สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๕ มีนาคม ๒๕๕๑

จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และเรียกร้องการปรับปรุงหลายข้อ เช่น ข้อมูลข้าราชการพันธุ์ใหม่ การวัดความพึงพอใจ และความโปร่งใสไร้อคติในการประเมิน นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณขององค์การมหาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สบร. (สํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้) ที่ใช้งบประมาณ 3,215 ล้านบาท ในการจัดนิทรรศการ 57 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูญเปล่า และถามว่า สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมีการวัดคุ้มค่าของการใช้งบประมาณหรือไม่ นอกจากนี้ยังถามถึงความคุ้มค่าของเงินเดือนของผู้อํานวยการ 3 แสนบาท และเบี้ยประชุมของกรรมการ 20,000 บาทต่อครั้ง และถามว่า นโยบาย 4 ป. ได้มาวัดตรงนี้หรือไม่

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้อ่านรายงานการพัฒนา ระบบราชการไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ เสนอโดยสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเลขาธิการ (เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบข้าราชการ) ว่าข้อเสนอติติงนั้นเปึนไปด้วยเจตนาดี บริสุทธิ์ อยากจะให้มี ความกระจ่างและก็มีสิ่งที่อยากจะให้ท่านไปปรับปรุงในหลาย ๆ ข้อ

ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนคือว่าผมหาไม่เจอในเรื่องของ ข้าราชการพันธุ์ใหม่อยู่ในรายงานนี้หรือไม่ เพราะว่าพยายามหาดูแล้วไม่เจอ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งอยากจะซักถามและอยากจะมีคําตอบจากทางรัฐบาล แล้วก็เลขาธิการก็คือในเรื่องของการวัดความพึงพอใจ ผมไม่มั่นใจจริง ๆ กับผลของ การวัดที่ออกมานะครับ เพราะว่าหลายอย่างมันขัดกับสายตาของประชาชนที่ไปใช้บริการ แต่ผลการประเมินนั้นกลับออกมาดี เช่น ความพึงพอใจหรือความไม่พึงพอใจที่ท่านประเมิน มามันสูงมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนของราชการหลาย ๆ ด้าน ๑๔๑ หน่วยงาน ในหน้า ๒๗ ๑๔๑ หน่วยงานมีความพึงพอใจ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ใน ๗๕ จังหวัด มีความพึงพอใจ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ ๗๓ สถาบันการศึกษามีความพึงพอใจ ๗๔ เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไปยังรัฐบาลผ่านไปยังท่านเลขาธิการก็คือว่า คนที่ประเมินไปจากส่วนกลาง แล้วก็ประชาชนเปึนผู้ประเมินหรือไม่ แล้วการประเมินนั้น เปึนไปด้วยความโปร่งใสไร้อคติหรือไม่ หรือให้หน่วยราชการนั้นไปนั่งกากันเองในที่ลับ ๆ นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๒ ซึ่งอยากจะซักถามก็คือว่าในหน้า ๓๙ หน้า ๓๙ กลไก การตรวจสอบและประเมินผล ซึ่งเปึนการประเมินผลประจําป้งบประมาณ ๒๕๔๙ ซึ่งก็น่าจะทําในป้ ๒๕๔๘ ต่อป้ ๒๕๔๙ ก็คือท่านระบุว่าการตรวจสอบภายในอ่อนแอ การควบคุมภายในก็มีปัญหา แล้วก็การปฏิบัติราชการตามคํารับรองของการปฏิบัติ ราชการ อยากจะถามว่าตรงนี้สํานักงานสามารถอธิบายได้ไหมว่าจะปรับปรุงอย่างไร แล้วก็จะแล้วเสร็จภายในเมื่อใด แล้วก็ใครจะเปึนผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ แล้วน่าจะมี บทลงโทษไหมว่าหน่วยราชการไหนที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามมาตรฐาน ควรจะมี มาตรการลงโทษอย่างไรบ้าง เช่น การปรับลดงบประมาณ การปรับลดโบนัสของ ข้าราชการหรือมาตรการอื่น ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญที่รัฐบาลจะต้องเอาใจใส่ ให้มาก ๆ ผมถึงว่าการตรวจสอบภายในเข้มแข็ง การควบคุมภายในดี นอกจากจะลด ปัญหาการทุจริตแล้ว ยังเปึนการประเมินศักยภาพและประสิทธิภาพของการบริหารของ หน่วยราชการที่บริการประชาชนอีกด้วยนะครับ

ทีนี้มาถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือ เรื่อง อี-กัฟเวิร์นเมนท์ (e-Government) หรือรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ท่านระบุไว้ในหน้า ๖๑ นี่บอกว่าการยกระดับขีดความสามารถ และมาตรฐานการทํางานให้อยู่ในระดับสูง และเทียบเท่าเกณฑ์สากล ตรงนี้ไม่ทราบว่า เกณฑ์สากลนั้นมีขนาดไหน แล้วก็ผมดูข้อ ๓ ครับ ข้อ ๓ บอกว่าส่วนราชการอย่างน้อยร้อยละ ๙๐ ได้รับการพัฒนา การให้บริการหรือสามารถดําเนินงานในรูปแบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายในป้ ๒๕๕๐ นี่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๑ แล้วครับ แล้วท่านก็บอกว่าผลดําเนินการดําเนินการครบ ทุกส่วนราชการ อันนี้ผมขอขัดแย้งโต้แย้งกับท่านนะครับ ดําเนินการครบนี่ครบในฐานะไหน ครบก็คือเพียงแค่ได้ทําแต่ว่าประสิทธิภาพ ประสิทธิผลนั้นเปึนอย่างไร เปึนที่รู้ ๆ กันนะครับท่าน ฉะนั้นตรงนี้ผมเชื่อว่ารายงานนี้ต้องไปแก้ไขในหน้า ๖๑ นะครับ

ประการที่ ๒ ก็คือว่ายกระดับขีดความสามารถอยู่ในระดับสากลนั้น ถามว่าสากลนี่สากลของมาตรฐานไหน อะไรคือตัวเกณฑ์การวัดนะครับ แล้วก็สิ่งที่ ผมมีข้อข้องใจก็คือว่าในรายงานของเล่มนี้นะครับระบุนโยบาย ๔ ป. ประหยัด โปร่งใส ประสิทธิภาพ ผมอยากจะถามจริง ๆ ว่าได้เอามาตรฐานนี้ไปเปึนเกณฑ์วัดทุกหน่วยราชการ หรือเปล่านะครับ เพราะว่ามันยังมีอีกหลายหน่วยราชการซึ่งผมคิดว่ายังมีปัญหาในนโยบาย ๔ ป. อันนี้นะครับ แล้วผมก็ยังไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ที่มาใหม่นั้นจะคงนโยบาย ๔ ป. ไว้หรือไม่ เพราะเปึนนโยบายที่ดี เกิดประโยชน์ต่ อประเทศชาติและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีความคุ้มค่า สิ่งที่ผมอยากจะถาม ก็คือว่าในหน้า ๗ ครับ องค์การมหาชน ในองค์การมหาชนนั้นนี่ สบร. (สํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้) มี ๗ หน่วยงานนะครับ ผมจะเอาเรื่อง สบร. แล้วเขาระบุว่า ป้งบประมาณ ป้ ๒๕๔๗ ถึงป้ ๒๕๔๙ คือ ๒ ป้ ใช้งบประมาณไป ๓,๒๑๕ ล้านบาท เฉพาะงบจัดนิทรรศการ ๕๗ ล้านบาท นิทรรศการนี่เสร็จแล้วก็ต้องรื้อถอนนะครับ ๕๗ ล้านบาทนั้นก็สูญเปล่าไป ผมกําลังจะถามถึงความคุ้มค่าครับท่าน ความคุ้มค่า ของการใช้งบประมาณตรงนี้ ถามว่าสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการนี่ มีการวัดอย่างไรว่าเงินที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่า ถ้าดูจริง ๆ ๓,๒๑๕ ล้านบาทนี่ผมเรียนท่าน ได้เลยนะครับ ท่านสามารถมีถนนคอนกรีตในชนบทได้ ๑,๕๐๐ กิโลเมตรนะครับ อันนั้น วัดได้เลย ฉะนั้นผมเรียนตรง ๆ ว่าตรงนี้ผมอยากจะให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการดูแลเอาใจใส่เปึนพิเศษกับองค์กรมหาชนทุกแห่งนะครับ ทุกแห่ง ถามว่า ทําไมทุกแห่ง เพราะผมคิดว่าประเด็นที่องค์การมหาชนนั้นได้ตั้งไว้นี่นะครับ ตั้งไว้ตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อป้ พ.ศ. ๒๕๔๖ ผมอยากจะถามท่านจริง ๆ ว่าคณะกรรมการ บริหารพัฒนาองค์ความรู้นี่นะครับ คณะรัฐมนตรีกําหนดเงินเดือนไว้ ๒ แสนบาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ๒๘๐,๐๐๐ บาท ๓ แสนบาท ผมถามท่านจริง ๆ เถอะครับ ๓ แสนบาท นี่ ๓ เท่าของประธานประมุข ประมุขนิติบัญญัติ ประมุขตุลาการ และประมุขของ ฝ์ายบริหาร ๓ เท่า ผมถามว่าความคุ้มค่ามันมีขนาดนั้นหรือครับ จําเปึนต้องทบทวนไหม ผมคิดว่าจําเปึน ถามว่าเงินเดือนสูงจําเปึนที่จะดึงคนเก่งมาทํางานไหม จําเปึน แต่ถามว่า ที่ผ่าน ๆ มาที่ตั้งมานี่มันคุ้มค่าไหม ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ป้ ๒๕๕๐ ถามว่าเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงแล้วมีคนใหม่มานั่งอยู่นี่ คนใหม่นั่นแหละนั่งกินเงินเดือนเท่าเดิมคือ ๓ แสนบาท หรือ ๒๘๐,๐๐๐ บาท ต้องนึกถึงตรงนี้ด้วยนะครับ แล้วก็ต้องดูกันด้วยว่า มันไม่ใช่แค่นั้น เบี้ยประชุมสํานักงบประมาณให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมกันเช้าจดเย็น งบประมาณท่าน ท่านเลขาธิการก็รู้ ๐๙.๐๐ นาฬิกา เสร็จ ๒๒.๐๐-๒๓.๐๐ นาฬิกา เมื่อก่อน ๕๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ ๑,๐๐๐ บาท คนก็ด่านะครับว่ามากเหลือเกินครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แต่ท่านทราบไหมครับเบี้ยประชุมของกรรมการนี่ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ไม่ได้จํากัดครั้งด้วยนะครับ ถ้าเผื่อเปึนอนุกรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อครั้ง ผมถามว่า มันสมควรไหม เอาเงินส่วนนี้ไปทําการบริการให้ถึงประชาชนมากกว่านี้ดีกว่าไหม จะเปึน เงินที่ใช้คุ้มค่ามากกว่าไหม ผมบอกได้เลยนะครับว่า สํานักงานบริหารพัฒนาองค์ความรู้ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท เบี้ยประชุมอนุกรรมการ ๑๐,๐๐๐ บาท เงินเดือนของผู้อํานวยการ ๓ แสนบาท ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ เบี้ยประชุม ๑๕,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๒๘๐,๐๐๐ บาท อุทยานการเรียนรู้ เบี้ยประชุม ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ผู้อํานวยการ ๒๕๐,๐๐๐ บาท สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๒ แสนบาท ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการ ๓ แสนบาท ศูนย์ความเปึนเลิศด้านชีวะวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เบี้ยประชุม ๑๖,๐๐๐ บาท ผู้อํานวยการเงินเดือน ๒๖๐,๐๐๐ บาท สถาบันวิทยาการ การเรียนรู้ เบี้ยประชุม ๒๐,๐๐๐ บาท เงินเดือน ๒ แสนบาท ผมถามตรงนี้ครับว่า นโยบาย ๔ ป. ได้มาวัดตรงนี้ไหม แล้วที่สําคัญอยากจะทราบจากท่านเลขาธิการด้วยว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะมาเปึนประธานคณะกรรมการ กรรมการ ผู้อํานวยการนี่ ถามว่า ข้าราชการการเมืองเปึนได้ไหม ถามว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองเปึนได้ไหม มีข้อห้าม ข้อจํากัดไหมนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือว่า วิธีการใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิผล ในเชิงบริหารของท่านเหล่านี้เอาอะไรมาวัดที่เปึนรูปธรรมได้ นี่คือคําถามที่อยากจะมี คําตอบจากท่านเลขาธิการ แล้วก็ถ้าเผื่อวันนี้อันไหนตอบได้ก็กรุณาตอบให้พวกกระผมด้วย เพราะว่าจะให้ความกระจ่างมากขึ้นนะครับ แล้วก็อยากจะให้ข้อสังเกตอีกนิดหนึ่งว่า ในนี้รายงานผมคิดว่าอยากจะให้ปรับปรุงนะครับ แล้วครั้งหน้าก็อยากจะให้ท่านว่าทําให้ มันถูกลงกว่านี้สักนิดหนึ่ง เพราะเดี๋ยวนี้กระดาษปอนด์ (Pound) อะไรมันก็แพง มันดู สวยงามใช่ครับ แต่ว่าอยากจะให้ดูด้วยว่าในครั้งหน้าหน่วยงานไหนที่มีความผิดปกติ ในเรื่องของการบริหารไม่ได้มาตรฐาน เช่น สตง. มีคําทักท้วงเปึนกรณีพิเศษ อย่างเช่น ผมไปดูมา สตง. (สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) บอกว่า สบร. มีปัญหาเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความแน่นอนนี่นะครับ แล้วก็ไม่ปฏิบัติ ไปตามประกาศพระราชกฤษฎีกาแต่งตั้ง ก็อยากจะให้ตรงนี้ไม่อยากให้แค่รายงาน สภาเฉย ๆ ถามว่าท่านจะมีเขี้ยวเล็บให้ทางรัฐบาลได้ไปแก้ไขปรับปรุงอะไรบ้าง แล้วก็ ในป้หน้าสมมุติว่าป้ ๒๕๕๑ รายงานนีเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาทําว่าข้อเสนอในการปรับปรุง ที่สํานักงานของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการเสนอไปยังรัฐบาลว่า ให้ได้ปรับปรุง เรื่องอะไรบ้างกรุณาใส่มาด้วย แล้วก็สภานี้จะได้ติดตามว่าให้เปึนไปตามนั้น เพราะเชื่อว่า บ้านเมืองครับ ระบบราชการนั้นคือเสาหลักหนึ่งของประเทศไทย ถ้าเสาหลักนี้ผุกร่อนเสื่อม ไร้ประสิทธิภาพประชาชนจะเดือดร้อนครับ แต่ถ้าเผื่อเสาหลักนี้มีคุณภาพ ผมเชื่อว่า ประเทศชาติจะเดินไปได้อย่างดีครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ