วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล หารือร่างกฎหมายคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยแสดงความกังวลว่าบทบัญญัติบางมาตราอาจทำให้เกิดความขัดแย้ง ลดบทบาทของรัฐ และนำไปสู่การแบ่งแยกประเทศ หากไม่ทบทวนแก้ไขให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน แล้วก็ทางท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชน เพื่อทำความเข้าใจด้วย ในมาตรา ๒๙ เราไปบอกว่าประชาชนในชุมชนที่อยู่ภายในพื้นที่ คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ถามว่ากลุ่มชาติพันธุ์คืออะไร ท่านประธานกลับไปดูที่มาตรา ๓ กลุ่มชาติพันธุ์ก็คือใครก็ได้ กลุ่มใดก็ได้ที่อยู่ในประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ มีอัตลักษณ์ มีการสั่งสมทางวัฒนธรรม หมดละครับไม่ว่าจะเป็นล้านนา สุโขทัย ศรีโคตรบูร ทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี พวกนี้ใช่หมดเลย รวมถึงชาวคนจีนที่เข้ามาหรือชาวต่างประเทศที่เข้ามาตั้งแต่ สมัยอดีตนี่ใช่หมด ที่มีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ การสั่งสมทางด้านวัฒนธรรม ภาษา ของประเทศไทยนี้ภาษาเยอะมากเลย มีวิถีชีวิต มีภูมิปัญญา มีความเชื่อตามจารีตร่วมกัน ประเทศไทยเยอะมาก ผมว่ามีเป็นพัน ๆ กลุ่ม ทีนี้ประเด็นปัญหาอยู่ตรงไหนครับ พอเรามา ประกาศบอกว่า ประชาชน ชุมชนที่อยู่ภายใต้พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มีสิทธิ ในการใช้ประโยชน์จากที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ดังเรื่องต่อไปนี้ ตามธรรมนูญของพื้นที่ คุ้มครอง ท่านประธานครับ พื้นที่คุ้มครองเกิดจากไหนก็จากธรรมนูญ ธรรมนูญนี้ไปอยู่ใน มาตรา ๓๒ ธรรมนูญนี้เกิดจากอะไร ธรรมนูญนี้เกิดจากคณะกรรมการบริหารในมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๐ มีการแต่งตั้ง เมื่อคณะกรรมการประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แต่ละพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้จะมีบทบาทอยู่ในมาตรา ๓๒ แต่ท่านประธานครับ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่และผู้แทนของชุมชนในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๕ คน โดยให้มีผู้แทนหน่วยงานของรัฐในพื้นที่จำนวน ไม่เกิน ๑ ใน ๓ นั่นแปลว่าทั้งหมดนี้นะครับ หน่วยงานรัฐทำอะไรไม่ได้เลยเพราะมีจำนวน เพียง ๑ ใน ๓ เท่านั้น มีเสียงน้อยกว่า ซึ่งปกติแล้วคนที่จะทำธรรมนูญหรือทำเรื่องใหญ่ ๆ นี้ หน่วยงานรัฐจะต้อง Balance กัน แต่นี่เอาคนของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ เท่านั้น รัฐธรรมนูญ มีบทบาทอะไรครับ คณะกรรมการบริหารที่มีหน่วยงานของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ นี่ จัดธรรมนูญ ของพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยเป็นพัน ๆ กลุ่มเสนอต่อ สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อให้ความเห็นชอบ คือเสนออย่างไรก็ต้องเห็นชอบ ซึ่งอย่างน้อยประกอบไปด้วยอะไรครับ ประกอบไปด้วยสิทธิและหน้าที่ของประชาชน ในพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน พื้นที่ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ ตรงไหนไม่รู้ เยอะมากเลย และพื้นที่สงวนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องไม่ขัดแย้งต่อ แผนแม่บทและแผนที่แสดงการจัดพื้นที่คุ้มครองชาติพันธุ์ตามมาตรา ๒๗ ท่านประธานครับ คณะกรรมการที่มีหน่วยงานของรัฐเพียง ๑ ใน ๓ มีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญที่ใหญ่มาก ในตรงนี้เองที่เกรงว่าจะเกิดความขัดแย้ง ผมมานั่งดูพอมาถึงตรงนี้แล้ว มาถึงมาตรา ๒๙ ท่านประธานดูนะครับ ตั้งแต่วรรคหนึ่ง (๑) การก่อสร้างแผ้วถาง การกระทำใด ๆ ก็ตาม เพื่อการอยู่อาศัย การทำกิน การสาธารณูปโภค การสาธารณูปการ การเกษตรกรรม การประมง การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรมสาธารณะของชุมชน คือทำได้ทุกเรื่อง (๒) ใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติได้ ผมจะย่อนะครับ (๓) ปฏิบัติพิธีกรรมตามประเพณีและจิตวิญญาณ ของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่มีใครทราบครับว่าแต่ละกลุ่มที่อยู่ในประเทศไทยเป็นพัน ๆ กลุ่มนี้เขามี อะไรบ้าง ขัดแย้งกันแน่นอนครับ และนอกจากนั้นท่านประธานครับ (๔) การอื่นตามที่ คณะกรรมการกำหนด นี่แปลว่าทุกอย่างไปทำได้หมดเลยในพื้นที่ที่ไม่รู้กลุ่มไหนบ้างด้วย ผมว่าแตกแยกกันแน่นอนครับ ก็ต้องเรียนท่านประธานครับ ใจผมผมคิดว่าอยากให้ทาง กรรมาธิการถอนออกไป ถ้าร่างออกมาอย่างนี้ในประเทศไทยแตกแยกแน่นอนครับ มีทั้งพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายแล้วก็ลดบทบาทของหน่วยงานของรัฐแล้วก็ทำให้เกิดปัญหา ก็จะฝากไปถึงทางกรรมาธิการครับ ผมจะไม่ขอมตินะครับ แต่ว่าอยากให้กรรมาธิการ ทบทวนเอากลับไปเขียนใหม่ให้ชัดเจนได้ไหม เพราะผมว่าตอนนี้ทางสมาชิกสภาเอง ก็ชักสับสนนะครับว่าสรุปแล้วเราต้องการอะไร เพราะเราเข้ามาด้วยหลักการของการ คุ้มครองวิถีชีวิตนะครับ ตามหลักการของ ครม. เข้ามานี่ก็ไม่ได้ผิดเลยครับ คุ้มครองและ ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ แต่พอมาถึงข้างใน มาเติมเอาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อะไรเต็มไปหมดเลยครับ แล้วก็แฝงไปด้วยถ้อยคำที่เป็นอันตรายมากนะครับ ก็อยากกราบเรียนว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านไปเกรงว่าจะเกิดปัญหาและความขัดแย้งด้วย แล้วก็กฎหมายไม่ชัดเจนจริง ๆ ครับในฉบับนี้ ผมคิดว่าทุกคนวันนี้เห็นคล้าย ๆ กันคือ กฎหมายไม่ชัดเจน คลุมเครือแล้วก็น่าจะปฏิบัติยาก ก็ฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วยครับว่า ถ้าถอนได้อยากให้ถอนเอากลับไปทำใหม่อีกครั้งหนึ่งให้ชัดเจนครับ ขอบคุณครับ