สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ชื่นชมคณะกรรมการ ก.พ.ร. ที่จัดทำรายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ และมีข้อเสนอให้กับ ก.พ.ร. ในการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความโปร่งใส ความสะอาด และการลดปัญหาความขัดแย้ง และมี 3 มิติที่ต้องการพัฒนา ได้แก่ ระบบโครงสร้าง ตัวข้าราชการ และวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสร้างระบบคุณธรรม ระบบธรรมาภิบาล และจิตสํานึกในการรับใช้ประชาชน

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมต้องขอชื่นชมกับคณะกรรมการ ก.พ.ร. ที่ได้อุตส่าห์จัดทํา รายงานการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ มารายงานให้พวกเรา ซึ่งเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบและได้มีโอกาสในการวิพากษ์วิจารณ์ รายงานฉบับนี้ ค่อนข้างจะอ่านยากสักนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าใช้เทคนิคภาษาที่เปึนราชการแล้วก็ไม่ได้ ผูกมัดอะไรให้กับตัวเองว่า ผลสําเร็จที่เกิดขึ้นเปึนความสําเร็จของ ก.พ.ร. อยู่ตรงไหน อย่างไรบ้าง เพียงแต่เปึนการรายงานภาพให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ เท่านั้นเองนะครับ ในรายงานการพัฒนาระบบราชการไทยของ ก.พ.ร. ประกอบด้วย ๓ ส่วนสําคัญ ก็คือ

ส่วนที่ ๑ ก็คือภาพรวมของการพัฒนาระบบราชการ

ส่วนที่ ๒ ก็คือผลการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๕๐ และ

ส่วนที่ ๓ ก็คือผลการดําเนินงานของสํานักงาน ก.พ.ร. ป้ ๒๕๕๐

ซึ่งในประเด็นของภาพรวมการพัฒนาระบบราชการนั้นก็ได้สะท้อนภาพ ให้เห็นถึงพัฒนาการต่าง ๆ ซึ่งก็เปึนสิ่งที่ดี แล้วก็เปึนความพยายามในการทํางานของ ก.พ.ร. ในช่วงที่ผ่านมา เฉพาะในส่วนของป้ ๒๕๕๐ นี้เท่าที่อ่านจากรายงานของ ก.พ.ร. ก็พบว่าก็เปึนการรายงานที่เดินตามกรอบนโยบายของรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในป้ ๒๕๕๐ ซึ่งรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบายมาในบริบทที่เปึนเรื่องของ จริยธรรม เรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของการปัองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้ง เรื่องของยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขที่ลงไปสู่ในส่วนภูมิภาค ก.พ.ร. ก็ได้รายงานในส่วนนี้ให้ รับทราบซึ่งก็เปึนเรื่องที่ดีนะครับ แต่ว่าในส่วนของผลของการพัฒนาระบบราชการไทย ป้ ๒๕๔๖ ถึงป้ ๒๕๕๐ ก.พ.ร. ได้รายงานผลการดําเนินงานโดยมีเปัาประสงค์หลักอยู่ ๔ เรื่อง ซึ่งเพื่อนสมาชิก ก็ได้นําเสนอต่อที่ประชุมนี้ไปแล้ว ๔ เรื่องที่สําคัญ พอสรุปก็คือว่า ๑. เรื่องของการพัฒนา คุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น ๒. ก็คือเรื่องของบทบาท การปรับบทบาทภารกิจและขนาด ให้มีความเหมาะสม ซึ่ง ๒ เรื่องนี้ ผมขออนุญาตที่จะไม่ไปแตะถึง แต่จะพูดถึงเรื่อง ส่วนที่ ๓ กับส่วนที่ ๔ คือเรื่องของการยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทํางาน ให้อยู่ในระดับสูงเทียบเกณฑ์สากลกับเรื่องของการเป่ดระบบราชการให้ตอบสนอง ต่อการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้ง ๔ เรื่องนี้ครับ ก.พ.ร. ก็รายงาน ในท่อนสุดท้ายบอกว่าประเมินว่าก็ทําได้ยอดเยี่ยมแหละ สมตามที่ได้ตั้งเปึนประเด็นไว้ แต่ว่าผมมีประเด็นที่จะต้องฝากไปยัง ก.พ.ร. อยู่ ๒ ส่วน อย่างที่เรียนให้ทราบก็คือ

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของการยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐาน การทํางานให้อยู่ในระดับสูงเทียบเท่าเกณฑ์สากลนะครับ มีประเด็นหนึ่งที่พูดว่า ทุกส่วนราชการได้พัฒนาการให้บริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี เซอร์วิส (e-Service) นะครับ ซึ่งถือว่าเปึนความสําเร็จอันหนึ่ง ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่า การใช้ข้อมูลที่ผ่านระบบ อี (E) ทั้งหลายของส่วนราชการต่าง ๆ ในส่วนที่เปึนข้อมูลข่าวสาร ที่จะบอกกล่าวกับประชาชน แน่นอนครับว่าหลาย ๆ หน่วยงานอาจจะมีเว็บไซต์ (Web site) ขึ้นมา แต่เว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงานนี้ส่วนใหญ่ วัตถุประสงค์หลักก็เพียงแค่ต้องการจะสร้าง ภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้นเอง โดยที่ไม่ได้สนองเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนอย่างแท้จริง ข้อมูลในเว็บไซต์จึงเปึนข้อมูลพื้น ๆ ดาด ๆ และเปึนข้อมูลดิบ เปึนข้อมูลดิบที่เรียกว่าไม่ใช่สารสนเทศคือไม่สามารถที่จะอ่านแล้วเข้าใจ อ่านแล้ว จะสื่อสารกับประชาชนว่าต้องการจะบอกกล่าวกับประชาชนว่าอย่างไร เพียงแต่ต้องการ ให้มีข้อมูลอยู่ในเว็บไซต์เท่านั้นเอง ถือว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งรูปแบบของการทําเว็บไซต์ อะไรต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วของส่วนราชการก็มักจะไม่ค่อยน่าสนใจ ข้อมูลก็ไม่ทันสมัย ขาดเทคนิค ขาดบุคลากรที่จะเข้าไปดูแลอย่างแท้จริง และข้อมูลข่าวสารซึ่งควรจะ บอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนในเรื่องที่มันทันต่อเหตุการณ์ก็มักจะปกป่ด มักจะไม่ค่อย เป่ดเผย พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารเรามีผลบังคับใช้ก็จริงอยู่ครับ แต่ว่าการไปขอข้อมูลข่าวสาร จากส่วนราชการนี่เปึนเรื่องที่ยากลําบาก คนที่ปฏิบัติงานทางด้านที่จะเอาข้อมูลข่าวสาร ไปบอกกล่าวกับพี่น้องประชาชนก็ยากลําบากที่จะไปใช้ข้อมูลข่าวสารของส่วนราชการ นี่เปึนสิ่งที่ต้องไปปรับปรุงผมคิดว่าไม่ใช่เปึนผลสําเร็จนะครับ เปึนเรื่องที่จะต้องปรับปรุง

ส่วนที่ ๒ เรื่องของการตอบสนองต่อการบริหารการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย มีประเด็นเรื่องการสร้างความศรัทธา เชื่อมั่นในเรื่องความโปร่งใส สะอาด รายงานของ ก.พ.ร. ก็ระบุเพียงว่าเน้นเฉพาะเรื่องของการบริการเท่านั้น แต่ว่าเรื่องของ ความโปร่งใส เรื่องของความสะอาด สังคมคาดหวังในเรื่องของการปลอดจากทุจริต คอร์รัปชันด้วยนะครับ สิ่งนี้ต้องฝากไว้ว่าจะต้องไปคํานึงถึง ต้องไปดู

ส่วนที่ ๒ คือเรื่องของการเป่ดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ดําเนินกิจกรรม เช่น การแสดงความคิดเห็น การร่วม การตรวจสอบ การประเมินผลต่าง ๆ ในรายงานบอกว่าได้ผลดีนะครับ แต่ว่าผมยังมองไม่ออกว่ามันมีรูปธรรมอยู่ตรงไหนบ้าง ตรงหน่วยงานไหนและมีรูปแบบในการที่บอกว่าให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจครั้งสําคัญ ๆ ของส่วนราชการนี่มันตรงไหนบ้าง

ส่วนที่ ๓ คือเรื่องของการลดปัญหาความขัดแย้ง ก็บอกว่าการลดปัญหา ความขัดแย้งได้ทําให้ข้อพิพาทต่าง ๆ ลดลงนะครับ แต่ว่าผมไปดูในรายงานของ ศาลปกครอง สรุปจํานวนคดีของศาลปกครองกลาง ป้ ๒๕๕๐ นี่ครับ ไล่ตั้งแต่ เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนธันวาคม รวมแล้วมีคดีขึ้นศาลปกครองกลาง ๒,๔๒๘ คดี นี่ไม่ได้เปึนตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างส่วนราชการกับ ประชาชนได้ลดลง ตัวเลข ๒,๔๒๘ นี้เพิ่มขึ้นมาจากป้ ๒๕๔๙ นะครับ ป้ ๒๕๔๙ มี ๒,๓๒๙ คดี และคดีที่ขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุดก็ยังค้างอยู่ ในป้ ๒๕๔๙ มีถึง ๑,๙๙๔ คดี และในป้ ๒๕๕๐ ยังไม่นับเดือนธันวาคม มีแล้วถึง ๑,๗๗๖ คดี ตัวเลขสถิติคดีของ ศาลปกครองสูงสุดนี้เปึนตัวชี้วัดอันหนึ่งว่าการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างส่วนราชการ กับประชาชนนั้นยังไม่สัมฤทธิผลนะครับ ผมมีข้อเสนอให้กับ ก.พ.ร. ก็คือว่าในเรื่องของ การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าในป้ต่อ ๆ ไปน่าจะมีมิติในการมองเรื่องของ การพัฒนาระบบราชการที่กว้างมากขึ้นนะครับ ผมคิดว่าใน ๓ ส่วนที่ควรจะทําก็คือ

ส่วนที่ ๑ อาจจะเปึนมุมมองในเรื่องของระบบ ระเบียบ เรื่องโครงสร้าง เรื่องของงบประมาณ เรื่องของหน่วยงาน นั่นส่วนหนึ่งซึ่งเปึนภาระหน้าที่ของท่านอยู่แล้ว ที่จะต้องทําแล้วก็เปึนเกณฑ์ในการชี้วัดการพัฒนาระบบราชการอยู่แล้ว

ส่วนที่ ๒ ก็คือมองในตัวผู้ปฏิบัติ ก็คือตัวข้าราชการ ผมมองว่าตัวข้าราชการ ในวันนี้ การจะประเมินผลสําเร็จว่าระบบราชการได้พัฒนาไปมากน้อยแค่ไหน ก็น่าจะดูถึง เรื่องของความกระตือรือร้น เรื่องของความขยันขันแข็ง เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องของการที่ข้าราชการได้เปึนแบบอย่าง เปึนตัวอย่างที่ดีของสังคมแล้วก็เรื่องของ การยึดมั่นในกติกาในเรื่องของกฎหมายนะครับ

ส่วนที่ ๓ ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของระบบโครงสร้างและตัวข้าราชการแล้ว เรื่องของวัฒนธรรมองค์กร อยากจะให้เปึนอีกมิติหนึ่งที่ ก.พ.ร. มองเข้าไป วัฒนธรรมของ องค์กรราชการทําอย่างไรถึงจะสร้างระบบคุณธรรม ระบบธรรมาภิบาล จิตสํานึกของ ข้าราชการที่จะรับใช้พี่น้องประชาชน การสร้างวัฒนธรรม การมีส่วนร่วมของข้าราชการ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่มีหน้าที่เพียงรับคําสั่งหรือสนองตอบต่อฝ์ายการเมือง หรือฝ์ายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ทําอย่างไรถึงจะลดวัฒนธรรมการใช้อํานาจของ ข้าราชการลง กลายมาเปึนวัฒนธรรมของการมีส่วนร่วมทํางานร่วมกับพี่น้องประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือมิติทั้ง ๓ มิติที่ผมอยากจะนําเสนอ กับ ก.พ.ร. นะครับ

ประเด็นที่ผมคิดว่าสังคมกําลังให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้ก็คือเรื่องของ การแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งไม่ได้คํานึงถึงหลักธรรมาภิบาล มีการใช้อํานาจรังแก มีการใช้ อิทธิพล ใช้ระบบอุปถัมภ์ แล้วก็เรื่องของผลประโยชน์ในการซื้อขายตําแหน่ง เปึนปัญหา ที่ติดอยู่กับระบบราชการแล้วก็ไม่มีใครที่จะมาขจัดปัดเป์าได้นะครับ วันนี้ต้องบอกว่า เมื่อข้าราชการถูกรังแก ไม่มีเหตุผลในการโยกย้าย ใช้อํานาจของฝ์ายการเมืองเข้าไปรุกไล่ แบบนี้ ข้าราชการเองก็ไม่มีอํานาจต่อรองที่จะต่อสู้ได้นะครับ ผมคิดว่ากลไกของ ข้าราชการที่จะเข้มแข็งที่จะช่วยสนับสนุนให้กลไกข้าราชการเข้มแข็งพอที่จะตอบโต้กับ สิ่งที่มากระทบแบบนี้ได้ ผมคิดว่า ก.พ.ร. ต้องไปหาแนวทางนะครับ จะเปึนการออก กฎหมาย จะเปึนการสนับสนุน การรวมกลุ่ม การจัดตั้งสมาคมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๔ ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าข้าราชการก็ตั้งสมาคมได้ ตั้งชมรมได้ ผมคิดว่า ก.พ.ร. ต้องเข้าไปสนับสนุนตรงนี้นะครับ เรื่องของการโยกย้ายนี่ผมมีเรื่องแตกประเด็นไปนิดเดียว ข้าราชการที่เดือดร้อนจริง ๆ เปึนข้าราชการที่อยู่ในระดับล่าง แต่ไม่มีเส้นมีสายในการ โยกย้ายนี่ครับ เขาจะหาที่พึ่งได้ที่ไหน ยกตัวอย่าง ข้าราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปึนคนต่างถิ่นไปอยู่ อยู่ด้วยความยากลําบากและไม่ปลอดภัยในชีวิตต้องการที่จะย้าย ออกมา แต่หนักหนาสาหัสเหลือเกินครับ ยากเย็นไม่สามารถที่จะย้ายออกมาได้ ส่วนนี้ ผมคิดว่าควรจะมีระบบหรือว่ากลไกที่จะสามารถช่วยเหลือคนเหล่านี้ได้นะครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของความพยายามของผู้มีอํานาจรัฐในการเข้าไป แทรกแซงไปครอบงําแล้วก็ใช้ข้าราชการเปึนเครื่องมือของตัวเอง ประเด็นนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ ข้าราชการในส่วนภูมิภาคโยกย้ายแต่ละครั้งถูกจัดวาง ไว้เพื่อการสนับสนุนการเลือกตั้งในอนาคต เพื่อรับใช้พรรคการเมือง เพื่อรับใช้นักการเมือง สิ่งนี้ทําอย่างไรถึงจะหมดไป สิ่งนี้ทําอย่างไรถึงจะมีหลักประกันได้ และตัวข้าราชการเอง ผมก็คิดว่าต้องมีความเข้มแข็งพอ วันนี้เมื่อฝ์ายการเมืองขึ้นมามีบทบาทสูง สามารถที่จะ เข้ามาจัดวางกําลัง เข้ามาจัดกลไกระบบราชการมาสนองตอบตัวเอง ข้าราชการเอง บางส่วนก็พร้อมยอมตัวที่จะทํางานรับใช้ฝ์ายการเมือง ยกตัวอย่างเช่น ข้าราชการ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายใน ๓-๔ รายล่าสุดนี่ครับ เข้าไปก็พร้อมสนองนโยบายของ รัฐมนตรีเต็มที่ รัฐมนตรีว่าอย่างไรก็เดินตามนั้น โดยที่ไม่มีข้อโต้แย้ง ไม่มีข้อที่จะไปคัดง้าง ที่จะมีเหตุมีผลว่านี่คือองค์กรของเรา นี่คือสิ่งที่ควรจะปฏิบัติ นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง ผมอยากจะ ฝากไปที่ ก.พ.ร. ว่า คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ เขาได้ทําหน้าที่ตรงนี้หรือไม่ในการช่วยเหลือให้การแต่งตั้งโยกย้ายเปึนไปด้วย ความเปึนธรรม เปึนหลัก เปึนที่พึ่งของข้าราชการได้ สถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีของ ก.พ.ร. เองนี่นะครับ บอกว่ามีสถานะเปึนหน่วยงานรูปแบบพิเศษ เปึนเอสดียู (SDU) ให้คําปรึกษาแนะนําการบริหารราชการ ให้บริการเกี่ยวกับ การฝ๊กอบรม ให้การศึกษาวิจัย แล้วก็การปฏิบัติการอื่นที่ได้รับมอบหมาย ชื่อนี่ สถาบัน ส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี น่าจะเปึนชื่อที่เปึนที่คาดหวังได้ แต่ว่าโดยดูงาน แล้วก็เปึนเรื่องของธุรการ เปึนเรื่องอะไรแบบนั้นเสียมากกว่า ก็อยากจะให้ส่งเสริม ๒ ส่วนนี้แหละครับเข้ามามีบทบาท วันนี้ต้องบอกว่าข้าราชการเองก็มีความพยายามที่จะ รวมกลุ่มของตัวเอง วันนี้ผมก็รู้สึกเปึนห่วงบทบาทของรองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านจาดูร อภิชาตบุตร นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน ออกมายืนโต้ลมสู้กับรัฐบาล สู้กับการโยกย้ายที่ไม่เปึนธรรม ผมเปึนห่วงว่าท่านอาจจะไม่มั่นคงในตําแหน่ง ในวันข้างหน้า ก็อยากจะฝากไว้ด้วย

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ บทบาทของข้าราชการในการติติงนโยบายของ รัฐบาลที่ไม่ถูกต้องนี่ต้องส่งเสริม วันนี้มีกรณีหวยบนดิน มีกรณีบ่อนกาสิโน เปึนข้อเสนอ จากฝ์ายการเมือง ฝ์ายรัฐบาล ถามว่าฝ์ายข้าราชการมีใครกล้าที่จะยืนคัดง้างกับเรื่องนี้ ได้บ้าง ก.พ.ร. ต้องสนับสนุน ต้องส่งเสริมให้กล้าให้ข้าราชการเปึนหลักของบ้านเมือง อย่างแท้จริง กล้าชี้นําในสิ่งที่ถูกต้อง ผมคิดว่าถ้าเราส่งเสริมให้ข้าราชการเปึนหลักของ บ้านเมืองอย่างที่ผมเรียนมาได้ บ้านเมืองก็จะมีหลักและประชาชนก็จะมีที่พึ่งที่หวัง ที่มั่นคงได้ กราบขอบพระคุณครับ