สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

ประกอบ รัตนพันธ์ กล่าวถึงระบบการบริหารราชการไทยที่ขาดธรรมาภิบาล และเน้นย้ำถึงความสำคัญของระบบคุณธรรมในการพัฒนาประเทศ โดยนำข้อมูลจากธนาคารโลกที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน 212 ประเทศ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการควบคุมการทุจริตและประพฤติมิชอบในประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ก.พ.ร. และขออนุญาตกราบเรียนให้รายงานต่อไปนี้มีข้อมูลบ่งชี้ถึงความสําเร็จหรือผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติราชการของ ก.พ.ร.

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็นรายงานของการพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่นําเข้าสู่สภาในวันนี้ ท่านประธานครับ เนื่องมาจากว่าเวลาจํากัดที่พวกเราได้ศึกษา รายงานให้ครบถ้วนในทุกด้าน โดยตัวกระผมเองมีความเชื่อมั่นว่าในระบบการพัฒนา ระบบราชการไทยนั้น กลไกที่สําคัญที่สุดก็คือตัวข้าราชการ ตัวกําลังคนภาครัฐ ฝ์ายพลเรือน ซึ่งเมื่อสถิติป้ ๒๕๕๐ มีถึง ๑.๙๔ ล้านคน ถือว่าเปึนกําลังกลไกสําคัญในการ พัฒนาประเทศชาติ ในการทําให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขเปึนอย่างยิ่ง ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า ระบบราชการไทยจะพัฒนาไปได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวข้าราชการ ขึ้นอยู่กับตัวลูกจ้าง ขึ้นอยู่กับตัวพนักงานในภาครัฐหรือที่เราเรียก รวม ๆ ว่า กําลังคนภาครัฐฝ์ายพลเรือน สิ่งที่น่ากังวลขณะนี้ก็คือการบริหารราชการ แผ่นดินของเราหลายยุคหลายสมัยท่านจะเห็นว่าขาดในเรื่องของธรรมาภิบาล ขาดในเรื่อง ของคุณธรรม เราใช้ระบบอุปถัมภ์มากกว่าระบบคุณธรรม ท่านประธานเคยได้ยินนะครับว่า คนจะเข้าสู่ตําแหน่งในการบรรจุแต่งตั้ง ใครก็ตามที่จะเลื่อนตําแหน่งให้สูงขึ้น ใครก็ตาม ที่เปึนข้าราชการที่จะโยกย้ายตําแหน่งก็พูดติดปากท่านประธานครับ ว่าขึ้นอยู่กับดวง เปึนความเชื่อและผมกราบเรียนว่าเปึนข้อเท็จจริงที่ผ่านการพิสูจน์ด้วยสายตามาแล้วเปึน สัจพจน์ครับ ไม่ต้องพิสูจน์เปึนสิ่งที่เห็นจริงอยู่แล้ว ก็คือดวง คําว่า ดวง ท่านประธาน คือเด็กของใครล่ะ เด็กของรัฐมนตรีคนไหน เด็กของปลัดคนไหน เด็กของท่านอธิบดี คนไหนก็คือเด็กใคร ว วงแหวนก็คือวิ่งกับใคร คุณไปวิ่งกับใคร แล้วก็ดวง ง งู คือมีเงินไหม เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านนริศ ขํานุรักษ์ ได้กรุณาบอกกล่าวในที่ประชุมของสภา แห่งนี้ว่า ที่ผ่านมานั้นเงินมีบทบาทสําคัญในการให้บุคคลเข้าสู่ระบบราชการ โดยไม่ดู ในเรื่องของคุณภาพ โดยไม่ดูในเรื่องของคุณธรรม อยากกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าเกิด เราปล่อยให้ระบบอุปถัมภ์ซึ่งใช้ดวงตัวนี้ครับนําหน้าระบบคุณธรรมมันก็จะไปไม่รอด บ้านเมืองก็จะพัฒนาไปสู่วัตถุประสงค์หลักหรือเปัาประสงค์หลัก ๔ ประการ ที่ทาง ก.พ.ร. ได้รายงานมานะครับก็คือ ในเรื่องของคุณภาพการให้บริการประชาชน ในเรื่องบทบาท ภารกิจของกําลังพลภาครัฐฝ์ายพลเรือน ในเรื่องความสามารถมาตรฐานการทํางานของ ข้าราชการไทย ในเรื่องการตอบสนองการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข มันเปึนไปไม่ได้นะครับ มันเปึนไปไม่ได้ก็เลยเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการนะครับว่า สิ่งที่คณะกรรมการ ก.พ.ร. ต้องตระหนักนะครับว่า ทําอย่างไร ให้ระบบราชการไทยเน้นในระบบคุณธรรม ใช้ธรรมาภิบาลในการบริหารมากกว่าระบบ อุปถัมภ์ ระบบอุปถัมภ์เปึนระบบที่อันตรายมากที่สุดท่านประธาน ถ้าเมื่อไรอุปถัมภ์ และได้บุคคลที่ไม่ดีมานี่ผมกราบเรียนว่าประเทศชาติก็ไปไม่ได้ ระบบราชการไทยก็ไปไม่รอด เพราะว่าระบบราชการไทยนั้นมันพึ่งพิงตัวข้าราชการตัวกําลังพลภาครัฐฝ์ายพลเรือน ซึ่งมี จํานวนมากถึง ๑ ต่อ ๓๔ ของประชากรของไทยนะครับ ท่านประธานครับ น่าเสียดายมากครับ กระผมได้ศึกษารายงานแล้วปรากฏว่าส่วนใหญ่รายงานของท่านไม่ค่อยนําไปสู่รูปธรรม ที่รายงานถึงความก้าวหน้า ความสําเร็จ ผลสัมฤทธิ์ของการทํางานของคณะกรรมการ ก.พ.ร. ที่เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ เพราะส่วนใหญ่เขียนแบบรายงานผิวเผินกว้าง ๆ นะครับ เช่น ผมยกตัวอย่างในเรื่องของธรรมาภิบาล ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่มากท่านประธานครับ

ในหน้า ๑๕ ข้อ ๒.๕ เรื่องขีดสมรรถนะและความสามารถในการแข่งขัน ของระบบราชการไทยเชิงเปรียบเทียบ ตรงนี้หมายถึงว่าเราเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ๒๐๐ กว่าประเทศนะครับ ประมาณ ๒๑๒ ประเทศ โดยใช้หลักการของธรรมาภิบาล องค์กร ธรรมาภิบาลโลกของธนาคารโลกนะครับ ท่านจะเห็นว่าในส่วนของดัชนีชี้วัด ๓ เรื่อง ด้วยกันก็คือ

เรื่องที่ ๑ ความเปึนประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ

เรื่องที่ ๒ ดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลของไทยตามเกณฑ์ธนาคารโลก และ

เรื่องที่ ๓ ความสามารถในการแข่งขันประจําป้ ๒๕๕๐

กระผมให้ความสนใจในประเด็นดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลของไทยที่ผม กราบเรียนตั้งแต่เบื้องต้นว่า เรื่องธรรมาภิบาลนั้นเปึนหัวใจสําคัญของการพัฒนาระบบ ราชการไทยนะครับ ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก ท่านประธาน สํานักธรรมาภิบาลโลกได้ เผยแพร่ข้อมูลล่าสุดนะครับ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ตามรายงานนะครับ เกี่ยวกับดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาลจาก ๒๑๒ ประเทศ โดยใช้ดัชนีชี้สภาวะธรรมาภิบาล ๖ มิติด้วยกันคือ

เรื่องที่ ๑ การมีสิทธิมีเสียงและความโปร่งใส

เรื่องที่ ๒ เสถียรภาพการเมือง

เรื่องที่ ๓ ประสิทธิภาพของภาครัฐ

เรื่องที่ ๔ คุณภาพของกฎระเบียบต่าง ๆ

เรื่องที่ ๕ การบังคับใช้กฎหมาย และ

เรื่องที่ ๖ การควบคุมการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ท่านประธานครับ จากรายงานตรงนี้ทาง ก.พ.ร. เลือกมาเปรียบเทียบ มารายงานในส่วนของข้อ ๓ นะครับ คือประสิทธิภาพของภาครัฐ แต่ส่วนเรื่องสําคัญคือเรื่องการควบคุมระบบการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเปึนหัวใจของธรรมาภิบาล เปึนหัวใจของหลักคุณธรรม ทาง ก.พ.ร. มิได้นําเรื่องนี้มาเขียน ผมเลยไม่แน่ใจว่าทําไมเรื่องที่มีความสําคัญท่านไม่เขียนรายงานของธนาคารโลกให้ครบ ทั้ง ๖ ประเด็น แต่ท่านเลือกมาเรื่องของประสิทธิภาพอย่างเดียว ซึ่งผมกราบเรียนว่าจริง ๆ ประสิทธิภาพเกิดขึ้นได้นั้นมันขึ้นอยู่กับคุณธรรมของผู้ปฏิบัติการก็คือข้าราชการนะครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน ก็คือในส่วนของมาตรการในการพัฒนาระบบ ราชการตามนโยบายของรัฐบาลในข้อ ๓.๑.๑ การขับเคลื่อนด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการปัองกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ อันนี้เปึนส่วนของ ก.พ.ร. ที่ได้ ดําเนินการทั้งในเรื่องของมาตรการอะไรต่าง ๆ แต่ผลปรากฏว่ารายงานฉบับนี้ไม่ได้ บ่งบอกว่าผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัดการของ ก.พ.ร. ทําให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในด้านใดบ้าง ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของธรรมาภิบาล เรื่องของระบบคุณธรรม ไม่ได้เขียนไว้ ก็ไม่แน่ใจว่าทาง ก.พ.ร. จะรายงานอะไร ทําเรื่องอะไร ผมดูรายงานแล้ว ขออนุญาตนะครับ ไม่ใช่ติ เพียงแต่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เพียงแต่รู้ว่าท่านทําอะไรบ้าง เท่านั้นเอง แต่ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดมาจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ก.พ.ร. นั้นไม่เปึน รูปธรรม ก็อยากกราบเรียนว่ารายงานครั้งต่อไปนั้นท่านควรจะมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความสําเร็จ หรือผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติราชการของ ก.พ.ร. ผมขอฝากเปึนข้อสังเกตไว้ ขอบพระคุณมากครับ