สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๘.๕๘ นาฬิกา)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมก็จะอนุญาตให้ ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ โดยให้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ๓ ท่านแรก ผมขออนุญาตอ่านชื่อไว้ท่านจะได้เตรียมตัว ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ท่านตวงทิพย์ จินตะเวช แล้วต่อด้วยท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ครับ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือ ๔ เรื่องครับ

เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากกำนันสมยศ เชาวรักษ์ กำนันตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๑ บ้านไผ่สี ตำบลสระลงเรือไปยังตำบลวังไผ่ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ชำรุดเสียหายทั้งเส้น กลางคืนก็ไม่มี ไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขโดยด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนายพงศ์ฐกรณ์ โพธิ์พรหม นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองนกแก้ว อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนหมายเลข กจ.ถ. ๔๐๐๓๙ เชื่อมต่อระหว่างตำบลหนองนกแก้วไปยังตำบลหนองประดู่ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ชำรุดเสียหายทั้งเส้น กลางคืนก็ไม่มีไฟส่องสว่าง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปแก้ไข โดยด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากกำนันไพฑูรย์ ปทุมสูตร กำนันตำบลทุ่งกระบ่ำ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนทางหลวงหมายเลข กจ.ถ. ๗๐-๐๑๗ บ้านทุ่งกระบ่ำ ไปยังบ้านหนองกระออม ตำบลทุ่งกระบ่ำ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ถนนชำรุด เสียหายทั้งเส้นนะครับ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขโดยด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๔ ได้รับแจ้งจาก นายอุดร เพ็งอร่าม นายกเทศมนตรีตำบล หนองหญ้าดอกขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ว่าถนนเลียบคลองชลประทาน สายบ้านหนองขาวไปยังบ้านหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ยังเป็นถนนลูกรัง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ไขเพื่อให้เป็นลาดยางหรือซีเมนต์ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านตวงทิพย์ จินตะเวช เชิญครับ

นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ตวงทิพย์ จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง อำเภอเดชอุดมซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของดิฉัน ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๑๕.๔๕ น. มีคนร้ายเข้ามาในหอผู้ป่วย อาคาร ๓ ชั้น ๓ โรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชเดชอุดม โยนถุงบรรจุน้ำมันหลายถุงลงพื้นแล้วทำให้เกิดระเบิด เพลิงไหม้ อย่างรวดเร็ว คนร้ายได้พกปืนมาด้วยขู่คนที่ถือถังดับเพลิงอีก หลังจากที่ก่อเหตุแล้วคนร้าย ได้หลบหนีไปและขับรถชนคนอีกหลายคนก่อนที่จะถูกจับตัวได้ จากเหตุการณ์ข้างต้นดิฉัน ต้องขอชื่นชมก่อนเลยนะคะ คือเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะ เรื่องของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและญาติได้ทั้งหมด ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยอาการหนัก ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลข้างเคียงต่อไปค่ะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ทุกคนที่ได้ช่วยกัน โดยการนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร้อย อส.อ. เดชอุดม ปภ. จังหวัด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๒๒๕ นพค. ๕๖ จิตอาสา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบกับผู้ป่วยเป็นวงกว้าง อุปกรณ์ทางการแพทย์เสียหายมากมาย มหาศาลค่ะ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและคงไม่มีใครคาดคิดมาก่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการจำนวนมาก ซึ่งยังต้องรอผู้เชี่ยวชาญ มาประเมินก่อนนะคะ มูลค่าอาจสูงถึงหลายสิบล้านบาทถึง ๑๐๐ ล้านบาทได้เลย ที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วย ญาติพี่น้อง รวมถึงพี่น้องชาวอำเภอเดชอุดมทุกคนค่ะ ดิฉันขอประณามการกระทำของคนร้ายและ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด ในกรณีนี้เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อไปค่ะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยังรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเร่งดูแลจัดสรรงบประมาณเพื่อมาทดแทนเครื่องมือแพทย์ ที่เสียหายและในเรื่องของการซ่อมแซมอาคารให้พร้อมใช้งานได้อย่างเร่งด่วน เนื่องจาก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดมเป็นโรงพยาบาลขนาด ๓๕๐ เตียง เป็นโรงพยาบาล แม่ข่ายสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี โซน ๔ ดูแลประชากรในเขตพื้นที่อำเภอเดชอุดม อำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น อำเภอนาจะหลวย อำเภอบุณฑริก และอำเภอทุ่งสีอุดม ประชากรรวมกว่า ๔๕๐,๐๐๐ คน สุดท้ายดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงเพื่อกระจายข่าว สำหรับท่านที่สนใจร่วมบริจาคให้ทางโรงพยาบาลสามารถบริจาคได้ตามบัญชีนี้ ธนาคารออมสิน เลขที่ ๐๒๐-๒-๘๔๙๒๔-๐๘๙ ชื่อบัญชีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม ขอเน้นย้ำ ว่ามีบัญชีนี้เพียงบัญชีเดียว เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่มาแอบอ้างด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนสุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวย ปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม เป็นคำขวัญของจังหวัดสุรินทร์ ที่อยากจะให้พี่น้องที่สนใจได้ดูกับ Soft Power เหล่านี้ วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ผมกับท่านประธานแล้วก็เพื่อนผู้แทนตอนนี้เราเข้าใจว่ากำลังติดตาม เรื่องการตัดไฟที่จังหวัดตาก ระหว่างไทยกับพม่าเพื่อต้องการสกัดแก๊ง Call Center ที่มาทำบาปทำกรรมกับพี่น้องประชาชนคนไทยกันทุกวัน ก็กำลังติดตามกันอยู่ครับว่า จะตัดกันเวลาไหน แต่ในขณะเดียวกันแก๊งขโมยสายไฟในประเทศไทยก็มีไม่น้อยที่สร้างความเสียหายให้กับ ที่สาธารณะไม่ว่าสายไฟข้างถนนนะครับ หรือสายไฟน้ำตามชลประทานที่มาอำนวย ความสะดวกกับพี่น้องที่ทำการเกษตรก็คือแก๊งลักขโมยสายไฟลวดทองแดงแล้วเอาไปขาย ที่ผมได้หยิบยกขึ้นมาหารือกับท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานทำเรื่อง ไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งไปยังตำรวจ ทุกสถานีทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน สส. อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ที่นั่งหลังผมที่จังหวัด ชลบุรี หรือท่าน สส. วิลดา ศรีสะเกษ หรือท่าน สส. คุณหมอเชิดชัยที่ขอนแก่นก็เดือดร้อน กันหมด ผู้แทนทุกคนผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะผู้แทนในพรรคเพื่อไทยนะครับ พรรคอื่นคงจะ ได้รับรายงานจากชาวบ้านที่เขากระทบกับการที่โดนขโมยสายไฟไม่ว่าไฟแสงสว่างตามถนน ก็ดีหรือไฟที่ไปอำนวยความสะดวกในเรื่องแหล่งน้ำ มันเป็นโจรที่สร้างปัญหา โจรพวกนี้ โจรพวกไหนครับท่านประธานที่เคารพ คือแก๊งยาบ้า คนทั่วไปเขาจะไม่ไปขโมยละครับ คือพวกเสพยาบ้า ฉะนั้นวิธีการตัดวงโคจรของการสูบยาบ้า ของการซื้อขายยาบ้า สกัดจับ สายลวดทองแดงก็มีผลทำให้คนกลุ่มนี้ไม่มีเงินไปซื้อยาบ้า ฉะนั้นอยากให้สำนักงานตำรวจ แห่งชาติเอาตู้แดงไปติดตั้งไว้หน้าบ้านที่รับซื้อ ร้านค้าที่รับซื้อของเก่าครับ แล้วถ้าเป็นไปได้ เดือนหนึ่งน่าจะสุ่มไปสักครั้งหนึ่ง ถ้าไปเห็นกองลวดทองแดงให้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้เลยครับ ท่านประธานว่า พวกแก๊งยาบ้าเอามาขายแล้วก็ดำเนินคดีกับร้านรับซื้อของเก่าหรือไม่ ก็ตักเตือนแล้วแต่หามาตรการอย่างไรครับ วิธีการถามว่าเจ้าของร้านเขาจะจำไม่ได้อย่างไร ก็ถ้าใครมาขายของเหล่านี้ให้พิเศษไว้หน่อยคือให้เขียนชื่อหรือถ่ายบัตรไว้ได้คนก็จะไม่ไปขาย นี่ถือว่าเป็นภัยอย่างมหาศาลภัยหนึ่ง คือการขโมยสายทองแดงจากไฟฟ้ามาขายสร้างความ เดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านษฐา ขาวขำ ท่านอิทธิพล ชลธราศิริ แล้วก็ท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญท่านษฐา ขาวขำ ครับ

นายษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขอขอบพระคุณท่านประธานไว้เป็นอย่างสูงที่กรุณาได้เร่งรัดได้ดำเนินการ เรื่องที่กระผมได้ปรึกษาหารือท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๘ คือเรื่องการขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ส่งรายงานไปยังสำนักงานใหญ่ศูนย์มรดกโลกประเทศฝรั่งเศสในการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งรอคอยมาเป็นเวลา ๑๒ ปีครับท่านประธาน แล้วก็ จะได้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้ก็เป็นเรื่องที่ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกที่ได้เสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรีได้ทันเวลา ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมที่ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมศิลปากรพร้อมด้วย ทีมงานให้คำปรึกษาแก่คณะทำงานของจังหวัดนครศรีธรรมราช จนทำให้เอกสารเสร็จ สมบูรณ์เรียบร้อย และนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า หลังจากที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว สิ่งที่สำคัญเรื่องของ การบริหารจัดการก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในเรื่อง ของการบริหารจัดการเพื่อให้แหล่งวัฒนธรรมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นแหล่งที่สมบูรณ์ เป็นที่ยอมรับในส่วนของทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ไว้เป็นอย่างสูง

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอิทธิพล ชลธราศิริ เชิญครับ

นายอิทธิพล ชลธราศิริ ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อิทธิพล ชลธราศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ผมมีเรื่อง หารือผ่านท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ คณะกรรมการสถานศึกษา ของโรงเรียนบ้านคำไฮหัวทุ่งประชาบำรุง ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้ร้องเรียนผ่านผมเรื่องโรงเรียนขาดแคลนห้องเรียนอาคารเรียนไม่เพียงพอ แล้วก็จำนวน นักเรียนไม่พอกับห้องเรียนครับ สภาพห้องเรียนแออัดเกินมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการ กำหนด อย่างชั้น ป.๒ มีนักเรียนต่อห้องมากถึง ๕๔ คน ชั้น ป.๔ มีนักเรียนต่อห้องมากถึง ๕๑ คน แม้แต่ห้องประชุมก็ต้องเอามาทำเป็นห้องเรียนไม่มีห้องเรียนให้แบ่งแยกนักเรียน ออกไปแล้วครับ อีกทั้งโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ห้องพยาบาล ห้องพักครู จากภาพเราจะเห็นว่าทั้งโต๊ะครูแล้วก็โต๊ะนักเรียนเกือบจะ ชิดหน้ากระดานแล้วก็ชนหลังห้องแล้ว รวมทั้งลานอเนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรม ของนักเรียนยังไม่มีหลังคาคลุม ทางโรงเรียนก็ได้ของบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน แล้วก็หลังคาคลุมลานอเนกประสงค์ทุกปีแต่ว่าโดนตัดงบประมาณส่วนนี้ไป จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยจัดสรรงบประมาณในการ สร้างอาคารเรียนแล้วก็หลังคาคลุมลานอเนกประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาไม่มีห้องเรียน แล้วก็ รองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองงูเหลือม ตำบลหนองตูม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้ร้องเรียนผ่านผมเรื่องถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๘๓ ช่วงบ้านหนองงูเหลือม บ้านหนองตูม ซึ่งเป็นถนนที่ผ่านชุมชนแล้วก็โรงเรียนมีรถสัญจรจำนวนมากแล้วก็ใช้ความเร็ว เกรงจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเป็นช่วงที่ผ่านชุมชนทั้งโค้ง ทั้งผ่านหน้าโรงเรียน จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงแขวงทางหลวงขอนแก่นช่วยออกแบบการจราจรเพื่อให้รถที่ สัญจรไปมาได้ลดความเร็วลง ไม่ว่าจะเป็นการติดสัญญาณไฟเตือน การทาสีเลนให้ชัดเจน เพื่อให้ชะลอความเร็วครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ปัญหาที่พี่น้องประชาชนบ้านปากเปื่อย ตำบลบึงเนียม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเคยหารือไปแล้วถนนเป็นหลุมเป็นบ่อผิวจราจรขรุขระ ประชาชนสัญจรไปมาลำบากจึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยจัดสรรงบประมาณ ในการทำถนนใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านปรเมษฐ์ จินา เชิญครับ

นายปรเมษฐ์ จินา สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ปรเมษฐ์ จินา รวมไทยสร้างชาติ สุราษฎร์ธานี เขต ๕ มีข้อเสนอผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ หน่วยงาน หน่วยงานแรกก็เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับชาติ นั่นก็คือคณะกรรมการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สืบเนื่องจากว่ามันมี กฎกติกาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ตั้งแต่เริ่มกระจายอำนาจ แล้วก็ ๑๐ ปีเขาให้ปรับปรุงระเบียบได้ ๑ ครั้ง มาปี ๒๕๕๒ ก็ปรับเป็นฉบับที่ ๒ แล้วปัจจุบันน่าจะเป็นปี ๒๕๖๒ น่าจะปรับเป็น ฉบับที่ ๓ แต่ว่าปีนี้ปี ๒๕๖๘ ก็อยากจะฝากทางท่านประธานแจ้งไปยังคณะกรรมการ กระจายอำนาจให้ช่วยเร่งรัดดำเนินการ เพราะว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ค้างไว้ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของขั้นตอนการกระจายอำนาจแล้วก็ในเรื่องของการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลนับวันมีปัญหาที่ยังไม่ได้ปลดล็อกแล้วไม่ได้แก้ไข ก็ฝากให้ช่วยเร่งรัดดำเนินการ ประกาศให้ฉบับที่ ๓ ออกมาอย่างเร่งด่วนด้วยนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นปัญหาระดับจังหวัด นั่นก็คือในส่วนของอำเภอท่าชนะ เราเคย ได้ยินคำว่า สวนป่าท่าชนะ แล้วเขาจะประกาศกฤษฎีกาเป็นพื้นที่ป่าไม้ แล้วหลังจากนั้น ก็โอนให้ ส.ป.ก. แล้วประกาศทับทั้งอำเภอซึ่งมันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ ลงไปเร่งตรวจสอบแล้วก็ดูว่าตัวไหนเข้าเกณฑ์ ดูว่าตัวไหนไม่เข้าเกณฑ์ ดูว่าตัวไหนที่ชาวบ้าน อยู่มาเป็นเวลานานแล้วก็ช่วยเร่งรัดดำเนินการให้ด้วย ทั้ง ส.ป.ก. แล้วก็ป่าไม้ เพราะว่ามีการ ทำ MOU กันอยู่นะครับ

ในส่วนที่ ๓ ก็เป็นปัญหาระดับท้องถิ่นก็ได้รับแจ้งจากกำนันตำบลพังกาญจน์ อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีโครงการชลประทานสร้างมาแล้วประมาณ ๔ ปี ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เนื่องจากว่าระบบมันไม่ผ่านแล้วก็มีการรั่ว พอส่งมอบให้กับเทศบาล ตำบลพนมนะครับ เทศบาลเขาก็ไม่รับเพราะว่าใช้งานไม่ได้ ก็อยากจะฝากทางอธิบดี กรมชลประทานลงไปตรวจสอบแล้วก็ทำอย่างไรให้มันใช้งานได้นะครับ ไม่อยากให้มันเป็น อนุสาวรีย์ เพราะว่าช่วงนี้มันจะเข้าสู่ฤดูแล้งก็อยากจะให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง ต่อด้วยท่านปทิดา ตันติรัตนานนท์ และท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญท่านอรพรรณ จันตาเรือง เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ อดีตพรรคก้าวไกล ปัจจุบันพรรคประชาชน วันนี้ดิฉันได้นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ

เรื่องที่ ๑ ก็คือถนนหมายเลข ๑๓๕๘ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่อยู่ในตัวอำเภอ เชียงดาวเลยค่ะ ท่านประธานคะ มีการเวนคืนถนนเส้นนี้มากว่า ๗ ปี แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถ ดำเนินการใด ๆ ปัญหาก็คือตามรูปค่ะท่านประธาน คือเสาไฟฟ้านะคะแล้วก็เสาไฟส่องสว่าง มันเหมือนกับอยู่กลางถนน ปัญหาของเราก็คือตอนนี้มีรถชนเสาไฟฟ้าแล้วก็เสาไฟส่องสว่าง มาโดยตลอดทำให้เกิดอุบัติเหตุ และยังไม่พอพื้นที่ของอำเภอเชียงดาวยังเป็นพื้นที่แหล่ง การท่องเที่ยวค่ะ นักท่องเที่ยวที่มาใช้ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ดิฉันจึงอยากเรียน ท่านประธานฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมช่วยดำเนินการสั่งการให้สร้างถนน เส้นนี้โดยเร่งด่วนเพื่อเป็นการลดปัญหาในการที่จะประสบอุบัติเหตุ และไม่ให้ใครต้องมา เสียชีวิตกับถนนเส้นนี้อีกต่อไป และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของคนเชียงใหม่ด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟดับบ่อยค่ะ แล้วก็ดับทุก ๆ วันด้วยค่ะ ของพี่น้องอำเภอพร้าว ท่านประธานคะ ปัญหานี้ก็เห็นใจทางผู้ว่าการไฟฟ้าอำเภอพร้าว พอสมควรค่ะพอดีดิฉันได้ไปนั่งคุยกับผู้ว่าการ ปัญหาก็คือในเรื่องของงบประมาณค่ะ ท่านประธาน ทางท่านผู้ว่าการไฟฟ้าก็ดำเนินการเต็มที่แต่ติดในเรื่องของงบประมาณนะคะ ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีนะคะว่าพี่น้องอำเภอพร้าวฝากมา บอกว่า พี่น้องอำเภอพร้าวก็คนไทยคนหนึ่งนะคะใช้ไฟฟ้าแล้วก็จ่ายค่าไฟฟ้าเท่ากับคนไทย ทั่วประเทศด้วยนะคะแต่ทำไมใช้ไฟไม่เพียงพอดับทุกวัน แต่ทำไมแก๊ง Call Center ถึงมีไฟใช้โดยไม่ดับนะคะ เรียนท่านประธานฝากไปยังนายกรัฐมนตรีค่ะ แต่ถ้าหาก นายกรัฐมนตรียังดักจื้อกื้อเหมือนลื้อฟังธรรมแบบนี้คนที่เสียผลประโยชน์คือพี่น้องประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนางปทิดา ตันติรัตนานนท์ เชิญครับ

นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย

ปัญหาแรกค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับฝากคำขอบคุณจากนางสาววรรณฤดี เพิ่มทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอาโพน กำนันไพโรจน์ กำนันสุพรรณ แก้วดี กำนัน ตำบลอาโพน นายกไพโรจน์ ดวงดี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอาโพน ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการนะคะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ที่ทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ได้จัดสรรงบประมาณในการ ซ่อมแซมหลังคาอาคารหอประชุมที่ได้รับเหตุจากภัยธรรมชาติพายุฤดูร้อน ตั้งแต่ เดือนเมษายน ๒๕๖๗ วันนี้ทางโรงเรียนก็ได้รับงบประมาณจัดสรรแล้วก็ซ่อมแซมอาคาร หอประชุมจนแล้วเสร็จนักเรียนได้ใช้ประโยชน์จากอาคารหอประชุมได้อย่างเต็มที่ ดิฉัน ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้นะคะ

ปัญหาที่ ๒ จากการลงพื้นที่ของดิฉันพบว่าอาคารเรียนอนุบาลโรงเรียน บ้านโคกกลาง ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก ชำรุดเสียหายทั้งหลังนะคะ โรงเรียนนี้ มีนักเรียนทั้งหมด ๓๖๐ คน ปัจจุบันนี้พออาคารชำรุดนักเรียนต้องย้ายส่วนหนึ่งไปเรียนกับ เด็กประถมทำให้การเรียนการสอนอาจจะไม่เต็มที่ ดิฉันจึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้งหนึ่งนะคะ ท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ขออาคารเรียนอนุบาล ๓ ห้องเรียน รหัส ๑๐๒ ให้กับโรงเรียนบ้านโคกกลาง ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้นักเรียนเราได้มีอาคารเรียนอย่างเพียงพอด้วยค่ะ

ปัญหาสุดท้ายนะคะ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนสายทาง ๒๐๗๗ ช่วงหน้า โรงเรียนอนุบาลบัวเชดถึงสี่แยกบ้านจารย์ที่ดิฉันได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ขอขอบคุณทาง แขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ที่ได้จัดสรรงบประมาณในการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง แต่จุดที่ ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างคือจุดที่สี่แยกบ้านจารย์บนทางหลวงสาย ๒๓๒๘ ถ้าท่านเลี้ยวซ้าย ให้เราอีกสักนิดหนึ่ง ไฟฟ้าส่องสว่างก็จะไปถึงหน้าโรงเรียนอนุบาลบัวเชด จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปถึง ผอ. แขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ให้ช่วยจัดสรรไฟฟ้าส่องสว่าง บนทางหลวงสาย ๒๐๗๗ ช่วงหน้าโรงเรียนอนุบาลบัวเชดจนถึงสี่แยกบ้านจารย์ด้วย ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ดังนี้ครับ

ผมได้รับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนางพิมประภา อุดมธนสารสกุล นายมงคล สิริจรูญ นางศศิธร สิทธิ์คงชัย นางผ่องศรี ซีแกร นางสาวธัญญารัตน์ จันทร์เอ้ย และพวกอีกหลายท่านมีความเดือดร้อน เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จากกรณีหนังสือที่ สพป. เชียงใหม่ เขต ๒ ได้มีหนังสือไปถึงครูทั้งหลายเหล่านี้ สาเหตุ เนื่องจากเป็นครูอัตราจ้างขาดแคลนขั้นวิกฤติอย่างมาก ได้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและ แต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย และเมื่อสอบบรรจุได้พร้อมกับได้รับการบรรจุตามที่ได้กล่าวข้างต้น และทั้ง ๕ ท่าน ก็ได้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการทุกประการ หลังจากได้รับการบรรจุไปแล้วปรากฏว่า ได้รับหนังสือจากเขตขอให้รับทราบข้อเท็จจริงและชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากผิดเงื่อนไข สัญญาจ้างครูอัตราจ้างขาดแคลนขั้นวิกฤติ ซึ่งครูจะต้องชดใช้หนี้ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๒ เมื่อผิดสัญญาค่าชดใช้ก็จะจ่ายค่าเสียหายไป ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมกับปรับวันละ ๕๐๐ บาทเป็นระยะเวลา ๒๘๓ วัน เป็นเงิน ๑๔๑,๕๐๐ บาท รวมเป็น เงิน ๑๕๖,๕๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นว่าสัญญานี้เป็นเหมือนกับสัญญาทาส เมื่อทำสัญญาเข้าไปทำหน้าที่กับครูแล้วก็ได้ลาไปสอบบรรจุ เมื่อสอบบรรจุได้สัญญานี้บังคับไว้ว่า ถ้าไม่ครบสัญญาจะต้องเสียค่าปรับ ดังนั้นผมถือว่าเป็นสัญญาทาส เมื่อสมัครทำงานรับใช้ชาติ ด้วยความสุจริตใจแล้วก็สอบบรรจุได้แล้วยังจะต้องมาเสียเงินค่าปรับนี้อีก รวมเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ กว่าบาทอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ผมไม่อยากจะเห็นว่าครูทั้งหลายเหล่านี้ มีความกังวลใจเพราะไม่มีสตางค์ที่จะไปจ่าย กลัวว่าจะไม่ได้รับการบรรจุอีกต่อไป ก็ขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขปัญหานี้โดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านนิกร โสมกลาง ท่านสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ต่อด้วยท่านวิลดา อินฉัตร เชิญท่านนิกร โสมกลาง ครับ

นายนิกร โสมกลาง นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเอาความเดือดร้อนของพี่น้องอำเภอพิมายและอำเภอชุมพวง มาขอให้สภาแห่งนี้ช่วยเหลือ ๔ เรื่องครับ

เรื่องที่ ๑ ที่อำเภอชุมพวง ผมขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัด นครราชสีมาที่เพิ่งจะดำเนินการปรับปรุงถนนสายบ้านขุนละครเชื่อมบ้านนางออเสร็จไปเรียบร้อย สวยงามมากครับ ซึ่งถนนก็ได้มีการผ่านโรงเรียนโนนขุยสามัคคีและโรงเรียนโนนอุดม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรเพื่อความปลอดภัยให้เด็กนักเรียน อยากจะขอ ท่านประธานผ่านไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาช่วยลงไปสำรวจปรับปรุง สัญญาณไฟจราจรเพื่อเด็กนักเรียนเราหน้าโรงเรียนทั้งสองให้ด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ถนนทางเข้าบ้านเมืองยาง ตำบลโนนรัง อำเภอ ชุมพวง ปัจจุบันมีขนาดกว้าง ๖ เมตรดีอยู่แล้วครับ แต่ว่าช่วงระยะทางก่อนเข้าหมู่บ้าน จะมีสะพานอันเก่าอันหนึ่งที่มีหน้ากว้างอยู่แค่ ๔ เมตร ก็เลยสงสัยว่าทำไมไม่ขยายทั้งสะพาน และถนนไปพร้อมกัน ก็อยากจะขอให้ท่านประธานผ่านไปยังจังหวัดนครราชสีมา หรือกรมทางหลวงชนบทช่วยลงไปสำรวจแล้วก็ขยายตัวสะพานให้ด้วยครับ เพราะว่ามันเป็น คอขวดอยู่ครับตอนนี้

เรื่องที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ปีที่แล้วผมได้มีการหารือกรณีขอให้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาจุดกลับรถที่อยู่ไกลบริเวณถนนหมายเลข ๒๐๖ จากอำเภอพิมาย เชื่อมบ้านหินดาด บริเวณโรงเรียนพิมายนิคมศึกษา ผมได้รับหนังสือตอบรับ เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายนปีที่แล้วครับว่ากรมทางหลวงจะขอรับงบประมาณสนับสนุนปี ๒๕๖๘ หรือปี ๒๕๖๙ ผ่านมางบประมาณปี ๒๕๖๘ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเด็กนักเรียนและพี่น้องชาวอำเภอพิมาย เดือดร้อนมากครับที่จุดกลับรถออกแบบมาไม่เหมาะสม อยากขอให้ท่านประธานสอบถาม ไปยังกรมทางหลวงให้ช่วยเร่งรัดแก้ไขให้ด้วยครับ

เรื่องสุดท้ายครับ ที่อำเภอพิมายมีลำน้ำหรือสนามแข่งเรือที่จัดงานแข่งขัน เรือยาวประเพณีทุกปีครับ แต่ว่าทุก ๆ เย็น ทุก ๆ วันก็จะมีพี่น้องมาออกกำลังกายวิ่งเยอะ มาก แต่ว่าวิ่ง ๆ ไปหลังหกโมงครึ่งก็ค่อนข้างจะมืดบางจุดแสงสว่างไม่เพียงพอ อยากขอให้ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับช่วยเพิ่มแสงสว่างในบริเวณรอบสนาม แข่งเรืออำเภอพิมายให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสาเหะมูหามัดเชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปัตตานี อำเภอยะหริ่ง และอำเภอมายอ ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและเสนอแนวทางการแก้ไข ปัญหาเพื่อการสร้างงานสร้างอาชีพกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมฮาลาล และด้านสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานีอยู่ท้าย ๆ ตารางของประเทศยังคงประสบปัญหาการว่างงานและรายได้ไม่เพียงพอ ในการดำเนินชีวิตของประชาชน โครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลเป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถ ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถสร้างงานให้กับประชาชน ในท้องถิ่น สร้างโอกาสผู้ประกอบการท้องถิ่นมีพื้นที่ในการพัฒนาธุรกิจและสามารถกระตุ้น เศรษฐกิจโดยรวมของพื้นที่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน กระผมขอเสนอแนวทางในการพัฒนาและ ส่งเสริมโครงการนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล ดังนี้

๑. ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ฮาลาลให้เป็นรูปธรรม

๒. ส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อให้เกิด การพัฒนาในระดับสากล

๓. พัฒนาโครงสรางพื้นฐานจำเป็น เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปา และระบบ โลจิสติกส์เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

๔. ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมฮาลาล โดยจัดให้มีการ ฝึกอบรมและหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อสร้างผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้

๕. ขอขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยประสานความร่วมมือ กับองค์กรที่เกี่ยวข้องในการส่งออกสินค้าและบริการฮาลาล

๖. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมฮาลาล ควบคู่ไปกับ การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประชาชนในท้องถิ่น

ดังนั้นผมขอเรียกร้องขอเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ พิจารณาแนวทางดังกล่าวต่อไป ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถัดไปครับ ท่านวิลดา อินฉัตร เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาววิลดา อินฉัตร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววิลดา อินฉัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือเรื่องขอเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินของชาวบ้านตำบลศรีสำราญ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากกำนันพิทยาพล แก้วภักดี กำนัน ตำบลศรีสำราญว่าชาวบ้านหนองสังข์ หมู่ที่ ๗ บ้านสะงำ หมู่ที่ ๕ บ้านโนนหนองสังข์ หมู่ที่ ๑๓ บ้านป่าชาติ หมู่ที่ ๙ และบ้านอีแงบ หมู่ที่ ๔ จำนวน ๓๔๒ ครัวเรือน รวมประชากรทั้งสิ้น ๑,๕๔๘ คน ซึ่งมีอาชีพส่วนใหญ่ทำนาและทำการเกษตร โดยมีที่ดินครอบครองมาตั้งแต่ บรรพบุรุษ ๙๐ กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ ในที่ดินทำกิน จำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๔,๐๐๐ ไร่ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา ทำให้ชาวบ้านมีความมั่นคงในชีวิต มีรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นแรงจูงใจ ที่จะปรับปรุงและพัฒนาที่ดินของตนให้ดียิ่งขึ้นมีประโยชน์สูงสุด ดิฉันจึงขอนำเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อขออนุมัติให้ออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ให้กับชาวบ้านด้วย เพื่อให้ชาวบ้านได้มีขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตและประกอบสัมมาชีพ ต่อไปขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ต่อด้วยท่านสุไลมาน บือแนปีแน ท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคประชาชน วันนี้ผมขอนำปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องชาวตราดมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง ขอสไลด์แรกด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก็เป็นเรื่องของถนนหนทางที่ถนนหมายเลข ๓๑๕๗ แสนตุ้ง-บ่อไร่ อันนี้ก็จุดเริ่มต้นตั้งแต่สามแยกตาบัวจนไปถึงประมาณสักตำบลเทพนิมิต ก็เป็นช่วงที่ยังไม่ได้มีการพัฒนาปรับปรุงนะครับ ก็อยากให้หน่วยงานของทางกรมทางหลวง ได้เข้าไปพัฒนาปรับปรุงช่วงนี้ด้วยครับ เพราะว่าชาวบ้านก็ร้องเรียนกันมาเยอะครับ แต่ว่า หลายช่วงนั้นก็ถือว่าได้มีการพัฒนาปรับปรุงไปแล้ว แต่ช่วงนี้ประมาณสัก ๑๐ กิโลกว่า ๆ ยังไม่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงนะครับ

ในเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนในหมู่ที่ ๔ บ้านอ่างกระป่อง ที่ตำบลท่าโสม ก็เป็นพื้นที่ที่ติดชายทะเลแล้วก็มีการ ทำแนวตลิ่งในการป้องกันการกัดเซาะของคลื่นทะเลที่ซัดเข้ามา ตอนนี้มันก็เริ่มผุพังแล้ว ก็อยากที่จะให้ทางหน่วยงานของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เข้าไปเร่งปรับปรุง ก่อนที่จะทำให้ถนนที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปลงสู่ทะเล ไปซื้อกุ้ง หอยปู ปลา มันจะผุพัง ไปเสียก่อนนะครับ ก็อยากให้หน่วยงานนี้ได้เข้าเร่งไปปรับปรุงครับ เพราะว่าทำมาประมาณ สัก ๑๕ ปีมาแล้ว ตอนนี้โดยตลอดทั้งแนวนี้ก็มีการชำรุดทรุดโทรมไปมากนะครับ

แล้วก็เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ก็ต้องพูดแทนพี่น้องประชาชนคนตราด สักนิดหนึ่งครับว่าเรื่องของค่าฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดตราดก็ถือว่ากลายเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ที่ไม่มีเรื่องของนาข้าวหรือไร่อ้อย ข้าวโพดอะไรต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีการเผาในจังหวัดครับ แต่ว่า ค่าฝุ่นสูงสุดสูงในประเทศเลยนะครับ บางวันสูงสุดไปถึง ๓๒๖ ไมโครกรัม ทำความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องชาวตราดอย่างมาก เพราะว่าการเผานั้นก็มาจากประเทศเพื่อนบ้านนะครับ ก็อยากที่จะเรียกร้องไปทางรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้เจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในการที่จะต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบมาทางจังหวัดตราด ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับทราบความเดือดร้อนของนักเรียนโรงเรียนบางสะพานวิทยา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยการนำของดอกเตอร์ประสงค์ กลิ่นบรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบางสะพานวิทยา ต้องการให้กรมทางหลวงสร้างสะพานลอยเพื่อให้ เด็กนักเรียนซึ่งมีไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ คน ได้ข้ามถนนก่อนโรงเรียนเข้าหรือโรงเรียนเลิก เพื่อลดอุบัติเหตุให้กับนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว บนถนนสาย ๓๑๖๙ เพชรเกษมชายทะเล กิโลเมตรที่ ๕ ผมจึงอยากเรียนท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงให้ดำเนินการสำรวจ เพื่อสร้างสะพานลอยแก้ปัญหาอุบัติเหตุให้กับนักเรียนในโรงเรียนบางสะพานวิทยาโดยการเร่งด่วน

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกเทศมนตรีตำบลร่อนทอง ท่านปรีดา วิภาสวัชรโยธิน นายกเทศมนตรีตำบลร่อนทอง ได้รับความเดือดร้อนจาก พี่น้องประชาชนในการข้ามถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ ๓๘๒+๔๐๐ ซึ่งเป็นชุมชนและมีตลาด นัด ผมอยากให้กรมทางหลวงสร้างสะพานต่างระดับหรือสะพานบกที่หมู่บ้านเกาะยายฉิม ที่กิโลเมตรดังกล่าว เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในการสัญจรของพี่น้อง ประชาชน ๒ ฟากถนนดังกล่าวซึ่งเป็นชุมชนที่หนาแน่น จึงอยากให้กรมทางหลวงดำเนินการ โดยเร่งด่วน

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง ท่านนายก องค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง ต้องการทางยกระดับที่แยกบ้านหนองหอย อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุกิโลเมตรที่ ๓๖๒ ถนนเพชรเกษม จึงอยากให้ กรมทางหลวงดำเนินการทั้ง ๓ เรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วนด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ผู้นำทางศาสนา กลุ่มสตรี เยาวชน จากตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ขณะนี้ทาง สส. ในเขตพื้นที่ของท่าน กำลังจะหารือพอดี ท่านสุไลมาน บือแนปีแน เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องจะหารือผ่านท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทาง ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่ในจังหวัดนราธิวาสก็ดี จังหวัดยะลาก็ดี เพื่อไปติดตามข้อราชการต่าง ๆ ในส่วนของจังหวัดนราธิวาสก็มีเรื่องของการไปร่วม ในเรื่องของโครงการแก้ปัญหาหนี้สิน ในโครงการมหกรรมไกล่เกลี่ยซึ่งเป็นประโยชน์กับ พี่น้องในพื้นที่เป็นอย่างมากนะครับ และได้มีโอกาสไปติดตามในเรื่องของการศึกษา เรื่องรถไฟรางคู่หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเองก็ได้หารือผ่านสภาแห่งนี้ มาหลายครั้ง แล้วก็ต้องขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดยะลา ณ โรงเรียน ธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ แล้วก็ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ลงไป ให้กำลังใจหน่วยงานราชการก็ดี บุคลากรทางการศึกษาก็ดี ผู้นำศาสนาก็ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นการพบปะน้อง ๆ เยาวชนนักเรียน ซึ่งทางพื้นที่ก็ได้มีการนำเสนอเรื่องของการแก้ปัญหา น้ำท่วมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ฉะนั้นแล้วก็อยากให้ท่านประธานมีหนังสือไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งรัดในการติดตามโครงการต่าง ๆ ที่ได้นำเสนอกันในวันนั้น

อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องบ้านบาโงยบาแด หมู่ที่ ๕ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ผมก็เลยอยากจะ ให้ท่านประธานมีหนังสือไปยังกรมชลประทาน เพื่อที่จะได้ดำเนินการในการเสริมคันดินและ ทำการแก้ปัญหาการกัดเซาะตลิ่งบริเวณหมู่ที่ ๕ บ้านบาโงยบาแด ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ท่านกัณตภณ ดวงอัมพร แล้วต่อด้วยท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญท่านชริน วงศ์พันธ์เที่ยง ก่อนครับ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วย อำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือครับ พรรคประชาชน วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอยุธยามาหารือกับ ท่านประธาน ๖ เรื่องด้วยกันครับ

๑. การซ่อมแซมและขยายถนนสาย ๔๐๒๔ จากตำบลพิตเพียน อำเภอ มหาราช ไปจนถึงตำบลคลองน้อย อำเภอบ้านแพรก มีการขุดลอกถนนด้านหนึ่งซึ่งมีระดับ ต่างจากถนนเดิมสูงมากโดยไม่มีป้ายเตือน ไม่มีเชือกกั้นหรือสัญญาณไฟเตือนเป็นอันตรายมาก โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนครับ

๒. ถนนสาย ๓๔๗ กิโลเมตรที่ ๕๘-๕๙ ช่วงติดต่อระหว่างอำเภอบางปะหัน และอำเภอมหาราช ยุบตัวเป็นหลุมมีขอบแตกร้าวเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

๓. ถนนสายเลียบคลองชลประทานจากถนนสายเอเชียไปวัดจอมเกษ ตำบลขยาย อำเภอบางปะหัน ชำรุดเป็นอย่างมาก ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมโดยด่วนครับ

๔. การขยายถนนช่วงตั้งแต่ทางเข้า อบต. โพธิ์สามต้นไปถึงวัดต้นสะตือ อำเภอบางปะหัน ทำให้ระดับถนนไม่เท่ากันเป็นระยะทางยาวไม่มีป้ายเตือน ไม่มีเชือกกั้น ไม่มีไฟเตือน เป็นอันตรายเนื่องจากมีรถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมากครับ

๕. ถนนสาย ๓๔๗๐ จากสถานีตำรวจท่าเรือถึงคลองระพีพัฒน์ระยะทาง ประมาณ ๓ กิโลเมตร ไม่มีไฟส่องสว่าง ผมเคยแจ้งไปยังแขวงทางหลวงอยุธยาแล้วตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ครับ

๖. สะพานข้ามคลองบางพระครู บริเวณวัดตาลเอน ตำบลตาลเอน อำเภอบางปะหัน มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เสาคอนกรีตของสะพานแตกร้าวซึ่งเสี่ยงเป็น อันตรายต่อประชาชนผู้สัญจรไปมา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดดำเนินการ แก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างปลอดภัยด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง ส่วนรายละเอียดผมจะส่งเป็นเอกสารไปยังท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านกัณตภณ ดวงอัมพร เชิญครับ

นายกัณตภณ ดวงอัมพร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายกัณตภณ ดวงอัมพร สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ผู้แทนของ พี่น้องชาวพญาไท-ดินแดง วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือผ่านประธานสภาไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจำนวน ๕ เรื่องครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เรื่องที่ ๑ ถึงกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ลานอเนกประสงค์ ข้างตลาดกลางดินแดง ซอยประชาสงเคราะห์ ๑๑ พื้นที่ของการเคหะ แต่อยู่ในการดูแลของ สำนักเขตดินแดงครับ มีประชาชนต้องใช้เดินผ่านทางเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ช่วงกลางคืนมืดมากขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เปิดไฟเป็นช่วงเวลาเพื่อด้วยความสะดวกปลอดภัยของพี่น้องประชาชนครับ และขอให้ ท่านดูแลสนามนี้ให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ไปสอบถามพวกเขาครับ

ข้อที่ ๒ ถึงกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร จากที่ทราบข้อมูลมา ตอนนี้สำนักงานเขตดินแดงขาดกำลังคน จำนวนพนักงานจัดเก็บขยะขอให้กรุงเทพมหานคร พิจารณาแก้ไขปัญหานี้เพื่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บขยะในพื้นที่ดินแดงที่มีทั้งแฟลต การเคหะและตรอกซอกซอยเป็นจำนวนมากครับ

ข้อที่ ๓ ถึงกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครครับ โค้งหอนาฬิกา ถนนประชาสงเคราะห์เขตดินแดง ไฟส่องสว่างดับประมาณ ๗ ดวงติดกัน ทีมงานผมครับ คุณวรวิทย์ ฉายสุวรรณ ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหลายอาทิตย์แล้วก็ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งที่เป็นโคม LED แบบใหม่ ขอให้พิจารณาแก้ไขเพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนโดยด่วนครับ

ข้อที่ ๔ ถึงกระทรวง DE และ กสทช. ในซอยอินทามระ ๑๗ เขตพญาไท มีเสาสื่อสารกีดขวางทำให้รถสัญจรลำบากขอให้พิจารณาถึงความจำเป็นของเสาดังกล่าวด้วย เนื่องจากมีเสาไฟฟ้าอยู่ติด ๆ กัน หากถอนเสาไฟสื่อสารออกและจัดระเบียบสายใหม่ไปรวมกับ สายเสาไฟฟ้าจะได้ผิวถนนที่เพิ่มมากขึ้นครับ

ข้อที่ ๕ ถึงกระทรวงมหาดไทยแล้วก็กรุงเทพมหานคร ขอให้ช่วยพิจารณา เปิดช่องทางกลับรถจักรยานยนต์ตรงหน้าบิ๊กซีสะพานควาย เนื่องจากตั้งแต่ถนนพหลโยธิน ช่วงสี่แยกสะพานควายถึงคลองบางซื่อไม่มีจุดกลับรถ ถ้าทำอย่างนี้จะช่วยแก้ไขปัญหา จักรยานยนต์ลักไก่กลับรถตรงทางม้าลายได้ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนิยม วิวรรธนดิฐกุล เชิญครับ

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล แพร่

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องขอหารือท่านประธานดังนี้ ก็ขอสไลด์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ก็ขอย้อนกลับไปดูอุทกภัยครั้งใหญ่ของ จังหวัดแพร่ซึ่งเป็นจังหวัดแรก ๆ เมื่อวันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเกิดจาก ฝนตกหนักในเขตอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งแล้วก็ท่วม บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร จังหวัดแพร่ มี ๘ อำเภอ ท่วมไป ๗ อำเภอนะครับ

เริ่มตั้งแต่อำเภอสองลงไปจนถึงอำเภอวังชิ้น ทั้งหมด ๔๒ ตำบล ๑๘๕ หมู่บ้าน ๑๕,๑๑๗ ครัวเรือน ซึ่งการเยียวยาน้ำท่วมและช่วยเหลือจากรัฐบาลนี้ส่วนหนึ่งก็คือ มาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับธนาคารออมสิน ซึ่งก็ได้โอนเงินให้กับพี่ น้องประชาชนครัวเรือนละประมาณ ๙,๐๐๐ บาทเกือบครบแล้ว ส่วนที่เหลือทราบว่าอีก ๓.๒ แสน ครัวเรือนก็จะได้รับโอนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็ต้องขอขอบคุณรัฐบาลนะครับ

แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นของกรมส่งเสริมการเกษตรซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังก็คือ นาข้าว ๑,๓๔๐ บาทต่อไร่ ไร่ข้าวโพด ไร่อื่น ๆ หรือพืชผักนี่ก็ ๑,๙๘๐ บาทต่อไร่ ไม้ผล ๔,๐๔๘ บาทต่อไร่ ซึ่งตอนนี้ก็เกือบครึ่งปีแล้ว เกษตรกรยังไม่ได้รับการช่วยเหลือหรือว่าชดเชยเลยนะครับ ก็ขอทวงถามไปยังกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ว่าจะดำเนินการเมื่อไร

อีกเรื่องหนึ่งก็ได้รับการประสานขอให้ติดตามโครงการจากนายกเจตน์ ดอยแดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโรง และกำนันสมบัติ ทะสุตะ นายกตำบลห้วยโรง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ในเรื่องของสะพานห้วยเดื่อและสะพานห้วยหลาว หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยโรง เพื่อให้เร่งในการดำเนินการที่จะจัดซื้อจัดจ้างและเร่งดำเนินการก่อนฤดูฝน และอีกส่วนหนึ่งก็คือถนนจากปากทางโรงเรียนห้วยโรงนอกจนถึง รพ.สต. ห้วยโรงใน อันนี้ ก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดสรรงบประมาณเนื่องจากเป็นถนนที่ใช้กับพี่น้อง ประชาชนหลายหมู่บ้าน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็คือน้ำตกห้วยโรง ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านสาธิต ทวีผล ท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลา ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ เชิญท่านสาธิต ทวีผล ครับ

นายสาธิต ทวีผล ลพบุรี

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สาธิต ทวีผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนพื้นที่หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และ หมวด ๕ ของตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม มาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับท่านประธาน เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนพื้นที่ตำบลดีลัง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และ หมู่ที่ ๕ ได้รวมตัวกันคัดค้านการขออนุญาตก่อสร้างโรงงานหลอม Recycle พลาสติกและ ยางรถยนต์ครับ เนื่องจากพื้นที่หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๕ ของตำบลดีลังเป็นลักษณะ ชุมชนหนาแน่น มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่รวมกันกว่า ๑,๐๐๐ หลังคาเรือน พี่น้องประชาชน ในพื้นที่จึงเกิดความกังวลครับว่าโรงงานดังกล่าวถ้าหากมีการมาก่อสร้างจะส่งผลกระทบทางมลพิษ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนในชุมชน จึงได้รวมตัวกันคัดค้านโรงงานดังกล่าวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาไม่ถึง ๒ เดือนครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน เรื่องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านจำนวน ๒ รอบ ๒ เรื่อง ๒ โรงงาน เกี่ยวกับการคัดค้าน โรงงานลักษณะนี้ครับ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดครับท่านประธานเนื่องจากว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่ สีม่วง โรงงานเองก็สามารถที่จะมาขออนุญาตในการก่อสร้างได้แต่ชาวบ้านเขาไม่เอาครับ ดังนั้นการแก้ปัญหาระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกันแบบนี้เกิดขึ้น ชาวบ้าน จึงอยากจะฝากว่าขอให้มีการพิจารณาปรับแก้ผังเมืองจากสีม่วงเป็นสีม่วงอ่อน หรือจากสีม่วงอ่อน เป็นสีเขียวลายหรือเขียวขาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องนี้อีกครับท่านประธาน ผมจึงขอฝาก เรื่องนี้ผ่านท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านวุฒิพงศ์ ทองเหลาครับเชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคชาติพัฒนา วันนี้กระผม มีเรื่องหารือความเดือดร้อนต่อท่านประธาน ๑ เรื่องด้วยกันดังนี้ ปัญหาหมอกควันข้ามแดน ในจังหวัดปราจีนบุรีและภาคตะวันออกครับท่านประธาน จังหวัดปราจีนบุรีในช่วงเวลา ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดปราจีนบุรีค่อนข้างรุนแรง หน่วยงาน ในจังหวัดนำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีออกคำสั่งให้หน่วยงานเล็กใหญ่ในจังหวัด จริงจังและจับการเผาไร่เผานา ซึ่งต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่พยายามกันอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาปัญหาให้ชาวบ้าน โดยผมมีข้อสังเกตปัญหาฝุ่น PM2.5 ในมุมกว้างเพิ่มเติมดังนี้ ครับท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับฝุ่น PM2.5 ในจังหวัดปราจีนเมื่อปีที่แล้วนั้นไม่ได้รุนแรงและ ทอดเวลานานเท่านี้ครับ ขอสไลด์ก่อนหน้านี้นะครับ จากสไลด์แรกนี่นะครับดาวเทียม ตรวจจับความร้อนของ GISTDA Update ในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ในภาคเหนือจะเห็นว่า จุดความร้อนต้นตอ PM2.5 ที่เกิดขึ้นจากฝุ่นควันข้ามแดนจากเพื่อนบ้านอย่างพม่าและ สปป. ลาว นั้นลดลงซึ่งดีกว่าปีก่อนครับ แต่ผมอยากให้ดูสไลด์ถัดไปจะเห็นว่าในปีนี้ จุดความร้อนในการเผาเกิดขึ้น ได้ย้ายฝั่งจากประเทศในภาคเหนือ เพื่อนบ้านในภาคเหนือ ข้ามมาอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกับภาคตะวันออกในประเทศกัมพูชา ซึ่งในปีที่แล้ว กัมพูชามีการเผา แต่ไม่เคยหนักเท่าในปีนี้ ทำให้ปัญหาในจังหวัดปราจีนบุรีและภาค ตะวันออกค่อนข้างรุนแรงในปีนี้ สไลด์สุดท้ายครับท่านประธาน จากกราฟจะเห็นข้อมูล ย้อนหลัง ๑ เดือนที่ผมดึงขึ้นมา ดาวเทียมพบจุดความร้อนมากกว่า ๕๐,๐๐๐ จุดในประเทศ กัมพูชา ซึ่งสูงมากเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียนในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากปัญหาที่กล่าวมาครับท่าน ประธาน ผมอยากฝากท่านประธานถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการพาณิชย์ เพื่อ เพิ่มการเจรจากับประเทศกัมพูชาเป็นการเร่งด่วน เน้นย้ำครับในเรื่องของการเผาพืชอาหาร สัตว์ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาฝุ่นควันข้ามแดนที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ไม่เฉพาะจังหวัดปราจีนบุรี แต่ยังรวมถึงพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่อยู่ห่างจาก ต้นตอของหมอกควัน PM2.5 ฝุ่นควันข้ามแดนแห่งใหม่ที่เกิดขึ้นและขยับเข้าใกล้เขตเมือง หลวงมากขึ้นกว่าเดิมครับขอบคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะบุคลากรจากสำนักคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม สำนักงานศาลยุติธรรม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ต่อไป ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ยังมาไม่ทันเดี๋ยวไปต่อด้านท้าย ๓ ท่านถัดไปครับ ท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ ต่อด้วยท่านนิตยา มีศรี เชิญท่านไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ เชิญครับ

นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ผู้แทนราษฎร คนจอมทอง ท่าข้ามบางขุนเทียน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะมาหารือทั้งหมด ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังคุกรุ่นอยู่ใน ปัจจุบันนี้คือเรื่องของแก๊ง Call Center ผมจะมาเท้าความให้ฟังอีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเข้ามา เป็นเรื่องที่ประชาชนส่งมาให้ผมดูเป็นเรื่องที่ประชาชนพยายามจะช่วยเหลือประชาชนกันเอง เป็นเด็กคนหนึ่งครับ ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

คือเยาวชนคนนี้ครับ เขาถูกหลอกไปทำงานให้กับเว็บพนันที่มาเก๊าเหมือนที่เราทราบกันดีที่ปอยเปตก็จะมีเว็บพนัน มาเก๊าด้วย เขานี่ต้องทำหน้าที่เป็น User ครับ User นี่คือคอยหา User มาเล่นต่าง ๆ แต่ว่า เขาแกล้งบ้า ปัจจุบันนี้เพื่อที่ให้ตัวเองออกมาได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาถูกเรียกค่าไถ่ประมาณ ๑,๒๐๐ ดอลลาร์ วันนี้เขาพยายามขวนขวายตัวเองเพื่อออกมาแล้วได้แจ้งประชาชนคนหนึ่ง เพื่อให้ช่วยเหลือ ปรากฏว่าอย่างนี้ครับท่านประธาน มันมี Bug ครับ เมื่อเขาจะช่วยกันเอง ผมจะชี้ให้ดูครับขออีกสไลด์หนึ่ง อย่างแรกครับท่านประธาน Bug นี้เมื่อเขาแจ้งไปทาง ตำรวจภูธร ตำรวจภูธรเมื่อเห็นพิกัดที่เด็กคนนี้อยู่ พอดีอยู่ที่ฟังปอยเปตเขาก็แจ้งมาว่า มันเกินอำนาจหน้าที่ที่เขาจะช่วยได้ อย่างที่ ๒ ครับ ประชาชนลองโทรไปหา ๑๔๔๑ AOC นี่ปรากฏว่าทางนั้นก็ตอบกลับมาว่าไม่ใช่หน้าที่ของเขา เขามองว่าจะช่วยได้คือต้องเกี่ยวกับ การระงับบัญชีต่าง ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็โทรไปอีกใน ๑๑๑๑ ซึ่งแน่นอนครับ ๑๑๑๑ นี้ตรงตัวแน่นอน แต่ปรากฏว่าพอโทรไปนี่รอสายก็นาน คู่สายก็เต็ม ฝากข้อความไว้ก็ไม่ได้โทรกลับ ผมเลย จะฝากท่านประธานแบบนี้ครับ ผมว่าวันนี้เรามีการ Action ในการตัดไฟแล้ว อีกอย่างสำคัญ ก็คือการตั้งศูนย์ One Stop Service ในการพาเด็ก ๆ เหล่านี้กลับมาด้วย ก็ฝากท่านประธาน เรื่องนี้ครับผมว่าเป็นเรื่องราวสำคัญมาก มีไปแล้วก็ต้องมีกลับ ก็ฝากท่านประธานครับ ท่านประธานน่าจะรู้เรื่องนี้เก่งกว่าผมมาก ขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านภูริวรรธก์ ใจสำราญ เชิญครับ

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน ลาดพร้าว และจรเข้บัว ท่านประธานครับ หลายรอบ สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องที่รับร้องเรียนจากประชาชนมากที่สุดครับ ก็คือหนีไม่พ้นเรื่องมลพิษ PM2.5 ซึ่งทีมงานของเราก็ลงไปสำรวจ ซึ่งก็พบว่ามันเป็นสิ่งที่แย่ลงนะครับ ในพื้นที่ ของลาดพร้าว จรเข้บัว บางเขน ท่าแร้ง แล้วก็สายไหม ออเงิน ก็พบว่ามันมี ๗ จุดสำคัญ ที่ PM2.5 เยอะมาก ขอสไลด์ถัดไปนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เวลาที่เราลองไปดู ๓ เขต ๓ แขวง ทั้งหมู่บ้านเสนานิเวศ ซอยลาดปลาเค้า ๗๕ ถนนวัชรพล รามอินทรา ซอยร่วมมิตรพัฒนา ศูนย์กีฬารามอินทรานี่ขนาดเป็นศูนย์ แล้วก็มีต้นไม้มีสวนสาธารณะก็ยังคงอยู่ใน Rate ที่สูง ตลาดออเงิน แล้วก็แม้กระทั่งหนองระแหง อันนี้เวลาที่เราไปถ่ายนั้นเป็นเวลาช่วงเช้าถึงช่วง สายมันก็เลยทำให้มี PM ค่อนข้างที่จะสูงนะครับ ท่านประธานครับดูความเข้มข้นของ PM2.5 มันกระจายไปทั่ว ขอสไลด์ถัดไปเลยครับ มีโรงเรียนอยู่หลายแห่งครับในพื้นที่ ซึ่ง โรงเรียนบางโรงเรียนนั้นอาจจะไม่ใช่โรงเรียนที่เป็นเอกชนหรือเป็นโรงเรียนนานาชาติใด ๆ ก็อาจจะไม่สามารถจัดหาเครื่องกรอง PM2.5 ได้ เราได้ประสานงานไปยังที่โรงเรียนต่าง ๆ ก็พบว่าเครื่องกรองอากาศในห้องเรียนนั้นค่อนข้างที่จะยังน้อยอยู่ นอกจากนี้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้าผู้ประกอบกิจการบริเวณตลาดต่าง ๆ ก็ได้รับผลกระทบจาก PM2.5 เหมือนกันครับ การปนเปื้อนอะไรหลาย ๆ อย่างก็ทำให้ผู้คนไม่ค่อยกล้าออกมา โดยเฉพาะในปัจจุบันนั้น เรื่องของการค้าขายทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตหรือออนไลน์ก็ดี ก็ทำให้ลูกค้าในตลาดน้อยอยู่แล้ว ปกติแล้วลูกค้าจะไปประจำนี้จะเป็น Gen X Gen Y ครับ แต่ตอนนี้ก็คือว่าทางที่บ้านนั้น ก็อาจจะไม่อยากให้คนเหล่านี้ออกมาสัมผัสกับฝุ่น

อีกเรื่องหนึ่งที่โดนเยอะ ๆ ก็คือเรื่องของมอเตอร์ไซค์วิน แล้วก็พวก Rider ต่าง ๆ กลุ่มนี้จะไม่มีเรื่องของการประกันสุขภาพ สุขภาพจิตใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นที่ผ่านมา เราจะเห็นการทำงานของสำนักงานเขตครับ จริง ๆ ก็เอาใจช่วย แต่ว่าจริง ๆ แล้วอยากจะ เรียกร้องกรุงเทพมหานครให้เข้ามาใช้มาตรการแล้วก็เทคโนโลยีที่ดีกว่านี้ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านนิตยา มีศรี เชิญครับ

นางสาวนิตยา มีศรี สมุทรปราการ

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นิตยา มีศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ บางปลา บางโฉลง ราชาเทวะ หนองปรือ และศีรษะจรเข้น้อย วันนี้ดิฉันมีปัญหามาปรึกษาหารือ กับท่านประธานด้วยกัน ๑ เรื่องค่ะ ก็คือเรื่องปัญหาขยะริมข้างทางคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ปัญหานี้ดิฉันไม่ได้มาปรึกษาหารือในสภาเป็นครั้งแรกนะคะ ปรึกษามาแล้วหลายครั้งแต่ก็ยัง ไม่ได้รับการแก้ไขค่ะท่านประธาน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ปัญหานี้ขยะริมคลองส่งน้ำสุวรรณภูมินี้ คลองส่งน้ำสุวรรณภูมิตั้งอยู่พื้นที่ตำบลบางปลา เป็นโครงการชลหารพิจิตรของกรมชลประทาน แล้วก็มีพื้นที่บางส่วนเป็นของ อบจ. สมุทรปราการ แล้วก็พื้นที่ข้างคลองเป็นการขอใช้พื้นที่ ของ อบจ. จังหวัดสมุทรปราการ ตามที่ท่านประธานเห็นในคลิปเลยนะคะ ขยะมีมากมายเหลือเกิน แล้วก็ต้องขออนุญาตฝาก ขยะนี้เป็นอำนาจการจัดการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นอำนาจหลักของท่านนะคะ ต้องฝากท่านประธานไปยังทั้ง อบต. ตำบลบางปลา แล้วก็ว่าที่นายก อบจ. จังหวัดสมุทรปราการคนใหม่เร่งหาแนวทางแก้ไขในการจัดการขยะ ข้างคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิโดยด่วน ที่จริงคลองส่งน้ำสุวรรณภูมินี้เป็นถนนเส้นหนึ่งที่ค่อนข้าง จะมีวิวข้างทางที่สวยงามนะคะ หากนำพื้นที่ไปพัฒนาต่อก็คงไม่ได้ไร้ประโยชน์แบบที่ทุกท่าน เห็น ณ ตอนนี้ ที่จริงแล้วต้องฝากเน้นย้ำเลยผ่านท่านประธานไปยังท่านว่าที่นายก อบจ. จังหวัดสมุทรปราการ ในเมื่อท่านได้มีโอกาสทำประโยชน์กับคนสมุทรปราการต่อแล้ว ก็ฝากเรื่องของการบริหารจัดการขยะด้วย เพราะตอนนี้จังหวัดสมุทรปราการขยะล้นเมือง จริง ๆ ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่านนะครับ ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ ต่อด้วยท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล แล้วต่อด้วยท่านทิพา ปวีณาเสถียร เชิญท่านยุทธการ รัตนมาศ ครับ

ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอชะอวด อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากพื้นที่อำเภอชะอวด ตำบลวังอ่าง ตำบลเขาพระทอง ตำบลควนกาหลง และตำบลอื่น ๆ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลสวนหลวง อำเภอเชียรใหญ่ ตำบลเขาพระบาท ทั้ง ๓ อำเภอยังขาดน้ำอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งของทุกปี พี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สำรวจออกแบบตามความต้องการของพี่น้อง ประชาชนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในปี ๒๕๖๙ อย่างเร่งด่วนด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ขอขอบคุณท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านมณเฑียร จงจินากูล ผู้อำนวยการ สำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๖ และคณะเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับมอบหมายจากดอกเตอร์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไล่ลงพื้นที่ ติดตามตรวจสอบถังน้ำบาดาลและเครื่องกรองน้ำของโรงเรียนบ้านห้วยโส ตำบลท่าประจะ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่สามารถใช้งานมาได้หลายปีตามที่ผมได้หารือต่อ ท่านประธานไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ หลังจากที่ผมได้หารือต่อท่านประธาน บัดนี้ได้รับการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านนายกนิตย์ แก้วขุนราม ท่านกำนันสุทัศน์ ปานจีน ท่านผู้อำนวยการวาระดี อักษรภัค ผู้ใหญ่สมบัติ ขุนราม สท. สุทิน ประทุมเมศร์ กรรมการสถานศึกษา ผู้นำท้องถิ่น ฝากขอขอบคุณท่านดอกเตอร์เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านมายังท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านบัญชา เดชเจริญศิริกุล เชิญครับ

นายบัญชา เดชเจริญศิริกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม วันนี้ผมขออนุญาตผ่านท่านประธานไปถึงพี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศ ที่เป็นข่าวที่จังหวัดพิษณุโลกในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของท่านกำนันท่านหนึ่ง แล้วได้ถูกด้อยค่าจากคนที่อาจจะไม่รู้จริงนะครับ เขาเป็นคนที่น่าสงสาร ก็อย่าได้ไปใส่ใจ ก็ขอให้พี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศก็ได้ทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอแล้วครับ ตรงนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอยอยู่ ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมมีเรื่องร้องเรียนมาจาก ท่านผู้ใหญ่ ท่านผู้ใหญ่มาลัย พุกนวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองหลวง ได้ร้องเรียน ผ่านมาเรื่องสี่แยกที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนในถนนเส้น ๑๑๔๕ สายท่าตะโก- ตากฟ้า แล้วก็สายของหัวหวายที่มีปัญหามากที่สุดก็คือสี่แยกที่เข้าไปในบ้านหนองหลวง ซึ่งเป็นปัญหามานานมากครับ เท่าที่เห็นที่ท่านผู้ใหญ่ได้ยืนอยู่กลางสี่แยกตรงนี้ละคือปัญหา มาเป็น ๑๐ ปีครับท่านประธาน เพราะว่าสี่แยกนี้มันไม่มีที่ U Turn ครับ มันมีแค่เกาะกลาง อย่างเดียว แล้วทุกสายเลยมันไม่มีที่ U Turn กลับรถที่ย้อนเข้ามาจากเส้นทางตากฟ้า ที่จะเข้ามาหนองหลวงที่เห็นตามภาพนี้จะต้องย้อนศรตรงนี้เข้า เพราะว่าถ้าวิ่งเลยไปแล้ว มันไม่มีที่ U Turn กลับ ขนาดรถเล็ก ๆ อย่างรถปิกอัพอย่างนี้ก็ยัง U Turn ไม่ได้เลยครับ ตรงปลายทางทางโน้นมันแคบมาก โดยเฉพาะรถพ่วงหรือรถอะไรก็แล้วแต่หมดสิทธิที่จะ U Turn เข้ามาเลย ก็เลยจะเกิดอุบัติเหตุตรงนี้บ่อยครั้งมาก ที่ผ่านมาเป็น ๑๐ ปีแล้วครับ เมื่อก่อนไม่มีเกาะกลางนี้ไม่มีอุบัติเหตุเลยครับ เพราะว่ารถจะต้องชะลออยู่ในทาง ของตัวเองเมื่อซ้ายขวาไม่มีแล้วถึงจะออก ตั้งแต่มีเกาะกลางตรงนี้มาเกิดอุบัติเหตุตลอด ผมมีข้อสังเกตว่าต้องตัดตรงนี้ทิ้งไปเลยครับเกาะกลางที่เห็นเขียว ๆ นี่เห็นไหมครับ รถต๊อก ๆ ของเกษตรกรต้องวิ่งสวนกันครับ เลยต้องเรียกว่าสี่แยกวัดใจครับ ต้องวิ่งสวน ย้อนศรเข้ามาเพื่อที่จะเข้าในหมู่บ้านตรงที่ผู้ใหญ่ยืน ตรงนั้นถ้าตัดออกไปปุ๊บตรงนั้นอุบัติเหตุ จะน้อยลง เพราะว่ารถทุกคันจะต้องปฏิบัติผิดกฎจราจรมาตลอดเท่าที่ผ่านมา ๑๐ กว่าปี ได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากครับ จนผู้ใหญ่บ้านต้องออกมาร้องเรียนและออกไปยืนอยู่ กลางสี่แยกทำท่าทางให้ดูตรงนั้นครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านทิพา ปวีณาเสถียร เข้าห้องน้ำนะครับ เดี๋ยววนไปต่อท้ายก็แล้วกันนะครับ ต่อไป ๓ ท่านครับ ท่านธานินท์ นวลวัฒน์ ท่านพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ต่อด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญท่านธานินท์ นวลวัฒน์ ก่อนเชิญครับ

นายธานินท์ นวลวัฒน์ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ธานินท์ นวลวัฒน์ สส. สุราษฎร์ธานี เขต ๗ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือ ๒ เรื่องครับ

๑. กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายจรงค์ ชุมสุข นายกเทศบาลตำบลกรูด และชาวบ้าน เนื่องด้วยเขามีปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องการใช้ถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๐ ช่วงหมู่ที่ ๑ ตำบลกรูด อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ของบ้านกรูดต่อบ้านกำสน ซึ่งถนนสายนี้ก่อสร้างมานานแล้วครับ ทำให้เกิดปัญหาทรุดโทรม และมีน้ำท่วมขังเป็นจำนวนมาก กระผมจึงนำเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะแขวงการทางให้เร่งรีบแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องที่ใช้ถนนเส้นนี้ด้วยครับ

๒. กระผมได้ลงพื้นที่ในเขตตำบลป่าร่อน กระผมรับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านกำนันประเสริฐ นวลวัฒน์ พร้อมกับผู้ใหญ่บ้านอะพร เพชรรักษ์ ถึงสภาพผิวจราจรถนน ชำรุดหนัก ถนนหมายเลข ๔๑๔๓ ช่วงเขาพนม ตำบลป่าร่อน หมู่ที่ ๘ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอกาญจนดิษฐ์กับอำเภอบ้านนาสาร ซึ่งถนนเส้นนี้ประชาชนใช้สัญจรส่งพืชผลทางด้านการเกษตรและยังมีแหล่งน้ำธรรมชาติ น้ำตกธรรมชาติที่พ่อแม่พี่น้องต้องใช้สัญจรและใช้เวลาว่างไปเที่ยว กระผมจึงนำเรียน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งรีบแก้ไขปัญหาถนนสายนี้โดยด่วน ขอขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เชิญครับ

นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือเรื่องข้อห่วงใยในสุขภาพของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดิฉันได้รับหนังสือแสดงข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะจากศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดเพชรบูรณ์ ภาคีเครือข่ายร่วม และชมรมคนหัวใจเพชร เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ที่ประชุมสภาเพื่อพิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่เครือข่ายสนับสนุนและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการเพิ่ม ความรับผิดชอบของผู้ขายในการตรวจสอบอายุผู้ซื้อก่อน รวมถึงการเพิ่มบทลงโทษทางแพ่ง การเพิ่มการตักเตือน การระงับการโฆษณา การพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขาย ซึ่งจากข้อมูล ขององค์การอนามัยโลกจะพบว่า กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจาก อุบัติเหตุทางถนนมักจะมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ทางเครือข่าย จึงมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งในมาตรา ๑๐ ของร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอให้มีผู้แทนองค์กรที่เป็น นิติบุคคลด้านการผลิต นำเข้า หรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นกรรมการ ซึ่งอาจทำให้ เกิดความเสี่ยงต่อการถูกแทรกแซงจากผลประโยชน์ทางการค้า และไม่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์โลก และแผนการปฏิบัติงานขององค์การอนามัยโลก จึงเสนอแนะเพิ่มเติม ในมาตรา ๒๙ ในเรื่องห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่สตรีมีครรภ์ เพื่อประโยชน์ต่อการ คุ้มครองสุขภาพแก่แม่และเด็กมากขึ้น รวมทั้งขอฝากถึงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับ บุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เด็กและเยาวชน จึงเรียนมาเพื่อฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการ และผู้แทนในสภาให้รับข้อเสนอแนะดังกล่าวไว้พิจารณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือเป็นเรื่องเร่งด่วน ในเรื่องเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานครับ ตอนนี้ ราคาพืชผลเกษตรกรหลาย ๆ ตัวค่อนข้างที่จะไม่สู้ดีนัก ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็พยายามนะครับ ท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ท่านก็พยายามออกไป Road Show ออกไปขายต่างประเทศ แต่ว่า ด้วยความที่เราไม่ใช่เป็นผู้ที่ผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ก็คือผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนี้มากที่สุด ในโลก มันก็อย่างว่าละครับ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาล ที่รัฐบาลจะต้องดูแลให้ดีโดยเฉพาะเรื่องข้าว ท่านประธานครับ ผมอยากให้รัฐบาลนั้นได้เร่งหา มาตรการในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเวลาข้าวตกต่ำ คือปัจจุบันนี้ที่จังหวัดพิษณุโลก ข้าว กข. ข้าวนาปรังของพี่น้อง ตอนนี้ราคาถ้าเกี่ยวสดไปก็ ๗,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ นิดหน่อย แล้วก็มีแนวโน้มที่จะลดลงอีก แล้วที่สำคัญผมเองได้พูดคุยกับทางโรงสีแล้วก็ลานตากข้าว ของที่จังหวัดพิษณุโลกหลาย ๆ แห่ง ทุกคนก็คาดเดากันว่าในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ทางประเทศอินเดียจะส่งออกข้าวอีกเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นอาจจะได้เห็นราคาที่ ๖,๐๐๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นแล้วผมอยากจะขอให้ท่านประธานได้บอกทางรัฐบาลให้ได้ เตรียมการในการที่จะหามาตรการต่าง ๆ ที่จะรองรับในสิ่งเหล่านี้ในเรื่องของราคา ก็ไม่ใช่แต่ เฉพาะข้าวอย่างเดียว มันด้วย ปัจจุบันมันแม้ว่าตอนนี้ราคาจะกระเตื้องกว่าเดือนที่แล้ว ขึ้นมาหน่อยหนึ่ง แต่ก็ถือว่าราคายังต่ำ อยากจะขอให้มันนี้อย่างน้อยมันสดก็กิโลกรัมหนึ่ง ๒.๕๐ บาท ส่วนข้าวอย่างน้อยอย่างต่ำ ๆ ก็จะต้องประมาณ ๘,๐๐๐ บาท เพราะว่าในเรื่อง ของปุ๋ย ในเรื่องของยาฆ่าแมลงล้วนแล้วแต่ยังมีราคาสูงทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้วผมเองต้อง ขอบพระคุณในความตั้งใจของรัฐบาล แต่ว่ารัฐบาลก็ต้องหามาตรการโดยเร่งด่วน มิฉะนั้นแล้ว จะทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาเดือดร้อน ผมเองฝากความหวังไว้กับรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาล ก็มีความจริงใจอยู่แล้ว เร่งอีกหน่อยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ จะเป็นท่านอลงกต มณีกาศ ต่อด้วยท่านเชตวัน เตือประโคน และท่านวิชัย สุดสวาท เชิญท่านอลงกต มณีกาศ ก่อนครับ

นายอลงกต มณีกาศ นครพนม

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานจากจังหวัดนครพนม ให้ติดตามเรื่องการขออนุมัติให้ราษฎรจาก สปป. ลาวได้ข้ามมานมัสการองค์พระธาตุพนม ในงานเทศกาลนมัสการองค์พระธาตุพนมนะครับ ซึ่งจังหวัดนครพนมเองโดยอำเภอธาตุพนม ได้จัดเทศกาลนี้ทุกปีถือว่าเป็นงานระดับประเทศ ทุกปีจะไม่มีปัญหาเนื่องจากว่าไทยหรือลาว เป็นพี่น้องกันนะครับ สปป. ลาวข้ามมาได้อย่างง่าย แต่ว่าปีนี้เราได้ประชุมหารือกันที่อำเภอ ธาตุพนม โดยท่านนายอำเภอปรีชา มณีสร้อย ร่วมกับทางแขวงสุวรรณเขต ทางแขวงคำม่วน ด้วยนะครับ ซึ่งได้มีข้อสรุปตรงกันนะครับว่าอยากจะให้ทางจังหวัดนครพนมได้ประสานกับ ทางส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการผ่อนผันให้กับพี่น้องทาง สปป. ลาวได้ข้ามมากราบนมัสการ องค์พระธาตุพนมในระหว่างวันที่ ๕-๑๓ กุมภาพันธ์ ในห้วงเวลา ๐๖.๐๐-๒๑.๐๐ น. ซึ่งในการนี้ ทางจังหวัดได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยก็ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใดนะครับ แต่ว่า ในส่วนหนังสือที่ไปที่กระทรวงกลาโหมแล้วก็ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตอนนี้ อยู่ในระหว่างการขออนุมัติการผ่อนผันอยู่นะครับ ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก เมื่อเช้านี้ก็มีการ แห่พระอุปคุตเช้านี้แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วกราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะให้ท่าน ช่วยติดตามเร่งรัดในการด่วน เนื่องจากว่าเป็นประเพณีที่พี่น้องทั้ง ๒ ประเทศได้มาร่วมกัน ทุกปีครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับ ท่านเชตวัน เตือประโคน เชิญครับ

นายเชตวัน เตือประโคน ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เชตวัน เตือประโคน สส. พรรคประชาชน จังหวัดปทุมธานีครับ พื้นที่เทศบาลเมืองคูคต เมืองลำสามแก้ว และเมืองลาดสวายครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา หารือกับท่านประธาน ๔ เรื่องต่อไปนี้ครับ

เรื่องแรกครับ ฝากถึง กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้งครับ สืบเนื่องจาก การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. ล่าสุดที่ผ่านมานะครับ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักศึกษาในพื้นที่แจ้งมาว่าติดการเรียนการสอน แล้วก็ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ ทำให้เขาต้องเสียโอกาสแล้วก็เสียเวลาในการที่จะต้องไป แจ้งเพื่อรักษาสิทธิของตัวเองไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ก็ฝากไปถึง กกต. ในเรื่องของ การจัดวันเลือกตั้งที่ให้คนส่วนใหญ่สามารถจะไปใช้สิทธิได้ครับ จริงครับ เราไม่อาจทำให้ ทุกคนไปเลือกตั้งได้ แต่ว่าการเลือกตั้งต้องสะท้อนเสียงของประชาชนให้มากที่สุดนะครับ

เรื่องที่ ๒ ฝากถึงฝ่ายปกครองอำเภอลำลูกกาแล้วก็ฝากถึง สภ. คูคตนะครับ ปัญหามีพี่น้องประชาชนร้องเรียนมาเรื่องของบ่อตกกุ้งที่ถนนหทัยราษฎร์ ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา มีการเล่นการพนัน มีการส่งเสียงดังแล้วก็ทำให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ใน ละแวกนั้นวันเสาร์ อาทิตย์แทบไม่ได้พักผ่อน เสียงดังมากเลยนะครับ

เรื่องที่ ๓ ขอบคุณนะครับ ฝากไปถึงการเคหะแห่งชาติครับ ขอบคุณ การเคหะแห่งชาติ โดยท่านประธานณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่ช่วยประสานนะครับ เรื่องที่ดินรกร้าง ๔๑ ไร่บนถนนเสมาฟ้าคราม คลองสองซึ่งมีปัญหาในเรื่องของดอกธูปฤาษี มีปัญหาในเรื่องของไฟไหม้ในช่วงหน้าแล้ง ซึ่งทางท่านณัฐชาได้แจ้งผมมาว่าทางการเคหะ จะไปช่วยถางต้นธูปฤาษี ไปช่วยจัดการในเรื่องพื้นที่แล้ว ก็ฝากด้วยครับ ถ้าจะไปช่วยแจ้งผม จะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประธานชุมชน ประธานหมู่บ้านต่าง ๆ เพราะว่าแน่นอนครับ ในที่รกร้าง ๔๐ กว่าไร่ตรงนั้นนะครับ งูเงี้ยวเขี้ยวขอสัตว์เลื้อยคลานน่าจะเยอะมาก จะได้ ประชาสัมพันธ์ให้ปิดบ้าน และ

สุดท้ายครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ฝากประชาสัมพันธ์นะครับ ฟุตบอลรายการลำลูกกาคัพ ครั้งที่ ๑ คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม มาจัดกิจกรรมในพื้นที่นะครับ ใครสนใจ พี่น้องชาวลำลูกกาและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมได้นะครับ รับชมฟุตบอล รายการนี้ได้ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านวิชัย สุดสวาสดิ์ ครับ เชิญครับ

นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ชุมพร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม วิชัย สุดสวาสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร เขต ๑ พรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ผมขอหารือท่านประธานมีเรื่องเดียวครับ ในเรื่องของทุเรียนเหมือนเดิมครับท่านประธาน ปัญหาของทุเรียนยังไม่จบนะครับ วันนี้มีสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงปัญหาอย่างหนักก็คือในเรื่องของการประกาศเมื่อวันที่ ๒๙ ที่ผ่านมา ทางจีนได้ Ban เอาล้งทุเรียนไป ๑๙ ล้งในวันเดียวกันสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและ ผู้ประกอบการในเรื่องของทุเรียนอย่างหนัก เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ผมขอนำเรียนท่านประธาน นะครับ สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวสวนทุเรียน สิ่งที่มันเกิดขึ้นจากผู้ประกอบการเรื่องทุเรียน มันเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือเยียวยาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการตรวจสาร BY2 ตรวจจากเมืองไทยได้รับใบรับรองเรียบร้อยครับ แต่ไปถึงประเทศจีนกลายเป็นว่ายังมี ตัวนี้อยู่ตรวจแล้วยังเจออยู่ ผมก็เลยถามท่านประธานฝากถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ผู้มีอำนาจในเรื่องของการตัดสินใจทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับห้องแล็บในประเทศไทย ทำไมตรวจไปแล้วประเทศจีนยังไม่รองรับ เพราะฉะนั้นแล้วก็ขอให้ดำเนินการในเรื่องของการ แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาที่ ๑๙ ล้งได้โดนการกีดกันในเรื่องไม่ให้เข้าใน ประเทศจีนนะครับ ใช้เวลายาวนานถึงจะได้รับใบอนุญาตกลับมา เพราะฉะนั้นเป็นปัญหา ทั้งคนค้าทั้งคนขายทุเรียนไทยเป็นปัญหาอย่างหนัก เพราะฉะนั้นผมขอฝากนำเรียนท่านประธาน วันนี้โดยเฉพาะ GAP ที่อยู่ในสวน ผมอยากจะให้กรมวิชาการเกษตรลงไปสำรวจในเรื่องของทั้งยา ทั้งน้ำ ทั้งปุ๋ยว่ามีสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของมาตรฐาน BY2 หรือเปล่าแล้วก็สารแคดเมียมด้วย เรานิ่งนอนใจไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นแล้วงานนี้ผมบอกได้เลยว่ามันเป็นเรื่องของ ปัญหาหลักและปัญหาใหญ่มาก เพราะฉะนั้นทางกรมวิชาการเกษตรครับท่านเอง ช่วยดำเนินการในเรื่องของสารเคมีทั้งหมดนะครับ ช่วยตรวจสอบสร้างความมั่นใจให้กับ พี่น้องชาวเกษตรกร เพราะเขาปลูกไปแล้วเริ่มออกดอก เริ่มได้ผลผลิต เริ่มจะมีการตัดกับ การเก็บเกี่ยวเขานอนไม่หลับกันทั้งคืนครับ เพราะฉะนั้นแล้วขอนำเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ และส่วนหนึ่งผมเองก็ดีใจครับ วันนี้ท่านนายกได้เดินทางไปประเทศจีน ผมเชื่อว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายหนึ่งที่จะเป็นหนทางในเรื่องของการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวสวนทุเรียน ฝากท่านนายก ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยท่านรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รู้สึกจะตามไปด้วย ฝากเจรจาให้เป็นผลสำเร็จเป็นความคาดหวัง ของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ๓ ท่าน ท่านทิสรัตน์ เลาหพล ต่อด้วยท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ และต่อด้วย ท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญท่านทิสรัตน์ เลาหพล เชิญครับ

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผู้แทนชาวบางแค หนองแขม พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่มาปรึกษาหารือ ดังนี้ค่ะ

เรื่องแรก ปัญหาไฟส่องสว่างดับเป็นช่วง ๆ ตลอดเส้นเพชรเกษมตั้งแต่ แยกพุทธมณฑลสาย ๓ ถึงแยกเพชรเกษม ๘๑ เป็นปัญหาเดิม ๆ ซ้ำซากที่ยังแก้ไขไม่ได้สักที ตั้งแต่ตอนที่ดิฉันเข้ามารับตำแหน่งได้หารือเรื่องนี้ไปเกือบจะทุกครั้งแล้วเดือดร้อนประชาชน ที่สัญจรไปมาเสี่ยงอุบัติเหตุ ดิฉันขอฝากไปยังผู้ว่า กทม. และ ผอ. สำนักการโยธาเพื่อเร่ง แก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๒ ขอหารือปัญหาทางเดิน ค.ส.ล. ริมคลองทวีวัฒนาอีกครั้ง บริเวณ ชุมชนวัดพรหมสุวรรณสามัคคี เขตบางแค แขวงบางไผ่ มีเอกชนเข้ามาทำสะพานปิดกั้น ตัดทับทาง ค.ส.ล. ทำให้ทางขาดชาวบ้านเดือดร้อนลำบากเดินสัญจรไม่ได้ ต้องทำทางเดิน ไม้ลอดใต้สะพานแทนซึ่งอันตรายมากค่ะ และเห็นเขาว่ากันว่าเอกชนรายนี้สร้างทับ ค.ส.ล. เป็นผู้มีอิทธิพลใช้เส้นสายจริงหรือเท็จแค่ไหนไม่ทราบค่ะ แล้วทำไมถึงไม่ออกแบบให้สะพาน มีทางเดินขึ้นลงกับทาง ค.ส.ล. จึงขอฝากไปยังผู้ว่า กทม. และ ผอ. สำนักการระบายน้ำ เพื่อเร่งตรวจสอบปัญหาแก้ไขด้วยค่ะ

เรื่องที่ ๓ ปัญหารถที่บรรทุกสามารถวิ่งได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง บนถนนเพชรเกษม ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและการเสื่อมสภาพของถนนอย่างรวดเร็ว และที่ผ่านมา เขตหนองแขมเองมี PM2.5 เป็นอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ เพราะมีรถบรรทุกวิ่งเป็นจำนวนมาก ขนทั้งดินทั้งทรายตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อการวางแผนและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น จึงขอฝากไปยัง สสส. และอธิบดีกรมขนส่งทางบกเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รักษาเวลาได้ดีมากนะครับ ต่อไปท่านกัลยพัชร รจิตโรจน์ เชิญครับ

นางสาวกัลยพัชร รจิตโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ คำสั่งของฝ่ายบริหาร หรือ Executive Order จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ (Donald Trump) ส่งผลต่อการปิดโรงพยาบาลในค่ายผู้ลี้ภัย ชายแดนไทย รวมถึงขาดความช่วยเหลือด้านต่างประเทศในหลายด้าน รวมทั้งด้าน สาธารณสุขด้วย ส่งผลให้ความรับผิดชอบด้านการแบ่งปันความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ตกมาอยู่ในประเทศไทยและเพื่อนบ้าน ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การดูแลทั้ง ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน หากเราไม่สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพโรคต่าง ๆ จะข้าม ชายแดนและเกิดการระบาดในประเทศของเราเป็นวงกว้างขึ้นได้ค่ะ ดังที่กรรมาธิการ สาธารณสุขได้เคยพิจารณากันไปแล้ว อ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรคค่ะ เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นโรคหัดเยอรมัน มาลาเรีย คอตีบที่ไม่พบระบาดในไทยมานานแล้วก็กลับมา ระบาดใหม่โดยเฉพาะในบริเวณติดชายแดนฝั่งตะวันตก บุคลากรหน้างานได้สะท้อนมาว่า ปัญหาการจัดการการรักษาโรคในค่ายอพยพเป็นปัญหาระดับชาติไม่ใช่สาธารณสุขท้องถิ่น นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าประเทศไทยและอาเซียนทั้งฝ่ายบริหารและรัฐสภาต้องลุกขึ้นมา ร่วมกันประเมินและร่วมแก้ปัญหานี้ค่ะ ดิฉันขอปรึกษาหารือผ่านไปยังท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่านว่าให้พิจารณาเรื่องญัตติเกี่ยวกับสาธารณสุขชายแดนที่ดิฉันได้เคยยื่น ไว้ให้เป็นญัตติด่วนจะได้ไหมคะ เพื่อเราจะได้พิจารณาแก้ปัญหานี้ได้อย่างจริงจังจาก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยสภาผู้แทนสภาแห่งนี้ ขอบคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครพนม เขต ๑ กระผมขออภิปราย หารือเรื่องการทุจริตสอบบรรจุครูในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการที่มีการทุจริต มานาน ขอให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันรับส่วยในวงการศึกษาอย่าง เร่งด่วน เพราะว่าลูกหลานต้องเล่าเรียนศึกษาเพื่อเป็นครูอาจารย์ถึง ๕ ปีจะจบถึงปริญญาตรี คุณพ่อคุณแม่เป็นหนี้เป็นสินยืมเงินส่งลูกเรียนด้วยความเหนื่อยยากลำบากกว่าจะศึกษา ปริญญาตรีถึง ๕ ปี เพื่อมาเป็นครู ต้องมาจ่ายส่วย ๘๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสอบบรรจุ เป็นครูผู้ช่วย สอบเป็นพนักงานราชการครูผู้ช่วยจ่ายส่วย ๒๕๐,๐๐๐ บาท พี่น้องราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ครูอาจารย์ ราษฎรต่างร้องเรียนเป็นจำนวนมาก มีการทุจริตรับเปอร์เซ็นต์ งบประมาณการศึกษาถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มีการซื้อขายตำแหน่ง เลื่อนตำแหน่งทุจริตคอร์รัปชัน รับส่วยบรรจุเป็นครู เป็นข้าราชการ ให้กับอดีตนักการเมืองที่ละโมบโลภมาก รับส่วย รับการวิ่งเต้น ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ลูกหลานหลายคนอยากทำงานอย่างเป็นครูต้องไปกู้หนี้ยืมสิน จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ต่อเดือน เพื่อสอบเป็นครูผู้ช่วยจ่ายส่วย ๘๐๐,๐๐๐ บาท สอบเป็น พนักงานราชการครูผู้ช่วยจ่ายส่วย ๒๕๐,๐๐๐ บาท ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาล ได้เร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรที่ได้ส่งเรื่องที่กระผม ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรไปยังกระทรวงต่าง ๆ และขอขอบพระคุณ กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานทรัพยากร น้ำบาดาล เขต ๑๐ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องราษฎร เกษตรกรอย่างเร่งด่วน ยอดเยี่ยมมากครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓ ท่านถัดไปนะครับ ท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ท่านชุติมา คชพันธ์ ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญท่านอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอนำเรื่องหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องชาวหมู่ที่ ๘ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื่องจากมีการปรับที่ดินจำนวนหลายร้อยไร่ด้วยกันบริเวณ หมู่ที่ ๘ บ้านหนองข่า ซอย ๔ ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื่องจากการปรับคิดว่าน่าจะสร้างโรงงานแต่พื้นที่ติดทางสาธารณะแล้วก็ขุดลึกประมาณ ๑๐ เมตร ตามพระราชบัญญัติการขุดที่ดิน มาตรา ๒๔ จะต้องเว้นระยะห่างทางสาธารณะเป็น ๒ เท่าของความลึก แต่ที่ขุดไปครั้งนี้ห่างเพียง ๓ เมตรเท่านั้น และยังขุดผิวจราจรทาง สาธารณะไปอีกประมาณ ๕๐ เมตร ท่านประธานสภาที่เคารพครับ จังหวัดชลบุรีนั้นเป็น เมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่องเที่ยวผมยินดีที่จะเห็นนักลงทุนนั้นมาลงทุนในบ้านเมืองของ เราเพื่อพัฒนาแล้วเกิดการจ้างงานและเงินเข้าประเทศ เข้าจังหวัดชลบุรี แต่ปัญหาที่ตามมา นั้นจะต้องมีเรื่องน้ำเสีย เรื่องกลิ่นเรื่องเสียง เรื่องฝุ่น ต่อไปนั้นบุตรหลานพวกผมจะอยู่ อย่างไร ฝากท่านประธานสภาทำเรื่องถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี อุตสาหกรรมจังหวัด ชลบุรี นายอำเภอพนัสนิคม กรรมาธิการการอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ลงไป ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวโดยเร่งด่วน

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องหรือผู้ใช้รถสัญจรไปมาถนนสาย ๓๑๕ ถนนศุขประยูร พนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เนื่องจากว่าถนนเส้นนี้สร้างมาประมาณเกือบ ๓๐ ปีแล้ว ยามกลางคืนนั้นเสาไฟส่องสว่างนั้นเกิดการชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมากบางต้นก็ถูกรถชน บิด ๆ เบี้ยว ๆ ตามรูปภาพนะครับ แล้วก็ใช้เวลานานมาก ก็อยากจะให้ท่านประธานสภา ทำเรื่องถึงแขวงการทางเพื่อปรับปรุงการแก้ไขโดยเร่งด่วนครับ ขอขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชุติมา คชพันธ์ เชิญครับ

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่อง ร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนจากจังหวัดพัทลุงล้วน ๆ เลยนะคะทั้งหมด ๔ เรื่องค่ะ โดยดิฉัน ได้รับเรื่องจากคุณอริย์ธัช รวมทรัพย์ อดีตผู้สมัคร ส.อบจ. พรรคประชาชน เขตบางแก้ว จังหวัดพัทลุงนะคะ

เรื่องแรกค่ะ ในแยกช่างทอง ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข ๓๐๗๓ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะคะ ในวันนั้นดิฉัน ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ดิฉันได้อยู่ในพื้นที่ไปสำรวจก็พบเหตุการณ์ที่เกือบจะเกิดจากอุบัติเหตุ ต่อหน้าต่อตาเลยค่ะโชคดีที่ไม่เกิดเหตุขึ้นและไม่มีใครเป็นอะไร คนต่างถิ่นจะดูไม่ออกเลยว่า เป็นทางแยกเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปไหนต่อดูไม่ออกเลยนะคะแล้วตรงนั้นคือลำคลองค่ะ หากพลาดพลั้งลงไปนั่นคือตกคลองเลยนะคะอันตรายมาก ๆ เลยค่ะ จึงขอให้กรมทางหลวง ชนบทติดตั้งป้ายเตือนสี่แยกสัญญาณไฟให้รถระมัดระวังและป้ายจราจรบอกทางนะคะ

ต่อไปอีกแยกหนึ่งค่ะ คือแยกศาลามหาราช หนองกะ ตำบลนาปะขอ อำเภอ บางแก้ว จังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกันตั้งอยู่บนถนนสายหนองโป่ง-นาปะขอ แยกนี้ก็เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นเดียวกันค่ะ คนต่างถิ่นดูไม่ออกเลยนะคะว่าเป็นทางแยกจะไปซ้าย ไปขวาไปไหนต่อก็ดูไม่ออก แล้วยิ่งมีคันสะดุดแบบนี้นะคะยิ่งทำให้อันตรายในเวลากลางคืน ป้ายก็ไม่มี สัญญาณก็ไม่มีนะคะ จึงขอให้ อบต. นาปะขอ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้ง ป้ายเตือนสี่แยกสัญญาณรถให้ระมัดระวังและป้ายจราจรบอกทางด้วยค่ะ

ต่อมาค่ะแยกทุ่งเศรษฐี ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ บนสายหนองโป่ง-นาปะขอ เช่นเดียวกัน เกิดอุบัติเหตุและตกคลองบ่อยครั้งค่ะ ท่านประธานคะ ดูภาพนี้จะเห็นว่านี่คือสะพาน คนพัทลุงต้องมีคุณภาพชีวิตอยู่แบบนี้นะคะ อยู่กับความเสี่ยง แบบนี้นะคะ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านทำสะพานใหม่ให้คนพัทลุงเถอะค่ะ มันอันตรายมาก ๆ สะพานเก่าไม่ได้มาตรฐานแบบนี้นะคะ ขอให้ อบต. นาปะขอ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตั้งป้ายเตือนสี่แยกและสัญญาณไฟให้รถระมัดระวังนะคะ รวมถึงป้ายจราจรบอกทางด้วย

อีกแยกหนึ่งค่ะ แยกทุ่งเศรษฐี ตำบลนาปะขอ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เช่นเดียวกันในตำบลนาปะขอนะคะ ตั้งอยู่บนถนนสายหนองโป่ง-นาปะขอ ทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๑๓๘ และที่ ๔๐๓๓ ถนนสายนี้มีไฟส่องนำทางแล้วค่ะแต่ไฟไม่ติดนะคะ ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเช่นเดียวกัน จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทติดตั้งป้ายจราจรบอกเส้นทาง และซ่อมแซมไฟส่องนำทางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานด้วย รวมถึงซ่อมแซมผิวถนนให้อยู่ใน สภาพดีด้วยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญครับ

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนประชาชน พรรคประชาชนครับ

เรื่องแรกครับท่านประธานได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับ ไฟฟ้าส่องสว่างที่ไม่เพียงพอตั้งแต่ในพื้นที่บริเวณแยกนิคมอุตสาหกรรม Gateway จนถึง หน้าเทศบาลทุ่งสะเดา อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วก็ผิวถนนชำรุดพี่น้อง ประชาชนสัญจรไปมาลำบาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งก็อยากให้กรมทางหลวงนี่เร่งเข้าไป ติดไฟฟ้าส่องสว่างให้เพิ่มขึ้นแล้วก็ทำการซ่อมแซมผิวทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชน

เรื่องที่ ๒ ได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลหนองจอกแล้วก็ ตำบลพิมพา อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงปัญหาไฟส่องสว่างดับมาเป็นเวลานานแล้ว โดยได้รับการแก้ไขจะแขวงการทางหลวงชนบทบ้างแต่ก็ยังไม่ครบ ยังมีที่ชำรุดอีกเยอะ ทางหลวงชนบทหมายเลข ๓๐๒๐ อยากให้ทางหลวงชนบทเข้าไปแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อที่จะ ได้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณถนนบางนา-ตราด กม. ๔๓ ๔๔ ที่หม้อแปลงถูกลักขโมยทำให้บริเวณนี้มืดมาเป็นเวลานานแล้ว กลายเป็นพื้นที่ลักลอบ ทิ้งสารเคมี ลักลอบเผาหญ้า เผาขยะอยู่บ่อยครั้ง ประชาชนที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ก็ไม่กล้าขับ เพราะว่ามันเปลี่ยว มันมืด ซึ่งเรื่องนี้ผมปรึกษาหารือมารอบที่ ๓ แล้วก็ยังไม่มีการจัดสรร งบประมาณไปให้ ก็ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อจะได้แก้ปัญหานี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ๒ ท่านสุดท้ายสำหรับวันนี้นะครับ ท่านทิพา ปวีณาเสถียร แล้วต่อด้วย ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญท่านทิพา ปวีณาเสถียร ยังนะครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวให้ ท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ก่อน เชิญท่านยศวัฒน์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน ท่านประธานครับ

เรื่องแรกผมขอติดตามไปยังกระทรวงคมนาคม ซึ่งผมได้นำเสนอในสภาแห่งนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ในรอบ ๒ ปีนี้ เพราะว่าบนถนนสาย ๓๒๓ กม. ที่ ๒๔/๒๐๐ นั้น ก็คือ ทางเข้าวัดดงสักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในทุก ๆ เดือน และมีผู้เสียชีวิตในทุก ๆ เดือน เพราะฉะนั้น ตรงนี้สิ่งที่ผมขอไปก็คือขอไฟแดงครับ ล่าสุดรูปที่ผมได้ขึ้นสไลด์อันนี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ ๒ วัน แล้วก็มีผู้เสียชีวิตด้วย เพราะฉะนั้นอยากที่จะให้กระทรวงคมนาคมได้เอาแผนตั้งแต่ผมเสนอ ไปในสมัยที่แล้วนั้นได้เอามาใช้ มั่นใจว่าไม่มีใครที่จะรู้ดีเท่ากับคนที่อยู่ในพื้นที่และคนพื้นที่ อย่างผม ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่งแก้ไขเพื่อชีวิตของพี่น้องชาวท่ามะกา และผู้ที่สัญจรเดินทางที่จังหวัดกาญจนบุรีครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็เป็นเรื่องที่ผมจะต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ที่ได้กำกับและกำชับนโยบายดี ๆ จากรัฐบาลที่แล้วจนมาถึงรัฐบาลนี้ นั่นก็คือเรื่องของปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ต้องขอบคุณครับ ก็คือเมื่อปี ๒๕๖๔ ในสมัยที่แล้วนั้นผมเองได้ติดตามต่อสู้จนกระทั่งทำให้ผู้ที่ครอบครองสิทธิที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ นั้นออกโฉนดได้ ผ่านการพิสูจน์สิทธิมาแล้ว ในปี ๒๕๖๔ ๒,๐๐๐ แปลง ในปี ๒๕๖๖ ๓,๓๓๖ แปลง และในปีนี้กำลังที่จะดำเนินการออกโฉนดที่ดิน โดยศูนย์อำนวยการ เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินที่ผมเคยขอร้องต่อรัฐบาลไปว่าเดิมทีทั้งประเทศไทยมี ๑๒ ศูนย์ แล้วก็ลดลงเหลือ ๖ ศูนย์ จากที่ผมอภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๖๗ ไป ท่านรัฐมนตรี ได้ให้เพิ่มชุดนี้กลับเข้ามาเป็น ๑๒ ศูนย์เช่นเดิม แต่วันนี้ที่ต้องขออนุญาตท่านประธานใช้เวลา ก็คือว่าปัญหาและอุปสรรคของเมืองกาญจนบุรีและของทั่วประเทศนอกเหนือจากที่จะได้ บุคลากรที่จะคืนมาต่อการสำรวจออกโฉนดแล้ว ยังคงมีค้างอีก ๓๓,๐๐๐ แปลงที่ยังไม่ได้มี ผลแปลภาพถ่ายทางอากาศว่าเคยครอบครองประโยชน์ทำกินตามกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๑ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมต้องขอฝากกระทรวงมหาดไทยไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อที่จะช่วยเร่ง ดำเนินการให้กรมธนารักษ์นั้นได้พิสูจน์สิทธิจากภาพแปลทางอากาศนั้นให้ออกโฉนดให้กับ พี่น้องประชาชนได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้บุคคลที่รอคอยโฉนด ในส่วน พ.ศ. ๒๔๘๑ นั้นเขาก็มองตาปริบ ๆ คนที่ได้โฉนดไปแล้ว ส่วนตัวเขายังคงใช้ชีวิต อย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำประปาไม่มีใช้ ไฟฟ้าเป็นมิเตอร์ชั่วคราว บางรายไม่มี มิเตอร์ชั่วคราว และที่มีมิเตอร์ชั่วคราวเป็นค่าไฟที่มากกว่าราคามิเตอร์ถาวรถึง ๑ เท่าตัว และท้ายที่สุดนั้นตราบาปในหัวใจของเขา ที่ดินที่เขาอยู่อาศัยตั้งแต่บรรพบุรุษเขายังตกอยู่บน ข้อหาคำว่า เป็นผู้บุกรุกในที่ดินของเขาเอง ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุดท้ายครับ ท่านทิพา ปวีณาเสถียร เชิญครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางทิพา ปวีณาเสถียร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทิพา ปวีณาเสถียร ผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขต ๑ พรรคประชาชน วันนี้ดิฉันมีเรื่อง มาหารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก เป็นเรื่องของปัญหาเกษตรกร ปัญหาพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยเป็นฝาย ที่บ้านของเทศบาลตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มีต้นน้ำจากยอดดอยขุนตาล พาดผ่านเทศบาลเวียงตาล หมู่บ้านสันทราย หมู่ที่ ๑ บ้านหัววัง หมู่ที่ ๕ บ้านห้วยเรียน หมู่ที่ ๗ แล้วก็แม่ตาลน้อย หมู่ที่ ๘ และบ้านปางปง-ปางทราย หมู่ที่ ๙ มีปัญหาที่ว่า โครงสร้างของทางน้ำเกิดความเสียหายจากอุทกภัยที่ผ่านมาอย่างรุนแรงตอนปี ๒๕๖๗ และมีการเจรจาร่วมกันจากหลายภาคส่วนให้เทศบาลตำบลเวียงตาลยื่นโครงการขอก่อสร้าง ฝายกั้นน้ำแม่ตาลไปยังสำนักงานชลประทานที่ ๒ จังหวัดลำปาง เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเกษตร ของประชาชนภายในพื้นที่และเป็นแนวป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ ดิฉัน จึงขอฝากท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณางบประมาณสำหรับ โครงการก่อสร้างฝายกั้นน้ำลำน้ำแม่ตาลดังกล่าว เพื่อประโยชน์ของประชาชนภายในพื้นที่ ลำดับต่อไปค่ะ

เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเกี่ยวกับสาธารณูปโภคจากการสำรวจสอบถามหมู่บ้าน วังเงิน หมู่ที่ ๑๔ ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง พบว่าในปัจจุบันมีการใช้ ระบบประปาหมู่บ้านสำหรับประชากรทั้งหมดในหมู่บ้านจำนวนประมาณ ๑๔๔ ครัวเรือน ประกอบด้วยแท็งก์น้ำปัจจุบันขนาดใหญ่ จำนวน ๔ จุด และบ่อดูดน้ำบาดาลประมาณ ๑๐ บ่อ ระบบประปาหมู่บ้านดังกล่าวพบปัญหาหินปูนปะปนกับน้ำที่ได้มาจากการดูดจาก แม่น้ำและบ่อบาดาล โดยไม่ได้รับกลั่นกรองไม่มีการบำบัด หินปูนก็เลยเกาะก็อยากจะให้ ท่านประธานประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณางบประมาณสนับสนุน สร้างระบบประปาชุมชนให้ได้ประสิทธิภาพและคุณภาพสำหรับประชาชนนะคะ

เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตรมีประชากรที่อยู่ในหมู่บ้านที่จะทำ สมุนไพรผลักดันให้พื้นที่นี้ให้เป็นหมู่บ้านที่นำร่องเรื่องสมุนไพรหมู่บ้านในหมู่บ้าน ทุ่งบ่อแป้น ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง หมู่บ้านนี้มีกลุ่มชาวบ้านเกษตรกร ปลูกพืชสมุนไพร ทางกลุ่มเกษตรได้แจ้งว่าปัจจุบันพบปัญหาในการขอใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อการนำสมุนไพรแปรรูปจากชุมชนไปค้าขาย เชิงพาณิชย์ เนื่องจากติดเงื่อนไขทางด้านขนาดของสถานที่ผลิตและกำลังการผลิต จึงต้องขอ ที่ปรึกษาแล้วก็ขอคำชี้แนะและแนวทางจากการจดทะเบียนใบอนุญาตจากสำนักงานอาหาร และยาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรแปรรูปให้เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานสร้างรายได้ให้กับ ชุมชนนะคะ ดิฉันขอฝากท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน ให้คำปรึกษาและแนะแนวทางในการทำการจดทะเบียนขอใบอนุญาตจากสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นอันหมดผู้หารือ ท่านสมาชิกครับเดี๋ยวขอเวลา ๒ นาที เดี๋ยวกลับมาเปิดประชุมครับ

พักการประชุมเวลา ๑๐.๓๘ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๔๒ นาฬิกา

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๖ คน

ท่านสมาชิกครับขณะนี้มีผู้มาลงชื่อเข้าร่วมประชุมแล้ว ๓๐๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม

- รับทราบเรื่อง วุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันจันทร์ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติให้ ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษ ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เชิญคุณเอกราชครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจากพรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานในระเบียบวาระ จริง ๆ มีเรื่องด่วนที่ค้างพิจารณาอยู่ ผมก็ต้อง ขออนุญาตสอบถามทวนไปทางวิปรัฐบาลครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเอกราช ขออภัยนะครับ ยังไม่ถึงวาระครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เข้าใจครับท่านประธาน ก็คือว่าวันนี้

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เข้าใจครับ กำลังเรียงตามระเบียบวาระนะครับ เรื่องด่วนของท่านมันจะอยู่หลังจากวาระที่สี่ ขณะนี้อยู่ในวาระที่เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน เพราะฉะนั้นหากท่านจะหารือเรื่องนี้ไปหารือ ตอนที่ถึงระเบียบวาระท่านนะครับ ขออภัยนะครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานเพื่อจะหารือ เรื่องนี้เพราะเข้าใจว่าวันนี้ไม่สามารถพิจารณาแล้วเสร็จจนถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ช้าออกไปอีก ๑ สัปดาห์ จึงขออนุญาตท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต้องพิจารณาประกอบกับร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ ซึ่งแก้ไขไปในคราวเดียวกัน แล้วก็ผมได้เสนอยื่นต่อท่านประธานไปเรียบร้อยแล้ว จึงอยากจะขอความเห็นใจ เพราะว่าวิทยุชุมชนทั่วประเทศกำลังเดือดร้อน แล้วก็จะต้องได้รับ การแก้ไขเรื่องนี้ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงทางวิปรัฐบาลให้ช่วยเร่งนำร่างดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีจากทาง ครม. หรืออะไรต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณา ขอบคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ วันก่อนผมได้เห็นร่างของท่านเอกราชเสนอขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เป็นร่างที่เกี่ยวกับ การเงิน ไม่เป็นพระราชบัญญัติการเงิน ซึ่งตามขั้นตอนก็คือจะต้องไปรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา ๗๗ ก่อน แล้วก็เดี๋ยวอาจจะเอามาพิจารณาร่วมกัน ท่านศรันย์มีอะไรครับ

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทยครับ ตอบเพื่อนสมาชิกเนื่องจากติดตาม ในประเด็นเดียวกันครับท่านประธาน ต้องเรียนท่านเพื่อนสมาชิกท่านเอกราชว่าเรามีการ พูดคุยกันแล้วก็ร่างที่ยื่นประกอบเข้ามาในร่างที่มีการเสนอของท่านเอกราชก่อนหน้านี้ก็คือ ช่วงก่อนปีใหม่ที่เราได้มีการแลกเปลี่ยนกัน เราไปสอบถามจากทางสภาทราบว่ามีการแก้ไข ในส่วนของคำนิยามเกี่ยวกับคำว่า คลื่นวิทยุชุมชนต่าง ๆ ทำให้กระทบและกลายเป็น กฎหมายการเงิน จึงจำเป็นต้องเสนอกฎหมายใหม่เข้ามาที่ไม่เป็นกฎหมายการเงินตามที่ท่าน ประธานเรียน ก็จะพยายามเร่งรัดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะว่าอันนี้เราก็ติดตามมา ด้วยกันแล้วก็รับปากว่าจะติดตามต่อให้ครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็อยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นซึ่งคงไม่นาน เมื่อรับฟังเสร็จแล้วก็จะบรรจุเข้าสู่ ระเบียบวาระ และทางวิปจะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก็แล้วแต่ที่ประชุม

ต่อไปครับก่อนที่พวกเราจะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาหารือที่ประชุมเพื่อนำเรื่องตั้งกรรมาธิการวิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามระเบียบวาระที่ ๗.๒ และ ๗.๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีก็ขออนุญาตดำเนินการตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ

๑. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติบางฉบับที่หมดความจำเป็นและ ไม่เหมาะสมกับกาลปัจจุบัน พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากลาออก ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้ง คณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ขอเชิญเสนอชื่อ กรรมาธิการพร้อมทั้งผู้รับรองตามข้อบังคับ ข้อ ๙๑ เชิญครับ

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญแทนที่คนเดิม นั่นก็คือท่าน สส. สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองด้วยนะครับ ผู้รับรองครบถ้วนนะครับ เป็นอันว่าได้ตั้งท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ต่อไปครับ

๒. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก

ด้วยท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ท่านวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ได้พ้นจากการเป็นกรรมาธิการเนื่องจากว่าลาออกตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการแทนได้เลยนะครับ

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทยครับ ผมขอเสนอชื่อนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติยุทธศาสตร์ลำไย พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ เนื่องจากว่าเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จึงไม่ต้องมีผู้รับรองนะครับ ก็เป็นอันว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็คือท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนบ้านจือแร อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ

ระเบียบวาระเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน

๑. ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)

จากการประชุมเมื่อครั้งที่แล้ว เมื่อวันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล สมาชิก ได้อภิปรายเรียบร้อย แล้วผู้เสนอได้ใช้สิทธิอภิปรายสรุปแล้ว ก็ได้ปิดประชุมไปเพื่อที่จะให้มี การลงมติต่อกันในวันนี้ก็จะขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ต่อไปจะเป็นการลงมติในวาระที่ ๑ ว่าจะรับหลักการหรือไม่กับร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ผมได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกแสดงตนครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายกิตติ สมทรัพย์ ร้อยเอ็ด

ท่านประธานครับ ๒๑ แสดงตนครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๐๕๐ แสดงตนครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฝากวิปประสานงานกับทางสมาชิกที่กำลังประชุมกรรมาธิการนะครับ วันนี้จะมีการลงมติกัน เยอะมาก มีพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ รังสิกร ๓๐๐ แสดงตนครับ

นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานคะ ๓๖๐ แสดงตนค่ะ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๔๓ พลพีร์ สุวรรณฉวี แสดงตนครับ

นายอดิศร เพียงเกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๔๖๑ แสดงตนครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ ๐๓๗ ครับ ขอแสดงตัวครับ

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ๒๑๗ ครับ

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ๐๑๖ แสดงตนครับ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธาน ๒๑๐ ครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาตท่านประธาน รอสักครู่ พอดีมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเรื่องอำนวยความสะดวกกำลังประชุมอยู่แล้วก็อยู่ ในระหว่างแต่งตั้งตำแหน่งต่าง ๆ ครับเมื่อสักครู่ได้รับการประสานงานจากท่านประธาน ขัตติยามาครับว่ากำลังแต่งตั้งใกล้เสร็จแล้ว แล้วก็เดี๋ยวกำลังจะรีบลงมาครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ เกรียงศักดิ์ ๐๒๙ แสดงตนครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อ่างทอง

กรวีร์ ปริศนานันทกุล ๐๐๓ ครับ รายงานตัวครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมสัมมนาเรื่องท้องถิ่นกับระบบงานรัฐสภานะครับ โดยท่าน สส. หรั่ง ธุระพล จังหวัดอุดรธานี พรรคไทยสร้างไทย ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

ท่านประธานครับ ๓๕๑ แสดงตนครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จริง ๆ ตอนนี้มีผู้ที่แตะบัตรเข้าประชุมแล้วประมาณ ๓๖๐ ท่าน แล้วก็จริง ๆ ผู้ที่แสดงตน ผมคิดว่าก็พอสมควรแล้วท่านประธานน่าจะครบเท่าที่ลงชื่อเข้าประชุมแล้ว ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็พอสมควรครับ รอท่านพริษฐ์สักนิดหนึ่งครับท่านปกรณ์วุฒิครับ ท่านพริษฐ์กำลังมาพอดีครับ สักครู่เดียวครับ ก็พอสมควรนะครับขอปิดการแสดงตนครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีท่านสมาชิกกดบัตรแสดงตน ๓๖๕ บวก ๑๓ ท่านเป็น ๓๗๘ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปก็จะเป็นการขอมติจากที่ประชุมนะครับว่าที่ประชุมจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนได้เลยผู้ใดเห็นว่าสมควรรับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย เห็นว่าไม่สมควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิครับ มีท่านใดยังไม่ใช้สิทธิไหมครับเชิญครับ ไม่เป็นไรครับรอครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

ท่านประธานค่ะ รภัสสรณ์ ๒๙๔ เห็นด้วยค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

ท่านประธานมัลลิกา ๒๘๕ แสดงตนค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ใช้สิทธิครับ ท่านมัลลิกาครับ

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ลพบุรี

เห็นด้วยค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านชลัฐเชิญครับ

นายชลัฐ รัชกิจประการ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๑๔๔ ชลัฐ รัชกิจประการ เห็นด้วยครับ

นายยูนัยดี วาบา ปัตตานี

ท่านประธาน ๒๙๒ ยูนัยดี วาบา เห็นด้วยครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครบถ้วนแล้วนะครับ ปิดการลงมติครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลย มีผู้ลงมติทั้งสิ้น ๓๘๒ บวก ๔ เป็น ๓๘๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ ....

ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสนอคณะกรรมาธิการครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระพล ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทยครับ ขออนุญาต เสนอกรรมาธิการจำนวน ๓๑ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ ไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติ ให้ตั้งกรรมาธิการ ๓๑ ท่านนะครับ ที่ประชุมให้ตั้งกรรมาธิการ ๓๑ ท่านก็จะเป็นสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี ๗ ท่าน สัดส่วนของสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น ๒๔ ท่าน ขอเชิญทางคณะรัฐมนตรี ได้เสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ ๗ ท่านครับ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายจำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ ๒. นางสาวสุภาภรณ์ โรจนรุ่งทวี ๓. นางสาวธัญญานุช ตันติกุล ๔. นายวรกร โอภาสนันท์ ๕. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อนุสรณ์ อุณโณ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์สมิทธ์ ศรีสนธิ์ และ ๗. ดอกเตอร์ขัตติยา รัตนดิลก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปจะเป็นสัดส่วนกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแต่ละพรรคการเมือง สัดส่วนจะเป็นดังนี้นะครับ พรรคประชาชน ๗ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน รวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญเสนอได้เลยนะครับ เชิญพรรคประชาชนก่อนครับ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้แทนจากจังหวัดปทุมธานี เขต ๗ ก็ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลยในคดีอาญา สัดส่วนพรรคประชาชนจำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ๒. นายสรวีย์ ศุภปณิตา ๓. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๔. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ๕. นายเกียรติคุณ ต้นยาง ๖. นายธนะชัย แสวงศิริผล และ ๗. นายสักกพันธุ์ อนันต์พงค์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

ขอผู้รับรองด้วยครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน เชิญครับ

นางสาวชญาภา สินธุไพร ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ชญาภา สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ ท่าน ดังนี้ ๑. นายขจิตร ชัยนิคม ๒. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ๓. นายชัย จันเฮียงมิ่ง ๔. นายจักรพงศ์ แสนสุข ๕. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ๖. นายพลช มีสัตย์ ๗. ท่านภัสริน กิตติพรหมวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ

นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ธนา กิจไพบูลย์ชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคภูมิใจไทย ทั้งหมด ๓ ท่าน ได้แก่ ๑. นายษฐา ขาวขำ ๒. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๓. นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปรวมไทยสร้างชาติ ๒ ท่านครับ

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และ ค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒ ท่าน ๑. ท่านวิทยา แก้วภราดัย ๒. ท่านเอกชัย แย้มสาหร่าย ๒ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ เชิญครับ

นายกาญจน์ ตั้งปอง ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกาญจน์ ตั้งปอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๔ จากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ดังนี้ ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปครับพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน เชิญครับ

นายปกรณ์ จีนาคำ แม่ฮ่องสอน

เรียนท่านประธานครับ ผม ปกรณ์ จีนาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต ๑ พรรคกล้าธรรม ผมขอเสนอกรรมาธิการ วิสามัญร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย แก่จำเลย ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคกล้าธรรม ๑ ท่าน คือ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน เชิญครับ

นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑ ท่าน คือ ว่าที่ร้อยตรี ฉัตรชัย ทองสลับล้วน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรองสักหน่อย ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ

นายศุภโชค ศรีสุขจร นครปฐม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภโชค ศรีสุขจร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่ นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน เชิญครับ

นายสุไลมาน บือแนปีแน ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สุไลมาน บือแนปีแน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดยะลา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่านด้วยกัน นั่นก็คือ ท่าน สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาอ่านชื่อกรรมาธิการครับ

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทน ผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวเอมอร เสียงใหญ่ ๒. นางสาวสุภาภรณ์ โรจนรุ่งทวี ๓. นางสาวธัญญานุช ตันติกุล ๔. นายวรกร โอภาสนันท์ ๕. รองศาสตราจารย์อนุสรณ์ อุณโณ ๖. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ๗. นางขัตติยา รัตนดิลก ๘. นางจุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม ๙. นายสรวีย์ ศุภปณิตา ๑๐. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๑. นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ๑๒. นายเกียรติคุณ ต้นยาง ๑๓. นายธนะชัย แสวงศิริผล ๑๔. นายสักกพันธุ์ อนันต์พงค์ ๑๕. นายขจิตร ชัยนิคม ๑๖. นางสาวลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ๑๗. นายชัย จันทร์เฮียงมิ่ง ๑๘. นายจักรพงศ์ แสนสุข ๑๙. นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ๒๐. นายพลช มีสัตย์ ๒๑. นางสาวภัสริณ กิตติพรหมวงศ์ ๒๒. นายษฐา ขาวขำ ๒๓. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒๔. นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ๒๕. นายวิทยา แก้วภราดัย ๒๖. นายเอกชัย แย้มสาหร่าย ๒๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๘. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒๙. ว่าที่ร้อยตรี ฉัตรชัย ทองสลับล้วน ๓๐. นายเอกสิษฐ์ อัครศักดิ์กีรติ และ ๓๑. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกจะแปรญัตติสักกี่วันดีครับ

นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วัน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรองถูกต้อง มีท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ เป็นอันว่าเห็นชอบให้กำหนดเวลา แปรญัตติภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญทางคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ได้เลยนะครับ

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางสาวอัญชลี ทำนุรัฐ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ๒. นางสาวชนากานต์ หนูพริก นิติกรปฏิบัติการ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จากการประชุมเมื่อวันพุธที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ในวาระที่สอง โดยพิจารณา เริ่มตั้งแต่ ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตราจนถึงมาตรา ๒๗ และในคราวประชุม เมื่อวันพุธที่ ๑๕ มกราคม ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาเพื่อมาพิจารณา ในวันนี้ คือวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ดังนั้นก็ขอดำเนินการต่อเลยครับ

เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ในมาตราต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับข้อสังเกตของสมาชิกและความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีหนังสือขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานฉบับปรับปรุงให้ถูกต้องสมบูรณ์ โดยเสนอเป็นใบแทรก แก้ไขเพิ่มเติมเข้ามา ขอเชิญท่านสมาชิกลองตรวจดูใบแทรกก่อน ท่านประธานพร้อมไหมครับ เชิญท่านประธานได้แถลงรายงานและส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม เชิญครับ

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการ

เรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ขอเสนอ ใบแทรกแก้ไขเพิ่มเติมรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... (ฉบับปรับปรุง) ต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณา ดังนี้

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๗๘ มีมติให้เลื่อนการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... (ฉบับปรับปรุง) ออกไป พิจารณาต่อในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เพื่อให้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยคำนึงถึงข้อสังเกตต่าง ๆ ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนความเห็นของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องที่มีต่อการ แก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา ๒๗ และร่างมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหมวด ๕ พื้นที่คุ้มครอง วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ และวันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ โดยแก้ไข เพิ่มเติมความในหมวด ๕ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓/๓ ให้มีความสมบูรณ์ ยิ่งขึ้น ปรากฏตามใบแทรกแก้ไขเพิ่มเติมรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฉบับใหม่ จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มีกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้หลังจากที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ประชุมกันมาใหม่ มีกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข แล้วก็ได้ขอสงวนความเห็นไว้ แล้วก็มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อขออภิปรายเนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากว่าเป็นการพิจารณาในวาระที่สอง เพราะฉะนั้นตั้งเวลาแค่ ๕ นาทีพอแล้วนะครับ ท่านแรกครับ เชิญท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ ขออภัยครับ เข้ามาตราก่อนนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านมาตรา ๒๗ ครับ

นางสินี ส้มมี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๗ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒๗ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีการแก้ไขนะครับ เชิญกรรมาธิการที่สงวน ความเห็น ท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ ในฐานะกรรมาธิการ กระผมได้ขอสงวนความเห็น โดยขอให้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๒๗ เดิมในมาตรา ๒๗ ก็คือวรรคสาม ซึ่งผมทราบดีว่า เป็นข้อกังวลของสมาชิกทุกท่าน ในวรรคสาม ข้อความเดิม แผนแม่บทและแผนที่ที่จัดทำขึ้น ตามความตกลงวรรคสองต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ และคำนึงถึงความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์นั้น สามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในพื้นที่คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ได้โดยไม่ต้องนำหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการอยู่อาศัยและการใช้ประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ มาบังคับใช้แก่พื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย หรือกระทบต่อ สมดุลของนิเวศน์และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งผมเห็นว่าในข้อความที่บอกว่าไม่ต้อง นำหลักเกณฑ์กฎหมายดังกล่าวมาบังคับใช้ ผมคิดว่าคนไทยด้วยกัน กฎหมายไม่ควรจะเว้นให้ คนใดคนหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผมก็เลยคิดว่าควรจะตัดประเด็นนี้ออก ผมก็เลยได้สงวนความเห็นไว้ ดังต่อไปนี้ครับ

ในวรรคสาม แผนแม่บทและแผนที่ที่จัดทำขึ้นตามความตกลงตามวรรคสอง ต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ และคำนึงถึงความยั่งยืนของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์นั้นสามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ ในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ได้ ทั้งนี้เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ หรือสุขภาพอนามัย เมื่อดำเนินการตามวรรคสองแล้วให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเสนอแผนแม่บทและ แผนที่ที่ได้จัดทำขึ้นตามความตกลงกับหน่วยงานของรัฐต่อคณะกรรมการเพื่อประกอบการ พิจารณาประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามวรรคหนึ่งต่อไป

เรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมได้ สงวนไว้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม จึงขอความกรุณาให้เพื่อนสมาชิกได้ลงมติเห็นชอบตามที่กระผมได้สงวนไว้ กราบขอบคุณมากครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปมีผู้ลงชื่อขออภิปราย เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไขก็สามารถที่จะ อภิปรายได้ มี ๓ ท่านด้วยกันนะครับ ท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แล้วก็ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ขอให้ท่านอภิปรายในส่วนที่มีการแก้ไขเท่านั้นครับ เจ้าหน้าที่ ตั้งเวลา ๕ นาทีนะครับ เชิญท่านแนนครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานค่ะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ดิฉันขออภิปรายในประเด็น ที่มีการแก้ไขมาของคณะกรรมาธิการในประเด็นของมาตรา ๒๗ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นนะคะ คำที่ท่านแก้เข้ามาเมื่อสักครู่นี้ที่ดิฉันอ่านในใบแทรกอาจจะต้องเป็นการตั้งคำถามกลับไปที่ กรรมาธิการค่ะ ท่านกลับมาที่ห้องนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว แล้วคำในการที่ท่านร่างมาตัวมาตรานี้จริง ๆ มันเกี่ยวพันไปถึงมาตรา ๒๙ ด้วยซ้ำ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ด้วยซ้ำ อาจต้องถาม ท่านกลับมาครั้งนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว ข้อกังวลจาก ทางสภาแจ้งไปที่กรรมาธิการแล้วว่าเรากังวลในประเด็นกฎหมายข้ออะไรบ้าง ต้องถามตรง ๆ ว่า ท่านอยากให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านหรือเปล่า ทำไมท่านยังใช้คำที่เป็นข้อกังวลในด้านกฎหมาย อีก รอบที่แล้วท่านบอกว่าไม่ให้นำหลักกฎหมาย รอบนี้ท่านบอกไม่ต้องนำหลักเกณฑ์ ท่านคะ ในทางกฎหมายคำนี้มันก็คือกฎหมายนั่นละค่ะ ท่านก็ยังจะยกเว้นไม่ให้มีกฎหมาย ใช้ประกอบด้วยต่าง ๆ ที่ท่านเขียนเข้ามานี้ค่ะ ดิฉันต้องถามว่าท่านจะพยายามทำให้เกิด ๒ มาตรฐานหรือคะ ทำไมท่านต้องบอกว่าไม่ต้องนำหลักเกณฑ์มาใช้ในพื้นที่ของท่านให้ยกเว้น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ตามที่ท่านเขียนเข้ามานี้ค่ะ อย่างที่บอกไปค่ะ ท่านกลับมาห้องนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว ทางสภาเราได้แจ้งความห่วงใยกับท่านไปแล้วว่าเราห่วงใยในข้อกฎหมายอะไร พวกเรา ในฐานะผู้ออกกฎหมายทุกคนนี่ค่ะ ท่านจะให้เราลงแบบไหนคะ เราติงท่านไปมีข้ออะไรบ้าง ที่เราติง ทำไมเราถึงติงเราไม่อยากให้กฎหมายในประเทศไทยมีหลายบรรทัดฐานค่ะ ทำไม มันจะมีคำถามเกิดขึ้น คำถามอะไรคะ คำถามว่าทำไมกฎหมายตัวนี้ถึงได้สิทธิพิเศษมากกว่า กฎหมายฉบับอื่น ทำไมกฎหมายฉบับนี้ที่เขียนขึ้นมาว่าไม่ต้องนำหลักเกณฑ์ ไม่ต้องนำกฎหมาย เข้ามาใช้ในพื้นที่ตรงนี้โดยการยกเว้นกฎหมายข้อนั้นข้อนี้ ทำไมถึงมีสิทธิใช้ได้ ถ้าบอกตรง ๆ ถ้าเทียบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ กฎหมายก็ต้องเสมอภาคเท่าเทียมกันในทุกคนค่ะ ถึงว่าจะมีข้ออ้างในวรรคสี่แต่ถามว่าผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยอยู่ทุกพื้นที่ ไม่ได้อยู่ โดยเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง หรือไม่ได้อยู่เฉพาะในเขตอุทยานมีทุกพื้นที่ค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันต้องขอถามค่ะ เพราะว่าทำไมต้องถาม เพราะว่านี่เป็นครั้งที่ ๓ แล้วที่ท่าน กลับเข้ามาเรื่องการไม่ต้องนำหลักเกณฑ์เข้ามาใช้ แล้วยิ่งไปพันกับมาตรา ๒๙ ดิฉัน ขออนุญาตข้ามไปมาตรา ๒๙ ด้วยนะคะท่านประธาน เพราะว่ายังมีเวลาเหลืออยู่เพราะมันพันกัน ไปหมดค่ะ ท่านบอกว่าต้องมีหน้าที่ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู แล้วพอมามาตรา ๒๘ ท่านบอกว่า ถ้าไม่ทำให้เอากฎหมายกลับมาใช้ แล้วอย่างไรคะ ในเมื่อมาตรา ๒๗ ท่านบอกว่าท่านละ ไปแล้ว ท่านละข้อนี้ไปแล้ว อย่างที่บอกค่ะท่านประธาน ท่านจะบอกว่าเราไปแก้คำแล้วนะ แต่ในเชิงกฎหมายในทางกฎหมายถ้าตีความออกมามันก็เหมือนเดิมค่ะ ดิฉันต้องขออภัยต้อง ถามจริง ๆ ว่าท่านจงใจทำแบบนี้เพื่ออะไร ท่านอยากให้สภาของเรานี้มีกฎหมายรับรอง ให้ท่านจริง ๆ เพื่อสิทธิในการใช้ถิ่นที่อยู่อาศัย เพื่อสิทธิในการอยู่ เพื่อสิทธิต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อสิ่งที่เราได้ติงท่านไป ท่านก็เพียงแค่เปลี่ยนคำเล็กน้อยแต่เนื้อหาเหมือนเดิม กลับมา เหมือนเดิมค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นอย่างที่บอกเมื่อสักครู่ที่ท่านนิคมได้สงวนคำแปรญัตติ ดิฉันก็เห็นด้วยในมุมของท่านนะคะว่าไม่ควรจะมีการละเว้นกฎหมายอะไรก็ตามแต่ เพียงแต่ว่า การที่อยู่ตรงไหนก็ตามแต่มีการอนุญาตกันมานานแล้ว แล้วก็เท่าที่ตรวจสอบดูกันหลายพื้นที่ ก็ยังอยู่กันได้ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นมันจะมีอีกหลายพื้นที่ที่มีลักษณะการอยู่อาศัยคล้าย ๆ กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ท่านกำลังทำกฎหมายฉบับนี้อยู่ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะ คุ้มครองในแบบนี้ ท่าน Check ได้เลยค่ะภาคใต้หลายที่พี่น้องที่อยู่บนเกาะเขาอยู่ในเขต อุทยานเหมือนกัน แต่ถามว่าเขาครอบคลุมไหม ก็ไม่ครอบคลุม หรือท่านต้องการให้ประเทศ ไทยแตกออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ เพื่อจะได้มีกฎหมายคุ้มครองเพิ่มขึ้นอีกหรือเปล่า เพราะจริง ๆ แล้วคนไทยทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันทุกคนภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญไทยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ผมยินดีที่จะเห็นกลุ่มชาติพันธุ์ได้ดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอยู่โดยที่มีพื้นที่ทำกินอันเหมาะสม ผมสนับสนุนอยากเห็นสิ่งที่เป็นเช่นนั้น แต่ด้วยความเคารพต่อคณะกรรมาธิการซึ่งผมทราบว่าท่านทำงานกันหนัก แต่วิธีการร่าง กฎหมายของท่านนั้นด้วยความเคารพ ผมคิดว่ายังมีปัญหาซึ่งเป็นปัญหาค่อนข้างใหญ่นะครับ ผมก็กราบขออนุญาตท่านประธานนะครับอาจจะเกินไปสัก ๓ นาที โดยภาพรวมการร่าง กฎหมายฉบับนี้ผมอยากจะกล่าวว่ายังไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย เหตุผลที่ผมพูดเช่นนั้นก็เนื่องจากถ้าหากว่าท่านประธาน ดูภาพรวมของกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้โดยหลักการแล้วเป็นการประสงค์ที่จะทำ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๗๐ ที่ประสงค์จะคุ้มครองวัฒนธรรมและวิถีชีวิต แต่ว่าในการที่ท่าน ตรากฎหมายออกมานี้ครอบคลุมไปจนถึงการครอบครองที่ดินซึ่งมันไปกระทบกระเทือนถึง กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็กฎหมายที่ดินด้วย ซึ่งตามหลักการแล้ว ในเมื่อกฎหมายท่านเป็นกฎหมายที่ประสงค์เพื่อจะรักษาวิถีชีวิตก็ไม่ควรที่จะไปครอบคลุม ถึงการครอบครองที่ดิน ซึ่งควรที่จะตราหรือบัญญัติอยู่ในเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่ดินและ กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมอำนาจเกินเลย ไปกว่าหลักการที่พวกเรารับในวาระแรกครับท่านประธาน แล้วโครงสร้างของกฎหมายที่ร่างมา ก็มีลักษณะพิเศษ ผมขออนุญาตพูดแค่บางประเด็นก็แล้วกันเพราะถ้าพูดยาวมันคงจะยาวมาก มีการกำหนดพื้นที่ขึ้นมาพื้นที่หนึ่งเรียกว่า พื้นที่ควบคุมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และในพื้นที่นี้ มีลักษณะพิเศษครับว่าจะดำเนินการบริหารโดยธรรมนูญ โดยยกเว้นข้อกฎหมายถึงแม้ ท่านจะบอกว่าในมาตรา ๒๘ นี้ได้มีการพูดว่าถ้าไม่ทำตามธรรมนูญและไม่ทำตามกฎหมาย และนะครับ ไม่ทำตามธรรมนูญและไม่ทำตามกฎหมายก็ให้เอากฎหมายไปบังคับใช้ การที่ท่านเขียนว่า และ นี่ก็หมายความว่าขอเพียงทำตามธรรมนูญ ท่านทำตามธรรมนูญนะครับ จะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้นในการตรากฎหมายนี้เมื่อท่านเขียนมาเช่นนี้ หมายถึงว่าพื้นที่พิเศษที่ท่านตั้งขึ้นมานี้กฎหมายไทยจะบังคับใช้ไม่ได้ แล้วพื้นที่นี้จะปกครอง โดยระบบธรรมนูญซึ่งตราขึ้นโดยคณะกรรมการบริหารพื้นที่ แล้วถามว่าคณะกรรมการ บริหารพื้นที่มีองค์ประกอบอย่างไร ก็มีตัวแทนชุมชน ๒ ใน ๓ และมีตัวแทนของหน่วยงาน ของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ แล้วกลุ่มคนกลุ่มนี้ที่เรียกว่าคณะกรรมการบริหารพื้นที่ ซึ่งก็จะแตกย่อย ไปตามแต่ละพื้นที่ มีอำนาจกำหนดธรรมนูญครับ และธรรมนูญนี้มีศักดิ์และฐานะ สูงกว่าพระราชบัญญัติ ที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เพราะถ้าหากว่าทำตามธรรมนูญแล้วถึงแม้ ทำผิดกฎหมายก็ยังบังคับใช้ได้ ดังนั้นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่คุ้มครองที่มีการตราขึ้นมานะครับ ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการคงไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น แต่ว่าผลของการตราของท่านทำให้พื้นที่ ควบคุมเป็นพื้นที่เสมือนหนึ่งนอกกฎหมายประเทศไทย เพราะว่าสามารถที่จะ Override Overrule กฎหมายต่าง ๆ ของประเทศไทยโดยอาศัยธรรมนูญได้ และธรรมนูญนี้ โดยหลักการแล้วก็เป็นคำพูดที่ไม่ควรใช้ครับ เนื่องจากคำว่า ธรรมนูญ นั้น หมายถึงกฎหมาย ในการจัดองค์กร กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ใช่องค์กรพิเศษ กลุ่มชาติพันธุ์เป็นคนไทยซึ่งมีศักดิ์ศรี ฐานะ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทุกคน มิได้มีสิทธิเสรีภาพหรือ มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าประชาชนคนไทยที่อยู่อาศัยในพื้นที่อื่น ๆ แต่อย่างใด ตัวผมก็ถือว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เนื่องจากกลุ่มชาติพันธุ์ก็คือ Ethnic Group ก็เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ คือคุณปู่ มาจากประเทศจีนตั้งแต่เมื่อประมาณเกือบร้อยปีที่แล้วก็ถือว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง ถ้าหากว่า เราปล่อยให้มีการตรากฎหมายในลักษณะที่มีพื้นที่ควบคุมพิเศษเป็นหย่อม ๆ ไปทั่วประเทศ ผมคิดว่ามันก็คงจะเกิดความปั่นป่วนมากมายมหาศาลในประเทศไทย นอกจากนี้กฎหมายนี้ ยังมีประเด็นที่เป็นประเด็นที่มีปัญหา อย่างเช่นในวรรคสองท่านบอกว่าก่อนการประกาศ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้ชุมชนทำความตกลงกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ดังกล่าว การเขียนกฎหมายเช่นนี้มันเกิดความไม่แน่นอนครับ คำว่า ตกลงกับ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ถามว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืออะไรครับ ปกติประเทศไทย ปกครองมีกี่กระทรวงครับ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมันก็คงครอบคลุมไปทุกกระทรวง และในแต่ละกระทรวงก็มีกรมด้วย แล้วยังมี อบจ. อบต. ท่านจะตกลงกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ผมก็อยากจะถามท่านว่า ท่านจะตกลงกับทุกกระทรวง ทุกกรม หรืออย่างไร หรือถ้าหากว่ามีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอยู่ ๒๐ หน่วย ท่านต้องตกลงให้ครบ ๒๐ หน่วยหรือไม่ หรือว่าจะเลือกแค่ตกลงกับเพียง อบต. ที่อยู่ในพื้นที่ หลังจากนั้นก็ดำเนินการต่อไป อันนี้เป็นปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหาสำคัญ จริง ๆ ยังมีปัญหาเรื่องอื่นอีกมากมายแต่เนื่องจากเวลาอันจำกัดผมก็ขออนุญาตอภิปราย เพียงเท่านี้แล้วก็จะขออนุญาตแสดงความไม่เห็นด้วยที่มีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ ลักษณะแบบนี้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับ ๒ คณะเยี่ยมชมนะครับ คณะแรกคณะทีมงาน กองเลขาสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยนะครับ นำโดยท่าน สส. มานพ คีรีภูวดล พรรคประชาชน เช่นเดียวกันนะครับคณะผู้บริหารครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน โรงเรียนสระหลวงพิทยาคม อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร ยินดีต้อนรับทั้ง ๒ คณะนะครับ ต่อไปครับ ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ เอาแต่เฉพาะส่วนที่แก้ไขนะครับท่านธิษะณา

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ธิษะณา ชุณหะวัณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขต ๒ หรือเขตปทุมวัน สาทรและราชเทวี พรรคประชาชนค่ะ จากที่ดิฉันได้เคยอภิปรายผลักดัน กฎหมายและกลไกให้มีการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง แต่ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังมีประเด็นที่เราต้องถกเถียงกันเพิ่มเติม ยังมีปัญหาต่าง ๆ ที่ยังส่งผลกระทบ ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชนเผ่าพื้นเมืองค่ะ ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ขอสไลด์ที่ ๓ เลยได้ไหมคะ หากเราดูแนวทางและหลักการในร่างของพรรคประชาชนก็จะได้เห็นว่ามีการจี้ไปตรงจุดสำคัญ ที่จะช่วยส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ค่ะ เช่น ตามรัฐธรรมนูญ ตามพันธกรณี ระหว่างประเทศ เพราะแต่เดิมตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนเผ่าพื้นเมือง UNDRIP ที่เป็นเอกสารต้นฉบับของการปกป้องสิทธิชนเผ่าพื้นเมือง ประเทศไทยก็ได้ลงสัตยาบัน ไปแล้วและรับรองฉันทามติไปเมื่อปี ๒๕๕๐ ตามมาตรา ๒๗ ในร่างที่จะต้องแก้ไขวันนี้ ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ระบุว่าให้อนุกรรมการ เฉพาะเรื่องตามมาตรา ๒๖ มีอำนาจและหน้าที่ในการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์และ ชนเผ่าพื้นเมืองในสถานะบุคคล การจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมและ ภาษาหรือการศึกษาหรือเรื่องอันตามที่คณะกรรมการเห็นสมควรค่ะ หากเราอ้างอิงตามมติ คณะรัฐมนตรีในวันที่ ๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๓ มีการเสนอแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตพี่น้อง ชาวกะเหรี่ยง แถมก่อนหน้านี้ก็มีมติ ครม. วันที่ ๒ มิถุนายนในปีเดียวกันที่จะฟื้นฟูวิถีชีวิต ชาวเลหรือชาวมอแกน แล้วก็มอแกลน เป็นต้น ด้วยจริงอยู่ที่มติดังกล่าวนี้ได้เปิดประตูสู่ ความเป็นพหุวัฒนธรรมมากขึ้น แต่ดิฉันคิดว่าเรายังต้องให้การคุ้มครองและส่งเสริมชนเผ่า พื้นเมืองอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านในมิติทางการเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต พื้นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน ภาษา และอื่น ๆ เป็นต้น ในส่วนของกฎหมายป่าไม้ค่ะท่านประธาน เมื่อเราพูดถึงกรณีสิทธิการใช้ผืนป่าและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อชนเผ่าพื้นเมือง ในปี ๒๕๕๙ มีคดีพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดของหน่วยงานปกครองหรือเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจาก การใช้อำนาจในคดีดำ ส. ๕๘/๒๕๕๕ มาเป็นคดีแดง ส. ๖๖๐/๒๕๕๙ โดยมีผู้ฟ้อง ๖ คน ต่อ ๒ คนผู้ถูกฟ้อง ซึ่งรายละเอียดคร่าว ๆ คือมีผู้ฟ้องทั้งหมดเป็นชาวพื้นเมืองพี่น้องปกาเกอะญอ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคนประกอบวิถีชีวิตทำไร่หมุนเวียน เกษตรกรเชิงอนุรักษ์ ที่ช่วยรักษาสมดุลตามธรรมชาติ โดยอ้างอิงพยานหลักฐานเป็นการตั้งรกรากและให้การว่า ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทาง เชื้อชาติในทุกรูปแบบค่ะท่านประธาน รวมไปถึงตามมติ ครม. ในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ด้วยค่ะ แต่คล้ายกับกรณีของคุณบิลลี่ ผู้ถูกฟ้องทั้ง ๖ คนโดนเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากพื้นที่ เผาทำลายทรัพย์สิน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพทั้ง ๆ ที่ผู้ฟ้อง ยังไม่ทราบถึงการกระจายข้อมูลเหล่านี้ค่ะท่านประธาน และได้ให้การว่าไม่ได้มีเจตนาการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งในกรณีเหล่านี้คือคนอยู่ก่อนหน้า มี พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติเหล่านี้เสียอีกนะคะ จากข้อพิพาทลักษณะนี้นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน ดิฉันมีความกังวลว่าเจตจำนงของร่างกฎหมายนี้จะสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับ ผลกระทบในเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ หรือเราจะออกกฎหมายภายในเพื่ออนุวัติ ให้เป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศได้หรือไม่ในอนาคต เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติ โดยการรับรองหลักการพื้นฐานในการรักษาในเรื่องความเป็นพลเมือง สิทธิที่เท่าเทียมกัน และไม่ให้เกิดข้อพิพาทจนทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อีกค่ะท่านประธาน

ขอสไลด์สุดท้ายค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันยังคงยืนยันตามหลักการในเรื่อง สิทธิชุมชนที่ต้องคำนึงถึงความเป็นมนุษย์และวิถีชีวิตดั้งเดิมชนเผ่าพื้นเมืองที่ปัจจุบัน มีมติคณะรัฐมนตรีในปี ๒๕๕๓ ให้ยุติการจับกุมและให้คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ปัจจุบันยังมี พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่ถูกจับกุมและละเมิดสิทธิอยู่ ในกรณีเหล่านี้คือคนอยู่ก่อนมี พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติเหล่านี้เสียอีก จากข้อพิพาทลักษณะนี้นับตั้งแต่อดีตไปจนถึงปัจจุบันดิฉัน มีความกังวลว่าเจตจำนงของร่างกฎหมายนี้จะสามารถคุ้มครองสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ในเหตุการณ์ลักษณะนี้ถ้าเราไม่สามารถยืนยันหลักการในการคุ้มครองให้เขามีชีวิต อย่างปลอดภัยได้จะประกาศคุ้มครองชนพื้นเมืองก็ไร้ประโยชน์ค่ะท่านประธาน

สุดท้ายดิฉันทราบว่าคำว่า ชาติพันธุ์ ได้ผ่านมติแล้ว แล้วก็ตีตกคำว่า ชนเผ่า พื้นเมือง ไป แต่คำว่า ชนเผ่าพื้นเมือง ทำให้พวกท่านรู้สึกว่ามีงานให้ทำมากขึ้นหรือเปล่า จึงต้องตีตกคำนี้ไป เราเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศรวมถึงพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองด้วย ที่พี่น้องให้ความไว้วางใจที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของพวกเขาในกรณีของคุณบิลลี่ พอละจี และกรณีของปู่คออี้และปกาเกอะญอทั้ง ๖ คนที่มีคู่กรณีเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พวกเขาโดนเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากพื้นที่ ทำลายทรัพย์สิน ละเมิดศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ผู้ฟ้องคงไม่ทราบถึงการกระจายข้อมูลเหล่านี้ และ สะท้อนให้เห็นว่าชนเผ่าพื้นเมืองยังไม่ได้รับความยุติธรรมเท่าที่ควรและการคุ้มครองก็ควร ได้รับการพิจารณาเพิ่มเติม จุดยืนของดิฉันไม่ได้อยู่ที่ปลายเท้า แต่จุดยืนของดิฉันอยู่ที่หลักการ ความถูกต้อง มีมนุษยธรรม และตามอุดมการณ์ของชนพื้นเมือง พวกเขามีปัญหาเหล่านี้ แต่คนเมืองมองข้ามปัญหาที่พวกเขาเรียกร้องและเอารัดเอาเปรียบพวกเขาเสมอมาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมย้ำอีกครั้งนะครับ เราอยู่ในวาระที่สองคือท่านสมาชิกสามารถที่จะ อภิปรายได้ในมาตราที่มีการแก้ไข แต่การอภิปรายก็ต้องอภิปรายในส่วนที่กรรมาธิการ เขาแก้ไขมาว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่กับการแก้ไขของกรรมาธิการ เราไม่ได้อภิปรายกันในชั้น รับหลักการวาระที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นทำความตกลงร่วมกัน หากใคร ท่านใด อภิปรายเกิน ข้อบังคับผมขออนุญาตทักท้วงนะครับ ต่อไปท่านเอกราช อุดมอำนวย เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมงงกับเพื่อนสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้บ้าง คือท่านจะ ยอมรับความแตกต่างหลากหลายไม่ได้เลยหรือ ที่เขาเขียนขึ้นมาโดยเฉพาะเรื่องที่ถกเถียงกัน ในมาตรา ๒๗ ว่ามัน Overrule หรือเปล่า ท่านประธานครับ เรามีร่างประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์บังคับใช้ทั่วประเทศ ท่านปฏิเสธไหมว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับ ใช้เฉพาะพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งแตกต่างไปไม่ได้ แต่ปรากฏในความเป็นจริงสภาชุดแรกของ ประเทศไทย สภาชุดแรกสมัยปี ๒๔๘๙ ออกร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งชื่อว่าพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล เพื่ออะไรครับ เพื่อเขียน มี ๑ มาตราที่เขียนบอกเอาไว้ว่าในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว และมรดก อิสลามศาสนิกของศาลชั้นต้นในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล รวบง่าย ๆ เลยคือให้ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดก แทนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันนั้นเป็นเรื่องศาสนาถูกไหมครับ อันนี้เป็นเรื่อง พื้นที่กับพี่น้องชาติพันธุ์ มันก็ลักษณะใกล้เคียงกันคือเป็นการเขียนเพื่อที่เป็นโซ่ข้อกลาง ในการบังคับใช้กฎหมายตรงอื่น ท่านจะติดใจเรื่องอะไรครับ ท่านจะบอกว่ามันไม่เท่าเทียมกัน อย่างไร นี่ละครับคือการเข้าใจความแตกต่างหลากหลายเราไม่สามารถที่จะตัดชุดทั้งหมดได้ แต่เราทำแบบนี้เพื่อให้อย่างน้อยตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้น ผมพูดสั้น ๆ ครับท่านประธานไม่ใช้เวลาเยอะ ขอร้องละครับเราอย่าถอยหลังไปต่ำกว่า เพื่อนสมาชิก มาตรฐานของสมัยสภาชุดแรกในปี ๒๔๘๙ เลย เห็นใจกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ เถอะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เขาแก้ไขมาแล้ว นี่คือ เขาพยายามเต็มที่แล้ว ยืดหยุ่นเต็มที่แล้ว ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านภัสริน รามวงศ์ ครับ

นางสาวภัสริน รามวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ภัสริน รามวงศ์ ผู้แทนคนบางซื่อ ดุสิต พรรคประชาชน ข้อกล่าวหาที่ว่ามาตรา ๒๗ เป็นการ Overrule เนื้อหาของมาตรานี้ไม่ได้หมายถึงการยกเลิกกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง กับพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมแต่ว่าเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะเพื่อให้ชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ มาก่อนรัฐนี่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก แล้วก็หลักเกณฑ์ที่กำหนด มีเงื่อนไขที่ชัดเจน ได้แก่

๑. ชุมชนจะต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่มาไม่น้อยกว่า ๒๐ ปี

๒. การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งไม่ได้ หมายความว่าเป็นการเปิดทางให้มีการทำลายป่าไม้หรือล่าสัตว์อย่างเสรีแต่เป็นการรับรอง สิทธิของชาวบ้านที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างยั่งยืน เช่น การทำเกษตรหมุนเวียนที่สอดคล้องกับ ระบบนิเวศ

๓. การประกอบพิธีกรรมตามจารีตประเพณี ซึ่งเป็นวิถีปฏิบัติของกลุ่มหลาย ชาติพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แล้วก็ควรได้รับการคุ้มครอง กฎหมายนี้ไม่ได้ หมายความว่าผู้ที่ละเมิดเงื่อนไขจะได้รับเอกสิทธิ์พิเศษหากมีการทำผิดกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่ก็ยังคงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพียงแต่เป็นการปรับใช้ให้เหมาะสมกับ บริบทของชุมชนที่มีอยู่จริง นอกจากนี้ในมาตรา ๒๗ ยังเป็นกลไกเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของรัฐและประชาชนในการจัดการจัดสรรทรัพยากร ไม่ใช่การให้อำนาจแก่ชุมชนในการ ตัดสินใจเพียงลำพัง กฎหมายนี้เป็นการสร้างเงื่อนไขที่ยุติธรรมเพื่อให้ชุมชนที่อยู่มาก่อนรัฐ สามารถใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ต้องเผชิญกับการถูกผลักไสออกจากพื้นที่ ที่เขาอยู่มาอย่างชั่วอายุคนค่ะ การคุ้มครองพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ต้องมาพร้อมกับอำนาจ ทางกฎหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแต่กำหนดแนวทางเชิงนโยบาย หรือเป็นเพียงกฎหมาย เพียงการสนับสนุนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเดียวโดยที่ยังต้องควบคุมอยู่ภายใต้ กฎหมายการอนุรักษ์ที่เป็นอำนาจนิยมแบบเดิม ในทางกลับกันกฎหมายป่าไม้และ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันมีบทบัญญัติ บางประการ ไม่เหมาะสมเป็นการขัดแย้งหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยด้วย โดยเฉพาะในด้านสิทธิชุมชน และการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินการได้โดยไม่คำนึงถึง สิทธิของประชาชนเลยค่ะ เช่นดิฉันขอยกตัวอย่างในกรณีการอพยพชุมชนบางกลอย ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานซึ่งนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีของ ชาวบ้านก็สะท้อนให้เห็นว่าหากไม่มีมาตรฐานทางกฎหมายที่รับรองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ การใช้กฎหมายป่าไม้และอุทยานอย่างไม่คำนึงถึงบริบททางสังคมนี่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิ อย่างต่อเนื่องค่ะ นี่จึงเป็นกลไกสำคัญในการรับรองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดเหตุการณ์การอพยพไล่ที่แล้วก็การใช้ความรุนแรงจากรัฐที่เคยเกิดขึ้น แล้วก็พื้นที่คุ้มครอง ทางวัฒนธรรมไม่ใช่การทำลายการอนุรักษ์แต่เป็นการเสริมสร้างการอนุรักษ์ที่เป็นธรรมและ เข้าใจวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง การอนุรักษ์ป่าในรูปแบบที่กำหนด ในปัจจุบันที่เป็นป่าปลอดคน มันเหมือนกับว่าเป็นการละเลยองค์ความรู้ดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการก็รับรองอยู่แล้วว่าช่วยรักษาระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืน การจัดการทรัพยากรโดยกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้เป็นภัยต่อป่าไม้หรือสัตว์ป่า แต่เป็นการอยู่ ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ซึ่งสมควรด้วยการรับรองทางกฎหมายดังเช่นนานาชาติค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายเจาะไปที่วรรคสามของมาตรา ๒๗ ที่เป็นปัญหานี้ คือเป็นปัญหาคือให้นำหรือ ไม่ให้นำกฎหมายบางฉบับที่เกี่ยวข้องมาใช้ คือเดิมร่างเดิมคราวที่แล้วเขียนว่าไม่ให้ นำกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่ประชุมนี้ก็ต้องการความชัดเจนมากขึ้นว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องคืออะไร กรรมาธิการก็กลับไปแก้ไขโดยแก้ไขว่าไม่ให้นำกฎหมายที่เกี่ยวกับเพื่อให้ชัดเจนขึ้น ไม่ให้ นำกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้คุ้มครองสัตว์สงวน ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติมาใช้บังคับ การเขียนกฎหมายลักษณะนี้ได้หรือเปล่า เป็นการขัดรัฐธรรมนูญหรือเปล่าครับ ผมขอยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ กฎหมาย ๒ ฉบับ ที่เกี่ยวกับการกำหนดพื้นที่เหมือนกัน ฉบับแรกคือ พระราชบัญญัติป่าชุมชน พุทธศักราช ๒๕๖๒ มาตรา ๑๐๓ มาตรา ๑๐๓ บอกว่ามิให้ นำกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติหรือกฎหมายการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาใช้กับ ในพื้นที่ป่าชุมชนนะครับ เขียนไว้ชัดเจน กฎหมายฉบับพระราชบัญญัติเขตพัฒนาเศรษฐกิจ ตะวันออก พุทธศักราช ๒๕๖๑ มาตรา ๓๗ ได้มีการกำหนดให้อำนาจกรรมการนโยบาย มีอำนาจโดยยกเว้นกฎหมายหลายฉบับ กฎหมายดังกล่าวคือกฎหมายการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยชลประทานหลวง กฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน กฎหมาย ว่าด้วยสัมปทานและกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์สันติ ผมถามนิดหนึ่งครับที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าถ้าเขียนแบบนี้จะทำให้พื้นที่ของชาติพันธุ์เป็นพื้นที่นอกกฎหมาย ผมถามว่าพื้นที่ป่าชุมชน เป็นพื้นที่นอกกฎหมายหรือเปล่าครับ พื้นที่ EEC เป็นพื้นที่นอกกฎหมายหรือเปล่าครับ ทำไม เราจะกำหนดพื้นที่ให้กับชุมชนไม่ได้ แต่ทำไมขณะเดียวกันการกำหนดพื้นที่ให้กับนักลงทุน นายทุนทำไมทำได้ครับ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าการที่คณะกรรมาธิการเขียนกฎหมายในลักษณะ ยกเว้นไม่ใช้บังคับกฎหมายนี้ถือว่าชอบธรรมแล้ว ทีนี้ต้องขออภัยท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น บอกว่าให้นำกฎหมายมาใช้บังคับ ปัญหาคืออย่างนี้ครับ มันจะกลายเป็นว่าทำไมไม่นำ กฎหมายฉบับอื่นมาใช้บังคับด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการเขียนกฎหมายในลักษณะที่ว่า ในเมื่อเรามีกฎหมายแล้ว และยกเว้นไม่ให้นำกฎหมายมาใช้บังคับนี้ไม่ผิดนะครับ ถ้ากฎหมายที่ เราพิจารณานี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษเศรษฐกิจ ตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ ย่อมขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าท่านจะตีความว่าเป็นการใช้กฎหมาย หรือละเว้นกฎหมายในการใช้พื้นที่บางพื้นที่เท่านั้น ผมเองไม่ต้องกล่าวถึงมาตรา ๒๓ แห่งรัฐธรรมนูญ แต่ขอเชิญชวนให้เพื่อนสมาชิกลองดูมาตรา ๗๐ ของรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ มาตรา ๗๐ ของรัฐธรรมนูญได้กล่าวย้ำสิทธิของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคม ตามวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างสงบสุขไม่ถูกรบกวน เท่าที่ไม่ขัดความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐหรือ สุขอนามัย กรรมาธิการก็ได้เพิ่มอันนี้เข้าไปแล้วเพื่อให้ครบถ้วนขึ้นนะครับ เพื่อให้ครบถ้วน สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ ผมจึงมีความเห็นว่าผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการในการเขียน ในลักษณะการยกเว้นกฎหมาย เพราะในกฎหมายฉบับอื่นเราก็เขียนไปอย่างนี้ครับ ผมขอย้ำ ถ้าการเขียนอย่างนี้ผิดรัฐธรรมนูญ เราต้องไปยกเลิก พ.ร.บ. ป่าชุมชนครับ เราไม่ต้องไป ยกเลิก พ.ร.บ. EEC เช่นเดียวกันครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับ ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ โดยหลักการ เราเห็นด้วยที่มีการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ ไม่มีขัดอะไรเลย แต่ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าการร่างกฎหมายเราไม่สามารถที่จะร่างกฎหมายยกเว้นข้อใด ข้อหนึ่ง ในมาตรา ๒๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เขียนเอาไว้เลยครับบอกว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย วันนี้เรากำลังจะจงใจกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก็คือว่ายกร่าง กฎหมายเพื่อให้สิทธิแก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ผมว่ามันจะเกิดความแตกแยกขึ้นมาใน ประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ประสงค์ที่จะให้เกิดเช่นนั้น ผมอยากเรียนท่านประธานครับ การยกเว้นกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ ผมยกตัวอย่างเช่นกฎหมายที่ท่านพยายามพูดถึง กฎหมายเรื่องการคุ้มครองและสงวนสัตว์ป่า กฎหมายเรื่องป่าไม้ กฎหมายเรื่องอุทยานแห่งชาติ กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าคนไทยทุกคน มีหน้าที่ที่จะต้องรักษาและหวงแหนไว้ ท่านประธานคงเห็นในช่วงที่ผ่านมานั้นเราประสบ ปัญหาอุทกภัยอย่างรุนแรง ก็เกิดจากการที่เราใช้พื้นที่ป่าอย่างผิดวิธี เรามีการเข้าไปบุกรุก การตัดไม้ทำลายป่า เรามีการบุกรุกเข้าไปใช้พื้นที่ป่า เรามีคนไปแอบเผาป่า PM2.5 วันนี้ เป็นสิ่งที่รุนแรงจนแทบจะเรียกว่าเป็นวาระแห่งชาติ สิ่งเหล่านี้มันอาจจะเกิดขึ้นก็ได้ถ้าหากว่า เรายกเว้นไม่บังคับ เอากฎหมายต่าง ๆ มาบังคับใช้ ผมเกรงว่าจะเป็นเหตุที่ต่อไปเราจะ ไม่สามารถที่จะคุ้มครองป้องกันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ ผมอยากเรียนทาง คณะกรรมาธิการ ผมพอรับได้ในส่วนที่ของท่านนิคมเขียนมา ก็คือเอาว่าขอให้ตัดถ้อยคำ ที่เกี่ยวกับการยกเว้นกฎหมายต่าง ๆ ออกไป คือขอให้เอากลับมาเถอะครับ อย่าไปให้มี กฎหมายซ้อนกฎหมาย แล้วเวลาเราเขียนกฎหมายนี้ ถ้าไปใช้คำว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันนี้ไม่ชัดเจน แล้วก็เช่นกันครับเมื่อสักครู่ท่านจิตติพจน์พูด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่านเขียนไว้ ท่านไปเขียนบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานไหนละ มีกรมอุทยานแห่งชาติไหมครับ มีกรมป่าไม้ไหมครับ มีเรื่องสิ่งแวดล้อมไหมครับ มีเรื่องท้องถิ่นไหมครับ มันกว้างเกินไป ในกฎหมายฉบับนี้เท่าที่ดูแทบจะไม่มีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านั้นเลยที่จะรักษา เรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ เพราะฉะนั้นก็คงต้องเรียนว่าพอรับได้ในเรื่องของ ตัวร่างของท่านนิคม แต่ขอให้เอาเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ เอากลับมาให้หมด แล้วก็ในส่วนที่ ไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืออะไรขอให้เติมกลับมาด้วยครับว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น หมายถึงอะไร จะอยู่ในภาคผนวกหรือจะอยู่อะไรก็ได้ครับ แต่ว่าจะต้องเขียนให้ชัดเจนไว้ ผมอยากเรียนท่านประธานขออนุญาตข้ามไปแตะที่มาตรา ๒๘ นิดหนึ่งเพราะเกี่ยวข้องกัน ในมาตรา ๒๘ ท่านประธานครับ มีการไปตัดในการประกาศพื้นที่คุ้มครองตามมาตรา ๒๗ มีการไปตัดเอาเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกไป แล้วก็นอกจากนั้นครับ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิ หรือใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญ พื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นธรรมนูญนะครับ และ ไปใช้คำว่า และ ครับ ก็คือว่า และเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ ให้นำ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นมาบังคับใช้และดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้นั้นต่อไป อันนี้ เขียนหลอกครับ คือถ้าผิดต้องผิด ๒ อย่างเลยคือผิดทั้งธรรมนูญด้วย และผิดทั้งกฎหมายด้วย เพราะใช้คำว่า และ แต่ถ้าผิดตัวเดียวคือผิดกฎหมายแต่ไม่ผิดรัฐธรรมนูญก็เอากฎหมาย กลับมาบังคับใช้ไม่ได้ เห็นวิธีการเขียนกฎหมายไหม การเขียนกฎหมายแบบนี้กระทำไม่ได้ ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ ขอความกรุณาครับเขียนกฎหมายเท่าที่ไม่ขัดต่อ รัฐธรรมนูญเพราะเวลาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราทราบอยู่แล้วครับว่ากฎหมายนี้อาจจะขัด ต่อรัฐธรรมนูญชัด ๆ ซึ่งผมคิดว่าเดี๋ยวคงจะมีอีกหลายท่านขึ้นมาพูดว่ามันขัดรัฐธรรมนูญ อย่างไร แล้วเรายังจะจงใจกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้นะครับ มีใครร้องเรียนขึ้นมา ผู้แทนราษฎรเดือดร้อนครับ เราอาจจะถูกฟ้องศาลได้ ถูกดำเนินคดีได้ เพราะฉะนั้นขอเอา เท่าที่เป็นไปได้ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ พอรับได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปครับท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ดำริของท่านประธานผมก็เห็นชอบ วาระที่ ๒ เราควรจะพูดถึงการแก้ไข แต่มีบางประเด็นที่ผมจะต้องกราบเรียนขอโทษท่าน ประธานนิดหนึ่ง มีคนพูดถึงชนพื้นเมืองกับกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมันคนละเรื่องกัน ก็พยายามโยง เข้ามาแบบเดียวกัน คนที่ไม่รู้กฎหมาย คนไม่รู้ข้อเท็จจริงก็จะบอกว่าเป็นคนพวกเดียวกัน กลุ่มเดียวกันไม่ใช่ ชนเผ่าพื้นเมืองอย่างเช่นอยู่ที่ออสเตรเลีย

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านประยุทธ์ครับ ท่านประยุทธ์เข้าเรื่องเลย เข้ามาตรา ๒๗ ที่แก้ไขครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมเข้าเรื่อง ผมเคารพ ท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เพราะว่าพื้นเมืองอยู่ในมาตรา ๔ เรียบร้อยไปแล้วครับ เข้าเรื่องเลยครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอบคุณท่านประธาน ที่ท่านประธานได้เตือนผม ผมรู้แต่ทีนี้เนื่องจากท่านประธานปล่อยให้คนอื่นพูด แต่ผมพูดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเป็นคนหนึ่งที่รับหลักการ พระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะว่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ พี่น้อง ชาติพันธุ์เราเป็นห่วง ผมเข้าใจว่าทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็เป็นห่วง รัฐบาลอุตส่าห์เสนอร่างมา ซึ่งผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นชอบ แต่มีการบิดเบือนการเขียนจะมากไป หรือน้อยไปผมไม่รู้ เจตนาของคณะกรรมาธิการเป็นอย่างไรผมไม่รู้ ผมคิดว่ากลุ่มชาติพันธุ์จะต้อง มองหน้ากรรมาธิการชุดนี้ให้ดี แล้วผมเป็นคนหนึ่งที่จะต้องพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๗ จะพูดถึงน้ำหนักอยู่ที่แผนแม่บท ถ้าลำพังอ่านมาตรา ๒๗ มาตราเดียว ไม่อ่าน มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ นั้นมันก็จะเกิดความสับสน เขียนแผนแม่บททำนองนี้

ประการแรก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญผิดกฎหมาย หลายบทซึ่งผมจะไม่กล่าวถึง ถ้ากล่าวถึงมาตราต่าง ๆ ซึ่งผมสามารถที่จะต้องใช้สิทธิ ตามมาตรา ๑๔๘ ของรัฐธรรมนูญในการที่จะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว ผมไม่พูดถึง แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงเป็นใยว่าสิ่งที่รัฐบาลเขาให้ รัฐบาลเขาก็เป็นห่วงตามร่างที่เขาเขียนมา แต่ท่านไปเติมไข่ใส่สีจนกระทั่งเลอะเทอะกันไปหมด อย่างนี้เป็นต้น ผมว่าบ้านเมืองนี้ มันไม่ได้มีอะไรเหลือแล้วที่จะปล่อยให้มีรัฐซ้อนรัฐในมาตราต่อ ๆ ไป

ประการที่ ๒ ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นมาตรา ๓๒ พื้นที่ทางวัฒนธรรมและ จิตวิญญาณ ท่านประธานไปดูได้เลยที่จังหวัดลำปาง เขา ๓ ลูกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ เราจะต้องยกให้กับคนกลุ่มนี้ด้วยหรือ และประเทศชาติเหลืออะไรครับท่านประธาน ผมไม่อยากเชื่อฟังท่านประธานว่าให้ ๕ นาทีด้วยซ้ำไปแต่ผมก็เคารพได้ไม่ว่ากัน สิ่งที่มันเกิด ขึ้นอยู่กับประเทศไทย ผืนแผ่นดินไทยคนไทยแท้ ๆ นี้ มันจะเหลืออะไร

ประการที่ ๓ ผมต้องกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องฉาบฉวยบอกว่าเห็นใจ กลุ่มชาติพันธุ์ ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นใจมาก แล้วก็เห็นใจมาก ๆ ที่จะแก้ไขให้ได้ประโยชน์จาก กฎหมายที่ท่านให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ใช้ประโยชน์ แต่สิ่งที่กรรมาธิการทำนั้นมันนอกเหนือ จากสิ่งที่เรารับได้ตรรกะทางกฎหมายอย่างสิ้นเชิง ผมไม่ได้พูดเอาใจใครเพื่อจะหวังผลทางการเมือง หรือจะปกป้องใครที่จะหวังผลให้มันเกิดผลทางการเมือง แต่ผมปกป้อง ประเทศชาติแผ่นดินไทย ที่ผมเกิด ท่านประธานครับ ถ้าปล่อยให้เขียนอย่างกรรมาธิการ ถึงแม้ว่าจะแก้ไขออกมาแล้ว มันก็ไม่ได้รับ รับไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่ผมพอยอมรับได้ ผมได้กราบเรียนเพื่อนสมาชิกแล้วว่า ร่างของรัฐบาลแท้ ๆ ถ้าให้แค่นั้นผมยอมรับได้ ท่านได้คืบท่านจะเอาศอก เอาในสิ่งที่ไม่ควรได้ ผมยืนยันคนหนึ่งต่อท่านประธานและท่านสมาชิกว่าผิดกฎหมายขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญแน่นอน หลายบทด้วย แล้วไม่จำเป็นที่จะต้องมาพูดกันขัดรัฐธรรมนูญตรงนี้ด้วย เพราะหลักมันไปไม่ได้ ตรรกะในทางกฎหมายออกไปไม่ได้จริง ๆ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าถึงอย่างไรหัวเด็ดตีนขาด ผมก็รับในร่างกฎหมายฉบับนี้ตามที่กรรมาธิการแก้ไขไม่ได้ครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมากครับ ต่อไปท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ เชิญครับ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยในการที่จะได้ สื่อสารกับท่านประธาน เพื่อนสมาชิก รวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่กำลัง ติดตามอยู่ครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๗ นี้ผมคิดว่าเป็นหัวใจของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมคิดว่าการสื่อสารในระยะเวลาสั้น ๆ อาจจะสื่อสารไม่ครบถ้วน แล้วผมเชื่อว่าพี่น้องแล้วก็ รวมถึงพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความเข้าใจน้อย ผมคิดว่าการที่กรรมาธิการได้แก้ไข แก้ไขตามที่เพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรได้แนะนำมานะครับว่าต้องระบุกฎหมายด้วยว่า คุณจะยกเว้นให้ รอบที่ ๒ เขาบอกว่าเขียนอย่างนี้ไม่ได้ต้องเขียนเป็นแค่หลักเกณฑ์ อันนี้ ผมคิดว่ากรรมาธิการได้แก้ไขตามนี้ตามที่ที่ประชุมใหญ่ได้นำเสนอ เหตุผลสำคัญตรงนี้ครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เขียนอย่างที่กรรมาธิการได้แก้ไขให้ที่ประชุมนี้เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ที่จะมีการประกาศเขตวัฒนธรรมพิเศษ ถ้าไม่เขียนอย่างนี้เข้าไปทำงานได้ตาม พ.ร.บ. นี้ไม่ได้ มันเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะ พ.ร.บ. ทุก พ.ร.บ. ในประเทศไทยนี้เขียนว่าเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ. ตามกฎหมายฉบับนี้ เช่น พ.ร.บ. อุทยาน ถ้าใครที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ. อุทยานก็ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ. ได้ พ.ร.บ. ประมงทุก พ.ร.บ. ในประเทศไทยจะเขียนกำกับไว้ว่าเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ กฎหมายมาตรา ๒๗ ของ พ.ร.บ. ชาติพันธุ์ ฉบับนี้ เป็นการสร้าง นวัตกรรมใหม่ เป็นโซ่ข้อกลางที่จะทำให้พี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐได้ทำงานด้วยกัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ชอบด้วยกฎหมาย ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้ถ้าจะเอากฎหมายอุทยาน ถ้าจะเอากฎหมายป่าสงวนวันนี้เราต้องย้ายพี่น้องประชาชน ประมาณสิบล้านคนทั่วประเทศออกจากป่าทั้งหมด แต่วันนี้ที่อยู่ด้วยกันได้ก็คือว่าอนุโลม อะลุ้มอล่วย เพราะว่าพี่น้องอยู่ก่อนกฎหมาย แต่กฎหมายฉบับนี้มันจะเป็นโซ่ข้อกลางที่จะ ลดความขัดแย้งให้ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทำงานด้วยกัน ถ้าไม่เขียนอย่างนี้ เจ้าหน้าที่เขาไปทำงานไม่ได้ ผมยกตัวอย่างช่วงนี้พี่น้องชาวบ้านทำแนวกันไฟ ไม่ว่าจะเป็น อบต. ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านทั่วไป ตามกฎหมายชาวบ้านไม่มีหน้าที่ไปทำแนวกันไฟ ไม่ได้เขียนไว้ในกฎหมายนะครับท่านประธาน แต่วันนี้ทำไมชาวบ้านเขาไปทำร่วมกับอุทยานได้ เพราะเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะต้องรักษาป่าด้วยกัน เพราะเป็นพื้นที่ของพี่น้อง ประชาชนด้วยกัน การเขียนให้เจ้าหน้าที่แบบว่ากฎหมายเราไปดูครับท่านประธาน ใน พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ผมจำมาตราไม่ได้น่าจะเป็นมาตรา ๑๙ เดิมนะครับ ห้ามเก็บก้อนหิน ห้ามคนเดินเข้าไป ห้ามเก็บใบไม้ คนที่อนุญาตทำได้ก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นตาม พ.ร.บ. นั้น แต่ข้อเท็จจริงวันนี้ประชาชนกับเจ้าหน้าที่ราชการทำงานด้วยการรักษาป่า ทำฝาย ทำเหมือง ดูแลไฟป่า แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันจะทำหน้าที่เป็นโซ่ข้อกลางที่ทำให้การ ขัดแย้งกันระหว่างรัฐที่ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ทำผิดกฎหมายร่วมมือกับประชาชน ชอบด้วยกฎหมาย หัวใจมันมีแค่นี้ละครับท่านประธาน ทำไมต้องมีมาตรานี้ เป้าหมายสูงสุด ไม่มีอะไรครับ ๑. ลดความขัดแย้งสร้างความร่วมมือ ๒. คนและป่าอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน อันนี้ ประเด็นในหัวใจตรงนี้ การที่กรรมาธิการเขียนไว้อย่างนี้นี่เพื่อเปิดทางหายใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ต้องทำผิดกฎหมายนะครับ

ส่วนที่ ๒ ที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานว่าเรื่องเหล่านี้ผมเข้าใจว่า เพื่อนสมาชิกหลายคนเข้าใจผิด การดูมาตรา ๒๗ ผมอยากให้กลับไปดูมาตราในหมวด ๒ มาตรา ๖ ถึงมาตรา ๑๓ ว่าด้วยกรรมการ การดูมาตรา ๒๗ ผมอยากให้กลับไปดูในหมวด ๔ มาตรา ๒๒ ถึงมาตรา ๒๖ การประกาศเขตคุ้มครองพิเศษตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๒๗ ไม่สามารถที่ว่าใครก็ได้ที่เป็นชาติพันธุ์แล้วจะประกาศได้ ไม่ใช่ว่าใครรวมตัวกันเป็นชาติพันธุ์ ผมเป็นชาติพันธุ์ ก ข จะไปขอป่าพื้นที่มันเป็นไปไม่ได้ คุณต้องอ่านกฎหมายในหมวด ๒ และ หมวด ๔ ด้วย ผมไม่อยากให้ไปตีเฉพาะตรงนี้ต้องกลับไปย้อนดูว่าก่อนที่จะมาเป็นมาตรา ๒๗ นี่ หมวด ๒ หมวด ๔ เขาเขียนไว้อย่างไร เขาพูดถึงชนเผ่าหรือว่าพี่น้องชาติพันธุ์ดั้งเดิม ในพื้นที่นั้น ๆ ผมดูแล้วทั้งประเทศมีไม่ถึง ๕๐ ที่หรอกที่จะคุ้มครองฉบับนี้ ในหมวด ๔ คนที่จะมาขึ้นทะเบียนควรที่จะระบุตัวเองว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์นั้นต้องเป็นขึ้นทะเบียนกับ กระทรวงวัฒนธรรม ถ้าคุณไม่ต้องการเขตวัฒนธรรมพิเศษคุณก็เป็นชาติพันธุ์ทั่วไป แต่เมื่อไร คุณจะมาใช้มาตรา ๒๗ คุณต้องมาพิสูจน์ตัวเอง คุณต้องมาขึ้นทะเบียน ขึ้นทะเบียนแล้ว คุณต้องไปจดแจ้งว่าคุณจะขอเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ แล้วจะต้องทำแผนแม่บทและ หลังจากนั้นก็ต้องให้กรรมการในหมวด ๒ เป็นคนอนุมัติ

ประเด็นสุดท้าย มาตรา ๒๗ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการล้มล้างกฎหมายเดิมทั้งนั้น ที่ไหนที่เป็น พ.ร.บ. อุทยานยังประกาศยังมีอำนาจใช้อยู่เหมือนเดิม ที่ไหนที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ยังมีอำนาจใช้เหมือนเดิม เมื่อไรที่คุณทำผิด เมื่อไรที่คุณไม่เคารพแผนแม่บทที่คุณว่า ประเด็นที่ ๒ ตัวแผนแม่บทนะครับทำไมต้องใช้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะในพื้นที่ ผมยกตัวอย่างอุทยานมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ผมขอใช้พื้นที่พัฒนาพิเศษแค่ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ใน ๑๐,๐๐๐ ไร่มีอะไรบ้างครับ มีกรมป่าไม้ มีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีปกครอง มีตำรวจ มีท้องที่ท้องถิ่น คนเหล่านี้เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้งนั้น มีวัฒนธรรมด้วยนะครับ ต้องเรียกมาประชุมว่าแผนแม่บทที่คุณทำนี่จะทำอย่างไร คนที่จะทำมีใครบ้าง มีคณะกรรมการ เขตวัฒนธรรมพิเศษระดับพื้นที่กับเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด เจ้าหน้าที่รัฐจะปล่อยให้คนที่เป็น ชุมชนดั้งเดิมนี่ทำลายทรัพยากรหรือครับท่านประธาน

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานผมเห็นด้วยกับท่าน สส. จุลพงศ์ที่ได้พูดมาว่า จริง ๆ แล้วกฎหมายลักษณะแบบนี้ได้ประกาศใช้แล้ว เช่น พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษเศรษฐกิจ ตะวันออก หรือ EEC พ.ร.บ. ป่าชุมชนที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน และวันนี้ผมเห็นพี่น้องที่ทำ ป่าชุมชน กรมป่าไม้รับรอง บางพื้นที่ครับท่านประธาน วันนี้ประชาชนได้เอาป่าชุมชนไปขาย คาร์บอนเครดิตแล้ว สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานวันนี้เราจำเป็นจะต้องเพิ่มพี่น้อง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยรัฐ กฎหมายฉบับนี้เป็นคุณ ทั้งรัฐและประชาชน ยกเว้นคนที่จะขอไปใช้ป่าโดยใช้อำนาจส่วนกลาง เช่น พวกทำเหมือง ผู้ที่จะขอใช้ป่าโดยไม่ปรึกษาประชาชน ผู้ที่จะไปขอป่าพื้นที่ป่าโดยใช้อำนาจส่วนกลางมาตัดสิน ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านนิพนธ์ คนขยัน ครับ

นายนิพนธ์ คนขยัน บึงกาฬ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิพนธ์ คนขยัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มาตรา ๒๗ มีแก้ไขเพิ่มเติมร่างบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ผมก็ไม่เก่งกฎหมายครับท่านประธานยอมรับตรง ๆ แต่ก็ถือว่ากลุ่มชาติพันธุ์หรือใคร ก็แล้วแต่ เกิดที่ไหนก็คนไทยด้วยกันนั่นละ แต่กฎหมายหรือว่าพระราชบัญญัตินั้นผมก็ อยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมดูแล้วนะครับ ถ้าตามที่เขียนมานี้รู้สึกว่าจะทำให้พี่น้อง ในชุมชนโดยเฉพาะบ้านผม เขามีข้อเปรียบเทียบกันเยอะ ดังนั้นผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นจะไม่ได้พูดซ้ำ ท่านนิคม บุญวิเศษ เพราะว่าวันนี้กลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ก่อน เป็นไปได้ไหมอย่างที่หลายท่าน ทั้งเพื่อนของผู้แทนพรรคเพื่อไทยผมบอกว่าน่าเห็นใจ อย่างขยายเขตไฟฟ้าก็ขยายไม่ได้ยกตัวอย่าง ที่อยู่มาก่อนนี้จะทำอย่างไรให้อยู่โดยไม่ถูก ลิดรอนสิทธิอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดว่ามีการจับกุมจับอะไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าวันนี้ถ้าให้กว้าง เหมือนกฎหมายฉบับนี้ผมว่ามันจะไม่เสมอภาคครับท่านประธาน ดังนั้นก็ขอพูดไม่มากครับ เห็นด้วยกับท่านนิคมที่สงวนความเห็น แต่ถ้าจะเปิดกว้างตามกฎหมายฉบับนี้ทั้งหมด ถ้ากลับไปร่างเดิมนี้ผมก็พอรับได้ครับท่านประธาน แต่ถ้าเอาใหม่อย่างนี้คงรับไม่ได้ในมาตรา ๒๗ ก็ขอพูดสั้น ๆ เพียงแค่นี้นะครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย มาตรา ๒๗ ถ้าจริง ๆ ไม่ควรมีเสียด้วยซ้ำไปครับ เพราะอะไรหรือครับ เพราะวันนี้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็แก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติและพระราชบัญญัติ สงวนคุ้มครองสัตว์ป่าให้ประชาชนที่อยู่ในป่าอยู่ในป่าได้โดยการแจ้งการครอบครอง ไม่ได้มี ปัญหาอะไรเลยครับท่านประธาน เหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่เกิดในชุมชนแถวบ้านบางกลอย วันนี้ก็ไม่มีใครไปรื้อ บ้านบางกลอยยังอยู่เหมือนเดิม ผมรับราชการกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาตลอดชีวิตครับ ทราบข้อมูลเรื่องพวกนี้ดีครับว่าใครทำอะไร ที่ไหน กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ไม่เคยไปไล่จับโดยเฉพาะ ชาติพันธุ์ ยกเว้นกลุ่มชาติพันธุ์หรือบุคคลใดเข้าไปแผ้วถางในพื้นที่ใหม่ที่ไม่เคยทำกินมาก่อน แต่วันนี้รัฐบาลในอดีตก็พยายามแก้ไขให้คนอยู่กับป่าได้ แต่กฎหมายพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามมาตรา ๖ ซึ่งเราผ่านไปแล้ว คุณสมบัติในมาตรา ๗ บางข้อเราก็ไปขีดทิ้งเราก็ผ่านให้ ซึ่งเป็นอภิสิทธิ์เหนือบุคคลธรรมดาด้วยนะครับ ข้อ ๕ ท่านลองไปดูสิครับ พอมากำหนดอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๑๐ มีอำนาจประกาศพื้นที่ คุ้มครองซึ่งมาระบุในมาตรา ๒๗ พื้นที่คุ้มครองที่ประกาศทั้งหมดเป็นพื้นที่ในป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วันนี้เป็นพื้นที่แหล่งต้นน้ำลำธาร เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำ เป็นแหล่งธรรมชาติที่ทุกคนต้องพึ่งอาศัยในพื้นที่คนที่อยู่ในภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ ตอนล่าง ถ้าเราไม่มีป่าต้นน้ำปล่อยให้มีการประกาศพื้นที่คุ้มครองแล้วก็ให้คนกลุ่มชาติพันธุ์ อยู่อาศัย ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าคนอยู่กับป่าแล้วไม่เผลอถางป่า ผมไม่เชื่อ เขียนกฎหมาย บอกว่าถ้ากระทำผิดแล้วค่อยเอากฎหมายมาบังคับใช้ เคยถามเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติหรือเปล่าครับว่าเขียนแบบนี้เขาปฏิบัติได้หรือเปล่า แล้วคณะกรรมการ ที่ผ่านมามีใครบ้าง ท่านลองไปดูสิครับเพื่อนสมาชิก กฎหมายฉบับนี้นอกจากขัดรัฐธรรมนูญหลายมาตรา ตั้งแต่ มาตรา ๑ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๖ มาตรา ๔๓ สุ่มเสี่ยงมากครับท่านประธาน สุ่มเสี่ยงกับ บุคคลที่อาจจะไปยื่นบุคคลใดนักร้องนี่ครับว่าเราทำผิดรัฐธรรมนูญกับองค์กรอิสระ ผมคนหนึ่ง ไม่กล้ารับละครับ ไม่กล้ารับจริง ๆ มันเป็นอภิสิทธิ์ของคณะกรรมการนี้ซึ่งมีอำนาจมากกว่า พระราชกฤษฎีกา อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ประกาศ โดยพระราชกฤษฎีกา มีขั้นตอน แต่วันนี้คณะกรรมการคณะหนึ่งมีอำนาจไปประกาศ แล้วตรงนั้นกฎหมายที่ประกาศไว้เดิมไม่สามารถบังคับใช้ได้ ถัดมามาตราต่อ ๆ ไป มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ให้สิทธิในการแผ้วถางก่นสร้าง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อไปอีก ผมว่า นี่เป็นการทำลายป่าอย่างครั้งมโหฬารเลยครับ วันนี้รัฐบาลในอดีตที่ผ่านมาพยายามรักษาพื้นที่ ต้นน้ำให้มี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๘๐ ล้านไร่ของประเทศ วันนี้ยังมีอยู่ ๖๕ ล้านไร่เองครับ ขาดอยู่อีก ๑๕ ล้านไร่ แต่เรากำลังเปิดโอกาสให้คณะกรรมการคณะหนึ่ง ผมก็ยังไม่รู้ว่า คณะกรรมการคณะนั้นมีใครบ้าง แต่ผมเชื่อว่าถ้าประกาศพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งอยู่บนพื้นที่สูง มันจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศคนที่อยู่ข้างล่าง เช่น ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน หรือคนกรุงเทพฯ จะเกิดภัยพิบัติอย่างมหาศาล วันนี้เรามีงบประมาณปีหนึ่งประมาณ ๓.๔ ล้านล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ ๒.๕ ล้านล้านบาทแล้วครับ เหลืออีกประมาณ ๑ ล้านล้านบาทที่มาพัฒนาประเทศ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราไปใช้จ่ายกับภัยพิบัติเนื่องจาก พื้นที่ป่าไม้ไม่สมดุลกับพื้นที่ประเทศ เพราะฉะนั้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินงบลงทุนที่เราใช้จ่าย เกี่ยวกับเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม PM2.5 ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ผมเป็นห่วง แล้วผมก็ไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้ ถ้าท่านประธานตัดได้ คณะกรรมการตัดได้ผมจะดีใจมากเลย เพราะว่ามันไม่ได้มีปัญหาเรื่องพื้นที่เลย มันมีปัญหากับคนบางคนอยากจะได้ป่าไว้ครอบครอง เป็นการส่วนตัวครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิ สมาชิกอภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองและส่งเสริมชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ มีเพื่อนสมาชิกเสนอประกบด้วย มีการแก้ไข ในมาตรา ๒๗ สมาชิกสามารถอภิปรายได้แม้ไม่ได้สงวนความเห็นเอาไว้หรือสงวนคำแปรญัตติ เอาไว้ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในฐานะสมาชิกที่ได้ให้ความเห็นกับ กรรมาธิการไว้หลายครั้ง ก่อนที่จะเป็นร่างมาตรา ๒๗ ของกรรมาธิการ ท่านประธานจะบอกว่า ผมอภิปรายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของผมเองก็ได้นะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพี่น้องชาติพันธุ์ เพราะผมใช้โอกาสของการตรากฎหมาย การจัดทำกฎหมาย กระบวนการตรากฎหมายเป็นหลัก โดยไม่ได้มองว่าเพื่อใคร ท่านประธานครับ ถ้าพูดในมุมนี้ผมยืนยันว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ ไปเขียนมา ได้ไปปรับแก้มานี่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตัวผมเองและนักกฎหมายหลายท่านได้ ให้ข้อเสนอไปว่าวิธีเขียนให้สามารถนำสู่ปฏิบัติได้ ลดข้อกังวล ลดการตีความนี่ต้องเขียนให้ชัด โดยเฉพาะในร่างของกรรมาธิการเดิมที่บอกว่า มิให้นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับ ก็ปรับเปลี่ยนถ้อยคำให้ชัดเจนขึ้น แต่ก่อนที่จะลงลึกตรงนี้ผมยืนยันครับท่านประธานว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่เขียนมาแบบนี้ เห็นด้วยเพราะอะไรครับ เห็นด้วยเพราะกฎหมายฉบับนี้เน้นในการส่งเสริมคุ้มครองวิถีชีวิต ของชาติพันธุ์ ถ้าเขาได้สิทธิเขามีโอกาสเท่าเทียมกับคนไทยทุกคนโดยทั่วไปแล้วกฎหมาย ฉบับนี้ไม่ต้องเขียนครับ อันนี้เราพูดกันมามากแล้วในประเด็นนี้ เกือบทุกมาตราเพื่อจะรองรับ คำพูดนี้ละครับ เพื่อจะยกให้เขามามีสิทธิเท่าเทียมกับคนไทยทุกคน ซึ่งขณะนี้เขาไม่มี กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ปัจจุบันนี้ไม่ได้ให้โอกาสเขาอย่างนั้น แล้วเขาก็อยู่แบบผิดกฎหมาย มาด้วยตลอด แม้จะได้รับอนุญาตให้อยู่ตามมติ ครม. ก็ดี หรือข้อตกลงใด ๆ ก็ดี แต่เป็นการอยู่ แบบภายใต้กฎหมายที่คุณอยู่ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิทธิต่าง ๆ คุณไม่ได้รับเหมือน คนทั่วไป คุณจะใช้โทรศัพท์คุณตั้งเสาโทรศัพท์ได้ไหม ไม่ได้ คุณต้องการทำถนนเข้าที่ทำกิน คุณไปแผ้วถางได้ไหม ไม่ได้ เอาน้ำขึ้นไปทำระบบน้ำได้ไหม ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เราพูดกันเยอะแล้ว ก็เลยอยากจะเน้นเพียงแต่ว่าเราต้องการทำให้คนที่อยู่บนผืนแผ่นดินนี้ได้เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง ถ้าอันไหนมันมีข้อด้อยกฎหมายเอื้อมไม่ถึงเราก็ออกกฎหมายไปรองรับเพื่อยกเขาขึ้นมาไม่ให้ เกินสิทธิมากกว่าบุคคลอื่น เพราะฉะนั้นประเด็นข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่บอกว่า เป็นการออกกฎหมายให้สิทธิพิเศษ ผมเองไม่ได้เห็นด้วยในประเด็นนั้นแน่นอน ไม่ใช่ สิทธิพิเศษนะครับ สิทธิที่เขาพึงจะได้รับเท่านั้นเอง กลับมาประเด็นมาตรา ๒๗ ครับ เป็นมาตราที่ว่าด้วยพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หลักคิด ถ้าคุณไม่กำหนดพื้นที่ คุ้มครองแล้ว สิ่งที่เราคาดหวังขณะนี้ที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายเป็นห่วงเป็นใย ถ้าคุณไม่ขีดเขต ไม่กำหนดแผนที่ ไม่กำหนดแผนแม่บทที่ชัดเจนแล้ว สิ่งที่ท่านพูดนี่เกิดขึ้นประจำ เกิดขึ้น ในขณะนี้อย่างไร ท่านไปกล่าวหาว่าเขาบุกรุก ก็มันไม่มีขอบเขตที่ชัดเจนอย่างไรครับ แล้วจะให้อยู่อย่างไร แต่ท่านอนุญาตให้เขาขีดภายใต้ข้อตกลง ภายใต้ความเห็นชอบ ภายใต้ การประกาศของกรรมการที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนี่ชัดเจนครับ คุณต้องอยู่ภายใต้ ขีดเขตแผนที่ที่กำหนดนี้เท่านั้น ทำมาหากิน ทำประโยชน์ใช้สอย มีวิถีชีวิตสุขสมบูรณ์ภายใต้ ที่กำหนดเท่านั้น แล้วภายใต้เงื่อนไขทุกอย่างด้วย ท่านประธานผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งที่จะ ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าผมเห็นด้วยเพราะอะไร นี่อย่างไรครับ คุ้มครองวิถีชีวิตเป็นพื้นที่ คุ้มครองด้วย คุ้มครองวิถีชีวิตคนที่อยู่ตรงนั้นและคุ้มครองพื้นที่ด้วย คุ้มครองพื้นที่ด้วยครับ ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดูแลสิ่งแวดล้อม ดูแลพื้นที่ภายใต้ การมีส่วนร่วม และคุ้มครองส่งเสริมเขาให้เขาอยู่ให้เขากินตรงนั้นอย่างมีสิทธิเท่าเทียม แม้บางเรื่องเขายังจะไม่ได้สิทธิครับ ผมยกตัวอย่างสัญชาติขณะนี้ รัฐบาลมีมติ ๔๐๐,๐๐๐ คน ๒ ล้านคนที่รออยู่ ๔๐๐,๐๐๐ นี้นิดเดียว สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า วิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ไม่ได้เป็นการให้สิทธิพิเศษ แต่เป็นการดำเนินการให้เกิดความ เป็นไปได้ ที่กรรมาธิการไปเขียนมาผมเห็นด้วยเพราะอะไรครับ ๑. ร่างรัฐบาลที่ส่งเข้ามา ร่างคณะรัฐมนตรีส่งเข้ามาเรารับหลักการ เป็นร่างของสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่กรรมาธิการ กรรมาธิการพิจารณาปรับเป็นร่างกรรมาธิการ มันมีความต่างกันอย่างเห็นชัดอย่างนี้ครับ ร่างมาตรา ๒๗ ของคณะรัฐมนตรี การประกาศพื้นที่คุ้มครองทำ ๓ ขั้นตอนครับ ขั้นตอนที่ ๑ ให้ชุมชนเป็นผู้จัดทำ ชุมชนก็คือคนที่อยู่แถวนั้นไปทำแผนแม่บท ทำแผนที่มา ภายใต้การรับฟัง ความเห็นแล้วส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม จัดทำแผนที่และแผนแม่บทร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นขั้นตอนที่ ๒ ครับ เมื่อผ่านแล้ว ถึงส่งให้กรรมการประกาศพื้นที่เป็นขั้นตอนที่ ๓ สิ่งที่มันเป็นปัญหาหนักที่สุด ผมเชื่อว่า กรรมาธิการหลายท่านคงเห็นภาพก็คือว่าขั้นตอนที่ ๒ มันจะเป็นคอขวด มันจะไปไม่ได้เลย สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมไปจัดทำแผนที่ภายใต้การมีส่วนร่วมของหน่วยงาน เรียกมา ไม่มีหน่วยงานไหนให้คำรับรองครับ เหมือนกับการรับรองแนวเขตการทำพื้นที่ทำกินในปัจจุบันนี้ อย่างไรครับ ถ้าติดป่า ไม่มีใครรับรองให้ ออกเอกสารสิทธิไม่ได้ คล้ายกันครับ มันจะเป็น คอขวดกองอยู่ตรงนี้ แล้วพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ไม่มีทางเกิดขึ้น ๔๐-๕๐ พื้นที่ เหมือนที่ท่าน สส. มานพพูดเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ไม่มีทางเกิดขึ้นครับ มันจะเป็นคอขวด และสิ่งที่ผมไม่อยากคิด และไม่พูดกล่าวหาใคร มันเป็นการใช้ดุลพินิจ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ดุลพินิจอย่างนี้มันทำลายประเทศเรามานาน มากแล้วท่านประธาน ถ้าคุณอยากให้ดุลพินิจผมเป็นบวกกับคุณ คุณจ่ายมา เป็นไปได้ไหมครับ ท่านเอาอะไรมาเป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่เรียกรับ ผมไม่ได้กล่าวหาใครนะครับ แต่คุณไป เปิดช่องให้เขาทำได้ ถ้าชุมชนไหนมีผู้สนับสนุน มีทุน ยกให้ ชุมชนนั้นผ่าน มันจะเกิดช่อง สิ่งที่เปิดช่องเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ของเราของรัฐเองที่ไม่ประสงค์ดีนะครับ ผมชื่นชมเจ้าหน้าที่รัฐ ดีเยอะ แต่ว่ามีบางพวกบางกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีจะใช้เป็นเงื่อนไขในการเรียกรับประโยชน์ เพราะกฎหมายให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญด้วย มาตรา ๗๗ เขียนชัดเจนครับ หลีกเลี่ยงการใช้ดุลพินิจ แต่ถ้ากระบวนการที่กรรมาธิการทำมาลดเหลือ ๒ ขั้นตอนเองครับ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมง่ายสุดเลย คุณแค่จัดเวทีระดมความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับชุมชน มาทำแผนแม่บท มาทำแผนที่ร่วมกัน คุยกันให้จบ ถ้าจบแล้วส่งกรรมการได้ทันที สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมยิ้มไหมครับ ยิ้มมาก เพราะง่าย แค่เปิดเวทีให้ทุกคน มามีส่วนร่วม ถ้าตกลงไม่ได้ไปคุยต่อ ตกลงไม่ได้ไปคุยต่อ เงื่อนไขอะไรที่คุยกันไม่ได้ไปหา ช่องทางออก แต่วิธีการแรกของร่างคณะรัฐมนตรีไม่มีโอกาสครับ เพราะไม่มีโอกาสได้คุยกัน ท่านประธานครับ ผมเลยเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมานี่มันมีแนวทางที่จะเกิดพื้นที่คุ้มครองได้ ๓. เขียนแบบนี้ไม่ได้เว้นกฎหมายนะครับ กฎหมายใดใช้บังคับต้องใช้อยู่ครับ เจตนารมณ์ ไม่ได้เว้นเลย เพราะอะไรครับ เพราะถ้าอ่านดี ๆ มาตรา ๒๗ ว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บท แผนที่เท่านั้น ขณะที่คุณทำ ถ้าคุณไม่เว้นหลักเกณฑ์ของการใช้กฎหมายอื่น คุณขีดเขตไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่เขาไม่ยอม เขาเลยบอกเว้นหลักเกณฑ์ในการกำหนดที่อยู่อาศัยตามกฎหมายที่ดิน กฎหมายป่าไม้ต่าง ๆ มาตกลงกันก่อน เจ้าหน้าที่ก็สบายใจว่ามีตรงนี้รองรับให้ เปิดช่องให้ฉัน อนุญาตได้ แต่ถ้าไม่เขียน ปฏิบัติได้เช่นกันครับ ใช้กลไกการตกลง คำว่า ตกลง นี้ถ้าเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้นตกลงถือว่าปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ ชอบครับ เขาก็เว้นกฎหมาย ที่เขาถือครองได้ แต่เขียนอย่างนี้ชัดเจนกว่าเท่านั้นเอง ตกลงก็เว้นได้นะครับ ถ้าไม่เว้นขีดเขต ไม่ได้ ทำแผนที่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปท่านประธานครับ ร่างกรรมาธิการผมเห็นว่า เขียนมาไม่ได้ไปเว้นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่เพราะมาตรา ๒๘ เขียนรองรับชัด ขีดเขตเสร็จ ไปเอาธรรมนูญมา เขียนข้อกำหนดว่าคุณต้องอยู่ตรงนี้ แน่นอนครับ การจัดธรรมนูญมันต้อง อาศัยกฎเกณฑ์กติกา กฎหมายที่เกี่ยวข้องมาอยู่ในธรรมนูญนี้ด้วย ในข้อกำหนดนี้ด้วย เพราะ เขาบอกว่าถ้าคุณทำผิดข้อกำหนด กฎหมายที่ใช้บังคับเฉพาะพื้นที่นั้นมาจัดการทันที มันเป็น อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ โดยรวมผมเองเห็นด้วยกับกรรมาธิการครับ แล้วก็อยากให้ เพื่อนสมาชิกช่วยกันพิจารณา อย่าไปคิดว่าเราออกกฎหมายพิเศษให้สำหรับคนบางกลุ่มบางพวก ฐานคิดถ้าคิดอย่างนั้นกฎหมายฉบับนี้ออกไม่ได้ ผมไม่สบายใจครับว่าจะมีการคว่ำกฎหมายฉบับนี้ น้อยที่สุดถ้าท่านกังวลใจ คำว่า กฎหมายที่ใช้บังคับนี้มันเป็นประเด็นก็เอาถ้อยคำนี้ออกก็ได้ เอาตามร่างของท่านนิคม บุญวิเศษ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยไปได้ ยังคงกลไกของการมีส่วนร่วมในการจัดทำพื้นที่คุ้มครองอยู่ ไม่เขียนเสมือนเขียนเพราะว่า คุณตกลงคุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ อันนี้รับได้ผมรับได้ครับ รับได้เสียงข้างน้อยนี้รับได้ แต่ด้วยความเคารพครับอะไรที่มันอยู่ในกระบวนการของการจัดทำกฎหมายมันสามารถที่จะทำ ในกระบวนการได้ตลอด นี่ร่างของคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านคว่ำในวาระที่สองหรือวาระที่สามนี่ ใครรับผิดชอบ รัฐบาลต้องรับผิดชอบนะครับ ประธานวิปต้องรับผิดชอบ คว่ำร่างรัฐบาลไม่มี สภาที่ไหนเขาทำกัน อย่างน้อยกลับคืนไปร่างเดิมส่งให้วุฒิสภาไป ถ้าวุฒิสภาแก้ไขก็มาว่ากันใหม่ มันอยู่ในกระบวนการ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมจบแล้วครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปนะครับมีกรรมาธิการได้สงวนความเห็นไว้ คือท่านบำรุง คงสมา เชิญท่านบำรุงครับ

นายบำรุง คงสมา ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ผม บำรุง คงสมา กรรมาธิการ ผมขอถอนคำสงวน เพราะว่าท่าน สส. ได้อธิบายในภาพรวมไว้หมดแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปกรรมาธิการ ๔ ท่านนะครับ เป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๔ ท่านจะตอบข้อชี้แจงของ ทางท่านสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ทางท่านมานพแล้วก็คุณหมอชลน่านได้ตอบไปพอสมควรแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาทางคณะกรรมาธิการที่จะตอบท่านช่วยกระชับนะครับ ประเด็นใดที่ ท่านมานพกับคุณหมอชลน่านได้อธิบายความไปแล้วขอความกรุณาเพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ท่านใช้เวลาด้วยความกระชับนะครับ เชิญท่านสุริยันต์ ทองหนูเอียด ก่อน เชิญครับ

นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด ผู้แทนคณะกรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน พวกเราขอขอบคุณสภาแห่งนี้ ที่รับหลักการร่างกฎหมายทั้ง ๕ ฉบับในวาระแรกและแต่งตั้งพวกเรามาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณากฎหมาย ในนามของกรรมาธิการเสียงข้างมาก เราขอยืนยันว่าหลักการ พื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์นั้นไม่ได้มาโดยอัตโนมัติ แต่เป็นการได้มาโดยวัดปฏิบัติ หรือว่าการดำเนินการในพื้นที่ภายใต้หลักการพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือว่าพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมจะต้องเป็นพื้นที่ชุมชนดั้งเดิม ขอสไลด์ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ที่ดำรงชีวิตแล้วก็มี เอกลักษณ์ มีประวัติ มีความเป็นมาที่ชัดเจน

ประการที่ ๒ พื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินในเชิงปัจเจก หรือว่าเป็นบุคคล แต่ว่าเป็นลักษณะให้ชุมชนจัดการร่วมกันในลักษณะของแปลงรวมหรือว่า หน้าหมู่ หรือว่าโฉนดชุมชน หรือว่าพื้นที่คุ้มครองจิตวิญญาณ หรือพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามหลักที่ดินของบรรพชนของพี่น้องชาติพันธุ์ซึ่งดำรงอยู่มาช้านาน

ประการที่ ๓ พื้นที่คุ้มครองไม่ได้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแนวเขตของป่าไม้เดิม ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน ไม่ว่าจะเป็นป่าอุทยาน หรือว่าป่าประเภทไหนก็แล้วแต่ แต่เป็นการ จัดการพื้นที่ที่ได้นำเสนอกันไปแล้ว

ประการสุดท้าย พื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่จะประกาศพื้นที่คุ้มครองไม่ได้ทำให้ รัฐเสียพื้นที่ แต่เป็นการร่วมกับรัฐทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ หรือว่า กระทรวงทรัพยากร เป็นแขนเป็นขาให้รัฐในการดูแลทรัพยากรร่วมกันเป็นแนวร่วมของ การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หัวใจของพื้นที่คุ้มครองมีอยู่ ๖ ประการครับ

ประการแรก พื้นที่คุ้มครองพี่น้องชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้นวิถีชีวิตของเขา กับวิถีอนุรักษ์เป็นวิถีเดียวกัน ไม่ได้ไปย้อนแย้ง ไม่ได้ไปสร้างภาพ ไม่ได้ประกาศแล้วก็ต่างคน ก็แยกย้าย แต่เป็นการดำรงอยู่ที่มีวิถีที่ชัดเจนว่าตั้งแต่มกราคมจนถึงธันวาคมแต่ละเดือนก็มี พิธีกรรม ก็มีความเชื่อ ก็มีการจัดการทรัพยากร ที่สอดคล้องกับหลักจารีตของแต่ละชุมชน อย่างไร

ประการที่ ๒ การจัดการทรัพยากรเรียกว่ารูปแบบกรรมสิทธิ์เป็นรูปแบบหน้าหมู่ อย่างที่ผมนำเรียน เป็นรูปแบบของการจัดการร่วมในหลักสิทธิชุมชนซึ่งเรียกกันว่าเป็น ประชาธิปไตยระดับพื้นที่ ระดับท้องถิ่น

ประการที่ ๓ พื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมเป็นการจัดการในลักษณะพหุกฎหมาย หมายถึงว่าใช้กฎหมายระดับสากลปฏิญญาสากลว่าด้วยสัญชาติพี่น้อง อนุสัญญาว่าด้วย การขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือว่าปฏิญญาว่าด้วยพี่น้องชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเอากฎหมาย ปฏิญญาสากลมาใช้เป็นหลัก

ประการที่ ๔ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมทำในลักษณะใช้ส่วนน้อย รักษาส่วนใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นการใช้ประโยชน์แบบไม่ทำลาย เป็นการใช้บนหลักการ หมุนเวียน หลักการของการทดแทน หลักการของการพักฟื้น หรือในรูปแบบเกษตรที่เราบอกว่า ระบบไร่หมุนเวียนซึ่งอยู่ในมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิต ชาวกะเหรี่ยง

ประการที่ ๕ หลักการแก้ปัญหาในพื้นที่หรือหลักการจัดการพื้นที่คุ้มครอง วัฒนธรรมหลักการจัดการร่วม เป็นหลักการสร้างกรอบความร่วมมือเปลี่ยนความขัดแย้ง มาเป็นแนวร่วม เป็นแขนเป็นขาในการพัฒนาชาติบ้านเมืองตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง

ประการสุดท้าย เรื่องของพื้นที่คุ้มครองเป็นการส่งเสริม เป็นการพัฒนา ศักยภาพของชาติพันธุ์ไม่ใช่การสงเคราะห์ จะทำให้เขามีความเท่าเทียมเสมอกันในสังคม ที่เป็นธรรม

ทีนี้ผมนำเรียนว่าขั้นตอนของการประกาศไม่ได้ดำเนินการว่าพี่น้องจะดำเนินการ ได้โดยปกติอย่างเดียว หมายถึงว่ามันก็จะมีกระบวนการอย่างน้อย ๔ ขั้นตอน

ขั้นตอนตอนแรกเป็นการทำข้อตกลงกันในชุมชน พี่น้องมีความเห็นพ้อง ต้องกันกับหน่วยงานว่าจะดำเนินการทำแผนแสดงแนวเขต แผนแม่บท มีการฟื้นฟูวิถีชีวิต มีแผนการจัดการทรัพยากร มีแผนการพัฒนาคุณภาพชีวิต มีเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพราะพี่น้องหลายพื้นที่เข้าไม่ถึง ณ ขณะนี้

ประการที่ ๒ มีการทำเสนอแผนแม่บทและแผนที่จัดทำแผนแม่บท เมื่อเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการระดับชาติพิจารณา คณะกรรมการมีความเห็น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เห็นชอบจึงกำหนดให้เป็นเขตคุ้มครองแต่งตั้งคณะกรรมการพื้นที่มาบริหาร

ประการที่ ๓ ก็คือมีการจัดทำธรรมนูญ มีการประเมินผล ซึ่งการประกาศ พื้นที่คุ้มครองนั้นได้มีการดำเนินการมาแล้วในมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ กับวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ไม่ว่าที่เป็นหลีเป๊ะ ไม่ว่าจะเป็นดอยช้างป่าแป๋ ไม่ว่าจะเป็นหินลาด ในเชียงราย หรือว่าล่าสุดที่เราประกาศพื้นที่คุ้มครองเชิญท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นไปเป็นประธานก็คือที่ขุนแม่เหว่ย จังหวัดตาก ท่าสองยาง ผมนำเรียนว่าข้อเรียกร้อง ของพี่น้องในนามของชนเผ่าพื้นเมืองซึ่งมีอยู่ ๖๐ กว่าชนเผ่า ๖.๑ ล้านคน พี่น้องประมาณ ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศนี้ต้องการที่จะให้มีกฎหมายอย่างนี้มาปกป้องคุ้มครองเขา

สุดท้ายผมขอนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ซึ่งประทานไว้ในวันรพีเมื่อปี ๒๕๑๖ ว่าในป่าสงวนซึ่งทางราชการได้ขีดเส้นไว้ว่าเป็นป่าสงวน หรือป่าจำแนก แต่ว่าเราขีดเส้นไว้ประชาชนก็มีอยู่ในนั้นแล้ว เราจะเอากฎหมายป่าสงวน ไปบังคับคนที่อยู่ในป่าที่ยังไม่สงวนแล้วไปสงวนทีหลังโดยขีดเส้นบนกระดาษก็ดูชอบกลอยู่ แต่มีปัญหาเกิดขึ้นที่มีการขีดเส้นแล้วประชาชนที่อยู่ในนั้นก็กลายเป็นผู้ฝ่าฝืนกฎหมายไป ถ้าดูในทางกฎหมายเขาก็ฝ่าฝืนเพราะว่าตราเป็นกฎหมายโดยชอบธรรม แต่ว่าถ้าตามธรรมชาติ ใครเป็นผู้ทำผิดกฎหมายผู้ที่ขีดเส้นนั้น เพราะว่าบุคคลที่อยู่ในป่านั้นเขาอยู่มาก่อน เขามีสิทธิ ในทางเป็นมนุษย์ หมายความว่าทางราชการบุกรุกบุคคลไม่ใช่บุคคลบุกรุกกฎหมายของ บ้านเมือง ขอบคุณครับ

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณพชร คำชำนาญ ครับ

นายพชร คำชำนาญ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่ เคารพแล้วก็พี่ ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะครับ ผม พชร คำชำนาญ กรรมาธิการ วิสามัญ สัดส่วนภาคประชาชนผู้ริเริ่มเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จะขออภิปรายตอบคำถามของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางประเด็นนะครับ แล้วก็สนับสนุนให้มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ บางประการของกฎหมายที่สร้างผลกระทบต่อพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์รวมถึงยืนยันว่าพี่น้องชาติ พันธุ์ไม่ใช่กลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์ชนนะครับ ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มีวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับที่ดินและฐานทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ป่าหรือแม้กระทั่งชายทะเล ฉะนั้นถ้ากฎหมายปกติคุ้มครองให้พวกเขา ยังสามารถสร้างความผูกพันแล้วก็ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ได้ เราคงไม่จำเป็นที่จะต้องนำเรื่องพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์กลับเข้ามาเขียนอยู่ใน กฎหมายใหม่ซึ่งก็คือกฎหมายที่เรากำลังผลักดันที่ชื่อว่ากฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิต กลุ่มชาติพันธุ์ในขณะนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือพวกเขาไม่สามารถเข้าสู่สิทธิในที่ดิน เหล่านั้นได้ ยกตัวอย่างให้พี่ ๆ เห็นง่าย ๆ ว่าชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์แม้จะอยู่อาศัยในที่ดินทำกิน เหล่านั้นมาก่อนแต่ว่าพวกเขาต้องอยู่อย่างถูกกดทับด้วยกฎหมายหลายฉบับ อาทิเช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ ๒๔๘๔ ถูกประกาศซ้ำด้วย พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ ปี ๒๕๐๗ ถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นี่คือชะตากรรมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่กำลังเผชิญกันอยู่ ซึ่งผมเชื่อว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครเคยประสบหรือว่าเผชิญชะตากรรมแบบนี้ ความไร้สิทธิในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ การที่ทำให้พื้นที่บ้านและที่ทำกินของเขาเป็นสิ่งที่ ผิดกฎหมายตั้งแต่เกิดครับ หากเรามองว่าที่อยู่อาศัยคือหนึ่งในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิต ของมนุษย์ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ที่ผมจะสะท้อนภาพให้เห็น เราสามารถเรียกสิ่งเหล่านี้ ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนได้อย่างไร นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อปีที่แล้ว ครับพี่น้องชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูในพื้นที่อุทยานแห่งชาติผาแดง ชุมชนบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาถูกอุทยานแห่งชาติผาแดงประกาศทับลงไปในพื้นที่ บ้านและที่ทำกิน ถูกตรวจยึดพื้นที่ทำกินมากกว่า ๑๐๐ แปลง และซ้ำร้ายพี่น้องชาติพันธุ์ ที่นี่ถูกเจ้าหน้าที่กระทำการอันอุกอาจเข้าไปตัดฟันพืชผลอาสินที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวของ พี่น้อง นี่คือชะตากรรมที่พี่น้องพบเจอจากการไร้สิทธิในที่ดิน เราสามารถเรียกคนกลุ่มนี้ว่า อภิสิทธิ์ชนได้หรือไม่ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอที่บ้านห้วยหินลาดใน จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลในการจัดการป่ามากมายเป็นพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมแห่งแรกของประเทศไทย ตามมติ ครม. เมื่อปีที่ ๒๕๕๓ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่นี่เมื่อปีที่แล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ทำกินของชาวบ้านแล้วทำลายข้าวของในพื้นที่ ไร่หมุนเวียนซึ่งเป็นพื้นที่สร้างความมั่นคงอาหารของชาวบ้านรวมถึงทำลายพื้นที่การทำ พิธีกรรมและถังสำรองน้ำของชาวบ้านโดยปราศจากการตรวจสอบว่าชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ หรือไม่ จนถึงตอนนี้พี่น้องยังไม่ได้รับการเยียวยาอะไร เราเรียกพี่น้องชาติพันธุ์ที่หินลาดในว่า เป็นกลุ่มผู้มีอภิสิทธิ์ชนได้หรือไม่ ท่านประธานครับ พี่น้องชาวเลอูรักลาโว้ย ที่หมู่เกาะหลีเป๊ะ เป็นผู้ชี้เขตแดนครับว่าพื้นดินแห่งนี้เป็นพื้นดินของสยามไม่ใช่ของมาเลเซีย นั่นทำให้หมู่เกาะ หลีเป๊ะจนถึงปัจจุบันนี้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย แต่ว่าพี่น้องที่นี่ถูกประกาศ ทับด้วยอุทยานแห่งชาติตะรุเตา มีพี่น้องถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานและขณะนี้ พี่น้องไม่สามารถทำกินในพื้นที่ชายทะเล ไม่สามารถหาปลาได้อย่างปกติเพราะติดขัดเงื่อนไข ตามกฎหมายอุทยานปี ๒๕๖๒ และถูกขู่ว่าจะจับกุมดำเนินคดีหากใช้วิถีดั้งเดิม และกรณี สุดท้ายนะครับซึ่งถือว่าเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งพวกเรา อยากจะชำระล้าง พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่บ้านบางกลอยที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถูกเผาบ้าน ไล่รื้อแล้วก็ถูกอพยพลงมาจากพื้นที่ทำกินดั้งเดิมพร้อมกับถูกดำเนินคดี ๒๘ คนเป็นคดีอาญา แผ่นดินในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในขณะที่แกนนำคนสำคัญของพวกเราถูกอุ้มหาย อยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับ อภิสิทธิ์ชนหรือไม่ แบบนี้ใช่ไหมครับที่ท่านยืนยันว่าคนเท่ากันและศักดิ์ศรีของคนเท่ากัน เพราะเท่าที่พี่น้องชาติพันธุ์เผชิญในตอนนี้ห่างไกลจากคำว่า คนเท่ากัน ไปมากครับท่านประธาน สุดท้ายครับ ผมจึงขอยืนยันว่านี่คือชะตากรรมที่เกิดขึ้นกับกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งก็คือคนไทย เหมือนกับพวกเราทุกคนครับ แต่ต่างกันแค่พวกเขาไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินเท่าเทียมกับพี่น้องที่อยู่ในเมืองหรือพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นี่ กฎหมายป่าไม้ไม่ว่าจะออกมากี่ฉบับ กฎหมายที่ดินไม่ว่าจะออกมา กี่ฉบับไม่เคยมีส่วนร่วมจากกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ป่า ฉะนั้นหากเรายืนยัน ร่วมกันว่าพี่น้องชาติพันธุ์คือคนไทย พี่น้องชาติพันธุ์ก็คือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาให้แนวนโยบายไว้เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ ว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์คือ กลุ่มผู้ด้อยโอกาสที่จำเป็นจะต้องได้รับการคุ้มครองผ่านการแถลงนโยบายของรัฐสภาและ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมจึงคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ควรจะเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยผู้คนที่จะช่วยกันโอบรับและปลอบประโลมประวัติศาสตร์ บาดแผลและซับน้ำตาให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยการคืนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่เคยเป็นอภิสิทธิ์ชน แต่เป็นพลเมืองชั้น ๒ ชั้น ๓ คืนพื้นที่คุ้มครอง วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ให้พี่น้อง และเรายืนยันว่าพวกเราพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง อยู่มาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐทุกประเภท ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านวรวิทย์ นพแก้ว ครับ

นายวรวิทย์ นพแก้ว กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม วรวิทย์ นพแก้ว ต้องบอกว่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็น ภาพแห่งความสุขที่หลาย ๆ ท่าน หลาย ๆ กลุ่มที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่อยากจะบอกว่า ท่านรู้หรือไม่ว่ามีพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่กับป่า อยู่กับเขา อยู่กับน้ำ อยู่กับธรรมชาติ อีกหลายกลุ่มอยู่อย่างยากลำบาก ความจริงที่ปรากฏขึ้นที่ท่านกรรมาธิการได้อธิบายให้พวกท่าน ได้ฟัง สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นกับกลุ่มชาติพันธุ์ดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติอยู่อย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าเขาจะมีประวัติศาสตร์ มีวิถีชีวิตอันงดงามกับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน แต่วันนี้ชีวิต ของพวกเขาหลาย ๆ กลุ่มชาติพันธุ์สูญเสียสิทธิในที่ทำกิน ขาดความมั่นคงในที่ดินและ ที่อยู่อาศัย รวมทั้งอัตลักษณ์ของเขาที่ดำรงมาอยู่อย่างยาวนาน วันนี้ภาพที่เราได้เห็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่กลุ่มชาติพันธุ์อยากฝากความหวังไว้กับผู้แทนของประชาชน ในระบบการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน ในการร่างกฎหมาย วันนี้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์หลั่งไหลมายังรัฐสภาแห่งนี้มาเพื่อที่จะบอกกับ ผู้แทนราษฎรว่าพวกเขาอยู่อย่างยากลำบาก ที่อยู่อย่างยากลำบากและมีปัญหานี้ ความจริง ที่เกิดขึ้นไม่ได้สิ่งอื่นใดเลย เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่กำหนดเอาไว้ดังที่ท่านกรรมาธิการ ได้พูดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติป่าไม้ ๒๔๘๔ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ๒๕๐๗ จนมาถึงปัจจุบันนี้ พยายามที่จะ แก้ไขเพิ่มเติมแล้วก็ออกเป็นพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของ ประชาชน ต้องเรียนท่านประธานว่าท่านเห็นหรือไม่ว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับที่ท่านได้เอ่ยนามว่า กำลังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ได้ เคยเห็นหัวของพี่น้องประชาชนเลยตั้งแต่เริ่มร่างพระราชบัญญัติขึ้นมา ดังกรณีที่กำหนดไว้ว่า พระราชบัญญัติที่พยายามจะสร้างขึ้นนั้นเพื่อคุ้มครองและสงวนสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องจำเป็นที่จะต้องจำกัดสิทธิของพี่น้องประชาชนหลายมาตราที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ไม่สามารถละเมิดได้ แต่การร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชหลายฉบับนี้กำลังบอกว่าไม่อยากให้ชุมชนที่อยู่ กับป่านั้นมีสิทธิตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญที่บัญญัติเอาไว้นั้นมีอะไรบ้างครับ ขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าว ๆ เพื่อที่ผู้แทนประชาชนหรือผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์จะได้เห็นภาพว่า พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่กับป่ากับเขาถูกจำกัดสิทธิอะไรไว้บ้าง มาตรา ๒๘ ที่กำหนดเอาไว้ใน รัฐธรรมนูญว่า บุคคลย่อมมีสิทธิในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขัง ชาวบ้านจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีหมายศาล นั่นหมายความว่าอะไรครับ สิทธิในชีวิตและร่างกายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ นี้ถูกละเมิดโดยกฎหมายป่าไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มาตรา ๓๓ บอกว่า บุคคล ย่อมมีสิทธิในเคหสถาน หมายถึงว่ามีสิทธิในที่ดินที่อยู่อาศัย แต่กฎหมายป่าไม้หลายฉบับ พยายามบอกว่า พยายามที่จะจำกัดสิทธิ สิทธิของชุมชนในเคหสถาน อยากจะไปละเมิด เมื่อไรก็ทำได้ อันต่อมาก็คือมาตรา ๓๗ ที่รัฐธรรมนูญพยายามบอกไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ ในทรัพย์สิน แต่กฎหมายป่าไม้บอกว่าให้กระทำได้ อันนี้หมายความว่าอย่างไร อยากจะบอก ให้เห็นว่าเราพยายามที่จะแบกความหวังของพี่น้องประชาชน เราไปเห็นภาพพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ หลาย ๆ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ดำรงชีพอยู่กับธรรมชาติถูกจำกัดสิทธิ ทำให้สิทธิและเสรีภาพ ของเขานั้นหมดไป ดังนั้นตามมาตรา ๒๗ ของคณะกรรมาธิการที่พยายามร่างขึ้นมานี้ ก็เพื่อที่จะบอกว่าหัวใจสำคัญของการทำพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมนี้คือจุดสูงสุดของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าไม่มีมาตรา ๒๗ นี้เราไม่สามารถที่จะรับหลักการนี้ได้ ฉะนั้นกรรมาธิการ พยายามจะส่งเสียงบอกว่าโดยหลักการแล้วจำเป็นที่จะต้องมีการทำพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรม และการที่จะทำพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมได้นั้นจะต้องไม่นำหลักการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น มาบังคับใช้ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถดำเนินการสร้างพื้นที่คุ้มครองวัฒนธรรมร่วมกันได้ สิ่งเหล่านี้คือเป้าหมายสูงสุดที่พวกเรากำลังจะพยายามที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป้าหมาย ลดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชน สร้างความร่วมมือในการจัดการทรัพยากรร่วมกัน อย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป และที่สำคัญก็คือจะทำให้คนอยู่กับธรรมชาติได้อย่างสมดุล มั่นคงและยั่งยืนต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ครับ

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออภิปรายชี้แจง แล้วก็ตอบคำถามเพื่อนสมาชิกที่ได้พยายามตั้งคำถามมาหลายครั้ง ซึ่งผมจะขอตอบเฉพาะ ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญแล้วก็ยังไม่ได้มีการตอบไปนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ผมอยากจะเน้นย้ำอย่างนี้นะครับว่าเนื้อหาของการคุ้มครอง สิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ที่เริ่มต้นบอกว่าคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายคนได้บอกว่าการคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ต้องไม่รวมถึงเรื่องสิทธิในที่ดินด้วย คือการตีความแบบนี้มันก็ไม่ได้ถูกเสียเลยทีเดียวเพราะว่ากลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้มีปัญหาเพียงแค่ เรื่องประเพณีวัฒนธรรมนะครับ สิ่งที่เป็นเป้าหมายที่กฎหมายฉบับนี้ต้องการที่จะคุ้มครอง คือคุ้มครองให้มีสิทธิในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่จะไม่ได้ถูกแช่แข็งเอาไว้แบบอดีตนะครับ ไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์เสื้อผ้า อาหาร วัฒนธรรม ภาษาที่แปลก ๆ ไม่ใช่เรื่องของการเพียง เก็บพื้นที่เก่า ๆ เอาไว้เพื่อให้คนใจบุญขึ้นไปเลี้ยงอาหารเด็ก ๆ ขึ้นไปทำบุญแล้วกลับมาด้วย ความอิ่มเอมใจ เราไม่ได้ต้องการเพียงแค่นี้ การดำรงชีวิตของคนต้องการอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ซึ่งจะเริ่มต้นได้ก็ต้องมีสิทธิในที่ดินสำหรับอยู่อาศัย ที่ทำกินนะครับ ถึงจะทำให้พวกเขา เหล่านั้นสามารถเริ่มต้นพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเองต่อไปได้ อันนี้คือหัวใจสำคัญนะครับ

ประเด็นต่อไปก็คือสรุปแล้วมาตรา ๒๗ เรื่องของการประกาศเขตพื้นที่ คุ้มครอง เป็นกฎหมายที่ Overrule กฎหมายป่าไม้หรือไม่ แน่นอนครับเป็นการ Overrule กฎหมายป่าไม้แต่เป็นปัญหาหรือไม่ ประเด็นคือจุดนี้ มีบางกรณีเป็นการ Overrule ที่ผิด อย่างเช่น การใช้กฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่าเหนือกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่าแบบนี้ทำไม่ได้นะครับ แต่ถ้าเป็นการ Overrule กฎหมายในระดับเดียวกันหรือด้วยกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์สูงกว่า แบบนี้สามารถทำได้แล้วเราก็มีตัวอย่างเยอะแยะมากมาย เมื่อสักครู่ท่านจุลพงศ์ก็ได้ ยกตัวอย่างไปแล้วหลาย ๆ กรณี ท่านเอกราชก็ได้ยกตัวอย่างกฎหมายครอบครัวของ ๓ จังหวัดภาคใต้ไปแล้ว ทีนี้ผมอยากจะชี้ให้เห็นชัดเจนอย่างนี้นะครับ นอกจาก พ.ร.บ. ป่าชุมชน แล้วยังมี พ.ร.บ. ส.ป.ก. ที่เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าประกาศเขตปฏิรูปไปแล้วให้มีผลเพิกถอน เขตป่าสงวนอย่างนี้ อันนี้ก็เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนครับว่ากฎหมายสามารถ Overule กันได้ แล้วการเขียนกฎหมายที่ไปยกเว้นกฎหมายอีกฉบับหนึ่งอย่างนี้ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ได้ ผิดกฎหมายแล้วเราก็มีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมาแล้วนะครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่า การทำแบบนี้เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำผิดกฎหมายเดี๋ยวจะถูกยื่นสอบจริยธรรมอย่างนี้ กลายเป็นสภาแห่งนี้จะออกกฎหมายผิดไปอย่างนี้นะครับ แต่ถ้าเราย้อนกลับไปดูสภาที่ออก พ.ร.บ. ส.ป.ก. สภาที่ออก พ.ร.บ. EEC ก็ยังไม่เคยมีใครจะต้องต้องโทษหรือได้รับผลร้าย ในทางกฎหมายแต่อย่างใดนะครับ หลายคนที่นี่ ญาติพี่น้องท่านก็ยังถือครอง ส.ป.ก. อยู่ ซึ่งก็เป็นกฎหมายที่ดีมากด้วย กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกันนะครับ ประเด็นต่อไป ก็คือร่าง พ.ร.บ. นี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะในเรื่องที่ว่าด้วยหลักความเสมอภาคหรือไม่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ากฎหมายฉบับนี้มีสภาพเป็นกฎหมายที่ช่วยสร้างหรือเพิ่มโอกาส ให้กลุ่มคนที่ด้อยโอกาสได้มีสิทธิเข้าถึงบรรดากฎหมายที่มีอยู่หรือเท่าเทียมกับคนอื่น ๆ อันนี้ ต้องขอขอบคุณท่านชลน่านที่ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในมาตรา ๒๗ หลักการ ก็คือทุกคนย่อมมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คนบางกลุ่มด้อยโอกาส กฎหมายจึงเขียนข้อยกเว้นเอาไว้ว่าสำหรับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลเหล่านั้นสามารถใช้สิทธิ ใช้เสรีภาพเช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ด้อยโอกาสสิ่งเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็นการ เลือกปฏิบัติ นี่เป็นสิ่งที่ชัดเจนที่สุดแล้วว่าการเขียนกฎหมายในลักษณะที่เขียนไว้ในมาตรา ๒๗ ไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ขัดต่อหลักการ เรามีตัวอย่างที่ชัดเจนมีไว้ให้แล้ว เพราะฉะนั้นการเขียน กฎหมายแบบนี้เดินมาตามรูปแบบทุกอย่างไม่มีส่วนใดที่ขัดต่อกฎหมายนะครับ

ประเด็นต่อไปก็คือเรื่องของการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ จะนำไปสู่การทำลายป่าหรือไม่ นี่คือประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะย้ำนะครับว่า การประกาศ เขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์จะไม่ทำให้พื้นที่ป่าลดลงแม้แต่ ตารางนิ้วเดียวนะครับ เพราะอะไรละครับ ทุกวันนี้ในทางข้อเท็จจริง พื้นที่ส่วนใหญ่ถูกสำรวจ เอาไว้แล้วโดยกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ แทบจะไม่ค่อยมีชุมชนไหนแล้วที่ยังไม่เคย ได้ทำการสำรวจ แม้กระทั่งหากยังไม่มีการสำรวจเรามีเครื่องมือทางเทคโนโลยีมากมาย ที่สามารถตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าได้อย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการที่ออกกฎหมายขึ้นมา รับรองคุ้มครองไม่ใช่ทำให้พื้นที่ป่าลดลง ในขณะเดียวกันก็จะสร้างความชัดเจนระหว่างพื้นที่ ของประชาชนกับพื้นที่ของรัฐ ถ้าเมื่อไรก็ตามที่ประชาชนรุกพื้นที่ของรัฐ รัฐก็สามารถที่จะไป จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย อันนี้ยิ่งสร้างความชัดเจนในการบริหารจัดการพื้นที่ แล้วก็เป้าหมายหลักของการประกาศเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองก็คือมีพื้นที่ทำกินที่ผมได้พูดไป เมื่อสักครู่ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือพื้นที่ป่าชุมชน ซึ่งเราเรียกว่าเป็นพื้นที่จิตวิญญาณ พื้นที่เหล่านี้ ก็จะมีกฎระเบียบในการคุมไม่ให้ถูกแผ้วถาง จะต้องรักษาไว้เป็นพื้นที่ป่าสำหรับใช้ในกิจการ ที่เกี่ยวกับป่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการอนุรักษ์รักษาป่า ป่าชุมชนหรือว่าการเก็บเห็ด เก็บหน่อ เอาไว้สำหรับการดำรงชีพตามปกติอย่างนี้ อันนี้ก็คือจะเป็นตัวเป้าหมายในการประกาศเขตพื้นที่คุ้มครอง เพราะฉะนั้นในมาตรา ๒๗ นี้ เพื่อนสมาชิกหลายคนที่ได้ตั้งคำถามมาแต่ว่าก็มีคำอธิบายที่ชัดเจนอยู่แล้วนะครับว่าการ เขียนกฎหมายในลักษณะนี้สามารถทำได้ถูกต้องตามหลักการ เป็นที่ต้องการของประชาชน อยู่แล้ว ท่านซึ่งเป็นเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจดีนะครับในอดีตผมเชื่อ ได้เลยว่าหลายคนเคยไปประกันตัวคนที่ถูกจับกุมในคดีความผิดเกี่ยวกับป่าไม้ ท่านย่อมทราบ สิ่งเหล่านี้ดี ท่านเดินลงไปหาเสียง ท่านเดินลงไปพบปะพี่น้องประชาชน พวกเขาก็สะท้อน ปัญหาเหล่านี้ให้แก่ท่านฟัง ท่านทราบปัญหาเหล่านี้ดี

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรุณาสรุปได้แล้ว เกินมา ๓ นาทีแล้วนะครับ เดี๋ยวมีอีกท่านหนึ่งจะอภิปราย ผมขอความกรุณาสรุปได้เลยครับ จบได้ครับ จบนะครับ ขอบคุณมากครับคุณเลาฟั้งครับ ก็จะเป็นกรรมาธิการท่านสุดท้าย ขอตอบหรือว่าอภิปราย คือคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม สำหรับสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เดี๋ยวจะต้อง มีการลงมติกัน ขอเชิญเข้ามาในห้องประชุมได้เลยครับ หลังจากคุณณัฐวุฒิอภิปรายหรือชี้แจง แล้วก็จะมีการลงมตินะครับ ขอความกรุณาเข้ามาห้องประชุมได้นะครับ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานมีผู้ประท้วงครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ ครับ ขออนุญาตมีคำซักถามนิดหนึ่ง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากการที่ทางกรรมาธิการได้พยายามชี้แจง ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวรวัจน์ ได้ชี้แจงมา ๒ รอบแล้วใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นจะชี้แจงหลายครั้งไปมานี่มันไม่ใช่โต้วาที เราก็ยินดีที่จะให้ชี้แจง ถ้าชี้แจงไปมาอย่างนี้มันไม่จบครับ เดินหน้าไปไม่ได้

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

คือไม่ได้เป็นการชี้แจงครับท่านประธาน เป็นคำสอบถาม

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมจำได้คุณวรวัจน์ ชี้แจงพูดในประเด็นในมาตรา ๒๗ นี้ ๒ รอบแล้ว ท่านมีประเด็นอะไรอีกไหมครับ ผมก็คิดว่า ควรจะให้โอกาสกรรมาธิการได้ชี้แจง แล้วก็น่าจะมีการลงมติได้ ท่านเป็นผู้อาวุโส ผมไม่อยากจะขัดข้อง แต่ท่านก็รู้กติกาดีว่าการอภิปราย อภิปรายได้คนละ ๑ ครั้งเท่านั้น ยกเว้นคนที่จะสรุปถูกไหมครับ ยกเว้นคนที่เสนอญัตติแล้วขอสรุป แต่ท่านพูด ๓ ครั้งแล้ว มันก็เกินกว่าข้อบังคับ ถ้าท่านมีอะไรที่สำคัญผมอนุญาตสั้น ๆ เลยนะครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ขออนุญาตท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายว่าด้วยเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตและกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... แต่ปรากฏว่าสิ่งที่พูดออกมาตรงนี้เป็นเรื่องของการต้องการที่ดินและที่อยู่อาศัย มันเกินหลักการ ยิ่งชี้แจงมาเท่าไรมันทำให้เราไม่สามารถยอมรับในหลักการเหล่านี้ได้ แล้วจะนำไปสู่การขัด ขออนุญาตชี้แจงว่ายิ่งชี้แจงมากยิ่งมีปัญหา ก็ขอให้ชัดเจนด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่าท่านพูดในประเด็นอย่างนี้มาแล้ว แล้วคนอื่นก็พูดแล้วนะครับ เดี๋ยวรอไปถึงตอนนั้น รอไปถึงตอนนั้นครับ ตอนนี้ก็ต้องให้คุณณัฐวุฒิได้ชี้แจงหรือว่าสรุปก็ได้ แล้วก็เดี๋ยวไปถึงตอน ลงมติก็ว่ากันไปจะรับหรือไม่รับก็เป็นสิทธิของสมาชิก ขอเชิญท่านที่อยู่ข้างนอกเข้ามาได้ครับ เชิญคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิทั้ง ๓ สิทธินะครับ สิทธิที่ ๑ ก็คือในฐานะกรรมาธิการ สิทธิที่ ๒ คือในฐานะสมาชิก และสิทธิที่ ๓ คือในฐานะ ตัวแทนผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เพื่อจะขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน ร่างหลักที่กรรมาธิการได้พิจารณามา และความไม่เห็นด้วยในกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่มีการสงวนไว้ ด้วยความเคารพพี่นิคม บุญวิเศษ ของผม ท่านประธานครับ อย่างแรกเลย ที่ผมอยากจะย้ำครับ ไม่มีคำว่า เกินหลักการ ครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้เขียนในประโยคแรกชัดเจนว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มันไม่ใช่กฎหมายที่มีการแก้ไขกฎหมายเดิมที่มีอยู่ มันไม่ใช่ กฎหมายที่ไม่มีหลังพิงแล้วออกมา มันไม่ใช่กฎหมายที่ไม่มีหลักการระหว่างประเทศรองรับว่า ควรจะต้องทำ และมันไม่ใช่กฎหมายที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิหรือให้เอกสิทธิ์ต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง ฉะนั้นคำว่า เกินหลักการ ไม่ควรจะเป็นคำที่มาพูดกันในสภาแห่งนี้

ประการที่ ๒ มีการอ้างอิงกันเยอะว่ากฎหมายฉบับนี้กำลังจะขัดกับรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗ หรือไม่ ท่านประธานครับ พวกเราทุกคน อ่านกฎหมายเป็นผมคงไม่ลงรายละเอียดครับว่าท่านอ่านครบทุกวรรคในมาตรา ๒๗ หรือไม่ มาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง บอกบุคคลย่อมเสมอกันในทางกฎหมาย ผมเข้าใจครับ ผมเอง อยู่จังหวัดอ่างทอง ท่านรองภราดร ถามว่าพี่ณัฐวุฒิ เอ๊ะเรามีพี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นชาติพันธุ์ จริง ๆ ที่ไม่ใช่ความหลากหลายที่มีอยู่ไหม ผมก็บอกว่าเราไม่ได้มี แต่ในขณะเดียวกัน ความเสมอภาคเท่าเทียมที่ท่านอ้างถึงในวรรคหนึ่งนั้น ท่านไม่เลยไปอ่านวรรคสามและ วรรคสี่ของมาตรา ๒๗ ละครับ ที่เขาบอกว่าการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่าจะเป็นโดยถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา ที่เราละเมิดสิทธิเขามาแล้วอีกหลายร้อยปีที่ผ่านมานั้น จะกระทำไม่ได้ ในขณะเดียวกันในวรรคสี่ของมาตรา ๒๗ ระบุว่ามาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ หรือส่งเสริม กฎหมายฉบับนี้ก็มีคำว่า ส่งเสริม หรือส่งเสริม ให้บุคคลสามารถใช้สิทธิได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ผมเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าผมจะเชื่อว่าเขาตระหนัก ถึงความยุติธรรมหรือไม่ก็คงเห็นตรงกันว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีประเด็นที่ขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญอย่างไรครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือว่าสิ่งที่กรรมาธิการของเราเข้าไป พิจารณาทั้งหมดออกมาตรการหรือเขียนออกมาต่าง ๆ ล้วนเป็นไปตามคำแนะนำของเพื่อน สมาชิกครับ ท่านประธานครับ ผมประสบการณ์ไม่มากอยู่สภานี้มา ๖ ปี ไม่มีหรอกครับ คณะกรรมาธิการคณะใดโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ที่เชิญ พรรคการเมืองทุกพรรค ที่เชิญพรรคการเมืองแม้กระทั่งที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บอกออกมาช่วยกันให้ความเห็นหน่อยได้หรือไม่ มาบอกกรรมาธิการหน่อยได้หรือไม่ว่าท่าน ติดขัดแบบใด อย่างไร แต่เกิดขึ้นแล้วในกฎหมายฉบับนี้ และถ้าท่านอ่านรายละเอียดในใบแทรก ท่านอย่าเพิ่งย้อนกลับไปในใบแทรกฉบับแรก นี่เป็นใบแทรกฉบับใหม่ที่เขียนชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า เพราะเหตุใดการเขียนกฎหมายแบบนี้ถึงทำได้ เพื่อนสมาชิกของผม ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ ท่านเอกราช อุดมอำนวย ท่านเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ก็ล้วนพูดกันมาว่าในรอบ ๙๐ ปีที่ผ่านมา สภาแห่งนี้ผ่านกฎหมายคล้าย ๆ กันแบบนี้เยอะแยะไปหมดครับ กฎหมายป่าชุมชน กฎหมาย EEC กฎหมายชารีอะห์ที่ให้การคุ้มครองเคารพสิทธิของพี่น้องผู้มีความหลากหลาย ในความเชื่อหรือศาสนาในสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานเองก็ทราบดี ฉะนั้นอย่าให้ วันประวัติศาสตร์ที่เรากำลังบอกว่าเราตัดไฟประเทศที่ส่งไปในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะ เขากำลังละเมิดต่อสิทธิของพี่น้องประชาชนไทยกลายเป็นประวัติศาสตร์บาดแผลให้กับ พี่น้องชาติพันธุ์ในวันเดียวกับวันที่ท่านอ้างว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ พวกผมรับไม่ได้พี่น้อง ชาติพันธุ์วันนี้ที่ท่านประธานอนุญาตให้เข้ามาในสภาแห่งนี้ก็รับไม่ได้เช่นเดียวกัน นั่นเป็น ประการที่ ๓ ครับ

ประการที่ ๔ ที่อยากให้พิจารณาเนื้อหาและไม่อาจรับเนื้อหาของท่านนิคม เพราะท่านนิคมนั้นมีการสงวนไว้ ๒ มาตรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๒๘ ที่จะตามมา ถ้าท่านรับร่างท่านนิคมขณะนี้ไม่มีระบบที่เรียกว่า Overrule หรือยกเว้นหลักเกณฑ์ใด ๆ ต่าง ๆ มาตรา ๒๘ ท่านนิคมก็จะเสนอบอกว่า การดำเนินการพื้นที่ทั้งหมดต้องไม่ขัดหรือแย้ง ต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผมใช้เวลาไม่เยอะหรอกครับท่านประธาน ไม่จำเป็นต้องเป็น ๑๕ นาทีเหมือนท่านสมาชิกบางท่าน แต่อธิบายให้ท่านเห็นว่าเราปล่อยผ่านแบบนี้ไม่ได้ เพราะถ้าเราปล่อยผ่านไปบอกว่าต้องเอากฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้ การประกาศพื้นที่ ก็จะไม่เกิดขึ้น การใช้มติ ครม. ปี ๒๕๕๓ สิ่งที่เรากำลังทำนั้นแย่กว่า การใช้มติ ครม. ปี ๒๕๕๗ ที่ผมไปดูของพี่น้องชาติพันธุ์ ปกาเกอะญอ ในตำบลไล่โว่ ตะเพินคี่ หินลาดใน องบะ ภูผาเหม็น ต่าง ๆ จะแย่กว่าแล้วท่านจะปล่อยให้สภาแห่งนี้ให้การผ่าน กฎหมายแบบนี้ได้อย่างไร

ประการที่ ๕ ผมอยากจะเรียนพี่น้องที่เคารพว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความเห็นใจ ผมอยากให้ท่านเคารพความเป็นคนครับ ท่านสมาชิก ผม ท่านมานพ คีรีภูวดล ใส่ชุด กะเหรี่ยงปกาเกอะญอ ท่านก็รู้ว่าปกาเกอะญอแปลว่า คน การออกกฎหมายของสภา ไม่ควรเกิดขึ้นบนกฎหมายที่บอกว่าเราเห็นใจพี่น้องนะ พี่น้องถูกละเมิดสิทธิมานาน พี่น้อง ได้รับผลกระทบต่าง ๆ แต่นี่ต่างหากคือการคืนสิทธิที่ควรมีให้กับพี่น้องประชาชน แล้วท่านลองดู กระบวนการการประกาศพื้นที่ กรรมาธิการพูดไปตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เพราะมันต้องเกิดขึ้นจากการทำความตกลงที่ทุกหน่วยงานต้องเห็นชอบ มันก็เกิดขึ้น จากการทำแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บท แผนที่ต่าง ๆ ประเด็นที่ท่านพูดถึงว่าออกมาได้ อย่างไรเป็นธรรมนูญ แล้วใครละครับที่ผ่านมาตรา ๑ ไปแล้วที่เขียนว่าธรรมนูญในกฎหมายฉบับนี้ สภาแห่งนี้ไม่ใช่หรือ ท่านแปลธรรมนูญ ท่านอย่าคิดถึงแค่รัฐธรรมนูญครับ ธรรมะ ตะอนันโญ แปลว่าข้อตกลงสามัญที่ควรจะเป็น ธรรมะ+อนันโญ คือธรรมนูญหรือข้อตกลงสามัญ ที่ควรจะเป็น อย่าไปคิดไกลแบบธรรมนูญการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นั่นเป็นประเด็นที่ ๖ ที่ผมอยากจะนำเรียนครับ

ประเด็นที่ ๗ ก็คือว่าสิ่งที่กรรมาธิการเพิ่มเข้าไปในตอนท้ายของมาตรา ๒๗ เพิ่มเข้าไปว่า กรณีการดำเนินการนี้ไม่มีผลเป็นการเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงแนวเขตพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายใด เพราะเราตระหนักดีที่ท่านศักดิ์ดาสะท้อนครับว่าท่านห่วงกังวล เรื่องการบุกรุกป่า เพราะเราตระหนักดีที่หลายท่านสะท้อนความห่วงใยว่า จะนำไปสู่การบุกรุก มากขึ้นหรือไม่ ผมถึงย้ำว่านี่คือการใช้พื้นที่ไม่ใช่การใช้กรรมสิทธิ์ และผมขออนุญาตประเด็น สุดท้ายจริง ๆ ครับว่ากรณีการลงมติในวันนี้ โดยเฉพาะมาตรานี้จึงสำคัญยิ่ง ผมไม่อยากพูดว่า นี่คือเรื่องทางการเมืองและไม่ควรจะมีใครพูดครับ ถ้าท่านบอกนี่คือเรื่องการเมืองผมเอา กฎหมายเข้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแล้วครับ แล้วก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่น้องที่ลงคะแนน ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจะเลือกพรรคใด ฉะนั้นอย่ามาอ้างประเด็นทางการเมือง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานผมใช้เวลาน้อยกว่า คุณหมอชลน่านอีกนะครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นไร เอาอยู่ ในประเด็นที่อภิปราย นี่ท่านบอกว่าจะพูดนิดเดียวจะได้ลงมติกัน เชิญคุณณัฐวุฒิสรุปได้ครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ผมใช้เวลา น้อยกว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านครับ สรุปจบง่าย ๆ ขอบพระคุณท่านประธานที่ดึงอารมณ์ ผมมาเพราะว่าเรื่องนี้ยอมไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นสรุปสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นในนาม กรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นในนามพรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาชน เรายืนยันครับว่าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เพราะเหตุใด อย่างไรครับ แต่เป็นการคืนสิทธิที่ควรมีให้กับพี่น้องชาติพันธุ์ที่ถูกละเมิดสิทธิมาหลายร้อยปี ที่ผ่านมา และนี่ต่างหากที่สภาแห่งนี้กฎหมายที่เขียนโดยคนธรรมดาแบบพวกเราแบบนี้ จะช่วยกันทำให้ประสบความสำเร็จในยุคของพวกเรา ก็ต้องขอเรียนวิงวอนไปยังสมาชิก ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

(นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงครับทำให้เสียหายครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวครับ ประเด็นพาดพิงต้องเป็นประเด็นที่คุณจิตติพจน์เสียหายนะครับ ไม่ใช่ประเด็นที่ท่านจะชี้แจง โต้ตอบเขานะครับ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ สาเหตุที่ผมต้องขออนุญาตท่านลุกขึ้นประท้วงนะครับ เนื่องจากว่าผมถูกพาดพิงให้เสียหายครับว่ามีการไปบิดเบือนข้อกฎหมายบอกว่ามีการยกเว้น กฎหมายทั้ง ๆ ที่กฎหมายไม่ได้มีการยกเว้น ซึ่งก็มีการกล่าวถึงโดยท่านสมาชิกและ กรรมาธิการหลายท่าน ซึ่งผมขออนุญาตไม่ยาวนะครับ ผมจะพยายามประหยัดเวลาของ ท่านประธานที่สุดครับ คือในมาตรา ๒๒ ในวรรคสองนี้มีการเขียนว่าในกรณีที่ผู้มีสิทธิอาศัย หรือใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญของ พื้นที่คุ้มครองวิถีกลุ่มชาติพันธุ์ และเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวข้องกับพื้นที่ ดังกล่าว ตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม ให้นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นมาบังคับใช้ แล้วดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นั้นต่อไป ท่านประธานก็คงเห็นนะครับว่าเงื่อนไขที่จะเอา กฎหมายมาบังคับใช้

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณได้ชี้แจงแล้วครับว่า คุณพูดประเด็นใด แล้วเขาพูดประเด็นใด

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ประเด็นนี้ครับที่ว่ามีการ กล่าวหาเมื่อมีการใช้คำว่า และ นี้ก็หมายความว่าต้องมีทั้ง ๒ อย่าง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ในประเด็น ข้อกฎหมายซึ่งได้ชี้แจงกันไปมาแล้ว ผมคิดว่าน่าจะสรุปประเด็นได้ถ้าจะอธิบายยาว ผมไม่อนุญาตนะครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ยาวครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือว่าเป็นการ อภิปราย ครั้งที่ ๒ ผมไม่อนุญาตเอาสั้น ๆ เลยนะครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อมีคำว่า และ นี้ก็หมายความว่า ถ้าหากว่ากระทำผิดตามกฎหมายแต่ไม่ผิดธรรมนูญก็ไม่ต้องออกกฎหมายบังคับใช้โดยฐานะ ข้อนี้จะอย่างไรก็ถือว่าเป็นการยกเว้นกฎหมาย และไม่ใช่การยกเว้นกฎหมายโดยการใช้กฎหมาย ระดับเดียวกัน แต่เป็นการยกเว้นกฎหมายโดยการใช้ข้อกำหนดในธรรมนูญนั้น

(นายเอกราช อุดมอำนวย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง ผมได้ ทักท้วงแล้วจะมีผู้ประท้วงจริง ๆ เชิญครับ เชิญเอกราช เชิญครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคประชาชนครับ ขอประท้วงท่านประธานให้ควบคุมการประชุมครับ เพราะว่าถ้าสมาชิกท่านอภิปราย เพื่อตอบโต้ผู้อภิปรายท่านอื่น ๆ ได้นี่ไม่ใช่ชี้แจงในนามกรรมาธิการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เข้าใจแล้วครับ ผมได้ทักท้วงแล้ว คุณจิตติพจน์ผมคิดว่าพอ ผมได้ชี้แจงชัดเจนแล้วเขาก็ประท้วงต่อ ไม่อย่างนั้นประชุมต่อไปไม่ได้ ผมคิดว่าคงพอเพียง ผมอนุญาตให้พอเพียงอย่างนั้นนั่งลงครับ ขอความกรุณานั่งลงครับ ผมไม่อยากให้มีการประท้วงโดยไม่มีเหตุผล เพราะว่าผมบอกแล้ว อนุญาตให้พูดสั้น ๆ เกี่ยวข้องกับคุณ ก็บอกแล้วว่าเขาชี้แจงว่าคุณชี้แจงไม่ตรง เขาชี้แจง ไปแล้วหลายรอบแล้วเรื่องนี้ คงเข้าใจประธานนะครับ คงพอนะครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

๑ นาทีครับ เนื่องจากเป็นการ ยกเว้นไม่ใช่การยกเว้นด้วยกฎหมายระดับเดียวกัน การยกเว้นโดยกฎหมายระดับเดียวกัน คือพระราชบัญญัติกับพระราชบัญญัติ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ประเด็นนี้พูดกัน หลายคนแล้ว แล้วซ้ำกับที่เขาประท้วง ผมไม่อนุญาตนะครับ กรุณานั่งลงครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอให้ท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องเพื่อจะได้ลงมติว่าจะให้มีการแก้ไขหรือไม่ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องประชุมครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ท่านที่เข้ามา กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วย ถ้ามีปัญหาในการแสดงตนกรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ด้วยนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้แสดงตน ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้วเจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ มีผู้เข้าประชุมแสดงตนแล้ว ๔๑๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปผมก็จะ ขอถามจากที่ประชุมครับว่าจะเห็นสมควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ เอาประเด็นแรกก่อน ถ้าเห็นว่า ควรมีการแก้ไขผมจึงจะถามต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ จะถาม ๒ ครั้งก่อน แต่ในครั้งแรกถ้าหากเห็นว่าไม่ควร แก้ไขก็เดินหน้าต่อไปเลยว่าใช้ร่างเดิม คงเข้าใจนะครับ ประเด็นแรกที่จะถามคือที่ประชุม จะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นว่าควรจะมีการแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรไม่ให้มีการแก้ไขกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านใดเห็นว่างดออกเสียง กรุณากดปุ่ม งดออกเสียงนะครับ กรุณาลงมติได้นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านผู้ใดยังไม่ได้ ลงมตินะครับ ลงมติทุกท่านแล้วเจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ

นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี แบบบัญชีรายชื่อ

พูนศักดิ์ ๒๖๖ เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตอนนี้กดแล้ว เดี๋ยวบันทึกเอาไว้ก็แล้วกัน ท่านแสดงความเห็นอย่างไรนะครับ ท่านยังมีปัญหาเรื่องการลงมติ เดี๋ยวท่านแจ้งทีหลังก็ได้จะได้บันทึกไว้เพราะว่าได้ปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ จำนวนผู้ลง มติ ๔๒๙ ท่าน เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ๔๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นมติเห็นด้วยให้มีการแก้ไขนะครับ

ก็จะถามในประเด็น ต่อไปว่าเห็นควรให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือเห็นด้วยกับผู้สงวนความเห็น เสียงข้างน้อยครับ ก็เหลือท่านเดียวก็คือท่านนิคม ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานครับขออนุญาตครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวัชระพล ขาวขำ อุดรธานี

ท่านประธานขออนุญาตครับ ขอความกรุณา Check องค์ประชุมก่อนไหมครับหรือว่าจะโหวตเลยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ได้ครับค่อนข้าง ชัดเจน เมื่อสักครู่ลงมติไปแล้วยังไม่มีใครลุกขึ้น แต่ว่าตามกติกาก็ต้อง Check องค์ประชุม ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะลงมติอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าจะเห็นด้วยกับเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็น ตอนนี้ก็กรุณาเสียบบัตรแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้กดบัตรแสดงตน กดบัตรแสดงตนทุกท่านแล้วก็แจ้งผลครับ จำนวนผู้แสดงตน เข้าประชุม ๓๙๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ก็จะดำเนินการ ถามมติต่อไปนะครับว่าจะเห็นให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือตามที่ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นคือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งผม Check ดูแล้วก็เหลือท่านนิคม ท่านเดียว ก็เอาว่าเสียงข้างมากหรือกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ถ้าท่านสมาชิกจะลงมติครับ ถ้าท่านสมาชิกเห็นว่าให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากแก้ไขกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นซึ่งเหลือท่านเดียวคือท่านนิคมกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านต้องการ งดออกเสียงกรุณากดปุ่ม งดออกเสียง ถ้าเข้าใจตรงกันแล้วก็กรุณาลงมติได้นะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีสมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ลงมติไหมครับ ลงมติทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงมตินะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๒๘ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๑๕๔ ท่าน เห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น คือท่านนิคม ๒๖๘ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่าน เพราะฉะนั้นมติที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นของคุณนิคม ก็จบมาตรา ๒๗

ต่อไปขอเชิญ ท่านเลขาธิการครับ มาตรา ๒๘ ครับ

ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๘ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอรายชื่อ กรรมาธิการครับ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ตอนนี้มีคุณนิคม เชิญคุณนิคม บุญวิเศษ ก่อนครับ แล้วก็จะให้ท่านสมาชิกอภิปรายต่อไปนะครับ เชิญคุณนิคม ๕ นาทีครับ

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ ในฐานะกรรมาธิการ ในมาตรา ๒๘ ผมได้สงวนความเห็นไว้ เพราะในมาตรา ๒๘ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดไปในบรรทัดที่ ๓ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญนะครับ โดยตัดคำว่า โดยต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ ดังกล่าว ออก ซึ่งมาตรา ๒๘ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีความเห็นอย่างนี้ครับ มาตรา ๒๘ การประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๗ ให้ประชาชนและชุมชน มีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและมีหน้าที่ตามที่กำหนด ในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นั้น โดยตัดคำว่า โดยต้องดำเนินการ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวด้วย และเพิ่มในวรรคสองเข้ามาอีก วรรคสอง เพิ่มมาดังกล่าวก็คือ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และเป็นการ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม ให้นำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นมาใช้บังคับและดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้นั้นต่อไป ผมจึงได้สงวนความเห็นโดยให้ตัดวรรคสองออกทั้งหมดแล้วกลับมาใช้ร่างเดิมดังนี้ครับ มาตรา ๒๘ การประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๗ ให้ประชาชนและ ชุมชนมีสิทธิที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติตามที่กำหนด ในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์นั้น โดยต้องดำเนินการตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว กราบขอบคุณมากครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมาตรานี้ มีการแก้ไข ก็อนุญาตสมาชิกที่ไม่ได้สงวนความเห็นอภิปรายได้ แต่ขอความกรุณาอภิปราย ในประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไข คือของคุณนิคมได้แก้ไขก็ให้อยู่ในประเด็นนั้นนะครับ ตอนนี้ มีผู้ยื่นความจำนงขออภิปราย ๕ ท่าน สำหรับท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ลงชื่อก็สามารถมาลงชื่อ ข้างหน้านี้ได้นะครับ ก็จะขออนุญาตให้สัก ๑๐ นาที เพื่อมาลงชื่อเพิ่มเติมได้นะครับ ท่านแรกขอเชิญ พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ เชิญครับ

พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ขออภิปราย ในมาตรา ๒๘ ดังนี้ครับ ผมติดใจในวรรคสองที่กรรมาธิการได้เขียนขึ้นใหม่ โดยใช้คำว่า ธรรมนูญของพื้นที่ชนเผ่า คำว่า ธรรมนูญ นี้แปลว่า กฎหมาย มีฎีกาหลายฎีกาที่ตีความ ตรงกันว่าเป็นกฎหมาย การที่กำหนดไว้ว่าใครที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในธรรมนูญ ก็แปลว่าฝ่าฝืนกับกฎหมายนั่นละครับ ผมติดใจว่าเวลานี้เราได้อนุมัติให้มีสภาของชนเผ่า ไปแล้ว แล้วมาตรานี้มากำหนดว่าให้มีข้อกำหนดออกกฎหมายเองได้ใช่ไหม แล้วก็มีพื้นที่ของ ชนเผ่า ผมว่าขณะนี้มันมี ๓ หลัก ครบแล้วครับ เป็นเขตปกครองตนเอง เขตพิเศษปกครอง ตนเอง ก็เป็นรัฐนั่นละครับ ประเทศไทยเรานี้เป็นรัฐเดียว ไม่ใช่สหรัฐหรือสมาพันธรัฐ ที่มีรัฐ หลาย ๆ รัฐรวมตัวกัน แต่ละรัฐมีอำนาจออกกฎหมาย มีพื้นที่ดินแดนของตนเอง มีสภาของ ตนเอง อันนั้นมันไม่ใช่ของประเทศไทยไม่ใช่ครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑ ไปเปิดเถอะครับว่า ประเทศไทยเป็นรัฐเดียว หนึ่งเดียวจะแบ่งแยกมิได้ แต่ท่านเขียนเหมือนกับต้องการให้เป็นรัฐ รัฐหนึ่งเลยครับ มันนอกเหนือหลักการที่สภาเราได้รับหลักการไปแต่ต้น ผมยินดีด้วยที่จะ รับรองกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องที่จะคุ้มครองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่า แต่ไม่ใช่ เขียนเลยเถิดไปอย่างนี้ครับ ใช้ไม่ได้ครับ ใช้คำว่า ธรรมนูญ ไม่ได้ครับ ถ้าจะมีการปกครอง แบบปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ไปเป็นรูปแบบของ อบต. หรือว่าเทศบาลอย่างนั้นก็ไปเข้า กฎหมายเหล่านั้นเถอะ อย่ามาเขียนแยกอย่างนี้ อย่างในมาตรา ๒๗ จะเห็นได้ชัดนะครับว่า ยกเว้นกฎหมายบ้านเมืองของประเทศไทย มันก็มาสอดรับกับอันนี้ จะออกกฎหมายเองหรือ อย่างไรครับ ผมไม่เห็นด้วยในมาตรานี้ที่กรรมาธิการจะมาเพิ่มขึ้นใหม่ในวรรคสองและ ไปตัดข้อความตอนท้ายของวรรคหนึ่ง โดยตัดคำว่า โดยต้องดำเนินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อันนี้ผมไม่เห็นด้วยที่ไปตัดข้อความนี้ออกไป ก็ให้คงร่างเดิมไว้ ก็คงจะใช้ได้ครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจุลพงศ์ อยู่เกษ ครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายถึงมาตรา ๒๘ นะครับ อาจจะเท้ามาตรา ๒๗ สักเล็กน้อย ท่านประธานครับ ผมจำได้ว่าการประชุมคราวที่แล้วเถียงกันแทบตายว่าการใส่ คำว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้อง สมควรหรือไม่สมควร ผมเองก็ไปค้นดูนะครับว่ามันมีที่ไหน ตามกฎหมายฉบับอื่นไหมถึงวิธีการเขียนกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติการจัดทำกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๕ เขากำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างนี้ครับ ผมสรุปนะครับ หน่วยงานของรัฐ พึงจัดให้มีกฎหมายเท่าที่จำเป็น ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมาย และสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง เสียดายท่าน กรรมาธิการผู้ที่สงวนความเห็นไม่ได้นั่งอยู่ คำถามผมคือการที่ท่านนำหรือคงไว้บอกว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าวด้วยนะครับ คือกฎหมายอะไรครับ มีคำจำกัดความ ตรงไหนครับ ผมยังยืนยันว่ากฎหมายทุกฉบับคนอ่านคนเข้าใจต้องเป็นประชาชนครับ ไม่ใช่ กรรมาธิการ ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสมาชิก ต้องเป็นคนธรรมดา ผมนึกภาพออก หากกฎหมายนี้ผ่านไป ปัญหาคือกฎหมายที่เกี่ยวข้องคืออะไร ทำไมท่านไม่เขียนว่ากฎหมาย ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม ตามที่ท่านขอแก้ไว้ครับ การเขียนแบบนี้เหมือน ดาบสองคม ผมเคยย้ำทุกครั้งว่าหากเขียนแบบนี้ใครเป็นคนตีความครับว่ากฎหมายใดคือ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือครับ หรือใครครับ ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ได้ตัดข้อความนี้ออกไป และขณะเดียวกันก็ขยายความในวรรคสอง เหตุผลที่ผมเห็นด้วย เพราะถ้าท่านอ่านกฎหมาย มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ แล้ว กรณีที่ไม่ทำตามมาตรา ๒๗ ผลเป็นอย่างไร ไม่มีอะไรกำหนดไว้ถ้าไม่มีวรรคสองของมาตรา ๒๘ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ เลยมีความจำเป็นต้องใส่ไว้ในมาตรา ๒๘ วรรคสอง แล้วมาตรา ๒๘ วรรคสองก็อ้างอิงถึง กฎหมายที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม คือเขียนไว้ชัดเจนว่าอ้างอิงกฎหมายอะไร ท่านประธานที่เคารพ ผมเองเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก คราวที่แล้วผมก็งง ว่าทำไมเถียงกันแทบตายว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องคืออะไร ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าควรจะเขียน ให้ชัดเจน ขอย้ำอีกครั้งนะครับ กฎหมายทุกฉบับประชาชนต้องอ่านเข้าใจครับ ประชาชน ต้องเข้าใจและปฏิบัติได้ว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องคืออะไร ผมจะไม่ติดใจสักนิดถ้าท่าน ผู้ขอสงวนความเห็นบอกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องตามมาตรา ๒๗ แต่นี่ท่านไม่เขียนอะไรเลย ท่านปล่อยให้ใครตีความ ให้เจ้าหน้าที่ตีความหรือครับ ขอย้ำนะครับ เป็นดาบสองคมนะครับ ถ้าเขียนกฎหมายแบบนี้ให้เจ้าหน้าที่ตีความ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอใช้เวลาเท่านี้ สรุปเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่เขียนไว้ให้ชัดเจน และเพิ่มวรรคสองของมาตรา ๒๘ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ คุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานนะครับก็คือผมไม่ได้ขัดข้องที่กลุ่มชาติพันธุ์จะได้รับความคุ้มครองให้ดำเนิน วิถีชีวิตตามวัฒนธรรมอันควรจะเป็น ผมไม่ได้ขัดข้องครับ แล้วที่ท่านอภิปรายมาในหลายครั้ง ก็เป็นเจตนาดีครับว่าอยากจะช่วยเหลือกลุ่มชาติพันธุ์ แต่วิธีการตรากฎหมายที่ตราออกมานี่ มันไม่ได้ตีความดังที่ท่านได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ยังทำให้เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน เข้าใจผิดครับว่าไม่ได้มีการยกเว้นกฎหมายนะครับ มีหลายท่านอภิปรายว่ากฎหมายที่เขียนไว้ ไม่ได้มีการยกเว้น แต่สุดท้ายนะครับท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งก็ได้ยอมรับต่อสภาแห่งนี้ บอกว่ามีการยกเว้นกฎหมายจริง แต่เป็นการยกเว้น Override หรือ Overrule โดยกฎหมาย ที่มีศักดิ์เท่าเทียมกัน ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านฟังนะครับ ในมาตรา ๒๘ วรรคสองเขียนไว้ชัดเจนครับว่า ถ้าฝ่าฝืน ข้อกำหนดในธรรมนูญและฝ่าฝืนกฎหมาย จึงจะนำกฎหมายไปบังคับใช้ นั่นก็หมายความว่า ถ้าหากยังทำตามข้อกำหนดของธรรมนูญ กฎหมายไม่ต้องดูเลย ท่านดำเนินการตามธรรมนูญ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงเห็นได้ชัดว่าการกระทำครั้งนี้เป็นการใช้ธรรมนูญมา Override หรือ Overrule กฎหมายที่ตราเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งโดยศักดิ์ของกฎหมายแล้วไม่สามารถทำได้ พอตราออกมาก็เลยเกิดปัญหากันมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากท่านประธานได้ดู ในร่างฉบับนี้เขียนไว้ชัดเจนครับว่า คณะกรรมการที่มีหน้าที่ในการตราธรรมนูญซึ่งเป็น กฎหมายปกครองตนเองนี่ คือมีประกอบด้วยชุมชน ๒ ใน ๓ ผู้แทนชุมชน ๒ ใน ๓ ผู้แทนของรัฐ คือ ๑ ใน ๓ เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร อาจจะเป็น ศอ.บต. ๔-๕ คนก็ได้ สุดท้ายก็จะ เป็นธรรมนูญแล้วมา Override Overrule กฎหมายที่ตราโดยพระราชบัญญัติ แล้วยังมี การติ่งไว้นะครับว่ากฎหมายนี่ให้สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้อนุมัติ ก็เลยเกิดคำถามครับว่าผู้ตรามีอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ แล้วผู้อนุมัติ มีอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ แล้วกฎหมายที่ตรามานี่ท่านจะมาบังคับใช้กับพื้นที่ที่อยู่ใน ประเทศไทยมันเป็นสิ่งที่สมควร มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ กฎหมายต่าง ๆ ถ้าท่านจะบอกว่า ประเด็นนั้นเป็นอย่างนี้ ประเด็นนี้เป็นอย่างนั้น ก็ต้องมีกฎหมายที่ตราโดยสภาแห่งนี้ ไปบังคับใช้ การยกเว้นกฎหมายต่าง ๆ แล้วบอกว่าให้กลุ่มคนซึ่งไม่มีอำนาจที่จะตรากฎหมาย ไปออกกฎหมายมาบังคับใช้กับพื้นที่มันก็จะทำให้เกิดสิ่งที่หลายคนกังวลกัน ถึงแม้ ท่านอาจจะไม่มีเจตนาอย่างนั้น แต่ผลของการร่างกฎหมายของท่านมันทำให้เกิดพื้นที่พิเศษ เป็นรัฐซ้อนรัฐเกิดอภิสิทธิ์ชนมีอำนาจเหนือกว่ากฎหมายแล้วก็เป็นอภิชุมชนที่ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมาย การตรากฎหมายโดยสภาแห่งนี้จะตราในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้นะครับ นั่นจึงเป็น สาเหตุที่ผมพยายามจะอธิบายต่อเพื่อนสมาชิกนะครับว่าเจตนาท่านดี แต่การตรากฎหมาย ของท่านต้องตราให้ถูกหลักนิติธรรม ให้ถูกรัฐธรรมนูญ แล้วก็ให้ถูกหลักกฎหมาย กฎหมาย ในเรื่องของความเท่าเทียมกัน นั่นหมายความว่าถ้ามีบุคคลใดเป็นผู้ด้อยโอกาสท่านทำให้เขา มีโอกาสเท่ากัน ไม่ใช่ว่าให้กลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าบุคคลอื่น ถ้าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิเท่ากันผมก็อยากจะบอกว่าถ้าสิทธิเท่ากับเพื่อน เมื่อสักครู่ มีเพื่อนสมาชิก สส. จากสระแก้วท่านหนึ่งมากล่าวกับผมบอกว่าใช้สิทธิเท่าเขาก็ได้ ถ้าเกิด เขาเป็น สส. สระแก้วไปใช้สิทธิในที่ของชุมชนตอนนี้ก็โดนจับเพราะว่าไม่มีสิทธิพิเศษอะไร แต่ตอนนี้นี่กลุ่มชาติพันธุ์ได้รับเงื่อนไขที่สามารถให้อยู่ได้ แต่ผมก็เห็นด้วยนะครับว่าจะต้องมีการทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายแต่กฎหมายไม่ใช่แก้ไข ในกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นกฎหมายในเรื่องของ วัฒนธรรม ท่านประธานดูนะครับผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้คือใครครับ ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แต่ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจะไปใช้อำนาจ ไปเพิกถอนอำนาจตามกฎหมายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายของสัตว์ป่าสงวน กฎหมายของ กรมป่าไม้ กฎหมายของป่าสงวน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติมันจะไปกันใหญ่ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าผมอยากจะช่วยกลุ่มชาติพันธุ์แต่วิธีการ ตรากฎหมายของท่านไม่เป็นไปตามหลักกฎหมายไม่สามารถยอมรับได้ ขอบพระคุณครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ผมมีเรื่องด่วนต้องขออนุญาตหารือท่านประธานนิดเดียว ด้วยความเคารพครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานครับขณะนี้เนื่องจากว่า วันนี้มีพี่น้องชาติพันธุ์เดินทางมาเป็นจำนวนมาก แล้วหลายท่านเองก็อยากจะเข้ามาในสภา หลายท่านก็ติดตามครับก็ทราบผลการลงมติซึ่งพวกผมก็เคารพนะครับ แต่ขณะเดียวกัน ต้องฝากท่านประธานเร่งด่วนเลยครับว่าขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สภาที่กำลังดูแลพี่น้องชาติพันธุ์ ต้องขอความกรุณาว่าให้ดูแลสิทธิของพี่น้องในฐานะที่มาชุมนุมในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ ตัวเขานะครับ สภาแห่งนี้ควรเป็นที่ที่พูดได้ครับต้องไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนซึ่งขณะนี้จำเป็นต้องอาศัยอำนาจของท่านประธานในการ สั่งการโดยด่วนครับ ต้องขอความกรุณาอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณณัฐวุฒิครับ ท่านเลขาธิการฝากไปช่วยดูแลด้วยนะครับเพราะว่าพี่น้องเราก็มาอยากจะฟัง แต่ขอพี่น้องเราก็เหมือนกันที่อยู่ข้างนอกก็กรุณาอย่าใช้ความรุนแรงให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วทางสภาช่วยดูแลด้วยนะครับ ถ้าขาดเหลือน้ำอะไรต่ออะไรก็ช่วยดูแลด้วย ให้ได้รับความ สะดวกเท่าที่ควรให้เป็นไปตามกติกา ขอบคุณคุณณัฐวุฒิครับ ท่านเลขาธิการช่วยดูแลด้วย ต่อไปขอเชิญท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๘ ต้องกราบเรียนท่านประธานเพราะจริง ๆ แล้วคนที่ดูแลกฎหมายฉบับนี้ก็คือ กระทรวงวัฒนธรรม แต่ตอนนี้เรากำลังให้อำนาจในการประกาศพื้นที่คุ้มครองตามมาตรา ๒๗ ให้ประชาชนและชุมชนมีสิทธิอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ตามธรรมนูญที่กำหนดในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตและชาติพันธุ์ มีการไปตัดเอา โดยต้อง ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวด้วย ตรงนี้เหมือนเดิมครับท่านประธาน ไม่สามารถทำได้ เพราะจริง ๆ แล้วคนไทยทุกคนมีสิทธิเสมอกัน การที่เราจะไปกำหนดให้มี ธรรมนูญที่ใหญ่กว่ากฎหมาย มีธรรมนูญขึ้นมาที่แตกต่างจากคนไทยทุกคน ๖๐ กว่าล้านคน ก็ทำไม่ได้ อันนี้ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญชัดเจน แล้วนอกจากนั้นในวรรคสองท่านประธาน ไปเขียนไปเติมในสิ่งที่ต้องเรียกว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมายเลย เลี่ยงบาลีกฎหมาย ก็คือว่า ในกรณีที่ผู้อยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครอง เขาอาจจะทำก็ได้ตามธรรมนูญ แต่พอไปบอกว่าและเป็นการ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าว อันนั้นแปลว่าอย่างไรครับ ต้องมี ๒ อย่างเลย ถ้าอย่างเดียวขัดต่อกฎหมายจริงครับ แต่ว่าเป็นไปตามธรรมนูญซึ่งยกร่าง มาเองโดยคณะกรรมการครับ ก็สามารถดำเนินการได้ ซึ่งตรงนี้เป็นการเขียนกฎหมายที่ต้อง บอกว่า นักกฎหมายคนเขียนเก่งมาก บางท่านมองผ่านไปเลย คิดว่าถ้าเกิดทำผิดแล้วไปยกเลิกได้ ไม่ได้ครับ เพราะท่านวางไว้ ๒ ล็อกเลย เพราะฉะนั้นขอเรียนท่านประธานครับเอากลับไป ตามร่างเดิมของท่านนิคมแล้วกัน ก็ไม่อยากให้ไปเติมในสิ่งที่อยู่ในมาตรา ๒๘ ว่าต้องดำเนินการ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องพื้นที่เอาออกขอเอากลับมาเหมือนเดิม แล้วก็เอาวรรคสองออกไป ทั้งวรรคเลย ขออนุญาตว่าเป็นไปตามเสียงข้างน้อยที่ท่านนิคมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ แบบนั้นพอรับได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปขอเชิญ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า นอกจากท่านประธานจะต้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยทั้งในและนอกที่ประชุม ท่านประธานก็ต้องรักษาความเป็นอิสระของสมาชิกในการทำหน้าที่ไม่ให้ถูกกดดันเช่นกัน ท่านประธานครับ มาตรา ๒๘ เป็นมาตราที่เกี่ยวพันกันกับมาตรา ๒๗ เป็นต้นมา ท่านประธาน จะสังเกตเห็นชัดเจนในวรรคแรก ในตัวร่างที่เป็นร่างของคณะรัฐมนตรี การประกาศพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๗ ให้ประชาชนและชุมชนมีสิทธิอยู่อาศัยและ ใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติตามที่กำหนดในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครอง ชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ท่านประธานครับ เป็นเจตนาที่ทางรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องในการ ออกกฎหมายมุ่งเน้นที่จะทำให้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ดีขึ้น แต่มีเงื่อนไขเขียนต่อไปว่า โดยต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวด้วย ถ้าที่เขียนทั้งหมดนี่ จะสะท้อนให้เห็นว่าทุกฝ่ายมีความเห็นอกเห็นใจที่จะแก้ไขไม่ว่าเรื่องพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ ทำประโยชน์ แต่อยู่ภายใต้กฎหมาย ผมได้อภิปรายในมาตรา ๒๗ ผ่านไปในเรื่องของการทำ แผนแม่บท หางโผล่ตรงนี้ท่านประธาน ตัดความโดยชอบด้วยกฎหมายออกทั้งหมด ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่ามีความพยายามที่จะเขียนกฎหมายจะบิดเบือนการบังคับใช้ ในลักษณะที่กลายเป็นมาตรฐานที่แตกต่างกันไป ในฐานะที่ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งผมก็ห่วง ญาติพี่น้องผมเช่นกัน เข้าไปรุกล้ำเพียงงาน ๒ งานไม่ถึงไร่ก็ถูกจับเข้าคุก แต่ถ้าเขียนอย่างนี้ นี่ไม่พอ ท่านประธานจะสังเกตเห็นไหมครับที่ผมพูดในมาตรา ๒๗ ว่ารัฐซ้อนรัฐ เขาจะ ยกระดับความมีศักดิ์ของธรรมนูญให้เทียบเท่ากับกฎหมาย ท่านประธานและท่านสมาชิก อ่านดูให้ดีนะครับ

ในวรรคสอง ในกรณีผู้มีสิทธิอาศัยและใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดในธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และเป็นการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวตามมาตรา ๒๗ วรรคสาม ให้นำกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นมาใช้บังคับและดำเนินตามกฎหมายผู้นั้นต่อไป ถ้าอ่านผิวเผินมันไม่มี ปัญหาหรอก ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องยกศักดิ์ของความ เป็นธรรมนูญให้เสมอกับกฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องผิดธรรมนูญของเขาและผิดกฎหมายถึง จะดำเนินการได้ ถ้าเพียงกฎหมายอย่างเดียวก็เข้าไปจับกุมหรือดำเนินคดีไม่ได้เช่นกัน ท่าน ประธานจะสังเกตเห็นในมาตรา ๒๘ อย่างนี้ มาตรา ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ มากกว่านี้อีก เห็นทีจะ รับไม่ได้ครับท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ คุณประยุทธ์ครับ อยากจะย้ำความเห็นของคุณประยุทธ์ว่าไม่อยากให้มีการกดดันสมาชิกที่จะ ใช้อิสระในการดำเนินกิจกรรมการอภิปรายในห้องประชุม อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นก็โปรดเข้าใจตามนี้ด้วยว่าการแสดงความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสภานั้นต้องมีความเป็นอิสระในการแสดงความคิดเห็น ต้องไม่มี การกดดันใด ๆ เพราะว่าเราปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติ อันนี้ก็เข้าใจทุกฝ่าย ผมในฐานะประธานสภาก็จะพยายามดำเนินการให้ไปตามนี้ สำหรับประชาชนที่อยู่ข้างนอก ขณะนี้ทางเลขาธิการได้รายงานแล้วว่า ได้จัดอำนวยความสะดวกโดยให้รถ กทม. มาดูแล พี่น้องข้างนอกที่ต้องการใช้ห้องน้ำด้วย เพราะถ้าเข้ามาข้างในก็จะเป็นประเด็นปัญหาอย่างที่ คุณประยุทธ์ชี้แจง แต่ขออนุญาตเป็นราย ๆ ได้ที่มีความจำเป็น เจ้าหน้าที่ก็จะอำนวยความ สะดวกตามที่เห็นสมควร เราก็ปฏิบัติตามปกติอย่างนี้ครับ

สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนบ้าน แขยง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเข้ามานั่งฟังการประชุมอยู่ชั้นบน ขอต้อนรับทุกท่าน ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นการอภิปรายของสมาชิกท่านสุดท้าย คือคุณเอกราช อุดมอำนวย สำหรับสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเดี๋ยวก็จะต้องมีการลงมติเพราะว่ามีการแก้ไข ท่านกรุณาเข้ามา เพื่อเตรียมการลงมติได้นะครับ ขอเชิญคุณเอกราช อุดมอำนวย ครับ

นายเอกราช อุดมอำนวย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมอภิปรายในมาตรา ๒๘ ซึ่งต้อง ขอพูดถึงเรื่องที่เราถกเถียงกันอยู่นี้มันเป็นผลย้อนกลับไปด้วยตามมาตรา ๒๗ แบบนี้ครับ ท่านประธาน

เอาประเด็นแรกก่อน ผมขอไล่เลียงก่อนครับ เมื่อมีการตัดในวรรคสามออก ซึ่งสภาเห็นชอบไปมันก็เลยทำให้มาตรา ๒๘ ต้องกลับไปใช้แบบฉบับของร่างเดิมเหมือน ทำนองถูกบีบบังคับเพราะว่าเขียนไปมันก็ไม่มีสภาพการบังคับ แล้วผมฟังเพื่อนสมาชิก อภิปรายผมก็ติดใจมากเลย คือโดยเฉพาะเรื่องของว่าคำว่า ธรรมนูญ ผมฟังแล้วก็อายแทน เพราะว่าท่านประธานครับ คำว่า ธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกลองหยิบรายงานประจำปีการ ปฏิบัติการเกี่ยวกับผังเมือง ในหน้าสารบัญเลยครับ ธรรมนูญว่าด้วยผังเมืองยังมีอะไรอีกครับ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ธรรมนูญว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ธรรมนูญโรงพยาบาล ท่านมาอะไรกันนักกันหนา ดังนั้นเวลาที่เราพูดถึงการอนุญาตให้กลุ่ม มีกฎหมายเฉพาะของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เขาสามารถที่จะดำรงและใช้ชีวิตได้ และแก้ปัญหาของเขา ทำไมเราถึงไม่ยอมกัน เราต้องยอมรับความแตกต่างหลากหลายมันมาจาก Mindset ของพวกท่าน แต่ละคน ท่านลองดูกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ภาคประชาชนนี่ เขารับไม่ได้เขาเดินออกไปหมดแล้ว ดังนั้นครับท่านประธานถ้าเราเห็นเจตจำนงของพี่น้อง ประชาชนนี่เราควรจะทบทวนใหม่ แต่ในเมื่อมันมาแบบนี้แล้วนี่สุดท้ายมันทำให้ร่างวรรคสาม จะมีอยู่หรือไม่มีอยู่แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย เพราะหัวใจสำคัญมันอยู่ที่มาตราที่ผ่านมา แล้วก็การที่สภานี่มองเรื่องของการเป็นธรรมนูญ แล้วก็บอกว่านี่คือการให้สิทธิของแต่ละพื้นที่ เป็นการเหมือนจะแบ่งแยกอำนาจอะไรออกไป อะไรแบบนี้ครับ ผมคิดว่ามันเกินเลยไปหน่อย มันคือแค่การยอมรับการมีอยู่ของคนเท่า นั้นเอง เวลาเรายอมรับกันนี่เรายอมรับด้านอะไรบ้างครับ ผมนี่เป็นคนกลุ่มน้อยมาตลอดชีวิต ถูกกดดันจากสังคมด้วยความที่แตกต่างมาโดยตลอด กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เขาก็รู้สึกแบบ เช่นเดียวกันกับเราว่าเขาเจอปัญหาสภาพการบังคับใช้กฎหมาย แล้วเขาก็หวังว่ากฎหมายฉบับนี้ ที่สภารับหลักการไปนี่น่าจะแก้ปัญหาการดำรงชีวิตประจำวันสภาพการเป็นอยู่ให้กับเขาได้ แต่ กลับมีสมาชิกสภาที่มองว่าพวกเขานี่จะแบ่งแยกจะอะไรต่าง ๆ คือท่านไม่ยอมรับการมีอยู่ของ พวกเขาหรือครับ ท่านประธานครับ เหมือนที่ผมยกตัวอย่างมาก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์บังคับใช้ทั่วประเทศ แต่สภาชุดที่ ๑ สภาแห่งนี้เราชุดที่ ๒๖ สภาชุดที่ ๑ เขาก็ออกกฎหมายยกเว้นการบังคับใช้ประมวลกฎหมายแพ่งว่าด้วยบรรพครอบครัวและ มรดกที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วมันจะเป็นอะไรกันนักกันหนากับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ เวลาท่านไปเจอพวกเขานี่ท่านมองหน้าพวกเขาได้เต็มที่ไหมว่าท่านเป็น Representative ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา ดังนั้นสุดท้ายมาตรานี้มันก็ต้องคงกลับไปใช้แบบร่างเดิม เพราะว่าในเมื่อมันผูกพันกันกับมาตรา ๒๗ แต่ผมอยากจะพูดสะท้อนให้เห็นว่าผมไม่เห็นด้วย และผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกจะได้เห็นผลของการกระทำของท่าน ขอบพระคุณท่านประธาน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็มีสมาชิก ขออภิปรายอีก ๑ ท่านนะครับ แล้วหลังจากสมาชิกท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อภิปรายแล้ว คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากจะขอชี้แจงก็เชิญได้ ขอเชิญคุณศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ก่อนครับ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๒๘ ต่อเนื่องจากมาตรา ๒๗ เราพูดกันมามากครับเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่คุ้มครอง ก็คือการที่เราจะเอาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและ ป่าสงวนบางส่วนประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครอง เราเถียงกันมากเลยครับในหลายมาตราว่า กลุ่มชาติพันธุ์อยู่มาก่อนประกาศเขตป่า แต่วันนี้ทุกมาตราเลยผมได้ดูอย่างละเอียดแล้วว่า ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ซึ่งระบุไปในมาตรา ๒๘ หรือ ๒๗ ที่ผ่านมาครับว่าใครอยู่ก่อนแล้ว อยู่หลังโดยการแปลภาพถ่ายครับ แต่ถ้าเป็นคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ล่างจะไปทำอะไร โดยเฉพาะ พวกเราที่เป็นนักการเมือง จะไปออกเอกสารสิทธิ จะไปออกโฉนดดูภาพถ่ายว่าอยู่มาก่อน ประกาศเขตป่าหรืออยู่หลังครับ แต่วันนี้ผมเลยเรียกกฎหมายนี้ว่ากฎหมายอภิสิทธิ์ชน ทำไม ไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เขาจะขีดเขตในพื้นที่คุ้มครองให้กลุ่มชาติพันธุ์อยู่ ผมไม่ได้อิจฉาหรอกครับผมอยากให้เขาอยู่อย่างมั่นคงด้วย แต่ไม่ใช่อยู่ว่าเอาพื้นที่จิตวิญญาณ พื้นที่ที่คณะกรรมการชี้ประกาศว่านี่เป็นเขตพื้นที่คุ้มครอง จะเอาตรงไหนก็ได้ครับ อย่าลืมละครับ ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายออกโดยพระราชกฤษฎีกา รัฐบาล กฤษฎีกาแล้วมีการทูลเกล้า ออกประกาศเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ วันนี้มีอยู่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งทำหน้าที่รักษาระบบนิเวศ ให้ระบบนิเวศในพื้นที่ที่คนอยู่ในพื้นที่ด้านล่างอยู่อย่างสมดุล วันนี้มันไม่สมดุลครับ แต่เรากำลังออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้นเองครับ แล้วโดยไม่มี ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวในการกำหนดว่าตรงไหนจะเป็นพื้นที่คุ้มครอง พอเราตัดข้อมูล เกี่ยวกับพื้นที่กฎหมายนะครับ เพราะฉะนั้นวรรคสอง ในมาตรา ๒๘ ก็แทบไม่มีความหมาย อย่างที่ผู้อภิปรายบางท่านได้พูดถึง ผมก็เห็นด้วยในวรรคสองไม่ควรมีเลยครับ แล้วสิ่งที่ คณะกรรมการแก้ไข โดยต้องดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวด้วย ที่คณะกรรมาธิการขีดฆ่า ผมก็ไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้กลับมา ยังร่างเดิมครับ แล้วก็ตัด วรรคสอง ออกครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

(นายนิคม บุญวิเศษ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการนิคม จะขอใช้สิทธิพาดพิง เชิญครับ

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิคม บุญวิเศษ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง มีเพื่อนสมาชิกที่พาดพิงผม ผมคงไม่อาจเอ่ยชื่อนะครับ เพราะผมเป็นคนที่มีมารยาท เมื่อสักครู่ผมไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ เนื่องจากว่าไปเข้าห้องน้ำท่าน ประธาน ก็นั่งมาตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ ผมขออธิบายนะครับที่ท่านบอกว่าผมตัดคำว่า ต้อง ดำเนินการตามกฎหมาย บอกว่ากฎหมายอะไร กฎหมายที่มันเกี่ยวข้องนะครับในมาตรานี้ ก็คือกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติคือกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องก็คือให้นำมาบังคับใช้ ก็คือไม่ให้ตัดออก แล้วขออธิบายสั้น ๆ ไม่เสียเวลากับ ที่ประชุมครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อไม่มี กรรมาธิการขอชี้แจงและไม่มีสมาชิกอภิปรายแล้วนะครับ ก็จะต้องขอมติจากที่ประชุมครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการขอแก้ไข แต่มีกรรมาธิการสงวนความเห็นให้ไปใช้ ร่างเดิม เพราะฉะนั้นมติก็จะถามเพียง ๒ อย่าง คือให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือจะคงตามร่างเดิมที่กรรมาธิการนิคมสงวนไว้ ขอถาม ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ขอให้สมาชิกที่อยู่ ข้างนอกกรุณาเข้ามาในห้องเพื่อเสียบบัตรแสดงตนครับ เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ขอเชิญครับ ท่านสมาชิกที่ออกไปข้างนอกแล้วนะครับ กรุณาเข้ามาเพื่อแสดงตนและลงมติอีกครั้งหนึ่ง ในมาตรา ๒๘ ครับ สมาชิกยังทยอยเข้ามาอีกหลายท่าน เชิญครับ เข้ามาข้างในเลยครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ แสดงตนครับ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ แสดงตนครับ เจ้าหน้าที่จดไว้ด้วยนะครับ

นายรชตะ ด่านกุล นครราชสีมา

ท่านประธานครับ ๒๙๓ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จดด้วยนะครับ ๒๙๓ แสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ก็ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ตอนนี้มีผู้มาแสดงตน ๔๐๓ ท่าน บวกกับอีก ๒ เป็น ๔๐๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ

ผมก็จะดำเนินการต่อไป นะครับ เพื่อจะขอมติว่าจะเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไขหรือที่กรรมาธิการ สงวนความเห็น คือให้คงร่างเดิมนะครับ ก่อนที่จะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง นะครับ

(นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

กรุณาเสียบบัตร แล้วก็แสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านตรวจไปแล้วองค์ประชุมครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เนื่องจากมาตรานี้ มีการแก้ไข กรรมาธิการสงวนความเห็นไว้ ก็คงจะถามครั้งเดียวก็ได้ครับ เพราะว่าร่างเดิมนี่ ถ้าไม่มีการแก้ไขคือร่างเดิม ร่างเดิมนี่คุณนิคมได้ยื่นเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นถามครั้งเดียวได้ ไม่ต้องถามว่าจะมีการแก้ไขหรือไม่ครับ

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ กรุงเทพมหานคร

๑๗๐ แสดงตนค่ะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อันนี้บันทึกไว้ ก็แล้วกันครับ ก็เข้าใจตรงกันนะครับ ที่ผมถามครั้งเดียว เพราะว่าคือไม่มีการแก้ไข คงร่างเดิม คือของคุณนิคมได้สงวนไว้แล้ว เพราะฉะนั้นก็มีอยู่ ๒ ประเด็นเท่านั้นว่าคงร่างเดิมคือไม่มีการแก้ไขกับการแก้ไขตามเสียงข้างมาก ก็จะถามครั้งเดียว แสดงตนแล้วนะครับ ตอนนี้แสดงตนกันหมดแล้วครับ ก็ปิดการแสดงตน เพื่อจะลงมติแล้ว เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ สับสนหรือเปล่าไม่รู้ครับ ปิดการแสดงตน ขอให้เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ แสดงผลแล้วแจ้งมาเลยครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวอย่าเพิ่งครับ กำลังจะสับสนหน่อยคือตอนนี้เสียบบัตรเพื่อแสดงตนอีกครั้งหนึ่ง คุณปกรณ์วุฒิ เชิญครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาต ท่านประธานครับ ผม ปกรณ์วุฒิ วิปฝ่ายค้าน ขออนุญาตให้ท่านประธานเริ่มกระบวนการใหม่ ตั้งแต่ต้นเลยได้ไหมครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระบวนการใหม่ เพราะว่าเจ้าหน้าที่ก็สับสนเรื่องนั้นแล้ว ก็ล้างลบทั้งหมดก่อน ก็เริ่มกระบวนการใหม่คือขอให้ แสดงตนใหม่เพื่อจะลงมติ แสดงตนก่อนถ้าครบก็จะได้ลงมติแล้วจะถามมติอย่างไร ผมจะ ถามอีกทีครับ กรุณาเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

๐๙๑ แสดงตนครับ

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

๔๔๐ แสดงตนครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านผู้ใด ยังไม่แสดงตนครับ ไม่มีแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วยนะครับ ตอนนี้มีท่านสมาชิกแสดงตน ๔๐๙ บวก ๒ ใช่ไหมท่านเลขา มีผู้แสดงตน ๔๐๙ บวก ๒ เป็น ๔๑๑ ครบองค์ประชุมครับ

ต่อไปก็จะถามมติ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ ก็จะถามมติเพียงแต่ว่าจะให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือคงร่างเดิมตามที่กรรมาธิการนิคมได้สงวนความเห็นไว้ เข้าใจตรงกันนะครับ ถ้าท่านสมาชิก ท่านใดเห็นว่าควรแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานคะ ขออภัยค่ะ ท่านประธาน จริง ๆ มันต้องเป็นคำถามที่ว่าท่านเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการจะแก้ไขหรือคงไว้ ตามร่างเดิม ไม่ใช่หรือคะ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กำลังถามอย่างนั้น อยู่แล้วครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เพราะเมื่อสักครู่ ท่านข้ามไปที่เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อยเลย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ถามอย่างนั้น อยู่แล้วคือกรรมาธิการที่แก้ไขคือกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็ถามย้ำอีกครั้งหนึ่งถ้าท่านผู้ใดเห็นว่า ควรแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าเห็นด้วยกับคงร่างเดิม ตามที่คุณนิคมสงวนความเห็นไว้กรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผมว่าชัดเจนนะครับ มาตรา ๒๘ เชิญลงมติได้ครับ แล้วก็ท่านผู้ใดที่งดออกเสียง กรุณางดออกเสียง

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณปกรณ์วุฒิครับ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับท่านสมาชิก นะครับ แล้วก็จะอธิบายให้ท่านแนนได้รับทราบ โดยปกติเราจะโหวตกันครั้งแรกคือเห็นด้วยให้มีการแก้ไขหรือไม่ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้ ผู้สงวน สงวนให้กลับไปเป็นตามร่างเดิม ดังนั้นผมคิดว่าถามคำถามเดียวเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน นะครับว่าเห็นด้วยให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการหรือให้คงไว้ตามร่างเดิม โดยละของคำว่า ผู้สงวน ไปเลยก็ได้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมถามตรงกับที่คุณปกรณ์วุฒิเสนอแล้วนะครับ มีท่านผู้ใดไม่เข้าใจหรือว่ากดผิดบ้าง เข้าใจ ตรงกันนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากคือให้แก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย คงร่างเดิม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย แค่นั้นครับ ลงมติได้ครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ๐๙๑ ไม่เห็นด้วยครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เห็นด้วย ๑ ท่านนะครับ เชิญครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ถ้าลงคะแนนทุกท่านแล้วนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ มีผู้มาลงมติ ๔๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๖๔ ท่านบวก ๑ ท่าน เป็น ๒๖๕ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๔ ท่าน เพราะฉะนั้นมติไม่เห็นด้วย คือให้คงร่างเดิม เอาง่าย ๆ นะครับ คงร่างเดิมตามร่างที่ คุณนิคมสงวนความเห็นไว้นะครับ

ต่อไปขอเชิญ ท่านเลขาธิการมาตรา ๒๙ นะครับ

ว่าที่ร้อยตำรวจตรี อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๒๙ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ กรรมาธิการที่สงวนความเห็น คุณนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ กระผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๒๙ ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เนื่องจากว่า ในมาตรา ๒๙ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการตัดข้อความในบรรทัด ๓ ซึ่งเป็นข้อความ สำคัญ ผมขออ่านข้อความในมาตรา ๒๙ บรรทัด ๓ กรรมาธิการมีการตัดออกก็คือคำว่า และ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นกำหนดด้วย ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมก็เลยขอสงวนดังนี้ครับ ในมาตรา ๒๙ ประชาชนในชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่คุ้มครอง วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและมีหน้าที่ ในเรื่องดังต่อไปนี้ ตามธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองชีวิตวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นกำหนดด้วยผมได้เพิ่มเข้ามาให้เหมือนร่างเดิม แล้วอีกอันหนึ่งก็คือใน (๓) กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่ม (๓/๑) เข้ามาซึ่งมีรายละเอียด ตรงนี้ครับ หน้าที่ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศและความ หลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งผมก็ขอตัดในข้อความนี้ออกนะครับ มาดู (๔) กรรมาธิการได้ตัด ข้อความในบรรทัดที่ ๔ ซึ่งมีข้อความดังนี้ ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเห็นด้วยครับ ผมขอกลับมาใช้ร่างเดิม (๔) การอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด การใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปอย่างสมดุล เป็นธรรมและยั่งยืน ไม่ทำลายระบบ นิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ หรือส่งเสริมระบบหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมเติมเข้ามาตามร่างเดิมนะครับ ผมจึงขอสงวนความเห็นไว้กลับมาใช้ร่างเดิมในมาตรา ๒๙ ครับ ขอบคุณครับ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสมาชิก ขออภิปรายนะครับ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ว่าความเป็นห่วงเป็นใยของตัวกระผมและเพื่อนสมาชิกก็เริ่มจะชัดเจนแล้ว ลำพังอ่านเฉพาะ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ มันยังไม่เข้มข้นพอ มาตรา ๒๙ ในการตัดวรรคหนึ่งและ วรรคท้ายออกนั้นอันตรายอย่างยิ่งครับท่านประธาน ตามร่างที่เขียนมาตามร่างของรัฐบาล ที่เรารับหลักการไปแล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าแสดงให้เห็นความเป็นห่วงเป็นใย ของรัฐบาลต่อวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างชัดเจน ให้ท่านดำเนินการได้ทั้ง ๔ วงเล็บ (๑) (๒) (๓) และ (๔) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ถ้าตามกรรมาธิการแก้ไข ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ายอมไม่ได้จริง ๆ มาตรา ๒๙ เขียนไว้ว่าประชาชนในชุมชนที่อยู่ ในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ในเรื่องดังต่อไปนี้ตามธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และต้องปฏิบัติตาม เงื่อนไขที่กฎหมายเกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นกำหนดด้วย แล้วก็ให้ทำทั้ง ๔ วงเล็บ แต่กรรมาธิการ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านไปคิดอย่างไร ไปตัดคำว่า โดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ออกไป ผมต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกและท่านทั้งหมดว่าใน (๑) การก่อสร้างการแผ้วถาง การกระทำด้วยประการใด เพื่อการอยู่อาศัยทำกินสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การเกษตรกรรม การประมง การเลี้ยงสัตว์ และการกิจกรรมสาธารณะของชุมชนนั้นไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ถ้าตัดวรรคท้ายของ วรรคหนึ่งออก พารากราฟสุดท้ายของวรรคหนึ่งออก แปลว่าคุณจะก่อสร้าง คุณจะแผ้วถาง คุณจะกระทำด้วยประการใด ๆ กับพื้นที่คุณทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมายกระนั้นหรือ ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่งผมยอมไม่ได้ประชาชนคนไทยคนหนึ่งผมยอมไม่ได้จริง ๆ ใน (๒) ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอื่นในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ได้ตาม ความจำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคในครัวเรือนเศรษฐกิจชุมชน หรือใช้ในกิจกรรมสาธารณะ อันตรายของ (๒) นี้น้อยกว่า (๑) มาก (๓) ปฏิบัติพิธีกรรมตามประเพณีและจิตวิญญาณ ของกลุ่มชาติพันธุ์ก็สาธุเถอะก็ยอมรับได้ แต่ (๔) การอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดแล้ว แถมด้วยวรรคสองว่าการใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งต้องให้เป็นไปอย่างสมดุล เป็นธรรม ยั่งยืน ไม่ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขตามระเบียบที่กรรมการกำหนด ตัดคำว่า ซึ่งไม่ขัด หรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องออก ท่านประธานครับ บ้านเมืองเราจะหลงเหลืออะไร พี่น้องคนไทยก็ต้องการที่จะให้รัฐช่วยดูแลเยียวยา ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งครับว่ารัฐบาลมีความ เป็นห่วงเป็นใยถึงเสนอกฎหมายอย่างนี้มา ก็ให้คุณทำ ๔ วงเล็บอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่ทำ ตามอำเภอใจหรือทำตามที่คณะกรรมาธิการกำหนด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติม อีกว่าแม้ว่าจะมีสมาชิกบอกว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ประธานวิปต้องรับผิดชอบ เราในฐานะ สมาชิกก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว รับผิดชอบอะไรละครับเมื่อร่างของรัฐบาลออกมาแล้วตีไข่ใส่ สีอย่างนี้ มันทำให้เจตนารมณ์ของการที่จะช่วยเหลือวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มันผิดเพี้ยนไป ครับท่านประธาน

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจุลพงศ์ อยู่เกษ เชิญครับ

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นะครับ ผมต้องขออภัยท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ด้วยนะครับ คือผมเป็นคนที่ว่า เวลาจะถามใครนี้ผมจะถามคนที่อยู่ในห้องประชุม ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่าท่านไปทำอะไร ในขณะเดียวกันเมื่อผมตั้งคำถามแล้วผมก็จะนั่งรอคำตอบด้วยผมก็จะไม่ลุกไปไหนนะครับ สำหรับมาตรา ๒๙ นี้ ผมขอเวลาสั้น ๆ เองครับ คำถามผมก็เหมือนมาตรา ๒๘ นะครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่าไม่ว่าจะวรรคหนึ่งหรือวรรคสองคือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องคืออะไร แต่ว่าท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ถ้าท่านจะตอบเหมือนเดิมก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ทีนี้ผมก็แล้วแต่ท่านแล้วกันนะครับ แต่ว่าคำถามมันจะเป็นคำถามเหมือนเดิมครับเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปรายในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ระบอบประชาธิปไตยดีตรงนี้ละ คือทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูในภาพรวมด้วย เอาเสียงข้างมากแล้วก็ฟังเสียงข้างน้อย แล้วในขณะเดียวกัน ในภาพรวมของประเทศนี้มันต้องดูภาพรวมสิครับว่าอะไรที่มันมีความจำเป็นต่อเพื่อน ร่วมชาติเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะจัดให้เป็นไปตามนั้น เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยต้อง เข้มแข็งครับ จะมีการประท้วง ๆ อะไรก็ไม่เป็นไรตามสิทธิ แต่เราต้องรู้ว่าประโยชน์ที่จะ ได้รับ ใน พ.ร.บ. นี้ ถ้าให้สัญชาติไทยแก่ชนชาติพันธุ์ ทุกคนก็เป็นคนไทยหมด ทีนี้ในเรื่อง พื้นที่ถ้าเป็นคนไทยไปอยู่ที่ไหนก็ได้แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่เราจำเป็นต้องรักษาก็ต้องรักษาจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ อุทยานหรือว่าป่าสงวน ถ้าไม่มีป่ามันก็หายไป แล้วคนที่เดือดร้อนก็คือ คนทั้งประเทศนั่นละครับเหมือนกัน ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙ นี้ ที่จริงแล้วผมเอง ก็อภิปรายตั้งแต่มาตรา ๒๗ เพราะกฎหมายมีเป็นชุดเลยครับอยู่ในหมวด ๕ ซึ่งเป็นหมวด สำคัญที่สุด แต่มาซ่อนไว้อยู่หมวดสุดท้าย ๒๕ ๒๗ ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ นี้ครับ ถ้าอภิปรายมันควรจะเป็นแบบชุดเดียวกันหมด เพราะฉะนั้นถ้าแก้มาตรา ๒๗ ไปอย่างที่ ท่านนิคมพูดไปแล้วนี้ มาตรา ๒๙ ก็ต้องล้อไปตามนั้นนะครับ ก็คือต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข กฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กำหนดครับท่านประธาน ซึ่งผมเห็นด้วยกับท่านนิคมเพราะว่า มันเป็นชุดกัน ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดพาดพิงไปนิดหนึ่งนะครับ มาตรา ๓๒ คณะกรรมการพื้นที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดเพราะว่ามีอำนาจและหน้าที่จัดทำธรรมนูญของพื้นที่ ที่ว่าครับ นี่ละครับมันจำเป็นถ้าไม่ทำตามมาตรา ๒๙ เดี๋ยวก็ต้องไปพูดมาตรา ๓๒ อีก ซึ่งผม ก็จะให้แก้อีกเหมือนกัน แล้วอีกมาตราหนึ่งที่ต้องพูดก็คือมาตรา ๓๐ คนที่จะให้เงินกลายเป็น ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการก็มีนะครับ คือศูนย์นะครับ ไม่มี ซึ่งอันนี้ผมขอร่วมอภิปรายนิดหนึ่ง ครับว่ามาตรา ๒๙ สมควรแล้วที่จะต้องแก้ให้เป็นไปตามร่างเดิมนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ยังเหลืออีก ๒ ท่าน ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขออภัยที่เกิดความขลุกขลักเล็กน้อย เนื่องจากผมลงชื่อไว้เป็นอันดับแรก แต่ก็เกิดความสับสนทำให้มาอภิปรายเป็นอันดับที่ ๔ หรือ ๕ นี่นะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๙ มันมีปัญหาอย่างนี้ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นผมขอกล่าวโดยสรุปเลยก็แล้วกันนะครับ ก็คือก่อนหน้านี้ทางเพื่อนสมาชิกหลายท่านรวมทั้งกรรมาธิการด้วยก็ได้อภิปรายบอกต่อ ประชาชน แล้วก็สมาชิกสภาแห่งนี้บอกว่าการยกเว้นกฎหมายไม่มี ไม่มีการยกเว้นกฎหมาย หรือถ้ามีการยกเว้นกฎหมายก็เป็นการยกเว้นชั่วคราวตอนกำหนดพื้นที่เท่านั้น แต่ ณ บัดนี้ มาตรา ๒๙ ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนครับว่าสิ่งที่กล่าวมาไม่เป็นความจริงทั้งสิ้นครับ ท่านประธาน ท่านประธานดูในมาตรา ๒๙ เขียนชัดเจนเลยว่า ให้ปฏิบัติตามธรรมนูญของ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วก็ไปตัดออกว่า และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้นกำหนดด้วย แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเจตนาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ประสงค์จะใช้ธรรมนูญในการปกครองพื้นที่กลุ่มชาติพันธุ์เฉพาะกลุ่มอาจจะกระจายนะครับ จังหวัดเชียงรายของท่านประธานอาจจะมี ๑๐ หรือ ๒๐ กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็จะมีธรรมนูญ ของตัวเองครับ กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารพื้นที่ซึ่งเป็นผู้แทนชุมชน ๒ ใน ๓ แล้วก็ ผู้แทนของรัฐ ผมก็ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใคร ถ้าเป็น ศอ.บต. ก็มาจากชุมชนเหมือนเดิมจากการ เลือกตั้ง สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นว่ามีการปกครองตนเองของชุมชน ซึ่งจังหวัดเชียงราย อาจจะมีกระจัดกระจายไป ๒๐ ๓๐ แห่ง แล้วแต่ละที่ก็มีธรรมนูญของตนเอง โดยมีเงื่อนไขว่า ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วประเทศไทยจะทำอย่างไรครับท่านประธาน มีพื้นที่เป็นหย่อม ๆ ที่เป็นรัฐขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ผมไม่ทราบ แต่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดครับ ประชาชนใช้ชีวิตตามวิถีชีวิต ตามแต่คณะกรรมการบริหารพื้นที่จะกำหนด โดยการ ตรารัฐธรรมนูญ ซึ่งธรรมนูญมีความหมายว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการองค์กร ของตนเอง ได้แก่ ธรรมนูญศาลยุติธรรม เป็นต้น ท่านประธานก็คงเห็นว่าทั้งนี้และทั้งนั้น สุดท้ายของการออกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าเป็นไปตามที่คณะกรรมการแก้ไขมา เราจะเกิดพื้นที่เป็นหย่อม ๆ ภายใต้ราชอาณาจักรไทย แต่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่เชื่อว่ากรรมาธิการจะร่างกฎหมาย โดยมีเจตนาเช่นนั้น แต่การร่างกฎหมายของท่านในทางปฏิบัติ มันมีผลทำให้เกิดพื้นที่ เป็นหย่อม ๆ หย่อมใหญ่บ้าง หย่อมเล็กบ้าง ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยใด ๆ ทั้งสิ้น ถึงแม้จะไปอ้างว่าธรรมนูญนั้นต้องให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นชอบก่อน แต่ผมก็ขออนุญาตเรียนถามครับว่าคนที่ตรากฎหมายมีอำนาจนิติบัญญัติหรือไม่ คนที่ตราธรรมนูญ มีอำนาจในการตรากฎหมายที่สามารถ Override Overrule พระราชบัญญัติต่าง ๆ ได้หรือไม่ สามารถ Override Overrule กฎกระทรวงได้หรือไม่ แล้วสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มีอำนาจหน้าที่ใดในการที่จะอนุมัติกฎหมายที่เทียบเท่าบังคับใช้ทำนองเดียวกับพระราชบัญญัติ การตรากฎหมายลักษณะอย่างนี้จึงเป็นการตรากฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย การให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผมเห็นด้วย แต่ต้องไม่ใช้วิธีการเขียนกฎหมายที่มีลักษณะให้มีชุมชนปกครองตนเอง เป็นหย่อม ๆ เช่นนี้ เพราะถ้าหากท่านทำ คำว่า ชาติพันธุ์ Ethnic Group นี่ ทุก ๆ คนในประเทศไทย เป็นชาติพันธุ์ทั้งสิ้น เดี๋ยวคนจีนที่อยู่ตามเยาวราชก็บอกว่ามีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านก็จะปกครองตนเองตามธรรมนูญของคนจีนที่อยู่เยาวราช คนส่วยที่อยู่ศรีสะเกษ ก็อยากจะทำอย่างเดียวกัน แล้วก็มีชาวป่าชาวเขาต่าง ๆ ก็จะทำอย่างนี้ แล้วประเทศไทยเรา จะเป็นประเทศที่มีกฎหมายหลายระดับมั่วกันไปหมด ผมว่ามันจะไม่ไหวนะครับ แล้วถ้าเกิด มีการทำผิดกฎหมายขึ้นมาผมก็สงสัยว่าสุดท้ายต้องไปขึ้นศาลไหน หรือจะต้องไปให้ผู้อาวุโส ของกลุ่มชาติพันธุ์ในการพิจารณาว่า ทำผิดหรือทำชอบ ด้วยความเคารพครับ ผมประสงค์ จะให้กลุ่มชาติพันธุ์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อยากจะให้ได้รับความคุ้มครองแล้วก็สามารถ ดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมได้ แต่การตรากฎหมายเช่นนี้จะสร้างปัญหาที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต ให้กับประเทศไทยครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตปิดการมาลงชื่ออภิปรายแล้วนะครับ จะมีท่านสมาชิก ขออภิปรายอีก ๓ ท่าน แล้วท่านนิคม บุญวิเศษ จะขอเพิ่มเติมครับ ต่อไปเชิญท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็ทางท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชน เพื่อทำความเข้าใจด้วย ในมาตรา ๒๙ เราไปบอกว่าประชาชนในชุมชนที่อยู่ภายในพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ถามว่ากลุ่มชาติพันธุ์คืออะไร ท่านประธานกลับไปดูที่มาตรา ๓ กลุ่มชาติพันธุ์ก็คือใครก็ได้ กลุ่มใดก็ได้ที่อยู่ในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ มีอัตลักษณ์ มีการสั่งสมทางวัฒนธรรม หมดละครับไม่ว่าจะเป็นล้านนา สุโขทัย ศรีโคตรบูร ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี พวกนี้ใช่หมดเลย รวมถึงชาวคนจีนที่เข้ามาหรือชาวต่างประเทศที่เข้ามาตั้งแต่ สมัยอดีตนี่ใช่หมด ที่มีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ การสั่งสมทางด้านวัฒนธรรม ภาษา ของประเทศไทยนี้ภาษาเยอะมากเลย มีวิถีชีวิต มีภูมิปัญญา มีความเชื่อตามจารีตร่วมกัน ประเทศไทยเยอะมาก ผมว่ามีเป็นพัน ๆ กลุ่ม ทีนี้ประเด็นปัญหาอยู่ตรงไหนครับ พอเรามา ประกาศบอกว่า ประชาชน ชุมชนที่อยู่ภายใต้พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิ ในการใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ดังเรื่องต่อไปนี้ ตามธรรมนูญของพื้นที่ คุ้มครอง ท่านประธานครับ พื้นที่คุ้มครองเกิดจากไหนก็จากธรรมนูญ ธรรมนูญนี้ไปอยู่ใน มาตรา ๓๒ ธรรมนูญนี้เกิดจากอะไร ธรรมนูญนี้เกิดจากคณะกรรมการบริหารในมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๐ มีการแต่งตั้ง เมื่อคณะกรรมการประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้จะมีบทบาทอยู่ในมาตรา ๓๒ แต่ท่านประธานครับ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่และผู้แทนของชุมชนในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน โดยให้มีผู้แทนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จำนวน ไม่เกิน ๑ ใน ๓ นั่นแปลว่าทั้งหมดนี้นะครับ หน่วยงานรัฐทำอะไรไม่ได้เลยเพราะมีจำนวน เพียง ๑ ใน ๓ เท่านั้น มีเสียงน้อยกว่า ซึ่งปกติแล้วคนที่จะทำธรรมนูญหรือทำเรื่องใหญ่ ๆ นี้ หน่วยงานรัฐจะต้อง Balance กัน แต่นี่เอาคนของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ เท่านั้น รัฐธรรมนูญ มีบทบาทอะไรครับ คณะกรรมการบริหารที่มีหน่วยงานของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ นี่ จัดธรรมนูญ ของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยเป็นพัน ๆ กลุ่มเสนอต่อ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อให้ความเห็นชอบ คือเสนออย่างไรก็ต้องเห็นชอบ ซึ่งอย่างน้อยประกอบไปด้วยอะไรครับ ประกอบไปด้วยสิทธิและหน้าที่ของประชาชน ในพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ตรงไหนไม่รู้ เยอะมากเลย และพื้นที่สงวนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องไม่ขัดแย้งต่อ แผนแม่บทและแผนที่แสดงการจัดพื้นที่คุ้มครองชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๗ ท่านประธานครับ คณะกรรมการที่มีหน่วยงานของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญที่ใหญ่มาก ในตรงนี้เองที่เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้ง ผมมานั่งดูพอมาถึงตรงนี้แล้ว มาถึงมาตรา ๒๙ ท่านประธานดูนะครับ ตั้งแต่วรรคหนึ่ง (๑) การก่อสร้างแผ้วถาง การกระทำใด ๆ ก็ตาม เพื่อการอยู่อาศัย การทำกิน การสาธารณูปโภค การสาธารณูปการ การเกษตรกรรม การประมง การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมสาธารณะของชุมชน คือทำได้ทุกเรื่อง (๒) ใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติได้ ผมจะย่อนะครับ (๓) ปฏิบัติพิธีกรรมตามประเพณีและจิตวิญญาณ ของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่มีใครทราบครับว่าแต่ละกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทยเป็นพัน ๆ กลุ่มนี้เขามี อะไรบ้าง ขัดแย้งกันแน่นอนครับ และนอกจากนั้นท่านประธานครับ (๔) การอื่นตามที่ คณะกรรมการกำหนด นี่แปลว่าทุกอย่างไปทำได้หมดเลยในพื้นที่ที่ไม่รู้กลุ่มไหนบ้างด้วย ผมว่าแตกแยกกันแน่นอนครับ ก็ต้องเรียนท่านประธานครับ ใจผมผมคิดว่าอยากให้ทาง กรรมาธิการถอนออกไป ถ้าร่างออกมาอย่างนี้ในประเทศไทยแตกแยกแน่นอนครับ มีทั้งพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายแล้วก็ลดบทบาทของหน่วยงานของรัฐแล้วก็ทำให้เกิดปัญหา ก็จะฝากไปถึงทางกรรมาธิการครับ ผมจะไม่ขอมตินะครับ แต่ว่าอยากให้กรรมาธิการ ทบทวนเอากลับไปเขียนใหม่ให้ชัดเจนได้ไหม เพราะผมว่าตอนนี้ทางสมาชิกสภาเอง ก็ชักสับสนนะครับว่าสรุปแล้วเราต้องการอะไร เพราะเราเข้ามาด้วยหลักการของการ คุ้มครองวิถีชีวิตนะครับ ตามหลักการของ ครม. เข้ามานี่ก็ไม่ได้ผิดเลยครับ คุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แต่พอมาถึงข้างใน มาเติมเอาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อะไรเต็มไปหมดเลยครับ แล้วก็แฝงไปด้วยถ้อยคำที่เป็นอันตรายมากนะครับ ก็อยากกราบเรียนว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปเกรงว่าจะเกิดปัญหาและความขัดแย้งด้วย แล้วก็กฎหมายไม่ชัดเจนจริง ๆ ครับในฉบับนี้ ผมคิดว่าทุกคนวันนี้เห็นคล้าย ๆ กันคือ กฎหมายไม่ชัดเจน คลุมเครือแล้วก็น่าจะปฏิบัติยาก ก็ฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วยครับว่า ถ้าถอนได้อยากให้ถอนเอากลับไปทำใหม่อีกครั้งหนึ่งให้ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย เชิญครับ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ท่านประธานคะ ต่อมาตรา ๒๙ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ปรับแก้มานะคะ ซึ่งก็แน่นอนค่ะ ฟังจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านคงไม่ต้องบอกว่าก่อความกังวลขนาดไหน ต้องบอกว่า ก่อความกังวลขนาดใหญ่มากค่ะท่านประธาน อย่างที่ได้เรียนแจ้งไปตั้งแต่มาตรา ๒๗ ค่ะ ท่านประธานคะ ก็ต้องถามอีกครั้งหนึ่งค่ะ ท่านกรรมาธิการตั้งใจจะให้ผ่านหรือเปล่า ที่ท่านเขียนแก้ไขมาสิ่งที่ท่านขีดออก ในวรรคแรกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายเกี่ยวข้อง กับพื้นที่นั้นกำหนดด้วย ท่านขีดออกไปเลย การขีดออกไปความหมายคืออะไรคะ ท่านเป็นพื้นที่พิเศษ เป็นพื้นที่อภิสิทธิ์ชน ท่านสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ธรรมนูญของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่เขามีกรรมการเขียนขึ้นมา ใช่หรือไม่ ในเมื่อท่านบอกว่าตัวนี้ท่านขีดออกไปแล้ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้ ในพื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ที่ท่านจะมีสิทธิในการทำที่ท่านเขียนขึ้นมา ๑ ๒ ๓ ดิฉันได้ฟังเพื่อน สมาชิกหลายท่านอ้างถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอย่าลืมนะคะว่าถ้าเป็นเรื่องของ หลักศาสนามีคำสอนชัดเจน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ว่าอะไรบ้าง แต่ดิฉันถามค่ะใน (๓) สิทธิในการ ปฏิบัติพิธีกรรมดิฉันเข้าใจทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ทุกกลุ่มศาสนาก็มีประเพณีปฏิบัติแม้แต่คนไทย ตามภาคต่าง ๆ เราก็มีประเพณีปฏิบัติที่แตกต่างกัน ทางรัฐก็อนุญาตค่ะไม่ได้ว่าอะไร แต่ทีนี้ ประเด็นที่สำคัญท่านไปเขียนอย่างชัดเจน ไปเพิ่มคำอย่างชัดเจน ท่านตัดคำที่พวกเรากังวลออก ตัดกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกในการที่จะดูแลในพื้นที่นั้น ๆ ให้ดูแลกันเอง แล้วท่านก็ให้สิทธิ ต่าง ๆ ตาม ๓ วงเล็บเลย สิทธิในการก่อสร้าง สิทธิในการใช้ประโยชน์ สิทธิในการปฏิบัติต่าง ๆ แล้ววงเล็บที่ท่านเติมมา ๓/๑ หน้าที่ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติระบบ นิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ใน (๓/๑) ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามท่านจะใช้กฎหมายข้อ ใดในการบังคับเขาในเมื่อท่านขีดออกไปแล้วว่า ในการที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎหมายที่ เกี่ยวข้องนั้นนี่ ท่านขีดออกไปแล้ว แล้วท่านจะใช้อะไรไปบังคับเขาในการดูแลให้มีขอบเขต ในการดูแลให้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ และที่สำคัญที่สุดวรรคสุดท้ายค่ะ ท่านก็ตัดอีกเหมือนเดิมค่ะ ตัดคำว่าอะไร ตัดคำว่า ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ท่านก็ตัดออกหมด เลยค่ะ สิ่งที่พวกเรากังวล พวกเรามองว่าการเขียนมาแบบนี้มันแปรเจตนาอื่นไม่ได้เลยค่ะ ท่านประธาน เราเลยไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ท่านเขียนมันย้อนแย้งกันไปมา ท่านต้องการจะให้ผ่าน หรือเปล่า ต้องการให้ผ่านจริง ๆ หรือ ท่านกลับมาที่สภาแห่งนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว และท่านก็เขียน มาเขียนโดยการแทบที่จะยกเป็นพื้นที่ปกครองพิเศษที่ไม่ว่ากฎหมายใดที่ดูแลอยู่ตรงนั้น ก็ไม่สามารถจะเอื้อมถึงได้ ท่านบอกว่าสิทธิในการทำกิน สิทธิในการดูแล สิทธิด้านต่าง ๆ ดิฉันถามว่าคนไทยทั้งประเทศที่เขาก็ไม่มีสิทธิทำกินที่เราพูดปัญหานี้ในสภามาตลอด ระยะเวลากี่ปีก็ไม่ทราบแล้วค่ะ แก้ปัญหาสิทธิทำกินเราก็ยังแก้กันไม่ได้เลย ยังแก้กันไม่จบ ไม่สิ้นเลย สิทธิในการครอบครองที่ดินเราก็ยังแก้ไม่ได้เลย ท่านกลับไปย้อนดูก็ได้ค่ะว่าเขตที่ พี่น้องประชาชนคนไทยในหลาย ๆ จังหวัดอยู่นี่ ไม่ว่าจะเป็นยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะ เขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ มีเกือบทุกจังหวัดที่พี่น้องนี่อยู่เฉย ๆ ครอบครองอะไรไม่ได้เพราะไม่สามารถ จะตรวจสอบกันได้ว่าสรุปแล้วเมืองมาอยู่ก่อนหรือเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์มาอยู่ก่อน เพราะจะย้อนไป เรื่องแผนที่ดาวเทียมทางอากาศ โอ้โฮไม่มีทางย้อนไปได้เลยค่ะ จะกี่ร้อยปีละคะท่านประธาน อย่างที่บอกกลายเป็นว่าตัวนี้ท่านเพิ่มสิทธิในการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ทุกอย่างค่ะ ดิฉันบอกเลยว่า พรรคภูมิใจไทยเรา เราไม่ได้ขัดข้องนะคะ เพราะเราถือว่าคนไทยทุกคนควรได้สิทธิเท่าเทียมกัน ตามรัฐธรรมนูญทุกคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้ใดจะอยู่เหนือกว่ากัน แล้วยิ่งมีการยกเว้นกฎหมาย ยกเว้นแล้วบอกว่าไม่ต้องมีกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในบริเวณนั้นนำมาใช้ได้ แบบนี้ดิฉันมองว่า ไม่เป็นประโยชน์ค่ะท่านประธาน จะก่อให้เกิดความแตกแยกดั่งเช่นท่านวรวัจน์ได้กล่าวไว้ค่ะ ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ จะก่อให้เกิดความแตกแยกต่อไปค่ะ เพราะอะไรคะเดี๋ยวก็จะมีกลุ่ม ต่าง ๆ อย่างที่ดิฉันได้พูดเมื่อสักครู่นี่ค่ะ ยังมีพี่น้องประชาชนชาวไทยอีกกี่ล้านคนที่อยู่ในเขต ทุ่งเลี้ยงสัตว์และเขาไม่มีสิทธิในที่ดินที่เขาอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย มาตรา ๒๙ เป็นมาตราซึ่งต่อเนื่องจากมาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ เป็นมาตราที่พูดถึงว่า ในพื้นที่คุ้มครองทำอะไรได้บ้างครับ วันนี้เรายังไม่รู้เลยว่าพื้นที่คุ้มครองอยู่ตรงไหนครับ เพราะอยู่ที่อำนาจคณะกรรมการประกาศตามมาตรา ๑๐ เมื่อประกาศแล้วสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ด้วย ฉะนั้นแสดงว่าพื้นที่คุ้มครองสามารถทำแบบไร่เลื่อนลอยได้ด้วยครับ วันนี้ ท่านประธานอยู่ภาคเหนือมีพื้นที่เขาหัวโล้น ๑๐ ล้านไร่ มีกฎหมายบังคับใช้ทุกตารางนิ้ว ๑๐ ล้านไร่ ป่ายังหมดเลยครับ วันนี้เรากำลังจะมีธรรมนูญ มีการประกาศพื้นที่คุ้มครองแล้ว ยกเลิกกฎหมายที่บังคับใช้มันไม่เพิ่มขึ้นอีกเป็น ๕๐ ล้านไร่หรือครับ ท่านประธานครับ การประกาศพื้นที่ในพื้นที่จิตวิญญาณ พื้นที่วิถีชีวิตท่านประธานทราบดีเพราะท่านคงใกล้ชิด กับคนกลุ่มชาติพันธุ์ กิจกรรมใด ๆ ที่กลุ่มชาติพันธุ์เดินเก็บหาของป่า ไปตีรังผึ้ง ไปวางสายสะดือ ไปฝังศพนั่นละครับเขตวิถีชีวิตทั้งหมด ฉะนั้นแสดงว่าพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทางภาคเหนือหรือ ในภาคตะวันตกเป็นพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์และเป็นพื้นที่คุ้มครองที่จะมาประกาศในอนาคต แล้วคนที่อยู่ข้างล่างจะอยู่อย่างไรครับ ท่านประธานครับลองดูกิจกรรมในมาตรา ๒๙ (๑) แผ้วถางได้ ทำด้วยประการใด ๆ ได้ พูดถึงเรื่องสาธารณูปโภค อันนี้มันเป็นคำที่เขียนและ แลดูดีครับ แต่ในทางปฏิบัติผมไม่มั่นใจครับ ต่อมา (๒) สิทธิการใช้ทรัพยากร ถ้าอ่านให้เต็ม หมายความว่าจะทำไม้ก็ได้ ทำแร่ก็ได้ บอกการใช้ทรัพยากรเพื่อในการดำรงชีวิต ดำรง อย่างไรครับ เอาไปขายเพราะไม่มีเงินครับ แล้วกฎหมายเขายกเว้นเลยครับว่าไม่มีกฎหมายใด ๆ มาบังคับใช้เลยเพราะนี่คือรัฐอิสระ ท่านประธานอยากให้เกิดหรือครับ แล้วรัฐอิสระ มันก็เลื่อนลอยอย่างไปดูมาตรา ๑๐ ที่เราผ่านมาแล้ว ทีนี้มา (๓/๑) อันนี้เขียนให้แลดูดีว่า นี่ละครับเป็นนักอนุรักษ์ เป็นนักฟื้นฟู ดูแลทรัพยากร ดูแลระบบนิเวศและความหลากหลาย ทางชีวภาพให้ดูดีครับว่านี่เป็นนักอนุรักษ์ทั้งหลายเลย แต่กฎหมายไม่มีบังคับใช้ท่านยกเลิก หมดเลยครับ ยกเลิกทุกอย่างเลยครับน่าจะเขียนว่ายกเลิกกฎหมายอาญาด้วยเวลาคนไปฆ่ากัน ในนั้นจะได้ไม่มีความผิดทางกฎหมายครับ พอมาวรรคสุดท้าย ก็ไปขีดฆ่าทิ้งว่าข้อความ ในข้างต้นที่จะทำอะไรกลัวว่าจะยกเลิกกฎหมายในพื้นที่คุ้มครองไม่พอไปขีดฆ่าออกอีกครับ ผมไม่เห็นด้วยเลยครับ ไม่เห็นด้วยตั้งแต่มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ นี่ละครับ ท่านเขียนสวยแต่ในทางปฏิบัติท่านเคยถามผู้ปฏิบัติเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าครับ วันนี้ก่อนที่ท่านจะร่างกฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์ตามชุมชนต่าง ๆ ไม่มีใครไปรังแกท่านเลยครับ ท่านก็อ้างว่าไม่ได้สิทธิไม่ได้อะไรต่าง ๆ นานา แต่วันนี้ ท่านกำลังมีสิทธิเหนือคนไทยทุกคนถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน หลายท่านผมต้องขอบคุณ ที่พูดเตือนสติสมาชิก ดึงสติบางคนกลับมาได้บ้าง บางคนอย่าเสียใจนะครับว่ากฎหมายนี้ ไม่ผ่านตามที่ท่านต้องการ ท่านจะไม่ได้พื้นที่ตามที่ท่านตั้งใจไว้ เชื่อครับ กฎหมายบังคับใช้ ๑๐ ล้านไร่ภาคเหนือ เกิดภัยพิบัติมากมาย วันนี้ท่านจะเอาอีกเท่าไรครับถ้ากฎหมายนี้ผ่าน พื้นที่ป่าต้นน้ำนั้นมีความสำคัญยิ่ง เราจะไม่เอาไว้ให้ลูกหลานเราอยู่เลยหรือครับ เอาไว้เป็น ต้นทุนแห่งทรัพยากรและน้ำ ผมไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการนิคมอยู่ไหมครับ เชิญครับ

นายนิคม บุญวิเศษ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผมขออภิปรายเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนในมาตรา ๒๙ ซึ่งผมเอง ได้มีการสงวนเพิ่มเติมในบางข้อนะครับ ส่วนอื่น ๆ ก็จะเป็นร่างเดิมทั้งหมด ที่ผมเพิ่มเติมเข้ามา ในมาตรา ๒๙ ใน (๑) ผมได้ตัดคำว่า สิทธิในการที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่มเข้ามานี้ ผมตัดออก แล้วผมใช้ร่างเดิมซึ่งเขียนว่าก่อสร้าง แผ้วถางหรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อการอยู่อาศัย ผมเพิ่มเข้ามาคำว่า การทำกิน ส่วนที่เหลือก็เป็นร่างเดิมก็คือการสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การเกษตรกรรม การประมง การเลี้ยงสัตว์และกิจกรรมสาธารณะของชุมชน ส่วน (๒) ผมได้ตัดคำนำหน้าออกที่บอกว่าสิทธิในการออก ก็มาใช้ร่างเดิมใน (๒) ซึ่งอยู่ตาม ใบแทรก ผมอาจจะไม่ต้องพูดเพราะไม่อยากให้เสียเวลา มาใน (๔) ครับ (๔) ผมได้มีการ เพิ่มเติมในบรรทัดที่ ๒ ครับ การใช้ประโยชน์ตามวรรคหนึ่งต้องเป็นไปอย่างสมดุล ผมเพิ่มคำว่า เป็นธรรม เข้ามานะครับ ต้องเป็นไปอย่างสมดุล เป็นธรรมและยั่งยืน ไม่ทำลายระบบนิเวศ ซึ่งผมเพิ่มเข้ามาระบบนิเวศนะครับ ไม่ทำลายระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย จึงขออภิปรายเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความชัดเจน และอีกนิดหนึ่งท่านประธานครับ ผมมีเจตนาดี ที่ต้องสงวนคำแปรญัตติไว้เพื่อที่ให้ พ.ร.บ. คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ให้ผ่านสภานะครับ คือถ้าผ่านแล้วจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มตามเจตนารมณ์ของ ครม. ที่ทำร่างนี้เข้ามา ถ้าเกิดว่าผมไม่สงวนถ้าเอาตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากผมมีความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้จะไม่ผ่านสภา ซึ่งไม่เป็นผลดีเลยครับ จึงขอกราบเรียนแล้วก็ผ่านไปยังพี่น้อง ประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านด้วยเจตนาดีของผมครับ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ตกลงท่านยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ ติดใจนะครับ เนื่องจากมาตรานี้นะครับ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุมก่อนว่าจะเห็นควรให้มีการ แก้ไขหรือไม่ กรณีที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขผมจึงจะถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นนะครับ ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่นะ ครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เดี๋ยวรอนะครับ สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะผู้เข้าร่วม โครงการพัฒนาเยาวชนคนรุ่นใหม่กับการเรียนรู้วิถีประชาธิปไตยครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ รุ่นที่ ๗ จากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจำนวน ๑๕๖ ท่าน ก็ยินดีต้อนรับนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนกันเลยนะครับ แสดงตนกันเรียบร้อยแล้วครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน เชิญครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๓ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นควรให้มีการแก้ไขนะครับ

ต่อไปผมจะขอถามมติจากที่ประชุมต่อไปว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก หรือของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

ท่านสมาชิกแสดงตนอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๘ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียง ลงคะแนนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยหรือยังครับ ถ้าลงคะแนนเรียบร้อย ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๘๔ ท่าน งดออกเสียง ๘๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับ การแก้ไขของกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นนะครับ แม้ว่ากรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ไม่ติดใจนะครับ

เชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปเลยครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๐ มีการแก้ไข

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นมีผู้ขออภิปรายในมาตรา ๓๐ อยู่ ๓ ท่านนะครับ เชิญท่านแรกก่อน ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมก็สับสน ในเอกสารที่แจกจ่ายกันมา ทั้งร่างที่รับจากการเซ็นชื่อและใบแทรกขึ้นมา เดิมทีตามร่างที่ รับจากการเซ็นชื่อในมาตรา ๓๐ ตามร่างเดิมมีอยู่ ๓ วรรค แล้วกรรมาธิการเติมวรรคสี่เข้ามา ในวรรคสี่บอกให้ศูนย์พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นรายปีประจำทุกปีเพื่อสนับสนุน ค่าใช้จ่ายให้เพียงพอกับความเหมาะสมในการดำเนินงานให้แก่คณะกรรมการบริหารพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ในเอกสารที่แจกจ่ายมีเช่นนั้นจริง ๆ ซึ่งผมเห็นเป็นเบื้องต้นว่า การที่เติมวรรคสี่เข้ามานั้นเป็นการไม่เหมาะสม แต่ต่อมาใบแทรกก็ตัดออก ตัดวรรคสี่ออก ถ้าตัดวรรคสี่ออกผมกราบเรียนท่านประธานผมเห็นชอบกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในการที่จะเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อยแต่โดยตัดวรรคสี่ที่ท่านเติมมาออก ผมไม่ขัดข้องครับ ท่านประธานครับ ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมพอสมควร

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรียบร้อยนะครับ ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเรื่องของมาตรา ๓๐ มันก็มีประเด็นที่คณะกรรมาธิการแก้ไขนะครับ โดยการ กำหนดว่าคณะกรรมการบริหารคุ้มครองชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นก็คือ บอกว่าให้มีคณะกรรมการบริหารแต่ละพื้นที่ อย่างเช่น ถ้าจังหวัดเชียงราย มีอยู่ ๒๐ พื้นที่ ควบคุม ก็จะมีคณะกรรมการบริหาร ๒๐ คณะ ซึ่งแตกต่างจากร่างเดิม ถ้าเป็นร่างเดิม ก็หมายความว่าคณะกรรมการบริหารก็จะมีอยู่แค่คณะเดียว อันนี้คือจุดที่เป็นความแตกต่าง ของร่าง ครม. กับร่างที่คณะกรรมการแก้ไขครับ

ส่วนประเด็นอื่นก็เป็นประเด็นที่ไม่ใช่ประเด็นที่เป็นสาระนะครับ ก็คงต่างกัน ไม่เยอะ ประเด็นก็คือว่ามันควรจะมีคณะกรรมการบริหารชุดเดียว แล้วก็บริหารทั้งหมด เชียงราย เชียงใหม่ หรือที่ต่าง ๆ ก็มีคณะกรรมการบริหารชุดเดียวกัน เพื่อให้การดูแลกลุ่ม ชาติพันธุ์ทุกกลุ่มเป็นไปด้วยความเท่าเทียม หรือว่าจะเปิดอิสระให้กับกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละ กลุ่มได้ดูแลตนเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเป็นในลักษณะที่แต่ละพื้นที่ เชียงราย ๒๐ กลุ่ม เชียงใหม่ ๒๐ กลุ่ม แล้วก็แม่ฮ่องสอนอาจจะสักอีก ๕ กลุ่ม มีอยู่ ๒๕ กลุ่ม ก็ค่อนข้างเยอะนะครับ แต่ละกลุ่มก็อาจจะบริหารแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ ก็เป็นข้อเสีย ที่มากพอสมควร โดยภาพรวมผมคิดว่าก็มีข้อดีข้อเสียทั้ง ๒ อย่างนะครับ แต่ใจจริง ๆ ไม่อยากให้มีคณะกรรมการเยอะครับ เพราะว่าถ้าท่านจำได้รัฐธรรมนูญบอกว่าการใช้ คณะกรรมการตามกฎหมายขอให้มีเท่าที่จำเป็น ถ้าเรามีการตรากฎหมายอย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่า กรรมการบริหารจะมีหลายร้อยคณะกรรมการหรือไม่ การมีคณะกรรมการจำนวนมาก ๆ เป็นภาระของประชาชน เป็นภาระต่องบประมาณนะครับ โดยส่วนตัวก็ยังเห็นว่าร่างของ ครม. เดิมที่มีคณะกรรมการบริหารพื้นที่เพียงคณะกรรมการเดียว แล้วก็บริหารดูแลทั้งหมด ผมว่าน่าจะดีกว่าเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า แล้วก็จะมีลักษณะที่เท่าเทียมกันทุก ๆ พื้นที่ ไม่ว่าท่านจะอยู่ทางเหนือก็ตาม หรืออยู่จังหวัด ๓ ชายแดนภาคใต้ก็ตาม ทางอีสานก็ตาม มีคณะกรรมการบริหารพื้นที่รวมกลุ่มแล้วก็ดูแลนะครับ แล้วก็มีธรรมนูญที่เหมาะสม โดยที่ธรรมนูญต่าง ๆ เหล่านั้นก็เป็นไปโดยกฎหมายนะครับ ถ้าหากท่านมีโอกาสแก้ไขก็เปลี่ยนเป็นข้อกำหนดหรือระเบียบก็ได้นะครับ ข้อกำหนดของ พื้นที่ว่าจะต้องบริหารอย่างไร ผมคิดว่าดูแล้วก็มีความสมเหตุสมผลและดีกว่านะครับ กล่าว โดยสรุปก็คือผมคิดว่าร่างเดิมของ ครม. น่าจะดีกว่าครับ จะได้ไม่มีคณะกรรมการบริหารกลุ่ม ชาติพันธุ์เป็นร้อยแห่งในประเทศไทยซึ่งน่าจะมากเกินไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านวรวัจน์ยังติดใจไหมครับ เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอเรียนปรึกษาท่านประธานนะครับ มาตรา ๓๐ ในส่วนของคณะกรรมการแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหาร ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนหน่วยงานของรัฐ แต่ว่าไปเขียนบอกว่าผู้แทน หน่วยงานของรัฐจำนวนไม่เกิน ๑ ใน ๓ ซึ่งปกติแล้วหน่วยงานของรัฐที่เข้าไปดูพื้นที่ ไปตรวจสอบไปอะไรจะต้องมีจำนวนที่ไม่น้อยกว่าของคณะกรรมการ ในส่วนนี้ถ้าหากว่า ผมจะขอเพิ่มเป็นคณะกรรมการให้มีผู้แทนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ นี่ต้องดำเนินการอย่างไรครับท่านประธาน ต้องขอผู้รับรองไหมครับ หรือว่าเป็นคำเสนอได้

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านไม่ใช่กรรมาธิการเสนอไม่ได้ครับ ตอนนี้เสนอไม่ได้ครับ ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ตามที่กรรมาธิการนำเสนอเข้ามา ท่านไปคุยกับวิปก่อน วิปอยู่ข้างหลัง

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

โอเคครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านสมาชิก ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ประเด็นผมประเด็นเดียวกับท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นผมก็จะขอถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ท่านวรวัจน์ลองดูข้างใน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เข้ามาแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๔๐๕ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงไว้ร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนนเลยครับ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ

เชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๑ มีการแก้ไข

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ มีท่านสมาชิกขออภิปรายอยู่ ๓ ท่าน ท่านแรก ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สำหรับมาตรานี้กระผมไม่ติดใจครับ ท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ประเด็นนี้มาตรา ๓๑ นี้มันมีประเด็นอย่างนี้ครับคือปกติในร่างฉบับนี้นะครับ ผมเห็นว่าเรามีสภาซึ่งเป็นสภาใหญ่แต่เดิมเรียกว่าสมัชชา ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสภา ในเรื่องของ สภานี้ก็มีการกำหนดว่าสมาชิกสภามีคุณสมบัติอย่างไร ส่วนประธานก็ไปเลือกเอา ดังนั้นถ้าจะให้กฎหมายมันเป็นลักษณะเดียวกันเราก็ไม่ควรที่จะไปกำหนดอะไรพิเศษนะครับ เพราะว่ามาตรา ๓๑ ถ้าโดยสาระสำคัญก็คือถ้าไม่แก้ตามร่างเดิมกรรมการบริหารพื้นที่ คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ก็จะถือว่าเหมือนกันทั้งหมด แต่พอท่านแก้ปุ๊บนี้มันก็หมายความว่า ตัวประธานอาจจะมีลักษณะที่พิเศษกว่าคนอื่น ซึ่งถ้าหากว่าในชั้นของสภาซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้มีการร่างและแก้ไขไว้แล้ว ท่านใช้หลักการว่าตัวประธานสภามีคุณสมบัติพิเศษและการพ้นจาก ตำแหน่งมีลักษณะพิเศษมันก็น่าจะสมเหตุผลว่าคณะกรรมการก็สามารถทำให้มีลักษณะ พิเศษได้ แต่กรณีนี้ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันมีประเด็นอะไรที่พิเศษกว่า ก็ขออนุญาต ให้ความเห็นว่าในเมื่อท่านร่างกฎหมายมาแล้วร่างให้เหมือนกันนะครับ ก็คือกำหนดคุณสมบัติ เฉพาะกรรมการหรือสมาชิกสภา แล้วเขาก็ไปเลือกกันเองมันก็น่าจะดีกว่า การพ้นตำแหน่ง ก็เป็นไปตามปกติก็น่าจะเหมาะสมแล้ว คิดว่าร่างเดิมน่าจะดีกว่าครับ ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ประเด็นนี้ ก็ยังสงสัยอยู่ การที่คณะกรรมการไปกำหนดว่าคณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองและ ประธานให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด นั่นแปลว่า ๒ ส่วนนี้ต้องมีความ แตกต่างกัน แต่ผมเข้าใจว่ามันไม่เคยมีความแตกต่างกัน นั่นแสดงว่าเวลาเลือกต้องไปเลือก ประธานอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ไปเลือกคณะกรรมการอีกครั้งหนึ่งหรืออย่างไรผมไม่แน่ใจ ทำไม ไม่เลือกคณะกรรมการไปแล้วให้กรรมการไปเลือกประธานเอง ทำไมจะต้องมีการกำหนดว่า ให้คณะกรรมการไปเลือก ๒ อย่างเลยคือเลือกประธานครั้งหนึ่ง เลือกกรรมการครั้งหนึ่ง ๒ ครั้ง นั่นแปลว่าประธานจะไม่ได้มาจากคณะใช่ไหมครับ ประธานจะถูกกำหนดโดยที่ คณะกรรมการเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ว่าคณะกรรมการบริหารเป็นคนกำหนดใช่ไหมครับ อย่างนั้น หรือเปล่า อยากจะขอความชัดเจนว่าตรงนี้หมายความว่าอย่างไรครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกรรมาธิการจะตอบไหม ไม่มีท่านใดตอบนะครับ เนื่องจากว่ามาตรานี้คณะกรรมาธิการ มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ หรือไม่นะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อยู่ตรงไหนครับ ใครครับ เมื่อสักครู่นี้มีท่านใดครับ เชิญครับ ไม่มีท่านใดนะครับ ก็เชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมครับแล้วก็กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

แสดงตนเรียบร้อยนะครับ เชิญครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลเลยครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงไว้ร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนเลย

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๑๑ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๖ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ

เชิญท่านเลขาธิการมาตราต่อไปครับ

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓๒ มีการแก้ไข

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ในมาตรานี้มีการแก้ไข มีสมาชิกขออภิปราย จำนวน ๕ ท่านนะครับ ท่านแรกท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เชิญครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้น ตั้งแต่มาตรา ๒๗ แล้วว่ามีการพยายามที่จะยกระดับการที่มีอำนาจให้เหนือกฎหมาย ให้ละเว้นกฎหมาย ให้มีอำนาจในการกระทำบางสิ่งบางอย่างซึ่งมันไม่ควรที่จะเป็นอำนาจ ของตนเอง ปกติมาตรา ๓๒ นั้นที่ตามร่างของรัฐบาล ให้คณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ มีทั้งหมด ๕ วงเล็บ ท่านก็มาเติมไข่ใส่สีกันพอสมควร ที่กระผมเป็นห่วงแม้จะอยู่ในร่างเดิม ก็ตาม ใน (๑) จัดทำธรรมนูญของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และเสนอต่อสำนักงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสิทธิหน้าที่ ของประชาชน พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ที่ผมเคย อภิปรายกลางสภาแห่งนี้ว่าผมยกตัวอย่างพื้นที่จิตวิญญาณเป็นพื้นที่ที่กระผมเป็นห่วงมาก ไม่ได้ขัดข้องเลยในการที่จะธำรงขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีของแต่ละชาติพันธุ์ เอาไว้ แต่ความหมายของคำว่า จิตวิญญาณ มีผู้รู้เล่าให้ผมฟังว่าในจังหวัดลำปางมีพื้นที่ จิตวิญญาณที่ครอบคลุมเขา ๓ ลูก มีเนื้อที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่จิตวิญญาณเหล่านี้ละ ที่จะทำให้เกิดปัญหา พื้นที่บ้านอยู่อาศัยกระผมไม่ได้ขัดข้อง พื้นที่ทำประโยชน์ พื้นที่ทำกิน กระผมไม่ขัดข้อง ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้วิถีชีวิตชาวบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์ดีขึ้น แต่ผมเป็นห่วง คำนิยามความหมายของคำว่า จิตวิญญาณ ที่ไม่มีขอบเขต นั่นประการที่ ๑

และประการที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างเพิ่มเติม (๑.๑) จัดทำ แผนงานโครงการและงบประมาณของพื้นที่คุ้มครองชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เสนอต่อศูนย์ เพื่อขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ เรื่องงบประมาณ เรื่องโครงการก็เป็น เรื่องจำเป็น แต่ถามว่าในสิ่งเหล่านี้มันควรจะเป็นอำนาจหน้าที่ของใครในการที่จะจัดสรร งบประมาณให้ ไม่ใช่ว่าเขียนเอง ทำเอง อยากได้เอง จัดเอง เรียกร้องเอง มีอำนาจเอง ใครก็จะ ตัดทอนไม่ได้ ทำให้กระผมเป็นห่วงในการเพิ่มเติม (๑/๑) เข้ามา และต่อไปครับท่านประธาน ใน (๓) เดิมทีคำว่า เสนอแนะให้มีการปรับปรุงแผนแม่บทต่อคณะกรรมการ ท่านก็ตัดคำว่า แนะ ออก ให้มีอำนาจเสนอต่อคณะกรรมาธิการในการที่ดำเนินการต่อเติม ประโยคคำว่า

(นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

ท่านประธานคะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีประท้วงใช่ไหมครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

ขอประท้วงค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ประท้วงข้อไหนครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

เนื่องจากผู้อภิปรายได้กล่าวถึง จังหวัดลำปางหลายครั้งหลายคราแล้วนะคะ บอกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ได้มีการไปบุกรุกป่า ดิฉันว่า ตรงนี้มันเป็นการพูดเหมารวม ท่านพูดมาขนาดนี้ท่านระบุไปเลยว่าเป็นตรงไหน และดิฉัน ก็มั่นใจว่าพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ในพื้นที่ป่า เขาอยู่ก่อนมีการประกาศเขตป่าสงวนต่าง ๆ ค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านประยุทธ์ได้พูดถึงจังหวัดลำปางไหม

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

พูดถึงครับ แต่พูดถึง ในข้อเท็จจริงครับ ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏพิสูจน์กันได้ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นอย่างไร แต่ผมเปรียบเทียบว่าข้อเท็จจริงมีเช่นนั้นแล้วไม่ได้บอกว่ามันเลวร้ายอย่างไร แต่ข้อเท็จจริง ปรากฏ ไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย เมื่อข้อเท็จจริงไม่ได้พูดความเท็จ ขอต่อได้ไหมครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่เสียหายนะครับ

นางสาวรภัสสรณ์ นิยะโมสถ ลำปาง

เสียหายสิคะท่านประธาน ถ้าท่าน กล่าวว่าท่านทราบข้อเท็จจริงท่านระบุมาเลยค่ะว่าเป็นที่ไหน เคสไหน ที่ไหนค่ะท่านประธาน เพราะอย่างยกตัวอย่างกรณีของแม่เมาะนี่ กลุ่มพี่น้องแม่เมาะใช่ไหมคะ ชาวบ้านย้ายออกมา เพื่อให้มีการทำเหมือง อำเภออื่น ๆ อำเภอไหนท่านก็ว่ามาเลยค่ะ เพราะพูดเหมารวมอย่างนี้ ดิฉันเป็นผู้แทนของชาวลำปางก็รู้สึกไม่สบายใจกับเรื่องนี้ค่ะท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านประยุทธ์เราไม่ยกตัวอย่างจังหวัดลำปางนะครับ ถอนจังหวัดลำปางออกไปเถอะ ทั่ว ๆ ไปแล้วกัน

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ได้ขัดข้องเลยครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถอนนะครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ถ้าพูดเช่นนั้นทำให้เสียหาย ผมก็ยินดีที่จะถอน ขอต่อนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อเลยครับ

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ใน (๓) ตัดคำว่า เสนอแนะ เป็น เสนอให้มีการปรับปรุงแผนแม่บท ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอำนาจของคณะกรรมการใหญ่ ก็มี นี่กรรมการพื้นที่ก็ให้มีอำนาจยิ่งขึ้นท่านประธาน แก้ไขแผนที่ แสดงพื้นที่ จัดพื้นที่ คุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์และเมื่อเห็นชอบด้วยแล้วให้ดำเนินการตามบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ เขียนอย่างนี้เป็นการให้อำนาจในกลุ่มตนเอง ในกลุ่มชั้นล่าง (๕) สนับสนุนจัดทำข้อมูล วิถีชีวิตและประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์ให้แก่คณะอนุกรรมการจัดทำฐานข้อมูลวิถีชีวิตและ ประวัติศาสตร์กลุ่มชาติพันธุ์และศูนย์ตามพระราชบัญญัตินี้ ท่านก็ตัดออก แต่มาเพิ่ม (๖) เข้าไป เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อเพิกถอนพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงแนวเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดในระเบียบของคณะกรรมาธิการ ท่านประธานจะเห็นไหมครับ ให้อำนาจ ในการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อเพิกถอน หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงแนวเขตพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มันเป็นการให้อำนาจกันมากเกินไป เลยเขียนอำนาจเพิ่มเติมขึ้นมา ที่ผมเป็นห่วงว่ารัฐซ้อนรัฐก็ตาม ยกระดับศักดิ์ของความเป็นธรรมนูญนี่ไม่มีอำนาจ ให้มีอำนาจให้เสมือนหนึ่งกฎหมาย กระผมก็เป็นห่วง ในมาตรานี้ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ากระผมเห็นควรที่จะกลับไปร่างเดิมมากกว่าครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ในเรื่องมาตรา ๓๒ การแก้ไขถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือ การเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพื้นที่ ซึ่งจากร่างที่ผ่านการพิจารณาของสภาแห่งนี้ ตอนนี้คาดว่าเราคงจะมีคณะกรรมการบริหารพื้นที่จำนวนมากมายมหาศาลนะครับ จังหวัด เชียงรายของท่านประธาน ขออภัยที่พาดพิง ก็อาจจะมีสัก ๒๐ คณะกรรมการ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ผมไม่แน่ใจครับในที่สุดจะมีคณะกรรมการกี่คณะ แต่ทุกคณะที่ตั้งขึ้นมามีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๒ ด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้น การเพิ่มอำนาจเข้าไป เรากำลังเพิ่มอำนาจให้คนจำนวนมากมายมหาศาลมีอำนาจในหลาย ๆ เรื่องรวมทั้งเรื่องของการจัดทำแผนงานของบประมาณเหมือนกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ของรัฐก็ของบประมาณได้นะครับ คณะกรรมการบริหารพื้นที่ก็ของบประมาณได้นะครับ เราก็คงมีองคาพยพพิเศษอีกองคาพยพหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ เวลาที่ คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาแห่งนี้ต้องพิจารณา ต่อไปก็ต้องพิจารณางบประมาณ ของคณะกรรมการบริหารพื้นที่ที่ส่งเข้ามาด้วย ก็คงจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นนะครับ ประเด็นอีกตัวหนึ่งที่เห็นชัด ๆ ก็คือมีการเพิ่มถึงสิทธิหน้าที่ของประชาชน มีการเพิ่มว่า การจัดการเข้ามา จัดการพื้นที่ทำกิน ดูเผิน ๆ ไม่มีอะไรนะครับ สิทธิหน้าที่ในการจัดการพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินกับสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในพื้นที่ อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน เผิน ๆ เหมือนไม่ต่าง แต่โดยสาระสำคัญแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่ใส่คำว่า การจัดการ เข้าไป ก็หมายความว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่รัฐต้องให้ความ คุ้มครอง แต่ถ้าบอกว่าสิทธิของประชาชนในการจัดการย่อมหมายถึงประชาชนมีอำนาจ ในการจัดการตนเอง มีอำนาจในการบริหาร ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการคิดอย่างไร อาจจะบอกว่าให้ชุมชน เพราะผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางนั้น ให้ชุมชนมีอำนาจในการ จัดการพื้นที่ทำกิน พื้นที่อยู่อาศัย หมายความว่าอย่างไรครับ ในพื้นที่ควบคุมอาจจะมีพื้นที่ ทำกินพื้นที่อยู่อาศัยสัก ๑๐๐ ไร่ มีประชาชนอยู่ในชุมชน ๕๐๐ คน การจะแบ่งสันปันส่วน พื้นที่ตรงนี้ ชุมชนเมื่อมีสิทธิในการจัดการท่านก็ไปจัดการ จะแบ่งให้นาย ก เท่าไร นาย ข เท่าไร นาย ค เท่าไร นาย ง เท่าไร แล้วก็คงจะมีการไปเขียนว่าในการโอนสิทธิทำกินโอนได้ หรือไม่ จะโอนอย่างไร ผมคิดว่ามีประเด็นพอสมควร พอเขียนแล้วมันทำให้พื้นที่ควบคุม มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อประกอบกับธรรมนูญในการปกครองพื้นที่ ซึ่งเป็นธรรมนูญที่คณะกรรมการบริหารแต่ละพื้นที่กำหนดขึ้นมาเอง ผมขออนุญาตเรียนว่า ถ้าเป็นแต่เดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขว่าพื้นที่ควบคุมต้องทำตามกฎหมายด้วย มาตรานี้ เป็นมาตราที่ไม่สามารถยอมรับได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากท่านให้มีการตราธรรมนูญในการ ปกครองตนเองโดยคณะกรรมการย่อย ๆ เยอะแยะไปหมด จังหวัดเชียงรายผมขออภัย ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง อาจจะมี ๒๐ คณะ ตั้งธรรมนูญปกครองตนเอง แล้วก็ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายโดยสิ้นเชิง แต่ตอนนี้ดีขึ้นนิดหนึ่งคือธรรมนูญปกครองตนเองเหมือนกัน แต่ยังต้องทำตามกฎหมาย แต่มีใส่ติ่งว่าให้มีสิทธิในการจัดการที่ดินด้วย อันนี้น่าสนใจว่า จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็พยากรณ์ไว้ว่าน่าจะเป็นลักษณะของการจัดสรรว่า นาย ก ควรจะได้ ที่ทำกินกี่ไร่ แล้วพื้นที่ที่ได้ไปแล้วสามารถให้เช่า หรือโอน หรือเปลี่ยนมือได้หรือไม่ อย่างไร ประเด็นต่าง ๆ ปัญหาเหล่านี้มีปัญหาค่อนข้างมากครับ

แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ผมได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ก็ขออนุญาตเนื่องจาก เป็นมาตราของมันเอง ก็คือพอคณะกรรมการไปกำหนดธรรมนูญแล้ว ซึ่งตามหลักการแล้ว คณะกรรมการไม่น่าจะมีอำนาจในการกำหนดธรรมนูญเพราะไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ เสร็จแล้ว ท่านก็ไปให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมอนุมัติธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง วัฒนธรรมจริง ๆ ท่านไม่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติกฎหมาย เพราะฉะนั้นพอท่านเขียน ออกมาอย่างนี้มันก็เลยเกิดเรื่องที่ค่อนข้างวุ่นวายครับ ขัดหลักกฎหมาย ขัดหลักนิติธรรม แล้วก็ขัดหลักรัฐธรรมนูญ อันนี้ด้วยความเคารพอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการนี้ทบทวนเถอะครับ อย่าไปทำอย่างนี้เลย เราทำกฎหมายนี่เขียนตามกฎหมายปกติ ตามหลักกฎหมาย ตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ แล้วให้บรรลุเป้าหมายที่จะช่วยเหลือประชาชน สามารถทำได้ผมขอยืนยัน แต่ไม่ควรจะใช้วิธีการตรากฎหมายแบบนี้ เพราะตราออกมาแบบนี้มันจะเกิดรัฐซ้อนรัฐ แล้วก็เกิดปัญหาในอนาคต ผมพยากรณ์ได้ว่ามีปัญหาแน่นอน ผมคิดว่ากลับไปสู่ร่างเดิมน่าจะ ดีกว่าครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เชิญครับ

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แพร่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นอภิปรายจริง ๆ ดูเหมือนว่าหลายท่านก็อาจจะมีความรู้สึกว่าผมเห็นด้วยหรือไม่ เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แต่ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า คำว่า กลุ่มชาติพันธุ์ ในประเทศไทยไม่ได้มีแค่ ๑๐๐ กลุ่ม ๒๐๐ กลุ่ม เป็นพัน ๆ กลุ่ม ทีนี้การเขียน กฎหมายนี้ให้อำนาจพิเศษ จริง ๆ เวลาเราพูดกันนี่มันเหมือน Blank Cheque คือไปดำเนินการเอง ให้อำนาจพิเศษไปดำเนินการ แล้วก็เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เขียนเอง อนุมัติเอง ว่าเอง แล้วนอกจากนั้นท่านประธานครับ ยังไปเขียนว่า ๑/๑ จัดทำแผนงาน โครงการและงบประมาณของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เสนอต่อศูนย์เพื่อสนับสนุน ค่าใช้จ่าย แล้วไปผูกเอาไว้ในมาตรา ๓๓/๓ ในวาระเริ่มแรกให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุน ให้กับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรให้เพียงพอสำหรับความจำเป็นในปีนั้น นั่นแปลว่า คณะกรรมการบริหารทำขึ้นมาแล้วก็เสนอไปให้กับศูนย์ ศูนย์ก็เสนอให้กับรัฐบาล ตามแผน ทั้งหมดที่ว่าไว้ นั่นแปลว่าต่อไปนี้ทะเลาะกันแน่นอนครับ เพราะชาติพันธุ์ต่าง ๆ ก็อยากจะได้ สิทธิในที่ดิน อยากได้สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนงาน จัดทำโครงการ ทะเลาะกันแน่นอนครับท่านประธานครับ การเขียนกฎหมายในลักษณะนี้น่าจะเกิดปัญหา อาจจะต้องให้กลับไปใช้ที่ร่างเดิม ท่านประธานดูใน (๖) ที่เพิ่มขึ้นมานะครับ ฟังดูวรรคแรกได้ นะครับ เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อให้เพิกถอนพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตและ กลุ่มชาติพันธุ์ แต่ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงแนวเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ นั่นแปลว่าขยายไปเท่าไรก็ได้ เป็นการเขียนกฎหมายที่ให้อำนาจตัวเอง ทำทั้งแผนงาน โครงการ งบประมาณเสนอต่อรัฐบาล และบังคับให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณให้ ในลักษณะนี้ไม่มี หน่วยงานไหนหรือไม่มีพื้นที่ไหน ไม่มีหมู่บ้าน อบต. เทศบาล อบจ. หรือหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานไหนสามารถทำได้ มีแต่สิทธิพิเศษที่ไปเขียนแฝงไว้ในนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ก็ต้องกราบเรียนครับว่าการที่ท้วงติงในประเด็นนี้เป็นการท้วงติงในภาพรวมนะครับว่า ไม่อยากให้เกิดการเขียนกฎหมายที่ให้สิทธิพิเศษ กฎหมายที่ให้อำนาจพิเศษ กฎหมายที่จะ ก่อให้เกิดความแตกแยก เกิดการแบ่งแย่งที่ดิน สิทธิในทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ที่เราไม่รู้ว่าอะไรคือจิตวิญญาณ เราไม่รู้ว่าอะไรคือพื้นที่ที่ไม่มีคำนิยามเอาไว้ มันเป็นสิ่งที่กว้างมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในมาตรานี้ไม่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ คงทำได้แค่ขอกลับไปใช้ร่างเดิมนะครับ นำเสนอท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเชิดชัย ตันติศิรินทร์ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมอภิปรายมาตรา ๓๒ นะครับ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า Highlight จริง ๆ ก็อยู่ที่มาตรานี้ละครับ คือมีทั้งหน้าที่และอำนาจแล้วก็จะมีงบประมาณ ท่านประธานครับ มาตรา ๓๒ มันผูกกับมาตรา ๓๐ ก็คือมีคณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ละพื้นที่อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว ทั้งลักษณะองค์ประกอบของคณะกรรมการ ซึ่งก็ไม่ชัดเจน และไปเพิ่มศูนย์พิจารณาจัดสรรงบประมาณอุดหนุนเป็นรายปีในมาตรา ๓๐ ศูนย์นี้ตามคำนิยามก็คือศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรนะครับ ซึ่งปัญหาว่าศูนย์นี้เป็นหน่วยงานมหาชน แล้วพอมาตรา ๓๒ เมื่อมีการให้หน้าที่กับอำนาจเขาจัดทำแผนงานโครงการ งบประมาณก็ว่าไป เพียงแต่ว่างบประมาณที่จะว่านี้ก็ต้องไปผ่านที่ศูนย์อยู่ดีครับ ทีนี้ปัญหาว่าศูนย์นั้นมีอำนาจ ที่จะของบประมาณไหม ถ้าขอ ถ้ามีหลาย ๆ ที่ งานของศูนย์ก็จะเยอะมาก เยอะจริง ๆ แล้ว ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์มาตรฐานนะครับ

ข้อที่ ๒ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่พูด (๓) ครับ ปรับปรุงแผนแม่บท แล้วก็จัดการพื้นที่ อันนี้ก็ต้องกำชับให้ดีว่าควรจะเป็นอย่างไร เพราะว่าเป็นเรื่องของชุมชน เห็นชอบแล้วด้วย ถ้ามีส่วนร่วมของประชาชนก็ว่ากันไปก็ใช้ได้นะครับ แต่ถ้าไปจัดการและ มีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ได้นะครับ

ข้อที่ ๕ อันนี้สำคัญนะครับ คือสนับสนุนจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ กลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งทางกรรมาธิการไปตัดได้แก่อนุกรรมการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ กลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับมาตราที่เกี่ยวข้องกับคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิต และประวัติศาสตร์ตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มีความสำคัญมากเพราะว่า มันเป็นลักษณะของมาตราเชิงวิชาการซึ่งถ้าเราไปดูมาตรา ๒๖ ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ ของศูนย์รับผิดชอบและงานวิชาการของคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลวิถีชีวิตประวัติศาสตร์ ของกลุ่มชาติพันธุ์โดยให้มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

๑. จัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลของกลุ่มชาติพันธุ์เกี่ยวกับชุมชนภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภาษา

๒. สนับสนุนส่งเสริมร่วมมือดำเนินการและเผยแพร่ สร้างความเข้าใจและ แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม

๓. ส่งเสริมสนับสนุนและจัดให้มีการศึกษาวิจัย การพัฒนาศักยภาพและ ความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนสตรี เด็ก เยาวชน และผู้นำของกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่มีการให้ศึกษาวิจัยให้คณะอนุกรรมการนี้แล้วการแก้ไขที่ผ่านมา ในข้อข้างบนนี้เราจะไม่มีอะไรที่จะอ้างอิง อันนี้จะเป็นเชิงวิชาการแล้วก็จะได้แก้ไขปัญหา หรือจะร่วมกับชุมชนทำอย่างไรเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะไปตัดคำว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ออกไปนะครับ

ส่วนข้อที่ ๖ ผมก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่พูดมาคือการแก้ไขเปลี่ยนแปลง เพิกถอนอะไรพวกนี้มันเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนต้องดูแลอย่างจริงจัง ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้ ร่างนี้กลับไปเป็นร่างของเดิมนะครับ ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้าย ท่านศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ เชิญครับ

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทยครับ ผมขออนุญาตท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ที่ท่านพูดถึงพื้นที่จิตวิญญาณแล้วมีผู้รู้หรือ แกล้งไม่รู้ผมไม่ทราบนะครับว่าพื้นที่จิตวิญญาณคืออะไร ที่จังหวัดลำปางผมก็ขอยืนยันอีก ครั้งมันมีจริงครับพื้นที่จิตวิญญาณ ท่านประธานครับ ท่านประยุทธ์พูดบอกเป็นหมื่นไร่ หมื่นสองหมื่นไร่ ผมขออนุญาตท่านประธานว่ามีถึง ๘๗,๓๑๘ ไร่ ไม่ใช่หมื่นหรือสองหมื่นไร่ ๘๐,๐๐๐ ไร่เศษครับ อยู่ที่อุทยานเตรียมการถ้ำผาไท จังหวัดลำปางครับ นี่คือพื้นที่จิตวิญญาณ จุดหนึ่งแห่งเดียว ๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ พื้นที่จิตวิญญาณอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งพวกเรากำลังประชุมอยู่นี่ มีคนส่งข้อมูลมาให้ผมว่าอยู่ที่อุทยานออบขานจังหวัดเชียงใหม่ครับท่านประธาน ๒๔,๕๐๐ ไร่ นี่พื้นที่จิตวิญญาณทั้งนั้นเลยครับแสนกว่าไร่ยังไม่มีพื้นที่ทำกินนะครับ ถ้าเราปล่อยให้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป พื้นที่คุ้มครอง พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ป่าอนุรักษ์ที่ควบคุมรักษาระบบนิเวศ ให้คนภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนอยู่อย่างสมดุล วันนี้ก็ไม่สมดุลครับ ท่านประธาน มันจะเลวร้ายยิ่งไปกว่านี้ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างแน่นอน ยิ่งมาดูในรายมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๒ (๑/๑) จัดทำแผนงานโครงการและงบประมาณของ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เสนอต่อศูนย์เพื่อรองรับสนับสนุนค่าใช้จ่าย ท่านประธานครับ คนที่อยู่ภาคกลางหรือภาคอื่นเขามีท้องถิ่น มีเทศบาล มี อบต. มีกำนันผู้ใหญ่บ้าน ท่านประธานเห็นไหมครับว่ามันเป็นรัฐอิสระจริง ๆ เลยครับ วันนี้ผมก็อยากจะเรียกร้องให้สมาชิกที่จะลงมติช่วยพิจารณาให้ดี ท่านจะเห็นกับ รัฐบาลหรือจะเห็นกับประเทศชาติครับ ท่านพูดว่านี่เป็นร่างรัฐบาล รัฐบาลอยู่อย่างไรไม่เกิน ๔ ปีครับ แต่ประเทศชาติต้องอยู่ชั่วลูกชั่วหลานเราครับ ฝากคิดดี ๆ นะครับว่าท่านจะเอา รัฐบาล ๔ ปีหรือจะเอาประเทศชาติหมื่นปี ท่านประธานครับ ใน (๖) เสนอความเห็นต่อ คณะกรรมาธิการเพิกถอนพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขแนวเขต พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เห็นไหมครับท่านประธาน ผมพูดตั้งแต่ต้นว่ามาตรา ๑๐ การประกาศพื้นที่อำนาจนี้ใหญ่มากเลย จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขจะทำตรงไหนก็ได้ พื้นที่ที่เป็น ป่าอนุรักษ์ไม่ว่าอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ออกโดยพระราชกฤษฎีกากว่าจะ ประกาศได้บางแห่ง ๓๐ ปียังประกาศไม่ได้เลยครับ วันนี้มีกฎหมายอะไรก็ไม่รู้โดยผ่านมือ พวกเราในสภาแห่งนี้ให้สิทธิกรรมการไปประกาศแล้วบอกว่าให้คนกลุ่มชาติพันธุ์จะทำอะไรก็ได้ แล้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ เหมือนไร่เลื่อนลอยครับ บนพื้นที่สูงมีชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือ กลุ่มชาติพันธุ์ไปทำไร่เลื่อนลอยบนพื้นที่สูงก็มีผลกระทบของคนพื้นที่ล่างอย่างมโหฬารอยู่แล้ว วันนี้เรากำลังบอกทำให้เขาถูกกฎหมายแล้วพื้นที่คนที่อยู่ข้างล่างก็อยู่อย่างผิดกฎหมายก็มี เราไม่ทำให้บ้างละครับ อย่างนี้เราไม่เรียกว่ากฎหมายอภิสิทธิ์ชนได้อย่างไรครับ ผมอย่างไร เสียผมก็ไม่รับร่างนี้แล้วครับ แล้วก็ฝากเรียนสมาชิกพวกเราทุกคนด้วย ท่านจะเห็นกับรัฐบาล หรือเห็นกับประเทศชาติครับ ฝากท่านคิดให้ดีนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ขอสั้น ๆ นะครับ

นายมานพ คีรีภูวดล กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับจริง ๆ แล้วมันจบ ตั้งแต่มาตรา ๒๗ แล้ว ก็คือว่าเมื่อเห็นมาตรา ๒๗ ผมถึงย้ำว่ามันเป็นหัวใจ และมาตราต่อ ๆ ไป ก็จะยึดตามเนื้อหาของมาตรา ๒๗ ไปเรื่อย ๆ ทีนี้การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกผมคิดว่า มันจะไปไกลเกินไป พูดถึงเรื่องแยกรัฐอิสระ พูดถึงเรื่องอภิสิทธิ์ชน มันเรื่องเดิม ๆ ครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ใช้สภาแห่งนี้ให้มันมีประโยชน์จริง ๆ เอาตามมาตราที่ว่า ไปเลย มาตรา ๒๗ มันผ่านไปแล้วเมื่อผ่านก็ผ่านไป ทีนี้ใช้โอกาสในมาตราอื่นไปขยายความ ให้เกิดความเข้าใจผิด ความขัดแย้งต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่รับทราบเรื่องนี้ ผมคิดว่า อันนี้คือเสียหายครับท่านประธาน ที่หลายท่านพูดถึงพื้นที่ลำปางผมจะบอกให้ก็ได้พื้นที่ บ้านกลางอยู่ที่อำเภอแม่เมาะ บ้านพ่อหลวงชาติ ตอนนี้อยู่ที่หน้าสภาครับ หมู่บ้านนี้ได้รับ รางวัลลูกโลกสีเขียวดีเด่น ๓ ปีต่อเนื่องเนื่องจากว่าดูแลป่าดี หมู่บ้านนี้ใช้กองทุนจากการ รักษาป่าโดยการเอาหน่อไม้มาเป็นกองทุนไม่เคยใช้งบประมาณหลวงแต่รักษาป่าได้ดี หมู่บ้านนี้ปลูกมะแขว่นขายส่งทั่วภาคเหนือและส่งไปต่างประเทศด้วย มะแขว่นเป็นพืชที่อยู่ใน ระบบนิเวศ ท่านที่พูดถึงหมู่บ้านนี้ ๒ ๓ ครั้ง ท่านพร้อมวันไหนผมจะพาไปครับ พาไปดู หมู่บ้านเขารักษาป่ากันอย่างไรทำไมเขาเรียกว่าหมู่บ้านแห่งจิตวิญญาณ หมู่บ้านนี้เป็น หมู่บ้านที่เป็นประกาศ Christ Baptist แห่งแรกในประเทศไทย ๑๕๑ ปี อย่าซ้ำเลยครับ อย่าใช้โอกาสนี้เลยครับ อยู่บนความจริงผมยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายโซ่ข้อกลาง ที่จะทำให้ประชาชนกับราชการทำงานด้วยกัน พูดเรื่องเก่า ๆ แบบนี้ผมคิดว่าประเทศไทย มันจะเดินหน้าอย่างไรครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลาฟั้งครับ

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ในฐานะกรรมาธิการ ก็จะขออนุญาต ชี้แจงทำความเข้าใจต่อมาตรานี้ มีอยู่ ๓-๔ ประเด็น ท่านประธานผมอาจจะใช้เวลาเกิน หน่อยหนึ่งครับ เพราะว่ามันมีประเด็นที่เป็นสาระสำคัญแล้วก็มีการกล่าวหาว่ากลุ่มชาติพันธุ์ มีส่วนในการทำลายป่าผมจำเป็นต้องชี้แจง แล้วก็ผมจะวกกลับมาที่มาตรานี้เป็นการเฉพาะ มีอยู่ ๓-๔ ประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องพื้นที่จิตวิญญาณ

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องอำนาจของคณะกรรมการ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือคำว่า ธรรมนูญ

และประเด็นที่ ๔ ก็คือคำว่า สมัชชา

ในประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าการตั้งคณะกรรมการ การตั้งคณะกรรมการ ที่เรียกว่าคณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มันจะมีการตั้งเยอะเกินไป ถ้าจังหวัดหนึ่งประกาศอยู่ ๑๐ ที่ ต้องตั้งอยู่ ๑๐ แห่ง หลายคนก็บอกว่ามันเยอะเกินไป มันเปลืองงบประมาณมันทำไม่ได้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า จริง ๆ เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ประการใดเลย การดำเนินงานเป็นของคณะกรรมการที่อยู่ในระดับพื้นที่ ผมยกตัวอย่าง การประกาศเขตป่าชุมชนทั่วประเทศไทย ๒๕,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศไทย ป่าชุมชนเหล่านี้ มีคณะกรรมการทุกที่นะครับ คณะกรรมการจำนวนมากมายเหล่านี้ไม่เคยเป็นปัญหาเลยครับ ดีด้วยซ้ำไปเพราะคนเหล่านี้ทำหน้าที่ดูแลป่าให้แก่รัฐ การมีคณะกรรมการประจำพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละชุมชน แต่ละชุมชน คนเหล่านี้จะทำหน้าที่ดูแลประชาชน ไม่ให้มีการรุกล้ำพื้นที่ป่า คอยไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาแนวเขตทับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชน มันไม่ดีหรือครับ ยิ่งมีเยอะยิ่งดีสิครับแบ่งเบาภาระหน้าที่ของหน่วยงานรัฐไปนะครับ

ประการต่อไปก็คือการเขียนแบบนี้ทำให้มีอำนาจล้นเกินหรือเปล่ามีอำนาจ มากเกินไปหรือเปล่า ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าอำนาจต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดทำธรรมนูญ ของแต่ละพื้นที่ไม่ใช่สิทธิขาดของคณะกรรมการที่คุณจะไปเขียนอะไรก็ได้ เพราะเขียนเอาไว้ อำนาจก็คือเมื่อทำธรรมนูญพื้นที่คุ้มครองเสร็จแล้ว ต้องเสนอต่อสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้ความเห็นชอบ คนที่คอยกลั่นกรองก็คือหน่วยงานรัฐ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นคนกลั่นกรอง ถ้าเกิดว่าชุมชนคณะกรรมการเขียนมาไม่ถูกไม่ต้องเขียนมาผิด ๆ เขียนมา ให้อำนาจเกิน เขียนมาเกินกฎหมายกำหนดก็สามารถที่จะปฏิเสธได้ ถามว่าการเขียนแบบนี้ มันให้อำนาจล้นเกินหรือครับ มันไม่ล้นเกินนะครับมันเป็นไปตามครรลองกฎหมายอยู่แล้ว

ประเด็นต่อไปเรื่องของที่บอกว่ามีอำนาจเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ เพื่อเพิกถอนหรือขยายเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ อันนี้ก็เหมือนกันนะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าการประกาศเขตคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ประกาศได้ก็เพิกถอนได้ ถ้ามีเหตุจำเป็นขยายได้ มีเหตุจำเป็นหดลงได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การประกาศเขตพื้นที่ทำเป็นการทั่วไป แล้วก็ไม่ได้มีอำนาจขาดในการที่จะไปประกาศด้วยตัวเอง เพราะเขียนเอาไว้ว่าเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการหมายถึงใครครับ ย้อนกลับไปสู่มาตราก่อนหน้านี้ ประธานคณะกรรมการคือนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมาย เช่นกันครับการเขียนลักษณะแบบนี้ไม่ใช่สิทธิขาดของคณะกรรมการที่จะ ไปทำอะไรก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ในมาตรานี้การเขียนลักษณะนี้ผมก็เลยคิดว่ายังไม่เห็นว่า มันจะมีปัญหาแต่ประการใดนะครับ

กรณีต่อไปก็คือคำว่า ธรรมนูญ หลายท่านพูดแล้วพูดอีก ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ถ้าหากสภาแห่งนี้ยอมให้มีการใช้คำว่า ธรรมนูญ ไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้มันจะเท่ากับ เป็นการแบ่งแยก เท่ากับเป็นรัฐอิสระ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ผมอยากจะให้ท่านย้อนกลับไปดู กฎหมายฉบับหนึ่งก็คือ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๒๕ ที่เขียนไว้ว่าสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มีอำนาจในการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ท่านเปิดไปดูมาตรา ๒๕ เขียนว่า ธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ถ้าสภาแห่งนี้ถือว่า การเขียนคำว่า ธรรมนูญ ไว้ในระดับ พ.ร.บ. เท่ากับเป็นการออกจากกฎหมายเดิมที่เป็นอยู่ เท่ากับ เป็นการอิสระจากรัฐแห่งนี้ สภาแห่งนี้คงมีภาระใหญ่ต้องไปรื้อ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๒๕ แล้วละครับ แล้วผมก็หวังว่าถ้าวันนี้สภาแห่งนี้มีความเห็นแบบนี้ วันพรุ่งนี้ ผมคงได้เห็น สส. ส่วนหนึ่งมายื่นแก้ไข พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ มาตรา ๒๕ ในประเด็นต่อไป นะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกระชับหน่อยครับ กระชับหน่อย

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการ

ผมขออภัยครับท่าน ผมอาจจะเกินนิดหน่อย เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องที่ท่านบอกว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่ท่านระบุไปที่จังหวัดลำปางมีส่วนในการตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะระบุว่าก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าพื้นที่จิตวิญญาณจังหวัดลำปาง ที่ท่านบอกว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่นี้ ผมอยากจะให้ท่านเปิดแผนที่ประเทศไทยดู โดยเฉพาะ พื้นที่ที่ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่า พื้นที่สีเขียวในประเทศไทย ในแผนที่ประเทศไทยล้วนเป็นที่อยู่ ของกลุ่มชาติพันธุ์ แล้วพื้นที่จิตวิญญาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่ท่านไม่เห็นด้วยอันนี้ละครับ คือหนึ่งในพื้นที่ป่าของประเทศไทยของประเทศแห่งนี้ ยิ่งที่ใดมีการประกาศพื้นที่จิตวิญญาณ นั่นยิ่งเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าให้แก่ประเทศไทย รัฐมนตรีคนก่อนหน้านี้ ท่านเห็นด้วยกับ การประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ที่จังหวัดลำปาง ไปเปิดกัน อย่างครึกโครม เป็นผลงานของรัฐบาลเลยนะครับ โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่อยู่ในแวดวง ของการทำอะไรก็ได้เกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ป่า ทุกคนล้วนสรุปออกมาแล้วว่าการให้ชุมชน มีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ป่า เพิ่มศักยภาพของรัฐในการดูแลป่า ในทางตรงกันข้าม ผมอยากจะสรุปอย่างนี้นะครับ การที่รัฐแห่งนี้ถือแนวคิดอย่างเดียวว่าพื้นที่ป่าต้องเป็นของรัฐ ภายในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น เราถือวิธีปฏิบัติเขียนกฎหมาย อย่างนี้มาโดยตลอด แต่ผลที่ปรากฏก็คือยิ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอำนาจสิทธิขาดในการจัดการพื้นที่ป่ามากเท่าไร สถิติพื้นที่ป่าลดลงมากขึ้นเท่านั้น นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๐ แม้กระทั่งหลัง พ.ศ. ๒๕๕๗ พื้นที่ป่าของประเทศไทยลดลงโดยลำดับภายใต้ อำนาจเด็ดขาด อำนาจสิทธิขาดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกระชับเลยครับ

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล กรรมาธิการ

ผมก็จะขอจบแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณมากครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสมชาติ ๒ นาทีนะครับ แล้วเดี๋ยวตามด้วยท่านชลน่านครับ เชิญครับ

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน จังหวัดภูเก็ต เขต ๑ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านลุกขึ้นมาพูด ผมก็เลยอดไม่ไหวจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ จังหวัดภูเก็ตแม้จะไม่มีชาวเขา แม้จะไม่มีคนป่า แต่เรามีชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ใครบ้างครับ ชาวเลราไวย์ ชาวเลแหลมตุ๊กแก และชาวเลสะปำ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของผม ท่านรู้ไหมครับเพื่อนสมาชิกครับที่ท่านออกมาพูดนี้ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่จิตวิญญาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ ถือว่าท่านโชคดีมากเพราะที่ภูเก็ตของผมถูกเอกชน ถูกนายทุนเอาที่ไปรุกราน เข้ามาเอาที่ของพี่น้องชาวเลราไวย์ แหลมตุ๊กแก จนพื้นที่พี่น้องชาวเลสะปำ ก็ยังไม่มีบริเวณ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ พื้นที่จิตวิญญาณเป็นของตัวเอง พิธีลอยเรือพี่น้องสะปำก็ต้องไปร่วมกับราไวย์ ต้องไปร่วมกับแหลมตุ๊กแก เพราะเขาถูกเอกชนที่ไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ ป่าชายเลนไปออกเป็น เอกสารสิทธิได้อย่างไร แล้ววันนี้ชาวเลราไวย์มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วครับ แต่ทำไม กรมที่ดินจึงยังไม่ได้เพิกถอนโฉนดที่ดิน เขาต้องการน้ำ เขาต้องการไฟ ชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์ เขาไม่ต้องการมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนไทยเหมือนผม เหมือนพวกท่านเลยครับ ที่ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ออกมาบอกว่าคนจีนอพยพ อากง อาม่าผมก็มาจากเมืองจีนครับ แต่เขาก็มีสิทธิเหมือนเรานี่ละ และตอนนี้ชาวเลกำลังเรียกร้องสิทธิ เหมือนคนเรา เหมือนคนทั่ว ๆ ไป เหมือนเรานี่ละครับ ไม่ได้ต้องการมีอภิสิทธิ์เหนือพวกเราเลย มาที่แหลมตุ๊กแกครับ ก็เช่นเดียวกัน คำพิพากษาออกมาแล้ว ผมหารือท่านประธานไปแล้ว เมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อน วันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าว่า ทั้งคำพิพากษา ทั้งราไวย์ ทั้งแหลมตุ๊กแก เขียนเหมือนกันครับว่าชาวเลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ที่รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามสกุลประมง กิจให้ ที่สมเด็จย่าพระราชทานนามสกุลประมงกิจให้ไม่มีสระโอ นี่ละครับคือสิ่งที่ชาวบ้าน ชาวกลุ่มชาติพันธุ์ต้องทนทุกข์ เพราะเขาไม่ได้รับสิทธิเหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป ผมจึงมีความจำเป็น ต้องลุกขึ้นมาพูด แล้วก็ย้ำอีกครั้งนะครับว่ารัฐอิสระอะไรนี่ ผมคิดว่ามันไกลเกินไปครับท่าน อภิสิทธิ์ชนก็ไม่มี คนเหล่านี้ต้องการสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติกับเขาอย่างเท่าเทียมกัน ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขีดเส้นใต้ครับ พรรคเพื่อไทย ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากในมาตรา ๓๒ ก็ขออนุญาตท่านประธาน ใช้สิทธิสมาชิกอภิปรายในประเด็นที่กรรมาธิการแก้ไขเท่านั้น เพราะผมไม่มีสิทธิพูดเรื่องอื่น ๆ ที่กรรมาธิการไม่ได้แก้ไข

ประเด็นที่ ๑ เรื่องการเพิ่ม (๑)/๑) จัดทำแผนงานโครงการ และงบประมาณ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เสนอต่อศูนย์ ศูนย์ตรงนี้หมายถึงศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ซึ่งเขามีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายของเขาอยู่แล้วในการที่จะดูแลพี่น้องชาติพันธุ์ เดิม เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว พอเรามีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา มีกรรมการบริหารพื้นที่ขึ้นมานี่ ความเชื่อมโยง ระหว่างพื้นที่คุ้มครองกับคณะกรรมการบริหารพื้นที่คุ้มครองตรงนี้ เขามีหน้าที่ตรงนี้ก็จะ เป็นประโยชน์กับการทำหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ประเด็นที่ ๒ แก้ไข (๓) จากเดิมใช้คำว่า เสนอแนะ การปรับปรุงแผนแม่บท ต่อคณะกรรมการ ซึ่งเขียนสั้น ๆ อย่างนี้ วิธีปฏิบัติยากมากครับท่านประธาน เพราะ ขั้นตอนที่เราผ่านในมาตรา ๒๗ จากการพูดคุยระดับพื้นที่แล้ว เมื่อมีข้อยุติแล้วถึงส่งให้ คณะกรรมการ กรรมาธิการเห็นตรงนี้เขาเลยไปแก้ไขให้มันสอดรับกับมาตรา ๒๗ หมายความว่า ถ้าคุณจะเสนอแนะให้มีการปรับปรุงแผนแม่บท ก็ต้องผ่านกลไกกระบวนการตามมาตรา ๒๗ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ และนำสู่ปฏิบัติได้

ประเด็นที่ ๓ ในมาตรานี้ ใน (๖) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อเพิกถอน พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิต ซึ่งตรงนี้เองกรรมาธิการเห็นว่าหน้าที่ตรงนี้จะสอดรับกับหน้าที่และ อำนาจของคณะกรรมการที่เขาจะเป็นผู้ประกาศ เป็นผู้เพิกถอนตามระเบียบ ถ้ากรรมการบริหาร พื้นที่ได้เสนอตามหลักเกณฑ์วิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของกรรมการในการที่จะเสนอ ความเห็นเพื่อเพิกถอนหรือเพิ่มพื้นที่ มันก็ย่อมสอดรับกัน ผมเองเห็นว่าไม่ได้เป็นการเพิ่ม หน้าที่และอำนาจให้เกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่สอดรับกับบทบาทหน้าที่ ในนามของผมเอง สมาชิกพรรคเพื่อไทยผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะเห็นชอบตามมาตรานี้ และที่เราพูดมาทั้งหมด ผมก็เห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ควรได้รับความเห็นชอบในวาระที่สามด้วย เพื่อจะส่งต่อให้ วุฒิสภาพิจารณาต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการมีการแก้ไขในมาตรา ๓๒ และมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ขอสงวนความเห็น เพิ่มหมวด ๖ บทกำหนดโทษ (มาตรา ๓๒/๑) ต่อจากมาตรา ๓๒ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความถูกต้องและครบถ้วนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๓ ผมจึงขออาศัย อำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ วรรคสอง แยกประเด็นพิจารณาและลงมติตามลำดับ โดยจะพิจารณาลงมติมาตรา ๓๒ ก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาและลงมติหมวด ๖ บทกำหนดโทษ ในมาตรา ๓๒/๑ เนื่องจากมาตรา ๓๒ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนนะครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับแล้วก็กดปุ่มแสดงตนเลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

กดปุ่มแสดงตนเลยนะครับ แสดงตนเรียบร้อยนะครับ ขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ๓๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุม

ต่อไปเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการให้คงไว้ร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกลงคะแนนได้เลยครับ

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ จำนวนผู้ลงมติ ๔๐๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการนะครับ