จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องปัญหาปุิยราคาสูง โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแถลงความจริงว่าเกษตรกรทั้งประเทศมีโอกาสใช้ปุิยราคาถูกหรือไม่ และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาในการจัดหาปุิยราคาถูก โดยไม่ควรใช้งบประมาณเพียง 300 ล้านบาทในการซื้อปุิย
ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในเอกสารที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาทําถึงสภาผู้แทนราษฎร นั้น ได้แจ้งว่าจะตอบปัญหาญัตติด่วนของท่านสมาชิกภิรมย์ พลวิเศษ และคณะ ซึ่งใน ญัตติของท่านระบุไว้ว่าได้ยื่นเมื่อ ๖ มีนาคม ผมมีคําถามอยากจะถามท่านรัฐมนตรี ด้วยความไม่เข้าใจว่า จริง ๆ แล้ว สภานี้ได้พิจารณาญัตติเรื่องปัญหาราคาปุิยหรือปุิย ราคาแพง มีหลายญัตติ ในเดือนมกราคม ๒๕๕๑ มาแล้ว แล้วก็ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ แล้วนะครับ แล้วตอนนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเปึนประเพณีต่อไปไหมว่า ถ้าเผื่อสมาชิกท่านใด ส่งญัตติมา ที่นอกเหนือไปจากวาระเดิมหรือวาระที่ไม่ได้รับการพิจารณา ทุกกระทรวง จะตอบมาเปึนมาตรฐานอย่างนี้หรือเปล่า ซึ่งชอบนะครับ ถือว่าเปึนการให้เกียรติสภา ตอบสภามา แต่ว่าสิ่งที่อยากจะถามก็คือว่า ในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านส่งหนังสือมา เมื่อเดือนมิถุนายน สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็กราบเรียนท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็คือว่า ข้อเท็จจริงในการแก้ไข ปัญหาเรื่องปุิย ก็มีความคืบหน้าไป แต่ความคืบหน้านั้นมันยังไม่เพียงพอ เพราะว่า ทุกวันนี้เกษตรกรยังไม่ได้ใช้ปุิยราคาถูกเลย แม้กระทั่งเมื่อวานซืนนี้สภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําป้ ๒๕๕๒ ก็ได้ซักถาม กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเปึนหน่วยงานหลัก ตัวแทนรัฐบาลไทยในต่างประเทศ ถึงความคืบหน้าที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็กลับมา เมืองไทย บอกว่าเกษตรกรมีโอกาสใช้ปุิยในราคาถูกจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศ อินโดนีเซียนั้นเปึนประเทศที่มีวัตถุดิบแล้วก็เปึนประเทศที่ส่งออกปุิย แล้วโรงงาน ที่ประเทศอินโดนีเซียนั้น ทั้ง ๖ โรงงานเปึนโรงงานของรัฐหมด คือเปึนรัฐวิสาหกิจ ฉะนั้น ความง่ายในการที่จะซื้อปุิยจากประเทศอินโดนีเซียนั้น ความเปึนไปได้น่าจะสูงสุด แต่ปรากฏว่าท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้เดินทางไปประเทศอินโดนีเซียตั้งแต่เดือนมีนาคม นี่เวลาก็ล่วงเลยมาเดือนสิงหาคมแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าในการซื้อปุิยราคาถูกจาก ประเทศอินโดนีเซียเลย แล้วเกษตรกรนั้นก็ได้พลาดโอกาสในการใช้ปุิยไปแล้วครั้งหนึ่ง นี่มาจะนาปรังอีกครั้งหนึ่งก็ทําท่าว่าจะชวดไม่ได้ใช้ ก็ไม่ทราบว่านาป้นี้เกษตรกร ทั้งประเทศนั้นจะได้ใช้ปุิยราคาถูกหรือไม่ กระทรวงการต่างประเทศได้ตอบว่าปัญหาของ ประเทศไทยที่ขอเสนอซื้อปุิยราคาถูกจากอินโดนีเซียนั้นคือราคาที่ต่ํากว่าตลาด เขาก็ไม่ แน่ใจว่าจะสามารถซื้อได้หรือไม่ ฉะนั้นผมคิดว่าความเปึนธรรมนั้นน่าจะเกิดขึ้นกับ เกษตรกรนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนั้นไม่ใช่น่าจะผลักภาระให้เฉพาะกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์อย่างเดียว น่าจะเปึนความรับผิดชอบของทั้งรัฐบาลที่จะแถลงความจริงให้กับ ประชาชนทราบว่าเกษตรกรทั้งประเทศมีโอกาสจะใช้ปุิยราคาถูกในฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้ หรือไม่
คําถามข้อที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ ซึ่งในจดหมายนี้ทางกระทรวง เกษตรฯ ก็ได้บอกว่ากระทรวงเกษตรฯ นั้นได้รับการอนุมัติงบประมาณไปซื้อปุิยราคา ๓๐๐ ล้านบาท ซื้อปุิยสูตร ๔๖ – ๐ – ๐ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าในการซื้อปุิย สูตรนี้เลย สาเหตุหลักผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลมีงบประมาณไปทําอย่างอื่นเยอะมาก ท่านประธานครับ แม้กระทั่งจะสร้างสภาผู้แทนราษฎรเราหลายพันล้านบาท แต่ผมกลับ ตั้งข้อสงสัยว่าเกษตรกรยังยากลําบากอยู่ กระทรวงเกษตรฯ นั้นของบประมาณไป จัดซื้อปุิยมูลค่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนั้นอนุมัติให้เขา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของคําขอ คือเพียงแค่ ๓๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่ได้ดูความละเอียดถ่องแท้ว่าวันนี้ตลาดปุิยเปึนของ ผู้ขาย ไม่ใช่เปึนของผู้ซื้อ ฉะนั้นถ้าเราสามารถซื้อปุิยได้ในราคามูลค่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เราจะเปึนผู้ซื้อรายใหญ่ที่ผู้ขายนั้นจะให้ความสนใจ แต่ถ้าเผื่อ ให้งบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ไปซื้อในราคามูลค่า ๓๐๐ ล้านบาทนั้น ผมก็สงสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นะครับ ก็ดีกว่าขอทานหน่อยหนึ่งจะไปขอซื้อปุิยเขา ในราคาถูกด้วยเงินเพียง ๓๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากจะกราบเรียนตรงนี้ว่าเราต้องพูด ความจริง ท่านรัฐมนตรีต้องพูดความจริงนะครับว่า ท่านเกรงใจไม่ได้หรอกว่าเขาอนุมัติ เงินให้ท่านเพียง ๓๐๐ ล้านบาทไปแก้ปัญหานี้ ท่านต้องบอกไปเลยว่าอย่าให้ดีกว่า ให้แล้วมันไม่สามารถทําได้นะครับ แล้วก็วันนี้ผมก็ต้องยืนยันว่าการทํางานของกระทรวง เกษตรฯ นั้นเปึนไปค่อนข้างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแลจากกระทรวงการต่างประเทศ เท่าที่ควร ไม่ได้รับการดูแลจากสํานักนายกรัฐมนตรีเท่าที่ควร เพราะว่ามองไปว่าอันนี้คือ ปัญหาของกระทรวงเกษตรฯ แต่ไม่ได้มองว่าเปึนปัญหาของประชาชนหรือเกษตรกร ทั้งประเทศ แล้วนี่เปึนปัญหาที่ผมอยากจะให้รัฐบาลนี้ได้ตระหนักไปอีกประเด็นหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วการแก้ไขปัญหาราคาต่าง ๆ เหล่านี้นี่ผมเชื่อว่าเปึนมาตรการที่ให้ ยาหม่องมาทาแก้ไข้หวัดใหญ่เท่านั้นเอง มันไม่สามารถรักษาโรคได้เลย ฉะนั้นวันนี้ อยากจะฟังครับ อยากจะฟังว่าหลังจากจดหมายที่ท่านรัฐมนตรีได้ทําถึงสภาเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วนี้มันมีความคืบหน้าน้อยมาก แล้วความคืบหน้านี้ผมก็เห็นใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าตัวคนเดียว ทํางานยากลําบากอยู่ นะครับ แต่อยากจะให้บอกความจริงกับประชาชนเลยว่าที่รัฐบาลตั้งใจไว้ว่า บอกกับ ประชาชนให้ความหวังไว้ว่าจะใช้ปุิยราคาถูกจากอินโดนีเซียจะมีหรือไม่ จะไปซื้อปุิย ยูเครน อุสเบกิสถานจะมีโอกาสใช้หรือไม่ ถ้าไม่อย่างนั้นก็บอกเขาไปตรง ๆ ไปเลยครับว่า รัฐบาลนี้ไม่สามารถจัดหาเงินงบประมาณเพียงแค่ ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อ ช่วยเหลือเกษตรกรได้ แต่รัฐบาลนี้กลับจะสามารถมีเงินไปทําโครงการใหญ่ ๆ แม้กระทั่ง สร้างสภาผู้แทนราษฎรซึ่งใช้เงินมากกว่าการซื้อปุิยให้กับเกษตรกรในราคาถูกอีก ผมจึง อยากจะให้ที่ประชุมนี้ได้บันทึกเอาไว้เปึนเหตุเปึนผลถึงความที่ไม่น่าจะเปึนต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วกระผมมีเพื่อนสมาชิกผมหลายท่านที่จะอภิปรายให้ความเห็นท่านรัฐมนตรีโดยไม่ซ้ํา ประเด็นกันครับ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ