พิเชษฐ พันธุวิชาติกุล หารือเรื่องจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการป้องกันการทุจริตในภาครัฐ โดยชี้ให้เห็นความจำเป็นในการประสานเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ข้าราชการการเมือง และข้าราชการพลเรือน พร้อมยกตัวอย่างประกาศ ก.พ. ปี ๒๕๓๗ ที่เคยกำหนดจรรยาบรรณไว้แต่ถูกละเลย จนปัจจุบันสังคมเรียกร้องให้ขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าผมจะใช้เวลาไม่นาน แล้วก็ขอพูดเพียงเรื่องเดียว คือเรื่องตามเอกสารรายงาน ในบทที่ ๓ ข้อ ๓.๑.๑ คือการขับเคลื่อนด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการปัองกัน การทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าปัจจุบันนี้ และในช่วงไม่กี่ป้ที่ผ่านมา เรื่องธรรมาภิบาล เรื่องจริยธรรม เรื่องคุณธรรมเปึนกระแสที่ เรียกร้องจากสังคมอย่างรุนแรง จนแม้กระทั่งในสภาเราเมื่อไม่กี่วันที่แล้วเราก็ยังต้องตั้ง คณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ในส่วนฝ์ายการเมืองที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติเราก็กําลังจะมีประมวล จริยธรรม แต่ในขณะเดียวกันในฝ์ายข้าราชการการเมืองก็จําเปึนต้องมีในฝ์ายข้าราชการ ประจําหรือข้าราชการพลเรือนก็จําเปึนจะต้องมีเช่นเดียวกัน การประสานเชื่อมต่อระหว่าง ๓ ยุทธศาสตร์นี้เปึนสิ่งที่จําเปึน คงจะไม่ใช่ฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งจะสามารถจะกระทําได้ ก.พ.ร. เปึนหน่วยงานที่ตั้งมาตั้งแต่ป้ ๒๕๔๕ ท่านเลขาธิการกับผมก็เคยพบกันมาในห้อง งบประมาณเกือบทุกป้ เราได้แลกเปลี่ยนความคิดความเห็นในสิ่งเหล่านี้ แต่ทําไม เรื่องจริยธรรม เรื่องคุณธรรมและธรรมาภิบาลเพิ่งจะมาเปึนวาระยุทธศาสตร์สําคัญ ของท่านเอาเมื่อป้ ๒๕๕๐ แล้ว ทําไมรัฐบาลในป้ที่ผ่านมาของท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จึงได้ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเปึนวาระแห่งชาติ และประกาศที่จะต้องขับเคลื่อนเรื่องจริยธรรม ธรรมาภิบาลและการปัองกันการทุจริตทันทีทันใดอย่างรุนแรง จนประกาศเปึนนโยบาย ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ข้าราชการมีอุดมการณ์ที่จะทํางานสนองพระเดชพระคุณ คําว่า สนองพระเดชพระคุณ ก็คือสมกับความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทําไมมันเกิดเปึนกระแสรุมเร้าที่เราจะต้องคิดถึงสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาอย่างรุนแรงในป้ ๒ ป้นี้เอง ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ในรัฐบาลของ พลเอก สุรยุทธ์ที่ผ่านมา ผมก็นั่งฟังแถลงนโยบาย ถึงไม่ใช่ อยู่ในสภาในห้องนี้ก็นั่งฟังอยู่ด้านนอก มีการพูดถึงการบริหารจัดการที่ดีที่จะต้องเปึน วาระแห่งชาติอย่างเร่งด่วนที่สุด คือการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ มีการ พูดถึงคําว่า โลกาภิวัตน์ มีการพูดถึงคําว่า ธรรมาภิบาล สังคมตระหนักดีว่าในท่ามกลาง โลกาภิวัตน์ที่รุนแรงเชี่ยวกรากในขณะนี้เราขาดธรรมาภิบาลที่เข้มแข็งควบคู่กํากับกงล้อ แห่งโลกาภิวัตน์ที่หมุนไป ทั้งปราศจากธรรมาภิบาลที่ดี เรามองบางอย่างว่าลางหายนะ บางอย่างจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติและบ้านเมือง มันจะเกิดหลาย ๆ เรื่องในบ้านเมือง ที่เราไม่ค่อยสบายใจนัก ผมเรียนว่าการที่จะปฏิบัติให้ล่วงลุสู่ยุทธศาสตร์เหล่านี้มันคง ไม่ใช่คัมภีร์ คงไม่ใช่ไปออกระเบียบ ออกข้อบังคับ ออกอะไรออกมา หรือไปประชุมสัมมนาอย่างเดียว แล้วจะล่วงบรรลุผล แต่มันคือพฤติกรรมในภาคปฏิบัติต่างหาก วันนี้ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีได้กรุณานั่งอยู่ด้วย แล้วก็ท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ก็ได้กรุณา นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยทั้ง ๒ ท่าน ทั้ง ๒ ฝ์ายล้วนแล้วแต่มีความสําคัญในการที่จะประสาน เชื่อมต่อ ระเบียบที่เกี่ยวกับข้าราชการการเมืองคงหนีไม่พ้นที่จะต้องเกี่ยวกับระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี และระเบียบที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนก็คงจะหนีไม่พ้นที่เกี่ยวกับ ข้อบังคับของข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ผมเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ความคิดที่จะต้องจัดการ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการคิดและมีการกระทํามาตลอด เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน ๑ ตระหนักถึงความสําคัญว่า ในโลกาภิวัตน์ที่จะเปลี่ยนแปลงต่อไปนี้ถ้าปราศจากข้อบังคับที่ดีงามให้กับ ข้าราชการพลเรือน ก.พ. แล้วเรากลัวจะมีปัญหา เรากลัวจะมีปัญหาหมักหมม จึงได้มี ประกาศข้อบังคับ ก.พ. โดยอาศัยอํานาจนายกรัฐมนตรี ๑๖ ข้อ และได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ และประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๗ ข้อบังคับ ก.พ. ดังกล่าวนี้ได้หยิบยก ของเก่า และท่านนายกรัฐมนตรีแก้ทุกวรรคทุกตอนด้วยลายมือของตัวเองปรับ ให้มันสมบูรณ์ที่สุด มีข้อบังคับจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน เปึนจรรยาบรรณ ต่อตนเองในข้อ ๑ ถึงข้อ ๓ เปึนจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติต่อหน่วยงานในข้อ ๔ ถึงข้อ ๗ เปึนจรรยาบรรณที่พึงปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานในข้อ ๘ ถึงข้อ ๑๒ และเปึนจรรยาบรรณต่อประชาชนตั้งแต่ข้อ ๑๓ ถึงข้อ ๑๖ หลายเรื่อง ในจรรยาบรรณเหล่านี้คือสิ่งที่ประทานโทษ ท่านมนูญกฤต รูปขจร ได้พูดไปแล้ว ไม่ใช่ของใหม่เลย เราได้ตระหนักถึงแนวนี้ แต่ทําไมจากป้ ๒๕๓๗ ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๑ ป้ ๒๕๔๒ ป้ ๒๕๔๓ ปัญหามันน้อย วันนี้เรื่องราวทุกอย่างทําไม มันมาลุกลามรุนแรงจนรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ต้องประกาศเปึนยุทธศาสตร์จนท่านต้อง ประชุมระดมข้าราชการถึง ๕๐๐ คน ที่หอประชุมมัฆวานรังสรรค์ อันนี้เปึนเรื่องใหญ่ ผมว่าส่วนหนึ่งไม่ต้องมากหรอกครับ ท่านเลขาธิการกรุณาไปดูข้อบังคับ ก.พ. ทั้งหลาย และเอื้ออํานวยจะต้องทําอะไรบ้างให้บุคลากรข้าราชการพลเรือนเหล่านี้เข้าสู่ข้อบังคับ ข้อบังคับเรื่องทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ขณะนั้นมีระเบียบแม้กระทั่งว่ารับของขวัญเกิน ๓,๐๐๐ บาทยังไม่ได้เลย ทําไมมันปล่อยหละหลวมไปช่วงไหนจนเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน ขึ้นมามากมาย ในขณะเดียวกันท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีครับ ท่านกรุณา ไปดูระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของ ข้าราชการการเมือง รัฐมนตรีทุกคนเปึนข้าราชการการเมืองครับ ที่ปรึกษา เลขานุการ และมีข้าราชการการเมืองอยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีมากแค่ไหน เมื่อไม่กี่วันที่แล้วท่านได้ มีการให้สัมภาษณ์จับความได้ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหาเรื่องคุณธรรม ที่มีปัญหา เปึนเรื่องของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไม่เกี่ยวกับท่าน แต่ท่านเปึนผู้ดูแลระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ได้กรุณาแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อเตรียมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้าปัองกันไว้ ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือระเบียบมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พุทธศักราช ๒๕๔๓ ในระเบียบดังกล่าวนี้ในหมวด ๑ ว่าด้วยคุณธรรม จริยธรรมของ ข้าราชการการเมืองตั้งแต่ข้อ ๕ ถึงข้อ ๒๗ ครอบคลุมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ก็สิ่งที่ท่านเลขาธิการได้นําเสนอในแผนงาน ในหมวด ๒ ว่าด้วยการควบคุมให้เปึนไปตาม คุณธรรมและจริยธรรมก็ได้กําหนดไว้หมดแล้ว รวมทั้งข้อ ๒๘ และข้อ ๒๙ ในทางปฏิบัติ ต่อไปโดยตนเอง ผู้ร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา สุดท้ายคือประชาชนจะต้อง ได้รับธรรมาภิบาลจากข้าราชการการเมืองและข้าราชการพลเรือนทั้งหลาย ที่ผมบอกว่า ๒ หน่วยงานนี้ต้องประสานเชื่อมต่อ ถ้าท่านอธิบดีจะมีธรรมาภิบาล มีระบบคุณธรรมต่อ ผู้ใต้บังคับบัญชาตั้งแต่ ซี ๙ จนถึง ซี ๒ ซี ๓ ไป ไม่ว่าในการแต่งตั้ง โยกย้ายทั้งหลาย จะปฏิบัติสิ่งเหล่านี้ได้ แต่จะทําได้อย่างไรถ้าฝ์ายการเมืองบีบบังคับมาละครับ ถ้าอธิบดี ไม่สนองตอบ ไม่เอื้ออํานวยให้เปึนประโยชน์และสุดท้ายนี่ฝ์ายการเมืองใช้อํานาจกับ ฝ์ายข้าราชการพลเรือนละครับ ข้าราชการพลเรือนจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างไร ผมถึงบอกว่า สิ่งเหล่านี้ในสภานิติบัญญัติเราก็กําลังประมวลระบบจริยธรรมของเราไว้แล้ว เรารู้ว่า เราพึงทําอะไร เราไม่ควรทําอะไร ขณะเดียวกันทางสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีต้องดูด้วย มันมีอยู่แล้วคัมภีร์ที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มันมีอยู่แล้ว มันมีปัญหาในทางปฏิบัติด้วยพฤติกรรมต่างหากหรอกครับ ในขณะเดียวกันส่วนที่เปึน ข้าราชการพลเรือนทั้งหมดผมคิดว่าท่านเลขาธิการต้องเข้มแข็ง เพื่อนข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทุกหมู่เหล่าวันนี้ต้องเข้มแข็ง ข้อสําคัญที่สุดคือยุทธศาสตร์ที่ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ประกาศไว้ว่า วาระแห่งชาติที่ท่านต้องทํางานสนองพระเดชพระคุณ สนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านประธานครับ ผมพูดคํานี้ เพราะในนี้เขียนไว้ว่า ในยุทธศาสตร์จากการสัมมนาดังกล่าวนี้มีการเขียนไว้ในหนังสือ รายงานนี้ว่าจะต้องสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่ข้าราชการ เรามีความภาคภูมิใจส่วนหนึ่งนอกจากเบี้ยหวัด บํานาญ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่จะได้ แล้วข้าราชการส่วนใหญ่มักจะอ้างเกียรติภูมิของตนเองว่าตนคือข้าราชการ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ข้าราชการตํารวจพูดว่าหน้าหมวกของตนคือตราแผ่นดิน บนบ่าของตนคือมหาพิชัยมงกุฎ ข้าราชการพลเรือนส่วนใหญ่อ้างอิงถึงตราครุฑ ครุฑพ่าห์ แม้กระทั่งในหัวกระดาษในคําสั่งทุกอย่าง ท่านเลขาธิการครับ ท่านอย่าไปเขียนคัมภีร์ อะไรให้มากไปกว่านี้เลยครับของเก่ามันมีอยู่ แต่ทําอย่างไรที่จะปลูกสํานึกคนเหล่านี้ ให้คํานึงถึงความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่ ประกาศอุดมการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่วันหนึ่งการเมืองตบโต๊ะมา การเมืองสั่งการมาท่านก็ เพี้ยนไปหมด มันจึงมีระบบวิ่งเต้นตั้งแต่ซี ๕ ซี ๖ ซี ๗ ก็วิ่งซี ๑๐ และระบบคุณธรรมมันก็ สูญหายไปจากการวิ่งเต้นเหล่านั้น แต่ซี ๑๐ ซี ๑๑ จะยืนหยัดอยู่ได้ต่อเมื่อฝ์ายข้าราชการ การเมืองท่านต้องยึดมั่นในคัมภีร์ของท่านด้วยว่าท่านจะไม่ใช้อํานาจกับข้าราชการทั่วไป โดยปราศจากคุณธรรมเหล่านี้ มันไม่ใช่ตัวหนังสือหรอกครับมันคือพฤติกรรม ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านมาจากเคยเปึนอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่มี นักศึกษามากที่สุด ผมเชื่อว่าจิตสํานึกลึก ๆ ของท่านยังผูกพันกับนักศึกษารามคําแหง หลายแสนคนทั่วประเทศ วันนี้นักศึกษารามคําแหงมองกันว่าอดีตอธิการบดีของเขาคนหนึ่ง เมื่อมานั่งอยู่ฝ์ายการเมืองเคยนึกถึงสิ่งที่พร่ําสอนเขาหรือเปล่า เคยกล้ารับผิดชอบหรือเปล่า ยึดมั่นคง กล้าหาญแค่ไหน เพราะฉะนั้นท่านไม่ใช่บอกว่าการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะมี ถ้าไม่ชอบมาพากล ไม่ชอบธรรม ไม่เกี่ยวกับท่าน เพราะท่านเปึนเพียงรัฐมนตรีประจํา สํานักนายกรัฐมนตรี มันเปึนเรื่องของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่ท่านเปึนผู้ปฏิบัติตาม ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี เพื่อควบคุมข้าราชการการเมืองเหล่านี้นะครับ ผมดีใจสิ่งที่ ผมได้พูดต่อหน้าทั้ง ๒ ท่านที่นั่งกันอยู่ ฝ์ายสภาท่านประธานสภารับผิดชอบพวกเรา เรากําลังประมวลจริยธรรมของข้าราชการ ฝ์ายนิติบัญญัติทั้งหมดในสภานี้ ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีกลับไปดูข้อบังคับ ก.พ. ที่ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ได้เขียนไว้วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๓๗ และถ้าท่านจะกรุณาให้ข้าราชการการเมืองทั้งหลายเก็บเอา ๒๐-๓๐ กว่าข้อนี่ติดตรงหัวนอนและบนโต๊ะทํางาน คิดถึงมันเมื่อเวลาเราทํางาน ในขณะเดียวกันท่านเลขาธิการ ก.พ.ร. ครับ ประมวลจริยธรรม ระเบียบข้อบังคับ ก.พ. และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเหล่านี้ ข้อบังคับ ก.พ. ท่านให้ความสําคัญในทางปฏิบัติครับ ผมไม่เชื่อคัมภีร์ที่ไหนหรอกครับ ผมติดใจในพฤติกรรมมนุษย์ ผมหวาดระแวง ในพฤติกรรมมนุษย์ ที่เมื่อตะกี้มีในสภานี้พูดถึงว่าคุณธรรมในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย เมื่อป้ ๒๕๔๓ มีปัญหาหรือไม่ ผมอยู่ที่กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้ผมดูแลงานบริหารบุคคล ผมแต่งตั้งอธิบดีไปมากกว่า ๑๐ คน ไม่เคย มีปัญหา ไม่เคยมีข้อครหาเลยจนบัดนี้เกือบ ๑๐ ป้แล้ว จะมีการแต่งตั้งโยกย้ายบ้างที่ กระทรวงมหาดไทย ท่าน พลตรี สนั่นเปึนรัฐมนตรีอยู่พักหนึ่งกับท่านบัญญัติ มีครับ แต่งตั้งโยกย้ายตามวาระ ตามวาระครับ ไม่ใช่แถลงนโยบายในสภาเสร็จวันที่ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๒ ๒๔ ๒๖ ๒๙ ออกระเบียบออกคําสั่งมาโยกย้ายข้าราชการระดับ ๑๐ ระดับ ๑๑ เยอะแยะไปหมด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้มันจะอยู่ได้ ประเทศชาติอยู่ได้ ต่อเมื่อข้าราชการคํานึงถึงความเปึนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามปณิธานที่ท่านยึดมั่นและที่ท่านภาคภูมิใจ ผมขอเพียงแค่เรื่องเดียวครับท่านประธานครับ เพราะคิดว่าตรงนี้คือหัวใจสําคัญที่สุดของการที่จะปฏิรูประบบราชการ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน