สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

(นายนริศ ขํานุรักษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรหรือครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง ขออนุญาตท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยังไม่ได้ชี้เลยครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ คือคนยกมือก่อนคุณนริศคือคนข้างหลังครับ ท่าน ส.ส. ระบบบัญชี รายชื่อครับ อยู่ข้างหลังครับ เชิญเลยครับคุณสุวโรช สั้น ๆ หน่อยนะครับ เพราะว่าเราจะ เริ่มระเบียบวาระวันนี้มีวาระเยอะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะกราบเรียนหารือท่านประธานนิดเดียวครับ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องที่ดินทํากินแล้วก็ป์าไม้นี้ครับที่ผมเปึนกรรมาธิการ วิสามัญอยู่ผมทราบมาในที่ประชุมว่าครบวาระในวันที่ ๑๓ สิงหาคม และมติของที่ประชุม บอกว่าจะขอขยายออกไป ๖๐ วันหรือ ๓๐ วันผมไม่แน่ใจ ก็อยากจะสอบถามท่าน ประธานครับว่าเมื่อมติออกมาอย่างนั้นแล้ว ไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการวิสามัญในปัญหา เรื่องที่ดิน ญัตติที่ดินได้ทําหนังสือขอขยายมาที่ท่านประธานแล้วหรือไม่ เพราะผมเกรงว่า เดี๋ยวการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ยังค้างอยู่จะมีปัญหาเกี่ยวกับข้อบังคับ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอให้ท่านเสนอตอน ที่เราพ้นจากวาระกระทู้แล้วก็ถึงมีครบองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งนะครับ เราจะได้พิจารณา เรื่องนี้นะครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

คือผมกราบเรียนผ่านท่านประธาน เท่านั้นเองครับ ก็จะบอกทางเจ้าหน้าที่ว่าขออนุญาตดูในเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะเดี๋ยวจะ มีปัญหาเรื่องข้อบังคับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนริศครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ท่านประธานไม่ให้มีการหารือกันก่อนที่จะเข้า ระเบียบวาระ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ครับ ข้อ ๑๗ หยุดก่อน ครับ เพราะว่าวันนี้วาระเยอะครับ ถ้าเราวาระน้อยเราจะได้ดําเนินการ เพราะว่าในข้อ ๑๗ ผมจําได้และก็ได้พูดในที่ประชุมอยู่แล้วถ้ามีเวลา

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

แต่ว่าส่วนหารือก็เปึนประโยชน์นะครับ ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้เวลาไม่มีครับ เพราะว่ากระทู้ก็จะกินเวลาไปถึงบ่ายโมงครึ่งแล้วครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ไม่เปึนอะไรครับ ถ้าไม่อนุญาตให้มีการ หารือไม่เปึนอะไร แต่ว่าขอให้ท่านประธานได้รับทราบว่าสิ่งนี้เปึนประโยชน์และหากมี โอกาสเวลาใดที่ท่านประธานจะให้ได้ก็กรุณาให้นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมจะแจ้งให้ทราบ ครับ

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณคุณนริศ มากครับ ขอคุณผุสดีมีอะไรครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่ชี้ เชิญครับ

นางผุสดี ตามไท แบบสัดส่วน

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบสัดส่วนจากพรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ อยากจะขอหารือเช่นเดียวกันถ้าหากว่าเปึนวันใดก็อยากจะขอบพระคุณมาก ก็เปึน อีกเสียงหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณมากครับ ที่พยายามประหยัดเวลาครับ เพราะงานในหน้าที่ด้านนิติบัญญัติในสมัยประชุมนี้ มีความสําคัญครับ กระผมขอผู้ตั้งกระทู้ถามนะครับ

๑.๑ กระทู้ถามเรื่องการก่อสร้างและบํารุงทางหลวงชนบท ของ คุณวิฑูรย์ นามบุตร ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เชิญรัฐมนตรีที่ได้เข้ามาตอบกระทู้ เชิญเข้ามานั่งประจําที่ครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ เชิญครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอตั้งกระทู้ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าจะถามเฉพาะ โครงการคมนาคมในพื้นที่ชนบท ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากปัจจุบันนี้นะครับ และย้อนหลังไป ๕ – ๖ ป้ โครงสร้างพื้นฐานที่เปึนโครงข่ายคมนาคม ไม่ว่าด้านถนน ด้านสะพานในชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณค่อนข้างจํากัดและขณะเดียวกันในเมื่อ กรมทางหลวงชนบทถ่ายโอนภารกิจต่าง ๆ ไปให้กับท้องถิ่น อันดับแรกก็คือว่าโครงการที่ ยังเหลืออยู่ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบทก็ไม่มี งบประมาณเพียงพอ ผมจะพูดทั้งประเทศแต่ผมจะขอยกตัวอย่างเพียงบางจังหวัด เช่น จังหวัดยโสธร จังหวัดยโสธรมีถนนในพื้นที่ทั้งหมดอยู่ ๓,๙๐๐ กิโลเมตร ได้รับการก่อสร้าง เปึนถนนลาดยางไปแล้วรวมทั้งคอนกรีต ๙๐๐ กิโลเมตร อีก ๓,๐๐๐ กิโลเมตรเปึนถนนที่ เปึนลูกรังและยังไม่ได้รับการปรับปรุง และในจํานวน ๓,๐๐๐ กิโลเมตรนั้นได้ถ่ายโอนเปึน ภารกิจของท้องถิ่น ไม่ว่า อบจ. อบต. หรือเทศบาล ที่ยังอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงชนบทจาก ๓,๐๐๐ กิโลเมตรนั้นมีเพียง ๔๘ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศก็ จะมีลักษณะไม่แตกต่างกับจังหวัดยโสธรหรือจังหวัดอุบลราชธานี ดังนั้นคําถามแรก ผมขอกราบเรียนถามท่านประธานสภาดังนี้ครับว่า

๑. ยกระดับมาตรฐานเปึนถนนลาดยาง

๑.๑ สาย อบ. ๔๐๔๘ บ้านหนองขอน ตําบลดอนแดงใหญ่ อําเภอ ม่วงสามสิบ ไปบ้านโนนโพธิ์ อําเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

๑.๒ สาย อบ. ๒๐๔๕ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๓ บ้านไท ตําบล บ้านกอก ไปตําบลบ้านไท

๑.๓ ถนนสายบ้านหนองแสง ไปบ้านดงยาง อําเภอม่วงสามสิบ จังหวัด อุบลราชธานี

๑.๔ ถนนลาดยางสายโพธิ์ไทร ไปสะพานโดม ตอนเริ่มบ้านถิ่นสําราญ ถึงบ้านทรัพย์เจริญ บ้านปากโดม อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

๑.๕ สายบ้านสิงห์ ตําบลบ้านสิงห์ ไปบ้านหนองหิน ตําบลหนองหิน อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร

๒. โครงการบํารุงทางลาดยาง

๒.๑ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๓ ไปบ้านคําหมี อําเภอเขื่องใน จังหวัด อุบลราชธานี

๒.๒ สาย อบ. ๔๐๔๙ แยกทางหลวง ๒๑๗๒ บ้านโนนสว่าง ไปบ้าน โนนจันทร์ อําเภอพิบูลมังสาหาร

๒.๓ สาย ยส. ๒๐๒๒ แยกทางหลวงหมายเลข ๒๓ แจ้งสนิท ไปบ้าน คําแดง อําเภอเมือง จังหวัดยโสธร

๓. โครงการพัฒนาถนนเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว

๓.๑ อบ. ๔๐๘๖ แยกทางหลวง ๒๔๑๓ ไปบ้านปากอ ตําบลก่อเอ้ ไป ตําบลหนองเหล่า อําเภอเขื่องใน

๓.๒ ก่อสร้างลาดยางจากบ้านหนองใหญ่ ตําบลยางขี้นก ไปบ้านศรีสุข ตําบลยางขี้นก อําเภอเขื่องใน

๓.๓ ก่อสร้างถนนลาดยางจากชยางกูรเข้าบ้านหนองหลัก ตําบล หนองบก อําเภอม่วงสามสิบ

๓.๔ ก่อสร้างถนนลาดยางจากบ้านดอนจิกไปน้ําตกแกร่งใหญ่ บ้าน บุ่งคํา ตําบลดอนจิก อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

๓.๕ ก่อสร้างถนนลาดยางภายในพระธาตุกล่องข้าวน้อย บ้าน ปากคลอง ตําบลปากคลอง อําเภอเมืองยโสธร

และสุดท้าย ๔ ครับ สะพานที่เปึนที่โครงข่ายซึ่งเปึนสะพานคอนกรีต

๔.๑ สะพานข้ามลําเซบาย จากบ้านหนองห้าง ตําบลศรีสุข อําเภอ เขื่องใน ข้ามลําเซบายไปบ้านดอนส้มป์อย ตําบลนาเลิง อําเภอม่วงสามสิบ

๔.๒ สะพานข้ามลําห้วยบ่อระหว่างตําบลท่าไหเชื่อมกับตําบลชีทวน อําเภอเขื่องใน

๔.๓ บ้านท่าราด ตําบลดงใหญ่ ข้ามไปบ้านนาอุดม ตําบลไร่ฉี อําเภอ ลืออํานาจ จังหวัดอุบลราชธานี

๔.๔ ก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามลําห้วยไผ่ ระหว่างบ้าน นาดี หมู่ ๑๒ ไปบ้านม่วงแมด ตําบลดอนจิก อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

๔.๕ สร้างสะพานจากบ้านหนองบ่อ ตําบลหนองหินไปบ้านโต่งโต้น ตําบลหนองเปึด อําเมือง จังหวัดยโสธร

จํานวนรายการต่าง ๆ เหล่านี้เปึนเฉพาะที่อยู่ในโครงข่ายของทางหลวง ชนบทครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากรมทางหลวง ชนบทมีแผนงานโครงการจะดําเนินการได้เมื่อไร ขอกราบเรียนเปึนข้อแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านวิฑูรย์ นามบุตร ต้องกราบขออภัยต้องเอ่ยนามท่าน เกี่ยวกับการก่อสร้างและบํารุงทางหลวงชนบท ซึ่งกระผมขอตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งได้ให้ความกรุณาถามกระทู้เกี่ยวกับงานของกรมทางหลวง ชนบทใน ๔ งานด้วยกัน

สําหรับงานที่ ๑ เปึนงานยกระดับมาตรฐานทาง หมายถึงเปึนงานซึ่ง งานเดิมคงจะเปึนงานที่เกี่ยวกับถนนดินหรือลูกรัง แล้วก็ยกระดับมาตรฐานเปึนงาน ลาดยาง กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบแล้วนะครับว่า ถนนทั้ง ๕ สายทางเปึนถนนที่อยู่ ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท จํานวน ๒ สายทาง ส่วนที่เหลืออีก ๓ สายทางเปึนถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะ ถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท สายทางที่ อบ. ๔๐๘๗ ได้บรรจุ เข้าไว้ในโครงการยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทที่เรียกว่าโครงการถนนปลอดฝุ์น ซึ่งทั่วทั้งประเทศมีระยะทางประมาณ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่าง การเสนอขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งถ้าหากคณะรัฐมนตรีอนุมัติและ กระทรวงคมนาคมสามารถจัดหาแหล่งเงินกู้ได้ กรมทางหลวงชนบทจะดําเนินการ ก่อสร้างถนนลาดยางสายนี้ให้แล้วเสร็จต่อไป

สําหรับถนนสาย อบ. ๒๐๔๕ นั้น ตรงถนนที่แยกจากทางหลวง หมายเลข ๒๓ ถึงบ้านโพนทองผ่านบ้านไถ่ไปตัดเชื่อมกับถนนสาย อบ. ๒๐๔๔ ถนนสายดังกล่าวนั้น ได้จัดทําเปึนถนนลาดยางเกือบครบแล้ว เหลืออยู่เพียงจํานวนที่ยังเปึนถนนที่จะต้อง ปรับปรุงเปึนถนนลาดยางอีกประมาณ ๒.๒ กิโลเมตร ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณประมาณ ๑๐.๘๘๓ ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้ได้จัดทําแผนตั้งงบประมาณในป้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปแล้ว ซึ่งถ้าหากทางหลวงชนบทได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวประจําป้ตามแผนที่ กําหนด ก็สามารถที่จะดําเนินการให้แล้วเสร็จต่อไป

สําหรับถนนที่อยู่ในลําดับที่ ๑.๓ บ้านหนองแสง บ้านดงยางลําดับที่ ๑.๔ บ้านโพธิ์ไทร บ้านสะพานโดม ลําดับที่ ๑.๕ บ้านสิงห์และบ้านหนองหิน เปึนถนนที่อยู่ใน ความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเปึนภารกิจงานขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดําเนินการพิจารณาตามลําดับหน้าที่ต่อไป ซึ่งขั้นตอนการดําเนินการ จัดทํางบประมาณนั้น ต้องเปึนงานซึ่งผ่านความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการทําตามหน้าที่ของงานต่อไป แต่ถ้าหากภารกิจงานดังกล่าวนั้นเกินขีดความสามารถ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ก็ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดําเนินการทํา คําเสนองบประมาณ เพื่อขอให้ทางกรมทางหลวงชนบทดําเนินการต่อไป ซึ่งจะต้องผ่าน ความเห็นชอบ ผ่านการร้องขอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสียก่อน กรมทางหลวง ชนบทถึงจะสามารถที่จะเข้าไปดําเนินการช่วยเหลือในการที่จะพัฒนาเส้นทางคมนาคม ดังกล่าวนั้นเพื่อเปึนประโยชน์ของประชาชนต่อไป

สําหรับงานที่ ๒ ที่ท่านได้กรุณาถามเปึนกระทู้เปึนงานบํารุงทางลาดยาง ก็หมายถึงเปึนงานซึ่งมีถนนเปึนถนนที่ได้มีการก่อสร้างเปึนลาดยางแล้ว แต่ว่าถนน ดังกล่าวนั้นอาจจะมีการชํารุดบกพร่อง มีความเสียหายบ้าง อาจจะไม่เหมาะกับ การเดินทาง ถนนทั้ง ๓ สาย กรมทางหลวงชนบทมีแผนงานซ่อมบํารุงปกติ เปึนประจําทุกป้อยู่แล้วนะครับ สําหรับการซ่อมบํารุงตามระยะเวลาและการซ่อมบํารุง พิเศษได้ทําการตรวจสอบ ประเมินสภาพผิวการจราจรและโครงสร้างทางทุกระยะ หากปรากฏว่ามีความชํารุด เสียหายก็จะพิจารณาดําเนินการซ่อมบํารุงตามหลักเกณฑ์การบํารุงรักษาการทาง โดยบรรจุเข้าแผนงานประจําป้ตามลําดับความจําเปึนเร่งด่วนและวงเงินงบประมาณ ประจําป้ที่ได้รับการจัดสรรต่อไป

สําหรับถนนสาย ยส. ๒๐๒๒ ถึงกําหนดที่จะทําการซ่อมบํารุงตาม ระยะเวลาจึงได้จัดตั้งแผนงานเสริมผิวลาดยางในป้ ๒๕๕๒ เปึนระยะทาง ๑.๒ กิโลเมตร งบประมาณ ๒.๔ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้รับการจัดสรรประจําป้ กรมทางหลวงชนบทก็สามารถดําเนินการจัดซ่อมบํารุงได้

สําหรับงานสนับสนุนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว กรมทางหลวงชนบท ได้มอบหมายให้สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดมีการตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ถนนทั้ง ๕ สายเปึนถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท จํานวน ๑ สาย ส่วนที่เหลือ อีก ๔ สายเปึนถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองท้องถิ่น ถนนที่อยู่ในความ รับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท คือสาย อบ ที่ ๔๐๘๖ ซึ่งได้บรรจุเข้าไว้ในโครงการ ยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท โครงการถนนปลอดฝุ์นทั่วประเทศ ซึ่งระยะ ๗,๒๐๐ กิโลเมตรดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างการเสนอขออนุมัติงบประมาณจากรัฐมนตรี และก็หากคณะรัฐมนตรีให้ความอนุมัติเห็นชอบ กระทรวงการคลังสามารถจัดหาแหล่ง เงินกู้ได้ก็สามารถดําเนินการต่อไป

สําหรับถนนที่อยู่ลําดับที่ ๓.๒ บ้านสายหนองใหญ่ บ้านศรีสุข ลําดับที่ ๓.๓ บ้านสายชยางกูร บ้านหนองหลัก ลําดับที่ ๓.๔ บ้านดอนจิก บ้านตกแก่งใหญ่ ลําดับที่ ๓.๕ สายภายในพระธาตุกล่องข้าวน้อย บ้านตากทอง เปึนถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งก็เปึนภารกิจงานซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้อง ดําเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สําหรับงานที่ ๔ เปึนงานก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก กรมทางหลวง ชนบทได้มอบหมายให้สํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดพิจารณาตรวจสอบข้อมูล ดังกล่าวแล้วปรากฏว่า สะพานทั้ง ๕ แห่งเปึนสะพานที่อยู่ในเกณฑ์การก่อสร้างเปึนสะพาน ในเขตชุมชนส่วนภูมิภาค จํานวน ๒ แห่งด้วยกัน ส่วนที่เหลืออีก ๓ แห่งควรเปึนภารกิจ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กล่าวคือสะพานข้ามลําเซบายในข้อ ๔.๑ และสะพาน ข้ามลําห้วยบ่อในข้อ ๔.๒ กรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการสํารวจออกแบบและ ประมาณการค่าก่อสร้างไว้ โดยสะพานข้ามลําเซบายในข้อ ๔.๑ จะได้พิจารณาบรรจุ เข้าแผนดําเนินการป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ต่อไป ส่วนสะพานที่ ๔.๓ บ้านท่าลาด บ้าน นาอุดม ลําดับที่ ๔.๔ ข้ามลําห้วยไผ่ และลําดับที่ ๔.๕ บ้านหนองบ่อ บ้านตรงต้น เปึนภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมควรที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะ ดําเนินการตามกรอบอํานาจหน้าที่ต่อไป

ผมเรียนท่านสมาชิกที่ได้ถามกระทู้ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามคือ ท่านวิฑูรย์ นามบุตร ต้องขอขอบคุณท่านเปึนอย่างยิ่งที่ท่านให้ความกรุณาตั้งกระทู้ถาม ซึ่งกระทู้ถามของท่านเปึนข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาตามโครงข่ายของกรมทางหลวง ชนบท ซึ่งกรมทางหลวงชนบทและกระทรวงคมนาคมจะได้มอบกระทู้ที่ท่านถาม เพื่อให้ กรมนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาโครงข่ายของกรม เพื่ออํานวยความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนในการใช้เส้นทางต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวิฑูรย์

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต้องกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านในฐานะเปึน ส.ส. เปึนคนที่มาจาก ชนบทคนหนึ่ง ท่านรู้ปัญหาดี ผมเข้าใจ เมื่อสักครู่ขอเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ครับ ถนนที่ท่านตอบไปอาจจะผิดสายนะครับ อบ. ๒๐๔๕ ที่จริงผมถามท่านไม่ใช่ แยกทางหลวง ๒๓ บ้านกอก บ้านโพนทอง ผ่านบ้านไทยนะครับ ที่จริงเจ้าหน้าที่อาจจะให้ ข้อมูลท่านพลาดไป ที่จริงที่แยกทางหลวง ๒๓ นั้นมันมี ๒ ช่วงครับ ที่ผมถามท่านก็คือ ที่แยกทางหลวง ๒๓ ไปบ้านไทย ที่ผ่านบ้านกลางใหญ่ เปึนอีกสายหนึ่งซึ่งยังก่อสร้าง ไม่แล้วเสร็จอีกประมาณ ๕ กิโลเมตร ส่วนสายที่ท่านรัฐมนตรีตอบผมนั้นผมเข้าใจครับว่า ป้นี้ถ้าได้รับงบประมาณก็จะจบสิ้นตลอดสายแล้ว แต่ก็ไม่เปึนไรครับไม่ติดใจ อาจจะเปึน ข้อมูลภายใน

คําถามที่ ๒ อยากจะเรียนถามท่านอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถนนที่เปึนโครงข่ายของกรมทางหลวงชนบท ๗,๒๐๐ กิโลเมตรนั้นจะดําเนินการอย่างไร ต่อไป และที่สําคัญกว่านั้นถนนในชนบทก็คือที่ถ่ายโอนภารกิจไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร วันนี้มีท่านรัฐมนตรีสุพล ฟองงาม ที่ท่านได้ ดูแลท้องถิ่น ผมอยากจะให้ท่านตอบในสภาด้วยครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นสําหรับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นหลังจากได้ถ่ายโอนภารกิจเรื่องถนนไปอยู่ในความดูแลของ อบต. อบจ. หรือเทศบาลแล้ว ปรากฏว่าเวลากรมส่งเสริมหรือกระจายอํานาจโอนเงินไปให้ ท้องถิ่นไปทําภารกิจถ่ายโอน ปรากฏว่าท้องถิ่นไม่ไปดําเนินการตามภารกิจถ่ายโอนครับ ดังนั้นพวกถนนที่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกวันนี้ถนนชํารุด ทรุดโทรมมากครับ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการสร้างใหม่ ดังนั้นเราให้เกียรติ ให้อิสระกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ทําอย่างไรครับจะให้ท้องถิ่นดําเนินตามวัตถุประสงค์ที่กระจาย อํานาจหรือในส่วนกลางให้ไปด้วย ขอถือโอกาสกราบเรียนถามครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบ

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตตอบคําถามของท่านวิฑูรย์ นามบุตร ต้องขออภัย ที่เอ่ยนามท่านในการถามเพิ่มเติม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าในคําถามแรกที่ท่านได้ถามเรื่อง ถนนสาย อบ. ๒๐๔๕ ซึ่งถนนดังกล่าวเปึนถนนที่แยกมาจากถนนทางหลวงที่ ๒๓ เหมือนกับถนน อบ. ๒๐๔๔ แยกจากทางหลวง ๒๓ เหมือนกัน แล้วก็ ๒ สายนี้ มาบรรจบกันที่บ้านไทย แล้วก็เชื่อมต่อไปด้วยกันนะครับ ๒ สายรวมกันเปึนสายเดียว แล้วก็ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ได้ขมวดแล้วที่เปึนถนนที่ยังไม่ได้เปึนลาดยาง เหลืออยู่ ประมาณ ๒.๒ กิโลเมตร ซึ่งผมเรียนว่าในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ ก็ได้ตั้งงบประมาณ ไว้แล้ว ๑๐,๘๘๓ ล้านบาท ก็รอสภาอนุมัติงบประมาณ กรมเองเมื่อได้รับการจัดสรรตาม แผนงานตามโครงการก็ดําเนินการต่อไป ส่วนในเรื่องของโครงข่ายถนนที่ยังเหลืออยู่ใน ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทประมาณ ๗,๒๐๐ กิโลเมตร ที่ผมเรียนว่าตาม โครงการถนนปลอดฝุ์นนั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี เพื่อดําเนินการให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ให้ ซึ่งถ้าหากโครงการนี้ ครม. เห็นชอบและอนุมัติเงิน ๗,๒๐๐ กิโลเมตรสามารถจะดําเนินการได้ภายใน ๑๘ เดือน ให้แล้วเสร็จ ซึ่งถนนดังกล่าวก็ต้องเปึนถนนอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ชนบทด้วย ส่วนที่ท่านได้กรุณาสอบถามถึงปัญหาถนนที่ยังคงค้างอยู่ในชนบท ซึ่งมี จํานวนหลายหมื่นกิโลเมตรนั้นนะครับ ซึ่งผมก็เข้าใจตรงกันนะครับว่าวันนี้ปัญหาของ ประชาชนในชนบทโดยเฉพาะเรื่องเส้นทางคมนาคมเปึนเรื่องซึ่งน่าห่วงใยมาก โดยเฉพาะ วันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนาชนบทโดยเฉพาะเรื่องของสายทาง เส้นทาง ยังคงเหลืออยู่เพียงกรมทางหลวงชนบทเท่านั้นกรมเดียว และที่น่าห่วงใยก็คือว่า กรมทางหลวงชนบทเปึนกรมซึ่งมีภารกิจไม่ใช่ภารกิจถาวร เหมือนภารกิจชั่วคราว เพราะมี อายุของความเปึนกรมอยู่ตามกฎหมายอยู่ ๕ ป้ ซึ่งในขณะนี้ก็มีการต่ออายุกันอยู่ ก็ทําให้งบประมาณทั้งหลายซึ่งได้รับการจัดสรรวันนี้มี จํานวนซึ่งจํากัดนะครับ และภารกิจเองก็เปึนภารกิจซึ่งทําเพื่อแก้ปัญหาชั่วคราวไป เพราะฉะนั้นปัญหาดังกล่าวที่ยังคงค้างอยู่ก็เปึนปัญหาซึ่งตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ซึ่ง วันนี้ความจริงทางกระทรวงคมนาคมเองก็ได้ให้กรมทางหลวงชนบทไปสํารวจโครงข่าย จริง ๆ ว่าเส้นทางสายหลักควรจะเปึนภารกิจงานของกรมไหน ภารกิจสายรองเปึนภารกิจ งานของกรมทางหลวงชนบทหรือไม่นะครับ ถ้าทําอย่างนี้ได้ แล้วก็ถ้าได้มีการแก้กฎหมาย เพื่อให้กรมทางหลวงชนบทได้เปึนกรมถาวร แล้วก็มีภารกิจหลักจริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของ การพัฒนาโครงข่ายรอง ซึ่งวันนี้งานถ่ายโอนในโครงการถ่ายรองมันไปอยู่ในส่วนของ ท้องถิ่นบ้าง ทําให้การพัฒนาเส้นทางคมนาคมไม่สะดวก ถ้าหากกรมได้มีโอกาสเปึนกรม ซึ่งถาวรจริง ๆ แล้วก็รับภารกิจงานของการพัฒนาถนนสายรองจริง ๆ ผมก็มั่นใจว่า เส้นทางต่าง ๆ ที่ท่านวิฑูรย์ นามบุตร ขออภัยที่เอ่ยนามท่านอีกครั้งนะครับ ก็สามารถที่จะ ดําเนินการเพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนได้อย่างดี กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีสุพลจะตอบ ไหมครับ เชิญครับ

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวข้องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจาก จังหวัดอุบลราชธานีได้ถามถึงในส่วนของภารกิจถ่ายโอนให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น ผมเห็นตรงกับท่านครับว่ามันเปึนปัญหา ซึ่งเรื่องนี้ผมได้นําเรียนต่อคณะกรรมการกระจาย อํานาจว่าภารกิจที่ถ่ายโอนไปให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีหลายภารกิจที่เปึนปัญหาอยู่ ที่ถ่ายโอนทั้งภารกิจ ถ่ายโอนทั้งงบประมาณ จัดสรรงบประมาณให้ แต่ภารกิจต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้รับการดูแลจากองค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมการกระจายอํานาจก็ รับไว้พิจารณา แต่ยังไม่มีการแก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนที่ท่านเปึนห่วงก็ตรงกันครับ ท่านประธาน ผมรับที่จะไปพิจารณาดําเนินการครับ

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม วิฑูรย์ นามบุตร พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี อยู่ในประเด็นนี้ครับ ผมเปึนกรรมาธิการงบประมาณพิจารณางบป้ ๒๕๕๒ งบของกรมทางหลวงชนบท มีแค่ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท น้อยอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน เราต้องการเอางบของทางหลวงชนบทลงไปดําเนินการในชนบทให้มากที่สุด แต่มีภารกิจ อยู่ ๒ ภารกิจครับ ที่ทางหลวงชนบท มาทําอยู่ในเมือง เช่น กิจกรรมแก้ปัญหาจราจร กิจกรรมโครงข่ายทางหลวงเพื่อการเชื่อมโยงระบบขนส่ง ตรงนี้กรมทางหลวงเอาภารกิจ ในเมืองมาทําอยู่ ซึ่งไม่จําเปึนครับ ภารกิจนี้ต้องตัดออก ทางหลวงชนบทต้องเอาเงิน งบประมาณไปดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชนบทกับคนบ้านนอกทั้งหมดครับ ขอฝาก ในป้ต่อไปด้วย

ในส่วนของท่านรัฐมนตรีสุพล ฟองงาม ขอฝากท่านอย่างนี้ครับ เราไม่ ต้องการเข้าไปแทรกแซงหรือให้ท้องถิ่นไม่มีอิสระใด ๆ แต่ส่วนหนึ่งผมอยากจะกราบเรียน ว่าในฐานะท่านกํากับดูแลหรือเชื่อมโยงประสานระหว่างกระจายอํานาจและองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนใหญ่ของท้องถิ่นเขามีอิสระอยู่แล้ว แต่จํานวนหนึ่งอยากจะให้ หน่วยงานที่กํากับเปึนข้อเสนอแนะได้ไหมครับ ว่าช่วยออกเปึนรายการอุดหนุนเฉพาะกิจ เข้าไป ถ้าอุดหนุนทั่วไปท้องถิ่นจะไปทําอะไรก็ตามสะดวกของท้องถิ่น แต่ถ้าบางรายการ ถ้าเปึนความจําเปึนที่จะให้ท้องถิ่นดําเนินการ ท่านช่วยประสานออกเปึนในลักษณะ อุดหนุนเฉพาะกิจก็จะเปึนประโยชน์และโครงการต่าง ๆ ก็จะไม่มีปัญหาครับ ขอฝากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิฑูรย์ฝากแค่นั้น ใช่ไหมครับ แล้วก็รับไปปฏิบัติก็แล้วกันครับ เพราะว่าให้แนวความคิดที่ดีนะครับ เงินงบประมาณเฉพาะกิจไปทําอย่างอื่นไม่ได้ ถูกต้องแล้วครับ เปึนกระทู้ที่ดีมากครับ ขอบคุณครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ที่ ๒ การปรับปรุงขุดลอกแม่น้ํายมและระบบชลประทาน ของคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เจ้าของกระทู้ ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์เปึนผู้ตอบ เชิญเจ้าของกระทู้ครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุโขทัย กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ได้บรรจุวาระของ กระทู้ถามที่ผมถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของการปรับปรุงขุดลอกแม่น้ํายม และการสร้างระบบชลประทานที่จังหวัดสุโขทัย โดยกระทู้ถามที่ ๒๘๗ ลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ในครั้งนี้ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ท่านได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาเปึน ผู้ตอบกระทู้ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนั้นได้เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของจังหวัดสุโขทัยสมัยแรก แต่ที่ผ่านมาผู้แทนราษฎรของจังหวัดสุโขทัยนั้นก็มีมามาก หลายท่าน แต่ปัญหาสุโขทัยที่เกิดขึ้นมาเปึนระยะยาวนานมาตลอดนั้นไม่ได้รับการแก้ไขที่ เปึนรูปธรรมสักครั้งหนึ่ง จะเห็นได้ว่าในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ไม่ว่าจะเปึน จังหวัดแพร่ ไม่ว่าจะเปึนจังหวัดพิษณุโลกลงมาถึงจังหวัดพิจิตร ซึ่งต้องอาศัยจาก ลุ่มแม่น้ํายมที่มีแม่น้ํายมไหลผ่านมาตั้งแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และลงมาที่นครสวรรค์ ท่านประธานครับ แม่น้ํายม เปึน ๑ ใน ๒๕ ลุ่มแม่น้ําของประเทศไทยที่มีปัญหามากที่สุดอันดับหนึ่งก็ว่าได้ เพราะว่า ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่อง ทําให้เกิดปัญหาน้ําท่วมและภัยแล้ง มาตลอดในระยะที่ผ่านมาทุกป้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะนําภาพ เพาเวอร์ พอยท์ (Power Point) ของจริงที่เกิดขึ้นจริงในลุ่มแม่น้ํายมมานําเสนอต่อ ท่านประธานนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

ซึ่งผมจะให้เห็นว่าที่ผ่านมานั้น แม่น้ํายมซึ่งผ่านมาตั้งแต่จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์นั้น จะเห็นว่าปัญหาของน้ําท่วม ท่านประธานเห็นได้เลยครับว่าแม้กระทั่ง ในเมืองหรือแม้กระทั่งในพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของจังหวัดสุโขทัยนั้นน้ําท่วมมาตลอด ท่านประธานครับ เห็นไหมครับภาพบน นี่คือที่หน้าศาลากลางครับ น้ําท่วม แล้วถ้าหากว่า หลังจากน้ําท่วมไปไม่ถึงเดือน ภาพล่างก็จะเห็นว่าเปึนแม่น้ํายมที่น้ําแล้ง นี่คือภาพที่ สผ ที่ท่านประธาน ผมฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าสมควรหรือยังที่ควรจะปรับปรุงในระบบของแม่น้ํายมได้อย่างไร นี่คือภาพ ที่เห็นอยู่ในขณะนี้นะครับ ฉะนั้นผมจึงขอตั้งคําถามต่อทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับรัฐบาลแห่งนี้ อยากจะถามว่ารัฐบาลนั้น มีนโยบายที่จะสนับสนุนงบประมาณในการขุดลอกแม่น้ํายมในจังหวัดสุโขทัยตั้งแต่ ที่อําเภอกงไกรลาศมาจนถึงอําเภอเมือง ในระยะทางประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตรนั้น ได้ในป้ไหน อย่างไร จากการที่ผมได้สํารวจตรวจงบประมาณป้ ๒๕๕๒ งบในการขุดลอก แม่น้ํายมนั้น ซึ่งจะอยู่ในกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชย์ราชนาวี ซึ่งรับผิดชอบอยู่ ที่จัดงบไว้ในการที่จะขุดลอกแม่น้ํายมในจังหวัดสุโขทัย มีเพียงประมาณ ๒๐ ล้านบาทเอง ถ้าหากว่าประมาณ ๒๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๒๐ ป้ ๓๐ ป้ มันก็แก้ปัญหาในเรื่อง เหล่านี้ไม่ได้ ทําให้ป้หนึ่ง ๆ นั้นรัฐบาลต้องเสียงบประมาณในเรื่องของการที่จะไปบูรณะ ในเรื่องของการที่จะไปชดใช้ค่าเสียหายให้กับการเกษตร ให้กับพวกพี่น้องประชาชนที่ ได้รับความเสียหายป้หนึ่งเปึนพัน ๆ ล้าน ๒ พันล้าน เปึนอย่างนี้ทุกป้ ถ้าหากว่าเอางบ ตรงนี้ไปในการพัฒนาลุ่มแม่น้ํายมนั้นจะดีกว่าครับ จึงขอถามต่อท่านประธานผ่านถึง ฯพณฯ รัฐมนตรี นะครับว่าทางรัฐบาลนั้นมีนโยบายที่จัดสรรงบในการขุดลอกแม่น้ํายม ได้อย่างไร และจะทําดําเนินการให้ต่อเนื่องอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาเปึนผู้ตอบกระทู้ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของการปรับขุดลอกแม่น้ํายมและระบบชลประทาน ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ท่านสัมพันธ์ได้กรุณาตั้งคําถาม ผม กราบเรียนครับว่าลุ่มแม่น้ํายมเปึนลุ่มแม่น้ําเดียวที่ก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้อง ตั้งแต่จังหวัด สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร หลายจังหวัดครับ เวลาที่ฤดูน้ําหลาก หลากมาก็จะเกิดน้ําท่วม แต่พอถึงฤดูแล้งก็พบปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนไว้ ทางกรมชลประทาน ได้ตระหนักในปัญหาเรื่องนี้เปึนอย่างดีครับ เพราะฉะนั้นเมื่อป้พุทธศักราช ๒๕๔๗ ทางกรมชลประทานก็ได้ดําเนินการปรับขุดลอกแม่น้ํายมจากอําเภอเมืองถึงอําเภอ กงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เราได้ดําเนินการไปประมาณ ๒๕.๘๐ กิโลเมตร ซึ่งสามารถ ที่จะระบายน้ําได้ประมาณ ๓๐๐ ถึง ๔๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตอนนี้ดําเนินการ เสร็จสรรพเรียบร้อยไปแล้ว ช่วงที่ ๑ ส่วนช่วงที่ ๒ ซึ่งอยู่ในแผนที่ทางกรมชลประทานได้ เตรียมในการจะดําเนินการจากอําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัยของท่านสมาชิกสัมพันธ์ ไปจนถึงอําเภอบางระกํา จังหวัดพิษณุโลก ทางกรมชลประทานได้เตรียมแผน และก็ สํารวจออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เราก็ได้ดําเนินการเตรียมที่จะขอเงินงบประมาณ ในช่วงป้งบประมาณ ๒๕๕๒ แต่ผมกราบเรียนว่าป้นี้กรมชลประทานค่อนข้างจะได้รับ งบประมาณน้อยมาก ได้เพิ่มมาทั้งกรมเลยนะครับแค่ ๒ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งในขณะนี้ ทางกรมชลประทานก็กําลังดําเนินการในการที่จะขอแปรญัตติในโครงการที่มีความ สลักสําคัญ เพราะเห็นว่าระบบน้ําวันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญครับ แล้วหน่วยงานที่เรากํากับ ดูแลอยู่นี้เราจําเปึนในการที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของแหล่งน้ํา เพราะรู้ว่านี่คือหัวใจ ที่สําคัญ นอกจากจะเปึนการแก้ปัญหาเรื่องอุทกภัยแล้ว ยังเปึนการเพิ่มประสิทธิภาพ ในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรด้วย ถือว่าเปึนการลงทุนที่คุ้ม แต่เนื่องจากงบประมาณอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ว่าเราได้รับเพิ่มมาเพียงแค่ ๒ ล้านบาทเท่านั้นเอง มันก็เลยทําให้ค่อนข้างจะมีข้อจํากัดมากเลย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เราก็ไม่ได้สิ้นความพยายามนะครับ ในขณะนี้ก็ได้ดําเนินการทําเรื่องขอแปรญัตติไว้ ซึ่ง ถ้าหากว่าแปรญัตติออกมาทางเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะเพื่อนกรรมาธิการวิสามัญได้ให้ ความสําคัญและเห็นถึงความเดือดร้อนได้กรุณาให้การสนับสนุนมา แผนที่เราได้วางไว้ นะครับ คือจากกงไกรลาศไปจนกระทั่งถึงบางระกํา พิษณุโลก เราก็สามารถที่จะ ดําเนินการได้ ทั้งแผน ทั้งแบบออกเสร็จเรียบร้อยแล้ว สํารวจเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว เหลืออย่างเดียวครับ คือเหลือเงินครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จาก จังหวัดสุโขทัยครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รัฐมนตรีเปึนอย่างยิ่งนะครับ ที่ได้เตรียมการที่จะได้ขุดลอกแม่น้ํายมทั้งสายให้กับจังหวัดสุโขทัย ท่านประธานที่เคารพ ครับ ถ้าหากว่าสามารถทําได้จริงทั้งหมดในเรื่องนี้นะครับ ก็จะบรรเทาในเรื่องของน้ําท่วม ของจังหวัดสุโขทัยได้มากพอสมควร ท่านประธานครับตามที่ผมได้เสนอเพาเวอร์ พอยท์ ให้เห็นสภาพของแม่น้ํายม จังหวัดสุโขทัย ที่มันแคบเปึนคลองเลย จะเห็นว่าทําให้ น้ํานั้นไหลไม่ทัน ทําให้น้ํานั้นต้องท่วมในตลาดมาอย่างนี้มาตลอดนะครับ กระผมหวัง เปึนอย่างยิ่งว่า ฯพณฯ รัฐมนตรีและก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งท่านก็ได้มารับฟังปัญหาที่จังหวัดพิจิตรก็เหมือนกันกับที่จังหวัดสุโขทัยนะครับ ผมก็ หวังว่าท่านจะได้จัดสรรงบประมาณขุดลอกแม่น้ํายมนะครับให้สําเร็จ เพื่อที่จะได้บรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัย ถ้าหลังจากที่แม่น้ํายมได้มีการขุดลอกแล้ว ท่านประธานครับ น้ํานั้นมันจะไหลไปอย่างไร เพราะว่าแม่น้ํายมนั้นไม่มีเขื่อนที่จะ กักเก็บน้ํา อย่างเช่น เขื่อนแก่งเสือเต้นที่พี่น้องประชาชนตั้งแต่จังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เรียกร้องกันจริงจังนั้นนะครับ ผมว่าความเปึนไปได้ที่จะมีเขื่อน แก่งเสือเต้นนั้นก็ต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานก็หลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ อย่างที่ทําให้เปึน อุปสรรคปัญหาไม่สามารถที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นได้สักที แต่คนในจังหวัดสุโขทัย ก็ยังรอความหวังอยู่ แต่ถ้าความเปึนไปได้ครับท่านประธานแม่น้ํายมนั้นจะเห็นว่าเคิร์ฟ (Curve) ของแม่น้ํายมตั้งแต่ที่จังหวัดแพร่มาถึงจังหวัดสุโขทัยนะครับ ผมขอฉายให้เห็นว่า นี่คือภาพของแม่น้ํายมที่สูงสุดนะครับ ประมาณที่ ๒๖๐ ของระดับน้ําทะเลปานกลาง นะครับ ๒๖๐ ที่สูงที่สุดคือที่จังหวัดแพร่นะครับ แล้วลงมาถึงที่จังหวัดสุโขทัยนั้นที่ระดับ น้ําที่ ๓๐ ของระดับน้ําทะเลนะครับ จะเห็นว่าระดับสุโขทัยนั้นอยู่ใต้ ๆ ข้างล่างเปึนน้ําที่ เทราดมาทีเดียวทําให้เกิดปัญหาน้ําไหลไว แล้วไปท่วมอยู่ทางจังหวัดพิจิตร จังหวัด นครสวรรค์ แล้วในแม่น้ํายมนั้นไม่มีเขื่อนที่จะกั้นน้ําเปึนช่วง ๆ เพิ่งจะมาได้เขื่อนเปึน บางตัว เช่น เขื่อนหาดสะพานจันทร์ เขื่อนแยงซ้ายนะครับ แต่ตอนนี้ที่ผมทราบมาว่าทาง กรมชลประทานนั้นกําลังที่จะได้สร้างเขื่อนตัวที่ ๓ คือเขื่อนบ้านวังสะตือ อําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เพราะฉะนั้นผมจึงขอเรียนถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลนั้น มีนโยบายที่จะสนับสนุนในการที่จะจัดสรรงบประมาณสร้างเขื่อนประตูระบายน้ํากั้น แม่น้ํายมที่บ้านวังสะตือ อําเภอกงไกลาศ จังหวัดสุโขทัยในป้นี้ได้เลยไหมครับ ถ้าหากว่า ท่านทําได้ไม่ได้อย่างไร จะแก้ปัญหาเรื่องน้ําที่ไหลในฤดูแล้งไปอย่างไร ให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดสุโขทัยได้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีหรือ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ต่อคําถามที่ ๒ นะครับ เปึนกระทู้ถามที่บอกว่ารัฐบาลมีนโยบายจะ จัดสรรงบประมาณดําเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ํากั้นแม่น้ํายมที่บ้านวังสะตือ อําเภอ กงไกรลาศ ต้องกราบเรียนครับว่าทางกรมชลประทานได้จัดสรรเงินงบประมาณในการ ดําเนินการสํารวจออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วในป้งบประมาณที่ผ่านมานี้เองนะครับ คือ ป้ ๒๕๕๑ หลังจากที่ดําเนินการเตรียมความพร้อมตรงนี้เสร็จ ทางกรมชลประทานก็จะได้ ของบในการดําเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ําหรือที่ท่านเรียกว่าเขื่อน ที่บ้านวังสะตือให้ นี่อยู่ในแผนแล้วนะครับ เราออกแบบเงินงบประมาณป้ ๒๕๕๑ ได้มาแล้ว เมื่อเสร็จ ขั้นตอน ตรงนี้แล้วคือขั้นตอนในการที่จะขอเงินงบประมาณดําเนินการต่อไป อันนี้ กราบเรียนว่ามีแน่นอนครับ แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาเปึนผู้ตอบกระทู้ด้วย แล้วก็ท่านได้รับมอบหมายให้เปึนประธาน ในการพัฒนาลุ่มแม่น้ํายม ท่านก็จะได้ให้รายละเอียดอีกครั้งหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกฯ ครับ

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ถาม แล้วก็ ชี้แจงเพื่อนสมาชิกทุกท่านได้รับทราบด้วยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่จะผันน้ํา เข้าประเทศ ไม่ว่าจะจากแม่น้ําโขง จังหวัดเลย แล้วก็แถวหนองคาย ตลอดจนลุ่มน้ํา ทุกลุ่มน้ําในประเทศของเรา โดยจะผันน้ําจากแหล่งน้ําที่สามารถหามาได้เข้ามา ภายในประเทศ เพราะฉะนั้นลุ่มน้ํายมเปึนแม่น้ําแห่งเดียวที่ไม่มีอ่างเก็บน้ํา ซึ่งผมเรียน กับท่านทั้งหลายว่าผมได้รับมอบหมายให้เปึนประธานในการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ํายม แล้วก็อ่างเก็บน้ําโป์งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ ๒ แห่งที่ผมได้รับมอบหมายให้เปึนประธาน ผมเรียนว่าเรื่องปัญหาเรื่องงบประมาณที่ไม่ได้บรรจุไว้ในงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากว่า โครงการผันน้ําทั่วประเทศของเรา นโยบายของรัฐบาลนั้นจะใช้เงินกู้ทั้งหมด เพื่อที่จะ ได้มาทําแหล่งน้ําต่าง ๆ เหล่านี้ ผมได้รับผิดชอบลุ่มน้ํายม ซึ่งขณะนี้เมื่อวันอังคารที่แล้วนี้ นายกรัฐมนตรีได้เซ็นคําสั่งมอบหมายให้ผมเปึนประธาน รัฐมนตรีเกษตรฯ รัฐมนตรี สิ่งแวดล้อมทั้งหลายทั้งหมดเข้ามารวมกัน เพราะฉะนั้นผมจะได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมา เริ่มทํางานตั้งแต่อาทิตย์หน้านี้เปึนต้นไป พิจารณาลุ่มน้ํายมทั้งลุ่มน้ําว่าเราสามารถที่จะ เก็บน้ํา อ่างเก็บน้ําไว้ได้ตรงไหน เมื่อก่อนนี้พอบอกแก่งเสือเต้นก็ต่อต้านกันแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะพิจารณาดูว่าน่าจะเอาแหล่งน้ํา ต้นน้ํา แม่น้ํายมนี้จะเอาตรงไหน เปึนอ่างเก็บน้ํา ซึ่งผมคิดว่าคราวนี้ต้องทําให้สําเร็จ ต้องทําให้พี่น้องที่อยู่ ๒ ฟากแม่น้ํายมนี้ ให้พ้นจากความเดือดร้อน ตั้งแต่แพร่มานะครับ แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร แล้วก็มา นครสวรรค์ส่วนหนึ่ง ซึ่งได้รับผลกระทบทุกป้ ฝนตกมามากน้ําก็ท่วม พอฝนหมดไปก็แล้งอีก โดยเฉพาะจังหวัดสุโขทัยของท่านสัมพันธ์ อันนี้โดนหนัก ๆ ทุกป้ ผมเองเปึนรัฐมนตรี เกษตรฯ มาเก่า แล้วก็ริเริ่มที่จะทําแก่งเสือเต้นมาตั้งแต่ป้ ๒๕๓๑ จนวันนี้ยังไม่ได้ทํา เพราะฉะนั้นผมต้องขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรตั้งแต่จังหวัดแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ทุก ๆ ท่านได้ร่วมมือกันระดมชี้แจงต่อพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งหมด ให้เกิดความเข้าใจ และผมเรียนยืนยันกับ ท่านสัมพันธ์และเพื่อนสมาชิกทุกท่านนะครับว่าจะทํางานชิ้นนี้ให้สําเร็จให้ได้ แต่ว่าเรียนว่า จะเริ่มต้นไว้นะครับ ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้เท่าไรนะครับ แต่จะเริ่มต้นไว้ให้ ก็ขอความ ร่วมมือจากท่าน ส.ส. ทุกท่านด้วยนะครับ อีกหลายแห่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีมีนโยบาย ชัดเจน และเปึนนโยบายที่จะต้องทําให้สําเร็จ จะเริ่มต้นในการทําเพื่อผันน้ําเข้ามาใน ประเทศของเรา เพราะฉะนั้นก็เรียนกับท่าน ส.ส. สัมพันธ์นะครับ สุโขทัย ประชาธิปัตย์ ใช่ไหมครับ ก็เรียนว่าขอให้มั่นใจว่าผมจะได้ทํางานชิ้นนี้ให้นะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็คงจะพอกระมังครับ ได้รายละเอียดมาก เชิญครับ

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สุโขทัยครับ เพราะว่าผมตั้งกระทู้ไป ๓ ข้อด้วยกัน และเหลือข้อสุดท้ายที่ผมจะได้ถาม ต่อ ฯพณฯ รองนายกฯ และท่านรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเปึนเจ้ากระทรวงเกษตรฯ และ เกี่ยวโยงกับท่านโดยตรง ก็อันสืบเนื่องมาจากของจังหวัดสุโขทัย เรื่องเดิมครับที่ในฤดูแล้ง ในแม่น้ํายมไม่มีน้ําเลย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งแม่น้ํายมที่จังหวัดสุโขทัยมีแม่น้ํายม ๒ สาย ที่เรียกว่าแม่น้ํายมในปัจจุบันที่ผ่านตัวเมือง ตั้งแต่ที่อําเภอสวรรคโลก อําเภอเมือง สุโขทัย และอําเภอกงไกรลาศ และมีแม่น้ํายมอีกแม่น้ําหนึ่งซึ่งเปึนแม่น้ํายมเก่า แล้วทาง กรมชลประทานนั้นได้จัดสรรงบไปขุดลอกขึ้นมาให้ใหม่ในระยะทาง ๗๐ – ๘๐ กิโลเมตร ตั้งแต่ที่ศรีนคร สวรรคโลก มาที่อําเภอกงไกรลาศ แล้วก็ไปลงที่อําเภอพรหมพิรามของ จังหวัดพิษณุโลก แต่ขุดได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน แต่ทุกวันนี้ในแม่น้ํายม สายเก่านั้นไม่มีน้ําเลย แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในจังหวัดสุโขทัยที่ทําการเกษตร อันนี้ แม่น้ํายมสายเก่าครับท่านประธาน ที่กรมชลประทานนั้นได้ไปขุดลอกแล้ว ในระยะทาง ประมาณ ๗๐ – ๘๐ กิโลเมตร ตั้งแต่สวรรคโลกมาก็เกือบจะ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่พี่น้อง ประชาชนต้องการอยู่ คือการที่จะหาน้ําผันมาลงให้กับแม่น้ํายมสายเก่าแห่งนี้ ท่านประธานครับ แม่น้ํายมอยู่ระหว่างกลางของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดพิษณุโลกด้านทิศตะวันออกมีแม่น้ําน่าน มีเขื่อนที่สามารถกักเก็บน้ําไว้ได้เยอะ ถ้าทางด้านทิศตะวันตกก็คือจังหวัดกําแพงเพชร จังหวัดตาก มีแม่น้ําป่งไหลผ่าน ก็มีเขื่อนภูมิพลที่กักเก็บน้ําไว้ได้เยอะ แต่ถ้ามาจังหวัดสุโขทัยแม่น้ํายมไม่มีเขื่อน น้ําไม่มีเลยครับในแม่น้ํายม พอหลังจากป้ใหม่ไปแล้วจะเห็นว่าคนสุโขทัยก็ทําการเกษตร ๗๐ – ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนอาชีพการเกษตรของจังหวัดสุโขทัย ถึงเวลาไม่มีน้ําที่จะทํา การเกษตร ท่านประธานครับ ผมเองเปึนผู้แทนนั้น พี่น้องราษฎรการเกษตรนั้นอยากได้น้ํา แต่ไปขอน้ําที่ชลประทานของจังหวัดกําแพงเพชร แม่น้ําป่งซึ่งจะต้องผันน้ํามาจากคลอง ท่อทองแดง ประตูน้ําท่อทองแดง ผันมาให้ที่อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร มาลงที่อําเภอคีรีนาถ และมาลงที่อําเภอเมือง แล้วจะใช้น้ําในแม่น้ํายมได้ แต่ปัญหาเวลา พี่น้องประชาชนไปขอทีไร บอกว่าน้ําในแม่น้ําไม่พอ ไม่สามารถจะให้น้ําได้ หรือให้ใน จํานวนจํากัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้นี้ราคาพืชผลก็ดีราคาสูง พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้นี้ ราคาพืชผลก็ดีราคาสูงพี่น้องก็ทําการเกษตรเยอะ แต่น้ําเปึนปัญหาอุปสรรคอย่างนี้ตลอด ฉะนั้นผมจึงอยากจะถามต่อ ฯพณฯ รัฐมนตรีในเรื่องของการผันน้ําจากแม่น้ําป่งมาลง แม่น้ํายม ตั้งแต่จังหวัดกําแพงเพชรมาสุโขทัยในด้านทิศตะวันตกและอีกด้านหนึ่งก็คือ ด้านทิศตะวันออกซึ่งจะต้องเอาน้ํามาจากแม่น้ําน่าน แต่ว่ามีปัญหาที่ยังไม่สามารถจะ ผันน้ําจากแม่น้ําน่านมาลงแม่น้ํายมสายเก่าได้ ก็เนื่องมาจากว่ามีคลองบางคลองที่ยัง ไม่สามารถที่จะเจาะลงมาได้สําเร็จก็คือคลองชักน้ําจากแม่น้ําน่าน แล้วมาผ่านที่คลอง วังขอม คลองไอ้ดู่ คลองบึงแดง บ้านบึงแดง ตําบลศรีพรม ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถ้าหากว่าทําเส้นนี้ได้สําเร็จน้ําก็สามารถที่จะผันเข้ามาลงแม่น้ํายมสายเก่า มาให้กับคนอําเภอกงไกรลาศ คนอําเภอเมือง คนศรีสําโรง คนสวรรคโลกได้ใช้น้ําได้ และโดยเฉพาะอีกด้านหนึ่งซึ่งเปึนด้านทางทิศตะวันตกนั้นก็คืออ่างเก็บน้ํางอบซึ่งมี ประชาชนจากนาขุนไกร ตําบลลาวต้นชัง ได้ถึงกับถวายฎีกาไปที่สํานักพระราชวัง เพื่อขอให้มาดูเรื่องของแล้งซ้ําซากทุกป้ในตําบลนี้มาตลอด แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จากทางชลประทานเปึนรูปธรรมที่จะให้คนอําเภอศรีสําโรงนั้นได้มีอ่างเก็บน้ําและได้มีการ ผันน้ําจากอ่างเก็บน้ํางอบมาให้กับคนอําเภอศรีสําโรง ฉะนั้นผมจึงขอเรียนถามต่อ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี และ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะจัดสรรน้ําจาก แม่น้ําข้างเคียงต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมานี้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดสุโขทัยได้อย่างตลอด ต่อเนื่องโดยที่ไม่จํากัดจํานวนน้ําได้ไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบรายการ ๓ ครั้งแล้วครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ผมต้องขอชื่นชมท่าน ส.ส. สัมพันธ์ ได้ทําหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชน ชาวไทยอย่างสมศักดิ์ศรีเลยวันนี้ คิดในการที่จะหาแนวทางทุกแนวทางที่จะแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องในบ้านเกิดของตัวเอง ผมต้องเรียนว่าแนวคิดในเรื่องของการ ที่จะจัดสรรน้ําจากแม่น้ําข้างเคียงไม่ว่าจะเปึนแม่น้ําน่านหรือแม่น้ําป่งให้กับเกษตรกร ในจังหวัดสุโขทัย ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดําเนินการ แต่ต้องเรียนว่าการที่จะ ใช้น้ําจากแม่น้ําข้างเคียง คือแม่น้ําน่านหรือแม่น้ําป่ง บางครั้งเราต้องดูปริมาณต้นทุนน้ํา ของทั้ง ๒ ลุ่มน้ําด้วย ถ้าหากว่าทั้ง ๒ ลุ่มน้ํามีปริมาณน้ําเพียงพอเราก็สามารถในการที่ ดําเนินการผันน้ําในส่วนนี้เอามาให้ ผมกราบเรียนว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ เราได้มีการจัดสรร น้ําจากแม่น้ําป่ง โดยผ่านระบบส่งน้ําของโครงการชลประทานท่อทองแดงดังที่เมื่อสักครู่นี้ ท่านสัมพันธ์ได้กรุณากราบเรียนต่อที่ประชุมแล้ว แล้วก็ยังได้มีการจัดสรรน้ําจากแม่น้ํา น่านโดยผ่านคลองชักน้ําเหนือเขื่อนนเรศวรที่จังหวัดพิษณุโลกมาลงที่คลองเมฆ แล้วก็ ทดน้ําลงสู่คลองปลากดเพื่อที่จะช่วยเหลือพื้นที่พี่น้องเกษตรกรในเขตอําเภอกงไกรลาส เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านพูดถึงคลองไอ้ดู่ก็ต้องกราบเรียน เหมือนกันว่าทางกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณไว้ จํานวน ๑๐ ล้านบาท ในการที่จะ ดําเนินการคลองไอ้ดู่ซึ่งเปึนคลองสาขาจากวังขอนและรับน้ําจากแม่น้ําน่านจะทําการ ปรับปรุงขุดลอกคลองไอ้ดู่ ด้วยการขุดลอกให้มีขนาดกว้าง ๑๕ – ๒๐ เมตร ความยาว ๑๑.๗๓๐ เมตร แล้วก็มีอาคารประกอบด้วยเพื่อที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในฤดูแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถผันน้ําไปช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรแม่น้ํายม ซึ่งเปึนแม่น้ํายม สายเก่าแล้วก็จะส่งผลไปถึงศรีสําโรง ส่งผลไปถึงสวรรคโลกด้วย โครงการตรงนี้ในขณะนี้ ทางกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณเสร็จสรรพเรียบร้อยหมดแล้ว ตอนนี้ติดปัญหา นิดเดียว ติดปัญหาเรื่องที่ดินที่มีอยู่ประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งเบื้องต้นได้อุทิศที่ดินให้กว้าง ๔ เมตร ก็ปัญหาเรื่องที่ดินเราก็กําลังจะรีบเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ดินจบแล้วนี่คงจะ ดําเนินการก่อสร้างเพื่อที่จะแก้ปัญหา ในขณะที่การพัฒนาลุ่มแม่น้ํายมตามที่เมื่อสักครู่นี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณากราบเรียนไว้เปึนโครงการเมกะ โปรเจคท์ (Mega project) เปึนโครงการขนาดใหญ่ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านสนั่นได้พูดอยู่เสมอว่า แม่น้ําทางภาคเหนือคือ ๔ แม่น้ําใหญ่ แม่น้ําป่ง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน เหลือเพียง ลุ่มแม่น้ํายมลุ่มน้ําเดียวเท่านั้นที่ในวันนี้เราไม่มีเขื่อน เราไม่มีอะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงเกิด ปัญหาอย่างที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนมาโดยตลอด แม่น้ําป่งเรามีเขื่อนภูมิพล แม่น้ําวัง นะครับเรามีเขื่อนกิ่วลม แม่น้ําน่านมีถึง ๒ เขื่อนนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเขื่อนนเรศวร หรือไม่ว่าจะเปึนเขื่อนสิริกิติ์ และก็ในอนาคตที่แควน้อยก็จะดําเนินการก่อสร้างเสร็จ ก็ เหลือแต่แม่น้ํายมอันเดียว ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เปึนประธานในการพัฒนาลุ่มน้ํายมก็ได้ดําเนินการศึกษาเรื่องนี้ และขณะนี้ก็ได้ตั้ง คณะอนุกรรมการเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ก็คิดว่าคงจะเร่งดําเนินการหลังจากที่ปัญหา เรื่องแก่งเสือเต้นซึ่งเปึนปัญหายาวนานมาโดยตลอด ก็คิดว่าคงจะได้สะสางให้เสร็จสักที หนึ่งว่าจะเอาอย่างไร ต้องตัดสินใจเด็ดขาดครับ ในเมื่อเราตั้งใจอยากจะใช้แหล่งน้ํา ทั้งหมดที่มีอยู่ ๒๕ ลุ่มน้ําก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องของการเกษตรมากที่สุด เพราะฉะนั้นในวันนี้รัฐบาลชุดนี้และก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านได้รับ ผลกระทบเต็ม ๆ จากลุ่มแม่น้ํายม ท่านคงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปหรอกครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเปึนกระทู้ที่ ๓ โครงการพัฒนาระบบน้ําเพื่อการเกษตรในเขตพื้นที่อําเภอนครไทย ของคุณนคร มาฉิม ถามนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้มอบให้รองนายกรัฐมนตรี คือ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คุณสุพล ฟองงาม มาชี้แจง เรียนเชิญเจ้าของกระทู้ครับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าระบบชลประทานนี่นะครับทั้งประเทศเปึนปัญหา ต่อเนื่องและก็เชื่อมโยงจนถึงปัจจุบันกระทบต่อวิถีชีวิตและการครองชีพของพี่น้อง ประชาชนอย่างใหญ่หลวง ซึ่งในภาวะปัจจุบันนี่นะครับสังคมโลกยังขาดแหล่งผลิตสินค้า ทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ประเทศไทยนะครับเปึนแผ่นดินที่เหมาะสมที่สุดในการทํา การเกษตร เสียดายครับที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีโอกาสเปึนรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งที่ ผ่านมา เพราะเรามีนโยบายในการที่จะพัฒนาระบบชลประทานทั้งประเทศไม่น้อยกว่า ๓ แสนล้านบาท และในป้ถัด ๆ ไปเราก็มีนโยบายที่จะขับเคลื่อนระบบชลประทาน แต่เอา เถอะครับในเมื่อรัฐบาลที่นําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านได้พูด ถึงการวางระบบน้ําแล้วก็ขับเคลื่อนในเรื่องนี้ ผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เปึนกําลังใจให้กับท่านในการที่จะพัฒนาบ้านเมืองของเราให้ประเทศไทยเปึนอู่ข้าวอู่น้ํา ให้ได้ และก็เปึนที่ทราบกันดีครับท่านประธานครับว่าเขตที่อยู่ในระบบชลประทานจะมี รายได้มากกว่าเขตที่อยู่นอกระบบชลประทานถึง ๓ เท่า แต่เสียดายที่ว่าการพัฒนา ชลประทานที่ผ่านมายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ใน ๒๕ ลุ่มน้ําหลักก็ยังไม่มีการปรับปรุงตั้งแต่ ระบบต้นน้ําไปจนถึงระบบปลายน้ํา ที่ผ่านมาเราอาจจะพูดถึงระบบโครงการชลประทาน ขนาดใหญ่แล้วก็ขนาดกลางซึ่งในปัจจุบันก็ค่อนข้างที่จะมีปัญหาในระบบของผู้ต่อต้าน หลาย ๆ ส่วน แต่อันที่จริงถ้าเกิดว่าหันมามองในมุมกลับทั้งประเทศนะครับ เรามีแหล่งที่ จะพัฒนาโครงการชลประทานในระดับกลางและก็ในระดับเล็กอีกเปึนจํานวนไม่น้อยใน ๒๕ ลุ่มน้ําหลัก ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างในกรณีที่พิษณุโลกแล้วก็จะเจาะลึกเข้า ไปในรายละเอียดของกระทู้นะครับ พิษณุโลกจะมีลุ่มน้ําหลักก็คือ แม่น้ําน่านกับแม่น้ํายม ตามที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ได้มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว จังหวัดพิษณุโลกก็จะมีลุ่มน้ํา สาขาอีก ๔ สายย่อย ก็คือ ลุ่มน้ําทาก ลุ่มน้ําแควน้อย ลุ่มน้ําบางคลอง และลุ่มน้ํา คลองชมพู ทั้ง ๔ สายที่เปึนลุ่มน้ําย่อยของลุ่มน้ําน่าน ก็ยังขาดการปรับปรุงและพัฒนา ยังคงมีโครงการอันเดียวที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนพิษณุโลกและอีกหลาย ๆ จังหวัด รวมทั้งจังหวัดพิจิตรและในจังหวัดภาคกลางก็คือ โครงการเขื่อนแควน้อยอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ ซึ่งเปึนที่ภาคภูมิใจของชาวจังหวัดพิษณุโลก แต่ว่าเหนือเขื่อนขึ้นไป ท่านประธานครับ ในลุ่มน้ําสาขายังขาดระบบในการวางเครือข่ายที่จะพัฒนาจาก แหล่งต้นน้ํา เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามีการวางระบบแล้วก็เปึนเครือข่ายที่ดี เราวางตั้งแต่ มีฝายแม้ว วางระบบคลอง แล้วก็แม่น้ําสาขาต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเปึนโครงข่ายโยงใยไปแล้ว ผมเชื่อว่าหน้าฝนน้ําก็จะไม่ท่วม หน้าแล้งเราก็จะมีน้ํากิน น้ําใช้ น้ําเพื่อการเกษตร อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตที่จะกราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีว่า โครงการ ทั้ง ๒๐ โครงการ ผมจะไม่อ่านในรายละเอียดเพราะปรากฏอยู่ในเอกสารแล้ว เพื่อไม่ให้ เปึนการเสียเวลา ทั้ง ๒๐ โครงการ รัฐบาลจะดําเนินการก่อสร้าง ปรับปรุง พัฒนาให้ แล้วเสร็จภายในป้ ๒๕๕๒ ได้หรือไม่ และถามต่อเนื่องไปในคําถามที่ ๒ ว่า ถ้าเกิดว่า ไม่สามารถดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในป้ ๒๕๕๒ ได้ รัฐบาลจะดําเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในป้ใด ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกฯ เชิญครับ

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบ ท่านนคร มาฉิม ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงท่านนครกับผมเปึนเพื่อน ส.ส. กันมา โดยตลอด ผมอายุมากหน่อยเท่านั้นเอง แต่ว่าเปึนเพื่อน ส.ส. ที่นครไทยผมก็ไป เปึนประจํา ไปดูการเกษตรบ้าง ไปช่วยเพื่อนสมาชิกหาเสียงบ้าง ก็มีปัญหาเช่นเดียวกับ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก แล้วก็นครสวรรค์ ปัญหาฝัืงตะวันออกของแม่น้ําน่านเปึนที่ราบสูง เพราะฉะนั้นฝนตกทีก็ท่วม พอแล้งก็ไม่รู้จะหาน้ําจากที่ไหน แต่ว่าที่พิษณุโลก ผมว่าวันนี้ โชคดีครับ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงมีพระราชดํารัสให้สร้างเขื่อนแควน้อย ขึ้นมา มีเขื่อนนเรศวร ๑ เขื่อน เขื่อนแควน้อยอีก ๑ เขื่อน ซึ่งจะเสร็จในป้หน้า พอแล้วเสร็จ ผมคิดว่าทางฝัืงตะวันออกของจังหวัดพิษณุโลก นครไทย ของท่านนคร มาฉิม ก็จะได้รับ ประโยชน์อย่างมาก ส่วนลุ่มน้ําเล็ก ๆ ต่าง ๆ ที่เปึนคลองส่งน้ําผมคิดว่ากรมชลประทาน เมื่อแควน้อยเสร็จแล้วก็คงจะทําทั้งระบบ แควน้อยเสร็จท่านนคร ผมยังได้รับอานิสงส์ อีกมากเลยในฝัืงตะวันออกของแม่น้ําน่าน เพราะว่าชลประทานก็จะพยายามทําท่อส่งให้ ในฝัืงตะวันออกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในรายละเอียดผมจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตอบคุณนครนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล

(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์) : กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมจากที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งกํากับดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ชี้แจงไปให้กับเพื่อนสมาชิก คือคุณนคร มาฉิม ผมเห็นใจ ที่จังหวัดพิษณุโลกมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมากเลย มีพื้นที่ทั้งหมดตั้ง ๖ ล้านกว่าไร่ และก็เปึนพื้นที่ทางการเกษตร ๒ ล้านกว่าไร่ แต่ในวันนี้ระบบชลประทานจากโครงการ ชลประทานขนาดใหญ่คือเขื่อนนเรศวร พลายชุมพล แล้วก็โครงการชลประทานขนาดกลาง ได้เอื้อมมือเข้าไปนี้ทําได้เพียง ๘ แสนกว่าไร่เท่านั้นเอง จึงเปึนที่มาที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดําริในการที่จะให้ก่อสร้างเขื่อนแควน้อย ซึ่งคุณนครก็คงทราบ ว่าผมกับท่านนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๑ คือ ฯพณฯ ท่านบรรหารได้ไปเร่งรัดในการที่จะให้ โครงการนี้เสร็จให้เร็วที่สุด ถามว่าถ้าจะเสร็จตามโครงการคือป้ ๒๕๕๑ หรือต้นป้ ๒๕๕๒ คงเปึนไปไม่ได้แล้ว แต่หลังจากที่เรามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มากํากับดูแลที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราไปมา ๕ ครั้งแล้วนะครับ ล่าสุดเราเพิ่งไปมาเมื่อสัปดาห์ ที่แล้ว ไปเพื่อที่จะไปดูว่าปัญหาเกิดขึ้นอย่างไรในการที่จะเร่งรัดให้เขื่อนแควน้อย พญาแมน ทั้งระบบเสร็จ เพราะตรงนั้นจะเอื้อในการที่จะให้ผลประโยชน์ในเรื่องผลผลิต ทางการเกษตรอีกเกือบล้านไร่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมจึงคิดว่าจะเปึนผลที่ทั้งพี่น้องในเขต จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดข้างเคียงได้รับผลประโยชน์จากเขื่อนแควน้อยด้วย ส่วนในขณะที่ เขื่อนยังไม่เสร็จท่านนครก็ได้กรุณามีความวิตกกังวลใน ๒๐ โครงการว่าจะสามารถ ดําเนินการได้เสร็จภายในป้งบประมาณ ๒๕๕๒ หรือไม่ เราคงต้องยืนอยู่บนความเปึนจริง ครับ ทั้ง ๒๐ โครงการ ป้ ๒๕๕๒ อย่างไรก็ไม่เสร็จแน่นอนครับ มันคงต้องใช้ระยะเวลา แล้วเนื่องจากทั้ง ๒๐ โครงการนี้มันเปึนโครงการที่เกี่ยวเนื่องกันหลายกระทรวง มีทั้ง กระทรวงมหาดไทย มีทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหลายกระทรวง ก็จะปันส่วนกัน แต่ในส่วนที่กรมชลประทาน ในส่วนที่กระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบอยู่นี้ เราตระหนักดีว่าเมื่อเขื่อนแควน้อยเสร็จ พลายชุมพล นเรศวร มันก็จะต้องจัดระบบส่งน้ํา ให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้เปึนภาระหน้าที่ของกรมชลประทานที่จะดําเนินการ จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด ส่วนถามว่าจะเปึนพุทธศักราชไหนนั้นวันนี้คงยาก มันคงขึ้นอยู่กับ เรื่องการสนับสนุนของเพื่อนสมาชิกในการผลักดันงบประมาณให้กับทางกรมชลประทาน ด้วย ถ้าหากว่าทางกรมชลประทานยังมีข้อจํากัดในเรื่องงบประมาณนี่ แผนที่เราวางไว้ ในเขตลุ่มแม่น้ํายม ในเขตจังหวัดพิษณุโลกนั้นมันคงเปึนไปตามเปัาได้ลําบากครับ แต่เรา ก็จะพยายาม เพราะรู้และก็ตระหนักดีว่านี่คือหัวใจที่สําคัญของการผลิตภาคการเกษตร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดพิษณุโลกซึ่งถือว่าเปึนจุดศูนย์กลางตรงนั้น เราจึงพยายาม ในการที่จะผลักดันให้โครงการนี้บรรลุผลโดยเร็วที่สุดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยตอบครับ

นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม สุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย เท่าที่ดู น่าจะมีอยู่แค่ ๒ โครงการครับที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงมหาดไทย เปึนการเกี่ยวข้อง กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือโครงการระบบประปาผิวดินขนาดกลาง บ้านเกษตร สมบูรณ์ ตําบลบ้านแยง และโครงการระบบประปาจากลําน้ําตอน บ้านน้ําตอน ตําบลนาบัว ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงอย่างนี้นะครับ เนื่องจากว่างบประมาณป้ ๒๕๕๒ อยู่ในระหว่าง การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ถ้าหากมีการจัดสรรงบประมาณเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป ทั้งหมดก็จะเปึนความอิสระของท้องถิ่นในการที่จะไปพิจารณา แต่ถ้ามีเงินอุดหนุน เฉพาะกิจผมจะรับไปพิจารณาดําเนินการ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามได้อีกครั้งเดียว ครับ เชิญตามข้อบังคับ

นายนคร มาฉิม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ตอบข้อซักถาม และก็เปึนความหวังของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดใกล้เคียง ในบริเวณดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบ ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าต่อเนื่อง และก็ทางท่านรัฐมนตรีได้กังวลถึงเรื่องงบประมาณแผ่นดินที่ท่านได้รับการจัดสรร อย่างไม่เพียงพอแล้วก็ไม่สามารถที่จะให้คําตอบได้ว่าจะดําเนินการตามโครงการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จภายในป้งบประมาณใดหรือวันเวลาใดนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังผู้มาตอบแทนนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติมก็คือ ผมได้เคยไปฟังแนวคิด และแนวนโยบายของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ทําเนียบรัฐบาล พร้อมกับคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งน้ํา ท่านบอกว่าได้ตั้งงบประมาณไว้โดยรวม ประมาณ ๗ แสนล้านบาท แต่ว่านโยบายส่วนใหญ่ รัฐบาลได้มุ่งเน้นไปที่การผันน้ําจาก แม่น้ํานานาชาติ ก็คือแม่น้ําโขง แม่น้ํางึม และแม่น้ําเบยรอบนอก ซึ่งมีความจําเปึน ที่จะต้องใช้งบประมาณจํานวนมหาศาลมาก ผมอยากจะฟังนโยบายของรัฐบาลว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ เราเปลี่ยนแนวคิดได้ไหมว่าให้ใช้เงินจํานวนดังกล่าวนี่นะรับมาพัฒนา แหล่งน้ําขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อยในประเทศที่มีอยู่อย่างเพียงพอ ให้มัน ครบระบบ ผมเชื่อว่าเรายังไม่มีความจําเปึนที่จะต้องผันน้ําจากแม่น้ําจากประเทศต่าง ๆ ถ้าพัฒนาในแหล่งน้ําในประเทศแล้ว ผมเชื่อว่ามีความเพียงพอ

เรื่องที่ ๒ ก็คือ ถ้าเกิดว่างบประมาณรายจ่ายประจําป้มีไม่พอ ทําไมรัฐบาล จึงไม่ดําเนินการขอกู้ ถ้าจําเปึนที่จะต้องพัฒนา ถ้าจําเปึนที่จะต้องใช้งบประมาณ ๑ ล้านบาท ก็จําเปึน ถ้าเกิดว่านโยบายดังกล่าวส่งผลให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลกับ เกษตรกรกับคนไทยทั้งประเทศได้ ก็จําเปึนที่จะต้องทํา แต่ว่าขออย่างเดียวว่าอย่าให้ภาระ ในการใช้น้ํานี่นะครับตกไปถึงเกษตรกร หมายถึงว่าจะต้องให้เกษตรกรจะต้องมา ตั้งมิเตอร์ (Meter) จ่ายค่าน้ําในอัตราที่แพง ซึ่งก็จะเปึนต้นทุนการผลิตที่จะหนักกับ เกษตรกร ก็ขออนุญาตเรียนถามถึงแนวนโยบายแล้วก็หลักคิดของรัฐบาลในการบริหาร จัดการ และก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี เชิญ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ผมกราบเรียนครับว่าในขณะนี้รัฐบาลก็ได้เตรียมในการที่จะดําเนินการ อย่างที่ท่านนครได้กรุณากราบเรียนไว้แล้ว เพราะนั่นเปึนนโยบายที่ท่านได้แถลงไว้ต่อ ประชาคมชัดเจน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องใช้เงินงบประมาณเปึนจํานวนมากเลยนะครับ รัฐบาลก็มีแผน ในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ําและการชลประทาน คณะกรรมการ ชุดนี้มีท่านนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน และก็มีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสนั่น เปึนรองประธาน เราได้ดําเนินการและวางแผน สําหรับแหล่งน้ําเราจะแบ่งเลยนะครับว่า กรณีผันน้ําทางภาคอีสาน ซึ่งเปึนโครงการขนาดใหญ่ ตรงนั้นเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเปึน ความจําเปึน เพราะวันนี้พื้นที่ทางภาคอีสาน ระบบชลประทานเข้าไปถึงประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับน่าเปึนห่วงมาก พื้นที่ทางภาคอีสานเปึนพื้นที่กว้างใหญ่ ถ้าระบบชลประทานไปถึงนี่ ผมเชื่อว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในเรื่องของผลผลิต ทางการเกษตรได้มาก เพราะฉะนั้นโครงการขนาดใหญ่ เรื่องของการผันน้ําจากแม่น้ํา ต่างชาติเข้ามา มันเปึนความจําเปึนต้องทํา แต่ในขณะเดียวกันเรื่องของการฟุ๋นฟูแหล่งน้ํา ขนาดกลาง แหล่งน้ําขนาดเล็ก จํานวนทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ กว่าแหล่งน้ํา ก็ได้มอบหมายให้ ทางกรมทรัพยากรน้ํา และในขณะนี้ท่านก็ได้สั่งการไปแล้ว ใช้งบป้ ๒๕๕๑ โดยมอบหมาย ให้ทางกระทรวงการคลังไปดําเนินการหาแหล่งเงินกู้มาครับ เพื่อที่จะดําเนินการจัดระบบ น้ําทั้งระบบ ซึ่งเราก็ได้วางเปัาหมายว่าในช่วงระยะเวลา ๕ ป้ข้างหน้า ถ้าหากว่าเปึนไป ตามแผน สามารถกู้เงินในส่วนนี้ได้ ผมก็เชื่อเหลือเกินว่าระบบน้ําทั้ง ๒๕ ลุ่มน้ํา ทั้งแหล่งน้ําขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ รวมทั้งการผันน้ําซึ่งในขณะนี้ก็ได้มีการศึกษาแล้วว่า แนวทางในการที่จะทํา ทําได้ ทําอย่างไรก็น่าจะบรรลุเปัาหมายได้ แม้ว่าเราจะต้องเสียเงินไปจํานวนมหาศาลในการไป ขอกู้แหล่งเงินจากต่างประเทศมา ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดําเนินการอยู่ ฉะนั้นต้อง กราบเรียนต่อท่านนครครับว่าทางรัฐบาลได้ให้ความสนใจ โดยเฉพาะตัวท่าน นายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยในเรื่องการบริหารจัดการน้ํามาก จึงได้แบ่งสันปันส่วนว่า ถ้าเปึนแหล่งน้ําในเรื่องของระบบการผันน้ํา ในเรื่องของระบบการสร้างเขื่อน เปึนเรื่องของ กรมชลประทานว่าไป ในเรื่องของการปัองกันเขื่อน กรมโยธาธิการว่าไป ในเรื่องของการ พัฒนาฟุ๋นฟูแหล่งน้ําขนาดกลาง ขนาดเล็ก ทางกระทรวงทรัพยากรน้ําดําเนินการไป เราแบ่งงานค่อนข้างชัดเจนแล้วก็เห็นเปึนรูปธรรมชัดเจน ผมเชื่อว่าท่านดําเนินการได้ เสร็จสรรพเรียบร้อย คือสามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ดําเนินการได้ โครงการนี้จะเปึนไป ตามเปัาหมาย และท่านนครต่อไปก็คงจะไม่ต้องตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้เพราะนั่นจะส่ง อานิสงส์ให้กับเพื่อนสมาชิกทั้งหมดครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอขอบพระคุณครับ จบกระทู้ถามธรรมดานะครับ ต่อไปเปึนกระทู้สด กระทู้สดมี ๓ กระทู้ด้วยกัน

กระทู้ถามที่ ๑ ถามเรื่องเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่จังหวัดอุดรธานี ของ คุณสุทัศน์ เงินหมื่น

กระทู้ถามที่ ๒ เรื่องโครงการไฟฟัาพลังน้ําฝายบ้านกุ่ม บริเวณบ้านท่า และ ตําบลห้วยไผ่ อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ของคุณศุภชัย ศรีหล้า

กระทู้ถามที่ ๓ เรื่องปัญหาสถานศึกษาคัดค้านการเรื่อง ฮิญาบของ นักศึกษามุสลิม ของคุณแวมาฮาดี แวดาโอะ

แต่ทั้ง ๓ กระทู้ ก็อยากจะถามกระทู้แรกก่อนนะครับ กระทู้สด คุณสุทัศน์ มีความเห็นอย่างไรเชิญครับ

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถาม เรื่องเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ความจริง เรื่องนี้ผมได้ยื่นเปึนญัตติต่อกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม คือหลังวันเกิดเหตุ ๑ วัน เพราะในกรณีดังกล่าวนี้เปึนเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นเพราะประชาชนชุมนุมโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๓ แต่ก็มี เหตุการณ์เกิดขึ้น มีการไล่ตีไล่ฆ่าประชาชน ทําให้เสียทรัพย์ ขณะเดียวกันกระผมได้ยื่น กระทู้สดในวันนี้เพื่อต้องการถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงการเยียวยา แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การปัองกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้น การนําผู้กระทําความผิดมาลงโทษ รวมทั้งความคิดเห็นของท่านในกรณีที่ประชาชนดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ ถูกทําร้าย แต่ได้ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางไปราชการ ต่างจังหวัด กระผมคิดว่าถ้าจะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับ มอบหมายก็อาจจะไม่ได้ข้อมูลชัดเจนและอาจจะทําให้ไม่สมประสงค์ที่กระผมยื่นกระทู้ ถามสดถึงรัฐมนตรีว่าการฯ มิได้หมายความว่ารัฐมนตรีช่วยฯ จะตอบไม่ได้นะครับ ไม่ใช่ แต่เพียงเรื่องความรับผิดชอบโดยตรงของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอความกรุณาท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจะขอเลื่อนใช่ไหม

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบสัดส่วน

ขอเลื่อนไปถามรัฐมนตรีว่าการฯ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมอนุมัติให้เลื่อน นะครับ เลื่อนไปวันพฤหัสบดีหน้าครับ กระทู้ถามที่ ๑ เลื่อนไปเปึนวันพฤหัสบดีหน้า

กระทู้ถามที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ ก็ขอเลื่อนเช่นเดียวกัน เนื่องจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศเดินทางไปต่างประเทศ แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีติดภาระเรื่อง ประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ท่านขอเลื่อน เชิญเจ้าของกระทู้ ครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี ประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผมขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมกรณีการยื่นกระทู้สดตามมาตรา ๑๕๗ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งกระผมได้ยื่นกระทู้ในเช้าวันนี้เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้เรื่องของฝายพลังน้ําเพื่อผลิตกระแสไฟฟัาบริเวณบ้านกุ่ม อําเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ถือได้ว่าเปึนฝายขนาดใหญ่ที่กั้นลําน้ําโขงและส่งผล กระทบต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเปึนจํานวนมาก ขณะที่ผมเรียนต่อท่านประธานอยู่ในขณะนี้ พี่น้องชาวอุบลราชธานี มุกดาหาร นครพนม หนองคาย ก็เฝัาฟังอยู่ว่าการชี้แจงของท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี การชี้แจงของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ดี จะชี้แจงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพี่น้อง ประชาชนอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับหนังสือจากสภาแจ้งการเลื่อน เนื่องจากการเดินทางไปต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ แต่ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๔๗ ตามข้อบังคับการประชุม ของเราได้ระบุไว้บอกว่า นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามต้องเข้าร่วมประชุม สภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจําเปึนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทําให้ไม่อาจตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งเหตุจําเปึนนั้นเปึนหนังสือต่อท่านประธานสภาก่อน หรือในวันประชุมสภา และให้กําหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ท่านประธานที่เคารพครับ ตาม หนังสือที่ท่านแจ้งต่อกระผมในขณะนี้ไม่ได้ระบุวันว่าจะตอบเมื่อใด หรือในการประชุม คราวใด ขอให้ท่านประธานได้กรุณาชี้แจงประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เลื่อนไปพฤหัสบดีหน้า เปึน ๒ กระทู้ กระทู้สด ๒ กระทู้ไปพฤหัสบดีหน้าครับ

นายศุภชัย ศรีหล้า อุบลราชธานี

ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พฤหัสบดีหน้าจะมี ๕ กระทู้ กระทู้สดครับ ก็จะอนุญาตตามนี้นะครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ที่ ๓ นะครับ เจ้าของกระทู้คือท่านแวมาฮาดี แวดาโอะ ถามเรื่องปัญหาสถานศึกษาคัดค้านการคลุมฮิญาบของนักศึกษามุสลิม โดยทาง นายกรัฐมนตรีนั้นมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปึนคนตอบ แต่ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุขท่านมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขมาตอบแทน คือคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ เรียนเชิญครับ เจ้าของกระทู้ครับ

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน จาก จังหวัดนราธิวาสครับ กระทู้ที่ผมถามเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่มี ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเปึนตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบ และเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการด้วย เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายสถาบัน บางสถาบันนั้นอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการและบางสถาบันนั้นอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ ฮิญาบเปึนสิ่งที่เราได้ยินอยู่เปึนประจํา ปัญหามีอยู่ว่าข้อบังคับ ของศาสนาอิสลามที่ถูกระบุในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นได้กําชับให้ผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามนั้นจะต้องปฏิบัติ จะละเว้นมิได้ ไม่ว่าจะอยู่ในกรณีใดและบริบทใด ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่ออ่านพระโองการของพระผู้เปึนเจ้าดังนี้ครับ

ในซูเราะห์อันนูร อายะห์ ที่ ๓๑ นะครับ กล่าวว่า และจงประกาศเถิดแก่ มวลสตรีผู้มีศรัทธาทั้งหลาย ที่เราเรียกว่า มุสลิมะห์ หรือ มุมีนะห์ ให้พวกนางยับยั้ง สายตาของพวกนาง อย่ามองสิ่งต้องห้าม และให้พวกนางรักษาอวัยวะเพศของพวกนางไว้ และพวกนางจะต้องไม่เป่ดเผยร่างกายส่วนที่สวมใส่สิ่งประดับของพวกนางให้ปรากฏแก่ สายตาเพื่อนต่างเพศ ยกเว้นส่วนที่เป่ดเผยจับมันได้คือบางส่วนของร่างกายที่อนุญาตให้ เป่ดเผยได้คือ ใบหน้ากับฝ์ามือ และพวกนางจงดึงผ้าคลุมศีรษะของพวกนางมาป่ดไว้ บนคอเสื้อของนาง และพวกนางอย่าเป่ดเผยร่างกายส่วนที่สวมใส่เครื่องประดับของ พวกนาง ยกเว้นต่อผู้ที่มีสิทธิที่จะเป่ดเผย อันนี้คืออยู่ในโองการหนึ่งในพระมหาคัมภีร์ครับ ที่มุสลิมถือปฏิบัติ อีกโองการหนึ่งอยู่ที่ซุเราะห์อันอัซฮัร อายะห์ที่ ๕๙ ว่า โอ้ผู้เปึนศาสดา จงกล่าวสอนบรรดาคู่ครองของเจ้า บรรดาบุตรสาวของเจ้า และมวลสตรีทั้งหลายว่า ให้พวกนางลากเสื้อคลุมของพวกนางลงมาป่ดบนใบหน้าของพวกนาง นั่นเปึนที่ใกล้เคียง ที่สุดที่พวกนางจะถูกรู้จักว่า จากผู้ที่ว่าพวกนางเปึนหญิงที่ดี และพวกนางก็จะไม่ถูกรังแก จากคนทั่วไป และพระผู้เปึนเจ้า อัลเลาะห์นั้นทรงให้อภัยยิ่งและทรงเมตตายิ่ง อันนี้คือ ๒ โองการ เปึนที่มาของปัญหาที่ผมจะตั้งกระทู้ในวันนี้นะครับ เหตุเนื่องมาจาก ตามรัฐธรรมนูญฉบับตั้งแต่ก่อนหน้านี้ หรือรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ หรือจะเปึน รัฐธรรมนูญฉบับหลังจากนี้ ผมก็เชื่อมั่นนะครับว่า ต้องบัญญัติในเรื่องเหล่านี้ขึ้นครับ ในมาตรา ๑๗ ครับ ได้พูดว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนานิกายของ ศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เปึนปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ ของพลเมือง และไม่เปึนการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่งนั้น บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทําการใด ๆ อันเปึนการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนานิกายของ ศาสนาลัทธินิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติ พิธีกรรมตามความเชื่อถือแตกต่างจากบุคคลอื่นครับ อันนี้คือรัฐธรรมนูญ

ทีนี้มาดูในระเบียบอีกครับ เมื่อรัฐธรรมนูญนี้เปึนกฎหมายสูงสุดของ ประเทศครับ เพราะฉะนั้นคําสั่งใด ๆ ระเบียบใด ๆ พ.ร.บ. ใด ๆ ที่มันขัดกับมาตรา ๑๗ นั้นย่อมใช้การไม่ได้นะครับ จึงเปึนที่มาของที่มีระเบียบต่าง ๆ ออกมาครับ ตั้งแต่ประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่องการแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติด้านการพยาบาลและ การผดุงครรภ์ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ระบุว่าชุดปฏิบัติงานแบบมีผ้าคลุมศีรษะนั้นถูกระบุ ในข้อปฏิบัติที่กระทรวงได้ประกาศในกระทรวงนะครับ

ข้อที่ ๒ ครับ ทางระเบียบสภากาชาดไทย ป้ ๒๕๔๙ ว่าด้วยเครื่องแบบ และการเบิกจ่ายเครื่องแบบเจ้าหน้าที่และลูกจ้างประจําของสภากาชาดไทย ก็ระบุ เช่นกันว่า ชุดปฏิบัติงานนั้นในข้อ ๘.๓ ระบุว่าชุดปฏิบัติงานสําหรับเจ้าหน้าที่หญิงแบบมี ผ้าคลุมศีรษะ หมายความว่า เอื้อและให้สิทธิมุสลิมที่จะแต่งกายตามศาสนบัญญัติที่ผม ได้อ่าน ๒ โองการที่อยู่ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานตั้งแต่ต้นครับ

ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียน นักศึกษา ป้ ๒๕๔๐ ก็ระบุเช่นกันครับว่า เครื่องแบบนักเรียนและนักศึกษามุสลิมนั้นจะพูดหมด เลยครับ ตั้งแต่เสื้อผ้าสีอะไร ยาวอย่างไร พูดถึงผ้าคลุมผมครับ พูดถึงกระโปรงและ รองเท้าตลอดจนถุงเท้าด้วยครับ ผมมีรูปที่จะเสนอต่อที่ประชุมนะครับ เปึนเรื่องใหม่ เหตุเนื่องมาจากว่าในป้ที่แล้วครับ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ทําโครงการหนึ่งเรียกว่า โครงการผลิตพยาบาล ๒,๐๐๐ ตําแหน่ง เพื่อ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะพยาบาลในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภายใต้ คือ ๔ จังหวัด สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ ๔ อําเภอของจังหวัด สงขลาครับ เพราะฉะนั้นในวันที่มีการทําการรับสมัครครับ ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้แจกระเบียบของการแต่งกายทุกรูปแบบ ตั้งแต่เวลาเรียนเปึนนักศึกษาต้องแต่งกายอย่างไร เวลาไปฝ๊กงานในพื้นที่ ออกพื้นที่ ออกสนามจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เวลาขึ้นวอร์ด (Ward) หรือปฏิบัติงานบนหอผู้ป์วย จะต้องแต่งกายอย่างไร ตลอดจนเมื่อจบออกไปแล้วได้เปึนพยาบาลนั้นมีสิทธิที่จะคลุมผม คลุมฮิญาบเหมือนกับที่ตนได้ศรัทราต่อศาสนาอิสลามหรือไม่อย่างไร ผมขออนุญาตทาง ท่านประธานเพื่อแสดงรูป ๔ รูป ประกอบการตั้งกระทู้ในวันนี้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาต

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส 🔗

ขอรูปแรกเลยครับนี่คือ ชุดนักศึกษาสตรีทั่วไปครับ รูปที่ ๒ คือรูปที่ผมเอามาจากระเบียบที่กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเปึนเล่ม เปึนคู่มือนักศึกษาเลยว่าสําหรับสตรีที่เปึนมุสลิมนั้น สามารถที่จะ แต่งกายลักษณะอย่างนี้ครับ หมายความว่ากระโปรงยาวและเสื้อแขนยาวและสามารถ คลุมศีรษะได้ รูปต่อไปครับ คือตัวอย่างของชุดพยาบาลสําหรับมุสลิมะห์หรือสตรีมุสลิม ตามการประกาศของกระทรวงสาธารณสุข รูปที่ ๔ และอันนี้คือความหลากหลายภายใต้ พหุสังคมที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามที่จะออกระเบียบเอื้อและให้สิทธิกับทุกศาสนา มีตั้งแต่ใส่กระโปรงสั้น ใส่กระโปรงยาว คลุมผม ไม่คลุมผม ชุดพยาบาลนอกจากหมวก และมีผ้าคลุมและชุดออกสนามคือกางเกงขายาวเสื้อแขนยาวและก็มีผ้าคลุมด้วย อันนี้คือ ข้อตกลงที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ต้นก่อนที่จะรับสมัครนักศึกษาพยาบาล ๓,๐๐๐ คน ก่อนที่จะ เริ่มศึกษาในสถาบันต่าง ๆ ทั้งหมด ๒๔ แห่งทั่วประเทศไทยครับ ทั้งอีสาน เหนือ กลาง ใต้ นะครับ ซึ่งขณะนี้นักศึกษาเหล่านี้ศึกษาอยู่ในชั้นป้ที่ ๒ ซึ่งเรื่องที่จะต้องไปขึ้นปฏิบัติงาน ในพื้นที่ บนวอร์ด นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ฟังดูจากรัฐธรรมนูญ ฟังดูระเบียบ ต่าง ๆ ก็ดีใจ ผมเปึนผู้หนึ่งที่นําเสนอและเห็นชอบในเรื่องเหล่านี้ แต่ผมอยากจะเอากรณี ตัวอย่างครับ ที่ไม่เปึนไปตามที่เราประกาศ คือข้อที่ ๑ สําหรับกระทรวงศึกษาธิการมีการ ออกข่าวบอกว่า ปัญหาฮิญาบรามาลามครับ คือมีนักศึกษาคนหนึ่งที่เรียนอยู่ใน คณะแพทย์แผนกพยาบาล อยู่ป้ ๒ ต้องการที่จะคลุมฮิญาบเหมือนกับรูปที่ผมได้แสดง เมื่อสักครู่นี้นะครับ ปรากฏว่าไม่อนุญาตครับ จึงได้มีการร้องเรียนมายังกลุ่มมุสลิมเพื่อ สันติ โดยอ้างว่าตนเองเปึนนักศึกษามุสลิม ประสงค์จะแต่งกายด้วยคลุมศีรษะตาม บัญญัติในศาสนาอิสลามเกี่ยวกับการแต่งกายของสตรี โดยแจ้งว่าได้เคยแต่งชุดคลุมสตรี คือฮิญาบขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนหอผู้ป์วย แต่ถูกอาจารย์ที่ดูแลในขณะนั้นสั่งให้ถอดออก และห้ามสวมชุดดังกล่าวขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนหอผู้ป์วยและหรือขณะปฏิบัติหน้าที่ใน ห้องปฏิบัติการครับ จึงมีการร้องเรียนไปยังกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติครับ กรณีที่ ๒ ก็เปึนเรื่อง ของกระทรวงศึกษาธิการอีกครับ ก็คือเหตุเกิดที่โรงพยาบาลศิริราชครับ เรื่องเปึนอย่างนี้ นักศึกษาท่านหนึ่งได้ตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัย เนื่องมาจากอาจารย์ไม่อนุญาตให้ คลุมศีรษะหรือฮิญาบขึ้นเรียนในวิชาปฏิบัติบนหอผู้ป์วย และยังถูกเสียดสีว่าเปึน ตัวปัญหาทําให้คนอื่นต้องวุ่นวาย จึงทําให้แม่ของเด็กคนดังกล่าวได้นําเรื่องนี้เข้าร้องเรียน กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ มีหนังสือที่ผมได้หยิบยกมาจากสื่อที่ปรากฏ ดังกล่าว แต่กรณีถัดไป เปึนกรณีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ฯพณฯ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุขครับ มีการร้องเรียนจากวิทยาลัยพยาบาลตรังครับ บอกว่าได้ถูก ห้ามไม่ให้คลุมฮิญาบ มีการล่ารายชื่อครับ ทั้งหมด ๓๓ คน แล้วก็ไปร้องเรียนสํานักงานผมที่จังหวัดนราธิวาส ครับ โดยร้องเรียนว่านักศึกษาเหล่านี้มีปัญหาในเรื่องการคลุมฮิญาบ ผมจึงส่งหนังสือ ไปขอความอนุเคราะห์ให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยคลี่คลายปัญหา อย่างเร่งด่วนครับ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นจะลามครับ โดยระบุว่านักศึกษาผู้นี้บอกว่า ตามคู่มือระเบียบการที่ได้รับของนักศึกษาโครงการนี้ ซึ่งมีแบบฟอร์มกําหนดไว้ และดิฉันก็ ได้ขออนุญาตจากวิทยาลัย แต่ปรากฏว่าทางวิทยาลัยไม่อนุญาต โดยทางวิทยาลัยให้ เหตุผลว่าทางแหล่งฝ๊กไม่อนุญาต เนื่องจากไม่เหมาะกับบริบทของพื้นที่ครับ วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ได้มีนักศึกษามุสลิมในโครงการ ๓,๐๐๐ คนนั้นได้ใส่ผ้าคลุมศีรษะกับ ชุดฟัาขาว ผ้าขาว แล้วก็หลังจากนั้นถูกอาจารย์สั่งให้ถอดผ้าคลุมศีรษะ ถ้าไม่ถอดจะ ไม่ให้ร่วมในพิธีรับหมวกในขั้นก่อนแรกตอนที่จะปฏิบัติหน้าที่บนหอผู้ป์วย ได้ทําเรื่อง เนื่องจากว่ายอมรับไม่ได้ จึงทําเรื่องขอย้ายสถานศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลตรังไปยัง โรงพยาบาล หรือวิทยาลัยพยาบาลที่จังหวัดยะลา และอาจารย์บอกว่า หากย้ายไม่ได้และ คุณไม่ยอมถอดผ้าคลุมนั้นหมายความว่าคุณจะต้องลาออกจากการเปึนนักศึกษานะครับ อันนี้เปึนกรณีของกระทรวงสาธารณสุขครับ และอาจารย์ก็บอกว่าได้พยายามติดต่อกับ วิทยาลัยพยาบาลยะลาแล้ว ปรากฏว่าทางวิทยาลัยพยาบาลยะลาบอกว่าเต็มไม่สามารถ รับนักศึกษาได้ อันนี้เปึนกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจากหลาย ๆ กรณีที่มีบอกว่า ไม่เอื้อต่อ นักศึกษาที่เปึนมุสลิมจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปศึกษาเปึนนักศึกษาพยาบาล เพื่อไปแก้ปัญหาการขาดแคลนของพยาบาลในพื้นที่ที่มีมาตลอด โดยเฉพาะใน สถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ

คําถามที่ ๑ ครับ อยากจะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีโดยตัวแทนของ ท่านนั้น ท่านทราบเรื่องเหล่านี้หรือไม่ และหากทราบแล้วท่านได้ดําเนินการแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วนก่อนที่จะลามไปเปึนเรื่องอื่นหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ให้มา ตอบกระทู้สดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คุณหมอแวมาฮาดี แวดาโอะ ต้องขออนุญาต ครับว่าผมคงขอเล่าเรื่องสั้น ๆ สักนิดหนึ่งนะครับ เพื่อเปึนการประกอบการตอบคําถาม ในเรื่องของการขาดแคลนพยาบาล โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ได้มีโครงการให้เกิด บุคลากรที่ขาดแคลนคือพยาบาลจํานวน ๓,๐๐๐ อัตรา โดยในจํานวน ๓,๐๐๐ อัตรานั้น เปึนผู้ที่อยู่ในพื้นที่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เปึนพี่น้องชาวมุสลิม แล้วมีการคัดเลือกจากผู้ที่จบ การศึกษาในระดับ ม. ๖ ในสายวิทย์ - คณิต แล้วก็มีคณะกรรมการซึ่งเปึนผู้คัดสรร ขึ้นมาผ่านทาง ศอ.บต. เบื้องต้นนั้น ขณะนี้หลักสูตรนั้นเข้ามาสู่ในป้ที่ ๒ ภาคเรียนต้น ภาคเรียนแรกนั้นมีการศึกษาในเรื่องของภาษา ภาษาอังกฤษ ภาษาศัพท์ต่าง ๆ รวมถึง ในเรื่องของการเข้าสู่การปฏิบัติในเรื่องของสังคม ส่วนป้ที่ ๒ นั้น ในเทอมที่ ๒ ซึ่งตอนนี้ เปึนภาคเรียนต้นจะเข้าภาคเรียนที่ ๒ แล้ว ก็จะสู่การปฏิบัติ การศึกษานั้นเรียน ๔ ป้ เพื่อมาใช้แล้วก็ทดแทนบุคลากรที่ขาดแคลน ในอีกส่วนหนึ่งมีนักศึกษาเปึนผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งขณะนี้กําลังจะจบหลักสูตร ๑ ป้ในเดือนสิงหาคม จํานวน ๓๐๐ คน ท่านประธานครับ ในเรื่องที่ท่านสมาชิกได้ถามว่ากรณีการแต่งกายในเรื่องของศาสนา ซึ่งเปึนองค์ประกอบ ที่สําคัญตามรัฐธรรมนูญ เราได้มีระเบียบที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้แจ้งกับที่ประชุมตรงกันครับ ในส่วนหนึ่งนั้น ตามระเบียบป้ ๒๕๔๘ เรื่องการแต่งกายที่ท่านได้แจ้งกับที่ประชุมสภาก็เปึนระเบียบ ชุดเดียวกัน การปฏิบัติก็ต้องเหมือนกัน ผมขออนุญาตเรียนว่าวันนี้ผมมาตอบกระทู้ตรงนี้ นะครับ ซึ่งได้รับแจ้งได้รับทราบในเรื่องของประเด็นปัญหา ในส่วนหนึ่งนั้นที่เกี่ยวข้องกับ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านบอกว่ามีอยู่ ๒ ส่วน คือส่วนหนึ่งนั้นในเรื่องของ โรงพยาบาลรามา นักศึกษาทั้งหมด ๓,๐๐๐ คนจะต้องไปศึกษาแต่ละที่ทั้งหมดนะครับ มีจํานวน ๒๕ สถาบัน ในจํานวน ๒๕ สถาบันก็แบ่งออกไปนะครับ โดยสถาบันที่จะเปึน ผู้ผลิตคือสถาบันพระราชชนก การผลิตตรงนี้นั้นเราแบ่งจํานวนออกไปจํานวนหนึ่งนั้นก็อยู่ ในส่วนของที่ได้กล่าวมานะครับว่าอยู่ในโรงพยาบาลรามา ซึ่งตรงนี้ถ้ามีเหตุการณ์ ดังกล่าวนะครับ ผมก็คงจะต้องไปตรวจเช็คดู ส่วนที่ ๒ ก็คือโรงพยาบาลศิริราชที่ท่านบอก ว่ามีการที่นักศึกษานั้นเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน แล้วก็อยู่ในส่วนของสถาบันซึ่งเปึนองค์กร ของทางกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนทางวิทยาลัยตรังซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกัน แล้วก็มีปัญหา ที่จะต้องย้ายสถาบันไปเรียนที่ยะลา ขณะนี้ผมก็ให้ตรวจสอบว่ามันเปึนปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องของวิธีการจริงหรือเปล่า เพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีปัญหานะครับ แล้วก็ผมคิดว่า เรื่องตรงนี้อาจจะเปึนเรื่องความเข้าใจผิดหรือเปล่า เพราะว่าในระเบียบนั้นได้มีการออก ระเบียบในป้ ๒๕๔๐ การแต่งกายชุดฝ๊กปฏิบัติงานของนักศึกษาหญิงแบบมีผ้าคลุม ก็จะ เห็นว่าใน ๑.๔ นะครับ ผ้าคลุมศีรษะสีขาวไม่มีลวดลายปลายผ้าที่เหลือสอดเข้าไป ใต้คอเสื้อ สวมหมวกพยาบาลมีสีขาวติดแถบกํามะหยี่สีดํา อันนี้ ๑ ขีดนะครับ ก็แสดงให้ เห็นว่ามันมีเครื่องแบบที่แต่งกายอยู่แล้ว แล้วการฝ๊กหรือการอบรมนั้นก็อนุญาตให้สวมใส่ ประเด็นที่ท่านว่านั้นนะครับที่ท่านได้ชี้ประเด็นดังกล่าว นี่ถ้าเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นผมขอ อนุญาตว่าคงจะต้องตรวจเช็คให้ชัดเจน เพราะวันนี้คงไม่ได้เตรียมเรื่องดังกล่าวในการ ตอบครั้งนี้ แต่กําลังจะให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็คเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ทาง วิทยาลัยตรังนั้นได้ดําเนินการอย่างไร ผมขออนุญาตตอบในเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ เจ้าของกระทู้

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส 🔗

เรียนท่านประธานครับ ถือว่า คําตอบที่ไม่มีคําตอบ เพราะข้อมูลเบื้องต้นก็ยังไม่มีนะครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ ๓ กรณีเลยครับ กรณีที่ ๑ ของวิทยาลัยพยาบาล ตรัง ผมอยู่ที่สํานักงานทุกอาทิตย์ เวลาออกพื้นที่วันที่ไม่มีการประชุมสภาได้มีการ โทรศัพท์เข้ามาถึงตัวผมเองนะครับ บอกว่ามีปัญหาเพราะว่าเงื่อนเวลาอีก ๒ – ๓ วันนั้น จะมีพิธีรับหมวกแล้วก็หมายถึงว่าจะต้องมีการเริ่มต้น นอกเหนือไปจากเรียนทฤษฎีแล้ว จะต้องขึ้นไปปฏิบัติบนหอผู้ป์วย ผมจึงได้ให้นักศึกษาเหล่านั้นทําเปึนเอกสารขึ้นมาครับ เอกสารนั้นอยู่ในมือผมครับ ๓๓ ท่าน เซ็นลายชื่อทั้งหมดยืนยันว่าอย่างนั้น เดี๋ยวผมจะ เล่าว่ามีการบีบนักศึกษาเหล่านี้จนในที่สุดต้องถอดด้วยความจําเปึนอย่างไร วันนั้นผมจึง ทําหนังสือฉบับหนึ่งจากสํานักงาน ส.ส. ในพื้นที่ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่มี ฯพณฯ ไชยา สะสมทรัพย์ เปึนรัฐมนตรีว่าการในขณะนั้น ผมดีใจครับ หลังจากนั้น ๒ วันปรากฏว่าท่านเดินทางไปที่วิทยาลัยพยาบาลเองครับที่จังหวัดตรัง โดยไม่แจ้งล่วงหน้าตามที่ได้รับรายงานมา ท่านก็ให้นักศึกษามารวมตัวในหอประชุมครับ ได้ระบายความรู้สึก ตัวแทนของนักศึกษาที่เซ็นชื่อในการร้องเรียนในครั้งนี้ลุกขึ้นมาพูด เสียงเดียวกันว่า เราที่เปึนมุสลิมไม่สามารถที่จะขัดขืนบทบัญญัติที่ถูกบัญญัติในคัมภีร์ พระมหาอัลกุรอานที่ผมได้พูดถึงเมื่อกี้นะครับ แม้ว่าจําเปึนต้องออกจากสภาพการเปึน นักศึกษาก็ยอมที่จะออกไปหากจําเปึนต้องขัดครับ ปรากฏว่าท่านไชยาก็มีการต่อว่า ในขณะนั้น นักศึกษาท่านหนึ่งก็เลยโทรศัพท์บอกผู้ปกครองที่นราธิวาสบอกว่า ขอขอบคุณทางสํานักงาน ส.ส. ในพื้นที่ที่ช่วยดําเนินการอย่างเร่งด่วน ผมก็เลยสบายใจ ครับ หลังจากนั้นก็ปรากฏว่าไม่ได้เปึนเช่นนั้นครับ วันที่จะมีมอบหมวกประมาณเดือน ที่แล้วนะครับ วันที่ ๑๐ หรือวันที่ ๑๑ กรกฎาคมนี้ ทางอาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบอกว่า ต้องถอด ๓๐ ท่านจึงจําเปึนต้องถอด เหลืออีก ๔ ท่าน จึงมีการเรียกพูดคุยเปึนการส่วนตัว บอกว่า ถ้าไม่มีการถอดแล้วก็ไม่ร่วมพิธีทั้งหมดนะครับ ทางวิทยาลัยจะระงับการทําพิธี มอบหมวก จึงเปึนที่มาของการถูกต่อว่าโดยเพื่อนในรุ่นทั้งหมด ในที่สุดครับ ทั้งหมดมี ความจําเปึนแล้วก็มาร้องไห้กับผู้ปกครองถึงขนาดจะขอย้ายไปจากวิทยาลัยพยาบาลตรัง อันนั้นคือกรณีที่ ๑

กรณีที่ ๒ ที่วิทยาลัยศิริราชและรามาไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวง สาธารณสุขครับ ที่ท่านบอกว่านักศึกษาพยาบาล ๓,๐๐๐ คนนั้นมีที่ศิริราชและรามา ด้วยนั้นเปึนข้อมูลที่ผิด จะอยู่ที่ราชวิถีครับ เพราะที่นั่นจะเปึนวิทยาลัยพยาบาลในสังกัด กระทรวงสาธารณสุข แต่รามากับศิริราชไม่ใช่ครับ จะอยู่ในสังกัดของกระทรวง ศึกษาธิการในเรื่องของอุดมศึกษาต่างหากครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะเรียน ข้อเท็จจริงว่า แม้กระทั่งในวิทยาลัยพยาบาลที่อยู่ในรั้วของกระทรวงสาธารณสุขเองก็มี ปัญหา วันหนึ่งครับ เปึนวันพิธีไหว้ครู ถูกกําหนดพิธีกรรมที่นักศึกษามุสลิมไม่สามารถไป ร่วมได้ครับ ปรากฏว่านักศึกษาประมาณ ๑๐ กว่าท่านไม่ยินดีที่จะร่วมในพิธีนั้นและอ้าง ว่าสํานักจุฬาราชมนตรีได้ให้คําแนะนําแก่รัฐบาลมาตลอดนะครับว่า ในกรณีที่จะจัดพิธี ไหว้ครูนั้นจะต้องจัดพิธีที่ไม่ขัดกับพิธีกรรมที่มีอยู่ในศาสนาอิสลาม ผมก็เลยให้นักศึกษา ทําหนังสือไป ปรากฏว่าไม่ยอมครับ แล้วก็จะเปึนที่มา ลามไปเรื่องอื่น ผมจึงเดินทางไปที่ นั่นเองครับ และในที่สุดก็โทรศัพท์ไปบอกท่านปลัดกระทรวง ท่านอาจารย์ปราชญ์นะครับ ซึ่งเคยทํางานด้วยกันในโครงการนี้สมัยที่เปึนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น ท่าน กรุณาโทรศัพท์ด้วยวาจาให้กับ ผอ. ครับ จึงเปึนที่ยุติ ดังนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นมากมายทุกสถาบันและกลายเปึนปัญหาที่เราจะต้องตามแก้ ทั้ง ๆ ที่ระเบียบก็มีอยู่แล้ว สิทธิตามรัฐธรรมนูญก็มี กฎกระทรวงก็มี ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นผม อยากจะถามท่านรัฐมนตรีในฐานะที่กํากับดูแลนั้นได้ติดตามเรื่องเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หรือไม่ และกรณีที่เกิดปัญหานั้นท่านจะต้องดําเนินการอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้วจะเกิด กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ โดยโรงพยาบาลรามา ว่าคําสั่งที่จะออกมา คําสั่งจะออกมาที่ โรงพยาบาลศิริราช ที่โรงพยาบาลศิริราชนี้แช่เรื่องไปเดือนหนึ่ง นักศึกษาท่านหนึ่งครับ ยื่นหนังสือลาออกจากการเปึนนักศึกษาพยาบาลครับ หลังจากนั้นทางคณะแพทย์ คณะพยาบาลจึงยอมที่จะให้นักศึกษาที่เหลือนั้นได้คลุมฮิญาบ การสูญเสียนักศึกษา พยาบาลหนึ่งคนนั้น นั่นคือการสูญเสีย ๔๐๐,๐๐๐ บาทในการลงทุนของรัฐบาลครับ โดยเฉพาะโครงการพยาบาล ๓,๐๐๐ ตําแหน่งนั้นเราต้องใช้งบประมาณตั้ง ๑,๒๐๐ ล้านบาทครับ ป้หนึ่ง ๓๐๐ ล้านบาท ป้ที่แล้วเราของบกลาง ป้นี้เราของบผูกพัน แล้วก็ ใน พ.ร.บ. งบประมาณ ๒๕๕๒ ก็ถูกกําหนดในเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นท่านจะต้องดูแล ในเรื่องเหล่านี้นะครับ จึงอยากจะถามข้อที่ ๒ ว่า โดยกระทรวงในฐานะที่กํากับดูแลโครงการนี้ ได้มี คณะกรรมการติดตามและมีรายงานเรื่องเหล่านี้หรือไม่อย่างไรบ้างครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตตอบท่านนายแพทย์แวมาฮาดี นะครับ ว่าทางกระทรวงเองไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แล้วก็ได้รับทราบถึงประเด็นปัญหา แต่ส่วนหนึ่งนั้นต้องยอมรับว่าขณะนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เปึนปัญหาที่จะเกิด ในลักษณะทั่วไป อาจจะเปึนความเข้าใจผิดในเรื่องดังกล่าว ทีนี้ก็มีการร้องเรียนขึ้นมา ทางกระทรวงเองก็ได้ตั้งผู้ที่ลงไปดูตรวจสอบเบื้องต้น สิ่งหนึ่งซึ่งต้องขออนุญาตกราบเรียน ว่าในจํานวนวิทยาลัยทั้งหมดที่มีอยู่ ก็ไม่ได้มีปรากฏถึงในเรื่องดังกล่าวออก เพราะว่ามีผู้ ที่ลาออกจากเหตุการณ์ทั้งหมด ๒๘ คน เสียชีวิต ๑ คน พยาบาลนะครับ ไม่มีเหตุการณ์ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าว ดังนั้นในเรื่องที่เกิดขึ้นตรงนี้นั้นเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งทางกระทรวงเองคงจะต้องเห็นเรื่องดังกล่าวนั้นเปึนเรื่องใหญ่ ถ้ามีเหตุการณ์อย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีคําถามในเรื่องดังกล่าว ผมเองจะรับเรื่องนี้ไป แล้วก็ไป ดําเนินการโดยด่วน แล้วจะแจ้งให้ท่านทราบภายใน ๗ วัน เพราะว่าในเรื่องรายละเอียดที่ ท่านนําเสนอนั้นมันเปึนรายที่เราเองไม่ได้รับรายงานขึ้นมา อันนี้ขณะนี้นะครับ เพราะว่า เปึนช่วงซึ่งผมเองในขณะที่เข้ามาดํารงตําแหน่งนั้นก็ไม่ได้ทราบถึงรายละเอียด แต่ถ้า ทราบในเรื่องดังกล่าวนั้น ก็จะให้มีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ จบ จะถาม อะไรอีกครับ ทางนี้จะตอบครับ ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะตอบต่อท่านอยู่แล้วครับ

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

คําถามที่ ๓ ครับ ประเด็นต่อเนื่อง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ เชิญครับ

นายแวมาฮาดี แวดาโอะ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากในเรื่องของโครงการพยาบาลนั้น มันไม่เพียงเฉพาะเรื่องการแต่งกายอย่างเดียว ในขณะนี้เรื่องค่าอาหารก็มีปัญหาครับ อาหารที่เราตั้งไว้ ๔๓ บาทต่อคนต่อวัน ต่อนักศึกษา ๑ คน จาก ๓,๐๐๐ คน ป้นี้ข้าวสาร แพงครับ ป้ที่แล้วเกือบทุกวิทยาลัยพยาบาลยินดีที่จะเตรียมอาหารให้นักศึกษา รับประทาน ๓ มื้อ แต่ป้นี้หลายสถาบันบอกว่ารับไม่ไหวครับกับ ๔๓ บาท ฝากให้ท่าน ไปดูแลเรื่องนี้ด้วย

เรื่องที่ ๒ ครับ เปึนเรื่องที่ผมเปึนห่วงในอนาคต เพราะสิ่งที่เราคาดหวัง เกี่ยวกับพยาบาล ๓,๐๐๐ ตําแหน่งนั้น เปึนเสมือนทูตสันติภาพของคน ๓ จังหวัด ที่จะสื่อสารกับคนทุกภูมิภาค และโดยหลักการแล้ว ฝ์ายความมั่นคงต้องไม่เกี่ยวข้อง กับการผลิตพยาบาลในครั้งนี้ ทําไมผมถึงพูดอย่างนี้ครับ ในรายงานของกรรมาธิการ ศึกษาสถานการณ์ความไม่สงบจากชายแดนภาคใต้ ที่มีท่าน พลเอก ปานเทพ เปึนประธานใน สนช. พูดว่าการเป่ดยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านการทหารมีส่วนบั่นทอน ให้ความเปึนกลางของบุคลากรทางสาธารณสุข จนส่งผลให้บุคลากรทางสาธารณสุข ตกเปึนเปัาหมายของความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะปัจจัยที่กระทบ ต่อความเปึนกลางของกระทรวงสาธารณสุขนั้นสรุปได้เช่นนี้ครับ เช่น การตั้งค่ายทหาร ในสถานีอนามัย เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงหวังที่จะให้บุคลากรทางสาธารณสุขนั้น เปึนแหล่งข้อมูล เปึนแหล่งข่าว และเปึนเครือข่ายข่าวรัฐที่จะนําเสนอต่อความมั่นคง เพื่อจะนําไปสู่การจับกุมและปราบปรามกระบวนการก่อความไม่สงบ ทั้งในเรื่องแผนที่ และข้อมูลประชากรในชุมชน ข้อมูลผู้ต้องสงสัยที่บาดเจ็บ และเข้ารับการรักษา ในสถานพยาบาล โดยไม่คํานึงถึงหลักจรรยาบรรณของบุคลากรทางสาธารณสุข ที่ต้อง ให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับเรื่องมนุษยชน มนุษยธรรม ไม่เกี่ยวว่าท่านเหล่านั้นเปึนใคร ก็เปึนหน้าที่ที่ต้องรักษา แต่วันนี้ครับเอกสารการร้องเรียนที่อยู่ในมือผมนะครับบอกว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ทางวิทยาลัยพยาบาลได้ติดต่อกับทหารโดยอ้างว่าเปึนผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ไปแก้ปัญหา ผมว่าชักจะไปกันใหญ่แล้วครับ ในที่สุด ๓,๐๐๐ คนที่เราผลิตนี่จะถูกมองว่า เปึนเครือข่ายของข่าวฝ์ายความมั่นคง แล้วในที่สุดบุคลากรเหล่านี้จะไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ตามวัตถุประสงค์ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งไว้ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้ท่านระงับสิ่งต่างๆ ที่ไปเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะเราต้องวางตัว เปึนกลางในฐานะบุคลากรทางสาธารณสุขที่ต้องยึดตามหลักจริยธรรมที่เรามีอยู่ก่อน จึงขอฝากไว้ตั้งแต่เรื่องค่าอาหาร เรื่องจรรยาบรรณ เรื่องความเปึนกลางที่จะผลิต ขอบคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีรับฝาก แล้วกัน ท่านรัฐมนตรีรับไปแล้วครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาระเบียบวาระกระทู้ถามนะครับ

ขณะนี้สมาชิกลงชื่อจํานวน ๒๕๘ ท่านนะครับ ซึ่งจํานวนผู้แทนราษฎร ทั้งหมด ๔๗๑ ท่าน ก็เกินกึ่งหนึ่งเราจะดําเนินการประชุมตามระเบียบวาระที่ ๒ ที่ ๓ ต่อไปครับ ขอเรียนท่านสมาชิกท่านผู้ทรงเกียรติทราบว่าเราได้พิจารณาในระเบียบวาระ ที่ ๒ ในเรื่องข้อ ๒.๑๐ และรับทราบเรื่องผลการดําเนินงานของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาปุิยราคาแพงครับ เสร็จแล้วเราจะไปตามลําดับของกฎหมาย ต่อไปครับ มีอะไรคุณนิพนธ์ เชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานผมมีเรื่องจะกราบเรียนท่านประธานนิดเดียวครับ เรื่อง สอบถามนะครับ เพราะว่าในฐานะที่ผมได้เสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กร บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายฉบับแรกเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม แล้วในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยท่านเฉลิม ท่านได้ตอบ ที่ประชุมแห่งนี้ว่ากฎหมายดังกล่าวนี่ทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้รับรองแล้ว ผมพยายามติดตามแล้วก็พยายามดูในระเบียบวาระว่ายังไม่ได้รับการบรรจุเข้าในวาระ การประชุม ซึ่งผมคิดว่าคําพูดของท่านอดีตรัฐมนตรีมหาดไทยซึ่งพูดแทนรัฐบาล ในขณะนั้นน่าจะเชื่อถือได้ครับ แต่ว่าผมตามแล้วไม่ทราบอยู่ที่ไหนท่านประธานครับ ขอความกรุณาท่านประธานช่วยตามด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอให้ท่านเลขาฯ ติดตามเรื่องด่วนที่สุดนะครับ ของคุณนิพนธ์สําคัญมากครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี แบบสัดส่วน

ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญ คุณเทพไท ผมว่ามันจะเสียเวลาเปล่า ๆ นะครับ เอาในเรื่องเนื้อหาสาระดีกว่า

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ไม่เสียเวลาท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานผมได้พลิกดูวาระการประชุมของสภาแห่งนี้ แล้วก็ได้เห็นวาระการประชุมในเรื่องอื่น ๆ ข้อที่ ๗.๑ คือเรื่องเลือกรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง แทนตําแหน่งที่ว่าง ผมก็รอคอยว่าท่านประธานก็คงจะหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาบรรจุพิจารณาในญัตติแรก เพราะว่าเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่งที่ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ท่านได้ลาออก จากตําแหน่งเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ผมเห็นว่าเมื่อเราว่างเว้นผู้ดํารงตําแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไป ๑ ท่านทําให้มีผู้ทําหน้าที่ประธานสภาผู้แทนหรือ ประธานที่ประชุมนี่เพียง ๒ ท่าน ผมเองผมห่วงใยในสุขภาพของท่านประธานนะครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ เพราะว่าเมื่อกี้ผมเห็นท่านนั่งอยู่ท่านก็คอพับไปครั้งหนึ่ง ผมก็ เกรงว่าถ้าหากว่าเรายังขาดรองประธานที่มาทําหน้าที่แทนนี่ก็อาจจะทําให้เปึนการทรมาน ท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน เพราะฉะนั้นผมคิดว่านี่คือเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องรีบเร่งให้มี ประธานสภาผู้แทนราษฎรครบ

เรื่องที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎรมีภารกิจที่จะต้องพิจารณา ที่จะต้องดําเนินการ ก็คือเรื่องที่เราจะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกาย ที่ท่านประธานได้ไปดูสถานที่มาแล้ว แล้วก็เปึนที่ยอมรับว่าที่ตรงนั้นเปึนที่เหมาะสม จะต้องผลักดัน จะต้องดําเนินการต่อ เพราะถ้าหากว่าเรายังขาดท่านผู้ทําหน้าที่รองประธานสภาคนที่หนึ่ง ๑ ท่าน ก็อาจจะทํา ให้งานมาหนักอยู่ที่ท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน ผมเปึนห่วงท่าน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ เราได้เป่ดประชุมขึ้นมาแล้ว และผมก็เกรงว่าถ้าเรายืดเยื้อออกไปเกรงว่าจะเหมือนกับการ แต่งตั้งกรรมาธิการสามัญประจําสภาที่ยืดเยื้อมาตั้งหลายเดือน เพราะฉะนั้นเมื่อผมอ่าน ข่าวหนังสือพิมพ์ผมก็ทราบว่าทางฝ์ายรัฐบาลท่านก็มีบุคลากรหลายท่านที่เหมาะสม ที่จะเปึนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง อย่างน้อยที่ปรากฏเปึนข่าวหน้า หนังสือพิมพ์ก็ ๔ ท่านนะครับ ในส่วนพรรคฝ์ายค้านโดยมารยาทที่จะต้องเสนอแข่งขัน พวกผมพร้อมแล้ว ผมได้สรรหาบุคคลที่เหมาะสมที่สุดเพื่อที่จะมาให้สมาชิกสภาแห่งนี้ได้ คัดเลือก เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะทําให้เรื่องนี้ล่าช้าออกไป ผมขอเสนอท่านประธานเลื่อนญัตติ ๗.๑ ขึ้นมาพิจารณาก่อนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองครบนะครับ เรื่องนี้ต้องเรียนชี้แจงต่อคุณเทพไทว่า ประธานสภาท่านก็ได้เห็น ความจําเปึนของการแต่งตั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง แทนท่านรองสมศักดิ์ ที่ได้ลาออกไป แต่เผอิญเราได้ดูวาระว่ามีเรื่องจําเปึนเร่งด่วนอีกหลายเรื่องที่เราจะต้องทํา ก็คือร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยประมวลจริยธรรม และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้ ความคุ้มครองประเทศที่เปึนสมาชิกสหภาพอาเซียน เปึนเรื่องเร่งด่วน ท่านประธานจึงขอ เรียนต่อที่ประชุมนะครับว่าขณะนี้ท่านยืนยันว่าท่านยังฟ่ต (Fit) อยู่นะครับ พร้อมที่จะ ทํางานได้อย่างเต็มที่ จึงได้ประสานกับทางรัฐบาลว่าวาระในการเลือกรองประธาน คนที่หนึ่ง แทนท่านรองสมศักดิ์นั้นน่าจะเปึนในวันพุธที่ ๑๓ สิงหาคม ก็วันพุธหน้า ส่วนใน วันนี้จะขอเร่งร่างพระราชบัญญัติที่สําคัญทั้ง ๒ ร่างพระราชบัญญัติให้จบสิ้นนะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๒ ในเรื่องการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นั้น ขณะนี้ ท่านประธานได้ตั้งผมเปึนประธานในการกําหนดทีโออาร์ (TOR : Term of Reference หรือกรอบการดําเนินงาน) เพื่อหาผู้ออกแบบ ท่านรองนิคม รองประธานวุฒิสภาก็เปึน รองประธานกรรมการคณะกรรมการทีโออาร์นั้นด้วย ซึ่งผมเองก็ดําเนินการอยู่นะครับ เพื่อจะให้ทันพระราชพิธีในการวางศิลาฤกษ์วันที่ ๓ ธันวาคม เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียน คุณเทพไท เสนพงศ์ ว่าวาระนี้ต้องขอความกรุณาเถอะครับ ขอความกรุณาได้ถอนญัตติ เรื่องวาระเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรออกไป เพราะว่าได้ประสานกับรัฐบาล ไว้แล้วครับ ขอเชิญคุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อฟังคําชี้แจงของท่านประธานแล้วผมก็พอที่จะเข้าใจได้ แต่ว่าท่านประธานไม่ควรที่จะ ละเลยว่าคนที่จะมาทําหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่เรื่องสําคัญ ไม่ใช่ญัตติอื่น หรือกฎหมายอื่นสําคัญกว่าเรื่องนี้ มีความสําคัญเพียงพอกัน เพียงแต่ว่าเราจะให้ ความสําคัญเรื่องไหนก่อน เรื่องคนที่มาเปึนประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเปึนเรื่อง สําคัญที่จะต้องพิจารณาก่อนเรื่องอื่น ๆ แต่เมื่อท่านประธานเห็นว่าสามารถที่จะทําหน้าที่ ในภาระที่รองประธานสภา คนที่หนึ่ง ว่างลงได้ ก็เปึนสิทธิที่ท่านประธาน แต่ผมจะถาม ท่านประธานก่อนที่ผมจะทําตามท่านประธานที่จะขอให้ถอนญัตติ อยากจะถามว่า ถ้าอย่างนั้นเรื่องญัตตินี้ท่านจะพิจารณาเมื่อไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เท่าที่ได้ประสานกับทางวิป (Whip) รัฐบาลนะครับ การเลือกรองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง แทนอดีตรองประธานสมศักดิ์ จะพิจารณาในวันพุธหน้าครับ วันที่ ๑๓ สิงหาคม เปึนวาระแรกครับ เชิญคุณเทพไทครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านประธานยืนยันกับที่ประชุมว่าจะใช้วันพุธที่ ๑๓ เปึนวันเลือก ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ฝากข้อสังเกตว่าอย่างไรก็ตามขอให้ผู้ที่มีรายชื่อ ๔ ท่าน ให้เหลือสักท่านเดียวก็พอ อย่าเสนอมา ๔ ท่านนะครับท่านประธาน ผมขอถอนครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ความจริงได้รับการยืนยันจากทางประธานวิปรัฐบาลว่าขณะนี้ เหลือชื่อเดียวแล้วนะครับ ผมขอเข้าวาระที่ ๒ นะครับ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

เรื่องปุิยหรือไม่ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมีอะไรหารือก่อนเข้าวาระไหมครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ไม่มีครับ เข้าวาระครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

วาระที่ ๒.๑ รับทราบเรื่อง ผลการดําเนินงานของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เกี่ยวกับเรื่องปัญหาปุิยราคาแพง

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด่วน เรื่องที่สภาพิจารณาปัญหา ปุิยราคาแพง และมีมติส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดําเนินการนั้น สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไป พิจารณาดําเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งว่า ได้ดําเนินการตามญัตติดังกล่าวแล้ว คณะรัฐมนตรีได้รับทราบผลการดําเนินการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรได้จัดส่งสําเนาเอกสารผลการดําเนินงานดังกล่าว ให้ท่านสมาชิก ทราบแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในเอกสารที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาทําถึงสภาผู้แทนราษฎร นั้น ได้แจ้งว่าจะตอบปัญหาญัตติด่วนของท่านสมาชิกภิรมย์ พลวิเศษ และคณะ ซึ่งใน ญัตติของท่านระบุไว้ว่าได้ยื่นเมื่อ ๖ มีนาคม ผมมีคําถามอยากจะถามท่านรัฐมนตรี ด้วยความไม่เข้าใจว่า จริง ๆ แล้ว สภานี้ได้พิจารณาญัตติเรื่องปัญหาราคาปุิยหรือปุิย ราคาแพง มีหลายญัตติ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๑ มาแล้ว แล้วก็ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วนะครับ แล้วตอนนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเปึนประเพณีต่อไปไหมว่า ถ้าเผื่อสมาชิกท่านใด ส่งญัตติมา ที่นอกเหนือไปจากวาระเดิมหรือวาระที่ไม่ได้รับการพิจารณา ทุกกระทรวง จะตอบมาเปึนมาตรฐานอย่างนี้หรือเปล่า ซึ่งชอบนะครับ ถือว่าเปึนการให้เกียรติสภา ตอบสภามา แต่ว่าสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่า ในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านส่งหนังสือมา เมื่อเดือนมิถุนายน สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือว่า ข้อเท็จจริงในการแก้ไข ปัญหาเรื่องปุิย ก็มีความคืบหน้าไป แต่ความคืบหน้านั้นมันยังไม่เพียงพอ เพราะว่า ทุกวันนี้เกษตรกรยังไม่ได้ใช้ปุิยราคาถูกเลย แม้กระทั่งเมื่อวานซืนนี้สภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ก็ได้ซักถาม กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนหน่วยงานหลัก ตัวแทนรัฐบาลไทยในต่างประเทศ ถึงความคืบหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็กลับมา เมืองไทย บอกว่าเกษตรกรมีโอกาสใช้ปุิยในราคาถูกจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศ อินโดนีเซียนั้นเปึนประเทศที่มีวัตถุดิบแล้วก็เปึนประเทศที่ส่งออกปุิย แล้วโรงงาน ที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ทั้ง ๖ โรงงานเปึนโรงงานของรัฐหมด คือเปึนรัฐวิสาหกิจ ฉะนั้น ความง่ายในการที่จะซื้อปุิยจากประเทศอินโดนีเซียนั้น ความเปึนไปได้น่าจะสูงสุด แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เดินทางไปประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนมีนาคม นี่เวลาก็ล่วงเลยมาเดือนสิงหาคมแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าในการซื้อปุิยราคาถูกจาก ประเทศอินโดนีเซียเลย แล้วเกษตรกรนั้นก็ได้พลาดโอกาสในการใช้ปุิยไปแล้วครั้งหนึ่ง นี่มาจะนาปรังอีกครั้งหนึ่งก็ทําท่าว่าจะชวดไม่ได้ใช้ ก็ไม่ทราบว่านาป้นี้เกษตรกร ทั้งประเทศนั้นจะได้ใช้ปุิยราคาถูกหรือไม่ กระทรวงการต่างประเทศได้ตอบว่าปัญหาของ ประเทศไทยที่ขอเสนอซื้อปุิยราคาถูกจากอินโดนีเซียนั้นคือราคาที่ต่ํากว่าตลาด เขาก็ไม่ แน่ใจว่าจะสามารถซื้อได้หรือไม่ ฉะนั้นผมคิดว่าความเปึนธรรมนั้นน่าจะเกิดขึ้นกับ เกษตรกรนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนั้นไม่ใช่น่าจะผลักภาระให้เฉพาะกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์อย่างเดียว น่าจะเปึนความรับผิดชอบของทั้งรัฐบาลที่จะแถลงความจริงให้กับ ประชาชนทราบว่าเกษตรกรทั้งประเทศมีโอกาสจะใช้ปุิยราคาถูกในฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้ หรือไม่

คําถามข้อที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ซึ่งในจดหมายนี้ทางกระทรวง เกษตรฯ ก็ได้บอกว่ากระทรวงเกษตรฯ นั้นได้รับการอนุมัติงบประมาณไปซื้อปุิยราคา ๓๐๐ ล้านบาท ซื้อปุิยสูตร ๔๖ – ๐ – ๐ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการซื้อปุิย สูตรนี้เลย สาเหตุหลักผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลมีงบประมาณไปทําอย่างอื่นเยอะมาก ท่านประธานครับ แม้กระทั่งจะสร้างสภาผู้แทนราษฎรเราหลายพันล้านบาท แต่ผมกลับ ตั้งข้อสงสัยว่าเกษตรกรยังยากลําบากอยู่ กระทรวงเกษตรฯ นั้นของบประมาณไป จัดซื้อปุิยมูลค่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนั้นอนุมัติให้เขา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคําขอ คือเพียงแค่ ๓๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่ได้ดูความละเอียดถ่องแท้ว่าวันนี้ตลาดปุิยเปึนของ ผู้ขาย ไม่ใช่เปึนของผู้ซื้อ ฉะนั้นถ้าเราสามารถซื้อปุิยได้ในราคามูลค่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เราจะเปึนผู้ซื้อรายใหญ่ที่ผู้ขายนั้นจะให้ความสนใจ แต่ถ้าเผื่อ ให้งบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ไปซื้อในราคามูลค่า ๓๐๐ ล้านบาทนั้น ผมก็สงสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นะครับ ก็ดีกว่าขอทานหน่อยหนึ่งจะไปขอซื้อปุิยเขา ในราคาถูกด้วยเงินเพียง ๓๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ว่าเราต้องพูด ความจริง ท่านรัฐมนตรีต้องพูดความจริงนะครับว่า ท่านเกรงใจไม่ได้หรอกว่าเขาอนุมัติ เงินให้ท่านเพียง ๓๐๐ ล้านบาทไปแก้ปัญหานี้ ท่านต้องบอกไปเลยว่าอย่าให้ดีกว่า ให้แล้วมันไม่สามารถทําได้นะครับ แล้วก็วันนี้ผมก็ต้องยืนยันว่าการทํางานของกระทรวง เกษตรฯ นั้นเปึนไปค่อนข้างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแลจากกระทรวงการต่างประเทศ เท่าที่ควร ไม่ได้รับการดูแลจากสํานักนายกรัฐมนตรีเท่าที่ควร เพราะว่ามองไปว่าอันนี้คือ ปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ แต่ไม่ได้มองว่าเปึนปัญหาของประชาชนหรือเกษตรกร ทั้งประเทศ แล้วนี่เปึนปัญหาที่ผมอยากจะให้รัฐบาลนี้ได้ตระหนักไปอีกประเด็นหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาราคาต่าง ๆ เหล่านี้นี่ผมเชื่อว่าเปึนมาตรการที่ให้ ยาหม่องมาทาแก้ไข้หวัดใหญ่เท่านั้นเอง มันไม่สามารถรักษาโรคได้เลย ฉะนั้นวันนี้ อยากจะฟังครับ อยากจะฟังว่าหลังจากจดหมายที่ท่านรัฐมนตรีได้ทําถึงสภาเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วนี้มันมีความคืบหน้าน้อยมาก แล้วความคืบหน้านี้ผมก็เห็นใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าตัวคนเดียว ทํางานยากลําบากอยู่ นะครับ แต่อยากจะให้บอกความจริงกับประชาชนเลยว่าที่รัฐบาลตั้งใจไว้ว่า บอกกับ ประชาชนให้ความหวังไว้ว่าจะใช้ปุิยราคาถูกจากอินโดนีเซียจะมีหรือไม่ จะไปซื้อปุิย ยูเครน อุสเบกิสถานจะมีโอกาสใช้หรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็บอกเขาไปตรง ๆ ไปเลยครับว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถจัดหาเงินงบประมาณเพียงแค่ ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ แต่รัฐบาลนี้กลับจะสามารถมีเงินไปทําโครงการใหญ่ ๆ แม้กระทั่ง สร้างสภาผู้แทนราษฎรซึ่งใช้เงินมากกว่าการซื้อปุิยให้กับเกษตรกรในราคาถูกอีก ผมจึง อยากจะให้ที่ประชุมนี้ได้บันทึกเอาไว้เปึนเหตุเปึนผลถึงความที่ไม่น่าจะเปึนต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วกระผมมีเพื่อนสมาชิกผมหลายท่านที่จะอภิปรายให้ความเห็นท่านรัฐมนตรีโดยไม่ซ้ํา ประเด็นกันครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ ครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อประเด็นรายงานเรื่องสภาพิจารณาปัญหาราคาปุิยแพงที่กระทรวง เกษตรฯ ได้นําเสนอสภาแห่งนี้นะครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ นะครับว่าผมเองได้ดูเนื้อหาที่กระทรวงเกษตรฯ ได้รายงานสู่สภาก็เห็นว่าครอบคลุม ทุกเรื่องนะครับ ไม่ว่าเรื่องสถานการณ์ปุิยราคาแพงในปัจจุบัน ไม่ว่าเรื่องมาตรการทางกฎหมายที่จะไปใช้บังคับเรื่องของปุิยปลอม เรื่องของปุิยราคาแพง ไม่ว่ามาตรการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุิยของพี่น้องเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น กระผมกราบเรียนว่าทั้ง ๓ – ๔ เรื่อง ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน และ กราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ามันเปึนเรื่องที่ยัง ไม่เกิดเปึนรูปธรรม ยังไม่สามารถนําไปสู่การปฏิบัติที่เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพได้

ในเรื่องที่ ๑ ผมเข้าใจว่าวันนี้เราเข้าใจตรงกันแล้วนะครับว่า สภาวะ ปุิยแพง มันเพราะอะไร ทุกคนเข้าใจครับ ไม่ว่าเรื่องของน้ํามันแพง ไม่ว่าเรื่องของการ ซื้อปุิยเคมีจากต่างประเทศเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราเข้าใจ แต่ว่าเมื่อเราเข้าใจแล้ว ปัญหาประเด็นสําคัญ ท่านครับ มี ๒ เรื่องเท่านั้นเอง คือเรื่องที่ ๑ ทําอย่างไรให้ปุิยเคมี ลดราคาลง ให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ได้บนเงื่อนไขที่เราต้องสั่งซื้อปุิยมาราคาแพง ทําอย่างไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาตรการอย่างไร เพราะวันนี้เปึนสิ่งที่น่ากังวลปุิยแต่ละสูตร ไม่ว่าปุิยที่ใช้กับข้าวซึ่งเปึนพี่น้องเกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเขตภาคกลางของท่านรัฐมนตรี ใช้ปุิยสูตร ๑๖ ๒๐ ๐ ใช้สูตร ๑๖ ๐ ๐ กันมาก เพราะว่าพี่น้องในภาคใต้ที่มีอาชีพในการปลูกยาง ปลูกปาล์มน้ํามันเปึนหลัก ไม่ว่าพี่น้อง ในภาคอีสานที่ปลูกพืชไร่ อ้อย มันสําปะหลังเปึนหลัก หรือไม่ว่าพี่น้องในเขตภาคกลาง ภาคตะวันออกที่ไปปลูกผลไม้เปึนหลัก ผมกราบเรียนว่าพี่น้องเกษตรกรทุกกลุ่มวันนี้ได้รับ ผลกระทบอย่างแน่นอน คือปุิยราคาแพง หลายคนบอกว่าไม่เปึนไร ปุิยราคาแพงแต่ขอให้ ผลผลิตทางการเกษตรราคาแพงด้วย แน่นอนครับ ถ้าเกิดปุิยแพง ผลผลิตแพง พี่น้อง เกษตรกรได้กําไรมากขึ้น เปึนเรื่องที่ทุกคนรับได้ แต่วันนี้ท่านประธานครับ ปุิยแพง ผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกรไม่คงที่ บางจังหวะก็แพง บางจังหวะก็ลดลง บางจังหวะที่แพงเราก็พอรับได้ ปุิยแพง ผลผลิตแพง แต่บางจังหวะที่ปุิยแพงแต่ผลผลิต ตกต่ําจะทําอย่างไร เพราะปุิยขึ้นแน่ แต่ผลผลิตไม่มีใครรับรองได้ว่าจะสูงตามราคาปุิย เปึนประเด็นที่ผมเรียนฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้เราจะทําอย่างไร

เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าเปึนภารกิจของท่านรัฐมนตรีค่อนข้างจะโดยตรง และท่านเองได้รับทราบมาตามลําดับ เรื่องของปุิยไม่ได้มาตรฐานและปุิยปลอม วันนี้ ต้องยอมรับนะครับว่าปุิยปลอม ปุิยไม่ได้มาตรฐานระบาดไปทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่า ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่าวันที่คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาราคาปุิยไปศึกษาดูงาน ที่ภาคอีสานในจังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี ท่านทราบไหมครับ แม้แต่สหกรณ์ การเกษตรก็ยังมีปุิยปลอม ซึ่งเปึนเรื่องใหญ่โตพอสมควร วันนี้ต้องยอมรับว่าปุิยปลอม ปุิยไม่ได้มาตรฐานระบาดทั่วไป เปึนสิ่งที่น่าตกใจมาก ผมเรียนถามว่าวันนี้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์มีมาตรการอย่างไร ผมเข้าใจว่ามีกฎหมายรองรับ แต่ในทางปฏิบัตินั้น จะทําอย่างไร ให้ขั้นตอนในการปลอมปุิยเหล่านี้มันหมดไปจากประเทศไทยให้ได้ ผมเรียน ว่าถ้าพี่น้องเกษตรกรซื้อปุิยปลอม มันเปึนการฆ่าเกษตรกรในระยะภายภาคหน้า เพราะ เราใส่ปุิยวันนี้ กว่าจะรู้ผล ๓ – ๔ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน หรือ ๑ ป้ข้างหน้า ใช้ไปแล้วแต่ผลผลิตตกต่ําจะทําอย่างไร ผมเรียนว่ามาตรการตรงนี้เปึนมาตรการที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญมาก แม้แต่ราคาปุิย บางสูตรบางยี่ห้อขณะนี้มันถูก แต่เมื่อไปวิเคราะห์ค่าอาหาร NPK มันไม่ได้ตามมาตรฐาน อย่างนี้ไม่ใช่ถูกจริงครับ เพราะว่าราคาปุิยขึ้นอยู่กับน้ําหนักของธาตุอาหารที่เปึน ประโยชน์กับพืชไม่ว่า ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม หรือแม้แต่ธาตุอาหารรอง แต่ถ้าเกิดปุิยปลอมมันก็ไม่มี มันเปึนการช่วยเหลืออะไรไม่ได้ก็เรียนฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ส่วนที่ ๓ ส่วนที่ผมเองกังวลมาก กังวลในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ถ้าท่านประธาน วันนี้ถ้าท่านรัฐมนตรีได้สดับตรับฟังใน วงการปุิย ทั้งนักวิชาการปุิย ทั้งผู้ที่รับผิดชอบปุิยพูดแต่เรื่องปุิยในทิศทางที่แตกต่างกัน แม้แต่นายกรัฐมนตรีผู้บริหารสูงสุดของประเทศยังพูดเรื่องปุิยค่อนข้างสับสน ทําให้พี่น้อง เกษตรกรมีความสับสนกันมาก ผมดีใจมากครับที่รายงานของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ อันสุดท้ายในเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้ปุิยเคมีท่านบอกว่าการใช้ปุิยเหล่านี้ ควรจะใช้เคมีควบคู่กับอินทรีย์ เพราะว่าเคมีมีจุดเด่นในเรื่องของคุณค่าธาตุอาหารพืช ไม่ว่าไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ปุิยอินทรีย์มีคุณค่าทางอาหารน้อยแต่มีจุดเด่น ในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพทางฟ่สิกส์ของดินทําให้ดินร่วน ดินอุ้มน้ําไม่มาก ธาตุอาหารในดินมาละลายเปึนประโยชน์ต่อพืชอันนี้เปึนเรื่องที่ดีมาก แต่ส่วนหนึ่งที่ผม กังวลแล้วเปึนเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูด แล้วผมเกรงว่าพี่น้องเกษตรกรสับสน ท่านนายกฯ พูดอย่างไรครับ ท่านนายกฯ บอกว่าปุิยแพงไม่ต้องกลัว ปุิยเคมีแพงเราซื้อ จากต่างประเทศก็อย่าไปซื้อมัน ปุิยอินทรีย์ที่เราใช้อยู่แล้วถ้าเกิดมีปริมาณไม่มาก ไม่เปึนไร ท่านเสนอสูตรใหม่ครับ คือใช้ปุิยชีวภาพ ให้พี่น้องเกษตรกรใช้ปุิยชีวภาพ ท่านยกกรณีตัวอย่างของประเทศญี่ปุ์นที่ใช้ได้ผล ผมในฐานะที่เปึนนักเกษตรคนหนึ่งและ ในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมละเหี่ยใจ ผมค่อนข้างจะหมดอาลัยกับคําพูดของท่านนายกฯ เพราะว่าข้อเท็จจริงแล้ว การใช้ปุิยชีวภาพ กับการใช้ปุิยอินทรีย์ กับการใช้ปุิยเคมีคนละเรื่องกันครับ มันเปึนยาคน ละขนานที่ไปใช้แก้โรคแต่ละโรค ไม่ใช่ว่าขณะนี้จะใช้ได้ครอบคลุม ผมเข้าใจว่าท่าน นายกรัฐมนตรีท่านคงไม่ได้เรียนเรื่องดิน ปุิย ท่านคงจะไม่มีองค์ความรู้ในเรื่องของ การเกษตร ในเรื่องการใช้ปุิย ท่านคงจะพูดไปตามที่ได้ยินเขาพูดมาแล้วก็พูดต่อไป ท่านประธานครับ ท่านอย่าลืมว่าคนที่เปึนนายกรัฐมนตรีถ้าพูดอะไรผิดไปแล้ว คนเชื่อ นะครับ ท่านบอกว่าต่อไปใช้ปุิยชีวภาพอย่างเดียว ชีวภาพผมกราบเรียนท่านประธานว่า เปึนปุิยที่ใช้จุลินทรีย์มาเปึนองค์ประกอบที่สําคัญและจุลินทรีย์ตัวนั้นมันตรึงไนโตรเจน ในอากาศได้เพียงอย่างเดียวก็คือได้เฉพาะไนโตรเจน ส่วนฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ทําอะไรไม่ได้ในขณะที่พืชต้องการองค์ประกอบธาตุอาหารหลักทั้ง ๓ ตัว ผมกราบเรียนว่า ถ้าพี่น้องเกษตรกรเชื่อท่านนายกฯ ในภายภาคหน้าผลผลิตการเกษตรของประเทศเรา มีปัญหาแน่นอนครับ คือผลผลิตตกต่ําและในที่สุดจะสร้างปัญหาการเกษตรให้กับ ประเทศไทย ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่ามาตรการในการสร้าง องค์ความรู้เกี่ยวกับปุิย เกี่ยวกับดิน เกี่ยวกับการปลูกพืชท่านจะมีมาตรการอย่างไร ที่ปัองกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนมีความเข้าใจสับสน เพราะเรื่องนี้ผม กราบเรียนว่าเปึนเรื่องใหญ่มาก เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมาก ก็ขออนุญาตสอบถามท่าน ประธาน ๒ – ๓ ประการตามที่ได้กราบเรียนมาแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ท่านประธานครับ เรื่องปุิยถือว่าเปึนเรื่องที่เปึนปัญหามา ตลอดระยะเวลาร่วม ๑๐ – ๒๐ ป้ที่ผ่านมานะครับ ปุิยที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นที่เกษตรกร ต้องซื้อในราคาแพงก็เพราะมีการทุจริต มีการฮั้วกันระหว่างผู้ค้าปุิย มีการโกงในทุก รูปแบบ แม้กระทั่งรัฐบาลเคยคิดวิถีทางที่จะหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องปุิยราคาแพง โดยตั้ง บริษัทปุิยแห่งชาติขึ้นมา แต่ในที่สุดแล้วการโกง การทุจริตก็ทําให้บริษัทปุิยแห่งชาติ ต้องล่มสลายไป

ท่านประธานครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลังฯ ได้พาคณะกรรมาธิการของผมนี่นะครับไปเยี่ยมคารวะท่านดอกเตอร์ ศุภชัย พานิชภักดิ์

เลขาธิการอังค์ถัด (UNCTAD : United Nations Conference on Trade and Development หรือการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา) ที่สวิตเซอร์แลนด์ เราก็ได้ไปสอบถามครับว่าอนาคตของประเทศไทยนี่ควรจะไป ในทิศทางไหน ท่านบอกชัดเจนเลยครับว่าธุรกิจที่จะทําให้ประเทศไทยก้าวต่อไปได้ ในอนาคตคือการเกษตรครับ ท่านได้พูดหลาย ๆ เรื่องที่จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ ท่านได้เสนอแนะว่าถ้าเปึนไปได้เราควรจะฟุ๋นฟูการทําการเกษตรให้ครอบคลุม แล้วนํา โนฮาว (Know-how) หรือความรู้ทางด้านการเกษตรซึ่งบรรพบุรุษของเรามีความเก่งกล้า สามารถในการทําการเกษตรเผยแพร่ออกไปครับ เพราะวันนี้ปัญหาของโลกก็คือการขาด แคลนอาหาร โดยเฉพาะในแอฟริกา เขาขาดแคลนอาหารที่จะใช้บริโภคเปึนจํานวนมาก เนื่องจากวันนี้ในหลายประเทศในแถบยุโรปได้นําเอาข้าวโพดไปผลิตเปึนเชื้อเพลิง ไบโอดีเซล (Bio Diesel) หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ซึ่งทําให้ข้าวโพดขาดแคลน การที่จะ เอาแปังข้าวโพดไปทําขนมปังก็ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นถ้าเรามุ่งเน้นทําการเกษตร โอกาส ของประเทศไทยจะหารายได้เข้าประเทศมาเลี้ยงประชากรนั้นมีโอกาสสูงมาก โดยเฉพาะ ดินฟัาอากาศของประเทศไทยนั้นมีประโยชน์ ท่านก็ได้พูดให้พวกเราฟังว่าถ้าเปึนไปได้ ท่านอยากจะให้ประเทศไทยฟุ๋นบริษัทปุิยแห่งชาติขึ้นมาอีกสักครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ถ้าจะ ฟุ๋นขึ้นมาจะต้องทําอย่างโปร่งใส ข้าราชการต้องไม่ทุจริต รัฐวิสาหกิจที่จะทําเรื่องนี้ก็ต้องมี ความรู้นะครับ การที่จะซื้อแม่ปุิยมาจากต่างประเทศนั้นนี่เราทําได้ครับ มีหลาย ๆ ประเทศ ด้วยกันที่เราสามารถติดต่อซื้อแม่ปุิยโดยตรงในราคาที่ถูก โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง หรอกครับ เราสามารถทําจีทูจี (G to G) กับประเทศเหล่านั้นได้ ถ้ารัฐบาลนี้ใช้คนที่มี ความรู้ คนที่โปร่งใส ทํากันอย่างตรงไปตรงมา ผมคิดว่าเราจะได้แม่ปุิยในราคาที่ถูก แล้วเรานํามาผลิตปุิยเองครับ อย่าโกง อย่ากิน เกษตรกรจะได้ปุิยราคาถูกไว้ใช้ แล้วเรา สนับสนุนให้มีการปลูกพืชที่ประชาคมโลกมีความต้องการที่จะบริโภคที่จะใช้กินนะครับ อันนี้นะครับจะเปึนการที่จะทําให้ประเทศไทยก้าวต่อไปได้ เปึนธุรกิจเดียวนะครับทางด้าน การเกษตร นอกเหนือไปจากนั้นก็เปึนการท่องเที่ยวซึ่งผมไม่อยากจะนําขึ้นมาพูดในที่นี้นะ ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ว่า ขอท่านได้โปรดพิจารณาเถอะครับ ลองคิดดูว่าเราสามารถตั้งโรงงานปุิย แห่งชาติขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่นะครับ อันนี้คือคําเสนอแนะของท่านดอกเตอร์ศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังค์ถัดนะครับ ท่านให้ความรู้พวกผมในฐานะที่เปึน ส.ส. ไปดูงาน แล้วได้งานกลับมา ได้สิ่งที่เปึนประโยชน์มาเล่าสู่กันฟังในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร ครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ นครสวรรค์ ตามที่ผมได้อ่านจากเอกสารที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้ตอบมาเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน นะครับ ผมได้ประเด็นดูรายละเอียดผมมีข้อสังเกตที่อยากจะตั้งเปึนคําถาม ถามท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรี ในหัวข้อ ๒.๒ นะครับ ที่ท่านได้แจ้งว่าโครงการ ลดราคาปุิยเคมี บอกว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าได้ร่วมมือกันจัดหาปุิยเคมี จํานวน ๑๕๓,๕๐๐ น่าจะเปึนตันนะครับ แต่เขียนว่าบาท จําหน่ายให้เกษตรกรในราคา ถูกนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ในความเปึนจริงแล้วผมในฐานะเปึนกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาราคาปุิยนะครับ ได้ทราบจากรายงานแล้วก็จากผู้ชี้แจงครับ ว่า ขณะนี้ปุิยอันนี้เราทําไปถึงเกษตรกรก็จริงนะครับ แต่มีข้อแม้นะครับว่าเกษตรกรต้อง นําเงินสดมาซื้อ เอาเงินสดมาจ่ายด้วยตนเองนะครับถึงจะซื้อได้ และปัญหาก็เกิดขึ้นก็คือ ว่า เนื่องจากเกษตรกรไม่มีเงินสดมากพอที่จะมาซื้อปุิยในราคาด้วยเงินสด จึงทําให้เปึน ปัญหาว่า ปุิยที่แม้จะตั้งใจดีที่จะช่วยนะครับ แต่ปรากฏว่าจําหน่ายไม่ออกครับ แล้วก็ ทราบว่ามีสหกรณ์บางสหกรณ์เสนอตัวที่จะมาอาสาว่าจะมาเหมาไปโดยการนําเงินมา จ่ายแทน แล้วไปให้เกษตรกรย่อยอีกทีหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้น มันอาจจะมีการเป่ดช่องให้บางกลุ่มเข้ามาแสวงโอกาสจากช่องว่างตรงนี้ นะครับ เพราะว่าปุิยที่จําหน่ายไปนั้น ตั้งใจจะให้ถึงเกษตรกรโดยตรง แต่เนื่องจากว่าไม่ สามารถไปได้แล้วมีคนกลางมารับไปจะทําให้ราคานั้นเพิ่มสูงขึ้นอีกนะครับ นั่นคือข้อที่ ๑ นะครับ ที่ผมอยากจะตั้งเปึนคําถามฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ

ข้อที่ ๒ ก็เปึนเรื่องของการใช้มาตรการทางกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมตอนแรกได้รับแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็มีความภูมิใจนะครับ กลับไปบ้านก็ ไปบอกเกษตรกร บอกพี่น้องทุกคนว่า เดี๋ยวผมมีโอกาสได้ร่วมประชุมแล้วจะหาทางทําให้ ทุกอย่างมันดีขึ้นนะครับ ได้ปุิยที่ถูกลงแล้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องปุิยปลอม แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าปัจจุบันสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ เรียกว่า สารวัตรปุิย มีน้อยมากนะครับ เจ้าหน้าที่ แล้วก็เห็นว่ามีส่วนหนึ่งแค่ป้ละ ๔ คนเท่านั้นครับทั้งกระทรวง ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนไป ไม่ได้เลยนะครับว่า เขาสามารถจะไปตรวจสอบและไปจับปุิยปลอมได้ทั้งประเทศนะครับ อย่างเปึนธรรม สิ่งที่ผมได้รับจากการที่ได้ออกไปในพื้นที่ แล้วก็ไปกับคณะกรรมาธิการ ไปเยี่ยมโรงงานต่าง ๆ ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสานนะครับ ทราบว่าเจ้าของ บริษัทปุิยบางรายก็ร้องเรียนครับว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมเนื่องจากว่า การที่เจ้าหน้าที่ มาตรวจนั้นไม่ได้ตรวจทั่วถึงทุกบริษัทนะครับ คือบางบริษัทก็โดนซ้ําแล้วซ้ําอีกนะครับ บางบริษัทก็ไม่โดนเลย แล้วการที่จะมาตรวจ มาตรการในการตรวจนั้นเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ น้อยเกินไป ทําให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ก็อยากจะขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี นะครับ ว่าถ้าเปึนไปได้ขอให้ช่วยพิจารณาเพิ่มกําลังของสารวัตรปุิยนะครับให้มากกว่านี้ นะครับ แล้วก็ทราบว่าในงบประมาณนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณก็ได้ อนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้นแล้วนะครับ ก็จึงฝากเรียนท่านประธานผ่านไปรัฐมนตรีด้วยว่า ให้ดูแลอันนี้ด้วยนะครับ

สุดท้ายนะครับที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือว่า ผมคิดว่าปัญหาเรื่องปุิย ในความรู้สึกของผมแล้วเปึนปัญหาที่ใหญ่มากนะครับ เพราะว่า เกษตรกรนั้นเกือบทุกคนนะครับต้องใช้ปุิย แล้วอย่างที่ทราบกันในตอนต้นว่า ปุิยนั้นต้อง นําเข้าจากต่างประเทศเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ฉะนั้นถ้ามีวิธีใดวิธีหนึ่งที่เราจะ สามารถให้ความรู้กับเกษตรกรนะครับว่า การใช้ปุิยในแต่ละพื้นที่นั้นใช้อย่างไรถึงจะเกิด ประโยชน์สูงสุดนะครับ ผมเองนั้นได้ทดลองปลูกข้าวอยู่นะครับ ตั้งแต่มาเปึนกรรมาธิการ ก็ทราบว่าถ้าเกิดมีการศึกษาดูจริง ๆ การใช้ปุิยจะไม่มากเหมือนกับที่ทุกวันนี้โดนพ่อค้า บางรายที่ไปอวดสรรพคุณว่าใส่อย่างโน้นใส่อย่างนี้แล้วข้าวจะดี ข้าวจะงาม ถ้าเราให้กรมวิชาการเกษตรนะครับ ไปชี้แจงให้ความสําคัญให้ความรู้ แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งนะครับ ก่อนที่จะทําอะไร ถ้าเราสามารถจะตรวจวิเคราะห์ดินได้เราก็จะสามารถ ใช้ปุิยได้อย่างถูกต้องตามสถานที่จริง ถ้าเราทําได้อย่างนั้นก็จะประหยัดงบประมาณ นะครับ แล้วก็ประหยัดต้นทุนของเกษตรกรด้วย ผมคิดว่าอันนี้เปึนผลประโยชน์มหาศาล นะครับที่อาจจะมองไม่เห็นเปึนตัวเลข แต่ผมคิดว่าทุกบาทที่เราประหยัดไปนั้นเราก็ ประหยัดเงินตราต่างประเทศด้วย ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ จากหนังสือที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตอบมานั้น กระผม ได้อ่านอย่างละเอียดแล้ว ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ท่านไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของเกษตรอินทรีย์และชีวภาพ นะครับ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้มีการประกาศวาระแห่งชาติทางด้านเกษตรอินทรีย์และชีวภาพ นะครับ ถ้าเราให้ความสําคัญกับปุิยอินทรีย์ ตอนนี้มีโรงงานผลิตร่วม ๒,๐๐๐ แห่ง แบ่งออกเปึนโรงงานผลิตปุิยอินทรีย์ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กนะครับ ขนาดเล็ก ก็คือระดับหมู่บ้าน ขนาดใหญ่นั้นผลิตได้วันละเปึน ๑๐ ตัน แล้วมีการส่งออกต่างประเทศ ด้วย แต่ขณะนี้ผู้ส่งออกร่วม ๕๐ ราย ที่ส่งไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ที่เน้นเกษตร อินทรีย์ เขามีปัญหาขึ้นแล้ว ปรากฏว่ายุครัฐบาลขิงแก่เมื่อป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๑ ได้ออก พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ขึ้นมา ปุิยอินทรีย์ แล้วก็กําหนดค่าฮิวมัส (Humus) คือค่าความเข้มข้นของอินทรีย์วัตถุสูงเกินไป ทําให้ผู้ผลิตปุิยที่ส่งออกต่างประเทศนั้น เกิดปัญหานะครับ มีข้อจํากัดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ต่างประเทศไม่มีปัญหาเลยที่จะรับปุิยที่ผลิต จากประเทศไทย ถือว่าเปึนปุิยที่มีคุณภาพมากนะครับ ดังนั้นผมขอกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยดูเรื่องของพระราชบัญญัติปุิยอินทรีย์ด้วยนะครับ เพราะว่าตอนนี้เปึนปัญหาสําหรับผู้ส่งออกปุิยอินทรีย์ไปต่างประเทศนะครับ ขณะนี้ผู้ผลิต ปุิยอินทรีย์ได้ตั้งสมาคม จดทะเบียนเปึนสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าปุิยอินทรีย์แห่งประเทศไทย ขึ้นมานะครับ เพื่อที่จะรวมกลุ่มแล้วก็เอาสิ่งวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ภายในประเทศนํามาผลิต เปึนปุิยเพื่อใช้ในประเทศ ดังนั้นขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับ อย่างไรก็ช่วยให้ ความสําคัญเกษตรอินทรีย์ แล้วก็ช่วยจัดงบประมาณสนับสนุนฝ๊กอบรมพี่น้องประชาชน ให้มีความรู้ทางด้านเกษตรอินทรีย์ให้สมกับที่เราได้ประกาศเปึนวาระแห่งชาติในป้นี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสมบัติ ยะสินธุ์ ครับ

นายสมบัติ ยะสินธุ์ แม่ฮ่องสอน

กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม สมบัติ ยะสินธุ์ ส.ส. แม่ฮ่องสอน พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมมีประเด็นที่ไม่ซ้ําคนอื่น ซึ่งจากการรายงานจาก ๒.๔ การแต่งตั้งอนุกรรมการแก้ไขปัญหาปุิยราคาแพง ซึ่งตั้ง คล้าย ๆ กับกรรมาธิการวิสามัญเลยนะครับ ตรงนี้ผมติดใจตรงที่จากการประชุมที่ผ่านมา เราถือว่าปุิยเปึนสินค้าควบคุม แต่ว่าทางรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ ควบคุมราคาปุิย โดยการที่เช็คสต๊อก (Check Stock) ว่าจากราคาวันนี้ที่สั่งเข้ามาแล้ว เราต้องมีกระบวนการในการจําหน่าย พออีก ๒ เดือน ที่สินค้านําเข้ามาแล้วจากราคา สมมุติว่าสั่งนําเข้ามา ๑๐,๐๐๐ บาท พอสินค้ามาถึงจากต่างประเทศตอนนี้ราคา ๑๕,๐๐๐ บาท เขาก็ขายราคา ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตัน ตรงนี้ทําให้เกษตรกรไม่ได้รับความเปึนธรรมนะครับ ประเด็นที่เรื่องราคา เรื่องสต๊อก นี่ ขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งบูรณาการกันในการทํา ขอให้เช็คสต๊อก แล้วก็ขายให้ความเปึนธรรมกับเกษตรกรนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งนะครับว่าเรารู้ถึงการที่วัตถุดิบในการที่จะมาผลิตเปึนปุิย ราคาสูงขึ้นนะครับ สูงขึ้นนะครับ ผมจะเปรียบเทียบว่าตั้งแต่ที่เราเป่ดประชุมสภา มาตอนนั้นจีนยังมีอัตราศูนย์อยู่ พอเดือนกุมภาพันธ์ขึ้นมาเขามีปราการตั้งกําแพงภาษีไว้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ พอเมษายน ๑๓๕ เปอร์เซ็นต์ ณ ปัจจุบันนี้ท่านคงได้ทราบนะครับว่า ท่าน ประธานครับ กราบถึงรัฐมนตรีด้วยว่า ๑ สิงหาคมนี้จีนตั้งกําแพงภาษีอยู่ ๑๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วครับ คิดว่าแนวโน้มนี่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แล้วทางรัฐบาลจะมีแนวทางปัองกัน หรือว่าที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้มีปุิยราคาถูก หรือว่าไม่ให้เพิ่มขึ้นกว่านี้เราจะทําแบบ ไหนนะครับ เพราะเกษตรกรเองไม่ทราบเรื่องเหตุการณ์หรือว่าสถานการณ์ปุิยขึ้นนี้ จะขึ้น ถึงขนาดไหน ถ้าเกิดเรามีงบประมาณหรือว่าแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่นําเข้า มานะครับ หรือว่ารัฐบาลจะทําเอง ที่รู้อยู่แล้วว่าข้างหน้าราคาปุิยจะขึ้น เราจะทําอย่างไร ให้ราคาปุิยในประเทศเราถูก หรือว่าราคาคงที่ ให้มีปริมาณเพียงพอที่จะใช้ได้นะครับ อันนี้ประเด็นที่เราจะต้องปัองกันไว้ก่อน รู้ว่าข้างหน้าจะเปึนอย่างไร ขอให้รัฐบาลมี แนวทางนะครับที่จะช่วยเหลือเกษตรกรเรื่องราคาด้วยนะครับ จากที่ประเทศไทยเรานี่ มีปุิย มีวัตถุดิบซึ่งเปึนปุิยโปแตสเซียม ซึ่งอยู่ทางภาคอีสาน ผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรี คงจะได้ศึกษาเรื่องนี้ให้เปึนผลสําเร็จนะครับ ซึ่งวัตถุดิบอยู่ในประเทศไทยเรา เราน่าจะ เอามาให้เปึนประโยชน์นะครับ ซึ่งกรรมาธิการสามัญเกษตรเราจะไปดูงานเรื่องโรงงานปุิย โปแตสเซียมนะครับที่เยอรมันวันที่ ๒๑ นี้นะครับ เราจะไปดูงานมาดูว่าความเปึนไปได้ ของประเทศไทยเราจะทําได้หรือไม่นะครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าดูนะครับว่าจะ ช่วยเหลือเกษตรกรในแง่แนวโน้มราคามันจะสูงขึ้นนะครับ ผมฝากท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ครับ

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในเบื้องแรกผมต้องขออภัยที่ประชุมก่อนนะครับ ที่เมื่อวานนี้พอดีผมมี ภารกิจ แล้วก็คิดว่าจะกลับมาได้ทันตอนเรื่องรายงานรับทราบ ซึ่งโดยปกติที่ผ่านมาเรื่อง รับทราบนี่สมาชิกได้อ่าน และถ้าไม่มีประเด็นติดใจก็ผ่านไป ผมก็เข้าใจว่าอย่างนั้น เพราะว่ามีคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเรื่องปุิยแพงอยู่แล้ว ผมก็เลยกลับมาช้า ไม่ทัน ก็เลยต้องขอโทษท่านสมาชิก และก็ขอโทษที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ ประเด็นที่ เมื่อสักครู่นี้ท่านจุติ ผมขออนุญาตที่เอ่ยนามสักนิดนะครับ ได้กรุณาถามว่าทําไมต้องเอา เรื่องนี้เข้ามา ต้องกราบเรียนเลยนะครับว่าทางสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องมา ให้ทางกระทรวงเกษตรฯ รับไปพิจารณาหลังจากที่ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ ความสนใจเสนอญัตตินี้เปึนจํานวนมากเลย ก็ถามว่าทางกระทรวงเกษตรฯ ได้รับข้อมูล และก็ไปดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงได้ทํารายงานสรุปพูดถึง สถานการณ์ ตลอดจนแนวทางแก้ไข แล้วก็เรื่องของการที่จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ก็ได้เสนอให้ทางสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ ส่งมาให้สภาเพื่อได้รับทราบ เพราะฉะนั้นจึงต้องกราบเรียนว่าที่มาที่ไปนั้นเปึนอย่างนี้ ส่วนประเด็นในรายละเอียดที่ท่านสมาชิกทั้งหมด ๖ ท่านได้กรุณาได้ให้ข้อสังเกตและก็ สอบถาม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของปุิยปลอม ปุิยที่ต่ํากว่ามาตรฐาน เรื่องทําอย่างไรจะให้ ปุิยเคมีลดลง เรื่องการซื้อขายปุิยจากอินโดนีเซียเปึนอย่างไร เรื่องโรงงานปุิยแห่งชาติ ซึ่งท่านสุรพงษ์ได้ให้ความสนใจว่าจะมีการรื้อฟุ๋นไหม เรื่องของปุิยถูกเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ผมขอตอบรวบยอดเลยนะครับเปึนภาพรวม ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยภาพรวมเรื่องของการหาปุิยราคาถูก นํามา แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีมาด้วยเงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านสมาชิกก็คงจะทราบเหมือนกับ ที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ทราบว่าเงินจํานวนนี้เมื่อซื้อปุิยแล้วในขณะที่เราได้รับอนุมัติ ปุิยอยู่ที่ราคาตันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทปุิยเคมีนะครับ โดยถัวเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เราก็ได้มีการพิจารณาสอบถามว่าปุิยตัวไหนในจํานวนเงินแค่นี้ที่เรา ควรจะซื้อได้และตรงกับความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด ก็ได้รับข้อมูลรายงานมาว่า ปุิยที่มันเปึนปุิยพื้นฐานที่เกษตรกรใช้กันมากที่สุดก็คือปุิยยูเรียสูตร ๔ ๑๖ ๐ ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็ตัดสินใจครับในการที่จะใช้เงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาทนั้นไป ดําเนินการจัดหาซื้อปุิยยูเรีย ซึ่งเมื่อเราจะซื้อปุิยยูเรียเรารู้ว่าเงินของเรามีอยู่เปึนจํานวน น้อยมาก การที่เราจะไปซื้อเหมือนกับผู้ประกอบการทั่ว ๆ ไปมันคงเปึนเรื่องยากครับ ในการที่จะให้ได้ปุิยราคาถูกและก็มาขายเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกร เราจึงต้อง ดําเนินการโดยวิธีขอใช้รัฐผ่านไปยังสถานเอกอัครราชทูต เพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต ได้มีการติดต่อ และตัวของผมเองก็ได้มีการติดต่อกับ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตประเทศ ที่ผลิตปุิย ไม่ว่าจะเปึนประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเปึนประเทศจีน ไม่ว่าจะเปึนอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเปึนยูเครน เราก็ได้มีการติดต่อประสานงานเปึนระยะ ๆ รวมทั้งประเทศจีน ผมก็ ต้องกราบเรียนว่าในช่วงที่น้ํามันปรับตัวราคาสูงขึ้นและปัญหาที่เกิดจากวิกฤติอาหารโลก และวิกฤติพลังงาน ทําให้แต่ประเทศนั้นมีความต้องการที่จะใช้ปุิยจํานวนมากและปุิย ก็ปรับตัวสูงขึ้น จึงทําให้แต่ละประเทศได้มีมาตรการในการที่จะกําหนดมาตรการของ เรื่องปุิยของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศจีนก็กําหนดอัตราภาษีไว้ร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะสกัดไม่ให้ปุิยออกข้างนอก เพราะจีนนั้นเผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติดังที่พวกเรา ได้ทราบกันก็ต้องการอยากจะฟุ๋นฟูมีความจําเปึนที่จะต้องใช้ปุิยเปึนจํานวนมาก ก็จึงสกัด ด้วยการตั้งเปึนกําแพงภาษีไว้ถึงร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ตามที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ เราก็ หมดโอกาสครับได้พยายามติดต่อแล้ว ทางอินโดนีเซียก็มีปัญหาไม่แตกต่างกันหรอกครับ ตามที่ท่านจุติได้กรุณากราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไป แล้วก็บอกว่าได้มีการติดต่อ กับทางรัฐบาลของอินโดนีเซีย ก็ได้รับหนังสือตอบมา อินโดนีเซียนั้นก็มีสภาพไม่แตกต่าง กันคือประเทศต้องการปุิยมากเลยครับ เกษตรกรมีความต้องการเนื่องจากปัญหาวิกฤติ อาหารจึงมีความจําเปึนที่จะต้องใช้ปุิย ทางอินโดนีเซียก็เลยมีการควบคุมการส่งออกปุิย เพื่อที่จะให้ปุิยนั้นเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ถ้าหากว่าเหลือใช้แล้วนั่นล่ะครับ จึงจะสามารถส่งออกมาขายได้ มันก็เลยทําให้เปึนปัญหาอีกในการซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐ การติดต่อประเทศต่าง ๆ ยูเครนก็ดี เกาหลีใต้ก็ดี ล้วนแล้วแต่ตอบปฏิเสธมาทั้งสิ้น มันก็ เหลือทางออกทางเดียวคือติดต่อกับทางภาคเอกชน ซึ่งมาติดต่อกับทางกระทรวงว่ามีปุิย ราคาถูกที่อยู่ในสต็อกบ้าง มีปุิยราคาถูกที่จะติดต่อให้ได้บ้าง ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็ พยายามติดต่อโดยมอบหมายให้ทางกรมวิชาการเกษตรและคณะกรรมการปุิยของ กระทรวงได้พยายามติดต่อ แต่เนื่องจากเรามีบทเรียนครับว่าการจะซื้อปุิยต้องไปดูปุิยให้ ได้ก่อน และที่สําคัญการซื้อปุิยโดยส่งผ่านตัวแทนหรือที่เขาเรียกกันว่าเอเย่นต์ (Agent) มันจําเปึนต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทแม่ว่าสามารถที่จะส่งปุิยให้กับบริษัทตัวแทน ของเขาคือเอเย่นต์ เราจึงจะติดต่อซื้อขาย แล้วก็การติดต่อซื้อขายเราก็มีบทเรียนมาแล้ว ว่าการเป่ดแอลซี (L/C) มันก็จะเปึนอันตรายกับพวกเรา ถ้าหากว่าบริษัทแม่เกิดไม่ยินยอม หรือไปเจอบริษัทที่ไม่มีความซื่อตรง มันก็จะทําให้เราถูกจํากัดด้วยเงินที่บล็อก (Block) อยู่กับแอลซี ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องพยายามใช้ความละเอียดและใช้ความ รอบคอบพิจารณาดําเนินการ มันก็ทําให้การดําเนินการมันไม่เปึนไปตามเปัาประสงค์ ด้วยเหตุด้วยผล แต่ก็กราบเรียนครับว่าเราก็ไม่ได้ย่อท้อในขณะนี้ก็พยายามติดต่อกับอีก ๒ – ๓ ประเทศ ซึ่งแนวโน้มในระยะหลังน้ํามันเริ่มปรับตัว ราคาเริ่มอ่อนตัวลงก็มีหลาย ประเทศที่เริ่มมีการติดต่อเข้ามา ก็ได้มอบหมายให้ทางกรมวิชาการเกษตรกําลังไปดูแลอยู่ ก็คาดว่าเราคงจะได้คําตอบในจํานวนที่เงินเรามีอยู่ แล้วก็เปึนการซื้อในระหว่างที่รัฐในการที่จะสนับสนุนต่อรัฐมาได้จํานวนหนึ่ง ผมรู้ อีกเหมือนกันครับ เงิน ๓๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าจะซื้อปุิยนี้ปัญหาตามมาแน่ กระทรวง เกษตรฯ ก็ต้องเตรียมตั้งรับ เพราะเงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาทถ้าจะซื้อปุิยในราคาปัจจุบันนี้ อย่างเก่งก็ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ตัน ๒๐,๐๐๐ ตันกับความต้องการพี่น้องเกษตรกรป้หนึ่ง ประมาณ ๔ – ๔.๕ ล้านตัน เราจะทําอย่างไรครับ ผมก็ยังคิดไม่ตกอยู่เหมือนกันว่าจะไป แบ่งกันอย่างไร เกษตรกรคนหนึ่ง รายหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งจะได้ปุิยสักตันหนึ่งหรือเปล่า จะได้ปุิยสักครึ่งตันหรือเปล่า นั่นก็เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องคิด หาทางออกด้วยการมาสนับสนุนอย่างที่เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้บอกไว้ คือแนวทาง ของเกษตรอินทรีย์เปึนทางเลือก เปึนทางรอดที่สําคัญครับ ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงพยายามในการที่จะสนับสนุนรื้อฟุ๋นเรื่องโครงการปุิยอินทรีย์เอากลับมาอีกครั้งหนึ่ง ได้มีการจัดฝ๊กอบรมให้กับโรงปุิยที่มีอยู่แล้วโดยผ่านงบ ซีอีโอ (CEO) ในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็มารื้อฟุ๋นพร้อมทั้งมาฝ๊กอบรม พร้อมทั้งมาเพิ่มเติมประสิทธิภาพให้กับโรงงานปุิยที่มี อยู่แล้ว เพื่อที่ตั้งใจจะให้ปุิยอินทรีย์ที่มีอยู่แล้วนี้เอากลับมาผลิต เราก็จะดูแลในเรื่องของ คุณภาพ เราก็จะดูแลในเรื่องของมาตรฐาน ก็จะดูแลในเรื่องของปริมาณผลผลิตเพื่อให้ เพียงพอ ก็ต้องกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกว่า ปุิยอินทรีย์ปัจจุบันอย่างเดียวมันคงไม่ได้ มัน คงต้องใช้ควบคู่กันไปกับปุิยเคมีด้วย ดังที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบกัน ทางกระทรวง เกษตรฯ ก็ได้พยายามรณรงค์ ได้พยายามในการที่จะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับรู้ถึง การใช้ปุิยผสมผสานระหว่างปุิยอินทรีย์กับปุิยเคมี โดยพยายามปรับลดปุิยเคมีให้เหลือ สัดส่วนที่น้อยและใช้ปุิยอินทรีย์ให้มากเพื่อปรับลดต้นทุน แล้วก็เพื่อที่ต้องการอยากจะให้ ระบบนิเวศวิทยา ต้องการอยากจะให้ระบบสิ่งแวดล้อมนั้นไม่เสียหายมากเกินไป ทาง กระทรวงเกษตรฯ ก็กําลังดําเนินการอยู่ แล้วก็ต้องกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกอีกครับว่า สําหรับเรื่องของโครงการปุิยแห่งชาติ ในวันนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็กําลังคิดนะครับว่า เรากําลังจะรื้อฟุ๋นเรื่องการตั้งโรงงานปุิยยูเรีย และเหมืองโปแตสที่อีสาน ซึ่งในขณะนี้เรา กําลังจัดทําแผนร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม ปตท. แล้วก็ บริษัทปุิยแห่งชาติ กําลังศึกษาซึ่งจะเสร็จ ขอประทานโทษครับ ได้แจ้งมาว่าได้พิจารณา เสร็จเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ก็กําลังจะสรุปผลการศึกษานั้น แล้วก็ในขณะนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้แนะนําในเรื่องของการที่จะซื้อโรงงานปุิยแห่งชาตินี้เอากลับมา ซึ่งก็ กําลังขออํานาจศาล โดยเสนอใช้งบประมาณ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมา รื้อฟุ๋นโครงการปุิยแห่งชาตินี้เอากลับมา หลังจากที่ได้ศึกษาในรายละเอียดให้ครบถ้วน หมดแล้ว ทั้งหมดคิดว่าจะเปึนแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในเรื่องของปุิย ซึ่งทั้ง ปุิยอินทรีย์แล้วก็ปุิยเคมี มันคงจะต้องใช้ควบคู่กัน เราก็พยายามในการที่จะเสนอแนวทาง และที่สําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิก นั่นก็คือเราใช้กําลังของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดินก็ดี โดยกรมวิชาการเกษตรก็ดี ได้พยายามในการ ที่จะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้นําดินในพื้นที่การเกษตรของตัวเองนี้ ส่งมาให้ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้พิจารณาว่า ดินของท่านเปึนดินประเภทไหน ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ขาดสารอาหารตัวไหน มีสารอาหารตัวไหน เราก็จะให้คําแนะนําเพื่อที่ต้องการ อยากจะปรับลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ใช้ปุิยได้ถูกคุณค่า รวมทั้งการรณรงค์ ในการที่จะใช้สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกรณีไถกลบตอซัง หรือไม่ว่าจะ เปึนเรื่องของการใช้ธรรมชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาธรรมชาติด้วยกันเอง ทั้งหมดนั้นเปึนสิ่งที่ ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้พยายามทั้งรณรงค์ แล้วก็ทั้งออกปฏิบัติ ทั้งจัดแปลงสาธิต เพื่อให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจว่าแนวทางที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้ทํานั้นเกิดผล ใช้ปุิยเคมีน้อยลง ใช้ปุิยอินทรีย์ให้มากขึ้น แล้วก็ใช้สิ่งที่มีอยู่ภายในบ้านของเราเองนี่ ล่ะครับ มาใช้ดําเนินการทําการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษา ราคาให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ต้องไปแบกรับต่อปัญหาต้นทุนการผลิตสูง นี่คือสิ่งที่ทาง กระทรวงเกษตรฯ ได้ดําเนินการอยู่ขณะนี้ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งถือได้ว่าท่านเปึนรัฐมนตรีที่ให้ความสําคัญกับการมารับฟัง ความคิดเห็นและข้อแนะนําของบรรดาสมาชิกเปึนประจําอยู่แล้วนะครับ ขอขอบพระคุณ มากครับ ท่านสมาชิกครับ เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบรายงานผลการดําเนินการ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องปัญหาราคาปุิยแพงเรียบร้อยแล้วครับ

ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มีนะครับ

ก่อนจะเข้าวาระต่อไปผมขอประชาสัมพันธ์งานของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้ราษฎรสักนิดหน่อยครับ บรรดาสมาชิกจะเห็นว่าขณะนี้บริเวณชั้นล่างของอาคาร รัฐสภาแห่งนี้ ได้มีการจัดนิทรรศการสัปดาห์องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจริง ๆ แล้วจัดเสร็จไปตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ผมเอง หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการของเจ้าหน้าที่ของเรา เห็นว่าเปึนการจัด นิทรรศการที่ถือได้ว่าดีมาก ก็อยากจะให้บรรดานักเรียน นักศึกษา และบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม จึงได้ขอท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรขอยืดมาอีก ๑ อาทิตย์นะครับ ท่านก็จะได้รู้ว่าการที่เรา ออกพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่ของเราเขาได้ช่วยในการดําเนินการ อย่างไรบ้าง การดําเนินการของสํานักกฎหมาย สํานักวิชาการเตรียมข้อมูลสําหรับ ท่านสมาชิกในการอภิปราย สํานักการประชุม สํานักรายงานการประชุมและชวเลข และ สํานักสารสนเทศ ได้ดําเนินการอะไรบ้าง นอกจากนั้นก็จะได้รับทราบว่าแท้ที่จริงแล้ว สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นมีงานมากมายนะครับ ก็ขอความกรุณาไปเยี่ยมชมด้วยครับ เพื่อให้กําลังใจเจ้าหน้าที่ของเรา

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างพิจารณาเสร็จแล้ว

ท่านสมาชิกครับ เมื่อวานผมได้หารือต่อที่ประชุม ฟังเสียงจากสมาชิกของ ที่ประชุมนะครับ อยากจะให้พิจารณาทีละวาระไปนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนถาม ทุกท่านครับ ไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอื่น ผมก็จะขอให้พิจารณาเปึนวาระ ๆ ไปนะครับตามปกติ ขอเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างเข้าประจําที่ด้วยครับ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ปกติไม่ต้องกดออดครับ แต่นี่คณะกรรมาธิการยังมาไม่ถึง อาจจะติดประชุม คณะกรรมาธิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ หรือกรรมาธิการคณะอื่น ๆ ครับ ขอเรียนเชิญคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมเข้าห้องประชุมได้แล้วครับ เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญ ท่านนายแพทย์ประสงค์ เชิญครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ 🔗

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่ ๑ ครั้งที่ ๑๗ สมัยสามัญทั่วไป วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑ ได้มีมติตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ จํานวน ๓๖ คน เพื่อพิจารณายกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... โดยกําหนดการพิจารณายกร่างในเสร็จภายใน ๖๐ วัน และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ได้ขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๖๐ วัน ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๓ ป้ที่๑ครั้งที่ ๒๕ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ได้มีมติให้ ขยายเวลาออกไปอีก ๖๐ วันนั้น บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดําเนินการแล้ว ปรากฏผลดังนี้

๑. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติเลือกตั้ง

๑. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เปึนประธานคณะกรรมาธิการ

๒. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ

คนที่หนึ่ง

๓. ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ

คนที่สอง

๔. นายอัศวิน วิภูศิริ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ

คนที่สาม

๕. นางบุญรื่น ศรีธเรศ เปึนรองประธานคณะกรรมาธิการ

คนที่สี่

๖. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย เปึนเลขานุการคณะกรรมาธิการ

๗. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ

คนที่หนึ่ง

๘. นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ เปึนผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ

คนที่สอง

๙. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ

๑๐. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ เปึนโฆษกคณะกรรมาธิการ

๒. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีมติตั้งนางภิรมย์ เจริญรุ่ง นิติกร ๗ ว. สํานักกรรมาธิการ ๓ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่เปึนผู้ช่วยเลขานุการ ในคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๑๒๒

๓. ผู้ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เชิญมาชี้แจงแสดงความคิดเห็นคือ

สํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

๑. นายอิสรพัฒน์ นบศิริชื่นสงวน เจ้าหน้าที่สอบสวน ผู้เชี่ยวชาญ

๒. นายกมลธรรม วาสบุญมา ผู้อํานวยการสํานักส่งเสริม

มาตรฐานจริยธรรม

สถาบันพระปกเกล้า

รองศาตราจารย์ไชยวัฒน์ ค้ําชู ผู้อํานวยการวิทยาลัยการเมือง

การปกครอง

สํานักงานคณะกรรมกากรพัฒนาระบบราชการ

นางปานจิต จินดากุล ผู้อํานวยการกลุ่มบริหารการ

เปลี่ยนแปลง ๒ สํานักบริหาร

การเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรม

สํานักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

นางรัชนิศ เกียรติภิญโญ เจ้าพนักงานปัองกันการทุจริต ๙

สํานักจริยธรรมและคุณธรรม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รองศาตราจารย์นิยม รัฐอมฤต ที่ปรึกษาอธิการบดี สํานักงาน

อธิการบดี

๔. ผลการพิจารณา

คณะกรรมาธิการวิสามัญได้กําหนดแนวทางในการพิจารณายกร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... โดยได้นําเอกสารต่อไปนี้เปึนแนวมาประกอบการพิจารณาคือ

(๑) ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒) ประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๕

(๓) ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติ แห่งชาติ และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๔) ประมวลจริยธรรมอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๓

(๕) ประมวลจริยธรรมของข้าราชการอัยการ พ.ศ. ๒๕๔๕

(๖) ประมวลจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรมและลูกจ้าง พ.ศ. ๒๕๔๗

(๗) ข้อบังคับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าด้วยประมวล จริยธรรมของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙

(๘) ข้อบังคับ ก.พ. ว่าด้วยจรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๗

(๙) ระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาว่าด้วยคุณธรรมและจริยธรรม ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาและพนักงาน พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๐) ระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๘

(๑๑) ระเบียบคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการไต่สวน พ.ศ. ๒๕๔๗

(๑๒) มาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการและลูกจ้าง ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๐

ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติที่แตกต่างจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยมี บทบัญญัติในหมวด ๑๓ เกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงได้ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบัน

๕. ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ

คณะกรรมาธิการได้พิจารณายกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จแล้ว และพิจารณาเห็นว่า มีประเด็นและมีปัญหาทางปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการสอบสวน รวมทั้งการ มิได้นําประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการไปใช้บังคับ อย่างเคร่งครัด จึงเสนอเปึนข้อสังเกตเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเปึนแนวทาง ในการปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการ พ.ศ. .... ดังนี้

ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดทําระเบียบวิธีพิจารณาและการสอบสวนของ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับนี้ ควรนําหลักการของระเบียบ คณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการไต่สวน พ.ศ. ๒๕๔๗ มาเปึนแนวทางในการจัดทํา ซึ่งจะส่งผลให้ระเบียบ วิธีพิจารณาดังกล่าวข้างต้นมีกระบวนการพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน มีน้ําหนัก และน่าเชื่อถือ

ท่านประธานที่เคารพครับ บัดนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ยกร่าง ข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมายังที่ประชุมสภาเพื่อพิจารณาต่อไปครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายซักถามหรือให้ข้อแนะนําครับ ท่านดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชนครับ ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ฉบับนี้ เห็นว่าเปึนข้อบังคับที่ดีมากนะครับ ผมเพียงแต่มีข้อคิดเห็นที่อยากจะ เรียนถามอย่างนี้ครับว่า อย่างกรณีข้อที่ ๑๐ ได้พูดถึงสมาชิกและกรรมาธิการจะต้องมี อุดมการณ์ในการทํางานเพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความรับผิดชอบซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ ผมอยากจะเรียนถามอย่างนี้ครับว่า ถ้าหาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่ในที่ประชุม ในการพิจารณากฎหมายที่มีความสําคัญ ต่อประเทศชาติ เช่น กฎหมายงบประมาณแผ่นดิน ปรากฏว่าเพื่อนสมาชิกแทนที่จะอยู่ ในห้องประชุมกลับไปประท้วงอยู่บนท้องถนน ไม่ใช้สิทธิตัวเองในการที่จะยกมือผ่าน ร่างกฎหมายที่มีความสําคัญอย่างนี้ จะถามว่าสมาชิกท่านนั้นมีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละเพื่อประเทศชาติหรือไม่ ตามข้อที่ ๑๐ นะครับ เดี๋ยวท่านค่อยตอบทีเดียว ครับท่านประธานกรรมาธิการ

ข้อที่ ๑๒ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของรัฐสภา และไม่กระทําการใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติ และรัฐสภา มันก็มีอย่างนี้อีกครับว่ามีสมาชิกออกไปบนเวทีปราศรัยแล้วก็ด่าสภาแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็เปึนสมาชิก แบบนี้ถือว่าผิดข้อบังคับหรือไม่นะครับ

ข้อที่ ๑๕ สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเปึนแบบอย่างที่ดีในการรู้รัก สามัคคี ก็อีกล่ะครับถ้าหากสมาชิกออกไปอภิปรายข้างถนนหรือบนถนน สร้างความ แตกแยกในสังคม แบบนี้ถือว่าทําผิดข้อ ๑๕ หรือไม่ครับ

ข้อ ๑๖ ครับท่าน สมาชิกและกรรมาธิการจักต้องเคารพสิทธิเสรีภาพ ส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ มีลักษณะเปึนการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย เสียดสีหรือใส่ร้ายปัายสีบุคคลใด โดยไม่มีพยานหลักฐาน หรือนําเอาเรื่องที่เปึนเท็จอภิปรายแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรหรือ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการหรือที่อื่นใด ก็อีกล่ะครับท่านประธาน หากมีสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไปปราศรัยนอกเวที ตามท้องถนนและกล่าวหา ใช้คําพูดหยาบคาย เสียดสี หมิ่นประมาทผู้อื่น แบบนี้ถือว่าผิดข้อบังคับหรือไม่ ตัวอย่าง ๔ อันนี้นะครับ ผมมีหลักฐานค่อนข้างที่จะชัดเจนว่ามีเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้มีพฤติกรรมเช่นนี้ ผมอยากเห็นข้อบังคับนี้มีผลครับ ผมเห็นด้วยกับข้อบังคับฉบับนี้ อยากจะให้รีบ ประกาศใช้เร็ว ๆ อยากจะให้ผ่าน ๓ วาระรวดด้วยซ้ํานะครับ เพราะฉะนั้นผมอยาก จะฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการว่า ท่านลองดูว่า ๔ ข้อนี้ ผิดหรือไม่นะครับ ผมพร้อมที่จะยื่นหลักฐานทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเปึนเบื้องต้นก่อนว่า กระผม เห็นด้วยแล้วก็สนับสนุนที่จะให้มีร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการเปึนอย่างยิ่ง เพราะเปึนเรื่องจําเปึนที่จะต้อง มีไว้สําหรับการกํากับจริยธรรม การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ แต่มีประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะสอบถามท่านประธานเพื่อ ความชัดเจนที่มีความประสงค์ต้องการให้ร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมฉบับนี้ เมื่อผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว สามารถที่จะนําไปบังคับใช้โดยไม่มี ข้อท้วงติงในอนาคตกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการอย่างแท้จริง ที่ผมต้อง ขออนุญาตที่จะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาก็เพราะเหตุว่า ผมเกรงว่าการนําข้อบังคับว่าด้วย จริยธรรมขึ้นมาพิจารณาในสมัยประชุมนิติบัญญัตินั้น เกรงว่าอาจจะมีปัญหาความชอบ โดยรัฐธรรมนูญ ที่เปึนเช่นนั้นก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ระบุไว้ชัดเจนครับว่า ในสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ ซึ่งหมายถึงสมัยประชุมนี้ ให้รัฐสภาดําเนินการประชุม ได้เฉพาะกรณีที่บัญญัติไว้ในหมวด ๒ หมายถึงหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์หรือการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การอนุมัติพระราชกําหนด การให้ความเห็นชอบในการประกาศสงคราม การรับฟัง คําชี้แจง และการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญา การเลือกหรือการให้ความเห็นชอบ ให้บุคคลดํารงตําแหน่ง การถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง การตั้งกระทู้ถาม และการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เว้นแต่รัฐสภาจะมีมติให้พิจารณาเรื่องอื่นใดด้วยคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เพราะฉะนั้น ในประเด็นนี้ผมไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถที่จะพิจารณาในกรณีเรื่องร่างข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการได้หรือไม่ และจะเปึนเรื่องที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญได้หรือไม่นะครับ ประเด็นนี้ก็คือประเด็นที่ขอ อนุญาตที่จะสอบถามท่านประธานที่เคารพเพื่อความชัดเจน พวกเราก็จะได้สบายใจกัน ไปว่าเราจะได้ปฏิบัติให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญและประมวลจริยธรรมว่าด้วยข้อบังคับ ฉบับนี้ก็จะได้มีผลในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง เพื่อความชัดเจนครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เสียงใครครับ ได้ยินแต่เสียง ไม่เห็นชื่อเลย เมื่อกี้ได้ยินเสียงเรียกท่านประธาน ใครครับ ไม่มีนะครับ ผมขออนุญาตเรียนคุณจุรินทร์อย่างนี้ครับว่า ในทางส่วนตัวก็เห็นด้วยครับ ที่ท่านจุรินทร์ได้อภิปรายไปเมื่อกี้นะครับ เพราะว่าการเป่ดสภาสมัยสามัญนี้เปึนสมัย นิติบัญญัติ แต่อย่างไรก็ตามสํานักงานเลขาธิการได้บรรจุระเบียบวาระนี้ขึ้นมา ผมพิจารณาเห็นอย่างนี้ครับว่าในการที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหรือเนื้อหา ในที่ประชุมแห่งนี้นั้น สภาของเราสามารถมีมติรับรองการประชุมนั้น ๆ ได้นะครับ ถ้าหากว่าเปึนมติของเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม เพราะฉะนั้นท่านรองฯ สมศักดิ์ท่านจึงได้ บรรจุวาระไว้ตั้งแต่ท่านยังดํารงตําแหน่งนี้อยู่ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ท่านรองฯ สมศักดิ์ บรรจุเข้าไป แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าน่าจะต้องฟังความคิดเห็นจากพวกเราอีกนะครับว่า แต่ละท่านจะเห็นอย่างไร ถ้าหากว่ามั่นใจว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือขัดข้อบังคับการประชุม สภาของเรานั้นก็จะต้องพิจารณาเป่ดสมัยวิสามัญขึ้นมารองรับ ซึ่งก็เปึนการผิดธรรมเนียม ประเพณีเหมือนกัน เราก็จะต้องช่วยกันหาทางออกนะครับ เชิญท่านประธานกรรมาธิการ ครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ต่อคําถามว่าจะผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่นี่นะครับ ตามที่ท่านผู้มีเกียรติ ได้เสนอมาว่ามันมีกฎหมายหลายอย่างที่เสนอในสมัยนี้ได้ เช่น พระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญ แต่มันมีข้อหนึ่งว่า หรือเรื่องสิ่งอื่นใดที่รัฐสภานี่พิจารณาให้ได้ ในเรื่องนี้มันก็ คล้าย ๆ กฎหมายเหมือนกัน ข้อบังคับนี้ถ้าเพื่อความแน่นอนถ้าทั้งสภาเห็นว่าน่าจะ พิจารณาในที่นี้ ก็เปึนมติของสภาที่น่าจะรับได้ครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณเชน เทือกสุบรรณ ครับ

นายเชน เทือกสุบรรณ สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่จริงผมอยากให้ร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมได้ผ่านสภาโดยเร็วเหมือนกัน แต่ว่า ในกรณีที่สภาจะพิจารณาตามมาตรา ๑๒๗ นะครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๒๗ ระบุไว้ชัดเจนว่าเปึนอํานาจของรัฐสภา หมายถึงท่านประธานต้องเรียกประชุมร่วมของ ๒ สภา ซึ่งสภาแห่งนี้จะวินิจฉัยโดยส่วนตนไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจที่คุณเชนพูดนะครับว่าเปึนอํานาจของรัฐสภา แต่บังเอิญเรื่องที่เราบรรจุนั้นเปึนเรื่อง เฉพาะของสภาผู้แทนราษฎร ทําให้เกิดปัญหาอิหลักอิเหลื่อในการตีความนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องกิจการของสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพราะฉะนั้นไม่สมควรที่จะต้องไปขอมติจากรัฐสภา แต่ก็ต้องฟังเสียงท่านอื่นจะเห็นด้วย หรือไม่นะครับ เชิญอาจารย์วีระครับ

นายวีระ รักความสุข แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผมดีใจมากนะครับที่เรื่องนี้ได้เข้า สู่สภา คือโดยความเปึนจริงนะครับ ผมอยากจะกราบเรียน ผมยังไม่ได้แนะนําครับ ผมอยู่ พรรคพลังประชาชนก็นาน เมื่อเข้ามานั่งในสภาแห่งนี้จะเปึนไปได้ไหมว่าทุกคนเปึน ตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ จริงอยู่อาจจะสังกัดพรรค ก พรรค ข พรรค ง ก็แล้วแต่ แต่ขอให้ถือว่าเราเปึนคนของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อเปึนคนของคนไทยทั้งประเทศนี่เราก็ ควรจะช่วยกันส่งเสริมแนวที่จะช่วยให้คนไทยอยู่กันอย่างมีความสุข ความสุขที่แท้จริงของ คนไทยทั้งประเทศนั้นอยู่ที่มีคุณธรรมเปึนพื้นฐาน แล้วก็มีวิชาการเปึนหลัก แล้วก็ตระหนัก ในเรื่องภาระหน้าที่ ใครทําหน้าที่อะไรก็ทําให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมเห็นเรื่องของ จริยธรรมเข้ามานี่แหละครับผมมีความสุขมาก สุขว่าบ้านเมืองเราคงจะไปรอดคราวนี้ แม้จะทะเลาะเบาะแว้งกันก็เปึนเรื่องธรรมดา แต่ว่าถ้าไม่ทะเลาะกันเลยก็จะดีอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราโชคดีที่สุดในโลกนี้ที่เรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปึนที่ พึ่งของพวกเรา คืออยากให้ทุกคนถ้ารักกษัตริย์ ขอให้ภักดีเปึนที่ตั้ง รักกษัตริย์ต้อง เชื่อฟังคําสั่งสอน รักกษัตริย์ขอให้รักชาติ รักราษฎร รักกษัตริย์ขอให้สังวรเรื่องความดี อยู่ที่ความดี ถ้าไปสังวรแตกสามัคคีกันไม่รักท่านจริง เพราะฉะนั้นความจริงขอให้แสดงออกมา ในลักษณะความเปึนคน กราบขออภัยที่ผมต้องพูดอย่างนี้ เพราะว่าจริยธรรมเน้นเรื่อง ความเปึนคน ความเปึนคนนั้นก็อยู่ที่

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอความกรุณาท่านอาจารย์ครับ เรากําลังพูดถึงว่าประเด็นที่จะนําเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา ในสมัยประชุมนี้ได้หรือไม่ ขอให้ตรงประเด็นด้วยสักนิดเถอะครับ

นายวีระ รักความสุข แบบสัดส่วน

ขอบคุณมากครับ คือผมอยากจะให้ ทุกคนนึกถึงความเปึนคนก่อนจะจบนะครับ ผมจะจบแล้ว ขอให้คิดพึ่งความดี น หนู ก็นึกถึงหน้าที่ของตน รับรองว่าเรื่องนี้เกิดผลแน่นอน ผมก็ขอจบแค่นี้ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านอื่นให้ความคิดเห็นไหมครับ คุณจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ความจริงมาตรา ๑๒๗ ก็ระบุไว้ชัดเจนตามสมควรว่าในสมัยประชุม สามัญนิติบัญญัติจะสามารถที่จะพิจารณาอะไรได้บ้าง ซึ่งในจํานวนนี้ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญอันนี้ทําได้ หรือร่างพระราชบัญญัติการอนุมัติพระราชกําหนด อันนี้ทําได้ หรือว่าการให้ความ เห็นชอบในการประกาศสงคราม อันนี้ทําได้ การให้ความเห็นชอบให้บุคคลดํารงตําแหน่ง ทําได้ การถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง ทําได้ การตั้งกระทู้ถามหรือการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ทําได้ แต่ถ้าสมมุติว่าเปึนเรื่องนอกเหนือจากนี้ รัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่า เว้นแต่รัฐสภาจะมีมติให้พิจารณาเรื่องอื่นใด หมายความว่าถ้าจะทํานอกเหนือจากเรื่อง ที่ระบุไว้ การที่จะพิจารณาได้นั้น รัฐสภาจะต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เพราะฉะนั้นแปลว่าจะต้องได้ผ่าน ที่ประชุมรัฐสภาขอความเห็นชอบก่อน จึงจะพิจารณาเรื่องเหล่านี้ได้ ที่นอกเหนือจาก บัญญัติไว้ รวมทั้งร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ ส.ส. และกรรมาธิการ ผมคิดว่าถ้าเราทําอะไรให้มันถูกขั้นตอนโดยสิ้นกระแสข้อสงสัย มันก็จะช่วยให้ ร่างข้อบังคับฉบับนี้สามารถบังคับใช้ในอนาคตได้โดยไม่มีข้อท้วงติง มันจะเปึนประโยชน์ ยิ่งกว่าครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าฟังจากที่ทั้งคุณเชน และคุณจุรินทร์ได้เรียนต่อที่ประชุมไปเมื่อกี้นี้ ก็เห็นชัดเจนว่า จริง ๆ เจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญต้องการจะให้สมัยประชุมสามัญนิติบัญญัตินั้น พิจารณาเฉพาะเรื่องกฎหมายเท่านั้น ซึ่งแต่เดิมไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติในการร่าง ข้อบังคับว่าด้วยการประมวลจริยธรรม ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในสมัยแรกที่เป่ดประชุมสภา แต่ครั้งนี้เปึนเรื่องพิเศษที่ค้างคามาจากสมัยประชุมที่ผ่านมา ท่านประธานและผมเอง ก็เห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญและจําเปึนที่จะต้องเร่งประมวลจริยธรรมขึ้นมา เพื่อเปึนกรอบ ในการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้กับบรรดาสมาชิกทุกท่าน แต่อย่างไรก็ตามหลังจาก ที่ฟังแล้ว มันตีได้ ๒ ประการ ประการแรก คือบอกว่าต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งอันนี้ผมตีว่าน่าจะเปึนกิจการโดยรวมของรัฐสภา แต่อย่างไรก็ตามเรื่องประมวล จริยธรรมเปึนเรื่องเฉพาะภายในของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ถ้าหากว่าจะไปขอ เป่ดประชุมรัฐสภา มันก็จะเปึนการอิหลักอิเหลื่ออยู่เหมือนกัน เพราะว่าเปึนเรื่องของ สภาผู้แทนราษฎรแต่เราไปขออนุมัติขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ถ้าหากว่าจะตีความ ให้ตรงตามตัวอักษร ก็จะต้องปฏิบัติตามที่ท่านจุรินทร์ได้เรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ เพราะฉะนั้นผมต้องขอหารือกับวิปรัฐบาลกับวิปฝ์ายค้านว่าเราจะหาทางออกอย่างไร ที่มั่นใจว่าจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ถ้าหากว่ายังไม่มีทางออก เราก็จะต้องพักการอภิปราย แล้วไปอนุมัติขอความเห็นชอบจากรัฐสภาเปึนกรณีพิเศษ คือโดยไม่ต้องเข้าไปอภิปรายในสภาครับ เพียงแต่ขออนุมัติที่ประชุมของรัฐสภาว่า เพื่อปัองกันปัญหาการขัดรัฐธรรมนูญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความจําเปึนจะต้อง เร่งรัดข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมขึ้นมาควบคุมความประพฤติของเรา ก็เปึน ทางออกหนึ่งซึ่งจะทําให้การร่างข้อบังคับของเราเสร็จช้าลงไปอีกสักนิดหน่อย ก็คง ไม่เปึนไรครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าประมวลจริยธรรมนี่นะครับ ถ้าตามรัฐธรรมนูญ จะต้องเสร็จภายในวันที่ ๒๓ สิงหาคม เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าจะต้อง ๑ ป้หลังจาก รัฐธรรมนูญได้ประกาศ ๒๕๕๐ ก็อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าช่วยกัน หาวิธีการจะทําอย่างไร เพราะถ้ามันผ่านไปไม่ทันก็เหมือนกับผิดรัฐธรรมนูญเหมือนกัน

ประการที่ ๒ ในเรื่องการประชุมในระยะที่เรียกว่าพิจารณาทางนิติบัญญัติ ก็มีอยู่ข้อหนึ่งว่า พิจารณาเพื่อถอดถอนตําแหน่ง ซึ่งผมคิดว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ ประมวลจริยธรรมนี่นะครับก็คงจะมีลักษณะว่ามันอ่อนมันแก่ไม่เท่ากัน จึงอยากจะ กราบเรียนวิงวอนท่านสมาชิกว่า ถ้ามีทางเปึนไปได้ว่าถ้าการประชุมของสองสภาคงจะ ช้าครับ แล้วก็เรื่องซึ่งมันก็เกี่ยวกับสภาเดียวของเราเท่านั้นคือสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่ได้ เกี่ยวกับวุฒิสภาเลยนะครับ ผมจึงกราบเรียนที่ประชุมแห่งนี้ว่า กราบเรียนวิงวอนว่า หาทางออกอย่างไรให้มันได้ทั้ง ๒ ข้อล่ะครับ คือมีออกมาแล้วก็ไม่ผิดพลาดอย่าง ใหญ่หลวงนะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านรองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้มาชี้แจงกับผมนะครับว่า ประเพณีปฏิบัติแบบนี้เคยเกิดขึ้นในป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ครับ คือการประชุมข้อบังคับ เรื่องประมวลจริยธรรม ผมก็เรียนถามท่านว่าแล้วมีหลักการกฎหมายรองรับข้อไหน ที่ทําให้ปฏิบัติได้ ท่านก็บอกผมว่ายังไม่มีข้อทักท้วงนะครับ ในฐานะที่เปึนประธาน ที่ประชุมผมอยากจะให้เราทําด้วยหลักการนะครับ ไม่ใช่ว่าประพฤติปฏิบัติไปทําตาม กันไป เดี๋ยวไม่มีหลักการรองรับ เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตพักการประชุมแล้วให้วิป ฝ์ายรัฐบาล วิปฝ์ายค้านไปหาทางออกร่วมกันครับ ขอใช้เวลาสักไม่เกิน ๑๕ นาที ขอพัก การประชุมก่อนครับ

พักการประชุมเวลา ๑๔.๓๘ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๔.๔๗ นาฬิกา

ขออนุญาตประชุมต่อนะครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรม เข้าห้องประชุมได้แล้วครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านจะหารือหรือว่า อย่างไรครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านจะหารือเกี่ยวกับเรื่องการประชุมครั้งนี้ด้วยใช่ไหมครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เกี่ยวกับเรื่องว่าจะประชุมต่อหรือไม่ประชุมหรือเปล่าครับ หรือเนื้อหาของประมวล จริยธรรมครับ เนื้อหาของประมวลจริยธรรมอย่างนั้นต้องรอสักนิดก่อนครับ ท่านสมาชิก ครับ จากการหารือระหว่างวิปรัฐบาล วิปฝ์ายค้านและตัวผมเองนั้นเราเห็นว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ นั้นระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า ในสมัยประชุมนิติบัญญัตินั้น จะพิจารณาอะไรได้บ้าง ก็เห็นว่าการพิจารณาข้อบังคับประมวลจริยธรรมจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาเสียก่อน เห็นพ้องต้องกันนะครับ จึงขอความร่วมมือจาก ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างได้กรุณาถอนร่างนี้ออกไป แล้วสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเสนอท่านประธานรัฐสภาให้นัดประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบในเรื่องนี้ต่อไปนะครับ ท่านนายแพทย์ชลน่านเรื่องนี้ใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน กระผมเห็นด้วย อย่างยิ่งนะครับกับมติของที่ประชุมที่ท่านประธานได้กรุณาสรุปไป เกี่ยวกับการนําเสนอ เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเข้าสู่วาระของการพิจารณา โดยแท้ที่จริงแล้วเมื่อวานที่มีการนําเข้าสู่วาระการพิจารณา กระผมเองมีความประสงค์ อย่างยิ่งที่จะเรียนถาม แต่ติดขัดที่ท่านประธานได้อ่านระเบียบวาระเข้าไปแล้ว ก็เลยขาด โอกาสนั้นไป แต่เห็นด้วยครับว่าควรจะทําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนจะที่ ท่านประธานจะสรุป ก่อนที่ท่านประธานจะถอนร่าง ผมฝากประเด็นเปึนข้อสังเกต เล็กน้อยเท่านั้นเองครับ เพราะว่ามันเกี่ยวเนื่องกับรัฐธรรมนูญ ผมพยายามตรวจสอบใน เนื้อหาสาระ ซึ่งเราจะมีเวลาพิจารณาน้อยมากในวันที่ ๒๓ สิงหาคมนะครับฝาก ท่านประธาน ไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการยกร่างในข้อบังคับ ข้อที่ ๓ นะครับ ขออนุญาตนิดเดียวท่านประธานครับ เผื่อว่าถ้าท่านประธานยกร่างได้กรุณาแล้วผมคิดว่า การพิจารณาในการพิจารณาหลังจากที่มีมติเรียบร้อยแล้วน่าจะสะดวกขึ้น ผมติดใจ นิดเดียวครับ ในกรรมาธิการนะครับ ในข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้ กรรมาธิการ หมายถึง กรรมาธิการสามัญ และกรรมาธิการวิสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรตั้งขึ้น และหมายความ รวมถึงบุคคลซึ่งคณะบุคคลที่กรรมาธิการแต่งตั้งขึ้นด้วย ท่านประธานครับ ถ้าไปดูตาม รัฐธรรมนูญแล้วนี่การเพิ่มข้อความตรงคําว่า และหมายความรวมถึงบุคคลหรือคณะ บุคคลที่คณะกรรมาธิการตั้งขึ้นด้วยนี่ ผมเกรงว่ามันจะขัดกับบทบัญญัติที่รัฐธรรมนูญได้ กําหนดไว้ เพราะว่าบุคคลที่คณะกรรมาธิการตั้งขึ้น ก็คือ ที่ปรึกษา เลขานุการ นักวิชาการ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ หรืออนุกรรมาธิการ ในส่วนอนุกรรมาธิการผมไม่แย้งครับ เพราะเปึน กรรมาธิการ แต่ว่าประเด็นที่เปึนบุคคลอื่น ๆ ผมอยากจะให้ท่านประธานรับไปว่า ลองไปดู รัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้แค่ ในมาตรา ๑๓๔ มีอํานาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับ ประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการเท่านั้นเองครับ ซึ่งฝากเปึนประเด็น ด้วยความขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมขอให้ข้อสังเกตไว้ด้วยนะครับ ความจริงเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่เคย เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ ก็เนื่องจากว่าบรรดาผู้ร่างกฎหมายท่านอื่น ท่านก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ข้อสังเกตกับ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลการใช้บังคับกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กรุณาไปแก้ไข ถ้อยคํามาตรา ๑๒๗ ให้ด้วยนะครับ ก็จะเปึนพระคุณต่อหน่วยงานสภาผู้แทนราษฎร ของเราเปึนอย่างยิ่ง ขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ส.ส. นครพนม ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการ สําหรับเรื่องที่ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ชลน่าน ศรีแก้ว ได้เสนอนั้น เรารับไว้แล้วนะครับ เพื่อไปพิจารณาต่อไป ส่วนที่ว่าเราจะพิจารณาในวันนี้นั้น ผมเห็นว่า เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เสนอขึ้นมา ฉะนั้นในเรื่องนี้กระผมขอถอนข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. .... ออกไปก่อนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ในเมื่อคณะกรรมาธิการขอถอน ก็เปึนอันจบการพิจารณาในวาระนี้นะครับ แล้วก็อย่างที่ เรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบ ผมจะต้องถามบรรดาสมาชิกนะครับว่า คณะกรรมาธิการ ขอถอนญัตติออกไป มีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่น เปึนอันว่าที่ประชุมแห่งนี้เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับประมวลจริยธรรมถอนญัตติออกไปนะครับ ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างด้วยครับ ต่อไปจะเปึนวาระร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าวิธีพิจารณา คุณสามารถ แก้วมีชัย ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชนครับ ระเบียบวาระต่อไปเราคงเปึนระเบียบวาระที่เราได้รับความเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อนนะครับคือลําดับที่ ๕.๒๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้นะครับท่านรัฐมนตรี ที่จะมาชี้แจงกําลังเดินทางนะครับ ท่านประสานมาว่าอีกไม่เกิน ๑๐ นาทีจะถึงนะครับ ฉะนั้นในช่วงนี้กระผมใคร่ขอเรียนเสนอท่านประธานพักการประชุมสัก ๕ นาทีนะครับ ท่านครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมเสียดายเวลาของสภาแห่งนี้นะครับ คงไม่ต้องพักการประชุมครับ อยากจะเป่ดโอกาส ให้หารือได้สัก ๒ – ๓ ท่าน เปึนการใช้เวลาอย่างเปึนประโยชน์นะครับ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ผมหารือท่านประธานก็เพราะว่าผมไม่อยากมีอะไรมากครับ แต่ผม อยากจะเรียนกับทางรัฐบาลว่าพฤติกรรมอย่างนี้ขอให้เปึนครั้งสุดท้ายนะครับ ให้เกียรติ สภาบ้างนะครับ เพราะว่าท่านไม่พร้อมจะชี้แจง ผมก็คิดว่าอย่าเสนอกฎหมายอย่างนี้ เข้ามา ถ้าเผื่อไม่พร้อมนะครับ ไม่ว่ากันเห็นเปึนครั้งแรก แต่ว่าขอให้เปึนครั้งสุดท้ายครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ตกลงท่านรัฐมนตรีเดินทางมาถึงพอดีครับ เริ่มพิจารณาต่อได้เลยครับ เลยยังไม่ต้อง ปวดหัว

ต่อไปเปึนการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน นะครับ เปึนเรื่องร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ฉบับที่..) พ.ศ.... คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอครับ

วันนี้คณะรัฐมนตรีได้ส่งท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ชูศักดิ์ ศิรินิล เปึนผู้มาแถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านรัฐมนตรีชูศักดิ์ ศิรินิล ครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีในนามของ คณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุญาตสภาแห่งนี้ที่จะนําเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง การดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะกล่าวว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้จัดทําขึ้นเพื่ออนุวัติการให้เปึนไปตามกฎบัตรอาเซียน ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ต่อมาผู้นําของไทยและประเทศ สมาชิกอื่น ๆ ของอาเซียนรวม ๑๐ ประเทศ ได้ร่วมกันลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๓ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยในโอกาส เดียวกันผู้นําประเทศสมาชิกอาเซียนได้ประกาศเปัาหมายร่วมกันที่จะให้สัตยาบันต่อ กฎบัตรโดยเร็วที่สุด เพื่อให้กฎบัตรมีผลบังคับใช้ แล้วจะได้จัดพิธีเฉลิมฉลองการมี ผลบังคับใช้ของกฎบัตรในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๔ ที่ประเทศไทยจะเปึน เจ้าภาพในระหว่างวันที่ ๑๕ ถึงวันที่ ๑๘ ธันวาคมศกนี้ ขณะนี้กฎบัตรยังไม่มีผลบังคับใช้ ในชั้นนี้ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศต่างก็ไปดําเนินการตามกระบวนการภายในของตน เพื่อที่จะให้สัตยาบันกฎบัตรให้ได้ในที่สุด และกฎบัตรจะมีผลบังคับใช้ ๓๐ วัน หลังจาก ประเทศสมาชิกได้ยื่นสัตยาบันสานต่อเลขาธิการอาเซียนครบทั้ง ๑๐ ประเทศแล้ว ในส่วน ของประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญหากความตกลงระหว่างประเทศใด กําหนดพันธกรณี ที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายภายในรองรับก็จะต้องมีการออกกฎหมายภายในเพื่อ อนุวัติการความตกลงนั้น ๆ ก่อนที่จะสามารถให้สัตยาบันได้ ในกรณีของกฎบัตรอาเซียน ได้กําหนดพันธกรณีที่ยังไม่มีกฎหมายภายในของไทยรองรับ ๒ เรื่อง คือการยอมรับ นิติฐานะของอาเซียน และการให้เอกสิทธิ์ และความคุ้มกันที่จําเปึนต่อการปฏิบัติหน้าที่แก่อาเซียน เลขาธิการอาเซียน เจ้าหน้าที่ ของสํานักงานเลขาธิการอาเซียน ผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิกอาเซียน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ สมาชิกอาเซียน ดังนั้นจึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัติเพื่ออนุวัติการกฎบัตรอาเซียน ก่อนที่จะสามารถให้สัตยาบันกฎบัตรได้ สาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอเสนอร่างพระราชบัญญัติอนุวัติการกฎบัตรอาเซียน ซึ่งมีชื่อ ว่า ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ขออนุญาตที่จะกล่าวเรียนว่าสาระสําคัญของร่างจะมีดังนี้

๑. ให้ยอมรับนับถือว่าอาเซียนเปึนองค์กรระหว่างประเทศในระดับรัฐบาล ที่เปึนนิติบุคคล ให้ถือว่ามีภูมิลําเนาในประเทศไทย

๒. ให้อาเซียนได้รับความคุ้มกันและเอกสิทธิ์ในประเทศที่จําเปึนเพื่อบรรลุ ความประสงค์ของอาเซียนตามกฎบัตร

๓. ให้เลขาธิการอาเซียนและพนักงานของสํานักงานเลขาธิการอาเซียน ที่เข้าร่วมในกิจกรรมอันเปึนทางการของอาเซียน หรือทําการแทนอาเซียนในประเทศไทย ได้รับความคุ้มกันและเอกสิทธิ์ที่จําเปึนในการปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยอิสระตามกฎบัตร

๔. ให้ผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิกประจําอาเซียนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ สมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมในกิจกรรมอันเปึนทางการของอาเซียน หรือทําการแทนอาเซียน ในประเทศไทย ได้รับความคุ้มกันและเอกสิทธิ์ที่จําเปึนในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร หรือตามกฎหมายว่าด้วยเอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต และ

๕.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าการ ออกพระราชบัญญัติเพื่ออนุวัติการองค์การระหว่างประเทศเพื่อให้องค์การนั้น ๆ ได้รับ ความคุ้มครองในระหว่างการดําเนินงานในประเทศไทยมิใช่เรื่องใหม่ ร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้เสนอมานี้เปึนไปตามแนวปฏิบัติในการออกพระราชบัญญัติอนุวัติการองค์การระหว่าง ประเทศของไทยที่ผ่านมา นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการพิจารณา อย่างรอบคอบโดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดให้มีการประชุมหารือกับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีส่วนราชการเข้าร่วม ๓๒ หน่วยงาน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ก่อนนําเสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑ ก็ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาก่อนที่จะเสนอมายังสภาแห่งนี้ ขอกราบเรียนท่านประธานและสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่าในส่วนของการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินงานตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด โดยเสนอร่างกฎบัตรอาเซียนต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง ๑๐๗ จาก ๑๐๘ เสียง เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศได้ดําเนินการโดย สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยเคร่งครัด กล่าวคือ ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ กฎบัตรอาเซียนผ่านสื่อโทรทัศน์ วิทยุ เว็บไซต์ (Website) และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ตลอดจน จัดประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในหลายโอกาส เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของกฎบัตรตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการดําเนินงานต่าง ๆ ในกรอบอาเซียนให้มากขึ้นต่อไป ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศได้นําร่างพระราชบัญญัติ เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบในเว็บไซต์ของกระทรวงด้วย ซึ่งในชั้นนี้เห็นว่าไม่มี บุคคลใดได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามกฎบัตร จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกได้โปรดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... จึงกราบเรียนมาด้วย ความเคารพครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายซักถามนะครับ ท่านรัฐมนตรี ในกระทรวงการต่างประเทศได้ขออนุญาตให้อธิบดีกรมอาเซียน คือคุณวิทวัส ศรีวิหค เข้ามารับฟังและชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ ผมขออนุญาตนะครับ ขอเชิญท่านอธิบดีกรมอาเซียน คุณวิทวัส ศรีวิหค เข้านั่งประจําที่ครับ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ครับเชิญครับ

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบสัดส่วน 🔗

ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินการของสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมรู้สึกเสียดายที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านใหม่ติดราชการในต่างประเทศ ไม่สามารถมาเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้นะครับ เพราะว่ามันเปึนโอกาสที่ดีที่ท่าน จะได้รับฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่า มีข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศบันทึกความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกในวันนี้ เพื่อ ถ่ายทอดให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรับทราบในวาระต่อไปนะครับ ผมดีใจครับท่านประธานครับที่ได้เห็นเรื่องที่เกี่ยวกับกฎบัตรอาเซียนหรือที่เรียกว่า อาเซียน ชาร์เตอร์ (Asian charter) เข้ามาสู่กระบวนการของรัฐสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร พวกเราได้รอคอยมานานนะครับ ผู้นําของอาเซียนได้ลงนามกฎบัตรอาเซียน เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทําไมถึงใช้เวลาเปึนเวลานานถึงขนาดนี้นะครับ ก่อนที่จะเข้ามานําเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร อันที่จริงแล้วน่าจะเข้าสู่สภา ผู้แทนราษฎรในช่วงสมัยประชุมสามัญแรกด้วยซ้ํานะครับ ความล่าช้ามันเปึนเรื่องไม่ดี ท่านประธานครับ ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ได้ดําเนินการในเรื่องนี้เรียบร้อยไปแล้ว เราอยู่ ปลายแถวครับ เราซึ่งจะดํารงตําแหน่ง เราได้รับตําแหน่งเปึนประธานอาเซียนแล้วนะครับ เราอยู่ปลายแถวมันเปึนตําแหน่งที่ไม่เหมาะสมครับ เพราะว่าเราได้อยู่แนวหน้าของ ความร่วมมือระดับภูมิภาคของอาเซียนมาโดยตลอด แต่อันที่จริงแล้วผมมีความห่วงใย มากกว่านั้นครับ ความล่าช้าที่ได้เกิดขึ้นในกรณีนี้ผมถือว่าเปึนอาการของโรคใหญ่ครับ ผมขอเรียกโรคนี้ว่า โรคเฉยเมย ในช่วงเวลาหลายป้ที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้ให้ความสําคัญหรือความสนใจต่อสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่ควรครับ ในยามปกติก็คง ไม่เปึนอะไรหรอกครับ แต่พอมีเรื่องใหญ่ขึ้นมานะครับมันก็กลายเปึนปัญหาใหญ่ได้ ดังได้เห็นจากในกรณีประสาทพระวิหาร ดังนั้นในเมื่อเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศท่านใหม่ ซึ่งผมรู้จักมาเปึนเวลามากว่า ๓๐ ป้แล้ว และผมมีความเชื่อมั่น ในความสามารถและความดีในตัวของท่านนะครับ ผมอยากฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านใหม่ว่า ขอให้เริ่มยุคใหม่ได้หรือไม่ ยุคใหม่ ในความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับรัฐสภา ตลอดจนสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของทั้งสองสภาครับ เปึนยุคใหม่ที่มีปฏิสัมพันธ์ มีการเชื่อมโยงมีการประสานงานมากกว่าที่เปึนอยู่ในช่วงหลาย ๆ ป้ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ทั้งนี้เพื่อทําให้ทุกฝ์ายสามารถประสานกันเดินหน้า ทําให้ผลประโยชน์แห่งชาติได้รับการตอบสนองสูงสุดครับ ในส่วนของเนื้อหาของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมไม่มีปัญหาอะไรนะครับ แต่ก็ยังรู้สึกสับสนอยู่ครับ

ประการแรกครับ ผมไม่แน่ใจว่ากฎบัตรอาเซียนได้รับสัตยาบันจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้วหรือยัง ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ยืนยันว่าได้รับแล้ว เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ แต่ท่านประธานครับ มันคงเปึนเรื่องประหลาดนะครับ สนช. พิจารณาเรื่องลงมติในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ผู้นําอาเซียนไปประชุมหลังจากนั้นและลงนามในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ครับ คําถามคือ สนช. สามารถให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนล่วงหน้า ได้หรือไม่ เพราะมันย่อมเปึนไปได้ครับ ที่ผู้นําของอาเซียนในการประชุมระหว่างกันนี่ ที่จะมาแก้ไขเนื้อหาของกฎบัตรอาเซียน และลงนามฉบับที่แก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมใหม่ ดังนั้นการที่ สนช. ได้ลงมติเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายนก่อนหน้า ๑๓ วันนั้น เราอาจจะ ถือได้ว่ามิใช่เปึนการลงมติให้สัตยาบันแก่กฎบัตรอาเซียน หากจะเปึนการลงมติให้ ความเห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้น คือ พลเอก สุรยุทธ์ไปลงนามกฎบัตรอาเซียน คําตอบต่อคําถามนี้ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างมากต่อการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมรู้สึกสับสนครับ ถ้าสมมุตินะครับว่ากฎบัตรอาเซียน ยังไม่ได้รับสัตยาบันอย่างถูกต้อง ด้วยเหตุใดจึงมีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสนอมาก่อน ทําไมไม่รอให้เรื่องใหญ่ผ่านไปก่อน และเอาเรื่องที่ตามมา ตามมาทีหลัง ทําไมไม่รอให้ อาเซียนเปึนนิติบุคคลเรียบร้อยตามกฎบัตรอาเซียนก่อนที่จะนําเสนอพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ความหมายของผมท่านประธานครับ ถ้ายังไม่ได้รับสัตยาบันเราต้องเอาหาง มาก่อนศีรษะหรือครับ ผมคิดว่าพวกเราพร้อมครับที่จะสนับสนุนการทํางานของกระทรวง การต่างประเทศ พวกเราพร้อมครับที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยปฏิบัติตามกฎบัตร อาเซียนและปรับปรุงกฎบัตรอาเซียนในโอกาสหน้า แต่ว่าในขณะเดียวกันเพื่อความถูกต้อง ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกรวมทั้งผมด้วยนี่จะต้องได้รับคําตอบต่อคําถาม อย่างน้อย ๒ คําถามที่ผมได้กล่าวไว้ครับ ก่อนที่พวกเราจะพิจารณาว่าจะลงมติเห็นชอบหรือไม่ แล้วก่อนพวกเราจะพิจารณาว่าวิธีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะดําเนินการ ต่อไปอย่างไร ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดูเหมือนจะเปึนชื่อของ คุณอลงกรณ์ก่อนนะครับ เชิญคุณอลงกรณ์ครับ แล้วคุณจุติตามคุณอลงกรณ์ครับ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี 🔗

ท่านประธาน กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ในตัวร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่ทางรัฐบาลเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ถือได้ว่ามีความสําคัญ ต่อการวางรากฐานสําหรับอาเซียน ซึ่งเปึนองค์กรระดับภูมิภาคที่ประเทศไทยนั้นกล่าวได้ ว่ามีส่วนร่วมอย่างสําคัญในการก่อให้เกิดองค์กรดังกล่าว ตั้งแต่มีปฏิญญากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๑๐ ก็เปึนเวลา ๔๑ ป้ที่ผ่านมาจะครบในวันพรุ่งนี้ นั่นหมายความว่าการก่อตั้งสมาคมอาเซียนนั้น ได้มุ่งเน้นในการที่จะเสริมสร้างความร่วมมือ และพัฒนาความร่วมมือใน ๑๐ ประเทศสมาชิกในปัจจุบัน และถือว่าเปึนรากฐานที่เปึน ก้าวแรกที่สําคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเปึนประธานอาเซียนใน ป้นี้และป้หน้า และคาดว่าป้นี้การให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนนั้นก็จะครบ ทั้ง ๑๐ ประเทศ นั่นหมายความว่าการแสดงภาวะความเปึนผู้นําในอาเซียนของประเทศไทยนั้น จะมีส่วนสําคัญอย่างยิ่งต่อการวางพื้นฐานไปสู่การพัฒนา สู่การเปึนประชาคมอาเซียน ในป้ ๒๕๕๘ ในที่สุด ผมเชื่อว่าร่างกฎหมายดังกล่าวมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการที่เรา จะปฏิบัติตามพันธกรณี ในการที่จะทําให้อาเซียนนั้นได้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า แล้วก็โอกาสของประเทศไทยในการแสดงความเปึนผู้นําและการดําเนินการทูตเชิงรุก ในความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่สําคัญ ยิ่งกว่านั้นก็คือการที่เราจะเปึนเจ้าภาพในการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ มีหลายเรื่องหลายประเด็นเหลือเกินสําหรับการที่เราจําเปึนจะต้องใช้กรอบความร่วมมือ ของอาเซียนในการดําเนินการ เพื่อประโยชน์ของประเทศของเรา ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของ ความมั่นคงและการเมือง ในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งถือว่า จะเปึน ๓ เสาหลัก ที่เปึน ๓ ประชาคม ที่จะก่อตัวในกรอบของกลุ่มอาเซียน ที่จะ ก่อกําเนิดภายใน ๗ ป้ข้างหน้า แต่ประการสําคัญอย่างยิ่งก็คือขั้นตอนการดําเนินการ ของเรานั้น ผมได้ดูตัวร่างกฎหมายซึ่งทางรัฐบาลได้นําเสนอมา ดูหลักการไม่มีอะไร ขัดแย้งเลย เห็นว่าเปึนความจําเปึนที่จะต้องสนับสนุน ดูเหตุผลประกอบก็เห็นว่าเปึนเรื่อง ซึ่งดําเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่มีการที่ทางผู้นําของไทยได้ไปลงนามในกฎบัตร อาเซียนดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนป้ที่แล้ว ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าทําไมกฎบัตร ซึ่งจะต้องมีการให้สัตยาบัน ๑๐ ประเทศ และหลังจากนั้น ๓๐ วัน กฎบัตรจึงจะมีผล และเปึนพันธกรณีผูกพันกับ ๑๐ ประเทศ วันนี้มีเพียง ๗ ประเทศเท่านั้นที่ให้สัตยาบัน ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบัน ผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะชี้แจงคลาดเคลื่อนไป สักเล็กน้อย ในเรื่องของการที่ทาง สนช. ได้ลงมติ ในการที่จะอนุมัติให้มีการลงนามรับรอง กฎบัตรในการประชุมสุดยอดที่สิงคโปร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนป้ที่แล้ว คงไม่ใช่เปึนการให้ สัตยาบันกฎบัตร เพราะว่ากระบวนการดังกล่าวนั้นเปึนไปไม่ได้ในการที่จะมีการให้ สัตยาบันก่อนที่จะมีการลงนามรับรองกฎบัตรดังกล่าว นั่นหมายความว่ารัฐบาลโดย คณะรัฐมนตรีควรจะต้องชี้แจงต่อสภาให้เกิดความชัดเจนในลําดับขั้นตอนดังกล่าวให้เกิด ความถูกต้องและแม่นยํา

ประการถัดมาก็คือว่าทําไมจึงไม่มีการเสนอต่อรัฐสภาที่จะให้สัตยาบัน กฎบัตรอาเซียน เพื่อให้พันธกรณีได้มีการผูกพันครบตามที่มีการตกลงกันไว้ หลังจากนั้น จึงเปึนห้วงเวลาของแต่ละประเทศที่จะมีการเสนอตัวร่างกฎหมายในการคุ้มครอง ทั้งเรื่องของเอกสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของตัวองค์กรอาเซียนเอง ตัวเลขาธิการอาเซียนแล้วก็เจ้าหน้าที่ รวมทั้งคณะผู้แทนถาวรประจําอาเซียน ซึ่งมี สํานักงานใหญ่อยู่ที่อินโดนีเซีย ขั้นตอนเหล่านี้เปึนขั้นตอนที่มีความสําคัญและจะต้อง ถือเปึนธรรมเนียมปฏิบัติต่อไป ไม่ใช่เฉพาะความผูกพันที่เรามีต่ออาเซียนเท่านั้น แต่เรา ยังมีขั้นตอนการดําเนินการลักษณะเช่นนี้ที่ผูกพันต่อรัฐสภา ต่อฝ์ายบริหาร และต่อองค์กร ที่เราเปึนภาคีสมาชิก ผมเชื่อว่าขั้นตอนเหล่านี้เปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง และจะต้องถือ ปฏิบัติต่อไป แต่สิ่งที่อยากจะให้เกิดความมั่นใจต่อทางรัฐบาลก็คือว่า การดําเนินการ ต่อพันธกรณีใด ๆ ที่มีต่ออาเซียนนั้น ถือว่าเปึนเรื่องที่สําคัญและได้รับการสนับสนุน เพียงแต่ว่าเราจะได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะปัญหาที่ท้าทายต่อประเทศไทย และสมาชิกอีก ๙ ประเทศ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาในเรื่องความมั่นคงและการเมือง เช่น กรณีปัญหาข้อพิพาทพรมแดนระหว่างไทย–กัมพูชา ระหว่างกัมพูชากับเวียดนามในปัจจุบัน หรือว่าปัญหาเรื่องของสิทธิมนุษยชนและปัญหาในเรื่องของความเปึนประชาธิปไตยใน ประเทศพม่า กรณีของนางออง ซาน ซูจี ที่ถูกกักกันบริเวณ หรือแม้แต่ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปึนปัญหาที่มีผลไม่ใช่เฉพาะต่อสภาพและความมั่นคงใน ประเทศแต่รวมไปถึงภูมิภาคนี้ด้วย ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องซึ่งเปึนทั้งผลบวกและลบใน การพัฒนาประเทศ นั่นคือปัญหาในเรื่องของแรงงานย้ายถิ่น แรงงานต่างด้าว ในมุมหนึ่ง อาจจะเปึนปัญหาแต่ในอีกมุมหนึ่งก็เปึนพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจประการหนึ่ง ซึ่งแม้แต่ในที่ประชุมสหประชาชาติก็ดี ที่ประชุมของรัฐสภาระหว่างประเทศหรือไอพียู (IPU : Inter-Parliamentary Union หรือสหภาพรัฐสภา) ที่เราเปึนสมาชิกอยู่นั้น ก็ได้มี การพิจารณาในประเด็นดังกล่าว รวมไปถึงการที่มองว่าภูมิภาคแห่งนี้มีโอกาสสูงมากใน ท่ามกลางวิกฤติของพลังงาน นั่นก็คือในเรื่องของวิกฤติอาหารและพลังงาน ซึ่งมองว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นเปึนฐานการผลิตอาหารที่สําคัญของโลกแห่งหนึ่ง ทีเดียว แน่นอนที่สุดว่าปัญหาในเชิงการพัฒนาที่จําเปึนจะต้องใช้กรอบความร่วมมือจะ เกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเราได้สามารถที่จะลดปัญหาความขัดแย้งในระหว่างประเทศที่มีพรมแดน ติดกัน เพื่อให้เกิดโครงการซึ่งประเทศไทยจะสามารถแสดงศักยภาพของความเปึน ประเทศซึ่งมีภูมิศาสตร์ เปึนศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือการเปึน ศูนย์กลางของการคมนาคมขนส่งและโลจิสติก (Logistic) หลายโครงการที่ยังไม่มีความ คืบหน้าและจําเปึนต้องมีการขับเคลื่อนไม่ว่าจะเปึนโครงการนอร์ท เซาท์ คอร์ริดอร์ (North South Corridor) หรืออีสท์ เวสท์ คอร์ริดอร์ (East West Corridor) ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอาเซียน โดยตรง โดยมีไทยเปึนเสมือนกระดูกสันหลังของโครงการดังกล่าว และประเทศไทยจะได้ ประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องเหล่านี้ ผมไม่ประสงค์ที่จะเห็นว่าการเข้ามีส่วนร่วมในอาเซียนนั้น เปึนไปโดยอย่างเชื่องช้าตลอดเวลา ๔๑ ป้ที่ผ่านมา จนดูประหนึ่งว่าบทบาทของอาเซียนที่ เราเปึนพันธกรณีอยู่ด้วยนั้น ไม่ได้ก่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจในการพัฒนาเท่าที่ควร แม้แต่ในเรื่องของปัญหาความมั่นคง ปัญหาการเมือง ก็ยังไม่ได้สามารถที่จะเข้ามามีส่วน ในการแสดงบทบาทดังกล่าวในการคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น ดูเหมือนว่าความคืบหน้าใน การเกิดประชาคมยุโรป การเกิดอียู (EU) การเกิดสกุลเงินเดียวแบบยูโรของประเทศ ในแถบตะวันตกนั้นได้ผ่านการพิจารณาคืบหน้าอย่างรวดเร็วและกลายเปึนกลไกสําคัญใน การขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศสมาชิกทั้งหลายทั้งมวล แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ การขับเคลื่อนอาเซียนซึ่งเกิดขึ้นมาถึง ๔๑ ป้แล้ว เราเปึนไปอย่างเชื่องช้า ผมต้องการเห็น รัฐบาลโดยกระทรวงต่างประเทศได้ดําเนินการการทูตเชิงรุกมากกว่านี้ และได้ฉกฉวย ห้วงเวลาที่สําคัญในการที่เราเปึนผู้นําอาเซียน รวมไปถึงในเรื่องของการที่ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ ทําหน้าที่เปึนเลขาธิการอาเซียนตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๔ และการเริ่มต้น หลักกิโลเมตรแรกของอาเซียนในยุคที่จะมีกฎบัตรเปึนรูปธรรมอย่างนี้ในการประชุม สุดยอดในเดือนธันวาคมป้นี้ที่ประเทศไทยเปึนเจ้าภาพและจะเปึนครั้งที่ ๒ หลังจาก ป้ ๒๕๓๘ ที่เราเปึนเจ้าภาพมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น เราจะได้ตระเตรียมความพร้อมในการ เปึนผู้นําหัวขบวนของอาเซียนอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้อยากจะฝากรัฐบาลในประเด็น ดังกล่าวเหล่านี้ เพราะว่าคงมีโอกาสไม่มากนักที่รัฐสภาจะได้มีโอกาสได้แสดงความ คิดเห็นโดยเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎรต่อความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีต่อ องค์กรในระดับภูมิภาคนอกเหนือจากองค์กรรัฐสภาที่เราเปึนสมาชิกอยู่ ไม่ว่าจะเปึน ไอปา (AIPA : Asean Inter-Parliamentary Assembly หรือสมัชชารัฐสภาอาเซียน) ที่ท่านประธานจะเปึนหัวหน้าคณะไปประชุมภายในเดือนนี้ก็ดี ดังนั้นผมเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นสมควรได้รับการสนับสนุน แต่ทั้งนี้ทางคณะรัฐมนตรี จะต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าทําไมถึงไม่ขอให้รัฐสภาให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนก่อนที่จะมี การตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งรวมถึงประเทศสมาชิกอื่น ๆ ด้วย ก็ขอฝากข้อสังเกต ความคิดเห็นทั้งในหลักการเหตุผล ตลอดจนคําถามต่อทางคณะรัฐมนตรีเพื่อรอคําตอบ ต่อไปครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณจุติ ไกรฤกษ์ ครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอกราบเรียน ท่านประธานเปึนข้อแรกว่า ความเร่งรีบของการนําเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ต้อง ยอมรับว่าส่วนหนึ่งเปึนผลมาจากการกระตุ้นของผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่มี ความเปึนห่วงเปึนใยว่า รัฐบาลนั้นจะมีการประชุมและเปึนประธานสมาพันธ์อาเซียน ในเดือนธันวาคม แต่ว่าเรานั้นมี พ.ร.บ. ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ก็เปึนที่มาว่า พ.ร.บ. นี้ถูก เร่งรีบนําเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้สะท้อนภาพให้เห็นภาพของการทํางานที่แท้จริงของรัฐบาลชุดนี้ และผมคิดว่าน่าจะเปึนบทเรียน ผมกราบนําเรียนท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ท่านชูศักดิ์ ศิรินิล ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าผมเข้าใจดีว่าท่านไม่ได้เปึนผู้รับผิดชอบกระทรวง การต่างประเทศ ผมเข้าใจดีว่าวันนี้น่าจะเปึนเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศมาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมขอตําหนิว่ารัฐบาลนั้นขาดการ วางแผนที่รอบคอบ วันนี้ภาพที่เห็นนี้แทนที่นั่งของท่านนั้นน่าจะเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศครับ แล้วถ้าเกิดจังหวะมันไม่เหมาะสมไม่ได้ก็น่าจะรอจังหวะ ให้ท่านนั้นมาเปึนผู้ชี้แจงเอง ผมไม่อยากเห็นภาพว่าท่านมาปฏิบัติหน้าที่แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แล้วท่านก็ขอประทานอนุญาตท่านประธาน อนุญาตให้ข้าราชการเข้ามาชี้แจงแทน ถามว่าทําไม ประการแรกผมคิดว่าเปึนประเพณีที่ ไม่เหมาะสม

ประการที่ ๒ ผมคิดว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความมั่นใจกับพวกผมเลยในฐานะที่ เปึนสภาว่า รัฐบาล คณะรัฐมนตรีชุดนี้มีองค์ความรู้พอที่จะตอบในสภาโดยไม่ต้องอาศัย ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าเพราะเหตุนี้รัฐบาลเพิ่งปรับ คณะรัฐมนตรีมาก็น่าจะทราบว่าในขณะนี้ปัญหาต่างประเทศมีมาก รัฐมนตรีต่างประเทศ ต้องเดินทางไปต่างประเทศเยอะ ทําไมไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ช่วยดําเนินการทําหน้าที่ นี่เปึนข้อตําหนิและสังเกตจากผม ข้อที่ ๑

ประการต่อมาครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว คือก่อนคณะรัฐมนตรีชุดนี้นะครับที่จะเข้ามา ได้ลงนามในกฎบัตรสมาคมประชาชาติ ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๑ รัฐบาลแถลงนโยบายต่อสภาเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕ มีนาคม ท่านชี้แจงแล้วว่าคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติส่งกฤษฎีกาไปร่างกฎหมายมา ผมถามว่าถ้าเผื่อมีความเร่งด่วนท่านรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการประชุม และเปึนประธาน ของอาเซียนในป้นี้ ท่านรู้ล่วงหน้ามาเปึนป้ถึงขนาดสามารถจัดตั้งงบประมาณล่วงหน้าได้ แต่ท่านไม่สามารถวางแผนการล่วงหน้าได้เลยเกี่ยวกับกฎหมายที่จะเข้าสภาเกี่ยวข้องกับ กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องนี้ผมขอตําหนิกระทรวงการต่างประเทศ โดยผู้บริหารนั้น จะต้องรับผิดชอบว่าขาดการวางแผนล่วงหน้าที่เหมาะสม ขาดการบูรณาการในการ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างสูงสุด ถามว่าทําไม ก็เพราะว่าสภานี้เปึน สมัยนิติบัญญัติก็จริง เปึนสมัยที่ ๒ หากพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยประชุม ครั้งที่แล้วก็ไม่น่าจะเปึนประเด็น แต่ว่าปล่อยให้สภาไม่มีพระราชบัญญัติเข้าสภาแม้แต่ ฉบับเดียวในการประชุมสมัยสามัญครั้งแรก ไม่มีแม้แต่ฉบับเดียว ทั้ง ๆ ที่ฉบับนี้น่าจะ นําเสนอสู่สภาเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เสนอ ทอดเวลามาถึง ๔ เดือนเศษ กว่ากฎหมายนี้จะเข้าสภา แล้วพอจะเข้าสภามาก็บอกว่าขอเปลี่ยนแปลงวาระการประชุม เพราะว่าเปึนเรื่องเร่งด่วนเห็นแก่หน้าตาของประเทศชาติ สภาผู้แทนราษฎรก็มีกฎหมาย ฉบับอื่นที่เปึนประโยชน์กับประเทศอยู่ด้วย แต่ก็เห็นว่าเปึนประโยชน์ต่อประเทศในเรื่องของหน้าตาของประเทศที่ต้องรักษาไว้ แต่ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่า ทําไมกระบวนการทํางานของกระทรวงการต่างประเทศนั้น ถึงได้ล่าช้ามากมายขนาดนี้ ผมอยากจะกราบเรียนจริง ๆ ว่าตรงนี้ล่ะครับเปึนสิ่งที่มี ความวิตกกังวล เพราะว่าถ้าภาพนี้เปึนภาพที่สะท้อนการทํางานของคณะรัฐบาลชุดนี้ เปึนภาพที่น่าวิตกกังวลอย่างยิ่งถึงความไม่พร้อมในการบริหารงาน ถึงความผิดพลาด ในการจัดลําดับความสําคัญของประเทศ ถ้าจะไปดูเรื่องแรกที่รัฐบาลเข้ามาในส่วนของ กระทรวงการต่างประเทศ เรื่องแรกที่พูดถึง ถามว่าถ้าเผื่อเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญจริง เปึนเรื่องเร่งด่วนจริงต่อประเทศ เปึนเรื่องหน้าตาของประเทศจริง ท่านลองไปย้อนดูสิครับ ว่าคําสัมภาษณ์ของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ท่านแรกที่เข้าเปึนรัฐบาล พูดถึงเรื่อง พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ไม่ได้พูดครับ ท่านพูดเรื่องอะไรครับ ท่านพูดว่า ท่านจะต้องคืนพาสปอร์ต (Passport) สีแดง พาสปอร์ต วีไอพี (Passport VIP) ให้กับ อดีตผู้นําของประเทศ นั่นเปึนเรื่องแรก ผมจึงตั้งคําถามว่านั่นคือการจัดลําดับวาระสําคัญ ของกระทรวงการต่างประเทศใช่หรือไม่ นั่นคือกระบวนการคิด การมองภาพของการ แก้ไขปัญหาของประเทศใช่หรือไม่ นอกจากนั้นแล้วผมมีความเปึนห่วงว่า ในกระบวนการ แก้ไขต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศยังคิดและจัดลําดับความสําคัญอย่างนี้ และมีบุคลากรที่ทํางานน้อยอย่างนี้ ขาดความรับผิดชอบอย่างนี้ ผมสงสัยครับว่า ในกฎบัตรอาเซียนที่ไปตกลงกับเขาไว้ ในบทที่ ๘ เรื่องการระงับข้อพิพาท ผมถามว่า ประเทศไทยจะใช้ประโยชน์ตรงนี้สูงสุดได้อย่างไร ถามว่าวันนี้เราผ่านกฎหมายฉบับนี้แล้ว ให้กระทรวงการต่างประเทศไปทํางานแล้ว ถามว่าข้อพิพาทเรื่องเขมรจะดีขึ้นไหม ถามว่า ข้อพิพาทเรื่องพม่าจะดีขึ้นไหม ถามว่าข้อพิพาทเรื่องภาคใต้จะดีขึ้นไหม ผมไม่มีความ มั่นใจเลย ที่ไม่มั่นใจก็เพราะเหตุผลที่ผมลําดับกราบเรียนท่านประธานมาเมื่อสักครู่นี้ ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า การจะผ่านกฎหมายฉบับนี้โดยเพียงอ้างว่า เปึนความเร่งด่วนของประเทศ เพื่อหน้าตาของประเทศนั้น ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอ ผมอยากจะฟังคําชี้แจงของรัฐมนตรี ไม่ใช่จากอธิบดีนะครับ จากรัฐมนตรีว่ากฎหมาย ฉบับนี้เมื่อผ่านไปแล้ว รัฐบาลนั้นจะนําประโยชน์ไปสู่ประเทศ ดําเนินการเพื่อประโยชน์ ของประเทศอย่างไร และมีความหวังมากน้อยขนาดไหน ในเรื่องการแก้ไขปัญหา เรื่องประเทศกัมพูชาที่มีข้อพิพาทอยู่ และมีความหวังขนาดไหนในการแก้ไขปัญหาเรื่อง ชายแดนภาคใต้ จะมีความหวังขนาดไหนในการแก้ไขปัญหาเรื่องข้อขัดแย้งพม่า ซึ่งประเทศไทยนั้นมีส่วนอยู่มากที่จะทําความเข้าใจกับโลกในบทบาทของอาเซียน นี่คือ สิ่งต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานมาว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามาโดยเร่งรีบและ ลุกลี้ลุกลน ผมไม่สบายใจและผมหวังว่ากระบวนการที่ผมเห็นในการนําเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเปึนเฉพาะเรื่อง เฉพาะครั้ง เฉพาะคราว คงจะไม่สามารถ สะท้อนการทํางานของรัฐบาลที่มีความหละหลวมได้ขนาดนี้ ฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าผ่านกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วประเทศชาติจะได้ ประโยชน์อะไร และผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยว่า ถึงแม้ว่าท่านประธาน จะอนุญาตให้ข้าราชการนั้นมาชี้แจงแทนรัฐมนตรีได้ แต่ผมก็คิดว่าเปึนประเพณีที่ไม่ เหมาะสม และทําให้สภานี้ขาดความมั่นใจในองค์ความรู้ของรัฐมนตรีที่จะสามารถบริหาร ประเทศชาติโดยประโยชน์สูงสุดได้ ผมขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน กระผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า มีความเห็นด้วยและสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ พ.ศ. .... อย่างเต็มที่นะครับ เพราะว่ามีพัฒนาการระหว่างประเทศที่พวกเรา ได้ติดตามมาอย่างใกล้ชิด ก็เห็นว่าที่ต้องสนับสนุนก็เพราะเราอยู่ในประชาคม ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานคร ที่เราภูมิใจก็คือว่า สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ข่าวบางสํานักก็อ่านว่า อาเซียน แต่บางสํานักก็อ่าน อาเซี่ยน แต่จะเปึน อาเซี่ยน หรือ อาเซียน ก็ตามก็หมายถึงประชาคม ที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อยู่ร่วมกันมา และที่น่าภาคภูมิใจสําหรับพวกเรา ชาวไทยก็คือว่าเริ่มจากการประชุมในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นตรงนี้กระผม กราบเรียนว่าเพียงประวัติศาสตร์ก็มองเห็นว่าประเทศไทยมีบทบาทสําคัญในสมาคมนี้ อย่างไร ในส่วนของรัฐสภาเอง ท่านประธานก็ทราบดีว่าเราก็มีองค์กรในส่วนนิติบัญญัติ พัฒนาควบคู่มากับสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้มาอย่างต่อเนื่อง ในยุคสมัยก่อนท่านประธาน เมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ พวกเราในสภานี้จํานวนหนึ่งได้ร่วมประชุมกับเพื่อน สมาชิกรัฐสภาของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกประเทศ เราจัด การประชุมกันที่นี่ ที่เชียงใหม่ เราต้องการยกระดับองค์กรฝ์ายนิติบัญญัติให้ขึ้นมา ทัดเทียมเคียงคู่ไปกับองค์กรฝ์ายบริหาร ท่านประธานทราบดีว่าอาเซียนเปึนองค์กร ฝ์ายบริหาร องค์กรฝ์ายนิติบัญญัติที่เราได้ยกระดับขึ้นมาเทียบเคียงในสมัยที่อาเซียนยังเพิ่ง เริ่มต้นก็คือองค์กรที่เราใช้คําย่อว่า ไอโป (AIPO : Asean Inter-Parliamentary Organization หรือองค์การรัฐสภาอาเซียน) เรามีสมาชิกรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกรัฐสภาอาวุโส ที่เราได้ตั้งสมัญญานามท่านว่าเปึนมิสเตอร์ ไอโป (Mister AIPO) ก็คือ คุณหมอประสพ รัตนากร เรามีบุคคลที่ทํางานให้กับองค์กรนี้สืบเนื่องกันมา เมื่อเรากําลังพูดถึงการยกระดับอาเซียน ขึ้นมาเปึนองค์กรที่เราต้องมาพูดถึงในวันนี้ในฝ์ายนิติบัญญัติซึ่งท่านประธานเปึนประมุขอยู่ ก็ได้พูดถึงเรื่องที่จะยกระดับรัฐสภาอาเซียนขึ้นมาเช่นกัน ด้วยความเคารพ กระผมกับท่าน ดอกเตอร์เจริญ คันธวงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ได้รับมอบอํานาจหน้าที่เข้าไปดําเนินการ ร่วมประชุม แต่เสียดายว่าแผนงานที่เราตั้งไว้ว่าจะให้เกิดความสําเร็จในกรุงเทพฯ เพราะเราไป ประชุมที่เชียงใหม่ มาประชุมที่กรุงเทพฯ แล้วมีวาระการประชุมที่จะให้เสร็จสิ้น ปรากฏว่า เกิดการรัฐประหาร ประชาธิปไตยในประเทศหยุดชะงัก บทบาทเลยไปอยู่ที่อินโดนีเซีย ก็ทราบว่าจากการประชุมต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง ซึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าชื่นชมนะครับ ไม่ว่าจะ เกิดการหยุดชะงักในประเทศใด ในเรื่องประชาธิปไตยประเทศอื่นเขาก็ไม่หมดกําลังใจ เขาเดินหน้า อินโดนีเซียเปึนเจ้าภาพถัดจากเราเปึนตัวตั้งตัวตี ถัดจากเราก็ไปประชุม ต่อเนื่องจนเกิดสิ่งที่เราเรียกในวันนี้ว่า ไอปา จาก ไอโป เปึน ไอปา พี่น้องบางคนอาจจะ บอกว่าเปึนไอบ้าก็ไม่ว่ากันนะครับ แต่จะบอกว่านั่นเปึนองค์กรที่ยกระดับขึ้นมาโดยเรา มุ่งหมายว่าในฝ์ายนิติบัญญัตินี้เมื่อถึงจุดหนึ่งก็น่าจะเปึนแบบรัฐสภายุโรป สหภาพยุโรป ก็คือว่ามีการตั้งตัวแทนของประเทศไทยจากรัฐสภาไทยไปอยู่ในรัฐสภาอาเซียนอย่างเปึน รูปแบบ มีการถกเถียงถ้อยแถลงเหมือนกับเราประชุมสภากันที่นี่ แต่เมื่อไปประชุมกัน ที่อินโดนีเซีย หลักการที่เราเคยพูดกันไว้ก็อาจจะลดระดับลง แต่อย่างไรก็ตามครับ พัฒนาการในฝ์ายนิติบัญญัติก็มาถึงขั้นที่เรามีไอปาในวันนี้ ในขณะที่อาเซียนก็กําลังจะ ยกระดับเปึนนิติบุคคล แล้วก็จะมีรูปแบบการควบคุมดูแลโดยกฎบัตรที่เรียกว่า อาเซียน ชาร์เตอร์ ซึ่ง ท่านประธานที่เคารพ เมื่อทางรัฐบาลยื่นพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของ อาเซียนมา ก็มีคําแปลกฎบัตรในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรี หลายท่านนะครับได้ไปร่วมทํางานด้วยกัน ที่สําคัญ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ซึ่งท่านได้แสดงความคิดเห็นไปเมื่อสักครู่ก็อยู่ในคณะกรรมาธิการ เรามองเห็น ความสําคัญของกฎบัตรอาเซียน เรากําลังจะพิจารณาในรายละเอียด เพราะในสภา เราเอง การสืบทอดข้อมูลมันหยุดชะงักลง กระผมเข้าใจท่านสมาชิกที่อภิปรายตําหนิ รัฐบาล ตําหนิการดําเนินงานของฝ์ายบริหารว่าทําไมมันไม่รวดเร็ว มันไม่ต่อเนื่อง แต่ผมก็ อยากจะกราบเรียนเพื่อความเปึนธรรมเช่นกันว่า ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เราก็คงทําอะไรได้มากกว่านี้ รวดเร็วกว่านี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฎบัตรอาเซียนหรือที่เรียกว่า กฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ได้ไปลงนามโดยผู้นําของ ๑๐ ประเทศ ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ นั่นหมายถึงว่าเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น ทางฝ์ายบริหารก็ยังเดินหน้า ไปลงนามในกฎบัตร เรามาเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ เราตั้งรัฐบาลได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร ภารกิจของรัฐบาลที่จะต้องมารับลูก มาทําให้เกิดความต่อเนื่องก็ต้อง ใช้เวลาพอสมควร เพราะการยกร่างกฎหมายก็คงไม่สามารถทําได้อย่างรวดเร็วนัก แต่รัฐบาลก็ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภาตามหนังสือที่นําส่งท่านประธานสภา เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ผมก็คิดว่ากรอบเวลาที่ทําก็ค่อนข้างมีเหตุมีผล พอสมควร เพราะว่ารัฐบาลเข้ามาก็คงต้องศึกษาภูมิหลังความเปึนไป แล้วก็คิดว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่หยุดชะงักมาจากการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองเรา ก็พอจะมีเหตุมีผลที่จะฟัง ได้ว่ารัฐบาลเองก็ไม่ได้เพิกเฉยละเลยถึงขนาดที่จะต้องถูกตําหนิติติงกันมากนัก ในฝ์าย นิติบัญญัติเรา ท่านประธานครับ เราเพิ่งตั้งกรรมาธิการกันเมื่อท่านประธานมารับหน้าที่ ก็ต้องขอบคุณท่านนะครับที่ได้มาผลักดัน วันนี้ทําให้เรามีกรรมาธิการทํางาน ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะยังอยู่ในลักษณะที่เป่ดสมัยประชุมนี้ก็ยังไม่ได้เริ่มทํางาน เมื่อเราเข้าไป เราก็ไปดู ว่าเรื่องใดเปึนเรื่องด่วนในระหว่างประเทศ ก็ได้มีการหยิบยกเรื่องกฎบัตรอาเซียนนี่แหละ ขึ้นมา ก็กําลังจะเชิญตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศไปพูดจาให้ข้อมูลกับเรา ในชั้นต้น เพราะเราคิดว่าเรื่องนี้จะต้องเข้าสู่การให้สัตยาบันในรัฐสภา ตอนนี้ก็คงมีการ เตรียมการ แต่สมาชิกรัฐสภาก็จําเปึนต้องรู้เนื้อหา พวกเราก็ได้ไปศึกษา แต่ยังไม่ได้ศึกษา วันนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เข้ามาเสียก่อน ก็กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ดูที่มาที่ไป ดูกฎบัตร ดูสถานการณ์การเมืองในประเทศแล้วก็ยอมรับได้ครับว่าเวลานี้ก็ไม่ได้ สายเกินไป ผมจึงบอกว่าในเรื่องการจะออกพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงาน ของอาเซียน ซึ่งมีการให้สิทธิทางการทูตแก่บุคคลมากมาย ซึ่งเราก็เคยให้นะครับ ไม่เฉพาะองค์กรนี้หรอกครับ สภานี้เคยออก พ.ร.บ. คุ้มกันให้เอกสิทธิ์ทางการทูตกับ องค์กรอื่นเยอะแยะ แม้กระทั่งในหน่วยงานเล็ก ๆ ซึ่งเข้ามาทํางานในประเทศไทย เราก็ เคยให้ จึงไม่ติดใจ หลักการ เหตุผล ทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม เพราะต้องถือว่าเปึนหลัก เราให้แก่กันและกันนะครับ ถ้าผมเข้าใจผิด ท่านรัฐมนตรีหรือผู้มาชี้แจงต้องตอบด้วยว่า การที่เราให้สิทธิคุ้มครองต่าง ๆ ในวันนี้ ประเทศอื่นก็ต้องให้ในลักษณะเดียวกัน เท่าเทียมกัน พวกเราถึงไปต่างประเทศไปศึกษาดูงาน เราจะเห็นนะครับว่าบางครั้งเราให้ สิทธิแก่ประเทศหนึ่ง พลเมืองของประเทศหนึ่ง แต่บางครั้งเราไม่ได้สิ่งนั้นคืน ลักษณะ อย่างนั้นผมคิดว่าถ้าเกิดขึ้นเราคงไม่สบายใจ อันนี้ผมเข้าใจว่าหลักการพื้นฐานคือว่าเราได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อดูเนื้อหาของกฎบัตร กระผมก็มีคําถามอยู่เพียงสั้น ๆ ท่านประธานครับ หลักการในข้อ ๒ (ค) ซึ่งเปึนหลักการที่ดีมากนะครับ กฎบัตรนี้บอกว่าในการดําเนินการ เพื่อให้บรรลุความมุ่งประสงค์ อาเซียนจะต้องทําอย่างไรครับ (ค) บอกว่าการไม่ใช้ การรุกรานและการข่มขู่ว่าจะใช้หรือการใช้กําลัง หรือการกระทําอื่นใดในลักษณะที่ ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และ (ง) บอกว่าการอาศัยการระงับข้อพิพาทโดยสันติ ตรงนี้ครับ ท่านประธานมีคําถามว่าในขณะนี้ประเทศอาเซียนที่อยู่ด้วยกัน ๑๐ ประเทศ ก็มีพรมแดนติดกัน กรณีล่าสุด กรณีระหว่างไทยกับสิ่งที่เรียกว่าราชอาณาจักรกัมพูชา ประเทศที่ได้เรียกว่าราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งในประเทศไทยเราก็จะไปเรียกชื่อซึ่งอาจจะ ไม่ไพเราะนัก อาจจะไม่เปึนที่พอใจของพี่น้องในกัมพูชา ต่อไปนี้เมื่อเราอยู่ในประชาคม ที่ยกระดับมาอยู่ด้วยกันเต็มที่แล้ว และเราก็น่าจะเรียกกัมพูชานะครับ เพราะว่าชื่อของ แต่ละประเทศนั้นเขาก็มีอัตลักษณ์ของตัวเองที่จะต้องรักษา ซึ่งถ้อยคําในกฎบัตรนี้ มีการพูดถึงถ้อยคําในทํานองวิสัยทัศน์ อัตลักษณ์และอะไรต่าง ๆ มากมาย ผมคิดว่า การอยู่ร่วมกันอย่างให้เกียรติกันก็ต้องเคารพอัตลักษณ์ เคารพวัฒนธรรม เคารพสิ่งที่ เขาคิดเขาภูมิใจ อย่าได้ทําให้เกิดมีความรู้สึกว่าประเทศหนึ่งไปมองอีกประเทศหนึ่งว่า ต่ําต้อยด้อยศักดิ์ศรีแล้วไปดูถูกดูหมิ่น สิ่งเหล่านี้จะต้องคํานึงถึง เพราะฉะนั้นกฎบัตร อาเซียนที่ได้เขียนว่า ราชอาณาจักรกัมพูชาก็คือชื่อเปึนทางการของประเทศนั้น ผมเข้าใจ ว่าขณะนี้มีการเจรจาที่จะระงับข้อพิพาท ประเด็นก็คือว่ามีความพยายามของ ประเทศหนึ่งที่จะนําเรื่องข้อพิพาทระหว่างกันเข้าสู่เวทีสากล กฎบัตรอาเซียนได้ยึด หลักการอาศัยการระงับข้อพิพาทโดยสันติ ถามว่าถ้ากฎบัตรอาเซียนออกมาการพิพาท ระหว่างประเทศเหล่านี้ ถ้าจะมีการหยิบยกขึ้นสู่เวทีเจรจา บางประเทศไปไกลถึงว่า เมื่อพิพาทกันก็ต้องไปฟัองโลกไว้ก่อน ฟัองประเทศอื่นไว้ก่อนว่าถูกรังแก ถูกเอาเปรียบ หรือถ้าจะลดระดับลงมา ถ้ามี ๑๐ ประเทศก็จะบอกว่าเอาเข้ามาสู่ ๑๐ ประเทศนี้ล่ะ แต่ว่าความเห็นของบางประเทศอาจจะบอกว่าเมื่อมีข้อพิพาทระหว่างกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็คุยกันแบบทวิภาคี ลักษณะอย่างนี้จะมีหลักยึดอย่างไรครับว่าในระดับอย่างไร ที่จะพัฒนาจากทวิภาคีไปสู่การเจรจาหลายฝ์ายหรือเข้าสู่องค์กรรวม เพราะถ้าเข้าสู่ องค์กรรวม การจะรักษาสภาพที่มันเรียกว่า ความเปึนจริง ความเปึนธรรม จะทําอย่างไร เพราะว่าถ้าเข้าสู่องค์กรรวมโดยมากจะไปล็อบบี้ (Lobby) จะไปหาเพื่อนสนับสนุน สิ่งเหล่านี้มันก็อาจจะเกิดความบิดเบือนได้ ยิ่งการเจรจาในเรื่องชายแดน ในเรื่องพรมแดน ที่มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ เรื่องเหล่านี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้ากฎบัตร อาเซียน สมาคมอาเซียนยึดหลักการอาศัยการระงับข้อพิพาทโดยสันติได้อย่างแท้จริง เปึนเรื่องที่ดีมาก แล้วผมบอกว่าถ้ามีกฎบัตรนี้ออกมาต้องรับประกันว่าการจะใช้กําลัง ปะทะกันไม่ว่าในระดับใด ในหมู่ประเทศที่มีพรมแดนติดกันนี้จะต้องไม่เกิดขึ้น จะต้องไม่มี กรณีที่มีการไปยิงกัน มีการทะเลาะในลักษณะแบบว่าทหารใช้อาวุธออกปะทะกันทําให้มี การเสียชีวิต เราคงจะมั่นใจได้อย่างนั้น และการเคลื่อนไหวภายในแต่ละประเทศ ในลักษณะที่จะทําให้เกิดความมีชาตินิยมแบบคลั่งชาติ อาศัยสถานการณ์ชายแดน ออกมาปลุกปัืนยุยงให้ผู้คนลุกขึ้นมาเรียกร้องสิ่งที่บางทีมันเรียกร้องไม่ได้ จะด้วย วัตถุประสงค์ทางการเมือง หรือจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการเลือกตั้งก็คงต้องมีวิธีการ ที่จะต้องดําเนินการว่ามันผิดต่อกฎบัตรอย่างไร เพราะเรื่องชาตินิยมคลั่งชาตินั้นได้ถูก ละลายลงไปแล้ว ด้วยกฎบัตรที่เขียนวิธีระงับข้อพิพาทไว้อย่างชัดเจน ฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องต้องทําให้เกิดขึ้น ประชาคมที่อยู่ด้วยกันในฐานะมีลักษณะคล้าย ประเทศเดียวมากขึ้น ถ้ายังให้มีลัทธิชาตินิยมในแต่ละประเทศอยู่ มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ หรอกครับ มันจะต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยเอื้ออาทรตามกฎบัตรข้อบังคับที่เขียนไว้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ล่ะครับท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่อาจจะต้องขอความเห็น และเปึน คําถามสําคัญก็คือว่า เมื่อดูกฎบัตรแล้วเราก็เขียนแต่หลักการให้ว่าควรจะใช้หลักการ แบบนั้น ปฏิบัติแบบนั้น แต่บทลงโทษเราไม่เห็นชัดนะครับ ไม่ได้มีเขียนบอกไว้ว่า ถ้าประเทศหนึ่งประเทศใดแข็งข้อไม่ปฏิบัติตามกฎบัตรอาเซียนแล้วควรจะถูกลงโทษ อย่างไร ก็ไม่ได้มี ตรงนี้ล่ะครับท่านประธานครับ กราบเรียนว่าเราก็คงจะสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้ให้ออกไปบังคับใช้เพื่อคุ้มครองการทํางานของผู้คนที่เขาจะต้องมา อยู่ในที่นี่ ในประเทศของเราตามเอกสิทธิ์ที่เขาควรจะได้ แต่เราก็คงไม่บอกว่าออกไป เพื่อให้สนุกสนานเพียงแค่ว่าให้มีเจ้าหน้าที่จํานวนหนึ่งเพิ่มขึ้น ให้มีคนจํานวนหนึ่งได้งาน เพิ่มขึ้นทํางานกัน แต่ผลที่สุดก็เปึนกลไกที่ไร้กระบอง ทําอะไรไม่ได้ ตรงนี้ก็อยาก กราบเรียนว่าเมื่อยกระดับขึ้นมาแล้วจะมีกลไกใดที่จะบังคับให้เปึนไปตามกฎบัตร พอที่เราจะเห็นได้ว่าเมื่อคุ้มครองแล้วเขาจะสามารถรักษาสถานการณ์ระหว่างประเทศ ให้อยู่เย็นเปึนสุข มีสันติอย่างที่กฎบัตรได้เขียนไว้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีท่านใด จะอภิปรายอีกครับ

(ไม่มีสมาชิกอภิปราย)

ไม่มีนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขออนุญาตที่จะตอบคําชี้แจง บางประการที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาเรียนถามที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตที่จะขออภัยนะครับที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาท้วงติงว่า รัฐบาลดูจะไม่พร้อมในแง่ของการมาชี้แจง ขอกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า ความเปึนจริงแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศท่านก็มีความประสงค์ จะมาขออนุญาตที่จะชี้แจงอย่างเต็มกําลังความสามารถ เผอิญท่านได้รับมอบหมายให้ เดินทางไปประเทศจีนร่วมกับคณะท่านนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยความเร่งรัดท่านก็อยากจะ ให้สภานี้ได้กรุณาผ่านกฎหมายฉบับนี้ด้วยความรวดเร็ว เพราะมีข้อจํากัดในแง่ของ ระยะเวลาพอสมควร ผมก็ต้องรับหน้าที่มาชี้แจงตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา ก็ขออนุญาตที่จะเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่าก็อาจจะมีความสับสนกัน เล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ เพราะเปึนกฎหมาย ที่บัญญัติขึ้นแล้วก็มีการเพิ่มเติมบทบัญญัติบางประการไปในหลายวรรคหลายตอน แต่ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลในอดีตได้ตัดสินใจนําเสนอความตกลงนั้น ขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งในขณะนั้นก็คือสภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา ก็โดยพิจารณาเห็นว่าบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคสองนั้น บอกว่า ถ้าความตกลงใดที่จะต้องมีการออกกฎหมายภายในรองรับตามมา พูดง่าย ๆ ความตกลง ใด ๆ ก็ตามทีที่บังคับว่าประเทศจะต้องมีการตรากฎหมายอนุวัติตามความตกลงนั้น มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็บอกว่าขอให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน โดยเหตุนี้รัฐบาล สุรยุทธ์ก็เลยตัดสินใจนําเสนอ แม้ว่าการเขียนบทบัญญัติเช่นนั้นอาจจะยังไม่มีความ ชัดเจนว่า ความตกลงนั้นจะต้องเสนอสภาเมื่อใดก็ตามที แต่ก็ตีความโดยเจตนารมณ์ว่า ก็ควรจะต้องเสนอสภาก่อน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นต้องการให้สภาได้มีส่วน รับรู้รับทราบ หรืออย่างน้อยที่สุดได้รู้สาระสําคัญและก็ให้ความเห็นชอบ ผมไม่แน่ใจที่ผม กราบเรียนในเบื้องต้นว่าผมใช้คําว่า สัตยาบัน หรือ เห็นชอบ แต่ผมคิดว่าผมใช้คําว่า เห็นชอบ กล่าวคือรัฐสภาก็มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบเพื่อให้ฝ์ายบริหารนั้นไปลงนามบันทึก ข้อตกลงนั้น เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐบาลสุรยุทธ์ได้ขอความเห็นชอบจากสภาในขณะนั้นแล้ว เมื่อสภามีมติให้ความเห็นชอบ ท่านก็ไปลงนามที่ประเทศสิงคโปร์ ดังที่ผมได้กราบเรียน

อย่างไรก็ตามนะครับ ขอกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่า ความตกลงที่ว่านี้กฎบัตรอาเซียนที่ว่านี้ การไปลงนามนั้นจะยังไม่มีผลบังคับจนกว่า ประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศนั้น จะได้ให้สัตยาบันรับรอง ยิ่งประเทศนี้ ขณะนี้ก็ทราบว่า มี ๗ ประเทศได้รับรองให้สัตยาบัน แต่การสัตยาบันนั้นก็ขอเรียนว่า ไม่ใช่หน้าที่ของ รัฐสภา รัฐบาลมีหน้าที่เพียงให้ความเห็นชอบความตกลงทั้งหลาย แต่หน้าที่ในการให้ สัตยาบันนั้นเปึนหน้าที่ของฝ์ายบริหาร แต่ว่ากระทรวงการต่างประเทศจะสัตยาบันหรือจะ ให้สัตยาบันยังไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้มีการอนุวัติกฎหมายใด ๆ ให้เปึนไปตามกฎบัตร ที่ได้ตกลงกัน เช่น ในกฎบัตรก็บอกว่าจะต้องทํากฎหมายที่นําเสนอในวันนี้ กล่าวคือ กฎหมายยอมรับสถานะของอาเซียนว่าเปึนนิติบุคคล มีภูมิลําเนาในประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยภูมิคุ้มกันต่าง ๆ วันนี้กระทรวงการต่างประเทศเลยเสนอกฎหมายนี้มา เมื่อสภาให้ความเห็นชอบกฎหมายนี้แล้ว แล้วกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ประกาศใช้แล้ว ท้ายที่สุดนี่เราก็จะให้สัตยาบัน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งสัตยาบันไปยัง เลขาธิการอาเซียน เพื่อให้กฎบัตรนั้นมีผลภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่มีการแจ้งสัตยาบัน เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนรายละเอียดโดยเบื้องต้นให้ทราบขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งมันผ่านมาในรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็มาคาบเกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้นะครับ ในการนําเสนอ กฎหมายฉบับนี้ ก็ขออนุญาตว่าก็มีแบบอย่างกฎหมายหลายฉบับที่ว่าด้วยเอกสิทธิ์และ ความคุ้มกันทั้งหลาย ซึ่งมีตัวอย่างมาแล้วในหลายฉบับด้วยกัน สําหรับรายละเอียดอื่น ๆ นี่ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าจะให้ท่านอธิบดีได้กรุณาชี้แจงเพิ่มเติมครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านอธิบดีครับ ช่วยชี้แจง เดี๋ยวท่านรอก่อน ให้ผู้นําฝ์ายค้านอภิปรายก่อนครับ เชิญครับผู้นําฝ์ายค้าน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ผมเองก็ให้ความสําคัญค่อนข้างมาก นับตั้งแต่ที่รัฐบาลเข้าบริหารราชการ แผ่นดิน เพราะว่าผมถือว่านโยบายการต่างประเทศที่มีความสําคัญประการหนึ่งก็คือการ ที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสําคัญอย่างยิ่งกับอาเซียนและโดยจังหวะเวลาของเรื่องนี้ ก็ทําให้เราได้มีโอกาสทําหน้าที่เปึนประธาน ของอาเซียนด้วย ซึ่งก็ได้มีการรับมอบกัน ไปแล้วในช่วงเดือนที่ผ่านมา แล้วก็ถือว่าเปึนโชคดีของประเทศไทยเพราะว่าวาระ ของเราก็จะเปึนป้ครึ่งนะครับ ซึ่งปกติที่ผ่านมาก็จะเปึนวาระเพียงหนึ่งป้ แต่ว่าสิ่งที่ผมได้ แสดงความกังวลมาโดยตลอดก็คือว่า กระบวนการในขณะที่เราไปดํารงตําแหน่งประธาน และบุคคลของเราคนหนึ่งได้มีโอกาสไปทําหน้าที่เปึนเลขาธิการด้วยนี่ เรากลับเห็นว่า กระบวนการของการรับรองหรือดําเนินการเพื่อให้กฎบัตรมีผลบังคับใช้ในส่วนของ เรานั้นนี่ค่อนข้างที่จะล่าช้า ผมเข้าใจได้ครับ แล้วก็เวลาที่พวกผมได้มีโอกาสพบปะกับ เพื่อนอาเซียน หรือผู้ที่มีความห่วงใยในความล่าช้า ผมก็จะพูดเสมอว่ากระบวนการที่ยัง ไม่เสร็จสิ้นเรียบร้อยจะเปึนไทย จะเปึนฟ่ลิปป่นส์ จะเปึนอินโดนีเซียนี่ ส่วนหนึ่งก็ต้อง ยอมรับว่ามันเปึนกระบวนการของประเทศที่ใช้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นย่อมต้องอาศัยเวลาเพราะว่ารัฐบาลจะทําอะไร ฝ์ายนิติบัญญัติจะทําอะไรก็ ต้องมีความละเอียดรอบคอบมีความรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนมากเปึนพิเศษ แต่ว่า เรื่องนี้กระผมก็ได้ติดตามแล้วก็ทวงถามหลายครั้ง ท่านประธานเองก็คงจําได้ว่าวันที่ ท่านประธานได้เรียกประชุม เพราะว่าเราเองก็เปึนส่วนหนึ่งขององค์กรรัฐสภาของอาเซียน แล้วก็ท่านประธานก็จะเปึนบุคคลที่ไปรับตําแหน่งประธานขององค์กรนี้มาในจังหวะเวลา ที่ท่านนายกฯ เปึนประธานของอาเซียนนี่ ผมก็ได้หยิบยกในที่ประชุมว่า การให้สัตยาบัน ของเรานี่ทําไมจึงยังล่าช้าอยู่ แล้วก็ท่านประธานก็ได้กรุณาบอกว่า เข้าใจว่ารัฐบาลได้เสนอกฎหมายมาแล้ว และท่านก็ยังพูดว่าถ้าอย่างนั้นสมัยนิติบัญญัติ เป่ดมาก็น่าจะเอาเรื่องนี้ พวกกระผมก็บอกว่าถูกต้อง ก็อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะฉะนั้นขอกราบเรียนเพื่อยืนยันนะครับว่า ในส่วนของฝ์ายค้านเองต้องการสนับสนุน เรื่องนี้อย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ที่กระผมค่อนข้างไม่สบายใจก็คือว่า คําชี้แจงเกี่ยวกับว่า การให้สัตยาบันของกฎบัตรนี้ กระบวนการขั้นตอนควรจะเปึนอย่างไร จนกระทั่งถึง เมื่อสักครู่นี้ครับ ผมก็ได้ยังรับฟังความคิดเห็นที่แบ่งออกเปึน ๒ ฝ์าย ฝ์ายหนึ่งก็บอกว่า กฎหมายที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ก็เปึนกฎหมายอนุวัติตามกฎบัตร แต่ว่าไม่ใช่ กระบวนการของการให้สัตยาบัน ดังนั้นก็เปึนที่เข้าใจว่าการให้สัตยาบันก็ต้องดําเนินการ ในอีกขั้นตอนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีคําพูดหรือการอ้างถึงกรณีของ สนช. ซึ่งเคยให้ ความเห็นชอบกับร่างกฎบัตรไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แล้วก็มีการใช้ถ้อยคําซึ่ง คงไม่ได้เจาะจงว่าเปึนท่านรัฐมนตรีหรือท่านใด แต่ว่าพูดกันหลวม ๆ นะครับ เวลาเราคุย กันเรื่องนี้ว่าตกลง สนช. หรือสภาให้สัตยาบันไปหรือยัง ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ ครับว่า ทั้งหมดนี้เราต้องมีความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าหนังสือสัญญาในแต่ละเรื่อง ในแต่ละฉบับ จะทํากับประเทศอื่นหรือจะทํากับองค์กรระหว่างประเทศ จะมีเนื้อหาสาระ แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเวลาเราอ่านมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนบทบัญญัติ หลักในเรื่องนี้ ก็คงต้องพยายามเข้าใจและก็ปรับเข้ากับหนังสือสัญญาแต่ละฉบับ ตามเนื้อหาสาระและข้อเท็จจริง กระผมเข้าใจว่าเบื้องต้นก็คือในมาตรา ๑๙๐ วรรคแรก และวรรคสอง พูดเอาไว้ชัดเจนครับว่าหนังสือสัญญาที่รัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบนี่ คือหนังสือสัญญาที่มีลักษณะอะไรบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วในรัฐบาลนี้ ไปเรื่องหนึ่ง และก็ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว แล้วกรณีของกฎบัตรอาเซียน แน่นอนก็เข้าเงื่อนไข เพราะเปึนหนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันให้เราต้องตรากฎหมาย มิฉะนั้นวันนี้เราก็ไม่ต้องพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ประเด็นปัญหาก็มีว่าสิ่งที่ สนช. ทําไปนี้ คือการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาในขั้นตอนอะไร ซึ่งดูไปแล้วถ้า ท่านประธานอ่านมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม วรรคสี่ สิ่งที่รัฐบาลท่านนายกฯ สุรยุทธ์ ได้ ทําไป คือการมาดําเนินการตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ว่าเวลารัฐบาลจะไปลงนาม ในหนังสือสัญญาหรือไปเจรจาในเรื่องใดนะครับ แล้วมีผลกระทบอย่างกว้างขวางตาม เงื่อนไขที่ระบุไว้ ต้องแจ้งให้ประชาชนรับทราบ และให้ผู้แทนของประชาชนให้ความ เห็นชอบเสียก่อน อันนี้ถ้าเราอ่านเฉพาะมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม จะชัดเจนมากนะครับ ก่อนดําเนินการทําหนังสือสัญญาต้องให้ข้อมูล จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ชี้แจงต่อ รัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อ รัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย นั่นคือก่อนลงนาม แล้วก็ที่ไปดําเนินการใน สนช. และ ไปลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนคือกรอบนี้ ทีนี้ถ้าหนังสือสัญญานั้นเปึนข้อตกลงจะ เปึนระหว่างประเทศไทยกับอีกหนึ่งประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ แล้วก็ถือว่า ลงนามกันแล้วมีผลบังคับใช้แล้วก็จบ แต่ว่าถ้ามีในหนังสือสัญญา อย่างเช่น กรณีของ กฎบัตรอาเซียนระบุต่อไปอีกว่า พอลงนามแล้วนี่ก่อนจะมีผลจะต้องมีการมาให้สัตยาบัน ในประเทศต่าง ๆ ตามกระบวนการแต่ละประเทศ ประเด็นที่ตามมาก็คือว่าใครจะเปึนคน ให้สัตยาบัน กระผมคิดว่าโดยเจตนารมณ์แล้วการให้สัตยาบันก็น่าที่จะต้องเข้ามา ดําเนินการโดยที่ประชุมร่วมของรัฐสภา เพื่อให้การเห็นชอบหนังสือสัญญา เพราะว่าสิ่งที่ สนช. ทําไปนี่เห็นชอบร่างข้อตกลง เสมือนกับเปึนการดูกรอบการเจรจา แล้วก็บอกว่าท่านนายกฯ หรือท่านรัฐมนตรี ไปลงนามได้ แต่ถ้าหนังสือสัญญาใดบอกต้องกลับมาให้สัตยาบัน ผมคิดว่าน่าจะเปึน การมาขอความเห็นชอบจากองค์กรที่มีอํานาจ ซึ่งกรณีนี้ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ก็น่าจะ ต้องหมายถึงที่ประชุมร่วมของรัฐสภา ผมอยากให้เราชัดเจนตรงนี้นะครับ เพราะว่า ถ้าทางรัฐบาลยืนยันว่าจะต้องมีการมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในตัวกฎบัตรซึ่งไป ลงนามแล้ว เปึนหนึ่งในกระบวนการของการให้สัตยาบัน อย่างนี้กระผมคิดว่ากฎหมาย ฉบับที่เราพิจารณาอยู่นี้นะครับ มันไปได้เร็วเลย เพราะว่ามันมีประเด็นเฉพาะเรื่องการ คุ้มครองเท่านั้น แต่ถ้าวันนี้ท่านกําลังมายืนยันว่าผ่านอันนี้ไปแล้ว จบไปแล้วในส่วนของ ฝ์ายนิติบัญญัติ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าจะขอให้พิจารณาผ่านไปอย่าง รวดเร็วน่าจะไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเราคงต้องอยากที่จะได้มีการพิจารณาลึกลงไปถึง เรื่องของตัวกฎบัตรอยู่พอสมควร เพราะนี่จะเปึนมาตรการเดียวของฝ์ายนิติบัญญัติในการ ที่จะไปตรวจสอบว่าพันธะข้อผูกพันต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยนั้นเปึนอย่างไร จริงอยู่ครับอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้นว่า พวกกระผมสนับสนุนให้ อาเซียนเดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว กฎบัตรที่มีการไปลงนามกันนี่ก็มีข้อวิจารณ์เยอะ และพวกกระผมก็มีความเห็นว่าวันข้างหน้าก็สมควรจะต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าเราหวังที่จะ เห็นอาเซียนเปึนการรวมกลุ่มของประเทศอย่างเข้มแข็ง มีความก้าวหน้าทั้งในทาง เศรษฐกิจและในทางการเมือง โดยเฉพาะการเมืองที่เปึนประชาธิปไตย แต่ว่าถ้าวันนี้ท่าน บอกว่าฝ์ายนิติบัญญัติจะมีโอกาสเพียงแค่เห็นชอบกฎหมายที่ให้การคุ้มครองการ ดําเนินการของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมคิดว่าคงไม่น่าจะเปึน เรื่องที่ถูกต้อง ผมจึงอยากจะขอความชัดเจนในเรื่องนี้ครับว่า สิ่งที่เราทําอยู่นี้จะเปึนเพียง ขั้นตอนเดียวในการให้สัตยาบันกฎบัตรทั้งหมดอย่างนั้นหรือ ถ้าใช่ผมคิดว่าก็คงจะมี ประเด็นที่น่าจะต้องไปพิจารณากันอีกค่อนข้างยาวนะครับ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วก็ เท่ากับว่าพวกเราไม่ได้มีโอกาสในการทําหน้าที่เลยในกระบวนการของการให้สัตยาบัน กฎบัตรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอธิบดีครับ ช่วยชี้แจงให้ละเอียดครับ ประเด็นของท่านผู้นําฝ์ายค้านครับ

นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมการอาเซียน 🔗

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผมขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้านนะครับ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านจุติ ไกรฤกษ์ และท่านกุเทพ ใสกระจ่าง นะครับ ที่กรุณาให้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อกระทรวงการต่างประเทศในการ ดําเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ในประการแรก เกี่ยวกับคําถามซึ่งได้หยิบยกขึ้นโดยท่าน ส.ส. หลายท่าน นะครับว่า การพิจารณาในวันนี้เปึนการให้สัตยาบันรวดเดียวในครั้งเดียวหรือไม่นะครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนในข้อเท็จจริงที่ผมมีความเข้าใจก็คือว่า กฎบัตรในตอนที่ได้ขอความ เห็นชอบจาก สนช. เมื่อครั้งที่แล้วนะครับ เปึนกฎบัตรซึ่งได้มีกระบวนการเจรจาจัดทํา ก่อนที่รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ ฉะนั้นการที่ฝ์ายบริหาร โดยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ได้นําร่างกฎบัตรเสนอเข้าสู่ สนช. นั้นก็เพื่อให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของ กฎบัตร เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ต้องการให้สภาได้ให้ ความเห็นชอบ แม้ว่ากระบวนการเจรจาในเรื่องของกฎบัตรนั้นได้เริ่มก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม ซึ่งในเรื่องนี้นะครับ ตามความเข้าใจของกระผม มาตรา ๓๐๕ วรรคห้าของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ระบุเอาไว้ว่าการใดที่เกี่ยวกับการจัดทํา หรือดําเนินการตามหนังสือสัญญาที่ได้ดําเนินการไปแล้วก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งหมายถึงรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ให้เปึนอันใช้ได้ และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วรรคสามมาใช้บังคับ แต่ให้นําบทบัญญัติ มาตรา ๑๙๐ วรรคสามมาใช้บังคับกับการ ดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่ และต้องดําเนินการต่อไป ซึ่งอันนั้นเข้าใจว่าเปึนเหตุผลที่ฝ์ายบริหารโดยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ได้เสนอเรื่องเข้ามา ที่รัฐสภาก่อนที่จะไปลงนามกฎบัตรที่สิงคโปร์ ในครั้งนั้นเองที่ สนช. ได้มีคณะกรรมาธิการ ต่างประเทศภายใต้ท่านพิชัย วาศนาส่ง แล้วก็กรรมาธิการอีกหลายท่านครับ ขออนุญาต ที่เอ่ยนามก็ได้ มีการศึกษากฎบัตรอย่างรอบคอบ และก็ได้มีข้อศึกษาออกมานะครับ อย่างน้อย ๒ ฉบับนะครับเท่าที่ผมทราบ ก็คือฉบับที่มีการศึกษาเบื้องต้น แล้วก็ฉบับที่ ตามมานะครับ ก่อนที่ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จะไปลงนามนะครับ อันนี้ก็เปึนข้อเท็จจริง อันหนึ่งซึ่งเปึนความเข้าใจของกระผมว่ามันได้มีข้อยกเว้นเอาไว้ อันเนื่องมาจากร่าง กฎบัตรนั้นได้ผ่านการเจรจาก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ต่อรัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้ เสนอเข้ามา เพราะเห็นว่าเจตนารมณ์เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แล้วต้องการให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบก่อนนะครับ อันนั้นเปึนคําชี้แจงในข้อแรกนะครับ

ในประการที่ ๒ นะครับ โดยที่ในกฎบัตรอาเซียนนี่ได้กําหนดเอาว่า มีพันธกรณีที่ปรากฏอยู่ในหลายมาตราที่รัฐบาลจะต้องไปดําเนินการตามกระบวนการ ภายใน ก็คือการออกกฎหมายอนุวัติการก่อนที่จะให้สัตยาบันได้ ซึ่งเมื่อทางกระทรวงการ ต่างประเทศได้พิจารณาดูในกฎบัตรอาเซียนแล้วเห็นว่า ยังมีพันธกรณีอยู่อย่างน้อย ๒ ประการนะครับ ในประการแรกก็คือการให้นิติฐานะแก่อาเซียน แล้วในประการที่ ๒ คือการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จําเปึนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอาเซียน เลขาธิการ อาเซียน เจ้าหน้าที่ของสํานักเลขาธิการ ตลอดจนผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิกทั้งหลายที่จะ เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ประการนี้ครับที่เปึนพันธกรณีที่จําเปึน ที่จะต้องออกกฎหมายภายใน เพื่อมีการอนุวัติการและถ้ากฎหมายภายในนั้นได้รับ การเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วก็เปึนกระบวนการที่รัฐบาลจะไปยื่นสัตยาบันศาลให้กับ เลขาธิการอาเซียนต่อไป ดั้งนั้นในคําถามซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้ถาม หลายท่าน กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลด้วยนะครับว่ามันเปึนขั้นตอนของ การอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ แต่รัฐบาลก็ได้ ดําเนินการครึ่งหนึ่งนะครับ ตามที่ได้บัญญัติเอาไว้ว่ากระบวนการใดที่การเจรจาเริ่มไป ก่อนแล้วก็ไม่ย้อนหลัง แต่ให้ทํากระบวนการที่ยังค้างอยู่ก็เลยมีการเสนอเข้ามาที่สภา ขอความเห็นชอบก่อนลงนาม ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า ความตกลงที่รัฐบาลไปลงนามนั้นจะต้องมีการจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน แล้วก็ชี้แจงให้ประชาชนโดยทั่วไปได้รับทราบ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการประชุมนะครับกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิชาการไม่ต่ํากว่า ๒๐ แห่ง ได้มีการเผยแพร่กฎบัตรทั้งในภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษนะครับ ผ่านทาง เว็บไซต์ และการจัดทําเอกสารต่าง ๆ แล้วก็ได้มีการชี้แจงผ่านทางสื่อทีวี วิทยุนะครับก็ ค่อนข้างกว้างขวาง รายการต่าง ๆ นั้นไม่ต่ํากว่า ๓๐ - ๔๐ รายการนะครับที่ได้ดําเนินการ มาในช่วงที่กฎบัตรได้นําเสนอต่อ สนช. นะครับ ก็ในความเข้าใจของกระผมก็เข้าใจว่า มาตรา ๑๙๐ วรรคสามนั้น ก็ได้พยายามดําเนินการอย่างเต็มที่นะครับ เพื่อให้สอดคล้อง ตามสิ่งที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผมก็ขอเรียนท่านประธาน มาเพื่อกรุณาทราบครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณอลงกรณ์ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ ทางท่านรัฐมนตรีและท่านผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจง กระผมเข้าใจว่ายังมี ความไม่ตรงประเด็นต่อประเด็นปัญหา เนื่องจากว่าตามขั้นตอนของการปฏิบัติในกลุ่ม ประเทศอาเซียนนั้นจะมีขั้นตอนปฏิบัติอย่างนี้ครับ ๑. ก็คือการลงนามในกฎบัตรโดยผู้นํา รัฐบาลของ ๑๐ ประเทศอาเซียนซึ่งได้มีการลงนามไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ที่สิงคโปร์ ในการลงนามดังกล่าวได้มีปฏิญญาตามออกมาเรียกร้องให้ประเทศ ภาคีสมาชิกนั้นให้สัตยาบันต่อกฎบัตรดังกล่าว เพราะฉะนั้นจึงปรากฏในรายงานของสภาว่า ในขั้นตอนต่อไปหลังจากที่มีการลงนาม โดยผู้นํารัฐบาลของ ๑๐ ประเทศสมาชิกอาเซียนแล้ว จึงปรากฏในรายงานดังกล่าวนี้ว่า ขณะนี้มีเพียง ๗ ประเทศเท่านั้นที่ให้สัตยาบันต่อกฎบัตรอาเซียนดังกล่าว ได้แก่ ประเทศ สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ไม่มีประเทศไทย คําถาม ก็คือว่าในกระบวนการขั้นตอนดังกล่าวนั้น ปัจจุบันนี้เราจะถือว่ากฎบัตรอาเซียนได้มี การให้สัตยาบันแล้วหรือยัง ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญ เพราะว่ามันจะเกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นไว้ ในมาตรา ๓๐๕ ก็ตาม แต่ว่าความคาบเกี่ยวและข้อเท็จจริงดูประหนึ่งว่าไม่สามารถที่จะนํา มาตีความใช้ร่วมกันได้ การที่มีการชี้แจงบอกว่า รัฐบาลท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นั้น ได้นําเสนอต่อ สนช. ซึ่งทําหน้าที่เสมือนรัฐสภา เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ก่อน หน้าที่นายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จะไปลงนามในกฎบัตรอาเซียนดังกล่าว ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนนั้น จะถือเสมือนว่าเปึนการให้สัตยาบันกฎบัตร ในขณะที่ กฎบัตรยังไม่ได้มีการรับรองหรือให้สัตยาบันและมีผล ๓๐ วันนับแต่ประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศ ได้ให้สัตยาบันครบถ้วน เรื่องดังกล่าวนั้นจะเปึนปัญหาต่อไปนะครับ ผมคิดว่าทางรัฐบาลโดยรัฐมนตรี เสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่าท่านรัฐมนตรี ต่างประเทศซึ่งต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่สามารถมาชี้แจงด้วยตัวเองได้ ผมไม่อยาก ที่จะให้เห็นกรณีนี้เหมือนกรณีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งยืนยันมาทั้งในส่วน ฝ์ายปฏิบัติและฝ์ายนโยบาย บอกว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดมาตรา ๑๙๐ ท้ายที่สุดศาล รัฐธรรมนูญก็ชี้ว่าการดําเนินการดังกล่าวนั้นขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ จนขณะนี้ทั้ง คณะก็กําลังอยู่ระหว่างกระบวนการถูกยื่นถอดถอน กรณีนี้สําคัญมาก เพราะว่าในภาวะ ที่เราเปึนประธานอาเซียน เลขาธิการก็คืออดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ดอกเตอร์สุรินทร์ พิศสุวรรณ แล้วเราก็ถือว่าจะได้โอกาสในการจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคม ปลายป้นี้ ก้าวแรกอย่าให้สะดุดขาตัวเองครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นสาระสําคัญของ ตัวพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นไม่มีอะไรต้องติดใจเลย เพราะว่าเราได้ดําเนินการเรื่องนี้ มาในสภาชุดที่ผ่านมา ในพันธกรณีที่เรามีต่อองค์กรต่าง ๆ ที่เปึนองค์กรชํานาญพิเศษ ของสหประชาชาติ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเข้าใจว่าจะได้ให้เกิดความชัดเจนนะครับ แล้วในตัวกฎบัตรเองถ้าดูในตัวร่างที่ได้มีการนําเสนอนั้นจะเห็นว่าจะต้องมีการไปจด ทะเบียนด้วย หลังจากที่มีผล ๓๐ วันนับแต่วันที่ ๑๐ ประเทศให้สัตยาบันครบถ้วนนะครับ ผมไม่แน่ใจว่ามันกลับหัวกลับหางหรือเปล่าในการดําเนินการของเรา และได้รับการยกเว้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๕ หรือไม่ อย่างไร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านกุเทพครับ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ก็ต้องกราบขอบคุณท่านอธิบดีนะครับที่ท่านได้ตอบคําถามผม ผมคิดว่าแม้ท่านจะ ยังไม่ได้ตอบทุกคําถาม แต่ว่าประเด็นที่ท่านตอบก็ชัดเจน ชัดเจนในความเข้าใจ ในข้อเท็จจริงของท่าน ซึ่งอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าไม่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ก็ไม่มีเรื่องที่เราจะต้องมาถกกันมากขนาดนี้ แต่เมื่อ มันเกิดขึ้นแล้วก็คงยอมรับสภาพนะครับ รัฐธรรมนูญที่เขียนไว้อย่างที่ท่านอธิบดีที่มา ชี้แจงได้ตอบ ทางฝ์ายผู้ปฏิบัติก็เห็นครับว่าประเด็นมันไม่ชัดเจน ประเด็นยังมีปัญหา จึงได้พยายามเสนอฝ์ายบริหารขณะนั้นให้ดําเนินการ แต่เมื่อเราดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แล้วฟังคําชี้แจงของท่านอธิบดี ก็เห็นว่าเจตนาท่านไม่ได้พยายามที่จะหลีกเลี่ยง พยายาม ทําให้เปึนไปตามนั้น แต่เนื่องจากมันคาบเกี่ยวกันมาก ท่านประธานครับ ประเด็นตรงนี้ มันเปึนข้อสงสัยของสมาชิก แล้วบังเอิญว่าวรรคสุดท้ายของมาตรา ๑๙๐ ได้เขียนไว้ อย่างนี้ครับท่านประธาน ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เปึนอํานาจของศาล รัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นําบทบัญญัติตามมาตรา ๑๕๔ (๑) มาใช้บังคับกับ การเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม ผมว่าถ้ามีข้อสงสัยจากเพื่อนสมาชิกอยู่ อย่างนี้ การเดินหน้าไปด้วยความเคารพต่อรัฐบาลนะครับ มันก็ยาก ถ้าท่านสมาชิกยังไม่ เชื่อคําชี้แจงของฝ์ายบริหารอย่างนี้ องค์กรตัดสินก็คือศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เปึนเรื่องที่จะ ไปอาศัยบทบัญญัติในมาตรา ๑๕๔ (๑) ซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้ถ้าอธิบายความไม่เข้าใจกัน ผมคิดว่าทางฝ์ายที่ไม่เชื่อคําชี้แจงก็จะใช้มาตรานั้น แล้วก็คิดว่าถ้าใช้มันก็เปึนเรื่องที่ จะต้องทําให้กระจ่างเหมือนกันว่า การที่ท่านนายกฯ สุรยุทธ์ ซึ่งเปึนรัฐบาลที่มาจากการ รัฐประหาร แม้จะมี สนช. ซึ่งถือว่าเปึนรัฐสภา ท่านดําเนินการขอความเห็นชอบไปลงนาม ลงนามมาแล้ว คําว่า การให้สัตยาบันตามกฎบัตรอาเซียน ที่เขียนไว้ว่ากฎบัตรนี้ต้อง ได้รับการสัตยาบันจากสมาชิกอาเซียนทั้งหมดตามกระบวนการภายในของแต่ละรัฐ ที่ท่านรัฐมนตรีและท่านอธิบดีชี้แจงในเรื่อง พ.ร.บ. ฉบับนี้ วันนี้มันเปึนการอนุวัติตาม กฎบัตร ซึ่งแน่นอนครับเมื่อผ่านสภานี้ก็ไปผ่านวุฒิสภา ก็เปึนไปตามรัฐสภาตาม กระบวนการภายใน แต่คําถามว่าตัวกฎบัตรนั้นได้ให้สัตยาบันหรือยัง ผมมีความเชื่อ ตามคําชี้แจงของฝ์ายรัฐบาล ว่าถ้าจะถือเอาว่า สนช. คือรัฐสภา ก็น่าจะได้ผ่านแล้ว เพราะวรรคสองบอกว่าก่อนดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กร ระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องจัดข้อมูลและจัดให้แสดงความคิดเห็น นั่นหมายถึงว่าการที่ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีได้ไปลงนามนั้นได้ ดําเนินการแจ้งต่อรัฐสภาคือ สนช. แล้ว แต่ในวันนี้มันไม่ใช่ สนช. เปึนบรรยากาศของ ประชาธิปไตย และเปึนบรรยากาศของรัฐสภา ถ้าจะทําให้เกิดความชัดเจน ถ้าสมาชิก วันนี้สงสัยว่าสิ่งที่ สนช. ทําน่าจะไม่ใช่การให้สัตยาบัน ก็เปึนเรื่องที่จะต้องใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๔ (๑) ในการทําให้ชัดเจน และควรทําให้ชัดเจนโดยเร็วครับ ท่านประธานครับ ถ้ามีความไม่ชัดเจนตรงกันอยู่ดึงดันไปก็เกิดปัญหาถึงทางตัน เพราะว่ามันมีข้อสงสัยอยู่ กระผมเองก็กราบเรียนว่า ผมเชื่อในคําชี้แจงของท่านอธิบดี แต่ว่าถ้ามีปัญหาข้อขัดข้อง อย่างนี้ ผมคิดว่าสภานี้ก็คงต้องหาทางร่วมกันว่าไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไร ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอธิบดีชี้แจง ให้ชัดครับ

นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ครับ ผมขออนุญาตชี้แจงอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ในการเสนอร่างกฎบัตรในรัฐบาล ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ นั้น เปึนการเสนอกฎบัตรตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ซึ่งไม่ใช่เปึน การเสนอกรอบการเจรจานะครับ เพราะว่าเข้าข่ายการยกเว้นตามมาตรา ๓๐๕ ตามที่ ได้แจ้งไปแล้ว แต่เพราะว่ามาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ไม่ได้กําหนดว่าต้องเสนอให้รัฐสภา เห็นชอบความตกลงระหว่างประเทศเมื่อใด รัฐบาลที่แล้วจึงได้เสนอกฎบัตรต่อ สนช. เพื่อให้สอดคล้องตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น และในการพิจารณาของ สนช. ในครั้งนั้นก็ได้ผ่านมติให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎบัตร ไปแล้ว ดังที่ท่านเลขาธิการวุฒิสภาปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีหนังสือตอบเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ว่าตามที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างกฎบัตร สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบนั้น ในคราวประชุม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๒/๒๕๕๐ วันพุธที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ที่ประชุม ได้ลงมติให้ความเห็นชอบแล้ว จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ฉะนั้นก็ถือว่าตอนนั้นได้มี การให้ความเห็นชอบโดย สนช. แล้ว รัฐบาลท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จึงได้ไปลงนาม

ทีนี้มาคําถามถัดไปนะครับว่าถือว่าเปึนการให้สัตยาบันแล้วหรือไม่นะครับ ตามกฎบัตรอาเซียนนะครับ หมวดที่ ๑๓ ข้อที่ ๔๗ นะครับว่าด้วยการลงนาม การให้ สัตยาบัน การเก็บรักษาและการมีผลใช้บังคับของกฎบัตร ในข้อที่ ๑ กล่าวไว้ว่ากฎบัตรนี้ ต้องได้รับการลงนามโดยรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งหมด ข้อ ๑ ก็ได้ทําไปแล้วโดยความ เห็นชอบของ สนช. ข้อที่ ๒ กล่าวว่ากฎบัตรนี้ต้องได้รับการสัตยาบันจากรัฐสมาชิก อาเซียนทั้งหมดตามกระบวนการภายในของแต่ละรัฐ ขณะนี้เรากําลังดําเนินตาม กระบวนการภายในของแต่ละรัฐเพื่อให้สัตยาบันได้ กระบวนการภายในของประเทศไทย ก็คือว่า ตามรัฐธรรมนูญได้กําหนดไว้ว่า ถ้าความตกลงสัญญาใด หนังสือสัญญาใด จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเปึนไปตามหนังสือสัญญานั้นนี่จะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา กฎบัตรเปึนประเภทหนังสือสัญญาประเภทหนึ่งนะครับ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ นะครับ แล้วมีพันธกรณีที่จะต้องออกกฎหมายภายใน พันธกรณีที่ว่านั้นก็คือ ๒ ข้อที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วนะครับ ก็คือ

๑. การรับนิติฐานะของอาเซียน

๒. ก็คือการออกเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จําเปึนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ อาเซียนและคนที่เกี่ยวข้องทั้งปวงตามที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่เสนอต่อสภาในวันนี้ก็เพื่อที่จะดําเนินการตามพันธกรณี ตามกระบวนการภายใน ของนิติบัญญัติของเรา เพื่อให้ทางรัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินี้ เพื่อที่รัฐบาลจะได้ไปดําเนินการ

ถัดไปในข้อ ๓ ในการมอบสัตยาบันศาล เมื่อได้ผ่านความเห็นชอบจาก สภานิติบัญญัติ วุฒิสภา แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วก็จะมอบสัตยาบันศาล ให้กับท่านเลขาธิการอาเซียนซึ่งในข้อ ๔๗ ของกฎบัตรก็ได้พูดในลําดับถัดไปนะครับว่า เมื่อได้มอบแล้วก็ให้เก็บรักษาสัตยาบันศาลไว้กับเลขาธิการอาเซียน ซึ่งจะแจ้งให้ รัฐสมาชิกทั้งหมดทราบถึงการมอบแต่ละฉบับโดยพลัน และ

ข้อที่ ๔ ซึ่งเปึนข้อที่สําคัญนะครับว่า กฎบัตรนี้จะมีผลใช้บังคับเมื่อใด ในกฎบัตรอาเซียนได้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า กฎบัตรนี้จะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๓๐ ต่อจาก วันที่มีการส่งมอบสัตยาบันศาล ฉบับที่ ๑๐ ให้แก่เลขาธิการอาเซียน นั่นหมายความว่า รัฐสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ จะต้องส่งมอบสัตยาบันศาล เช่น รัฐที่ ๑๐ รัฐสุดท้าย ได้ส่งมอบสัตยาบันศาลแล้ว อีก ๓๐ วันหลังจากนั้นกฎบัตรนี้ถึงจะมีผลใช้บังคับ นั่นถึงจะ ครบกระบวนการทั้งหมดที่กําหนดไว้ในข้อ ๔๗ ของกฎบัตรอาเซียน ขณะนี้เหลืออยู่ ๓ ประเทศก็คือประเทศไทย ฟ่ลิปป่นส์ แล้วก็อินโดนีเซีย สมมุติว่าประเทศไทยเปึน ประเทศที่ ๑๐ในการที่จะยื่นสัตยาบันศาลนะครับ เราก็มีต้องนับต่อไปอีก ๓๐ วัน หลังจากที่ยื่นแล้วจึงจะมีผลใช้บังคับนะครับ แต่ถ้าไม่ใช่ประเทศไทยยังมีเหลืออีก ประเทศหนึ่งใน ๓ ประเทศนี้ไม่ได้ยื่นสัตยาบันศาลต่อท่านเลขาธิการอาเซียนกฎบัตรนี้ ก็ไม่มีผลใช้บังคับมาตรา ๔๗ ตามที่กฎบัตรอาเซียนได้พูดไว้ก็ยังไม่มีผลครับ เพราะ เนื่องจากว่ายังขาดอีกประเทศหนึ่ง อันนี้ค่อนข้างจะชัดเจนที่อยู่ในข้อ ๔๗ ของกฎบัตร อาเซียนขอกราบเรียนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ที่จะขยายความความเข้าใจที่เกี่ยวกับบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๐ ดังที่ท่านผู้นําฝ์ายค้าน ท่านอลงกรณ์ได้กรุณามีข้อสังเกตว่าอาจจะมีปัญหาในแง่ของการตีความ ผมคิดว่า เรื่องของมาตรา ๑๙๐ ชัดเจนที่สุดก็คือว่า ให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบในความตกลงใด ๆ ที่เข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ถ้าจะชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือท่านกรุณาเป่ดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ เรื่องการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เขาจะเขียนไว้ชัดเจนใน (๑๐) (๑๕) ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานขออนุญาตอ่านว่า ในกรณีต่อไปนี้ให้รัฐสภา ประชุมร่วมกัน (๑๔) การรับฟังคําชี้แจงและการให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตาม มาตรา ๑๙๐ ก็หมายความโดยสรุปว่าก่อนที่รัฐบาลจะไปลงนามในหนังสือสัญญาใด ๆ กฎบัตรอาเซียนดังที่ว่านั้น กฎบัตรอาเซียนทั้งหลายทั้งปวงในอนุมาตราในอาร์ทิเคิล (Article) ทั้งหลายที่ท่านอธิบดีได้กรุณาพูดถึงเรื่องสัตยาบันทั้งหลายนี่ได้ผ่าน ความเห็นชอบของรัฐสภาไปแล้ว รัฐบาลจะไปลงนามใด ๆ ที่ผิดไปจากความเห็นชอบของรัฐสภาที่ได้ให้ความเห็นชอบ ไปแล้วตามวรรคสองไม่ได้ แปลว่าเพียงว่ารัฐสภาได้มีโอกาสได้ดูแล้วว่าอาร์ทิเคิลทั้งหลาย ความตกลงทั้งหลายที่รัฐบาลไปลงนามนั้นมีสาระอย่างไร เพียงแต่ว่าโชคร้ายว่าพวกเรา ไม่มีโอกาสได้ดูกัน เพราะว่าในขณะนั้นเวลานั้นสภานิติบัญญัติทําหน้าที่รัฐสภา เพราะ เมื่อมีความตกลงใด ๆ แล้วรัฐบาลท่านสุรยุทธ์ก็ไปลงนาม แต่ว่าการลงนามในกฎบัตรนั้น มันจะยังไม่มีผล เพราะเขาบอกว่าให้กลุ่มประเทศที่ลงนาม ๑๐ ประเทศนั้นให้สัตยาบัน ในภายหลัง สําหรับประเทศไทยนั้นจะให้สัตยาบันไม่ได้จนกว่าเราจะอนุวัติให้มีกฎหมาย ภายในของเรา เพื่ออนุวัติให้เปึนไปตามกฎบัตร เพราะฉะนั้นเมื่อมีการผ่านกฎหมาย ที่นําเสนอต่อสมาชิกผู้ทรงเกียรติในวันนี้แล้ว และกฎหมายนี้ได้ประกาศใช้แล้วเราก็ สามารถที่จะให้สัตยาบันกฎหมายทั้งหลายทั้งปวงและกฎบัตรเหล่านั้นไปได้ เพราะเรา ได้ดําเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ครบถ้วนบริบูรณ์ เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะไปสัตยาบันตอน สนช. ก็กราบเรียนท่านอลงกรณ์ ท่านผู้นําฯ ว่าสมมุติว่าถ้า เราตีความว่า สนช. ช่วงนั้นคือสัตยาบันมันก็จะผิดกับข้อเท็จจริง เพราะไปลงนามอะไรกัน ไว้แล้ว และสัตยาบันก็หมายถึงยอมรับรองรับสิ่งนั้นว่าถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่ในกฎบัตรเขียนไว้ ด้วยซ้ําไปว่ามันยังไม่ได้นะ จนกว่าคุณจะไปทํากระบวนการภายในของเราให้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นด้วยเหตุนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ความจริงมาตรา ๑๙๐ ก็คือว่า เมื่อมีความตกลงใด ๆ ที่เข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ รัฐบาลต้องนําความตกลงนั้น ๆ เสนอ รัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาเห็นชอบเสียก่อน ความตกลงนั้น ๆ รัฐสภาได้ดูแล้วทุกตัวอักษรว่า ความตกลงนั้น ๆ ข้อ ๑ เปึนอย่างนั้น ข้อ ๒ เปึนอย่างนั้น รัฐบาลจะไปทําอะไรผิดความ ตกลงที่รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วไม่ได้ ในส่วนนี้รัฐบาลท่านสุรยุทธ์ก็ได้ ดําเนินการมาแล้ว เพียงแต่ว่าสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ในขณะนี้ไม่ได้มีโอกาสได้ดู ข้อตกลงนั้น เนื่องจากขณะนั้น สนช. ได้ทําหน้าที่รัฐสภานะครับ และกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ไปรองรับว่าการใดที่ได้กระทําไปแล้วในขณะนั้นก็เปึนการถูกต้อง อย่างนี้เปึนต้น ผมคิดว่ากระบวนการที่ได้เดินมาในขณะนี้น่าจะเปึนการถูกต้องแล้ว น่าจะสามารถที่จะ นํากฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาของสภานี้ไปได้นะครับ ขอกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้นําฝ์ายค้าน เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บางเรื่องเราคงมองตรงกันนะครับ คือผมไม่ปฏิเสธ การทําหน้าที่ของ สนช. ในขณะนั้นว่าเปึนการทําการแทนรัฐสภาในการที่จะเห็นชอบ ก่อนที่จะไปลงนาม พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเปึนผู้ให้อํานาจท่านนายกฯ สุรยุทธ์ไปลงนามแทน ประเทศไทย ประเด็นที่ยังติดใจกันอยู่ก็คือว่า เนื่องจากกฎบัตรระบุถึงการที่จะต้องมี การให้สัตยาบัน ประเด็นที่เปึนคําถามอยู่ในขณะนี้ก็คือว่าใครเปึนผู้มีอํานาจให้สัตยาบัน สนช. ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ครับ เพราะ สนช. จะไปให้สัตยาบันล่วงหน้าก่อนที่กฎบัตร จะมีการลงนามเปึนไปไม่ได้นะครับ ผมพียงแต่ถามว่าขณะนี้ท่านถือว่าอํานาจในการ ให้สัตยาบันคืออํานาจของฝ์ายบริหารใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ผมก็บอกว่ากฎหมายที่จะอนุวัติ ตามกฎบัตรอันนี้คงจะต้องมีการพิจารณากันรอบคอบเปึนพิเศษ เพราะเท่ากับว่าฝ์าย นิติบัญญัติไม่มีโอกาสที่จะมีการตรวจสอบในกระบวนการให้สัตยาบันอีกต่อไปแล้ว ซึ่งถ้าเปึนอย่างนั้นผมก็ขอกราบเรียนล่วงหน้าไปเลยนะครับว่า ถ้าจะรับหลักการ กฎหมายฉบับนี้ ก็ขอความกรุณาว่ายังไม่ควรที่จะพิจารณา ๓ วาระ เดิมทีผมนึกว่า ถ้าจะต้องมีการนํากฎบัตรมาให้ทางที่ประชุมร่วมได้ดู อันนี้ ๓ วาระได้เลย เพราะว่า ถือว่าฝ์ายนิติบัญญัติจะมีโอกาสได้ไปตรวจสอบในเรื่องตรงนั้น ผมจึงอยากจะขอฟัง คํายืนยันนะครับว่า ท่านตีความว่าอํานาจในการให้สัตยาบัน กฎบัตรหรือหนังสือสัญญา ใด ๆ เปึนอํานาจของฝ์ายบริหาร ไม่ใช่อํานาจของฝ์ายนิติบัญญัติ ท่านวินิจฉัยอย่างนั้น ใช่หรือไม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เพชรบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ความจริง ประเด็นที่ท่านผู้นําฝ์ายค้านได้ขอคํายืนยันว่าใครคือผู้มีอํานาจให้สัตยาบัน เปึนประเด็น ที่สําคัญมาก และตรงนี้จะถือเปึนแนวปฏิบัติต่อไปในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและ การทําหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งเปึนฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหาร เราไม่ต้องการไปรบกวน ศาลรัฐธรรมนูญบ่อยครั้งนัก แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญคือ คําชี้แจงของตัวแทน กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเท่าที่ผมฟัง ถ้าเข้าใจไม่ผิด ดูประหนึ่งที่ท่านชี้แจงไม่ตรงกับ ที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ดูประหนึ่งว่าถ้าหากว่าสภาได้ให้ความเห็นชอบต่อร่าง พระราชบัญญัติเสมือนหนึ่งเปึนการให้สัตยาบันใช่หรือไม่ และที่สําคัญก็คือว่าถ้าเปึน เช่นนั้นตัวกฎบัตรอาเซียน ซึ่งมีถึง ๑๓ บท ๕๕ ข้อ ๓๑ หน้า มีเนื้อหาผูกพันครอบคลุม ในหลายด้านนั้น และสภาชุดนี้ไม่ได้มีโอกาสได้มีการพิจารณา แต่ประเด็นที่ผมห่วงใย ก็คงไม่แตกต่างจากข้อสงสัยในเรื่องของกระบวนการ ต้องเรียนย้ําอีกครั้งนะครับว่า เปึนไปไม่ได้ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะให้ความเห็นชอบและเปึนการให้สัตยาบัน กฎบัตรซึ่งยังไม่ได้มีการลงนาม ตรงนี้เปึนประเด็นสําคัญนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า สนช. ทําหน้าที่รัฐสภาเมื่อป้ที่แล้วได้ให้ความเห็นชอบ ซึ่งท่านกล่าวว่าคือร่างกฎบัตร และถ้าหากว่าการลงนามในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ป้ ๒๕๕๐ โดยตัวแทนประเทศไทย คือท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อลงนามแล้ว ขั้นตอนตามมาคือ การให้สัตยาบัน เพราะฉะนั้นมันค่อนข้างมีความชัดเจนว่า กระบวนการในขั้นตอนการทํา หน้าที่รัฐสภาของ สนช. นั้น เปึนเพียงการเห็นชอบในการไปทําความตกลง แต่ไม่ใช่เรื่อง สัตยาบัน ทีนี้ขั้นตอนต่อมาก็คือว่า แล้วการให้สัตยาบันนั้นใครมีอํานาจ และ ๒. คือ รูปแบบการให้สัตยาบันนั้นจะเปึนเช่นที่ท่านตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ถ้าผ่านความเห็นชอบกฎหมายที่ตราไปตามกระบวนการของกฎบัตรแล้ว จะถือเสมือนว่า นั่นคือการให้สัตยาบันหรือไม่ อย่างไร ตรงนี้ต้องการความชัดเจนนะครับ เพราะว่าเรายังมี กฎหมายลักษณะอย่างนี้ที่จะเปึนพันธกรณีระหว่างประเทศต่อไป และต้องการปฏิบัติตาม มาตรา ๑๙๐ ในอีกหลายวาระ หลายโอกาสครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณกุเทพ

ร้อยโท กุเทพ ใสกระจ่าง ศรีสะเกษ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม กุเทพ ใสกระจ่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน ก็ดีใจ นะครับท่านประธานที่ได้ยินท่านสมาชิกท่านได้บอกว่า เราไม่ควรรบกวนศาลรัฐธรรมนูญ บ่อยเกินไป ซึ่งเปึนเรื่องที่ดีมากนะครับ ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้น โดยอาศัยมาตรา ๑๙๐ วรรคท้าย ก็เนื่องจากว่าถ้ามีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ มันไม่มีทาง เปึนอื่น แต่เมื่อฟังคําชี้แจงแล้วผมก็ย้ํานะครับ ผมยืนยันว่าผมเข้าใจและเชื่อในสิ่งที่ ผู้ชี้แจงได้ให้ข้อมูล และยิ่งไปดูมาตราที่ท่านรัฐมนตรียกมา คือมาตรา ๑๓๖ ซึ่งจะต้องมี การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะใน (๑๕) เท่านั้น ที่พูดถึงการให้ ความเห็นชอบ ข้อความในรัฐธรรมนูญคือความเห็นชอบของรัฐสภา ในกฎบัตรได้เขียนว่า การให้สัตยาบัน ผมเข้าใจว่าคํานี้มันไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่เปึนคําที่เราไปแปลความ เอามาจากภาษาอังกฤษว่าแรทติฟาย (Ratify) หรือแรทติฟ่เคชัน (Ratification) ก็แล้วแต่ คําชี้แจงที่ผู้ชี้แจง โดยท่านอธิบดีได้บอกเราก็คือว่า การลงนามนั้นเปึนขั้นตอนที่ไป กระทําแล้วตามกระบวนการใน สนช. ท่านนายกฯ ได้ไปลงนาม ได้มีการรับฟัง ได้มีการ ดําเนินการ ส่วนการให้สัตยาบันก็เปึนเรื่องที่สมาชิกรวมทั้งผมด้วยก็สงสัยละครับว่ามันอยู่ใน ขั้นตอนใด เพราะในรัฐธรรมนูญถ้าบอกว่าให้สัตยาบันต้องทําโดยการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา เราก็ไม่มีวงเล็บใดที่จะให้เราเรียกประชุมร่วมของรัฐสภา แล้วมาพิจารณา กฎบัตรนั้นเพื่อให้สัตยาบัน เพราะข้อความในรัฐธรรมนูญผมอาจจะอ่านน้อยนะครับ ท่านประธานครับ ถ้ามีคําว่า สัตยาบัน อยู่ที่อื่นผมก็ต้องขอโทษ แต่ผมดูมาตรา ๑๙๐ ใช้คําว่า ด้วยความเห็นชอบของรัฐสภา แล้วในมาตรา ๑๓๖ (๑๕) ก็ใช้ว่า ให้ความ เห็นชอบหนังสือสัญญา ซึ่งมันก็ตรงกันอยู่ แต่เมื่อไปแปลคําภาษาอังกฤษมาเปึนสัตยาบัน ความเข้าใจของเราก็คือว่า เมื่อไปลงนามมาแล้วต้องมาผ่านสภาเพื่อเปึนการให้สัตยาบัน หลักการตรงนี้เปลี่ยนไปแล้วหรือไม่ผมไม่รู้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เราเข้าใจว่า กระบวนการเปึนเช่นนั้นอยู่ แต่ว่าเมื่อการเปลี่ยนเกิดขึ้น คือก่อนไปลงนามคุณต้องมา ขอความเห็นชอบของรัฐสภา เมื่อไปลงนามมาแล้วขั้นตอนลงสัตยาบันก็คือว่าอย่างที่ ท่านอธิบดีได้ชี้แจง ท่านก็บอกว่าขั้นตอนต่อไปนี้ก็คือว่าต้องมาออกหนังสือหรือกฎหมาย ให้เปึนไปตามกระบวนการภายในของแต่ละประเทศ เมื่อได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วจึงเอาไปยืนยันกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าประเทศไทยได้ให้สัตยาบันแล้ว แล้วยังไปเขียนบอกว่า การให้สัตยาบัน การเก็บรักษา และการมีผลใช้บังคับ ซึ่งมันมีขั้นตอนหลังจากนี้ไป เพราะฉะนั้นตรงนี้ครับท่านประธานครับ ผมก็คิดว่าที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง อธิบดีชี้แจงมา ถึงตรงนี้ก็พอชัดเจนว่ากระบวนการให้สัตยาบันนั้นตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราคงไม่ สามารถเรียกประชุมร่วมของรัฐสภาเพื่อให้สัตยาบันเปึนพิเศษได้ เพราะไม่รู้จะเอาวงเล็บ ไหนมาเรียกนะครับ นั่นประเด็นที่ ๑

ส่วนประเด็นที่ ๒ ผมก็คิดว่าเมื่อเข้าใจตรงกันว่าไม่อยากรบกวน ศาลรัฐธรรมนูญบ่อย ๆ เรื่องนี้มันก็ไม่มีทางอื่นหรอกครับ ก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ไป และ เห็นด้วยว่าไม่ควร ๓ วาระครับ เพราะเปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมจึงสนับสนุนท่านผู้นํา ฝ์ายค้านว่า เรื่องนี้ก็รับหลักการไปและก็ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ เห็นด้วยครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายพอสมควรแล้ว ขอให้มีการป่ดอภิปรายเพื่อลงมติแล้วก็ไป ดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องตามที่ผู้นําฝ์ายค้านได้ให้คําแนะนํานะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนลงมติ)

ก่อนอื่นนะครับ เพื่อให้ ถูกต้องตามกระบวนการพิจารณากฎหมายนะครับ ผมขอความกรุณา ขอให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้แสดงตนก่อนครับ ช่วยกรุณาแสดงตนทุกท่านนะครับ นําบัตรเสียบเข้าไป ทุกท่านนะครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ทุกท่านเสร็จหรือยังครับ พรุ่งนี้ วันกํานัน ผู้ใหญ่บ้านด้วยนะครับ ช่วยกรุณาเสียบบัตรให้เร็วนะครับ แสดงตนครับ เหลืออีกกี่ท่านครับยังไม่ได้เสียบครับ เชิญไปรับบัตรแล้วก็เสียบให้เร็วครับเดี๋ยวตกเครื่อง

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตน)

เสียบบัตรกันเสร็จ หมดแล้ว เจ้าหน้าที่นับแสดงผล มีผู้เข้าประชุม ๑๙๖ ท่าน ไม่ครบ

นายวิเชียร ขาวขํา อุดรธานี

ขออนุญาตท่านประธานครับ เพราะว่า หลายท่านกําลังจะเสียบบัตรครับ ท่านประธานขออีกนิดหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมให้เวลาอีกนิดหนึ่ง ท่านที่อยู่ห้องงบประมาณก็ตาม ประชุมคณะกรรมาธิการก็ตาม ขอให้เจ้าหน้าที่แจ้ง แล้วก็ป่ดการประชุมสิ่งเหล่านั้น เข้ามาที่ห้องประชุมด่วนครับ เชิญหมอชลน่าน

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคพลังประชาชน ช่วงที่รอสมาชิกที่กําลัง จะออกมาจากห้องงบประมาณซึ่งมีอยู่หลายท่านนั้น ผมขออนุญาตเรียนหารือ ท่านประธานไปพลางก่อนได้ไหมครับ ขออนุญาตท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายนี้ หรือว่าเรื่องอื่นครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เรื่องอื่นครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องอื่น ๆ ผมกลัว ไม่อนุญาต

ผมให้เวลาอีก ๒ นาที

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม มนตรี ปาน้อยนนท์ บัตรใช้ไม่ได้ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวค่อยเพิ่มเอาก็ได้

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

มันไม่กระพริบแบบเพื่อน ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วย หมดเวลาการแสดงตนแล้วนะครับ ขอนับได้ครับ ขณะนี้มีผู้เข้าประชุม ๒๔๘ ท่าน ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบแล้วก็เสียบไม่ได้ โปรดแสดงตนครับ เชิญ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชมภู จันทาทอง ค่ะ เพิ่งได้แสดงตนเมื่อสักครู่ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสียบบัตรไม่เข้าใช่ไหม ครับ

นางชมภู จันทาทอง หนองคาย

เสียบไม่ทันค่ะท่าน ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ประจวบคีรีขันธ์

ผม มนตรี ปาน้อยนนท์ ครับ ๒๔๖ ครับ เสียบแล้วครับแสดงตนเรียบร้อยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็เปึน ๒๕๐ ครับ มีท่านใด อีกครับ ไม่มีนะครับ ๒๕๐ เกินกึ่งหนึ่งใช้ได้นะครับ เหลืออีก ๒ ท่านเชิญครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ผมเพิ่งเสร็จประชุม ผมมาแสดงตนเพิ่มอีกคนหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๑ ครับ เชิญครับ

นายสินิตย์ เลิศไกร สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ สินิตย์ เลิศไกร แสดงตนอีกคนหนึ่งครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๒ ครับ มีท่านใดอีก เชิญครับ

นายสามารถ พิริยะปัญญาพร ราชบุรี

ผม สามารถ พิริยะปัญญาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๓ ครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย กรุงเทพมหานคร เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ติดอยู่ที่ห้องกรรมาธิการ งบประมาณนะครับ ก็ขอรายงานตัวขอแสดงตนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๔ ครับ

นายกมล จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผมหมายเลข ๒ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๕ ครับ

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล กระบี่

ท่านประธานครับ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ๒๒๔ ติดอยู่ห้องประชุมงบประมาณครับ ขอแสดงตนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๖

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร ๓๐๑ ครับ

นายกรณ์ จาติกวณิช กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช ๐๐๓ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๗ ครับ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

ท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ กัลยาศิริ ๓๑๐ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๘ ครับ

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร

ท่านประธานครับ วินัย ภัทรประสิทธิ์ ๓๐๖ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๕๙ ครับ มีท่านใด อีกครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผม สุวโรช พะลัง ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๐ ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม สุวโรช พะลัง ขอแสดงตนครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๑

นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร

ท่านประธานครับ ผม นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ๔๐๗ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๒ ครับ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๒๓๐ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๓

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานคะ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ ๑๓๖ ค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๔

นายดนัย นพสุวรรณวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม ดนัย นพสุวรรณวงศ์ ๐๙๔ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒๖๕ มีท่านใดอีกไหม ครับ ไม่มี ป่ดการเสนอเสียบบัตรนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมแล้วนะครับ

ผมขอมติที่ประชุมจะรับ หลักการหรือไม่รับหลักการนะครับ กระผมขอถามที่ประชุม ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง นะครับ เชิญใช้สิทธิได้ครับ ทุกท่านครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ลงเสร็จแล้วใช่ไหมครับ ลงทุกท่าน ท่านใดที่ยังไม่ได้กดลงคะแนนมีไหมครับ ก็แสดงว่าที่ประชุมได้ออกเสียงลงมติ กันแล้ว เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวสักครู่ครับเดี๋ยวผมจะถามครับ ขอบคุณคุณหมอครับ เดี๋ยวครับ คุณหมอเสียบไม่เปึน เชิญนับคะแนน ผลออกมาแล้วนะครับ แสดงว่าที่ประชุม นี้มีมติเปึนเอกฉันท์นะครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ พิษณุโลกครับ หมายเลข ๒๒๐

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มี ๒๖๘ คะแนน เจ้าหน้าที่ เสียบบัตรได้ แล้วคุณหมอเห็นด้วยใช่ไหมครับ ๒๖๙

นายวิฑูรย์ นามบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร ๓๐๑ เห็นด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ได้เสียบหรือ ก็แสดงว่า ได้ ๒๗๐ นะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมนี้มีมติรับหลักการ ๒๗๐ เสียงเปึนเอกฉันท์นะครับ ไม่มี ผู้ใดค้าน ไม่มีผู้ใดงดออกเสียง ก็แสดงว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องผ่านไปอย่างแน่นอน นะครับ

ต่อไปนะครับผมขอเรียนถามว่าเราจะพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการ แบบไหนครับ เต็มสภาหรือว่าตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ เชิญคุณสามารถครับ วิปฝ์ายรัฐบาล

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชาชน เท่าที่ ฟังท่านสมาชิกทั้งหลายได้อภิปรายมาส่วนใหญ่ก็มีความประสงค์จะได้พิจารณากัน อย่างละเอียดรอบคอบ ฉะนั้นผมก็ขอเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มีนะครับ ถือว่า ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ เชิญครับ คุณสามารถ กี่ท่านครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานครับ ขอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญจํานวน ๓๖ ท่านครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็สัดส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญจํานวน ๓๖ ท่าน คณะรัฐมนตรีนะครับ ๕ ท่าน ที่เหลืออีก ๓๑ ท่าน พรรคพลังประชาชน ๑๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน พรรคชาติไทย ๒ ท่าน พรรคเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน พรรคมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่าน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคประชาราษฎร์ ๑ ท่านนะครับ เชิญเสนอครับ ท่านรัฐมนตรีครับ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ขอประทานอนุญาตที่จะเสนอรายชื่อกรรมาธิการในส่วนของคณะรัฐมนตรีจํานวน ๕ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายวิทวัส ศรีวิหค ๒.นายอรรณพ บุราณเศรษฐ ๓. นางชนนันต์ ศรีทองสุข ศรีพันธุ์ ๔. นายจุลชีพ ชินวรรโณ และ ๕. นายฐานิศร์ ณ สงขลา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนะครับ พรรค พลังประชาชน เชิญครับ พลังประชาชน ๑๕ ท่านนะครับ เชิญครับ

นางอนุสรา ยังตรง สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรค พลังประชาชนค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองการดําเนินงานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชนดังนี้ค่ะ อันดับที่ ๑ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข อันดับที่ ๒ นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา อันดับที่ ๓ นายภาคิน สมมิตร อันดับที่ ๔ นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ อันดับที่ ๕ นางสาวภูวนิดา คุนผลิน อันดับที่ ๖ นายประชุม ทองมี อันดับที่ ๗ นายพิทยา พุกกะมาน อันดับที่ ๘ นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ อันดับที่ ๙ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อันดับที่ ๑๐ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช อันดับที่ ๑๑ นางสิรินทร รามสูต อันดับที่ ๑๒ ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง อันดับที่ ๑๓ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อันดับที่ ๑๔ นางฐิติมา ฉายแสง อันดับที่ ๑๕ นางนันทนา ทิมสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน เชิญครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการ ดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๑๑ ท่าน ดังนี้ ๑. หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ๒. ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๓. ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ๔. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๖. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๗. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๘. นายเจริญ คันธวงศ์ ๙. ดอกเตอร์คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๑๐. ดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ และ ๑๑. นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปชาติไทย ๒ ท่าน เชิญครับ

นายวิโรจน์ สุนทรเลขา นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทย ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทย คือ ๑. นายวิชิต แย้มบุญเรือง ๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่านครับ เชิญครับ

นายนรพล ตันติมนตรี เชียงใหม่

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายนรพล ตันติมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรค เพื่อแผ่นดินครับ ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินจํานวน ๑ ท่านครับ คือ นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปมัชฌิมาธิปไตย ๑ ท่านครับ

นายณัฐวุฒิ สุขเกษม บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ สุขเกษม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคมัชฌิมาธิปไตย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญตามสัดส่วนของพรรค ๑ ท่านดังนี้ นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปรวมใจไทยชาติพัฒนา ประชาราช ๑ ท่านครับ เชิญครับ

นายไกร ดาบธรรม เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไกร ดาบธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรครวมใจไทย ชาติพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาและ ประชาราช จํานวน ๑ ท่าน นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่าน

นายจเร พันธุ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการดําเนินงานของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ พ.ศ. .... ๑. นายวิทวัส ศรีวิหค ๒. นายอรรณพ บุราณเศรษฐ ๓. นางชนนันท์ ศรีทองสุข ศรีพันธุ์ ๔. นายจุลชีพ ชินวรรโณ ๕.นายฐานิศร์ ณ สงขลา ๖. ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ๗. นายสุขุมพงศ์ โง่นคํา ๘. นายภาคิน สมมิตร ๙.นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๑๐. นางสาวภูวนิดา คุนผลิน ๑๑. นายประชุม ทองมี ๑๒. นายพิทยา พุกกะมาน ๑๓. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ ๑๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๕. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช ๑๖. นางสิรินทร รามสูต ๑๗. ร้อยโท ดอกเตอร์กุเทพ ใสกระจ่าง ๑๘. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๑๙. นางฐิติมา ฉายแสง ๒๐. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๒๑. หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ๒๒. ดอกเตอร์รัชดา ธนาดิเรก ๒๓. ดอกเตอร์พีรยศ ราฮิมมูลา ๒๔. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ๒๕. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๒๖. นายจุติ ไกรฤกษ์ ๒๗. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๒๘. นายเจริญ คันธวงศ์ ๒๙. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๓๐. นายประกอบ จิรกิติ ๓๑.นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ ๓๒.นายวิชิต แย้มบุญเรือง ๓๓.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๓๔.นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ๓๕. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ และ ๓๖. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านใดจะแก้ไข มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ไม่มี ถือว่าที่ประชุมนี้ รับรองคณะกรรมาธิการวิสามัญทั้ง ๓๖ ท่านนะครับ เชิญคุณสามารถ แปรญัตติ

นายสามารถ แก้วมีชัย เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พลังประชาชนครับ ขอแปรญัตติตามข้อบังคับครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภายใน ๗ วัน ตามข้อบังคับ ก็ถือว่ามีผู้รับรองถูกต้องนะครับ จะต้องไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เมื่อแปรญัตติเสร็จแล้วก็อยากจะให้คณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่านช่วยพิจารณา โดยเร่งด่วน ท่านจะเอาอย่างไรก็ให้เร็วหน่อย ท่านวิปฝ์ายค้านฝากท่านด้วยนะครับ ทางฝ์ายรัฐบาล บัดนี้ได้เวลาพอสมควร ท่านจะได้เดินทางไปพบปะกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอป่ดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๑๐ นาฬิกา