แต่วันนี้ผมจะท้วงติง ก.พ.ร. นิดหนึ่งว่า ก.พ.ร. มองภาพข้าราชการเหมือนกันหมดครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่า แต่ละส่วนของข้าราชการในการรับผิดชอบประชาชนนั้นภารกิจนั้นแตกต่างกันไป โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการที่มีอาชีพเปึนอาชีพอิสระ ก็คือบุคลากรในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข ไม่ว่าจะเปึนแพทย์ เภสัช ทันตแพทย์ พยาบาล หรือแม้กระทั่งคุณหมอ สถานี อนามัย ผมอยากจะบอกท่านเลขาธิการว่า รูปแบบที่ท่านกําหนดไว้ชัดเจนว่าจะไม่ให้มี การเพิ่มอัตราข้าราชการนั้นมีผลกระทบชัดเจนครับ วันนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือหลังจาก พยาบาลเกษียณแล้วก็ไม่มีพยาบาลใหม่มาบรรจุ ในภาพรวมของโรงพยาบาลในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขนั้นขาดแคลนพยาบาลครับ ถือว่าเปึนช่วงวิกฤติของการขาดแคลน พยาบาล เนื่องจากว่าขณะนี้ถ้าเราดูสัดส่วนตัวเลขของพยาบาลต่อประชาการตามทฤษฎี กําหนดไว้ว่า ๑ ต่อ ๕๐๐ คือมีประชากร ๕๐๐ คน ก็ควรจะมีพยาบาลดูแล ๑ คน ในภาพรวมของประเทศไทยนั้นจะมีสัดส่วนที่ ๑ ต่อ ๗๐๐ซึ่งถือว่าน้อยแล้วครับ แต่ถ้า ท่านไปดูที่อีสาน วันนี้ตัวเลขที่อีสานเปึนตัวเลขที่ ๑ ต่อ ๑,๐๔๕ ผมกําลังจะชี้ให้ท่านเห็นว่าวันนี้ พยาบาลนั้นขาดแคลนเปึนอย่างยิ่ง และจุดที่อยากจะย้ําอยากจะให้ท่านเห็นภาพของ ตุ๊กตาชัด ๆ ผมจะยกตัวอย่างไปที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลกครับ ซึ่งถือว่า เปึนโรงพยาบาลใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง ในกรอบตามจีไอเอส (GIS) ที่กระทรวงสาธารณสุขกําหนดนั้น ควรจะมีพยาบาลทั้งสิ้น ๘๔๘ คน แต่ในข้อเท็จจริงวันนี้มีพยาบาลแค่ ๗๔๓ คน ซึ่งตัวเลข ๗๔๓ คนนั้น รวมลูกจ้างนะครับ รวมลูกจ้างชั่วคราวที่มีอยู่ ๔๗ รายแล้วครับ แล้วทําให้อัตราที่ขาดนั้น ขาดถึง ๑๐๕ คน ดังนั้นอยากจะกราบเรียนท่านนะครับว่า ผลพวงของการพัฒนาระบบ ราชการมันมีผลกระทบอย่างมหาศาลต่อการบริการระบบสุขภาพ ผมถามบุคลากร ทางสายพยาบาลเขาบอกว่าใคร ผมขออนุญาตใช้คําว่า โง่ นะครับ อยากไปเปึนลูกจ้าง ของราชการ เพราะว่าวันนี้ราชการไม่เป่ดกรอบอัตราตําแหน่งให้เขาไปเปึนข้าราชการ ดังนั้นเมื่อถึงทางเลือกที่เขาจะเลือกระหว่างจะเปึนลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลรัฐ กับไปเปึนลูกจ้างของโรงพยาบาลเอกชน ปรากฏว่าทุกคนบอกว่าอยู่โรงพยาบาลเอกชน ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และความมั่นคงไม่แตกต่างกัน ฉะนั้นตรงนี้คือผลกระทบที่ อยากจะฝาก ก.พ.ร. ไปพิจารณาครับ และจุดที่อยากจะฝากย้ําว่า ผลพวงของการที่ ก.พ.ร. กําหนดว่า ห้ามมีการบรรจุอัตราใหม่นั้น ท่านเชื่อไหมครับว่าอย่างตัวอย่างของ โรงพยาบาลพระพุทธชินราชที่ผมกราบเรียนนั้น วันนี้อายุเฉลี่ยของพยาบาลที่ทํางาน ที่โรงพยาบาล ๔๓.๘ ป้ครับ ถ้าความรู้สึกที่เราบอกว่าเราเคยเห็นพยาบาลที่มีอายุน้อย ๆ ที่มีความแอคทีฟ (Active) ในการบริการประชาชนวันนี้ไม่มีแล้วครับ วันนี้โรงพยาบาล เหมือนกันทั่วประเทศแล้วครับ ที่มีการเช็คไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วนี่คือตัวอย่าง ที่ชี้ให้เห็นภาพว่าวันนี้อายุเฉลี่ยของพยาบาลที่บริการประชาชนนั้นสูงขึ้นครับ ๔๓.๘ ป้ และเมื่อไม่กี่วันประมาณสัก ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเคยบอกรัฐมนตรีครับ และผมก็จะรอ ว่ารัฐมนตรีจะตอบผมอย่างไรว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร บอกว่าวันนี้เชื่อไหมว่าพยาบาล อายุ ๕๐ กว่ายังต้องมาขึ้นเวร ดังนั้นถือว่าเปึนวิกฤติเร่งด่วนครับ และอยากจะย้ําว่า เมื่อเช้านี้ผมได้คุยกับท่านผู้อํานวยการโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาล เขาบอกว่าให้ผม พูดให้ชัด ๆ เลยว่า ขนาดหมอซีวีที (CVT) ขออนุญาตนะครับ ถ้าภาษาไทยใช้คําว่า หมอผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือด หมอผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดในประเทศไทยมีไม่กี่คน แต่ที่จังหวัดพิษณุโลกมีหมอผ่าตัดหัวใจ ๔ คน แต่เป่ดห้องผ่าตัดไม่ได้ เหตุผลที่เป่ดห้อง ผ่าตัดไม่ได้เพราะว่าทีมที่ใช้ในการผ่าตัดจะต้องเอาพยาบาลมา จะต้องเอาพยาบาลไปอบรม หรือไปฝ๊กอบรมเปึนพยาบาลดมยาทางด้านผ่าตัดหัวใจโดยเฉพาะ จะต้องเอาพยาบาล ไปเปึนทีมผ่าตัดครับ เปึนผู้ช่วยผ่าตัดที่เปึนทีมโดยเฉพาะ แต่วันนี้เป่ดห้องผ่าตัดไม่ได้ เพราะว่าไม่มีพยาบาล แล้วเขาฝากย้ํามาอีกว่าวันนี้ขนาดโรงพยาบาลใหญ่ขนาดนี้ เปึนพันเตียงครับ แล้วอุบัติเหตุเกิดเยอะแยะแต่เป่ดห้องผ่าตัดฉุกเฉินได้แค่ ๒ ห้อง เพราะว่าขาดพยาบาล เขาจึงอยากให้ผมฝากมาบอกในสภาดัง ๆ เลยว่า ภายใน ๕ ป้ วิกฤติเกิดขึ้นแน่ครับ เพราะระบบของโรงพยาบาลรัฐนั้นขาดพยาบาล ดังนั้นโจทย์ข้อนี้ ฝากท่านนะครับ ลองไปหาทางคิดดูว่า ท่านจะพิทักษ์ระบบของการบริการสุขภาพของ ประชาชนอย่างไร ที่การพัฒนาระบบราชการของประเทศที่ท่านวางไว้นั้นดีด้วยครับ ผมตําหนิท่านนิดเดียวเท่านั้นเอง เพราะท่านมองข้าราชการทุกกระทรวงเหมือนกัน เป็ะเลย แต่จริง ๆ แล้วไม่เหมือนกันครับ โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการที่มีอาชีพอิสระและ สามารถเลือกที่จะไปที่ไหนก็ได้ ดังนั้นผมอยากให้ท่านคิดว่ากรอบนี้ถ้าเปึนข้อยกเว้นได้ ผมเชื่อว่าการบริการสุขภาพของประชาชนนั้นก็จะดีขึ้นครับ และเรื่องที่ ๒ ก่อนที่จะไปสู่ เรื่องที่ ๒ ต้องย้ําครับว่า วันนี้การผลิตพยาบาลระบบของประเทศไทยผลิตได้ป้ละ ๔,๐๐๐ คนครับ แต่การที่คนยอมมาเปึนลูกจ้างสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือนาน ๆ ถ้าจะมีกรอบอัตราให้เข้าไปสักคน ๒ คน วันนี้เข้าไปได้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ดังนั้นปัญหาของการขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้ไม่ใช่เปึนปัญหาของ การผลิต เปึนปัญหาของการเป่ดโอกาสที่เป่ดกรอบตําแหน่งให้เขาเข้ามารับราชการครับ

และเรื่องที่ ๒ ที่อยากจะฝากท่านก็คือเรื่องการตรวจสอบภาคราชการ ซึ่งผมได้อ่านดูแล้วนี่ การตรวจสอบภาคราชการดูแล้วในเนื้อหาที่ท่านเน้นนั้นเปึนเนื้อหา เน้นไปที่การควบคุมกํากับและการประเมินผล ผมถือว่าถ้าในเรื่องนี้ การตรวจสอบเรื่องนี้ ถ้าเปึนการตรวจสอบภายนอกและการตรวจสอบภายใน ผมถือว่า ก.พ.ร. ประสบ ความสําเร็จครับ ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของระบบราชการเยอะครับ แล้วประชาชนก็มี ความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น แต่ผมมีโจทย์ที่ท้าทายท่านครับ วันนี้โครงสร้างราชการ เปลี่ยนไปเยอะ โครงสร้างราชการแบ่งเปึน ๓ ส่วนคือ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและ ส่วนท้องถิ่น ส่วนกลางมี ๒๐ กระทรวง ๑๕๔ กรม ส่วนภูมิภาคมี ๗๕ จังหวัด ๘๗๗ อําเภอ แต่ส่วนท้องถิ่นที่กําลังโตวันโตคืนครับ มี อบจ. ๗๕ แห่งทั่วประเทศ มีเทศบาล ๑,๑๕๙ แห่ง มี อบต. ๖,๖๒๒ แห่ง และมีหน่วยปกครองพิเศษคือ กทม. และพัทยา ๒ แห่ง ภาพรวม ของข้าราชการที่สังกัดท้องถิ่นขณะนี้มีอยู่ประมาณเกือบ ๆ ๓๗๐,๐๐๐ คน วันนี้ ในส่วนกลางที่ผมอยากจะท้วงติง เนื่องจากเราอยากจะเน้นไปที่การควบคุมการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ลําพังการควบคุมการทํางานเฉย ๆ นั้นไม่ยากครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการควบคุม การทุจริตและประพฤติมิชอบ ในระบบการบริหารราชการส่วนกลางระดับกรมหรือระดับ กระทรวง ผมว่าในขั้นตอนนี้ไม่ยาก เรามี ป.ป.ช. เรามี สตง. เรามีสื่อมวลชนและเรามี ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. ฝ์ายค้านที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ตรงนี้ผมไม่เปึนห่วงครับ วันนี้ จึงเปึนโจทย์ที่อยากจะฝากกับท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่ามีโจทย์ ที่ท้าทายท่านอยู่ว่าท่านลองคิดดีไซน์ (Design) ระบบว่าท่านจะดีไซน์ระบบในกระบวนการ ตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบของระบบราชการภูมิภาคและระบบราชการ ส่วนท้องถิ่นอย่างไร เพราะว่าวันนี้กระบวนการตรวจสอบความประพฤติมิชอบของ ราชการภูมิภาคและของท้องถิ่น ยิ่งท้องถิ่นมันอ่อนแอมากครับ โอกาสที่ประชาชน จะเข้าถึงกระบวนการตรวจสอบนั้นยากเปึนอย่างยิ่ง หลายท่านอาจจะตอบผมว่าวันนี้ เรามี สตง. ประจําอยู่เขตโน่นเขตนี้มันยากจริง ๆ ครับ การตรวจสอบในแต่ละเรื่องยากมาก และขณะเดียวกันวันนี้เราเปึน ส.ส. ประชาชนก็จะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเยอะ หลายสิ่ง หลายอย่างเราก็มองว่ามันเปึนเรื่องที่หยุมหยิมเกินไป ในขณะที่การตรวจสอบ ในกระบวนการของรัฐบาลเราก็มีภารกิจที่ต้องทํา ฉะนั้นวันนี้ข้อที่ ๒ ก็คือเรื่อง การตรวจสอบนั้น ฝากโจทย์ให้ท่านลองไปดีไซน์แบบดูว่าท่านจะมีส่วนในการออกแบบ การตรวจสอบราชการภูมิภาคและราชการส่วนท้องถิ่นอย่างไร ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้แสดงความคิดเห็น แล้วฝากท่านเลขาธิการนะครับ โดยเฉพาะเรื่องกรอบอัตรากําลังของข้าราชการสังกัดสาธารณสุข ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังมีผู้ประสงค์จะอภิปรายโดยยกมือซึ่งผมจัดลําดับไว้แล้วนะครับ เรียงตามนี้ คือ คุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณรัชดา ธนาดิเรก ท่าน พลตรี มนูญกฤต รูปขจร พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล คุณปวีณ แซ่จึง คุณนคร มาฉิม คุณจตุพร พรหมพันธุ์ คุณอิสสระ สมชัย คุณสถาพร มณีรัตน์ เนื่องจากเรื่องนี้ เปึนเรื่องสําคัญครับ แล้วเท่าที่ผมฟังแต่ละท่านอภิปรายยังไม่ได้ซ้ําประเด็นกัน ก็จะเป่ด โอกาสให้พวกเราได้อภิปรายต่อไปจนถึงเวลาที่สมควรนะครับ ต่อไปเชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ นับเปึนวันสําคัญยิ่งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่า ก.พ.ร. นี้เปึนหัวใจสําคัญอย่างใหญ่หลวง ในการเปึนหน่วยงานที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ หน่วยราชการ ต่าง ๆ ทั้งประเทศไทย ผมใช้คําว่า ทั้งประเทศไทยนะครับ ที่จะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ดีงามถูกต้อง เหมาะสมแล้วก็เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติพี่น้องประชาชนอย่างไร ตรงนั้นต้องบอกว่าต้องเปึนเรื่องของวิสัยทัศน์ คงต้องบอกว่าในวิสัยทัศน์หรือแนวทางที่คิด ในการที่จะทํา ท่านเห็นว่าอีก ๕๐ ป้ อีก ๑๐๐ ป้ หน่วยราชการน่าจะอยู่ในแบบใด ถ้าท่าน มีเปัาหมายอย่างนั้นท่านก็ต้องพัฒนาตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าการพัฒนา องค์กรของราชการในระบบราชการนั้นต้องไม่หยุดยั้ง ต้องทําต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ของการปฏิบัติหน้าที่หรือการทํางาน ผมเองได้เห็นภาระหน้าที่ของ ก.พ.ร. แล้วก็รู้สึกดีใจ ที่ว่าหน่วยงานของประเทศเรามีหน่วยงาน ก.พ.ร. ที่จะมาช่วยในการพัฒนาองค์กร ซึ่งจะเปึน ส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยในระบบของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานในการที่ จะทํางาน อาจจะเรียกว่าเปึนทั้งพี่เลี้ยง อาจจะเปึนทั้งผู้จัดการดําเนินการวางแผนหรือ พัฒนาองค์กร แต่ผมไม่แน่ใจหรือก็ไม่มั่นใจ เพราะว่าไม่ได้อยู่ลึกลงไปแล้วก็ไม่ได้เจาะลึก มากไปถึงขนาดนั้นว่าท่านเรียงลําดับในหน่วยงานที่สัมฤทธิผลอย่างไรหรือไม่อย่างไร ท่านจับเปึนขบวนหรือเปล่าว่าแต่ละหน่วยราชการนั้นอยู่ในกลุ่มเอ (A) กลุ่มบี (B) กลุ่มซี (C) เปึนกลุ่ม ๆ หรือไม่ แล้วแต่ละกลุ่มนั้นท่านพัฒนาแล้วจากซีพัฒนาให้ดีขึ้นเปึนบี เปึนเอ จากเอเปึนเอบวก เอบวกบวก แล้วก็ไปเรื่อย ๆ แล้วในขณะเดียวกันไม่แน่ใจเหมือนกันว่า นอกจากท่านทําหน้าที่ในการพัฒนาแล้วท่านทําด้วยตัวเอง โดยที่ไปทําตลอดระยะเวลา ต่อเนื่องหรือไม่อย่างไร นั่นก็กระบวนการในการทํางาน แต่ผมมองเห็นอีกอันหนึ่งก็คือว่า เมื่อหน่วยงานใดก็ตามแต่ที่ท่านไปพัฒนาแล้ว มันได้เอแล้ว หรือเอบวกบวก แล้วก็น่าที่จะ ให้หน่วยงานนั้น ๆ มาช่วย ไม่ใช่ช่วยพัฒนาองค์กรนะครับ ในองค์กรที่อ่อนแอ หรือใน องค์กรที่ท่านยังไม่เห็นว่าเปึนแนวทางที่ท่านพึงประสงค์ แต่เปึนเพื่อนหรือเปึนพวกที่จะ พากันเดินไป ผมเห็นอย่างนั้น ในการปรับปรุงโครงสร้าง กระทรวง ทบวง กรม นั้นก็บอกว่า การบริหารกิจการของรัฐแนวใหม่นี่เปึนเรื่องที่เรียกว่าท้าทายและเปึนแนวทางที่น่าจะ ถูกต้อง มีสิ่งหนึ่งแล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่บอกไว้ในเรื่องนี้ก็คือในเรื่องของทั้งเปึนการยกระดับ คุณภาพมาตรฐานให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีมาตรฐานในเชิงการทํางาน ไม่ว่าจะเรื่องของ งบประมาณ บุคลากร หรือเรื่องใด ๆ ก็ตามแต่เห็นดีด้วย นั่นเปึนการประหยัดแล้วก็ทําให้ เกิดคุณภาพโดยที่เราพูดในเรื่องของเปัาประสงค์หลักของการพัฒนาระบบราชการไทย มีข้อหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันน่าจะดีแล้วก็ดีมาก ๆ คือการเป่ดระบบราชการให้ตอบสนองต่อ การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตรงนี้แม้แต่ผมเองเปึนผู้แทนราษฎรต้อง บอกกับท่านประธานในที่นี้ครับท่านประธานครับ การเป่ดระบบราชการให้สนองต่อ การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นที่ผมบอกว่าเปึนหัวใจเพราะอะไร เราต้องบอกกันเพราะว่าผมเองนี้ผมได้มีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับดุษฎีบัณฑิต ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ แล้วก็ต้องเรียนด้วยว่าผมได้ทํางานวิจัยดุษฎีบัณฑิตของผมนั้น ในเรื่องของความขัดแย้ง สิ่งหนึ่งที่ทําให้ก่อให้เกิดความขัดแย้งในชาติบ้านเมือง ต้องบอกว่า เราไม่มีประชาธิปไตย เพราะเราไม่เปึนประชาธิปไตยโดยแท้จริงของตัวเราเอง เราจะเปึน ด้วยเปลือกกะทิหรือใดก็ตามแต่ที่ท่านจะพูดหรือท่านที่จะบอกกล่าว แต่นั่นคือสิ่งที่เกิด ความขัดแย้งในสังคมเรา ก็เชื่อว่าในสิ่งเหล่านี้ท่านเองก็คงต้องยอมรับนะครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองของเรานั้นมีความขัดแย้งทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเปึนหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนในครอบครัวที่เล็กที่สุดในครอบครัว ไม่ว่าในชุมชน ไม่ว่าในระดับเมือง ในระดับใดก็ตามแต่ แต่ท้ายที่สุดมีสิ่งหนึ่งที่เขาขมวดไว้ แล้วก็บอกไว้ว่า มีการศึกษานะ เราบอกนั่นเปึนเพราะว่าไม่มีส่วนร่วมของชุมชน ไม่มีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนหรือคนในสังคม คําตอบไม่ใช่ครับ ท่านให้มีส่วนร่วมขนาดไหนก็ตามแต่ก็ยังมี ความขัดแย้ง เพราะว่าความขัดแย้งไม่ได้เกิดจากว่ามีส่วนร่วมหรือไม่มีส่วนร่วม วันนี้ถามกลับว่าในสังคมบ้านเรา ไม่ว่าในชนบทหรือในเมืองหรือใดก็ตามแต่ ต้องบอกว่า ในระบบราชการของราชการไทย เราไม่ได้ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมเลย การปกครอง ในระบอบสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ถามคําถามกลับว่าแล้วมีความขัดแย้งไหม ก็ต้องยอมรับด้วยหัวใจที่แท้จริงว่าเรายังมี ความขัดแย้งกันอยู่ ฝ์ายค้านยังเปึนฝ์ายค้านที่เพิ่มเปึนฝ์ายแค้น นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วถามว่าวันนี้แล้วเราทําอย่างนี้ และเปึนอย่างนี้ ที่เราไม่มีหัวใจเปึนประชาธิปไตยที่ แท้จริงแล้วนี่ มีเปลือกกับกระพี้แล้วนี่ คําถามคือที่อยากจะได้คําตอบจากท่านประธาน ผ่านไปทางท่านเลขาธิการครับว่าแล้วทาง ก.พ.ร. คิดแนวทางการแก้ไขอย่างไร เราคง ไม่บอกว่างานวิจัยต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านเมืองของเรา หรือเราทํากันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเราก็ เก็บเอาไว้บนหิ้ง โดยที่เราไม่รับฟัง หรือเรายอมรับในแนวคิดของใครเลย แล้วเราก็ปล่อย ให้ความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้น ผมเรียนต่อท่านประธานครับว่าความขัดแย้งในบ้านเมือง เรานั้นนับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะว่าทุกคนนั้นป่ดตนเองไม่ยอมที่จะสูญเสียใดเลย ไม่ว่า จะเรื่องใดทั้งหมด ก.พ.ร. ซึ่งเปึนหน่วยงานในการพัฒนาองค์กรของราชการ ก็ต้องบอกว่า ก็มีความขัดแย้งเช่นเดียวกัน ผมไม่มั่นใจเหมือนกัน และไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ ก.พ.ร. ที่อยู่ในหน่วยงานนี้ เวลาเดินไปที่หน่วยราชการอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร พึงพอใจ หรือไม่อย่างไร ผมไม่มั่นใจ เพราะทุกคนนั้นกลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวการสูญเสีย กลัวความไม่มั่นคง ซึ่งมันไม่ใช่ ถ้าเรายังคิดว่าเอาตนเองเปึนที่ตั้งเอาตนเองเปึนหลักแล้ว แน่นอนท้ายที่สุดต้องบอกกับท่านประธานครับว่าไม่สามารถที่จะดําเนินการใด ๆ ได้เลย เราคงต้องย่ําอยู่กับที่ความเปลี่ยนแปลงของชาติบ้านเมืองอื่น แล้วเรามาบอกว่าคนอื่น เขาไปไกลแล้ว ไปถึงไหนแล้ว แล้วเรายังไม่ไปถึงไหน ก็ต้องบอกว่านั่นคือสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมประเทศต้องบอกว่าเปึนเรื่องที่ไม่สามารถที่จะเอาอะไรมา เยียวยาได้ วันนี้เราจะมีเงินมหาศาลในชาติบ้านเมือง ประเทศจะร่ํารวยขนาดไหน วันนี้ ประเทศเราจะมีเทคโนโลยีมากมายขนาดไหนก็ตามแต่ ถ้าหากพี่น้องประชาชน คนในประเทศคนในชาติในแผ่นดินแล้วยังมีความแตกแยกยังมีความขัดแย้งแล้ว อย่าหา ความเจริญมีไม่ เศรษฐกิจจะหาดีไม่ เพราะทุกอย่างมันต้องสูญเสียไปหมด มันจะไม่เหลือ อะไรเลย วันนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการแล้วครับว่าต้องหาวิธี ที่จะเยียวยาในเรื่องนี้ว่าทําอย่างไรที่จะให้คนในสังคม คนในชาติ โดยเฉพาะ หน่วยราชการ ซึ่งอยู่ทุกมุม ทุกหัวระแหงแล้วได้ให้เข้าใจความขัดแย้ง ได้ให้เข้าใจถึง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ทาง ก.พ.ร. บอกว่าจะเป่ดในระบบของ ประชาธิปไตยให้ทุกคนนั้นได้ตระหนักและเข้าถึง ผมเชื่อว่าในสิ่งเหล่านี้คงต้องเร่งที่จะ ประชาสัมพันธ์ เร่งที่จะดําเนินการโดยวิธีใด ๆ ที่ทาง ก.พ.ร. จะได้เข้าไปศึกษา แล้วก็แก้ไข และดําเนินการ ก็ขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย แนวคิดในการที่จะดําเนินงานการบริหารกิจการ บ้านเมืองนั้นจะให้เปึนกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยที่คิดถึงประสิทธิภาพความคุ้มค่า ประสิทธิผล คุณภาพ แล้วก็การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส การตอบสนองหรือการกระจาย อํานาจ ก็ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางท่านเลขาธิการแล้วก็หน่วยงาน ก.พ.ร. ด้วยว่า ส่วนเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าต้องให้ตระหนักถึงความมั่นคงของข้าราชการด้วย ทุกวันนี้ หลายหน่วยราชการหลายที่ ไม่ใช่ว่าจะเปึน อบต. ไม่ว่าจะเปึนบนสถานที่ราชการ เปึนอําเภอหรือหน่วยราชการใดก็ตามแต่ใช้การจ้างแบบจ้างชั่วคราว ผมไม่มั่นใจ เหมือนกันว่าสภาแห่งนี้เรามีการจ้างชั่วคราวหรือไม่ ถามคําถามกลับหรืออยากจะบอก ท่านประธานในที่นี้ว่าที่เราทําเปึนระบบราชการแล้วต้องมีบําเหน็จบํานาญเพราะอะไร เพราะเราต้องการสร้างขวัญกําลังใจแล้วก็ให้เปึนหลักความมั่นคงแห่งชีวิตคนที่ทํางาน ราชการจะได้ไม่ต้องไปคิดวอกแวกอย่างอื่น จะได้ทํางานรับใช้ชาติบ้านเมือง รับใช้พี่น้อง ประชาชนแบบอย่างแท้จริง ถ้าหากไม่มีความมั่นคง แน่นอนที่สุด ท้ายที่สุดต้องบอกเลย ว่าการทํางานนั้นก็ต้องหาวิธีอื่นซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นการที่จะจ้างบุคลากรต่าง ๆ โดยใช้วิธีการชั่วคราวนั้นผมเองไม่เห็นด้วยแล้วก็เปึนแนวทางที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง แล้วผม ถือว่าวิธีนี้เปึนการเอารัดเอาเปรียบคนในสังคม คนในประเทศชาติ เขาเหล่านั้นมาเปึน ลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ถึงป้ขวัญกําลังใจก็ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องขอเรียนท่านประธานว่า ต้องเปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบราชการไทยที่กําลังทําอยู่ ในขณะนี้ต้องถือว่าเปึนเรื่องของการที่จะมุ่งไปสู่การปรับในเรื่องของบุคลากรในการที่ จะให้บุคลากรนั้นน้อย แล้วที่น้อยนั้นก็เปึนเพราะว่าต้องการประหยัดงบประมาณ แล้วก็ เล็งไปถึงเรื่องว่าข้าราชการน้อยแล้วก็ทําให้มันได้คุณภาพอย่างเดิม ต้องเรียน ท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ แล้วเราต้องบอกกันอย่างนี้ครับว่าในระบบราชการเรานี่ เราผลิตคนตั้งแต่สมัยเปึนเด็ก ๆ เปึนนักศึกษา จนกระทั่งมาอยู่ในความเปึนคนโตหรือ เปึนผู้ใหญ่ที่จะทํางานในบ้านเมือง ต้องบอกว่ายุคของเรานั้นเปึนยุคเปลี่ยนถ่าย หลายคน เช่น ผมเองอย่างนี้เปึนต้น ต้องบอกว่าเปึนนักเรียน เปึนนักศึกษาในรุ่นสมัยก่อนที่ไม่มี คอมพิวเตอร์เรียน ไม่มีโน้ตบุ๊ค (Notebook) ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีเอสเอ็มเอส (SMS) ไม่มีเอ็มเอ็มเอส (MMS) อะไรก็ตามแต่ แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าด้วยการที่มีโอกาสไปรับการศึกษาเพิ่มเติมหรือไปเรียนใหม่ไปเรียนเพิ่ม จึงทําให้ทุกวันนี้สามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกรูปแบบสามารถปฏิบัติการได้เอง ทําได้เอง ถามคําถามว่าแล้วเราได้ทําอย่างนี้ แล้วให้โอกาสอย่างนี้กับข้าราชการไทย หรือไม่ ท่านได้มองเห็นไหมว่าข้าราชการไทยของเรานี่คนไหนบ้างที่อยู่ในระบบการศึกษา แบบก่อนกับการศึกษาแบบใหม่ สิ่งใดบ้างที่เขายังขาดแล้วยังไม่พร้อม ไม่ใช่ให้เขา พิจารณาตัวเองไม่มีคุณภาพ ทํางานด้วยความเหนื่อยยาก ท้อแท้รุ่นน้อง ๆ เพราะว่า แหม น้อง ๆ ก็บ่นเหลือเกินเลยเปึนตัวฉุดในการที่จะประเมินคุณภาพ ในการฉุด แหม คุณยาย คุณปัา คุณลุง อะไรก็ตามแต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะไม่ได้เปึนความผิด ของเขาเลย แต่เทคโนโลยีหรือวิชาการหรือวิธีการมันได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องบอก กับท่านประธานผ่านไปยังสํานักงาน ก.พ.ร. ว่าต้องให้หน่วยราชการอื่นหรือท่าน ในการประเมินผลก็ต้องดูด้วยว่ากําลังคนอย่างนี้เขาได้พัฒนาไหม แล้วเขาได้ส่งไป หรือไม่ อย่าไปให้ข้าราชการเขาไปเขาเองด้วยความอายรุ่นน้อง ๆ ด้วยความอะไร ก็ตามแต่ ไปหาความก้าวหน้าด้วยตนเอง โดยใช้เม็ดเงินตัวเอง ต้องบอกท่านประธานครับว่า ทุกวันนี้ค่าครองชีพก็สูงอยู่แล้ว ข้าราชการเหล่านั้นก็ต้องบอกว่าเขาเองนั้นเขาก็มี ความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นเราในฐานะที่ได้ผลประโยชน์ ประเทศชาติได้ผลประโยชน์ หน่วยราชการ ได้ผลประโยชน์ พี่น้องประชาชนจะได้ผลประโยชน์จากการบริการและการทํางานที่ดีเพื่อ การประหยัดนั้น เราต้องพิจารณาครับ ทําในสิ่งเหล่านี้ให้กับเขา ต้องขอเรียนต่อ ท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้ ผมเองนั้นรู้สึกดีใจแล้วก็เชื่อมั่นแล้วก็มั่นใจว่า ก.พ.ร. นั้นจะสามารถทําได้ เท่าที่เข้ามาศึกษาก็ต้องเรียนว่าเปึนก้าวย่าง แม้ว่ายังไม่ยาวไกล มากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตนั้นการพัฒนาองค์กรราชการของเราจะยิ่งก้าวหน้ายิ่งขึ้น แล้วก็ฝากกับข้าราชการทุกคนไปด้วยว่า สิ่งเหล่านี้พวกเราต้องเดินไปพร้อมกัน อย่าคิดว่า เปึนความยากลําบากของใครคนใดคนหนึ่งหรือเปึนความทุกข์ยากของใคร แต่เราเอา บริการที่ดีให้กันทั้งประเทศ แล้วทุกคนจะได้รับการบริการที่ดีจากทุกคนทุกฝ์าย ขอบคุณครับ ท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไร

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ขอใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน ผม ศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี ประชาธิปัตย์ครับ เมื่อสักครู่ท่านที่อภิปรายได้พาดพิงถึง ฝ์ายค้าน บอกว่าในปัจจุบันเปึนฝ์ายแค้น แต่ในสภาแห่งนี้มีฝ์ายค้านอยู่พรรคเดียวครับคือ ประชาธิปัตย์ ท่านครับ ด้วยความเคารพ ผมไม่อยากขัดจังหวะท่านในขณะที่ท่านอภิปราย ผมให้เกียรติท่านแล้วก็หวังว่าในท้ายที่สุดท่านอาจจะคิดว่าท่านพูดพลั้งไปแล้วท่านจะ ถอนคําพูด แต่ถ้าเผื่อว่าท่านไม่ถอนคําพูด ผมขออนุญาตชี้แจงว่า ฝ์ายค้านมีความหมายมาก ในระบบรัฐสภา เรามิได้มีความแค้นกับฝ์ายใด และที่สําคัญวันนี้ฝ์ายค้านคือฝ์ายค้าน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งโปรดเกล้าฯ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาแห่งนี้ ท่านผู้เปึน ประธานครับ ฝ์ายค้านกับฝ์ายแค้นต่างกัน ฝ์ายแค้นดูได้ง่ายครับ คนที่โยกย้ายข้าราชการ ในวันนี้นั่นแหละครับคือฝ์ายแค้น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่าได้ชี้แจงแล้วนะครับที่พาดพิงทําให้เสียหาย คุณรัชดาครับ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการหน่วยงานราชการ ของ ก.พ.ร. นะคะ ก่อนที่ดิฉันจะได้รับทําหน้าที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ ดิฉันมี ประสบการณ์คือเปึนอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วก็ได้ทําหน้าที่เปึนนักวิจัยและที่ปรึกษา ให้กับหน่วยงานราชการมากมาย วันนี้จึงขอทําหน้าที่ส่งต่อความในใจของพี่น้อง ข้าราชการไปยังท่านประธานและผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. นะคะ มี ๔ ประเด็น ด้วยกันค่ะที่ดิฉันอยากจะแสดงความคิดเห็น

ในประเด็นแรก เปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของ ก.พ.ร. ที่มุ่งเน้น ที่จะนําทฤษฎีของต่างประเทศ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานภาครัฐหรือภาคเอกชน มาประยุกต์ใช้กับหน่วยงานราชการของไทย เข้าใจว่าทาง ก.พ.ร. มีเจตนารมณ์ที่ดี บวกกับข้าราชการใน ก.พ.ร. นี้เปึนคนที่มีศักยภาพสูง จึงคาดหวังว่าหน่วยงานราชการ อื่น ๆ จะสามารถรับ นําเทคนิคต่าง ๆ ที่ ก.พ.ร. นํามาใช้แล้วเอาไปปฏิบัติตามได้ อย่างทันทีทันใด แต่ในความเปึนจริงถ้าท่านประธานได้มีโอกาสไปสัมผัสกับข้าราชการ ที่ต้องทําหน้าที่ในหน่วยงานราชการต่าง ๆ จะพบว่าทุกวันนี้สับสนมากค่ะกับการที่ ก.พ.ร. สั่งให้เอาทฤษฎีโน้นทฤษฎีนี้มาใช้รายเดือน รายวัน ขออนุญาตยกตัวอย่างทฤษฎีที่เอามาใช้ มันเปึนชื่อทางเทคนิคภาษาอังกฤษ อย่างเช่น บาลานซ์ สกอร์ การ์ด (Balance Score Card) การใช้ฮิวแมน รีสอร์ซ สกอร์ การ์ด (Human Resource Score Card) บอสตัน โมเดล (Boston model) ทฤษฎีมากมายค่ะ แต่ว่าพี่น้องข้าราชการนี่ท่านต้องเข้าใจว่า ที่ผ่านมายังขาดพื้นฐานทางการบริหาร แล้ววันดีคืนดี ก.พ.ร. ก็สั่งให้เอาเทคนิคโน้น เทคนิคนี้มาใช้ ข้าราชการทุกวันนี้หมดเวลาไปกับการประชุม หมดเวลาไปกับการตีความ ว่าทฤษฎีอ้ายโน่นอ้ายนี่เขาหมายถึงอะไร วัน ๆ หนึ่งไม่ได้ทํางานภาระหลักจริง ๆ หรอกค่ะ เสียเวลาไปกับการประชุม แล้วก็ทุกวันนี้ข้าราชการกลัวเปึนอย่างยิ่งค่ะว่าจะมีเทคนิค รายเดือนรายวันที่เขาจะตามไม่ทัน แล้วสุดท้ายนี่การเรียนรู้มันจะไม่เกิดขึ้น เพราะว่ามีอะไรใหม่ ๆ มาตลอด สับสนไปหมด เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการว่าขอเอาเปึนเรื่อง ๆ ให้ข้าราชการของเรามีความเข้าใจอย่างชัดเจน มันจะได้เปึนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อย่างถาวรนะคะ เปึนเรื่องสืบเนื่องจากการที่ ก.พ.ร. มุ่งเน้นให้นําเอาเทคนิคมาใช้ แล้วก็ เมื่อเทคนิคประกาศใช้แล้วจะต้องวัดได้ถึงความสําเร็จ มีการกําหนดเปึนตัวชี้วัด เมื่อหลัก เทคนิคทฤษฎีจริง ๆ แล้วข้าราชการยังไม่เข้าใจเลยแล้วจะเอาความสามารถที่ไหน ไปกําหนดตัวชี้วัดที่แท้จริง ทุกวันนี้ก็ต้องใช้คําง่าย ๆ ว่า สักแต่ว่ากําหนดตัวชี้วัดไป เพราะ ก.พ.ร. สั่ง ก.พ.ร. อยากเห็นข้าราชการก็ทําให้ จัดให้ แต่ถามว่าผลงานที่เกิดขึ้นนั้น มันจะเปึนประโยชน์ที่ยั่งยืนกับประชาชน กับประเทศหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่ได้แน่ ๆ คือตัวเลข สําเร็จตามตัวชี้วัดแล้วเราก็ได้รางวัล นั่นคือสิ่งที่ ก.พ.ร. ต้องการหรือเปล่า ดิฉันว่ามันคง ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นอยากจะฝากท่านประธานว่า การกําหนดตัวชี้วัดขอให้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเหมาะสมในเนื้อหางานของแต่ละหน่วยงานราชการจริง ๆ และเนื่องจากว่าข้าราชการยังขาดความเข้าใจในทฤษฎีต่าง ๆ บวกกับบุคลากรของ ก.พ.ร. เองมีไม่มาก ก.พ.ร. เองยังไม่สามารถเปึนบทบาทวิทยากรแม่ไก่ที่จะไปอธิบายให้ หน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าใจว่าทฤษฎีนี้ เทคนิคนี้เมื่อไปประยุกต์ใช้กับแต่ละกรม แต่ละ กระทรวงแล้วต้องมีการปรับใช้อย่างไรก็ลักษณะว่าปล่อยไปตามยถากรรมให้แต่ละ กระทรวงไปเรียนรู้กันเอง เมื่อต้องปล่อยไปตามยถากรรมก็เปึนไปตามยถากรรม การกําหนดตัวชี้วัดนะคะ ผลงานก็เรื่อย ๆ เป๋ือย ๆ ไปนะคะ อันนี้ก็อยากจะฝากให้ ท่านประธานช่วยรับไปพิจารณาด้วย

อีกประเด็นหนึ่งค่ะ สืบเนื่องมาจากความไม่เข้าใจในการกําหนดตัวชี้วัด แล้วก็ขาดการประสานงานที่ดีระหว่างหน่วยงานกันเอง มีหลายตัวชี้วัดที่มันขัดแย้ง กันนะคะ อย่างเช่น บางส่วนที่รับผิดชอบในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย ก็จะเน้น ในเรื่องของการประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แต่ในอีกส่วนหนึ่งก็คือเน้นในเรื่องของการ สัมฤทธิผลในการเบิกค่าใช้จ่ายได้ตรงตามเปัา เอ๊ะ เราจะเอาอย่างไรกันคะ อีกส่วนหนึ่ง ตัวชี้วัดคือต้องลดค่าใช้จ่าย อีกส่วนหนึ่งก็ต้องเร่งให้เบิกงบประมาณตรงตามเปัา มันก็เกิดการขัดแย้งกัน หรืออีกกรณีหนึ่งนะคะ อย่างเช่น เน้นที่การประหยัดพลังงาน ประหยัด ค่าไฟ ค่าน้ํา ค่าแอร์ (Air) แต่อีกหน่วยงานหนึ่งเน้นเรื่องความพึงพอใจของพี่น้อง ประชาชน หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องความพึงพอใจก็อยากจะเป่ดแอร์ เป่ดไฟ ห้องน้ํา ให้สะอาดมีบริการจิปาถะมากมาย แต่อีกหน่วยหนึ่งต้องเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน แล้วเขาจะทํางานกันรู้เรื่องไหมคะ ทั้งนี้และทั้งนั้นเปึนเพราะว่าบุคลากรในหน่วยงาน ขาดความเข้าใจแล้วก็ขาดความตระหนักว่าการกําหนดตัวชี้วัดต้องทําไปพร้อม ๆ กัน ทั้งกระทรวงและต้องเปึนไปอย่างบูรณาการ อันนี้แน่นอนล่ะค่ะเปึนผลมาจากว่า เขาไม่เข้าใจว่าจะต้องทําตัวชี้วัดที่ถูกต้องมันจะต้องทําอย่างไรนะคะ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการให้โบนัสให้ผลตอบแทนข้าราชการ ก.พ.ร. ให้ความสําคัญกับการประเมินที่เน้นในส่วนของผลสัมฤทธิ์ ถ้าหน่วยงานไหนทํา สําเร็จตามเปัาก็มีโบนัสให้ อันนี้ถือว่าเปึนแนวทางที่ดี แต่ว่าความเปึนจริงที่เกิดขึ้นก็คือ บุคลากรในระดับปฏิบัติการที่ต้องทํางานตั้งแต่ก่อน ๐๘.๐๐ นาฬิกา เลิกหลัง ๑๙.๐๐ นาฬิกา ด้วยซ้ํา เมื่อสิ้นป้ทํางานสําเร็จตามตัวชี้วัดแต่ได้โบนัสเพียงแค่คนละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท ในขณะที่ผู้บริหารระดับสูงซี ๘ ซี ๙ ได้คนละเปึนหมื่นบาท อะไรคือมาตรฐานในการ จัดสรรโบนัสคะ ในมิติหนึ่งการให้โบนัสเปึนประโยชน์ในการให้แรงจูงใจ แต่ผลที่ตามมา ก็คือการแตกแยกระหว่างข้าราชการระดับสูงและระดับปฏิบัติงานนะคะ เพราะฉะนั้น ดิฉันได้รับฟังจากพี่น้องข้าราชการบอกว่าถ้าต้องให้ทํางานหนักแล้วมาตอบแทนแค่ ๒๐๐-๓๐๐ บาทนี่ไม่จําเปึนหรอกค่ะ เพราะว่าหน้าที่ของข้าราชการทุกคนจะต้องทํางาน ปฏิบัติงานหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ถ้าจะเอาเงินเพียงแค่หลักร้อยหลักพันมาสร้าง ความแตกแยกในองค์กรขออย่าดีกว่านะคะ

ในประเด็นสุดท้ายเปึนเรื่องเกี่ยวข้องกับการประเมินผลงาน ตัวชี้วัดต่าง ๆ ที่แสดงผลงานออกมาว่าตรงตามเปัาได้คะแนน ๕ เต็ม คิดเปึนน้ําหนักเท่าไร เข้าใจว่า ทาง ก.พ.ร. ได้จ้างให้บริษัททริส (TRIS) มารับการประเมินต่อไป แต่สภาพที่เกิดขึ้นก็คือ บริษัททริสเองนี่นะคะ คือชื่อภาษาอังกฤษก็คือ ไทย เรตติ้ง อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม (Thai Rating Information System) ไปเยี่ยมหน่วยงานราชการใช้เวลาเพียงแค่ ๒๐-๓๐ นาที เวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงแค่นี้ ท่านคิดว่าจะสามารถตัดสินผลการดําเนินงานของหน่วยงานราชการได้หรือคะ ที่แย่ ไปกว่านั้นก็คือปรากฏว่าทริสเองก็ไป ต้องขออนุญาตใช้คําว่า เอาท์ซอร์ส (Outsource) ให้กับหน่วยงานอื่นไปประเมิน แล้วหน่วยงานอื่นบางครั้งก็ไปจ้างให้หน่วยงาน สถาบันการศึกษาอื่นไปประเมินอีก เรียกว่าจ้างกันเปึนทอด ๆ ซึ่งแต่ละหน่วยงานที่ทํา หน้าที่ประเมินผลงานของหน่วยราชการนั้นไม่ได้มีความเข้าใจถึงภารกิจหน้าที่ที่แท้จริง ก็ประเมินไปตามตัวชี้วัด ซึ่งมันเปึนผลตั้งแต่ประเด็นแรกก็คือว่าหน่วยงานราชการ ไม่เข้าใจถึงหลักการในการจัดทําตัวชี้วัด รีบจัดทําเพราะว่า ก.พ.ร. สั่ง กลัวจะไม่ได้รางวัล กลัวจะประเมินแล้วตกก็กําหนดตัวชี้วัดแบบคล้าย ๆ ว่ามั่ว ๆ มา เมื่อได้รับบริษัท มาประเมินที่เปึนบริษัทที่ไม่มีความเข้าใจในภาระงานหน้าที่ก็ประเมินแบบมั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นผลการดําเนินงานของหน่วยงานราชการบางที่อาจจะสะท้อนถึงผลงาน ที่เกิดขึ้นจริง แต่ดิฉันเชื่อว่ายังมีอีกหลายหน่วยงานที่ผลการประเมินที่ ก.พ.ร. ประเมิน มานั้นตัวเลขไม่ได้สะท้อนถึงผลงาน ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ๔ ประเด็น ที่ดิฉันได้พูดมาแล้วก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการให้ช่วยพิจารณา ด้วยนะคะ ว่าอย่าเร่งที่จะนําเทคนิคใหม่ ๆ เพราะว่าข้าราชการตามไม่ทัน ขอเปึนเรื่อง ๆ ทําให้ดีเปึนอย่าง ๆ ในเรื่องของโบนัส แล้วก็ในเรื่องของการติดตามประเมินผล ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมชาย เพศประเสริฐ

พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคพลังประชาชนจากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ จากการรายงานของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการต่อ สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ กระผมเรียนว่าอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ว่าผมก็มีความชื่นชมในความพยายามของคณะกรรมการในการ ที่จะปรับปรุงระบบราชการเพื่อที่จะให้มันทันสมัย แล้วก็สนองตอบต่อพี่น้องประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล แต่ในเวลาเดียวกันผมเรียนว่าแนวความคิดของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้มีหลายเรื่องหลายประเด็นที่เสริมเติมแต่งให้ท่านเลขาธิการนั้นได้นําไปแก้ไข พิจารณาปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น ผมคิดว่าในส่วนหนึ่งท่านทําได้ดีแล้ว ถ้าหากว่า เปรียบเทียบกับอดีตที่ผ่านมาในระบบราชการไทยตั้งแต่สมัยเก่าแก่จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ มันมีเรื่องที่ให้เราศึกษาเยอะ แล้วก็ต้องเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นกับวันนี้ถ้าเปรียบเทียบ กันจริง ๆ แล้ว ณ วันนี้ดีขึ้นมาก อดีตนั้นราชการเองก็มักจะมองเปึนบุคคลอีกแบบหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนกับว่าอยู่เหนือพี่น้องประชาชนตาดํา ๆ ธรรมดามากขึ้นไปกว่านั้น แต่ ณ วันนี้ ส่วนใหญ่แล้วยังเปึนที่พึงพอใจที่ข้าราชการทั้งหลายได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของรัฐบาล ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การกํากับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ นี่คือส่วนดีที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังมีส่วนที่จะต้องปรับปรุงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตามนโยบาย ๔ ป. ที่ท่านได้แถลงเอาไว้ ในเรื่องของการประหยัด เรื่องประสิทธิภาพ เรื่องโปร่งใส ผมเรียนว่านี่คือสิ่งที่จะต้องมาพิจารณากันเล็กน้อย เสริมเติมแต่งเพื่อที่จะให้ การบริหารของข้าราชการนั้นเปึนไปตามวัตถุประสงค์ ฉะนั้นในหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวง หลาย ๆ แห่งเปึนที่น่าหนักใจพอสมควรสําหรับท่านเลขาธิการและคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ เนื่องจากว่าเรามีข้าราชการค่อนข้างเยอะ การจัดสรรงบประมาณที่ให้ เข้าไปปรับปรุงองค์กรในระบบราชการให้มีความรู้เพิ่มเติมในเรื่องการอบรมอะไร ก็สุดแล้วแต่นี่ดูเหมือนยังมีขีดจํากัดอยู่ แต่สิ่งที่จะต้องเน้นก็ในเรื่องของความรับผิดชอบ ในฐานะที่เปึนข้าราชการ ในฐานะที่เปึนข้าราชการที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน ท่ามกลางความเดือดร้อนของเงินเดือน ของรายได้ที่มี ดูแล้วไม่สมกับสภาพความเปึนอยู่ ในปัจจุบัน ดูแล้วไม่ใช่ง่าย แต่อย่างไรก็ตามนั้นผมเรียนว่าความสํานึกในความเปึน ราชการนี่มีความจําเปึนมากที่ทาง ก.พ.ร. นั้นจะต้องส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและ ความรับผิดชอบมากขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ การยิ้มแย้มแจ่มใส การให้การบริการแก่ประชาชนนี่ผมพูดพื้นฐานเหมือนกับชาวบ้าน คนหนึ่งที่อยากจะเห็นว่าวันนี้จะทําอย่างไรที่จะให้ข้าราชการที่เปึนตัวแทนของรัฐบาล ไปดูแลพี่น้องประชาชนด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสแล้วเอื้ออํานวยประโยชน์ ดูแลพี่น้อง อย่างใกล้ชิด ให้เขาสบายใจและพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็จะต้องแก้ไขในหน่วยราชการอีกหลาย ๆ หน่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ความโปร่งใส ซึ่งวันนี้ในสมัยที่ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรีได้แถลงเอาไว้ ในหนังสือ ในรายงานตรงนี้ชัดเจนว่าท่านเองก็มีความพยายามที่จะทําให้ระบบราชการ นั้นมีความเข้มแข็ง มีความทันสมัย มีความโปร่งใส แต่ในเวลาเดียวกันที่ผ่านมานั้น เปึนเรื่องที่น่าเสียดาย อาจจะต้องขออนุญาตยกตัวอย่างนิดครับท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่ท่าน ร้อยตํารวจโท เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ได้พูดเอาไว้ ผมเรียนนิดเดียวว่าสิ่งนี้เปึนกังวลมาก ๆ ซึ่งวันนี้ที่พี่น้องประชาชนจับตาดู มากว่าระบบราชการไทยนี่ มันจะมีความชัดเจนในเรื่องของความยุติธรรม ในเรื่องของ ความโปร่งใส ในเรื่องของการต่อต้านการประพฤติมิชอบหรือทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร ท่านประธานครับ ขออ้างอิงอีกสักนิดหนึ่งในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งผมเชื่อ ได้ว่าท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. เองก็ไม่สามารถที่จะล้วงลูกเข้าไปดูแลตรงนี้ได้ หรือเข้าไป แสดงอะไรที่ไปกํากับนอกจากเขียนไว้เปึนตัวหนังสือแล้วก็มาชี้แจงพวกเรา เพราะในองค์กร แต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เหมือนเมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้พูดไว้ ว่าอยากให้คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมองถึงความแตกต่างขององค์กรแต่ละ องค์กรในส่วนราชการของแต่ละส่วน เพราะฉะนั้นตรงนี้ในบางส่วนท่านเองหยิบยื่น เข้าไม่ได้ ท่านล้วงเข้าไปไม่ถึง ท่านไปกํากับดูแลไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีกของทหาร ผมเองในฐานะเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึนประชาชนคนหนึ่งก็อยากจะเห็น ความโปร่งใสชัดเจนจากการบริหารราชการแผ่นดิน การประมูล การจัดจ้าง การซื้อ สิ่งที่จะต้องไปรักษาประโยชน์ของเพื่อนข้าราชการด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ เสื้อเกราะที่ได้พูดเอาไว้นั้นน่าเปึนห่วงมาก วันนี้ไม่มีการตรวจสอบในเรื่องของการประกัน อาวุธยุทโธปกรณ์ตรงนี้แม้แต่น้อยนิด แล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ๔๓๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ ใครจะรับผิดชอบ อนุมัติไปวันที่ ๒๕ ต้องทบทวน พูดกันตรงนี้เพื่อให้เห็นชัดเจนว่า ปล่อยอย่างนี้ไปไม่ได้ ราคาจริง ๆ ท่านประธานครับ อยู่ที่ประมาณตัวละ ๒๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ วันนี้ประมูลกันที่ ๓๘,๐๐๐ บาท อย่างนี้มันจะทําอย่างไร ท่านจะหาแนวทางอย่างไร ในการที่จะเข้าไปกํากับ แล้วก็มาแก้ไขกันใหม่ ถึงแม้ว่าวันนี้จะมีวิธีในการที่จะให้ทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเองนั้นได้เข้าไปตรวจสอบและยับยั้งเอาไว้ก่อน ทําได้ แต่อยากจะเห็นว่าตรงนี้จะทําอย่างไรที่ให้เกิดมีความสํานึกรับผิดชอบว่าวันนี้ชีวิต เพื่อนข้าราชการที่ต้องต่อสู้กับโจรผู้ร้ายในชายแดนภาคใต้เขาจะต้องได้รับการปกปัองดูแล จากพวกเราทั้งหลาย ในส่วนที่เปึนระบบราชการเองจะต้องเข้าไปกํากับดูแลได้ แล้วถ้าหากว่า ปล่อยไปอยู่อย่างนี้ผมเชื่อได้ว่าอันตรายจะเกิดขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องทบทวนหมดไม่ใช่เฉพาะ หน่วยนี้เท่านั้น เปึนหน่วยทุก ๆ หน่วย ถ้าหากว่ามันต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับในเรื่องของระบบ ราชการแล้วนี่ ผมเชื่อได้ว่าคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการต้องมีโอกาสและมีอํานาจ พอที่จะเข้าไปปรับปรุงแก้ไขตรงนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพตามนโยบายที่เขียนรายงานไว้ใน สภาผู้แทนราษฎร เห็นไหมครับ วันนี้มติ ครม. ชัดเจนครับ ท่านรัฐมนตรีชูศักดิ์ ศิรินิล ท่านนั่ง อยู่ตรงนี้ เปึนมติที่เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าถ้าหากจะซื้ออะไรก็แล้วแต่ที่มันเกี่ยวข้องกับ อาวุธยุทโธปกรณ์นี่ ถ้าหากว่าผลิตในประเทศต้องเอาของที่ผลิตในประเทศก่อน วันนี้ ไปเอาที่อื่นมา ไม่มีการประกัน ยิงเข้าไปทะลุ ตํารวจ ทหารตาย ไม่มีการรับผิดชอบ ไม่มีการประกัน อย่างนี้ปล่อยไปได้อย่างไร ไม่ได้ ต้องทบทวนตรงนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมฝาก เอาไว้ นี่คือส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่เราอยากจะเห็นว่าวันนี้ระบบราชการจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ที่จะทําให้เกิดศรัทธาต่อพี่น้องประชาชน นี่คือเรื่องใหญ่ ผมเองก็เห็นเช่นเดียวก็เหมือนกับท่าน ผมก็อยากจะเห็นพี่น้องข้าราชการนั้นเปึนที่นิยม พึงพออกพอใจแก่พี่น้องประชาชน อยากจะเห็นการบริการที่ดี อยากจะเห็นความรับผิดชอบ ความสํานึกที่มีต่อพี่น้อง ประชาชนและประเทศชาติ ไม่ได้ต่างไปกว่าพี่น้องคนอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เราจะต้องช่วยกันปรับปรุงคือการที่จะต้องเอาความคิดของพวกเราที่หลากหลายตรงนี้ ฟ้ด (Feed) เข้าไป บอกเข้าไปยังท่าน เพื่อที่จะให้ท่านไปหาทางแนวทางทั้งหลายแล้วมา พูดกันใหม่ในป้หน้า แล้วเราก็จะได้ติดตามดําเนินการต่อว่าสิ่งที่เราได้แสดงความคิด ความเห็นทั้งหลายทั้งปวงท่านได้ดําเนินการไปมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ท่านประธานครับ วันนี้ข้าราชการดี ๆ ที่มีคุณภาพมีอีกเยอะ แต่ถามว่าถ้าเขาไม่ถูกใช้ คุณจะเก่งแค่ไหน ถ้าผู้บังคับบัญชาไม่ใช้มันก็เกิดไม่ได้ แสดงความรู้ความสามารถไม่ได้เฉกเช่นเดียวกันกับ พวกเราในสภาผู้แทนราษฎรฉันใดฉันนั้นเหมือนกันถ้าเขาไม่ใช้ ไม่รู้หรอกว่ามีฝ้มือ มากน้อยแค่ไหน ราชการหลาย ๆ คนท้ออกท้อใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่เปึนคนดี มีศีลธรรม มีจริยธรรม มีความรู้ ความสามารถ เพราะว่าระบบวันนี้บางส่วนยังเอื้ออํานวย ให้คนใกล้ชิด ถามว่ามันเปึนระบบเปึนสปอยล์ ซิสเต็ม (Spoil system) ทั้งหมดหรือไม่ ผมบอกว่ามันคงไม่ใช่สปอยล์ ซิสเต็ม ทั้งหมด แล้ววันนี้มีการพัฒนามาค่อนข้างดีกว่าเดิม แต่ก็ยังมีที่น่าเปึนห่วงว่าข้าราชการที่ดี ๆ มีฝ้มืออีกเยอะแยะเลย แต่ว่าเขาไม่มีโอกาส ไม่ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ประจบสอพลอไม่เปึน พูดจาเอาใจไม่เปึน ไปเยี่ยมไปหาอะไรไม่เปึน อย่างนี้เกิดไม่ได้ โตไม่ได้ อย่างนี้ไม่ได้ มันต้องให้โอกาสเขา ต้องหาทางให้เขา ว่าวันนี้ ถึงแม้ว่าเขาไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าบ่อย ๆ ไม่ต้องมาอยู่ใกล้ชิดกับฉันมากมาย แต่ผลงานออกมามีประสิทธิภาพ อย่างนี้ต้องโปรโมชั่น (Promotion) ต้องให้เขา สนับสนุน ให้เขามีตําแหน่งสูง ๆ ขึ้น นี่คือความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ในเวลาเดียวกันวันนี้ ต้องเรียนว่าหลากหลายองค์กรมีคนดีอยู่เยอะแยะ มีคนมีความสามารถอยู่มากมาย แต่ว่า ไม่ได้แสดง เพียงแต่ว่าวันนี้ถ้าเกิดไม่พึงพออกพอใจก็ลาออกจากราชการไปทํางานที่อื่น นั่นคือสิ่งที่น่าเสียดายมาก เพราะฉะนั้นวันนี้คงไม่ใช่เช้าชามเย็นชามเหมือนในอดีต ที่ผ่านมา ที่เรามักจะพูดกันอยู่เสมอว่าราชการก็เช้าชามเย็นชาม ไม่ใช่ มันดีขึ้น แต่วันนี้ เราอยากจะเห็นมันดีขึ้นกว่านี้ ดีขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ นั่นคือการให้ขวัญ ให้กําลังใจ ให้การตอบแทนต่อผู้ที่เปึนข้าราชการที่เสียสละเพื่อที่จะทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเรียนว่าวันนี้พวกเราก็อยากจะเห็นระบบราชการมีความทันสมัย ไม่ได้ต่างกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ฝากท่านประธานไปยังเลขาธิการ ก.พ.ร. ว่าเรามี ความมุ่งมั่นเหมือนท่าน อยากจะเห็นประสิทธิภาพมันเกิดขึ้นตรงนี้ ให้พี่น้องประชาชนนั้น ได้พึงพออกพอใจกับราชการ มีความพึงพอใจกับเพื่อนข้าราชการ นั่นก็คือการให้ การบริการที่ยุติธรรม รวดเร็ว แล้วก็เห็นพี่น้องประชาชนนั้นเปึนผู้ที่จะต้องดูแลช่วยเหลือ เพราะเรารับเงินเดือนมาจากพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีทั้งสิ้นเลย ผมฝากไว้ ผมเชื่อได้ว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการสามารถทําได้ แล้วเราดีขึ้นมาก แล้วต่อไปเราจะดีขึ้น เรื่อย ๆ ถ้าหากว่าท่านเองนั้นค่อย ๆ ปรับปรุงในสิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหมดได้ยื่นเสนอขึ้นไป ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมนูญกฤตครับ เชิญครับ

พลตรี มนูญกฤต รูปขจร แบบสัดส่วน 🔗

ขอโทษครับท่านสมาชิก ท่านประธาน เนื่องจากขัดข้องเทคนิค กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตรี มนูญกฤต รูปขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้าหรือว่าตั้งแต่บ่ายเราได้พูดกันเรื่อง ก.พ.ร. อันนี้คือรายงาน พัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ สําหรับการทําเอกสารชุดนี้ก็นับว่าเปึน ความพยายามที่จะให้ทางสภาได้ทราบ หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่าทาง ก.พ.ร. หรือหน่วยงานการพัฒนาระบบราชการไทย ว่าในป้ ๒๕๕๐ ได้ทําอะไรไปบ้าง ท่านประธานครับ ผมเรียนตรง ๆ ต้องขอโทษนะครับ เสียสตางค์เปล่า และเสียสตางค์เกินความจําเปึนที่ควรจะมีหนังสือหรือเอกสารฉบับนี้ ผมอยากจะเรียนว่าปรัชญาการพัฒนาข้าราชการ ข้อแรกเลยคุณต้องนึกถึงคน เปึนเครื่องมือหลักในการพัฒนา เมื่อกี้นี้มีท่านสมาชิกพิษณุโลกท่านวรงค์ได้พูดถึงหน้า ๗ ท่านประธานลองเป่ดดูหน้า ๗ นะครับ ว่าจํานวนหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ราชการท้องถิ่น ท่านประธาน ผมอยากให้ดูว่าในส่วนกลางและภูมิภาคนี่มันโตเกินไปที่ ก.พ.ร. หรือระบบนี้ ไม่สามารถจะพัฒนาได้ ผมไม่ลงรายละเอียดในเรื่องใหญ่ เพราะอันนี้เปึนปลายเหตุ เราไปพัฒนาข้าราชการในระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี หรือข้าราชการ ระดับต่าง ๆ ปลายเหตุทั้งนั้นครับท่านครับ แต่ต้นเหตุทางหน่วยงานที่ทําเรื่องนี้ไม่ได้มีเลย

ข้อแรกผมชี้ให้เห็นส่วนภูมิภาคใน ๗๕ จังหวัด ผมไม่ว่ากันนะว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเปึนอย่างไร เพราะว่าอยู่กับประชาชนมามากพอสมควร เพราะว่า เราจะพัฒนาข้าราชการนั้น ต้องเอาประชาชนเปึนเปัาหมายที่จะไปบริการเขา ให้เขาอยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดีและมีสุข ในนี้บอกว่าอยู่ดีมีสุขเลย ทั้ง ๆ ที่คนยากไร้มีตั้ง ๖ ล้านกว่าคน ท่านเข้าใจคําว่า คนยากไร้ ไหมครับ ไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีบ้านจะอยู่ ไม่มียารักษาโรค เมื่อเจ็บป์วย ไม่มีที่ศึกษา แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ถ้าท่านไปตามเรื่องที่มูลนิธิ คนยากไร้จะมีมากกว่า ๖ ล้าน ๓ แสนกว่าคน ผมจะเอาตัวเลขกลม ๆ ท่านทราบไหมครับ ป้ที่แล้ว ๒๕๕๐ รัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย ปรากฏว่ามูลนิธิคนยากไร้ ซึ่งมีดอกเตอร์ผู้หญิง ท่านหนึ่งเปึนเลขานะครับ ผมเรียนก็ได้ นามสกุลพิริยะรังสรรค์ ขอการช่วยเหลือจาก ต่างประเทศได้เงินมา ๕๐,๐๐๐ คน แล้วที่เหลือ ๖ ล้านคน รัฐบาลอยู่เฉยได้อย่างไร ก.พ.ร. อยู่เฉยได้อย่างไร ข้าราชการที่ดูแลคนยากไร้ทั้งหมด ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศได้ คิดบ้างหรือเปล่า ถ้าหากว่าเปึนลูกหลานคุณเจอคนยากไร้จะทําอย่างไร หรือเปึนแบบนั้น จะทําอย่างไร ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ก.พ.ร. หรือว่าการพัฒนาระบบราชการไทยทําผิดมหันต์ ยกเลิกกิ่งอําเภอ ท่านเข้าใจคําว่า กิ่งอําเภอไหมครับ แล้วมาดูในตารางหน้า ๗ ว่ามี ๘๗๗ อําเภอ ท่านเข้าใจความหมายของกิ่งอําเภอไหมครับ กิ่งอําเภอคือคนที่ใกล้ชิดหมู่บ้าน และประชาชนที่ยากจนและห่างไกลสามารถติดต่อได้ยากจากส่วนภูมิภาค วันนี้กิ่งอําเภอ ในหน้า ๗ นี่ครับท่านประธานดูตามก็แล้วกันครับ ไม่มี มี ๘๗๗ อําเภอ แล้วอําเภอเหล่านี้ ก็หาได้สมบูรณ์แบบที่เปึนข้าราชการที่พัฒนาแล้วไม่เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าความตั้งใจ ดีมีไหม มี แต่การสนับสนุนจากส่วนกลางและภูมิภาคโดยตรงนั้นยากมาก โดยเฉพาะ ๓๑ จังหวัดชายแดน ก.พ.ร. เข้าไม่ถึงหรอกครับ หรือว่าหน่วยพัฒนานี้เข้าไม่ถึง ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าประเทศไทยมีกี่หมู่บ้าน ข้าราชการนี้ ต้องรู้ไหม ประเทศไทยนี้มีมากกว่า ๗๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๗๖,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน เมื่อเดือน ธันวาคม ป้ ๒๕๔๙ เอาละหมู่บ้านพวกนี้ท่านไม่มีทางเข้าถึง โดยเฉพาะหมู่บ้านห่างไกล แล้วยิ่งไปหมู่บ้าน ๓ จังหวัดภาคใต้หรือว่าจังหวัดภาคใต้ยากที่จะเข้าไปพัฒนาข้าราชการ ในส่วนนี้ พวกนี้ยังยากจน คือดีกว่ายากไร้มาหน่อยบางส่วน แต่ยากจนมหาศาล ทั้งประเทศมีเกือบ ๔๐ ล้านคน และอยู่กันได้อย่างไรครับ อยู่กันตาดํา ๆ วันหนึ่งทุกข์ ทั้งหลายนี้จะเข้าถึงตัวพวกเรา โดยเฉพาะข้าราชการที่ไม่ได้นึกถึงเขา ท่านประธานครับ ท่านรู้ไหมครับประเทศไทยมีกี่ครอบครัว ถามคนที่พัฒนาข้าราชการไปบริการครอบครัว ประเทศสิครับ มี ๑๘ ล้านครอบครัวครับ เข้าถึงไหมครับวันนี้ แล้ววันนี้ถ้าหากว่า ท่านทอดทิ้งครอบครัว ครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งนี้เกินครึ่งหนึ่งของประชาชนของประเทศ ท่านอยู่ในภาคอีสาน ครอบครัวในภาคอีสานนี่ถูกทอดทิ้งโดยธรรมชาติของสังคม ประการแรกคือเรื่องงานไม่มีที่จะทํา พวกคนที่เปึนแรงงานก็อพยพเข้าที่ทํางานได้ อย่างเช่น ในส่วนภาคกลางหรือกรุงเทพมหานคร แล้วก็เหลือคนแก่ไว้เลี้ยงเด็ก ลูก หลาน ที่สามีภรรยาทําส่งไป นี่คือครอบครัวที่มีปัญหา แล้วมันก็มีปัญหาเชื่อมโยงข้าราชการ ส่วนไหนจะแก้ได้ ข้าราชการที่จะแก้ได้ใกล้ชิดมากที่สุดคือ คนที่กิ่งอําเภอครับ ๑๘ ล้านครอบครัว พวกนี้คนที่กิ่งอําเภอที่เขาอยู่ใกล้กับครอบครัวของประชาชน อีกคําถามหนึ่งผมถามท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับวันนี้วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๙.๒๐ นาฬิกา คนไทยมีจํานวนประชากรเท่าไรครับ ท่านรู้ไหมครับว่าทุกนาที คนไทยเกิด ๑ คน ทุกชั่วโมงเกิดเท่าไร วันหนึ่งเกิดเท่าไร วันนี้ตัวเลขประชากรที่แสดงโดย กรมการปกครองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถิติหรือเรียกว่าทะเบียนราษฎร ของปลอม ทั้งนั้นละครับ แล้วไม่ใช่ตัวเลขจริงที่ประชาชนมีอยู่จริง เพราะประชาชนมีอยู่จริง วันนี้รายงานเมื่อ ๓๑ ธันวาคม ป้ ๒๕๔๙ แล้วจาก ๑ มกราคม ๒๕๕๐ จนถึงวันนี้คนเกิด ไม่ต่ํากว่าเกือบ ๑ ล้านคน ท่านเอาเขาไปไว้ไหนครับ แล้วในการคิดการที่จะพัฒนา ข้าราชการไปข้างหน้าเพื่อรองรับคนพวกนี้สมมุติว่า ๓ ป้ครึ่งเข้าอนุบาล พอ ๖ ขวบ เข้าชั้นประถมศึกษา เรียนไปอีก ๑๒ ป้ ถึง ๑๘ ป้ คิดล่วงหน้ากันบ้างหรือเปล่าครับ คิดแค่นี้ ไม่พอแล้วงานละครับ ที่จะรองรับเขา วันนี้มันถึงมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ขนาดปล้นธนาคารแล้ว เดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องไปคิดถึงภาคใต้ว่าจะสงบ ไม่มีสงบหรอกครับ เพราะว่าเราไม่เข้าใจ ในสถานการณ์ที่เปึนจริง เรารับกันแต่รายงานแบบนี้ ทําวิจัยไปกี่ครั้งครับ นี่เล่มนี้ครับ หรือว่า ตั้งแต่ ก.พ.ร. แยกมาจาก ก.พ. ก.พ. ตั้งมาตั้งแต่สมัย จอมพล ถนอม จอมพล สฤษดิ์ แล้วทําข้าราชการเปึนอย่างไรครับ แล้วทําให้ประชาชนเปึนอย่างไรครับ ข้าราชการไม่ได้ บริการหรือรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ไปทําบัตรประจําตัวถามว่ามี ๕๐๐ บาทไหม ยังมีอยู่นี่ผมพูดเฉพาะเรื่องส่วนตัวกับการปกครอง แล้วเรื่องอื่นล่ะครับ เรื่องการศึกษา ผมถามว่าวันนี้มีดอกเตอร์เต็มประเทศ แต่ถามว่าคนไม่รู้หนังสือหรือรู้หนังสืออ่านออก เขียนไม่ได้ เขียนได้อ่านไม่ออกยังมีอีกเปึนสิบล้านคนครับ ตรวจสอบได้ที่ไหน ไปดูที่ กศน. หรือไปดูตามที่ต่าง ๆ ผมอยากจะเรียนตรง ๆ นะครับ ผมเปึนทหาร ไปดูตาม หน่วยทหารเวลาเกณฑ์ทหาร เราจะได้เด็กจบชั้น ป. ๖ หรือก็ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เมื่อผมรับราชการ ทหารอยู่ พวกพลทหารก็ยังเหมือนเดิมถึงวันนี้ในรอบ ๓๐ ป้ที่ผ่านมา ถ้าข้าราชการดี ไม่ว่าจะเปึนกรุงเทพมหานครหรือในภูมิภาค แหล่งสลัมหรือชุมชนต่าง ๆ วันนี้ทั่วประเทศ มีเท่าไรทราบไหมครับ เมื่อตอนป้ ๒๕๑๖ ผมอยู่ที่บางกระบือ ทั้งกรุงเทพฯ นี่มีประมาณ ๑๒๐ กว่าแห่ง มีประชากรไม่กี่แสนที่อยู่สลัมต่าง ๆ แล้วก็จะเรียกติดปากกัน เช่น สลัมคลองเตย สลัมตรงนั้น สลัมตรงนี้ หรือชุมชนเสื่อมโทรม วันนี้ท่านลองไปตรวจสอบดู เพราะความผิดพลาดของการบริหารของข้าราชการที่ไม่ใส่ใจ ท่านนั่งรถไปนี่สังเกตได้ ทั่วประเทศมี ๓,๕๐๐ กว่าแห่งครับ แล้วลองนึกภาพสิว่าชุมชนแต่ละชุมชนที่เปึนชุมชน เสื่อมโทรมนี้ เขาจะอยู่กันอย่างไร แล้วลูกเต้าเขาจะอยู่อย่างไร จะกินจะนอนอยู่อย่างไร ท่านไปดูแถวคลองเตยหรือดูตามริมคลองต่าง ๆ ในที่กรุงเทพมหานครเปึนต้น ท่านจะเห็น ชัดเจน วันนี้ในกรุงเทพฯ มีประมาณ ๑,๘๐๐ แห่งครับ สิ่งเหล่านี้เปึนผลพวงของ ข้าราชการ แล้วในป้ที่ท่านแยกมาแล้วก็มาทําวิจัยนะครับ ข้าราชการที่ได้รับการพัฒนา โดยที่ทางนักศึกษาหรือฝ์ายการศึกษาเขาดําเนินการ ท่านทําแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประชากรเท่านั้นเองครับ และท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่ามันติดใครไปด้วย ติดข้าราชการรัฐสภา ซึ่งท่านเปึนประธานอยู่นั่นเอง วันนี้ข้าราชการรัฐสภานี่ผมอยากจะถาม ท่านประธานนะครับว่า พอเลิกประชุมแล้วพวกนี้เสร็จภารกิจกี่โมง ถ้าเราเลิกดึกเท่าไร บางคนจะต้องเก็บหรือจัดการนี่ถึงหลังเที่ยงคืน แล้วถ้าเผื่อเราประชุมกันหลังเที่ยงคืน เขาต้องไม่ตี ๒ ตี ๓ แล้วลองคิดถึงเขาว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ระบบราชการ ก.ร. หรือข้าราชการฝ์ายรัฐสภานี่ครับ ผมอยากให้ท่านประธานปฏิรูปหรือทําเสียก่อน แล้วเชิญ พวก ก.พ.ร. มาดู ซึ่งผมทํามาแล้ว แล้วผมทําสําเร็จมาแล้วด้วย พวกที่นั่งอยู่นั่นอาจจะเปึน ส่วนประกอบที่ติดตามจากรัฐสภา จากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนใหญ่ แล้วก็ถึงวุฒิสภา พวกนี้ยังไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างถูกต้อง เพราะระบบของเรายังติดอยู่กับระบบของ ก.พ. เวลาจะประชุม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของ ก.ร. หรือข้าราชการรัฐสภาต้องอิง ก.พ. ต้องเอาข้อกําหนด ก.พ. มาช่วยมาดูมาแล เปึนไปได้อย่างไรครับ เราเปึนรัฐสภา เราเปึนสภาผู้แทนราษฎร เราเปึนหน่วยงานที่ก่อให้เกิดรัฐบาล ก่อให้เกิดเงินทองทั้งหลายที่เขาจะใช้ แต่ปรากฏว่า ต้องไปแบมือขอความช่วยเหลือเขา ซึ่งอันนี้เปึนอํานาจ เพราะมันมีกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับว่า ด้วยข้าราชการรัฐสภา ทั้ง ๆ ที่ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ข้าราชการต้องไปขอที่ทําเนียบ ในกฎหมายบอกว่าประธานรัฐสภามีสิทธิที่จะขอ พระราชทานได้ นี่กลายเปึนการบํารุงขวัญ แต่ว่าเปึนบํารุงขวัญซึ่งไม่เกี่ยวกับความเปึนอยู่ เปึนเรื่องของการตอบแทน แต่เรื่องความเปึนอยู่ผมถามว่าข้าราชการสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีกี่คนครับ ท่านเลขาธิการตอบให้ผมได้ไหม แล้วมีบ้านอยู่กี่หลัง ใครไม่มีบ้านอยู่ อนาคตของเขาจะจบอย่างไร นี่แหละครับเปึนเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ท่านประธานครับ ผมพูดวันนี้จริง ๆ แล้วตั้งใจจะพูดภาพรวม แต่ไม่ใช่ภาพรวมตามข้อ ๑ ของท่านทศพร ผมพูดภาพรวมทั้งเล่มซึ่งมันเปึนหลายเหตุ ใช้ไม่ได้เลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว ถ้าจะปฏิรูปข้าราชการต้องเอาแนวความคิดใหม่ แนวความคิดที่ควรจะคิดข้อแรกเลย พวกเรา ๔๘๐ ส.ส. ที่อยู่ที่นี่มาจากประชาชนทุกคน ต้องเอาเจตจํานงหรือความจําเปึน และความต้องการของประชาชนเปึนที่ตั้ง นั่นคือเจตจํานงข้อแรก ข้อที่ ๒ หลังจากได้ เจตจํานงหาเกณฑ์เฉลี่ยแล้ว อย่างที่คุณจะทําอะไรกันแล้วถามประชามติประชาชน นั่นเปึนเรื่องหนึ่ง ก็ต้องดูว่าผลประโยชน์ที่จะได้กับประชาชนและชาตินั้นคืออะไร ก็จึงเอา ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้นั้นมาเปึนตัวตั้งรองจากเจตจํานง ผมยกตัวอย่างข้อแรก คือเจตจํานง ผมถามว่าประชาชนทั้งประเทศไทยที่เปึนคนไทยคุ้นเคยหรือมีปทัสถาน มีวิถีชีวิตกินข้าวไหมครับ เช้ารับประทานข้าว กลางวันรับประทานข้าว เย็นรับประทานข้าว นี่แหละเปึนรูปแบบที่มีเจตจํานงเหมือนกัน แล้วเรื่องข้าวที่เปึนอาหารแต่ละมื้อก็จะเปึน ผลประโยชน์ของเขา ต้องนึกถึงปัจจัยพื้นฐานในเรื่องการดํารงชีพเปึนอันดับแรก เพราะฉะนั้นข้าราชการที่จะพัฒนาต้องคิดเรื่องนี้ให้เขา หลังจากนั้นจึงมากําหนด เปัาหมายว่า เปัาหมายขั้นที่ ๑ จะทําอย่างนี้นะ ขั้นที่ ๒ จะทําอย่างนี้นะ เปัาหมายอาจจะ มีหลายขั้น แต่เมื่อพอหลังจากกําหนดเปัาหมายแล้วจึงมากําหนดนโยบายเพื่อนําไปสู่ ยุทธศาสตร์ที่จะทําให้จบทางนโยบาย วันนี้ไม่ว่าที่ท่านรายงานมาแล้วไปกระทบถึงรัฐบาลด้วย เรื่องการกําหนดนโยบายเปึนเรื่องที่ผิดทั้งนั้น เว้นนโยบายที่ท่านออกมาแล้วก็มาพูด เมื่อวันที่ ๑๘–๑๙ กุมภาพันธ์นั้นประชาชนไม่ได้อะไรหรอกครับ อันนี้ผมก็จะเรียนให้ทราบว่า ภาพรวมที่ผมอยากจะเรียนนั้นก็คือ

ประการแรก นโยบายที่ทํามาในรายงานนี้ ผมคิดว่าเปึนนโยบายของ นายกรัฐมนตรี คือประหยัด โปร่งใส เปึนธรรม และประสิทธิภาพ ทําเพื่อใครครับ ไม่เห็นมี เพื่อประชาชนเลยนี่นะครับ ต่อไปก็เปึนโครงสร้างนะครับ โครงสร้างขององค์กรของท่านนี่ มันขาดนะครับ เปึนไปเพื่อตัวองค์กรของท่านและคนในองค์กรของท่านซึ่งดูในนี้ให้ดูว่า มีจํานวนคนเท่านั้น ใช้เงินเท่านี้ ผมไม่จําเปึนต้องพูดนะครับ การกระทําทั้งหลายที่ท่าน พัฒนาระบบราชการนั้น ๒๐ กระทรวง ๑๕๔ กรม ๗๕ จังหวัด ๑ กทม. หรือ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) หรือครอบครัวต้องไปทิศทางเดียวกัน ถ้าหากว่าไม่ไปทิศทาง เดียวกัน เปัาหมายเดียวกัน ประโยชน์ประชาชนไม่อันเดียวกันไม่มีทางสําเร็จหรอกครับ ทําอีก ๑๐๐ ป้ ก็ไม่สําเร็จ แล้วเราก็จะแตกแยก แล้วเราก็จะมีปัญหา แล้วโดยเฉพาะ ปัญหาที่เจอคือปัญหาของการทุจริต ท่านทราบไหมครับ การทุจริตที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องใหญ่ที่ทําลายชาติ ทําลายประชาชน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยาก จะฝากเรื่องแนวคิดเรื่องการทุจริตเอาไว้ การทุจริตนี้ผมถาม ก.พ.ร. นี่เข้าใจว่าอย่างไร ต้องใช้ระบบที่ซื่อสัตย์ นอกจากซื่อสัตย์ไม่รับของแล้วยังต้องปัองกันและไม่ยอมให้คนอื่น ท่านรู้ไหมครับ คดีที่ ป.ป.ช. วันนี้ยังมีคงค้างอยู่ ๕,๖๔๙ เรื่อง นี่เฉพาะ ป.ป.ช. นะครับ แล้วก็เฉพาะระดับสูง แต่ส่วน อบต. และ อบจ. ทั้ง ๖,๐๐๐ กว่าแห่ง มี อตบ. นี่ ๗,๒๒๗ ราย เทศบาล ๓,๖๙๕ ราย อบจ. ๖๓๙ ราย เฉพาะในกรุงเทพมหานครอย่างเดียว ๓๒๘ เรื่อง ไม่รู้ว่าเรื่องของใครบ้างละ ๕๕๐ ราย อันนี้เปึนเรื่องที่อยากจะฝากการทุจริต แล้วกระทรวง ต่าง ๆ ที่ทุจริตมากที่สุดคือตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านประธานครับ การทุจริตพวกนี้ มันเกิดจากอะไร เกิดจากไม่มีหรือว่าหัวหน้าหน่วยงานขาดระบบคุณธรรม ขาดระบบ คุณธรรมที่ไม่สามารถหาคนที่ทํางานตามหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นข้อแรกเลยคือเรื่อง การทุจริตคน คุณแต่งตั้งคนไม่ถูกต้องไม่เหมาะกับงาน นี่แหละคือการทุจริตคนแล้ว แล้วเรื่องนี้เปึนมาไม่ใช่เฉพาะตรงยุคที่เรากําลังพูดอยู่ตรงนี้นะครับ เปึนมาไม่ต่ํากว่า ๔๐ ป้แล้วครับ หรือถ้าเริ่มนับ

๑. และโดยไม่ระวังตัวก็ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ การทุจริตคน เกิดขึ้น

๒. ทุจริตเงิน ทั้งเงินงบประมาณและนอกงบประมาณ

๓. ทุจริตทรัพยากรหรือสิ่งอุปกรณ์ที่อยู่ในโครงสร้างการจัดที่หน่วยงานนั้น ๆ

๔. ทุจริตเวลา เวลาในการปฏิบัติหน้าที่บางทีทุจริตโดยตัวเองไม่รู้ตัว

ผมยกตัวอย่างบางกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ดี อธิบดีก็ดีไปเปึนผู้นําหรือ ไปเปึนผู้อํานวยการ หรือไปเปึนประธานรัฐวิสาหกิจ ท่านทราบไหมครับ แต่ตอนนี้จะถึง หรือเปล่าไม่ทราบ เคยมีบางกระทรวงเปึนถึง ๕๐ แห่ง แต่เบาที่สุดนี่ประมาณ ๖ แห่ง อย่างนี้คุณเอาเวลาที่ไหนไปทํางาน แล้วเอาเปรียบไหม เพราะฉะนั้นการทุจริตเหล่านี้ สุดท้ายคือการทุจริตเรื่องประสิทธิภาพ ถ้าคุณใจไม่ได้ให้แก่งาน ไม่จดจ่อ ไม่มีใจรัก พากเพียรธรรม นําจิตฝักใฝ์ ปัญญาก็ไม่มีทางได้สอบสวน หรือสืบสวนในทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียน ซึ่งถ้าหากว่ารบกวนเวลา ท่านประธานมาก ผมก็จะขอเสนอแนะสัก ๔–๕ ประการ แต่ก่อนเสนอแนะผม อยากเรียน อย่างนี้ครับ นโยบายรัฐบาลที่แถลงเมื่อวันที่ ๑๘–๑๙ นั้นพูดมาคําหนึ่งเรื่องความยุติธรรม แล้วเสริมสร้างความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งพัฒนากฎหมายและระบบงาน ยุติธรรม สอดคล้องกับพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรม พัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําที่ไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ เพราะความไม่เข้าใจ เหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิด สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ภาคใต้ไม่ได้เปึนสถานการณ์เดิม เปึนสถานการณ์ที่ผสมผสาน แต่ถ้าเปึนภาษาทหาร ท่านรองประธานคนที่สองคงจะเข้าใจ เขาเรียกว่า สงครามอสมมาตร เพราะฉะนั้น สงครามอสมมาตร ท่านจะพัฒนาข้าราชการใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดอย่างไรถึงจะเข้าใจ เรื่องนี้ แล้วประชาชนจะอยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดี แล้วมีสุขแล้วสงบ การแก้ปัญหาสงคราม อสมมาตรนี้แก้ยากครับ แต่มีวิธีแก้แบบผสมผสานครั้งหนึ่งซึ่งมันเกือบจะเปึนสงคราม อสมมาตรแล้ว ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอธิบายความนิดหนึ่งเพื่อที่จะได้ประโยชน์ ต่อคนทั้งชาติ สงครามอสมมาตรนี้เปึนสงครามระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกองโจร แต่กองโจร นี้มีความด้อยในกําลังที่จะต่อสู้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นกองโจรจะทําทุกวิถีทางให้เกิด ความหวาดกลัว ให้เกิดการสูญเสีย หรือให้เกิดการทําลายนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้แล้ว อสมมาตรที่ผมว่านี้เกิดที่ใดก็ได้เกิดที่นี่ก็ได้ แล้วผมเรียนท่านเลยนะ เกิดทางเอกสารก็ได้ อย่างเมื่อกี้ว่ามีใบปลิวอยู่ในห้องน้ํา นี่ก็เปึนลักษณะหนึ่งของอสมมาตรหรือสงคราม ซึ่งเปึนตัวอย่าง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะเรียนว่าในขณะนี้เราไม่มีทางที่จะทําได้ แต่สามารถลดสถานการณ์ได้ไหม ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ เพราะท่านประธาน ก็อยู่ไซต์ (Site) รัฐบาล ผมขอเล่าอะไร นิดหนึ่งสั้น ๆ ผมไม่ได้เปึนผู้กระทําเอง แต่ผมอยู่ เบื้องหลัง และผมคิดเรื่อย คิดตามเรื่อย เพราะผมชอบคิด ในป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๓ ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลตรี สนั่นเอาผมเปึนที่ปรึกษา มีอธิบดีกรมตํารวจ และเปลี่ยนเปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ชื่อ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้ แต่ว่าวงมันยังไม่ขยาย มีข้อมูลข่าวสารอะไรก็เข้าแก้ ตรงนั้น คนที่เก่งข้อมูลข่าวสารก็อยู่ในสภานี้ ถ้าผมจะขออนุญาตพูด แล้วอาจจะผิด มารยาทบ้าง คนหนึ่งคือ ท่านถาวร เสนเนียม เพราะฉะนั้นฝ์ายรัฐบาลขอให้ใช้โดยรวม วิธีทําอย่างไรครับ ตอนนั้นมันเหลือไม่กี่คนแล้ว เหลือสะมะแอ ท่าน้ํา เหลือดาโต๊ะ ท่าน้ํา แล้วก็เหลือฝ์ายการเมืองอีก ๒ คนเปึนที่ปรึกษา แล้วพวกนี้ทําอย่างไรครับ เขายอมที่จะมาขึ้นศาล ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เปึนรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยผมเปึนที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง คนที่ทําแทนท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก คือ พลตํารวจโท สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ เปึนอะไรครับ เปึนผู้บัญชาการสันติบาลครับ ตอนนั้นรัฐบาลชุดนั้นใช้สันติบาลและใช้งานการต่างประเทศ ต้องใช้ทุกรูปแบบ งานนี้ ไม่ใช่งานประเทศไทยกับคนที่เกิดเหตุ งานนี้เปึนงานของโลกาภิวัตน์นะครับ แล้วก็ไม่ใช่ ความผิดของใครทั้งนั้น อย่าไปโทษคนนั้นคนนี้ มันเปึนเรื่องที่มีเขาเรียกว่า อุดมการณ์ ทับซ้อน โจรก็มี ไม่ใช่โจรก็มี ค้าของเถื่อนก็มี หรือว่าอุดมการณ์ก็มี เพราะฉะนั้นถ้าท่าน ไม่สามารถจัดหาฝ์ายข่าวท้องถิ่น ฝ์ายข่าวที่อยู่ในพื้นที่หรือฝ์ายข่าวสายลับสองหน้า ฝ์ายข่าวที่อยู่กับเขาจนตัวตายหรือฝ์ายข่าวที่ทํางานเสร็จแล้วกลับมาอย่างปลอดภัย ถ้ารัฐบาลหาอย่างนี้ไม่ได้ ท่านแก้ยังไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าอยากหาได้ ที่ทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ปรึกษา ด้านที่ปรึกษานั้นถูกแล้วครับ แต่ว่าคนที่รู้จริงยังมีอีก ผมที่พูดนี้เพราะผมเห็นในนโยบาย ข้อ ๘ ของรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ท่านอ่าน โดยเฉพาะ ข้อ ๘.๒.๔ ผมจึงเสนอแนะ ส่วน ก.พ. หรือ ก.พ.ร. ผมขอเสนอแนะ ๔ ข้อครับ ง่าย ๆ

ข้อแรก ต้องให้ความเปึนธรรมหรือมีหลักคุณธรรม ๔ ประการ คือ หลักความรู้ ความสามารถ ความรู้ ความสามารถของผมตัวนี้ไม่ใช่รู้เพียงว่าอ่านออก เขียนได้ เข้าใจอะไรเปึนอะไร ไม่ใช่ต้องรู้ด้วยปัญญา รู้จริง รู้แจ้ง แล้วแสดงเหตุและผลได้ ซึ่งภาษาพระเรียกว่า ปัญญา แต่ขอโทษภาษาอังกฤษเรียกว่า วิสดอม (Wisdom) แต่ไม่ใช่ วิสดอม ๑๐๕ ถ้าได้ตรงนี้แล้วท่านก็จะได้บรรจุคนถูกกับงาน

ข้อที่ ๒ หลักความเสมอภาคในโอกาส ถ้าข้าราชการมีความเสมอภาค ในโอกาสแล้วเขาก็จะสมัครใจเข้ารับราชการด้วยความเต็มใจและอยากทํางาน ต้องให้เขา เกิดความอยากทํางานครับ ก็คือให้เขามีใจรัก มีความพากเพียร มีจิตใจจดจ่อ ฝักใฝ์ แล้วก็ใช้ปัญญา เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าตอบแทนด้วย เพราะวันนี้ภาคเอกชน หรือผมจะมาบอกง่าย ๆ ว่าข้าราชการในกระทรวงหนึ่ง ๆ ที่จบจาก มหาวิทยาลัยมา เอาละ เข้ามาปริญญาตรีเปึน ซี ๓ เงินเดือนเท่าไรครับ ถ้าไปอยู่กรมที่ดิน และไปวัดที่ดินรังวัดหน่อย เขาจะเอาไปทําธุรกิจ เรียกเขาแล้วครับ ๕,๐๐๐ บาท ถึงจะไป วัดให้ เด็กพวกนี้ถ้าหากว่าผู้ใหญ่กว่าไม่ทํา เด็กพวกนี้ไม่กล้าทํา เพราะว่าบางคนที่เปึน รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเขียนใส่ฝ์ามือ ซึ่งผมเจอด้วยตัวเองนะครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ คุณจะปฏิรูปหรือคุณจะแก้ไข คุณจะพัฒนาข้าราชการอย่างไร แล้วถ้าไม่กําจัดสิ่งเหล่านี้ ไม่มีทาง โดยเฉพาะค่าตอบแทน และธรรมชาติของคนไทยสุรุ่ยสุร่ายฟุ์มเฟ๋อย ใช้เงิน เกินตัว เพราะฉะนั้นอยู่อย่างลําบากนะครับ

ข้อเสนอแนะของผมต่อไปก็คือ หลักความมั่นคงในอาชีพ หน้าที่ที่บรรจุไป คุณต้องดึงดูดรักษาเขาให้อยู่ จูงใจเขาให้เปึน และพัฒนาเขาให้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้ามีเวลาผมก็จะพูด แต่ตอนนี้มันเยอะแล้ว

หลักข้อที่ ๔ คือหลักความเปึนกลางทางการเมือง ความเปึนกลางทาง การเมืองนี่คนเข้าใจผิด ทุกคนข้าราชการมีสิทธิที่จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครก็ได้ แต่เขาเปึนกลาง เขาไม่มีอคติ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจึงสอดคล้องกันกับความเปึนกลาง ทางการเมืองที่ปราศจากอคติ เพราะฉะนั้นความเปึนประชาธิปไตยที่ใน ก.พ.ร. เล่มนี้บอก สนับสนุนหรือว่าจะพัฒนา ยังเข้าไม่ถึงขององค์หรือปัจจัยที่จะพัฒนาให้ข้าราชการเปึน นักประชาธิปไตย

ข้อแรก นักประชาธิปไตยจากข้าราชการคือต้องมีบุคลิกภาพครับ บุคลิกภาพในการเปึนประชาธิปไตยนั้นจะทําอะไรต้องปรึกษาหารือกันก่อน แล้วไม่ใช้ ความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยวิธีสันติ แล้วหาข้อยุติด้วยเสียงข้างมากโดยคํานึงถึงเสียงข้างน้อย

ข้อที่ ๒ พฤติกรรมเปึนประชาธิปไตย เมื่อแพ้ ชนะ เราไม่รู้แล้วว่ากติกา จะการเลือกตั้งก็ดี หรือจะโหวตลงมติก็ดี หรือจะทําอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ก็ต้องจบกัน แล้วก็มาร่วมหัวกันทํางาน ท่านเห็นไหมครับ ในอเมริกาเมื่อ ๔ ป้ ที่แล้ว บุช จูเนียร์ (Bush junior) เกือบแพ้อัล กอร์ (Al Gore) โดยเสียงประชาชนแพ้ อัล กอร์ ไปแล้ว แต่เสียงเลือกตั้งก้ํากึ่งกัน ก็มีข้อมูลทางหนังสือพิมพ์ว่ามีการไม่ตรงไปตรงมา ผมไม่อยากจะพูดแรงกว่านี้ อัล กอร์ยังยอมเลยครับ เอาทหารจากตะวันออกกลางส่งบัตร ลงคะแนนเพิ่มเติม อันนี้ผมขอให้เปึนสิทธิเพื่อเปึนตัวอย่างว่าระบอบประชาธิปไตย แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ

ข้อที่ ๓ ความเปึนประชาธิปไตยคือกฎเกณฑ์ กติกา จะต้องเปึนธรรม ทุกฝ์าย แล้วต้องวิ่งเต้นไม่ได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องไม่ยอมให้ใครวิ่งเต้น การยอมให้ใครวิ่งเต้น คณะกรรมการการเลือกตั้งทุจริตต่อประเทศชาติ แล้วทําลายชาติ ชนิดผมคิดว่าสิ้นชาติได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ากฎเกณฑ์ กติกามันบอกมาอย่างไรก็ทําไป ตามนั้น แล้วก็เคารพกติกา

สุดท้ายของสุดท้าย ผมจบแล้วครับ เราจะสร้างชาติแปลงเมืองและพัฒนา ข้าราชการ วันนี้ข้าราชการแตกความสามัคคีไหม แตกครับ เพราะฉะนั้นข้อแรกเลย ต้องไม่ให้ ข้าราชการเบียดเบียนประชาชนเปึนอันขาด

ข้อที่ ๒ ต้องไม่ให้ข้าราชการเอารัดเอาเปรียบประชาชนเปึนอันขาด

ข้อที่ ๓ ต้องไม่ให้ข้าราชการมีอคติลําเอียง ลําเอียงเพราะรัก ลําเอียง เพราะชัง ลําเอียงเพราะกลัว ลําเอียงเพราะเขลาหรือโง่

ข้อต่อไปข้าราชการต้องร่วมทุกข์และร่วมสุขกับประชาชนตลอดเวลา และโดยเฉพาะร่วมทุกข์เลิกไม่ได้แต่ร่วมสุขคุณอาจจะทิ้งได้

ข้อสุดท้ายครับ ข้าราชการต้องมีสัจจะ ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ถ้ารับปาก ในการที่จะแก้ปัญหาในวิถีชีวิตที่เขาจําเปึนจะต้องทํา ต้องทําถึงแม้ตัวจะเปึนไรก็ต้องเปึน เพราะฉะนั้นสัจจะ ซื่อสัตย์ สุจริตต่อประชาชนเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้าคุณโกหกแม้แต่คําเดียว อย่าหวังเลยว่าคุณจะไม่ทําชั่ว ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ มีรายชื่อที่แสดงความจํานงที่จะอภิปรายนะครับที่ท่านรองอภิวันท์ ได้ประกาศชื่อไว้ยังเหลืออีกหลายท่าน แล้วยังมีผู้แสดงเจตจํานงที่จะอภิปรายเพิ่มก็อีก หลายท่าน เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาผมจะดําเนินการตามที่ท่านรองอภิวันท์ ได้ประกาศชื่อไปก่อนนะครับ แล้วถ้าเปึนไปได้ขอความกรุณากระชับนะครับ กระชับได้ให้ ช่วยกระชับด้วยนะครับ ท่านปวีณครับ ท่านวิชัย สามิตร เชิญเลยครับ

นายวิชัย สามิตร หนองบัวลําภู 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม วิชัย สามิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู เขต ๑ เพราะหนองบัวลําภู มีเขตเดียว ก่อนอื่นก็ต้องขอเปึนกําลังใจให้ทางคณะกรรมการ ก.พ.ร. ตามบทบาทหน้าที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) ป้ ๒๕๔๕ มาตรา ๗๑/๑๐ (๓) ที่กําหนดให้ท่านต้องจัดทํารายงานเพื่อรายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้ว่าหลายท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะ ให้แนวทางแนะนํา ตลอดจนให้ข้อคิดเห็น อาจจะเปึนกําลังใจบ้าง อาจจะเปึนข้อติติงบ้าง ผมเองเปึนส่วนหนึ่ง ที่ได้ร่วมนั่งรับฟังจากทุกท่านที่ได้อภิปรายให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อที่จะนําไปสู่การพัฒนาระบบราชการ โดยเฉพาะส่วนตัวกระผมแล้วในฐานะ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้มีโอกาสสัมผัสทั้งภาคราชการ แล้วก็พี่น้องประชาชน ถือว่าการทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนตัวเชื่อมทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งปัญหา ข้อขัดแย้งในภาคราชการ และปัญหาข้อขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงของพี่น้องประชาชน และผมในฐานะที่เปึนตัวแทนก็ได้นําเสนอถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อนําไปสู่การแก้ไข บุคคลที่จะนําแนวทาง ข้อกฎหมาย ระเบียบ ตลอดจนการพัฒนา ทุกรูปแบบนําไปสู่การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนคือข้าราชการประจําทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะสิ่งที่ผมจะขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ในส่วนของราชการส่วนภูมิภาคแล้วก็ส่วนท้องถิ่นบ้าง จากประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๑ ป้เศษที่ผ่านมาในสภาวะที่บ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ทําไมผม ถึงบอกว่าบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ เพราะในช่วงอดีตป้เศษที่ผ่านมา รัฐบาลอยู่ภายใต้ภาวะเผด็จการหรือรัฐบาลที่มาจาก การปฏิวัติ ปัญหาความเดือดร้อนทั้งหลายทั้งมวลของพี่น้องประชาชนไม่มีที่ระบาย ไม่มี ที่จะเสนอ ไม่มีที่จะบอกกล่าว แต่ในขณะเดียวกันพอผมมาอ่านถึงรายงานที่ท่านได้เสนอ โดยเฉพาะเกณฑ์วัดถึงความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการ ตลอดระยะเวลาป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาสูงถึง ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ นั่นคือ ความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการจากการประเมินของพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันผมก็มาดูโดยเฉพาะในข้อที่ ๓ หลักการทํางาน การยึดแนวทาง โดยเฉพาะภายใต้ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ซึ่งมีผลกระทบเปึนอย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดหนองบัวลําภูของผมเอง แต่ผมก็ไม่ได้บอกว่าใครเปึนคนดําเนินการ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบ แต่สิ่งที่ได้เกิดขึ้น ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดหนองบัวลําภูของผมไม่ได้ตรงกับแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาคราชการ ตลอดระยะเวลาป้เศษที่ผ่านมา ทําไมผมถึงบอกอย่างนั้น ถ้าหากว่าท่านมาดูที่หน้า ๒๒ ตารางกระจายโครงการงบประมาณแยกตามแผนงาน ท่านจะเห็นว่าในส่วนที่ ๑ เศรษฐกิจพอเพียง ๒๙,๕๕๙ โครงการ ถือว่าเปึนจํานวนโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พอเพียงก็ถือว่าเปึนเรื่องดีสูงมาก ใช้งบประมาณไปสูงถึง ๑,๙๔๐ กว่าล้านบาท

และในส่วนที่ ๒ การพัฒนาโอกาส การสร้างโอกาส ๑๗,๐๐๐ กว่าโครงการ การฟุ๋นฟูความอุดมสมบูรณ์ ๔,๕๐๐ กว่าโครงการ สงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสน้อยมาก ๑,๗๐๐ กว่าโครงการ ใช้เงินเพียง ๑๒๐ ล้านบาท ส่วนบริการขั้นพื้นฐานมีทั้งหมด ๑๐,๓๑๖ โครงการ ใช้เงิน ๙๓๓ ล้านบาท ผมจะชี้ให้ท่านเห็นถึงความแตกต่าง อยากจะ ให้ท่านมองถึงการประเมินที่ผ่านมาการใช้เกณฑ์ในการประเมินผลถึงความพึงพอใจว่า ท่านเอามาจากไหน เกณฑ์ในการประเมินความพึงพอใจ โดยเฉพาะจังหวัดหนองบัวลําภู ของผมค่อนข้างเปึนจังหวัดยากจน ถ้าพูดถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งจังหวัดสภาพ ย่ําแย่ลําบากมาก แต่ในขณะเดียวกันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลอดระยะเวลาป้เศษ ที่ผ่านมาไม่มีเลย ถนนไม่ว่าจะเปึนถนนลาดยางที่อยู่ในส่วนการดูแลของทางหลวงชนบท หรือในส่วนที่ถ่ายโอนไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่มีซ่อมแม้แต่เส้นเดียว ถนนทุกเส้นเรียกว่าชาวบ้านที่ใช้รถยนต์ในการสัญจรไปมาทุกคนบ่นหมด ทุกคนลําบากหมด จะเดินทางระยะเวลาประมาณ ๑๕-๒๐ กิโลเมตร จะต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทาง ร่วมชั่วโมง แล้วในขณะเดียวกันนอกจากไม่มีการซ่อมหรือดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย ทั้งมวลที่เปึนปัจจัยพื้นฐานแล้ว โครงสร้างพื้นฐานด้านอื่น ๆ ก็เช่นกัน แต่ในขณะเดียวกัน หนองบัวลําภูผมกลับไปเน้นในเรื่อง ที่จริงผมก็เห็นด้วยไม่ใช่ไม่เห็นด้วย ในเรื่องเศรษฐกิจ พอเพียง แต่คําว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในความหมายที่ผมน่าจะเข้าใจได้ มันน่าจะ หมายถึงว่าส่งเสริมให้เขาอยู่ได้ แล้วก็ต้องพัฒนานําไปสู่ความยั่งยืน นั่นคือปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง แต่ในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลําภูของผมทั้งจังหวัดมีอยู่หลัก ๆ ๓-๔ โครงการ ขอให้ท่านทางคณะ ก.พ.ร. ได้ตรวจสอบว่ามีผลต่อความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดผมอย่างไรบ้าง

โครงการที่ ๑ ก็คือปุิยชีวภาพทุกหมู่บ้านไม่ต้องทําโครงการ ถึงเวลาขนปุิย ชีวภาพไปให้ทุกหมู่บ้าน ชาวบ้านเขาถามว่าโครงการปุิยชีวภาพหมู่บ้านเขาไม่ได้มี ความต้องการ แล้วในการประชุมประชาคมเขาก็ไม่ได้เสนอ แต่ทําไมถึงมี นี่คือปัญหาใหญ่ แล้วโดยเฉพาะหมู่บ้านของผมเอง หมู่บ้านของผมนี่แยกเปึน ๓ หมู่บ้าน ได้รับปุิยชีวภาพ ทั้ง ๓ หมู่บ้าน ผมถามว่าก็พวกท่านทั้งหลายมีประชาคม มีมติ เขาบอกขอดูรายชื่อที่แนบประกอบ ประชาคม ไม่ใช่ชื่อราษฎรในหมู่บ้านผมแม้แต่คนเดียวแต่โครงการมาอย่างไร นี่คือ มันตรงข้ามกับเศรษฐกิจพอเพียง มันตรงข้ามกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ และในขณะเดียวกันอยู่เฉย ๆ ก็ได้รับถุงเขาเรียกว่า ถุงเห็ดนางโลม ไม่ทราบว่า ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. รู้จักถุงเห็ดนางโลมไหม คือเห็ดนางโลมนี่เขาจะเอามาแจก ทุกครอบครัว ครอบครัวละ ๕๐ ถุง ใครอยากได้ ไม่อยากได้ ไม่มีที่เก็บก็ช่างใส่เข้าไป ทุกครอบครัว เขาก็จะเอาไปเก็บไว้ในห้องน้ํา รอประมาณ ๑๐ กว่าวันเห็ดนางโลม มันก็ จะออก พอออกก็จะเก็บได้ประมาณ ๒ ครั้ง ก็จะเปึนอย่างนี้ทุกครัวเรือน นี่คือปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในความหมายของ ก.พ.ร. กับในความหมายของผมกับชาวบ้านมันรู้สึก จะขัดแย้งกันอยู่ แล้วนอกจากจะเปึนเห็ดนางโลมแล้ว โครงการที่ ๓ ก็คือปลาดุก แจกลูกปลาดุกทุกครัวเรือนแล้วก็ถุงพลาสติก นี่คือความสําเร็จของโครงการเศรษฐกิจ พอเพียง แล้วไปถามทั้งหมดเลยเดี๋ยวนี้การพัฒนาโครงการนี้แล้วก็ผลต่อเนื่อง ถุงพลาสติกก็หายหมดแล้ว ถุงเห็ดนางโลมก็ไม่มีแล้ว แล้วกําลังจะเริ่มลงไปใหม่อีกแล้ว ก็เลยอยากจะฝากประเด็นนี้ที่ท่านรายงานเข้ามา ความพึงพอใจจากการปฏิบัติงาน ของข้าราชการและความพึงพอใจ โดยเฉพาะนโยบายอยู่ดีมีสุขอะไรนี่ เพราะว่า มันจะสวนกับข้อเท็จจริงก็เลยอยากเรียนถามท่านว่าท่านไปประเมินจากใคร เพราะถ้าหาก ประเมินจริงจากราษฎรเต็มขั้นผมว่าร้อยละ ๙๐ ไม่ได้เลยนะครับ ก็อยากฝากประเด็นนี้ และเพื่อประหยัดเวลาก็ขออนุญาตเพิ่มเติมเพื่อที่จะฝากให้คณะ ก.พ.ร. ที่มีความมุ่งมั่น แล้วก็ตั้งใจที่จะพัฒนาระบบราชการไทยให้เปึนที่พึ่งหวังของพี่น้องประชาชน และให้ถือว่า เปึนประเทศที่ได้รับการพัฒนา ประเทศเราจะได้รับการพัฒนามากน้อยเท่าไร อย่างไร หลักสําคัญก็คือข้าราชการประจําของเรานี่แหละ สิ่งที่อยากจะฝากให้คณะ ก.พ.ร. ได้ไป กําหนดเกณฑ์ ผมไปไหนตลอดระยะเวลาในการเปึนผู้แทนราษฎรถือว่า ๕ ป้ ๒ สมัย สมัยนี้ที่ ๓ ถือว่าเปึนครั้งแรกที่อยากจะฝากท่าน จังหวัดแต่ละจังหวัดจะมีงบบรรเทา สาธารณภัยอยู่จังหวัดละ ๕๐ ล้านบาท ถ้าหากมีปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่ในจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถที่จะดําเนินการนํางบประมาณส่วนนี้ในการแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วน ผมไม่บอกว่าหนองบัวลําภูผม แต่ผมเข้าใจว่าหลาย ๆ จังหวัดทั่วทั้งประเทศ พอฝนครึ้ม ยังไม่ตกนะครับ งบบรรเทาสาธารณภัยหาคนประมูลแล้ว จัดการแล้ว พอฝนตกลงมาจริง หางบไม่มีแล้วครับเพราะมันหมด นี่คือข้อเท็จจริงอยากให้ตรวจสอบ เรื่องนี้ อยากจะให้เอาจริงเอาจัง เพราะความคาดหวังการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง ไม่มีใครอยากเอ่ยชื่อหรืออยากเอ่ยถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะกลัวท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดจะมีปัญหาแล้วกลัวตัวเองจะสอบตก แต่ผมขออนุญาตที่จะพูดในวันนี้ เพราะอึดอัดมานาน แล้วชาวบ้านก็ถามผมตลอดอย่างฤดูฝนตกที่ผ่านมา ถนนที่ได้รับ อนุมัติงบประมาณเส้นละแสนกว่าบาท ๘๐,๐๐๐ บาท สองแสนบาท ในการซ่อมบํารุง ไม่มีลูกรังสักเส้นเลย บางสาย บางเส้นดีหน่อยก็ใช้รถเกรดไปเกรดตบแต่ง บางสายที่ น่าเกลียดมาก ขออนุญาตใช้คําว่า น่าเกลียด คือดูไม่ได้เลย ใช้รถไถนาไปดัน ๆ ก็เบิกสตางค์นี่คือสภาพข้อเท็จจริง อยากจะให้เลขาธิการ ก.พ.ร. ได้หาเกณฑ์ชี้วัด เกณฑ์ในการประเมินเพื่อที่งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ โดยเฉพาะสังคมได้ตราหน้าว่า ฝ์ายการเมือง นักการเมืองคอร์รัปชันโกงชาติบ้านเมือง ผมในฐานะเปึนนักการเมือง ได้ยินคําพูดอย่างนี้ได้ยินเมื่อไรแล้วผมท้อใจ เพราะจริง ๆ แล้วพวกผมในฐานะเปึน ฝ์ายการเมือง เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ติติง ได้กําชับ แต่ก็ไม่มีอํานาจในการที่จะไปควบคุมเอาถูกเอาผิด หรือไปกําหนดมาตรการทั้งหลายทั้งปวง ที่จะให้การทํางานทุกเรื่องได้ดีขึ้น ท่านในฐานะรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ก็มั่นใจว่าวันนี้ ประโยชน์ทั้งหลายที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้นําเสนอปัญหา ท่านจะได้นําไปสู่การแก้ไข ก็ขอ ถือโอกาสนี้ได้ให้ข้อสังเกตแต่เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอท่านพิเชษฐ และตามด้วยท่านสมชัยนะครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมจะใช้เวลาไม่นาน แล้วก็ขอพูดเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องตามเอกสารรายงาน ในบทที่ ๓ ข้อ ๓.๑.๑ คือการขับเคลื่อนด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการปัองกัน การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ และในช่วงไม่กี่ป้ที่ผ่านมา เรื่องธรรมาภิบาล เรื่องจริยธรรม เรื่องคุณธรรมเปึนกระแสที่ เรียกร้องจากสังคมอย่างรุนแรง จนแม้กระทั่งในสภาเราเมื่อไม่กี่วันที่แล้วเราก็ยังต้องตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ในส่วนฝ์ายการเมืองที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติเราก็กําลังจะมีประมวล จริยธรรม แต่ในขณะเดียวกันในฝ์ายข้าราชการการเมืองก็จําเปึนต้องมีในฝ์ายข้าราชการ ประจําหรือข้าราชการพลเรือนก็จําเปึนจะต้องมีเช่นเดียวกัน การประสานเชื่อมต่อระหว่าง ๓ ยุทธศาสตร์นี้เปึนสิ่งที่จําเปึน คงจะไม่ใช่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งจะสามารถจะกระทําได้ ก.พ.ร. เปึนหน่วยงานที่ตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ท่านเลขาธิการกับผมก็เคยพบกันมาในห้อง งบประมาณเกือบทุกป้ เราได้แลกเปลี่ยนความคิดความเห็นในสิ่งเหล่านี้ แต่ทําไม เรื่องจริยธรรม เรื่องคุณธรรมและธรรมาภิบาลเพิ่งจะมาเปึนวาระยุทธศาสตร์สําคัญ ของท่านเอาเมื่อป้ ๒๕๕๐ แล้ว ทําไมรัฐบาลในป้ที่ผ่านมาของท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จึงได้ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติ และประกาศที่จะต้องขับเคลื่อนเรื่องจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการปัองกันการทุจริตทันทีทันใดอย่างรุนแรง จนประกาศเปึนนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ข้าราชการมีอุดมการณ์ที่จะทํางานสนองพระเดชพระคุณ คําว่า สนองพระเดชพระคุณ ก็คือสมกับความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทําไมมันเกิดเปึนกระแสรุมเร้าที่เราจะต้องคิดถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาอย่างรุนแรงในป้ ๒ ป้นี้เอง ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ในรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ที่ผ่านมา ผมก็นั่งฟังแถลงนโยบาย ถึงไม่ใช่ อยู่ในสภาในห้องนี้ก็นั่งฟังอยู่ด้านนอก มีการพูดถึงการบริหารจัดการที่ดีที่จะต้องเปึน วาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วนที่สุด คือการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ มีการ พูดถึงคําว่า โลกาภิวัตน์ มีการพูดถึงคําว่า ธรรมาภิบาล สังคมตระหนักดีว่าในท่ามกลาง โลกาภิวัตน์ที่รุนแรงเชี่ยวกรากในขณะนี้เราขาดธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งควบคู่กํากับกงล้อ แห่งโลกาภิวัตน์ที่หมุนไป ทั้งปราศจากธรรมาภิบาลที่ดี เรามองบางอย่างว่าลางหายนะ บางอย่างจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและบ้านเมือง มันจะเกิดหลาย ๆ เรื่องในบ้านเมือง ที่เราไม่ค่อยสบายใจนัก ผมเรียนว่าการที่จะปฏิบัติให้ล่วงลุสู่ยุทธศาสตร์เหล่านี้มันคง ไม่ใช่คัมภีร์ คงไม่ใช่ไปออกระเบียบ ออกข้อบังคับ ออกอะไรออกมา หรือไปประชุมสัมมนาอย่างเดียว แล้วจะล่วงบรรลุผล แต่มันคือพฤติกรรมในภาคปฏิบัติต่างหาก วันนี้ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้กรุณานั่งอยู่ด้วย แล้วก็ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ก็ได้กรุณา นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยทั้ง ๒ ท่าน ทั้ง ๒ ฝ์ายล้วนแล้วแต่มีความสําคัญในการที่จะประสาน เชื่อมต่อ ระเบียบที่เกี่ยวกับข้าราชการการเมืองคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเกี่ยวกับระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี และระเบียบที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนก็คงจะหนีไม่พ้นที่เกี่ยวกับ ข้อบังคับของข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ผมเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ความคิดที่จะต้องจัดการ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการคิดและมีการกระทํามาตลอด เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน ๑ ตระหนักถึงความสําคัญว่า ในโลกาภิวัตน์ที่จะเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ถ้าปราศจากข้อบังคับที่ดีงามให้กับ ข้าราชการพลเรือน ก.พ. แล้วเรากลัวจะมีปัญหา เรากลัวจะมีปัญหาหมักหมม จึงได้มี ประกาศข้อบังคับ ก.พ. โดยอาศัยอํานาจนายกรัฐมนตรี ๑๖ ข้อ และได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๗ ข้อบังคับ ก.พ. ดังกล่าวนี้ได้หยิบยก ของเก่า และท่านนายกรัฐมนตรีแก้ทุกวรรคทุกตอนด้วยลายมือของตัวเองปรับ ให้มันสมบูรณ์ที่สุด มีข้อบังคับจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน เปึนจรรยาบรรณ ต่อตนเองในข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ เปึนจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติต่อหน่วยงานในข้อ ๔ ถึงข้อ ๗ เปึนจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในข้อ ๘ ถึงข้อ ๑๒ และเปึนจรรยาบรรณต่อประชาชนตั้งแต่ข้อ ๑๓ ถึงข้อ ๑๖ หลายเรื่อง ในจรรยาบรรณเหล่านี้คือสิ่งที่ประทานโทษ ท่านมนูญกฤต รูปขจร ได้พูดไปแล้ว ไม่ใช่ของใหม่เลย เราได้ตระหนักถึงแนวนี้ แต่ทําไมจากป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ปัญหามันน้อย วันนี้เรื่องราวทุกอย่างทําไม มันมาลุกลามรุนแรงจนรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ต้องประกาศเปึนยุทธศาสตร์จนท่านต้อง ประชุมระดมข้าราชการถึง ๕๐๐ คน ที่หอประชุมมัฆวานรังสรรค์ อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ ผมว่าส่วนหนึ่งไม่ต้องมากหรอกครับ ท่านเลขาธิการกรุณาไปดูข้อบังคับ ก.พ. ทั้งหลาย และเอื้ออํานวยจะต้องทําอะไรบ้างให้บุคลากรข้าราชการพลเรือนเหล่านี้เข้าสู่ข้อบังคับ ข้อบังคับเรื่องทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ขณะนั้นมีระเบียบแม้กระทั่งว่ารับของขวัญเกิน ๓,๐๐๐ บาทยังไม่ได้เลย ทําไมมันปล่อยหละหลวมไปช่วงไหนจนเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ขึ้นมามากมาย ในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ท่านกรุณา ไปดูระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของ ข้าราชการการเมือง รัฐมนตรีทุกคนเปึนข้าราชการการเมืองครับ ที่ปรึกษา เลขานุการ และมีข้าราชการการเมืองอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีมากแค่ไหน เมื่อไม่กี่วันที่แล้วท่านได้ มีการให้สัมภาษณ์จับความได้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหาเรื่องคุณธรรม ที่มีปัญหา เปึนเรื่องของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไม่เกี่ยวกับท่าน แต่ท่านเปึนผู้ดูแลระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้กรุณาแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อเตรียมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้าปัองกันไว้ ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือระเบียบมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พุทธศักราช ๒๕๔๓ ในระเบียบดังกล่าวนี้ในหมวด ๑ ว่าด้วยคุณธรรม จริยธรรมของ ข้าราชการการเมืองตั้งแต่ข้อ ๕ ถึงข้อ ๒๗ ครอบคลุมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ก็สิ่งที่ท่านเลขาธิการได้นําเสนอในแผนงาน ในหมวด ๒ ว่าด้วยการควบคุมให้เปึนไปตาม คุณธรรมและจริยธรรมก็ได้กําหนดไว้หมดแล้ว รวมทั้งข้อ ๒๘ และข้อ ๒๙ ในทางปฏิบัติ ต่อไปโดยตนเอง ผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา สุดท้ายคือประชาชนจะต้อง ได้รับธรรมาภิบาลจากข้าราชการการเมืองและข้าราชการพลเรือนทั้งหลาย ที่ผมบอกว่า ๒ หน่วยงานนี้ต้องประสานเชื่อมต่อ ถ้าท่านอธิบดีจะมีธรรมาภิบาล มีระบบคุณธรรมต่อ ผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่ ซี ๙ จนถึง ซี ๒ ซี ๓ ไป ไม่ว่าในการแต่งตั้ง โยกย้ายทั้งหลาย จะปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ได้ แต่จะทําได้อย่างไรถ้าฝ์ายการเมืองบีบบังคับมาละครับ ถ้าอธิบดี ไม่สนองตอบ ไม่เอื้ออํานวยให้เปึนประโยชน์และสุดท้ายนี่ฝ์ายการเมืองใช้อํานาจกับ ฝ์ายข้าราชการพลเรือนละครับ ข้าราชการพลเรือนจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร ผมถึงบอกว่า สิ่งเหล่านี้ในสภานิติบัญญัติเราก็กําลังประมวลระบบจริยธรรมของเราไว้แล้ว เรารู้ว่า เราพึงทําอะไร เราไม่ควรทําอะไร ขณะเดียวกันทางสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีต้องดูด้วย มันมีอยู่แล้วคัมภีร์ที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มันมีอยู่แล้ว มันมีปัญหาในทางปฏิบัติด้วยพฤติกรรมต่างหากหรอกครับ ในขณะเดียวกันส่วนที่เปึน ข้าราชการพลเรือนทั้งหมดผมคิดว่าท่านเลขาธิการต้องเข้มแข็ง เพื่อนข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทุกหมู่เหล่าวันนี้ต้องเข้มแข็ง ข้อสําคัญที่สุดคือยุทธศาสตร์ที่ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ประกาศไว้ว่า วาระแห่งชาติที่ท่านต้องทํางานสนองพระเดชพระคุณ สนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ ผมพูดคํานี้ เพราะในนี้เขียนไว้ว่า ในยุทธศาสตร์จากการสัมมนาดังกล่าวนี้มีการเขียนไว้ในหนังสือ รายงานนี้ว่าจะต้องสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่ข้าราชการ เรามีความภาคภูมิใจส่วนหนึ่งนอกจากเบี้ยหวัด บํานาญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะได้ แล้วข้าราชการส่วนใหญ่มักจะอ้างเกียรติภูมิของตนเองว่าตนคือข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการตํารวจพูดว่าหน้าหมวกของตนคือตราแผ่นดิน บนบ่าของตนคือมหาพิชัยมงกุฎ ข้าราชการพลเรือนส่วนใหญ่อ้างอิงถึงตราครุฑ ครุฑพ่าห์ แม้กระทั่งในหัวกระดาษในคําสั่งทุกอย่าง ท่านเลขาธิการครับ ท่านอย่าไปเขียนคัมภีร์ อะไรให้มากไปกว่านี้เลยครับของเก่ามันมีอยู่ แต่ทําอย่างไรที่จะปลูกสํานึกคนเหล่านี้ ให้คํานึงถึงความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ ประกาศอุดมการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่วันหนึ่งการเมืองตบโต๊ะมา การเมืองสั่งการมาท่านก็ เพี้ยนไปหมด มันจึงมีระบบวิ่งเต้นตั้งแต่ซี ๕ ซี ๖ ซี ๗ ก็วิ่งซี ๑๐ และระบบคุณธรรมมันก็ สูญหายไปจากการวิ่งเต้นเหล่านั้น แต่ซี ๑๐ ซี ๑๑ จะยืนหยัดอยู่ได้ต่อเมื่อฝ์ายข้าราชการ การเมืองท่านต้องยึดมั่นในคัมภีร์ของท่านด้วยว่าท่านจะไม่ใช้อํานาจกับข้าราชการทั่วไป โดยปราศจากคุณธรรมเหล่านี้ มันไม่ใช่ตัวหนังสือหรอกครับมันคือพฤติกรรม ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านมาจากเคยเปึนอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่มี นักศึกษามากที่สุด ผมเชื่อว่าจิตสํานึกลึก ๆ ของท่านยังผูกพันกับนักศึกษารามคําแหง หลายแสนคนทั่วประเทศ วันนี้นักศึกษารามคําแหงมองกันว่าอดีตอธิการบดีของเขาคนหนึ่ง เมื่อมานั่งอยู่ฝ์ายการเมืองเคยนึกถึงสิ่งที่พร่ําสอนเขาหรือเปล่า เคยกล้ารับผิดชอบหรือเปล่า ยึดมั่นคง กล้าหาญแค่ไหน เพราะฉะนั้นท่านไม่ใช่บอกว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมี ถ้าไม่ชอบมาพากล ไม่ชอบธรรม ไม่เกี่ยวกับท่าน เพราะท่านเปึนเพียงรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี มันเปึนเรื่องของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่ท่านเปึนผู้ปฏิบัติตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อควบคุมข้าราชการการเมืองเหล่านี้นะครับ ผมดีใจสิ่งที่ ผมได้พูดต่อหน้าทั้ง ๒ ท่านที่นั่งกันอยู่ ฝ์ายสภาท่านประธานสภารับผิดชอบพวกเรา เรากําลังประมวลจริยธรรมของข้าราชการ ฝ์ายนิติบัญญัติทั้งหมดในสภานี้ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกลับไปดูข้อบังคับ ก.พ. ที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้เขียนไว้วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๗ และถ้าท่านจะกรุณาให้ข้าราชการการเมืองทั้งหลายเก็บเอา ๒๐-๓๐ กว่าข้อนี่ติดตรงหัวนอนและบนโต๊ะทํางาน คิดถึงมันเมื่อเวลาเราทํางาน ในขณะเดียวกันท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ครับ ประมวลจริยธรรม ระเบียบข้อบังคับ ก.พ. และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเหล่านี้ ข้อบังคับ ก.พ. ท่านให้ความสําคัญในทางปฏิบัติครับ ผมไม่เชื่อคัมภีร์ที่ไหนหรอกครับ ผมติดใจในพฤติกรรมมนุษย์ ผมหวาดระแวง ในพฤติกรรมมนุษย์ ที่เมื่อตะกี้มีในสภานี้พูดถึงว่าคุณธรรมในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เมื่อป้ ๒๕๔๓ มีปัญหาหรือไม่ ผมอยู่ที่กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้ผมดูแลงานบริหารบุคคล ผมแต่งตั้งอธิบดีไปมากกว่า ๑๐ คน ไม่เคย มีปัญหา ไม่เคยมีข้อครหาเลยจนบัดนี้เกือบ ๑๐ ป้แล้ว จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายบ้างที่ กระทรวงมหาดไทย ท่าน พลตรี สนั่นเปึนรัฐมนตรีอยู่พักหนึ่งกับท่านบัญญัติ มีครับ แต่งตั้งโยกย้ายตามวาระ ตามวาระครับ ไม่ใช่แถลงนโยบายในสภาเสร็จวันที่ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๔ ๒๖ ๒๙ ออกระเบียบออกคําสั่งมาโยกย้ายข้าราชการระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ เยอะแยะไปหมด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้มันจะอยู่ได้ ประเทศชาติอยู่ได้ ต่อเมื่อข้าราชการคํานึงถึงความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามปณิธานที่ท่านยึดมั่นและที่ท่านภาคภูมิใจ ผมขอเพียงแค่เรื่องเดียวครับท่านประธานครับ เพราะคิดว่าตรงนี้คือหัวใจสําคัญที่สุดของการที่จะปฏิรูประบบราชการ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมชัยครับ

นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผม สมชัย เจริญชัยฤทธิ์ พรรคประชาราช บัดนี้ผมเห็นว่าเวลาล่วงเลยมา ๒ ทุ่มกว่าแล้วครับ ทั้งฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้านก็ให้ข้อคิดเห็นท่านรัฐมนตรีหรือเลขาธิการ ก.พ.ร. นะครับ ได้แง่คิดตั้งเยอะแยะแล้วครับ เวลาอันพอสมควรผมขออนุญาตป่ดการอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านใดเห็นเปึนอื่นไหมครับ

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านอิสสระ สมชัย

นายอิสสระ สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตอนท่านประธานได้ลงมาทําหน้าที่ประธาน ท่านได้ ประกาศต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่ามีผู้แสดงความจํานงที่จะอภิปรายเกี่ยวกับรายงานของ ก.พ.ร. แล้วก็ท่านบอกว่าจะพยายามให้อภิปรายได้ครบทุกคน เพราะทุกคนมีปัญหาแต่ละ พื้นที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขอความกรุณาท่านประธานครับ ขอให้เป่ด อภิปรายต่อ ผมขอเสนอให้เป่ดการอภิปรายต่อ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ในเมื่อมีคนเสนอให้ป่ดการอภิปรายนะครับ แล้วมีคนเห็นแย้ง ผมก็คง ดําเนินการเปึนอื่นไม่ได้นอกจากขอมติครับ ท่านมีอะไรครับ ประท้วงหรือเปล่าครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ไม่ใช่ครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก ผมอยากจะหารือกับท่านผู้เสนอญัตติครับว่า ถ้าเผื่อเสนอ ป่ดอภิปรายแล้วนี่พวกกระผมที่ตั้งคําถามถามท่านเลขาธิการไว้ทั้งวันเลยครับ ท่านยังไม่มี โอกาสตอบสภาให้กระจ่างแจ้งเลย จะเปึนไปได้ไหมครับว่าช่วยกันอนุโลมหน่อยว่าท่านเลขาธิการยังไม่ตอบปัญหาหรือ ความกระจ่างแจ้งพวกเราเลย แล้วถ้าเผื่อป่ดอภิปราย แม้กระทั่งเพื่อนผู้ชี้แจงก็พูดไม่ได้ แล้วเราจะประชุมไปทําไมทั้งวัน แล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย ผมอยากจะหารือครับ เพราะว่าทุกคนก็เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ว่าอยากจะให้จบเปึนเรื่อง ๆ ไป อย่าให้ค้างคา ผมก็ขอวิงวอนนะครับว่าเปึนประโยชน์ต่อการทํางานของรัฐบาลเปึนอย่างมาก ถ้าเผื่อ ขอความกรุณาว่าท่านรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นี่จะขอพรรคท่านเอง ถ้าเผื่อให้พวกผมอภิปราย สัก ๓–๔ ท่าน แล้วก็ให้โอกาสท่านเลขาธิการตอบก็จะเปึนประโยชน์ต่อประชาชนนะครับ แล้วก็สถาบันนี้ก็ทํางานอะลุ่มอล่วยกันมาทั้งวันแล้ว ขอความกรุณาถ้าเปึนไปได้ครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ อย่างนี้ครับท่านสมาชิก ถึงมีการป่ดอภิปรายแล้วท่านรัฐมนตรีกับ ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ก็ยังสามารถที่จะตอบคําถามชี้แจงได้นะครับ ไม่น่าจะมีปัญหา ผมคงต้องขอมติครับ คงดําเนินการอื่นไม่ได้นะครับ

(นายนคร มาฉิม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ประท้วง ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อันที่จริงแล้วไม่เคย คิดที่จะประท้วงท่านประธาน แต่วันนี้ต้องขออนุญาตใช้สิทธิประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อ ๘ ของข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่ก่อนก็คือ ท่าน ดอกเตอร์อภิวันท์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ระบุชื่อผู้ที่แสดงความจํานงแล้วก็

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านครับ คงไม่เข้าข่าย ไม่มีใครผิดข้อบังคับนะครับ นั่งเถอะครับ ประธานในที่ประชุม คงดําเนินการอื่นใดไม่ได้ ถ้ามีคนเสนอให้มีการป่ดอภิปรายและมีคนมีความเห็นต่าง ก็ต้องขอมติเท่านั้นละครับ ผมขออนุญาตขอมติเลยครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญสมาชิกข้างนอกด้วยนะครับ ผมขออนุญาตขอมติจากที่ประชุม เห็นควรด้วยที่ จะให้มีการป่ดอภิปรายหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

เห็นด้วยที่จะมีการป่ดอภิปรายหรือไม่ครับ ป่ดการลงคะแนนครับ ผู้เข้าประชุม ๒๐๗ เห็นด้วย ๑๓๒ ไม่เห็นด้วย ๗๒ งดออกเสียง ๐ ไม่ลงคะแนน ๓ ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ป่ด การอภิปราย

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ที่สั่ง ปฏิบัติการสํานักงาน ก.พ.ร. ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ขอกราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจต่อกิจการทั้งหลายของ สํานักงาน ก.พ.ร. เท่าที่ผมได้จดไว้นี่ก็มีผู้ร่วมอภิปรายทั้งหมดถึง ๑๙ ท่านด้วยกัน ก็ใช้เวลาพอสมควรนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะถือว่าส่วนทั้งหลายที่ท่านได้กรุณาอภิปราย ไปนั้นจะเปึนส่วนประกอบสําคัญในการที่เราจะนําไปปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่าสําหรับรายงานผลการพัฒนาระบบ ราชการประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นจัดทําขึ้นโดยแผนยุทธศาสตร์ของการพัฒนาระบบ ราชการ ซึ่งกําหนดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ สิ้นสุดเอาป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นรายงานผล การพัฒนาระบบราชการประจําป้ ๒๕๕๐ ก็นับได้ว่าเปึนรายงานประจําป้ เปึนป้สุดท้ายของแผน ที่กําหนดขึ้น เพราะฉะนั้นตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นไป สํานักงาน ก.พ.ร. ก็มีหน้าที่จะต้องทํา แผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบราชการขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในวันศุกร์ที่ผ่านมากระผม ก็ได้ขออนุญาตไปให้นโยบาย โดยส่วนหนึ่งก็มาจากนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อีกส่วนหนึ่ง ก็ได้อ่านแผนอ่านรายงานแล้วเห็นว่าบางเรื่องอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก็เสนอแนะ ต่อสํานักงาน ก.พ.ร. ไว้ ซึ่งปัจจุบันนี้แผนดังกล่าวก็อยู่ในระหว่างการจัดทําอย่างรีบเร่ง ซึ่งสามารถจะสําเร็จได้ในเร็วนี้ สําหรับแผนที่ผ่านมานั้นเปัาประสงค์สําคัญก็คือจะมีอยู่ ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการให้บริการต่อพี่น้อง ประชาชน

ประการที่ ๒ ก็คือการปรับบทบาทภารกิจของส่วนราชการให้มีขนาด เหมาะสมขึ้น

ประการที่ ๓ คือยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางาน และ

ประการสุดท้าย คือตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย เพียงแต่ว่าในตอนท้ายของแผนก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ว่าก็มีความผันผวนทางการเมืองอยู่พอสมควรดังเปึนที่ทราบกันอยู่ เรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องของนโยบายบางเรื่องของรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงนํามาใส่ไว้ในรายงานประจําป้นี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าโดยสรุปแล้วรายงาน ที่ท่านได้กรุณาอ่านไปนั้นก็จะมีอยู่โดยรวม ก็คือแผนเดิมที่ได้กระทําไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนถึงป้ ๒๕๕๐ แล้วก็จะมีแผนเพิ่มเติมขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างกะทันหัน ในคราวที่ผ่านมา กระผมขออนุญาตที่จะเรียนตอบข้อซักถามบางประการของ เพื่อนสมาชิกในหลายประเด็น สําหรับสิ่งที่ผมจะตอบต่อไปนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า ส่วนหนึ่งก็คือว่าจะตอบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว รายงานชุดนี้นี่ว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยทางตรงอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งสิ้น เพราะว่าเปึนเรื่องผลพวงจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามแผนนั้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เปึนต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลในชุดที่แล้วป้ ๒๕๕๐ ท่านทั้งหลายก็ทราบดีว่า เปึนรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และท้ายที่สุดก็บรรจุแผนหรือโครงการบางเรื่อง เข้ามาในแผนนี้จึงปรากฏในรายงาน เรื่องที่สําคัญนี่ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้อาวุโสซึ่งเพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็ด้วยความเคารพนะครับ ขอกราบเรียน ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ความจริงก็เคารพนับถือกันเปึนการส่วนตัวอยู่ ท่านได้หยิบยก คําให้สัมภาษณ์ของกระผมที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนมาพูดในการอภิปรายเมื่อสักครู่ที่ ผ่านมา ผมอยากจะเรียนว่านอกจากจะนึกถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหง ในฐานะ ที่เปึนอดีตอธิการบดี ผมยังคงนึกถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งประสิทธ์ประสาทวิชาการให้กับผม และสอน ให้ผมรู้จักรักประชาชน คําสัมภาษณ์ที่กระผมให้สัมภาษณ์ไปก็สืบเนื่องมาจากเมื่อมี การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการบางตําแหน่ง ผู้สื่อข่าวก็มาถามว่าในฐานะอาจารย์เปึน รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี อาจารย์จะมีความเห็นอย่างไรว่าการแต่งตั้งนั้น เปึนอย่างไรจะมีทางแก้ไขอย่างไรหรือไม่ ผมก็กราบเรียนตรงไปตรงมาว่าผมไม่ใช่รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงที่มีอํานาจแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งผมก็คิดว่าคําตอบของผมคงไม่ผิด เพราะผม ก็บอกสื่อมวลชนไปว่าผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครจะแต่งตั้งโยกย้ายอะไร แล้วที่ผมสดับ ตรับฟังดูก็ล้วนแต่มีเหตุมีผลด้วยกันทั้งสิ้น เขาก็ถามต่อไปว่าและถ้าเกิดจะมีการฟัองร้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองก็ดี ต่อศาลอาญาก็ดี ข้าราชการจะทําอย่างไร เขาคง คิดว่าผมเปึนนักกฎหมาย เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้าน กฎหมาย ผมก็ตอบว่าผมก็คงไม่สามารถจะไปเปึนทนายแก้ต่างให้ได้ เพราะผมไม่ใช่ผู้มี อํานาจแต่งตั้งโยกย้าย คําตอบก็มีเพียงเท่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าจะเอาคําพูดของผมเพียงที่ให้สัมภาษณ์ไปด้วยเหตุด้วยผลเช่นนั้น มาบอกว่ารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) ไม่ได้ดูแลระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าน่าจะเปึนความเข้าใจ ที่ไม่ตรงกัน ผมเข้าใจดีนะครับว่าระเบียบทั้งหลายที่ท่านได้ร่างไว้ จะเปึนสมัยท่านอดีต นายกรัฐมนตรี จะเปึนสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งก็สุดแต่ ล้วนแล้วแต่มี เจตนาและมีความสําคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินทั้งสิ้น และในฐานะรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลอยู่ก็ดูอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนประโยชน์และสามารถจะมาปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงแก้ไขอย่างใดหรือไม่ สิ่งที่กระผม ไม่เห็นด้วยกับท่านผู้อภิปราย ก็อยากกราบเรียนดูประหนึ่งว่าท่านจะอภิปรายว่า กฎ ระเบียบ ข้อบังคับทั้งหลายอาจจะไม่มีความจําเปึนต้องแก้ไขหรอก แต่ข้อสําคัญก็คือ ว่ามันอยู่ที่พฤติกรรมของบุคคล พูดง่าย ๆ ก็อยู่ที่พฤติกรรมการบริหารของแต่ละบุคคล ผมอาจจะเห็นต่างกับท่านนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่า ผมคิดว่ากรอบ ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับทั้งหลายนั้นเปึนสิ่งจําเปึนสําหรับสังคมไทย พฤติกรรมของบุคคล ถ้าไม่มีกรอบ กฎ กติกา มารยาท ระเบียบทั้งหลายกําหนดไว้ให้รัดกุมให้รอบคอบ และพัฒนายิ่งขึ้น ๆ แล้ว ผมคิดว่าพฤติกรรมของบุคคลนั้นอาจจะไร้ซึ่งการควบคุม กํากับ และจะเปึนเหตุบานปลายที่ทําให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่เปึนไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถึงตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อน สมาชิกว่ามีผู้อภิปรายในประเด็นของการบริหารบ้านเมืองที่ดี ประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นเรื่องคุณธรรม ประเด็นเรื่องจริยธรรมต่าง ๆ มากมายหลายท่านด้วยกัน ผมยกตัวอย่าง อาทิ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านประกอบ ท่านอภิชาต รวมทั้งท่านผุสดี แม้กระทั่งท่านพิเชษฐซึ่งกรุณากล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนริศได้กรุณา กล่าวว่า ซักถามว่าดูเหมือน ก.พ.ร. นี่จะยังไม่เข้าไปกระตุ้นเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง ให้ปลอดจากการเมือง เปึนไปอย่างมีคุณธรรม ก็กราบเรียนว่าเท่าที่ไปติดตามดูแล้วก็ พูดคุยกับ ก.พ.ร. นี่ ก.พ.ร. ก็กําลังทํามาตรฐานทางจริยธรรมอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าเร็ว ๆ นี้ก็จะ เสร็จสิ้น ก็คือเปึนมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมือง จะทําร่วมกับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่านทั้งหลายทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารงานบุคคลจะเปึนไปอย่างมี จริยธรรม เพราะเปึนไปตามวรรคสี่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผม ขออนุญาตที่จะกล่าวว่า กําหนดว่าในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรองหรือแต่งตั้งบุคคลใด เข้าสู่ตําแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อํานาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนและการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเปึนไปตามระบบคุณธรรมและ คํานึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย อันนี้ก็เปึนบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่พวกเราทั้งหลายต้องให้ความเคารพและคิดว่า ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนั้นผมก็ถือว่าเปึนสิ่งที่ดีที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ผลักดันกฎหมาย ความจริงก็เปึนต้นร่างอยู่หลายครั้งหลายหนเท่าที่ผมมีประสบการณ์อยู่ แต่มาสําเร็จ ในรัฐบาลชุดที่แล้ว กล่าวคือว่าเรามีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๕๐ กําหนดให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ชื่อโดยย่อว่า กธจ. ซึ่งมีผู้แทนประชาสังคมทั้งหลาย มีผู้แทนทางองค์กรท้องถิ่น มีผู้แทนทางภาคธุรกิจ เอกชนจะเข้ามาเปึนกรรมการชุดนี้ และหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวงก็จะกําหนดโดยระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระผมก็คิดว่าจะติดตามเรื่องนี้เปึนกรณีพิเศษ นอกจากนั้นก็เปึน ที่ทราบว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็พูดกันมากเมื่อสักครู่นี้ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ที่เรียกว่า กพค. กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าสําหรับคณะกรรมการชุดนี้เนื่องจาก พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งบัญญัติให้มี กพค. เพื่อทําหน้าที่พิทักษ์ระบบคุณธรรม วินิจฉัย เรื่องราวร้องทุกข์ข้าราชการ ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าให้จัดตั้ง กพค. ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับตั้งแต่วันประกาศใช้ ซึ่งจะครบกําหนดในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะติดตามเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยต่อไป ก็แน่นอนขณะนี้แม้จะมีกฎหมาย บังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากระยะเวลาที่กําหนดไว้ หมายความว่าองค์กรนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น ที่อยากจะกราบเรียน สําหรับ กพค. นี้ก็เปึนเรื่องที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้กรุณา อภิปรายไว้ด้วย ผมขอถืออนุญาตตอบต่อไปเลยนะครับ อันนี้ส่วนที่ ๑ นะครับ

ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับ ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของนโยบายที่สําคัญก็คือว่านโยบาย ๔ ป. นี้ รัฐบาลชุดนี้ จะยังคงดําเนินการต่อไปหรือไม่ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ๔ ป. ก็คือเรื่องของโปร่งใส เปึนธรรม ประหยัด ประสิทธิภาพ จะคงดําเนินการต่อไปอย่างไรหรือไม่ ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนว่าคํารับรองการปฏิบัติราชการที่ผู้บริหารจะต้องกําหนดเปึนตัวชี้วัดนั้นจะต้อง ประกอบด้วยการประเมิน ๔ มิติด้วยกัน

๑. ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ

๒. ก็คือเรื่องของคุณภาพ

๓. ก็คือเรื่องของประสิทธิผล และ

เรื่องที่ ๔ ก็คือการพัฒนาองค์กร

๔ ป. นั้นก็เรียนว่าสํานักงาน สปร. นี้ได้ถูกจัดเปึนตัวชี้วัดย่อยอยู่ในมิติต่าง ๆ ใน ๔ มิติที่ผมกราบเรียนมา รัฐบาลที่ผ่านมาได้หยิบยกมาเปึนประเด็นเรื่องของ ๔ ป. นี้ ก็เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจของเพื่อนข้าราชการทั้งหลายในการนําไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ๔ ป. จึงเปึนตัวชี้วัดที่อยู่ในระบบการประเมินการปฏิบัติงานของส่วนราชการอยู่แล้ว สําหรับ ในส่วนนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันนี้ ข้อ ๘ ก็แถลงไว้ชัดเจนว่าจะเน้นย้ํานโยบาย ต่อเนื่องกันไปในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็กราบเรียน ท่านประธานว่ากระผมนั้นได้รับผิดชอบเปึนผู้ดําเนินการจัดทําแผนบริหารราชการแผ่นดิน ในส่วนที่ ๘ ในเรื่องของการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี แล้วก็ได้นําคําอภิปรายทั้งหลาย ข้อสังเกตต่าง ๆ นี้ก็ได้ไปพูดกันถึงในการจัดทําแผนนโยบายที่ผ่านมา สําหรับนโยบาย การบริหารราชการแผ่นดิน ในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้น ปัจจุบันนี้กําลังดําเนินการอยู่ อย่างขะมักเขม้นเพื่อให้แล้วเสร็จ และจะครอบคลุมที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายไว้ด้วย ก็ขออนุญาตเรียนว่าท่านกรุณาถามว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองจะสามารถเปึน ประธานกรรมการในองค์กรมหาชนที่ท่านได้กรุณาอภิปรายไป ก็ขออนุญาตตอบเปึน ๒ ส่วนนะครับ

ส่วนแรกก็คือ ท่านได้ถามว่าค่าตอบแทนประธาน ค่าตอบแทนกรรมการ ดูจะสูงเหลือเกิน ผมเองก็ได้รู้สึกว่าจะมีการอภิปรายเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ประมาณป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ผมไม่ได้รับผิดชอบดูแลสํานักงานพวกนี้ องค์การมหาชนพวกนี้ แต่ก็จะรับ ข้อสังเกตนั้นไปบอกผู้กํากับดูแลโดยตรง ซึ่งเข้าใจว่าก็จะเปึนรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ถามว่าเปึนได้หรือไม่ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนนะครับท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๐ (๖) บอกว่า คุณสมบัติต้องห้ามสําหรับผู้จะเปึนประธานกรรมการก็คือ ห้ามกรรมการหรือ ผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองดํารงตําแหน่งดังกล่าว ก็แปลว่ากฎหมายเขาห้ามไว้ เปึนไม่ได้นะครับ

ถัดไปขออนุญาตที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิกที่เคารพก็คือท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งท่านได้อภิปรายไว้ในหลายประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านได้อภิปรายว่า ก.พ.ร. ไม่ช่วยสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีกรอบการทํางานอยู่แค่ราชการหรือกระทรวง ทบวง กรมในส่วนกลาง เท่านั้น

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ภายใต้ การปฏิรูประบบราชการนั้นยังไม่เหมาะสม ท่านก็ยกตัวอย่างหลายกระทรวง และคิดว่า เสนอแนะว่าควรจะมีการพัฒนาหรือปฏิรูปกันต่อไป ไม่ควรหยุดอยู่แค่นี้ ข้อ ๓ ก็คือว่า ท่านบอกว่า ๒ ข้อนะครับ ประทานโทษ ผมก็จดไว้โดยสรุปนะครับ

ก็ขออนุญาตเรียนว่าสําหรับเรื่องที่ ๑ นั้น ได้รับรายงานว่า ก.พ.ร. นั้น ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ได้ผลักดันให้ อบท. ทั้งหลายนําพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงไปใช้ใน อบท. แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐

ประการที่ ๒ อยากจะตอบว่าในโอกาสต่อไป สํานักงาน ก.พ.ร. คงจะได้ วางระบบความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เพราะเรื่องนี้เปึน ปัญหาถึงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๘ (๒) เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้จัดลําดับความสําคัญ ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบราชการของภาครัฐ สํานักงาน ก.พ.ร. ก็ได้ศึกษาทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และผมก็เห็นด้วยกับท่านชํานิว่า ก็ควรจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ควรจะต้องมีการปรับหรือปฏิรูป หรือว่าคิดถึงเรื่องกระทรวง ทบวง กรม ที่ได้มีการแบ่งส่วนจัดระบบกันไปแล้วนะครับ

ท่านวรศุลีนะครับ ได้กรุณาบอกว่าขอให้ดูแลข้าราชการกลุ่มน้อย เรื่องค่าครองชีพ อันนี้ก็กราบเรียนโดยสรุปว่าเปึนนโยบายของรัฐบาลในข้อ ๘.๑.๔ ที่บอกว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถ ดํารงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี และเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการให้เหมาะสมกับ การทํางานและสถานการณ์ค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งปรับปรุงสวัสดิภาพ การทํางาน ภาระหนี้สิน เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความสมดุลระหว่าง การทํางาน อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่อยากกราบเรียนนะครับ

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ ยังมีประเด็นเรื่องของการสื่อสารข้อมูล ของส่วนราชการโดยผ่านทางเว็บไซต์ของส่วนราชการ ควรให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริง ควรให้ความสําคัญกับการเป่ดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างจริงจัง การเป่ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การมีความชัดเจนเปึนรูปธรรม สําหรับ ๓ ประเด็น นี้ก็เรียนว่าสํานักงาน ก.พ.ร. ได้กําหนดเปึนส่วนหนึ่งของการประเมินผลในมิติที่ ๒ ก็คือมิติว่าด้วยคุณภาพการให้บริการของทุกส่วนราชการและจังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็กราบเรียนว่ารัฐบาลก็ให้ความสําคัญกับเรื่องดังกล่าวและถือเปึนนโยบายสําคัญ และผมถือว่าเปึนเรื่องที่ดีที่จะรับข้อสังเกตของท่านอภิชาตไปเพื่อจะไปดําเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องต่อไป อันนี้ก็เปึนส่วนที่กระผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในบางส่วนที่ขอความกรุณาท่านประธานเพื่อจะหยิบยกมาตอบเพื่อนสมาชิก แต่ว่า ยังมีประเด็นรายละเอียดบางส่วนที่เปึนเรื่องของการปฏิบัติในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาและในอดีต ซึ่งเปึนรายละเอียดทางเทคนิคหรือเปึนเรื่อง ของการปฏิบัติ กระผมขอประทานอนุญาตท่านประธานที่จะขออนุญาตให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ช่วยกรุณาตอบเพื่อนสมาชิกได้ทราบครับ สําหรับกระผมขอกราบขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ครับ

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะครับ กระผม ทศพร ศิริสัมพันธ์เลขาธิการ ก.พ.ร. ในฐานะผู้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ นะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ในหลาย ๆ ประเด็นนั้นท่านรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็น สําคัญ ๆ ที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาแล้วนะครับ ผมขออนุญาต ก่อนอื่นขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เปึนประโยชน์ต่อการพัฒนา ระบบราชการ ผมเองในฐานะที่เปึนฝ์ายประจําที่ทําในเรื่องนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในเรื่องของรายงาน ในชั้นแรกที่ได้เตรียมมาได้เตรียมรายงานฉบับนี้ค่อนข้างหนามาก ผมเองก็อยากที่จะใส่ข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ โดยละเอียดทั้งหมดแต่ก็เกรงว่าจะเปึน การหนาเกินไป ผมเองในฐานะที่เปึนคนตรวจแล้วก็ชําระครั้งสุดท้ายก็ได้ตัดหลายส่วน ออกไป เพื่อให้เหลือข้อมูลที่กระชับขึ้นเพื่อนํามาสู่ที่สภา แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นก็คือว่า เรื่องราวหลายเรื่องซึ่งเปึนเรื่องที่ท่านสมาชิกอยากที่จะได้รับทราบก็หายไปนะครับ ผมเอง คงจะต้องรับในส่วนนี้ที่จะต้องทําการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการให้ ท่านสมาชิกได้รับทราบเพิ่มมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับที่เคยดําเนินการมาในสภาชุดก่อน โดยเฉพาะวุฒิสภา เมื่อหลังการปฏิรูประบบราชการในป้ ๒๕๔๕ ซึ่งในครั้งนั้นก็ได้มี คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อดูแลในเรื่องของการปฏิรูป แล้วทางสํานักงาน ก.พ.ร. ก็ได้ เข้าไปดําเนินการกับวุฒิสภาในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว จนกระทั่งออกมาเปึน รายงานในการติดตามช่วงการปฏิรูปในป้ ๒๕๔๖ ป้ ๒๕๔๗ หลายเรื่องก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า จุดหนึ่งของความสําเร็จของการพัฒนาระบบ ราชการนั้นก็คือความต่อเนื่องของการปฏิรูป การมีคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ การมีสํานักงาน ก.พ.ร. ขึ้นมาก็ช่วยผลักดันในเรื่องต่าง ๆ ที่จะดําเนินการให้เกิด ความต่อเนื่องขึ้นไป แต่ที่สําคัญมากกว่านั้นนะครับความสําเร็จของการปฏิรูปราชการนั้น จะไม่สามารถดําเนินการได้เลยถ้าปราศจากแรงสนับสนุนทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงต่อทางสภาไปแล้วนี่นะครับ อีกหลายเรื่องยังรอในการปฏิรูปอยู่ แล้วก็คงจะเปึนเรื่องที่การพัฒนาระบบราชการนั้น คงจะต้องรอการสนับสนุนจากทุกท่าน กระผมเองได้จดรายละเอียดหลายเรื่องเยอะมาก แล้วก็เปึนเรื่องในทางเทคนิค ผมขออนุญาตท่านประธานสภากราบเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า ทุกเรื่องนั้นผมได้จดรายละเอียดทั้งหมด แต่ครั้นจะให้ผมอธิบายทุกเรื่องในวันนี้ผมก็ เกรงว่าอาจจะใช้เวลาสภาค่อนข้างมาก แต่ผมยินดีนะครับถ้าท่านต้องการที่จะให้ทําอย่างนั้น กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานสภาเสนอไปยังท่านสมาชิกอย่างนี้นะครับว่า ในทุกประเด็นนั้นกระผมจะตอบให้ท่านสมาชิกแล้วก็จะนําเอาทุกประเด็นซึ่งเปึนคําถาม ของท่านนี่นะครับใส่ไว้ในเว็บไซต์ของสํานักงานแล้วก็ตอบในเชิงเทคนิคนะครับ อันนั้น เปึนประเด็นที่ ๑ ที่ผมจะทํานะครับ

ประเด็นที่ ๒ ตัวผมเองและทางสํานักงานก็พร้อมที่จะมาชี้แจงใน คณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ที่ท่านจะมีการแต่งตั้งขึ้นในอนาคตหรือในส่วนตัว ซึ่งก็รู้จักกับ ท่านสมาชิกหลายท่านเปึนการส่วนตัวอยู่แล้วทุกพรรคนี่นะครับ ก็ยินดีที่จะมาคุยกับ ทางสภาในเรื่องรายละเอียดต่าง ๆ ถ้าท่านสมาชิกไม่ขัดข้องในสิ่งที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับ ทุกคําถามของท่านจะมีคําตอบในเชิง เทคนิคที่เปึนรายละเอียด แล้วก็ถ้าเกิดว่าท่านมองว่าในเว็บไซต์ของ ก.พ.ร. ไม่ตอบท่าน ที่ชัดเจนกระผมเองก็ยินดีที่จะมาตอบท่านในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ

แล้วก็สุดท้ายนะครับ ผมเองคงต้องขอกราบขอบพระคุณทุกท่านว่า การทํางานของผมใน ๕ ป้ ๖ ป้ที่ผ่านมาก็ได้แรงสนับสนุนจากหลาย ๆ ท่านซึ่งอยู่ในที่นี้นะครับ แล้วก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าการทํางานต่อไปในอนาคตก็คงจะได้รับการสนับสนุนจาก ทุกท่านในที่นี้ต่อไปด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้อภิปรายกันมาเปึนเวลา พอสมควรครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ ป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๕๖ นาฬิกา