จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 32 โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพื้นที่ และผลกระทบต่อการจัดทำแผนงานของบประมาณ และสิทธิหน้าที่ของประชาชนในการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน และเรียกร้องให้คณะกรรมการทบทวนและดำเนินการตามหลักกฎหมาย นิติธรรม และรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษ ในเรื่องมาตรา ๓๒ การแก้ไขถ้ากล่าวโดยสรุปก็คือ การเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการบริหารพื้นที่ ซึ่งจากร่างที่ผ่านการพิจารณาของสภาแห่งนี้ ตอนนี้คาดว่าเราคงจะมีคณะกรรมการบริหารพื้นที่จำนวนมากมายมหาศาลนะครับ จังหวัด เชียงรายของท่านประธาน ขออภัยที่พาดพิง ก็อาจจะมีสัก ๒๐ คณะกรรมการ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน จังหวัดทางภาคเหนือ ภาคอีสาน ผมไม่แน่ใจครับในที่สุดจะมีคณะกรรมการกี่คณะ แต่ทุกคณะที่ตั้งขึ้นมามีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๒ ด้วยกันทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้น การเพิ่มอำนาจเข้าไป เรากำลังเพิ่มอำนาจให้คนจำนวนมากมายมหาศาลมีอำนาจในหลาย ๆ เรื่องรวมทั้งเรื่องของการจัดทำแผนงานของบประมาณเหมือนกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงาน ของรัฐก็ของบประมาณได้นะครับ คณะกรรมการบริหารพื้นที่ก็ของบประมาณได้นะครับ เราก็คงมีองคาพยพพิเศษอีกองคาพยพหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยนะครับ เวลาที่ คณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาแห่งนี้ต้องพิจารณา ต่อไปก็ต้องพิจารณางบประมาณ ของคณะกรรมการบริหารพื้นที่ที่ส่งเข้ามาด้วย ก็คงจะมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นนะครับ ประเด็นอีกตัวหนึ่งที่เห็นชัด ๆ ก็คือมีการเพิ่มถึงสิทธิหน้าที่ของประชาชน มีการเพิ่มว่า การจัดการเข้ามา จัดการพื้นที่ทำกิน ดูเผิน ๆ ไม่มีอะไรนะครับ สิทธิหน้าที่ในการจัดการพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินกับสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในพื้นที่ อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน เผิน ๆ เหมือนไม่ต่าง แต่โดยสาระสำคัญแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่ใส่คำว่า การจัดการ เข้าไป ก็หมายความว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่รัฐต้องให้ความ คุ้มครอง แต่ถ้าบอกว่าสิทธิของประชาชนในการจัดการย่อมหมายถึงประชาชนมีอำนาจ ในการจัดการตนเอง มีอำนาจในการบริหาร ผมไม่แน่ใจว่าคณะกรรมาธิการคิดอย่างไร อาจจะบอกว่าให้ชุมชน เพราะผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นแนวทางนั้น ให้ชุมชนมีอำนาจในการ จัดการพื้นที่ทำกิน พื้นที่อยู่อาศัย หมายความว่าอย่างไรครับ ในพื้นที่ควบคุมอาจจะมีพื้นที่ ทำกินพื้นที่อยู่อาศัยสัก ๑๐๐ ไร่ มีประชาชนอยู่ในชุมชน ๕๐๐ คน การจะแบ่งสันปันส่วน พื้นที่ตรงนี้ ชุมชนเมื่อมีสิทธิในการจัดการท่านก็ไปจัดการ จะแบ่งให้นาย ก เท่าไร นาย ข เท่าไร นาย ค เท่าไร นาย ง เท่าไร แล้วก็คงจะมีการไปเขียนว่าในการโอนสิทธิทำกินโอนได้ หรือไม่ จะโอนอย่างไร ผมคิดว่ามีประเด็นพอสมควร พอเขียนแล้วมันทำให้พื้นที่ควบคุม มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อประกอบกับธรรมนูญในการปกครองพื้นที่ ซึ่งเป็นธรรมนูญที่คณะกรรมการบริหารแต่ละพื้นที่กำหนดขึ้นมาเอง ผมขออนุญาตเรียนว่า ถ้าเป็นแต่เดิมก่อนที่จะมีการแก้ไขว่าพื้นที่ควบคุมต้องทำตามกฎหมายด้วย มาตรานี้ เป็นมาตราที่ไม่สามารถยอมรับได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากท่านให้มีการตราธรรมนูญในการ ปกครองตนเองโดยคณะกรรมการย่อย ๆ เยอะแยะไปหมด จังหวัดเชียงรายผมขออภัย ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง อาจจะมี ๒๐ คณะ ตั้งธรรมนูญปกครองตนเอง แล้วก็ไม่ต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายโดยสิ้นเชิง แต่ตอนนี้ดีขึ้นนิดหนึ่งคือธรรมนูญปกครองตนเองเหมือนกัน แต่ยังต้องทำตามกฎหมาย แต่มีใส่ติ่งว่าให้มีสิทธิในการจัดการที่ดินด้วย อันนี้น่าสนใจว่า จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็พยากรณ์ไว้ว่าน่าจะเป็นลักษณะของการจัดสรรว่า นาย ก ควรจะได้ ที่ทำกินกี่ไร่ แล้วพื้นที่ที่ได้ไปแล้วสามารถให้เช่า หรือโอน หรือเปลี่ยนมือได้หรือไม่ อย่างไร ประเด็นต่าง ๆ ปัญหาเหล่านี้มีปัญหาค่อนข้างมากครับ
แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ผมได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ก็ขออนุญาตเนื่องจาก เป็นมาตราของมันเอง ก็คือพอคณะกรรมการไปกำหนดธรรมนูญแล้ว ซึ่งตามหลักการแล้ว คณะกรรมการไม่น่าจะมีอำนาจในการกำหนดธรรมนูญเพราะไม่ใช่ฝ่ายนิติบัญญัติ เสร็จแล้ว ท่านก็ไปให้สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมอนุมัติธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวง วัฒนธรรมจริง ๆ ท่านไม่มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติกฎหมาย เพราะฉะนั้นพอท่านเขียน ออกมาอย่างนี้มันก็เลยเกิดเรื่องที่ค่อนข้างวุ่นวายครับ ขัดหลักกฎหมาย ขัดหลักนิติธรรม แล้วก็ขัดหลักรัฐธรรมนูญ อันนี้ด้วยความเคารพอยากให้ท่านคณะกรรมาธิการนี้ทบทวนเถอะครับ อย่าไปทำอย่างนี้เลย เราทำกฎหมายนี่เขียนตามกฎหมายปกติ ตามหลักกฎหมาย ตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ แล้วให้บรรลุเป้าหมายที่จะช่วยเหลือประชาชน สามารถทำได้ผมขอยืนยัน แต่ไม่ควรจะใช้วิธีการตรากฎหมายแบบนี้ เพราะตราออกมาแบบนี้มันจะเกิดรัฐซ้อนรัฐ แล้วก็เกิดปัญหาในอนาคต ผมพยากรณ์ได้ว่ามีปัญหาแน่นอน ผมคิดว่ากลับไปสู่ร่างเดิมน่าจะ ดีกว่าครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ