สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒ · ๗ สิงหาคม ๒๕๕๑

วิทวัส ศรีวิหค หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติและขอขอบคุณสมาชิกสภา และอธิบายเหตุผลการเสนอเรื่องร่างพระราชบัญญัติ โดยอ้างถึงข้อเท็จจริงและความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ และการเจรจากฎบัตรก่อนหน้านั้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงนามความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศอาเซียน โดยอ้างถึงพันธกรณีตามกฎบัตรอาเซียน และการดำเนินการตามกระบวนการของประเทศไทยในการอนุวัติการกฎหมายและให้สัตยาบัน

นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมการอาเซียน

กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผมขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภา ท่านผู้นําฝ์ายค้านนะครับ ท่านหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ท่านจุติ ไกรฤกษ์ และท่านกุเทพ ใสกระจ่าง นะครับ ที่กรุณาให้ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งต่อกระทรวงการต่างประเทศในการ ดําเนินการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ

ในประการแรก เกี่ยวกับคําถามซึ่งได้หยิบยกขึ้นโดยท่าน ส.ส. หลายท่าน นะครับว่า การพิจารณาในวันนี้เปึนการให้สัตยาบันรวดเดียวในครั้งเดียวหรือไม่นะครับ ก่อนอื่นผมขอเรียนในข้อเท็จจริงที่ผมมีความเข้าใจก็คือว่า กฎบัตรในตอนที่ได้ขอความ เห็นชอบจาก สนช. เมื่อครั้งที่แล้วนะครับ เปึนกฎบัตรซึ่งได้มีกระบวนการเจรจาจัดทํา ก่อนที่รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีผลใช้บังคับ ฉะนั้นการที่ฝ์ายบริหาร โดยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ ได้นําร่างกฎบัตรเสนอเข้าสู่ สนช. นั้นก็เพื่อให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของ กฎบัตร เปึนไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ต้องการให้สภาได้ให้ ความเห็นชอบ แม้ว่ากระบวนการเจรจาในเรื่องของกฎบัตรนั้นได้เริ่มก่อนที่จะมี รัฐธรรมนูญแล้วก็ตาม ซึ่งในเรื่องนี้นะครับ ตามความเข้าใจของกระผม มาตรา ๓๐๕ วรรคห้าของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ระบุเอาไว้ว่าการใดที่เกี่ยวกับการจัดทํา หรือดําเนินการตามหนังสือสัญญาที่ได้ดําเนินการไปแล้วก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งหมายถึงรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ให้เปึนอันใช้ได้ และมิให้นําบทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ วรรคสามมาใช้บังคับ แต่ให้นําบทบัญญัติ มาตรา ๑๙๐ วรรคสามมาใช้บังคับกับการ ดําเนินการที่ยังคงค้างอยู่ และต้องดําเนินการต่อไป ซึ่งอันนั้นเข้าใจว่าเปึนเหตุผลที่ฝ์ายบริหารโดยท่าน พลเอก สุรยุทธ์ได้เสนอเรื่องเข้ามา ที่รัฐสภาก่อนที่จะไปลงนามกฎบัตรที่สิงคโปร์ ในครั้งนั้นเองที่ สนช. ได้มีคณะกรรมาธิการ ต่างประเทศภายใต้ท่านพิชัย วาศนาส่ง แล้วก็กรรมาธิการอีกหลายท่านครับ ขออนุญาต ที่เอ่ยนามก็ได้ มีการศึกษากฎบัตรอย่างรอบคอบ และก็ได้มีข้อศึกษาออกมานะครับ อย่างน้อย ๒ ฉบับนะครับเท่าที่ผมทราบ ก็คือฉบับที่มีการศึกษาเบื้องต้น แล้วก็ฉบับที่ ตามมานะครับ ก่อนที่ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จะไปลงนามนะครับ อันนี้ก็เปึนข้อเท็จจริง อันหนึ่งซึ่งเปึนความเข้าใจของกระผมว่ามันได้มีข้อยกเว้นเอาไว้ อันเนื่องมาจากร่าง กฎบัตรนั้นได้ผ่านการเจรจาก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ต่อรัฐบาลในสมัยนั้นจึงได้ เสนอเข้ามา เพราะเห็นว่าเจตนารมณ์เมื่อมีรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ แล้วต้องการให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบก่อนนะครับ อันนั้นเปึนคําชี้แจงในข้อแรกนะครับ

ในประการที่ ๒ นะครับ โดยที่ในกฎบัตรอาเซียนนี่ได้กําหนดเอาว่า มีพันธกรณีที่ปรากฏอยู่ในหลายมาตราที่รัฐบาลจะต้องไปดําเนินการตามกระบวนการ ภายใน ก็คือการออกกฎหมายอนุวัติการก่อนที่จะให้สัตยาบันได้ ซึ่งเมื่อทางกระทรวงการ ต่างประเทศได้พิจารณาดูในกฎบัตรอาเซียนแล้วเห็นว่า ยังมีพันธกรณีอยู่อย่างน้อย ๒ ประการนะครับ ในประการแรกก็คือการให้นิติฐานะแก่อาเซียน แล้วในประการที่ ๒ คือการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จําเปึนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอาเซียน เลขาธิการ อาเซียน เจ้าหน้าที่ของสํานักเลขาธิการ ตลอดจนผู้แทนถาวรของรัฐสมาชิกทั้งหลายที่จะ เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทย ด้วยเหตุผลทั้ง ๒ ประการนี้ครับที่เปึนพันธกรณีที่จําเปึน ที่จะต้องออกกฎหมายภายใน เพื่อมีการอนุวัติการและถ้ากฎหมายภายในนั้นได้รับ การเห็นชอบจากรัฐสภาแล้วก็เปึนกระบวนการที่รัฐบาลจะไปยื่นสัตยาบันศาลให้กับ เลขาธิการอาเซียนต่อไป ดั้งนั้นในคําถามซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้ถาม หลายท่าน กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลด้วยนะครับว่ามันเปึนขั้นตอนของ การอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ แต่รัฐบาลก็ได้ ดําเนินการครึ่งหนึ่งนะครับ ตามที่ได้บัญญัติเอาไว้ว่ากระบวนการใดที่การเจรจาเริ่มไป ก่อนแล้วก็ไม่ย้อนหลัง แต่ให้ทํากระบวนการที่ยังค้างอยู่ก็เลยมีการเสนอเข้ามาที่สภา ขอความเห็นชอบก่อนลงนาม ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า ความตกลงที่รัฐบาลไปลงนามนั้นจะต้องมีการจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชน แล้วก็ชี้แจงให้ประชาชนโดยทั่วไปได้รับทราบ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้มีการประชุมนะครับกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิชาการไม่ต่ํากว่า ๒๐ แห่ง ได้มีการเผยแพร่กฎบัตรทั้งในภาคภาษาไทยและภาษาอังกฤษนะครับ ผ่านทาง เว็บไซต์ และการจัดทําเอกสารต่าง ๆ แล้วก็ได้มีการชี้แจงผ่านทางสื่อทีวี วิทยุนะครับก็ ค่อนข้างกว้างขวาง รายการต่าง ๆ นั้นไม่ต่ํากว่า ๓๐ - ๔๐ รายการนะครับที่ได้ดําเนินการ มาในช่วงที่กฎบัตรได้นําเสนอต่อ สนช. นะครับ ก็ในความเข้าใจของกระผมก็เข้าใจว่า มาตรา ๑๙๐ วรรคสามนั้น ก็ได้พยายามดําเนินการอย่างเต็มที่นะครับ เพื่อให้สอดคล้อง ตามสิ่งที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ ผมก็ขอเรียนท่านประธาน มาเพื่อกรุณาทราบครับ