สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พูดเรื่องปุิย และหารือเรื่องการหาปุิยราคาถูกให้กับเกษตรกร

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทย ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ในเบื้องแรกผมต้องขออภัยที่ประชุมก่อนนะครับ ที่เมื่อวานนี้พอดีผมมี ภารกิจ แล้วก็คิดว่าจะกลับมาได้ทันตอนเรื่องรายงานรับทราบ ซึ่งโดยปกติที่ผ่านมาเรื่อง รับทราบนี่สมาชิกได้อ่าน และถ้าไม่มีประเด็นติดใจก็ผ่านไป ผมก็เข้าใจว่าอย่างนั้น เพราะว่ามีคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเรื่องปุิยแพงอยู่แล้ว ผมก็เลยกลับมาช้า ไม่ทัน ก็เลยต้องขอโทษท่านสมาชิก และก็ขอโทษที่ประชุมแห่งนี้ด้วยนะครับ ประเด็นที่ เมื่อสักครู่นี้ท่านจุติ ผมขออนุญาตที่เอ่ยนามสักนิดนะครับ ได้กรุณาถามว่าทําไมต้องเอา เรื่องนี้เข้ามา ต้องกราบเรียนเลยนะครับว่าทางสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องมา ให้ทางกระทรวงเกษตรฯ รับไปพิจารณาหลังจากที่ได้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ ความสนใจเสนอญัตตินี้เปึนจํานวนมากเลย ก็ถามว่าทางกระทรวงเกษตรฯ ได้รับข้อมูล และก็ไปดําเนินการเรื่องนี้อย่างไร ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงได้ทํารายงานสรุปพูดถึง สถานการณ์ ตลอดจนแนวทางแก้ไข แล้วก็เรื่องของการที่จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ก็ได้เสนอให้ทางสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก็ได้ ส่งมาให้สภาเพื่อได้รับทราบ เพราะฉะนั้นจึงต้องกราบเรียนว่าที่มาที่ไปนั้นเปึนอย่างนี้ ส่วนประเด็นในรายละเอียดที่ท่านสมาชิกทั้งหมด ๖ ท่านได้กรุณาได้ให้ข้อสังเกตและก็ สอบถาม ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของปุิยปลอม ปุิยที่ต่ํากว่ามาตรฐาน เรื่องทําอย่างไรจะให้ ปุิยเคมีลดลง เรื่องการซื้อขายปุิยจากอินโดนีเซียเปึนอย่างไร เรื่องโรงงานปุิยแห่งชาติ ซึ่งท่านสุรพงษ์ได้ให้ความสนใจว่าจะมีการรื้อฟุ๋นไหม เรื่องของปุิยถูกเรื่องของมาตรการต่าง ๆ ผมขอตอบรวบยอดเลยนะครับเปึนภาพรวม ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าโดยภาพรวมเรื่องของการหาปุิยราคาถูก นํามา แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีมาด้วยเงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งท่านสมาชิกก็คงจะทราบเหมือนกับ ที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ทราบว่าเงินจํานวนนี้เมื่อซื้อปุิยแล้วในขณะที่เราได้รับอนุมัติ ปุิยอยู่ที่ราคาตันละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทปุิยเคมีนะครับ โดยถัวเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เราก็ได้มีการพิจารณาสอบถามว่าปุิยตัวไหนในจํานวนเงินแค่นี้ที่เรา ควรจะซื้อได้และตรงกับความต้องการของเกษตรกรมากที่สุด ก็ได้รับข้อมูลรายงานมาว่า ปุิยที่มันเปึนปุิยพื้นฐานที่เกษตรกรใช้กันมากที่สุดก็คือปุิยยูเรียสูตร ๔ ๑๖ ๐ ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็ตัดสินใจครับในการที่จะใช้เงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาทนั้นไป ดําเนินการจัดหาซื้อปุิยยูเรีย ซึ่งเมื่อเราจะซื้อปุิยยูเรียเรารู้ว่าเงินของเรามีอยู่เปึนจํานวน น้อยมาก การที่เราจะไปซื้อเหมือนกับผู้ประกอบการทั่ว ๆ ไปมันคงเปึนเรื่องยากครับ ในการที่จะให้ได้ปุิยราคาถูกและก็มาขายเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องเกษตรกร เราจึงต้อง ดําเนินการโดยวิธีขอใช้รัฐผ่านไปยังสถานเอกอัครราชทูต เพื่อให้สถานเอกอัครราชทูต ได้มีการติดต่อ และตัวของผมเองก็ได้มีการติดต่อกับ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตประเทศ ที่ผลิตปุิย ไม่ว่าจะเปึนประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเปึนประเทศจีน ไม่ว่าจะเปึนอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเปึนยูเครน เราก็ได้มีการติดต่อประสานงานเปึนระยะ ๆ รวมทั้งประเทศจีน ผมก็ ต้องกราบเรียนว่าในช่วงที่น้ํามันปรับตัวราคาสูงขึ้นและปัญหาที่เกิดจากวิกฤติอาหารโลก และวิกฤติพลังงาน ทําให้แต่ประเทศนั้นมีความต้องการที่จะใช้ปุิยจํานวนมากและปุิย ก็ปรับตัวสูงขึ้น จึงทําให้แต่ละประเทศได้มีมาตรการในการที่จะกําหนดมาตรการของ เรื่องปุิยของแต่ละประเทศ เช่น ประเทศจีนก็กําหนดอัตราภาษีไว้ร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะสกัดไม่ให้ปุิยออกข้างนอก เพราะจีนนั้นเผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติดังที่พวกเรา ได้ทราบกันก็ต้องการอยากจะฟุ๋นฟูมีความจําเปึนที่จะต้องใช้ปุิยเปึนจํานวนมาก ก็จึงสกัด ด้วยการตั้งเปึนกําแพงภาษีไว้ถึงร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ตามที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ เราก็ หมดโอกาสครับได้พยายามติดต่อแล้ว ทางอินโดนีเซียก็มีปัญหาไม่แตกต่างกันหรอกครับ ตามที่ท่านจุติได้กรุณากราบเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้ไป แล้วก็บอกว่าได้มีการติดต่อ กับทางรัฐบาลของอินโดนีเซีย ก็ได้รับหนังสือตอบมา อินโดนีเซียนั้นก็มีสภาพไม่แตกต่าง กันคือประเทศต้องการปุิยมากเลยครับ เกษตรกรมีความต้องการเนื่องจากปัญหาวิกฤติ อาหารจึงมีความจําเปึนที่จะต้องใช้ปุิย ทางอินโดนีเซียก็เลยมีการควบคุมการส่งออกปุิย เพื่อที่จะให้ปุิยนั้นเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ถ้าหากว่าเหลือใช้แล้วนั่นล่ะครับ จึงจะสามารถส่งออกมาขายได้ มันก็เลยทําให้เปึนปัญหาอีกในการซื้อระหว่างรัฐต่อรัฐ การติดต่อประเทศต่าง ๆ ยูเครนก็ดี เกาหลีใต้ก็ดี ล้วนแล้วแต่ตอบปฏิเสธมาทั้งสิ้น มันก็ เหลือทางออกทางเดียวคือติดต่อกับทางภาคเอกชน ซึ่งมาติดต่อกับทางกระทรวงว่ามีปุิย ราคาถูกที่อยู่ในสต็อกบ้าง มีปุิยราคาถูกที่จะติดต่อให้ได้บ้าง ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็ พยายามติดต่อโดยมอบหมายให้ทางกรมวิชาการเกษตรและคณะกรรมการปุิยของ กระทรวงได้พยายามติดต่อ แต่เนื่องจากเรามีบทเรียนครับว่าการจะซื้อปุิยต้องไปดูปุิยให้ ได้ก่อน และที่สําคัญการซื้อปุิยโดยส่งผ่านตัวแทนหรือที่เขาเรียกกันว่าเอเย่นต์ (Agent) มันจําเปึนต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทแม่ว่าสามารถที่จะส่งปุิยให้กับบริษัทตัวแทน ของเขาคือเอเย่นต์ เราจึงจะติดต่อซื้อขาย แล้วก็การติดต่อซื้อขายเราก็มีบทเรียนมาแล้ว ว่าการเป่ดแอลซี (L/C) มันก็จะเปึนอันตรายกับพวกเรา ถ้าหากว่าบริษัทแม่เกิดไม่ยินยอม หรือไปเจอบริษัทที่ไม่มีความซื่อตรง มันก็จะทําให้เราถูกจํากัดด้วยเงินที่บล็อก (Block) อยู่กับแอลซี ฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ ก็ต้องพยายามใช้ความละเอียดและใช้ความ รอบคอบพิจารณาดําเนินการ มันก็ทําให้การดําเนินการมันไม่เปึนไปตามเปัาประสงค์ ด้วยเหตุด้วยผล แต่ก็กราบเรียนครับว่าเราก็ไม่ได้ย่อท้อในขณะนี้ก็พยายามติดต่อกับอีก ๒ – ๓ ประเทศ ซึ่งแนวโน้มในระยะหลังน้ํามันเริ่มปรับตัว ราคาเริ่มอ่อนตัวลงก็มีหลาย ประเทศที่เริ่มมีการติดต่อเข้ามา ก็ได้มอบหมายให้ทางกรมวิชาการเกษตรกําลังไปดูแลอยู่ ก็คาดว่าเราคงจะได้คําตอบในจํานวนที่เงินเรามีอยู่ แล้วก็เปึนการซื้อในระหว่างที่รัฐในการที่จะสนับสนุนต่อรัฐมาได้จํานวนหนึ่ง ผมรู้ อีกเหมือนกันครับ เงิน ๓๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าจะซื้อปุิยนี้ปัญหาตามมาแน่ กระทรวง เกษตรฯ ก็ต้องเตรียมตั้งรับ เพราะเงินจํานวน ๓๐๐ ล้านบาทถ้าจะซื้อปุิยในราคาปัจจุบันนี้ อย่างเก่งก็ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ตัน ๒๐,๐๐๐ ตันกับความต้องการพี่น้องเกษตรกรป้หนึ่ง ประมาณ ๔ – ๔.๕ ล้านตัน เราจะทําอย่างไรครับ ผมก็ยังคิดไม่ตกอยู่เหมือนกันว่าจะไป แบ่งกันอย่างไร เกษตรกรคนหนึ่ง รายหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งจะได้ปุิยสักตันหนึ่งหรือเปล่า จะได้ปุิยสักครึ่งตันหรือเปล่า นั่นก็เปึนปัญหา เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงต้องคิด หาทางออกด้วยการมาสนับสนุนอย่างที่เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้บอกไว้ คือแนวทาง ของเกษตรอินทรีย์เปึนทางเลือก เปึนทางรอดที่สําคัญครับ ทางกระทรวงเกษตรฯ จึงพยายามในการที่จะสนับสนุนรื้อฟุ๋นเรื่องโครงการปุิยอินทรีย์เอากลับมาอีกครั้งหนึ่ง ได้มีการจัดฝ๊กอบรมให้กับโรงปุิยที่มีอยู่แล้วโดยผ่านงบ ซีอีโอ (CEO) ในอดีตที่ผ่านมา แล้วก็มารื้อฟุ๋นพร้อมทั้งมาฝ๊กอบรม พร้อมทั้งมาเพิ่มเติมประสิทธิภาพให้กับโรงงานปุิยที่มี อยู่แล้ว เพื่อที่ตั้งใจจะให้ปุิยอินทรีย์ที่มีอยู่แล้วนี้เอากลับมาผลิต เราก็จะดูแลในเรื่องของ คุณภาพ เราก็จะดูแลในเรื่องของมาตรฐาน ก็จะดูแลในเรื่องของปริมาณผลผลิตเพื่อให้ เพียงพอ ก็ต้องกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกว่า ปุิยอินทรีย์ปัจจุบันอย่างเดียวมันคงไม่ได้ มัน คงต้องใช้ควบคู่กันไปกับปุิยเคมีด้วย ดังที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบกัน ทางกระทรวง เกษตรฯ ก็ได้พยายามรณรงค์ ได้พยายามในการที่จะประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับรู้ถึง การใช้ปุิยผสมผสานระหว่างปุิยอินทรีย์กับปุิยเคมี โดยพยายามปรับลดปุิยเคมีให้เหลือ สัดส่วนที่น้อยและใช้ปุิยอินทรีย์ให้มากเพื่อปรับลดต้นทุน แล้วก็เพื่อที่ต้องการอยากจะให้ ระบบนิเวศวิทยา ต้องการอยากจะให้ระบบสิ่งแวดล้อมนั้นไม่เสียหายมากเกินไป ทาง กระทรวงเกษตรฯ ก็กําลังดําเนินการอยู่ แล้วก็ต้องกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิกอีกครับว่า สําหรับเรื่องของโครงการปุิยแห่งชาติ ในวันนี้ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็กําลังคิดนะครับว่า เรากําลังจะรื้อฟุ๋นเรื่องการตั้งโรงงานปุิยยูเรีย และเหมืองโปแตสที่อีสาน ซึ่งในขณะนี้เรา กําลังจัดทําแผนร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม ปตท. แล้วก็ บริษัทปุิยแห่งชาติ กําลังศึกษาซึ่งจะเสร็จ ขอประทานโทษครับ ได้แจ้งมาว่าได้พิจารณา เสร็จเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม ก็กําลังจะสรุปผลการศึกษานั้น แล้วก็ในขณะนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิก็ได้แนะนําในเรื่องของการที่จะซื้อโรงงานปุิยแห่งชาตินี้เอากลับมา ซึ่งก็ กําลังขออํานาจศาล โดยเสนอใช้งบประมาณ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมา รื้อฟุ๋นโครงการปุิยแห่งชาตินี้เอากลับมา หลังจากที่ได้ศึกษาในรายละเอียดให้ครบถ้วน หมดแล้ว ทั้งหมดคิดว่าจะเปึนแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในเรื่องของปุิย ซึ่งทั้ง ปุิยอินทรีย์แล้วก็ปุิยเคมี มันคงจะต้องใช้ควบคู่กัน เราก็พยายามในการที่จะเสนอแนวทาง และที่สําคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อเพื่อนสมาชิก นั่นก็คือเราใช้กําลังของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดินก็ดี โดยกรมวิชาการเกษตรก็ดี ได้พยายามในการ ที่จะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องเกษตรกรได้นําดินในพื้นที่การเกษตรของตัวเองนี้ ส่งมาให้ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้พิจารณาว่า ดินของท่านเปึนดินประเภทไหน ดินเปรี้ยว ดินเค็ม ขาดสารอาหารตัวไหน มีสารอาหารตัวไหน เราก็จะให้คําแนะนําเพื่อที่ต้องการ อยากจะปรับลดต้นทุนให้กับพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ใช้ปุิยได้ถูกคุณค่า รวมทั้งการรณรงค์ ในการที่จะใช้สิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกรณีไถกลบตอซัง หรือไม่ว่าจะ เปึนเรื่องของการใช้ธรรมชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาธรรมชาติด้วยกันเอง ทั้งหมดนั้นเปึนสิ่งที่ ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้พยายามทั้งรณรงค์ แล้วก็ทั้งออกปฏิบัติ ทั้งจัดแปลงสาธิต เพื่อให้เกษตรกรได้เกิดความมั่นใจว่าแนวทางที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้ทํานั้นเกิดผล ใช้ปุิยเคมีน้อยลง ใช้ปุิยอินทรีย์ให้มากขึ้น แล้วก็ใช้สิ่งที่มีอยู่ภายในบ้านของเราเองนี่ ล่ะครับ มาใช้ดําเนินการทําการเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรักษา ราคาให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ต้องไปแบกรับต่อปัญหาต้นทุนการผลิตสูง นี่คือสิ่งที่ทาง กระทรวงเกษตรฯ ได้ดําเนินการอยู่ขณะนี้ ขอบพระคุณครับ