มนูญกฤต รูปขจร ขอโทษเรื่องเอกสารที่เสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น และชี้ว่าปัญหาหลักของการพัฒนาระบบราชการคือหน่วยงานส่วนกลางและภูมิภาคมีขนาดใหญ่เกินไปจนระบบ ก.พ.ร. ไม่สามารถพัฒนาได้ โดยเน้นว่าการแก้ปัญหาต้องเริ่มจากต้นเหตุ ไม่ใช่การพัฒนาข้าราชการระดับสูง มนูญกฤต รูปขจร วิจารณ์นโยบาย ก.พ.ร. ที่ละเลยคนยากจนและครอบครัวที่ถูกทอดทิ้ง โดยเฉพาะในภาคอีสาน และเรียกร้องให้ฟื้นฟูระบบราชการโดยเน้นกิ่งอำเภอเพื่อเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง พร้อมระบุประเภทการทุจริตทั้ง 4 ประการ ได้แก่ การทุจริตเงิน ทรัพยากร และเวลา โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มนูญกฤต รูปขจร เสนอแนะแนวทางลดสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ผ่านยุทธศาสตร์ผสมผสานโดยเน้นการแก้ปัญหาสงครามอสมมาตรและการพัฒนาประสิทธิภาพข้าราชการ พร้อมเสนอหลักคุณธรรม ๔ ประการในการคัดเลือกข้าราชการ ได้แก่ ความ
ขอโทษครับท่านสมาชิก ท่านประธาน เนื่องจากขัดข้องเทคนิค กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตรี มนูญกฤต รูปขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้าหรือว่าตั้งแต่บ่ายเราได้พูดกันเรื่อง ก.พ.ร. อันนี้คือรายงาน พัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ สําหรับการทําเอกสารชุดนี้ก็นับว่าเปึน ความพยายามที่จะให้ทางสภาได้ทราบ หมายถึงสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบว่าทาง ก.พ.ร. หรือหน่วยงานการพัฒนาระบบราชการไทย ว่าในป้ ๒๕๕๐ ได้ทําอะไรไปบ้าง ท่านประธานครับ ผมเรียนตรง ๆ ต้องขอโทษนะครับ เสียสตางค์เปล่า และเสียสตางค์เกินความจําเปึนที่ควรจะมีหนังสือหรือเอกสารฉบับนี้ ผมอยากจะเรียนว่าปรัชญาการพัฒนาข้าราชการ ข้อแรกเลยคุณต้องนึกถึงคน เปึนเครื่องมือหลักในการพัฒนา เมื่อกี้นี้มีท่านสมาชิกพิษณุโลกท่านวรงค์ได้พูดถึงหน้า ๗ ท่านประธานลองเป่ดดูหน้า ๗ นะครับ ว่าจํานวนหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ราชการท้องถิ่น ท่านประธาน ผมอยากให้ดูว่าในส่วนกลางและภูมิภาคนี่มันโตเกินไปที่ ก.พ.ร. หรือระบบนี้ ไม่สามารถจะพัฒนาได้ ผมไม่ลงรายละเอียดในเรื่องใหญ่ เพราะอันนี้เปึนปลายเหตุ เราไปพัฒนาข้าราชการในระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี หรือข้าราชการ ระดับต่าง ๆ ปลายเหตุทั้งนั้นครับท่านครับ แต่ต้นเหตุทางหน่วยงานที่ทําเรื่องนี้ไม่ได้มีเลย
ข้อแรกผมชี้ให้เห็นส่วนภูมิภาคใน ๗๕ จังหวัด ผมไม่ว่ากันนะว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเปึนอย่างไร เพราะว่าอยู่กับประชาชนมามากพอสมควร เพราะว่า เราจะพัฒนาข้าราชการนั้น ต้องเอาประชาชนเปึนเปัาหมายที่จะไปบริการเขา ให้เขาอยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดีและมีสุข ในนี้บอกว่าอยู่ดีมีสุขเลย ทั้ง ๆ ที่คนยากไร้มีตั้ง ๖ ล้านกว่าคน ท่านเข้าใจคําว่า คนยากไร้ ไหมครับ ไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีบ้านจะอยู่ ไม่มียารักษาโรค เมื่อเจ็บป์วย ไม่มีที่ศึกษา แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ถ้าท่านไปตามเรื่องที่มูลนิธิ คนยากไร้จะมีมากกว่า ๖ ล้าน ๓ แสนกว่าคน ผมจะเอาตัวเลขกลม ๆ ท่านทราบไหมครับ ป้ที่แล้ว ๒๕๕๐ รัฐบาลไม่ได้ช่วยอะไรเลย ปรากฏว่ามูลนิธิคนยากไร้ ซึ่งมีดอกเตอร์ผู้หญิง ท่านหนึ่งเปึนเลขานะครับ ผมเรียนก็ได้ นามสกุลพิริยะรังสรรค์ ขอการช่วยเหลือจาก ต่างประเทศได้เงินมา ๕๐,๐๐๐ คน แล้วที่เหลือ ๖ ล้านคน รัฐบาลอยู่เฉยได้อย่างไร ก.พ.ร. อยู่เฉยได้อย่างไร ข้าราชการที่ดูแลคนยากไร้ทั้งหมด ที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศได้ คิดบ้างหรือเปล่า ถ้าหากว่าเปึนลูกหลานคุณเจอคนยากไร้จะทําอย่างไร หรือเปึนแบบนั้น จะทําอย่างไร ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ก.พ.ร. หรือว่าการพัฒนาระบบราชการไทยทําผิดมหันต์ ยกเลิกกิ่งอําเภอ ท่านเข้าใจคําว่า กิ่งอําเภอไหมครับ แล้วมาดูในตารางหน้า ๗ ว่ามี ๘๗๗ อําเภอ ท่านเข้าใจความหมายของกิ่งอําเภอไหมครับ กิ่งอําเภอคือคนที่ใกล้ชิดหมู่บ้าน และประชาชนที่ยากจนและห่างไกลสามารถติดต่อได้ยากจากส่วนภูมิภาค วันนี้กิ่งอําเภอ ในหน้า ๗ นี่ครับท่านประธานดูตามก็แล้วกันครับ ไม่มี มี ๘๗๗ อําเภอ แล้วอําเภอเหล่านี้ ก็หาได้สมบูรณ์แบบที่เปึนข้าราชการที่พัฒนาแล้วไม่เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าความตั้งใจ ดีมีไหม มี แต่การสนับสนุนจากส่วนกลางและภูมิภาคโดยตรงนั้นยากมาก โดยเฉพาะ ๓๑ จังหวัดชายแดน ก.พ.ร. เข้าไม่ถึงหรอกครับ หรือว่าหน่วยพัฒนานี้เข้าไม่ถึง ที่สําคัญอีกอันหนึ่ง ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าประเทศไทยมีกี่หมู่บ้าน ข้าราชการนี้ ต้องรู้ไหม ประเทศไทยนี้มีมากกว่า ๗๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๗๖,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน เมื่อเดือน ธันวาคม ป้ ๒๕๔๙ เอาละหมู่บ้านพวกนี้ท่านไม่มีทางเข้าถึง โดยเฉพาะหมู่บ้านห่างไกล แล้วยิ่งไปหมู่บ้าน ๓ จังหวัดภาคใต้หรือว่าจังหวัดภาคใต้ยากที่จะเข้าไปพัฒนาข้าราชการ ในส่วนนี้ พวกนี้ยังยากจน คือดีกว่ายากไร้มาหน่อยบางส่วน แต่ยากจนมหาศาล ทั้งประเทศมีเกือบ ๔๐ ล้านคน และอยู่กันได้อย่างไรครับ อยู่กันตาดํา ๆ วันหนึ่งทุกข์ ทั้งหลายนี้จะเข้าถึงตัวพวกเรา โดยเฉพาะข้าราชการที่ไม่ได้นึกถึงเขา ท่านประธานครับ ท่านรู้ไหมครับประเทศไทยมีกี่ครอบครัว ถามคนที่พัฒนาข้าราชการไปบริการครอบครัว ประเทศสิครับ มี ๑๘ ล้านครอบครัวครับ เข้าถึงไหมครับวันนี้ แล้ววันนี้ถ้าหากว่า ท่านทอดทิ้งครอบครัว ครอบครัวที่ถูกทอดทิ้งนี้เกินครึ่งหนึ่งของประชาชนของประเทศ ท่านอยู่ในภาคอีสาน ครอบครัวในภาคอีสานนี่ถูกทอดทิ้งโดยธรรมชาติของสังคม ประการแรกคือเรื่องงานไม่มีที่จะทํา พวกคนที่เปึนแรงงานก็อพยพเข้าที่ทํางานได้ อย่างเช่น ในส่วนภาคกลางหรือกรุงเทพมหานคร แล้วก็เหลือคนแก่ไว้เลี้ยงเด็ก ลูก หลาน ที่สามีภรรยาทําส่งไป นี่คือครอบครัวที่มีปัญหา แล้วมันก็มีปัญหาเชื่อมโยงข้าราชการ ส่วนไหนจะแก้ได้ ข้าราชการที่จะแก้ได้ใกล้ชิดมากที่สุดคือ คนที่กิ่งอําเภอครับ ๑๘ ล้านครอบครัว พวกนี้คนที่กิ่งอําเภอที่เขาอยู่ใกล้กับครอบครัวของประชาชน อีกคําถามหนึ่งผมถามท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับวันนี้วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๙.๒๐ นาฬิกา คนไทยมีจํานวนประชากรเท่าไรครับ ท่านรู้ไหมครับว่าทุกนาที คนไทยเกิด ๑ คน ทุกชั่วโมงเกิดเท่าไร วันหนึ่งเกิดเท่าไร วันนี้ตัวเลขประชากรที่แสดงโดย กรมการปกครองหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถิติหรือเรียกว่าทะเบียนราษฎร ของปลอม ทั้งนั้นละครับ แล้วไม่ใช่ตัวเลขจริงที่ประชาชนมีอยู่จริง เพราะประชาชนมีอยู่จริง วันนี้รายงานเมื่อ ๓๑ ธันวาคม ป้ ๒๕๔๙ แล้วจาก ๑ มกราคม ๒๕๕๐ จนถึงวันนี้คนเกิด ไม่ต่ํากว่าเกือบ ๑ ล้านคน ท่านเอาเขาไปไว้ไหนครับ แล้วในการคิดการที่จะพัฒนา ข้าราชการไปข้างหน้าเพื่อรองรับคนพวกนี้สมมุติว่า ๓ ป้ครึ่งเข้าอนุบาล พอ ๖ ขวบ เข้าชั้นประถมศึกษา เรียนไปอีก ๑๒ ป้ ถึง ๑๘ ป้ คิดล่วงหน้ากันบ้างหรือเปล่าครับ คิดแค่นี้ ไม่พอแล้วงานละครับ ที่จะรองรับเขา วันนี้มันถึงมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ขนาดปล้นธนาคารแล้ว เดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องไปคิดถึงภาคใต้ว่าจะสงบ ไม่มีสงบหรอกครับ เพราะว่าเราไม่เข้าใจ ในสถานการณ์ที่เปึนจริง เรารับกันแต่รายงานแบบนี้ ทําวิจัยไปกี่ครั้งครับ นี่เล่มนี้ครับ หรือว่า ตั้งแต่ ก.พ.ร. แยกมาจาก ก.พ. ก.พ. ตั้งมาตั้งแต่สมัย จอมพล ถนอม จอมพล สฤษดิ์ แล้วทําข้าราชการเปึนอย่างไรครับ แล้วทําให้ประชาชนเปึนอย่างไรครับ ข้าราชการไม่ได้ บริการหรือรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ไปทําบัตรประจําตัวถามว่ามี ๕๐๐ บาทไหม ยังมีอยู่นี่ผมพูดเฉพาะเรื่องส่วนตัวกับการปกครอง แล้วเรื่องอื่นล่ะครับ เรื่องการศึกษา ผมถามว่าวันนี้มีดอกเตอร์เต็มประเทศ แต่ถามว่าคนไม่รู้หนังสือหรือรู้หนังสืออ่านออก เขียนไม่ได้ เขียนได้อ่านไม่ออกยังมีอีกเปึนสิบล้านคนครับ ตรวจสอบได้ที่ไหน ไปดูที่ กศน. หรือไปดูตามที่ต่าง ๆ ผมอยากจะเรียนตรง ๆ นะครับ ผมเปึนทหาร ไปดูตาม หน่วยทหารเวลาเกณฑ์ทหาร เราจะได้เด็กจบชั้น ป. ๖ หรือก็ ม. ๔ ม. ๕ ม. ๖ เมื่อผมรับราชการ ทหารอยู่ พวกพลทหารก็ยังเหมือนเดิมถึงวันนี้ในรอบ ๓๐ ป้ที่ผ่านมา ถ้าข้าราชการดี ไม่ว่าจะเปึนกรุงเทพมหานครหรือในภูมิภาค แหล่งสลัมหรือชุมชนต่าง ๆ วันนี้ทั่วประเทศ มีเท่าไรทราบไหมครับ เมื่อตอนป้ ๒๕๑๖ ผมอยู่ที่บางกระบือ ทั้งกรุงเทพฯ นี่มีประมาณ ๑๒๐ กว่าแห่ง มีประชากรไม่กี่แสนที่อยู่สลัมต่าง ๆ แล้วก็จะเรียกติดปากกัน เช่น สลัมคลองเตย สลัมตรงนั้น สลัมตรงนี้ หรือชุมชนเสื่อมโทรม วันนี้ท่านลองไปตรวจสอบดู เพราะความผิดพลาดของการบริหารของข้าราชการที่ไม่ใส่ใจ ท่านนั่งรถไปนี่สังเกตได้ ทั่วประเทศมี ๓,๕๐๐ กว่าแห่งครับ แล้วลองนึกภาพสิว่าชุมชนแต่ละชุมชนที่เปึนชุมชน เสื่อมโทรมนี้ เขาจะอยู่กันอย่างไร แล้วลูกเต้าเขาจะอยู่อย่างไร จะกินจะนอนอยู่อย่างไร ท่านไปดูแถวคลองเตยหรือดูตามริมคลองต่าง ๆ ในที่กรุงเทพมหานครเปึนต้น ท่านจะเห็น ชัดเจน วันนี้ในกรุงเทพฯ มีประมาณ ๑,๘๐๐ แห่งครับ สิ่งเหล่านี้เปึนผลพวงของ ข้าราชการ แล้วในป้ที่ท่านแยกมาแล้วก็มาทําวิจัยนะครับ ข้าราชการที่ได้รับการพัฒนา โดยที่ทางนักศึกษาหรือฝ์ายการศึกษาเขาดําเนินการ ท่านทําแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประชากรเท่านั้นเองครับ และท่านประธานครับ ท่านทราบไหมครับว่ามันติดใครไปด้วย ติดข้าราชการรัฐสภา ซึ่งท่านเปึนประธานอยู่นั่นเอง วันนี้ข้าราชการรัฐสภานี่ผมอยากจะถาม ท่านประธานนะครับว่า พอเลิกประชุมแล้วพวกนี้เสร็จภารกิจกี่โมง ถ้าเราเลิกดึกเท่าไร บางคนจะต้องเก็บหรือจัดการนี่ถึงหลังเที่ยงคืน แล้วถ้าเผื่อเราประชุมกันหลังเที่ยงคืน เขาต้องไม่ตี ๒ ตี ๓ แล้วลองคิดถึงเขาว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร ระบบราชการ ก.ร. หรือข้าราชการฝ์ายรัฐสภานี่ครับ ผมอยากให้ท่านประธานปฏิรูปหรือทําเสียก่อน แล้วเชิญ พวก ก.พ.ร. มาดู ซึ่งผมทํามาแล้ว แล้วผมทําสําเร็จมาแล้วด้วย พวกที่นั่งอยู่นั่นอาจจะเปึน ส่วนประกอบที่ติดตามจากรัฐสภา จากสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนใหญ่ แล้วก็ถึงวุฒิสภา พวกนี้ยังไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ สนับสนุนอย่างถูกต้อง เพราะระบบของเรายังติดอยู่กับระบบของ ก.พ. เวลาจะประชุม กฎ ระเบียบ ข้อบังคับของ ก.ร. หรือข้าราชการรัฐสภาต้องอิง ก.พ. ต้องเอาข้อกําหนด ก.พ. มาช่วยมาดูมาแล เปึนไปได้อย่างไรครับ เราเปึนรัฐสภา เราเปึนสภาผู้แทนราษฎร เราเปึนหน่วยงานที่ก่อให้เกิดรัฐบาล ก่อให้เกิดเงินทองทั้งหลายที่เขาจะใช้ แต่ปรากฏว่า ต้องไปแบมือขอความช่วยเหลือเขา ซึ่งอันนี้เปึนอํานาจ เพราะมันมีกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับว่า ด้วยข้าราชการรัฐสภา ทั้ง ๆ ที่ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ข้าราชการต้องไปขอที่ทําเนียบ ในกฎหมายบอกว่าประธานรัฐสภามีสิทธิที่จะขอ พระราชทานได้ นี่กลายเปึนการบํารุงขวัญ แต่ว่าเปึนบํารุงขวัญซึ่งไม่เกี่ยวกับความเปึนอยู่ เปึนเรื่องของการตอบแทน แต่เรื่องความเปึนอยู่ผมถามว่าข้าราชการสภาผู้แทนราษฎร วันนี้มีกี่คนครับ ท่านเลขาธิการตอบให้ผมได้ไหม แล้วมีบ้านอยู่กี่หลัง ใครไม่มีบ้านอยู่ อนาคตของเขาจะจบอย่างไร นี่แหละครับเปึนเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ท่านประธานครับ ผมพูดวันนี้จริง ๆ แล้วตั้งใจจะพูดภาพรวม แต่ไม่ใช่ภาพรวมตามข้อ ๑ ของท่านทศพร ผมพูดภาพรวมทั้งเล่มซึ่งมันเปึนหลายเหตุ ใช้ไม่ได้เลยแม้แต่ตัวอักษรเดียว ถ้าจะปฏิรูปข้าราชการต้องเอาแนวความคิดใหม่ แนวความคิดที่ควรจะคิดข้อแรกเลย พวกเรา ๔๘๐ ส.ส. ที่อยู่ที่นี่มาจากประชาชนทุกคน ต้องเอาเจตจํานงหรือความจําเปึน และความต้องการของประชาชนเปึนที่ตั้ง นั่นคือเจตจํานงข้อแรก ข้อที่ ๒ หลังจากได้ เจตจํานงหาเกณฑ์เฉลี่ยแล้ว อย่างที่คุณจะทําอะไรกันแล้วถามประชามติประชาชน นั่นเปึนเรื่องหนึ่ง ก็ต้องดูว่าผลประโยชน์ที่จะได้กับประชาชนและชาตินั้นคืออะไร ก็จึงเอา ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้นั้นมาเปึนตัวตั้งรองจากเจตจํานง ผมยกตัวอย่างข้อแรก คือเจตจํานง ผมถามว่าประชาชนทั้งประเทศไทยที่เปึนคนไทยคุ้นเคยหรือมีปทัสถาน มีวิถีชีวิตกินข้าวไหมครับ เช้ารับประทานข้าว กลางวันรับประทานข้าว เย็นรับประทานข้าว นี่แหละเปึนรูปแบบที่มีเจตจํานงเหมือนกัน แล้วเรื่องข้าวที่เปึนอาหารแต่ละมื้อก็จะเปึน ผลประโยชน์ของเขา ต้องนึกถึงปัจจัยพื้นฐานในเรื่องการดํารงชีพเปึนอันดับแรก เพราะฉะนั้นข้าราชการที่จะพัฒนาต้องคิดเรื่องนี้ให้เขา หลังจากนั้นจึงมากําหนด เปัาหมายว่า เปัาหมายขั้นที่ ๑ จะทําอย่างนี้นะ ขั้นที่ ๒ จะทําอย่างนี้นะ เปัาหมายอาจจะ มีหลายขั้น แต่เมื่อพอหลังจากกําหนดเปัาหมายแล้วจึงมากําหนดนโยบายเพื่อนําไปสู่ ยุทธศาสตร์ที่จะทําให้จบทางนโยบาย วันนี้ไม่ว่าที่ท่านรายงานมาแล้วไปกระทบถึงรัฐบาลด้วย เรื่องการกําหนดนโยบายเปึนเรื่องที่ผิดทั้งนั้น เว้นนโยบายที่ท่านออกมาแล้วก็มาพูด เมื่อวันที่ ๑๘–๑๙ กุมภาพันธ์นั้นประชาชนไม่ได้อะไรหรอกครับ อันนี้ผมก็จะเรียนให้ทราบว่า ภาพรวมที่ผมอยากจะเรียนนั้นก็คือ
ประการแรก นโยบายที่ทํามาในรายงานนี้ ผมคิดว่าเปึนนโยบายของ นายกรัฐมนตรี คือประหยัด โปร่งใส เปึนธรรม และประสิทธิภาพ ทําเพื่อใครครับ ไม่เห็นมี เพื่อประชาชนเลยนี่นะครับ ต่อไปก็เปึนโครงสร้างนะครับ โครงสร้างขององค์กรของท่านนี่ มันขาดนะครับ เปึนไปเพื่อตัวองค์กรของท่านและคนในองค์กรของท่านซึ่งดูในนี้ให้ดูว่า มีจํานวนคนเท่านั้น ใช้เงินเท่านี้ ผมไม่จําเปึนต้องพูดนะครับ การกระทําทั้งหลายที่ท่าน พัฒนาระบบราชการนั้น ๒๐ กระทรวง ๑๕๔ กรม ๗๕ จังหวัด ๑ กทม. หรือ อบต. (องค์การบริหารส่วนตําบล) หรือครอบครัวต้องไปทิศทางเดียวกัน ถ้าหากว่าไม่ไปทิศทาง เดียวกัน เปัาหมายเดียวกัน ประโยชน์ประชาชนไม่อันเดียวกันไม่มีทางสําเร็จหรอกครับ ทําอีก ๑๐๐ ป้ ก็ไม่สําเร็จ แล้วเราก็จะแตกแยก แล้วเราก็จะมีปัญหา แล้วโดยเฉพาะ ปัญหาที่เจอคือปัญหาของการทุจริต ท่านทราบไหมครับ การทุจริตที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ เปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องใหญ่ที่ทําลายชาติ ทําลายประชาชน เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยาก จะฝากเรื่องแนวคิดเรื่องการทุจริตเอาไว้ การทุจริตนี้ผมถาม ก.พ.ร. นี่เข้าใจว่าอย่างไร ต้องใช้ระบบที่ซื่อสัตย์ นอกจากซื่อสัตย์ไม่รับของแล้วยังต้องปัองกันและไม่ยอมให้คนอื่น ท่านรู้ไหมครับ คดีที่ ป.ป.ช. วันนี้ยังมีคงค้างอยู่ ๕,๖๔๙ เรื่อง นี่เฉพาะ ป.ป.ช. นะครับ แล้วก็เฉพาะระดับสูง แต่ส่วน อบต. และ อบจ. ทั้ง ๖,๐๐๐ กว่าแห่ง มี อตบ. นี่ ๗,๒๒๗ ราย เทศบาล ๓,๖๙๕ ราย อบจ. ๖๓๙ ราย เฉพาะในกรุงเทพมหานครอย่างเดียว ๓๒๘ เรื่อง ไม่รู้ว่าเรื่องของใครบ้างละ ๕๕๐ ราย อันนี้เปึนเรื่องที่อยากจะฝากการทุจริต แล้วกระทรวง ต่าง ๆ ที่ทุจริตมากที่สุดคือตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม สํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ท่านประธานครับ การทุจริตพวกนี้ มันเกิดจากอะไร เกิดจากไม่มีหรือว่าหัวหน้าหน่วยงานขาดระบบคุณธรรม ขาดระบบ คุณธรรมที่ไม่สามารถหาคนที่ทํางานตามหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นข้อแรกเลยคือเรื่อง การทุจริตคน คุณแต่งตั้งคนไม่ถูกต้องไม่เหมาะกับงาน นี่แหละคือการทุจริตคนแล้ว แล้วเรื่องนี้เปึนมาไม่ใช่เฉพาะตรงยุคที่เรากําลังพูดอยู่ตรงนี้นะครับ เปึนมาไม่ต่ํากว่า ๔๐ ป้แล้วครับ หรือถ้าเริ่มนับ
๑. และโดยไม่ระวังตัวก็ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ การทุจริตคน เกิดขึ้น
๒. ทุจริตเงิน ทั้งเงินงบประมาณและนอกงบประมาณ
๓. ทุจริตทรัพยากรหรือสิ่งอุปกรณ์ที่อยู่ในโครงสร้างการจัดที่หน่วยงานนั้น ๆ
๔. ทุจริตเวลา เวลาในการปฏิบัติหน้าที่บางทีทุจริตโดยตัวเองไม่รู้ตัว
ผมยกตัวอย่างบางกระทรวง ปลัดกระทรวงก็ดี อธิบดีก็ดีไปเปึนผู้นําหรือ ไปเปึนผู้อํานวยการ หรือไปเปึนประธานรัฐวิสาหกิจ ท่านทราบไหมครับ แต่ตอนนี้จะถึง หรือเปล่าไม่ทราบ เคยมีบางกระทรวงเปึนถึง ๕๐ แห่ง แต่เบาที่สุดนี่ประมาณ ๖ แห่ง อย่างนี้คุณเอาเวลาที่ไหนไปทํางาน แล้วเอาเปรียบไหม เพราะฉะนั้นการทุจริตเหล่านี้ สุดท้ายคือการทุจริตเรื่องประสิทธิภาพ ถ้าคุณใจไม่ได้ให้แก่งาน ไม่จดจ่อ ไม่มีใจรัก พากเพียรธรรม นําจิตฝักใฝ์ ปัญญาก็ไม่มีทางได้สอบสวน หรือสืบสวนในทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียน ซึ่งถ้าหากว่ารบกวนเวลา ท่านประธานมาก ผมก็จะขอเสนอแนะสัก ๔–๕ ประการ แต่ก่อนเสนอแนะผม อยากเรียน อย่างนี้ครับ นโยบายรัฐบาลที่แถลงเมื่อวันที่ ๑๘–๑๙ นั้นพูดมาคําหนึ่งเรื่องความยุติธรรม แล้วเสริมสร้างความยุติธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งพัฒนากฎหมายและระบบงาน ยุติธรรม สอดคล้องกับพื้นที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขจัดเงื่อนไขความไม่ยุติธรรม พัฒนาระบบการพิสูจน์การกระทําที่ไร้ประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ เพราะความไม่เข้าใจ เหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิด สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ ภาคใต้ไม่ได้เปึนสถานการณ์เดิม เปึนสถานการณ์ที่ผสมผสาน แต่ถ้าเปึนภาษาทหาร ท่านรองประธานคนที่สองคงจะเข้าใจ เขาเรียกว่า สงครามอสมมาตร เพราะฉะนั้น สงครามอสมมาตร ท่านจะพัฒนาข้าราชการใน ๓ จังหวัด ๕ จังหวัดอย่างไรถึงจะเข้าใจ เรื่องนี้ แล้วประชาชนจะอยู่รอด อยู่ได้ อยู่ดี แล้วมีสุขแล้วสงบ การแก้ปัญหาสงคราม อสมมาตรนี้แก้ยากครับ แต่มีวิธีแก้แบบผสมผสานครั้งหนึ่งซึ่งมันเกือบจะเปึนสงคราม อสมมาตรแล้ว ผมต้องขออนุญาตท่านประธานอธิบายความนิดหนึ่งเพื่อที่จะได้ประโยชน์ ต่อคนทั้งชาติ สงครามอสมมาตรนี้เปึนสงครามระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มกองโจร แต่กองโจร นี้มีความด้อยในกําลังที่จะต่อสู้กับรัฐบาล เพราะฉะนั้นกองโจรจะทําทุกวิถีทางให้เกิด ความหวาดกลัว ให้เกิดการสูญเสีย หรือให้เกิดการทําลายนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้แล้ว อสมมาตรที่ผมว่านี้เกิดที่ใดก็ได้เกิดที่นี่ก็ได้ แล้วผมเรียนท่านเลยนะ เกิดทางเอกสารก็ได้ อย่างเมื่อกี้ว่ามีใบปลิวอยู่ในห้องน้ํา นี่ก็เปึนลักษณะหนึ่งของอสมมาตรหรือสงคราม ซึ่งเปึนตัวอย่าง เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะเรียนว่าในขณะนี้เราไม่มีทางที่จะทําได้ แต่สามารถลดสถานการณ์ได้ไหม ผมอยากจะเรียนท่านประธานครับ เพราะท่านประธาน ก็อยู่ไซต์ (Site) รัฐบาล ผมขอเล่าอะไร นิดหนึ่งสั้น ๆ ผมไม่ได้เปึนผู้กระทําเอง แต่ผมอยู่ เบื้องหลัง และผมคิดเรื่อย คิดตามเรื่อย เพราะผมชอบคิด ในป้ ๒๕๔๐ ถึงป้ ๒๕๔๓ ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลตรี สนั่นเอาผมเปึนที่ปรึกษา มีอธิบดีกรมตํารวจ และเปลี่ยนเปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ชื่อ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก เกิดเหตุการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้ แต่ว่าวงมันยังไม่ขยาย มีข้อมูลข่าวสารอะไรก็เข้าแก้ ตรงนั้น คนที่เก่งข้อมูลข่าวสารก็อยู่ในสภานี้ ถ้าผมจะขออนุญาตพูด แล้วอาจจะผิด มารยาทบ้าง คนหนึ่งคือ ท่านถาวร เสนเนียม เพราะฉะนั้นฝ์ายรัฐบาลขอให้ใช้โดยรวม วิธีทําอย่างไรครับ ตอนนั้นมันเหลือไม่กี่คนแล้ว เหลือสะมะแอ ท่าน้ํา เหลือดาโต๊ะ ท่าน้ํา แล้วก็เหลือฝ์ายการเมืองอีก ๒ คนเปึนที่ปรึกษา แล้วพวกนี้ทําอย่างไรครับ เขายอมที่จะมาขึ้นศาล ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านสนั่น ขจรประศาสน์ เปึนรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยผมเปึนที่ปรึกษาอยู่เบื้องหลัง คนที่ทําแทนท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก คือ พลตํารวจโท สมเกียรติ พ่วงทรัพย์ เปึนอะไรครับ เปึนผู้บัญชาการสันติบาลครับ ตอนนั้นรัฐบาลชุดนั้นใช้สันติบาลและใช้งานการต่างประเทศ ต้องใช้ทุกรูปแบบ งานนี้ ไม่ใช่งานประเทศไทยกับคนที่เกิดเหตุ งานนี้เปึนงานของโลกาภิวัตน์นะครับ แล้วก็ไม่ใช่ ความผิดของใครทั้งนั้น อย่าไปโทษคนนั้นคนนี้ มันเปึนเรื่องที่มีเขาเรียกว่า อุดมการณ์ ทับซ้อน โจรก็มี ไม่ใช่โจรก็มี ค้าของเถื่อนก็มี หรือว่าอุดมการณ์ก็มี เพราะฉะนั้นถ้าท่าน ไม่สามารถจัดหาฝ์ายข่าวท้องถิ่น ฝ์ายข่าวที่อยู่ในพื้นที่หรือฝ์ายข่าวสายลับสองหน้า ฝ์ายข่าวที่อยู่กับเขาจนตัวตายหรือฝ์ายข่าวที่ทํางานเสร็จแล้วกลับมาอย่างปลอดภัย ถ้ารัฐบาลหาอย่างนี้ไม่ได้ ท่านแก้ยังไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าอยากหาได้ ที่ทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง ปรึกษา ด้านที่ปรึกษานั้นถูกแล้วครับ แต่ว่าคนที่รู้จริงยังมีอีก ผมที่พูดนี้เพราะผมเห็นในนโยบาย ข้อ ๘ ของรัฐบาล เมื่อวันที่ ๑๘ ที่ท่านอ่าน โดยเฉพาะ ข้อ ๘.๒.๔ ผมจึงเสนอแนะ ส่วน ก.พ. หรือ ก.พ.ร. ผมขอเสนอแนะ ๔ ข้อครับ ง่าย ๆ
ข้อแรก ต้องให้ความเปึนธรรมหรือมีหลักคุณธรรม ๔ ประการ คือ หลักความรู้ ความสามารถ ความรู้ ความสามารถของผมตัวนี้ไม่ใช่รู้เพียงว่าอ่านออก เขียนได้ เข้าใจอะไรเปึนอะไร ไม่ใช่ต้องรู้ด้วยปัญญา รู้จริง รู้แจ้ง แล้วแสดงเหตุและผลได้ ซึ่งภาษาพระเรียกว่า ปัญญา แต่ขอโทษภาษาอังกฤษเรียกว่า วิสดอม (Wisdom) แต่ไม่ใช่ วิสดอม ๑๐๕ ถ้าได้ตรงนี้แล้วท่านก็จะได้บรรจุคนถูกกับงาน
ข้อที่ ๒ หลักความเสมอภาคในโอกาส ถ้าข้าราชการมีความเสมอภาค ในโอกาสแล้วเขาก็จะสมัครใจเข้ารับราชการด้วยความเต็มใจและอยากทํางาน ต้องให้เขา เกิดความอยากทํางานครับ ก็คือให้เขามีใจรัก มีความพากเพียร มีจิตใจจดจ่อ ฝักใฝ์ แล้วก็ใช้ปัญญา เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบต่อเนื่องถึงค่าตอบแทนด้วย เพราะวันนี้ภาคเอกชน หรือผมจะมาบอกง่าย ๆ ว่าข้าราชการในกระทรวงหนึ่ง ๆ ที่จบจาก มหาวิทยาลัยมา เอาละ เข้ามาปริญญาตรีเปึน ซี ๓ เงินเดือนเท่าไรครับ ถ้าไปอยู่กรมที่ดิน และไปวัดที่ดินรังวัดหน่อย เขาจะเอาไปทําธุรกิจ เรียกเขาแล้วครับ ๕,๐๐๐ บาท ถึงจะไป วัดให้ เด็กพวกนี้ถ้าหากว่าผู้ใหญ่กว่าไม่ทํา เด็กพวกนี้ไม่กล้าทํา เพราะว่าบางคนที่เปึน รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเขียนใส่ฝ์ามือ ซึ่งผมเจอด้วยตัวเองนะครับ อันนี้เปึนเรื่องที่ คุณจะปฏิรูปหรือคุณจะแก้ไข คุณจะพัฒนาข้าราชการอย่างไร แล้วถ้าไม่กําจัดสิ่งเหล่านี้ ไม่มีทาง โดยเฉพาะค่าตอบแทน และธรรมชาติของคนไทยสุรุ่ยสุร่ายฟุ์มเฟ๋อย ใช้เงิน เกินตัว เพราะฉะนั้นอยู่อย่างลําบากนะครับ
ข้อเสนอแนะของผมต่อไปก็คือ หลักความมั่นคงในอาชีพ หน้าที่ที่บรรจุไป คุณต้องดึงดูดรักษาเขาให้อยู่ จูงใจเขาให้เปึน และพัฒนาเขาให้เจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถ้ามีเวลาผมก็จะพูด แต่ตอนนี้มันเยอะแล้ว
หลักข้อที่ ๔ คือหลักความเปึนกลางทางการเมือง ความเปึนกลางทาง การเมืองนี่คนเข้าใจผิด ทุกคนข้าราชการมีสิทธิที่จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนใครก็ได้ แต่เขาเปึนกลาง เขาไม่มีอคติ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจึงสอดคล้องกันกับความเปึนกลาง ทางการเมืองที่ปราศจากอคติ เพราะฉะนั้นความเปึนประชาธิปไตยที่ใน ก.พ.ร. เล่มนี้บอก สนับสนุนหรือว่าจะพัฒนา ยังเข้าไม่ถึงขององค์หรือปัจจัยที่จะพัฒนาให้ข้าราชการเปึน นักประชาธิปไตย
ข้อแรก นักประชาธิปไตยจากข้าราชการคือต้องมีบุคลิกภาพครับ บุคลิกภาพในการเปึนประชาธิปไตยนั้นจะทําอะไรต้องปรึกษาหารือกันก่อน แล้วไม่ใช้ ความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยวิธีสันติ แล้วหาข้อยุติด้วยเสียงข้างมากโดยคํานึงถึงเสียงข้างน้อย
ข้อที่ ๒ พฤติกรรมเปึนประชาธิปไตย เมื่อแพ้ ชนะ เราไม่รู้แล้วว่ากติกา จะการเลือกตั้งก็ดี หรือจะโหวตลงมติก็ดี หรือจะทําอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ก็ต้องจบกัน แล้วก็มาร่วมหัวกันทํางาน ท่านเห็นไหมครับ ในอเมริกาเมื่อ ๔ ป้ ที่แล้ว บุช จูเนียร์ (Bush junior) เกือบแพ้อัล กอร์ (Al Gore) โดยเสียงประชาชนแพ้ อัล กอร์ ไปแล้ว แต่เสียงเลือกตั้งก้ํากึ่งกัน ก็มีข้อมูลทางหนังสือพิมพ์ว่ามีการไม่ตรงไปตรงมา ผมไม่อยากจะพูดแรงกว่านี้ อัล กอร์ยังยอมเลยครับ เอาทหารจากตะวันออกกลางส่งบัตร ลงคะแนนเพิ่มเติม อันนี้ผมขอให้เปึนสิทธิเพื่อเปึนตัวอย่างว่าระบอบประชาธิปไตย แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ
ข้อที่ ๓ ความเปึนประชาธิปไตยคือกฎเกณฑ์ กติกา จะต้องเปึนธรรม ทุกฝ์าย แล้วต้องวิ่งเต้นไม่ได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องไม่ยอมให้ใครวิ่งเต้น การยอมให้ใครวิ่งเต้น คณะกรรมการการเลือกตั้งทุจริตต่อประเทศชาติ แล้วทําลายชาติ ชนิดผมคิดว่าสิ้นชาติได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ากฎเกณฑ์ กติกามันบอกมาอย่างไรก็ทําไป ตามนั้น แล้วก็เคารพกติกา
สุดท้ายของสุดท้าย ผมจบแล้วครับ เราจะสร้างชาติแปลงเมืองและพัฒนา ข้าราชการ วันนี้ข้าราชการแตกความสามัคคีไหม แตกครับ เพราะฉะนั้นข้อแรกเลย ต้องไม่ให้ ข้าราชการเบียดเบียนประชาชนเปึนอันขาด
ข้อที่ ๒ ต้องไม่ให้ข้าราชการเอารัดเอาเปรียบประชาชนเปึนอันขาด
ข้อที่ ๓ ต้องไม่ให้ข้าราชการมีอคติลําเอียง ลําเอียงเพราะรัก ลําเอียง เพราะชัง ลําเอียงเพราะกลัว ลําเอียงเพราะเขลาหรือโง่
ข้อต่อไปข้าราชการต้องร่วมทุกข์และร่วมสุขกับประชาชนตลอดเวลา และโดยเฉพาะร่วมทุกข์เลิกไม่ได้แต่ร่วมสุขคุณอาจจะทิ้งได้
ข้อสุดท้ายครับ ข้าราชการต้องมีสัจจะ ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ถ้ารับปาก ในการที่จะแก้ปัญหาในวิถีชีวิตที่เขาจําเปึนจะต้องทํา ต้องทําถึงแม้ตัวจะเปึนไรก็ต้องเปึน เพราะฉะนั้นสัจจะ ซื่อสัตย์ สุจริตต่อประชาชนเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้าคุณโกหกแม้แต่คําเดียว อย่าหวังเลยว่าคุณจะไม่ทําชั่ว ขอบคุณครับ