สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

ชูศักดิ์ ศิรินิล หารือเรื่องผลการดำเนินงานของสำนักงาน ก.พ.ร. และรายงานผลการพัฒนาระบบราชการ ประจาปี 2550 โดยเน้นย้ำถึงการปรับปรุงและแก้ไขแผนดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีกฎระเบียบที่ชัดเจนในการควบคุมพฤติกรรมของบุคคลในการบริหารราชการแผ่นดิน

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ที่สั่ง ปฏิบัติการสํานักงาน ก.พ.ร. ก่อนอื่นกระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ขอกราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจต่อกิจการทั้งหลายของ สํานักงาน ก.พ.ร. เท่าที่ผมได้จดไว้นี่ก็มีผู้ร่วมอภิปรายทั้งหมดถึง ๑๙ ท่านด้วยกัน ก็ใช้เวลาพอสมควรนะครับ ก็ขออนุญาตที่จะถือว่าส่วนทั้งหลายที่ท่านได้กรุณาอภิปราย ไปนั้นจะเปึนส่วนประกอบสําคัญในการที่เราจะนําไปปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่าสําหรับรายงานผลการพัฒนาระบบ ราชการประจําป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นจัดทําขึ้นโดยแผนยุทธศาสตร์ของการพัฒนาระบบ ราชการ ซึ่งกําหนดไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ สิ้นสุดเอาป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นรายงานผล การพัฒนาระบบราชการประจําป้ ๒๕๕๐ ก็นับได้ว่าเปึนรายงานประจําป้ เปึนป้สุดท้ายของแผน ที่กําหนดขึ้น เพราะฉะนั้นตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ เปึนต้นไป สํานักงาน ก.พ.ร. ก็มีหน้าที่จะต้องทํา แผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบราชการขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในวันศุกร์ที่ผ่านมากระผม ก็ได้ขออนุญาตไปให้นโยบาย โดยส่วนหนึ่งก็มาจากนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา อีกส่วนหนึ่ง ก็ได้อ่านแผนอ่านรายงานแล้วเห็นว่าบางเรื่องอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขก็เสนอแนะ ต่อสํานักงาน ก.พ.ร. ไว้ ซึ่งปัจจุบันนี้แผนดังกล่าวก็อยู่ในระหว่างการจัดทําอย่างรีบเร่ง ซึ่งสามารถจะสําเร็จได้ในเร็วนี้ สําหรับแผนที่ผ่านมานั้นเปัาประสงค์สําคัญก็คือจะมีอยู่ ๔ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ ก็คือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการให้บริการต่อพี่น้อง ประชาชน

ประการที่ ๒ ก็คือการปรับบทบาทภารกิจของส่วนราชการให้มีขนาด เหมาะสมขึ้น

ประการที่ ๓ คือยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางาน และ

ประการสุดท้าย คือตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย เพียงแต่ว่าในตอนท้ายของแผนก็กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ว่าก็มีความผันผวนทางการเมืองอยู่พอสมควรดังเปึนที่ทราบกันอยู่ เรื่องของการบริหาร จัดการที่ดี เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องของนโยบายบางเรื่องของรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงนํามาใส่ไว้ในรายงานประจําป้นี้ด้วย เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าโดยสรุปแล้วรายงาน ที่ท่านได้กรุณาอ่านไปนั้นก็จะมีอยู่โดยรวม ก็คือแผนเดิมที่ได้กระทําไว้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ จนถึงป้ ๒๕๕๐ แล้วก็จะมีแผนเพิ่มเติมขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างกะทันหัน ในคราวที่ผ่านมา กระผมขออนุญาตที่จะเรียนตอบข้อซักถามบางประการของ เพื่อนสมาชิกในหลายประเด็น สําหรับสิ่งที่ผมจะตอบต่อไปนี้ก็ต้องกราบเรียนว่า ส่วนหนึ่งก็คือว่าจะตอบเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าจริง ๆ แล้ว รายงานชุดนี้นี่ว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องโดยทางตรงอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งสิ้น เพราะว่าเปึนเรื่องผลพวงจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการตามแผนนั้นตั้งแต่ป้ ๒๕๔๖ เปึนต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลในชุดที่แล้วป้ ๒๕๕๐ ท่านทั้งหลายก็ทราบดีว่า เปึนรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และท้ายที่สุดก็บรรจุแผนหรือโครงการบางเรื่อง เข้ามาในแผนนี้จึงปรากฏในรายงาน เรื่องที่สําคัญนี่ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านสมาชิกผู้อาวุโสซึ่งเพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ก็ด้วยความเคารพนะครับ ขอกราบเรียน ท่านพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ความจริงก็เคารพนับถือกันเปึนการส่วนตัวอยู่ ท่านได้หยิบยก คําให้สัมภาษณ์ของกระผมที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนมาพูดในการอภิปรายเมื่อสักครู่ที่ ผ่านมา ผมอยากจะเรียนว่านอกจากจะนึกถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคําแหง ในฐานะ ที่เปึนอดีตอธิการบดี ผมยังคงนึกถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งประสิทธ์ประสาทวิชาการให้กับผม และสอน ให้ผมรู้จักรักประชาชน คําสัมภาษณ์ที่กระผมให้สัมภาษณ์ไปก็สืบเนื่องมาจากเมื่อมี การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการบางตําแหน่ง ผู้สื่อข่าวก็มาถามว่าในฐานะอาจารย์เปึน รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี อาจารย์จะมีความเห็นอย่างไรว่าการแต่งตั้งนั้น เปึนอย่างไรจะมีทางแก้ไขอย่างไรหรือไม่ ผมก็กราบเรียนตรงไปตรงมาว่าผมไม่ใช่รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงที่มีอํานาจแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งผมก็คิดว่าคําตอบของผมคงไม่ผิด เพราะผม ก็บอกสื่อมวลชนไปว่าผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครจะแต่งตั้งโยกย้ายอะไร แล้วที่ผมสดับ ตรับฟังดูก็ล้วนแต่มีเหตุมีผลด้วยกันทั้งสิ้น เขาก็ถามต่อไปว่าและถ้าเกิดจะมีการฟัองร้อง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองก็ดี ต่อศาลอาญาก็ดี ข้าราชการจะทําอย่างไร เขาคง คิดว่าผมเปึนนักกฎหมาย เปึนรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้าน กฎหมาย ผมก็ตอบว่าผมก็คงไม่สามารถจะไปเปึนทนายแก้ต่างให้ได้ เพราะผมไม่ใช่ผู้มี อํานาจแต่งตั้งโยกย้าย คําตอบก็มีเพียงเท่านี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียน ท่านประธานว่าถ้าจะเอาคําพูดของผมเพียงที่ให้สัมภาษณ์ไปด้วยเหตุด้วยผลเช่นนั้น มาบอกว่ารัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ กู๊ด กัฟเวิร์นแนนซ์ (Good governance) ไม่ได้ดูแลระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าน่าจะเปึนความเข้าใจ ที่ไม่ตรงกัน ผมเข้าใจดีนะครับว่าระเบียบทั้งหลายที่ท่านได้ร่างไว้ จะเปึนสมัยท่านอดีต นายกรัฐมนตรี จะเปึนสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งก็สุดแต่ ล้วนแล้วแต่มี เจตนาและมีความสําคัญต่อการบริหารราชการแผ่นดินทั้งสิ้น และในฐานะรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแลอยู่ก็ดูอยู่ตลอดเวลาว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เปึนประโยชน์และสามารถจะมาปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงแก้ไขอย่างใดหรือไม่ สิ่งที่กระผม ไม่เห็นด้วยกับท่านผู้อภิปราย ก็อยากกราบเรียนดูประหนึ่งว่าท่านจะอภิปรายว่า กฎ ระเบียบ ข้อบังคับทั้งหลายอาจจะไม่มีความจําเปึนต้องแก้ไขหรอก แต่ข้อสําคัญก็คือ ว่ามันอยู่ที่พฤติกรรมของบุคคล พูดง่าย ๆ ก็อยู่ที่พฤติกรรมการบริหารของแต่ละบุคคล ผมอาจจะเห็นต่างกับท่านนะครับ กราบเรียนท่านประธานว่า ผมคิดว่ากรอบ ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับทั้งหลายนั้นเปึนสิ่งจําเปึนสําหรับสังคมไทย พฤติกรรมของบุคคล ถ้าไม่มีกรอบ กฎ กติกา มารยาท ระเบียบทั้งหลายกําหนดไว้ให้รัดกุมให้รอบคอบ และพัฒนายิ่งขึ้น ๆ แล้ว ผมคิดว่าพฤติกรรมของบุคคลนั้นอาจจะไร้ซึ่งการควบคุม กํากับ และจะเปึนเหตุบานปลายที่ทําให้การบริหารราชการแผ่นดินไม่เปึนไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถึงตรงนี้ก็อยากจะกราบเรียนท่านที่เคารพ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อน สมาชิกว่ามีผู้อภิปรายในประเด็นของการบริหารบ้านเมืองที่ดี ประเด็นทุจริตคอร์รัปชัน ประเด็นเรื่องคุณธรรม ประเด็นเรื่องจริยธรรมต่าง ๆ มากมายหลายท่านด้วยกัน ผมยกตัวอย่าง อาทิ ท่านนริศ ขํานุรักษ์ ท่านประกอบ ท่านอภิชาต รวมทั้งท่านผุสดี แม้กระทั่งท่านพิเชษฐซึ่งกรุณากล่าวไปเมื่อสักครู่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนริศได้กรุณา กล่าวว่า ซักถามว่าดูเหมือน ก.พ.ร. นี่จะยังไม่เข้าไปกระตุ้นเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้ง ให้ปลอดจากการเมือง เปึนไปอย่างมีคุณธรรม ก็กราบเรียนว่าเท่าที่ไปติดตามดูแล้วก็ พูดคุยกับ ก.พ.ร. นี่ ก.พ.ร. ก็กําลังทํามาตรฐานทางจริยธรรมอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าเร็ว ๆ นี้ก็จะ เสร็จสิ้น ก็คือเปึนมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐและนักการเมือง จะทําร่วมกับผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ซึ่งมีอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่านทั้งหลายทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารงานบุคคลจะเปึนไปอย่างมี จริยธรรม เพราะเปึนไปตามวรรคสี่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งผม ขออนุญาตที่จะกล่าวว่า กําหนดว่าในการพิจารณาสรรหา กลั่นกรองหรือแต่งตั้งบุคคลใด เข้าสู่ตําแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการใช้อํานาจรัฐ รวมทั้งการโยกย้าย การเลื่อนตําแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนและการลงโทษบุคคลนั้น จะต้องเปึนไปตามระบบคุณธรรมและ คํานึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย อันนี้ก็เปึนบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่พวกเราทั้งหลายต้องให้ความเคารพและคิดว่า ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนั้นผมก็ถือว่าเปึนสิ่งที่ดีที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ผลักดันกฎหมาย ความจริงก็เปึนต้นร่างอยู่หลายครั้งหลายหนเท่าที่ผมมีประสบการณ์อยู่ แต่มาสําเร็จ ในรัฐบาลชุดที่แล้ว กล่าวคือว่าเรามีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๕๐ กําหนดให้มีคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด ชื่อโดยย่อว่า กธจ. ซึ่งมีผู้แทนประชาสังคมทั้งหลาย มีผู้แทนทางองค์กรท้องถิ่น มีผู้แทนทางภาคธุรกิจ เอกชนจะเข้ามาเปึนกรรมการชุดนี้ และหน้าที่ทั้งหลายทั้งปวงก็จะกําหนดโดยระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระผมก็คิดว่าจะติดตามเรื่องนี้เปึนกรณีพิเศษ นอกจากนั้นก็เปึน ที่ทราบว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็พูดกันมากเมื่อสักครู่นี้ ก็คือเรื่องของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ที่เรียกว่า กพค. กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าสําหรับคณะกรรมการชุดนี้เนื่องจาก พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งบัญญัติให้มี กพค. เพื่อทําหน้าที่พิทักษ์ระบบคุณธรรม วินิจฉัย เรื่องราวร้องทุกข์ข้าราชการ ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่าให้จัดตั้ง กพค. ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับตั้งแต่วันประกาศใช้ ซึ่งจะครบกําหนดในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็จะติดตามเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยต่อไป ก็แน่นอนขณะนี้แม้จะมีกฎหมาย บังคับใช้แล้ว แต่เนื่องจากระยะเวลาที่กําหนดไว้ หมายความว่าองค์กรนี้ก็ยังไม่เกิดขึ้น ที่อยากจะกราบเรียน สําหรับ กพค. นี้ก็เปึนเรื่องที่ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ได้กรุณา อภิปรายไว้ด้วย ผมขอถืออนุญาตตอบต่อไปเลยนะครับ อันนี้ส่วนที่ ๑ นะครับ

ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับ ท่านได้กรุณาพูดถึงเรื่องของนโยบายที่สําคัญก็คือว่านโยบาย ๔ ป. นี้ รัฐบาลชุดนี้ จะยังคงดําเนินการต่อไปหรือไม่ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ๔ ป. ก็คือเรื่องของโปร่งใส เปึนธรรม ประหยัด ประสิทธิภาพ จะคงดําเนินการต่อไปอย่างไรหรือไม่ ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนว่าคํารับรองการปฏิบัติราชการที่ผู้บริหารจะต้องกําหนดเปึนตัวชี้วัดนั้นจะต้อง ประกอบด้วยการประเมิน ๔ มิติด้วยกัน

๑. ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพ

๒. ก็คือเรื่องของคุณภาพ

๓. ก็คือเรื่องของประสิทธิผล และ

เรื่องที่ ๔ ก็คือการพัฒนาองค์กร

๔ ป. นั้นก็เรียนว่าสํานักงาน สปร. นี้ได้ถูกจัดเปึนตัวชี้วัดย่อยอยู่ในมิติต่าง ๆ ใน ๔ มิติที่ผมกราบเรียนมา รัฐบาลที่ผ่านมาได้หยิบยกมาเปึนประเด็นเรื่องของ ๔ ป. นี้ ก็เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจของเพื่อนข้าราชการทั้งหลายในการนําไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ๔ ป. จึงเปึนตัวชี้วัดที่อยู่ในระบบการประเมินการปฏิบัติงานของส่วนราชการอยู่แล้ว สําหรับ ในส่วนนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันนี้ ข้อ ๘ ก็แถลงไว้ชัดเจนว่าจะเน้นย้ํานโยบาย ต่อเนื่องกันไปในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็กราบเรียน ท่านประธานว่ากระผมนั้นได้รับผิดชอบเปึนผู้ดําเนินการจัดทําแผนบริหารราชการแผ่นดิน ในส่วนที่ ๘ ในเรื่องของการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี แล้วก็ได้นําคําอภิปรายทั้งหลาย ข้อสังเกตต่าง ๆ นี้ก็ได้ไปพูดกันถึงในการจัดทําแผนนโยบายที่ผ่านมา สําหรับนโยบาย การบริหารราชการแผ่นดิน ในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีนั้น ปัจจุบันนี้กําลังดําเนินการอยู่ อย่างขะมักเขม้นเพื่อให้แล้วเสร็จ และจะครอบคลุมที่ท่านทั้งหลายได้อภิปรายไว้ด้วย ก็ขออนุญาตเรียนว่าท่านกรุณาถามว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองจะสามารถเปึน ประธานกรรมการในองค์กรมหาชนที่ท่านได้กรุณาอภิปรายไป ก็ขออนุญาตตอบเปึน ๒ ส่วนนะครับ

ส่วนแรกก็คือ ท่านได้ถามว่าค่าตอบแทนประธาน ค่าตอบแทนกรรมการ ดูจะสูงเหลือเกิน ผมเองก็ได้รู้สึกว่าจะมีการอภิปรายเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ประมาณป้ ๒๕๔๗ ป้ ๒๕๔๘ ผมไม่ได้รับผิดชอบดูแลสํานักงานพวกนี้ องค์การมหาชนพวกนี้ แต่ก็จะรับ ข้อสังเกตนั้นไปบอกผู้กํากับดูแลโดยตรง ซึ่งเข้าใจว่าก็จะเปึนรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ถามว่าเปึนได้หรือไม่ เขาก็เขียนไว้ชัดเจนนะครับท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๐ (๖) บอกว่า คุณสมบัติต้องห้ามสําหรับผู้จะเปึนประธานกรรมการก็คือ ห้ามกรรมการหรือ ผู้ดํารงตําแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองดํารงตําแหน่งดังกล่าว ก็แปลว่ากฎหมายเขาห้ามไว้ เปึนไม่ได้นะครับ

ถัดไปขออนุญาตที่จะตอบคําถามของท่านสมาชิกที่เคารพก็คือท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ซึ่งท่านได้อภิปรายไว้ในหลายประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านได้อภิปรายว่า ก.พ.ร. ไม่ช่วยสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีกรอบการทํางานอยู่แค่ราชการหรือกระทรวง ทบวง กรมในส่วนกลาง เท่านั้น

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม ภายใต้ การปฏิรูประบบราชการนั้นยังไม่เหมาะสม ท่านก็ยกตัวอย่างหลายกระทรวง และคิดว่า เสนอแนะว่าควรจะมีการพัฒนาหรือปฏิรูปกันต่อไป ไม่ควรหยุดอยู่แค่นี้ ข้อ ๓ ก็คือว่า ท่านบอกว่า ๒ ข้อนะครับ ประทานโทษ ผมก็จดไว้โดยสรุปนะครับ

ก็ขออนุญาตเรียนว่าสําหรับเรื่องที่ ๑ นั้น ได้รับรายงานว่า ก.พ.ร. นั้น ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นและสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ได้ผลักดันให้ อบท. ทั้งหลายนําพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงไปใช้ใน อบท. แล้วตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐

ประการที่ ๒ อยากจะตอบว่าในโอกาสต่อไป สํานักงาน ก.พ.ร. คงจะได้ วางระบบความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น เพราะเรื่องนี้เปึน ปัญหาถึงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๘ (๒) เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้จัดลําดับความสําคัญ ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาระบบราชการของภาครัฐ สํานักงาน ก.พ.ร. ก็ได้ศึกษาทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และผมก็เห็นด้วยกับท่านชํานิว่า ก็ควรจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ ควรจะต้องมีการปรับหรือปฏิรูป หรือว่าคิดถึงเรื่องกระทรวง ทบวง กรม ที่ได้มีการแบ่งส่วนจัดระบบกันไปแล้วนะครับ

ท่านวรศุลีนะครับ ได้กรุณาบอกว่าขอให้ดูแลข้าราชการกลุ่มน้อย เรื่องค่าครองชีพ อันนี้ก็กราบเรียนโดยสรุปว่าเปึนนโยบายของรัฐบาลในข้อ ๘.๑.๔ ที่บอกว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถ ดํารงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี และเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการให้เหมาะสมกับ การทํางานและสถานการณ์ค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งปรับปรุงสวัสดิภาพ การทํางาน ภาระหนี้สิน เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความสมดุลระหว่าง การทํางาน อันนี้ก็เปึนเรื่องที่ตรงกับนโยบายของรัฐบาลที่อยากกราบเรียนนะครับ

ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นะครับ ยังมีประเด็นเรื่องของการสื่อสารข้อมูล ของส่วนราชการโดยผ่านทางเว็บไซต์ของส่วนราชการ ควรให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจอย่างแท้จริง ควรให้ความสําคัญกับการเป่ดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างจริงจัง การเป่ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม การมีความชัดเจนเปึนรูปธรรม สําหรับ ๓ ประเด็น นี้ก็เรียนว่าสํานักงาน ก.พ.ร. ได้กําหนดเปึนส่วนหนึ่งของการประเมินผลในมิติที่ ๒ ก็คือมิติว่าด้วยคุณภาพการให้บริการของทุกส่วนราชการและจังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ก็กราบเรียนว่ารัฐบาลก็ให้ความสําคัญกับเรื่องดังกล่าวและถือเปึนนโยบายสําคัญ และผมถือว่าเปึนเรื่องที่ดีที่จะรับข้อสังเกตของท่านอภิชาตไปเพื่อจะไปดําเนินการในส่วน ที่เกี่ยวข้องต่อไป อันนี้ก็เปึนส่วนที่กระผมคิดว่าเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในบางส่วนที่ขอความกรุณาท่านประธานเพื่อจะหยิบยกมาตอบเพื่อนสมาชิก แต่ว่า ยังมีประเด็นรายละเอียดบางส่วนที่เปึนเรื่องของการปฏิบัติในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมาและในอดีต ซึ่งเปึนรายละเอียดทางเทคนิคหรือเปึนเรื่อง ของการปฏิบัติ กระผมขอประทานอนุญาตท่านประธานที่จะขออนุญาตให้ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ช่วยกรุณาตอบเพื่อนสมาชิกได้ทราบครับ สําหรับกระผมขอกราบขอบพระคุณครับ