ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการพัฒนาหน่วยงานราชการ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองประเทศ และการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม เพื่อให้ระบบราชการไทยตอบสนองต่อการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ นับเปึนวันสําคัญยิ่งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือว่า ก.พ.ร. นี้เปึนหัวใจสําคัญอย่างใหญ่หลวง ในการเปึนหน่วยงานที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ หน่วยราชการ ต่าง ๆ ทั้งประเทศไทย ผมใช้คําว่า ทั้งประเทศไทยนะครับ ที่จะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ดีงามถูกต้อง เหมาะสมแล้วก็เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติพี่น้องประชาชนอย่างไร ตรงนั้นต้องบอกว่าต้องเปึนเรื่องของวิสัยทัศน์ คงต้องบอกว่าในวิสัยทัศน์หรือแนวทางที่คิด ในการที่จะทํา ท่านเห็นว่าอีก ๕๐ ป้ อีก ๑๐๐ ป้ หน่วยราชการน่าจะอยู่ในแบบใด ถ้าท่าน มีเปัาหมายอย่างนั้นท่านก็ต้องพัฒนาตั้งแต่วันนี้ เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าการพัฒนา องค์กรของราชการในระบบราชการนั้นต้องไม่หยุดยั้ง ต้องทําต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ของการปฏิบัติหน้าที่หรือการทํางาน ผมเองได้เห็นภาระหน้าที่ของ ก.พ.ร. แล้วก็รู้สึกดีใจ ที่ว่าหน่วยงานของประเทศเรามีหน่วยงาน ก.พ.ร. ที่จะมาช่วยในการพัฒนาองค์กร ซึ่งจะเปึน ส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยในระบบของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานในการที่ จะทํางาน อาจจะเรียกว่าเปึนทั้งพี่เลี้ยง อาจจะเปึนทั้งผู้จัดการดําเนินการวางแผนหรือ พัฒนาองค์กร แต่ผมไม่แน่ใจหรือก็ไม่มั่นใจ เพราะว่าไม่ได้อยู่ลึกลงไปแล้วก็ไม่ได้เจาะลึก มากไปถึงขนาดนั้นว่าท่านเรียงลําดับในหน่วยงานที่สัมฤทธิผลอย่างไรหรือไม่อย่างไร ท่านจับเปึนขบวนหรือเปล่าว่าแต่ละหน่วยราชการนั้นอยู่ในกลุ่มเอ (A) กลุ่มบี (B) กลุ่มซี (C) เปึนกลุ่ม ๆ หรือไม่ แล้วแต่ละกลุ่มนั้นท่านพัฒนาแล้วจากซีพัฒนาให้ดีขึ้นเปึนบี เปึนเอ จากเอเปึนเอบวก เอบวกบวก แล้วก็ไปเรื่อย ๆ แล้วในขณะเดียวกันไม่แน่ใจเหมือนกันว่า นอกจากท่านทําหน้าที่ในการพัฒนาแล้วท่านทําด้วยตัวเอง โดยที่ไปทําตลอดระยะเวลา ต่อเนื่องหรือไม่อย่างไร นั่นก็กระบวนการในการทํางาน แต่ผมมองเห็นอีกอันหนึ่งก็คือว่า เมื่อหน่วยงานใดก็ตามแต่ที่ท่านไปพัฒนาแล้ว มันได้เอแล้ว หรือเอบวกบวก แล้วก็น่าที่จะ ให้หน่วยงานนั้น ๆ มาช่วย ไม่ใช่ช่วยพัฒนาองค์กรนะครับ ในองค์กรที่อ่อนแอ หรือใน องค์กรที่ท่านยังไม่เห็นว่าเปึนแนวทางที่ท่านพึงประสงค์ แต่เปึนเพื่อนหรือเปึนพวกที่จะ พากันเดินไป ผมเห็นอย่างนั้น ในการปรับปรุงโครงสร้าง กระทรวง ทบวง กรม นั้นก็บอกว่า การบริหารกิจการของรัฐแนวใหม่นี่เปึนเรื่องที่เรียกว่าท้าทายและเปึนแนวทางที่น่าจะ ถูกต้อง มีสิ่งหนึ่งแล้วก็มีเรื่องหนึ่งที่บอกไว้ในเรื่องนี้ก็คือในเรื่องของทั้งเปึนการยกระดับ คุณภาพมาตรฐานให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีมาตรฐานในเชิงการทํางาน ไม่ว่าจะเรื่องของ งบประมาณ บุคลากร หรือเรื่องใด ๆ ก็ตามแต่เห็นดีด้วย นั่นเปึนการประหยัดแล้วก็ทําให้ เกิดคุณภาพโดยที่เราพูดในเรื่องของเปัาประสงค์หลักของการพัฒนาระบบราชการไทย มีข้อหนึ่งที่ผมเห็นว่ามันน่าจะดีแล้วก็ดีมาก ๆ คือการเป่ดระบบราชการให้ตอบสนองต่อ การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ตรงนี้แม้แต่ผมเองเปึนผู้แทนราษฎรต้อง บอกกับท่านประธานในที่นี้ครับท่านประธานครับ การเป่ดระบบราชการให้สนองต่อ การเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นที่ผมบอกว่าเปึนหัวใจเพราะอะไร เราต้องบอกกันเพราะว่าผมเองนี้ผมได้มีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับดุษฎีบัณฑิต ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ แล้วก็ต้องเรียนด้วยว่าผมได้ทํางานวิจัยดุษฎีบัณฑิตของผมนั้น ในเรื่องของความขัดแย้ง สิ่งหนึ่งที่ทําให้ก่อให้เกิดความขัดแย้งในชาติบ้านเมือง ต้องบอกว่า เราไม่มีประชาธิปไตย เพราะเราไม่เปึนประชาธิปไตยโดยแท้จริงของตัวเราเอง เราจะเปึน ด้วยเปลือกกะทิหรือใดก็ตามแต่ที่ท่านจะพูดหรือท่านที่จะบอกกล่าว แต่นั่นคือสิ่งที่เกิด ความขัดแย้งในสังคมเรา ก็เชื่อว่าในสิ่งเหล่านี้ท่านเองก็คงต้องยอมรับนะครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองของเรานั้นมีความขัดแย้งทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเปึนหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนในครอบครัวที่เล็กที่สุดในครอบครัว ไม่ว่าในชุมชน ไม่ว่าในระดับเมือง ในระดับใดก็ตามแต่ แต่ท้ายที่สุดมีสิ่งหนึ่งที่เขาขมวดไว้ แล้วก็บอกไว้ว่า มีการศึกษานะ เราบอกนั่นเปึนเพราะว่าไม่มีส่วนร่วมของชุมชน ไม่มีส่วนร่วมของพี่น้อง ประชาชนหรือคนในสังคม คําตอบไม่ใช่ครับ ท่านให้มีส่วนร่วมขนาดไหนก็ตามแต่ก็ยังมี ความขัดแย้ง เพราะว่าความขัดแย้งไม่ได้เกิดจากว่ามีส่วนร่วมหรือไม่มีส่วนร่วม วันนี้ถามกลับว่าในสังคมบ้านเรา ไม่ว่าในชนบทหรือในเมืองหรือใดก็ตามแต่ ต้องบอกว่า ในระบบราชการของราชการไทย เราไม่ได้ให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมเลย การปกครอง ในระบอบสภาผู้แทนราษฎรก็ถือว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ถามคําถามกลับว่าแล้วมีความขัดแย้งไหม ก็ต้องยอมรับด้วยหัวใจที่แท้จริงว่าเรายังมี ความขัดแย้งกันอยู่ ฝ์ายค้านยังเปึนฝ์ายค้านที่เพิ่มเปึนฝ์ายแค้น นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วถามว่าวันนี้แล้วเราทําอย่างนี้ และเปึนอย่างนี้ ที่เราไม่มีหัวใจเปึนประชาธิปไตยที่ แท้จริงแล้วนี่ มีเปลือกกับกระพี้แล้วนี่ คําถามคือที่อยากจะได้คําตอบจากท่านประธาน ผ่านไปทางท่านเลขาธิการครับว่าแล้วทาง ก.พ.ร. คิดแนวทางการแก้ไขอย่างไร เราคง ไม่บอกว่างานวิจัยต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านเมืองของเรา หรือเราทํากันอยู่ทุกวันนี้ แล้วเราก็ เก็บเอาไว้บนหิ้ง โดยที่เราไม่รับฟัง หรือเรายอมรับในแนวคิดของใครเลย แล้วเราก็ปล่อย ให้ความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้น ผมเรียนต่อท่านประธานครับว่าความขัดแย้งในบ้านเมือง เรานั้นนับวันจะรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะว่าทุกคนนั้นป่ดตนเองไม่ยอมที่จะสูญเสียใดเลย ไม่ว่า จะเรื่องใดทั้งหมด ก.พ.ร. ซึ่งเปึนหน่วยงานในการพัฒนาองค์กรของราชการ ก็ต้องบอกว่า ก็มีความขัดแย้งเช่นเดียวกัน ผมไม่มั่นใจเหมือนกัน และไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเจ้าหน้าที่ ก.พ.ร. ที่อยู่ในหน่วยงานนี้ เวลาเดินไปที่หน่วยราชการอื่นเขาจะรู้สึกอย่างไร พึงพอใจ หรือไม่อย่างไร ผมไม่มั่นใจ เพราะทุกคนนั้นกลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวการสูญเสีย กลัวความไม่มั่นคง ซึ่งมันไม่ใช่ ถ้าเรายังคิดว่าเอาตนเองเปึนที่ตั้งเอาตนเองเปึนหลักแล้ว แน่นอนท้ายที่สุดต้องบอกกับท่านประธานครับว่าไม่สามารถที่จะดําเนินการใด ๆ ได้เลย เราคงต้องย่ําอยู่กับที่ความเปลี่ยนแปลงของชาติบ้านเมืองอื่น แล้วเรามาบอกว่าคนอื่น เขาไปไกลแล้ว ไปถึงไหนแล้ว แล้วเรายังไม่ไปถึงไหน ก็ต้องบอกว่านั่นคือสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมประเทศต้องบอกว่าเปึนเรื่องที่ไม่สามารถที่จะเอาอะไรมา เยียวยาได้ วันนี้เราจะมีเงินมหาศาลในชาติบ้านเมือง ประเทศจะร่ํารวยขนาดไหน วันนี้ ประเทศเราจะมีเทคโนโลยีมากมายขนาดไหนก็ตามแต่ ถ้าหากพี่น้องประชาชน คนในประเทศคนในชาติในแผ่นดินแล้วยังมีความแตกแยกยังมีความขัดแย้งแล้ว อย่าหา ความเจริญมีไม่ เศรษฐกิจจะหาดีไม่ เพราะทุกอย่างมันต้องสูญเสียไปหมด มันจะไม่เหลือ อะไรเลย วันนี้ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการแล้วครับว่าต้องหาวิธี ที่จะเยียวยาในเรื่องนี้ว่าทําอย่างไรที่จะให้คนในสังคม คนในชาติ โดยเฉพาะ หน่วยราชการ ซึ่งอยู่ทุกมุม ทุกหัวระแหงแล้วได้ให้เข้าใจความขัดแย้ง ได้ให้เข้าใจถึง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ทาง ก.พ.ร. บอกว่าจะเป่ดในระบบของ ประชาธิปไตยให้ทุกคนนั้นได้ตระหนักและเข้าถึง ผมเชื่อว่าในสิ่งเหล่านี้คงต้องเร่งที่จะ ประชาสัมพันธ์ เร่งที่จะดําเนินการโดยวิธีใด ๆ ที่ทาง ก.พ.ร. จะได้เข้าไปศึกษา แล้วก็แก้ไข และดําเนินการ ก็ขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย แนวคิดในการที่จะดําเนินงานการบริหารกิจการ บ้านเมืองนั้นจะให้เปึนกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยที่คิดถึงประสิทธิภาพความคุ้มค่า ประสิทธิผล คุณภาพ แล้วก็การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส การตอบสนองหรือการกระจาย อํานาจ ก็ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปทางท่านเลขาธิการแล้วก็หน่วยงาน ก.พ.ร. ด้วยว่า ส่วนเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าต้องให้ตระหนักถึงความมั่นคงของข้าราชการด้วย ทุกวันนี้ หลายหน่วยราชการหลายที่ ไม่ใช่ว่าจะเปึน อบต. ไม่ว่าจะเปึนบนสถานที่ราชการ เปึนอําเภอหรือหน่วยราชการใดก็ตามแต่ใช้การจ้างแบบจ้างชั่วคราว ผมไม่มั่นใจ เหมือนกันว่าสภาแห่งนี้เรามีการจ้างชั่วคราวหรือไม่ ถามคําถามกลับหรืออยากจะบอก ท่านประธานในที่นี้ว่าที่เราทําเปึนระบบราชการแล้วต้องมีบําเหน็จบํานาญเพราะอะไร เพราะเราต้องการสร้างขวัญกําลังใจแล้วก็ให้เปึนหลักความมั่นคงแห่งชีวิตคนที่ทํางาน ราชการจะได้ไม่ต้องไปคิดวอกแวกอย่างอื่น จะได้ทํางานรับใช้ชาติบ้านเมือง รับใช้พี่น้อง ประชาชนแบบอย่างแท้จริง ถ้าหากไม่มีความมั่นคง แน่นอนที่สุด ท้ายที่สุดต้องบอกเลย ว่าการทํางานนั้นก็ต้องหาวิธีอื่นซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นการที่จะจ้างบุคลากรต่าง ๆ โดยใช้วิธีการชั่วคราวนั้นผมเองไม่เห็นด้วยแล้วก็เปึนแนวทางที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง แล้วผม ถือว่าวิธีนี้เปึนการเอารัดเอาเปรียบคนในสังคม คนในประเทศชาติ เขาเหล่านั้นมาเปึน ลูกจ้างชั่วคราวแล้วก็ถึงป้ขวัญกําลังใจก็ไม่ดี สิ่งเหล่านี้ก็คงต้องขอเรียนท่านประธานว่า ต้องเปลี่ยนแนวคิดเสียใหม่ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบราชการไทยที่กําลังทําอยู่ ในขณะนี้ต้องถือว่าเปึนเรื่องของการที่จะมุ่งไปสู่การปรับในเรื่องของบุคลากรในการที่ จะให้บุคลากรนั้นน้อย แล้วที่น้อยนั้นก็เปึนเพราะว่าต้องการประหยัดงบประมาณ แล้วก็ เล็งไปถึงเรื่องว่าข้าราชการน้อยแล้วก็ทําให้มันได้คุณภาพอย่างเดิม ต้องเรียน ท่านประธานนะครับว่า จริง ๆ แล้วเราต้องบอกกันอย่างนี้ครับว่าในระบบราชการเรานี่ เราผลิตคนตั้งแต่สมัยเปึนเด็ก ๆ เปึนนักศึกษา จนกระทั่งมาอยู่ในความเปึนคนโตหรือ เปึนผู้ใหญ่ที่จะทํางานในบ้านเมือง ต้องบอกว่ายุคของเรานั้นเปึนยุคเปลี่ยนถ่าย หลายคน เช่น ผมเองอย่างนี้เปึนต้น ต้องบอกว่าเปึนนักเรียน เปึนนักศึกษาในรุ่นสมัยก่อนที่ไม่มี คอมพิวเตอร์เรียน ไม่มีโน้ตบุ๊ค (Notebook) ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีเอสเอ็มเอส (SMS) ไม่มีเอ็มเอ็มเอส (MMS) อะไรก็ตามแต่ แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าด้วยการที่มีโอกาสไปรับการศึกษาเพิ่มเติมหรือไปเรียนใหม่ไปเรียนเพิ่ม จึงทําให้ทุกวันนี้สามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ได้ทุกรูปแบบสามารถปฏิบัติการได้เอง ทําได้เอง ถามคําถามว่าแล้วเราได้ทําอย่างนี้ แล้วให้โอกาสอย่างนี้กับข้าราชการไทย หรือไม่ ท่านได้มองเห็นไหมว่าข้าราชการไทยของเรานี่คนไหนบ้างที่อยู่ในระบบการศึกษา แบบก่อนกับการศึกษาแบบใหม่ สิ่งใดบ้างที่เขายังขาดแล้วยังไม่พร้อม ไม่ใช่ให้เขา พิจารณาตัวเองไม่มีคุณภาพ ทํางานด้วยความเหนื่อยยาก ท้อแท้รุ่นน้อง ๆ เพราะว่า แหม น้อง ๆ ก็บ่นเหลือเกินเลยเปึนตัวฉุดในการที่จะประเมินคุณภาพ ในการฉุด แหม คุณยาย คุณปัา คุณลุง อะไรก็ตามแต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ เพราะไม่ได้เปึนความผิด ของเขาเลย แต่เทคโนโลยีหรือวิชาการหรือวิธีการมันได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งเหล่านี้ต้องบอก กับท่านประธานผ่านไปยังสํานักงาน ก.พ.ร. ว่าต้องให้หน่วยราชการอื่นหรือท่าน ในการประเมินผลก็ต้องดูด้วยว่ากําลังคนอย่างนี้เขาได้พัฒนาไหม แล้วเขาได้ส่งไป หรือไม่ อย่าไปให้ข้าราชการเขาไปเขาเองด้วยความอายรุ่นน้อง ๆ ด้วยความอะไร ก็ตามแต่ ไปหาความก้าวหน้าด้วยตนเอง โดยใช้เม็ดเงินตัวเอง ต้องบอกท่านประธานครับว่า ทุกวันนี้ค่าครองชีพก็สูงอยู่แล้ว ข้าราชการเหล่านั้นก็ต้องบอกว่าเขาเองนั้นเขาก็มี ความเดือดร้อน เพราะฉะนั้นเราในฐานะที่ได้ผลประโยชน์ ประเทศชาติได้ผลประโยชน์ หน่วยราชการ ได้ผลประโยชน์ พี่น้องประชาชนจะได้ผลประโยชน์จากการบริการและการทํางานที่ดีเพื่อ การประหยัดนั้น เราต้องพิจารณาครับ ทําในสิ่งเหล่านี้ให้กับเขา ต้องขอเรียนต่อ ท่านประธานว่านี่คือสิ่งที่อยากจะฝากเอาไว้ ผมเองนั้นรู้สึกดีใจแล้วก็เชื่อมั่นแล้วก็มั่นใจว่า ก.พ.ร. นั้นจะสามารถทําได้ เท่าที่เข้ามาศึกษาก็ต้องเรียนว่าเปึนก้าวย่าง แม้ว่ายังไม่ยาวไกล มากนัก แต่เชื่อว่าในอนาคตนั้นการพัฒนาองค์กรราชการของเราจะยิ่งก้าวหน้ายิ่งขึ้น แล้วก็ฝากกับข้าราชการทุกคนไปด้วยว่า สิ่งเหล่านี้พวกเราต้องเดินไปพร้อมกัน อย่าคิดว่า เปึนความยากลําบากของใครคนใดคนหนึ่งหรือเปึนความทุกข์ยากของใคร แต่เราเอา บริการที่ดีให้กันทั้งประเทศ แล้วทุกคนจะได้รับการบริการที่ดีจากทุกคนทุกฝ์าย ขอบคุณครับ ท่านประธาน