แวมาฮาดี แวดาโอะ หารือเรื่องเสรีภาพในการนับถือศาสนาและปฏิบัติตามศาสนธรรม โดยเรียกร้องการบัญญัติในเรื่องนี้ในรัฐธรรมนูญ และสนับสนุนให้เคารพศาสนาอิสลาม รวมถึงการแก้ไขระเบียบการแต่งกายให้เหมาะสม
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน จาก จังหวัดนราธิวาสครับ กระทู้ที่ผมถามเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่มี ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเปึนตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบ และเกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการด้วย เพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายสถาบัน บางสถาบันนั้นอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการและบางสถาบันนั้นอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ ฮิญาบเปึนสิ่งที่เราได้ยินอยู่เปึนประจํา ปัญหามีอยู่ว่าข้อบังคับ ของศาสนาอิสลามที่ถูกระบุในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นได้กําชับให้ผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามนั้นจะต้องปฏิบัติ จะละเว้นมิได้ ไม่ว่าจะอยู่ในกรณีใดและบริบทใด ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่ออ่านพระโองการของพระผู้เปึนเจ้าดังนี้ครับ
ในซูเราะห์อันนูร อายะห์ ที่ ๓๑ นะครับ กล่าวว่า และจงประกาศเถิดแก่ มวลสตรีผู้มีศรัทธาทั้งหลาย ที่เราเรียกว่า มุสลิมะห์ หรือ มุมีนะห์ ให้พวกนางยับยั้ง สายตาของพวกนาง อย่ามองสิ่งต้องห้าม และให้พวกนางรักษาอวัยวะเพศของพวกนางไว้ และพวกนางจะต้องไม่เป่ดเผยร่างกายส่วนที่สวมใส่สิ่งประดับของพวกนางให้ปรากฏแก่ สายตาเพื่อนต่างเพศ ยกเว้นส่วนที่เป่ดเผยจับมันได้คือบางส่วนของร่างกายที่อนุญาตให้ เป่ดเผยได้คือ ใบหน้ากับฝ์ามือ และพวกนางจงดึงผ้าคลุมศีรษะของพวกนางมาป่ดไว้ บนคอเสื้อของนาง และพวกนางอย่าเป่ดเผยร่างกายส่วนที่สวมใส่เครื่องประดับของ พวกนาง ยกเว้นต่อผู้ที่มีสิทธิที่จะเป่ดเผย อันนี้คืออยู่ในโองการหนึ่งในพระมหาคัมภีร์ครับ ที่มุสลิมถือปฏิบัติ อีกโองการหนึ่งอยู่ที่ซุเราะห์อันอัซฮัร อายะห์ที่ ๕๙ ว่า โอ้ผู้เปึนศาสดา จงกล่าวสอนบรรดาคู่ครองของเจ้า บรรดาบุตรสาวของเจ้า และมวลสตรีทั้งหลายว่า ให้พวกนางลากเสื้อคลุมของพวกนางลงมาป่ดบนใบหน้าของพวกนาง นั่นเปึนที่ใกล้เคียง ที่สุดที่พวกนางจะถูกรู้จักว่า จากผู้ที่ว่าพวกนางเปึนหญิงที่ดี และพวกนางก็จะไม่ถูกรังแก จากคนทั่วไป และพระผู้เปึนเจ้า อัลเลาะห์นั้นทรงให้อภัยยิ่งและทรงเมตตายิ่ง อันนี้คือ ๒ โองการ เปึนที่มาของปัญหาที่ผมจะตั้งกระทู้ในวันนี้นะครับ เหตุเนื่องมาจาก ตามรัฐธรรมนูญฉบับตั้งแต่ก่อนหน้านี้ หรือรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ หรือจะเปึน รัฐธรรมนูญฉบับหลังจากนี้ ผมก็เชื่อมั่นนะครับว่า ต้องบัญญัติในเรื่องเหล่านี้ขึ้นครับ ในมาตรา ๑๗ ครับ ได้พูดว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนานิกายของ ศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เปึนปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ ของพลเมือง และไม่เปึนการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่งนั้น บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทําการใด ๆ อันเปึนการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนานิกายของ ศาสนาลัทธินิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติ พิธีกรรมตามความเชื่อถือแตกต่างจากบุคคลอื่นครับ อันนี้คือรัฐธรรมนูญ
ทีนี้มาดูในระเบียบอีกครับ เมื่อรัฐธรรมนูญนี้เปึนกฎหมายสูงสุดของ ประเทศครับ เพราะฉะนั้นคําสั่งใด ๆ ระเบียบใด ๆ พ.ร.บ. ใด ๆ ที่มันขัดกับมาตรา ๑๗ นั้นย่อมใช้การไม่ได้นะครับ จึงเปึนที่มาของที่มีระเบียบต่าง ๆ ออกมาครับ ตั้งแต่ประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่องการแต่งกายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติด้านการพยาบาลและ การผดุงครรภ์ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ระบุว่าชุดปฏิบัติงานแบบมีผ้าคลุมศีรษะนั้นถูกระบุ ในข้อปฏิบัติที่กระทรวงได้ประกาศในกระทรวงนะครับ
ข้อที่ ๒ ครับ ทางระเบียบสภากาชาดไทย ป้ ๒๕๔๙ ว่าด้วยเครื่องแบบ และการเบิกจ่ายเครื่องแบบเจ้าหน้าที่และลูกจ้างประจําของสภากาชาดไทย ก็ระบุ เช่นกันว่า ชุดปฏิบัติงานนั้นในข้อ ๘.๓ ระบุว่าชุดปฏิบัติงานสําหรับเจ้าหน้าที่หญิงแบบมี ผ้าคลุมศีรษะ หมายความว่า เอื้อและให้สิทธิมุสลิมที่จะแต่งกายตามศาสนบัญญัติที่ผม ได้อ่าน ๒ โองการที่อยู่ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานตั้งแต่ต้นครับ
ในระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการแต่งกายของนักเรียน นักศึกษา ป้ ๒๕๔๐ ก็ระบุเช่นกันครับว่า เครื่องแบบนักเรียนและนักศึกษามุสลิมนั้นจะพูดหมด เลยครับ ตั้งแต่เสื้อผ้าสีอะไร ยาวอย่างไร พูดถึงผ้าคลุมผมครับ พูดถึงกระโปรงและ รองเท้าตลอดจนถุงเท้าด้วยครับ ผมมีรูปที่จะเสนอต่อที่ประชุมนะครับ เปึนเรื่องใหม่ เหตุเนื่องมาจากว่าในป้ที่แล้วครับ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ทําโครงการหนึ่งเรียกว่า โครงการผลิตพยาบาล ๒,๐๐๐ ตําแหน่ง เพื่อ แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะพยาบาลในพื้นที่ ๕ จังหวัด ชายแดนภายใต้ คือ ๔ จังหวัด สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ ๔ อําเภอของจังหวัด สงขลาครับ เพราะฉะนั้นในวันที่มีการทําการรับสมัครครับ ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้แจกระเบียบของการแต่งกายทุกรูปแบบ ตั้งแต่เวลาเรียนเปึนนักศึกษาต้องแต่งกายอย่างไร เวลาไปฝ๊กงานในพื้นที่ ออกพื้นที่ ออกสนามจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เวลาขึ้นวอร์ด (Ward) หรือปฏิบัติงานบนหอผู้ป์วย จะต้องแต่งกายอย่างไร ตลอดจนเมื่อจบออกไปแล้วได้เปึนพยาบาลนั้นมีสิทธิที่จะคลุมผม คลุมฮิญาบเหมือนกับที่ตนได้ศรัทราต่อศาสนาอิสลามหรือไม่อย่างไร ผมขออนุญาตทาง ท่านประธานเพื่อแสดงรูป ๔ รูป ประกอบการตั้งกระทู้ในวันนี้ครับ