สงกรานต์ จิตสุทธิภากร วิพากษ์วิจารณ์การแจกปุยเคมีให้กับเกษตรกร และระบุว่าอาจมีการเข้ามาของคนกลางที่จะเพิ่มราคาปุยเคมี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการตรวจสอบและจับปุิยปลอม โดยเรียกร้องให้รัฐมนตรีเพิ่มกำลังของสารวัตรปุิย และขอให้กรมวิชาการเกษตรชี้แจงความรู้และตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อใช้ปุิยอย่างถูกต้องและประหยัดเงิน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๑ นครสวรรค์ ตามที่ผมได้อ่านจากเอกสารที่ทางกระทรวงเกษตรฯ ได้ตอบมาเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน นะครับ ผมได้ประเด็นดูรายละเอียดผมมีข้อสังเกตที่อยากจะตั้งเปึนคําถาม ถามท่านประธานสภาไปถึงท่านรัฐมนตรี ในหัวข้อ ๒.๒ นะครับ ที่ท่านได้แจ้งว่าโครงการ ลดราคาปุิยเคมี บอกว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าได้ร่วมมือกันจัดหาปุิยเคมี จํานวน ๑๕๓,๕๐๐ น่าจะเปึนตันนะครับ แต่เขียนว่าบาท จําหน่ายให้เกษตรกรในราคา ถูกนะครับ ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ในความเปึนจริงแล้วผมในฐานะเปึนกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาราคาปุิยนะครับ ได้ทราบจากรายงานแล้วก็จากผู้ชี้แจงครับ ว่า ขณะนี้ปุิยอันนี้เราทําไปถึงเกษตรกรก็จริงนะครับ แต่มีข้อแม้นะครับว่าเกษตรกรต้อง นําเงินสดมาซื้อ เอาเงินสดมาจ่ายด้วยตนเองนะครับถึงจะซื้อได้ และปัญหาก็เกิดขึ้นก็คือ ว่า เนื่องจากเกษตรกรไม่มีเงินสดมากพอที่จะมาซื้อปุิยในราคาด้วยเงินสด จึงทําให้เปึน ปัญหาว่า ปุิยที่แม้จะตั้งใจดีที่จะช่วยนะครับ แต่ปรากฏว่าจําหน่ายไม่ออกครับ แล้วก็ ทราบว่ามีสหกรณ์บางสหกรณ์เสนอตัวที่จะมาอาสาว่าจะมาเหมาไปโดยการนําเงินมา จ่ายแทน แล้วไปให้เกษตรกรย่อยอีกทีหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้น มันอาจจะมีการเป่ดช่องให้บางกลุ่มเข้ามาแสวงโอกาสจากช่องว่างตรงนี้ นะครับ เพราะว่าปุิยที่จําหน่ายไปนั้น ตั้งใจจะให้ถึงเกษตรกรโดยตรง แต่เนื่องจากว่าไม่ สามารถไปได้แล้วมีคนกลางมารับไปจะทําให้ราคานั้นเพิ่มสูงขึ้นอีกนะครับ นั่นคือข้อที่ ๑ นะครับ ที่ผมอยากจะตั้งเปึนคําถามฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีนะครับ
ข้อที่ ๒ ก็เปึนเรื่องของการใช้มาตรการทางกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมตอนแรกได้รับแต่งตั้งเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ผมก็มีความภูมิใจนะครับ กลับไปบ้านก็ ไปบอกเกษตรกร บอกพี่น้องทุกคนว่า เดี๋ยวผมมีโอกาสได้ร่วมประชุมแล้วจะหาทางทําให้ ทุกอย่างมันดีขึ้นนะครับ ได้ปุิยที่ถูกลงแล้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องปุิยปลอม แต่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าปัจจุบันสิ่งที่กระทรวงเกษตรฯ เรียกว่า สารวัตรปุิย มีน้อยมากนะครับ เจ้าหน้าที่ แล้วก็เห็นว่ามีส่วนหนึ่งแค่ป้ละ ๔ คนเท่านั้นครับทั้งกระทรวง ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนไป ไม่ได้เลยนะครับว่า เขาสามารถจะไปตรวจสอบและไปจับปุิยปลอมได้ทั้งประเทศนะครับ อย่างเปึนธรรม สิ่งที่ผมได้รับจากการที่ได้ออกไปในพื้นที่ แล้วก็ไปกับคณะกรรมาธิการ ไปเยี่ยมโรงงานต่าง ๆ ทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสานนะครับ ทราบว่าเจ้าของ บริษัทปุิยบางรายก็ร้องเรียนครับว่าไม่ได้รับความเปึนธรรมเนื่องจากว่า การที่เจ้าหน้าที่ มาตรวจนั้นไม่ได้ตรวจทั่วถึงทุกบริษัทนะครับ คือบางบริษัทก็โดนซ้ําแล้วซ้ําอีกนะครับ บางบริษัทก็ไม่โดนเลย แล้วการที่จะมาตรวจ มาตรการในการตรวจนั้นเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ น้อยเกินไป ทําให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ก็อยากจะขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี นะครับ ว่าถ้าเปึนไปได้ขอให้ช่วยพิจารณาเพิ่มกําลังของสารวัตรปุิยนะครับให้มากกว่านี้ นะครับ แล้วก็ทราบว่าในงบประมาณนี้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณก็ได้ อนุมัติงบประมาณเพิ่มขึ้นแล้วนะครับ ก็จึงฝากเรียนท่านประธานผ่านไปรัฐมนตรีด้วยว่า ให้ดูแลอันนี้ด้วยนะครับ
สุดท้ายนะครับที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีก็คือว่า ผมคิดว่าปัญหาเรื่องปุิย ในความรู้สึกของผมแล้วเปึนปัญหาที่ใหญ่มากนะครับ เพราะว่า เกษตรกรนั้นเกือบทุกคนนะครับต้องใช้ปุิย แล้วอย่างที่ทราบกันในตอนต้นว่า ปุิยนั้นต้อง นําเข้าจากต่างประเทศเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ฉะนั้นถ้ามีวิธีใดวิธีหนึ่งที่เราจะ สามารถให้ความรู้กับเกษตรกรนะครับว่า การใช้ปุิยในแต่ละพื้นที่นั้นใช้อย่างไรถึงจะเกิด ประโยชน์สูงสุดนะครับ ผมเองนั้นได้ทดลองปลูกข้าวอยู่นะครับ ตั้งแต่มาเปึนกรรมาธิการ ก็ทราบว่าถ้าเกิดมีการศึกษาดูจริง ๆ การใช้ปุิยจะไม่มากเหมือนกับที่ทุกวันนี้โดนพ่อค้า บางรายที่ไปอวดสรรพคุณว่าใส่อย่างโน้นใส่อย่างนี้แล้วข้าวจะดี ข้าวจะงาม ถ้าเราให้กรมวิชาการเกษตรนะครับ ไปชี้แจงให้ความสําคัญให้ความรู้ แล้วโดยเฉพาะ อย่างยิ่งนะครับ ก่อนที่จะทําอะไร ถ้าเราสามารถจะตรวจวิเคราะห์ดินได้เราก็จะสามารถ ใช้ปุิยได้อย่างถูกต้องตามสถานที่จริง ถ้าเราทําได้อย่างนั้นก็จะประหยัดงบประมาณ นะครับ แล้วก็ประหยัดต้นทุนของเกษตรกรด้วย ผมคิดว่าอันนี้เปึนผลประโยชน์มหาศาล นะครับที่อาจจะมองไม่เห็นเปึนตัวเลข แต่ผมคิดว่าทุกบาทที่เราประหยัดไปนั้นเราก็ ประหยัดเงินตราต่างประเทศด้วย ขอบพระคุณมากครับ