สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

แนน บุณย์ธิดา สมชัย หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับพื้นที่พิเศษ โดยมีความกังวลว่าการแก้ไขนี้จะทำให้เกิดความแตกแยกและไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพคะ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุบลราชธานีค่ะ ท่านประธานคะ ต่อมาตรา ๒๙ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้ปรับแก้มานะคะ ซึ่งก็แน่นอนค่ะ ฟังจากเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านคงไม่ต้องบอกว่าก่อความกังวลขนาดไหน ต้องบอกว่า ก่อความกังวลขนาดใหญ่มากค่ะท่านประธาน อย่างที่ได้เรียนแจ้งไปตั้งแต่มาตรา ๒๗ ค่ะ ท่านประธานคะ ก็ต้องถามอีกครั้งหนึ่งค่ะ ท่านกรรมาธิการตั้งใจจะให้ผ่านหรือเปล่า ที่ท่านเขียนแก้ไขมาสิ่งที่ท่านขีดออก ในวรรคแรกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายเกี่ยวข้อง กับพื้นที่นั้นกำหนดด้วย ท่านขีดออกไปเลย การขีดออกไปความหมายคืออะไรคะ ท่านเป็นพื้นที่พิเศษ เป็นพื้นที่อภิสิทธิ์ชน ท่านสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ธรรมนูญของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่เขามีกรรมการเขียนขึ้นมา ใช่หรือไม่ ในเมื่อท่านบอกว่าตัวนี้ท่านขีดออกไปแล้ว กฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่สามารถบังคับใช้ ในพื้นที่นี้กลายเป็นพื้นที่ที่ท่านจะมีสิทธิในการทำที่ท่านเขียนขึ้นมา ๑ ๒ ๓ ดิฉันได้ฟังเพื่อน สมาชิกหลายท่านอ้างถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ท่านอย่าลืมนะคะว่าถ้าเป็นเรื่องของ หลักศาสนามีคำสอนชัดเจน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ว่าอะไรบ้าง แต่ดิฉันถามค่ะใน (๓) สิทธิในการ ปฏิบัติพิธีกรรมดิฉันเข้าใจทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ทุกกลุ่มศาสนาก็มีประเพณีปฏิบัติแม้แต่คนไทย ตามภาคต่าง ๆ เราก็มีประเพณีปฏิบัติที่แตกต่างกัน ทางรัฐก็อนุญาตค่ะไม่ได้ว่าอะไร แต่ทีนี้ ประเด็นที่สำคัญท่านไปเขียนอย่างชัดเจน ไปเพิ่มคำอย่างชัดเจน ท่านตัดคำที่พวกเรากังวลออก ตัดกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกในการที่จะดูแลในพื้นที่นั้น ๆ ให้ดูแลกันเอง แล้วท่านก็ให้สิทธิ ต่าง ๆ ตาม ๓ วงเล็บเลย สิทธิในการก่อสร้าง สิทธิในการใช้ประโยชน์ สิทธิในการปฏิบัติต่าง ๆ แล้ววงเล็บที่ท่านเติมมา ๓/๑ หน้าที่ในการอนุรักษ์ฟื้นฟูดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติระบบ นิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ใน (๓/๑) ถ้าเขาไม่ปฏิบัติตามท่านจะใช้กฎหมายข้อ ใดในการบังคับเขาในเมื่อท่านขีดออกไปแล้วว่า ในการที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขกฎหมายที่ เกี่ยวข้องนั้นนี่ ท่านขีดออกไปแล้ว แล้วท่านจะใช้อะไรไปบังคับเขาในการดูแลให้มีขอบเขต ในการดูแลให้อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ และที่สำคัญที่สุดวรรคสุดท้ายค่ะ ท่านก็ตัดอีกเหมือนเดิมค่ะ ตัดคำว่าอะไร ตัดคำว่า ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ท่านก็ตัดออกหมด เลยค่ะ สิ่งที่พวกเรากังวล พวกเรามองว่าการเขียนมาแบบนี้มันแปรเจตนาอื่นไม่ได้เลยค่ะ ท่านประธาน เราเลยไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ท่านเขียนมันย้อนแย้งกันไปมา ท่านต้องการจะให้ผ่าน หรือเปล่า ต้องการให้ผ่านจริง ๆ หรือ ท่านกลับมาที่สภาแห่งนี้ครั้งที่ ๓ แล้ว และท่านก็เขียน มาเขียนโดยการแทบที่จะยกเป็นพื้นที่ปกครองพิเศษที่ไม่ว่ากฎหมายใดที่ดูแลอยู่ตรงนั้น ก็ไม่สามารถจะเอื้อมถึงได้ ท่านบอกว่าสิทธิในการทำกิน สิทธิในการดูแล สิทธิด้านต่าง ๆ ดิฉันถามว่าคนไทยทั้งประเทศที่เขาก็ไม่มีสิทธิทำกินที่เราพูดปัญหานี้ในสภามาตลอด ระยะเวลากี่ปีก็ไม่ทราบแล้วค่ะ แก้ปัญหาสิทธิทำกินเราก็ยังแก้กันไม่ได้เลย ยังแก้กันไม่จบ ไม่สิ้นเลย สิทธิในการครอบครองที่ดินเราก็ยังแก้ไม่ได้เลย ท่านกลับไปย้อนดูก็ได้ค่ะว่าเขตที่ พี่น้องประชาชนคนไทยในหลาย ๆ จังหวัดอยู่นี่ ไม่ว่าจะเป็นยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยค่ะ เขตทุ่งเลี้ยงสัตว์ มีเกือบทุกจังหวัดที่พี่น้องนี่อยู่เฉย ๆ ครอบครองอะไรไม่ได้เพราะไม่สามารถ จะตรวจสอบกันได้ว่าสรุปแล้วเมืองมาอยู่ก่อนหรือเขตทุ่งเลี้ยงสัตว์มาอยู่ก่อน เพราะจะย้อนไป เรื่องแผนที่ดาวเทียมทางอากาศ โอ้โฮไม่มีทางย้อนไปได้เลยค่ะ จะกี่ร้อยปีละคะท่านประธาน อย่างที่บอกกลายเป็นว่าตัวนี้ท่านเพิ่มสิทธิในการดูแลกลุ่มชาติพันธุ์ทุกอย่างค่ะ ดิฉันบอกเลยว่า พรรคภูมิใจไทยเรา เราไม่ได้ขัดข้องนะคะ เพราะเราถือว่าคนไทยทุกคนควรได้สิทธิเท่าเทียมกัน ตามรัฐธรรมนูญทุกคน แต่ก็ไม่ใช่ว่าผู้ใดจะอยู่เหนือกว่ากัน แล้วยิ่งมีการยกเว้นกฎหมาย ยกเว้นแล้วบอกว่าไม่ต้องมีกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในบริเวณนั้นนำมาใช้ได้ แบบนี้ดิฉันมองว่า ไม่เป็นประโยชน์ค่ะท่านประธาน จะก่อให้เกิดความแตกแยกดั่งเช่นท่านวรวัจน์ได้กล่าวไว้ค่ะ ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ จะก่อให้เกิดความแตกแยกต่อไปค่ะ เพราะอะไรคะเดี๋ยวก็จะมีกลุ่ม ต่าง ๆ อย่างที่ดิฉันได้พูดเมื่อสักครู่นี่ค่ะ ยังมีพี่น้องประชาชนชาวไทยอีกกี่ล้านคนที่อยู่ในเขต ทุ่งเลี้ยงสัตว์และเขาไม่มีสิทธิในที่ดินที่เขาอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ