สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องการพัฒนาระบบข้าราชการไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความสำคัญกับข้าราชการทุกคน โดยเฉพาะข้าราชการที่มีตำแหน่งและเงินเดือนที่ต่ำกว่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสุขและความเจริญให้กับประเทศชาติและประชาชน

นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมุกดาหาร พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตในรายงานการพัฒนา ระบบข้าราชการไทย ในฐานะที่ดิฉันเปึนตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการ ทุก ๆ ท่านก็เปึนประชาชนคนหนึ่งอยู่ในส่วนที่รัฐบาลจะต้องดูแล คําว่า ราชการ ดิฉันกินใจมากเลยว่าในนี้เขาเขียนว่า ข้าราชการ หมายถึงความผูกพันที่เราจะต้องทํางาน สนองพระเดชพระคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ดีที่สุด เพราะราชการก็คือ งานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการจะทําอย่างไรก็ควรจะมองไปที่ พระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเปึนหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วมีเปัาหมาย อยู่เพียงแค่ ๒ อย่างเท่านั้น คือประเทศชาติและประชาชนชาวไทยของเรานั่นเอง หลักการทํางานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สําคัญมีอยู่ ๓-๔ ประเด็น ได้แก่การให้ ชอบใจมากเลยค่ะท่าน หมายถึงทําทุกอย่างเพื่อให้แก่ประเทศชาติและประชาชน การทํางานอย่างมีความสุข หมายถึงมีความสุขที่ได้ทํางานช่วยเหลือประชาชน และสร้าง ความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติ ความเพียร หมายถึงความมุ่งมั่นทํางาน โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาหรืออุปสรรคใด ๆ เพื่อพัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง และสุดท้ายคือความสามัคคี หมายถึงความร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดผลดีแก่ชาติบ้านเมือง ข้าราชการต้องยึดหลักการทํางานเหล่านี้ให้และต้อง ปรับลดอัตวิสัยของตนเอง ของหน่วยงานและการยึดติดการเปึนเจ้าของผลงาน ปรับให้ เปึนการร่วมมือกับทํางานโดยไม่มีเจ้าของ เพื่อมุ่งไปสู่เปัาหมายสูงสุดคือการอํานวย ประโยชน์ ทําให้เกิดความสุขแก่ประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ในการพัฒนาระบบ ราชการข้าราชการไทย ข้าราชการไทยทุก ๆ ท่านถ้าหากว่าจะให้มีความสุขจะต้องเกิด อยู่ที่เงินเดือน ข้าราชการหรือประชาชนทุก ๆ คนนะคะ ถ้าให้ทํางานก็ต้องมีเงินเดือน เพราะเขาทุกคนจะต้องใช้เงินเดือนนี้เปึนค่าครองชีพ ทีนี้ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจาก ประชาชนแทบจะทั่วประเทศนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจังหวัดมุกดาหาร ไม่ว่าจะเปึน ข้าราชการครูซึ่งเปึนส่วนมากในประเภทข้าราชการพลเรือนที่ดิฉันได้เห็นในหนังสือเล่มนี้ ข้าราชการพลเรือนนั้นร้อยละ ๓๖.๘๑ ๔๕๓,๓๕๔ คน คือข้าราชการครู แต่ตอนนี้ ไม่ทราบว่า ๔๕๓,๐๐๐ คนนั้นเปึนข้าราชการประจําหรือไม่ ตามที่ดิฉันได้ประสบและ ได้พบ แล้วก็ได้รับทราบความเปึนมาของข้าราชการ ข้าราชการผู้น้อยส่วนมากไม่ใช่เปึน ข้าราชการประจํา จะเปึนพนักงานราชการ แล้วก็เปึนลูกจ้างชั่วคราว แล้วก็เปึนพนักงาน จ้างอย่างนี้ ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการครู หรือข้าราชการตํารวจ ในส่วนที่ท่านเขียนในสมุด เล่มนี้นะคะ ทีนี้ถ้าหากว่าเราจะพัฒนาระบบข้าราชการไทย กลุ่มครูที่อยู่พื้นที่ชนบท ข้าราชการตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ชนบท ข้าราชการทุก ๆ ท่านที่อยู่ในพื้นที่ถิ่นทุรกันดาร อย่างจังหวัดมุกดาหารอยู่พื้นที่ที่ห่างไกลจากความเจริญนี้มีเยอะ พื้นที่นั้นดิฉันจึงได้ เห็นว่าในกรณีที่จะพัฒนาให้มีความสุข แล้วให้มีการทํางานที่ใช้ความจริงใจจริง ๆ ในการ บริหารประเทศชาติและบริหารดูแลประชาชนนั้น อยากจะขอตั้งข้อสังเกตให้กับทางสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการให้ดูแล ข้าราชการชั้นผู้น้อยซึ่งจะเปึนส่วนมาก ซึ่งดิฉันได้เห็นอัตราในส่วนนี้ว่าข้าราชการ รวมกําลังคนฝ์ายพลเรือนทั้งหมด ข้าราชการ ๑,๒๕๐,๐๐๐ คนเท่ากับ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างประจํามีอยู่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ก็คือ ๒๕๘,๔๙๔ คน ลูกจ้างชั่วคราว ๒๓๓,๓๔๘ คน เท่ากับ ๑๐.๖๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านคะลูกจ้างชั่วคราวท่านจะจ้างตอนที่เขาทํางาน แล้วก็ ลูกจ้างประจําก็คงจะต้องใช้ให้ลูกจ้างชั่วคราวนี้ทํางานให้เต็มเท่ากับจํานวนเงินเดือนที่ให้ แต่หลังจากที่เลิกจ้างเขาทําอะไรคะ ท่านคะถ้าจะพัฒนาข้าราชการก็ขอให้ข้าราชการ ชั่วคราวหรือพนักงานราชการที่ท่านมองว่าเปึนพนักงานของราชการ ทั้ง ๆ ที่เขาก็เปึน ตัวแทนของราชการแล้วก็เปึนประชาชนชาวไทยคนหนึ่งเหมือนกัน อีกอย่างก็คือพนักงานจ้าง อย่างนี้นะคะ อัตราตามส่วนนี้ดิฉันได้รับคําร้องเรียนจากข้าราชการครู อย่างเช่น ศูนย์ กศน. ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ดิฉันตอนที่จะได้มาเปึนผู้แทนราษฎรเรียน ที่โรงเรียนเอกชนจบแค่ ป. ๗ นะคะ และหลังจากนั้นได้มาเปึนผู้แทนราษฎร จากที่ได้เปึน ผู้แทนราษฎรนั้นวุฒิอยู่แค่ ป. ๗ ไม่สามารถที่จะทําอะไรหรือช่วยเหลือประชาชนได้ ในด้านความคิดและในด้านการพัฒนา เพราะในด้านการพัฒนานั้นมันอาจจะอยู่ใน การบรรจุในวิชาต่าง ๆ ที่จะเสริมสร้างพัฒนาสมองให้ก้าวหน้าทันต่อเหตุการณ์ของ ประเทศชาติที่มีการเปลี่ยนแปลงในขณะนี้ ดิฉันก็เลยเห็นใจนะคะ ในกรณีที่ดิฉันได้เข้าไป ศึกษาอยู่ที่รามคําแหงนะคะ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเปึนคนผลักดันและแนะนําให้ว่า เราไม่มีโอกาสเรียนในช่วงตอนที่เด็กเล็กเราไม่มีโอกาสเรียน เราสามารถมาเรียนรู้ใน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนนี้ก็ให้ความรู้แก่วรศุลี ให้เรียนมาจบทั้ง ม. ต้น ม. ปลาย แล้วก็เข้าสู่มหาวิทยาลัยรามคําแหงซึ่งเปึนมหาวิทยาลัยเป่ดนะคะ โดยระหว่างนั้นเรียนศูนย์ กศน. แล้วก็เรียนควบคู่ไปด้วยกับมหาวิทยาลัยรามคําแหงนี่ล่ะค่ะ แล้วคุณครูผู้ที่ให้วิชาแก่วรศุลีนั้นได้มีแค่ฐานะเปึนผู้แนะนําเท่านั้นเอง ซึ่งฐานะของท่าน น่าจะได้เปึนครูนะคะ เปึนคุณครูที่มีแต่การให้ ให้ความคิด ให้แนวความคิด ให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างในการที่จะให้เปึนตัวแทนของประชาชนในอนาคต เพราะดิฉันขณะนั้นได้เปึน ผู้แทนราษฎรนะคะ ก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกตในการพัฒนาข้าราชการไทยนี้ ถ้าหากจะให้ ดีที่สุดนะคะอยากจะให้ทุก ๆ เปอร์เซ็นต์ที่เปึนลูกจ้างชั่วคราว เปึนพนักงานราชการ และเปึนพนักงานจ้างนั้นกลับเข้ามาเปึนข้าราชการประจําได้ไหม อยากจะขอนะคะขอใน การพิจารณา และในส่วนของข้าราชการ ลูกจ้างประจํานั้นส่วนมากในการประเมิน การทํางานนั้นดูแล้วลูกจ้างชั่วคราวหรือพนักงานราชการนั้นทํางานนะคะ พูดเปึนส่วนรวมนะคะ ไม่ใช่ว่าให้กับข้าราชการประจํา พูดเปึนส่วนรวมว่าพนักงานราชการหรือลูกจ้างชั่วคราวนี้ ทํางานได้ดีกว่าพนักงานประจํา แต่พนักงานราชการหรือลูกจ้างประจําหรือพนักงานจ้างนี้ ข้อประเมินนั้นส่วนมากตกไปนะคะ แล้วเขาก็ยังดักดานอยู่ในพื้นที่นั้นทั้ง ๆ ที่ทํางานมานี้ ๑๐ กว่าป้ แต่ชีวิตครอบครัวเขาก็ยังยากจนอยู่เหมือนเดิมนะคะ แล้วก็ปรากฏว่า ความอยากจะเปึนคุณครู ความอยากจะเปึนพนักงานประจําก็มีการเสริมฐานะให้ตนเอง โดยการที่เพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวตนเอง บริการข้าราชการประจํา ต้อนรับหรือ อย่างไรนะคะ ก็คงไม่อยากจะพูดมากในส่วนนี้นะคะ เพราะว่าอาจจะไปกระทบกับข้าราชการประจํา ก็ขอตั้งข้อสังเกตในส่วนนี้ และอีกอย่างหนึ่งนะคะ ในการที่ทางรัฐบาลพิจารณาเงินเดือน ให้กับข้าราชการระดับล่าง มีระดับล่างตั้งแต่ ๗,๐๐๐ บาทตามที่ข้าราชการน้อย ๆ ได้ร้องเรียนมานะคะว่าเงินเดือนนี้ ๗,๐๐๐ บาท ผู้บริหารมีถึงตั้ง ๒ แสนบาท ทีนี้พอจะให้ เปึนค่ากําลังใจตามที่ได้ทราบมาว่าเพิ่มอัตราในจํานวนเงินเดือน คือตัดคิดเปึนเปอร์เซ็นต์ ให้ คือคิดเพิ่มให้ในจํานวนเงิน ๔ เปอร์เซ็นต์ ๔ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน ท่านคะ เงินเดือน ๗,๐๐๐ บาท คูณ ๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า ๒๘๐ บาทต่อเดือน ถ้าเพิ่มให้ ๒๘๐ บาทนี้ เปึนการเพิ่มให้กําลังใจหรือเพิ่มให้ท้อแท้ใจ ในกลุ่มที่มีอยู่ ๒ แสนบาทคูณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ๔ คูณ ๒ เท่ากับ ๘ ก็เกินเงินเดือนของเขาไปตั้งกี่เท่าแล้วนะคะ จึงอยากจะขอตั้ง ข้อสังเกตอย่างนี้ว่าให้การพัฒนาระบบข้าราชการดูในส่วนค่าครองชีพในสภาวะเศรษฐกิจ ขณะนี้ได้ไหม อย่างเช่นน้ํามันตอนนี้ขึ้นราคา จาก ๑๖ บาท จาก ๒๐ บาท เปึน ๓๕ บาท ทีนี้ค่าครองชีพในพื้นที่ชนบทกับค่าครองชีพในพื้นที่กรุงเทพฯ มันจะต่างกันมากนะคะ แต่ขณะที่ผลมันต่างกัน เงินเดือนของเขาเหล่านั้นก็ได้เท่า ๆ กัน อย่างเช่น ข้าราชการ ระดับน้อยนี้โดนย้ายมาอยู่ที่ตัวเมือง และอีกกลุ่มหนึ่งโดนย้ายไปอยู่ในพื้นที่กันดาร อย่างไร ๆ ก็จะต้องเข้ามาจับจ่ายซื้อของอยู่ในตัวเมือง เรื่องน้ํามันที่วิ่งเข้ามา มาซื้อของ อยู่ในพื้นที่ตัวเมืองอย่างนี้เปึนการเพิ่มรายจ่ายให้เขาอีก หรืออาจจะในช่วงในกรณีที่เขา เจ็บไข้ได้ป์วย อย่างไร ๆ ก็จะต้องเข้ามารักษาอยู่ในตัวเมือง แล้วในกรณีที่เข้ามารักษา หรือเข้ามาซื้อของจับจ่ายอยู่ในตัวเมืองนี้ไม่มีเงินเพิ่มให้กับเขา ไม่มีเงินเพิ่มให้กับ ข้าราชการกลุ่มนี้จึงสร้างปัญหาให้กับข้าราชการกลุ่มนี้เปึนอย่างมาก วรศุลีในฐานะที่เปึน ส.ส. ในภูมิภาค เปึน ส.ส. ในชนบท ก็ได้เห็นความเปึนอยู่ของข้าราชการ ข้าราชการ น้อย ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ชนบทหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะหน่วยงานด้านการศึกษา ไม่ว่า จะหน่วยงานของข้าราชการตํารวจ หรือว่าในหน่วยงานของสาธารณสุข อยากจะขอ ตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานถึงท่านเลขาธิการที่นั่งอยู่ตรงที่บัลลังก์ ให้การดูแล กลุ่มประชาชน ข้าราชการน้อย ๆ กลุ่มนี้ด้วยนะคะ ขอขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ